ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวก่อน ไม่มีเจตนาที่จะให้กระทบกระทั่งใครทั้งสิ้น และ เป็นความเห็นส่วนตัวผมเอง เพราะผม เอง ก็เล่นกับสายมามากเหมือนกันตั้งแต่ข้างถนน ไม่กี่บาท จนถึง หลักแสน สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือ สายดีราคาแพง ย่อมมีดีพอที่จะทำให้เรายอมจ่ายเพื่อให้ได้ คุณภาพเสียงที่เราต้องการ ไม่งั้นเค้าคงไม่ทำออกมาขายได้ทั่วโลก และ เป็นที่ยอมรับของนักเล่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องดูองค์ประกอบของ System เราด้วยว่าเหมาะสม หรือ สามารถส่งเสริมกันหรือไม่ และ สายดีๆ จะส่งผลกับ System และ อคูสติค ที่ดี และ เหมาะสม ครับ ที่นี้ก็กลับมาถามตัวเองว่าต้องการแค่สนุก หรือ ค้นหาคุณภาพ ถ้าอย่างหลัง ก็คงต้องยอมจ่ายตั้งแต่องค์ประกอบหลัก แล้ว จึงมาจบลงที่สาย ครับ 
ท้ายที่สุด ไม่ว่าท่านจะเลือกแนวทางใด โดยเฉพาะสายแบรนด์ ที่ค่อนข้างมีราคา คงต้องหาฟังให้มากที่สุด ในงบประมาณที่ตั้งไว้ สุดท้ายถามตัวเองว่าชอบหรือเปล่า ก่อนที่จ่ายตังค์ออกไป 
x2000
สำหรับข้าพเจ้า และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องใช้สาย หรือแอ็คเซสซอรี่ ที่เข้าท่าๆ อีกครั้ง เช่นกันครับ ซื้อสำเร็จบ้าง หาชิ้นส่วนมาลงมือทำเองบ้าง แล้วแต่ความรู้จะพอมีครับ
เมื่ออะไรๆที่เรามีคุณภาพและการพัฒนาพร้อมถึงจุดๆหนึ่ง มันจะเสาะแสวงหาพรรคหาพวกของมันเองเพื่อมาเกื้อกูลกันและกันครับ (พูดพ่นดุจกับเครื่องเสียงและอุปกรณ์มีชีวิตก็มิปาน เลยเรา เฮ่ๆๆ)
ผมเล่นทั้งคอมเมอร์เชี่ยล และดีไอวาย ทั้งบ้านและรถ จึงมีความเห็นประมาณนี้ครับผม
การส่งผ่านกำลังระหว่างจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง สำหรับระบบภาพและเสียงย่อมต้องการอะไรมากกว่าพื้นฐานที่ว่าวัดแล้วไม่ชอร์ท วงจรไม่ขาด ปลอดภัยไม่มีอันตราย
ถ้าจะอธิบาย(ซึ่งผมก็ทำไม่ได้เช่นกัน) คงต้องใช้ทฤษฎีมากมาย มากกว่ากฎของโอห์ม หรือสูตรไฟฟ้าพื้นฐานมากๆๆๆ ทั้งวัสดุศาสตร์และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (หรือไม่อาจจะยังไม่มีทฤษฎีใดๆรองรับในบางเรื่องก็อาจเป็นไปได้)
ต้องคำนึงทั้งฟากตัวจ่าย ไปถึงฟากตัวรับ ในแต่ละช่วง
ดังนั้น สายใดๆ อาจจะเหมาะ หรือไม่เหมาะ กับช่วงใดๆ ก็มักเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น
....จากหม้อแปลง(การไฟฟ้า) ถึงหม้อแปลงในแอ็มป์เรา .............ทรีทด้วยปลั๊กผนัง สายไฟเอซี หรือหนักกว่านั้นก็มีเครื่องกรอง หรือหม้อแปลงไอโซเลทสารพัดแบบ สารพัดการทำงาน สารพัดวัสดุ
ทั้งๆที่มันมีจุดต่อต่างๆมากมายทั้งนอกบ้านและในบ้าน กว่าจะมาถึงปลั๊กผนัง...........แต่ก็ดันมีคนฟังออกถึงความแตกต่าง แม้เพียงสาย หัว ท้าย หรือไออีซี ไม่เว้นแม้กระทั่งฟิวส์
....ในเครื่อง (อันนี้ทุกท่านคงทราบกันดี ทั้งจี่ ทั้งฮัม หรือเงียบก็ตาม แต่หากวัดกันด้วยเครื่องมืออย่างถูกต้องแล้ว
...........เครื่องของเรารองรับกับไดนามิคเร้นจ์ 90dB .... 140db ได้แล้วหรือ (หากต้องการคุณภาพแบบแข่งขันได้กับเครื่องคอมเมอร์เชี่ยล ที่นับวันก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ)
...สัญญาณ จากซอร์ส ไปยังปรี ...จากปรี ไปเพาเวอร์แอ็มป์ ว่ากันที่โวลท์เป็นหลัก แต่การอัดฉีดกระแสได้สูง/เอ้าท์พุทอิมพีแด้นซ์ที่ต่ำก็มักเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วย
ยังมีเรื่องน้อยซ์ เรื่องการส่งผ่านความถี่อีก(คงสัมพันธ์กับค่า RLC ของสาย และของฟากรับ-ฟากส่งด้วย)
...จากแอ็มป์ไปลำโพง อันนี้ก็มีกระแสมาเกี่ยวมากขึ้นอีกแล้ว
มีอะไรๆให้เรียนรู้แยะไปหมด จากเงื่อนไปของผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งแทบไม่เหมือนกันเลย
อย่างบ้านข้าพเจ้าเอง เอาแค่ไฟบ้านอย่างเดียว ก็สร้างปัญหาให้ต้องแก้ไขปรับปรุง
บ้านหลังเก่า ไฟเฟสเดียว กลางวัน ๒๒๐ กลางคืน ๒๐๐- ๒๑๐ โวลท์ก็เก่งแล้ว
พอย้ายมาบ้านใหม่ .ไฟสามเฟส กลางคืน 230-235 กลางวันก็แทบไม่ต่าง..........จากที่ขาดทุนโวลท์มาโดยตลอด การไฟฟ้าก็ได้แถมมาให้กำไรเหนาะๆ 10-15V ทีเดียวเชียว
ทำให้ต้องคำนวณหม้อแปลง และวงจรกันใหม่หมด ........เผื่อการทำงานให้เป็นช่วงกว้าง ทั้งไฟตกและไฟเกิน เมื่อพกไปใช้ที่ไหนก็จะใช้งานได้ ไม่แป๊ก
อย่างนี้เป็นต้น
หนทางยังอีกยาวไกลครับ ....หมั่นเรียนรู้ ศึกษา และ"ลงมือ ทดลอง" กันเถิด ............เมื่อทราบถึงเหตุและผลแล้ว เราจะมีความสุขกับมันได้ไม่ยากครับ
.....ผมเคยอ่านเจอและได้ยินมาเสมอว่า ของถูก ของฟรี ของดีไม่มีในโลก ของถูกของดี ต้องมีเหตุมีผลในตัวของมัน
.....ซึ่งอาจจะเป็นองค์ความรู้หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่หากว่าตีมูลค่าออกมาแล้วอาจมากมายกว่าที่มองเห็นก็เป็นไปได้
.....ของฟรีๆ อาจเป็นของที่แพงที่สุดก็เป็นไปได้ (เป็นเหตุ)
ขอให้มีความสุขกับภาพและเสียงทุกท่านครับ