HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: Help !!! ที่ 26 พฤษภาคม, 2006, 11:18:49 am
-
ใครเป็นสมาชิกอิซูซุก็ลองอ่านดูนะครับ ไม่ได้เป็นสมาชิกบอร์ด เลยไม่ได้เอารูปมาให้ดูครับ
nunes
อนึ่ง!ผมก็คิดหลายตลบนะว่าจะลงกระทู้นี้ดีไหม กลัวจะเป็นเรื่องเป็นราว แต่ไหนๆถ้ามีเป็นนิตยสารออกมาแล้ว เราก็ควรที่จะทราบข่าวสารนี้ไว้ แต่ก็อย่าไปโต้ตอบให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเลยนะครับ เต็มที่ก็โทรหรือ e-mail ไปหาเจ้าตัวเค๊าโดยตรงจะดีที่สุดครับผม... ขอบคุณครับ...
Too' Ninja
-
คงหาอ่านได้ยากเพราะไม่ได้เป็นสมาชิกของเขา ผมขอความกรุณานำมาลงในนี้ให้พวกเราได้อ่าน ดูกันเถอะ ผมว่าพวกเรามีปัญญาคิดว่าถูก ผิด อย่างไร ขอความกรุณาลงให้อ่านทั่วกันนะครับ
-
ใน Audiophile เล่มใหม่ก็มีครับ อยู่ในคอลัมน์ฟันธง ซึ่งเป็นเรื่องความเห็นและประสบการณ์ของผู้ให้สัมภาษณ์ ลองอ่านและใช้วิจารณญานดูนะครับ
-
ตอนที่ผมอายุ 18-19 ฟังเพลงเฮฟวี่ ทุกครั้งที่ตั้งวงสนทนา ก็มักจะแขวะพวกฟังเพลงป๊อปเสมอ แต่พอเวลาผ่านไปผมฟังเพลงเฮฟวี่น้อยลงจนถึงไม่ฟังเลย ผมคิดว่าประสบการณ์ ความรู้ การมองโลกที่แตกต่างกันนั้นถูกขัดเกลาด้วยอายุ พอถึงวันนี้รู้สึกขำตัวเองที่ไปด่าว่าคนฟังเพลงป๊อปว่าอย่างนั้นอย่างนี้ทำไม แต่ช่วงความคิดของเด็ก ๆ มันก็เป็นแบบนั้นแหละครับ
การเรียนรู้ตลอดเวลานี้เองทำให้คนเราสามารถยอมรับความเห็น และความแตกต่างของมนุษย์ได้ ผมคิดว่าคนที่ชอบเครื่องเสียงหลอด ก็ไม่มีใครไปพูดว่าคนชอบโซลิดสเตทเป็นแบบไหน เพราะมันเป็นเรื่องรสนิยม ความชอบ เมื่ออ่านหรือฟังแล้วก็ต้องใช้วิจารณญาณครับ อย่าได้เอาความรักโลภโกรธหลงเป็นที่ตั้ง แล้วเราจะไม่ไปถล่มเขา :yahoo
ส่วนเครื่องเสียงหลอดนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมทำปรีแอมป์เป็น โฟโนเป็น พาวเวอร์แอมป์เป็น และทำให้คิดว่าไม่ต้องเสียเงินเป็นแสนเพื่อซื้อแอมป์หลอดยี่ห้อต่างประเทศมาใช้เลย 555
-
ชอบใครชอบมันครับ...เราเอาไว้ฟังเองนี่ครับ..ดีใครมีหลายความเห็น คิดซะว่าเป็นสีสันของแวดวง
ส่วนผมเป็นนักอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ครับ
ที่สำครับผมเชื่อในนำใจอันดีงามของคนในบอร์ดนี้ (HTG2)
-
เรื่องแบบนี้เถียงกันไม่รู้จบครับ...จนต้องต่อยปากกัน...เมืองเหนือเค้าว่าคนนึงกินหวานคนนึงกินเค็มครับ...ทางใครทางมัน..แต่ไม่ควรฟันธงว่าอะไรดีกว่ากัน อายูมากขึ้นหูตาก็แย่ลง..ความชอบในสิ่งต่างๆ ก็มักจะเปลี่ยนไปตามอายุขัยที่เพิ่มขึ้นครับ...อย่าไปถือสาเลยครับ...สมัยนี้ลองสังเกตูซิครับใครอยากได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ก็ต้องมักจะฟันธงลงไปครับ...เค้าเรียกเป็นอาจารย์ทางลัดครับ...ไม่มีอะไรมาอ้างอิงมีแต่ลมปากเท่านั้นเอง..ปริญญาเอกนี่เค้าต้องวิจัยค้นคว้ามีหลักฐานยืนยันกันเป็นเล่มๆเลยครับจบมายังไม่ได้เป็นอาจารย์เลยครับ..ผิดกับบางคนหากินได้ด้วยหูสองหูกับหนึ่ง ปาก (ปากกาด้วย) ก็มีคนนับหน้าถือตาเรียกว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ... :giveup
-
เรื่องแบบนี้เถียงกันไม่รู้จบครับ...จนต้องต่อยปากกัน...เมืองเหนือเค้าว่าคนนึงกินหวานคนนึงกินเค็มครับ...ทางใครทางมัน..แต่ไม่ควรฟันธงว่าอะไรดีกว่ากัน อายูมากขึ้นหูตาก็แย่ลง..ความชอบในสิ่งต่างๆ ก็มักจะเปลี่ยนไปตามอายุขัยที่เพิ่มขึ้นครับ...อย่าไปถือสาเลยครับ...สมัยนี้ลองสังเกตูซิครับใครอยากได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ก็ต้องมักจะฟันธงลงไปครับ...เค้าเรียกเป็นอาจารย์ทางลัดครับ...ไม่มีอะไรมาอ้างอิงมีแต่ลมปากเท่านั้นเอง..ปริญญาเอกนี่เค้าต้องวิจัยค้นคว้ามีหลักฐานยืนยันกันเป็นเล่มๆเลยครับจบมายังไม่ได้เป็นอาจารย์เลยครับ..ผิดกับบางคนหากินได้ด้วยหูสองหูกับหนึ่ง ปาก (ปากกาด้วย) ก็มีคนนับหน้าถือตาเรียกว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ... :giveup
:clap :clap :clap :clap :clap
-
คุณปังปอนด์บรรยายได้ถูกใจครับ เช่นกันครับ ทางใครทางมัน แล้วแต่ทั่น ๆ เหล่านั้นที่ตั้งตนเป็นอาจานคอยวิจารณ์ (หรือสำลอก) เพื่อให้ได้ค่าน้ำหมึกอย่าถือสาเลยครับ (( (( :yucky 0) 0)
-
เรื่องแบบนี้เถียงกันไม่รู้จบครับ...จนต้องต่อยปากกัน...เมืองเหนือเค้าว่าคนนึงกินหวานคนนึงกินเค็มครับ...ทางใครทางมัน..แต่ไม่ควรฟันธงว่าอะไรดีกว่ากัน อายูมากขึ้นหูตาก็แย่ลง..ความชอบในสิ่งต่างๆ ก็มักจะเปลี่ยนไปตามอายุขัยที่เพิ่มขึ้นครับ...อย่าไปถือสาเลยครับ...สมัยนี้ลองสังเกตูซิครับใครอยากได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ก็ต้องมักจะฟันธงลงไปครับ...เค้าเรียกเป็นอาจารย์ทางลัดครับ...ไม่มีอะไรมาอ้างอิงมีแต่ลมปากเท่านั้นเอง..ปริญญาเอกนี่เค้าต้องวิจัยค้นคว้ามีหลักฐานยืนยันกันเป็นเล่มๆเลยครับจบมายังไม่ได้เป็นอาจารย์เลยครับ..ผิดกับบางคนหากินได้ด้วยหูสองหูกับหนึ่ง ปาก (ปากกาด้วย) ก็มีคนนับหน้าถือตาเรียกว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ... :giveup
:clap :clap O0
-
:) ที่เราทำเพราะเราชอบ เราฟังดนตรีเพื่ออะไรเพื่อความสุขทางใจไม่ใช่หรือ ยามเศร้าแม้วิทยุเก่าๆ เราก็น้ำตาไหล นับประสาอะไร กับใครฟังอะไรจะใช้อะไร สำคัญที่เราสุขใจ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นพอ
