Merrex Cross-Coax Speaker-1
ผมเชื่อว่าคนที่เริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ ๆ เมื่อซื้อเครื่องเสียงมาแล้ว สิ่งแรกในหมวด Accessories ที่นักเล่นจะนึกถึงอันดับแรกน่าจะเป็นสายลำโพง ประการแรกผมไม่ค่อยเห็นลำโพงยี่ห้อไหนแถมสายลำโพงมาให้ (แอมป์หรือเครื่องเล่นซีดีส่วนใหญ่จะแถมสายสัญญาณแบบขั้วขาวแดงมาให้ทั้งสิ้น) เมื่อไม่มีสายลำโพงแถมเข้ามาในระบบ นักเล่นก็จำเป็นต้องซื้อสายลำโพงไม่ว่าจะถูกจะแพงก็ต้องซื้อ นอกจากใครคิดจะประหยัดก็หาสายไฟมาแทนชั่วคราวไปก่อน แต่คนที่เคยลองแทนสายลำโพงด้วยสายไฟแล้วก็ต้องบอกว่าเสียงที่ได้จากซิสเต็มนั้นมันไม่เต็มที่ นักเล่นมือใหม่เองแม้จะเพิ่งเริ่มต้นฟังก็น่าจะได้ยินความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ครั้นจะเลือกสายลำโพง ก็จำเป็นต้องหาสายที่แมชชิ่งกับซิสเต็มเสียด้วย เพราะการลงทุนซื้อของแพงอาจจะไม่ได้อย่างที่คาดหวังเอาไว้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้รับสายลำโพงสองคู่ของ Merrex มาลองฟัง คู่แรกเป็นสายลำโพงรุ่น Speaker-3 ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุด แต่เสียงไม่ได้เล็กตามราคาของมันเลย โดยรวมของ Speaker-3 สร้างความประทับใจให้ผมมากโดยเฉพาะเสียงกลางกับเสียงเบส แม้จะไม่หวานฉ่ำนักแต่โดยรวมแล้วมันเป็นสายที่น่าสนใจมาก ผมเชื่อว่าชุดเครื่องเสียงระดับเริ่มต้น Speaker-3 น่าจะเป็นอีกทางเลือกในความคุ้มค่า
ถัดมาอีกสัปดาห์คุณพงษ์ก็หอบหิ้วสายลำโพงรุ่นใหม่รุ่นใหญ่สุดของเขามาให้ผมลองฟังอีก สายลำโพงรุ่นนี้คือ Speaker-1 ครับ เห็นครั้งแรกต้องบอกว่าใหญ่โตอลังการเป็นอย่างมาก การประกอบสายทำได้ระดับดีถึงดีมาก หากไม่บอกว่าประกอบโดยคนไทยอาจจะไม่เชื่อ ตัวก้ามปูแน่นหนาสวยงาม ทำได้อย่างเรียบร้อยสมราคา
ผมนำสายมาต่อกับแอมป์และลำโพงในชุดที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน ก้ามปูขนาดใหญ่เข้ากับขั้วพาวเวอร์แอมป์และขั้วลำโพงเป็นอย่างดี คุณพงษ์บอกว่ามันได้เบิร์นมาในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ถึงห้าสิบชั่วโมง ผมเริ่มเปิดเพลงที่คุ้นหูอย่างเช่นแผ่นเสียง Sonny Rollins ชุด Way out West สิ่งที่ผมได้ยินครั้งแรกเสียงดนตรีเปิดโปร่งกว่าสายรุ่นเล็กของเขามาก เสียงแหลมซึ่งเป็นจุดด้อยของ Speaker-3 กลับหายไป เสียงฉาบฟังแล้วกังวาน เสียงเหมือนค่อย ๆ ลอยหายไปในอากาศอย่างเงียบเชียบ ขณะเดียวกันเสียงกลางฟังดูผ่อนปรน และเสียงเบสไม่หนาเท่ากับสายรุ่นเล็ก บอกได้ว่าสายลำโพงรุ่นนี้มี Tonal Balance ที่ดีมาก แม้ในวันแรกมันยังมีอาการขุ่น ๆ อยู่ทางด้านหลังเวทีอยู่บ้างแต่ผมเชื่อว่าเมื่อใช้ไปสักพักมันจะหมดไป
เริ่มฟังในวันที่สองหลังจากเบิร์นไปได้สิบชั่วโมง สิ่งที่ Speaker-1 ฉายแววออกมาก็คือรายละเอียดของชิ้นดนตรีชัดเจนมาก ความเปิดโปร่งของดนตรีชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เวทีเสียงใหญ่ขึ้น Speaker-1 สามารถฟังเพลงได้หลายแนว ผมลองตั้งแต่แจ๊ส คลาสสิกวงใหญ่ และแชมเบอร์ จนถึงเพลงร็อคอย่างวงพิงค์ฟลอยด์ ก็สามารถขับเสียงได้อย่างไม่เกี่ยงแนวทาง
จนกระทั่งวันที่สาม ผมเริ่มจับได้ว่ามันเป็นสายขี้ฟ้องอยู่ค่อนข้างมาก แผ่นที่บันทึกมาไม่ดีมันบ่งบอกได้ชัดเจน หรือแม้แต่โทนอาร์มของผม ถ้าเล่นแทรคด้านในเสียงจาก Speaker-1 มันฟ้องว่า ถึงเวลาเจ้าของต้องตั้งโทนอาร์มใหม่ได้แล้ว ถ้าถามว่าสายที่ขี้ฟ้องแบบนี้ดีหรือไม่ ดีในแง่ที่ว่าซิสเต็มของเราสมบูรณ์เท่าใด สายลำโพงก็จะแสดงประสิทธิภาพของซิสเต็มออกมาได้อย่างเต็มที่มากเท่านั้น
หลังจากลองใช้ในระยะหนึ่งผมคิดว่าสายรุ่น Speaker-1 น่าจะเหมาะกับซิสเต็มระดับกลางสูง มันจะช่วยเติมเต็มซิสเต็มได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่ผิดหวังกับสายลำโพงอื่น ๆ มา ในแง่ที่ไม่ได้ยินความแตกต่างของสาย น่าจะลองหยิบยืมสายรุ่นนี้ไปลองฟังนะครับ ผมเองตอนที่คืนสายรุ่นนี้ให้กับทาง Merrex ยังรู้สึกเสียดาย ไม่อยากถอดออกจากลำโพงของตัวเองเลยให้ตายเถิด
ชุดที่ใช้ทดลองฟัง
Power Ts Audio KB211
Pre-Apm Ts Audio 68
ลำโพง Vienna Acustic Mozart
เครื่องเล่นแผ่นเสียง Thorens 295 MK III
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 กันยายน, 2005, 02:54:01 pm โดย paganini »
เมื่อสิบกว่าปีก่อน คอลัมน์หนึ่งในหนังสือสตาร์พิคคือ VinylMania เขียนโดยปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ ทำให้เด็กคนหนึ่งคลั่งไคล้ตามหาเพลงที่เขาเขียนถึง แม้จะไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียงก็ตาม วันนี้เ็ด็กคนนั้นกำลังตามหาสิ่งเดียวกัน
http://niwatblog.com/