จากที่ ทำห้องฟังของตัวเองมา3 ห้อง ขนาด ต่างๆกัน พบว่า
1ขนาดของห้องมีความสำคัญ ต่อการเกิด กำทอน หรือ resonance เท่าที่ทราบ ห้องที่เป็น สี่เหลี่ยม จัตุรัส นั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เป็นอันดับ แรก ห้อง ที่ใช้กัน ส่วนใหญ่จะเป็น สี่เหลี่ยม ผืนผ้า ถ้าความยาวด้านหารกัน ไม่ลงตัวก็จะดี หรือ ผนังแต่ละด้าน ไม่ขนานกัน ก็น่าจะดี (เฉพาะบางห้องที่พิถีพิถันกันจริงๆ)ครับ
ห้องที่ใหญ่ น่าจะดีกว่าห้องเล็ก แต่ก็สิ้นเปลือง งบประมาณ ค่าก่อสร้าง และเครื่องเสียง ก็ต้องใช้งบ สูงขึ้นด้วย แต่ห้องเล็ก อาจจะได้ ตามสัดส่วน ลงไป ห้องเล็ก แต่อยากได้ ลงลำโพง ตั้งพื้นใหญ่ อาจไม่ได้เห็นประสิทธิภาพของลำโพงเต็มที่
อันนี้ ต้องวางแผนแต่แรกเลยว่า อยากเล่น ลำโพงเล็ก หรือใหญ่ ห้องใหญ่ ลำโพงเล็ก เสียงก็ไม่เต็มห้องอีกต้อง พิจารณาให้รอบคอบครับ ครับ
เรื่อ
2โครงสร้างของ ห้อง ความแข็งแรงของโครงสร้างมี ความสำคัญมากครับ ฝ้าฉาบเรียบ ทั่วๆไป อาจ รองรับการ สั่น สะเทือน ของ sub woofer ใหญ่ๆ ไม่ไหว อาจ ต้องใช้โครงที่แข็งแรงกว่า ซี ไลน์ ธรรมดา ของผมใช้ไม้หน้า สาม 30x40 cm /ช่อง
(ยี่งถี่ยี่งดี แต่เปลือง)
3ระบบไฟ ควรแยกจากระบบในบ้าน ยี่งดี สายไฟใช้เส้นโตๆ เข้าไว้
4ก่อนปรับ acoustic ควรต้องทราบก่อนว่า ความถี่ใด เป็นตัวปัญหาของห้อง ขอไม่อธิบาย รอให้ท่านผู้รู้กว่า มาอธิบายจะดีกว่า หลังจากการทดสอบการตอบสนองต่อความถี่ต่างๆ ของห้องแล้ว เราจะได้ ตัวก่อปัญหา ที่ทำให้การตอบสนองต่อ ย่านความถี่ นั้นไม่ราบเรียบ คือจะมีบางความถี่ ที่โด่งขึ้นมา (มีทุกห้องครับ) เราจึงปรับโดยเอาวัสดุที่เป็น absorber มาดูดความถี่ตัวนั้น ลงมา ก็จะทำให้ห้องนั้น flat มากขึ้น ห้องทีบุเยอะๆ ม่าน หรือ พรมเยอะๆ เกินไปก็ไม่ดีนะครับ คือมันจะ absorb เสียงมากเกินไป จน เสียงที่ออกมา จะไม่มีรายละเอียด อาจจะชัด แต่ไม่มีประกาย หางเสียง (ambience) เรียกว่าห้อง dead ห้องที่ดี ต้องมีส่วนที่ live ด้วยครับ ต้อง มีการวัดค่า อีกเช่นกัน ว่าห้องใด live หรือ ห้องใด dead :bye1เราจึงมักพบว่าห้องส่วนใหญ่จะมีไม้ร่อง หรือ diffusor ที่มี ขนาดร่องแตกต่างกัน ไป ตามสูตร ของแต่ละค่าย แต่ที่เห็น เป็นที่นิยมหน่อยก็ของ rpg แต่ราคาก็

ครับ
5ประตู หน้าต่าง มีเท่าที่จำเป็น ครับ และต้องแข็งแรง (มักมีน้ำหนักมากด้วย)