HTG2.club

ฮอร์นในศตวรรษที่21 ซินเนอร์จี้ฮอร์น เพิ่ม ซับ Tapped Horn

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,795
    • เพศ:ชาย

 ยิ่งอ่านยิ่งเวียนหัว  ตามไม่ทันครับ

ถ้าอย่างไร  เริ่มแต่บายวันนี้จะลองปฏิบัติดูซักหลายๆ ยกครับ

คงได้รบกวนเรียนถามเป็นระยะไปครับ


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
ขอบคุณครับ คุณ Withaya และ คุํณ Tryman  สำหรับคำแนะนำ และ คำตอบ ครับ   :clap c)  like like
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
พี่วิทยาพอฟังแล้วรู้สึกอย่างผมเปล่าครับ ผมว่า ฮอร์นมันไม่ให้อิมเมจ อย่างพวก ลำโพงไดเรคธรรมดานะครับ พยายามเซ็ท มันก็ยังไม่นิ่งสนิทเป๊ะๆสักที แต่มันให้อารมณ์ในการฟังเพลงได้ดีมากๆ
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ขยับมาหน้า SPL & Phase ก็จะได้กราฟหน้าตาสะอาดมากกว่าเก่าเยอะเลยครับ  แต่อย่าลืมว่า ถ้าเราจำกัดเวลาในการวัดเท่าไหร่ ความถี่ต่ำก็จะวัดไม่ได้ เพราะความยาวคลื่นของมันวิ่งมาไม่ครบ ในเวลา 5ms ก็วัดได้แค่ 200Hz ครับ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พอเรากด IR Windows ขึ้นมา เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้เริ่มการวัดที่เวลาไหน left window(ms) จบเวลาไหน right window(ms) 
ในรูป ผมให้เริ่มที่เวลา 0.1 ms เพราะผมยังเห็นว่ามันมีความดังที่เยอะพอควรในเวลานั้น
และให้จบที่ 5ms  หลังจากนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเสียงสะท้อนจากจุดอื่นๆมาแล้ว
จากนั้นก็กด apply windows


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เราก็กดไปที่ แทบ Impulse ตามรูป เราจะเห็นกราฟ impulse response แทน frequency response ที่เราคุ้นเคยกัน

จะเห็นว่า REW จะตั้งให้จุดที่ความดังสูงสุดเป็นเวลา =0 ค่ามาตราฐานในการวัดของ REW จะวัดจาก -125ms ถึง 500mS  ซึ่งในความเป็นจริง เราก็ไม่ต้องการให้วัดยาวขนาดนั้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนมันได้ ด้วยการกดปุ่ม IR Windows


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
วิธีการใช้ gate measurement ใน REW นะครับ  เริ่มจากเราก็วัดของเราออกมาก่อนเลย จะเห็นว่าขนาดผมใช้ ground measurement แล้ว ก็ยังมีหยักๆของกราฟให้เห็น เป็นเพราะเสียงสะท้อนจากห้องมากวนเสียงหลักของเรา


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ของเก่า ยังใช้ ครบ เลย  มีมาใหม่ แล้ว แต่ชอบครับ  c) c) เด๋วจะ download  EQ

------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอถามเรื่อง REW อีกนิด ครับ คือ ว่า ทำอย่างไง ผมจึงจะรู้ว่า ลำโพงผม มีความไว (มาตราฐาน) อยู่ที่เท่าไหร่ ครับ
คือ เราไม่มี Level Meter อะครับ เลยไม่มี เครื่องวัด ความดัง ที่สามารถ อ้างอิงได้

ที่ผม คิด คือ

1. ที่ 1 Khz ป้อน ลำโพง ให้ได้ 1W
2. วาง Mic ห่างจาก ลำโพง 1 เมตร
3. ปรับ Level ให้ ไม่ Low (OK) และ ไม่ Clip

ผลที่ได้ จะ ถึงเป็น มาตารฐานได้หรือเปล่า ครับ

อีกอย่าง ผม วัด ใน ห้อง ครับ ต้องคำนึง ถึงเรื่อง อะไร บ้าง ครับ  ที่จะไม่พบ หากทดสอบ ในที่โล่งแจ้ง เหมือนที่ท่านทำ อะ ครับ

ขอบคุณครับ

การหาความไว ต้องมีแหล่งอ้างอิงครับ  ผมอาศัยไปยืม radioshack sound level meter ชาวบ้านเขามา calibrate ตอนครั้งแรก  หรือถ้ามี iphone โหลด แอป RTA lite มาใช้ก็ได้ครับ หรือไม่ก็หาลำโพงที่รู้ความไวเช่นลำโพงคอมเมอร์เชียลที่ไม่มั่วเรื่องข้อมูลมาเทียบครับ

ในการวัดในห้อง ก็ต้องทำใจว่า เราจะวัดได้เฉพาะความถี่กลางขึ้นไปครับ  ต่ำกว่า 200Hz ก็อาศัยกะเอา 

วิธีการวัดในห้องที่ผมเจอว่าได้ผลดีที่สุดคือ การใช้สองวิธีรวมกันครับ  ground measurement + gate measurement

ground measurement คือการวัดที่วางลำโพง และ ไมค์ไว้บนพื้นเลยครับ ตามรูป ให้หาอะไรมารองลำโพงให้หน้าลำโพงได้ฉากกับไมค์ด้วยนะครับ  อ้อ ในรูปผิดนิดนึงนะครับ  ให้วางตะแคง เอาข้างลำโพงวางลงกับพื้นนะครับ

gate measurement คือการกำหนดช่วงเวลาการวัดครับ  เรารู้ว่าเสียงเดินทางด้วยความเร็ว 340m/s หรือ ระยะทาง 1 เมตร เสียงใช้เวลาเดินทาง 2.94 ms เอง ถ้าเรากำหนดให้ตัดเสียงที่เกินระยะเวลาที่เรากำหนดออกไป เราก็จะตัดเสียงสะท้อนออกไปได้เยอะ

