HTG2.club

ราคาขายปลีกประเทศไทย = MRSP x อัตราแลกเปลี่ยน : แพงกว่ากี่ % ถึงจะเป็นธรรม

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ moo779

  • **
    • กระทู้: 77
ผมว่าไม่น่าเกิน 30% นะครับ ถีงจะเหมาะครับ เพราะราคาที่ขายต่างประเทศคือราคารวมกำไร และภาษีแล้วนะครับ  ดังนั้นส่วนต่างที่ส่งมาขายที่นี่คือค่าขนส่งและค่าดำเนินการของตัวแทนในนี้
และมีตั้งหลายบริษัทที่สามารถขายราคาใกล้เคืยงต่างประเทศได้ และอยู่ได้ 
สำหรับผมราคาที่เหมาะสมเป็นเหตุผลที่จะซื้อของครับ  ถ้าดูราคาแล้วคิดว่าแพงเกินไปก็ไม่ไปดูเลยครับ  เพราะยังไงก็ไม่ซื้อ  ถ้าชอบมากก็รอซื้อมือ 2 หรือหิ้วเองดีกว่า
ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้นเยอะครับ จะขายของแบบจะเอากำไรเยอะไร้เหตุผลน่าจะอยู่ยากในอนาคตครับ
ผมขอให้กำลังใจร้านค้าที่ขายของราคาเหมาะสมนะครับ ขอให้อยู่ไปนานๆ  สว่นที่ขายแพงขอให้เปลื่ยนตัวแทนไวไวเลยครับ


ออฟไลน์ กัมปนาท KK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
    • กระทู้: 4,044
ถ้าใช้ ราคาขายปลีกประเทศไทย = MRSP x อัตราแลกเปลี่ยน  :    ผมว่าราคา JVC  สามารถทำราค่าต่ำกว่า  MSRP x อัตราแลกเปลี่ยน   O0
แสดงว่า บริษัท แม่ JVC ที่ Japan   เห็นตลาดเมืองไทยสำคัญไม่แตกต่างกับทาง USA  และ ที่จะลืมไม่ได้คือ  ผู้นำเข้า DECO  +   กำไร % น้อยกว่าเจ้าอื่น เพราะ ภาษีเท่ากันครับ ค่าขนส่งพอๆกัน 
  RS 15   $ 5490-  x  34- =186660-      ราคาในไทย 180000-  + แถม  DVDO EDGE  มูลค่า 24000-
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 กุมภาพันธ์, 2010, 10:57:22 am โดย กัมปนาท KK »


ออฟไลน์ Golf

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Superstar..
  • **
    • กระทู้: 3,981
    • เพศ:ชาย
    • HiFiBug.com
ราคาขายปลีกประเทศไทย = MRSP x อัตราแลกเปลี่ยน  :
คุณพี่ทั้งหลายคิดว่ามันควรจะเกินราคาปลีกเมืองนอก (MSRP x exchange) ไปสักกี่ % ของที่มากจากเมืองนอกชิ้นนั้น
ถึงจะคุณภาพและราคารับได้
 


สำหรับผม ถ้าสินค้าที่จะซื้อในราคานั้น ไม่มีคู่แข่งในไทยแข่งได้ในราคาเดียวกันก็จบครับ

ถ้าถูกกว่า MSRP แต่ดันมีสินค้าอื่นที่ผมพอใจในราคาถูกกว่า ซึ่งอาจจะแพงกว่า MSRP ของอีกยี่ห้อหนึ่งก็ตามผมก็ว่าแพงครับ

เพราะผมเทียบคุณภาพที่ผมได้ กับราคาที่ผมจ่ายน่ะครับ
 K]
ปล. ถ้า Oppo แพงกว่า MSRP แต่ Lexicon ถูกกว่า MSRP ... เป็นต้น  :whistling
spec เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความน่าสนใจให้เราไปลอง ... ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราต้องตัดสินใจซื้อ

เลือกเครื่องเสียง ... "ลองให้เยอะ ซื้อให้น้อย จ่ายเมื่อมั่นใจ"

Merrex Kable มีจำหน่ายแล้วที่ http://www.hifibug.com/default.php?manufacturers_id=29

===============

http://www.HiFiBug.com


ออฟไลน์ Sak2510

  • ***
    • กระทู้: 129
ราคาที่ผู้ผลิตส่งให้ Dealer มันต่ำกว่าราคาป้าย 30-40%โดยประมาณ (แตพวกไฮเอนด์น่าจะได้เยอะกว่า)....
ฝรั่งเองก็คงไม่ได้ซื้อราคา MSRP เหมือนกันครับ  ดังนั้นตัวแทนในไทย...ขายได้ในราคา +ไม่เกิน15% ของราคาป้ายฝรั่ง
ผมว่าก็แฟร์ดี....เพราะค่าส่ง ค่าภาษีมันก็สูงอยู่  แต่อันไหนขายได้เท่าหรือต่ำกว่า MSRP ผมถือว่า คนนำเข้าใจดีกว่า... :D

