เขาทำอย่างศิลป์ ไม่สนใจเกรดอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่ทำราคาได้ แต่ได้สัมผัสที่ถูกต้อง ส่วนเราก็อปอย่างศาสตร์ เน้นอุปกรณ์กันมาก มันก็เลยไม่เจอกันครับ
อันนี้คมจริงๆ ของยอมแพ้ 
ส่วนเรื่องทำเองแพงกว่าและ(เสียง)สู้เขาไม่ได้ อาจจะลืมบวกคุณค่าของความสุขที่ได้ทำด้วยตัวเอง กับความรู้ที่ได้จากการทดลองต่างๆ ตรงนี้ ถ้าใครไม่มีใจรักชอบจริงๆ คงจะรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่านะครับ
มันเป็นความรู้สึก และความเห็นของผมนะครับ อาจารย์ ไม่ทราบว่าอาจารย์เคยไปเจอ Jack Elliano มาแล้ว อาจารย์รู้สึกอย่างผมหรือปล่าว ผมยังไม่เคยเจอ แต่ผมเข้าใจว่า Jack มีทั้งศาสตร์และศิลป์ ทำนองเดียวกับ Bruce เขาถึงทำของสุดยอดได้ ก็อปยังไงก็ไม่เหมือน ผมรู้สึกยังงั้นครับ
:clapขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องเล่าข้างบนและบทสรุปข้อคิดที่มีคุณค่ายิ่ง

ทำให้เกิดกำลังใจและไอเดียมากมายเลยจร้า

อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการผสมผสานอุปกรณ์กัน เพื่อให้เสียงออกมาลงตัว โดยต้องอาศัยการฟังเป็นหลัก ปรับไปฟังไปจนเข้าที่ นี่แหละคือความแพงของมันครับ 
ลูกชิ้นปิ้งข้างถนนไม้ละ 5 บาท บางเจ้าผมว่ามันยังอร่อยกว่าลูกชิ้นใส่่แพ็คอย่างดี วางขายในห้างด้วยซ้ำไป

ทุ่มที่ภาคจ่ายไฟอย่างที่คุณใหญ่ว่าไว้ถูกต้องเลยครับ 
เรื่องความทุ่มเทไปที่ภาคจ่ายไฟก็คงเป็นเช่นนั้นแหละครับ.คุณมด...... เสี่ยงน้อย โอกาสสำเร็จ(เสียงดีกว่า)มีสูงขึ้น
........สำหรับ....นักลงมือที่ทั่วไปจะมีเพียง หัวสมอง มิเตอร์ตัว หัวแร้งอีกสองอัน (แบบปืนบัดกรีของใหญ่/แช่ปลายแหลมบัดกรีของเล็ก)..........อ้อ มีไขควง ประแจ สว่านมือ กับตะไบมือด้วย เฮ่ๆๆ
พักนี้หันมาฟังแบบหลอดๆมากขึ้น เพราะได้หูฟัง ซ่าส์แตก(SR5Gold เป็นรุ่นเล็กๆในอดีตของเขา)รุ่นเก๋ากึ๊กส์มาลองเล่น ใช้หลอด417 goldpin drive 2A3SE 2.5k OPT ขับผ่าน stax adaptor SRD7
พบว่า.......ฟังดีมากกว่าแอ็มป์ขับหูฟังแบบโซลิทอีกหลายตัวที่ทำเล่น
แต่ก็พบประเด็นบางอย่างว่า เจ้าแอ็มป์ที่เราวางเลย์เอ้าท์ ระบบกราวนด์ และวงจรเมื่อห้าหกปีนั้น แม้ฟังกับชุดลำโพงบ้าน หากไม่เอาหูจ่อทวีทเตอร์จะไม่ได้ยินฮัมเบาๆ .
เมื่อฟังกับหูฟัง......... มันยังมีฮัมเล็กๆ หลงเหลืออยู่ ทำให้ไม่สงัดในช่วงสิ้นเสียงดนตรี หรือช่วงเปลี่ยนแทร็ค..
........เรียกว่าเริ่มอยู่ไม่สุขต้องปรับปรุงแน่ๆคือ
.นอกจากที่เราจำเป็นต้องใช้(หรือออกแบบ)จุดทำงานของหลอดหรือวงจรให้ได้จุดที่ต้องการ/เหมาะสม แล้ว
.............ระบบกราวนด์ที่ดี ให้ความสงัดยิ่งกว่า ...........เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะเป็นฐานที่ดีทำให้ก้าวไปสู่จุดที่เสียงดีกว่าได้
..............จากนั้นก็ภาคจ่ายไฟแบบเผื่อเหนียว แบบเต็ม(หรือเกิน)เหนี่ยว
................ทีนี้ก็ค่อยมาว่ากันที่เรกดอุปกรณ์หละครับ อะไรคือสิ่งที่เราต้องการ(ทั้งเรื่องเสียงที่คาดหลังจับจ่ายซื้อหาได้) หรือความคุ้มค่า หรือ(โดยอุปกรณ์บางส่วนที่เป็นหลัก/จำเป็น อาจใช้ของที่คุณภาพดีตั้งแต่แรก เพราะเปลี่ยนทีหลัง ไม่สนุกแน่ เช่นแท่นเครื่อง/กล่อง หม้อแปลง โช้ค คาปาซิเตอร์ ซ็อคเก็ตหลอด แม้แต่สายไฟบางจุด เป็นต้น)
ข้าน้อยเองก็ยังคงเล่นเครื่องคอมเมอร์เชี่ยลอยู่เนืองๆ แต่บทสรุปมักจบที่การโมฯบางจุด / บางส่วน หรือหลายส่วน
..........โดยมักเลือกเครื่องรุ่นเก่าๆ(ตกรุ่น /ราคาตกแล้ว)มาทำ เน้นผลลัพท์ที่ถูกใจไว้ก่อน
.........ภาพสวย ชัดใสทะลุทะลวง เป็นอานาล็อก ราบรื่นลื่นไหล(เรื่องภาพเริ่มอิ่มตัวแล้ว)
.......... เสียงฟังแล้วม่วนหู( สำหรับเรื่องเสียงยังคงต้องเดินทางอีกยาวไกล )
ต้องยอมรับว่า..........แนวทางการใช้อุปกรณ์ของเครื่องคอมเมอร์เชี่ยล+ผลลัพท์ที่ได้จากการดู/ฟังของเขา ก็เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการของงานดีไอวายของเราได้เช่นกันจร้า