ลองอ่าน gate measurement http://dtmblabber.blogspot.com/2010/09/gating-loudspeaker-measurements.html



ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พอกลางแหลมฟังได้แล้ว ผมเริ่มมาแก้ปัญหาเบสครับ  ตอนแรกผมทำตุ้ปิด ทั้งๆที่ดอกที่ผมใช้ Qts 0.5 กว่าๆ ก็ไม่น่าจะชอบตู้ปิดอยู่แล้ว  ก็เลยลองเจาะรู port ซะเลย  เอาแบบมั่วนิดๆ รูใส่ท่อ 2นิ้วครึงยาว 3นิ้ว 4ท่อ

ได้ผลแฮะ  มันวัดดีกว่า และฟังดีกว่าตู้ปิดเยอะ  แต่นี่ผมวัดวันอาทิตย์ ฝนตกหนักมาก ผมยกมาวัดในบ้าน ดังนั้น อย่าเอาค่าอะไรกับมันแน่นอนนักนะครับ  ในการวัดเบสมันจะเป็นการวัดลำโพงบวกห้องเสมอ เพราะห้องของเราขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับความยาวคลื่น  
คลื่น 100Hz  ความยาว  3.4 เมตร
คลื่น   60Hz  ความยาว  5.72 เมตร
คลื่น 20Hz  ความยาว  17.16 เมตร

ห้องหลายๆคน เพดานต่ำกว่า 3 เมตรอีก  เพราะฉะนั้น เบสนี่ส่วนใหญ่ คุณได้ยินห้องมากกว่าลำโพงอีกครับ

กราฟสีม่วงคือ เสียงกลางอย่างเดียว
เส้นสีแดงคือ เบสในตู้ปิด
เส้นสีเขียวคือ เบสในตู้เปิด

หวังว่าอาทิตย์หน้าฟ้าฝนจะเป็นใจ จะได้วัดเบสนอกบ้านได้


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
ของเก่า ยังใช้ ครบ เลย  มีมาใหม่ แล้ว แต่ชอบครับ  c) c) เด๋วจะ download  EQ

------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอถามเรื่อง REW อีกนิด ครับ คือ ว่า ทำอย่างไง ผมจึงจะรู้ว่า ลำโพงผม มีความไว (มาตราฐาน) อยู่ที่เท่าไหร่ ครับ
คือ เราไม่มี Level Meter อะครับ เลยไม่มี เครื่องวัด ความดัง ที่สามารถ อ้างอิงได้

ที่ผม คิด คือ

1. ที่ 1 Khz ป้อน ลำโพง ให้ได้ 1W
2. วาง Mic ห่างจาก ลำโพง 1 เมตร
3. ปรับ Level ให้ ไม่ Low (OK) และ ไม่ Clip

ผลที่ได้ จะ ถึงเป็น มาตารฐานได้หรือเปล่า ครับ

อีกอย่าง ผม วัด ใน ห้อง ครับ ต้องคำนึง ถึงเรื่อง อะไร บ้าง ครับ  ที่จะไม่พบ หากทดสอบ ในที่โล่งแจ้ง เหมือนที่ท่านทำ อะ ครับ

ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 สิงหาคม, 2013, 04:31:04 pm โดย ลำน้ำ »
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ข้อดีที่ผมเลือกทำ synergy ก็คือ Constant Directivity ครับ

มันคืออะไร ลองอากู๋ดู หรือ ลองอ่านดูที่นี่ครับ
http://www.linkwitzlab.com/Constant_directivity_louds.htm

ง่ายๆคือ ลำโพงทั่วไป เสียงแหลมจะบีม หรือ มีมุมกระจายเสียงที่แคบ ในขณะที่เสียงต่ำจะมีการกระจายเสียงรอบตัว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะฟังดีที่จุดๆเดียว หรือที่เรียกกันว่า Sweet spot  บางลำโพงนี่ขยับหัวนิดเดียว มิติหายไปเลย ในขณะที่ถ้าเป็นฮอร์นที่มีการออกแบบให้เป็น constant directivity จะมีการกระจายเสียงที่แทบจะเท่ากันทุกๆย่าน  ทำให้จุดนั่งฟัง กว้างกว่าเยอะ

ผมเลยลองวัดดูว่า ที่ผมออกแบบไว้จะได้เป็นยังไง  ผมออกแบบให้มันเป็นฮอร์น 40 x 60  โดยกะให้มุมกระจายเสียงในแนวระนาบเป็น 40 องศา เพราะห้องผมมีกระจกเยอะ จะได้ลดปัญหานี้ไปบ้าง 

