HTG2.club
Home Theater Guide webboard => มุม Thai DIY Audio => ข้อความที่เริ่มโดย: PINIJ ที่ 30 กรกฎาคม, 2010, 11:40:08 am
-
ลองแล้วพบว่ามันดีก็เลยเอามาเล่าต่อ :- :secret
เนื่องจากได้แอมป์มาจากอเมริกาใช้ไฟ 110v เลยต้องไปซื้อ Step-up&down มาสองตัว (บนถนนของเก่ามาในราคา 100 บาทต่อตัว และอีกตัวยืมเพื่อนคนในนี้แหละ) ผมได้ลองนำมาใช้เป็นแบบ 200 to 100 แล้วอีกตัวใช้แบบ 110 to 220 ผลปรากฏว่าเสียงจากที่ต่อตรงจากไฟบ้าน 220v กันเลย สู้การต่อผ่านมันไม่ได้ครับ คือมันมีความสงัดของพื้นเสียงดีมากขึ้น ความโดดเด่นของชิ้นดลตรีดีขึ้นมาอย่างชัดเจนครับ O0
ใครไปเจอหม้อแปลงแบบนี้ซึ่งขายกันราคาถูกมากๆ ลองเอามาใช้ดูครับ ประหยัดกว่าไปซื้อ Isolated Transformer ที่ทำขายราคาสูงเป็นหลายๆ หมื่นบาทครับ
ขออนุญาตเอาลิงค์ที่ผมอาจกลับเข้ามาดูใหม่ได้สะดวกขึ้นมาวางตรงนี้นะครับ
โมดิฟาล์ย EL 84 PP-Amp ของ HEATHKIT AA-151 http://www.htg2.net/index.php?topic=70779.0
845PP Amp 100W ระดับม้าตอนนี้กลายร่างเป็น 211PP 250W ระดับช้างไปแล้ว & MC StepupTran. http://www.htg2.net/index.php?topic=76720.0
โปรเจ็คทำตู้ลำโพงกีต้าร์ และตัวกีตาร์ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=77861.0
-
รูปไม่ตรงอะครับ
-
ลองแล้วพบว่ามันดีก็เลยเอามาเล่าต่อ :- :secret
เนื่องจากได้แอมป์มาจากอเมริกาใช้ไฟ 110v เลยต้องไปซื้อ Step-up&down มาสองตัว (บนถนนของเก่ามาในราคา 100 บาทต่อตัว และอีกตัวยืมเพื่อนคนในนี้แหละ) ผมได้ลองนำมาใช้เป็นแบบ 200 to 100 แล้วอีกตัวใช้แบบ 110 to 220 ผลปรากฏว่าเสียงจากที่ต่อตรงจากไฟบ้าน 220v กันเลย สู้การต่อผ่านมันไม่ได้ครับ คือมันมีความสงัดของพื้นเสียงดีมากขึ้น ความโดดเด่นของชิ้นดลตรีดีขึ้นมาอย่างชัดเจนครับ O0
ใครไปเจอหม้อแปลงแบบนี้ซึ่งขายกันราคาถูกมากๆ ลองเอามาใช้ดูครับ ประหยัดกว่าไปซื้อ Isolated Transformer ที่ทำขายราคาสูงเป็นหลายๆ หมื่นบาทครับ
เหมือนเตรื่องวัดความดันเลย ;D
-
สวัสดีครับพี่ PINIJ สบายดีหรือเปล่าครับพี่
Isolated transformer Y] Y] ว่าแต่พี่เอารูปไรมาให้ดูครับ สื่ออะไรบางอย่างหรือเปล่านะ บอกด้วยนะพี่
บ้านใหม่ยังไม่เสร็จเลยครับพี่ กำลังเร่งครับ จะได้ต้อนรับพี่ซะที :)
-
อ้าว! ลงรูปผิด ขออภัยครับ,
เมื่อมีคนสงสัยว่าที่ลงคืออะไร? ขอให้ข้อมูลมันสักนิดละกัน คือผมมีร้านขายกาแฟ เวลาผมไม่อยู่ร้านขาประจำบางคน กินกาแฟแบบพิถีพิถัน จะไม่ยอมดื่มกาแฟที่แฟนชง เค้าบอกว่าต้องผมชงเท่านั้น ก็เลยเป็นที่มาของเครื่องมืออันนั้นแหละ เมืองนอกขายกันเป็นหมื่น ผมไปหาของเก่ามาโมดิฟาร์ยเอาหมดไป 260 บาทเองละครับ
และผมของลงข้อมูลความสำคัญของมัน และวิธีชงกาแฟให้อร่อยเอามาให้ดูกันด้วยนะครับ เป็นการขออภัยในการลงรูปผิดพลาดครั้งนี้ครับ เป็นข้อมูลที่ผมกำลังจะเขียนลงทำเวปไซร์ขายการคั่วเองอยู่น่ะครับ
........................................................
การชงกาแฟให้อร่อยนั้นมีตัวแปรที่สำคัญยิ่งยวดอยู่สามส่วนด้วยกัน โดยจะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปไม่ได้โดยเด็ดขาด (เป็นข้อแนะนำสำหรับมือใหม่เท่านั้น มือเก่าคงไม่ต้องเสียเวลาอ่านในสิ่งที่ผมเขียนต่อไปนี้)
หนึ่งคือเมล็ดกาแฟคั่วแล้วที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ถูกเก็บไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน แต่จริงๆ แล้วเมื่อหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เราก็จับได้แล้วว่าสิ่งดีๆ ของมันเริ่มค่อยๆ จะลดหายไป จึงควรวางแผนซื้อเก็บไว้ชงให้หมดภายในสองอาทิตย์ หรืออย่างมากสุดก็ไม่ควรเก็บไว้เกินหนึ่งเดือน (สำหรับคอที่ดื่มแบบพิถีพิถันนะครับ ถ้าเก็บแบบแช่เย็นไว้ในห้องฟรี๊สซ์ได้ก็จะเป็นการดีครับ)
ข้อที่สองคือเครื่องใช้ชงกาแฟที่สามารถทำความร้อนให้แก่น้ำได้ถึง 80-85 องศาซี และแรงดันของน้ำร้อนควรอยู่ระหว่าง 9-10 atm (atm=101.3 kPa, 1.013bar, 760mmHg) หากมันน้อยไปกว่านี้เครื่องของท่านอาจจะรีดเอาเนื้อบอดี้ย์ รสชาติ และกลิ่นหอมของกาแฟ ออกมาได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เครื่องชงที่มีราคาแสนขึ้นไป จะมีคุณสมบัติตามมาตรฐานนี้ครับ (เป็นมาตรฐานส่วนตัวของเราคิดขึ้นเองว่ามันโอเคสำหรับเราแล้ว) แต่จริงๆ แล้วการใช้เครื่องละสามสี่หมื่นบาทก็พอใช้ได้เช่นกัน ส่วนเครื่องในราคาระดับหมื่นกว่าบาท หรือเครื่องชงแบบอัตโนมัติ เราไม่ขอแนะนำให้หามาซื้อมาใช้ในการชงดื่มแบบเน้นรสชาติอย่างจริงจังครับ ถ้าจะลงทุนกับเงินจำนวนหมื่นกว่าบาทก็ให้ลองเดินหาซื้อเครื่องมือสองมาใช้จะดีกว่า และมันจะดี ยิ่งขึ้น ถ้าท่านซื้อเครื่องมือสองหรือเครื่องที่มีราคาสามสี่หมื่นบาทมาเปลี่ยนปั๊มน้ำที่สามารถสร้างแรงดันที่ได้ตามมาตรฐานใส่ลงไป (เราคิดว่านี่คือการลงทุนที่ชาญฉลาดครับ)
และการเลือกใช้เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่งเช่นกัน เครื่องบดในระดับราคาตั้งแต่เครื่องละหมื่นห้าพันบาทขึ้นไป ส่วนใหญ่จะบดผงกาแฟได้ละเอียดเพียงพอแล้ว หากว่าเราใช้เครื่องที่ราคาถูกเกินไป อาจบดกาแฟได้ไม่ละเอียดเพียงพอ เครื่องบดก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เช่นกัน เมล็ดกาแฟดีๆ อาจมีรสชาติเพียงน้ำล้างแก้วได้ (คือกาแฟที่มีบอร์ดี้บาง) เมื่อใช้เครื่องบดราคาถูกๆ เพราะเป็นการบดที่ไม่ละเอียดพอ หรือการใช้ปริมาณผงกาแฟน้อยไปก็ทำให้มีบอร์ดี้บางได้เช่นกันนะครับ บาสเก็ทแบบดับเบิ้นซ็อทเท่านั้น ที่เหมาะสำหรับคอกาแฟแบบพิถีพิถันครับ
และสิ่งที่สำคัญที่สามก็คือความชำนาญของคนชง ท่านควรบดกาแฟให้ละเอียดในระดับเกือบที่สุดของเครื่องบดจะทำได้ เพราะหากเราบดให้ผงกาแฟที่ออกมานั้นหยาบเกินไป น้ำร้อนจากปั๊มป์น้ำแรงดันสูงก็จะไหลผ่านผงกาแฟออกไปได้อย่างง่ายๆ มันก็จะไม่สามารถพาเอารสชาติของกาแฟออกไปด้วยกับมัน เคล็ดลับในการชงกาแฟให้อร่อยก็คือ เราต้องบดให้ผงกาแฟต้องละเอียดมากๆ เข้าไว้ ปั๊มป์น้ำร้อนก็ต้องมีแรงดันที่สูงพอที่จะให้น้ำร้อนผ่านผงกาแฟที่บดละเอียดมากๆ นี้ได้อย่างมีเสถียรภาพคงที่แน่นอน เพื่อที่จะรีดเอาเนื้อและกลิ่นหอมของกาแฟออกมาให้ได้ทั้งหมด เรามีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะบอกคือ เราจะใช้ ดัปเบิ้ลซ็อทบาสเก็ทคับ ทุกครั้งหรือทุกแบบในการชงกาแฟของเรา หากเราจะชงกาแฟแบบเอสเฟรสส์โซ่ ให้เราดูจากปริมาณการไหลของน้ำกาแฟที่ 2 ออนซ์ (57 ml) มันควรจะใช้เวลาประมาณ 20-30 วินาที ซึ่งเรามีวิธีทำให้บรรลุผลสำเร็จนี้โดยการปรับเพิ่มและลดแรงที่กดแทมเปอร์ลงไปที่ผงกาแฟที่บรรจุอยู่ในบาสเก็ต (เพราะเราตั้งการบดผงกาแฟไว้ให้ละเอียดสุดความสามรถของเครื่องบดแล้ว ในส่วนของการชงแบบริสเทรทท์โต้นั้นเราต้องการน้ำกาแฟ 1 ออนซ์ ซึ่งควรใช้เวลา 10-15 วินาที (เราชอบดื่มเพรียวๆ แบบริสเทรทท์โต้นี้ละ! เราเรียกว่าแบบ หัวกระทิ)
นอกจากวิธีการจับเวลาแล้ว เราจะอาจใช้วิธีดูจากน้ำกาแฟที่ไหลออกมาจากก้นถ้วยบาสเก็ตนั้นควรเป็นเส้นเล็กๆ เท่าปลายหางหนู ถ้าน้ำกาแฟไหลออกมาเป็นเส้นใหญ่มากๆ จะต้องเพิ่มแรงกดแทมเปอร์ให้มากขึ้น และน้ำกาแฟที่ไหลเท่าปลายหางหนูนี้ จะต้องสังเกตอีกว่ามันจะต้องไหลแบบไม่มีการหยุดขาดช่วงอีกด้วยนะครับ (ถ้าเกิดการขาดช่วงให้ลดแรงกดที่แทมเปอร์ลงเล็กน้อย) พร้อมทั้งดูสีของน้ำกาแฟที่ไหลออกมาต้องเป็นสีน้ำตาลขาวนวนขุ่นๆ จากหยดแรกกันเลย จากสีของครีม่า ซึ่งถ้าท่านได้เห็นสิ่งเหล่านี้แล้วนั่นแสดงว่าท่านชงกาแฟได้สำเร็จเสร็จแบบสมบูรณ์แล้วละครับ
สำหรับเครื่องที่มีแรงดันน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน ท่านก็สามารถทำ ให้น้ำไหลแบบหางหนูนี้ได้ โดยท่านอาจต้องบดผงกาแฟให้มันหยาบขึ้น หรือลดแรงกดที่แทมเปอร์ให้น้อยลงกว่าปรกติ แต่สิ่งที่ท่านจะได้รับ ก็คือน้ำกาแฟที่รสชาติด้อยกว่าเครื่องที่ได้มาตรฐานนะครับ หรือการที่เราชงแบบประหยัด โดยใช้ผงกาแฟที่ชงน้อยเกินไป คือเราไปพบร้านขายกาแฟยี่ห้อดังของบ้านเรายี่ห้อหนึ่ง ที่ประยัดผงกาแฟโดยใช้ตัวปาดให้ผงกาแฟเป็นหลุมเว้าลึกลงไปจากขอบปากของ ซิงเกิ้นบาสเก็ทคับ ซะอีกด้วย ผลก็คือรสชาติกาแฟออกมาบางมากๆ แม้กลิ่นของเขาจะใช้ได้เลย แต่เราดื่มครั้งเดียวก็ไม่เข้าร้านนั้นอีกเลย แต่ที่จริงมันก็น่าเห็นใจร้านขายกาฟสดอยู่เหมือนกัน คือถ้าซื้อเมล็ดกาแฟคั่วแล้วที่มีเกรดดีๆ มาในราคา กก ละ 1,000 บาท มาชงขาย ถ้าชงแบบเราต้นทุนก็ตกแก้วละ 20 บาท (เขาขายแก้วละ 35 บาท ซึ่งถ้าเป็นเราต้นทุน 20 บาท กำไรแค่นี้ก็พอใจมากๆ แล้ว แต่ของเขาคิดแล้วต้นทุนของเมล็ดกาแฟน่าจะอยู่ที่ 5 บาทซะด้วยซ้ำไป) เราเคยทดลองชั่งตวงวัดดูแล้วว่ากาแฟคั่วแล้ว 1 กิโลกรัม จะได้ประมาณ 100 ช้อนตวง เราจะใช้เมล็ดกาแฟ 2 ช้อนตวง (หรือประมาณ 20 กรัม) ใส่ลงไปในเครื่องบด (ปรับความละเอียดไว้น้อยกว่าเลข 1) ลงสู่ดับเบิ้นซ็อทบั๊คเก็ทที่เราจะปาดผงกาแฟที่ถูกบดแล้วเสมอขอบปากบั๊คเก็ทพอดี แล้วจึงกดด้วย เครื่องกดแทมเปอร์ชนิดที่บอกแรงกดออกมาเป็นตัวเลขได้ ที่เราสร้างขึ้นมาใช้เอง เพื่อความคงที่ของทุกแก้วที่ชงดื่ม เราจึงต้องอาศัยเครื่องช่วยกดที่บอกตัวเลขแรงกดที่ละเอียด แสดงแรงที่เราใช้กดลงบนแทมเปอร์ให้พอเหมาะที่จะทำให้เกิดการไหลของน้ำกาแฟแบบหางหนูเส้นเล็กๆ ได้ (ช่วงที่เป็นเส้นเล็กสุดประมาณ 1-2mm)
การใช้เครื่องที่บอกแรงกดออกมาเป็นตัวเลขที่ละเอียดนั้นทำให้เราปรับแรงกดเพื่อให้ได้เส้นขนาดเท่าหางหนูได้อย่างง่ายดาย เมื่อเราชงแก้วแรกไม่ประสพผลสำเร็จ หรืออุณหภูมิของอากาศรอบๆ เปลี่ยนแปลง มันก็มีผลต่อแรงที่ใช้กดลงบนผงกาแฟด้วยเช่นกันนะครับ ตอนเช้ามืดอากาศเย็นๆ ความชื้นมากๆ กับตอนบ่ายๆ ที่อากาศร้อนมากๆ ถ้าท่านใช้เครื่องกดแบบนี้แล้วท่านจะเห็นผลของมันได้ชัดเจนว่า ถ้าเราใช้แรงกดเท่าตอนเช้ามืด ในช่วงบ่ายๆ ที่มีอากาศร้อนมากๆ แล้วน้ำกาแฟมันจะไหลเป็นเส้นใหญ่ขึ้น ดังนั้น เราจะต้องเพิ่มแรงกดอีกเล็กน้อย หรือเมื่อเราเปลี่ยนกาแฟยี่ห้อใหม่มาชงเป็นแก้วแรกผลอาจออกมาไม่ค่อยดี แต่เมื่อเราชงแก้วที่สองแล้วมันจะไม่ค่อยพลาดครับ มันมีประโยชน์มากๆ สำหรับมือใหม่ หรือเจ้าของร้านที่จ้างลูกจ้างมาชงกาแฟขาย น่าจะหาซื้อนำไปใช้นะครับ เพราะผมพบบ่อยมากๆ ที่ร้านมีคนขายไม่ชำนาญทำน้ำกาแฟไหลออกมาเป็นหางแมวเลยละครับ (น้ำกาแฟไหลลงมาขนาด 3-4 mm แบบนี้ใช้ไม่ได้แน่นอนละครับ) ซึ่งผลก็คือกาแฟถ้วยนั้น ไม่ต่างจากน้ำล้างแก้วไปสักเท่าไรนัก! มันน่าเสียดายลูกค้าที่คงไม่กลับมาดื่มเป็นครั้งที่สองละครับ เราอยากเห็นเมืองไทยมีกาแฟที่อร่อยขายกันทุกๆ ร้าน เพราะเท่าที่เราขายกาแฟสดมานานหลายปี เราพบชาวต่างชาติที่เป็นคอกาแฟที่แท้จริง บ่นให้ฟังเสมอในเรื่องนี้เสมอๆ เมื่อได้ดื่มกาแฟที่เราชงก็ชมของเราให้ฟังบ่อยๆ ว่าหากาแฟที่อร่อยๆ ยากมากในเมืองไทย แม้แต่ร้านตามร้านที่มีชื่อเสียงดังๆ แล้วก็ตาม มาตรฐานยังไม่ค่อยดี (ซึ่งส่วนใหญ่เราคิดว่า คนชงยังไม่ค่อยจะมีชำนาญ มากกว่าสิ่งอื่นครับ)
Note :- รูป รส กลิ่น เสียง เป็น Subjective คือมันเป็นความชอบส่วนตัวของใครของมัน เราจึงมีการคั่วไว้สองระดับไว้บริการคือคั่วชนิดปานกลาง (Medium) ซึ่งอาจมีรสเปี้ยวติดอยู่บ้างเล็กน้อย ส่วนรสชาติตามธรรมชาติของกาแฟยังคงอยู่อย่างครบถ้วน และยังมีอีกชนิดตามความชอบเราคือการคั่วแบบค่อนข้างเข้ม (Medium Dark) มันจะไม่มีรสเปี้ยวหลงเหลืออยู่ แต่จะได้รสหวานติดปลายลิ้นอยู่เล็กน้อย รสชาติธรรมชาติดังเดิมของเนื้อกาแฟจะหายไปบ้าง เมื่อเทียบกับการคั่วแบบชนิดปานกลาง ก็สุดแล้วแต่ความชอบที่เป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมันละครับ แต่หากมันยังไม่ถูกกับใจท่าน จะต้องการความเข้มมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร โปรดแจ้งให้เราทราบด้วยนะครับ
เรามีความรู้สึกว่า การเสพกาแฟจะเป็นเหมือนการดื่มไวน์ คือมันจะมีความชอบ หรือรสนิยมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่อยากจ่ายแพงมากขึ้น ก็จงอย่างไปลองดื่มของดีๆ แพงๆ นะครับ เช่นเดียวกับการเล่นเครื่องเสียง ท่านก็จงอย่าไปฟังชุดของเพื่อนที่ดีกว่าเรา มิฉะนั้นเราจะกลับมาฟังของเราไม่ได้เรื่องอีกไปหลายวันเลยเชียวละ สิ่งกล่าวมานี้เราเจอกับตัวเองมาแล้ว
-
พี่ร่ายยาวจัง เดี๋ยวเลิกงานจะกลับมาอ่านครับ :)
-
สวัสดีเช่นกันครับพี่ PINIJ ;) ไม่ได้คุยกันเสียนาน....เห็นพี่กล่าวถึงเรื่อง ISOLATION TRANSFORMER น่าสนใจครับ O0
ว้าว.....เปิดร้านกาแฟด้วย อยู่แถวไหนครับ ??? เผื่อมีโอกาสจะได้แวะ ไปชิม จริงๆ อยากจะไปขอฟัง VOT ที่เห็นว่าเอาขึ้น SET UP ใหม่อีกครั้งด้วย ;D ;D
-
สนใจเครื่องชงกาแฟ มากครับ
ตั้งกระทู้เรื่องเครื่องชงกาแฟ ด้วยนะครับ
-
สวัสดีเช่นกันครับพี่ PINIJ ;) ไม่ได้คุยกันเสียนาน....เห็นพี่กล่าวถึงเรื่อง ISOLATION TRANSFORMER น่าสนใจครับ O0
ว้าว.....เปิดร้านกาแฟด้วย อยู่แถวไหนครับ ??? เผื่อมีโอกาสจะได้แวะ ไปชิม จริงๆ อยากจะไปขอฟัง VOT ที่เห็นว่าเอาขึ้น SET UP ใหม่อีกครั้งด้วย ;D ;D
เชียงใหม่ เจ๊าาาาาาาาาวววว
ขอให้ข้อมูลเพิ่มดังนี้:-
ทรานสะฟรอมเมอร์ตัวเล็ก 500W ทำมาจากญี่ปุ่น ส่วนตัวใหญ่ดูแล้วน่าจะของไทย 2,000W
ใช้ขับ QUAD II (DIY) Mono Block คิดว่าน่าจะกินไฟประมาณ 300W ที่ 220v
ใช้งานไปค่อนวัน อุณหภูมิทั้งสองตัวเท่าๆ กัน ประมาณ 40 องศาซี ซึ่งสิ่งที่ควรจะเป็นแล้ว เจ้าตัวใหญ่น่าจะเย็นกว่า แต่ตัวใหญ่ยังมีเสียงคางจากการที่คนทำอัดเหล็กไว้ไม่ค่อยแน่นอีกด้วย ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนและมีเสียงออกมา ส่วนตัวเล็กนิ่งเงียบสะนิดครับ
จึงอยากจะขอแนะนำให้หาซื้อของนอกมาใช้จะดีกว่านะครับ
สนใจเครื่องชงกาแฟ มากครับ
ตั้งกระทู้เรื่องเครื่องชงกาแฟ ด้วยนะครับ
มีเวลาแล้วจะเอาที่ร่างไว้ที่จะลงในเวปมาให้อ่านกันก่อนนะครับ
-
2f ถูกใจๆ
คิดถึงพี่ พี่ก็มา อยากรู้เรื่องกาแฟ ก็เนื้อๆเพียบ
ผมซื้อเม็ดกาแฟและสั่งบดครั้งละ 250 กรัม พบว่ามันให้กลิ่นรสที่พอใจไม่เกิน 3 วันเท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นก็ทนดื่ม
มันจะอร่อยมากที่สุดคือตอนเปิดบริสุทธิ์ ;D (กลับถึงบ้านตัดถุงเทลงขวดครั้งแรก)
พรุ่งนี้จะลองกดให้แน่นขึ้นครับ... หางหนูคงไม่ใช้เรื่องยากเพราะหนู กทม.ตัวใหญ่กว่าหนูภาคเหนือชัวร์
-
อาทิตย์ที่มีวันแม่ อาจจะมีเพื่อนจาก กทม เข้ามาฟังที่บ้าน อย (บ้านที่เคยไปฟังกันน่ะครับ) คาดว่าผมก็คงจะลงจากเชียงใหม่ไปกราบคุณแม่ในอาทิตย์นั้นด้วยพอดี แล้วค่อยนัดกันอีกครั้งละกัน
ตอนนี้ผมได้แอมป์จากเมกาเพื่อนซื้อไว้ให้ราคา 25 USD เองละครับ (แล้วจะต้องไปเสียเวลา DIY กันทำไม?) เป็นของ LEAK เป็น PP Amp EL84 หลอดของมูลลาดทั้งหมด หลอดปรีและไดร์วเกือบสิบหลอด ก็มูลลาด มีภาคโฟโน่ด้วย เป็นเครื่อง NOS ที่ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนเมื่อดูจากสภาพ R และ C และตัวหลอดซึ่งไม่เคยถูกเบรินด้วยความร้อนมาก่อนแม้แต่เล็กน้อย อายุอานามของเครื่องนี้น่าจะตกอยู่ประมาณห้าสิบปีกว่าครับ ตัวถังมันเป้นสะแตนเลสดูแล้วเหมือนของใหม่เลยละ
แต่....ผมยังไม่เคยเปิดฟังมันนะ เพราะรอเจ้า Step-down ตัวนี้ไปเล่นกับมันแหละ แต่จะอย่างไร ก็มี 245 SE Amp เปิดให้ฟังได้แน่นอนครับ ผมคิดว่าเสียง VOT ตอนนี้เปลี่ยน HF Voice Coil จาก Symbiotic เป็น Al แล้วเสียงมันเหนือกว่า FOCUS FS 68 Sign. Stacked แน่นอนละในตอนนี้ (FOCUS FS 68 Sign. Stacked กันแล้ว เพื่อนที่เคยไปฟังแล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียงดีกว่าไม่ Stacked เกินเท่าตัวครับ)
-
หลังจากผ่านหม้อทั้ง 2 ไฟยังคง 220 อยู่ไหมครับ
-
O0 ขอบคุณสำหรับ ไอเดีย ดีๆ ขอรับ
-
2f ถูกใจๆ
คิดถึงพี่ พี่ก็มา อยากรู้เรื่องกาแฟ ก็เนื้อๆเพียบ
ผมซื้อเม็ดกาแฟและสั่งบดครั้งละ 250 กรัม พบว่ามันให้กลิ่นรสที่พอใจไม่เกิน 3 วันเท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นก็ทนดื่ม
มันจะอร่อยมากที่สุดคือตอนเปิดบริสุทธิ์ ;D (กลับถึงบ้านตัดถุงเทลงขวดครั้งแรก)
พรุ่งนี้จะลองกดให้แน่นขึ้นครับ... หางหนูคงไม่ใช้เรื่องยากเพราะหนู กทม.ตัวใหญ่กว่าหนูภาคเหนือชัวร์
เป็นธรรมดาของกาแฟที่บดแล้วครับ ปรกติแนะนำให้ซื้อกาแฟแบบเมล็ดคั่วแล้วไปบดเอง รสชาติจะอยู่ได้เป็นเดือนๆ ที่จริงมันก็มีวิธีการคั่วที่จะให้อร่อยอยู่ได้เป็นเดือนๆ เหมือนกัน แต่เราจะเสียรสชาติอะไรไปบางอย่างไปบ้าง คือผมเคยลองใช้เวลาคั่วนานมากขึ้น รสชาติจะคงอยู่นานขึ้นขนาดที่ว่าเก็บไว้มากกว่าสองเดือนยังคงรสชาติพอใช้ได้อยู่เลยละ แต่รสชาติจะสู้การคั่วแบบในเวลาตามปรกติไม่ได้น่ะครับ
ปัญหาของคุณสันติ อาจใช้วิธี บรรจุผงกาแฟคล้ายผงเครื่องปรุงมาม่าที่แบ่งพริกกลับปรุงรสออกจากกัน แล้วจึงฉีกเปิดใช้ทีละช่องไปก็ได้ แต่คงต้องจ่ายค่าเสียเวลาบรรจุให้เขามากขึ้นสักหน่อย ไม่รู้ว่าคุณสันติชอบกาแฟรสชาติแบบไหนครับ? จะทดลองทำไปให้ชิมดู
เรื่องกาแฟมีเรื่องคุยเยอะครับ ผมไม่รู้จะตั้งกระทู้ในไหน? คุยในนี้เดี๋ยวจะไปรบกวนเรื่องการดีไอวายเขา ใครช่วยตั้งกระทู้นำแล้วผมจะตามไปครับ
หลังจากผ่านหม้อทั้ง 2 ไฟยังคง 220 อยู่ไหมครับ
ลูกของญี่ปุ่นได้ 112v (จากอินพุท 225v) แต่จากลูกของไทยเหลือ 214v ครับ
ขอบคุณสำหรับ ไอเดีย ดีๆ ขอรับ
ที่จริงว่าจะทำขาย แต่รูปมันหลุดไปแล้ว ก็ของบอกว่าใครจะก็อปก็เชิญได้ตามสบายครับ หรือไม่เข้าใจตรงไหน? สอบถามได้ครับ
-
ถ้า เป็นกาแฟสำเร็จรูป เช่น เนส.... มีเทคนิคอย่างไรบ้างครับ ทั้ง แบบร้อน และ แบบเย้น ทำไมรุสึกว่า มันเปรี้ยวลิ้นครับ
-
c) c) c)จิบกาแฟดีๆสนทนาพาทีเรื่องDIYมันเพลินดีจริงๆครับ :clap :clap :clap
-
ว้าว ขอบคุณสำหรับความรู้แบบ (บังเอิญ) ครับ.....ผมก็หาเครื่องชงกาแฟมาติดบ้าน...อยู่
ถ้าได้มาคงต้องหัดทำความเคยชินกับมันใหม่....ตอนนี้ก็สองช็อตสำหรับ กาแฟเย็น....เครื่องบ้านมากๆครับ....
เดี๋ยวต้องรบกวนขอความรู้พี่พินิจเรื่อยๆครับผม.......แต่ คอนเซทป์ บาลานซ์ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์มันแหล่มจริงๆครับ..... O0 d_d
-
:showoff เอาล่ะ เคยได้ยินมานานแล้วเหมือนกัน พร่งนี้ผมจะพันหม้อไฟเลย ไฟเข้า 220v ไฟออก 220v แล้วมีกลาวด์อยู่ระหว่างขดทั้งสอง ถูกต้องไหม...
-
[quoe]ถ้า เป็นกาแฟสำเร็จรูป เช่น เนส.... มีเทคนิคอย่างไรบ้างครับ ทั้ง แบบร้อน และ แบบเย้น ทำไมรุสึกว่า มันเปรี้ยวลิ้นครับ[/quote] ดื่มกาแฟสำเร็จรูป ก็คงเหมือนดื่มน้ำส้มแฟนต้าละครับ มันไม่ใช่กาแฟที่แท้จริง เช่นเดียวกันรสชาติของน้ำส้มแฟนต้า คงต่างจากน้ำส้มคั้นครับ มันถูกแต่งรสตามผู้ผลิต มันก็มีบ้างยี้ห้อที่ไม่เปี้ยวก็มีนะครับ ลองค้นหาดู
การชงแบบร้อนให้อร่อย ก็อย่าใช้น้ำเดือดชง ให้ใช้น้ำที่ 80-85 องศาซีครับ ทำแบบเย็นคงไม่อร่อยเพราะความเข้มข้นของกาแฟแบบนี้มันต่ำมากๆ ครับ
จิบกาแฟดีๆสนทนาพาทีเรื่องDIYมันเพลินดีจริงๆครับ
ถ้าชอบแบบนี้ก็คุยไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้ดูแลเวปจะว่าก็แล้วกัน
ตอนนี้ก็สองช็อตสำหรับ กาแฟเย็น....เครื่องบ้านมากๆครับ....
เดี๋ยวต้องรบกวนขอความรู้พี่พินิจเรื่อยๆครับผม
อยากรู้อะไรก็สอบถามมาได้เลยครับ แสดงว่าตอนนี้มีเครื่องบ้านๆ ใช้อยู่แล้วหรือครับ?
ที่จริงเครื่องบ้านๆ ราคาราวๆ หมื่นบาทก็ดูถูกไม่ได้เหมือนกัน เพราะอุปกรณ์สำคัญเช่นปั๊มป์หรือหม้อต้มทำกันอยู่ไม่กี่ประเทศส่วนมากมีมาตรฐานดีอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ บางชิ้นเค้าอาจใช้พลาสติกเพื่อลดต้นทุนและต้องให้เราซื้อเปลี่ยนบ่อยๆ (เหมือนรถญี่ปุ่นกับเมกาเมื่อก่อนนี้) ที่ผมพูดแบบนี้ก็เพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปได้เครื่องที่เค้าเกะซ่อมใส่ถุงแล้วเอามาขาย 2 เครื่อง 500 บาท ผมได้เอามาประกอบให้ดูในรูปครับ ผมซื้ออะไหล่ซ่อมมันไป 280 บาท ตอนนี้ผมได้เครื่องชงกาแฟอีก 2 เครื่อง ที่ชงได้อะร่อยไม่แพ้เครื่องละสามหมื่นตอนยังไม่ได้เปลี่ยนปั๊มน้ำที่เคยใช้อยู่ทีเดียวละครับ เพราะหม้อต้มและปั๊มเป็นของอิตตาลี่เหมือนเครื่องสามหมื่นซะด้วย ผมคิดว่าจะเปลี่ยนปั๊มน้ำเป็นแบบโรตารี่ มันคงจะชงกาแฟได้เยี่ยมมากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังห่วงว่าตัวแท่นยึดด้ามอัดผงกาแฟที่เป็นพลาสติกจะรับแรงดันที่สูงขึ้นไหวหรือเปล่าเท่านั้น? (คิดว่าคงต้องเปลี่ยนเป็นสะแตนเลสส์ เหมือนตัวของเครื่องละสามหมื่นก็คงจะโอเค) เครื่องยิ่งแพงพวกอุปกรณ์ที่เป็นแตนเลลส์จะยิ่งหนาและแข็งแรงมากขึ้นน่ะครับ เครื่องที่ใช้อยู่ราคาสามหมื่นบางเอง ซึ่งมันก็ยังเป็นสะแตนเลสส์แบบบางๆ อยู่เลย พอกดน้ำกาแฟลงมาก็มีอาการเด่งเข้าเด่งออก เพราะแรงดันที่สูง ของน้ำร้อน อยู่เล็กน้อยเหมือนกัน ถ้าใครมีเงินเยอะๆ ก็ขอแนะให้ซื้อสักเครื่องละแสนไปเลย ส่วนใครตังค์น้อยก็ซื้อเครื่องละหมื่นไปก่อน ซึ่งมันก็สามารถเอามาโมฯ เปลี่ยนปั๊มและชิ้นส่วนต่างๆ ให้แข็งแรงอีกในภายหลัง แล้วมันก็สามารถใช้ชงกาแฟได้อะร่อยไม่แพ้กัน แต่ความทนทานคงมีไม่มากนักน่ะครับ
ขอเอาเกล็ดเล็กน้อยที่เขียนเตรียมไว้เพื่อทำเวปไซร์ของผม มาให้อ่านครับ มันไม่ง่ายในการค้นหาสิ่งที่ดีๆ เหนือใคร...................................................
