HTG2.club

DAC ที่มากับ Pre/Pro ดีกว่า/ด่อยกว่า DAC แยก

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Wolverine

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,018
    • เพศ:ชาย
  • ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เลี้ยงไม้น้ำ
ขอบคุณ น้าตั๊กกี้.คอม กับน้าkhun_sor มากครับ
 d_d
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เลี้ยงไม้น้ำ ชีวิตนี้ สุขจริงหนอ


ออฟไลน์ khun_sor

  • ***
    • กระทู้: 216
    • เพศ:ชาย
like
ูู Like ครับ คุณสอครับ Dune ผมใช้งานดีไหมครับ  สนใจแมวตัวไหนบอกได้นะฮับ  2f 2f 2f


[/quote]

555 Dune ที่บ้านผมมีรวม 5 ตัวแล้ว ไว้ประจำการแต่ละจุดเลย ผมไล่เก็บของไนท์ตี้ เท่านั้นเอาไว้ดูซีรีส์ โครตคุ้ม   ส่วนแมวต้องแล้วแต่คนจะเลี้ยง  :secret


ออฟไลน์ ตั๊กกี้.คอม

  • ***
    • กระทู้: 116

60K เป็นอย่างน้อยก็จริง แต่ถ้าเอาทุกส่วนประกอบมาหารแล้ว ภาค dac เฉพาะ 2 channel จะเหลือเท่าไร ??

ตัวนี้เป็น 9.2 channel

TI Burr-Brown 192 kHz/32-Bit DACs (PCM1795 x 6) for All Channels

ไม่มั่นใจว่า sub ที่แยกเป็น 2 ใช้ dac chip ข้างละตัวเลยหรือไม่ ยังไงก็ตามถือว่าไม่ได้ขี้เหร่ครับ


** ผมไม่รู้ว่าจะบอกว่ามัน ดีกว่า หรือ ด้อย กว่า ยังไงแต่ให้แนวคิดไว้ด้านล่างเพื่อจะได้รู้ว่ามันจะดีกว่า/ด้อยกว่า ตรงไหน **


จริงๆ ผลของเสียงในการฟังเพลง (คู่หน้า ส่วนคู่อื่นๆ ใช้ฟังเสียง) จะมาจากภาค dac เสมอ สมัยก่อนๆ โน้นก่อน external DAC เกิด (ไม่กี่ปีเอง) มันก็จะซ่อนอยู่ใน player ทุกประเภทอยู่แล้ว ให้สังเกตุว่า แค่จะฟัง CD ทำไม player มีตั้งแต่ราคาไม่กี่พัน จนถึงหลักครึ่งล้าน   ซึ่งเสียงที่ได้มันก็ต่างกันจริงๆ มันก็คือส่วนใหญ่มาจากภาค DAC นี่เอง     CD ยังไงก็มีสัญญาณออก 16/44.1  เท่านั้น ก็แสดงว่ามันมีการจัดการสัญญาณ ก่อนไปออกช่องสัญญาณแค่ 2 ช่องไม่ว่าจะเป็น balance หรือ unbalance

หลายเจ้าก็แอบ upsampling สัญญาณจาก CD ขึ้นไปหลายสเตป ให้เป็นทางการคือ เค้าสามารถทำ Digital Re-Mastering แบบ Real time ได้ ซึ่งอาจเป็น 88.2 - 96 - 192 kHz / 16-24 bit และส่งไปให้ภาค dac จัดการปล่อยสัญญาณไปให้ได้ยิน      .... แน่นอน .... ฟังจาก player ราคาหลักพัน ก็ต่างจากหลัก แสน

ในชั้นถัดไป ภาค DAC ก็รับสัญญาณ ที่ส่งมาไม่ว่าจะเท่าไร ก็จัดการให้เสียงเป็น analog ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ออกแบบว่าจะให้คุณบัติของเสียงของ brand ตัวเองเป็นเช่นไร

ย้อนกลับมาว่า พอมีคนใจกล้าออก dac มาในช่วงที่คนยังไม่มีข้อมูลมากนัก  มันก็เหมือนเรื่องมันแดง ว่าเฮ้ย จริงๆ เสียงที่ได้ยินมันมาจากตรงนี้เหรอ เพราะแค่ dac ราคาไม่เท่าไร รับสัญญาณดิจิตอล 16/44.1 มาจาก player อะไรก็ได้ กลับให้เสียงที่ดีกว่า CD player ราคาต่ำแสนทั้งหมด แต่ยังไม่โค่น CD ราคาแสนขึ้นได้ เพราะมันมีการจัดการเรื่องสัญญาณมากกว่านั้น   พอมี dac ที่สามารถ up sampling สัญญาณได้ คราวนี้แม้แต่ CD ราคาแสนต้นถึงกลาง ก็หนาวใจ แต่ก็ยังไม่ถึงกับชนะซะทีเดียว เพราะอะไร ???