เส้น 90 degree สีดำ แปลว่า คุณนั่งฟังที่ด้านข้างลำโพงนะครับ  เสียงมันจะเบาลงไปชัดเจนมากๆ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
สำหรับเสียงแหลม ผมEQ 2จุด จุดแรกคือ ยกปลายเสียงแหลมขึ้นให้สูงขึ้น โดยใช้ high shelf ที่ 6500Hz gain=8 Q=0.7
จริงๆในกราฟที่แล้ว เป็นกราฟที่ใช้ high shelf gain = 16 นะครับ  กราฟออกมาเรียบใช้ได้เชียว  แต่พอลองฟังดูจริงๆ เสียงแหลมที่ได้มันปลอม และจัดไปครับ  ผมเลยลดลงมาเป็น 8  นี่ผมก็ลองฟังดูระหว่าง gain 8-12 คงต้องลองฟังหลายๆแบบและค่อยตัดสินใจอีกที



ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พอเราทำ cross over เสร็จ ข้อดีของ active cross คือมัน EQ ได้ครับ  ในกรณีนี้ ผมก็จับมัน EQ จนเรียบ
จากรูปจะเห็นว่าเส้นสีแดง คือ ก่อน EQ  สีน้ำเงินคือ EQ แล้ว พวก หลุมบ่อ ก็ถมซะ  เสียงแหลมที่หุบ ก็ยกขึ้นซะหน่อย


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เสียงกลางต่ำ ผมตั้งให้เป็น low pass 650 Hz Butterworth 18db/octave (3rd order ) อันนี้ยังพอทำเป็น passive ได้


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เสียงแหลม ผมตั้งให้มันเป็น high pass 800 Hz Linkwitz-Riley 48db/oct (8th order) ซึ่งถ้าทำเป็น passive ไม่น่าจะทำได้ หรือทำได้ก็คงใช้อะไหล่เยอะมาก


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
Digital crossover ผมใช้ของ MiniDSP  รุ่น 2x8  มันรับสัญญาณได้ทั้ง digital หรือ analog รับมาแล้ว มันก็แปลงทุกอย่างเป็น digital 24bit 96kHz ทั้งหมด จากนั้นก็แล้วแต่ว่าเราจะทำอะไรแล้ว 

อย่างในรูปคือหน้าตาของ tap output  อย่างที่เห็นว่ามันเป็น 8 channels  เข้า 2 ออก 8  เราสามารถเลือกได้ว่า จะให้สัญญาณช่องซ้าย ไปออกเบอร์อะไร  ในที่นี้ ผมให้สัญญาณช่องขวา ออกเบอร์ 1, 2 ส่วนช่องซ้าย ออกเบอร์ 3,4

จากนั้น ในแต่ละช่อง เราสามารถตั้งโดยอิสระว่า จะให้แต่ละช่องที่ออก มี ครอสอะไร มีอีคิวตรงไหน ปรับความดัง กลับเฟส หรือ แม้แต่ ตั้ง time delay


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
จับเอา digital cross over มาทำปรี เอา J2 ขับแหลม  เอา D200i ขับกลางต่ำ เอา passive cross ออกไป ให้แอมป์ขับดอกตรงๆเลย กดเมาส์ไปมา เปลี่ยนค่า cross over จนได้ออกมาค่านี้ครับ แต่ก็เล่นไปเป็นเกือบวันเหมือนกันนะครับ



ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พี่ไม่ลองเอา active ครอสมาลองต่อก่อนเพื่อหา จุดตัดที่เสียงดีแล้วเราค่อยทำ passive ไล่ตามเอาครับ

เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาทำแล้วครับ  ขยันยกแอมป์หลายตัวหน่อย
พอดีได้กล่องสีน้ำตาลนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่ไม่มีเวลาเปิดมันเลย  ก็เลยถือโอกาสซะหน่อย
เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา น่าจะเบิร์นไปได้ราว 15 ชั่วโมง  ร้อนผุดๆ  อยู่ใกล้ๆนี่เหงื่อตกเลยแหละ


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
 :showoff
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ 100db

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,571
    • เพศ:ชาย
  • Just fall in love with music....
    • Siam Audiophile
แวะมาติดตามชม  c) c) c)

:clap :clap :clap ได้ฟังซะที หมดฝนแ้ล้ว SOD กันซักทีไม๊ครัีบพี่  :)

ได้เลยครับ  นี่ฝนก็แกล้งผม ทำๆไปตอนเช้าทำงานได้ดี ตอนบ่ายฝนทำท่าจะมา ต้องเก็บของหนีกัน พอเก็บเสร็จ มันดันไม่ตกซะนี่  

ตอนผมวัด ผมขนของไปวัดที่นอกบ้าน เพราะวัดข้างนอกมันได้สัญญาณที่สะอาดกว่า และก็ไม่มีห้องมาเกี่ยว ภรรยาเห็นเลยหักหลักถ่ายรุปประจานทีเดียว

โห...ลงทุนมากเลยพี่  :headphone
ช่วงนี้แถวบ้านผมกำลังทำถนน หมดสิทธิ์อ่ะ โป๊กๆๆๆๆ  K]


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ขอบคุณครับ  like
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมว่า ที่จริง วิธีนี้ น่าจะเอาไปใช้ในการ หา impedance ของ OPT ได้ด้วย เด๋วต้องลองดูเสียหน่อย ครับ  c)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้ ผมได้ Mic ขาตั้ง มาพร้อมแล้ว ครับ calibrate sound card ไป แล้ว ครับ 
แต่คำถามคือ ต้อง calibrate mic หรือเปล่า ครับ หรือไม่ต้อง เพราะเราถือว่ามัน flat ตลอด ย่านเสียง ครับ
แล้วถ้าเราเสียบ เข้า sound card เลยโดยไม่มี pre จะพอไหวหรือเปล่า ครับ

