ความร้อนที่เกิดขึ้นนี่ต้องว่ากันเป็นกำลังวัตต์ครับ ความร้อนที่เกิดจากหลอดจะ มี 2 จุดก็คือจากใส้หลอด = Vf*If และจาก Plate =Vp*Ip ครับ อันนี้ว่ากันที่ triode ก่อนนะครับ ถ้า pentode ก็จะมีจากความร้อน g2 อีกซึ่งก็จะคำนวนด้วยสูตรเดียวกันคือ P=VI มีหน่วยเป็น watt ซึ่งก็เป็นหน่วยเดียวกับหลอดไฟ หรือเตารีดแหละครับ ตัวอย่างเช่นหลอดใช้ไฟใส้หลอด 6.3 V 2A ความร้อนที่เกิดจากใส้หลอดจะเท่ากับ 6.3*2=12.6W สมมุติว่าหลอด bias ที่กระแส 60ma โดยมี V ที่ plate เทียบกับ cathode = 300V กำลังความร้อนที่ plate ก็จะเท่ากับ 300*0.06=18W (ในสภาวะ idle นะครับถ้าในขณะใช้งานก็อาจะมีแตกต่างกันไปบ้างแล้วแต่ลักษณะของการ bias แต่ถ้า bias class A แล้วค่าเฉลี่ยของ plate dissipation จะใกล้เคียงกับที่สภาวะ idle ครับ)ดังนั้นกำลังงานควมร้อนที่เกิดที่หลอดนี้ก็จะเท่ากับ 12.6+18 =30.6W ครับ ส่วนอุณหภูมิจะเป็นเท่าไหร่นั้นจะขึ้นอยู้กับอุณหภูมิแวดล้อม การระบายอากาศ รวมทั้งลักษณะขนาดและรูปร่างของหลอดนั้นๆด้วยครับ เรื่องความร้อนของหลอดนี่ไม่ต้องเป็นห่วงครับเพราะหลอดมันทำงานได้โดยอาศัยความร้อนเพื่อช่วยในการปลดปล่อยอีเลคตรอนอยู่แล้วครับ ถ้ามันไม่ร้อนสิครับอาจจะกิดปัญหาได้
หลอดจะเสียหาย(อายุสั้น)ก็ต่อเมื่อเราบังคับใช้งานมันจนกินกำลังที่มันจะทนได้ซึ่งได้แก่ maximum plate dissipation, maximum voltage และ maximum current ค่าต่างๆเหล่านี้ไม่ควรเกินค่า maximum ตามที่ datasheet ระบุใว้โดยเฉพาะ plate dissipation นั้นไม่ควรจะใช้งานเกินสัก 80% ครับ
อีกประการหนึ่งก็คือไฟจุดใส้หลอด ควรมีค่าใกล้เคียงกับ spec มากที่สุด มากไปหรือน้อยไปไม่ดีทั้งนั้นครับ
ประเด็นที่ต้องพิจารณาในเรื่องความร้อนในมุมมองของผมกลับอยู่ที่อุปกรณ์แวดล้อมต่างๆครับ ไม่ว่าจะเป็น R, C, สายไฟ หรือแม้กระทั่งแท่นเครื่อง เหล่านี้ต้องสามารถรับมือกับความร้อนที่เกิดจากหลอดได้ รวมทั้งต้องออกแบบและจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม อุปกรณ์ชนิดไหนคาดว่าจะทนร้อนไม่ค่อยได้ก็ต้องวางใว้ให้ห่างจากแหล่งกำเนิดความร้อนเหล่านี้เป็นต้นครับ......
