HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: aphiphot ที่ 22 กรกฎาคม, 2009, 10:16:36 am
-
เป็นหม้อแปลงจากแอมป์กีตาร์เดาเอาว่าลูกหนึ่งเป็นPowerส่วนอีกลูกหนึ่งน่าจะเป็นoptเพราะใช้หลอด12AX7 & EL34 เลยตั้งใจว่าจะเอามาพันเป็นหม้อแปลงPowerทั้งสองลูก เมื่อวันศุกร์เลยจัดการให้นักเรียนระดับ ปวช.2 รื้อซะ คำนวณขนาดVAจากการวัดขนาดความกว้างขาEได้
4.4x4.4=19.36 cm^2
จากสมการ A=1.1*sqr(VA)
จะได้ VA=(19.36/1.1)^2=309.76VA แต่ตั้งใจว่าจะพันแค่ขนาด250VAก็พอหรือว่า300VAดีครับ Esec = 250-0V&280-0V,6.3-0V,2.5-0-2.5V
หาขนาดลวดที่250VA จากสมการ I*0.3mm^2
เมื่อ Ipri = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#22 SWG
และ Isec1 = VA/Esec1 = 250/280 = 0.893A นั่นคือ #Sec = 0.893*0.3 = 0.268mm^2 --------->#23หรือ24 SWG
-
ขด6.3-0Vและ2.5-0-2.5V กระแส 4A ลวด#17
-
รูปที่postนี่เป็นของเก่านะครับเดี๋ยวจะทำใหม่ครับกะเอาไว้ว่าไม่ชอบบินเลยจะทำแบบไม่มีปีก ;D ;D ;D
-
อันนี้เป็นแกนครับ
-
ขนาดแกนครับ
-
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/19.36)*220 = 511.36 ----->512 turn
N(sec1) = (45/19.36)*280 = 650.83 ------>651 turn
N(sec2) = (45/19.36)*6.3 = 14.64 ----->15 turn
N(sec3) = (45/19.36)*2.5 = 5.81 ----->6 turn
งานนี้กว่าจะเสร็จก็หนึ่งเทอมพอดีครับ(ตั้งใจไว้อย่างนั้น) เพราะเป็นการฝึกของนักเรียนระดับ ปวช.2 ครับ งานนี้หากมีข้อผิดพลาดใดๆรบกวนผู้เชี่ยวชาญช่วยทักท้วงด้วยครับยินดีนำไปปรับปรุงแก้ไขครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับองค์ความรู้ใหม่ๆจะได้ตกสู่เยาวชนของชาติครับอย่าปล่อยให้มันตายไปกับเราเลยครับ Y] Y] Y]
-
O0 O0 O0
-
เมื่อวันศุกร์เลยจัดการให้นักเรียนระดับ ปวช.2 รื้อซะ
ทำไมเรียน วิศว จารย์ไม่ให้รื้อบ้างครับ (ฟะ) ให้ตะไบเหล็กอยู่นั้นแหละ เลยพันหม้อไม่เป็นเลย :cry2 :cry2 :cry2
เป็นหม้อแปลงจากแอมป์กีตาร์เดาเอาว่าลูกหนึ่งเป็นPowerส่วนอีกลูกหนึ่งน่าจะเป็นoptเพราะใช้หลอด12AX7 & EL34 เลยตั้งใจว่าจะเอามาพันเป็นหม้อแปลงPowerทั้งสองลูก เมื่อวันศุกร์เลยจัดการให้นักเรียนระดับ ปวช.2 รื้อซะ คำนวณขนาดVAจากการวัดขนาดความกว้างขาEได้
4.4x4.4=19.36 cm^2
จากสมการ A=1.1*sqr(VA)
จะได้ VA=(19.36/1.1)^2=309.76VA แต่ตั้งใจว่าจะพันแค่ขนาด250VAก็พอหรือว่า300VAดีครับ Esec = 250-0V&280-0V,6.3-0V,2.5-0-2.5V
หาขนาดลวดที่250VA จากสมการ I*0.3mm^2
เมื่อ Ipri = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
และ Isec1 = VA/Esec1 = 250/280 = 0.893A นั่นคือ #Sec = 0.893*0.3 = 0.268mm^2 --------->#22
มาเรียนกับจารย์ เอกสิทธิ ก็ได้ จารย์ครับ รบกวน เอาอย่างข้างบน ชัดๆ ช้าๆ เป็น step สำหรับเด็กหลังห้อง กลับใจ 1 ที่ครับ
คืออย่างนี้ครับผมรื้อหม้อแปลงมาโดยที่ไมรู้ข้อมูลอะไรเลยครับก็เลยอยากรู้ว่าขนาดแกนที่ผมมีอยู่ในมือนั้นมันสามารถที่จะนำไปพันหม้อแปลงและจ่ายPowerได้สูงสุดเท่าไหร่ครับโดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ
1.วัดความกว้างของขากลางขา E ครับ ------>ของผมวัดได้ 4.4 cm
2.หาขนาดพื้นที่หน้าตัด(A=กว้างขากลางขาEยกกำลังสอง)เพื่อจะนำมาคำนวณกลับไปหาPower(VA) จากสมการ A = 1.1*Sqr(VA) ------>ของผมคำนวณได้ 19.36 = 1.1*Sqr(VA) ------>VA = (19.36/1.1)ยกกำลังสอง = 309.76 W (Maximum Power Output)แต่ผมเอาแค่250W(VA)
3.ผมกำหนดแรงดันด้านPriคือ 280-0V,6.3-0V,2.5-0-2.5V
4.หาขนาดกระแสของแต่ละขดเพื่อนำไปหาขนาดเบอร์ลวดครับ จากสมการ พื้นที่หน้าตัดเบอร์ลวด = 0.3*I
-------->ของผมคำนวณกระแส I(pri) = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
-------->Isec1 = VA/Esec1 = 250/280 = 0.893A นั่นคือ #Sec = 0.893*0.3 = 0.268mm^2 --------->#22