คุณpangpond O0 O0
-
ในสถานการณ์ปกติ ก็ไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่แล้วไม่พ้นเรื่องได้เสียผลประโยชน์ :whistling ยิ่งพักนี้ตลาดเครื่องเสียง
หลอดมาแรงด้วย จริงแล้วทางใครทางมัน จริงๆ ครับ
-
ผมว่าอย่าไปสนใจเลยครับ เปลืองสมอง เพื่อนผมยังว่าผมบ้าเลย ผมยังเฉยๆเลย
นานาจิตตัง ได้ทำอะไรแล้วมีความสุขก็พอแล้ว ยังไงใน HTG2 นี้ ยังมีคนมีน้ำใจอยู่อีกเยอะแยะ
ทำแอมป์ต่อดีกว่า.........สบายใจ
-
ผมก็ว่าน่าจะเกี่ยวกับประสบการณ์และแรงเศฐษกิจในกระเป๋า ผมเคยเจอนักเขียนชื่อดัง สิบกว่าปีก่อนบอก สายทุกชนิดไม่มีผลกับเสียง มาวันนี้เชียสายเส้นเป็นพัน เป็นแสน สุดท้ายเราก็ต้อง ฟันธง เองว่าเสียงดีขึ้นมั้ย จริงอย่างที่เขียนหรือปล่าว จริงมั้ยครับ
-
อย่างที่หลายๆท่านบอกไว้ครับ ทางใครทางมัน ผมไม่ได้อ่านก็เลยไม่อยากออกความเห็นอะไร ก็เพียงแต่ว่าถ้าเขาเขียนด้วยความสุภาพก็ไม่จำเป็นต้องไปต่อล้อต่อเถียงอะไรด้วยครับ
ปล เรื่อง tube VS SS นี่ถ้าเป็นพวก HT แบบดูหนัง ผมก็เลือก SS ไว้ก่อนครัีบ ;D
-
อย่าไปสนใจเลยครับ เสียเวลา :)
คนอยากเลือกเดินทางลัดหน่ะครับต้องฟันธง :giveup
-
:akuma :akuma ผมว่าช่างมันเถอะครับ ทางใครก็ทางมัน บรรยากาศบ้านเมืองแบบนี้ลองดูกันไปได้เลยนะครับ ปัญหาอาจเพราะ Commercial มันใกล้จะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ให้ตายเถอะถึงเค้าจะฟันธงยังไง ผ๋มก็ยังชอบแอมป์หลอด DIY อีกอยู่ดี :headphone
-
เห็นด้วยกับหลายๆท่านในที่นี้ ช่างเถอะทางใครทางมัน เราชาวHTG2ทุกคนมีนำใจ มีความสุขก็คุ้มแล้ว เราเป็นDIYerเราไม่ได้เป็นCommercial เราไม่ต้องเดือดร้อน แต่ผมนี่ซิเมื่อก่อนเล่นแต่SS มาตอนนี้พอลองเข้ามาวงการหลอดก็เห็นว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่ง ผมยังไม่เคยมีจิตอกุศลกับSSเลย ผมว่ามันเกี่ยวกับจิตสำนึกที่สูง ตำ ของคนนะ
-
ไม่สนใจครับ ฟังเพลง ก็หลอด ดูหนัง ยังอุตส่า จะเอาหลอดไปทำ Amp multichanal อีก .. รอก่อนแล้วกาน ตอนนี้ Hybride ไปก่อน
-
รักหลอดชอบหลอด ขนาดก๋วยเตี๋ยวยังกินก๋วยเตี๋ยวหลอดเลย c) c)
-
ใครเป็นสมาชิกอิซูซุก็ลองอ่านดูนะครับ ไม่ได้เป็นสมาชิกบอร์ด เลยไม่ได้เอารูปมาให้ดูครับ
nunes
อนึ่ง!ผมก็คิดหลายตลบนะว่าจะลงกระทู้นี้ดีไหม กลัวจะเป็นเรื่องเป็นราว แต่ไหนๆถ้ามีเป็นนิตยสารออกมาแล้ว เราก็ควรที่จะทราบข่าวสารนี้ไว้ แต่ก็อย่าไปโต้ตอบให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเลยนะครับ เต็มที่ก็โทรหรือ e-mail ไปหาเจ้าตัวเค๊าโดยตรงจะดีที่สุดครับผม... ขอบคุณครับ...
Too' Ninja
น้ำใจพวกเราชาว HTG2 มีมากมาย เรารัก DIY เรารักหลอด เรารัก SS เราไม่ได้แบ่งแยก พวกเราเป็นหนึ่งเดียว
เป็น DIY
ใครว่า ใครชัง ชั่งเถิด
ใครก่อ ใครเกิด ชั่งเขา
ใครว่า ใครบ่น ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ
แต่ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า เวลาของชีวิตที่เหลือ จะ DIY หลอดให้ครบ 100 เครื่อง :yahoo :yahoo :yahoo
-
[/quote]
น้ำใจพวกเราชาว HTG2 มีมากมาย เรารัก DIY เรารักหลอด เรารัก SS เราไม่ได้แบ่งแยก พวกเราเป็นหนึ่งเดียว
เป็น DIY
ใครว่า ใครชัง ชั่งเถิด
ใครก่อ ใครเกิด ชั่งเขา
ใครว่า ใครบ่น ทนเอา
ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ
แต่ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า เวลาของชีวิตที่เหลือ จะ DIY หลอดให้ครบ 100 เครื่อง :yahoo :yahoo :yahoo
[/quote]
:o :o :o :o อู้วววววววววววววววววววว :o :o :o :o
-
มี link ในเน็ตให้อ่านหรือเปล่าครับ อยากอ่านคำว่า"ฟันธง"ว่าเกี่ยวกับอะไรบ้าง
-
ฟันธง ในนิตยสาร Audiophile เล่มเดือน พฤษภาคม 2549 ครับ และ ลองอ่านเรื่อง Point/Counterpoint:Tube vs. Transistors ใน the absolute sound April/May 2004 แล้วก็ลองมองในทุกมุมอย่างกว้างๆ DIY มีเสน่ห์(ผมยังทำไม่เสร็จสักตัว) Transistor ก็มีเสน่ห์ เครืองเสียงหลอดก็มีเสน่ห์ พวกเราทุกคนก็มีเสน่ห์ และ ผมเองก็หลงเสน่ห์เครื่องหลอดมากว่า 16-17 ปีแล้วครับ
-
อืม...ผมก็ใช้อีซูซุมาทำงานน่ะ :drive1 แต่เอ..ยังงี้เรียกว่าสมาชิกรึป่าวไม่รู้น่ะครับ :-\ แต่ผมว่าตอนนี้ผมชอบหลอดอ่ะ ใครว่างัยก็ช่างอ่ะ ผมไม่สนครับ ต่อๆๆๆๆๆ(หลอด)ดีกว่าน่ะครับ :headphone
-
อาชีพเค้าคือนักเขียน-นักวิจารณ์ ผมว่าอย่าไปใส่ใจกับอะไรแบบนั้นเลยครับ
สำหรับผมคิดว่างานด้าน DIY มันคนละเรื่องเดียวกันอยู่แล้วครับ :whistling
มีมือเขียนได้เขียนไป ;D :headphone
-
คุณ ม..... ด่าพวกนักนิยมหลอดซะเละเลย ในนิตยสาร ของตรีเพชร อีซูซุ เล่มใหม่
K) แหม! ก็คุณเล่นจั่วหัวกระทู้ซะ น่า.. ใจเย็นซะเมื่อไรหละ ทั้งที่พวกเรายังไม่ได้อ่านสาระอะไรของบทความ ยังไงไม่ขอออกความเห็นครับ ลางเนื้อชอบลางยา เวลาเปลี่ยน.. ใจคนเปลี่ยน ยังไงก็ขอขอบคุณที่นำข่าวมาแจ้งครับ :D
-
มันมีมนต์ขลังตรง แสงสีแดง ในหลอดนั่น ....ผมว่านะ
-
สำหรับผม ผมไม่สนอ่ะพวกคำวิจารณ์ เพราะบอกตรงๆ บางทีผมก็หูตะกั่วเหมือนกัน ไอ้ที่เค้าวิจารณ์กันน่ะ บางทีของดีๆ ที่เค้าว่าผมฟังไม่ออกอ่ะครับ Diy เองนี่แหละ อันไหนเราฟังออกก็ซื้อมาใส่ในเครื่องเรา อันไหนฟังไม่ออกก็ใช้ของถูกไป สบายใจ
-