การดำเนินการ:- เมื่อเราเกิดชมชอบในรสชาติของคาเฟอีนซะแล้ว ไปหาซื้อดื่มจากร้านต่างๆ ก็ไม่ค่อยจะถูกกับความชอบส่วนตัวซะเป็นส่วนใหญ่ (ความขมพอดีเรา มีบอร์ดี้แบบเต็มๆ และต้องมีกลิ่นหอมมากๆ อีกด้วย) และไม่สะดวกในการออกไปหาดื่มกันทุกๆ วัน ก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟสด มาชงดื่มเองซะเลย แต่เราก็ยังพบกับปัญหาเมล็ดกาแฟที่คั่วขายโดยทั่วๆ ไปนั้น มีรสชาติที่ไม่ค่อยจะถูกใจ และไม่มีความคงที่แน่นอน ก็มีบ่อยๆ ครั้งที่พอชงก็รู้เลยว่าเป็นของเก่าเก็บ (ยี่ห้อเดิมเบอร์เดิม) แต่ที่จริงมันก็ยังพอมีของดีขาย ซึ่งก็ต้องสั่งคั่วกันเป็นพิเศษ เราต้องจ่ายถึงพันกว่าบาทต่อกิโลกรัม
เราก็เลยทดลองตระเวนหาเมล็ดกาแฟสดๆ จากต้น ตามยอดเขาต่างๆ มาลองคั่วเองดูบ้าง จากยอดดอยที่สูงเกือบๆ หรือกว่าสองพันเมตรจากระดับน้ำทะเล เริ่มจากยอดดอยอินทนนท์เป็นยอดแรกสู่ยอดดอยต่างๆ อีกหลายๆ ยอด ก็พบว่าพื้นดินของ แต่ละยอดดอย แต่ละระดับความสูง ก็มีส่วนทำให้เกิดรสชาติของกาแฟแตกต่างกันไป (ทั้งที่ใช้พันธ์เดียวกัน) ซึ่งกว่าเราจะได้พบกับแหล่งที่เราชอบที่สุดก็ใช้เวลาตะเวณค้นหาเป็นเวลาเกือบจะสองปี โดยเราซื้อเมล็ดจากชาวเขาตั้งแต่ยังเป็นผลเชอร์รี่ที่เราสั่งให้เก็บแบบคัดสรรเฉพาะเมล็ดที่สุกอย่างสมบูรณ์เท่านั้น แล้วนำลงมาให้เพื่อนสีให้ เพื่อที่จะทำเป็นกาแฟกะลาให้เราต่อไป เราก็จะนำมาบ่มเก็บเข้าสะต็อกของเราเอง ฉะนั้นเราจึงมั่นใจในคุณภาพของเมล็ดกาแฟของเราทุกเมล็ดเป็นอย่างยิ่ง
เมล็ดกาแฟเชอร์รี่ของเราที่ซื้อมาคั่วเองนั้น มันถูกปลูกสูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,000m ขึ้นไป และเมล็ดกาแฟของเราใช้เวลาสุกสมบูรณ์ของเมล็ดก็เกือบๆ จะครบ 1 ปีเต็ม ด้วยสภาวะอากาศของบนยอดเขาสูง ที่มีความชื้นสูง มีความหนาวเย็นจัด เพราะมันถูกปรกคุมด้วยเมฆหมอกตลอดทั้งปี และต้นกาแฟที่ปลูกก็อยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่อีกด้วย
............................................
ส่วนกาแฟผงของคุณสันติ ผมทดลองบดแพ็กอย่างดีค้างคืนแค่คืนเดียวเอง แล้วเอามาชง ผมขอบอกเลยว่า การขายกาแฟผงบดแล้ว ไม่มีอนาคตซะแล้วละครับ ครีม่าลดลงไปเยอะมากๆๆๆๆ ความหอมก็ลดลง บอร์ดีก็ออกมาบางๆ ถ้าจะเอาผมจะขอส่งแบบเป้นเมล็ดไปให้ได้เท่านั้นนะครับ
.......แต่ คอนเซทป์ บาลานซ์ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์มันแหล่มจริงๆครับ.....
แถวบ้านที่เมืองเหนือ มีการทำเฟอร์นิเจอร์ ทั้งเครื่องตัดไม้ เครื่องไส ใช้กันทั้งหมู่บ้านคงเป็นหลายร้อยเครื่องที่ใช้พร้อมๆ กัน พอผมใช้ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์ เข้าไปมันเลยเห็นผลได้ชัดเจนมากๆ น่ะครับ
เอาล่ะ เคยได้ยินมานานแล้วเหมือนกัน พร่งนี้ผมจะพันหม้อไฟเลย ไฟเข้า 220v ไฟออก 220v แล้วมีกลาวด์อยู่ระหว่างขดทั้งสอง ถูกต้องไหม...
คงใช่ครับ ทำแล้วเห็นผลไง เอาคุยกันบ้างละกัน
-
.......แต่ คอนเซทป์ บาลานซ์ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์มันแหล่มจริงๆครับ.....
แถวบ้านที่เมืองเหนือ มีการทำเฟอร์นิเจอร์ ทั้งเครื่องตัดไม้ เครื่องไส ใช้กันทั้งหมู่บ้านคงเป็นหลายร้อยเครื่องที่ใช้พร้อมๆ กัน พอผมใช้ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์ เข้าไปมันเลยเห็นผลได้ชัดเจนมากๆ น่ะครับ
เอาล่ะ เคยได้ยินมานานแล้วเหมือนกัน พร่งนี้ผมจะพันหม้อไฟเลย ไฟเข้า 220v ไฟออก 220v แล้วมีกลาวด์อยู่ระหว่างขดทั้งสอง ถูกต้องไหม...
คงใช่ครับ ทำแล้วเห็นผลไง เอาคุยกันบ้างละกัน
สวัสดีครับพี่พินิจ
แสดงว่า บ้านของพี่พินิจ อยู่แถวๆ บ้านทา -จั๋งหวัดหละปูน หรือเปล่าครับ
หม้อแปลงแบบบาล้านซ์ไอโซเลชั่นที่บ้านผมเองก็เช่นกัน
ก่อนนี้ ใช้ไฟผนังชั่วคราว เซอร์กิตดันไปเฉียดๆ(เฟสเดียวกัน)กับไฟวงจรห้องครัว พอตู้เย็นไซด์บายไซด์มอเตอร์สตาร์ททีนึง เป้นต้องมีจี่(เสียง) และน้อยซ์(ภาพ) ทู๊กทีเลย
พอผ่านบาล้านซ์ ไอโซเลชั่นทรานสฟอร์เมอร์ ที่แยกวงจรออกมาต่างหาก จากเมนเบรคเกอร์
คราวนี้หายเกลี้ยง ได้ความใส นิ่งทั้งภาพและเสียงเลย
ยิ่งใช้เฉพาะภาพยิ่งแจ๋วครับ
เรื่องการสั่งพันหม้อแปลงแบบบาล้านซ์ไอโซเลชั่น
ของผมยุคนั้น(ใกล้ถึงสิบปีแล้วกระมัง) สั่งพันจากแสงทอง(คุณปัญญา)ครับ
ขาเข้า 0-220V มีขั้วต่อสายลงกราวนด์ GND. อีก ๓ จุด (เป็นการต่อจากคอปเปอร์ชิลด์ออกมา)
ลูกที่๑ 3000VA ใช้กับเครื่องฉายภาพ และเครื่องเล่นไฟล์ภาพ (ทั้งสองเครื่องแหล่งจ่ายไฟเป็นแบบสวิทชิ่ง)
ไฟออก 0-(110V 0)-110V """""""การต่อใช้งาน (ในวงเล็บ) ต่อถึงกันและ แล้วลงกราวนด์
ลูกที่๒ 500VA ตัวนี้กะใช้กับ ฟร้อนท์(ซีดีทรานสปอร์ท และปรีมัลติแชแน่ล ไฟ๑๐๐โวลท์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นครับ)
ไฟออก 0 - (55.5V 0) - 55.5V """""""การต่อใช้งาน (ในวงเล็บ) ต่อถึงกันและ แล้วลงกราวนด์
55.5V ผมสั่งพันเช่นนั้นจริงๆครับ เอาไว้ระลึดถึงว่าครั้งหนึ่ง(กรู)ก็บ้ามั่กๆ 555
สำหรับทั่นที่อยากทดลองผล
หากไม่พิถีพิถันมากนัก.........อาจจะลองใช้หม้อแปลงไฟสำหรับแอ็มป์โซลิทสเตท 50-0-50 ,55-0-55 ,60-0-60 ลองต่อใช้แทนก่อนได้กระมังครับ
โดยจุด กึ่งกลางขดขาออก -0- ให้ต่อลงกราวนด์ด้วย
หากพิถีพิถันมากขึ้นก็ต้องจ่ายตังค์แยะหน่อยหละครับ
ลองปรึกษาทางแสงทองดู
หรือไม่ก็ทาง แซ็ค ไทยแล็นด์ครับ....................
จ้าวหลังนี้ ได้มีโอกาสลองฟังที่บ้านน้ามาตรMATRA ด้วย
คุณภาพเสียงดีมากเช่นกัน (แต่๗๐๐วีเอ มันอาจเล็กไปบ้างสำหรับเพาเวอร์แอ็มป์ หากแยกใช้สำหรับซอร์สทั้งระบบ และปรี น่าจะเยี่ยมมาก)
เนื่องจากห้องที่บ้าน ทำระบบภาพและเสียงสองชุด หน้าห้อง และหลังห้อง
เร็วๆนี้คงมีโอกาสสั่งจากจ้าวหลังมาใช้เพิ่มอีก ๒ลูกแน่นอน เล็งไว้ 700VA เหมือนน้า MATRA ส่วนอีกลูกคงเป็น 2000VA
ผมมี 0-220V มี GND. 1จุด ขาออก 0-100V,110 V
pujshv TOYODEN ของญี่ปุ่น ๒ลูก ขนาด 1000VA เท่ากันเลย
กำลังจะทดลองต่อแบบที่ผมถามไว้ที่กระทู้นี้ http://www.htg2.net/index.php?topic=63757.0
คือนำสองลูกมาต่อเป็น ๑ลูก ใช้กับไฟบ้านเรา ว่ามันจะกลายเป็น Balance หรือเปล่า ( เนื่องจากหม้อแปลงคนละลูกกัน)
ถ้าไม่ใช้ มันคงเป็นได้เพียง ไอโซเลชั่น ทรานสฟอร์เมอร์เท่านั้น (คุณสมบัติทางด้านการหักล้างสัญญาณรบกวน คงไม่ได้อะไรมากนัก)
-
ที่ภาควิชาผมกำลังทำเครื่องคั่วกาแฟ และทำเย็นในระบบปิด โดยใช้เทอร์โมไซฟอนเป็นตัวพาความร้อน
เห็นกลุ่มโปรเจ็กน้องเค้าบอกว่ารสชาติมันจะหายไปเยอะ ถ้าทำเย็นในที่เปิดและทำให้เย็นช้าๆ
ตอนนี้กำลังย่อขนาดเครื่องจาก 5 กิโลกรัม เป็น 1 กิโลกรัม
ชอบเรื่องกาแฟครับ แต่ไม่ค่อยได้ศึกษา
-
มาอ่านเพราะชอบกาแฟครับ ติดต่อผมผ่าน pm ทีสิครับ ผมชอบลองทานกาแฟ
isolation transformer ลด noise ลงไปได้อย่างน้อย 6dB ครับ ที่คุณ pinit ลองต่อสองชั้นน่าจะได้ถึง 10dB ขึ้นไปครับ เงียบลงแน่นอน แต่มันจะเปลืองไฟครับ เพราะออกมาจะไม่ค่อยถึง 220V แล้วในแอมป์ (หลอด)บางตัว การต่อแบบนี้อาจจะทำให้ฟังดูเสียงช้าลงได้นิดนึงครับ ในบางวงจรก็ฟังไม่ออก ขึ้นอยู่กับการออกแบบภาคจ่ายไฟ เพราะมี dcr ของหม้อแปลงทั้งสองมาอยู่ในวงจรภาคจ่ายไฟด้วย
ถ้าต่อเป็น balance transformer (110-0-110VAC) มันจะลดnoise ลงไปได้อย่างน้อย 20dB ครับ เปลืองไฟน้อยลง เห็นผลมากขึ้นครับ สำหรับเครื่องเล่นที่กินไฟไม่มาก และรับไฟ 110V ได้ หรือพวกที่เป็น switching มีหม้อแปลง 55-0-55V ราคาไม่แพงตามร้านทั่วไปอยู่ ใช้หม้อแปลงลูกละเครื่องไปเลยยังได้ครับ
-
(คุณสมบัติทางด้านการหักล้างสัญญาณรบกวน คงไม่ได้อะไรมากนัก)
ที่ว่ามานั้น ผมคิดว่า ก็มีส่วนถูกอยู่ แต่ให้พวกเราลองกลับมาคิดดูว่าหม้อแปลงไปธรรมดาๆ นั้น เค้าออกแค่ให้ความถี่ 50-60 Hz มันผ่านไปได้ด้วยดีเท่านั้น คงไม่ต้องออกแบบให้เหนื่อยและแสนแพงแบบเอาท์พุทที่ต้อง 20-20kHz กระมั้ง! ผมคิดความถี่สูงที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าคงถูกกลั้นอยู่อย่างเพียงพอแล้ว ถ้าสมมุติว่ามันกันได้สัก 80% กลับการลงทุนไม่กี่ร้อยบาท กลับ การป้องกันที่ได้ 90% กับการที่เราต้องจ่ายกันเป็นหมื่น ซึ่งมันก็แล้วแต่การตัดสินใจของท่านเองละครับ
การเล่นเครื่องเสียของผมตอนนี้ใช้หลักการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นที่ตั้ง คือเน้นการลงทุนที่ต่ำสุด ให้ได้ประโยชน์สูงสุด พวกความถี่สูงๆ หากมันเล็ดลอดเข้ามา ให้ใช้ ซีแบบดิสซ์สีน้ำตาลค่าน้อยๆ ตัวละไม่กี่บาทก็เอาอยู่เช่นกันละครับ
อยากทราบว่า แซ็ก ไทยแลนด์ ขาย 700VA ตัวละเท่าไรครับ?
ที่ภาควิชาผมกำลังทำเครื่องคั่วกาแฟ และทำเย็นในระบบปิด โดยใช้เทอร์โมไซฟอนเป็นตัวพาความร้อน
เห็นกลุ่มโปรเจ็กน้องเค้าบอกว่ารสชาติมันจะหายไปเยอะ ถ้าทำเย็นในที่เปิดและทำให้เย็นช้าๆ
ตอนนี้กำลังย่อขนาดเครื่องจาก 5 กิโลกรัม เป็น 1 กิโลกรัม
ชอบเรื่องกาแฟครับ แต่ไม่ค่อยได้ศึกษา
น่าสนใจมากๆ ครับ โปรเจคนี้ใช้เงินลงทุนเท่าไร?
มาอ่านเพราะชอบกาแฟครับ ติดต่อผมผ่าน pm ทีสิครับ ผมชอบลองทานกาแฟ
แล้วจะติดต่อไปนะครับ
-
(คุณสมบัติทางด้านการหักล้างสัญญาณรบกวน คงไม่ได้อะไรมากนัก)
ที่ว่ามานั้น ผมคิดว่า ก็มีส่วนถูกอยู่ แต่ให้พวกเราลองกลับมาคิดดูว่าหม้อแปลงไปธรรมดาๆ นั้น เค้าออกแค่ให้ความถี่ 50-60 Hz มันผ่านไปได้ด้วยดีเท่านั้น คงไม่ต้องออกแบบให้เหนื่อยและแสนแพงแบบเอาท์พุทที่ต้อง 20-20kHz กระมั้ง! ผมคิดความถี่สูงที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าคงถูกกลั้นอยู่อย่างเพียงพอแล้ว ถ้าสมมุติว่ามันกันได้สัก 80% กลับการลงทุนไม่กี่ร้อยบาท กลับ การป้องกันที่ได้ 90% กับการที่เราต้องจ่ายกันเป็นหมื่น ซึ่งมันก็แล้วแต่การตัดสินใจของท่านเองละครับ
การเล่นเครื่องเสียของผมตอนนี้ใช้หลักการลงทุนที่คุ้มค่าเป็นที่ตั้ง คือเน้นการลงทุนที่ต่ำสุด ให้ได้ประโยชน์สูงสุด พวกความถี่สูงๆ หากมันเล็ดลอดเข้ามา ให้ใช้ ซีแบบดิสซ์สีน้ำตาลค่าน้อยๆ ตัวละไม่กี่บาทก็เอาอยู่เช่นกันละครับ
อยากทราบว่า แซ็ก ไทยแลนด์ ขาย 700VA ตัวละเท่าไรครับ?
ที่ภาควิชาผมกำลังทำเครื่องคั่วกาแฟ และทำเย็นในระบบปิด โดยใช้เทอร์โมไซฟอนเป็นตัวพาความร้อน
เห็นกลุ่มโปรเจ็กน้องเค้าบอกว่ารสชาติมันจะหายไปเยอะ ถ้าทำเย็นในที่เปิดและทำให้เย็นช้าๆ
ตอนนี้กำลังย่อขนาดเครื่องจาก 5 กิโลกรัม เป็น 1 กิโลกรัม
ชอบเรื่องกาแฟครับ แต่ไม่ค่อยได้ศึกษา
น่าสนใจมากๆ ครับ โปรเจคนี้ใช้เงินลงทุนเท่าไร?
มาอ่านเพราะชอบกาแฟครับ ติดต่อผมผ่าน pm ทีสิครับ ผมชอบลองทานกาแฟ
แล้วจะติดต่อไปนะครับ
เมื่อก่อน ผมก็เคยคิด(ตามอย่างที่)แบบที่ได้ยินสืบมาทั้งจากนิตยสารบ้านเรา และจากคำบอกเล่าครับว่า ไฟฟ้าเข้าเครื่อง แค่50-60Hz มันจะไปส่งผลอะไร
สายแกนเดี่ยวสิ สุดยอดผ่านความถี่ต่ำที่เครื่องต้องการเท่านั้น....
จากนั้น.........ก็ทำสายเอซีแกนเดี่ยวเลียนแบบของมียี่ห้อเล่นมาโดยตลอด
กอร์ปกับยังชอบใช้แอ็มป์หลอดอยู่ด้วย ...มันก็เลย"ฟังได้ +พอใจ" ได้ชหลายปีทีเดียวครับ
พึ่งจะสองสามปีนี้ ที่มีโอกาส ได้สัมผัสกับสายไฟของพี่ๆหลายทั่น โอ๋วส์ ทำไมจึงราคาเกินครึ่งแสนไปเลย บางเส้นเลยไปถึงหลักแสนก็มี
แล้วเสียงมันก็ออกมาน่าฉงนจริงๆด้วย
ทำให้ฉุกคิดและเรียนต่อว่า "เพราะอะไรหนอ" กับไฟบ้านแค่50-60Hz ทำไมต้องทำกันถึงเพียงนี้
ทำให้ทราบว่า นอกจากฉนวนคุณภาพสูงที่หลากหลาย...โครงสร้างพื้นฐานของสาย การปรุงแต่ง/การประกอบที่แยบยลแล้ว
สายไฟเหล่านั้น มักใช้ตัวนำต่างขนาดแบบผสมผสาน บ่อยครั้งใช้ตัวนำบริสุทธิ์สูงด้วย
ผมก็เลยคิดเลยเถิด(ไปหน่อยกระมัง)ว่า
ตอนที่ภาคจ่ายไฟแปลงเป้นดีซี ให้เรียบ/นิ่ง ไม่มีโหลดหรือดึงกระแสน้อยๆมันก็ต้องนิ่ง และเรียบพอแน่ๆ
แต่พอที่มันฟูลโหลด หรือช่วงที่กินกระแสสวิงแยะๆหละ มันยังเรียบอยู่หรือเปล่า
แล้วก็เมื่อวงจรขยายย่านความถี่ต่ำๆ และความถี่สูงๆ จนถึงองค์ประกอบฮาร์มอนิคส์ ของความถี่หละมันยังคงจ่ายได้ สวิงได้ไวตามความต้องการหรือเปล่า ยิ่งด้านภาพด้วยละก็
ทำไมเมื่อเปิดฝาหลังจอทีวีพลาสม่าดู.........ซีฟิลเตอร์ ทำไมเขาใช้แบบความเร็วสูง จ่ายเร็ว/รุนแรงโฟโต้แฟล็ช(ซซ.แปดห้าศูนย์ที่บ้านใช้ของรูไบค่อน)แยะมากแทบทั้งเครื่อง แล้วยังต่อด้วยโพลีโพรไพรีนดีคัปปลิ้งอีกเกือบทั้งเครื่อง
นอกจากคาปาซิเตอร์แล้ว ไดโอด หม้อแปลง แม้กระทั่งสายไฟทุกส่วนตลอดเส้นทางที่มีไฟฟ้าไหลป้อนเข้าเครื่อง
มันจำเป้นต้องดึง/จ่ายไฟ ให้มีความรวดเร็วตามไปด้วยหรือเปล่า
ถ้าไม่ใช่ แล้วทำไมเสียงมันต่างกันระหว่างสายแกนเดี่ยว แกนเดี่ยวเล็กลงมาหลายเส้นฟั่นกันอยู่ สายฝอย สายฝอยละเอียด รวมถึงการจัดโครงสร้างๆที่ต่างๆกันไป
ถ้าไม่ใช่ งั้นใส่สายไฟอะไรเข้าไปมันก็ควรเสียงเหมือนๆกันสิ ...........ซึ่งก็ขัดแย้งกับของจริงที่ได้ลองฟังมา
งั้นใช้สายไฟแบนๆ ไทยยาซากิ 6sqmmx2 +4sqmmx1 ขนาดใหญ่ ฉนวนสองชั้น ทำเป็นสายไฟเอซีก็น่าจะดีพอแล้วไม่ใช่หรือ...ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ
ศึกษาดูลึกๆพบว่า แทบไม่มีสายไฟเสียงดีๆ (ราคาสูงๆด้วย) ใช้สายไฟแกนเดี่ยวเลย
แต่สายไฟฝอยละเอียดบางเส้น ก็(ไม่ค่อย)เหมาะกับด้านเสียงเช่นกันเนื่องจากมันให้โทนเสียงย่านต่ำค่อนข้างบาง(แบบผิดปกติ) แต่ถ้าเป็นด้านภาพกลับแจ่มก็มี
สายไฟแกนเดี่ยว หรือแกนเดี่ยวหลายเส้น ก็ให้ย่านต่ำได้ดี แต่กลับออกมาแบบหลวมๆ ไม่ลึก ไม่แน่น โน้ตหัวเสียงชัดเจนดี แต่บรรยากาศ รายละเอียดหดหายไป เป็นต้น
ผมก็ไม่เข้าใจเรื่องไฟฟ้า หรือหม้อแปลงมากนัก(ไม่ได้เรียนมาโดยตรงด้วยครับ)แต่จากผลการทดลอง ผมเชื่อว่าสายไฟ หรือหม้อแปลง(การส่งผ่านกระแสไฟฟ้าผ่านสนามแม่เหล็ก)น่าจะมีเอี่ยว
เรื่องของสปีดและย่านความถี่ของเสียง(และภาพ)ด้วยแน่นอน
เรื่องราคาหม้อแปลงผมพีเอ็มให้นะครับพี่
-
ตอนนี้ก็สองช็อตสำหรับ กาแฟเย็น....เครื่องบ้านมากๆครับ....
เดี๋ยวต้องรบกวนขอความรู้พี่พินิจเรื่อยๆครับผม
อยากรู้อะไรก็สอบถามมาได้เลยครับ แสดงว่าตอนนี้มีเครื่องบ้านๆ ใช้อยู่แล้วหรือครับ?
ตอนนี้กำลังรอ Rancilio Silvia อยู่คร้าบ... d_d เครื่องบดของจีน Fema..... :kicking
ส่วนหม้อบาลานซ์ก็ ของ SAC 700VA ตามที่ น้า wat ว่าไว้ครับ....... d_d
ถ้าทำแบบ บาลานซ์ถูกๆดีๆ พี่ๆสอนผมบ้างนะครับ..... :D :bowdown
-
ส่วนกาแฟผงของคุณสันติ ผมทดลองบดแพ็กอย่างดีค้างคืนแค่คืนเดียวเอง แล้วเอามาชง ผมขอบอกเลยว่า การขายกาแฟผงบดแล้ว ไม่มีอนาคตซะแล้วละครับ ครีม่าลดลงไปเยอะมากๆๆๆๆ ความหอมก็ลดลง บอร์ดีก็ออกมาบางๆ ถ้าจะเอาผมจะขอส่งแบบเป้นเมล็ดไปให้ได้เท่านั้นนะครับ
เห็นที ผมจะต้องหาเครื่องบดไว้ใช้ซักเครื่องละสิ ที่บ้านมีแต่ยี่ห้ออ่างศิลา ใช้ไม่สะดวก (เคยลองบดกาแฟแล้ว)
ต้องลงทุนเท่าไรครับ ต่ำกว่าพันมีมั๊ย :'(
-
ตอนนี้ก็สองช็อตสำหรับ กาแฟเย็น....เครื่องบ้านมากๆครับ....
เดี๋ยวต้องรบกวนขอความรู้พี่พินิจเรื่อยๆครับผม
อยากรู้อะไรก็สอบถามมาได้เลยครับ แสดงว่าตอนนี้มีเครื่องบ้านๆ ใช้อยู่แล้วหรือครับ?
ตอนนี้กำลังรอ Rancilio Silvia อยู่คร้าบ... d_d เครื่องบดของจีน Fema..... :kicking
] เรื่องเครื่องบดเมื่อก่อนนี้ผมก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันสักเท่าไร (เห็นใช้เครื่องชงอย่างดี แล้วกลับไปใช้เครื่องบดของจีน ถ้าเป้นตัวที่มีราคา 3500 บาท ตัวนี้บอกได้เลยว่ายังใช้ไม่ได้ และไม่เหมาะกับเครื่องชงครับ ถ้าเปลี่ยนได้ขอให้เปลี่ยนซะก่อนที่จะซื้อมาถมบ่อครับ) ขอให้บดออกมาใด้ก็พอ เครื่องบดถูกก็คงเหมาะกับเครื่องชงถุกๆ ที่แรงดันน้ำร้อนต่ำๆ
เมื่อผมได้เปลี่ยนปั๊มแบบสั่น (หลักการเดียวกับปั๊มป์ลมในตู้ปลา) เป็นแบบโรตาลี่แล้ว ถึงรู้ว่าเครื่องบดแบบราคาถูกๆ นั้น มันบดได้ไม่ละเอียดพอ ขนาดที่ว่ากดแทมเปอร์กันเต็มที่แล้ว น้ำกาแฟก็ยังไหลออกมาเป็นเส้นใหญ่มากๆ แค่สิบวินาทีก็เต็มแก้ว 2 ออนซ์แระ ผมคิดว่าเครื่องบดที่ดีราคาของมือหนึ่งไม่ควรต่ำกว่า 15,000 บาทครับ ถ้าราคาถูกกว่านี้ผมยังหาไม่เจอครับ คงเป็นคำตอบให้คุณสันติด้วยนะครับ
การที่กาแฟไม่มีครีม่าออกมา อาจเกิดจาก
- เมล็ดกาแฟไม่ดี
- ปั๊มน้ำแรงดันต่ำเกินไป
- บดหยาบเกิน
- ใช้แรงกดแทมเปอร์น้อยไป
อย่าเข้าใจผิดว่าครีม่าเป็นตัวที่ทำให้กาแฟอร่อย มันแค่เป็นตัวบ่งชี้เท่านั้น คือถ้าครีม่ามาก เป็นฟองละเอียด การคงอยู่ยิ่งนานยิ่งดี มันจะบอกได้ว่ารสชาติและกลิ่นของกาแฟถ้วยนี้นั้นถึงจุดที่เป็นตัวตนของมันที่แท้จริงแล้ว ถ้าท่านชงแล้วไม่มีครีม่าออกมาก็อย่าเพิ่งโทษเมล็ดกาแฟนะครับ ลองนำไปเช็คกับเครื่องชงที่มีมาตราฐานกับคนที่ชงเป็นซะก่อนถึงจะสรุปกันได้
-
อันนี้เป็นไต้หวันแท้ครับพี่....น่าจะดีกว่าของก๊อปจีนขึ้นมาอีกสเต็ป.... :D
-
ผมใช้มาหลายเครื่องมาจบที่ตัวนี้ครับ เครื่องผมน่าจะเก่ากว่าที่โชว์ในเว็บ เพราะไม่มีจอ LCD ใช้ง่าย สะดวก เร็ว ภรรยาไม่บ่น เด็ก 6 ขวบก็ชงกาแฟได้ ผมมีเครื่องเก่าๆ ที่เสียกองอยู่ในห้องเก็บของอยู่สองสามเครื่องเลยครับ
http://www.krups.com/All+Products/espresso-machines/fully-automatic-espresso-machines/Products/XP7220/Espresseria+XP7220.htm
-
เคยคิดอยากซื้อเครื่องชงเหมือนกันครับ แต่คิดไปคิดมากินคนเดียว หักต้นทุนค่ากาแฟแล้ว สิบปียังไม่คุ้มค่าเครื่องเลย สุดท้ายซื้อเขากินแก้วละ 50 บาทต่ไปดีกว่า อิอิ
-
c) c) c)....ผมเคยชิมรสชาดกาแฟของคุณ PINIJ แล้วผมชอบมากๆเลยครับ.. :victory :victory :victory
. Y] Y] Y].ท่านใดผ่านมาทางเชียงใหม่แวะชิมแล้วมาถกปัญหากับคุณPINIJได้ความรู้เยอะดีครับ.... O0 O0 :secret
-
คือว่าสงสัยมานาน คือเคยเห็นกาแฟแบบสกัดเย็น(ไม่รู้เขาเรียกอย่างนี้หรือเปล่า) ที่เขาเอากาแฟบดใส่หลอดแก้วแล้วต่อยๆให้น้ำไหลลงมาทีละหยดๆน่ะครับ ไม่ทราบว่ากาแฟแบบนี้รสชาติเป็นยังไงเมื่อเทียบกับกาแฟที่ชงกับเครื่อง espresso ปรกติน่ะครับ ที่สนใจเพราะดูท่าทางน่าจะทำเครื่องชงแบบนี้เองได้ง่ายๆนะครับ
ขอบคุณครับ
-
c) c) c)....ผมเคยชิมรสชาดกาแฟของคุณ PINIJ แล้วผมชอบมากๆเลยครับ.. :victory :victory :victory
. Y] Y] Y].ท่านใดผ่านมาทางเชียงใหม่แวะชิมแล้วมาถกปัญหากับคุณPINIJได้ความรู้เยอะดีครับ.... O0 O0 :secret
คุยกันมาตั้งนานเพิ่งจะรู้ว่าใช้ชื่อนี้ ลูกค้าผมที่เชียงใหม่ มีคอกาแฟร้อนที่เรียกว่าระดับพิถีพิถัน สักสิบคนได้ละมัง? (ที่เป็นคนไทย) ครึ่งนึงที่ผมแนะนำให้รู้จักกาแฟที่รสดีว่าเป็นอย่างไร? สำหรับคุณ BLUEKITE รู้เรื่องรสชาติของกาแฟมาก่อนที่เราพบกัน และผมยกให้เป็นคอกาแฟที่เข็มงวดที่สุดเท่าที่ผมเจอที่เป็นคนไทยในเชียงใหม่ครับ เจอเคยเจอชาวอิทตาเลี่ยนผมชง Ristretto เกิน 1 Oz ไปนิดเดียว โดนคอมเมนต์ เลยต้องเททิ้งชงให้เค้าใหม่ (จริงๆ แล้วเค้าบอกให้หยุดแค่ 0.8 Oz ที่ 10 Sec เท่านั้นเอง) หลังจากนั้นเค้าก็เป็นขาประจำกันมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
ผมคิดว่าการดื่มไวน์ การฟังเพลงคลาสสิก หรือการดื่มกาแฟ ถ้าไม่ได้ศึกษา หรือมีการชี้นำจากผู้รู้ เราก็ไม่สามารถรู้จักกับของดีๆ ได้ครับ หากใครลองเอาไวน์ขวดละแสนมาให้ผมดื่ม ผมก็อาจบ้วนทิ้งก็เป็นได้
ผมใช้มาหลายเครื่องมาจบที่ตัวนี้ครับ เครื่องผมน่าจะเก่ากว่าที่โชว์ในเว็บ เพราะไม่มีจอ LCD ใช้ง่าย สะดวก เร็ว ภรรยาไม่บ่น เด็ก 6 ขวบก็ชงกาแฟได้ ผมมีเครื่องเก่าๆ ที่เสียกองอยู่ในห้องเก็บของอยู่สองสามเครื่องเลยครับ
ผมอยากทราบสองข้อครับ
1. ตอนน้ำกาแฟไหลออกมา มีขนาดเล็กเท่าหางหนูไหม? (ในส่วนของสายน้ำกาแฟที่เป็นเล็กที่สุดควรมีขนาด 2-3mm)
2. น้ำกาแฟไหลออกมาเป็นสีขาวขุ่นตั่งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีที่ 30 เลยหรือไม่? หรือเป็นเพียงแค่สีน้ำตาลเข็ม?