ส่วนอีก 2 ขดที่เหลือเทียบจากตารางเอาครับว่าจะเอากระแสกี่แอมป์
-
บ่ายนี้นัดให้นักเรียนเค้าส่งค่าจากการคำนวณต่างๆที่มอบหมายให้เค้าตั้งแต่วันศุกร์ครับเพื่อเช็คดูว่าเค้าเข้าใจกันหรือเปล่า ตอนแรกกะว่าจะไปซื้อบ๊อบบิ้นสำเร็จและแกนเหล็กมาให้นักเรียนเค้าคำนวณกันแต่ติดที่การจัดซื้อระบบราชการยุ่งยากเลยหยิบเอาของเก่ามาดีกว่า แต่การคำนวณก็ต้องเป็นแบบย้อนกลับนิดนึง ความคืบหน้าจะถ่ายรูปและนำมาpostลงให้ชมและอธิบายในรายละเอียดหรืออุปสรรคต่างๆเรื่อยๆครับ
-
เข้าทางเลย กำลังต้องการรายละเอียดอยู่พอดี ลอกเลยแล้วกัน... O0 ;D
-
เข้าทางเลย กำลังต้องการรายละเอียดอยู่พอดี ลอกเลยแล้วกัน... O0 ;D
แตกว่าจะจบหลักสูตรก็ประมาณเดือนกันยายนนะครับ ;D ;D ;D
-
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/19.36)*220 = 511.36 ----->512 turn
N(sec1) = (45/19.36)*280 = 650.83 ------>651 turn
N(sec2) = (45/19.36)*6.3 = 14.64 ----->15 turn
N(sec3) = (45/19.36)*2.5 = 5.81 ----->6 turn
งานนี้กว่าจะเสร็จก็หนึ่งเทอมพอดีครับ(ตั้งใจไว้อย่างนั้น) เพราะเป็นการฝึกของนักเรียนระดับ ปวช.2 ครับ งานนี้หากมีข้อผิดพลาดใดๆรบกวนผู้เชี่ยวชาญช่วยทักท้วงด้วยครับยินดีนำไปปรับปรุงแก้ไขครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับองค์ความรู้ใหม่ๆจะได้ตกสู่เยาวชนของชาติครับอย่าปล่อยให้มันตายไปกับเราเลยครับ Y] Y] Y]
ต้องเผื่อแรงดันตกเวลามีโหลดหรือเปล่าครับ อาจารย์
[/quote]
ทำไมเรียน วิศว จารย์ไม่ให้รื้อบ้างครับ (ฟะ) ให้ตะไบเหล็กอยู่นั้นแหละ เลยพันหม้อไม่เป็นเลย :cry2 :cry2 :cry2
คุณ ลำน้ำ ตะไบอะไรครับ ฆ้อน หรือ ที่เปิดขวด หรือ ปากกาจับงาน :)
-
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/19.36)*220 = 511.36 ----->512 turn
N(sec1) = (45/19.36)*280 = 650.83 ------>651 turn
N(sec2) = (45/19.36)*6.3 = 14.64 ----->15 turn
N(sec3) = (45/19.36)*2.5 = 5.81 ----->6 turn
งานนี้กว่าจะเสร็จก็หนึ่งเทอมพอดีครับ(ตั้งใจไว้อย่างนั้น) เพราะเป็นการฝึกของนักเรียนระดับ ปวช.2 ครับ งานนี้หากมีข้อผิดพลาดใดๆรบกวนผู้เชี่ยวชาญช่วยทักท้วงด้วยครับยินดีนำไปปรับปรุงแก้ไขครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับองค์ความรู้ใหม่ๆจะได้ตกสู่เยาวชนของชาติครับอย่าปล่อยให้มันตายไปกับเราเลยครับ Y] Y] Y]
ต้องเผื่อแรงดันตกเวลามีโหลดหรือเปล่าครับ อาจารย์
ทำไมเรียน วิศว จารย์ไม่ให้รื้อบ้างครับ (ฟะ) ให้ตะไบเหล็กอยู่นั้นแหละ เลยพันหม้อไม่เป็นเลย :cry2 :cry2 :cry2
คุณ ลำน้ำ ตะไบอะไรครับ ฆ้อน หรือ ที่เปิดขวด หรือ ปากกาจับงาน :)
ขอบคุณมากครับผมลืมไปสนิทเลย ;D ;D ;D ข้าน้อยผิดไปแล้ว(ผิดเป็นครูอีกแหละ) 2f 2f 2f 2f
-
I(pri) = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
อาจารย์ใช้ตารางลวด AWG รึเปล่าครับ :D
-
I(pri) = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
อาจารย์ใช้ตารางลวด AWG รึเปล่าครับ :D
ครับผมมักง่ายเองครับพอดีหนังสือที่ใช้อ้างอิงเบอร์ตารางด้านที่อยู่ใกล้ค่าพื้นที่หน้าตัดลวด(หน่วยเป็น ตร.มม.) ถ้าเป็น SWG (บ้านเราใช้แบบนี้)จะได้#22ครับ :bowdown :bowdown :bowdownขออภัยมณีอย่างแรงครับ ;D ;D ;D
-
ทั่งครับ น้าเด็กๆ จารย์ บอกว่าอยากได้เข็ม 2f 2f 2f
ฆ้อน ครับ เค้าเอาความยาว 10cm. ผมตะไบด้วยความมัน เหลือ 9cm กว่าๆ จารย์เห็นอย่างนี้เลยครับ :doh :doh :clap :clap ตูยังจบมาได้ :teach :think1 :think1
ที่แรก เค้าให้ทำถังน้ำ ครับ วิชา metal sheet
มาอีกที่ง่ายหน่อย หัวฆ้อน นึกว่าสบาย ที่ไหนได้ ทำเสร็จเร็ว โดนเพื่อน ๆ สะกิดให้ช่วยอีก 3-4 อัน :cry2
-
ทั่งครับ น้าเด็กๆ จารย์ บอกว่าอยากได้เข็ม 2f 2f 2f
ฆ้อน ครับ เค้าเอาความยาว 10cm. ผมตะไบด้วยความมัน เหลือ 9cm กว่าๆ จารย์เห็นอย่างนี้เลยครับ :doh :doh :clap :clap ตูยังจบมาได้ :teach :think1 :think1
