Merrex Kable Power 0 : สายไฟผู้ปิดทองหลังเครื่อง
คำถามที่ผมพบบ่อย ๆ ในเวบบอร์ดเครื่องเสียง จดหมายในนิตยสารเครื่องเสียง รวมถึงรายการวิทยุที่ตอบปัญหาเครื่องเสียง คนเล่นมักจะมีคำถามว่า สายไฟ มีผลต่อเสียงมากแค่ไหน โดยเฉพาะในระยะแรกก่อนยุคสายไฟเฟื่องฟูลอย คำถามนี้เป็นเหมือนคำถามยอดฮิตที่นักเล่นต่างกังขา และแสดงความเห็นแตกออกมาหลายส่วน
ทว่าสิ่งที่ทำลายกำแพงแห่งความไม่รู้คือการทดลองด้วยตัวเอง (Experience)� ตอนที่ผมเริ่มเล่นสายต่าง ๆ ใหม่ ๆ ผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าสายไฟจะมีผลต่อเสียง (แม้แต่เอาคำพูดไปคุยให้คนที่ไม่เคยเล่นเครื่องเสียงเรื่องสายไฟ ต่างแสดงความเห็นว่า สายไฟทำให้เพลงเพราะขึ้นได้หรืออยู่บ่าย ๆ) แต่เมื่อเล่นไปนาน ๆ ผมพบว่าเจ้าสายไฟนี่แหละครับเป็นปัญหาแรกที่นักเล่นเครื่องเสียงมองข้าม บางคนสงสัยว่าทำไมเครื่องของตนมีเสียงฮัม เสียงจี่ ดังออกมาจากลำโพง หรือแอมป์บางตัวพละกำลังของมันดูอ่อนปวกเปียกทั้งที่กำลังขับก็ไม่ต่ำต้อย เบิร์นมาแล้วหลายร้อยชั่วโมงก็ยังไม่ดีขึ้น บางครั้งพานสงสัยว่าเครื่องเสียงของตนดีจริงหรือเปล่า หลายคนเปลี่ยนเครื่องแล้วเปลี่ยนเครื่องอีก ทำยังไงก็ยังไม่ดีขึ้น จนบางครั้งเปลี่ยนเครื่องเสียงจนหลงทางก็มี
เมื่อพูดถึงสายไฟ นักเล่นที่เปลี่ยนสายไฟจากสายที่แถมมากับเครื่องส่วนใหญ่มักจะปลอบใจตัวเองว่า สายไฟที่ตนเปลี่ยนนั้นอย่างน้อยน่าจะดีกว่าสายที่แถมมา แน่นอนครับสายไฟที่ทำขึ้นเฉพาะกับเครื่องเสียงส่วนใหญ่จะให้คุณภาพที่ดีกว่าสายที่แถมมาอย่างไม่ต้องสงสัย ผมเคยประสบมากับตัวเองมาก่อนในกรณีนี้ แม้มีความเปลี่ยนแปลงน้อย แต่เมื่อใช้กลับรู้สึกสบายใจกว่าปลั๊กแถม อย่างเช่นปลั๊ก Hospital Grade ก็มีความแน่นหนา ไม่เกิดการช๊อตง่าย ๆ เหมือนปลั๊กทั่วไป และความเรียบความนิ่งของเสียงก็ดีกว่าปลั๊กที่แถมมามาก แต่น้อยนักที่สายไฟระดับเริ่มต้นจะให้ความแตกต่างที่ชัดเจน
ความคิดของผมเกิดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อได้ทดลองปลั๊กของ Merrex Power 0 ซึ่งเป็นปลั๊กรุ่นสูงสุดของเขา จากสเป็คที่เข้าไปอ่านในเวบไซต์ พบว่ามันเป็นสายที่มีความละเอียดในการผลิตทีเดียว
technique การ shield แยกกลุ่มของสาย 4 กลุ่ม และ shield ช้ำอีก 2 ชั้น ด้วย floid tape และ ชั้นทองแดงสาน นอกจากนี้ ยังเดินสาย ground ย่อย แยกในแต่ละกลุ่มสายเพื่อ ช่วย drain สนามแม่เหล็กเหนี่ยวนำ ที่เกิดจากการไหลของกระแสในแต่ละกลุ่มสายย่อยออกมาให้มากที่สุด (จากเวบไวต์ Merrex)
แม้ว่าสายไฟจะประกอบโดยคนไทย บอกได้คำเดียวครับว่าปลั๊กตัวนี้ทำขึ้นด้วยความปราณีต เรียบร้อย สวยงาม ที่สำคัญอันเป็นหัวใจของการประกอบปลั๊กคือเข้าหัวกับสายไฟอย่างแน่นหนา สายหุ้มด้วยหนังงูสีดำป้องกันการถลอกของสายได้อย่างดี คุณภาพด้านนี้ผมให้คะแนน 9 จากคะแนนเต็มสิบ
เริ่มฟัง
ผมนำสายไฟ Merrex Power 0 ออกมาจากซอง จากนั้นนำมาลองเสียบกับปรีแอมป์เป็นลำดับแรก ท้ายชู้ตเตอร์เสียบเข้าบั้นท้ายของปรีแอมป์ได้แน่นหนาทีเดียว คุณพงษ์ แห่ง Merrex กำชับกับผมว่าต้องใช้เวลาเบิร์นอย่างน้อยยี่สิบชั่วโมงขึ้นไปมันถึงจะได้ยินหรือประจักษ์แก่คุณภาพของสายไฟเส้นนี้ ซึ่งในระยะแรกของการใช้สายเส้นนี้ ผมคิดว่ามันจืดไปนิดหนึ่ง แต่เมื่อนานชั่วโมเข้า Power 0 ค่อย ๆ สำแดงพลังของมันออกมาทีละน้อย