คือว่าสงสัยมานาน คือเคยเห็นกาแฟแบบสกัดเย็น(ไม่รู้เขาเรียกอย่างนี้หรือเปล่า) ที่เขาเอากาแฟบดใส่หลอดแก้วแล้วต่อยๆให้น้ำไหลลงมาทีละหยดๆน่ะครับ ไม่ทราบว่ากาแฟแบบนี้รสชาติเป็นยังไงเมื่อเทียบกับกาแฟที่ชงกับเครื่อง espresso ปรกติน่ะครับ ที่สนใจเพราะดูท่าทางน่าจะทำเครื่องชงแบบนี้เองได้ง่ายๆนะครับ
ขอบคุณครับ
ผมคิดว่าแค่คิดถึงน้ำกาแฟเย็นๆ ผมก็คงจะไม่ชอบแล้วละครับ ปรกติผมจะวอร์มแก้วกาแฟไว้หลังเครื่องชง แต่ตอนเช้าขายแก้วแรกๆ ฝาหลังเครื่องชงยังไม่ทันร้อน ผมจะต้องเปิดน้ำร้อนใส่ถ้วยแก้วเป็นการวอร์มถ้วยซะก่อนแ ล้วจึงเทน้ำร้อนทิ้ง แล้วถึงจะใส่น้ำกาแฟที่ 85 องศาซีลงไปครับ
-
ขนาดสายน้ำกาแฟเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าวัดให้ครับ คะเนจากสายตาก็เหมือนๆพวกร้าน starbuck ทำนะครับ
น้ำกาแฟที่ไหลออกมาเป็นสีขาวขุ่น ผมว่าเป็นสีเนื้อๆอ่อนๆมากกว่าครับ สีของฟองกาแฟนะครับ เป็นตั้งแต่แรกจนจบครับ
บังเอิญมีรูปตอนลองกล้องพอดี กาแฟในรูปไม่ได้ใส่นมนะครับ
ผมชอบเพราะมันง่ายครับ เอาสะดวกเข้าว่า ภรรยามีความสุข โอเคเลย
-
ขนาดสายน้ำกาแฟเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าวัดให้ครับ คะเนจากสายตาก็เหมือนๆพวกร้าน starbuck ทำนะครับ
น้ำกาแฟที่ไหลออกมาเป็นสีขาวขุ่น ผมว่าเป็นสีเนื้อๆอ่อนๆมากกว่าครับ สีของฟองกาแฟนะครับ เป็นตั้งแต่แรกจนจบครับ
บังเอิญมีรูปตอนลองกล้องพอดี กาแฟในรูปไม่ได้ใส่นมนะครับ
ผมชอบเพราะมันง่ายครับ เอาสะดวกเข้าว่า ภรรยามีความสุข โอเคเลย
การที่น้ำกาแฟออกมาเป็นสีขาวตั้งแต่แรกได้แล้วนั้น ถือว่าการชงกาแฟของคุณวิทยาได้ชิมรสชาติของกาแฟที่ดีแล้วละครับ (ผมคิดว่าน่าจะได้เกิน 90% ไปแล้ว) แต่จะได้แบบที่สุด 100% ที่ควรจะได้หรือไม่ต้องดูกันต่อว่า น้ำที่ไหลมันเล็กขนาดเท่าที่ผมว่ามาหรือไม่? หรือจะให้แน่นอนคือใช้จับเวลาครับ เอาถ้วยที่มีตัวเลขบอกปริมาตรมาลองจับเวลาของน้ำกาแฟที่ไหลดูว่า ที่ 25 วินาที มันควรจะได้น้ำกาแฟปริมาณ 2 ออนซ์ หรือ ประมาณ 60 มิลิลิตรหรือไม่? ถ้าได้ตามนี้กาแฟที่คุณวิทยาชงดื่มนั้นได้คุณค่าครบ 100% ตามที่แฟนคุณวิทยาจ่ายค่าเมล็ดกาแฟไปแล้ว
หากไม่ได้ให้ลองปรับความละเอียดของผงกาแฟที่บดดูนะครับ เครื่องออตโต้แพงๆ ทำได้ครับ ผมเคยไปเยี่ยมบ้านลูกค้าที่เชียงใหม่เป็นชาวสวิสส์ (ใช้เครื่องจากสวิสส์แบบออตโต้เหมือนกันครับ ปรับแรงดันน้ำได้ ปรับอุณภูมิน้ำร้อนได้ ปรับความละเอียดผงกาแฟได้ ฯลฯ) เค้าทดลองปรับให้ดูโดยหวังว่าเราจะซื้อเครื่องจากประเทศเค้ามาใช้บ้าง หรืออาจต้องการโชว์น่ะครับ เครื่องออตโดต้ของเค้าปรับได้เป็นโปรแกรมครับคือ น้ำกาแฟ 1 ออนซ์ ให้มันไหลออกมาที่ 12 วินาที แล้วน้ำกาแฟ 2 ออนซ์ น้ำจะใช้เวลา 25 วินาทีพอดี เครื่องเค้าแค่เอาถ้วยไปวางรอแล้วเลือกว่าจะเอา 1 หรือ 2 ออนซ์ แค่นั้นเอง น่าซื้อมาที่ร้านขายกาแฟเหมือนกัน แต่...โอ้! พอรู้ราคาแล้วจะเป็นลมครับ ยังมีชาวอเมริกาใช้เครื่องออตโต้อีกเหมือนกัน แต่เป็นของอิตาลี่ ชวนไปเที่ยวบ้านอีกเหมือนกัน คนนี้ชอบเล่นมอร์เตอร์ไซร์คันใหญ่ ชวนให้ซื้อรถเข้าก้วนเค้าเอยู่ครับ
การที่ทำไม? เราต้องดูว่าน้ำกาแฟต้องไหลเป็นแบบหางหนูหรือหางแมว หรือต้องจับเวลากันนั้น คือ.........เราต้องการดุความฝืดน้ำที่ไหลผ่านผงกาแฟที่พอเหมาะครับ คือถ้าน้ำร้อนไหลผ่านเร็วเกินไป มันก็ไม่สามารถดึงเอา รูป รส กลิ่น เสียง (อันหลังอันแรกนี้ไม่เกี่ยวนะครับ) จากผงกาแฟที่อยู่ให้บาสเก็ท (Filter) ลงไปได้เต็มที่หรือไม่? หรือถ้าเรากดแทมเปอร์มากเกินไปน้ำไหลผ่านช้าไป คือมีการขาดเป็นช่วงๆ นั้น มันจะทำให้ผงกาแฟไหม้ครับ ทำให้เกิดความขมจากการไหม้ได้ครับ แต่บางคนก็ชอบแบบนี้
ที่จริงแล้วกูรูกาแฟเค้าบอกว่าการชงแบบแอสเปสโซ่ที่ 2 ออนซ์ โดยใช้เวลา 25 วินาทีนั้น ผงกาแฟจะเริ่มถูกเบินร์ไหม้ตั้งแต่วินาทีที่ 20 ขึ้นไปแล้วละครับ คือคนที่กินกาแฟแบบเอสเพสโช่นั้น จะกินกาแฟที่มีรสขมจากการเบิรนร์ของการแฟร่วมไปด้วย แต่คนที่กิน ริททเททโต้แค่ 1 ออนซ์ ที่ 10-15 วินาทีนั้น จะได้ความขมจากเนื้อกาแฟล้วนๆ เท่านั้น จะเป้นรสชาติจากธรรมชาติของกาแฟนั้นๆ อย่างแท้จริงครับ
เหมือนคนที่ชอบการคั่วแบบกลางๆ ก็จะได้ความเป้นธรรมชาติของกาแฟมากกว่าคนที่ชอบการคั่วแบบดาร์คครับ คนที่ชอบแบบดาร์คจะศูนย์เสียรสชาติความเป็นธรรมชาติไป รสเปี้ยวจะถูกเผาไป แต่จะได้ความขมจากการไหม้ของกาแฟมาแทนครับ คือคนชอบแบบนี้ฝีมือคนคั่วสำคัญครับ (จริงๆ แล้วฝีมือคนคั่วแบบกลางๆ ก็สำคัญเช่นกัน การให้ความร้อน การเพิ่ม ลด ในแต่ลเฟรทของการคั่ว ระยะเวลาการคั่วเป็นสูตรของใครของมันครับ แต่ถ้าลูกค้าที่มีความพิถีพิถันต้องคุยความต้องการกันหลายเรื่องก่อนที่จะซื้อขายกันครับ สำหรับพวกฟรั่งนี่ต้องคุยกันยาวกว่าคนไทย เพราะพวกเราเพิ่งจะเริ่มกินกาแฟสดกัน ยังไม่ค่อยมีข้อมูลให้คนคั่วปวดหัวมากเท่าลูกค้าชาวอิตาลี่ แต่สำหรับลูกค้าชาวอเมริกาก็กินแบบง่ายๆ เช่นกัน นี่คือประสบการณ์เล็กๆ ที่ผมเจอมาละครับ
-
ส่วนกาแฟผงของคุณสันติ ผมทดลองบดแพ็กอย่างดีค้างคืนแค่คืนเดียวเอง แล้วเอามาชง ผมขอบอกเลยว่า การขายกาแฟผงบดแล้ว ไม่มีอนาคตซะแล้วละครับ ครีม่าลดลงไปเยอะมากๆๆๆๆ ความหอมก็ลดลง บอร์ดีก็ออกมาบางๆ ถ้าจะเอาผมจะขอส่งแบบเป้นเมล็ดไปให้ได้เท่านั้นนะครับ
เห็นที ผมจะต้องหาเครื่องบดไว้ใช้ซักเครื่องละสิ ที่บ้านมีแต่ยี่ห้ออ่างศิลา ใช้ไม่สะดวก (เคยลองบดกาแฟแล้ว)
ต้องลงทุนเท่าไรครับ ต่ำกว่าพันมีมั๊ย :'(
พูดถึงฝรั่งที่ชอบเล่นมอเตอร์ไซล์คันใหญ่ๆ แล้ว คิดคำตอบให้คุณสันติได้ว่ามันน่าจะมีครับ เพราะฝรั่งคนนี้เค้าซื้อเครื่องบดจากถนนคนเดินมือสองมาแค่ 400.- บาทเองละครับ ผมให้ดูความละเอียดที่ผมบด เค้าก็บอกว่าของเค้าทำได้ขนาดนี้เช่นกัน แต่เค้าไม่ยอมบอกว่ารุ่นหรือยี่ห้ออะไร? เค้าชอบมาชวนจะให้ผมไปเที่ยวบ้านเค้าทุกอาทิตย์ที่มากินกาแฟที่ร้านผม เจ้าฝรั่งคนนี้ค่อนข้างขี้เหนียวเค้าซื้อกาแฟเมล็ดตัวแพงสุดของผมโลละ 800 บาท (เค้าบอกว่าของผมตัวนี้คุณภาพเท่าของมียี่ห้อราคา 1,200 บาท) ไปมิกซ์กลับตัวราคาปลานกลางของของมียี่ห้อ (ราคา 400 บาท) เค้าบอกว่าใช้ของผม 30 ต่อ 70 ของยี่ห้อดังครับ เค้าบอกว่าเค้ากินกาแฟทุกวันมันเปลืองเลยต้องซื้อไปผสมกันแบบนี้ ก็งงกับคำตอบเค้าเหมือนกันว่าคนกินกาแฟเค้าก็กินกันทุกวันไม่ใช่หรือ? ถ้าสนใจเครื่องบดตัวนี้ผมมีเบอร์เค้าให้คุยสอบถามกันได้นะครับ ถ้าเค้าอนุญาตให้บอกเบอร์ แล้วผมจะพีเอ็มมาบอกเบอร์แล้วคุยกันเองละกันนะครับ แต่ถ้าผมมีเวลาก็จะไปดูพิสูจน์ให้นะครับ
ยังมีเรื่องตลกกับพวกฝรั่งอีกเรื่องที่อยากจะเล่นนะครับ ฝรั่งก็ชักดาบค่ากาแฟเหมือนกันนะครับ มีสองสามีภรรยาอายุไม่น่าเกินสามสิบ มาซื้อแล้วก็คุยกับผมกันดีๆ นี่แหละ แล้วเค้าก็นั่งดื่มกันกันเอง ผมก็เลยเล่นเนทจากโน้ตบุคต่อสักพักนึงเงยหน้าขึ้นมา อ้าว! หายไปซะแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าเค้คงลืม แต่หลานแฟนที่จ้างมาเลี้ยงน้องบอกว่า เมื่อกี๊ไปเจอฝรั่งคุ่นี้ทำพิรุดเหมือนจะลบหน้าเค้า (เค้าพาลูกผมออกไปเดินเล่นก่อนฝรั่งคู่นี้ลุก) เลยคิดว่าถ้าจะชักดาบ ไม่ใช่ลืมจ่ายตังค์เป็นแน่ ไม่น่าเชื่อครับ พอถามแม่ค้าข้างๆ เค้าก็บอกว่าที่ไนท์พาซ่าเจอฝรั่งแบบนี้กันบ่อยๆ ครับ เพราะฉนั้นฝรั่งก็ไม่ได้รวยหรือดีไปทั้งหมดทุกคนเช่นกัน
-
เมื่อเช้า วัดสายน้ำกาแฟดู ได้ประมาณ 3mm ครับ ลืมถ่ายวีดีโอให้ดู (ภรรยาถึงกับงงว่าทำอะไร)
ทุกชาติ ทุกภาษา ก็มีทั้งคนดีคนเลวครับ หวังในสิ่งที่ดีที่สุด แต่อย่าประมาท
เมืองไทยเป็นประเทศที่มีผู้ร้ายข้ามชาติ สายลับต่างชาติ มากมายครับ เพราะกฎหมายการเข้าเมืองสะดวกแก่การเข้าออก
-
สวัสดีครับ คุณ PINIJ
เลิกงาน Diy เครื่องเสียง หันมา Diy กาแฟ ก็ดีเหมือนกันครับ ผมไปเชียงใหม่ หลายครั้ง ว่าจะแวะเยี่ยมเยียน ไม่มีโอกาสสักทีครับ เพราะเพื่อนเยอะ ได้แวะที่ละนิด ที่ละหน่อย เท่านั้นเอง วันหน้าต้องไปขอชิมกาแฟดี ๆ หน่อยครับ ไปเชียงใหม่ได้แต่แวะร้านกาแฟอาจารย์สิงค์คำ ก็ดีครับ
-
เมื่อเช้า วัดสายน้ำกาแฟดู ได้ประมาณ 3mm ครับ ลืมถ่ายวีดีโอให้ดู (ภรรยาถึงกับงงว่าทำอะไร)
ถ้าวัด ณ จุดที่เป็นคอคอดที่เล็กที่สุดได้ 3mm มันค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่มากไปหน่อยครับ (ผมคาดว่าถ้าขนาด 3mm ที่ 2 ออนซ์ใช้เวลาน่าจะไม่ถึง 20 วินาทีเป็นแน่ละครับ) ผมคิดว่าถ้าทำให้มันเล็กกว่านี้ก็จะได้ความเข้มข้น หรือมวลที่หนาแน่นแบบเนื้อๆ มากขึ้นไปกว่านี้นะครับ ลองปรับความละเอียดของผงกาแฟให้ละเอียดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยดูนะครับ คุณวิทยาจะได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นมากขึ้น ยิ่งแฟนเป็นคนที่ไม่ชอบรสเปรี้ยวของกาแฟด้วยแล้ว คอกาแฟแบบนี้ผมหมั้นใจว่าแฟนคุณวิทยาต้องชอบกาแฟ ขมๆ เข้มข้น เนื้อเนียนๆ แน่นๆ และหอมๆ แน่นอนละครับ ทดลองปรับเล่นดูครับ และให้ลองจับเวลามาให้ดูด้วย โดย พยายามปรับความละเอียดของผงกาแฟเพิ่มขึ้นจนให้ได้น้ำกาแฟที่ 2 ออนซ์ ณ เวลา 25-30 วินาทีนะครับ ถ้าได้ตามนี้ผมคิดว่าคุณวิทยาจะได้ดื่มกาแฟในตอนเช้าที่มีคุณภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ
ทุกชาติ ทุกภาษา ก็มีทั้งคนดีคนเลวครับ หวังในสิ่งที่ดีที่สุด แต่อย่าประมาท
ลูกค้าประจำของผมส่วนมากมีทุกชาติ และส่วนมากเป็นคนที่รีไทร์ออกมาจากงานแล้ว ส่วนใหญ่ที่พบจะมีนิสัยดีมากๆ ผมยังได้รู้จักกับพวกที่ชอบฟังเพลงคลาสสิกหลายๆ คน และพวกเค้าก็มีชมรม มีสถานที่จัดแสดงกันบ่อยๆ ผมได้รับเชิญไปฟังเสมอๆ อยู่ที่นี่ได้เข้าสังคมกับฝรั่งพวกนี้แล้วรู้สึกไม่โดดเดี่ยว และมีบางคนมีลูกกับคนไทยยังเด็กๆ และคิดจะโฮมสะคูลล์ลูกเหมือนที่ผมตั้งใจไว้อีกด้วย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เข้ามาอยุ่ตรงนี้มากๆ ครับ
เลิกงาน Diy เครื่องเสียง หันมา Diy กาแฟ ก็ดีเหมือนกันครับ
เลิกการสร้างเครื่องเสียงแน่นอนแล้วครับ นอนฟังเพลงมีความสุขมากกว่ากันเยอะครับ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเราจริงๆ นั้นชอบแบบไหน? ตอนนี้ขอลำโพงแผ่นที่ปลายแหลมไม่ต้องถึงสุดยอด เบสก็ไม่ต้องลงลึกจนเกินจริง แต่ขอให้มีเสียงกลางที่เนียนๆ แบบธรรมชาติ ไม่ต้องได้นามิกมากนัก ก็มีความสุขที่สุดแล้วละครับ เจ้าโฟกัส หรือวีโอที นานๆ ฟังทีได้ ถ้าให้ฟังบ่อยๆ ผมว่ามันแจกแจงเกินไป ฟังแล้วเครียดมากกว่ารีแล็กค์ครับ
-
ก็มีความสุขที่สุดแล้วละครับ เจ้าโฟกัส หรือวีโอที นานๆ ฟังทีได้ ถ้าให้ฟังบ่อยๆ ผมว่ามันแจกแจงเกินไป ฟังแล้วเครียดมากกว่ารีแล็กค์ครับ
ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ :clap
-
1.ถ้าทำให้มันเล็กกว่านี้ก็จะได้ความเข้มข้น หรือมวลที่หนาแน่นแบบเนื้อๆ มากขึ้นไปกว่านี้นะครับ
2.คุณวิทยาจะได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นมากขึ้น ยิ่งแฟนเป็นคนที่ไม่ชอบรสเปรี้ยวของกาแฟด้วยแล้ว คอกาแฟแบบนี้ผมมั่นใจว่าแฟนคุณวิทยาต้องชอบกาแฟ ขมๆ เข้มข้น เนื้อเนียนๆ แน่นๆ และหอมๆ แน่นอน
O0 O0 O0 O0ที่นี่มีรสชาดของกาแฟที่อร่อยเจ้าของคุยสนุกมีความรู้เยอะมีทั้งทริกของเครื่องเสียงและกาแฟให้สนทนาลูกค้าอย่างผมพึงพอใจครับ :secret :secret :secret
-
1.ถ้าทำให้มันเล็กกว่านี้ก็จะได้ความเข้มข้น หรือมวลที่หนาแน่นแบบเนื้อๆ มากขึ้นไปกว่านี้นะครับ
2.คุณวิทยาจะได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นมากขึ้น ยิ่งแฟนเป็นคนที่ไม่ชอบรสเปรี้ยวของกาแฟด้วยแล้ว คอกาแฟแบบนี้ผมมั่นใจว่าแฟนคุณวิทยาต้องชอบกาแฟ ขมๆ เข้มข้น เนื้อเนียนๆ แน่นๆ และหอมๆ แน่นอน
O0 O0 O0 O0ที่นี่มีรสชาดของกาแฟที่อร่อยเจ้าของคุยสนุกมีความรู้เยอะมีทั้งทริกของเครื่องเสียงและกาแฟให้สนทนาลูกค้าอย่างผมพึงพอใจครับ :secret :secret :secret
บอกพิกัดหน่อยครับพี่
-
ขนาดสายน้ำกาแฟเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าวัดให้ครับ คะเนจากสายตาก็เหมือนๆพวกร้าน starbuck ทำนะครับ
น้ำกาแฟที่ไหลออกมาเป็นสีขาวขุ่น ผมว่าเป็นสีเนื้อๆอ่อนๆมากกว่าครับ สีของฟองกาแฟนะครับ เป็นตั้งแต่แรกจนจบครับ
บังเอิญมีรูปตอนลองกล้องพอดี กาแฟในรูปไม่ได้ใส่นมนะครับ
ผมชอบเพราะมันง่ายครับ เอาสะดวกเข้าว่า ภรรยามีความสุข โอเคเลย
ผมต้องขออภัยคุณวิทยาที่ไม่ได้ดูเครื่องที่คุณวิทยาถ่ายมาให้ดูแบบเต็มๆ วันนี้มีเวลามากหน่อยเลยลองเลื่อนรูปเข้าไปดูทางส่วนขวามือ ผมมองเห็นถ้วยกาแฟใบใหญ่ที่มีน้ำกาแฟเกือบเต็ม และยิ่งเห็นที่ตัวปรับไว้ที่ 140 ml ผมคงต้องกลับมาคุยกันใหม่ถึงปริมาณกาแฟที่ชงดื่มกัน (มันอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวนะครับ ที่ใครอาจอยากที่ดื่มที่กี่มิลิลิตรก็ได้ไม่มีใครห้ามใคร) แต่ตรงนี้มันก็มีมาตรฐานที่ขายกันโดยทั่วไป (รวมถึงต่างประเทศ)
60 ml (2 Oz) ถือเป็นมาตรฐานของ Espresso, ส่วน Ristratto นั้นจะดื่มกันที่ 30 ml (1 Oz) ผมและคุณ Bluekite ใจตรงกันชอบอันหลังนี้คือขอดื่มแค่ 1 Oz และผมสังเกตชาวอิตาลี่หลายๆ คนที่เป็นขาประจำผมก็ชอบดื่มแค่นี้ ผมเคยโดนดุจากลูกค้าชาวอิตาลี่ ที่สั่ง Ristratto แล้วผมเผลอใส่มากไปนิดเดียว โดนต่อว่าทันทีที่ส่งกาแฟให้เค้าว่า ทำไม? ใส่น้ำกาแฟให้เค้ามากเกิน ผมโดนครั้งเดียวเข็ด! แต่ผมเห็นแฟนผมโดนว่าประจำเพราะใส่น้ำมากเกิน (แกไม่ค่อยจำหน้าลูกค้า)
หรือผมเข้าใจอะไรผิด คือการชงกินแบบเย็นโดยคุณเตรียมไว้เพื่อจะผสมกับนมข้นหวาน น้ำตาลทราย นมสด แล้วก็ใส่น้ำแข็งลงไป ถ้าเป็นแบบนี้ปริมาณน้ำกาแฟตามรูปที่ถ่ายมาก็ถูกต้องแล้วละครับ การทำให้น้ำไหกาแฟลขนาด 3mm น่าจะโอเคแล้ว เพราะถ้าทำน้ำกาแฟให้ไหลเท่าหางหนู 1mm แล้ว วินาทีที่ 20 ไปแล้วกาแฟจะไหม้แล้วก็จะขมจนเกินไปจนอาจกินไม่อร่อยไปกันใหญ่ อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวครับ คือถ้าดื่มกาแฟร้อนแล้วชอบปริมาณมากๆ แบบนั้นก็สุดแท้แต่ละครับ แต่เค้าก็จะมีสูตรสำหรับคอกาแฟที่ชอบทานน้ำกาแฟเยอะและจางๆ ก็คือการเติมน้ำร้อนธรรมดาเพิ่มเข้าไป อีก 60 ml ซึ่งเราจะเรียกว่า Americano ครับ
เออ! มีคำถามถามคุณวิทยาหน่อย เคยสังเกตไหมครับว่า เครื่องออโต้นั้น กาแฟแก้วที่สองจะอร่อยกว่าแก้วแรกที่ชง? ผมเจอมาหลายเครื่องแระ!
-
.......แต่ คอนเซทป์ บาลานซ์ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์มันแหล่มจริงๆครับ.....
แถวบ้านที่เมืองเหนือ มีการทำเฟอร์นิเจอร์ ทั้งเครื่องตัดไม้ เครื่องไส ใช้กันทั้งหมู่บ้านคงเป็นหลายร้อยเครื่องที่ใช้พร้อมๆ กัน พอผมใช้ ไอโซเลชั่น ทรานฟอร์เมอร์ เข้าไปมันเลยเห็นผลได้ชัดเจนมากๆ น่ะครับ
เอาล่ะ เคยได้ยินมานานแล้วเหมือนกัน พร่งนี้ผมจะพันหม้อไฟเลย ไฟเข้า 220v ไฟออก 220v แล้วมีกลาวด์อยู่ระหว่างขดทั้งสอง ถูกต้องไหม...
คงใช่ครับ ทำแล้วเห็นผลไง เอาคุยกันบ้างละกัน
สวัสดีครับพี่พินิจ
แสดงว่า บ้านของพี่พินิจ อยู่แถวๆ บ้านทา -จั๋งหวัดหละปูน หรือเปล่าครับ
หม้อแปลงแบบบาล้านซ์ไอโซเลชั่นที่บ้านผมเองก็เช่นกัน
ก่อนนี้ ใช้ไฟผนังชั่วคราว เซอร์กิตดันไปเฉียดๆ(เฟสเดียวกัน)กับไฟวงจรห้องครัว พอตู้เย็นไซด์บายไซด์มอเตอร์สตาร์ททีนึง เป้นต้องมีจี่(เสียง) และน้อยซ์(ภาพ) ทู๊กทีเลย
พอผ่านบาล้านซ์ ไอโซเลชั่นทรานสฟอร์เมอร์ ที่แยกวงจรออกมาต่างหาก จากเมนเบรคเกอร์
คราวนี้หายเกลี้ยง ได้ความใส นิ่งทั้งภาพและเสียงเลย
ยิ่งใช้เฉพาะภาพยิ่งแจ๋วครับ
เรื่องการสั่งพันหม้อแปลงแบบบาล้านซ์ไอโซเลชั่น
ของผมยุคนั้น(ใกล้ถึงสิบปีแล้วกระมัง) สั่งพันจากแสงทอง(คุณปัญญา)ครับ
ขาเข้า 0-220V มีขั้วต่อสายลงกราวนด์ GND. อีก ๓ จุด (เป็นการต่อจากคอปเปอร์ชิลด์ออกมา)
ลูกที่๑ 3000VA ใช้กับเครื่องฉายภาพ และเครื่องเล่นไฟล์ภาพ (ทั้งสองเครื่องแหล่งจ่ายไฟเป็นแบบสวิทชิ่ง)
ไฟออก 0-(110V 0)-110V """""""การต่อใช้งาน (ในวงเล็บ) ต่อถึงกันและ แล้วลงกราวนด์
ลูกที่๒ 500VA ตัวนี้กะใช้กับ ฟร้อนท์(ซีดีทรานสปอร์ท และปรีมัลติแชแน่ล ไฟ๑๐๐โวลท์เวอร์ชั่นญี่ปุ่นครับ)
ไฟออก 0 - (55.5V 0) - 55.5V """""""การต่อใช้งาน (ในวงเล็บ) ต่อถึงกันและ แล้วลงกราวนด์
55.5V ผมสั่งพันเช่นนั้นจริงๆครับ เอาไว้ระลึดถึงว่าครั้งหนึ่ง(กรู)ก็บ้ามั่กๆ 555
สำหรับทั่นที่อยากทดลองผล
หากไม่พิถีพิถันมากนัก.........อาจจะลองใช้หม้อแปลงไฟสำหรับแอ็มป์โซลิทสเตท 50-0-50 ,55-0-55 ,60-0-60 ลองต่อใช้แทนก่อนได้กระมังครับ
โดยจุด กึ่งกลางขดขาออก -0- ให้ต่อลงกราวนด์ด้วย
หากพิถีพิถันมากขึ้นก็ต้องจ่ายตังค์แยะหน่อยหละครับ
ลองปรึกษาทางแสงทองดู
หรือไม่ก็ทาง แซ็ค ไทยแล็นด์ครับ....................
จ้าวหลังนี้ ได้มีโอกาสลองฟังที่บ้านน้ามาตรMATRA ด้วย
คุณภาพเสียงดีมากเช่นกัน (แต่๗๐๐วีเอ มันอาจเล็กไปบ้างสำหรับเพาเวอร์แอ็มป์ หากแยกใช้สำหรับซอร์สทั้งระบบ และปรี น่าจะเยี่ยมมาก)
เนื่องจากห้องที่บ้าน ทำระบบภาพและเสียงสองชุด หน้าห้อง และหลังห้อง
เร็วๆนี้คงมีโอกาสสั่งจากจ้าวหลังมาใช้เพิ่มอีก ๒ลูกแน่นอน เล็งไว้ 700VA เหมือนน้า MATRA ส่วนอีกลูกคงเป็น 2000VA
ผมมี 0-220V มี GND. 1จุด ขาออก 0-100V,110 V
pujshv TOYODEN ของญี่ปุ่น ๒ลูก ขนาด 1000VA เท่ากันเลย
กำลังจะทดลองต่อแบบที่ผมถามไว้ที่กระทู้นี้ http://www.htg2.net/index.php?topic=63757.0
คือนำสองลูกมาต่อเป็น ๑ลูก ใช้กับไฟบ้านเรา ว่ามันจะกลายเป็น Balance หรือเปล่า ( เนื่องจากหม้อแปลงคนละลูกกัน)
ถ้าไม่ใช้ มันคงเป็นได้เพียง ไอโซเลชั่น ทรานสฟอร์เมอร์เท่านั้น (คุณสมบัติทางด้านการหักล้างสัญญาณรบกวน คงไม่ได้อะไรมากนัก)
เอ้า! คุยกันให้ตรงกับหัวข้อกระทู้กันหน่อย......เพื่อประโยชน์ในการตัวสินใจในการลงทุนเล่นเครื่องให้ถูกทางครับ
เมื่อวานนี้ผมไปได้ Step-down น่าจะเป็นของไอ้กันมาในราคา 300 บาท (ตัวนี้น่าจะราวๆ 3000-4000Watt) เพิ่มมาอีกตัวละ ผมก็เลยอยากจะรู้ว่า แบบบาลานซ์ของแซ็กไทยแลนด์ราคาเป็นหมื่นจะให้เสียงหรือลดน๊อยส์ที่เหนือกว่า? หรืออาจจะสู้ไม่ได้กับของเก่าจากกองขยะของญี่ปุ่นรวมกับไอ้กันใครจะเจ๋งกว่ากันซะแล้ว !!!
หากคุณคุ้มได้ของมาจากแซ็กฯ เมื่อไร? โปรดแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ ผมอาจชวนคุณ Bluekite (ซึ่งก็ได้ Step-down ของไอ้กัน ที่เป็นคู่แฝดกันไปอีกตัวหนึ่งเช่นกัน) ไปร่วมกันทำ Blind Test แบบให้มันยุติธรรมที่สุด แล้วเอาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพวกเราที่เข้ามาอ่าน เอาไว้เป็นข้อมูลในการลงทุนการเล่นเครื่องเสียงแบบการเล่นของถูกๆ และดีๆ กันนะครับ
-
เอ้า! คุยกันให้ตรงกับหัวข้อกระทู้กันหน่อย......เพื่อประโยชน์ในการตัวสินใจในการลงทุนเล่นเครื่องให้ถูกทางครับ
เมื่อวานนี้ผมไปได้ Step-down น่าจะเป็นของไอ้กันมาในราคา 300 บาท (ตัวนี้น่าจะราวๆ 3000-4000Watt) เพิ่มมาอีกตัวละ ผมก็เลยอยากจะรู้ว่า แบบบาลานซ์ของแซ็กไทยแลนด์ราคาเป็นหมื่นจะให้เสียงหรือลดน๊อยส์ที่เหนือกว่า? หรืออาจจะสู้ไม่ได้กับของเก่าจากกองขยะของญี่ปุ่นรวมกับไอ้กันใครจะเจ๋งกว่ากันซะแล้ว !!!
หากคุณคุ้มได้ของมาจากแซ็กฯ เมื่อไร? โปรดแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ ผมอาจชวนคุณ Bluekite (ซึ่งก็ได้ Step-down ของไอ้กัน ที่เป็นคู่แฝดกันไปอีกตัวหนึ่งเช่นกัน) ไปร่วมกันทำ Blind Test แบบให้มันยุติธรรมที่สุด แล้วเอาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพวกเราที่เข้ามาอ่าน เอาไว้เป็นข้อมูลในการลงทุนการเล่นเครื่องเสียงแบบการเล่นของถูกๆ และดีๆ กันนะครับ
โอ้โห ขนาดโตจริงๆ ...ที่แหล่งยังมีอีกสักลูกไหมครับ ยังต้องการใช้อีก (เล็กกว่าก็ได้)
กว่าจะรอของแซ็คฯ คงอีกนานครับ
ไว้หาเวลากันนะครับ เพราะน่าจะเทียบกันกับ ตัว ๓๐๐๐ วีเอ(แสงทอง)ที่บ้านดูก่อนได้เลยครับ เพราะตัวนั้นก็สั่งพันมาหมื่นนิดๆเช่นกันครับ
-
ผมชอบกินกาแฟร้อนปริมาณประมาณ 120 ml นะครับ เวลาไปร้านผมก็สั่งว่า long shot แบบ americano ผมไม่ค่อยชอบครับ ผมว่ารสชาติมันไม่ดีเท่ากับการกดน้ำยาวทีเดียว espresso จะนานๆกินทีครับ ผมรู้สึกว่ามันใช้เวลาน้อยไปนิดในการกินกาแฟ เป็นพวกชอบนั่งแช่นะครับ 555 ร้านกาแฟคงไม่ชอบพวกแบบผม นั่งทอดหุ่ยซะนาน
-
บอกพิกัดหน่อยครับพี่
แถวหลังปรินซ์ฯครับอาจารย์ ในซอย ม.ปลายประมาณกลางๆซอยที่นี่ผมได้ดื่มกาแฟอร่อยสนทนากับคุณ PINIJ แล้วยังมีโอกาสได้เจอนักDIYหลายๆท่านมาทักทายกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันบางทีไปได้อุปกรณ์DIYมาก็เอามาอวดกันสนุกดีครับ c) c) c)
...ที่แหล่งยังมีอีกสักลูกไหมครับ ยังต้องการใช้อีก
เท่าที่ทราบมาคือหมดแล้วครับตัวนี้มาตั้งอยู่ที่ร้านนี้นานมากแล้วครับตัวมันมอมแมมไม่สวยเลยไม่มีใครสนใจครับ.....
-
มันคงเป็นได้เพียง ไอโซเลชั่น ทรานสฟอร์เมอร์เท่านั้น (คุณสมบัติทางด้านการหักล้างสัญญาณรบกวน คงไม่ได้อะไรมากนัก)
ของคุณคุ้มคือการอาศัยหลักการหักล้างกันของสัญญาณรบกวน ผมก็อยากจะรู้ว่ามันจะมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันอย่างไรเหมือนกัน?
เอาไว้ได้มาพร้อมๆ กันเลยจะดีกว่าครับ ยิงนกนัดเดียว ได้สองตัวเลย หลักการของผมคือ การ Isolated อย่างแท้จริงตามชื่อของมันคือ การขวางกั้น แยก ตัดตอน น๊อยส์ แล้วหม้อตัวใหม่ที่ได้มาผมลองแล้วว่ามันปรับเพิ่มลดไฟ เครื่องหลอดก็ไม่ต้องกลัวใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ว่าเสียงจากเครื่องหลอดมันจะเฉื่อยลงเพราะไฟต่ำผิดจุดไบแอสที่ตั้งไว้แล้วหรืออะไรกันแน่? สู้กันแบบนี้ ผมคิดว่ามันยุติธรรมดีครับ
การสรุปผลการฟัง ถ้าใครรายงานแบบ AB Test โดยไม่ปิดตาทดสอบ ผมไม่เคยเคยคิดเชื่อถือใครที่ทำการรายงานครั้งนั้นๆ แม้แต่นิดเดียว ซึ่งแม้แต่ตัวผมเองยังไม่ไว้ใจตัวเองในการทดทดสอบแบบ AB Test ต้องให้เพื่อนหรือแฟนช่วยเปลี่ยนให้โดยที่เราไม่รู้ตัว นั่นแหละคือผลการทดลองที่ถูกต้อง เพื่อข้อมูลที่รายงานเพื่อนๆ อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นของแพงๆ หรือคนเก่งๆ ทำจะถูกไบเอสว่ามันจะต้องดีกว่าเสมอๆ ละ การสรุปแบบไบลด์เทสท์นั้นผมคิดว่าเหมาะกับพวกเรานักดีไอวายครับ การทดสอบแบบเห็นๆ กันว่ามีไบแอส ว่าของแพงต้องดี กว่าเสมอ นั้นเหมาะกับพวกพ่อค้าหรือนักเขียนมากกว่าละครับ
ของมีมาเรื่อยๆ แต่คงไม่ใช่แบบเดิมๆ นะครับ ไม่มีความแน่นอนว่าจะมีมาเมื่อไร? ส่วนมากเวลาต้องการจริงๆ จะไม่มีของ แต่พอไม่ต้องการกับมีให้เห็นเพียบเลย เป็นแบบนี้บ่อยมากสำหรับสิ่งที่ผมพบครับ
ผมชอบกินกาแฟร้อนปริมาณประมาณ 120 ml นะครับ เวลาไปร้านผมก็สั่งว่า long shot แบบ americano ผมไม่ค่อยชอบครับ ผมว่ารสชาติมันไม่ดีเท่ากับการกดน้ำยาวทีเดียว espresso จะนานๆกินทีครับ ผมรู้สึกว่ามันใช้เวลาน้อยไปนิดในการกินกาแฟ เป็นพวกชอบนั่งแช่นะครับ 555 ร้านกาแฟคงไม่ชอบพวกแบบผม นั่งทอดหุ่ยซะนาน
เป็นเหตุผลส่วนความชอบตัวจริงๆ ครับ เจ้าฝรั่งคนที่ชอบบิ๊กไบล์ชาวอเมริกันก็ชอบให้ปล่อยเพิ่มต่อจาก 60ml ไปจนถึง 90ml เป็นลองซ็อทเช่นเดียวกันกับคุณวิทยาเหมือนกันละครับ บางครั้งผมก็เบื่อการอยู่คุยนานๆ ของเค้า แต่บางทีก็ชอบเหมือนกันที่มีเพื่อนคุย (เพราะมันจะมาจีบหลานแฟนผมนะซิ! ผมอุส่าห์เลี้ยงต้อยไว้ 5555) เวลาลูกค้าเยอะก็เบื่อพวกอยู่คุยนานๆ แต่พอลูกค้าน้อยๆ ก็อยากให้อยู่คุยกันนานๆ ผมมันก็เป็นซะอย่างงั้น!
เป็นอันเข้าใจกันดีแล้วละครับ ถ้าแบบนี้ใช้เครื่องออโต้นั้นเหมาะสมที่สุ๊ดดดดดดด .....แล้วละครับ แล้วจะส่งกาแฟไปให้ทดลองชิมตามวันที่ได้นัดกันไว้นะครับ
ผมขอเอาแมนูที่ทำโหดกว่าของผมมาให้ดูนะครับ สงสัยว่าเค้าปล่อยน้ำแบบเป็นหยดกันเลยเป็นแน่ เพราะ 30 ml เค้าใช้เวลาตั้ง 30 Sec แน่ะ! (ของผม 60 ml ที่ 30 Sec โดยเสิร์ฟทั้งหมด 60 ml ครับ) แต่อาจเป็นได้ที่เค้าใช้ Basket Filter แบบสองทางที่ปล่อยน้ำกาแฟ โดยทิ้งไปทางหนึง คแต่จริงๆ แล้วเค้าจะใส่ลงในอีกแก้วหนึ่งเพื่อให้คนชงชิมว่ารสชาติ ผ่านถึงเอาอีกแก้วส่งให้ลูกค้าดื่มน่ะครับ
Coffee menu using 30ml Espresso coffee extracted in 30 seconds
The Basic Coffee Menu
Espresso or Short Black - of 30ml Espresso
Long Espresso or Long Black - 30 ml Espresso and 100-150ml of Hot water
Cappucinno - 30ml Espresso creamy milk with about 10mm-15mm dense foam and dusted with chocolate powder
Caffe Latte - 30ml Espresso creamy milk with about 10mm of dense foam
Flat White - 30 ml Espresso Creamy milk with 5mm of dense foam
Macchiato - 30ml Espresso Macchiato - with dollop of foam
Long Macchiato - 30ml of Espresso and 100- 150ml Hot water with a dollop of foam
Ristretto - 15ml-20ml Espresso
Mocha - 30ml Espresso 1 lge Tsp of Chocolate Powder, creamy milk with a dense foam 10mm-15mm high and dusted with chocolate.