ที่แรก เค้าให้ทำถังน้ำ ครับ วิชา metal sheet
มาอีกที่ง่ายหน่อย หัวฆ้อน นึกว่าสบาย ที่ไหนได้ ทำเสร็จเร็ว โดนเพื่อน ๆ สะกิดให้ช่วยอีก 3-4 อัน :cry2
ผมโดนให้ตะไบค้อนตอกสายไฟครับ อีกชิ้นก็ปากกาจับงานขนาดเล็กแต่ปัจจุบันให้เด็กตะไบC-clampครับ งานตะไบชิ้นแรกและเอามือพองเลยโหดสุด
-
1.วัดความกว้างของขากลางขา E ครับ ------>ของผมวัดได้ 4.4 cm
2.หาขนาดพื้นที่หน้าตัด(A=กว้างขากลางขาEยกกำลังสอง)เพื่อจะนำมาคำนวณกลับไปหาPower(VA) จากสมการ A = 1.1*Sqr(VA) ------>ของผมคำนวณได้ 19.36 = 1.1*Sqr(VA) ------>VA = (19.36/1.1)ยกกำลังสอง = 309.76 W (Maximum Power Output)แต่ผมเอาแค่250W(VA)
ตามความเห็นของผม ที่คุณ ekkasit เลือก Max VA ที่ 250 เหมาะแล้วเนื่องจากพื้นที่หน้าตัดแกนเหล็กที่คำนวณได้ 19.36 ตร.ซม. นั้นยังไม่ได้หักส่วนที่เป็นฉนวนหุ้มแผ่นเหล็กออกไป ถ้าหักออกไป 10% จะได้ 17.424 ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับ 250 VA
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/19.36)*220 = 511.36 ----->512 turn
N(sec1) = (45/19.36)*280 = 650.83 ------>651 turn
N(sec2) = (45/19.36)*6.3 = 14.64 ----->15 turn
N(sec3) = (45/19.36)*2.5 = 5.81 ----->6 turn
จากสูตรการหาแบบลัดของคุณ ekkasit มาจาก V x 10 ยกกำลัง 8 = 4.44 x B x f x N x A
ถ้าจะให้ได้ตัวเลข 45 ออกมาในสูตรลัดต้องใช้ค่า B = 10000 gauss, f = 50 Hz
ปัญหาอยู่ที่การใช้ค่า A ค่าที่ควรจะนำมาใช้ควรเป็นค่าที่หักพื้นที่ของฉนวนหุ้มแกนออกไปแล้ว ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะได้จำนวนรอบที่สูงกว่าที่คุณ ekkasit คำนวณได้ครับ ถ้าใช้ตัวเลข 19.36 ตร.ซม. ค่า B ที่เกิดขึ้นในแกนจะมีค่าสูงกว่า 10000 gauss ครับ
-
:clap มาเชียร์ครับ กระทู้ปฏิบัติการอย่างนี้ ขอบครับ O0
-
ชอบมากครับ O0 O0
ผมเองก็เรียนวิธืแกะหม้อแปลงเก่า เอามาพันใหม่จาก จารย์Mc เจ้าสำนักบ้าบนเนินครับ c) c) c) c) c)
-
1.วัดความกว้างของขากลางขา E ครับ ------>ของผมวัดได้ 4.4 cm
2.หาขนาดพื้นที่หน้าตัด(A=กว้างขากลางขาEยกกำลังสอง)เพื่อจะนำมาคำนวณกลับไปหาPower(VA) จากสมการ A = 1.1*Sqr(VA) ------>ของผมคำนวณได้ 19.36 = 1.1*Sqr(VA) ------>VA = (19.36/1.1)ยกกำลังสอง = 309.76 W (Maximum Power Output)แต่ผมเอาแค่250W(VA)
ตามความเห็นของผม ที่คุณ ekkasit เลือก Max VA ที่ 250 เหมาะแล้วเนื่องจากพื้นที่หน้าตัดแกนเหล็กที่คำนวณได้ 19.36 ตร.ซม. นั้นยังไม่ได้หักส่วนที่เป็นฉนวนหุ้มแผ่นเหล็กออกไป ถ้าหักออกไป 10% จะได้ 17.424 ตร.ซม. ซึ่งเหมาะกับ 250 VA
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/19.36)*220 = 511.36 ----->512 turn
N(sec1) = (45/19.36)*280 = 650.83 ------>651 turn
N(sec2) = (45/19.36)*6.3 = 14.64 ----->15 turn
N(sec3) = (45/19.36)*2.5 = 5.81 ----->6 turn
จากสูตรการหาแบบลัดของคุณ ekkasit มาจาก V x 10 ยกกำลัง 8 = 4.44 x B x f x N x A
ถ้าจะให้ได้ตัวเลข 45 ออกมาในสูตรลัดต้องใช้ค่า B = 10000 gauss, f = 50 Hz
ปัญหาอยู่ที่การใช้ค่า A ค่าที่ควรจะนำมาใช้ควรเป็นค่าที่หักพื้นที่ของฉนวนหุ้มแกนออกไปแล้ว ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วจะได้จำนวนรอบที่สูงกว่าที่คุณ ekkasit คำนวณได้ครับ ถ้าใช้ตัวเลข 19.36 ตร.ซม. ค่า B ที่เกิดขึ้นในแกนจะมีค่าสูงกว่า 10000 gauss ครับ
ขอบคุณมากครับ ถ้าเป็นไปตามที่คุณประสานแนะนำ จำนวนรอบใหม่จะได้ดังนี้ครับ
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/17.424)*220 = 568.18 ----->570 turn
N(sec1) = (45/17.424)*280 = 723.14 ------>725 turn
N(sec2) = (45/17.424)*6.3 = 16.27 ----->20 turn
N(sec3) = (45/17.424)*2.5 = 6.46 ----->7 turn