ใน audiophile เดือนนี้ก็มีครับ ได้อ่านแล้วก็ไม่ถึงกับด่าอ่ะครับ เพียงแต่พี่เค้าจะนำค่าต่างๆ ทางไฟฟ้ามาปาะกอบซะมากกว่า เช่นเดียวกับการเขียนวิจารณ์ของเค้าน่ะครับ แต่ยังไงผมว่ามันคนละส่วนกันอยู่แล้ว DIYer เราก็มีความสุขกันการเล่นการฟัง มากกว่าจะไปนั่งจับผิดแรมากมาย O0
น้ำใจพวกเราชาว HTG2 มีมากมาย เรารัก DIY เรารักหลอด เรารัก SS เราไม่ได้แบ่งแยก พวกเราเป็นหนึ่งเดียว
อันนี้เห็นด้วยที่สุดเลยครับ dd
-
ในมุมมองของผมการได้ DIY เครื่องเสียงก็เป็นงานอดิเรกชนิดหนึ่ง ทำได้ดีบ้างไม่ดีบ้างไม่ใช่ประเด็น ไม่ว่าใครก็ตามที่มีงานอดิเรกทำก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น และไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนด้วย ประเทศที่เจริญแล้วประชาชนของเขาก็มีงานอดิเรกทำกันทั้งนั้นเป็นการพัฒนาคน พัฒนาประเทศได้อีกทางหนึ่ง ผมว่าจริงๆน่าจะยกย่องคนที่มีงานอดิเรกทำกันด้วยซ้ำ .........นี้แหละประเทศไทย
-
ที่ออฟฟิสผมมีเครื่องแพงๆ ให้ใช้งานได้ตลอด จะต่อสายต่อซอร์สเล่นอย่างไรก็ได้ แต่ผมก็ว่ามันงั้นๆ แหละ ไม่เหมือนที่ผมทำเองกับมือ น่าชื่นชมกว่า เหมือนเรามีลูก ทำเองมากับมือ ถึงลูกคนอื่นจะน่ารัก น่าเอ็นดู อย่างไร ก็ไม่เหมือนกับไอ้ตัวซนที่ทำให้ความดันเรากระฉูดครับ ความเร้าใจมันต่างกัน "เราหล่อแบบเราเอง ไม่ต้องหล่อตามใคร"
-
รูปที่เอามาลง ถ่ายที่สตูดิโอไหนครับ สุดยอดดดดดด...... ;D
-
สงสัยอยู่อย่างเดียวครับ...ข้างล่างมีกางเกงไหมครับ...... :D
-
สงสัยอยู่อย่างเดียวครับ...ข้างล่างมีกางเกงไหมครับ 2f 2f 2f
-
สงสัยอยู่อย่างเดียวครับ...ข้างล่างมีกางเกงไหมครับ 2f 2f 2f
เพิ่มการใส่วิคผมยาวๆ ทาปากแดงๆ ดูเหมือนภาพยนตร์จีนเรื่องหนึ่ง อะไรน่า ผมจำชื่อเรื่องม่ายด้าย... 2f 2f
-
ผมไปซื้อหนังสือมาอ่านแล้วครับ (หลังจากไม่ได้ซื้อมาเกือบ 2 ปี)
วิเคราะห์เนื้อหาแล้ว (ตามความคิดเห็นส่วนตัว) ทำให้ผมมีกำลังใจและรัก+รักษ์หลอดมากขึ้นอีกเยอะครับ ประเด็นหลักอยู่ที่ เหมือนจริง กับ ไม่เหมือนจริง ทำให้เกิด ความชอบกับไม่ชอบ แต่ที่แน่ๆ หลอด ฟังเพลงอะไรก็เพราะไปหมด เหมือนจริงไม่เหมือนจริง ก็ชั่ง (คุณ) ม...................................... :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
ผมยังไม่ได้อ่านครับ แล้วเค้าว่าเรื่อง หลอด หรือเรื่อง DIY กันแน่ครับ งง เห็นหัวข้อว่าเป็นหลอด ไปๆมาๆ มาลงที่ DIY ต้องหามาอ่านแล้วละ
-
ผมยังไม่ได้อ่านครับ แล้วเค้าว่าเรื่อง หลอด หรือเรื่อง DIY กันแน่ครับ งง เห็นหัวข้อว่าเป็นหลอด ไปๆมาๆ มาลงที่ DIY ต้องหามาอ่านแล้วละ
ไม่เกี่ยวกับพวกเราหรอกครับ เป็นความชอบส่วนตัวของผู้ให้สัมภาษณ์ครับ เค้าชอบ Transistor มากกว่า Tube ก็เท่านั้นเองครับ ^-^
-
รูปที่เอามาลง ถ่ายที่สตูดิโอไหนครับ สุดยอดดดดดด...... ;D
ขอบคุณครับ ถ่ายเองที่บ้าน จัดไฟเกือบสลบ ใช้หลอดอินแคนธรรมดามันร้อน ก็เลยถอดเสื้อออก ทำท่าไปงั้นเองครับ เล่นไม่เป็นเพลงหรอก
สงสัยอยู่อย่างเดียวครับ...ข้างล่างมีกางเกงไหมครับ 2f 2f 2f
เพิ่มการใส่วิคผมยาวๆ ทาปากแดงๆ ดูเหมือนภาพยนตร์จีนเรื่องหนึ่ง อะไรน่า ผมจำชื่อเรื่องม่ายด้าย... 2f 2f
กระบี่เย้ยยุทธจักร"มั้งครับ
"สงสัยอยู่อย่างเดียวครับ...ข้างล่างมีกางเกงไหมครับ...... :D
มีหรือไม่มีก็เหมือนเดิมครับ ไม่แตกต่าง
-
ผมอ่านแล้ว ก็ยังชอบหลอดเหมื่อนเดิมครับ O0 O0 O0 ไม่ชอบตรงมันแพงขึ้นทุกวัน :cry2 :cry2 :cry2
-
DIY พ่อน้องเปรียว................. K) ดูหนุ่มขึ้นครับ
-
:) คุณ Chroen.p กำลังร้อนวิชาครับ :secret
-
ริ้วรอยแห่งที่ปรากฎแลกมาด้วยกาลเวลาและหัวใจที่แทบแหลกสลาย คุณCharoen.P จัดการชุบผมแบบในนิทานหลวิชัยคาวี ขอบคุณครับ
-
อืม...
เพิ่งได้อ่านออดิโอไฟล์มา ขนาดผมไม่ใช่แฟนหลอดแบบเต็มๆอ่านแล้วยัง :nonono
-
อืม...
เพิ่งได้อ่านออดิโอไฟล์มา ขนาดผมไม่ใช่แฟนหลอดแบบเต็มๆอ่านแล้วยัง :nonono
:smashed คือ ผมไม่เคยซื้อหนังสือไร้สาระประเภทแบบนี้เลย เสียดายกะตังค์ ใครว่างหรือมีเครื่องมือช่วย Scan (Pdf Convert) มาให้พวกเราอ่านกันแบบเต็มๆหน่อยซิครับว่า Tube VS Transistor ไม่รู้ว่าคนเขียนได้พลิกตำราเล่มใหนมาเปรียบเทียบ หรือฟันธง :nono กว่าจะเขียนเสร็จผมว่าก้นแกคงร้อนพอดูเลยแหละ....ขนาดที่ว่าตาทิพย์เห็น Electron ชน Plate จนกระจายได้เลยละพี่น้อง...เฮ้อ.. :whistling.. 2f 2f 2f
-
อืม...
เพิ่งได้อ่านออดิโอไฟล์มา ขนาดผมไม่ใช่แฟนหลอดแบบเต็มๆอ่านแล้วยัง :nonono
:smashed คือ ผมไม่เคยซื้อหนังสือไร้สาระประเภทแบบนี้เลย เสียดายกะตังค์ ใครว่างหรือมีเครื่องมือช่วย Scan (Pdf Convert) มาให้พวกเราอ่านกันแบบเต็มๆหน่อยซิครับว่า Tube VS Transistor ไม่รู้ว่าคนเขียนได้พลิกตำราเล่มใหนมาเปรียบเทียบ หรือฟันธง :nono กว่าจะเขียนเสร็จผมว่าก้นแกคงร้อนพอดูเลยแหละ....ขนาดที่ว่าตาทิพย์เห็น Electron ชน Plate จนกระจายได้เลยละพี่น้อง...เฮ้อ.. :whistling.. 2f 2f 2f
c) c) เหมือนกันเลยครับ เลิกซื้อไป 10 กว่าปีแล้ว เนื้อหาวนไปเวียนมา ไม่มีอะไรใหม่เลย นอกจากเชียร์สินค้าตัวใหม่ ๆ ..... ยกเว้น คอลัมน์ ของ DIY มด :clap :clap 2f 2f
-
เหมือนกันเลยครับ เลิกซื้อไป 10 กว่าปีแล้ว เนื้อหาวนไปเวียนมา ไม่มีอะไรใหม่เลย นอกจากเชียร์สินค้าตัวใหม่ ๆ ..... ยกเว้น คอลัมน์ ของ DIY มด
อูย...มีเอี่ยวกะเขาด้วยแฮะ :o
