เวลาดูจริงความสนุกและความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ projector ครับ มันอยู่ที่ตัวหนัง แล้วก็ที่ตัวเราครับ เลือกตามงบแล้วไปแบ่งให้พวกจอ พวกสาย อุปกรณ์เสริมอีก ต้อง+เข้าไปด้วยนะครับ

เห็นด้วยคับ สมัยก่อนผมก็คิดแบบนี้อ่ะคับ แถม แนะนำ เพื่อน ๆ ว่าอย่าไป serious กับ ภาพมากเลย เราดูหนังมาดูเนื้อเรื่องดีกว่าว่าผู้กำกับเขาทำมาดีแค่ไหน แต่ปัจจุบันนี้ผมบอกเลย ถ้ายิ่งได้เจอภาพสวย ภาพชัด ๆ จะทำให้อารมณ์ดูหนังที่เราเอนเอียงตามเนื้อหนังหรือตัวละครที่เขากำกับให้เราดู จะรู้สึก น่าดู น่าติดตาม มากกว่ากับหนังที่ภาพไม่ชัดอ่ะคับ
ไม่เชื่อ ลองเอาหนังเรื่องเดียวกัน แต่เป็น วีซีดี กับ ดีวีดี มาเปิดเทียบกันดูสิ แล้วถามตัวเองว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ จากแหล่งอะไร แล้วเรื่องไหนดูแล้วสนุกกกว่ากัน ไม่เพียงแต่ภาพเท่านั้นน่ะคับ เสียงดีก็ทำให้หนังน่าดูยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้น ทำไมโรงหนังแพง ๆ ในกทม ที่เครื่องเสียงดี ๆ ถึงมีคนอยากดูมากกว่าโรงหนังต่างจังหวัดในหนังเรื่องเดียวกัน และนี่คือเหตุผลที่โรงหนังต่างจังหวัดที่ไม่กล้าลงทุน ก็ ค่อย ๆ ตายไป กลายเป็นโรงหนังยักษ์ใหญ่จากกทม ไปลงทุนทั่วประเทศไทยอ่ะคับปล ผมเคารพความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกท่านอื่น เพียงแต่ผมมีประสพกราณ์เหมือนสมาชิกท่านอื่นมาก่อน เลยมาเล่าให้ฟัง แลกเปลี่ยนกัน เท่านั้นเอง น่ะคับ ไม่ได้บอกว่าต้องเชื่อผมน่ะตับ
ส่วนสามตัวนี้ ผมเองได้ดูแค่สองตัว คือ optoma and mitsu ผมยอมรับว่า ตามราคาคับ ถ้าผมบอกว่า mitsu ดีกว่า optoma จะน่าเกลียดไหมนี่ แต่มันก็ตามราคา อ่ะคับ mitsu แพงกว่า แต่ราคารวมติดตั้งด้วย ซื้อ optoma ต้องมาจ่ายค่าติดตั้งต่างหาก แต่ pana ดีกว่า mitsu หรือ ไม่ ไม่รู้ ยังไม่เคยเทียบ คับผม ทั้งหมดตามสายตาผมน่ะ คนอื่นอาจจะดูต่างจากผมก็เป็นสิทธิของแต่ล่ะท่าน
เออ ว่าง ๆ เลยขอยืมกระทู้มาบรรยายข้อความบางอย่าง ระหว่างเรื่องภาพกับเรื่องเสียง