เดี๋ยวหลังจากพันเสร็จแต่ละขดคงต้องทดสอบเรื่องของการจ่ายแรงดันอีกทีครับ อาจต้องมีการปรับบางส่วนครับ
-
มีอีกอย่างคือคุณ ekkasit ควรพิจารณาเรื่องแรงดันที่ไฟฟ้าในบ้านเราด้วยครับว่าเป็น 220 V. หรือ 230 V. เนื่องจากจะมีผลต่อค่า B เช่นกัน
ถ้าเรารู้ค่า B ที่แน่นอนของแกนเหล็กเราจะไม่ต้องเป็นกังวลมาก การออกแบบทำได้สะดวกกว่าแต่พอเราไม่รู้ที่แน่นอนการออกแบบจะต้องไม่ลืมเรื่องการเผื่อไว้ด้วยครับ มันอาจจะไม่ดีอย่างที่เราคิดหรือมันอาจจจะดีกว่าที่เราคิด แต่ถ้าเราออกแบบบนข้อมูลที่ขี้เหล่ที่สุดที่แกนเหล็กก็จะไม่เจอปัญหา แต่ถ้าเราออกแบบบนข้อมูลที่ขี้เหล่แต่ได้แกนดีมาเราก็ไม่ได้ใช้คุณสมบัติของมันได้เต็มที่ :black_eye
แกนเหล็กของคุณ ekkasit น่าจะเป็นเหล็กที่เค้าเรียกว่าเหล็กชแล็คใช่หรือเปล่าครับ
ต้องเผื่อแรงดันตกเวลามีโหลดหรือเปล่าครับ อาจารย์
ผมเห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องแรงดันตกถ้าเราเลือกลวดที่โตหน่อยเพื่อให้ได้ DCR ต่ำก็เพียงพอที่จะชดเชยได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแรงดันที่จะต้องเผื่อไว้ครับ
-
แกนเหล็กของคุณ ekkasit น่าจะเป็นเหล็กที่เค้าเรียกว่าเหล็กชแล็คใช่หรือเปล่าครับ
ตรงนี้ไม่ทราบเลยครับเพราะให้นักเรียนเค้าแกะออกมายังไม่ได้ทำอะไรเลยครับ อย่างนี้เรามีวิธีตรวจสอบอย่างไรหรือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นแกนเหล็กชนิดไหนกรณีที่เรารื้อหม้อแปลงเก่าครับ รบกวนสอบถามคุณประสานด้วยครับ ผมเองจะได้นำไปแนะนำน้องๆเค้าเอาไว้เป็นความรู้ติดตัวน้องเค้าไปครับ ขอบคุณมากครับ
-
ผมเคยเจอแกนแบบนี้มาแล้วพอดีวันที่ไปซื้อแกนเหล็กที่ร้านกรุงธนได้มีโอกาสคุยกับเถ้าแก่เจ้าของร้านคุยกันหลายเรื่อง จึงถามเค้าว่าเหล็กแบบที่ผมเจอมันเป็นแบบไหนเค้าบอกว่าเป็นเหล็กชแล็ค สมัยก่อนเทคโนโยลี่การทำ Laminated-steel sheet ยังไม่เจริญเท่าที่ควร ก็เลยมีการนำแผ่นเหล็กซิลิคอนไปเคลือบด้วยชแล็คครับ นี่ฟังเค้าบอกมาครับ :)
-
แล้วเรื่องคุณภาพล่ะครับเทียบกับสมัยนี้ อ้อ!คุณประสานอยู่ระยองใช่หรือเปล่าเห็นคุณJAYว่าคุณประสานเข้าไปเที่ยวที่บ้านบ่อยพอดีผมไประยองเกือบทุกอาทิตย์(วันอาทิตย์) ;D ;D
-
ขอบคุณมากครับ ถ้าเป็นไปตามที่คุณประสานแนะนำ จำนวนรอบใหม่จะได้ดังนี้ครับ
จำนวนรอบ
N(pri) = (45/A)*E = (45/17.424)*220 = 568.18 ----->570 turn
N(sec1) = (45/17.424)*280 = 723.14 ------>725 turn
N(sec2) = (45/17.424)*6.3 = 16.27 ----->20 turn
N(sec3) = (45/17.424)*2.5 = 6.46 ----->7 turn
เดี๋ยวหลังจากพันเสร็จแต่ละขดคงต้องทดสอบเรื่องของการจ่ายแรงดันอีกทีครับ อาจต้องมีการปรับบางส่วนครับ
-
แล้วเรื่องคุณภาพล่ะครับเทียบกับสมัยนี้ อ้อ!คุณประสานอยู่ระยองใช่หรือเปล่าเห็นคุณJAYว่าคุณประสานเข้าไปเที่ยวที่บ้านบ่อยพอดีผมไประยองเกือบทุกอาทิตย์(วันอาทิตย์) ;D ;D
อยู่ระยองครับ ว่าจะไปเยี่ยมพี่ JAY อีกเพื่อขอคำแนะนำหลายอย่างครับ ตอนนี้กำลังสะสมปัญหาไว้เยอะๆ ไปทีให้คุ้มเลยครับ ;D ;D
-
หลายท่านเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ เราเลยพลอยได้รับคสามรู้ไปด้วย วิชาหม้อแปลงที่ใครหลายๆคนที่เรียนไฟฟ้ามา แต่ส่งคืนอาจารย์ไปหมด น่าจะเอากระทู้ไปเก็บไว้ในห้องสมุดดีมั้ยครับ จะได้หาง่ายๆ... :clap
-
ขอเสริมจากคุณประสานและk.kenนะครับ หลายๆท่านที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องการคำนวณการพันหม้อแปลงมาก่อนอาจจะงงๆว่าทำไมมันมีหลายสูตร แล้วจะเลือกใช้สูตรไหรดี จริงๆใช้ได้ทุกสูตรนะครับเพียงแต่ดูหน่วยของพื้นที่หน้าตัดแกนเหล็ก(A)ให้ดีๆว่าเราจะเลือกใช้หน่วยไหน ไม่ว่าจะเป็น
1.ระบบอังกฤษ(ตารางนิ้ว)
2.ระบบเมตริก(ตารางเซนติเมตร๗
3.ระบบสากล(ตารางเมตร)
ดังนั้นถ้าเราเลือกใช้หน่วยไหนหรือสูตรไหนก็ให้ดูว่าในสูตรนั้นกำหนดว่า A หน่วยเป็นอะไร อีกอย่างค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็ก (B ) หน่วยก็จะสามารถเขียนให้อยู่ในระบบใดก็ได้ใน 3 ระบบนี้