ไม่ต้องคิดมากครับ ก็เป็นแค่อีกหนึ่งความคิดที่แตกต่างกันเท่านั้นเองครับ ใครชอบแบบไหน ก็เล่นแบบนั้นครับ วิจารณ์ไปก็เสียเวลาเปล่าครับ
กลับไปเขียนโครงงานต่อดีก่า ;D ;D
-
ประเทศด้อยพัฒนาก็เป็นอย่างนี้แหละ ผู้คนมักตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา หนังสือประเภทนี้ทุกวงการรับจ้างโฆษณาขายของทั้งสิ้นโดยแอบนำเอาวิชาการมาบังหน้า ผมไม่เคยซื้อหนังสือทำนองนี้เลย
-
ผมเอารถไปเช็คที่ศูนย์ จะไปหาอ่าน ฯ :blowup :evil2 :blowup :evil2
-
ผมมีหนังสืออยู่ในมือแล้วครับ คนถามเขาถามนำไปว่า ทำไมอาจารย์ ม. ท่านไม่ค่อยวิจารณ์เครื่องเสียงหลอดเลย แกตอบแบบถนอมพอมควร แกก็ท้าวความว่าเครื่องหลอดเล่นมาตั้งแต่ยุคต้น ๆ แล้ว อะไรปานนั้น
แต่ผมว่าอาจารย์แกก็หลุด ๆ นะครับ อย่างประเด็นที่ว่า แอมป์โซลิตฯ สามารถทำให้เสียงเหมือนหลอดได้ โซลิตฯทำได้หมด ซึ่งผมก็สงสัยว่าถ้าชอบแอมป์โซลิตฯ แล้วทำไมโซลิตจะต้องวิ่งตามให้เสียงตัวเองเหมือนหลอดด้วย เหตุใดคนออกแบบไม่มุ่งหน้าทำให้โซลิตฯ มีเสียงเทียบดนตรีจริง ๆ ได้ ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้น่ะครับ เราก็ทราบดีอยู่แล้ว แต่ข้อดีของแอมป์หลอดที่ไม่พูดถึงคือ ความเพี้ยนของหลอดนั้น เป็นความเพี้ยนที่ชวนฟังมากกว่าความเพี้ยนของโซลิตนั่นเอง ประเด็นนี้แหละครับที่หลอดชนะขาดลอย
ข้อเสียงอย่างเดียวของหลอดคือ...ถ้าเป็นแอมป์เมดอินยูเอสเอ ราคามันแพงบรรลัยเลย สุดท้ายพวกเราที่ DIY จึงน่าจะได้รับอนิสงฆ์ตรงนี้มากที่สุด
ผมคิดว่าหลังจากบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เหล่าคนขวัญอ่อนทั้งหลายอาจจะทยอยขายเครื่องหลอดออกมาแน่นอน 555
-
เหมือนกันเลยครับ เลิกซื้อไป 10 กว่าปีแล้ว เนื้อหาวนไปเวียนมา ไม่มีอะไรใหม่เลย นอกจากเชียร์สินค้าตัวใหม่ ๆ ..... ยกเว้น คอลัมน์ ของ DIY มด
อูย...มีเอี่ยวกะเขาด้วยแฮะ :o
ไม่ต้องคิดมากครับ ก็เป็นแค่อีกหนึ่งความคิดที่แตกต่างกันเท่านั้นเองครับ ใครชอบแบบไหน ก็เล่นแบบนั้นครับ วิจารณ์ไปก็เสียเวลาเปล่าครับ
กลับไปเขียนโครงงานต่อดีก่า ;D ;D
;D ;D งวดนี้จะปั้นหลอดเบอร์อะไรให้เป็นดาวล่ะครับ จะได้ไปหามาเตรียมไว้ก่อน ;D ;D
-
:sorry อย่าคิดมากครับ....บ้ามี 500 จำพวก (เพื่อนผมว่างั้น) ผมว่ามีเค้านะครับ..... ทำยังไงได้ ผมกินโอเลี้ยงยังใช้หลอดดูดเล้ย 5 5 5 :harp
-
K) ใครจะว่ายังไง ผมก็ยกใจให้หลอดไปแล้ว อย่าไปคิดอะไรมาก แค่มันตั้งอยู่เฉย ๆ ยังทำให้นั่งจ้องอยู่ได้เป็นชั่วโมงเลย :D
-
K) ใครจะว่ายังไง ผมก็ยกใจให้หลอดไปแล้ว อย่าไปคิดอะไรมาก แค่มันตั้งอยู่เฉย ๆ ยังทำให้นั่งจ้องอยู่ได้เป็นชั่วโมงเลย :D
อย่าว่าเป็นชั่วโมงเลยครับ ผมนั่งดูหลอด 845 2A3 มาปีกว่าๆ แล้วครับ 2f :yahoo 2f
ไม่ได้ลงมือทำสักที :nonono :nono N]
-
อย่าว่าเป็นชั่วโมงเลยครับ ผมนั่งดูหลอด 845 2A3 มาปีกว่าๆ แล้วครับ 2f :yahoo 2f
ไม่ได้ลงมือทำสักที :nonono :nono N]
คุณ Charoen.P ครับ เอา 2A3 มาออกงานที่ขอนแก่นให้ทันนะครับ พร้อมปรี EL86 ด้วยครับ :victory
-
คุณ Charoen.P ครับ เอา 2A3 มาออกงานที่ขอนแก่นให้ทันนะครับ พร้อมปรี EL86 ด้วยครับ :victory
ที่ขอนแก่น ได้กำหนดหรือยังครับ จะได้เร่งมือครับ :drive1
Pre EL86 คงเสร็จทันครับ แต่ 2A3 นี่ ไม่แน่ใจครับ กำลังออกแบบกล่องอยู่ในใจครับ :help
-
Re: คุณ ม..... ด่าพวกนักนิยมหลอดซะเละเลย ในนิตยสาร ของตรีเพชร อีซูซุ เล่มใหม่
ฮี่ๆๆๆๆ ^-^ ทามมาย ...ผมอะ บ้าหลอด คลั้งไคร้เสียงจากแอมป์หลอด ...ก็มันหูของผมนิ..ผมชอบแบบนี้ แล้ว คราย จา ทามมาย ^-^ ฮ้าๆๆๆๆ
-
สำหรับผม ไม่ค่อยสนใจนะเรื่องพวกนี้ ไม่ตามกระแส ไม่ว่า หลอด หรือ TR มันก้ร้องเพลงได้เหมือนๆกัน
ตอนปวช. ก่อนจบมันให้ทำเครื่องเสียงส่ง คนอื่นๆก็ ชุด kit บ้านหม้อ ดีหน่อยก็ magnat แต่ผมนั้นเล่า ออกแบบวงจรหลอดมันเองเลย โดยอิง PV01 แล้วก็ออกมาดีเสียด้วย
อาจารแก่ๆหลายท่ายยังชมเลยว่า ไม่น่าเชื่อยังมีเด็กที่รุ้จักหลอดอยุ่ด้วย แล้วก้ให้ socket กับหลอดที่ไม่ใช่ใน shop มาส่วนหนึ่ง ทุกวันนี้ยังหาไม่เจอเลยว่าไปไว้ไหน
-
ขออีกหน่อยเถอะ...ตอนนี้ผมเห็นแต่โฆษณากันว่า แอมป์ SS ตัวนี้เสียงหวานเหมือนหลอด...เลยงงครับ จาน ม. (ม.7) หรือปล่าวครับ..หรือร้อง มอ มอ ครับ
-
ขออีกหน่อยเถอะ...ตอนนี้ผมเห็นแต่โฆษณากันว่า แอมป์ SS ตัวนี้เสียงหวานเหมือนหลอด...เลยงงครับ จาน ม. (ม.7) หรือปล่าวครับ..หรือร้อง มอ มอ ครับ
เหอะๆ
-
เค้าก็ให้อ่านเอาความสนุก คล้ายๆ Davinci Code อะไรทำนองนั้นละครับ :D
-
ผมคิดว่าหลังจากบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เหล่าคนขวัญอ่อนทั้งหลายอาจจะทยอยขายเครื่องหลอดออกมาแน่นอน 555
ผมว่าไม่น่าจะนะครับ คนเล่นหลอดก็ยังคงเล่นหลอดกันต่อไป คงไม่ใช่แค่ที่ความต้องเหมือนดนตรีจริงอย่างเค้าว่าแน่ เพราะใครๆ เค้าก็รู้กันทั้งโลกว่าดนตรีเสียความ Virgin ตั้งแต่ได้ปะทะกับ Microphone มาแล้ว และจำเป็นหรือที่เราจะต้องไปจับผิดเปรียบเทียบผลจากการ Playback อะไรกับมันหนักหนา นอกจากสาระหลักๆในการเสพย์ดนตรี ต้องเปรียบเทียบกับอะไร? เราพยายามทำให้ชีวิตมันยุ่งยากเพื่ออะไรกัน กับอีแค่พฤติกรรมการฟังเพลงหรือดนตรีที่เราชอบมันแตกต่างกัน? ทั้งๆที่ Source เดียวกันนั้นหรือ คงเพื่อการตลาดอย่างเดียวมั้ง??