มันยังมีเรื่องการ Re-mastering อย่างที่บอกที่ brand ดังๆ เค้าทำ real-time ได้ได้ดีมาก และที่สำคัญคือ การจัดการกับ jitter ที่แจ่มแจ๋ว (master clock อย่างเทพ) และภาค digital filtering ที่จัดการทุกช่วงระดับความถี่ได้ดี

แต่พอ เรามีไฟล์เพลงต้นทางที่มากกว่า 16/44.1 (จะเป็น 24/96, 24/192) คราวนี้หาแค่ player ที่เล่นได้ ปล่อยสัญญาณไปต่อที่ DAC ที่คุณสมบัติเพียบพร้อม แค่นี้ก็    ฟิเนเร่ แล้วครับ

ซึ่งในพวก pre/pro แม้ว่าจะใช้ dac chip เบอร์เดียวกันกับ Dac แต่การจัดการเรื่องอืนๆ มันไม่เหมือนกันครับ คือไม่เน้นไปที่ผลของ analog ในระดับ audiophile


เห็นท่าน Wolverine เล่น htpc ก็อยากให้สังเกตุว่า card ของ Asus xonar essenxe ที่มันให้เสียงได้อันดับต้นๆ เพราะว่ามันแยกภาคจ่ายไฟ ระหว่างดิจิตอล กับอนาลอค เลยนะครับ ถ้าใช้ตัวนี้ ก็ลืมภาค dac จาก pre/pro ไปเถอะครับ ถ้าใช้ฟังเพลง ....


like
ูู Like ครับ คุณสอครับ Dune ผมใช้งานดีไหมครับ  สนใจแมวตัวไหนบอกได้นะฮับ  2f 2f 2f



ออฟไลน์ khun_sor

  • ***
    • กระทู้: 216
    • เพศ:ชาย

60K เป็นอย่างน้อยก็จริง แต่ถ้าเอาทุกส่วนประกอบมาหารแล้ว ภาค dac เฉพาะ 2 channel จะเหลือเท่าไร ??

ตัวนี้เป็น 9.2 channel

TI Burr-Brown 192 kHz/32-Bit DACs (PCM1795 x 6) for All Channels

ไม่มั่นใจว่า sub ที่แยกเป็น 2 ใช้ dac chip ข้างละตัวเลยหรือไม่ ยังไงก็ตามถือว่าไม่ได้ขี้เหร่ครับ


** ผมไม่รู้ว่าจะบอกว่ามัน ดีกว่า หรือ ด้อย กว่า ยังไงแต่ให้แนวคิดไว้ด้านล่างเพื่อจะได้รู้ว่ามันจะดีกว่า/ด้อยกว่า ตรงไหน **


จริงๆ ผลของเสียงในการฟังเพลง (คู่หน้า ส่วนคู่อื่นๆ ใช้ฟังเสียง) จะมาจากภาค dac เสมอ สมัยก่อนๆ โน้นก่อน external DAC เกิด (ไม่กี่ปีเอง) มันก็จะซ่อนอยู่ใน player ทุกประเภทอยู่แล้ว ให้สังเกตุว่า แค่จะฟัง CD ทำไม player มีตั้งแต่ราคาไม่กี่พัน จนถึงหลักครึ่งล้าน   ซึ่งเสียงที่ได้มันก็ต่างกันจริงๆ มันก็คือส่วนใหญ่มาจากภาค DAC นี่เอง     CD ยังไงก็มีสัญญาณออก 16/44.1  เท่านั้น ก็แสดงว่ามันมีการจัดการสัญญาณ ก่อนไปออกช่องสัญญาณแค่ 2 ช่องไม่ว่าจะเป็น balance หรือ unbalance