เห็นด้วยครับว่าฝรั่งไม่ได้ซื้อราคา MSRP แน่นอนครับ เพราะว่าดีลเล่อร์ที่ขายให้พวกเขา ไม่ต้องเสียค่าภาษีนำเข้า แถมค่าส่งก็ถูกมาก ขนผ่านทางรถบรรทุกข้ามรัฐ ราคาค่าส่งคงแค่ประมาณ 20-30% ของค่าส่งข้ามประเทศนะครับ ผมว่าเขาขายแค่ 80-90 % ของราคาป้าย ก็คงกำไรกว่า ดีลเลอร์ไทยขายเท่าราคาป้ายอีกเยอะแล้วแหละครับ อันนี้ก็เห็นใจ คนเล่นเหมือนกันครับ คนไทยส่วนใหญ่ ชอบของดี แต่ราคาถูกๆ ซึ่งผมก็ว่ามีนะครับ แต่หายาก ส่วนใหญ่ของดี ราคาจะแพงตามครับ ของถูกซื้อมาใช้แล้ว บางทีเหมือนไม่ได้ซื้ออะครับ ซื้อมาแล้วก็กองทิ้งไว้ เนื่องจากใช้แล้ว ไม่รู้ว่าดียังไง หรือ ใช้แล้วแย่ลง ก็มีครับ


ออฟไลน์ Martra

  • www.vonorfivestars.com
  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
    • เพศ:ชาย
  • "One Stop Solution for Bed and Bedding Products"
    • http://www.vonorfivestars.com
ราคาที่ผู้ผลิตส่งให้ Dealer มันต่ำกว่าราคาป้าย 30-40%โดยประมาณ (แตพวกไฮเอนด์น่าจะได้เยอะกว่า)....
ฝรั่งเองก็คงไม่ได้ซื้อราคา MSRP เหมือนกันครับ  ดังนั้นตัวแทนในไทย...ขายได้ในราคา +ไม่เกิน15% ของราคาป้ายฝรั่ง
ผมว่าก็แฟร์ดี....เพราะค่าส่ง ค่าภาษีมันก็สูงอยู่  แต่อันไหนขายได้เท่าหรือต่ำกว่า MSRP ผมถือว่า คนนำเข้าใจดีกว่า... :D
Vinyl Sound = Toe Tapping and Heaven on Earth...:dj


ออฟไลน์ Sak2510

  • ***
    • กระทู้: 129
ของผม ก็ให้ประมาณ MSRP + ประมาณ 25 - 35% ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้าบริษัทอยู่ไม่ได้ (ไม่มีกำไร) ต่อไปเราจะเล่นเครื่องเสียง หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็ต้องไปซื้อจากเมืองนอกซึ่ง ก็ลำบากมากกว่า แถมมีปัญหาก็หาซ่อมยาก บางท่านชอบหิ้วของจากเมืองนอกมาใช้ ผมก็ว่าดีนะครับ แต่พอมีปัญหาวิ่งหาที่ซ่อมไม่ได้ ก็ดันไปโทษผู้นำเข้าว่า ไม่ยอมซ่อมให้ หรือ คิดราคาแพง  อันนี้ผมว่า มันก็สมเหตุผลอะนะครับ  ไม่ได้ซื้อกับเขา เขาซ่อมให้ก็น่าจะดีใจแล้ว ดันมาบ่นเขาอีก  แต่ของบางยี่ห้อ ก็โทษคนหิ้วอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากแกเล่น บวกราคาประมาณ MSRP + 100 %  ร้านแบบนี้ ก็ยังมีให้เห็นบ้างนะครับ แต่ผมว่า ลูกค้าก็น่าจะรู้และเลี่ยงจากการเดินเข้าร้านเหล่านี้แหละครับ  อยากให้ร้านค้าทั้งหลายทราบว่า ลูกค้าในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ได้โง่ แบบว่าเดินเข้าร้าน หรือโทรถามราคาของ โดยที่ไม่ได้เช็คราคากลางจากต่างปท ก่อน  แต่ในปัจจุบัน ก็มีร้านใหม่ๆ หรือผู้นำเข้ารายใหม่ ที่ผมทราบว่า เป็นนักเล่นเช่นกัน แต่นำสินค้า มาขายในราคาเท่าๆ กับ MSRP หรือต่ำกว่าเมืองนอกเสียอีกเล็กน้อย อันนี้ ถ้าผมเจอและชอบสินค้านั้นๆ ผมก็ซื้อโดยแทบจะไม่ต่อเลย เพราะคิดว่า ควรจะสนับสนุนเขา ให้พออยู่รอดได้ เพราะถือว่า ร้านแบบนี้มีน้อยครับ ถ้าเกิดสักวันอยู่ไม่ได้ ก็คงจะเลิกขาย และเราก็จะไม่มีของถูก หรือของที่ซื้อราคาเท่าๆ กับซื้อจากเมืองนอกใช้อีกตามเคย ในเวปเราก็มีอยู่ 1 ถึง 2 ราย ที่ขายถูกกว่า MSRP ผมไม่ขอระบุ เพราะคิดว่านักเล่นคงรู้ดี แต่ไม่ทราบว่าจะขายราคานี้อีกนานหรือเปล่า  N]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มกราคม, 2010, 11:34:29 pm โดย Sak2510 »


