ผมก็ผ่านร้อนผ่านหนาวเกี่ยวกับงาน DIY แอมป์หลอด หรือในเรื่องของการฟังเพลงมาพอสมควร ช่วงแรกแรกก็มุแต่งาน DIY ฟังแต่เครื่องอย่างเดียว ฟังเพลงแค่ครึ่งเพลงอยู่ไม่กี่เพลง มันก็สุขไปอย่างหนึ่ง ตอนหลังเริ่มเบื่อชีวิตแบบนี้ หันไปหาเพลงเข้ามาฟังอย่างเดียว จนไม่ค่อยจะได้ฟังเพลงอีกเช่น เพราะห่วงแต่การหาเพลง หาแผ่นมาให้มากที่สุด ตอนนี้คงมี MP3 อยู่ 3-4 หมื่นมูวเมนต์ได้ละมัง? แผ่นเสียงก็หลายพันอีกเช่นกัน
ผมไม่อยากจะให้คนอื่นคิดผิดๆ เสียเวลาช่วงแห่งความสุขอย่างแท้จริงไปนะครับ ผมคิดว่าให้ค่อยๆ ฟังเพลงตามที่ผมและคุณสันติแนะนำไปแล้ว และหาดูว่ามีคนอื่นๆ เล่นกันเป็นอย่างไร? แล้วค่อยมาดูกันว่าตัวเองชอบใครเล่น ใครคุมวงที่โดนใจเราให้ได้ซะก่อน แล้วค่อยมุ่งเน้นหากันก็ยังไม่สายครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณสันติชอบท่าน Celibidache คุมวงให้ฟังมากที่สุด ก็หาแค่คนนี้คนเดียวไปเลย ซึ่งถ้าคน คนนี้คุมวงผมกับไม่ค่อยชอบเพราะคุมวงให้เล่นกันช้าอืดอาดเรื่อยเปื่อยเป็นเรือเกลือ (แต่แกก็เล่น Ravel: Bolero ได้สุดยอดนะครับ เพลงนี้ผมกับชอบแกเล่นให้ฟังมากที่สุดเหมือนกันนะครับ) ใจคนชอบไม่เหมือนกันครับ คุณสันติแกเป็นคนใจเย็น เลยใจตรงกันกับคนนี้ เราสามารถทายนิสัยคนจากความชอบคอนดักเตอร์คนไหน? ก็พอได้นะครับ
ส่วนผมมันคนใจร้อน โผงผาง ชอบลุยศึกลูกเดียว ก็ต้องท่าน Furtwangler คุมวงให้ฟังถึงจะทำให้ฟังเพลงแล้วไม่ง่วงนอนได้ การตีกลองของท่านผู้นี้ทุกเพลงสุดยอดสำหรับผมเลยละครับ นักรบถ้าได้ยินท่านคุมวงก่อนออกศึก ถ้าไม่รบชนะ ก็พากันไปตายทั้งหมด เพราะมันจะเกิดความฮึกเหิมอย่างที่สุดละครับ
ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ ฟังให้ซึ้งตามที่ผมแนะนำกันมาซะก่อน แล้วค่อยๆ หาอ่าน หาความรู้เกี่ยวกับเพลงที่ท่านชอบ ลองหาดูว่าคนแต่งมีใครบ้าง แต่งเพลงอะไรที่ดังๆ คนคุมวงมีใครกันบ้างที่เก่งๆ หรือพวกนักเล่นไวโอลินหรือเปียโนเก่งๆ มีใครกันบ้าง แล้วก็หาคนที่ท่านชอบให้พบ แล้วค่อยลุยเก็บเพลงน่าจะดีกว่านะครับ เพลงคลาสสิกเพลงหนึ่งอาจมีเป็นร้อยเป็นพันครั้งการเล่นครับ ถ้าหามาเก็บทั้งหมด ก้ลองคิดดูว่าท่านจะใช้เวลาซักเท่าไร? ใช้ HDD 1 T ซักกี่ลูกถึงจะพอ?