-
งานนี้จะได้ดูท่านผู้อาโส ทำอะไรเล่น ๆ กันล่ะ :)
-
งานนี้จะได้ดูท่านผู้อาโส ทำอะไรเล่น ๆ กันล่ะ :)
เมื่อผมได้เจ้าสะเต็ปดาวน์ตัวหลังนี้ ที่มันมีตัวปรับโวลท์ขึ้นลงมาให้ด้วยและจ่ายกระแสได้สูงๆ แบบนี้ ผมคิดไปถึงว่าที่หลายๆ คนมักจะบอกกันว่าการ ใช้ Isolation Transformer แล้วนั้น เครื่องหลอดจะเกิดผลเสียมากกว่าได้ คือได้มาซึงความสงัด แต่ก็จะเสียไปซึ่งไดนามิกของเสียงที่มันจะลดลง เสียงด็อปลง
ผมคิดว่าถ้าเราเพิ่มแรงดันจากตัวที่ปรับได้นี้ให้ลูกที่สองมันสะเต็บอับสูงขึ้นจากไฟบ้านปรกติเดิมสักเล็กน้อย เช่น 220v ให้เป็น 240v เราอาจได้ เสียงที่ดีเท่าเดิม แต่เบรคกราวด์เหงียบสงัดขึ้น ทำให้เสียงดนตรีน่าฟังขึ้น หรือเครื่องใครต้องการไดนามิกลดลงกับเพลงบางประเภทก็สามารถปรับลดโวลท์ลงมาจนถึงจุดที่ถูกใจเราได้อีกด้วย ซึ่งวิธีนี้มันก็น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถจะอิมพรู๊วเครื่องเสียงที่พวกเราทำให้ดีขึ้นไปได้แบบอนาถานะครับ
ไม่แน่ละน้า............พวกบาล้านแพงๆ อาจตกม้าตายเพราะลูกเล่นของเราตรงนี้ก็ได้
-
คุณสันติหายไปเลย!!!! เห็นเข้ามาแบบกระตือลือล้นในตอนแรก เป็นไงครับ? กลับไปลองแล้วทำหางหนูได้ยัง? ผมจะบอกทริกจ์ให้อีกอย่างนึงเกี่ยวกับให้ได้มาซึ่งหางหนู (ผมเคยอบรมย์เรื่องการชงกาแฟมาหลายครอสส์ ก็ไม่เคยได้ยินอาจารย์สอนสิ่งที่ผมจะกล่าวนี้นะครับ) การทดลองว่าเราบดเมล็ดกาแฟก่อนที่จะใส่ลงในฟิลเตอร์นั้นได้ละเอียดพอที่จะใช้ได้หรือไม่? ทดสอบง่ายๆ คือใช้แทมเปอร์กดลงไปมันจะต้องจมลงไปครึ่งนึงของถ้วยฟิลเตอร์ได้นะครับ คือถ้าบดผงไม่ละเอียดพอ ต่อให้คุณทิ้งน้ำหนักตัวทั้งตัวมันก็จะไม่ลง ถึงจะลงมันก็จะกระเด้งกลับละครับ ต่อให้กดให้ตายน้ำกาแฟก็ไม่ออกมาเป็นหางหนูละครับ (เราอาจจะสังเกตดูได้อีกวิธีคือ ส่วนมากแทมเปอร์เค้าจะทำความหนาของมันเท่ากับครึ่งทางของความลึกน่ะครับ และให้สังเกตดูด้วยว่า เมื่อเรากดแทมเปอร์ลงไปนั้นมันเอียงหรือไม่ด้วยนะครับ ถ้ากดแทมเปอร์เอียงน้ำก็ออกมาเป็นหางแมวเช่นกัน)
คุณคุณสันติเอา Filter Holder กับ Tamper ไปร้านที่ไปจ้างเค้าบดกาแฟด้วยนะครับ แล้วทดลองทำดู ให้เค้าปรับจนได้ตามที่ผมว่ามา ถ้าเค้าทำไม่ได้ แสดงว่าเครื่องบดเค้ายังบดได้ละเอียดไม่พอครับ (ซื้อเครื่องชงตั้งแพง แต่ไม่ยอมซื้อเครื่องบดที่มันถูกกว่า เหมือนค่าควายเสียดายเกลือ เอ! มันตรงกันหรือไม่หว่า?)
ที่จริงผมยังมีทริกจ์ที่ค้นพบเองอีกเยอะ แต่เกรงใจคนคุมกฎที่ในนี้ เพราะผมเขียนเรื่องกาแฟ นอกเรื่องการดีไอวาย ผมจะคุยเรื่องกาแฟในนี้เป็นโพ้ทสุดท้าย และอาจตอบเป็นรายๆ ไปในพีเอ็มละครับ ถ้า..........คนที่เคยคุยเรื่องกาแฟมาก่อนหน้านี้หายไป ไม่กลับมาคุยกันต่อ ผมคุยแค่สองสามคนเกรงใจคนคุมกฏในนี้ครับ
-
ทำการบ้านครับ
1. ดูผงเม็ดกาแฟแล้วพบว่าหยาบและไม่สม่ำเสมอด้วยครับ ผมตักใส่ถ้วยกรองเต็มพอดี กดเต็มที่จะเหลือประมาณ 3/4
2. ไปซื้อและสั่งบดให้ละเอียดสุด กลับมาเทียบกับของเก่าที่เหลือก้นขวดก็ไม่ต่างกัน ...เซ็ง... (ที่ร้านใช้เครื่องออโต้ ส่วนเครื่องบด บดให้เฉพาะลูกค้าตามสั่งเท่านั้น)
ซึ่งผมคิดว่าหลายปีก่อนหน้านี้ เครื่องเดียวกันนี้บดได้ละเอียดกว่านี้ครับ หนำซ้ำเที่ยวนี้เม็ดกาแฟหอมน้อยกว่าครั้งก่อน คงคั่วไว้นาน
... จะคาดหวังอะไรได้ค่อนข้างยากเพราะราคาที่ร้านขายถูก (สำหรับ กทม. แต่เทียบกับที่พี่บอก ของพี่แพงกว่าติ๊ดเดียวครับ)
หลายปีก่อน ครั้งแรกๆที่ผมต้มกาแฟดื่มเองผมซื้อจากร้าน...ในห้าง ราคาประมาณ 125 บาท/ขีด ซื้อกินซักปีกว่า
ร้านขายถูกลงเหลือ 90 บาท แต่รสและกลิ่นก็เปลี่ยนไป เหลือไม่ถึงครึ่งมั๊งครับ ผมแอบถามสาวพนักงานขาย น้องเขาบอกว่า
ถูกลงเพราะเปลี่ยนแหล่งกาแฟ จากบราซิลเป็นภาคเหนือ
3. สายน้ำกาแฟที่ใหลออกจากเครื่อง 3 มม.ครับ เป็นน้ำสีเข้มสลับกับฟองสีเนื้อ ทิ้งไว้ไม่นานฟองก็ค่อยๆหายไปครับ
ผมดื่มครั้งละน่าจะเกิน 100 ml. ครับ คือมันใช้เวลาในการจิบ ขนมปัง พูดคุย หยอกล้อ กำลังดีครับ
-
ทำการบ้านครับ
1. ดูผงเม็ดกาแฟแล้วพบว่าหยาบและไม่สม่ำเสมอด้วยครับ ผมตักใส่ถ้วยกรองเต็มพอดี กดเต็มที่จะเหลือประมาณ 3/4
2. ไปซื้อและสั่งบดให้ละเอียดสุด กลับมาเทียบกับของเก่าที่เหลือก้นขวดก็ไม่ต่างกัน ...เซ็ง... (ที่ร้านใช้เครื่องออโต้ ส่วนเครื่องบด บดให้เฉพาะลูกค้าตามสั่งเท่านั้น)
ซึ่งผมคิดว่าหลายปีก่อนหน้านี้ เครื่องเดียวกันนี้บดได้ละเอียดกว่านี้ครับ หนำซ้ำเที่ยวนี้เม็ดกาแฟหอมน้อยกว่าครั้งก่อน คงคั่วไว้นาน
... จะคาดหวังอะไรได้ค่อนข้างยากเพราะราคาที่ร้านขายถูก (สำหรับ กทม. แต่เทียบกับที่พี่บอก ของพี่แพงกว่าติ๊ดเดียวครับ)
หลายปีก่อน ครั้งแรกๆที่ผมต้มกาแฟดื่มเองผมซื้อจากร้าน...ในห้าง ราคาประมาณ 125 บาท/ขีด ซื้อกินซักปีกว่า
ร้านขายถูกลงเหลือ 90 บาท แต่รสและกลิ่นก็เปลี่ยนไป เหลือไม่ถึงครึ่งมั๊งครับ ผมแอบถามสาวพนักงานขาย น้องเขาบอกว่า
ถูกลงเพราะเปลี่ยนแหล่งกาแฟ จากบราซิลเป็นภาคเหนือ
3. สายน้ำกาแฟที่ใหลออกจากเครื่อง 3 มม.ครับ เป็นน้ำสีเข้มสลับกับฟองสีเนื้อ ทิ้งไว้ไม่นานฟองก็ค่อยๆหายไปครับ
ผมดื่มครั้งละน่าจะเกิน 100 ml. ครับ คือมันใช้เวลาในการจิบ ขนมปัง พูดคุย หยอกล้อ กำลังดีครับ
แสดงว่ายังมีคนแอบอ่านเรื่องกาแฟอยู่แต่ไม่ยอมคุย สิ่งที่ผมไม่อยากเขียนต่อเพราะ ถ้าคนอ่านต้องการอ่านเรื่อง Isolated Trans. แล้ว คลิกเข้ามาอ่านโดยหวังจะได้อ่านเรื่อง Isolated Trans. พอคลิกเข้ามาเจอเรื่องกาแฟ ผมรู้สึกว่าผมมีความผิดอยู่น่ะครับ... ยังไงก็ขอเสียงจากคอกาแฟด้วย ถ้ายังอยากคุยเรื่องกาแฟกันต่อ (ให้ตั้งกระทู้ใหม่ก็ไม่มีใครทำ)
ตอบ 1. บดได้เป็นผงละเอียดบ้าง หยาบบ้าง แสดงว่าคอเพลาเครื่องบดหลวมแล้วละครับ แสดงว่าต้นเหตุปัญหาของคุณสันติคือเครื่องบด บดไม่ละเอียด (ผมถึงเน้นมันไง! หลายคนมองข้ามความสำคัญของมัน) ยอมลงทุนสักหมื่นห้าเถอะครับ แล้วจะส่งกาแฟไปให้ลองครับ ถ้าไปจ้างเจ้าร้านนี้บดจะไม่ส่งไปให้ แต่ถ้าไปหาร้านอื่นบดให้ได้ และต้องเป็นผงที่ละเอียดในระดับที่กดแทมเปอร์แล้วลดลงครึ่งนึงด้วย แล้วผมจะส่งไปให้ทดลองชิมพร้อมคุณวิทยาอ่ะครับ
เรื่องเครื่องบดผมก็โชคดีซื้อของได้ถูกอีกเหมือนกัน คือจากเครื่องเค้าซื้อใหม่ๆ ยังไม่ถึงเดือนเลย (เป็นมือใหม่เพิ่งจะหัดขายครับ) เอามาขายต่อให้ 6,000 บาท (ซื้อเครื่องใหม่ราคา 14,800 บาท) บอกว่าบดได้ไม่ดีมันตันบ่อยๆ ซึ่งผมมารู้เอาตอนหลังว่า กาแฟคั่วไว้นานมากๆ แบบหลายๆ เดือน หรือเมล็ดกาแฟบางยี่ห้อ (คนที่ขายเครื่องบดให้ผมไปซื้อเครื่องบดที่แพงกว่าตัวนี้ ก็พบปัญหาการอุดตันอีก เลยกลับมาบอกผมละครับ ผมก็เลยได้ลูกค้าไปอีกราย) การตันนี่มันเร็วขนาดที่ยังบดไม่เต็มถ้วยฟิลเตอร์ก็ผงกาแฟไม่ออกมาแระ แต่เครื่องมันยังหมุนนะครับ คือส่วนที่แข็งๆ มันไปอุดอยู่ที่ช่องขาออก ต้องถอดเครื่องออกมาแคะ มันน่าเบื่อถ้ากำลังอยู่ในระหว่างลูกค้ามานั่งรอน่ะครับ แต่กาแฟพวกนี้ถ้าเราปรับให้บดแบบหยาบๆ มันก็บดได้อยู่นะครับ แต่การบดหยาบมันก็ใช้ไม่ได้อีกอยู่ดีละครับ นี่คือสิ่งที่พบอยากเอามาเล่าให้ฟัง การวิเคราะห์ผิดคือความผิดพลาด ที่เราอาจขายของดีในราคาถูกได้นะครับ
ตอบ 2. ในส่วนที่ว่าของบราซิลดีกว่าของภาคเหนือ ทุกที่มีดีมีเลวเหมือนกันครับ ผมยังต้องใช้เวลาค้นหาของ ดีจริงๆ มาสองปีจึงได้พบมัน และตอนนี้ของดีที่สุดผมหมดสต็อกไปซะแล้ว มีแต่ของระดับลองลงมาให้ไปทดลองกันก่อนเท่านั้นนะครับ ของ ดีจริงๆ ของผมคงต้องรอปลายมกราคมปีหน้าครับ
ราคาของผมถูกว่านะ เพราะถ้าขีดนึงของผมแค่ 80 บาทเองละครับ ตัวถูกสุดของผมก็แค่ 30 บาทเอง
ตอบ 3. 3mm น่าจะอะลุ้มอล่วยเพราะคอเดียวกับคุณวิทยา แต่ผมอยากจะให้ลดลงเหลือสัก 2mm จะกำลังดีครับ มันจะอร่อย ได้มวลเนื้อ รสชาติ และกลิ่นหอม ของกาแฟมากขึ้นไปอีกนะครับ
แล้วผมจะส่งไปให้ชิมในวันที่ 18 เดือนนี้นะครับ พร้อมคุณเทรนส์ และคุณวิทยา เตรียมล้างเครื่องปรับแต่งรอไว้ได้เลยนะครับ
-
เช้านี้ก่อนไปประชุม ลองกด espresso กินแทน อ่านหนังสือพิมพ์ยังไม่ทันหมด หน้าแรก เลย กาแฟหมดซะแล้ว ;D แต่พอกินน้อยๆแล้วทำให้รู้รสกาแฟดีนะครับ กลายเป็นว่าเห็นแล้วว่ากาแฟที่คั่วจนไม่มีรสเปรี้ยวเลยที่ซื้อมา มันก็ไม่มีรสอื่นๆเหมือนกันแฮะ ท่าทางได้นิสัยเสียอีกแล้วเรา
เรื่องหม้อแปลง isolation หรือ balance isolation นี่ต่างกันที่ดีกรีของการลดทอนสัญญาณครับ 6dB กับ 20dB
หม้อแปลงต้องใหญ่พอกับพาวเวอร์ที่จะใช้ รวมเฮดรูมเอาไว้เยอะๆครับ
งานนี้จะได้ดูท่านผู้อาโส ทำอะไรเล่น ๆ กันล่ะ :)
เมื่อผมได้เจ้าสะเต็ปดาวน์ตัวหลังนี้ ที่มันมีตัวปรับโวลท์ขึ้นลงมาให้ด้วยและจ่ายกระแสได้สูงๆ แบบนี้ ผมคิดไปถึงว่าที่หลายๆ คนมักจะบอกกันว่าการ ใช้ Isolation Transformer แล้วนั้น เครื่องหลอดจะเกิดผลเสียมากกว่าได้ คือได้มาซึงความสงัด แต่ก็จะเสียไปซึ่งไดนามิกของเสียงที่มันจะลดลง เสียงด็อปลง
ผมคิดว่าถ้าเราเพิ่มแรงดันจากตัวที่ปรับได้นี้ให้ลูกที่สองมันสะเต็บอับสูงขึ้นจากไฟบ้านปรกติเดิมสักเล็กน้อย เช่น 220v ให้เป็น 240v เราอาจได้ เสียงที่ดีเท่าเดิม แต่เบรคกราวด์เหงียบสงัดขึ้น ทำให้เสียงดนตรีน่าฟังขึ้น หรือเครื่องใครต้องการไดนามิกลดลงกับเพลงบางประเภทก็สามารถปรับลดโวลท์ลงมาจนถึงจุดที่ถูกใจเราได้อีกด้วย ซึ่งวิธีนี้มันก็น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถจะอิมพรู๊วเครื่องเสียงที่พวกเราทำให้ดีขึ้นไปได้แบบอนาถานะครับ
ไม่แน่ละน้า............พวกบาล้านแพงๆ อาจตกม้าตายเพราะลูกเล่นของเราตรงนี้ก็ได้
เรื่องนี้ผมลองเล่นมาเยอะแล้วครับ แอมป์หลอดบางเครื่องมันให้เสียงช้าลง เพราะเวลาเราใส่หม้อแปลง isolation ลงไป มันไปเพิ่ม time constance ใน วงจรภาคจ่ายไฟครับ เราเลยฟังว่าไดนามิคหายไปด้วย (อันนี้ตัดเรื่องหม้อแปลง isolation วัตต์ไม่พอกับการใช้งานออกไปแล้วนะครับ เอาแบบเหลือๆ) เพราะ dcr ของมันจะไปเพิ่ม time constance ครับ วิธีแก้คือ มีหลายวิธีครับ
1 ลดค่า dcr เช่น ลดค่า R ในกรณี rc ลดค่า L ในกรณี lc หรือถ้าให้ดีกว่าโดยไม่มีผลเสียเรื่อง ripple น้อยลง ให้หา L ที่มี dcr ต่ำๆมาใช้แทน (เห็นรึยังครับว่าทำไมพวกโช้คนอกเสียงดีกว่า เพราะมันมี dcr ต่ำกว่าที่บ้านเราพัน เนื่องจากเขาใช้แกนที่ดีกว่า พันรอบน้อยแต่ให้ค่า L เท่ากัน
2 ลดค่า C ในภาคจ่ายไฟลงนิดนึงครับ แล้วหวังว่า ripple มันจะออกมาไม่มีผลกับแอมป์
ต้องไปประชุมแล้วครับ เดี๋ยวค่อยมาต่อ
-
สองเรื่องในกระทู้เดียวกันก็ได้นี่ครับ ผมสนใจทั้งกาแฟ ทั้ง isolated trans.
คงมีคนคิดเหมือนผมนะครับ
เครื่องต้มผมแค่หกพันกว่าเอง ซื้อเครื่องบด 15k นี่ตายแน่เลยครับ สอนลูกอยู่ทุกวันให้ใช้จ่ายประหยัด เดี๋ยวมันจะถอนหงอกเอา
ยิ่งตอนนี้มันสูงเกือบเท่าผมแล้วด้วย จะลองหาของถูกดูก่อนครับ
-
ต้องไปประชุมแล้วครับ เดี๋ยวค่อยมาต่อ
มาต่อเยอะๆ ล่ะ
ผมเป็นคนที่ชื่นชมคนอยู่ไม่มากนัก คุณวิทยาเป็นคนหนึ่งที่มชอบในการเลือกสรรการเล่น การเลือกทำงาน DIY ที่ไม่เหมือนใครเป็นอย่างยิ่ง (ส่วนมากคนทำตามได้ยากด้วย) โดยเฉพาะการทำแบบ Full Balanced ของคุณวิทยาเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้อยากมีไว้ใช้บ้างแต่ไม่มีปัญญาทำเองครับ
ปรกติคนที่มีความคิดแบบนี้ การทำอะไรทุกอย่างต้องมีเหตุผล ในทุกๆ เรื่อง ในการดำรงชีวิต ตอนแรกผมยอมรับว่า คิดว่าคุณวิทยาเลือกเครื่องชงกาแฟผิดไปแล้วที่เลือกแบบออตโต้ แต่พอรู้ว่ารสสนิยมดื่มไม่ใช่แบบผม ก็เลยเข้าใจแล้วละครับว่าที่คุณวิทยาเลือกเครื่องแบบออโต้นั้น มันเหมาะสม และเป็นการเลือกซื้อของอย่างมีเหตผลถูกต้องแล้วละครับ
-
เรื่องหม้อแปลง isolation หรือ balance isolation นี่ต่างกันที่ดีกรีของการลดทอนสัญญาณครับ 6dB (ที่จะทดลองกันใช้ 220to110 แล้วก็ 110to220 ดังนั้นตัวเลขต้องเป็น 12dB) กับ 20dB
ผมเชื่อในตัวเลขที่คุณวิทยาบอกมานะครับ แต่ผมคิดว่าการวัดจากเครื่องวัดจะต่างจากการรับรู้ของหูคนเรา ความถี่ของ Noise ที่เครื่องวัดมันจับรวมกันเอามาคำนวณค่าออกมาให้เราเห็นว่ามันแตกต่างกันมากๆ แบบนี้นั้น มันอาจอยู่ในส่วนที่หูมนุษย์รับรู้อยู่สักกี่เปอร์เซ็นต์เรื่องนี้คงต้องใช้วิธีทดสอบกันแบบ AB Blind Test กันอีกทีละครับ รอคุณคุ้มพร้อมเมื่อไร? ผมจะยอมสละเวลาไปพิสูจน์แล้วนำผลมารายงานให้ทราบกันต่อไปว่าต้นทุนสองตัว 300+100 บาท กับหนึ่งตัว 10,000 บาท มีความแตกต่างกันกี่มากน้อยในเรื่องของการลดเสียงรบกวน และกรณีของไดนามิกของเสียงที่จะสามารถเรียกคืนกลับมาด้วยการเพิ่มแรงดันอีกสักเล็กน้อยได้หรือไม่?
แต่พอกินน้อยๆแล้วทำให้รู้รสกาแฟดีนะครับ กลายเป็นว่าเห็นแล้วว่ากาแฟที่คั่วจนไม่มีรสเปรี้ยวเลยที่ซื้อมา มันก็ไม่มีรสอื่นๆเหมือนกันแฮะ
มันจะได้อย่างเสียอย่าง แบบงาน DIY ที่เราเจอมาละครับ คือถ้าคั่วปลานกลางจะมีเปี้ยวติดมาด้วย แต่จะได้รสชาติจากเมล็ดของมันมากตามมาด้วย เมล็ดกาแฟดีๆ เค้าแนะนำกันให้คั่วแบบนี้ครับ เพื่อรักษากลิ่นและรสธรรมชาติที่ดีๆ ของมันไว้
แต่ถ้าเมล็ดกาแฟที่จะคั่วเป็นแบบธรรมดา ก็ควรคั่วแบบ Dark เพื่อเรียกกลิ่นอะโลม่าออกมาให้ได้
การกินแบบน้อยๆ เราต้องนึกถึงการจิบบลั่นดี ดีๆ ครับ การดื่มแบบมากๆ คือการดื่มวิสกี้ผสมโซดา เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับความพอใจ ของใครของมัน
ผมเคยดื่มไวน์ดีมากๆ เพียงแก้วเดียว รู้สึกว่ามันทำให้ชุ่มคอมากๆ เหมือนกลิ่นของมันยังติดอยู่เป็นวันๆ เลย แต่กับไวน์ธรรมดาๆ ดื่มไปแล้วก็แค่นั้นแหละครับ หาความประทับใจอะไรไม่ได้เลย
-
ผมแอบถามสาวพนักงานขาย น้องเขาบอกว่าถูกลงเพราะเปลี่ยนแหล่งกาแฟ จากบราซิลเป็นภาคเหนือ
....ผมอาจจะไม่ค่อยได้ชิมกาแฟจากต่างประเทศมากนัก แต่ผมยังสนับสนุนกาแฟไทยเพราะผมมีโอกาสได้สัมผัสกับไร่กาแฟในเมืองไทยหลายๆดอย ในความเห็นก็คือว่ามันมีรสชาดที่แตกต่างกันบ้างพอสมควร แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรไทย เท่าที่รู้มีบริษัทกาแฟดังๆมาซื้อกาแฟไทยไปเป็นวัตถุดิบติดแบรนด์ของเขาก็มีนะครับ....
-
มีนักสำรวจชาวต่างชาติและชาวไทยรวมอยู่ด้วย ได้ทดลองดื่มกาแฟเมืองไทยแล้วสรุปกันว่า กาแฟ Arabica ของบ้านเรานั้น ที่ปลูกสูงกว่า 1,200m จากระดับน้ำทะเลขึ้นไป และปลูกภายใต้ร่มไม้ใหญ่ (Shade Growth) จะมีคูณสมบัติถึงระดับ Specialty 80+ กันเลยละครับ และมีบางส่วนที่ขึ้นถึง 90+ ก็มีครับ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะโชคดีหามันพบ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานที่สูงมากแล้ว กาแฟบ้านเราที่ไม่ดังเพราะกาแฟเรามีน้อยเลยส่งออกไปให้ต่างประเทศรู้จักกันน้อย และขาดการสนับสนุนจากภาครัฐอีกด้วย คนทำต้องผักดันตัวเองเช่นกาแฟดอยช้างตอนนี้แคนนาดารับเป็นตัวแทนใหญ่ให้แล้ว เค้าดังตัวที่เป็นขี้ชะมดครับ เคยส่งเข้าประกวดชนะเลิศกาแฟโลกมาแล้ว แต่โลละ 5-6 หมื่นบาทแหน่ะ คนบ้านเรากินไม่ไหวละครับ กาแฟขี้ชะมดเวลาดื่มจะมีความหวานติดปลายลิ้นชุ่มคอไปนาน เหมือนดื่มไวน์ขวดละตัวเลขห้าหลักแหละครับ
ผมมีเพื่อนที่ดื่มกาแฟแทนน้ำเลยละครับ (ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง กาแฟไม่ควรดื่มไม่เกินวันละ 5 แก้ว เพราะมันจะให้โทษ แต่ถ้าดื่มไม่เกินนี้ มันก็ให้ประโยชน์รักษาและป้องกันโรคได้หลายชนิดเช่นกัน เช่นโรคอัลไซร์เมอร์ มันจะไปกระตุ้นปลายประสาทในสมองเราน่ะครับ) คนนี้แหละที่มีเครื่องชงหลายเครื่อง และพบว่ากาแฟที่ชงแก้วที่สองอร่อยกว่าแก้วแรก (ผมลองพิสูจน์แล้วจริงครับ) และเค้าเป็นคนแรกที่ทำเครื่องแยกกาแฟเมล็ดกลมออกจากเมล็ดแบนได้ผมสำเร็จดรกว่าเครื่องอื่นๆ ในท้องตลาดที่ทำขายกัน แต่ต่อมามีคนขอเข้าไปดุปรากฏว่าตอนนี้ในท้องตลาดเป็นเครื่องแยกแบบของเค้าไปเลย (นี่แหล่ะคนไทยที่รักการก็อปปี้แบบไม่ให้เครดิตหรือสิ่งตอบแทนผู้ริเริ่มต้นแบบ)
เรื่องเมล็ด กลม ในกลุ่มเมล็ด แบน 1 ต่อ 10 ผมเคยทดลองคั่วก่อนที่จะแยกเมล็ดกลมออกจากเมล็ดแบน คือคั่วอยุ่ในถังใบเดียวกันที่แนะแล้วเอาแยกกันภายหลังจากที่คั่วเสร็จแล้ว (เพราะเรามีเวลาเยอะเยะคือเราต้องรอกาแฟคายคาร์บอนไดออกไวซ์ก่อนการแพ็กกิ้งบรรจุถุงแบบปิดอีกเกือบสองวัน) ผลก็คือกลิ่นแตกต่างกันอย่างชักเจน รสชาติก็ต่างกันเป็นอย่างมาก แบบเมล็ดกลมจะมีความหอมให้รับรู้เลยว่ามันเป็นกาแฟที่รสชาติต้องเนียน นุ่ม หอมหวาน มากว่าเมล็ดแบบเป็นสิบเท่าเช่นกันเลยละครับ คุณ Bluekite คงเคยรับทราบตรงนี้ไปแล้ว หากใครสงสัย ก็ลองถามคุณ Bluekite กันทาง PM ซึ่งผมไม่ได้รับรู้น่าจะได้ข้อมูลที่แท้จริงจากปากของคุณ Bluekite เองนะครับ
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้.......ชอบมากๆครับแอบอ่านอย่างเงียบๆมาหลายวันแล้ว.....ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ :)
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้.......ชอบมากๆครับแอบอ่านอย่างเงียบๆมาหลายวันแล้ว.....ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อครับ ผมเคยตามอ่านเรื่องของท่านมาหลายเรื่องอยู่เหมือนกันละครับ รู้สึกว่าท่านจะรู้จักลุงมุยซิงด้วย นั่นละคืออาจารย์ของผมคนหนึ่งเลยละครับ ผมได้ความรู้เรื่องหลอดและได้หลอดดีๆ มาจากแกเยอะ รู้สึกว่าจะหมดค่าหลอดกับแกไปเป็นหลายแสนอ่ะครับ
ใช้ชื่อนี้น่าจะอยู่สระบุรีนะครับ บ้านผมก็อยู่เลยเส้าไห้แค่สิบกว่าโลเองครับ เค้าว่ากันว่าอีกหน่อยหระรีจะเป็นเมืองชายทะเล บ้านผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในทะเลด้วยเป่า? ก็หวังว่าตรงบ้านผมจะเป็นปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลละกัน
เรื่องของกาแฟนั้นผมก็โชคดีอีกแระ คือเพื่อนที่ผมกล่าวถึงมาแล้วนั้น ผมพบเค้าแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์ผมได้เป็นสิบปีเลยละ เค้าคั่วกาแฟทิ้งไปหลายร้อยกิโลกว่าจะได้ดี เพราะเค้าขายกาแฟมาสิบกว่าปีแล้ว ปีที่แล้วและปีนี้เค้ามีปัญหาการเงิน แต่ปีที่แล้วก็ยังขายกาแฟผ่านมือเค้าไปเกือบ 4 ตัน นับว่าไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ขายกันตั้งแต่กาแฟกะลา สารกาแฟ และกาแฟคั่ว (เพราะเรามีลานตากกาแฟกะลา โรงเรือน และอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม) ปีนี้เราจับมือกันและตั้งเป้าไว้ 10 ตัน
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้.......ชอบมากๆครับแอบอ่านอย่างเงียบๆมาหลายวันแล้ว.....ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อครับ ผมเคยตามอ่านเรื่องของท่านมาหลายเรื่องอยู่เหมือนกันละครับ รู้สึกว่าท่านจะรู้จักลุงมุยซิงด้วย นั่นละคืออาจารย์ของผมคนหนึ่งเลยละครับ ผมได้ความรู้เรื่องหลอดและได้หลอดดีๆ มาจากแกเยอะ รู้สึกว่าจะหมดค่าหลอดกับแกไปเป็นหลายแสนอ่ะครับ
ใช้ชื่อนี้น่าจะอยู่สระบุรีนะครับ บ้านผมก็อยู่เลยเส้าไห้แค่สิบกว่าโลเองครับ เค้าว่ากันว่าอีกหน่อยหระรีจะเป็นเมืองชายทะเล บ้านผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในทะเลด้วยเป่า? ก็หวังว่าตรงบ้านผมจะเป็นปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลละกัน
เรื่องของกาแฟนั้นผมก็โชคดีอีกแระ คือเพื่อนที่ผมกล่าวถึงมาแล้วนั้น ผมพบเค้าแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์ผมได้เป็นสิบปีเลยละ เค้าคั่วกาแฟทิ้งไปหลายร้อยกิโลกว่าจะได้ดี เพราะเค้าขายกาแฟมาสิบกว่าปีแล้ว ปีที่แล้วและปีนี้เค้ามีปัญหาการเงิน แต่ปีที่แล้วก็ยังขายกาแฟผ่านมือเค้าไปเกือบ 4 ตัน นับว่าไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ขายกันตั้งแต่กาแฟกะลา สารกาแฟ และกาแฟคั่ว (เพราะเรามีลานตากกาแฟกะลา โรงเรือน และอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม) ปีนี้เราจับมือกันและตั้งเป้าไว้ 10 ตัน
ใช่ครับผมอยู่สระบุรีอยู่ในเมืองครับ เพิ่งจะทราบว่าเป็นคุณพินิจดนเดียวกันกับที่เตี่ยมุ่งซิงเคยคุยให้ฟังบ่อยๆครับ ผมเองก็ชอบไปนั่งคุยกับเคี่ยเพราะรู้สึกว่าไปทีไรดูเตี่ยจะมีความสุขมากที่ได้คุยเรื่องหลอดนะครับ หลอดที่เคี่ยหลงเหลืออยู่ก็มีไม่มากเท่าไรแล้วครับ
พอดีที่สนใจเรื่องกาแฟก็เพราะมีพี่สาวเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ากำลังหาทางชงกาแฟให้ได้ดีไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้เรื่องราวแบบในกระทู้นี้ไหม ยังไงขอก๊อปปี้ข้อความไปฝากให้พี่สาวอ่านด้วยนะครับ
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้.......ชอบมากๆครับแอบอ่านอย่างเงียบๆมาหลายวันแล้ว.....ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อครับ ผมเคยตามอ่านเรื่องของท่านมาหลายเรื่องอยู่เหมือนกันละครับ รู้สึกว่าท่านจะรู้จักลุงมุยซิงด้วย นั่นละคืออาจารย์ของผมคนหนึ่งเลยละครับ ผมได้ความรู้เรื่องหลอดและได้หลอดดีๆ มาจากแกเยอะ รู้สึกว่าจะหมดค่าหลอดกับแกไปเป็นหลายแสนอ่ะครับ
ใช้ชื่อนี้น่าจะอยู่สระบุรีนะครับ บ้านผมก็อยู่เลยเส้าไห้แค่สิบกว่าโลเองครับ เค้าว่ากันว่าอีกหน่อยหระรีจะเป็นเมืองชายทะเล บ้านผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในทะเลด้วยเป่า? ก็หวังว่าตรงบ้านผมจะเป็นปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลละกัน
เรื่องของกาแฟนั้นผมก็โชคดีอีกแระ คือเพื่อนที่ผมกล่าวถึงมาแล้วนั้น ผมพบเค้าแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์ผมได้เป็นสิบปีเลยละ เค้าคั่วกาแฟทิ้งไปหลายร้อยกิโลกว่าจะได้ดี เพราะเค้าขายกาแฟมาสิบกว่าปีแล้ว ปีที่แล้วและปีนี้เค้ามีปัญหาการเงิน แต่ปีที่แล้วก็ยังขายกาแฟผ่านมือเค้าไปเกือบ 4 ตัน นับว่าไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ขายกันตั้งแต่กาแฟกะลา สารกาแฟ และกาแฟคั่ว (เพราะเรามีลานตากกาแฟกะลา โรงเรือน และอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม) ปีนี้เราจับมือกันและตั้งเป้าไว้ 10 ตัน
ใช่ครับผมอยู่สระบุรีอยู่ในเมืองครับ เพิ่งจะทราบว่าเป็นคุณพินิจดนเดียวกันกับที่เตี่ยมุ่งซิงเคยคุยให้ฟังบ่อยๆครับ ผมเองก็ชอบไปนั่งคุยกับเคี่ยเพราะรู้สึกว่าไปทีไรดูเตี่ยจะมีความสุขมากที่ได้คุยเรื่องหลอดนะครับ หลอดที่เคี่ยหลงเหลืออยู่ก็มีไม่มากเท่าไรแล้วครับ
พอดีที่สนใจเรื่องกาแฟก็เพราะมีพี่สาวเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ากำลังหาทางชงกาแฟให้ได้ดีไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้เรื่องราวแบบในกระทู้นี้ไหม ยังไงขอก๊อปปี้ข้อความไปฝากให้พี่สาวอ่านด้วยนะครับ
ด้วยความยินดีครับ หากพี่สาวสงศัยอะไร? สอบถามมาได้เลยครับ d_d :drunk ว่าจะหาเวลากลับไปคุยกลับท่านอยู่เหมือนกันละครับ
ใครเจอรถโฟล์คตู้สีขาวแดงคันนี้ มีคนขายอยู่สามคนพ่อแม่ลูก เปิดเพลงคลาสสิกแนวเดียวเท่านั้น จอดขายกาแฟอยู่ บอกว่ามาจาก HTG2 ชิมฟรีครับ! (ออกล่าเยื่อเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นนะครับ)
-
ไหนๆ ก็ได้จิบกาแฟดีๆ กันจนชุ่มคอหายง่วงกันไปแล้ว น่าจะคุยเรื่องเพลงแถมเข้ามาอีกสักหน่อย!!!