สุดท้้าย รบกวนอีกคำถามนึง ครับ คือผมซื้อ mic ที่ใช้ถ่านมา ... แต่ก็อยากรู้ว่า phantom ของ mic รุ่นไม่ใช้ถ่าน คือทำอย่างไง ครับ


ก็น่าจะใช้วัด impedance output transformer ได้นะครับ แต่ต้องมีโหลดให้ output ด้วยนะครับ  และผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนโหลดจาก R8ohm ไปเป็นลำโพง ก็จะเห็นภาพ impedance คนละแบบเลยหละครับ

calibrate mic ไม่ต้องก็ได้ครับ  เดี๋ยวผมหาก่อนว่าผมใช้ไฟล์ไหน ไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะส่วนมากจะไปแก้กันตรงปลายสุด เช่นแถว20Hz, หรือ 20K ซึ่งไม่ต้องมองหรอกครับ  สิ่งแวดล้อมที่เราใช้วัดมันมากวนเสียงย่านนั้นจะวัดอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

ลองเสียบไมค์ดูก็ได้ครับ  ว่าsoundcard เราเกนพอหรือเปล่า  ถ้าพอก็สบายไป ไม่ต้องทำปรีไมค์

ผมแนบวงจร phanthom power มาให้ดู  อย่าลืม R6.8k นะครับ


ออฟไลน์ ลำน้ำ

  • >> Voodo SilverMica Cable <<
  • Superstar..
  • ***
    • กระทู้: 3,211
    • เพศ:ชาย
ขอบคุณครับ  like
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผมว่า ที่จริง วิธีนี้ น่าจะเอาไปใช้ในการ หา impedance ของ OPT ได้ด้วย เด๋วต้องลองดูเสียหน่อย ครับ  c)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้ ผมได้ Mic ขาตั้ง มาพร้อมแล้ว ครับ calibrate sound card ไป แล้ว ครับ  
แต่คำถามคือ ต้อง calibrate mic หรือเปล่า ครับ หรือไม่ต้อง เพราะเราถือว่ามัน flat ตลอด ย่านเสียง ครับ
แล้วถ้าเราเสียบ เข้า sound card เลยโดยไม่มี pre จะพอไหวหรือเปล่า ครับ

สุดท้้าย รบกวนอีกคำถามนึง ครับ คือผมซื้อ mic ที่ใช้ถ่านมา ... แต่ก็อยากรู้ว่า phantom ของ mic รุ่นไม่ใช้ถ่าน คือทำอย่างไง ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 สิงหาคม, 2013, 11:11:26 pm โดย ลำน้ำ »
โปรดดู ข้อมูลส่วนตัวผมครับ.... ของที่มีอยู่แล้วไม่มีปัญญาทำให้เสียงถูกใจได้ ไม่ต้องหวังจะซื้อมาเพิ่ม ต่อให้ของชั้นเทพ ... มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ถ้าไร้ความพยายาม...ว่าแล้ว htg2 ไม่ได้ดั่งใจ เป็น ebay เลยดีกว่าหมดตัวเร็วดี


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พอเราเช็คความดังเสร็จก็มา calibrate กันครับ
อย่าลืมเสียบสายที่เราทำเตรียมไว้ด้วยนะครับ  พอเสียบเสร็จ ให้เราช้อต R sense ของเราก่อน  จะเอาสายไฟสั้นๆมาช้อตก็ได้ครับ
จากนั้น ให้ไปที่ช่อง R sense และให้แก้ตัวเลขเป็น 0 แล้วกด enter
พอกด enter ปุ้ป มันจะขึ้นมาแบบในรูปนะครับ ว่าเป็น calibration mode

จากนั้นให้เรากด Start measuring รอแป้ปนึง จะได้กราฟออกมาเป็นเส้นตรง ซึ่งถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี มันจะ auto safe ให้เลย  แต่ถ้ามีอะไรไม่เรียบร้อย เช่นข้อต่อไม่แน่น ต่างๆนานา มันจะฟ้องให้เราไปเช็คสายของเราให้เรียบร้อย ก่อน


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เราเริ่มจากการปรับ ระดับความดัง และ ความถี่ที่จะวัดก่อนครับ  ต่อสายที่เราทำเอาไว้ แล้ว
ให้ปรับดังนี้
Start freq = 20  End Freq = 20,000 Length 256K. Sweeps = 1
ปรับระดับเสียงของคอมให้อยู่ที่กลางๆก่อน
ส่วน level ให้ลองเริ่มที่ -15dB ดูก่อน แล้วกด check level

รอซัก 5-10 วิ ก็จะได้ผลออกมา ถ้าผลออกมาว่า level ok แสดงว่าผ่าน  ถ้าดังไป ค่อยไป ก็ปรับเอาดูครับ กะให้ได้ level - 15 ถึง -10dB จะกำลังดีครับ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เปิดโปรแกรม REW ขึ้นมา แล้วกดปุ่ม measure จะได้หน้าจอแบบในรุป ด้านบนซ้ายมือ จะมีปุ่มให้เลือก 2ปุ่ม ว่าจะวัดอะไร ตอนนี้เราจะวัด impedance เราก็กด impedance