หลายเจ้าก็แอบ upsampling สัญญาณจาก CD ขึ้นไปหลายสเตป ให้เป็นทางการคือ เค้าสามารถทำ Digital Re-Mastering แบบ Real time ได้ ซึ่งอาจเป็น 88.2 - 96 - 192 kHz / 16-24 bit และส่งไปให้ภาค dac จัดการปล่อยสัญญาณไปให้ได้ยิน      .... แน่นอน .... ฟังจาก player ราคาหลักพัน ก็ต่างจากหลัก แสน

ในชั้นถัดไป ภาค DAC ก็รับสัญญาณ ที่ส่งมาไม่ว่าจะเท่าไร ก็จัดการให้เสียงเป็น analog ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ออกแบบว่าจะให้คุณบัติของเสียงของ brand ตัวเองเป็นเช่นไร

ย้อนกลับมาว่า พอมีคนใจกล้าออก dac มาในช่วงที่คนยังไม่มีข้อมูลมากนัก  มันก็เหมือนเรื่องมันแดง ว่าเฮ้ย จริงๆ เสียงที่ได้ยินมันมาจากตรงนี้เหรอ เพราะแค่ dac ราคาไม่เท่าไร รับสัญญาณดิจิตอล 16/44.1 มาจาก player อะไรก็ได้ กลับให้เสียงที่ดีกว่า CD player ราคาต่ำแสนทั้งหมด แต่ยังไม่โค่น CD ราคาแสนขึ้นได้ เพราะมันมีการจัดการเรื่องสัญญาณมากกว่านั้น   พอมี dac ที่สามารถ up sampling สัญญาณได้ คราวนี้แม้แต่ CD ราคาแสนต้นถึงกลาง ก็หนาวใจ แต่ก็ยังไม่ถึงกับชนะซะทีเดียว เพราะอะไร ???

มันยังมีเรื่องการ Re-mastering อย่างที่บอกที่ brand ดังๆ เค้าทำ real-time ได้ได้ดีมาก และที่สำคัญคือ การจัดการกับ jitter ที่แจ่มแจ๋ว (master clock อย่างเทพ) และภาค digital filtering ที่จัดการทุกช่วงระดับความถี่ได้ดี

แต่พอ เรามีไฟล์เพลงต้นทางที่มากกว่า 16/44.1 (จะเป็น 24/96, 24/192) คราวนี้หาแค่ player ที่เล่นได้ ปล่อยสัญญาณไปต่อที่ DAC ที่คุณสมบัติเพียบพร้อม แค่นี้ก็    ฟิเนเร่ แล้วครับ

ซึ่งในพวก pre/pro แม้ว่าจะใช้ dac chip เบอร์เดียวกันกับ Dac แต่การจัดการเรื่องอืนๆ มันไม่เหมือนกันครับ คือไม่เน้นไปที่ผลของ analog ในระดับ audiophile


เห็นท่าน Wolverine เล่น htpc ก็อยากให้สังเกตุว่า card ของ Asus xonar essenxe ที่มันให้เสียงได้อันดับต้นๆ เพราะว่ามันแยกภาคจ่ายไฟ ระหว่างดิจิตอล กับอนาลอค เลยนะครับ ถ้าใช้ตัวนี้ ก็ลืมภาค dac จาก pre/pro ไปเถอะครับ ถ้าใช้ฟังเพลง ....



ออฟไลน์ ตั๊กกี้.คอม

  • ***
    • กระทู้: 116
อยากรู้จริงๆครับ
เพราะ Pre/Pro ราคาก็ไม่ใช่น้อย ดีๆก็ต้องมี 60K เป็นอย่างน้อย
ตอนนี้ผมใช้ ONKYO5509
เลยงงว่าอย่างงี้ถ้าจะฟังเพลงให้เพราะควรซื้อ DAC แยกดี?

ผมเองก็สนใจมากเช่นกันครับเรื่อง DAC
DAC น่าลองครับ เท่าที่ผมเคยอ่านมา(อ่านนะครับ)
เสียงที่ออกมาดีไม่ได้อยู่ที่ DAC อย่างเดียวแต่ว่า
IC-Opamp Capacitor แต่ละตัว แม้แต่ Wire สายต่าง ๆ
รวมถึงวงจร หรือหม้อแปลง ก็มีผลด้วยเช่นกัน

แต่ว่าถ้าถามว่าเฉพาะ DAC อย่างเดียวเท่านั้น  อันไหนดีกว่าเปิดดู Spec DAC
ครับโดยมากคนที่ทำ DAC อย่างเดียวเขาจะเอาตัวสูง ๆ มาทำครับ