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเจอแผ่นในรูปมาละครับ ถามคนขายว่าเท่าไร? เค้าบอกให้พี่ เราก็เลยรีบหยิบมาเลยละครับ
Max Bruch_Violin Concerto (VC) No1 in G Minor นั้น ท่าน จิ๋ว บางซื่อ เขียนไว้ในบรรเลงรมย์๑ ว่าเป็นเพลง VC ที่ท่านชอบมากที่สุด ถึงกับจำทำนองได้ตลอดเพลงทุก Movement กันทีเดียว
แผ่นมีพิเศษอะไร? ก็ท่าน Zino Francescatti เล่น Violin น่ะซิครับ คนนี้ถ้าเจอที่ไหน? แนะนำให้เก็บไว้ในครอบครองทันใดกันเลยละครับ แผ่นนี้เสียงเยี่ยมครับ (ระดับแผ่นออดิโอฟาร์ยสมัยใหม่ได้อายครับ) ไม่เสียชื่อชั้นแผ่นจาก Holland ยี่ห้อ Philps ครับ
เป็นแผ่นที่ขอแนะนำมือใหม่หัดฟังเพลงคลาสสิกที่ชอบสไตร์แบบเศร้าๆ ครับ
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้ว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้.......ชอบมากๆครับแอบอ่านอย่างเงียบๆมาหลายวันแล้ว.....ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อครับ ผมเคยตามอ่านเรื่องของท่านมาหลายเรื่องอยู่เหมือนกันละครับ รู้สึกว่าท่านจะรู้จักลุงมุยซิงด้วย นั่นละคืออาจารย์ของผมคนหนึ่งเลยละครับ ผมได้ความรู้เรื่องหลอดและได้หลอดดีๆ มาจากแกเยอะ รู้สึกว่าจะหมดค่าหลอดกับแกไปเป็นหลายแสนอ่ะครับ
ใช้ชื่อนี้น่าจะอยู่สระบุรีนะครับ บ้านผมก็อยู่เลยเส้าไห้แค่สิบกว่าโลเองครับ เค้าว่ากันว่าอีกหน่อยหระรีจะเป็นเมืองชายทะเล บ้านผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในทะเลด้วยเป่า? ก็หวังว่าตรงบ้านผมจะเป็นปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลละกัน
เรื่องของกาแฟนั้นผมก็โชคดีอีกแระ คือเพื่อนที่ผมกล่าวถึงมาแล้วนั้น ผมพบเค้าแล้วเหมือนเปิดโลกทัศน์ผมได้เป็นสิบปีเลยละ เค้าคั่วกาแฟทิ้งไปหลายร้อยกิโลกว่าจะได้ดี เพราะเค้าขายกาแฟมาสิบกว่าปีแล้ว ปีที่แล้วและปีนี้เค้ามีปัญหาการเงิน แต่ปีที่แล้วก็ยังขายกาแฟผ่านมือเค้าไปเกือบ 4 ตัน นับว่าไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ขายกันตั้งแต่กาแฟกะลา สารกาแฟ และกาแฟคั่ว (เพราะเรามีลานตากกาแฟกะลา โรงเรือน และอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม) ปีนี้เราจับมือกันและตั้งเป้าไว้ 10 ตัน
ใช่ครับผมอยู่สระบุรีอยู่ในเมืองครับ เพิ่งจะทราบว่าเป็นคุณพินิจดนเดียวกันกับที่เตี่ยมุ่งซิงเคยคุยให้ฟังบ่อยๆครับ ผมเองก็ชอบไปนั่งคุยกับเคี่ยเพราะรู้สึกว่าไปทีไรดูเตี่ยจะมีความสุขมากที่ได้คุยเรื่องหลอดนะครับ หลอดที่เคี่ยหลงเหลืออยู่ก็มีไม่มากเท่าไรแล้วครับ
พอดีที่สนใจเรื่องกาแฟก็เพราะมีพี่สาวเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ช่วงนี้ดูเหมือนว่ากำลังหาทางชงกาแฟให้ได้ดีไม่รู้เหมือนกันว่าเขารู้เรื่องราวแบบในกระทู้นี้ไหม ยังไงขอก๊อปปี้ข้อความไปฝากให้พี่สาวอ่านด้วยนะครับ
ด้วยความยินดีครับ หากพี่สาวสงศัยอะไร? สอบถามมาได้เลยครับ d_d :drunk ว่าจะหาเวลากลับไปคุยกลับท่านอยู่เหมือนกันละครับ
ใครเจอรถโฟล์คตู้สีขาวแดงคันนี้ มีคนขายอยู่สามคนพ่อแม่ลูก เปิดเพลงคลาสสิกแนวเดียวเท่านั้น จอดขายกาแฟอยู่ บอกว่ามาจาก HTG2 ชิมฟรีครับ! (ออกล่าเยื่อเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นนะครับ)
ขอบคุณครับ...ถ้ามีโอกาสอยากเชิญไปร้านพี่สาวบ้างครับ...... แล้วรถโฟล์คตู้สีขาวแดงคันนี้ส่วนใหญ่จอดอยู่แถวไหนครับ :)
-
ขอบคุณครับ...ถ้ามีโอกาสอยากเชิญไปร้านพี่สาวบ้างครับ...... แล้วรถโฟล์คตู้สีขาวแดงคันนี้ส่วนใหญ่จอดอยู่แถวไหนครับ
แล้วจะหาเวลาลงไปซิมครับ (ช่วยบอกพิกัดร้านให้หน่อยครับ) ผมขายกาแฟอยู่เชียงใหม่ครับ แต่ผมก็ลงไปเยี่ยมคุณแม่ที่อยุธยาบ่อยๆ ครับ บ้านผมอยู่เลยท่าลานไปนิดเดียว ห่างจากตัวจังหวัดหระรี 17 km เองละครับ วันที่ 1 และวันที่ 15 เดือนหน้าผมมีนัดกับคุณแม่ไว้เป็นที่แน่นอน หากคุณฅนหระรีสะดวกวันไหน? (วันจันทร์หน้าผมก็ว่าจะลงไประยอง แต่ผมคงมีเวลาแวะเยี่ยมคุณแม่แค่วันเดียวเท่านั้น เพราะอาทิตย์ที่แล้วก็เพิ่งจะกลับขึ้นมา) ในสองช่วงนี้ผมอยู่ที่ท่าเรือ (อยุธยา) หลายวัน นัดพบกันได้เลยครับ หรือไปพบกันที่ร้านมุ้ยซิงก็ได้ครับ
ผมก็คิดถึงอาเจ็คแกอยู่เหมือนกัน เมื่อสิบปีก่อนผมจะไปคุยกับแกทุกเดือนจ่ายค่าหลอดเดือนละสามสี่หมื่นให้แกอยู่เป็นปี เมื่อก่อนแกจะมีหลอดที่ยังไม่เคยใช้งานเลยพร้อมกล่องที่กระกรอบไปหมดแล้วพวกหลอดเทเล มูลลาส เอ็มเพอร์เร็ก โวลโว่ ฯ เป็นหมื่นหลอดละมั้ง? ผมว่าแกมีมากกว่าเฮียปลักซะอีกละครับ (แต่ก็เคยไปเจอที่อุดรที่มีเหนือกว่าขึ้นไปอีก) เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยจะรู้จักหลอกมากซักเท่าไร? ไปดูทีก็จดเบอร์กลับมาศึกษาแล้วก็กลับไปซื้อใหม่ในเดือนต่อไป ผมซื้อ 5692 พวก RCA CBS Rayอะไรนี่แหละ มาได้สิบกว่าคู่ของแกเป็นหลอดแท้ๆ ทั้งนั้นครับ ไม่มีของปลอมกันแบบเดี๋ยวนี้ เพราะแกเก็บมานาน แกก็ไม่รู้ว่าหลอดพวกนี้แพง ผมก็ไม่รู้พอกัน ผมมารู้เอาตอนหลังว่ามันเป็นหลอด Premium ของ 6SN7 ในภายหลังนี่เอง โดยซื้อมาหลอดละ 350 บาทมั้ง? ส่วนมากซื้อกันแกก็ไม่ค่อยรู้ราคา เราก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน มีหลอดหลายเบอร์ที่ผมได้มามีราคาในตอนขึ้นไปเป็น 100 เท่าครับ (เทียบราคากับใน www.tubewold.com ) เช่นหลอดเทเล ECC803S (12AX7) เมื่อตอนที่ผมซื้อนั้นผมกลับมาเช็คที่ tubeword ขาย คู่ละ 300 USD แต่ตอนนี้ หลอดละ 1250 USD
-
ร้านคุณ PINIJ อยู่ที่ไหนครับ :D
มีโอกาสไปเชียงใหม่จะแวะไปชิม :'(
-
ขอบคุณครับ...ถ้ามีโอกาสอยากเชิญไปร้านพี่สาวบ้างครับ...... แล้วรถโฟล์คตู้สีขาวแดงคันนี้ส่วนใหญ่จอดอยู่แถวไหนครับ
แล้วจะหาเวลาลงไปซิมครับ (ช่วยบอกพิกัดร้านให้หน่อยครับ) ผมขายกาแฟอยู่เชียงใหม่ครับ แต่ผมก็ลงไปเยี่ยมคุณแม่ที่อยุธยาบ่อยๆ ครับ บ้านผมอยู่เลยท่าลานไปนิดเดียว ห่างจากตัวจังหวัดหระรี 17 km เองละครับ วันที่ 1 และวันที่ 15 เดือนหน้าผมมีนัดกับคุณแม่ไว้เป็นที่แน่นอน หากคุณฅนหระรีสะดวกวันไหน? (วันจันทร์หน้าผมก็ว่าจะลงไประยอง แต่ผมคงมีเวลาแวะเยี่ยมคุณแม่แค่วันเดียวเท่านั้น เพราะอาทิตย์ที่แล้วก็เพิ่งจะกลับขึ้นมา) ในสองช่วงนี้ผมอยู่ที่ท่าเรือ (อยุธยา) หลายวัน นัดพบกันได้เลยครับ หรือไปพบกันที่ร้านมุ้ยซิงก็ได้ครับ
ผมก็คิดถึงอาเจ็คแกอยู่เหมือนกัน เมื่อสิบปีก่อนผมจะไปคุยกับแกทุกเดือนจ่ายค่าหลอดเดือนละสามสี่หมื่นให้แกอยู่เป็นปี เมื่อก่อนแกจะมีหลอดที่ยังไม่เคยใช้งานเลยพร้อมกล่องที่กระกรอบไปหมดแล้วพวกหลอดเทเล มูลลาส เอ็มเพอร์เร็ก โวลโว่ ฯ เป็นหมื่นหลอดละมั้ง? ผมว่าแกมีมากกว่าเฮียปลักซะอีกละครับ (แต่ก็เคยไปเจอที่อุดรที่มีเหนือกว่าขึ้นไปอีก) เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยจะรู้จักหลอกมากซักเท่าไร? ไปดูทีก็จดเบอร์กลับมาศึกษาแล้วก็กลับไปซื้อใหม่ในเดือนต่อไป ผมซื้อ 5692 พวก RCA CBS Rayอะไรนี่แหละ มาได้สิบกว่าคู่ของแกเป็นหลอดแท้ๆ ทั้งนั้นครับ ไม่มีของปลอมกันแบบเดี๋ยวนี้ เพราะแกเก็บมานาน แกก็ไม่รู้ว่าหลอดพวกนี้แพง ผมก็ไม่รู้พอกัน ผมมารู้เอาตอนหลังว่ามันเป็นหลอด Premium ของ 6SN7 ในภายหลังนี่เอง โดยซื้อมาหลอดละ 350 บาทมั้ง? ส่วนมากซื้อกันแกก็ไม่ค่อยรู้ราคา เราก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน มีหลอดหลายเบอร์ที่ผมได้มามีราคาในตอนขึ้นไปเป็น 100 เท่าครับ (เทียบราคากับใน www.tubewold.com ) เช่นหลอดเทเล ECC803S (12AX7) เมื่อตอนที่ผมซื้อนั้นผมกลับมาเช็คที่ tubeword ขาย คู่ละ 300 USD แต่ตอนนี้ หลอดละ 1250 USD
เรื่องกาแฟพี่สาวยังชงไม่เป็นเลยครับ อยากให้มาชี้แนะมากกว่านะครับ ส่วนใหญ่ผมว่างตลอดนะครับจะไม่ว่างก็ตอนติดไปเที่ยวที่ไหนเท่านั้นครับ ถ้าช่วงไหนคุณพี่ PINIJ ลงมาแวะเยี่ยมคุณแม่แล้วพอมีเวลารบกวนแจ้งด้วยครับ เผื่อมีโอกาสได้ขอความรู้ทั้งเรื่องหลอด และเรื่องกาแฟครับ
ผมเพิ่งจะเล่นหลอดได้ไม่นาน เตี่ยก็เป็นคนที่รู้จักกันกับคุณแม่ของผมมานาน พอผมสนใจเรื่องหลอดก็ได้เลบเข้าไปคุยกับเตี่ย รวมทั้งหาซื้อหลอดด้วยซิ่งเตี่ยว่าไม่ค่อยมีเท่าไรแล้ว ราคาของเตี่ยนี่หลอดปรีประมาณ 500 บาทแบบไม่ว่าจะเป็นเบอร์อะไร เลยไม่ค่อยได้ซื้อจากเตี่ยเท่าไรครับ ช่วงหลังๆมานี่ผมไม่ค่อยว่างเลยไม่ได้ไปคุยเลบ เตี่ยเคยพูดว่าไม่เจอคุณ PINIJ นานแล้ว ก็ดีนะครับถ้าจะเจอกันที่นั่นมีโอกาสก็รบกวนบอกข่าวให้ผมด้วยนะครับ
พอดีผมเองก็มีญาติๆอยู่ที่เชียงใหม่ ผ่านมาหลายปีแล้วไม่เคยได้ไปเยี่ยมกันเลย ถ้ามีโอกาสได้ไปเชียงใหม่อีกจะเข้าไปชิมกาแฟที่ร้านบ้างครับ
-
ร้านคุณ PINIJ อยู่ที่ไหนครับ :D
มีโอกาสไปเชียงใหม่จะแวะไปชิม :'(
ขายที่หลังโรงเรียนปริ้นซ์เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ที่มีตลาดนัดขายของเก่าเท่านั้นนะครับ (ห้าวันธรรมดาส่วนมากนอนฟังเพลงพักผ่อน จะมากินและฟังเพลงกันที่บ้านก็ได้ครับ) ถ้าจะไปให้พบกันแน่นอน ควร PM ถามกันก่อนนะครับ เพราะผมมีบ้างช่วงที่ไม่ได้ขายนะครับ คือผมอาจจะลงมาเยี่ยมคุณแม่ที่อยุธยา และอาจลงเลยไปเยี่ยมลูกสาวที่ระยองกันต่อก็หยุดขาย บางครั้งก็หยุดเที่ยวเป็นเดือนเหมือนกัน แต่กาแฟคั่วทุกวันศุกร์ส่งให้ลูกค้าได้ทุกวันจันทร์ครับ
งั้นผมขอนัดคุณ ฅนหระรีวันที่ 1 กันยายน นี้ละกัน เจอที่ร้านกาแฟของพี่สาวก็แล้วกันนะครับ น่าจะซักช่วงราว 9-10 โมงเช้าไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมครับ? เมื่อก่อนผมเคยทำงานโรงปูนซีเมนต์ สระบุรีผมรู้จักเกือบทุกซอกมุมครับ
-
ไปทำงานหาเงินซื้อกาแฟมาครับ ;D
อย่าปาดอกไม้่ผมเลยครับอ่านแล้วอายครับ หลายปีมานี้ ผมเรียนรู้ตัวเองอย่างนึงว่า นอกจากฟังเพลงแล้ว ผมชอบที่จะเข้าใจและคิดต่อยอดครับ เวลาเข้าใจ How and Why แล้วมันมีความสุข
อีกอย่างที่ลองเล่นได้ครับ เอาโช้คตัวใหญ่ๆไปต่อที่ปลักไฟที่เราเสียบเครื่อเสียงครับ มันเพิ่ม power factor ได้ดีเลยครับ ไดนามิคดีขึ้น แต่ใช้มากไปก็มีข้อเสียเหมือนหม้อแปลง isolation เรื่อง time constance ครับ เสียงช้าลงนิดนึงกับเครื่องบางเครื่อง แต่ถ้าได้โช้คยักษ์ dcr ต่ำๆนี่ เป็นเรื่องเลยนะครับ ใส้ในของ เกรยพาวเวอร์ ก็คือโช้คนี่แหละครับ
http://www.richardgrayspowercompany.com/Default.aspx
มารออ่านเรื่องกาแฟต่อ สนุกดีครับ
-
ตามคำขอคุณวิทยาครับ วันนี้เอาแบบสนุกๆ ละกัน (ขอบคุณที่เอาลิงค์ดีๆ มาให้อ่านครับ)
คราวนี้จะขอคุยเรื่องธุรกิจกาแฟที่อำเภอท่าเรือ ที่ผมก็เพิ่งจะทราบเมื่อน้องสาวคุยให้ฟังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนกลับไปเยี่ยมคุณแม่เองละ
เมื่อปีมาแล้วมีร้านขายกาแฟสดมาตั้งบูซเล็กๆ อยู่ร้านเดียวทั้งอำเภอ ตั้งอยู่ข้างๆ ร้านป้าที่ขายกับข้าวแกงที่ขายแพงที่สุดแถวนั้น เพราะคนมีระดับมานั่งทานกันประจำ (เคยแนะให้แกขายกาแฟก็ไม่เอา) ใกล้ๆ กันมีโรงพยาบาลอยู่ด้วย ทำเลเค้าดีมาก เค้าขายได้วันละ 200 แก้วขึ้นไป (ผมเคยไปดื่มและก็ได้คุยกัน) เค้าขายได้ปีเดียวซื้อห้องแถวตึกสองชั้นครึ่งราคาร้านกว่าบาทด้วยเงินสดได้ในปีเดียวเอง (ป้าผมยังส่งไม่หมดเลย) ตอนนี้ที่อำเภอท่าเรื่อมีร้านกาแฟอยู่เกือบจะสิบเจ้าอยู่แล้วครับ
ทีนี้เกิดมีอาจารย์โรงเรียนมัถยมที่อำเภอท่าเรือไปชิมร้านกาแฟเปิดใหม่ที่อำเภอภาชี (ห่างกัน 15km) เป็นคนพิถีพิถันแกเกิดติดใจยอมลงทุนขับรถจากท่าเรือไปดื่มกาแฟสดที่ภาชีทุกวันครับ และเรื่องมันถึงหูน้องสาวผมเพราะแกเอามาให้เพื่อนลองดื่มกันที่ท่าเรือ ตอนนี้มีออเดอร์กาแฟ 10 แก้วจากภาชีแระ อนาคตคาดว่าออเดอร์คงเพิ่มขึ้นมากกว่านี้
ผมคิดว่าการขายกาแฟตอนนี้เริ่มมีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นมากในบ้านเรา ใครย่ำอยู่กับที่ไม่ยอมศึกษาปรับปรุงรสชาติให้ถูกต้องตามหลักสากลมีหวังยอดตกได้ครับ เพราะร้านท่าเรื่องสั่งแอสเพรสโซ่มีนมข้นหวานใส่มาให้ด้วยเลย เมื่อก่อนคนอาจติดในรสชาติของกาแฟโบราณเค้าเลยทำตามละมัง? แต่ตอนนี้คนดื่มเริ่มมีการศึกษาเรื่องกาแฟสดกันมากขึ้น เริ่มรู้ว่าอะไรคือเอสเพรสโซ่ของจริง ใครมีร้านกาแฟอยู่ควรพิจารณาเรื่องนี้ดูนะครับ ตอนนี้มันเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ชอบดื่มมันละครับ ทำไม? ผมถึงไม่แนะนำคนที่ไม่ชอบดื่ม เพราะคนพวกนี้ดื่มไม่เป็น จะไม่รู้เลยว่ากาแฟที่เขาชงนั้นมันอร่อยหรือไม่? และไม่ค่อยตั้งใจชงอีกด้วย การชงกาแฟต้องมีความตั้งใจ มีสมาธิในการชงสูงพอสมควรนะครับ มิฉะนั้นกาแฟแก้วนั้นจะไม่อร่อยครับ ผมก็ยังเคยเผอคุยกับลูกค้าไปด้วย ชงไปด้วย ถึงขนาดต้องเททิ้งก็มีบ่อยๆ ครับ แฟนผมนี่ผมต้องบอกว่าแก้วนี้ให้เททิ้งบ่อยๆ มาก เพราะแกกินกาแฟไม่เป็น เผลอเลอปล่อยน้ำไหลเร็วเกินไปเสมอๆ แต่หลังจากที่ได้เครื่องกดแทมเปอร์แบบบอกตัวเลขแล้วก็หมดปัญหาไป ผมไม่เข้าใจว่าทำไม? บางคนชิมกับข้าวทีทำไม่เป็นว่าจะต้องเติมอะไรลงไปถึงจะอร่อย แฟนผมถ้าให้เขาตัดสินใจปรุงเอง วันนั้นกับข้าวจะไม่อร่อย เขาก็รู้สึกไม่อร่อยเหมือนกัน ทำกับข้าวทุกครั้งผมต้องชิมเองทุกครั้งเลย มันก็เลยเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับไปน่ะครับ ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ ครับ ยิ่งพวกเป็นพวกยำนี่ถ้าปล่อยเดี่ยวเขาทำให้กินละก็จบเลยครับ ไม่เปี้ยวไป ก็หวานไป บางครั้งก็จืดไป หรือเค็มเกิน ทำไม? ไม่รู้จักจำรสชาติในสิ่งที่เคยทำมาตั้งหลายครั้งแล้ว (แอบนินทาเมียซะหน่อย ตามประสาคนแก่มีเมียเด็กเลยต้องสอนกันอยู่ร่ำไปน่ะครับ) แต่เค้าก็เจียวไข่ได้อร่อยนะครับ
ตอนนี้ผมกะเพื่อนวางแผนจะทำกาแฟขี้ชะมดกันละครับ แต่ยังหาตัวชะมดมาเลี้ยงไม่ได้เลย ใครพอช่วยผมหาตัวชะมดเป็นๆ ได้บ้างครับ คือเพื่อนผมไปได้แฟนเป็นชาวเขาแบบของแท้ร้อยเปอร์เช็นต์เลยละ และเป็นหลานของหัวหน้าหมู่บ้านบนยอดเขาที่ปลูกกาแฟขายให้เราอยู่ละครับ เรากะว่าจะเอาชะมดไปกินเมล็ดกาแฟสุกแล้วจึงจะเอาขี้ของมันซึ่งจะมีกาแฟกะลามาล้างน้ำแล้วจึงจะทำการคั่วขายละครับ บางคนอาจจะรังเกลียด แต่ก็มีคนยอมควักกระเป๋าจ่ายให้มันโลละหลายเหมื่นกันทีเดียวนะครับ (ส่วนมากเป็นพวกโรงแรมที่มีชื่อเสียงดังระดับราคาห้องแพงมหาโหดเท่านั้นแหละที่จะซื้อมัน)
-
ตามอ่านอยู่เหมือนกันครับ O0
เรื่องกาแฟยังเลิกไม่ได้ บางคนก็ว่าดี บางคนก็บอกเลิกได้ก็เลิกซะ
พอถึงเวลาก็อดไม่ได้ซะที
:D
-
ยินดีมากครับที่ได้มีนัดกับพี่ PINIJ ร้านพี่ผมนี่อยู่ตรงด้านหลังร้านบุศน์น้ำทอง จะเป็นซอยข้างปั้มทีพีไอที่อยู่ในเขตเทศบาลนะครับ ชื่อร้านบ้านขนมครับ ปากซอยมีป้ายร้านติดอยู่ครับ เผื่อมีอะไรเบอร์ผมอยู่ตรงไลเซนต์แล้วครับ
-
ตามอ่านอยู่เหมือนกันครับ O0
เรื่องกาแฟยังเลิกไม่ได้ บางคนก็ว่าดี บางคนก็บอกเลิกได้ก็เลิกซะ
พอถึงเวลาก็อดไม่ได้ซะที
:D
มันมีทั้งคุณและโทษครับ ผมได้คัดลอกบางส่วนจากวิกิพีเดียมาให้อ่านกันนะครับ (ผมแจ้งแล้วว่านำมาจากวิกิพีเดียคงจะไม่ผิดกฏหมายแล้วนะครับ)
ผลกระทบต่อสุขภาพ
ดูบทความหลักที่ กาแฟและผลกระทบต่อสุขภาพ
จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกาแฟกับคุณสมบัติทางยา ผลที่ได้จากการศึกษานั้นมีความขัดแย้งกันในเรื่องของประโยชน์ต่อสุขภาพของกาแฟ และยังมีความขัดแย้งกันในด้านผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคกาแฟอีกด้วย[9]
การดื่มกาแฟดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดขนาดของหน้าอก[72] และการได้รับปริมาณคาเฟอีนในระดับหนึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม[73] กาแฟดูเหมือนว่าจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคตับแข็ง[74] และโรคเกาต์ จากผลของการศึกษาระยะยาวในปี ค.ศ. 2009 พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม (ได้แก่ 3-5 ถ้วยต่อวัน) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์[75] แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะไหลย้อนกลับและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง[76] ผลกระทบที่เกิดจากการดื่มกาแฟบางอย่างเป็นเพราะคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ แต่ก็ใช่ว่าส่วนประกอบอย่างอื่นไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเสียทีเดียว[77] อย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันอนุมูลอิสระภายในร่างกาย[78]
กาแฟช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตัวระงับความเจ็บปวด โดยเฉพาะในการรักษาไมเกรน และยังสามารถกำจัดโรคหืดในผู้ป่วยบางคนได้ด้วย คุณประโยชน์บางอย่างอาจส่งผลต่อเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่น มันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการฆ่าตัวตายในผู้หญิง และช่วยป้องกันนิ่วและโรคถุงน้ำดีในผู้ชาย นอกจากนี้มันยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานในทั้งสองเพศ และลดเพียงประมาณ 30% ในผู้หญิง แต่ลดมากกว่า 50% ในผู้ชาย กาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับแข็งและป้องกันมะเร็งในปลายลำไส้ใหญ่และกระเพาะปัสสาวะ กาแฟสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในเซลล์ตับ ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของมะเร็งตับ (Inoue, 2005) และสุดท้ายกาแฟช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจอีกด้วย
ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่เป็นเหตุผลให้คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟ เช่น กาแฟมีส่วนช่วยเพิ่มความจำระยะสั้น และเพิ่มไอคิว นอกจากนี้ยังช่วยเปลี่ยนระบบเมตาบอลิซึมให้มีสัดส่วนของลิพิดต่อคาร์โบไฮเดรตที่ถูกเผาผลาญสูงขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการล้ากล้ามเนื้อของนักกีฬา
ทีมวิจัยของ University of Bari ประเทศอิตาลี พบว่าการดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน ช่วยป้องกันโรคหนังตากระตุกได้ และยังช่วยลดอัตราการกระตุกให้ช้าลงได้สำหรับผู้ป่วย[79]
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน เยเซอร์ ดอร์รี ได้เสนอว่ากลิ่นของกาแฟสามารถลดอาการอยากอาหารและสามารถฟื้นฟูประสาทรับกลิ่นได้ เขายังเสนอว่าผู้คนสามารถลดอาการอยากอาหารได้เมื่อพวกเขาได้สูดดมกลิ่นเมล็ดกาแฟเข้าไป และทฤษฎีดังกล่าวยังสามารถใช้ได้กับสัตว์ทดลองอีกด้วย[80]
แต่ว่าคาเฟอีนก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่ดื่มกาแฟมากเกินไป อย่างเช่น อาการ "ใจสั่น" ซึ่งเป็นอาการกระวนกระวายที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับคาเฟอีนมากเกินไป กาแฟยังเพิ่มความดันโลหิตให้กับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ผลการศึกษาเพิ่มเติมก็ยังแสดงให้เห็นว่ามันช่วยลดอัตราเสี่ยงโดยรวมในการเกิดโรคหัวใจด้วย กาแฟยังทำให้เกิดโรคนอนไม่หลับในบางคน แต่ในทางกลับกันก็ช่วยให้บางคนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้มันยังอาจทำให้เกิดความกังวลและอาการหงุดหงิดง่ายให้กับบางคนที่ดื่มมากเกินไป และบางคนก็เกิดอาการทางประสาท ผลกระทบบางอย่างของกาแฟก็เกิดขึ้นกับเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น มันทำให้อาการป่วยเลวร้ายลงในกรณีของผู้ป่วยประเภท PMS และยังลดความสามารถในการมีบุตรของสตรี และยังอาจเพิ่มอัตราเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุนของผู้หญิงหลังวัยหมดระดู และยังอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์หากแม่ดื่มตั้งแต่ 8 ถ้วยต่อวันขึ้นไป (48 ออนซ์ขึ้นไป)
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ในประเทศเดนมาร์กได้มีการศึกษาสตรีจำนวน 18,478 คนซึ่งดื่มกาแฟเป็นปริมาณมากระหว่างตั้งครรภ์ พบว่ามันส่งผลให้อัตราเสี่ยงของการตายของทารกหลังคลอดเพิ่มขึ้นอย่างมาก (แต่ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการตายในปีแรกของทารก) ในรายงานระบุว่า "ผลการศึกษาบ่งชี้ถึงผลกระทบจากการดื่มตั้งแต่ 4 ถึง 7 ถ้วยต่อวัน" คนที่ดื่ม 8 ถ้วยต่อวันขึ้นไป (48 ออนซ์ขึ้นไป) จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 220% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่ม การศึกษานี้ยังไม่ได้มีการทำซ้ำให้แน่ใจ แต่ก็ทำให้แพทย์หลายๆ คนเพิ่มความระมัดระวังต่อการดื่มกาแฟมากเกินไปของสตรีที่กำลังตั้งครรภ์
ผลการศึกษาตีพิมพ์ปี พ.ศ. 2547 ใน American Journal of Clinical Nutrition [81] พยายามค้นหาว่าทำไมประโยชน์และโทษของกาแฟจึงได้ดูขัดกันเอง และได้ค้นพบว่าการดื่มกาแฟมีความเกี่ยวข้องกับการปรากฏชัดทางชีวเคมีของอาการอักเสบและเป็นผลกระทบที่รุนแรงของกาแฟต่อระบบหัวใจร่วมหลอดเลือด ซึ่งเป็นตัวอธิบายว่าทำไมกาแฟจึงได้มีผลดีต่อหัวใจเมื่อดื่มไม่เกินวันละ 4 ถ้วยเท่านั้น (ไม่เกิน 20 ออนซ์)
คาเฟอีนจึงเปรียบเสมือนยาพิษหากเสพมากเกินไป การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณเข้มข้นอย่างยิ่ง อย่างเช่น เป็นเม็ดหรือเป็นผง ในปริมาณมาก ก็อาจทำให้ร่างกายอาเจียน หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
จากผลของการสำรวจพบว่า 10% ของผู้ตอบที่ดื่มกาแฟในปริมาณ 235 มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไป รายงานว่าตนมีความทุกข์มากขึ้นเมื่อตนขาดคาเฟอีน[82] ในขณะที่ผู้ตอบ 15% บอกว่าตนได้เลิกการบริโภคคาเฟอีนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของตน[83]
-
มีบริการส่งเมล็ดกาแฟมากรุงเทพทาง ปณบางไหมครับ อ่านแล้วอยากชิม
-
ผมคิดว่าถ้าดื่มในปริมาณที่พอเหมาะมันจะให้คุณมากกว่าโทษครับ เลยขอเอาความดีของมันมาเรียงเป็นข้อๆ ตามความถูกใจของผมนะครับ
1. กาแฟดูเหมือนว่าจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคหัวใจ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคตับแข็ง และโรคเกาต์ จากผลของการศึกษาระยะยาวในปี ค.ศ. 2009 พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม (ได้แก่ 3-5 ถ้วยต่อวัน) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมอง เสื่อม และโรคอัลไซเมอร์
โรคพวกนี้มีใครอยากจะเป็นกันบ้างล่ะครับ
2. นอกจากนี้มันยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานในทั้งสองเพศ และลดเพียงประมาณ 30% ในผู้หญิง แต่ลดมากกว่า 50% ในผู้ชาย
เบาหวานไม่สามารถรักษาได้ รอวันตายลูกเดียว ต้องทรมานจิตใจที่ต้องอดหวานไปตลอดชีวิต แต่ก็มีบางคนยอมตายแต่ไม่ยอมอดหวานนะครับ (ญาติผมเอง)
3. กาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับแข็งและป้องกันมะเร็งในปลายลำไส้ใหญ่และกระเพาะปัสสาวะ กาแฟสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในเซลล์ตับ ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของมะเร็งตับ (Inoue, 2005) และสุดท้ายกาแฟช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจอีกด้วย
มะเร็งครับ มะเร็งใครๆ คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว
มีบริการส่งเมล็ดกาแฟมากรุงเทพทาง ปณบางไหมครับ อ่านแล้วอยากชิม
มีครับเราส่งทางไปร์ษณีให้ทั่วประเทศครับ PM ที่อยู่มาได้เลยครับ
การที่เราจะซื้อกาแฟของใครก็แล้วแต่ ผมแนะนำให้ว่า เราต้องสามารถตรวจสอบได้ข้อมูลที่แท้จริงๆ ว่าเค้าคั่วไว้วันที่เท่าไร? (อาจเป็นวันบรรจุหลังการคั่ว 1-2วัน) และควรซื้อใช้ให้หมดภายในอาทิตย์เดียวจะเป็นการดีมาก ซึ่งไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มันเกินสองอาทิตย์ครับ
และควรจะทำตามที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้คือ ควรแบ่งครึ่งถ่ายเมล็ดกาแฟไปใส่ขวดโหลที่ซิลด์อากาศได้ดี อย่าใช้ขวดที่ใหญ่เกินไป ให้ใช้ขนาดพอดีเมล็ดกาแฟที่จะใส่ มิฉะนั้นอากาสจากช่องว่างที่ทำให้มีปริมาณของอากาศจะเข้าไปเจือจางความหอมของกาแฟออกไปทุกครั้งที่เปิดขวด มากกว่าขวดที่มีขนาดเล็กพอดีครับ
ถุงบรรจุกาแฟให้ตัดให้สั้นลงเหลือขอบไว้เพียงเล็กน้อย เพื่อที่จะเอาเตารีด ที่เราใช้รีดผ้ามากดทับปิดปากถุงให้สนิดนะครับ (มันแนบปากถุงได้สนิดดีกว่าที่เค้าทำมาซะอีกละครับ) และควรไล่อาจออกให้หมดก่อนลงเตารีดด้วย แล้วเอาส่วนถุงนี้ไปเก็บไว้ในตู้เย็นครับ
ผมไม่เคยใช้ถุงแบบมี Release Valve เพราะเป็นต้นทุนที่ไม่ควรจะเสีย (จ่ายค่าถุงเพิ่มอีกสิบเท่าตัวเชียวนะครับ) เมื่อถุงกาแฟโป่งพอง เราสามารถ Release กาสส์คาบอนไดอ็อกไซร์ (ทำให้กาแฟเหม็น) โดยเอาเข็มเจาะตรงขอบใกล้ๆ ที่เต้ารีดนาบไว้แหละ บีบไล่อากาศออกแล้วก็จัดการเอาเตารีดนาบซะใหม่เท่านั้นก็จบครับ
ผมคั่วกาแฟทุกเย็นวันศุกร์เพื่อไปขายวันเสาร์และอาทิตย์ ส่วนที่จะแพ็กถุงขายต้องตากรอให้กาแฟคายแก็สส์ แล้วถึงบรรจุส่งไปรษณีในวันจันทร์ วันที่ที่เขียนบนถุงจะเป็นวันที่ของวันที่คั่วนะครับ และผมคงไม่เอาของเก่ามาใส่วันที่ใหม่ให้เสียชื่อ เพราะคนกินจะรับรู้ในทันทีที่เปิดถุง ถ้าเป็นขาประจำกัน แค่ดมกลิ่นก็จะรู้แล้วละครับ
กาแฟซื้อกันครั้งแรกๆ อาจไม่ถูกใจ ต้องปรับจูนกันสักครั้งหรือสองครั้งนะครับ ถ้ายังไม่ถูกใจก็ยังไม่ต้องส่งเงินครับ เพราะผมถือว่าถ้าของที่เราไม่ชอบ เราก็ไม่ควรที่จะต้องจ่าย หรือถ้าจะให้ยุติธรรมกันทั้งสองฝ่ายก็จ่ายมาตามที่เห็นสมควรละครับ
-
ทีนี้เรามาว่ากันถึงทริกซ์ต่อไปในการทำให้กาแฟที่เราชงอร่อยขึ้นนะครับ (คุณวิทยาคงจะไม่ได้สนุกตรงนี้อีกแระ มาซื้อเครื่องแมนนวลที่ถูกกว่า แต่ชงกาแฟอร่อยกว่าด้วยดีฝว่าร์ครับ)
แทมเปอร์ส่วนมากส่วนที่กดลงบนผงกาแฟในฟิลเตอร์จะเป็นแบบที่แบนๆ ซะส่วนใหญ่ แต่ผมก็เห็นใช้กันเยอะในแบบที่เป็นปลายแหลมลงไปตรงกลาง ลองพิจารณารูปกันดูครับว่า ผมโมดิฟาร์ยปาดลึกเข้าไปตามเส้นสีแดงนั้น น้ำที่อัดลงมามันจะผ่านผงกาแฟโดยทั่วทั้งในฟิลเตอร์กับแทมปเปอร์แบบไหนมากที่สุดครับ
เจ้าแบบปลายแหลมน้ำคงผ่านเฉพาะตรงกลางมากที่สุด กาแฟจึงมีมวลเนื้อบางที่สุด น่าเสียดายกาแฟที่บดในส่วนข้างๆ ที่น้ำไม่ผ่านนะครับ ผมได้เอาแบบแบนๆ มาปาดแล้วผลออกมาว่า มันได้มวลเนื้อของกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกันเลยละครับ ค่าแรงปาด 100 บาท ให้ร้านรับกลึงเหล็กทั่วๆ ไปก็ทำได้ครับ รู้จะรู้สึกว่ากาแฟของเรามันมี Body เพิ่มขึ้นอีกเยอะกันเลยละ ถ้ามันเป็นแบบปลายแหลมอยู่ในตอนนี้
-
หลงเข้ามาอ่านจนตาลายเลยครับ ชอบมาก
ไม่ชอบ diy แต่ชอบกาแฟ c)
เขียนบ่อยๆนะครับ
-
หลงเข้ามาอ่านจนตาลายเลยครับ ชอบมาก
ไม่ชอบ diy แต่ชอบกาแฟ c)
เขียนบ่อยๆนะครับ
วันนี้อยากจะคุยเรื่องเมล็ดกาแฟโทน (กระเทียมโทนก็ยังมีนิ!) ปรกติกาแฟจะมีสองซีกประกบกันอยู่ในผลเดียวกัน (แต่กระเทียมมีมากกว่าสองซีก เมื่อก่อนกระเทียมโทนนั้น ถูกคัดทิ้งนะครับ_มีคนเค้าว่ามา) เกสรของมันคงจะถูกผสมแค่ฝั่งเดียว เมื่อมันมีหนึ่งเดียวในผล เมล็ดของมันจึงออกมาในลักษณะที่กลมเหมือนกับกระเทียมโทนเช่นกัน หากใครเคยกินกระเทียมโทนก็คงจะรู้ว่า รสชาติและกลิ่นของมันนั้นเข้มข้นกว่ากระเทียมธรรมดา มากแค่ไหน? (ส่วนเจ้ากระเทียมจีนหัวใหญ่ๆ นั้น ยิ่งไม่ต้องเอามาเทียบกันเลยละ) รสชาติของเมล็ดกาแฟโทนก็เช่นกัน กลิ่นของมันจะหอม และมีรสชาติที่เข้มข้นกว่าแบบปรกติเมื่อเทียบกับพี่น้องในต้นเดียวกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะมันมีพวกผ่าเหล่าผ่ากอนี้แค่ 10% เท่านั้นเองละครับ เราเรียกมันว่า Prevaily Peaberry ครับ เพราะมันมีความโดดเด่นของทั้งรสและกลิ่นเหนือกว่าพี่น้องมัน ซึ่งถ้าพี่น้องของมันยิ่งรสดีมาก ตัวมันก็จะยิ่งมีรสที่ดีมากกว่าเหนือขึ้นไปอีกละครับ (ในตอนนี้ตัวดีของผมหมดสะต็อกไปแล้ว เหลือแต่ตัวธรรมดาและ Peaberry ของตัวธรรมดาขายรอๆ ไปก่อนกับคอกาแฟขาประจำอยู่เท่านั้น)
กาแฟมีผลออกมาขายกันในท้องตลาดตั้งแต่ พย. ส่วนมากพวกนี้ใช้เวลาสุกแค่ 8 เดือน ของดีของผมต้องรอสุกที่ปลาย มค. ละครับ และกว่าที่ผมจะตากแห้งและสีออกมาเป็นสารกาแฟก็คงกลาง กพ. แหละครับ ปีนี้กะว่าจะตุนเก็บไว้เป็นส่วนตัวที่บ้านสัก 2-3 ตัน (ไม่ต้องกลัวหมดเหมือนปีนี้) เรื่องของรสนิยมการดื่มการแฟก็คงเหมือนเรื่องของเครื่องเสียงแหละครับ บางคนบอกว่าชอบแบบพอกะเทาะออกจากเปลือกวันแรกก็คั่วกันเลย บางคนก็ชอบแบบให้ ไว้อย่างน้อย 8 เดือน เพื่อทำการบ่มมัน (การบ่มหรือ Aging มีความสำคัญมากๆ ความอร่อยของกาแฟขึ้นอยู่กับกรรมวิธีบ่มมากพอสมควรครับ) และก็มีบางคนที่ชอบที่บ่มมันถึง 8 ปีละครับ การบ่มนั้นมันก็มีได้ และมันก็มีเสีย ถ้าไม่บ่มกันเลยเราก็จะได้รสจากธรรมชาติของมันมากที่สุด แต่ถ้าบ่มความเปี้ยว ความเค็ม ของมันก็จะลดลง เหมาะกับบางคนที่ไม่ชอบกาชอบดื่มกาแฟที่มีรสเปี้ยวติดอยู่ (แต่การคั่วระดับ Dark ก็สามารถเอาความเปี้ยวของกาแฟใหม่ออกไปได้เช่นกัน)
และคนเราก็ยังมีความชอบที่แตกต่างกันเกี่ยวกับลักษณะของการคั่วอีกด้วย คือมีแบบสุกเล็กน้อย (Cinnamon) พวกนี้จะเปี้ยวมาก แต่จะได้มาซึ่งรสชาติธรรมชาติแบบเต็มๆ นะครับ ส่วนแบบต่อมาคือแบบสุกปานกลาง รสชาดก็ตามชื่อละครับ แต่กาแฟดีเค้าแนะให้คั่วแบบนี้ คือให้คงเหลือรสชาติธรรมชาติที่ดีๆ ของมันไว้ และสุดท้ายคือการคั่วแบบสุกเต็มที่ คอพวกนี้ชอบกาแฟขมๆ ครับ อันหลังนี้คั่งยากที่สุด มันจะโชว์ฝีมือคนคั่วอย่างเต็มที่ (ผมขอบอกก่อนนะว่า ผมก็ยังคั่วแบบนี้ ยังไม่ถึงขั้นเซียนนะครับ) คอกาแฟลูกค้าผมส่วนมากแค่กลางค่อนไปทางสุกเต็มที่ (Medium Dark) จะมีคุณ Bluekite คนเดียวที่ชอบ Dark ละมั้ง? แต่จริงๆ ระดับความสุกมันละเอียดแบ่งซอยละเอียดมากกว่านี้นะครับ ซึ่งวามสุกที่ระดับเท่าไรนั้น เราต้องมาปรับไฟน์จูนกันอีกทีนึงน่ะครับ (นี่คือข้อดีของการสั่งคั่วตรง ไม่ได้ซื้อจากร้านค้า) แต่จากการที่คั่วกาแฟมาหลายแหล่งมากๆ เมล็ดกาแฟที่เป็นวัตถุดิบดี มันยิ่งกว่า การเริ่มต้นดี ที่บางคนบอกว่าเริ่มต้นเท่ากับสำเร็จไปครึ่งนึง (50%) แต่ผมให้คะแนนว่าถ้าเราได้กาแฟดิบมาดีดีมากๆ แล้วนั้น เท่ากับเราประสบความสำเร็จไป 80 % กันเลยทีเดียวละครับ
-
เมื่อกี้เองคั่วกาแฟเสร็จเรียบร้อยครับ ผมวางเครื่องเอียงน้ำเลยไหลหางเดียวนะครับ!