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ต่อสายตามแบบในรูปนะครับ

ในการวัด impedance เราใช้แค่ soundcard จากเครื่องก็วัดได้แล้ว  ไม่ต้องต่อแอมป์แต่อย่างไร 
R sense เราใช้ค่าตามต้องการครับ  30-100ohm ผมใช้ค่า33.2 ohm คือเอา 100 ohm มาขนานกัน 3ตัว  เสร็จแล้ววัดเอาว่าได้ค่าเท่าไหร่ครับ แล้วจดไว้นะครับ เราจะต้องเอาค่าที่ได้ไปใส่ในโปรแกรม ผมแนะนำให้ใช้ค่า 100 ohm ก่อน  เพราะถ้าใช้ค่า 30 ohm ต้องระวังไม่เปิดดังไป ไม่ง้นsoundcard เจ้งได้นะครับ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ระหว่าง อาทิตย์ สอนเพื่อนๆใช้ REW เพื่อวัดลำโพงกันดีกว่าครับ  มันมีประโยชน์มากมาย

เริ่มแรก ผมจะสอนให้วัด impedance กันก่อน เพราะใช้อุปกรณ์ง่ายสุด

สิ่งที่ต้องมี
1 คอม พร้อมsoundcard ผมใช้โน้ตบุ้ค ผมก็ใช้ของที่ติดเครื่องมาเลย  เดี๋ยวนี้คอมเสปคมันแรง soundcard ก็เป็น 24/96 กันหมดแล้ว ใช้กันได้เลยครับ
2 สาย ตามแบบในรูปผมใช้สายบาลานซ์ที่เหลือๆมาทำ มันเลยสั้นนิดเดียว  คุณจะทำให้มันยาวหน่อยซัก1-2 เมตร ก็ได้นะครับ  สายที่ใช้ควรเป็นสายshield เพื่อกันน้อยส์ให้มากที่สุด ผมใช้สาย บาลานซ์ คือมีสาย2 เส้นตีเกลียว พร้อมshield  ถ้าคุณจะใช้สาย coaxial ก็ต้องใช้ 2 เส้น


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
พี่ไม่ลองเอา active ครอสมาลองต่อก่อนเพื่อหา จุดตัดที่เสียงดีแล้วเราค่อยทำ passive ไล่ตามเอาครับ

ก็ว่าจะทำเหมือนกันครับ ตอนแรกไม่ทำเพราะขี้เกียจยกแอมป์2ตัว


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ทำไมวัด no smoothing กราฟมันแกว่งน้อยจัง  ของผมกราฟถ้าไม่ smoothing แกว่งมากๆ  ต้อง smoothing 1/12 ขึ้นไปถึงจะดูได้ หรือว่าเป็นที่ไมค์หว่า

ผมยกออกมาวัดนอกบ้านครับ กับผมใช้วิธี gate measurement  คือตั้งให้มันวัดแค่ในระยะเวลาที่เราต้องการเท่านั้น เช่นวัดจาก 0-5ms หลังจากนี้ไม่วัด วิธีนี้จะทำให้ตัดเสียงสะท้อนออกไปได้เยอะโดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากพื้น เหลือแต่เสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมเช่นเสียงลม เสียงรถ


ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,795
    • เพศ:ชาย


ทุกวันนี้ผมฟังจากฟูลเร้นจ์ดอกเดียว  หมายถึงหนึ่งตู้มีดอกเดียว
แปลกมากที่ผมฟังเพลงน้ำชาหรือ  Tea Music  ที่ส่วนใหญ่เล่นด้วยกูเจิ้งจีน

ถ้าใช้ลำโพงสองทางฟังเปิดเบาฟังได้  แต่พอเปิดดังกลับฟังได้ไม่นานล้าหูมากครับ

แต่ถ้าฟังกับฟูลเร้นจ์ดอกเดียวไม่เจออาการแบบนั้น ฟังได้นานจริงๆ
ตอนนี้ใจเลยค่อนข้างเอียงไปกับฟูลเร้นจ์ 
เท่าที่ฟังมายังติดใจเสียงดอกฟูลเร้นจ์ของ Scan Speak  4 นิ้ว
เป็นลำโพงยี้ห้อเดียวที่เข้าหูครับ  เดี๋ยวนี้รุ่นนี้คงเลิกผลิตไปแล้ว

น่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัวของประสาทหูผมก็เป็นได้ครับ
ฟังเสียงนก เสียงแมวร้องเพลินดี
หรือว่าลำโพงดอกเดียว  เหมือนปากคนที่มีรูเดียว
เสียงให้ความเป็นธรรมชาติใกล้กว่าลำโพงหลายดอกแถมมีพาสสีพอีกด้วยครับ


ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,795
    • เพศ:ชาย

ผมอยู่ในช่วงแสวงหาทางออกให้ตัวเองนะครับ
บังเอิญเล่นเครื่อง  PA ไปด้วย  เสียงกลางจากพีเอนี้สนุกไม่น้อยครับ
อีกอย่างชอบเพลงร้องยุคเก่า  และเชื่อว่าเสียงคนพูดเป็นเสียงกลางที่ไพเราะมาก

และเชื่ออีกแหละว่า พาสสีพที่ดีที่สุดคือการไม่มีพาสสีพ
เคยอ่านเจอว่า  พวกฟิลเตอร์ คือ  L  ,  R  ,  C  มันย่อมทำให้เฟสเลื่อนไป
ยิ่งดนตรีหลายชิ้นประสานเสียงฟังดูเลอะๆ