สำหรับเรื่องภาพ สมัยก่อน ตั้งแต่ projecto crt สามหลอด หรือ ทีวี crt ทัวไป ผมเองก็ไม่ซีเรียส เรื่องภาพมากน่ะ ปรับตามใจฉันตามใจที่ชอบ แถมยังตำหนิ ไอ้พวกซื้อแพง ๆ ไอ้ต้องปรับภาพตามท่าน joe kane ว่าไร้สาระ มาดูหนังไม่ได้มาดูภาพ เหมือนกับเล่นเครื่องเสียงฟังเพลงเหมือนกัน เมื่อซัก สามสิบปีก่อน สมัยอาจารย์ ไมตรี เปิดร้านขายเครื่องเสียง สมัย วิจิต บุญชู ยังใช้นามปากกา ว่า แหวนแอนด์ ใบไม้ และไม่แน่ใจว่า มีที่ขายของอยู่ไดมารูเก่าหรือไม่ พวกเขาแนะนำให้ผมเปลียนสาย ผมลองเปลียน ลองนั่งจับผิดเสียงตั้งหลายครั้งฟังไม่ออกเลย แต่ก็ซื้อหนังสือพวกท่านมาอ่านมากมาย ประกอบกับตอนหลังมาเจอท่าน ธานี โหมดสง่า โดย บังเอิญ (ไม่แน่ใจว่าไปซื้อของมือสองจากแกหรือป่าว) สมัยนั้น คุณ ธานี ยังไม่ได้เขียนหนังสือ บ้านแกอยู่แถว อนุสาวรีย์ชัย เลยไปนั่งฟังบ้านแกบ่อย เพราะ ซีสเต็มของแก จัดวางลงตัว และได้ลองฟังเปรียบเทียบหลาย ๆ อย่าง เออ ฟังออกแฮะ ว่าเสียงมันต่างกัน พอมาจัดซีสเต็มบ้านเราใหม่ ก็ฟังออกว่ามันต่างกัน และเริ่มรู้สึกเลยว่า ถ้ามันเสียงดี ทำให้เพลงน่าฟังขึ้นเยอะ วกกลับเรื่องภาพ สมัยนั่น ก็จ้างช่างตามร้านต่าง ๆ มาปรับภาพให้ก็ไมได้สนใจอะไรมาก ช่างว่าดี ก็ ดีตามช่าง แต่พอตอนหลังมาเป็นสมาชิก htg2 มารู้จัก ท่านเอ๋ ท่าน ขุนจิต พี่ wk พวกท่านเหล่านั้น พาตระเวณดูภาพบ้านเพื่อนๆ และสอนวิธีดูว่าภาพที่สวยกับไม่สวยต่างกันอย่างไร คล้าย ๆ กับพวกเล่นกล้องถ่ายภาพ แล้วมาดูกันว่าภาพที่ถ่ายสวยกับไม่สวยต่างกันอย่างไร จนรู้สึกเลยว่า ภาพที่สวย นี่มันสวยแฮะ มีมิติ มีสีสรร ทำให้เราอยากดูหนังและติดตามเนื้อเรื่องนั้นอย่างมาก เคยคว้าเอาแผ่นดีวีดีหนังเก่า ๆ ที่เราดูแล่วไม่สนุกเลย มาดูกับเครื่องที่เป็น เทคโนโย่ ใหม่ ๆ เช่น จอ ดีๆ เครื่องฉาย ดี ๆ กับการปรับภาพ ดีๆ โอโฮ้ ยอมรับเลยว่า ไอ้แผ่นที่เราดูแล้วไม่ค่อยสนใจเนื้อเรื่อง กับทำให้เราต้องนั่งติดตามและดูหนังจนจบอ่ะคับ
ประเด็นที่พูดมาทั้งหมดเพียงแต่อยากจะยกตัวอย่างให้ฟัง สำหรับเพื่อนสมาชิกใหม่ ๆ ที่คิดว่าตัวเองดูแล้วชอบในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เปลืองเงินด้วย แต่ถ้าในโอกาสเดียวกัน ในชุดเดียวกันของบ้านท่านสมาชิกเหล่านั่น ถ้าได้เจอกับภาพที่ดีกว่าหรือเสียงที่ดีกว่า ก็อาจจะเปลียนความคิดตัวเองก็ได้อ่ะคับ
หมายหตุ บทความนี้ ไม่ได้หมายความถึงการลงทุนอันไหนที่คุ้มค้ากว่ากันน่ะคับ เดี่ยวจะมีการโต้เถียงกันว่า ภาพสวยต้องจ่ายแพง ฉันจ่ายถูกไว้ก่อนดีกว่าน่ะคับ
มาเล่าให้ฟัง สนุก ๆ ขำ ๆ น่ะคับ ไม่มีสาระ ไม่มีเหตผลทางวิชาการน่ะคับ