ในจานแก้วคือกาแฟคั่วใหม่ที่เปิดฝารอการคายแก็สซีโอทูสักวันครึ่งนะครับ
และผมทดลองเทสท์กาชงและชิมรสดมกลิ่นผ่านไปด้วยดีครับ!
ใครเอาไปชงแล้วต้องทำให้ได้แบบผมตามรูปแล้ว ผมกล้าท้าประกันความอร่อยครับ....
(แค่อร่อยพอสมควรนะ ๕๕๕..... เดียวรอตัวเจ๋งของผมต้นปีหน้าถ้ายังไม่ถูกใจ)
-
สีสวยน่าดื่มครับ
ส่วนของผมตอนนี้ที่สามารถปรับปรุงได้มีเพียงอย่างเดียวครับ คือการให้ความสำคัญกับการกดผงกาแฟ
เมื่อมันหยาบก็พยายามกดให้แน่นที่สุดและแบนเป็นแนวระนาบ ไม่เอียง โชคดีอยู่อย่างที่ถ้วยกรองของผม
ด้านในมันมีขีดบอกระดับ
ตอนนี้สามารถควบคุมการกดให้ทำให้เหมือนเดิมทุกถ้วย รู้สึกว่ากลิ่นรสมันเข้มขึ้นนิดหน่อยครับ
ผงกาแฟ ระหว่างที่ยังไม่มีเครื่องบด ผมคิดอยากลองบดด้วยครกหิน แต่พอดมกลิ่นครกแล้วต้องล้มเลิก
มันมีกลิ่นพริก พริกไทย กระเทียม ติดอยู่ คงต้องรอเครื่องบดต่อไป
-
:clap :clap :clap
มาเก็บข้อมูลครับ ตอนนี้ยังชงกาแฟแบบใช้เครื่องกรองถูกๆอยู่เลย พันกว่าบาท :nonono
ต้นปีหน้าถึงจะซื้อเครื่องชงดีๆ
-
การชงกาแฟหากทำได้ไม่ถึงระดับ Perfect Shot ดังรูป ผมถือว่าเป็นการลงทุนไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป ไม่ว่าเราจะซื้อเมล็ดกาแฟมีราคาถูกหรือแพงก็ตาม ผมอยากจะให้คนที่เข้ามาอ่านในนี้ ที่มีเครื่องชง สามารถรีดเอาเนื้อกาแฟ (Body) ให้ออกมาแบบเต็มร้อยกันทุกคนน่ะครับ
ลองเอารูปช่วงน้ำเริ่มไหล แล้วก็ ณ จุด 1 Oz และ 2 Oz โดยใช้แก้วใสๆ ตามตัวอย่างที่ผมทำ ผมอาจจะช่วยดูวิเคราะห์ว่า มันมีสาเหตุอะไร? ถึงทำได้ไม่สมบูรณ์
จากประสบการณ์เล็กๆ ของผม พบว่าเมื่อกาแฟที่เราคั่วทิ้งไว้หลายวันนั้น ผมจะต้องเพิ่มความละเอียดให้มากขึ้น 1 คลิก แล้วมันถึงจะออกมาเป็น Perfect Shot ได้ ถ้ากาแฟเก่ามากๆ เวลาเรากด Tamper แล้วมันจะกระเด้งขึ้นครับ (เป็นแบบเดียวกับบดหยาบไป) จะทำอย่างไรครีม่าก็ไม่ค่อยมีละครับ กาแฟที่ร้านค้าบอกว่าบดมาใหม่ๆ มาหลอกเรา ผมเจอแบบนี้มาบ่อยมาก ก็เลยเป็นจุดที่ผมต้องคั่วเอง กาแฟคั่วใหม่เราจะกด Tamper ลงแบบนิ่มมากๆ เวลากดมันจะยุบแล้วหยุด เจ้า Tamper จะไม่มีอาการสปริงตัวเด้งขึ้นมานะครับ (แรงกดต้องทดลองกันเอาเองให้เกิดการไหลเป็นเส้นเล็กแบบที่เห็นในรูปครับ
ลองทำแล้วถ่ายรูปมาให้ดูนะครับ ครีม่ามีหรือไม่มียังไม่ต้องสนใจ ขอให้ทำให้น้ำที่ไหลเป็นเส้นเล็กๆ ให้ได้ทุกครั้งเป็นใช้ได้แล้วละครับ เดี๋ยวใช้กาแฟที่ผมคั่ว แล้วครีม่ามันจะมีออกมาให้เห็นอย่างแน่นอนครับ
ทริกจ์เรื่องแทมเปอร์ต่ออีกนิด ใครที่ใช้เป็นพลาสติก ขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นสะแตนเลสส์ซะ การคุมน้ำที่กดจะง่ายขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมากครับ (เมื่อก่อนผมเคยไม่เชื่อ และเคยลบหลู่ แต่มันได้ผลดีจริงๆ นะครับ) ร้านขายอันละ 1,000-1,200 บาท อย่าไปซื้อครับ เอาตัว Filter ของคุณไปที่ร้านขายสะแตนเสส์มันจะมีขนาดพอดีเกือบทุกไซด์ของฟิลเตอร์ครับ รุ่นของผมนี่ไม่ต้องกลึงล้างออกกันเลยละ (ของที่ขาย 1,200 บาท ถูกกลึงล้างออกให้เล็กลง ทำให้กดได้ไม่เต็มหน้าฟิลเตอร์ เหลือช่องว่างเป็น 2-3mm ละครับ ซึ่งไม่ดีครับ) แล้วสั่งตัดหนา 12mm ราคาไม่ควรเกิน 150 บาท เอาไปให้ร้ายกลึงทำด้ามให้ตามรูปที่ผมวาดไว้นะครับ รวมค่าแรง เชื่อม และกลึงด้ามจับที่เป็นสะแตนเลสส์ (ของร้าน) ผมจ่ายเพิ่มอีก 200 บาทเท่านั้นเอง ยอมเสียเวลาสักหน่อย รวมแล้วผมจ่ายทั้งหมดไปแค่ไม่ถึง 350 บาทเองละครับ
แล้วอย่าลืมสั่งปาดเว้าแทมเปอร์ว่าดูให้น้ำร้อนวิ่งผ่านให้ทั่วผงกาแฟทั้งถ้วยฟิลเตอร์ด้วยนะครับ ฟิลเตอร์แต่ละยี่ห้อมีรูปแบบไม่เหมือนกัน ใช้หลักการให้รูฟิลเตอร์ชั้นนอกสุดควรมีระยะทางถึงส่วนโค้งของผิวแทมเปอร์ที่กดลงมาที่เท่าๆ กันก็แล้วกันนะครับ
-
สอบถามหน่อยครับ เกี่ยวกับการบดเมล้ด กาแฟ
การทำเมล็ดกาแฟให้เป็นผงละเอียดนั้น เกิดจากการ บดให้ เมล้ดแตก แบบ การ ตำในครก หรือว่า ใช้การตัดเฉือน ให้ละเอียด แบบ เครื่อง ปั่น น้ำผลไม้ครับ แล้ะ ขนาดของความละเอียดนั้น ได้มี การ กำหนดขนาดความโตของผงไว้ หรือ ไม่ครับ ว่า หยาบ , ปานกลาง , และ ละเอียดนั้น ขนาดผงเฉลี่ย เป็นเท่าไร ครับ
-
ขออนุญาตกลับไปคุยเริ่อง Step-down to Step-up Trans. like an Isolated Trans หน่อยครับ พอดีเมื่อวานไปดูร้านของเก่าแถวบ้านไปเจอหม้อแปลงทอร์ลอยดฺ์ ขดขาเข้า 110 V ขาออก มีแท๊ปตั้งแต่ 50-270 V ขนาด 1 KV ลูกโตมากๆ เชาขายถูกดี 800 บาทต่อลูก ไม่ทราบพอจะเอามาลองได้ไหมครับ มีหลายลูกด้วยครับ ถ้าสามารถใช่ได้แล้วเพื่อนๆท่านใดอยากเอาไปลองยินดีเป็นธุระจัดการให้ครับ
เห็นสีน้ำกาแฟในรูปแล้ว....ไม่ค่อยจะได้เจอในร้านกาแฟแถวๆบ้านเลยครับ รวมทั้งร้านพี่สาวผมด้วย ;D ดูแล้วอยากลองดื่มกาแฟแก้วนี้จัง :)
-
ขออนุญาตกลับไปคุยเริ่อง Step-down to Step-up Trans. like an Isolated Trans หน่อยครับ พอดีเมื่อวานไปดูร้านของเก่าแถวบ้านไปเจอหม้อแปลงทอร์ลอยดฺ์ ขดขาเข้า 110 V ขาออก มีแท๊ปตั้งแต่ 50-270 V ขนาด 1 KV ลูกโตมากๆ เชาขายถูกดี 800 บาทต่อลูก ไม่ทราบพอจะเอามาลองได้ไหมครับ มีหลายลูกด้วยครับ ถ้าสามารถใช่ได้แล้วเพื่อนๆท่านใดอยากเอาไปลองยินดีเป็นธุระจัดการให้ครับ
เห็นสีน้ำกาแฟในรูปแล้ว....ไม่ค่อยจะได้เจอในร้านกาแฟแถวๆบ้านเลยครับ รวมทั้งร้านพี่สาวผมด้วย ;D ดูแล้วอยากลองดื่มกาแฟแก้วนี้จัง :)
มี TAB 200 หรือ 220 ไหมครับ
-
ขอแจมคับ
เครื่องบดผมใช้แบบแมนนวลของ krups ที่จะเป็นแบบใบพัดธรรมดา ตื้นๆ ที่เป็นแบบปั่นอาหารแห้ง แต่อันนี้ใช้บดกาแฟ ขนาดเครื่องจะประมาณแก้วกาแฟฝาปิดแบบใหญ่ๆหน่อย แต่ปริมาณกาแฟที่บดได้ประมาณเต็มอุ้งมือ
เคยใช้แบบที่เทกาแฟในฝาข้างบนแล้วบดใส่กล่องด้านล่าง ที่ละเอียดสุดก็ยังละเอียดไม่พอครับ
อีกอย่าง ผมบดใช้แค่ทีละสองสามวัน มากกว่านี้กลิ่นมันหาย ปริมาณแค่นี้ก็พอแล้ว
เวลาบดจะเอาผงที่มันติดค้างอยู่ใต้ใบพัด บดเสร็จก็คว่ำเอาฝาออก ถ้ามันหล่นกลับบนฝาแสดงว่ายังไม่ละเอียด ให้บดต่อไป
ป.ล. ผมใช้กาแฟ Starbucks - Italian roast ครับ มันไม่เป็นครีมอย่างในรูปครับ ที่ร้าน Starbucks ก็ไม่เป็นครีม
มันจะเป็นยางข้นๆ น่าจะเป็นสูตรของ Starbucks เข้าใจว่าใส่คาราเมลด้วยเวลาคั่ว
เคยใช้กาแฟไทยหรือเวียดนามที่เพื่อนซื้อมาฝาก ถึงจะเป็นฟองละเอียดแบบนั้น
-
ขออนุญาตกลับไปคุยเริ่อง Step-down to Step-up Trans. like an Isolated Trans หน่อยครับ พอดีเมื่อวานไปดูร้านของเก่าแถวบ้านไปเจอหม้อแปลงทอร์ลอยดฺ์ ขดขาเข้า 110 V ขาออก มีแท๊ปตั้งแต่ 50-270 V ขนาด 1 KV ลูกโตมากๆ เชาขายถูกดี 800 บาทต่อลูก ไม่ทราบพอจะเอามาลองได้ไหมครับ มีหลายลูกด้วยครับ ถ้าสามารถใช่ได้แล้วเพื่อนๆท่านใดอยากเอาไปลองยินดีเป็นธุระจัดการให้ครับ
เห็นสีน้ำกาแฟในรูปแล้ว....ไม่ค่อยจะได้เจอในร้านกาแฟแถวๆบ้านเลยครับ รวมทั้งร้านพี่สาวผมด้วย ;D ดูแล้วอยากลองดื่มกาแฟแก้วนี้จัง :)
มี TAB 200 หรือ 220 ไหมครับ
มีครับ
-
สอบถามหน่อยครับ เกี่ยวกับการบดเมล้ด กาแฟ
การทำเมล็ดกาแฟให้เป็นผงละเอียดนั้น เกิดจากการ บดให้ เมล้ดแตก แบบ การ ตำในครก หรือว่า ใช้การตัดเฉือน ให้ละเอียด แบบ เครื่อง ปั่น น้ำผลไม้ครับ แล้ะ ขนาดของความละเอียดนั้น ได้มี การ กำหนดขนาดความโตของผงไว้ หรือ ไม่ครับ ว่า หยาบ , ปานกลาง , และ ละเอียดนั้น ขนาดผงเฉลี่ย เป็นเท่าไร ครับ
การบดด้วยครกอาจทำได้แต่อาจไม่ดีครับ เพราะถ้ามันละเอียดพอดีที่จะทำให้เกิดการอุดตันที่ฟิลเตอร์ น้ำร้อนก็จะไม่สามารถไหลรูของฟิลเตอร์ได้ หรือถ้าผงกาแฟมันเล็กเกินไปมันก็จะไหลเลยลงมาในแก้วกาแฟก็กินไม่ได้อีกนั่นแหละ ส่วนเครื่องปั่นผลไม้ก็คงเป็นเช่นครกละครับ
เครื่องบดที่ดีควรทำให้ผงกาแฟละเอียดเสมอกัน และละเอียดพอเหมาะกับรูของฟิลเตอร์ด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่บางคนอาจไม่ทราบ เครื่องบดแพงเค้ามีการป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าสถิตอีกด้วย เพราะมันจะดูดกลิ่นกาแฟน่ะครับ ใครเคนเห็นการใช้ไฟฟ้าสถิตดูดกลิ่นบุรี่มาบ้างไหมครับ? แทบไม่น่าเชื่อว่าพอปล่อยควันบุรี่ผ่านมันเท่านั้น ทั้งกลิ่นและครัวบุรี่หายไปเกลี้ยงเลยละครับ
ลักษณะของฟันเครืองบดผมได้ถ่ายรูปลงมาให้ดูแล้วละครับ ถ้าเมล็ดกาแฟไม่ดี หรือเป็นกาแฟที่คั่วมานานมากๆ เวลาเราบดแบบละเอียดมากๆ มันจะติดแน่นที่ปลาบฟันเกียร์โดยรอบ ต้องถอดออกมาแคะกันแบบน่าเบื่อเลยละ คือบดยังไม่ทันถึงครึ่ง Filter Basket เลยมันก็ตันแระ (ตันแค่เฉพาะตรงที่ผมวงกลมส่วนปลายเฟืองเกียร์เท่านั้น ที่ลูกศรชี้ มันตันโดยรอบเลยละครับ)
ผมไม่มีเครื่องวัดขนาด เลยบอกไม่ได้ครับ และรูฟิลเตอร์มีขนาดที่ไม่เท่ากันอีกด้วยกับเครื่องที่ต่างยี่ห้อกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้คงต้องทดลองหาความเหมาะสมกันเอาเอง และต้องใช้เครื่องบดที่ดีด้วย เครื่องบดถูกๆ ผมเคยใช้มาแล้ว ไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้ครับ เดี๋ยวเราก็ต้องควักเงินซื้อตัวใหม่ที่แพงอีกครั้ง ผลสุดท้ายก็คือจ่ายแพงหนักขึ้นไปอีก (และไม่ควรเอาของไม่ดีไปขายต่อนะครับ มันเป็น บาป)
ขออนุญาตกลับไปคุยเริ่อง Step-down to Step-up Trans. like an Isolated Trans หน่อยครับ พอดีเมื่อวานไปดูร้านของเก่าแถวบ้านไปเจอหม้อแปลงทอร์ลอยดฺ์ ขดขาเข้า 110 V ขาออก มีแท๊ปตั้งแต่ 50-270 V ขนาด 1 KV ลูกโตมากๆ เชาขายถูกดี 800 บาทต่อลูก ไม่ทราบพอจะเอามาลองได้ไหมครับ มีหลายลูกด้วยครับ ถ้าสามารถใช่ได้แล้วเพื่อนๆท่านใดอยากเอาไปลองยินดีเป็นธุระจัดการให้ครับ
ใช้แทป 220v ออก 110v ตัวหนึ่ง แล้วเอาไปเข้าด้าน 110v อีกตัวหนึ่งออก 220v ต่อเข้าแอมป์ดูครับ ว่ามีอะไรได้ มีอะไรเสีย บวกลบกันแล้วผลออกมาว่าคุ้มเงินที่จ่าย ก็น่าหามาแบ่งเพื่อนๆ กันบ้าง เพราะสองตัวก็แค่ 1,600 บาท
เครื่องบดผมใช้แบบแมนนวลของ krups ที่จะเป็นแบบใบพัดธรรมดา ตื้นๆ ที่เป็นแบบปั่นอาหารแห้ง แต่อันนี้ใช้บดกาแฟ ขนาดเครื่องจะประมาณแก้วกาแฟฝาปิดแบบใหญ่ๆหน่อย แต่ปริมาณกาแฟที่บดได้ประมาณเต็มอุ้งมือ
เคยใช้แบบที่เทกาแฟในฝาข้างบนแล้วบดใส่กล่องด้านล่าง ที่ละเอียดสุดก็ยังละเอียดไม่พอครับ
นึกภาพไม่ออกครับ หากมีเวลาถ่ายรูปมาให้ชมหน่อย
สำหรับผมนั้น ผมจะตักเมล็ดกาแฟทีละสองช้อนตวงใส่เครื่องบดลงฟิลเตอร์ชงทันที เรื่องที่ผมจะเทเมล็ดกาแฟค้างไว้ที่เครื่องบดแบบเยอะผมไม่เคยทำครับ และยิ่งการบดเป็นผงปล่อยทิ้งไว้ในเครื่องบด เวลาจะชงเปิดผงออกมาชงยิ่งไม่เคยทำ เพราะกลิ่นและรสชาติมันหายไปนะครับ ถ้าทำแบบนี้ ไม่แนะนำครับ
-
ไปค้นเมล็ดกาแฟเก่าที่มีปัญหาการอุดตันเจอ ก็เลยเอามาบดให้เห็นว่ามันไปอุดตันลักษณะไหน? ซึ่งถ้าใครเจอแบบนี้อย่าโทษเครื่องบด แล้วขายเครื่องออกไปถูกๆ นะครับ ควรโยนกาแฟล็อทนั้นทิ้งไปซะ อ้อ! ลืมบอกไปว่าเครื่องบดมันจะมีเฟืองแบบนี้สองตัวอีกตัวอยู่กับที่ ส่วนอีกตัวจะถูกมอเตอร์ขับให้หมุน ซึ่งถ้าเราปรับมันใกล้กันมากขึ้น ผงกาแฟก็จะละเอียดมากขึ้น เวลามันอุดตันจะตันทั้งสองตัวเฟืองนะครับ
และวันนี้ผมได้ปรับเครื่องชงที่ซื้อมาสองเครื่องห้าร้อยเสร็จเรียบร้อย และของเปลี่ยนความคิดที่ว่าเครื่องชงถูกๆ ชงกาแฟไม่อร่อย มันสามารถทำได้อร่อยไม่แตกต่างเครื่องละแสนสองแสนเหมือนกัน มันก็สามารถทำครีม่าได้เหมือนๆ กันนะครับ แค่ความคงทนมันอาจไม่เทียบเท่าเครื่องแพงๆ เพราะวัสดุบางส่วนเป็นพลาสติก (แต่ไม่มีปัญหา เราสามารถนำไปไปให้ช่างกลึงก็อปปี้ทำเป็นสะแตนเลสส์ได้ครับ) ยี่ห้อที่ผมได้มาคือ LEBENSSTIL ครับ มีคนเค้าบอกว่าราคาประมาณแปดพันบาท ซึ่งข้างในเครื่องเช่นหม้อต้มและปั๊มก็เป็นตัวเดียวกับของแพงๆ ครับ และยี่ห้ออีเล็กโตลักษ์ก็คือตัวเดียวกันใช้อะไหล่ทุกชิ้นส่วนแทนกันได้เลยครับ
เครื่องถูกๆ ราคาไม่ถึงหมื่นก็ใช้ได้สำหรับคอกาแฟที่สนใจจะซื้อมาชงกาแฟสดดื่มกันที่บ้านนะครับ แต่เครื่องบดยังหาของถูกแต่ดียังไม่พบ ใครเจอเครื่องบดราคาต่ำกว่าห้าพันบาทแล้วปรับความละเอียดจนได้ครีม่าเหมือนในรูปที่ผมทำ ช่วยบอกผมและเพื่อนๆ ด้วยนะครับ
-
คาดว่าคนที่ผมส่งกาแฟมาให้ทดลองชง ควรจะได้รับของวันนี้นะครับ
เครื่องที่ผมเป็นห่วงคือของคุณสันติ ผมไม่ทราบว่าตัวฟิลเตอร์เป็นตัวเดียวกับ #2 (ในกรอบสามเหลี่ยมสีฟ้า) ตามรูปที่ผมลงมาให้ดูใช่หรือไม่ครับ? ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเครื่องราคาถูกๆ จึงทำแบบนี้ คือทำฟิลเตอร์ไว้สองชั้น ชั้นบนเหมือนของเครื่องทั่วๆ ไป แต่รูใหญ่กว่าปรกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และชั้นล่างเจาะรูเล็กๆ ไว้เพียงรูเดียว (ดังรูปกรอบสามเหลี่ยมสีฟ้า) ความฝืดของน้ำร้อยเกิดที่นี่ (ที่รูเล็กรูเดียว) จะไม่เกิดความฝืดจากการไหลผ่านผงกาแฟ เวลาชงจะไม่มีครีม่าออกมา มันจึงต้องถูกโม!!!!
ที่ผมบอกว่าเครื่องราคาต่ำกว่าหมื่นก็ทำครีม่าได้นั้น (เฉพาะเครื่องที่ผมได้มาคือในระดับราคาประมาณ 7-8 พัน) ต้องโมดิฟาร์ยเจียรปาดเจ้าฟิลเตอร์ตามที่ผมทำซะก่อน (ตามรูปกรอบสามเหลี่ยมสีฟ้า) ถึงจะทำหางหนูแล้วมีครีม่าตามรูปตัวอย่างที่แล้วที่ผมทำมาให้ดูได้นะครับ และรสชาติ กลิ่นเดียวกันกับเครื่องแพงๆ ตอนนี้ผมมีเครื่องสามระดับราคาตามรูปฟิลเตอร์ 3 ขนาด เครื่องที่ใช้ฟิลเตอร์ใหญ่นั่นแสนกว่า ชิ้นส่วนมันแค่บึกบึน เกือบ สมราคาแค่นั้นเอง (คือผมก็ยังคิดว่าราคามันเวอร์ไปหน่อย) มาทดลองชงเทียบกันจึงพอจะสรุปได้ว่าเราไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องชงแพงๆ เราก็สามารถชงกาแฟของให้อร่อยได้ไม่แพ้คนอื่น (มันขึ้นอยู่กับฝีมือ และเครื่องบดมากกว่าครับ)
หากฟิลเตอร์ของคุณสันติเป็นตามนี้ขอให้ไปจัดการเอาหินเจียร เจียรขยายก้นของฟิลเตอร์ซะก่อน แล้วต่อไปให้นำฟิลเตอร์นี้ไปน่าจะเอาจ้างเค้าชุบ (อาจจะเป็นนิเกิ้นหรือโครเมี่ยมก็ได้) เพื่อจะให้รูฟิลเตอร์มันเล็กเท่ากับเครื่องแพงๆ เค้าละครับ แต่ถึงไม่ชุบมันก็ใช้ได้ และผมได้ลองดูแล้วไม่พบว่ามีผงกาแฟหลุดลงไปที่แก้วกาแฟนะครับ (แต่ถ้าว่างผมคิดว่าจะลองเอาไปชุบดูละครับ)
-
ถ้วยฟิลเตอร์ของผมเป็นแบบสองชั้น มองจากด้านบนมีรูเล็กจำนวนมากกระจายทั่วก้นถ้วย
มองด้านล่าง มีรูเดียวขนาดใหญ่ มีแววน่าจะดี แต่ที่น่างสงสัยคือข้างใน ระหว่างชั้นบนกับล่าง
มีแท่งยางซิลิโคนใส่ไว้จนเต็ม คิดว่าเอาไว้ลดความเร็วน้ำ น่าลองเอาออก...ขอคิดก่อน
ขอข้อมูลเพิ่มเติมครับ
ถ้าใส่น้ำเปล่าเต็มถ้วยฟิลเตอร์ ปล่อยให้มันใหลเอง ใช้เวลาเท่าไรน้ำถึงไหลหมด ผมจะลองเทียบกับของผมครับ
แรงดันของเครื่องกี่บาร์ครับ
-
ตอนนี้ผมอยู่ระยองคงจะทดลองให้คุณสันติยังไม่ได้ รอผมกลับเมืองเหนือแล้วจะทดสอบเรื่องการไหลของน้ำให้นะครับ เครื่องชงตัวที่ผมซื้อมาสามหมื่น ก่อนเปลี่ยนปั๊มเคยวัดได้ 7 bar แต่พอเปลี่ยนไปเป็นปั๊มโรตารี่วัดได้ 10 bar ครับ เครื่องชงตัวที่ซื้อซากมาตัวละ 250 บาท (ของใหม่ 8-9 พันบาท) วัดได้ 7 bar (ปั๊มเป็นยี่ห้อรุ่นเดียวกับที่ใช้ในเครื่องราคาสามหมื่นครับ มันสวมหัวใจสิงค์ละครับ) เครื่องใหม่ราคาแสนกว่าปรับได้สูงสุด 15 bar ครับ ในความ คิดใหม่ ของผมในตอนนี้ ปั๊มแค่ 7 บาร์ก็ให้ครีม่าและรสชาติของกาแฟที่โอเคแล้วละครับ
ถ้วยฟิลเตอร์ของคุณสันติก็โดนวางยามาเช่นกันละครับ ที่เห็นผมเจียรไว้นั้นคือการทดลองชั่วคราว ผมคิดไว้ว่าจะไปจ้างช่างให้กลึงล้างเอาตะแกลงชั้นล่างออกให้หมดจะได้ดูสวยงามเหมือนของทั่วๆ ไปน่ะครับ (แล้วค่อยเอาไปชุบลดขนาดรูให้เล็กลงไปอีกนิดนึง)
ของคุณสันติผมคิดว่าให้ลองใช้เตาแก็สส์เผาซิลิโคนออกให้หมดไปเลย มิฉะนั้นน้ำร้อนจะไหลผ่านผงกาแฟเป็นทรงกระบอกขึ้นไปแค่เท่ากับความโตของรูใหญ่ของชั้นล่างเท่านั้น ครีม่าเลยอาจได้น้อยเพราะน้ำไม่ได้ผ่านผงกาแฟโดยกระจายทั่วทั้งฟิลเตอร์ (อ้อ! ผมอยากจะรู้ว่าไอ้ที่ว่ารูใหญ่น่ะ มันขนาดไหนครับ?) การลดความเร็วของน้ำควรเกิดจากความฝืดของน้ำไหลผ่านผงกาแฟแบบกระจายทั้งถ้วยฟิลเตอร์
เอามันออกไปเลยไอ้เจ้าซิลิโคนนั่น!