เลยพยายามค้นหาดอกลำโพงที่เอามาลองฟังโดยไม่มีพาสสีพหลายตัวเหมือนกัน
ฟังไปมาเกิดความรู้สึกเข้าทีดีครับ  อาจจะเกิดจากความเคยชิน
จากนั้นลองเพิ่มแหลมตัด 6 ดีบีดู (ให้อุปกรณ์น้อยที่สุด)  ถึงจุดนี้อยู่ที่ดอกแหลมครับ  ดีเป็นบางเพลง

ทุกวันนี้ก็ยังลองเล่นทำนองนี้คือออกนอกกรอบไปเลย
แปลกดีที่เอามาร้องคาโอเกะมันมากครับ  แทบไม่ต้องพึ่งเอฟเฟคเลย
เปิดเบาคนฟังอินง่ายเร็วกว่าระบบลำโพงทั้งชุดครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 สิงหาคม, 2013, 08:45:57 pm โดย Malako »


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787


เป็นผมนะครับเนื่องจากชอบเสียงร้อง 
จะลองต่อตรงดอกลำโพงเสียงกลาง  โดยไม่ผ่านพาสสีพ
ฟังจนมั่นใจ

ค่อยต่อทวีทเตอร์  ซัก 6 ดีบี/อ๊อฟเต็คก็พอ ที่ 6000 Hz

ส่วนเสียงทุ้มจะทำภายหลังตัดที่  800 Hz  ครับ

ถ้าเป็นลำโพงทั่วไปก็ทำได้ครับ  แต่ถ้าดูตอนต้นกระทุ้ที่ผมโพส frequency response เอาไว้  ดอกเสียงกลาง มันอยู่ในตุ้ bandpass ไปแล้วครับ  มันได้แค่ 250-1.7K เอง แถมตัดสูงไปหรือslopeน้อยไปก็ไม่รอดครับ  มันไปกวนเสียงแหลม

ผมคงไม่มีดวงกับพวก 1st order ซักเท่าไหร่ครับ  ไม่เคยตัดลำโพงตัวไหนแล้วจบที่ 1st order เลย  อย่างน้อยพวกเสียงแหลมก็ต้องเป็น 2nd order ขึ้นไป  เสียงทุ้มยังพอตัดเป็น 1st order ได้บ้างในบางตัว  หรือไม่ผมก็ไม่เจอพวก fullrange ที่ผมชอบ คงเพราะส่วนใหญ่มันเปิดดังไม่ค่อยได้

ที่ผมทำมาก็ไม่เคยจบ 1st order เหมือนกันครับ. ออเดร์ที่ 1 ฟังได้ แต่ถ้าจะให้ดีมักจะสองขึ้นไปทั้งนั้นเรยยย. ยากจริงๆลำโพงเนี่ย
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390


เป็นผมนะครับเนื่องจากชอบเสียงร้อง 
จะลองต่อตรงดอกลำโพงเสียงกลาง  โดยไม่ผ่านพาสสีพ
ฟังจนมั่นใจ

ค่อยต่อทวีทเตอร์  ซัก 6 ดีบี/อ๊อฟเต็คก็พอ ที่ 6000 Hz

ส่วนเสียงทุ้มจะทำภายหลังตัดที่  800 Hz  ครับ

ถ้าเป็นลำโพงทั่วไปก็ทำได้ครับ  แต่ถ้าดูตอนต้นกระทุ้ที่ผมโพส frequency response เอาไว้  ดอกเสียงกลาง มันอยู่ในตุ้ bandpass ไปแล้วครับ  มันได้แค่ 250-1.7K เอง แถมตัดสูงไปหรือslopeน้อยไปก็ไม่รอดครับ  มันไปกวนเสียงแหลม

ผมคงไม่มีดวงกับพวก 1st order ซักเท่าไหร่ครับ  ไม่เคยตัดลำโพงตัวไหนแล้วจบที่ 1st order เลย  อย่างน้อยพวกเสียงแหลมก็ต้องเป็น 2nd order ขึ้นไป  เสียงทุ้มยังพอตัดเป็น 1st order ได้บ้างในบางตัว  หรือไม่ผมก็ไม่เจอพวก fullrange ที่ผมชอบ คงเพราะส่วนใหญ่มันเปิดดังไม่ค่อยได้


ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,795
    • เพศ:ชาย


เป็นผมนะครับเนื่องจากชอบเสียงร้อง 
จะลองต่อตรงดอกลำโพงเสียงกลาง  โดยไม่ผ่านพาสสีพ
ฟังจนมั่นใจ

ค่อยต่อทวีทเตอร์  ซัก 6 ดีบี/อ๊อฟเต็คก็พอ ที่ 6000 Hz

ส่วนเสียงทุ้มจะทำภายหลังตัดที่  800 Hz  ครับ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ตอนนี้เลยได้ประมาณนี้ครับ  ยังไม่เนียนนัก แต่ของที่มีหมดแล้ว คงต้องซื้อของเพิ่มอีกหน่อย ปรับจุดตัดให้เนียนกว่านี้ กับระดับความดังให้เท่าๆกันมากกว่านี้


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
พี่ไม่ลองเอา active ครอสมาลองต่อก่อนเพื่อหา จุดตัดที่เสียงดีแล้วเราค่อยทำ passive ไล่ตามเอาครับ
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมลองปรับครอสเสียงกลางให้เป็น 4th order ดู ดูดีขึ้น และฟังดูดีขึ้นครับ


