ผมรู้จัก Tapped horn ครั้งแรกไม่นานนี้จะกระทู้ฮอร์นในศตวรรษที่21 ซินเนอร์จี้ฮอร์น เพิ่ม ซับ Tapped Horn โดยคุณ Witaya (
http://www.htg2.net/index.php?topic=86812.0 )
Tapped horn ถูกคิดค้นโดย Danley Sound labs ครับ White paper ของ tapped horn เผื่อใครอยากศึกษาเพิ่มเติม (
http://www.danleysoundlabs.com/danley/wp-content/uploads/2012/01/The-Tapped-Horn.pdf)
หลังจากอ่านและค้นคว้า ผมจึงเริ่มทางลอง SIMULATE ดู สุดท้าย ทดลองทำดู คู่นึง โดยใช้ Driver JBL GT4 ผลออกมา เยี่ยมเลยครับ ผมพอใจมากว่าตู้เปิด ที่ทางJBL แนะนำขนาดปริมาตร ความยาวท่อไว้ คือให้ความถี่ที่ต่ำกว่า ขับง่ายกว่า คุณภาพของเสียงเบสก็ดีกว่า มันใช่เลยสำหรับผม แต่ใช่ว่า มันจะดีสมบูรณ์แบบ ตู้ใหญ่กว่า หนักกว่ามาก (ไม่มีคำว่า ดีที่สุด ไร้ที่ติ จากประสบการณ์ การทำลำโพง DIY ของผม เมื่อได้อย่างนึง จะต้องเสียอย่างนึงเสมอครับ ไม่ใช่แค่ตู้ ซับนะครับ รวมถึง ตู้ลำโพงสองทาง สามทาง สี่ทาง ตู้Fullrangeดอกเดียว ลำโพงแต่ละแบบ ถึงยังมีคนชื่นชอบ ผมถือว่าเป็นเสน่ห์ ของลำโพงครับ )
ซึ่ง Tapped horn ก็ไม่เว้นครับ อ้างอิงถึง กฎเหล็กของคนทำลำโพง
Hoffmans Iron Laws of Speaker Building
1) Bass Extension
2) Efficiency
3) Small Enclosure
(
http://sites.psu.edu/speakerdesign/2013/01/24/hoffmans-iron-laws-of-speaker-building/)
คือเราจะทำตู้ลำโพงที่ เด่นได้เพียงแค่สองข้อ แต่อีกข้อจะแย่ เช่นว่า ตู้ sub ความถี่ต่ำดี ความไวสูง ตู้จะต้องใหญ่ หรือว่า ตู้ Sub ขนาดเล็ก แต่ความถี่ต่ำดี ความไวก็จะต่ำครับ
กลับมาว่ากันต่อครับ ผมพบว่า Tapped horn ที่ผมได้ทำตู้ค่อนข้างใหญ่ (นั่นไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับผม) และข้อจำกัดที่ผมพบอีกอย่างก็คือ ถ้าเทียบกับตู้ระบบอื่น ผมพบว่า Tapped horn ให้Bandwidth ที่แคบกว่าระบบอื่นๆ ทำให้ tapped horn ไม่ค่อยจะเหมาะที่จะไปใช้ กับย่านความถี่อื่นๆ นอกจาก Subwoofers รวมถึง การเลือก Driver ที่จะมาใช้กับ Tapped horn ควรอย่างยิ่งที่ จะต้องเป็น Driver ที่มีค่า Xmax มากๆ(ช่วงชักยาวๆ) ทำให้การหาดอกลำโพงมาใช้กับตู้ระบบนี้ค่อนข้างมีข้างจำกัดเช่นกัน ไม่ใช่ว่ามีดอกอะไร จับใส่ตู้แบบนี้แล้วจะให้ผลที่ดีหมด