ไปเจอลิงค์ภาษาไทยที่อธิบายดีกว่าผม ที่พูดหรือเขียนกลับไปกลับมา วกวน ลองอ่านกันดูนะครับ
http://www.bluekoff.com/article/?xID=3
อาจมีบางสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย แต่ก็มีหลายๆ สิ่งตรงกันครับ แล้วยังสิ่งที่ผมลืมบอกไปคือการวิเคราะห์กากกาแฟต้องออกมาแบบในนั้นนะครับ
และเอารูปเครื่องมือกด Tamper ที่เค้าไม่เห็นความสำคัญ แต่ผมเห็นว่ามันสำคัญมากสำหรับผู้หญิง คือมันก็ช่วยให้แฟนผมขายกาแฟให้กับคนที่ไม่ยอมให้แฟนผมชงให้ดื่มได้แล้วในตอนนี้ละครับ :yahoo :bye1
-
กาแฟมาถึงแล้วครับ แต่สงสัยเป็นพี่พินิจตัวปลอมเพราะลายมือสวยกว่าทุกครั้ง ;D
-
กาแฟมาถึงแล้วครับ แต่สงสัยเป็นพี่พินิจตัวปลอมเพราะลายมือสวยกว่าทุกครั้ง ;D
พี่ยังคิดว่า ลายมือพี่สวยกว่าเค้านะ ตอนเค้าเขียนยังรู้สึกว่าเราน่าจะเขียนเองเลย (คิดอย่างนี้จริงนะ จะบอกให้) :yahoo
ลองเปิดดูทั้งสองฝั่งดมกลิ่นและชงพร้อมกับตัวที่ดื่มอยู่ทุกวัน แล้วรายงานให้ทราบด้วยนะครับ Y] 0)]
-
ลองเปิดดูทั้งสองฝั่งดมกลิ่นและชง
....คำเตือน....โปรดระวังชิมแล้วจะติดใจไปนานๆๆๆๆ... :yahoo :yahoo :yahoo
-
ขอรายละเอียด เรือ่งน้ำ ที่ชงหน่อยครับ เรายังไม่ได้พูดถึงกันเลย
-
ขอรายละเอียด เรือ่งน้ำ ที่ชงหน่อยครับ เรายังไม่ได้พูดถึงกันเลย
ผมเป็นคนกินน้ำที่เรื่องมาก เคยอยู่โรงงานเก่าโรงแรกที่ทำมีปัญหาเรื่องน้ำดื่ม เคยต้องขนไปจากบ้าน แต่โรงหลังสุดที่ทำก้ต้อง Convince จัดซื้อจนได้น้ำดื่มที่เราดื่มได้
น้ำสิงค์นี่เกลียดที่สุด ผมชอบน้ำที่มีรสชาดและกลิ่นคล้ายน้ำฝนครับ (สมัยก่อนน้ำฝนยังสะอาดอยู่ ผมคงติดรสชาดนี้มาแต่เด็ก)
ผมใช้น้ำที่ดื่มอยู่นะครับ ซึ่งผมไม่เคยซื้อดื่มแบบถังสีขาวขุ่นทึบ (แบบยี่สิบลิตร) ผมซื้อแบบถังแบบใสๆ ราคาที่เคยใช้ตอนอยู่ระยองถังละ 60 บาท แต่ที่ลำพูน 30 บาท (ถังใสเราสามารถมองเห็นคาบตระกอนเพื่อการการตรวจเช็คเบื้องต้นได้)
ผมใช้น้ำนี้ละครับ มันก้โอเคนะ ก็เห็นอาจารย์ก็แนะนำเรื่องน้ำต้องสะอาด แต่ผมลืมไปว่ามันต้องมีอะไร? ที่เราจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของมันไปหมดแล้ว ใครรุ้ช่วยบอกด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับ
แต่คำแนะนำในเวปที่ผมยกมานั้น บอกให้เปลี่ยนน้ำ ไม่ให้ใช้น้ำเก่าแช่ไว้นานมากๆ ผมก็ยังงงๆ ว่าเราใช้มันหมดถังวันละตั้งหลายครั้ง แล้วจะต้องเปลี่ยนกันทำไมอีก? หรือสำหรับคนที่ชงดื่มเองทุกวัน ผมก็คิดว่าชงไม่น่าถึง 1 เดือนมันก็หมดถังแระ (น้ำอยู่ในถังเครื่องชง ผมคิดว่ามันก็เหมือนอยู่ในถังที่เค้าขายมาเหมือนกัน หรือผมเข้าใจผิด) แต่ผมของแนะนำให้ล้างถังทุกเดือนนะครับ เพราะมันอาจจะมาพวกมดหรือเศษผงตกค้างสะสมอยู่ มันอาจเข้าไปอุดตันพวกปั๊มน้ำได้นะครับ) :kicking :wiggle
-
(http://www.htg2.net/index.php?action=dlattach;topic=67076.0;attach=144427;image)
ผมชอบเจ้าเครื่องมือตัวนั้มากครับ ไม่ทราบว่าทำเองหรือมีขายครับเห็นชื่อไฟล์ DIY น่าจะทำเองใช่ไหมครับ
-
http://cdn.makezine.com/make/martha/MAKE_V12_EspressoTamper.pdf
ผมได้ไอเดียมาจากที่นี่ แต่ผมทำตามของที่หาได้ในราคาถูก จากถนนคนเดินครับ รู้สึกว่าจะจ่ายไปไม่เกิน 300 บาท
-
http://cdn.makezine.com/make/martha/MAKE_V12_EspressoTamper.pdf
ผมได้ไอเดียมาจากที่นี่ แต่ผมทำตามของที่หาได้ในราคาถูก จากถนนคนเดินครับ รู้สึกว่าจะจ่ายไปไม่เกิน 300 บาท
ขอเทคนิคเรื่องน้ำที่ชง หน่อยสิครับ
-
http://cdn.makezine.com/make/martha/MAKE_V12_EspressoTamper.pdf
ผมได้ไอเดียมาจากที่นี่ แต่ผมทำตามของที่หาได้ในราคาถูก จากถนนคนเดินครับ รู้สึกว่าจะจ่ายไปไม่เกิน 300 บาท
ขอเทคนิคเรื่องน้ำที่ชง หน่อยสิครับ
อ่านได้ที่นี่เลยครับ
http://www.beverageanswers.com/coffee/coffee-maker-water.html
-
ผมแกะออกมาด้านเดียว ด้านที่เป็นเม็ดกลม เมื่อดมและต้มเทียบกับของเดิม
ดมกลิ่น
ของเดิมคั่วด้วยไฟแก่มาก ก่อนนั้นคิดว่ามันไม่เปรี้ยวเลย ขมเข้มอย่างเดียว ตอนนี้เทียบกันแล้วกลับรู้สึกว่ามันมีกลิ่นใหม้ และติดเปรี้ยวนิดหน่อย
เม็ดกลมของพี่พินิจดูแล้วคั่วไฟอ่อนกว่าเล็กน้อยแต่กลับไม่มีกลิ่นเปรี้ยว และไม่มีกลิ่นใหม้เลย มีแต่กลิ่นหอมแบบเนื้อๆ
ต้ม
ภรรยาบอกว่า ผมไม่เคยต้มกาแฟอร่อยเท่าครั้งนี้เลย ถ้าติดใจแล้วจะหาอีกได้มั๊ยนี่ ;D
ผมสังเกตุน้ำที่ใหลออกมาจากเดิมฟองสีครีมขาว ของพี่สีออกเหลืองและฟองมากกว่า อยู่นานขึ้น
ของเดิมกลายเป็นน้ำล้างถ้วยหรือน้ำต้มกากกาแฟไปเลยครับ :cry2
อีกซีกหนึ่งยังไม่ได้เปิดเพราะเพิ่งเห็นคำสั่ง เดี๋ยวคืนนี้เปิดดมนะครับ
-
เครื่องตัวนี้พอมีแววไหมครับ....เห็นหน้าตาคล้ายยี่ห้อที่วางขายตามห้างบ้านเรา
แต่ตัวนี้เคลมว่าปั๊มแรงกว่าครับ....แล้วอย่างเครื่อง ตามห้างที่เคลมว่าแรงดันน้ำ 15 บาร์นี่ เค้าวัดกันจากตรงไหนครับ
http://item.taobao.com/item.htm?id=4372956439&ad_id=&am_id=&cm_id=&pm_id=
-
ได้รับกาแฟแล้วครับ ไว้ทดสอบแล้วจะมารายงานผลครับ
-
ผมแกะออกมาด้านเดียว ด้านที่เป็นเม็ดกลม เมื่อดมและต้มเทียบกับของเดิม
ดมกลิ่น
ของเดิมคั่วด้วยไฟแก่มาก
จริงๆ แล้วผมก็คั่วด้วยไฟที่แก่มากๆ และใช้เวลาคั่วที่สั้นมากๆ เช่นกันนะครับ เพื่อคงไว้ซึ่งรสชาดและกลิ่น ดีกว่าการใช้ไฟอ่อนๆ แล้วใช้เวลาคั่วนานๆ (ถ้าทำแบบนี้ก็ได้ผลดีตรงที่เก็บไว้ชงได้นานมากกว่าชงแบบไฟแรงนะครับ)
ก่อนนั้นคิดว่ามันไม่เปรี้ยวเลย ขมเข้มอย่างเดียว ตอนนี้เทียบกันแล้วกลับรู้สึกว่ามันมีกลิ่นใหม้ และติดเปรี้ยวนิดหน่อย
ผมก็เป็นคนชอบกาแฟขมเข็มครับ แต่ตอนหลังจากที่พบกาแฟดิบที่ดีๆ แล้วพบว่าการคั่วแบบสุกน้อยลงมานิดนึงในระดับ Medium Dark แล้วกลิ่นและรสจากธรรมชาติความดีของมันยังคงอยู่มากกว่าขั้วแบบ Dark ครับ ตอนนี้เลยชอบสองแบบ คือบางครั้งก็ชงที่คั่วแบบให้ติดเปี้ยวนิดๆ ซึ่งผมอยากจะแนะนำให้พวกเราลองปรับความชอบมาดื่มแบบนี้ดูกันบ้างน่ะครับ ก็อย่างที่บอก ทุกสิ่งในโลก มันมีดีและก็มีเสียครับ การได้มาซึ่งความครบถ้วนสมบูรณ์สุดๆ นั้น มันต้องหามาด้วยราคาที่แสนแพงเกินความจำเป็นละครับ (รอตัวใหม่ของผมในราวๆ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ผมยังมีตัวที่เหนือกว่านี้)
การคั่วแบบ Dark ครั้งนี้เป็นการตามใจแฟนคุณวิทยาที่สั่งซื้อมาเป็นคนแรกนะครับ ที่คุณสันติดูว่าของผมเหมือนครั้วไฟอ่อนอาจเป็นเพราะกาแฟผมเป็นสีน้ำตาล ไม่ใช่สีดำที่คั่วแบบ Dark โดยทั่วๆ ไป (แต่ผมเห้นของเมืองนอกก็สีนี้นะ) อาจเป้นเพราะผมออกแบบเครื่องคั่วเอง ซึ่งใช้ถังเป็นดินเผา (แต่ระบบควบคุมความร้อนแบบไฮเทคนะ) และใช้ใบกวนเป็นไม้ไผ่ครับ การใช้ถังคั่วที่เป็นสะแตนเลสส์ผมไม่ชอบกลิ่นของมันครับ เรื่องเกี่ยวกับกาแฟ ชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกับมันมีผลมากๆ ครับ
อีกซีกหนึ่งยังไม่ได้เปิดเพราะเพิ่งเห็นคำสั่ง เดี๋ยวคืนนี้เปิดดมนะครับ
กินของดีซะก่อนเจออันหลัง ก็อาจผิดหวังละครับ อีกฝั่งหนึ่งของถุงที่ส่งให้มานั้น มันเป็นกาแฟจากที่เดียวกันนะครับ ไอ้เจ้าเมล็ดกลมนั่นก็คัดออกมาจากไอ้นี่แหละ (แต่กาแฟฝั่งนี้มันยังไม่ได้ถูกคัดเหล็ดกลมออกนะครับ) เมล็ดกาแฟที่ถูกคัดเมล็ดกลมออกผมจะขายในราคาที่ต่ำที่สุด ผมจะเอาไว้ชงแบบกาแฟเย็นขายน่ะครับ เพราะมันจะมีรสและกลิ่นจัดจ้านมากขึ้น ขาดความละมุนละหม่อมไป
ดีใจที่แฟนคุณสันติชอบนะครับ ผมยังมี แต่ก็ไม่มากนัก แค่พอแบ่งๆ ให้เพื่อนๆ ได้ถึงกลางๆ กุมภาพันธ์ครับ นี่คือสาเหตุที่ผมยังไม่เปิดเวปไซร์ รอกาแฟรุ่นใหม่เข้ามาถึงจะเปิดเวปขายเองละครับ
-
เครื่องตัวนี้พอมีแววไหมครับ....เห็นหน้าตาคล้ายยี่ห้อที่วางขายตามห้างบ้านเรา
แต่ตัวนี้เคลมว่าปั๊มแรงกว่าครับ....แล้วอย่างเครื่อง ตามห้างที่เคลมว่าแรงดันน้ำ 15 บาร์นี่ เค้าวัดกันจากตรงไหนครับ
http://item.taobao.com/item.htm?id=4372956439&ad_id=&am_id=&cm_id=&pm_id=
วัดโดยผมต่อท่อออกจากจุดที่น้ำกาแฟไหลออกมาเข้าเกจวัดครับ ระวังอย่างเปิดวัดนานๆ เดียวปั๊มพัง พอเห็นค่าตัวเลข หรือเข็ม "หยุดนิ่ง" นั่นก็คือค่าแม็กของมันที่ทำได้อ่ะครับ
เครื่องที่เอาลิงค์มาให้ดูนั้นเหมือนของที่ผมซื้อซากมาแป๊ะเลยละ แต่แปะชื่อมาคนละยี่ห้อกันแค่นั้นเอง สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าข้างใน (ปั๊มและหม้อต้ม) เป็นของ Itary หรือไม่? ของผมที่ได้มาเป็นของ อิทตาลี่ แท้ครับ ถ้าใช่แนะนำให้ซื้อได้เลย แล้วโมฟิลเตอร์ตามที่ผมแนะนำ ถ้าหากจะตั้งงบซื้อเครื่องละสามสี่หมื่นบาท เรายังมีเงินที่เหลือไปซื้อเครื่องบดดีๆ มาใช้ได้นะครับ :yahoo
-
ที่ว่าไฟอ่อนกว่า คือว่าของเดิมจากร้านประจำของผมมันมีกลิ่นใหม้แถมมาด้วยครับ
ส่วนของพี่คั่วได้สุดยอดจริงๆ ดื่มน้ำไปสองแก้วแล้วกลิ่นกาแฟยังกรุ่นๆอยู่ในคออยู่เลยครับ
-
ผมแปะลิงค์ใหม่ครับ พี่พินิจ เค้าโชว์ตัวปั๊ทม์ ที่ใช้ข้างใน เคลมว่า 19 บาร์ครับ
ขอบคุณครับ
http://item.taobao.com/spu-73101674---0-g,giwmbygex625rtn4ysr3bzjs-.htm
-
ผมแปะลิงค์ใหม่ครับ พี่พินิจ เค้าโชว์ตัวปั๊ทม์ ที่ใช้ข้างใน เคลมว่า 19 บาร์ครับ
ขอบคุณครับ
http://item.taobao.com/spu-73101674---0-g,giwmbygex625rtn4ysr3bzjs-.htm
ผมกลับไปดูให้อย่างละเอียดแล้ว ปั๊มไม่ใช่ของอิตตารี่แน่นอน แต่เห็นราคาแล้วน่าซื้อมาใช้นะครับ เราอาจใช้จนปั๊มมันพังแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นแบบโรตารี่ในภายหลังก็ได้นะครับ เพราะปั๊มเค้าก็คุยว่าแรงมันถึงอยู่แล้วนิครับ
ผมเชื่อถึงความสามารถของปั๊มเค้านะ เพราะตัวที่ผมได้มา พออัดกาแฟแบบให้ได้เกิดครีม่าตามสะเป็คที่ผมชง แบบในรูปที่มันไหลเป็นครีม่าสีเหลืองๆ ตามที่คุณสันติว่าแหละ ปรากฏว่าเจ้าพลาสิกที่ผมเอารูปมาให้ดูนี้มันแตกตามรอยแคร็กที่ผมใช้สีชมพูวาดไว้ครับ (พลาสติกตัวซ้ายมือน่าจะมีคุณภาพแย่กว่า) ตอนนี้ผมต้องโมฯใช้น็อตยาวๆ จากจุดที่มันขันเข้าไปยึดดึงรั้งมันไว้ (ถ้าผมอยู่ที่บ้านเมืองเหนือ พวกเราคงจะได้เห็นภาพการยึด) ซึ่งต่อไปจะให้ช่างกลึงเป็นสะแตนเลสส์แล้วคิดว่าจะเอาเครื่องชงตัวนี้ไปไว้ชงดื่มที่บ้านอยุธยาละครับ
นี่ละสะภาพของเครื่องที่มีราคาถูกๆ แต่ถ้าเราก็สามารถโมฯ เปลี่ยนชิ้นส่วนทำให้มันดีขึ้น ทนทานมากขึ้น ผลจากการใช้งานของมันก็ไม่ต่างจากเครื่องที่แพงกว่ามันสิบเท่าได้เช่นเดียวกับเครื่องเสียงที่เราดีไอวายกันได้เช่นกันละครับ
แนะนำให้ซื้อลองมาใช้พิสูจน์ดูทีครับ
-
http://cdn.makezine.com/make/martha/MAKE_V12_EspressoTamper.pdf
ผมได้ไอเดียมาจากที่นี่ แต่ผมทำตามของที่หาได้ในราคาถูก จากถนนคนเดินครับ รู้สึกว่าจะจ่ายไปไม่เกิน 300 บาท
:)ผมคงไม่มีความสามารถทำแบบนี้ได้หรอกครับ...แต่ไอเดียนี้น่าสนใจสำหรับร้านพี่สาวซื่งคนชงเปลี่ยนอยู่เรื่อย..อ่านๆดูชักอย่าลองเม็ดกลมดูบ้าง รบกวนกวนพี่พินิจเอาเม็ดกาแฟคิดมาให้ลองด้วยนะครับ อ่านกระทู้นี้เลยอยากจะมีเครื่องชงกะเขาบ้าง เคยมีเพื่อนซื้อมาให้ใช้แค่ใช้ไฟ 110V ไม่ค่อยสะดวกเลยเอาไปเก็บไว้ที่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวอีกวันสองวันจะไปงัดมาลองดูซักหน่อยไม่รู้ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า
-
วิ่งหาเครื่องบดได้แล้วครับ กลไกการบดเป็นจานเฟืองสองจานหมือนในรูปของพี่พินิจ
ราคาเกินที่ตั้งใจไปนิดหน่อย
เวลาที่ผงกาแฟติดในร่องเฟืองใช้อะไรทำความสะอาดครับ
-
ผมคงไม่มีความสามารถทำแบบนี้ได้หรอกครับ...แต่ไอเดียนี้น่าสนใจสำหรับร้านพี่สาวซื่งคนชงเปลี่ยนอยู่เรื่อย..อ่านๆดูชักอย่าลองเม็ดกลมดูบ้าง รบกวนกวนพี่พินิจเอาเม็ดกาแฟคิดมาให้ลองด้วยนะครับ อ่านกระทู้นี้เลยอยากจะมีเครื่องชงกะเขาบ้าง เคยมีเพื่อนซื้อมาให้ใช้แค่ใช้ไฟ 110V ไม่ค่อยสะดวกเลยเอาไปเก็บไว้ที่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวอีกวันสองวันจะไปงัดมาลองดูซักหน่อยไม่รู้ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า
ถ้าเปลี่ยนคนชงบ่อยน่าทำใช้ครับ ผมก็กำลังพยายามจะหาอุปกรณ์ที่จะทำออกมาให้มีราคาถูกๆ อยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายคนสนใจอยากได้มันอยู่น่ะครับ O0
วันที่ 1 ผมจะเตรียมไปด้วยครับ
ซื้อเครื่องจากเมืองนอกสะเป็กอาจจะดีเหนือของในบ้านเรานะครับ พยายามหาให้พบครับ
วิ่งหาเครื่องบดได้แล้วครับ กลไกการบดเป็นจานเฟืองสองจานหมือนในรูปของพี่พินิจ
ราคาเกินที่ตั้งใจไปนิดหน่อย
เวลาที่ผงกาแฟติดในร่องเฟืองใช้อะไรทำความสะอาดครับ
ดีใจด้วยครับที่หามาจนได้ ที่จริงเครื่องบดมันถูกแพงอยู่ที่กำลังขนาดของตัวมอเตอร์ที่ใช้ขับใบบดละครับ ถ้าเราโมเปลี่ยนมอเตอร์ได้ละก็เยี่ยมยอดครับ คือเครื่องบดราคาถูกๆ เวลาบดละเอียดมากๆ มันก็ใช้กำลังเยอะเกินตัวมัน ใช้ไม่ถึงปีเองของผมมันก็ไปสวรรค์ซะแล้วครับ (ผมก็กำลังจะคิดโมเอาเครื่องปั่นน้ำแข็งเกล็ดหิมะมาใช้แทน แบบเลือกเอาที่มีแรงเยอะหน่อย) ส่วนใบบดก็มีอะไหล่ขายครับ
แคะผงกาแฟที่ติดโดยใช้ไม้จิ้มฟันหรือไม้เสียบลูกชิ้นขูดออกก็เรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว :yahoo
-
วันนี้ช่วงบ่ายได้ชิมกาแฟที่คุณพินิจส่งมาให้แล้วเป็นทางด้านเมล็ดซีก กลิ่นและรสของกาแฟหอมติดลำคอและรสกลมกล่อมดีมาก รู้สึกว่ากาแฟจะรสอ่อนกว่าที่ใช้ดืมเป็นประจำ แต่อร่อยกวามาก พรุ่งนี้จะเปิดอีกด้านมาชง
อาทิตย์เตรียมส่งให้ด้วยครับ
ปล. ใช้เครืองชงอัตโนมัตของ Krupp
-
ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้มันมีความนุ่มนวนกลมกล่อม มีกลิ่นหอมมากๆ และดูเหมือนว่ามันรสชาดอ่อนกว่า ตามท้องตลาดที่วางขายกันทั่วๆ
ข้อหนึ่งคือเมล็ดพันธ์ ที่เราคิดว่าพื้นที่ปลูกหรือตัวเนื้อดินมีผลต่อรสชาดของกาแฟครับ (ผมเซาะหาแหล่งปลูกดินดีๆ เหมาะสมกับกาแฟดี มาถึงสองปี จึงได้พบมัน แต่ตัวที่ขายอยู่ในขณะนี้ ตำแหน่งที่ปลูกยังอยู่ที่ระดับแค่พันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล ตัวที่หมดไปแล้วนั้นปลูกสูงกว่าตัวนี้มากๆ ครับ รสชาดจึงดีกว่านี้ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง คงต้องรอมันพร้อมที่กลางเดือน กพ ปีหน้าครับ) ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่สัปรถนางแล (ผมเคยอยู่ที่นั่นมาสองปี) เส้นถนนขึ้นแม่สายจะเป็นตัวบ่งชี้ความหวานของมันนะครับ ฝั่งซ้ายมือเป็นดินลูกรังสีแดงสัปรสฝั่งนี้จะหวานกว่าฝั่งขวามือที่มีดินเป็นสีดำที่เหมาะกับการปลูกข้าวมากกว่าครับ ผมอยู่ที่นั่นผมจะกินฝั่งซ้ายมือเท่านั้น
ข้อสอง จากการที่ผมและเพื่อนได้เปรียบเทียบกันระหว่างถังคั่วของเพื่อนที่เป็นถังสะเตนเลสส์ กับของผมที่เป็นดินเผา เมื่อคั่วออกมาใหม่ๆ ในระดับการคั่วเดียวกัน กับเมล็ดกาแฟดิบ (เราเรียกว่าสารกาแฟ) ตัวเดียวกัน สิ่งที่สามารถมองเห้นเห็นได้ชัดเจนคือของผมสีจะออกเป็นสีน้ำตาล แต่ของเค้าจะเป็นสีดำ (การคั่วด้วยความร้อนที่ให้พอๆ กัน เราหยุดคั่ว ณ จุดที่ตรงเส้นกลึ่งกลางเปลี่ยนสีเหมือนๆ กัน) จากการดมกลิ่นเราก้รู้แล้วว่ามันมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ยิ่งทดลองดื่มก็ยิ่งเห็นวามแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น ความแตกต่างก็เหมือนกับที่คุณ Nit'09 และคุณสันติว่ามาละครับ
แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีของใครดีกว่าของใคร มันขึ้นอยู่กับใครชอบแบบไหนกันด้วยนะครับ กาแฟผมมันอาจทำให้เหมือนกับเราเปลี่ยน ซี ค็อปปลิ่ง ตัวใหม่เข้าไปในวงจร มันอาจเกิดการตื่นเต้นกับเสียงใหม่ ก็ต้องลองดื่มกันไปสักพักว่ามันใช่สิ่งที่เราชอบจริงหรือไม่?
-
คุณ Nit'09 โชคดีที่เปิดถุงเมล็ดซีกก่อนครับ 8)
ความแตกต่างระหว่างสองถุงนั้นประมาณแมงดานาตัวผู้กับตัวเมียเลยครับ
แต่ถึงกระนั้น ถุงเมล็ดซีกก็ให้อะไรที่มากกว่ากาแฟประจำของผมทุกกรณี ยกเว้นความขม(ซึ่งไม่จำเป็น)
-
คุณ Nit'09 โชคดีที่เปิดถุงเมล็ดซีกก่อนครับ 8)
ความแตกต่างระหว่างสองถุงนั้นประมาณแมงดานาตัวผู้กับตัวเมียเลยครับ
แต่ถึงกระนั้น ถุงเมล็ดซีกก็ให้อะไรที่มากกว่ากาแฟประจำของผมทุกกรณี ยกเว้นความขม(ซึ่งไม่จำเป็น)
ถ้าชอบความขมและรสชาดที่เข้มข้นมากขึ้นไปกว่านี้ ทำได้ไม่ยากนะครับ แค่ยืดระยะเวลาคั่วให้นานออกไปอีกสัก 1-2 นาทีก็ได้มาซึ่งความขมเข็มที่มากขึ้น ความเปี้ยวก็จะหายไปหมดสิ้น จะได้ความหวานนิดๆ ที่โดคนลิ้นขึ้นมาแทน ความหอมจากธรรมชาติของมัน จะเป็นความหอมจากอะโลม่าจากการคั่วแทนครับ
ถ้าต้องการก็ทำได้ครับ d_d :drunk
-
เพิ่งลองเมื่อเช้านี้ เลยมาคอมเม้นท์ครับ
เริ่มด้วยการสุ่ม เปิดออกมาหนึ่งข้าง ปรากฏว่าเป็นแบบเม็ดกลม ขนาดเล็กกว่า กาแฟนิวกินีที่ผมดื่ม ซึ่งคั่วมาแบบเลยมีเดี่ยมข้ามเข้ามาในเขตดาร์คสัก20%
ตักมาสามช้อนบรรจงเทลงเครื่องบด ค่อยเอามือหมุนระหว่างที่ดูข่าว ช่วงนี้เป็นเวลาดีในการดมกลิ่นกาแฟ ... ของคุณพินิจหอมน้อยกว่า ก็คั่วมาแค่มีเดียม อิๆๆ
แต่ดูแล้วปริมาณที่บดออกมาฟูมากกว่า กาแฟนิวกินี ... อันนี้เป็นสันญานที่ดี
จัดการตักที่บดแล้ว ใส่ลงในเครื่องชงเฟรนเพรส ... ผบ.ไม่อนุมัติงบเครื่องชง เจ้าเฟรนเพรสนี่ยังต้องให้เพื่อนซื้อให้เลย
คนแล้วรอสี่นาที เห็นครีม่าลอยขึ้นมา ... ก็เริ่มกดช้าๆ ช่วงนี้ก้มหน้ามาดมกลิ่นอีกที หอมกาแฟครับ ไม่ใช่หอมกลิ่นไหม้แบบของดาร์กโรสต์
จัดการรินใส่แก้ว ... ดมอีกที ชื่นใจ
จิบช้าๆ อืมรสดีแฮะ เลยดื่มไปจนหมดแก้ว ... แล้วมันแตกต่างตรงไหนสงสัยลิ้นเราจะจรเข้ ก็มันต่างน้อยมาก
วางแก้วดูข่าวต่อ ... เอ๊ะทำไมรสกาแฟยังติดลิ้นอยู่เลย นี่ก็ดื่มเสร็จมาสามสี่นาทีแล้ว
ทีนี้รู้แล้วของดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ... รสตืดลิ้นนานกว่า และทำให้ผมแยกได้ ระหว่างกลิ่นหอมกาแฟ กับกลิ่นหอมกาแฟไหม้
พรุ่งนี้จะเปิดซองอีกด้าน พร้อมรีวิวครับ
-
คนแล้วรอสี่นาที เห็นครีม่าลอยขึ้นมา ... ก็เริ่มกดช้าๆ ช่วงนี้ก้มหน้ามาดมกลิ่นอีกที หอมกาแฟครับ ไม่ใช่หอมกลิ่นไหม้แบบของดาร์กโรสต์
ลองเพ่งพินิจกันดีๆ ผมมีความรู้สึกว่ากลิ่นไหม้ของกาแฟทั่วๆ ไป เป็นกลิ่นของสแตเลสส์ที่ถูกไฟเผาผสมเข้าไปในกลิ่นกาแฟด้วยเล็กๆ นะครับ แล้วลองดมเปรียบเทียบกับของผม มันก็จะมีกลิ่นของดินเผาเข้าไปแจมด้วยนิดๆ เช่นกัน ก็แล้วแต่ความชอบครับ เตาสองชนิดนี้กลิ้นกาแฟไหม้ไม่เหมือนกันอย่างแน่นอนครับ :whistling
-
มาพรีวิวนิดหน่อยครับ ผมดื่มมาได้สามวันแล้ว ซองที่เปิดมาคือเมล็ดกลม เทียบกับของเดิมที่ตอนนี้ดื่มอยู่ที่เป็น medium roast มันสีเข้มกว่าอย่างมาก แต่ก็เมล็ดเล็กกว่าเยอะเช่นกัน
ผมลองชง แล้วเทียบฟองที่ได้ ก็พอๆกับของเดิม กลิ่นที่ได้เข้มกว่ารุนแรงกว่าครับ แต่ซองเก่าก็เปิดมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ก็อาจจะเสียเปรียบไปบ้างด้านความสดใหม่ (ผมชงสองแก้ว พอชงกาแฟเดิมเสร็จ ก็เอาเมล็ดกาแฟออกจากเครื่อง แล้วเอาเมล็ดกาแฟคุณพินิจใส่ลงไปแทน)
พอลองชิมก็ต้องบอกว่าคนละแบบครับ มากันคนละทาง
-
ต้องบอกว่า กาแฟคุณพินิจเจอคู่เทียบที่แข็งพอควร กาแฟจากนิคารากัวตัวนี้ถึงจะเป็นmedium แต่ไม่มีอาการเปรี้ยวออกมาเลย มีแต่ความหวาน นุ่มนวล
ผมให้แฟนผมชิมทั้งสองแก้ว แฟนผมบอกว่าไม่มีแพ้ชนะเด็ดขาด (แฟนผมเชื่อถือได้เรื่องลิ้มรสครับ เธอเป็นแม่ครัวฝีมือดีมากๆ) เป็นแค่คนละแบบ
ผมว่ากาแฟคุณพินิจเข้มมากๆ แต่ไม่มีรสเปรี้ยวเลย คั่วอ่อนกว่านี้ยังได้เลยครับ
อย่างนี้ผมถือว่าสอบผ่านครับ
-
http://www.telegraph.co.uk/travel/737759/The-clouds-are-lifting-over-coffee-mountain.html
เล่นเทียบกาแฟผมกับระดับ Best of The World กันเลยหรือเหนี้ย? มิกล้าบังอาจครับ !!!