ดูตัวอย่างในหนังสือ ที่ลงบทความอื้อฉาวนี้ซิครับ ยังมีเครื่องหลอดมาลงโฆษณาอย่างมากมายท่วมท้นเลย ถ้าว่ากันตามบทความแสดงว่าข้อความข้างล่างที่ท่านอาจารย์ฟันธงว่ามาก็คงจะต้องมีส่วนเป็นจริงใช่ไหมครับพวกเรา....55555
จริงๆ ผมชอบตอนวิจารณ์ที่แบบว่า ฝุ่นละออง Electron มันฟุ้งกระจายจริงๆ ผมนึกแล้วมัน Erotic สุดๆเลยครับ 2f 2f 2f
-
ไม่ทราบท่านสมาชิกท่านใดมีบทความเต็มๆเอามาลงให้อ่านก็ดีนะครับ c)
-
Error แล้วเสียงไม่น่าฟังเรียกว่า Distortion แต่ Error แล้วน่าฟังเรียกว่า Colorization ไม่รู้เรียกถูกป่ะ อิ อิ :)
หลอดถึงจะเพี้ยนก็เพี้ยนแบบ Colorization เลยชอบ 2f
-
บทความนั้น ในเรื่อง harmonic ได้กล่าวไว้อย่างสั้นๆซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ครับ
เจ้า harmonic ที่ว่านั้น ควรจะบอกว่าเมื่อ amplifier ขยายสัญญาณที่จุดสูงสุดจของมัน (เริ่ม clip) distortion จะมี harmonic คู่ มากกว่าคี่ แต่ถ้าเวลาที่ทำงานปกติก็ไม่ค่อยมี harmonic distortion อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลอดหรือ transistor ก็ตาม
จริงๆแล้ว ควรจะเฉพาะเจาะจงไปเลยว่าเป็นพวก Single end topology ด้วยซ้ำ เพราะทั้งหลอดและ transistor เวลาต่อแบบ push pull (หลอด) หรือ complementary (transistor) ณ.ขณะที่แอมป์ clip จะมี harmonic 3rd มากกว่า 2nd
เรื่อง electron เหมือนลูกบิลเลียดในหลอด ดูๆไปก็ไม่ต่างกับ electron ที่วิ่งอยู่บน N และ hole ที่อยู่บน P ของพวก semiconductor ก็ไม่ใช่ว่าประสิทธิภาพของ semiconductor จะสูงกว่าเท่าไหร่เพราะดูจาก อุปกรณ์พวกนี้ไม่ได้มี efficiency สูงกว่าหลอดเท่าไหร่เลยครับ topology ที่นำเอามาใช้งานต่างหาก
-
บทความนั้น ในเรื่อง harmonic ได้กล่าวไว้อย่างสั้นๆซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ครับ
เจ้า harmonic ที่ว่านั้น ควรจะบอกว่าเมื่อ amplifier ขยายสัญญาณที่จุดสูงสุดจของมัน (เริ่ม clip) distortion จะมี harmonic คู่ มากกว่าคี่ แต่ถ้าเวลาที่ทำงานปกติก็ไม่ค่อยมี harmonic distortion อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลอดหรือ transistor ก็ตาม
จริงๆแล้ว ควรจะเฉพาะเจาะจงไปเลยว่าเป็นพวก Single end topology ด้วยซ้ำ เพราะทั้งหลอดและ transistor เวลาต่อแบบ push pull (หลอด) หรือ complementary (transistor) ณ.ขณะที่แอมป์ clip จะมี harmonic 3rd มากกว่า 2nd
เรื่อง electron เหมือนลูกบิลเลียดในหลอด ดูๆไปก็ไม่ต่างกับ electron ที่วิ่งอยู่บน N และ hole ที่อยู่บน P ของพวก semiconductor ก็ไม่ใช่ว่าประสิทธิภาพของ semiconductor จะสูงกว่าเท่าไหร่เพราะดูจาก อุปกรณ์พวกนี้ไม่ได้มี efficiency สูงกว่าหลอดเท่าไหร่เลยครับ topology ที่นำเอามาใช้งานต่างหาก
ความรู้ :clap dd :headphone
-
โถๆๆๆๆ 2fพ่อ อาจาน หูทองคำขาว 2f...อะไรกันนักกันหนา :nono....ฟันธงแบบนี้ ระวังจะไม่มีอนาคต นะครับ 2f
มาฟันธง... ;D ซะ :nononoอ้าง โน้น อ้าง นี่.... สุดท้าย ก็ ฟังเพลง เหมือนกัน....
เจตนา "ดี เลว ชั่ว " ตัวตน รู้ แก่ใจ (( :yucky
-
....." เครื่องคุณสร้างได้ไม่ถึง ให้ผมฟังผมไม่ฟัง..."
น่าเวทนาอาจารย์นะครับ ที่ไม่มีวาสนาฟังเครื่องที่ผมสร้าง ผมไม่ปกตินะครับเรียน Oxford ตั้ง 3 ปี (ป.4-5-6 Oxford English Book for Thai Learner)
-
สวัสดีครับ
ผมอ่านแล้วจากออดิโอไฟล์ อย่าคิดมากเลย มันเป็นความชอบที่เขียนโดยอิงวิชาการ มันไม่มีอะไรถูกที่สุด ดีที่สุด ดูแต่เครื่องดนตรีจริงๆตัวเป็นๆซิ เสียงแต่ละยี่ห้อมันยังไม่เหมือนกันเลย แม้แต่ยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกัน เสียงยังไม่เหมือนกัน นี่ยังไม่นับการปรับตั้ง ฝีมือคนเล่น ถ้ามันเป็นตามทฤษฎี วงที่เล่นโดยกีต้าร์ก็ต้องใช้โอเวชั่นเหมือนกันหมดซิ
prepiag
-
หวัดดีพี่ ๆ อ่านเจอนานแล้วตั้งใจว่าจะเข้ามาถามเหมือนกัน...พอดีเห็นกระทู้นี้ก็เลยคัดบทความบางตอนที่ อ.ม......เขียนไว้ในนิตยสารของ อีซูซุ ฉบับที่ 1/49
ข้อเสียของเครื่องหลอด
.....
๓. เกือบทั้งหมดจำเป็นต้องมีหม้อแปลง ความต้านทานที่ขาออกก่อนไปลำโพง (มีน้อยรุ่นมากที่จะไม่มี) ซึ่งหม้อแปลงจะลั่นทอนคุณภาพความถี่ตอบสนอง ความฉบับไว ช่องไฟระหว่างตัวโน๊ต ลดทอนความสามารถของภาคขยายในการหยุดการสั่นค้างของลำโพง (ค่า DAMPING FACTORของเครื่องหลอดจึงต่ำมาก ๑๐-๒๐ เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรต่ำกว่า ๑๐๐ จึงไม่มียี่ห้อไหนกล้าระบุสเปคตัวนี้เลย)
๔. หลอดจะรับแสงสั่นสะเทือนจากลำโพงแล้วขยายเป็นเสียงป้อนย้อนกลับเข้าไป ดุจหลอดเป็นไมโครโฟน (MICROPHONIC EFFECT) ลดความชัดเจนและช่องไฟ ช่องว่างระหว่างชิ้นดนตรีในวง ลดความสงัด แต่บางคนกลับเข้าใจผิด ฟังว่ามันช่วยเพิ่มความกังวาน หวาน ......
๕. การทำงานภายในตัวหลอดเอง ขณที่อิเล็คตรอนจากไส้หลอดวิ่งไปชนแผ่น อาโนด (บวก) จะก่อให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งของอิเล็คตรอนที่กระจายจากแผ่นอาโนด ฝุ่นอิเล็คตรอนเหล่านี้จะถูกดูดกลับไปตามเดิมหลังจากนั้น ก่อให้เกิด "เงา" หรือ ม่านหมอกเสียง ที่คนฟังไม่เก่งจริงเข้าใจผิดว่าช่วยเพิ่มเนื้อเสียงอิ่ม อวบ หวาน และมีความกังวาน จริง ๆ คือ ส่วนเกินทั้งนั้น และก่อให้เกิดเสียงมั่ว ขุ่น กังวานแบบขุ่น ๆ จนเครื่องหลอดต้องจงใจยกปลายแหลมช่วยทะลุความขุ่นแต่ก็หลอกหูเหมือนสร้างขอบเสียงของแต่ละชิ้นดนตรี
...............
ดังที่กล่าวแล้ว ทุกอย่างคือ มั่ว และมั่ว สร้างปัญหาแล้วก็พยายามแก้ปัญหา สังเกตว่า เสียงเครื่องหลอดจะมีบุคคลิกเอนไปทางเดียวกันเกือนหมด ต่างกันที่จุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเสียงที่หลอกหูว่า อบอุ่น (จริง ๆ คือ ขุ่น ทึบ) หวาน ผ่อนคลาย (จริง ๆ คือ คลุมเครือ หนืดหนาดยืดยาด เบลอ หยุดไม่กระชับ) กังวาน (จริง ๆ คือ หมอก เงา ของเสียง เป็นความกังวานที่ขุ่นทึบ ติดตายอยู่ที่ตำแหน่งกำเนิดเสียง ไม่วิ่งกระจาย ออกไปรอบตัวและลับหายไปในเวที) เวทีกว้าง (จริง ๆ คือ หมอกที่คละคลุ้งไปหมด กว้างทั้งปี ไม่มีกว้างทีแคบที ตามที่ควรจะเป็น)
..............
คัดลอกมาเพียงบางส่วนที่เขาวิจารณ์ ....