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
ทำไมวัด no smoothing กราฟมันแกว่งน้อยจัง  ของผมกราฟถ้าไม่ smoothing แกว่งมากๆ  ต้อง smoothing 1/12 ขึ้นไปถึงจะดูได้ หรือว่าเป็นที่ไมค์หว่า
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมกลับมานึกดูดีๆ ก็จำได้ว่า ตัวเองออกแบบให้เสียงกลางแหลมตัดกันที่ 1K  เพราะมันจะเกี่ยวพันกับระยะรูที่เสียงกลางเข้าฮอร์นด้วย
ผมลองเปลี่ยนจุดตัดของลำโพงเสียงกลางดูโดยยังคงให้เป็น 2nd order อยู่เหมือนเดิม ก็ ยังไม่ดีนัก มันมีเสียงหลุดไปที่เสียงสูงอยู่


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
แต่เรื่องร้ายๆก็ยังไม่จบง่ายๆ  พอลองวัดทั้งหมดดู ก็โด่งกันแหลกราญ เพราะกลางตัดสูงเกินไป ทำให้เสียงกลางไปกวนเสียงแหลมด้วย เละเทะ เปิดดังๆมีเสียงหวีดออกมาจากทวีตเตอร์ด้วย เอาสิ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ได้ผลตอบสนองความถี่ตามนี้  อันนี้ผมยังไม่ได้ใส่ C1uF ลงไปนะครับ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
เนื่องจากผมไม่มี L แล้ว  ผมเลยนึกได้ว่า จะปราบทวีตเตอร์ใช้แค่ R ค่าเยอะๆก็ได้ เพราะต่อ R ค่าเยอะๆไปอนุกรมกับดอกลำโพง ก็ทำให้เหมือนค่าแม่เหล็กอ่อนลง

เลยทำเป็น 3rd order high pass ตามรูป


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมวัดบางครั้งมันก็ดรอปที่ความถี่สูงเหมือนกันต้องวัดซ้ำ คอมอาจสะดุดเสียงเลยหล่นหาย

พวกความถี่สุงๆ อย่าง10K+ นี่ผมก็ไม่สนเหมือนกันครับ  ผมไม่คิดว่าผมจะวัดได้ด้วยอุปกรณ์ และ สถานที่ที่ผมมีอยู่  แต่นี่มันวุบแถว 3-4 K กันเลย ก็เลยต้องดูหน่อย


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
การตอบสนองความถี่ของดอกเสียงสูง  ดอกเสียงสูง ผมเปลี่ยนมาเป็น P audio BM-D450 เพราะระหว่างการวัด ผมทำดอก B&C เบียดไปข้างนึง  ลองต้องเปลี่ยนออก

ผมอธิบายการตอบสนองความถี่ของดอกลำโพงเสียงสูงในฮอร์นหน่อยละกันครับ 

เวลาเราโหลดดอกด้วยฮอร์น มันจะทำหน้าที่เหมือน transformer coupling ให้กับดอกลำโพง คือช่วงที่ดอกลำโพงต่อกับฮอร์นจะมีพื้นที่หน้าตัดเล็ก ซึ่งจะทำให้จุดนี้มีความดันสูง ในขญะที่ปากฮอร์นจะมีพื้นที่ใหญ่  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตัวฮอร์นจะทำหน้าที่ coupling ดอกลำโพง กับอากาศ ด้วยความดันที่ค่อยๆเปลี่ยนไปจากสูงจนเท่ากับบรรยากาศ ทำให้ดอกลำโพงเคลื่อนที่น้อยมากๆ ทำให้ความเพี้ยนต่ำ  และผลที่เกิดขึ้นต่อความถี่คือ ความถี่ต่ำจะถูกยกขึ้นมา  อย่างในรูป


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
ผมวัดบางครั้งมันก็ดรอปที่ความถี่สูงเหมือนกันต้องวัดซ้ำ คอมอาจสะดุดเสียงเลยหล่นหาย
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
อีตา Tom Danley เขาทำ crossover passive ให้มัน time allignment ได้ด้วยครับ  ส่วนตัวผมยังไม่เมพขนาดนั้น  ขอเอาแค่ให้มันกลืนกันก่อนก็พอ  ดอกเสียงสูง กับเสียงกลางห่างกันน้อยมาก เกือบๆจะเป็น time allignment กันไปแล้วครับ

Q7 คืออะไรครับ

เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาปวดกบาลสุด  เพราะเจอกราฟนี้ครับ เล่นเอาไปไม่เป็น

ผมกะจะทำครอสสำหรับเสียงแหลมต่อในวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา  พอวัดเสียงแหลม ด้วยการใส่ C10uF L1mH shunt ให้เป็น 2nd order high pass filter ก็ออกมาเป็นแบบที่เห็นครับ

กราฟเหมือนใส่ low pass มากกกว่าอะพี่

Q7  คือลำโพงหลักล่าน magico ครับ
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมเลยกลับมาหาวิธีในตำราเอา  ตำราเขาว่าให้แก้ resonance ของดอกเสียงสูงซะ เพราะเราจะตัดมันใกล้กับFo ของดอก ผมเลยเอาLRC  L 0.6mH + R8.7 ohm + C 32uF มาต่ออนุกรมกัน แล้วต่อขนานกับดอกเสียงสูง

ก็ได้ผลตามนี้ครับ impedance ต่ำลงมา เป็น 5-6 ohm แต่เรียบขึ้นเยอะ
การตอบสนองความถี่ก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา อย่างนี้ยังพอไปต่อได้