เพลงแบบที่คุณว่ามาผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะแนะนำเพลงไหน เพลงอะไรให้ไปนะครับ หากมีเวลาลอง Search ในยูทูปดูนะครับ เจออะไรดีที่เราชอบฟัง ก็ให้รีบเซฟว์เก็บกันไว้ เพราะท่านอาจจะไม่พบมันอีกแล้วก็ได้ในวันหน้านะครับ เพราะผมพบว่าเพลงดีๆ หายไปเยอะเหมือนกันในตอนนี้ และก็มีเพลงดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาอีกเรื่อยๆ และอยากจะบอกว่า Format แค่ MP3 สำหรับเพลงคลาสสิกเล่นดีก็เกินพอแล้วละครับ
ผมลองทำ PP ตัวแรกเมื่อสามปีก่อนแล้วยกไปให้อาจารย์แม็คฟังบังเอิญเสียงมันไม่เหมือน PP เลยทำให้ผมสนใจและพยายามเรียนรู้
ผมซักสนใจแอมป์ตัวนี้ซะแล้วละครับ พอบอกถึงความไม่เหมือน PP ของมันหน่อยได้ไหมครับ? หากมันมีเสียงกลางดีเหมือน SE และเล่นดนตรีหลายชิ้นดีเหมือน PP นี่ ผมจะขอทราบวงจรและอุปกรณ์ที่ใช้หน่อยได้ไหมครับ?
แต่เราสามารถเพิ่มเติมในเรื่องของ Plate Choke / CCS ,Oil Capacitor (ที่ปกติมีLinearity ดีกว่า Electrolytic Capacitorมากๆ ) คุณพินิจ คงมีหลอด Direct Heating เยอะลองทดลองตาม Topology แบบนี้ เผื่อผมจะได้แพะมาช่วยอีกคน
เคยคิดว่าจะทำ แต่มันหมดแรงซะก่อนน่ะครับ ตอนนี้เลยซื้อลูกเดียวแล้ว หากจะให้ผมเป็นแพะ เห็นถ้าจะยากซะแล้ว คงดันกันไม่ขึ้นอีกแล้วละครับ อย่างมากก็แค่โมฯ ของที่ซื้อมาแบบหนุกๆ แค่นั้น
การทำ PP ด้วย Direct Heating Triode ถือว่าเป็นคำแนะนำที่น่าสนใจมากๆ เลยละครับ ผมอาจทดลองต่อแบบกระสือแทน EL84 ที่กำลังใช้อยู่นี่ได้เลยอย่างไม่ลำบากมากนัก แต่ขอทำสิ่งที่ง่ายกว่าซะก่อน คือผมอยากจะลองเปลี่ยน OPT เป็นยี่ห้อ Tamura ดูก่อนเพราะมันจะง่ายกว่า คือว่าผมมีประสบการณ์จากการเปลี่ยน PP OPT Lundalh เป็นของ Zebra ซึ่งมีราคาถูกกว่าสิบเท่าตัว แต่มันให้เสียงกลางที่ฟังเพลงคลาสสิกได้ถูกใจผมมากกว่า แล้วพอวงใหญ่ๆ เล่นพร้อมๆ กันมันก็ทำได้ดีเหมือน Lundalh อีกเช่นกัน จะมีแพ้กันตรงปลายแหลมและเบสลึกๆ ของ Zebra กุดลงไปนิดเดียว และ โรลล์ออฟมากกว่าเท่านั้น แต่โดยรวมแล้ว ถ้าให้ผมฟัง Lundalh OPT ผมคงไม่มีความสุขเท่าการฟังจาก Zebra OPT ละครับ
Audio Source นั้นถ้าจะต้องมีการซื้อซีดีใหม่ พยายามซื้อที่มี Balance Output ( XLR) ที่ทำให้การทำ PP ง่ายขึ้นและดีขึ้นอีก