......ส่วนตัวคิดว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดถูกแท้จริง หรือผิดแท้จริง.........ขึ้นอยู่กับความเชื่อ + ความพอใจ ของเรา.......แต่ในความเชื่อ + ความพอใจของเรา อย่าไปทำความเดือดร้อนให้ใครก็แล่วกัน... :bye1
-
ตกลง คุณ ม.... เป็นนักวิจารณ์ หรือ นักประจาน ครับ :starwars
-
น้องดีไอวายเกิล พูดอะไรมาก็น่ารักหมดอะครับ ลองไปดูที่ ซีอีดับบลิวมีเดีย เค้าด่ากันแรงกว่านี้อีก ยิ่ง ม..ต..เค้าด่าหลอดมาก ยิ่งเข้าตัว เพราะวารสารอิเล็คโทรนิกทุฉบับก็ลงเรื่องหลอด แม้กระทั่งวารสารไฮไฟ หลอดเป็นอมตะ เหมือนนางพญาที่สวยสง่า มีแต่คนรัก (ดูโฆษณาเหล้า..ประกอบดิ) ใครมาวิจารณ์แรงๆ ผู้นั้นก็ได้ผลกรรมไป ตามประสาชาวบ้านก็คือสิ้นความนับถือ ไม่ได้ผุดเกิดในวงการอีกหละครับ ตอนนี้ผมทดลอง หลอดผสม กับทรานซิสเตอร์ไฮสปิด ไฮโวลท์ เสียงดีน่าฟัง เพราะเป็นซิงเกิ้ลเอ็นด์นะเจ๊ บ่ใช่
พุชพุล และ ทดลองทำหม้อแปลงตามทฤษฎีของผม มีคนชมมาแล้ว่า สุดยอด ต้องไปวิ่งหาแกนเหล็กดีๆมาเล่นซะแล้ว นันน่าแปลกที่ใครเข้ามาในยุทธจักรหลอด เสพติดหมด ไม่เหลือรอดออกไปสักราย แม้แต่คุณดีไอวายเกิลก็เข้าข่าย รู้ตัวมั่งปะเนี่ย ผมสันนิษฐานถูกไหมล่ะเจ๊
-
๓. เกือบทั้งหมดจำเป็นต้องมีหม้อแปลง ความต้านทานที่ขาออกก่อนไปลำโพง (มีน้อยรุ่นมากที่จะไม่มี) ซึ่งหม้อแปลงจะลั่นทอนคุณภาพความถี่ตอบสนอง ความฉบับไว ช่องไฟระหว่างตัวโน๊ต ลดทอนความสามารถของภาคขยายในการหยุดการสั่นค้างของลำโพง (ค่า DAMPING FACTORของเครื่องหลอดจึงต่ำมาก ๑๐-๒๐ เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรต่ำกว่า ๑๐๐ จึงไม่มียี่ห้อไหนกล้าระบุสเปคตัวนี้เลย)
อันนี้เป็นความจริงครับ เพราะฉนั้นการเลือกลำโพงที่มี Qts ต่ำๆ รือใช้ลำโพงที่ใช้วัสดุทำ cone ของมันที่เบามากๆ ก็เป็นการ matching ทำกันโดยทั่วไป
๔. หลอดจะรับแสงสั่นสะเทือนจากลำโพงแล้วขยายเป็นเสียงป้อนย้อนกลับเข้าไป ดุจหลอดเป็นไมโครโฟน (MICROPHONIC EFFECT) ลดความชัดเจนและช่องไฟ ช่องว่างระหว่างชิ้นดนตรีในวง ลดความสงัด แต่บางคนกลับเข้าใจผิด ฟังว่ามันช่วยเพิ่มความกังวาน หวาน
ก็ถูกต้องอีกเช่นกันในเรื่องของ microphonic
การทำงานภายในตัวหลอดเอง ขณที่อิเล็คตรอนจากไส้หลอดวิ่งไปชนแผ่น อาโนด (บวก) จะก่อให้เกิดฝุ่นคละคลุ้งของอิเล็คตรอนที่กระจายจากแผ่นอาโนด ฝุ่นอิเล็คตรอนเหล่านี้จะถูกดูดกลับไปตามเดิมหลังจากนั้น ก่อให้เกิด "เงา" หรือ ม่านหมอกเสียง ที่คนฟังไม่เก่งจริงเข้าใจผิดว่าช่วยเพิ่มเนื้อเสียงอิ่ม อวบ หวาน และมีความกังวาน จริง ๆ คือ ส่วนเกินทั้งนั้น และก่อให้เกิดเสียงมั่ว ขุ่น กังวานแบบขุ่น ๆ จนเครื่องหลอดต้องจงใจยกปลายแหลมช่วยทะลุความขุ่นแต่ก็หลอกหูเหมือนสร้างขอบเสียงของแต่ละชิ้นดนตรี
ผมติดใจแค่ตรงนี้เท่านั้นเอง ถ้าจะว่าไปแล้ว electron ที่อยู่บนวัสดุที่ทำ anode ปกติจะไม่สามารถจะยิง electron เข้าไปดื้อๆให้โมเลกุลที่มันเสถียรแล้วกระเด็นออกมา แต่ตัว electron ที่ปล่อยจาก cathode วิ่งเข้าไปชน plate แล้วอาจจะกระเด็นออกมา อันนี้เป็นไปได้
ส่วนผลจากการที่ electron กระเด็นออกมาจาก plate แล้วถูกดูไปอีกครั้งนึงทำให้เสียงมัว? อันนี้ก็ลองเทียบความถี่ของเสียงที่เราได้ยินกันกับความเร็วของ electron ว่าสัดส่วนมันเป็นเท่าไหร่ ความถี่ที่เราได้ยินที่สูงที่สุดคือ 20KHz ในขณะที่ความเร็วของ electron เมื่ออยู่ในสูญญากาศเท่ากับความเร็วแสง ก็ลองจินตนาการว่าระหว่าง cathode และ plate มันประมาณ 5มม. ในขณะที่ความเร็วของ electron ที่ใกล้เคียงแสง ที่จะวิ่งไปหา plate ที่ความถี่ 20KHz เผอิญมีซัก 1-2% ที่กระเด็นออกมาแล้วถูกดูดเข้าไปใหม่ ถ้าจะมองเป็นภาพ slow motion ก็คงจะเป็นแบบในบทความครับ แต่ลองนึกถึงความเร็วใกล้เคียงกับแสงดู
แต่จุดที่ผมต้องการชี้คือ คุณต้องใช้พลังงานมหาศาลที่จะยิงอีเล็คตรอนเข้าไปที่ plate แล้วให้ electron ของวัสดุที่ใช้ทำ plate มันกระเด็นออกมา แต่การที่ electron วิ่งไปชนแล้วกระเด็นออกมา เป็นไปได้ แต่เราจะรับรู้สิ่งเหล่านี้จากเสียงที่ได้หรือเปล่า? บางคนอาจจะได้ยินก็ได้
แต่ถ้ามองไปยังอุปกรณ์ solid state แล้ว พวก N device นี่น่าจะธรรมชาติมากกว่า เพราะ model ของมันคือ electron จะเคลื่อนที่อยู่บน semiconductor ถ้าจะเอามาลองดูอย่างละเอียดแบบมองกับหลอดอย่างในบทความแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่า electron ที่มันวิ่งอยู่บน N device ทุกตัวมันจะไปถึงจุดหมาย ถ้าเป็นจริง heat dissipation ก็ควรจะน้อยมากๆ เพราะไม่มีการสูญเสียพลังงานเลย และยิ่งมันไม่ได้วิ่งอยู่ในสุญญากาศด้วย มันจะไปชนกับ electron ของอากาศหรือ gas ต่างๆที่อยู่รอบๆมันหรือเปล่า?
การใช้ทฤษฎีมาอธิบายก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่บางครั้งมันก็ออกจะเหลือเชื่อจริงๆ หรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกันเลย
ผมเองไม่ได้ต่อต้าน solid state นะครับ เพราะแอมป์ที่ใช้อยู่ยังใช้ opamp อยู่เลย
-
ว้าว !!! ความรู้ใหม่ของผมอีกแล้วครับ :clap :headphone
-
อืม.. อาจมีที่อื่นอีก เช่นพันธุ์พิพย์ที่เค้าจะโดนอีกนะเนี่ย ในความรู้สึกของผมแล้ว พวกโซลิคสเตทคลาสเอ กินกระแสไอเดิ้ล 2 แอมป์ฟังดูแล้วน่าเกลียด โห กินไฟน่าดุ แต่หลอดเพาเวอร์กินไฟ 1. 5แอมป์ น่ารักดีไม่น่าเกลียด เป็นงั้นไป ไม่ทราบมีใครลำเอียงแบบผมหรือปล่าว แต่พีทมิลเล่อร์เค้าบอกว่า การที่เลือกหลอดมาเป็นตัวจ่ายกนะแสคงที่เพราะหลอดระบายความร้อนด้วยตัวเอง ไม่มีฮีทซิ้งค์ใหญ่โตเกะกะ แถมยังคลาสสิกดี บางคนก้ว่า ผู้ฟังจะมองดูใส้หลอดเหมือนโดนสะกดจิต ฟังเพลงไปด้วย เคลิ้มเลย ยิ่งจิบเบียร์หรือไวน์ไปด้วยก็ครึ้มๆ เมาไม่รู้ตัว บอกสู่กันฟังว่า มันแปลกดีนะ ใจคนเรามักเข้าข้างหลอด แล้วทรายซิสเตอร์ มอสเฟตมันไม่น่ารักตรงไหน...
