HTG2.club

c coupling ค่าเท่าไหร่กันดี

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ yoss

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,175
บางระบบ บางห้อง fc จากการคำนวณที่ -3db ที่ 20-25 Hz ฟังออกครับ บรรยากาศบางอย่างหายไป ที่ผมเคยฟังคือดนตรีวงใหญ่ๆจะให้ความรู้สึกใหญ่ โอ่อ่า อลังการลดลงครับ
คุณ thaisolar หาของเก่งอยู่แล้วลองหาซีรุ่นเดียวกันที่ให้ค่า -3db cut off ที่ประมาณ 25 Hz กับ 2.5 Hz มาลองฟังเทียบกันดูครับ  ;)
ถ้าระบบที่ใช้ฟังไม่ออกก็สบายไป ใช้ซีดีๆค่าน้อยๆได้ :)

แอมป์ของผมส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่ราวๆ 10Hz-15Hz ครับ ฟังออกไม่ออกไม่รู้แต่เพื่อความสบายใจ ;D และสำหรับหลอดที่ Fc ประมาณนี้ค่าก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรครับ


ออฟไลน์ 100db

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,571
    • เพศ:ชาย
  • Just fall in love with music....
    • Siam Audiophile
บางระบบ บางห้อง fc จากการคำนวณที่ -3db ที่ 20-25 Hz ฟังออกครับ บรรยากาศบางอย่างหายไป ที่ผมเคยฟังคือดนตรีวงใหญ่ๆจะให้ความรู้สึกใหญ่ โอ่อ่า อลังการลดลงครับ
คุณ thaisolar หาของเก่งอยู่แล้วลองหาซีรุ่นเดียวกันที่ให้ค่า -3db cut off ที่ประมาณ 25 Hz กับ 2.5 Hz มาลองฟังเทียบกันดูครับ  ;)
ถ้าระบบที่ใช้ฟังไม่ออกก็สบายไป ใช้ซีดีๆค่าน้อยๆได้ :)


ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
    • กระทู้: 2,839
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
ตามข้านบนเลยจร้า

สำหรับข้าน้อย  ชอบใช้วงจร CCS load  กับวงจรที่รันกระแส  8-10mA(ส่วนใหญ่ใช้ประมาณนี้)
หลอดรัสเซีย   บางหลอดก็ 20-25mA บ้าง   
ดังนั้น  แนวทางแบบบ้านๆ ของข้าน้อย
 ซีคัปปลิ้งสัญญาณขาออกจึงมักใช้ค่า โตๆ 4.7uF -  10uF เพราะบาล้านซ์เสียงย่านต่ำมาครบครัน
ส่วนเสียงแหลมแต่งได้ด้วยการ  Bi-Cap หรือ Tri-Cap

หากเป็นวงจรพวก 12AX7  6SL7 ซึ่งใช้กระแสต่ำๆ (1mA +- นิดหน่อย)  จะใช้ซีคัปปลิ้งค่าสูงๆ   มันคงไม่เหมาะกระมัง  (หรือเราคิดมากไปหว่า เฮ่ๆๆ)

ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262


ออฟไลน์ yoss

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,175
คำนวณง่ายๆก็

Fc=1/(2*pi*R*C)

pi=3.14
R=Input Impedance ของภาคที่เป็น Load ครับ ถ้าวงจรหลอดก็พอจะใช้ค่า rg แทนได้โดยประมาณ
C=C coupling ที่ใช้

Fc คือความถี่ที่สัญญาณจะถูกลดลง -3dB หรือครึ่งหนึ่ง ถ้ามองง่ายๆก็คือเป็นจุดที่ ความต้านทานทางไฟสลับของ C เท่ากันกับ input impedance แรงดันก็เลยแบ่งกันไปคนละครึ่ง

เวลาเลือก C ก็ให้เลือกค่าที่ Fc ต่ำลงไปมากว่า 20Hz ยิ่งค่าสูง Fc ก็จะยิ่งต่ำลงไป ในความเป็นจริง -3dB ที่ 20-25 Hz ก็เกือบจะเลยการได้ยินของหูคน และ/หรือ เลยการตอบสนองความถี่ต่ำของลำโพงไปแล้วครับ

สูตรนี้เอาใว้เป็น guide line ได้ครับ


ออฟไลน์ ช็อต

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,394
  • Michael Faraday
น้าลำนี่ไม่เบาเลยนะครับ อย่างนี้ขั้นเทพแล้ว O0 O0 O0
ข้อมูลส่วนตัว http://www.htg2.net/index.php?topic=37145.0