เช่น 64,000 เส้น/ตารางนิ้ว ก็จะเท่ากับ 10,000 เส้น/ตารางเซนติเมตร เท่ากับ 1 เวเบอร์/ตารางเมตร เป็นต้นครับ
ยกตัวอย่างครับ จากสมการ E = 4.44*f*N*Bm*A*10^-8 สูตรนี้สามารถนำมาคำนวณหาจำนวนรอบการพันทั้งสองด้านได้ครับ
เมื่อ f = ความถี่(บ้านเรา50Hz)
N = จำนวนรอบการพัน
Bm = ความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กสูงสุด
A = พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็ก (ความกว้างขากลางของแกน E ยกกำลังสองหรือวัดความกว้างคูณความยาวของบ๊อบบิ้นและคูณด้วย0.9(หมายถึงคิดแค่90%))
อย่าลืมนะครับเราสามารถเลือกหน่วยของ A และ B ได้ว่าจะให้อยู่ในระบบใดครับ
-
ขอบคุณอาจารย์เอก ที่เข้ามาเสริม ผมก็งงๆอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะใช้สูตรไหน..
-
ตามที่คุณ k.ken ยกตัวอย่างการคำนวณมา ผมขอเสนอในแนวคิดของผมต่อจากของคุณ k.ken นะครับ
1. พื้นที่หน้าตัดของแกนเหล็กที่หามาได้จากกรวัดแล้วนำมาคำนวณหาพื้นที่ผมจะหักออกไป 10% ผมจะได้พื้นที่แกนเหล็กจริงๆ 2.999x0.9 = 2.6991
เมื่อนำไปคำนวณหา B ที่แรงดัน 220V จะได้ 64415.73 เส้นต่อตารางนิ้ว
2. ผมจะคิดเผื่อไปอีกว่าถ้าสมมติว่าไฟที่บ้านปกติเป็น 220V แต่พอตอนกลางคืนไฟที่บ้านเพิ่มขึ้นเป็น 230V
เมื่อนำไปคำนวณหา B ที่แรงดัน 230V จะได้ 67343.72 เส้นต่อตารางนิ้ว
ค่า B ที่เราถือว่าเป็นค่ากลางๆ ที่ใช้กันอยู่ที่ 64500 เส้นต่อตารางนิ้ว แล้ว ?????? :)
บางท่านอาจจะถามว่าค่า B แค่เพิ่มอีกนิดหน่อยมันคงไม่อิ่มตัวหรอก ก็ใช่ครับ เพียงแต่ผมอยากแสดงให้เห็นถึงผลที่จะเกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วเราที่ออกแบบเองยอมรับได้หรือเปล่า ถ้าเป็นมุมมองในการออกแบบของผมจะดูว่าไม่ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงค่า B ผมจะไม่ให้เกิน 64500 เส้นต่อตารางนิ้ว แต่ผมมักจะออกแบบไว้ที่ประมาณ 80% เนื่องจากผมคิดถึงเรื่องการสูญเสียในแกนเหล็กด้วยยิ่งค่า B มากการสูญเสียในแกนเหล็กก็จะมากตามไปด้วยครับ :)
-
เห็นด้วยครับ เพราะไฟฟ้ามันจะสวิงขึ้นลง ไม่ได้อยู่ที่่ 220v ตลอด บางครั้งก็ต่ำกว่า บางครั้งก็สูงกว่า ยกตัวอย่างที่ผมอยู่ บางที่ลงต่ำมาที่ 210v บางครั้งสูงถึง 240v
-
O0 O0 O0 ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว
-
ผมมีโปรแกรมคำนวณเลยครับไม่ทราบว่าจะฝาก File ยังไงครับ..
-
ผมมีโปรแกรมคำนวณเลยครับไม่ทราบว่าจะฝาก File ยังไงครับ..
ถ้าไม่ใหญ่มากก็แนบไฟล์เลยครับ แต่ถ้าใหญ่มากก็ให้ฝากกับเวปที่รับฝากไฟล์ครับแล้วนำลิงค์มาแปะครับ ;D
-
อาจารย์ครับ แล้วถ้าจะพันหม้อแปลงไฟเกิน 500V ควรเลือกวัสดุอย่างไร หรือข้อควรระวังอย่างไรบ้างครับ กลัว :blowup
-
อาจารย์ครับ แล้วถ้าจะพันหม้อแปลงไฟเกิน 500V ควรเลือกวัสดุอย่างไร หรือข้อควรระวังอย่างไรบ้างครับ กลัว :blowup
กรณีไฟสูงมากๆก็ควรใส่ใจเรื่องของวัสดุที่จะนำมาทำเป็นฉนวนรองลวดแต่ละชั้นครับ อีกอย่างความพิถีพิถันในการพันก็สำคัญครับต้องระวังไม่ให้ลวดถลอกหรือเป็นรอยเพราะจะทำให้ฉนวนที่หุ้มลวดทองแดงเสียหายจนทำให้เกิดการลัดวงจรของลวดได้ครับ เกรดของลวดก็สำคัญครับถ้าเป็นลวดจีนจะมีปัญหามากลองนึกถึงสว่านและหินเจียรที่ซื้อถูกๆตามห้างหรือตลาดนัดครับเราเสียบไฟใช้งานเจอโหลดหนักๆหรือกดแช่นานหน่อยเหม็นฮึ่มเลย
-
ผมใช้กระดาษธรรมดาครับ แต่จะทาวานิชบางๆก่อน เพราะว่ากระดาษทนความร้อนหาไม่ได้เลย
-
มาต่อกันเลยครับวันนี้ว่าด้วยเรื่องการหาความของขดลวดทั้งหมดครับ คำนวณเพื่อที่จะทำให้เรารู้ว่าหม้อแปลงที่เราออกแบบนั้นจะสามารถใส่แกนเหล็กได้หรือไม่ครับ ขั้นมีดังนี้ครับ
1.คำนวณหาความหนาของขดPri
จำนวนรอบPri = 570 turn
ลวดที่เราเลือกคือเบอร์ 22 มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.7112 mm.