-
ความคิดที่ผมมีต่อบทความคือ physic ที่ใช้ ควรจะใช้ได้กับทุกกรณีครับ ถ้าจะอ้างอิงในระดับอะตอม, โมเลกุล RF frequency หรืออื่นๆ มันก็ควรจะเป็นแบบเดียวกันในทุกๆสถานการณ์
ซึ่งมันทำให้ผมคิดว่าความแตกต่างของหลอดกับ solid state คือ topology ที่ใช้มากกว่า solid state ได้เปรียบกว่าหลอดในหลายๆเรื่องที่อนุญาตให้ทำอะไรที่มีประสิทธิภาพมากกว่าได้ ในขณะที่หลอดทำไม่ได้
solid state ก็มีเสน่ห์ในตัวของม้นเองครับ แต่ส่วนตัวแล้ว ชอบหลอดมากกว่า :)
-
ข้อเสียงอย่างเดียวของหลอดคือ...ถ้าเป็นแอมป์เมดอินยูเอสเอ ราคามันแพงบรรลัยเลย
Solid state ก็บันไลเช่นกันฮับ ;) เพื่อนผมที่เป็นวิศวกรอเมริกัน เขาเคยบอกว่าไม่รู้ออกแบบไปทำไมให้เครื่องมันมี efficiency สูงปานนั้น ต้นทุนมันก็แพงนะสิ แต่ความไพเราะของเสียงไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่เท่าใด เป็นเรื่องตัวเลขทางการค้าซะมากกว่า วิศวกร "แท้" เขาจะคำนึงถึงหลักเศรษฐศาสตร์ด้วย ยกเว้นวิศวกรที่ขาย F1 :D
-
วิศวกร "แท้" เขาจะคำนึงถึงหลักเศรษฐศาสตร์ด้วย ยกเว้นวิศวกรที่ขาย F1 :D
คุณ redbook หมายถึง Firstwatt F1 ของ Nelson Pass ใช่มั๊ยครับ
-
คุณ redbook หมายถึง Firstwatt F1 ของ Nelson Pass ใช่มั๊ยครับ
ขอโทษทีทำให้งงคับ เห็นเริ่มที่อีซูซุ เลยมาลงที่ตัวอย่าง F1 (Formula One) ครับ แพงแค่ไหนไม่ว่าขอให้ขับเคลื่อนได้เร็วเหนือกว่าและมีคนยอมจ่าย
เออ.. หรือว่ารับมุขไม่ทัน :)
-
:) ผมก็ได้อ่านจาก audiophile แล้ว แต่ เอาเหอะ นั่นเป็นความชอบทรานซิสเตอร์มากกว่าหลอดเป็นการส่วนตัว ประกอบเหตุผลตามความรู้เท่าที่ท่านมี ส่วนผมเห็นว่า ผมยังพอหาหลอดเล่นได้ และยังมีเพื่อน ๆ ชาวไทยเราเอง ทั้งต่างชาติ เช่น อเมริกัน จีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอื่น ๆ อีกมาก ยังสร้างแอมป์หลอดฟังเล่นเหมือนกันกับผม และผมก็มีความสุขที่ได้ฟังเพลงจากแอมป์หลอดพื้น ๆ ที่ผมสร้างขึ้น ก็พอใจแล้วครับ :)
-
บางทีผมก็รู้สึกสงสัยจริงๆ ว่า จริงๆ แล้วคนที่ติดแอมป์หลอดงอมแงมชอบเสียงที่เพี้ยนแบบหลอด (เนื่องจากว่าตัวเลขทางเทคนิคมันฟ้อง, อันนี้ช่วยไม่ได้ครับ เขามีตัวเลขมายืนยัน ไม่เหมือนกับแค่การพูดว่าหลอดเสียงหวานกว่ายังงั้นยังงี้ มันวัดไม่ได้) หรือว่าเสียงที่ได้มาจากการเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าออกมาเป็นพลังงานเสียงโดยไม่ผิดเพี้ยนกันแน่ แต่ก็ไม่ได้มีอคติใดๆ เพราะว่าคนเราก็มีความชอบและรสนิยมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นคุณไปบอกพวกที่ใช้ tone control หรือ EQ ว่า ฟัง flat สิ จ๊าบใจกว่าเยอะ (แล้วคุณจะไปยุ่งอะไรกับเขาล่ะ ก็เขาชอบของเขาอย่างนั้น)
-
คนที่ติดแอมป์หลอดงอมแงมชอบเสียงที่เพี้ยนแบบหลอด
เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าแอมป์หลอดเสียงเพี้ยนแล้วทำให้คนชอบ จริงๆแล้วก็คงมีครับ แต่แอมป์หลอดที่ออกแบบอย่างถูกต้องก็มีความเพี้ยนต่ำใกล้เคียงกับแอมป์ solid state ได้เช่นกัน ในขณะที่แอมป์ solid state ถ้าเอา feedback ออก ความเพี้ยนก็ใกล้เคียงกับแอมป์หลอดเหมือนกัน
เพราะฉนั้นจึงมีคนวิจัยว่าทำไมคนถึงพอใจเสียงของแอมป์หลอดมากกว่า และก็พบว่าแอมป์หลอดเมื่อเริ่ม clip มี profile ของ harmonic distortion เรียงในลักษณะลาดลง ในขณะที่แอมป์ solid มี odd harmonic มากกว่าทำให้รู้สึกว่าเสียงกระด้างกว่า แอมป์ที่ Nelson Pass ออกแบบเป็น SE solidstate เมื่อถึงจุด clip ก็มี even harmonic มากกว่า odd เช่นกัน
แต่ก็ต้องไม่ลืมครับว่าทั้งแอมป์ solid และหลอด ถ้าทำงานในจุดที่ linear หรือจุดที่ความเพี้ยนของมันมีค่าต่ำ แอมป์ทั้งสองชนิดก็เสียงดีทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
ทั้งหลอดและ solidstate มีจุดดีและจุดด้อยทั้งคู่ครับ ขึ้นอยู่กับจะเอามาใช้งานยังไงมากกว่า
-
บางทีผมก็รู้สึกสงสัยจริงๆ ว่า จริงๆ แล้วคนที่ติดแอมป์หลอดงอมแงมชอบเสียงที่เพี้ยนแบบหลอด (เนื่องจากว่าตัวเลขทางเทคนิคมันฟ้อง, อันนี้ช่วยไม่ได้ครับ เขามีตัวเลขมายืนยัน ไม่เหมือนกับแค่การพูดว่าหลอดเสียงหวานกว่ายังงั้นยังงี้ มันวัดไม่ได้) หรือว่าเสียงที่ได้มาจากการเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าออกมาเป็นพลังงานเสียงโดยไม่ผิดเพี้ยนกันแน่ แต่ก็ไม่ได้มีอคติใดๆ เพราะว่าคนเราก็มีความชอบและรสนิยมที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นคุณไปบอกพวกที่ใช้ tone control หรือ EQ ว่า ฟัง flat สิ จ๊าบใจกว่าเยอะ (แล้วคุณจะไปยุ่งอะไรกับเขาล่ะ ก็เขาชอบของเขาอย่างนั้น)
ไม่มีใครไปยุ่งกับใครหรอกครับ เพียงแต่ต่างคนต่างให้ความคิดเห็นแตกต่างกันไป
บางทีผมก็รู้สึกสงสัยจริงๆ ว่า จริงๆ แล้วคนที่ติดแอมป์หลอดงอมแงมชอบเสียงที่เพี้ยนแบบหลอด
เอ............สงสัยครับ วันไหนคุณเป็น หวัด เสียงตัวคุณเองเพี้ยน คุณเอามิเตอร์มาวัดหรือเปล่าครับ แล้วคุณทนฟังเสียงตนเองเพี้ยนได้หรือเปล่าครับ :yahoo :yucky :yahoo :yucky :yahoo :yucky
-
(แล้วคุณจะไปยุ่งอะไรกับเขาล่ะ ก็เขาชอบของเขาอย่างนั้น)
ไม่มีใครไปยุ่งกับใครหรอกครับ เพียงแต่ต่างคนต่างให้ความคิดเห็นแตกต่างกันไป
ยกข้อความมาให้หมดสิครับ คนอื่นอ่านเข้าใจผมผิดหมด ผมก็หมายความอย่างคุณว่าแหละ อ่านดูดีๆ เอาแค่ในวงเล็บอย่างนี้มาความหมายมันก็แรงสิครับ
บางทีผมก็รู้สึกสงสัยจริงๆ ว่า จริงๆ แล้วคนที่ติดแอมป์หลอดงอมแงมชอบเสียงที่เพี้ยนแบบหลอด
เอ............สงสัยครับ วันไหนคุณเป็น หวัด เสียงตัวคุณเองเพี้ยน คุณเอามิเตอร์มาวัดหรือเปล่าครับ แล้วคุณทนฟังเสียงตนเองเพี้ยนได้หรือเปล่าครับ :yahoo :yucky :yahoo :yucky :yahoo :yucky