ออฟไลน์ thaisolar

  • Quality, Economy, and Simplicity...
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • *
    • กระทู้: 461
    • เพศ:ชาย
ขอบคุณมากครับสำหรับทุกคำตอบ ความรู้น้อยนิดอ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สรุปใช้ตามที่เค้าำำกำหนดมาท่าจะดีกว่า เคยลองกับ LM3886 ในวงจรให้ใช้ 4.7uF เปลี่ยนไปเป็น C oil 0.47uf เสียงใสดีมาก แต่เบสหายไปเกือบหมด เพิ่งจะเข้าใจนี่แหละ  Y]
และเพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ เพื่อนสมาชิกในนี้บอกว่าถ้าจะจูนเสียงแอมป์ให้ลองบีบที่ตัวซีคับปลิ้งที่เป็นอิเล็กโตรไลท์ดูจะทำให้ค่าความจุเปลี่ยนแล้วจะได้เสียงที่เปลี่ยนไป เป็นเทคนิคที่ใช้ในแอมป์ gaincard ที่กำลังฮิตกันเป็นต้น
แต่ห้ามไปบีบซีออล์ยเชียวนะ เดี๋ยวแตกไม่รู้ด้วย  ;D


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
การเลือกใช้ C Coupling มันอยู่ที่ ความต้านทานของ ภาค Coupling ต่อไป ครับ

ถ้าภาคต่อไป เป็นหลอด  ความต้านทาน (กระแสสลับ-impedance)  มักจะมีค่าสูง (ส่วนมากเราถือว่า ถูกกำหนด ที่ Rgrid -  Rที่ต่อจาก grid ลง ground เพราะ หลอดเอง impedance สูงมากๆ) ซึ่งทั่วไปจะอยู่ที่ 470K หรือประมาณนี้  ... เราเลยใช้ค่า C coupling ค่าน้องได้  น้าลำเคยเห็นหลอด 6L6 ใช้ 0.05uF เบสยังตรึม เลยครับ

ถ้าภาคต่อไป เป็น SS ต้องดูว่า เป็นแบบไหน ถ้าเป็น Transistor - Bi polar (เช่น BC557)  จะมี impedance ที่ต่ำ  แต่ถ้าเป็น FET  จะมี impedance สูงกว่ามาก  ทำให้เราต้องใช้ C ค่ามาก เพื่อให้ความถี่ต่ำ ผ่านได้ครบถ้วน  (แต่ส่วนมากเราไม่รู้หลอกครับ ต้องลองดูครับ น้าลำเล่น 0.22uF ขับ GC ยังรอดเลยครับ)


สรุป ถ้าที่ ที่ต้องการ C ค่าน้อย แต่ ใช้ค่ามากเกิน ไป มันจะสิ้นเปลื่อง และ หา C ดีๆ ไม่ได้  แต่ถ้าที่ต้องการ C ค่ามากแต่เราใช้ น้อยไป เบสจะไม่มี มีแต่ กลางแหลม ครับ


ไม่รู้ตอบคำถามหรือเปล่า อุอุ แต่ประมาณนั้นครับ



หลักการนี้ ใช้ได้กับ CF ด้วยครับ  ถ้าภาคต่อไปเป็นหลอด  แม้ว่าวงจรเป็น CF เราก็ใช้ C ค่าน้อยได้ครับ   น้าลำใช้ 0.22uF จากปรี CF ส่งไป GC เบส ยังตรึมเลยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 เมษายน, 2011, 09:48:17 pm โดย ลำน้ำ »
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ sawasdee

  • *****
    • กระทู้: 559
    • เพศ:ชาย
ขึ้นอยู่กับ impedance ครับ tube amplifier impedance สูงจึงใช้ Coupling cap.ค่าต่ำๆได้ (ไม่นับพวก cathode follower นะครับ)
เวลาออกเเบบใช้ Hi-pass filter คำนวนนี่แหละครับ :)
กุลวัฒน์ พรหมสถิต 4/222 ม.สหกรณ์4 ซ.11 คลองกุ่ม บึงกุ่ม กทม. 10240
Phone 0956378674


ออฟไลน์ thaisolar

  • Quality, Economy, and Simplicity...
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • *
    • กระทู้: 461
    • เพศ:ชาย
ผมเห็นวงจรแอมป์แต่ละแบบ มักจะใช้ C coupling ค่าแตกต่างกันออกไป และเท่าที่สังเกตุส่วนมากแอมป์โซลิทจะใช้ค่าที่สูงกว่าเช่น 1uf, 2.2uf, 4.7uf, 10uf, 33uf, 47uf
ส่วนแอมป์หลอดก็จะใช้ 0.1uf, 0.22uf, 0.47uf ก็เลยสงสัยว่าเค้ามีวิธีการกำหนดยังไงถึงต้องใช้ซีค่าเท่าไหร่ แล้วถ้าในวงจรเค้าให้ใช้ 4.7uf แล้วเราใช้ 0.1uf แทน หรือเค้าใช้ 0.1
และเราเปลี่ยนเป็น 10uf แทน แบบนี้จะมีผลต่อเสียงอย่างไรและมีผลเสียอะไรหรือไม่ครับ