ออฟไลน์ nuummie

  • *****
    • กระทู้: 850
เห็นด้วยว่าน่าจะเลือกลำโพงที่เราชอบก่อนครับ 

ต้นทุนในการทำธุรกิจในบ้านเราที่ต้องมาบวกเพิ่มใน MSRP

-ค่าขนส่ง + จัดเก็บ
-ค่าภาษีนำเข้า + VAT ซื้อ = 30% +7% ของราคานำเข้าบวกค่าขนส่งและประกัน
-ค่าดอกเบี้ย 7% (สำหรับการลงทุนในสต๊อก)
-ส่วนลดตัวแทนจัดจำหน่ายถ้ามี = 15% - 25%
-VAT ขายส่งกรมสรรพากร (หัก VAT ซื้อได้)
-กำไรที่ผู้ประกอบการอยากจะได้ = 10% -15%
-กำไรเท่าไหร่ส่งสรรพากรอีก 20%(SME) - 30%
-ค่าโฆษณา
-ค่าดำเนินธุรกิจอื่นๆเช่นเงินเดือน  ค่าเช่าสำนักงาน โชว์รูม
-ไม่ลดราคาเพราะตัวแทนอาจจะต่อว่าๆขายแข่งกันก็ได้ครับ


 :D :D :D

ถ้าทำธุรกิจอาจจะเข้าใจคนขายมากขึ้นครับ   :D :D :D

ส่วนตัวผมให้ประมาณ MSRP + 30% ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มกราคม, 2010, 10:29:15 pm โดย nuummie »


ออฟไลน์ wanchana_ton

  • ***
    • กระทู้: 227
ผมว่า เลือกลำโพงที่เราชอบก่อนครับ ทั้งหน้าตา และคุณภาพเสียง ราคาเท่าไหร่อย่าเพิ่งไปคิด เอาให้อยู่ในวงเงินก่อน เช่น หากงบ 10,000 ก็เลือกมาเลย ซัก 3 ตัว....

หลังจากนั้นก็มาดูราคาครับ ว่าบ้านเรากับ เมืองนอกห่างกันเท่าไหร่ ( คูณอัตราแลกเปลี่ยนดิบๆก่อนเลยครับ ) เสร็จแล้วลองบวก VAT เข้าไปยังห่างอีกเท่าไหร่

ลองดูว่าสินค้านั้นมาจากไหน ยี่ห้อ ฝรั่งแต่ประกอบจีนก็มีเยอะไป ยี่ห้อฝรั่งประกอบฝรั่งก็มี ( ยี่ห้อฝรั่งประกอบจีน บางทีอาจแพงกว่า ยี่ห้อฝรั่งประกอบฝรั่ง ก็มีนะครับ ลองดูดีๆ )

หากสำหรับส่วนตัวผม ให้ได้ซัก 20-40% ครับ หากประกอบฝรั่ง แต่หากประกอบจีน 10-30% พอแล้ว ( เกินกว่านี้ ต้องมีบริการหลังการขายดีๆ ไม่ปล่อยลุกค้า ลอยคอตายกลางทะเล ถึงจะพอไหวครับ ไม่งั้นหิ้วดีกว่า หากบริการไม่ดี จะซื้อแพงไปทำไม  :secret )


ออฟไลน์ planetgreen

  • Freshy
    • กระทู้: 18
ราคาขายปลีกประเทศไทย = MRSP x อัตราแลกเปลี่ยน  :
คุณพี่ทั้งหลายคิดว่ามันควรจะเกินราคาปลีกเมืองนอก (MSRP x exchange) ไปสักกี่ % ของที่มากจากเมืองนอกชิ้นนั้น
ถึงจะคุณภาพและราคารับได้

กระผมอยากจะซื้อลำโพง Surround คู่หนึ่ง
ขอยกราคาเมืองนอกตามนี้

NTT absolute small $US300 / pair --> ราคาบ้านเรา 17900 ไม่ลดสักบาท - 10500 บาท 17900/10500  = 70% >> MSRP
JBBL LS8300 $US450 /pair --> ราคาบ้านเรา 17900 ไม่ลดสักบาท - 17900 บาท / 15750 =  13% >> MSRP
ผมเลือก JBBL เพราะว่าทำราคาออกมาได้ดีกว่า ผู้ซื้อได้ของที่มีคุณภาพดีกว่า
หรือคุณพี่ว่าอย่างไร