ตอนนี้เท่าที่ดู DAC ที่วงการยอมรับกันว่าดีที่สุดในปัจจุบัน ก็จะเป็นตัวนี้ครับ
AK4399EQ (Ashai Kasei) 32-Bit 216kHz Premium DAC; 123dB 32Bit LQFP (44 pin)
http://www.ebay.com/itm/AK4399EQ-Ashai-Kasei-32-Bit-216kHz-Premium-DAC-123dB-32Bit-LQFP-44-pin-/230826281209?pt=LH_DefaultDomain_0&hash=item35be5188f9

spec 123dB 32Bit เห็น Spec แล้วผมยังอึ้ง
เท่าที่ทราบปัจจุบันยังไม่เจอ Integrate ตัวไหน หรือว่า Pre/Pro ตัวไหนมี Chip ตัวนี้ออกมาเลยครับ

ส่วน Product จากตัวนี้พี่จีนเอาตัวนี้มาทำ DAC แล้วใช้ Opamp ดี ๆ ตัวเจ๋ง ๆ จาก Burbown มาทำ
http://www.ebay.com/itm/Finished-WM8805-AK4399-OPA627-Audio-DAC-115V-or-230V-available-/121136787404?pt=UK_Sound_Vision_Amplifier_Parts&hash=item1c3450afcc
http://www.ebay.com/itm/Finished-DAC-decoder-AK4399-WM8805-Coaxial-optical-input-DAC9-by-weiliang-/140940553466?pt=US_Amplifier_Parts_Components&hash=item20d0b62cfa

ราคารวมจัดส่งไม่ถึง 10000 ด้วยน่าสนอยู่  แต่ว่าตอนนี้กำลังช๊อตอย่างแรง+ทำบ้านด้วยครับ

ตัวนี้กำลังสองจิตสองใจอยู่ครับว่าจะลองซื้อมาแล้วลองหาช่างมาเปลี่ยน Modify Capacitor เลือกเอา Nichicon Kz Gold หรือ Nichicon Muze มาเปลี่ยนใส่แทน หรือ
เพิ่มทำวงจร Fillter noise (Cap Farm) แล้วมาใส่เพิ่มใน DAC ดีไหม

 :cry :-X :-X :-X
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 สิงหาคม, 2013, 09:50:57 pm โดย ตั๊กกี้.คอม »


ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
    • กระทู้: 2,839
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
อยากรู้จริงๆครับ
เพราะ Pre/Pro ราคาก็ไม่ใช่น้อย ดีๆก็ต้องมี 60K เป็นอย่างน้อย
ตอนนี้ผมใช้ ONKYO5509
เลยงงว่าอย่างงี้ถ้าจะฟังเพลงให้เพราะควรซื้อ DAC แยกดี?


ชิบและวงจร  ของแด็คฯ  ในปรีโปร  ก็ใช่ว่าจะไม่ดีครับ.......ใช้งานฟังเพลงก็พอเพลินได้

..แต่การจัดการสิ่งแวดล้อม  เส้นทางดิจิตอลเข้า   เส้นทางอานาล็อกออก  และภาคจ่ายไฟแต่ละส่วน  ระบบกราวนด์วงจร  ต้องยอมรับว่า  มันไม่สามารถทำให้เป็นอิสระเด็ดขาดเช่นแด็คแยก 2ch (หากมองในแง่การฟังเพลงแบบเน้นๆหน่อยนะครับ)

ข้าน้อย  มีรุ่นเก๋ากึ๊กส์ Integra DTC7  (WM8740 x 8ch)  ลองข้างในโมฯเรียบร้อย(รูปอยู่ในห้องโฮมฯ ห้องมือใหม่หัดขับ)เสียงก็ดีขึ้นมาก  แต่ฟังเพลงก็ยังไม่เท่าแด็ค2CH   สรุปคือ คงต้องใช้ดูหนังอย่างเดียวแหละจร้า
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262


ออฟไลน์ Wolverine

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,018
    • เพศ:ชาย
  • ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เลี้ยงไม้น้ำ
อยากรู้จริงๆครับ
เพราะ Pre/Pro ราคาก็ไม่ใช่น้อย ดีๆก็ต้องมี 60K เป็นอย่างน้อย
ตอนนี้ผมใช้ ONKYO5509
เลยงงว่าอย่างงี้ถ้าจะฟังเพลงให้เพราะควรซื้อ DAC แยกดี?
ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เลี้ยงไม้น้ำ ชีวิตนี้ สุขจริงหนอ