ความสูงของขา E = 65 mm.
ใน 1 ชั้นเราจะสามารถพันลวดเบอร์22 ได้เท่ากับ 65/0.7112 = 91.39 ------> 91 turn
จำนวนชั้นที่ต้องพันคือ 570/91 = 6.27 ------> 7 layer
ดังนั้นขดPriจะหนาเท่ากับ 7x0.7112 = 4.98 mm.
2.ความหนาขดSec1
จำนวนรอบSec1 = 725 turn
ลวดเบอร์ 24 มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5588 mm.
ใน 1 ชั้นเราสามารถพันลวดได้ 65/0.5588 = 116.32 -------> 116 turn
จำนวนชั้น 725/116 = 6.25 -------> 7 layer
ดังนั้นขดSec1จะหนา 7x0.5588 = 3.91 mm.
3,4.ความหนาขดSec2+3 = 1.4224+1.4224 = 2.85 mm
ดังนั้นความหนาของขดลวดทั้งหมดเท่ากับ 4.98+3.91+2.85 = 11.74 mm
เผื่อความหนาของกระดาษรองทุกชั้นประมาณ 20% จะได้ 11.74+2.348 = 14.088 mm.
ความกว้างของช่องหน้าต่างวัดได้ 22 mm. คำนวณแล้วไม่เกินสรุปว่าใช้ได้ครับ
-
รอดูผมงานครับ :headphone d_d
-
รอดูผมงานครับ :headphone d_d
ผมงาน หรืองานผมครับ 2f 2f 2f 2f 2f
-
เผื่อความหนาของกระดาษรองทุกชั้นประมาณ 20% จะได้ 11.74+2.348 = 14.088 mm.
ความกว้างของช่องหน้าต่างวัดได้ 22 mm. คำนวณแล้วไม่เกินสรุปว่าใช้ได้ครับ
ขอออกความเห็นครับ
1. การเผื่อความหนากระดาษแล้วนำมารวมกับความหนาของชั้นลวดทั้งหมดเพื่อจะดูว่าลวดจะล้นแกนหรือเปล่า ผมว่ามีความเสี่ยงครับ วัดความหนากระดาษที่จะนำมาใช้ให้รู้ชัดๆ เลยดีกว่า ใช้กระดาษทั้งหมดกี่ชั้นนำมาคิดรวม อย่างนี้แน่นอนกว่า ที่ผมบอกว่าเสี่ยงเนื่องจากสมมติว่าพันลวดไปจนเสร็จเป็นพันรอบหรือหลายพันรอบในกรณีที่พัน OPT สุดท้ายมารู้ว่าใส่ลงแกนไม่ได้ ผมเสียดายเวลาและความตั้งใจที่ได้เสียไปครับ
2. ความหนารวมฉนวนกับความหนาของชั้นลวดทั้งหมดควรให้น้อยกว่าความกว้างของช่องหน้าต่างของแกนเหล็กสัก 3-4 mm. เนื่องจากในความเป็นจริงชั้นของลวดที่พันไปแล้วจะไม่มีทางแบนราบเรียบเหมือนที่เราคิดไว้หรอกครับถึงแม้ว่าจะดึงลวดให้ตึงที่สุดก็ไม่สามารถทำให้ราบเรียบตามที่คิดไว้ได้ครับ :)
-
เยี่ยมเลยครับ ทั้งสองท่าน ส่วนใหญ่ที่พันผมไม่ได้คิดคำนวณถึงขนาดนี้ จะใช้วิธีคาดคเน ซึ่งก็เสี่ยงที่จะใส่แกนไม่ได้ เคยมีครับพัน opt เสร็จใส่แกนไม่ได้ เลยเอามาทำเป็น choke
-
หลังจากหายไปนานตอนนี้เริ่มให้เด็กๆเค้าลงมือพันแล้วครับ
-
:showoff
-
:showoff
-
:showoff
-
ขึ้นชั้นใหม่ต้องรองกระดาษครับ
-
หยอดกาวเพื่อไม่ให้ลวดตกจากบ๊อบบิ้นครับ
-
พันต่อครับ
-
พันโดยทำตามชั้นที่1และ2 คือรองกระดาษขั้นแต่ละชั้นทุกชั้นและหยอดกาวเมื่อขึ้นชั้นใหม่เพื่อล็อคไม่ให้ลวดตกบ๊อบบิ้น
ข้อควรจำ การดึงลวดต้องดึงให้พอดีไม่ให้ตึงเกินไปหรือหย่อนเกินไปและต้องทาวานิชบางๆทุกชั้นนะครับ
-
จบขดPriแล้วครับ
-
ต่อครับขึ้นขดSecครับ เหมือนเดิมครับวางลวดและหยอดกาวที่ลวดบริเวณขอบบ๊อบบิ้น
-
:showoff
-
:showoff
-
:showoff
-
เบื้องหลังการถ่ายนำและอยากนำเสนอครับ
-
:showoff
-
O0 O0 O0 กระจ่างเลยครับ O0 O0 O0
-
ยังไม่หมดครับพอดีรูปตอนประกอบแกนเหล็กและทดสอบยังไม่ได้เอามาจากกล้องครับ และชุด6.3-0-6.3V ,2.5-0-2.5V ,10-0-10V ยังไม่ได้ทดสอบครับ แล้วจะเอามาให้ชมกันวันหน้าครับ โปรดติดตามตอนต่อไป ;D ;D ;D ;D