ด้วยความสัจในตอนแรกที่ได้รับสายเส้นนี้มาผมมิได้คาดหวังกับมันมากนัก แม้จะเคยผ่านสายไฟมาแล้วพอสมควร แต่เมื่อเริ่มเปิดเครื่องเสียง เสียงจี่เงียบลงกว่าเดิมมากครับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมสู้รบปรบมือกับอาการจี่ของโฟโนสเตจมาโดยตลอด ก่อนหน้าที่จะได้ลอง Power 0 ผมได้ลองสายสัญญาณ Silver 1 มาก่อน พอจะจับทางได้ว่า สาย Merrex มีบุคลิกที่ชัดเจนข้อหนึ่งคือ มันเป็นสายที่มีสีสันในแบบของมัน ซึ่งเมื่อคุณได้ลองเปลี่ยนแล้วจะพบถึงความเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องใช้เวลามากนัก นั่นหมายความว่ามันสร้างรูปแบบ (From) ของมันขึ้นมาได้ ใครจะบอกว่าอย่างนี้สายก็ไม่เป็นกลางนะสิ ผมคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหานะครับ ปัญหาคือมีสายเส้นไหนบ้างที่เป็นกลาง โดยไม่มีบุคลิกของสายยี่ห้อนั้น ๆ ติดมา ผมว่าไม่มีครับ
กลับมาที่การทดสอบสาย Power 0 สิ่งที่ผมพบต่อมา เมื่อมันให้ความเงียบสงัดมากขึ้น มันได้นำพามาซึ่งงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่เคยได้ยินให้เราได้ยิน มันขับเน้นเสียงแบคกราวด์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะแผ่นเสียงคอนเสิร์ตแจ๊ส ของ Art Blakey ใน ชุด 3 Blind Mice� ซึ่งแบคกราวด์เสียงการแสดงนั้นยอดเยี่ยมมาก นอกจากนั้นแผ่นเสียงจอห์น โคลเทรน ชุด Blue Train สังกัดบลูโน้ตแผ่นธรรมดาที่ผลิตใหม่ก็ให้เสียงกลางเสียงทุ้มและแหลมได้เป็นอย่างดี
ผมได้ลองเอาสายไฟ Power 0 เสียบกับ Power Amp และโฟโนสเตจสลับกันฟัง โดยฟังจากปรีแอมป์เป็นหลักพบว่า เมื่อเสียบกับปรีแอมป์มันทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด รองลงมาคือโฟโน และพาวเวอร์แอมป์ ความต่างเมื่อเสียบแต่ละเครื่องเล่นพบว่ากับปรีแอมป์นั้นมันเหมือนควบคุมความนิ่งสนิทได้อยู่หมัด เมื่อเทียบกับเสียบเข้ากับโฟโน แม้รายละเอียดจะล้ำหน้าเล็กน้อย แต่เรื่องความสงัดกลับสู้ปรีแอมป์ไม่ได้
ส่วนเมื่อลองกับพาวเวอร์แอมป์ มันเหมือนสายไฟธรรมดามากไปนิดหนึ่งคือ มีความแตกต่างน้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้กับปรีแอมป์และพาวเวอร์แอมป์ อาจเป็นเพราะว่าพาวเวอร์แอมป์ของผม ต้องการสายไฟที่ป้อนพลังมากกว่าป้อนรายละเอียดของเสียง
สรุปหลังการใช้
แม้ว่า Merrex Power 0 จะมีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสายไฟยี่ห้อต่างประเทศ แต่ข้อได้เปรียบของมันคือบุคลิกที่ชัดเจนในแบบ Merrex ซึ่งผู้ใช้สามารถคาดหวังกับความเปลี่ยนแปลงในด้านคุณภาพเมื่อใช้ Power 0 ได้เป็นอย่างดี บวกกับความสงัดเงียบที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้สายไฟเส้นนี้เป็นเหมือนสายไฟผู้ปิดทองหลังเครื่องเสียงของท่านอย่างไม่ต้องสงสัย
ชุดที่ใช้ทดสอบ
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Thorens 295 MK III
โฟโนสเตจ TS Audio PH-1 กับ Phono Mod DIY 6dj8
ปรีแอมป์ TS 68
พาวเวอร์ KB211
ลำโพง Vienna Mozart
เครื่องกรองไฟ LC-1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กันยายน, 2005, 11:16:49 am โดย paganini »
เมื่อสิบกว่าปีก่อน คอลัมน์หนึ่งในหนังสือสตาร์พิคคือ VinylMania เขียนโดยปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ ทำให้เด็กคนหนึ่งคลั่งไคล้ตามหาเพลงที่เขาเขียนถึง แม้จะไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียงก็ตาม วันนี้เ็ด็กคนนั้นกำลังตามหาสิ่งเดียวกัน
http://niwatblog.com/