ที่จริงจะว่าพวกเราฟังเพลง ฟังเสียงที่ถกต้อง กันไม่ค่อยเป็นนั้นก็ไม่ถูก เพราะเพลงธรรมดาที่ฟังๆ กันมันไม่ค่อยฟ้องมากกว่า เลยทำให้พวกเราฟังกันว่าเครื่องที่ทำกันมานั้นมันดีทุกเครื่อง
ผมได้มาพบพี่คนหนึ่งทั้งชีวิตฟังคลาสสิกอย่างเดียว แกจะรู้ได้ภายในไม่ถึงสิบวินาทีของการเล่นเพลงว่าเครื่องหรือลำโพงของเราใช้ไม่ได้ ตอนนี้ผมพอจะรับรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วว่า ถ้าฟังเพลงคลาสสิกที่ไม่ใช่ว่าเครื่องหรือลำโพงอะไรก็เล่นได้ (แต่ขอบอกซะก่อนว่าไม่จำเป็นว่าของแพงๆ หรือที่เราคิดว่าดีๆ กันนั้นมันจะทำได้ ของถูกๆ กว่าเป็นหลายสิบเท่าตัวบางชุดยังฟังเพลงคลาสสิกได้ดีกว่านะครับ)
เพลงคลาสสิกมันโหดก็ตรงที่อัดมาจากเครื่องดนตรีจริงๆ นักร้องจริง อยู่ในวง ไม่ใช่อัดจากแอมป์กรีต้าไฟฟ้า หรือจากไมซ์ของนักร้องกันนะครับ แล้วมันก็ไม่ได้มีเพียงสิบชิ้น แต่มันเป็นร้อยๆ ชิ้นที่เล่นออกมาพร้อมๆ กัน ถ้าชุดที่เลือกมาไม่สามารถแยกแยะชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจนก็จบครับ เพราะฉะนั้นเครื่องที่ทำๆ กัน พอเจอเพลงคลาสสิกอาจจ๋อยตกม้าตาย แต่ถ้าคนทำฟังเพลงคลาสสิกเป็นแล้วใช้มันปรุงแต่งปรับเครื่องผมคิดว่า เวลาเอาไป SOD จะได้เปรียบละครับ พอเล่นพวกแจ๊สส์ ป็อบ แบบ สบายๆ เบริดๆ เลยละครับ
อ้าว! ลืมไป ผมยกเรื่อง Balance Output ( XLR) มานี่หน่า! จากที่ผมทดลองฟังเพลงคลาสสิก ระหว่างวงจรที่ใช้ Phase Splitter หลากหลายรูปแบบมาแล้ว ตอนหลังพอมาลองใช้ต่อตรงจาก XLR พบว่าเพลงคลาสสิกให้อะไรต่างๆ ออกมาอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น แบบเห็นกันจะๆ เลยละครับ วงจร Phase Splitter ที่ใช้ๆ กันอยู่นี้ รวมทั้ง Auto Trans. ด้วย เป็นวงจรคล้ายวงจร Network ที่ทำให้เกิด Phase shift ของแต่ละความถี่ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งหูเราฟังออกครับ และรวมทั้ง linearity ก็ไม่มีทางเทียบเท่าการต่อตรงครับ
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดจะโมฯ เจ้า PP ตัวนี้ แต่ก็ติดปัญหาที่ Pre-Pre (Pre-Phono), Pre Amp ผมเป็น SE ซะอีก ซึ่งมันเป็น Source แอนนาล็อกจากแผ่นเสียง ซึ่งมันดีที่สุดซะด้วย ถ้าทำเรื่องนี้เพื่อใช้กับ DAC ซึ่งเสียงยังห่างไกล LP เลยอาจไม่คิดจะทำ แต่ถ้าใครใช้ DAC (XLR) เป็นแหล่งต้มทางที่สำคัญผมขอแนะนำให้ลองต่อตรงกันเลย ถ้าจะเล่น PP Amp นะครับ