-
เยี่ยมไปเลย รอชมตอนไปอยู่ครับ c) c) O0
-
:showoff
รูปเข้าใจง่ายดีครับ แต่สงสัยว่าเมื่อ 50-60 ปีก่อน ไม่มีกาวร้อน ไม่มี BB พลาสติกเค้ากันลวดหลุดขอบกันอย่างไร
-
O0 O0 O0 เห็นแล้ว....อยากไปเรียนด้วยครับ(เด็กโข่ง 2f)
-
หลังจากหายไปนานตอนนี้เริ่มให้เด็กๆเค้าลงมือพันแล้วครับ
แกนเท่าไหร่ครับ ดูลวด pri เส้นโต
มือใครต่อมือใครครับ ช่วยกันยกใหญ่เลย ;D ;D
-
:showoff
รูปเข้าใจง่ายดีครับ แต่สงสัยว่าเมื่อ 50-60 ปีก่อน ไม่มีกาวร้อน ไม่มี BB พลาสติกเค้ากันลวดหลุดขอบกันอย่างไร
ผมว่าน่าจะใช้วานิชครับหยอดพออยู่แล้วก็เป่า :whistling :whistlingให้แห้ง
หลังจากหายไปนานตอนนี้เริ่มให้เด็กๆเค้าลงมือพันแล้วครับ
แกนเท่าไหร่ครับ ดูลวด pri เส้นโต
มือใครต่อมือใครครับ ช่วยกันยกใหญ่เลย ;D ;D
ลวดเบอร์22ครับ ต้องช่วยกันครับไม่งั้นเจอหักคะแนน ;D ;D ;Dเป็นการบังคับไปในตัวครับไม่งั้นเด็กๆเค้าไม่สนใจครับ
-
ใช้ลวดเบอร์ใหญ่พันถ้าไม่ให้ลวดบริเวณขอบบ๊อบบิ้นโค้งงอตามภาพให้ใช้กระดาษรองชั้นลวดที่หนาด้วยครับจึงจะรับแรงกดจากลวดบวกแรงดึงจากการพันได้ครับ หรืออาจจะดึงลวดให้แรงลดลงหน่อยแค่พอประคองให้เข้าชิดรอบก็ช่วยได้พอพันลวดเสร็จเจอวานิชลวดก็อยู่ตัวครับ (นี่เลยครับข้อดีของการพันด้วยมือ)
เริ่มพันลวดและรอบสุดท้ายของชั้นควรจะอยู่ห่างสัก 2-3 mm. ครับ ถ้าเราทำบ๊อบบิ้นพอดีกับช่องแกนเหล็กเกินไปแล้วพันชิดขอบเกินไปอาจจะมีปัญหาตอนใส่แกนเหล็กครับ เหล็กอาจจะไปขูดกับลวดและลวดก็อยู่ใกล้กับแกนเหล็กซึ่งมีศักดิ์เป็นศูนย์โวลต์ครับ
-
แล้วเกิดว่าเราพันไม่เต็มความยาวของบ็อบบ้ิน มีผลเสียอะไรบ้างครับ ของผมจะเหลือหัว ท้าย ด้านละประมาณ 2-3mm
-
ไม่มีผลเสียครับ แต่ถ้าเผื่อไว้มากเกินก็เสียพื้นที่ในการพันลวดครับ :)
-
ให้กำลังใจ รอชมผลงาน
-
อ.ekkasit มีเด็กช่วยเยอะแยะเลย คงสนุกปั่นน่าดู อิจฉาจังเลย Y] Y] Y]
-
ขอสอบถามคุณ ekkasit หน่อยครับ แกนเหล็กที่ลื้อออกมาหลังจากพันขดลวดเรียบร้อยแล้วเวลาใส่เหล็กกลับคืนเข้าบ้อบบิ้น ก่อนใส่เหล็กเราต้องเอาแกนเหล็กไปชุบวานิชก่อนไหมครับ :)
-
ขอสอบถามคุณ ekkasit หน่อยครับ แกนเหล็กที่ลื้อออกมาหลังจากพันขดลวดเรียบร้อยแล้วเวลาใส่เหล็กกลับคืนเข้าบ้อบบิ้น ก่อนใส่เหล็กเราต้องเอาแกนเหล็กไปชุบวานิชก่อนไหมครับ :)
ไม่ต้องเอาแกนเหล็กไปชุบวานิชครับ เพราะจะทำให้ขนาดความหนาของแกนเปลี่ยนทำให้ใส่ได้น้อยลงและจะทำให้มีผลกับแรงดันoutputครับ แต่ถ้าเป็นบ๊อบบิ้นที่พันลวดแล้วจะเอาชุบวานิชครับ แต่สำหรับผมและอีกหลายๆท่านจะใช้วิธีการทาวานิชบางๆในทุกๆชั้นก่อนรองกระดาษครับ
-
มันมีผลอย่างไรกับแรงดันครับ หากว่าเราใส่แกนเหล็กน้อย :)
-
เรียนถามอีกขัอ1ครับ คือผมรื้อหม้อแปลงโดยใช้คัดเตอร์ค่อยฯกรีดลงบนเหล็ก ei ทีละแผ่นทำให้เกิดรอยกรีดบนแผ่นเหล็ก ไม่ทราบว่าจะมีผลเสียอะไรบ้างครับ ถ้ามีผลเสียเรามีวิธีแก้ไขไหมครับ :)
-
ไม่มีหรอกครับ ตอนผมแกะ ก็มีถลอกบ้างนิดหน่อย ยังงัยตอนแกะ ก็ค่อยๆแกะ ระวังหน่อย :)
-
--------------------------------------------------------------------------------
DSC00069_111.jpg (92.77 KB, 608x456 - ดู 191 ครั้ง.)