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
แต่ผมก็เจอว่า ถ้าเปลี่ยนขนาดฟองน้ำ หรือวิธีการพับฟองน้ำให้ต่างกัน ผลก็ต่างกัน  ทำให้ผลที่ได้ไม่คงที่  ดังนั้นวิชามารนี่ใช้ไม่ได้แน่นอน เพราะผลลัพธ์มันจะไม่คงที่


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ลองวัด impedance ดู จะเห็นว่า ฟองน้ำมีผลต่อ impedance ของลำโพงชัดเจน เส้นสีม่วงคือดอกที่ติดลงในฮอร์นแล้ว  สีน้ำเงินคือยัดฟองน้ำลงไปที่ตุดฮอร์นด้วย  จะเห็นว่าจุด Fo เปลี่ยนไป


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมคิดแผนชั่วได้ว่า ลองเอาฟองน้ำยัดไปที่ฮอร์นดู ใส่ไปตรงทางเข้า  ได้ผลแฮะ


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
แถมพอต่อเสียงกลางที่ทำครอสเสร็จแล้ว เปิดพร้อมกับเสียงสูง มันดัน resonance กับดอกเสียงสูงด้วย เอากะมันดิ 

ผมเลยหยิบไม้ตายออกมาจากตู้เย็น ให้มันรู้กันว่าฮอร์นอะไรมันจะยากนักหนา


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
อีตา Tom Danley เขาทำ crossover passive ให้มัน time allignment ได้ด้วยครับ  ส่วนตัวผมยังไม่เมพขนาดนั้น  ขอเอาแค่ให้มันกลืนกันก่อนก็พอ  ดอกเสียงสูง กับเสียงกลางห่างกันน้อยมาก เกือบๆจะเป็น time allignment กันไปแล้วครับ

Q7 คืออะไรครับ

เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาปวดกบาลสุด  เพราะเจอกราฟนี้ครับ เล่นเอาไปไม่เป็น

ผมกะจะทำครอสสำหรับเสียงแหลมต่อในวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา  พอวัดเสียงแหลม ด้วยการใส่ C10uF L1mH shunt ให้เป็น 2nd order high pass filter ก็ออกมาเป็นแบบที่เห็นครับ


ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
    • กระทู้: 2,864
ตอบแทนได้เลยครับ Synergy Horn เกือบจะเป็น Point Source ครับ ข้าม Time Alignment ไปเลยครับ


ออฟไลน์ PINIJ

  • Super Star.
  • **
    • กระทู้: 2,474
  • vinyLPhile
    • PhooPheemKoff
เมื่อวานอ่านแล้วลืมคุยด้วย! เป็นลำโพงที่อยากรู้ว่าเสียงเป็นอย่างไร? พอๆ กับอยากรู้ว่า  Q7 เสียงเป็นอย่างไรเหมือนกันเลยครับ (ซึ่งพอได้ฟังแล้วผิดหวังอย่างมากมายเลยละ แต่ผมคิดว่าคู่ของคุณวิทยายังน่าสนใจกว่า เพราะผมเชื่อในความเป็นลพโพงฮอร์น มันควรจะมีความดีตามที่คุณวิทยาว่าไว้ในตอนต้น) หลักการดูน่าสนใจมากครับ   ขอถามนิดนึงว่าออกแบบสนใจเรื่อง Time Alignment ของไดร์เวอร์หรือเปล่าครับ? d_d :drunk
ข้อมูลส่วนตัว  http://phoopheem.multiply.com/ Thai Arabica Peaberry Coffee  กำลังพยายามปรับปรุงการคั่วกาแฟให้อร่อยที่สุดสำหรับตัวเองอยู่
MyFacebook  https://www.facebook.com/pinij.parnichwatra


ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
    • กระทู้: 230
    • เพศ:ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
วันอาทิตย์แล้ว มาเขียนต่อเร็วครับ มิตรรักแฟนเพลงมารออ่านอยู่ครับ :)
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700



ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
Fs 81 ถ้าทำตู้ปิดให้ได้ 100 Hz ยากครับพี่คงลงไม่ถึงแน่ๆ   ยกซับขึ้นมาง่ายกว่าครับ
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,795
    • เพศ:ชาย

ออฟไลน์ Tryman

  • *****
    • กระทู้: 787
ผมกะทำซับเป็นฮอร์นเหมือนกันครับ จะได้ไว้พอๆกัน ไม่งั้นซับจะวิ่งไม่ทันเอา ob เปลืองดอกนะครับ และไม่ว่าเล่นทางไหน ก็ต้องใช้eq ย่านเบสอยู่แล้ว
ดอกมีเสปคครับ ผมวัดออกมาเอง เดี๋ยวไปหาก่อน แต่ Fo 81Hz Qts 0.5กว่าๆ

ซับเบสฮอร์นแล้วจะไปวางที่ไหนอะพี่ 100Hz ลงมาตัวเบ้อเริ่มเลยอะครับ  ;D ;D ;D
ข้อมูลติดต่อ และโอนเงิน
http://www.htg2.net/index.php?topic=35972.0


ออฟไลน์ Withaya

  • Super Star
  • *
    • กระทู้: 1,390
ผมกะทำซับเป็นฮอร์นเหมือนกันครับ จะได้ไว้พอๆกัน ไม่งั้นซับจะวิ่งไม่ทันเอา ob เปลืองดอกนะครับ และไม่ว่าเล่นทางไหน ก็ต้องใช้eq ย่านเบสอยู่แล้ว
ดอกมีเสปคครับ ผมวัดออกมาเอง เดี๋ยวไปหาก่อน แต่ Fo 81Hz Qts 0.5กว่าๆ