อั้นนี้ก็เช่นกัน ยกข้อความมาให้หมด ไม่ใช่เอาแค่ประโยคประกอบของทั้งข้อความมา ยังงี้ไม่แฟร์กับคน post ก่อนหน้านะครับ แค่สงสัยว่าเราชอบความเพี้ยนของหลอดหรือเปล่าก็เท่านั้น system ของผมก็มีเครื่องเสียงหลอดเป็นส่วนประกอบ และก็ DIY แอมป์หลอดมาเป็นสิบปีแล้ว ก็ถูกที่คุณว่าถ้าผมเป็นหวัด ผมคงไม่เอา spectrum analyzer มาวัดฮาร์มอนิคส์ ของเสียงผมแล้วคำนวณหา THD หรือว่าถ้าผมจาม ผมจะมีแดมปิ้งแฟคเตอร์ในการหยุดจามกี่ dB อะไรนั่นหรอก เพียงแต่สิ่งประดิษฐ์ ถ้ามองในเชิงวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ มันต้องสังเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขวัดผลได้ อย่างถ้ามีคนมาถามคุณว่า ลำโพง ของคุณมีความไวเท่าไหร่ ถ้าคุณตอบเขาว่าใช้ SE 1 วัตต์ เสียงก็ดังลั่นห้องแล้ว กับคุณตอบว่า 90dB @1W@1m. อย่างไหนจะบ่งบอกได้ชัดเจนกว่ากันครับ อีกอย่างเสียงเพี้ยนจากการเป็นหวัด หรือdamping factor ในการหยุดจามของผมคงไม่ได้เป็นผลงานทางวิชาการที่ต้องสังเคราะห์ตัวเลขออกมาเพื่อให้โลกได้รับรู้ไม่ใช่หรือครับ แล้วผมก็ไม่ได้บอกด้วยว่า ผลการวัดหรือทดสอบเชิงตัวเลขจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความชอบใจส่วนบุคคล ความรัก
เฮ้อความรัก(หลอด)ทำให้คนตาบอด(แต่สุขภาพหูยังดีก็พอไหว) ;)
-
ปกติคนที่ชอบฟังเพลง (ทั้ง Tube และ SS) ผม (คิดว่า) ส่วนใหญ่จะเป็นคนอารมณ์ดี ใจเยือกเย็น สุขุม มีสมาธิดี นะครับ
เป็นมิตรที่ดีต่อกัน..........................ไว้ ประเทศไทยจะได้เจริญ รุ่งเรืองครับ ถ้าไม่สบายใจ ผมขออภัย คุณ Solid State Mania มา ณ ที่นี่ครับ
เฮ้อความรัก(หลอด)ทำให้คนตาบอด(แต่สุขภาพหูยังดีก็พอไหว)
ผมคงต้องหันไปฟัง ไปชอบ SS แล้วมั่ง ตาถึงจะดี จะได้มองเห็น ฝุ่นละอองอิเลคตรอนวิ่งชนเพลตฝุ้งกระจาย
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำที่ดี และมีประโยชน์ครับ ^-^
-
สำหรับผมแอมป์หลอดให้ได้มากกว่าเสียงครับ...มัน DIY ได้ง่ายกว่า..มันดูดี..มันเป็นศิลป์...มันเป็นของที่ผมก็สร้างได้
-
ป๋มว่า คนที่มาเล่นหลอดก็ต้องเล่น ss มาก่อน ผมก็ด้วยคับ ต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน แต่ผมมาเล่นหลอดแล้ว ก็ไม่กลับไปมอง ss อีกเลยคับ ผมว่าคำตอบมีอยู่ในใจของทุกๆคนแล้ว และคงจะเป็นคำตอบเดียวกับผมด้วยคับ เปิดใจให้กว้างนะคับ
-
กระทู้นี้ยาวจังเลยนะครับ
สำหรับผมเห็นว่าหลอดก็มีเสน่ห์ SS ก็น่าสนใจ ด้วยเหตุนี้ ผมจึง DIY ทั้งเครื่องหลอด และ SS และฟังสลับกันตามอารมณ์
ผมไม่ค่อยสนใจนักวิจารณ์เท่าไหร่ เพราะเลิกซื้อเครื่อง commercial นานแล้ว ยึดความพอใจและความสุจในการฟังและ DIY ของตัวเองเป็นสำคัญ
JUUD
-
เดี๋ยวอีกหน่อยก็ต้องมีการเถียงกันระหว่าง SS Amp, Tube Amp และ Digital Swicthing Amp เพิ่มขึ้นมาอีก
สุดท้ายก็ไม่พ้นซื้อหากันมาเพื่อฟังเพลงอยู่ดี....เล่นตามที่เราชอบและไม่เดือดร้อนคนอื่นก็พอแล้ว :kicking
-
อืมมม.....ผมว่าอาจารย์ฟันธงแกน่าจะมีความหลังกับหลอดนะครับ :whistling อย่างเช่น แกไม่มีฝีมือ ทำแล้วได้เสียงอย่างที่แกว่า ปรับจูนไม่เป็นเพราะไม่รู้จักกับธรรมชาติของหลอดที่ว่าต้องค้นหาจุดทำงานที่ดีที่สุดของมันเป็นรายตัว ฟังแป๊บเดียวไม่รอเบิร์น หาลำโพงไว ๆ เสียงดี ๆ ไม่ได้ ไม่รู้จักแคปยี่ห้อดี ๆ รู้จักเหล็กก็แต่มีดอรัญญิก ถูกหลอกขายของมา ไม่มีศิลปในหัวใจ รึว่าไปบิดหลอดแล้วสู้เขาไม่ได้ แต่เอ........หรือว่า.....บางทีแกอาจตาสว่างจากการหลงรักหลอดอย่างไม่ลืมหูลืมตาแล้วก็ได้.... 2f
-
เด็กๆแกเคยทำหลอดแตกแล้วโดนพ่อตีเกือบดายเลยจำฟังใจมาถึงตอนนี้
:nono :nono
-
เด็กๆแกเคยทำหลอดแตกแล้วโดนพ่อตีเกือบดายเลยจำฟังใจมาถึงตอนนี้
:nono :nono
2f 2f 2f 2f 2f 2f
-
เด็กๆแกเคยทำหลอดแตกแล้วโดนพ่อตีเกือบดายเลยจำฟังใจมาถึงตอนนี้
:nono :nono
2f 2f 2f :yahoo :yahoo :yahoo :headphone
-
dd :secret :drunk :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
คัดลอกมาเพียงบางส่วนที่เขาวิจารณ์ ....
......ส่วนตัวคิดว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดถูกแท้จริง หรือผิดแท้จริง.........ขึ้นอยู่กับความเชื่อ + ความพอใจ ของเรา.......แต่ในความเชื่อ + ความพอใจของเรา อย่าไปทำความเดือดร้อนให้ใครก็แล่วกัน... :bye1
อิ อิ อ่านแล้ว คล้ายๆ แนวคิดทางการเมืองนะครับ..... :headphone
-
ผมเองเคยเล่น ss มาตั้งแต่แรกเมื่อเริ่มเล่นเครื่องเสียง ฟังมาแล้วระยะเวลานานเหมือนกัน แต่พอวันหนึ่งได้ฟังเสียงจากเครื่องเสียงที่ทำจากหลอด
เกิดความพอใจ เพราะรายละเอียดที่ได้แตกต่างจากเสียงที่ผมเคยฟังมา มีความรู้สึกว่าให้อรรถรสในการฟังที่มีความเป็นดนตรีดียิ่งก่าวที่เคยฟังมา
แอมป์ ss ตอนนี้เลยจอดไว้แล้ว ..ผมว่าเครื่องมือที่จะวัดคุณภาพเครื่องเสียงที่ดีที่สุดทุกท่านมีเหมือนกันครับหูเรานี่แหละ ต่อให้ตัวเลขดีแค่ไหนฟังแล้วไม่ถูกใจผมก็ไม่ชื้ออยู่ดี
หลอดถึงจะหายาก ต้องขอแบ่งปันจากท่านสมาชิกhtg2 แต่เสียงที่ได้น่าพอใจ ;D ;D ;D
-
แต่ผมว่าเครื่องวัดความพอใจของเสียงเพลงไม่ใช่หูครับ แต่เป็นเท้า อิ อิ ถ้ากระดิกได้ก็แสดงว่าเราพอใจกะมัน :clap ;D ;D ;D
-
ไม่น่าจะเรียกว่าด่านะครับ เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล
คุณฟังหลอดแล้วมีความสุขก็ฟังไป คุณ ม. แกไม่ชอบแกก็ไ่ม่ฟัง(ตามบทความของแก)
ผมว่าคุณ ม. แกก็เขียนเรื่องนี้มีเหตุมีผลดี แม้เรื่องอื่นๆแกจะขี้โม้ไปหน่อย
หูใครหูมัน :yahoo