ได้ประโยชน์ดีมากครับ
แต่ที่อดชื่นขมและอมยิ้มไว้ไม่อยู่ ก็ตรงที่เห็นความสมานสามัคคีร่วมมือร่วมใจทั้งชายหญิง
รู้ใจ เข้าใจกันอย่างนี้ แบบนี้ รับรองครอบครับ DIY จะเป็นสุขมากครับ
-
ขนาดแกน 3.8*6.0 ที่ผมให้ อ.เอก คำนวณให้ กับรอบที่ผมนับตอนเอาลวดออกไม่เท่ากัน ที่ อ.เอก คำนวณ 465 รอบ แต่ที่นับได้ 550 รอบ รอบเกินมาเกือบ 100 รอบ :black_eye
-
ขนาดแกน 3.8*6.0 ที่ผมให้ อ.เอก คำนวณให้ กับรอบที่ผมนับตอนเอาลวดออกไม่เท่ากัน ที่ อ.เอก คำนวณ 465 รอบ แต่ที่นับได้ 550 รอบ รอบเกินมาเกือบ 100 รอบ :black_eye
ลองวัดขนาดหน่วยเป็นนิ้วให้หน่อยครับ
-
พทแกนหรือเปล่าครับ ผมคิดได้ 3.5 ตรนิ้ว ถูกหรือเปล่าไม่รู้ :giveup
-
พทแกนหรือเปล่าครับ ผมคิดได้ 3.5 ตรนิ้ว ถูกหรือเปล่าไม่รู้ :giveup
วัดความกว้าง ยาวของช่องเสียบแกนของบ๊อบบิ้นครับเป็นนิ้วหรือเป็นเซนฯก็ได้ แล้วคิด พท.แกน ดังนี้ กว้าง*ยาว*0.9 ถ้าวัดเป็นนิ้วให้คูณด้วย64500เส้น/ตร.นิ้ว ถ้าวัดเป็นเซนฯให้คูณด้วย10400เส้น/ตร.ซม. ของคุณเอกถ้าคิดเป็น ซม. จะได้ A=3.8*6*0.9 = 20.52
-
ส่วนใหญ่ผมคิดเป็น ซม ครับ A=3.8*6*0.9 = 20.52 ใช่เลยครับ
-
I(pri) = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
อาจารย์ใช้ตารางลวด AWG รึเปล่าครับ :D
ครับผมมักง่ายเองครับพอดีหนังสือที่ใช้อ้างอิงเบอร์ตารางด้านที่อยู่ใกล้ค่าพื้นที่หน้าตัดลวด(หน่วยเป็น ตร.มม.) ถ้าเป็น SWG (บ้านเราใช้แบบนี้)จะได้#22ครับ :bowdown :bowdown :bowdownขออภัยมณีอย่างแรงครับ ;D ;D ;D
ตารางที่ว่าใช่อันนี้ไหม ?
-
ตาราง SWG. เจอในเน็ต
-
ขอบคุณครับที่มาช่วยสอนกันพันหม้อแปลง เข้าก็วันนี้แหละ :clap
-
เมื่อวันศุกร์เลยจัดการให้นักเรียนระดับ ปวช.2 รื้อซะ
ทำไมเรียน วิศว จารย์ไม่ให้รื้อบ้างครับ (ฟะ) ให้ตะไบเหล็กอยู่นั้นแหละ เลยพันหม้อไม่เป็นเลย :cry2 :cry2 :cry2
เป็นหม้อแปลงจากแอมป์กีตาร์เดาเอาว่าลูกหนึ่งเป็นPowerส่วนอีกลูกหนึ่งน่าจะเป็นoptเพราะใช้หลอด12AX7 & EL34 เลยตั้งใจว่าจะเอามาพันเป็นหม้อแปลงPowerทั้งสองลูก เมื่อวันศุกร์เลยจัดการให้นักเรียนระดับ ปวช.2 รื้อซะ คำนวณขนาดVAจากการวัดขนาดความกว้างขาEได้
4.4x4.4=19.36 cm^2
จากสมการ A=1.1*sqr(VA)
จะได้ VA=(19.36/1.1)^2=309.76VA แต่ตั้งใจว่าจะพันแค่ขนาด250VAก็พอหรือว่า300VAดีครับ Esec = 250-0V&280-0V,6.3-0V,2.5-0-2.5V
หาขนาดลวดที่250VA จากสมการ I*0.3mm^2
เมื่อ Ipri = VA/Epri = 250/220 = 1.14A นั่นคือ #Pri = 1.14*0.3 = 0.342mm^2 ----------> เปิดตารางได้#21
และ Isec1 = VA/Esec1 = 250/280 = 0.893A นั่นคือ #Sec = 0.893*0.3 = 0.268mm^2 --------->#22
มาเรียนกับจารย์ เอกสิทธิ ก็ได้ จารย์ครับ รบกวน เอาอย่างข้างบน ชัดๆ ช้าๆ เป็น step สำหรับเด็กหลังห้อง กลับใจ 1 ที่ครับ
งั้นเราก็โชคดีสิ ได้หัดตั้งแต่ ม.4 เลย
-
ขัดสนิมใหม่อีกรอบ หลังจากห่างหายไปนาน ข้าวของเตรียมพร้อมหมดแล้ว ;D
-
โห...ขุดกันเลยนะครับเนี่ย ;D ;D ;D
-
อยากได้เครื่องวัดขนาดเส้นลวดทองแดงอาบน้ำยา ครับ หาได้ที่ไหนครับ พอดีมีหม้อหลายตัวจะมาโมดูสักหน่อย