http://www.cafedirect.co.uk/our_products/ourrange/product.cfm?productid=15
ระดับที่ได้รับรางวัล Café Direct เป็น Great Taste Gold08 ซะด้วย
http://www.cafedirect.co.uk/pdf/press/2008_august_28_Great_Taste_Awards_08.pdf
เรื่องระดับความเข็มข้นของรสชาติเป็นอะไรที่ สุดแล้วแต่ความชอบส่วนตัวจริงๆ ละครับ คุณวิทยาบอกว่าของผมไม่มีเปี้ยวเลย อยากได้รสเปี้ยวเพิ่ม คือการคั่วอ่อนกว่าซึ่งจะได้มาซึ่งรสชาติของเมล็ดกาแฟดีๆ มากยิ่งขึ้น
แต่คุณสันติกับสั่งว่าให้คั่วขมเข้มขั้นขึ้น หรือคั่วนานขึ้น เพื่อเพิ่มความขมเข็มมากยิ่งขึ้น ทำให้ผมนึกถึงการฟังเสียงเครื่องเสียงของพวกเรากันเลย บางคนชอบไดนามิกมากๆ แบบพวกคอพวกออดิโอฟาร์ยชอบกัน แต่บางคนกับชอบไดนามิกน้อยๆ แบบผ่อนคลายฟังได้นานไม่ล้าหู แบบฟังทูลทองใจได้ไพเราะ (อันนี้ละผมชอบ)
กาแฟที่คุณวิทยาดื่มประจำนั้นมีระดับ อ่อนถึงเข้ม เป็นตัวเลข 1-5 ซึ่งของคุณวิทยาเป็นอันดับ 3 ซึ่งระดับนี้ไม่น่าจะมีรสเปี้ยวแล้วนะครับ หรือตัวนี้ซื้อตามใจคอภรรยามากกว่าที่ไม่ชอบรสเปี้ยว (ที่ผมคั่วไปให้ชิมนั้นเป็นจุดที่ไม่มีรสเปี้ยวเลยสักนิดนึงแล้วนะครับ เพราะคุณวิทยาบอกผมมาตอนสั่งว่าภรรยาไม่ชอบรสเปี้ยว และบอกว่าเกลียดรสเปี้ยวอีกด้วย ผมก็เป็นคนกลัว ผบ บ้านเหมือนกัน ก็เลยคั่วให้ไปแบบนั้นละครับ)
แต่ของผมใช้จุดที่ความเปี้ยวของกาแฟที่ผมคั่วเริ่มหายไปเป็น 0 แล้วผมจะลดหรือเพิ่มเวลาเข้าไปในโปรแกรมของแต่ละคน Step ละ 30 วินาที ดังนั้นระดับความเข็มข้นจะมีถึง 10 ระดับ จะปรับให้ได้ตามคำสั่งของคนดื่มถ้าผู้ซื้อพบจุดที่ดื่มแล้วถูกใจ ผมก็จะ Memory ไว้ในโปรแกรมเป็นชื่อคนสั่งให้เลย แต่ถ้าวันหน้าเกิดเบื่อแบบเดิมๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้นะครับ
-
:o :oผมยอมรับว่ากาแฟของคุณพินิจโดยเฉพาะเมล็ดกลมคั่วdarkอร่อยมากไม่มีรสเปรี้ยวมาแจมให้เสียอรรถรสในการละเลียดกาแฟที่หอมมีเนื้อเนียนๆเยี่ยมครับ O0 O0 O0
..ผมมักจะได้ชิมเฉพาะเสาร์อาทิตย์เพราะว่าผมเองดื่มกาแฟสำเร็จรูปเนื่องจากผบ.ไม่อนุมัติให้ซื้อเครื่องชงกาแฟ c) c) c) c)จะตามไปดื่มที่บ้านคุณพินิจที่แถมฟังpremium setก็ไปไม่ได้เพราะอยู่ไกลกันครับ 2f 2f :cry2 :cry2
-
:o :oผมยอมรับว่ากาแฟของคุณพินิจโดยเฉพาะเมล็ดกลมคั่วdarkอร่อยมากไม่มีรสเปรี้ยวมาแจมให้เสียอรรถรสในการละเลียดกาแฟที่หอมมีเนื้อเนียนๆเยี่ยมครับ O0 O0 O0
..ผมมักจะได้ชิมเฉพาะเสาร์อาทิตย์เพราะว่าผมเองดื่มกาแฟสำเร็จรูปเนื่องจากผบ.ไม่อนุมัติให้ซื้อเครื่องชงกาแฟ c) c) c) c)จะตามไปดื่มที่บ้านคุณพินิจที่แถมฟังpremium setก็ไปไม่ได้เพราะอยู่ไกลกันครับ 2f 2f :cry2 :cry2
วันนี้คงได้กลับเมืองเหนือซะที แล้วพบกันอาทิตย์หน้านะครับ คุณ Bluekite
วันนี้มีเวลาเล่นเนทนานหน่อย เพราะงานเสร็จแระ! ผมไปเจอรายละเอียด ซิมฯ เบอร์ 5 ของ Shostakovich มาให้อ่านกันนะครับ ลองไล่หาอ่านให้ครบ 4 Mov ว่าเพลงนี้เค้าเขียนไว้สื่อสารให้เราฟังกันถึงเรื่องอะไร? และจะได้รู้ว่าคอนดัคเตอร์เค้าทำงานกันอย่างไร? ทำไม่คอนดัคเตอร์จึงมีความสำคัญต่อเสียงได้เราได้ฟังกัน แต่คอนดัคเตอร์คนนี้ ไม่ใช่คอนดัคเตอร์ ที่ฝีมือถึงระดับที่ผมจะยอมรับนะครับ สำหรับเพลงนี้ก็คงต้องเป็นฝีมือของท่าน Mravinsky เท่านั้นที่ผมจะฟังได้อารมย์อย่างมีความสุขมั๊กๆๆๆ ผมชอบเบอร์นี้ของ Shostakovich เค้ามากที่สุดครับ O0 (ลองค้นหาในยูทูปนี้ที่มีท่าน Mravinsky คุมวงมาเทียบกับคอนดัคเตอร์ท่านนี้ดูอีกทีนะครับ)
http://kickyoutube.com/watch/?v=Y8N43RvevTI#qHCIJ_oLoHw
ชงกาแฟสดกันแบบง่ายๆ แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะ
http://www.youtube.com/watch?v=Vf0yfBMle-Y&NR=1&feature=fvwp
-
มาตอบต่อหลังจากเปิดซองอีกด้านมาบดและชงด้วย เฟร็นช์เพรส (เหมือนเดิม) เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ได้ผลดังนี้
กลิ่นหอมกว่า เนื่องจากคั่วมาดาร์กกว่าแบบเม็ดกลม ที่ว่า"หอมกว่า"คือกลิ่นฟุ้งขึ้นมากกว่า แต่ที่จริงหอมคนละแบบ
รสบางกว่า กลมกล่อมน้อยกว่า มีรสขมแบบไหม้แถมมาพร้อมกลิ่นไหม้
สรุปสุ้แบบแบบเม็ดกลม และกาแฟนิวกินีไม่ได้
ระหว่างเม็ดกลมกับนิวกินี เม็ดกลมเหนือกว่าเพราะหนักแน่นและติดลิ้นนานกว่า
สำหรับเช้านี้กลับมาดื่มเจ้าเม็ดกลมอีกเพราะติดใจ รสชาติดีจริงๆ
ไปตรวจสต๊อกในช่องแข็ง มีดอยช้าง ดาว(ของฝั่งลาว) โคลัมเบีย นิวกินี อยู่เพียบ
ขอจัดการของคุณพินิจก่อนแล้วกัน ที่เหลือค่อยมาว่ากัน
ขอบคุณคุณพินิจที่แนะนำของดีๆให้ชิม
-
จากที่ผมเคยพูดไว้ว่าเครื่องชงที่มีราคาต่ำกว่าชงกาแฟได้ไม่อร่อย วันนี้ผมเลยทดลองชงกาแฟคั่วใหม่ตัว Mix ของผมมาให้ชมกัน (ส่วนตัว Peaberry ของผม จะมีครีมม่าลักษณะเหมือนที่ถ่ายมาให้ดูครั้งก่อนครับ กลัวจะเปลืองเนื้อที่เวปนี้ก็เลยไม่เอามาลงให้ดูกันอีก) เพื่อการประหยัด ใครตังค์น้อยก็ซื้อตัวถูกๆ มาชงกันก่อนก็ได้ครับ ลองหาซื้อของมือสองหรือเจอซากแบบผมแล้วเอามาประกอบเองก็ได้ (ถ้าทำเองทำไม่ได้ส่งขึ้นมา แล้วผมจะดูให้ ผมซื้อตัวในรูปมา 250 บาทเองละครับ) ไอ้ตัวดำๆ ที่ยึดด้ามอัดที่แตก ที่ผมใช้น็อทยึดไว้ตามรูป ถ้าเราไปให้ช่างกลึงเปลี่ยนจากพลาสติกเป็นสะแตนเลสส์ ผมก็คิดว่ามันจะถูกใช้แบบลืมการช่อมและก็ทนทานพอๆ กับเครื่องแพงๆ ได้เหมือนกัน (มันคือจุด Weak Point ของเครื่องราคาถูกครับ อ้อ! เราต้องโมฟิลเตอร์ด้วยตามที่ผมคุยไว้ก่อนนี้นะครับ แล้วกาแฟคุณจะอร่อยขึ้นแบบจะจะๆๆ)
-
อ่านอันแรกๆงงครับ espresso เอาน้ำ 1 Oz ในเวลา 30 วินาที นี้ครับ แต่สำหรับกาแฟที่คั่วในไทยถ้าเอาตามผมว่าเปรี้ยวแน่นอนไม่งั้นก็ครีมม่าเบรินเลยครับ
ส่วนกาแฟยิ่งคั่วนานยิ่งทำให้ความเปรี้ยวลดลงครับ แต่แล้วแต่เมล็ดพันธ์ของกาแฟด้วย
แต่มันก็แปลกนะครับกาแฟที่มีความเปรี้ยวนิดหน่อยมันเข้ากับนมได้ดีเหลือเกินฝรั่งชอบแต่คนไทยไม่ชอบ
-
ถ้า เป็นกาแฟสำเร็จรูป เช่น เนส.... มีเทคนิคอย่างไรบ้างครับ ทั้ง แบบร้อน และ แบบเย้น ทำไมรุสึกว่า มันเปรี้ยวลิ้นครับ
มันเป็นอินสเต๊นซ์คอฟฟี่ครับโปรเซสการทำต่างจากแบบกาแฟสดครับ
คือกาแฟสดเราจะคั่วให้กาแฟค่อนข้างไปในระดับ Full city และถึง full city แล้วเอามาชง
ส่วน Instant coffee คั่วไปถึงมีเดียม และเอามาชงคล้ายเครื่องกาแฟสดแต่บาสเก็ตค่อนข้างใหญ๋ครับ
ในโปรเซสนี้จะได้น้ำกาแฟ กลิ่น และ กากกาแฟ หลังจากนั้นเราเอากากไปสกัดเพื่อเอาพวกไฟเบอร์ออกมาครับ ถ้าตอนแรกคั่วมาแบบ Full city มันจะใช้สารตัวนี้ได้น้อยครับ
เมื่อได้วัตถุดิบสามอย่าง ก็ นำเอาน้ำที่ชงได้ผสมพวกไฟเบอร์แล้วทำให้แห้งมันจะเป็นเกล็ดและสุดท้ายเติมกลิ่นที่เก็บไว้ในโปรเซสแรกๆครับ
-
คุณสันติหายไปเลย!!!! เห็นเข้ามาแบบกระตือลือล้นในตอนแรก เป็นไงครับ? กลับไปลองแล้วทำหางหนูได้ยัง? ผมจะบอกทริกจ์ให้อีกอย่างนึงเกี่ยวกับให้ได้มาซึ่งหางหนู (ผมเคยอบรมย์เรื่องการชงกาแฟมาหลายครอสส์ ก็ไม่เคยได้ยินอาจารย์สอนสิ่งที่ผมจะกล่าวนี้นะครับ) การทดลองว่าเราบดเมล็ดกาแฟก่อนที่จะใส่ลงในฟิลเตอร์นั้นได้ละเอียดพอที่จะใช้ได้หรือไม่? ทดสอบง่ายๆ คือใช้แทมเปอร์กดลงไปมันจะต้องจมลงไปครึ่งนึงของถ้วยฟิลเตอร์ได้นะครับ คือถ้าบดผงไม่ละเอียดพอ ต่อให้คุณทิ้งน้ำหนักตัวทั้งตัวมันก็จะไม่ลง ถึงจะลงมันก็จะกระเด้งกลับละครับ ต่อให้กดให้ตายน้ำกาแฟก็ไม่ออกมาเป็นหางหนูละครับ (เราอาจจะสังเกตดูได้อีกวิธีคือ ส่วนมากแทมเปอร์เค้าจะทำความหนาของมันเท่ากับครึ่งทางของความลึกน่ะครับ และให้สังเกตดูด้วยว่า เมื่อเรากดแทมเปอร์ลงไปนั้นมันเอียงหรือไม่ด้วยนะครับ ถ้ากดแทมเปอร์เอียงน้ำก็ออกมาเป็นหางแมวเช่นกัน)
คุณคุณสันติเอา Filter Holder กับ Tamper ไปร้านที่ไปจ้างเค้าบดกาแฟด้วยนะครับ แล้วทดลองทำดู ให้เค้าปรับจนได้ตามที่ผมว่ามา ถ้าเค้าทำไม่ได้ แสดงว่าเครื่องบดเค้ายังบดได้ละเอียดไม่พอครับ (ซื้อเครื่องชงตั้งแพง แต่ไม่ยอมซื้อเครื่องบดที่มันถูกกว่า เหมือนค่าควายเสียดายเกลือ เอ! มันตรงกันหรือไม่หว่า?)
ที่จริงผมยังมีทริกจ์ที่ค้นพบเองอีกเยอะ แต่เกรงใจคนคุมกฎที่ในนี้ เพราะผมเขียนเรื่องกาแฟ นอกเรื่องการดีไอวาย ผมจะคุยเรื่องกาแฟในนี้เป็นโพ้ทสุดท้าย และอาจตอบเป็นรายๆ ไปในพีเอ็มละครับ ถ้า..........คนที่เคยคุยเรื่องกาแฟมาก่อนหน้านี้หายไป ไม่กลับมาคุยกันต่อ ผมคุยแค่สองสามคนเกรงใจคนคุมกฏในนี้ครับ
การไหลของกาแฟแบบที่ว่ามันก็ถูกนะครับแต่ว่าถ้าเป็นกาแฟที่คั่วมาให้เป็นแบบนั้น แต่กาแฟบางตัวชงแบบนั้นครีมม่าอาจหายไปเร็วมากเลยครับจริงๆแล้วจากประสบการณ์ผมนะผมเน้นรสชาติสีครีมและหลายๆอย่างในการปรับบดของกาแฟครับ
-
อ่านอันแรกๆงงครับ espresso เอาน้ำ 1 Oz ในเวลา 30 วินาที นี้ครับ แต่สำหรับกาแฟที่คั่วในไทยถ้าเอาตามผมว่าเปรี้ยวแน่นอนไม่งั้นก็ครีมม่าเบรินเลยครับ
ต้องขออภัยด้วยที่ผมทำให้คุณ nut_ty เป็นงงจริงๆ ด้วย จากที่เขียนอธิบายกลับไปกลับมาของผม ถ้าอ่านตามไม่ละเอียดก็อาจเข้าใจผิดได้ง่ายๆ
กาแฟที่ชงดื่มแค่ 1 Oz เราเรียกว่า Ristratto ครับ ผมใช้เวลาประมาณ 10-15 วินาทีเท่านั้นนะครับ (ที่ในรูปผมใช้เวลา 12 วินาทีครับ) ถ้าใช้เวลา 30 วินาที ตาเมนูของฝรั่งที่ผมเอามาให้ดูกันแล้ว และผมก็บอกไว้แล้วว่า มันจะไหม้แน่ ตามที่คุณ nut_ty นั้นถูกต้องแล้วละครับ (คงจะไปอ่านในเมนูของฝรั่งที่ผมยกมาเป็นแน่ ซึ่งผมก็เป็นงงของเค้าเหมือนกัน)
ถ้าเอาตามเค้าใช้เวลา 30 วิ ที่ 1 Oz ตามที่คุณ nut_ty เห็นว่ามันจะเปี้ยว ผมคิดว่ามันจะไม่เปี้ยวละครับ แต่มันจะขมจากการไหม้แน่นอนละครับ การที่การแฟจะเปรี้ยวหรือไม่ขึ้นอยู่กับตอนคั่วมันครับ คั่วนานความเปี้ยวมันจะลดลงเรื่อยๆ อันนี้คุณ nut_ty ว่าถูกต้องแล้วครับ และแล้วแต่เมล็ดพันธ์ด้วยก็ถูกต้องอีกแหละ แต่ยังมีอีกครับ การบ่ม (Aging) นานมากขึ้นรสเปี้ยวก็ลดลงอีกด้วยเช่นกันละครับ ปรกติเมล็ดกาแฟก่อนคั่วเค้าบ่มกันถึง 8 เดือน ถึง 8 ปี กันเลยทีเดียว
ตอนนี้ผมเริ่มหัดดื่มกาแฟรสเปี้ยวแล้วละครับ ไปได้เมล็ดกาแฟดีๆ มา คั่วจนหายเปี้ยว ความหอมและรสจากธรรมชาติดีๆ ของมันก็ลดลงตามไปด้วยอย่างน่าเสียดาย (ดีใจตอนนี้ยังมีคุณวิทยาที่ชอบกาแฟแบบยังมีรสเปี้ยวอยู่บ้าง ต่อไปผมจะเป็นคนที่สองในเวปนี้ที่จะดื่มกาแฟเปี้ยวนิดๆ)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลอินสแทนท์คอฟฟี่ครับ
การไหลของกาแฟแบบที่ว่ามันก็ถูกนะครับแต่ว่าถ้าเป็นกาแฟที่คั่วมาให้เป็นแบบนั้น แต่กาแฟบางตัวชงแบบนั้นครีมม่าอาจหายไปเร็วมากเลยครับจริงๆแล้วจากประสบการณ์ผมนะผมเน้นรสชาติสีครีมและหลายๆอย่างในการปรับบดของกาแฟครับ
กาแฟ ขี้ชะมด ก็ไม่มีครีม่า แต่ก็อร่อยกว่ากาแฟผมมากละครับ แต่ราคาซื้อมาดื่มไม่ไหวครับ โลละห้าหกหมื่นบาท
-
อ่านอันแรกๆงงครับ espresso เอาน้ำ 1 Oz ในเวลา 30 วินาที นี้ครับ แต่สำหรับกาแฟที่คั่วในไทยถ้าเอาตามผมว่าเปรี้ยวแน่นอนไม่งั้นก็ครีมม่าเบรินเลยครับ
ต้องขออภัยด้วยที่ผมทำให้คุณ nut_ty เป็นงงจริงๆ ด้วย จากที่เขียนอธิบายกลับไปกลับมาของผม ถ้าอ่านตามไม่ละเอียดก็อาจเข้าใจผิดได้ง่ายๆ
กาแฟที่ชงดื่มแค่ 1 Oz เราเรียกว่า Ristratto ครับ ผมใช้เวลาประมาณ 10-15 วินาทีเท่านั้นนะครับ (ที่ในรูปผมใช้เวลา 12 วินาทีครับ) ถ้าใช้เวลา 30 วินาที ตาเมนูของฝรั่งที่ผมเอามาให้ดูกันแล้ว และผมก็บอกไว้แล้วว่า มันจะไหม้แน่ ตามที่คุณ nut_ty นั้นถูกต้องแล้วละครับ (คงจะไปอ่านในเมนูของฝรั่งที่ผมยกมาเป็นแน่ ซึ่งผมก็เป็นงงของเค้าเหมือนกัน)
ถ้าเอาตามเค้าใช้เวลา 30 วิ ที่ 1 Oz ตามที่คุณ nut_ty เห็นว่ามันจะเปี้ยว ผมคิดว่ามันจะไม่เปี้ยวละครับ แต่มันจะขมจากการไหม้แน่นอนละครับ การที่การแฟจะเปรี้ยวหรือไม่ขึ้นอยู่กับตอนคั่วมันครับ คั่วนานความเปี้ยวมันจะลดลงเรื่อยๆ อันนี้คุณ nut_ty ว่าถูกต้องแล้วครับ และแล้วแต่เมล็ดพันธ์ด้วยก็ถูกต้องอีกแหละ แต่ยังมีอีกครับ การบ่ม (Aging) นานมากขึ้นรสเปี้ยวก็ลดลงอีกด้วยเช่นกันละครับ ปรกติเมล็ดกาแฟก่อนคั่วเค้าบ่มกันถึง 8 เดือน ถึง 8 ปี กันเลยทีเดียว
ตอนนี้ผมเริ่มหัดดื่มกาแฟรสเปี้ยวแล้วละครับ ไปได้เมล็ดกาแฟดีๆ มา คั่วจนหายเปี้ยว ความหอมและรสจากธรรมชาติดีๆ ของมันก็ลดลงตามไปด้วยอย่างน่าเสียดาย (ดีใจตอนนี้ยังมีคุณวิทยาที่ชอบกาแฟแบบยังมีรสเปี้ยวอยู่บ้าง ต่อไปผมจะเป็นคนที่สองในเวปนี้ที่จะดื่มกาแฟเปี้ยวนิดๆ)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลอินสแทนท์คอฟฟี่ครับ
การไหลของกาแฟแบบที่ว่ามันก็ถูกนะครับแต่ว่าถ้าเป็นกาแฟที่คั่วมาให้เป็นแบบนั้น แต่กาแฟบางตัวชงแบบนั้นครีมม่าอาจหายไปเร็วมากเลยครับจริงๆแล้วจากประสบการณ์ผมนะผมเน้นรสชาติสีครีมและหลายๆอย่างในการปรับบดของกาแฟครับ
กาแฟ ขี้ชะมด ก็ไม่มีครีม่า แต่ก็อร่อยกว่ากาแฟผมมากละครับ แต่ราคาซื้อมาดื่มไม่ไหวครับ โลละห้าหกหมื่นบาท
จากการทำงานในไลน์นี้มาหนะครับ แต่ผมอ้างอิงจากกาแฟนอก และตอนนี้เพื่อนผมกำลังหัดคั่ว อาจได้พึ่งพี่เรื่องหาเมล็ดดิบ
ทางใต้ถ้ากาแฟไม่เบลนระหว่างอะราบิก้ากับโรบัตต้าไม่ค่อยมีคนนิยมเลยครับ
ตอนแรกผมใส่ผงกาแฟใน portafillter แบบทางเดียว 10 กรัมแล้วชง มีความเปรี้ยวครับ
เลยลดลงมาที่ 8 ความเปรี้ยวลดลงครับ
ส่วนกาแฟขี้ชมดไม่เคยกินครับแต่เข้าว่ากันว่ามันไม่ได้ชงแบบ espresso นี้ครับ
ไม่ทราบว่าพี่ใช้เครื่องรุ่นไหนครับ แต่คงจ๊าบน่าดูโมปั๊มอูก้า มาใช้แบบโรตารี่
-
ตอนนี้ผมกะให้ 3oz อยู่ในช่วง 25-30 วิ สำหรับกาแฟเย็นครับ
บวก นมข้นหวาน 1oz และนมสดอีก 1oz น้ำแข็งเต็มแก้วสแตนเลส.....แล้วก็เริ่มเช้าวันใหม่ครับ..... ;D
-
ตอนนี้เพื่อนผมกำลังหัดคั่ว อาจได้พึ่งพี่เรื่องหาเมล็ดดิบ
ด้วยความยินดีครับ แต่คงต้องกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านะครับ แต่ถ้าจะเอากันปีนี้ก็ต้องราวๆ เดือนพฤษจิกายน ซึ่งคุณภาพของเมล็ดกาแฟอาจต่ำเกินไป ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องคุณภาพมากนักในเดือน พย. นี้ ผมก็สามารถเริ่มส่งให้ได้ครับ
จาประสบการณ์ของผม ถ้าได้เมล็ดกาแฟดิบมาดี ผมให้เครดิตว่า สำเร็จไปแล้ว 80% ครับ
ทางใต้ถ้ากาแฟไม่เบลนระหว่างอะราบิก้ากับโรบัตต้าไม่ค่อยมีคนนิยมเลยครับ
คนที่ชอบ Body ของกาแฟมากกกกกๆๆๆๆๆๆๆ ก็ต้องโรบัตต้า เพราะมันมีให้แบบเต็มๆ ครับ คนที่ชอบผสมอะลาบิก้า ก็เพื่อให้โรบัตต้ามีความหอมจากอะบิกาเพิ่มเข้าไป
โรบัตต้า ดีที่ Body กลิ่นหอมมีไม่มากนัก
อะราบิก้า เด่นที่กลิ่นหอม (แต่ถ้าปลูกในพื้นที่ที่ต่ำเกินไป กลิ่นก็ไม่มีอีกเช่นกัน) เรื่อง Body จะอย่างไรก็น้อยกว่าโรบัตต้าอยู่วันยังค่ำละครับ
อะราบิก้าบางคนที่คั่วแอบผสมโรบัตต้าเข้าไปเล็กน้อยกัน เพื่อเพิ่ม Body มีคนแนะนำให้ผมทำ แต่ผมไม่เคยคิดจะทำครับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้นครับ
ตอนแรกผมใส่ผงกาแฟใน portafillter แบบทางเดียว 10 กรัมแล้วชง มีความเปรี้ยวครับ
เลยลดลงมาที่ 8 ความเปรี้ยวลดลงครับ
อาจเป็นที่ Body มันบางลงจากการลดปริมาณของผงกาแฟนะครับ จึงจับความเปี้ยวไม่ได้
Filter ที่คุณใช้ชงน่าจะเป็น Single Shot ถูกต้องหรือไม่ครับ? ปรกติผมชงดื่มเองหรือขายผมจะใช้ Double Shot ทุกครั้งครับ ซึ่งถ้าผมใช้เมล็ดตัวที่คั่วระดับ Dark ต่อให้ใส่ผงกาแฟมากเท่าไร มันก็จะไม่มีเปี้ยวแม้แต่นิดเดียว (ตรงนี้คุณ Bluekite คงยืนยันได้ เพราะคุณ Bluekite จะไม่ยอมดื่มกาแฟที่มีรสเปี้ยวแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้)
ไม่ทราบว่าพี่ใช้เครื่องรุ่นไหนครับ แต่คงจ๊าบน่าดูโมปั๊มอูก้า มาใช้แบบโรตารี่
ตัวที่โมฯ เครื่องอยู่ในรถ จำยี่ห้อไม่ได้ครับ ของอิทตาลี่ ตัวนี้ซื้อของใหม่แบบว่ายังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเครื่องชงมากนัก ราคาสามหมื่นกว่าบาทครับ โมฯ แล้วดีขึ้นมากครับ
ตอนนี้ผมกะให้ 3oz อยู่ในช่วง 25-30 วิ สำหรับกาแฟเย็นครับ
บวก นมข้นหวาน 1oz และนมสดอีก 1oz น้ำแข็งเต็มแก้วสแตนเลส.....แล้วก็เริ่มเช้าวันใหม่ครับ.....
กาแฟเย็นนี่ผมไม่ถนัดเลยครับ แฟนเค้ามีเพื่อนทำอยู่ในกาแฟวาวี ก็เลยใช้สูตรเค้าแล้วมาดัดแปลงกันอีกครั้งละครับ (ก็ไม่รู้ว่าอร่อยกว่า หรือแย่กว่า เรื่องนี้ไม่มีใครสรุปกันได้เพราะมันเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลครับ)
-
ตอนนี้ผมกะให้ 3oz อยู่ในช่วง 25-30 วิ สำหรับกาแฟเย็นครับ
บวก นมข้นหวาน 1oz และนมสดอีก 1oz น้ำแข็งเต็มแก้วสแตนเลส.....แล้วก็เริ่มเช้าวันใหม่ครับ..... ;D
ในไลน์กาแฟที่ผมทำไม่ใช้นมข้นเลยครับ
แต่ที่เก่าที่เคยทำตอนอยู่บริษัทกาแฟไทย ใช้ ดับเบิ้ลช๊อตเอสเพรสโซ่ 60ml 2 ออนซ์ นมข้น 1 oz นมสด 2 oz และ น้ำเชื่อม 1 oz ผสมในแก้วสแตนเลสแล้วเทใส่น้ำแข็งครับ
-
ถามแฟนเรื่องกาชงกาฟแบบ คาฟูซิโน่เย็น มาให้แล้วครับ สำหรับสูตรของร้านผมที่ปรับตามความชอบเราและเช็คถามจากลูกค้าขาประจำแล้วพอใจ
ทำเอสเพรสโซ่ลองซ็อทที่ 120 ml (ใช้ฟิลเตอร์ดับเบิ้นซ็อท โดยปล่อยน้ำกาแฟเป็นเส้นขนาดประมาณ 3 mm) นมข้นหวานคาเนซั่น 30 ml น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนโต๊ะเป็นมาตรฐาน (หรือปรับตามลูกค้าขาประจำชอบ) แล้วใช้ โฟรมนม (ไม่ใช่ ฟองนม นะครับ มันจะเป็นฟองนมเหมือนกัน แต่ฟองมันจะเล็กกว่าและมีความหนาแน่นกว่าฟองนมปรกติธรรมดา) 30 ml ใช้ช้อนคนให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน แล้วเทลงในแก้ว 22 Oz ซึ่งใส่น้ำแข็งหลอดเล็กบดละเอียดเต็มแก้ว น้ำกาแฟจะอยู่ที่ระดับต่ำกว่าปากขอบแก้วประมาณ 10 mm ใช้ฝาทรงโดมใส รูใส่หลอดแบบกว้าง ครอบปากแก้วให้สนิดแน่น เทโฟรมนมท็อปอับลงไปอีกครั้ง จนถึงระดับครึ่งหนึ่งของฝาโดม (ถ้าต้องการให้ใส่วิปครีมแทน ต้องเพิ่มเงินห้าบาท) โรยผงซิเนมอล (หรือผงเนสกาแฟ หรือผงโกโก้ แล้วแต่ลูกค้าต้องการ) เป็นอันเสร็จครับ
แปลกใจนิดนึงว่า คุณ Martra ดื่มกาแฟเย็นแต่เช้ากันเลยหรือครับ? ปรกติช่วงเช้าผมจะมีแต่ลูกค้ากาแฟร้อน ส่วนมากผมจะรอขายอยู่ที่ร้าน พอช่วงสายแดดร้อนกาแฟเย็นจะเริ่มออก ผมก็จะออกจากร้านไปเดินหาของเก่าๆ มือสอง แถวๆ นั้นเหมือนกันละครับ
ไม่ลองดื่มกาแฟร้อนแบบเพรียว ดูบ้างล่ะครับ มันเป็นอะไร ที่สุดยอดกันเลยละครับ ไม่มีสิ่งอื่นมาเจือปนให้มันเสีย ทั้งกลิ่น และรสชาติ มันก็เหมือนเสียงเพลงที่อัดมาแบบดิบๆ นั่นแหละ!!! แต่ก็อย่างว่าละครับมันเป็นความชอบส่วนบุคคล แม้แต่แผ่นออดิโอฟาร์ยบางแผ่นก็ยังอัดแบบบูทเบสกันให้ได้ยินออกมาอย่างชัดเจน
-
เล่าเรื่องเครื่องบดของผมนิดนึงนะครับ
ครั้งแรกที่พี่พินิจส่งกาแฟมาให้ชิม กว่าผมจะได้ลิ้มรสกาแฟก็เล่นเอาเหงื่อตก ยังดีที่ไม่มีกลิ่นกระเทียมพริกไทยติดมาด้วย
เสียเหงื่อนิดหน่อยแต่ก็คุ้มครับ จิบแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
หลังจากนั้นผมก็วิ่งหาเครื่องบด เพราะจะตำโป๊กๆทุกวันมันไม่สะดวก
ได้มาเป็นเครื่องถูกสุดที่มีในร้าน ราคา 1590 ทั้งๆที่จริงเหล่มองอีกเครื่อง ราคาต่างกัน 10 เท่า
ครั้งแรกที่เอามาลองบด ถึงแม้จะปรับให้มันละเอียดสุดแล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังหยาบไป แพ้ครกหินไปสองขั้น
จนเมื่อวานถอดเฟืองบดมาทำความสะอาดแล้วนั่งมอง ... มันน่าจะเกิดจากช่องว่างระหว่างเฟืองตัวบนกับตัวล่างมันมากไป
ตัวล่างมันติดกับแกนมอเตอร์ อยู่ลึกในเครื่อง ทำไรมันไม่ได้ ก็เหลือตัวบนเท่านั้นซึ่งยึดด้วยตะปูเกลียว 3 ตัว ติดกับหมุดล็อค
ผมก็เลยถอดเฟืองบดออกมา เอาไปวางทาบบนแผ่นพลาสติคบางๆ ลอกแบบ แล้วตัดด้วยกรรไกร
ตอนติดเฟื่องบดเข้ากับหมุด ผมรองใต้เฟืองด้วยแผ่นพลาสติค ซึ่งเมื่อติดตั้งเข้าในเครื่องบดแล้วเฟืองตัวบนจะลงไปชิดตัวล่างได้มากขึ้น
ทดลองบด c) ยอดเยี่ยมครับ ลองเอานิ้วมือบี้ผงกาแฟ มันเนียนๆ (หยาบกว่าเกลือป่นนิดหน่อย)
ใส่เครื่อง ลองต้มดูครับ c) เย้... หางหนูนา กลายเป็นหางหนูหริ่งแล้ว ครีม่าเพิ่มขึ้น คงอยู่นานขึ้น แต่...
ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสเลยครับ
เพราะเม็ดกาแฟเป็นตัวสำรองคั่นเวลา ระหว่างของจริงยังมาไม่ถึง
อ้อ... มาถึงที่ทำงาน ของที่รอก็วางอยู่บนโต๊ะแล้วครับ :victory
-
เล่าเรื่องเครื่องบดของผมนิดนึงนะครับ
ครั้งแรกที่พี่พินิจส่งกาแฟมาให้ชิม กว่าผมจะได้ลิ้มรสกาแฟก็เล่นเอาเหงื่อตก ยังดีที่ไม่มีกลิ่นกระเทียมพริกไทยติดมาด้วย
เสียเหงื่อนิดหน่อยแต่ก็คุ้มครับ จิบแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
หลังจากนั้นผมก็วิ่งหาเครื่องบด เพราะจะตำโป๊กๆทุกวันมันไม่สะดวก
ฮ้า! ใช้ครกจริงๆ หรือนั่น!!! เป็นความรู้ใหม่ และจะขออนุญาตนำเอาไปเขียนลงในเวปที่กำลังจะทำนะครับ?
หลังจากนั้นผมก็วิ่งหาเครื่องบด เพราะจะตำโป๊กๆทุกวันมันไม่สะดวก
ได้มาเป็นเครื่องถูกสุดที่มีในร้าน ราคา 1590 ทั้งๆที่จริงเหล่มองอีกเครื่อง ราคาต่างกัน 10 เท่า
ครั้งแรกที่เอามาลองบด ถึงแม้จะปรับให้มันละเอียดสุดแล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังหยาบไป แพ้ครกหินไปสองขั้น
จนเมื่อวานถอดเฟืองบดมาทำความสะอาดแล้วนั่งมอง ... มันน่าจะเกิดจากช่องว่างระหว่างเฟืองตัวบนกับตัวล่างมันมากไป
ตัวล่างมันติดกับแกนมอเตอร์ อยู่ลึกในเครื่อง ทำไรมันไม่ได้ ก็เหลือตัวบนเท่านั้นซึ่งยึดด้วยตะปูเกลียว 3 ตัว ติดกับหมุดล็อค
ผมก็เลยถอดเฟืองบดออกมา เอาไปวางทาบบนแผ่นพลาสติคบางๆ ลอกแบบ แล้วตัดด้วยกรรไกร
ตอนติดเฟื่องบดเข้ากับหมุด ผมรองใต้เฟืองด้วยแผ่นพลาสติค ซึ่งเมื่อติดตั้งเข้าในเครื่องบดแล้วเฟืองตัวบนจะลงไปชิดตัวล่างได้มากขึ้น
ทดลองบด ยอดเยี่ยมครับ ลองเอานิ้วมือบี้ผงกาแฟ มันเนียนๆ (หยาบกว่าเกลือป่นนิดหน่อย)
PM ยี่ห้อมาให้ทีครับ เพื่อที่ผมจะได้แนะนำลูกค้ากันต่อๆ ไป (ได้ความรู้ใหม่ๆ อีกแล้วเรา!) เครื่องราคาถูกๆ เท่าที่ผมสักเกตุดูแล้ว พบแค่ว่าตัวมอเตอร์ที่ใช้ขับเฟืองมันตัวเล็ก กำลังน้อยมั๊กๆๆๆๆ (ใช้งานบ้านคงได้ แต่ใช้งานขายมันจะพังเร็ว ก็แค่นั้นเอง) ตัวที่ผมซื้อมาตัวแรกมันก็ปรับเฟืองได้จนชิดกัน บดความละเอียดได้ เกือบพอใจ (พอตั้งละเอียดมากขึ้น มอเตอร์ขับไม่ไหวครับ) แต่ฟังเสียงมอเตอร์รู้เลยว่ามันทำงานหนัก และแล้วมันก็พังในเวลาตั้งสองปี แบบรับงานโหดๆ ด้วย ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าจะโมฯ มันโดยเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ตัวใหญ่ๆ กำลังเยอะๆ สักหน่อย (มือสองราคาแค่สองสามร้อยบาทเอง) หาที่มีตัว Coupling สามารถสวมเข้าพอดีกับแกนของเครื่องบดได้พอดี หรือสามารถโมฯ ให้มันยึดติดต่อกันได้ แค่นี้ผมก็คิดว่าเครื่องบดตัวที่เสียไปแล้วตัวนี้จะสามารถใช้งานได้อีกยาวนานกว่าเดิมละครับ
อ้อ... มาถึงที่ทำงาน ของที่รอก็วางอยู่บนโต๊ะแล้วครับ
เพื่มความเข้มให้เป็น +2 นะครับ ถ้าชอบแก่มากว่านี้ก็จะเป็น +3 ถ้าต้องการเข็มน้อยกว่านี้ก็จะคั่วที่ +1 ในครั้งต่อไปให้นะครับ หรือจะบวกลบทีละระดับ 0.5 ก็ได้นะครับ
ดีใจที่พบว่ามีคอกาแฟที่ดื่มแบบพิถีพิถันคือรู้ได้ในทันที ว่ารสไม่เหมือนครั้งก่อน คุณ Nit09 บอกว่ากลิ่นและบอร์ดี้ดีกว่าตัวทดสอบ (สั่งที่ระดับคั่ว Zero ตามตัวที่ให้ไปทดสอบกัน) ก็ตามที่ผมบอกไว้แล้วว่า ตัวทดสอบผมได้ทดลองแช่สารกาแฟในตู้เย็นไว้เดือนนึง (มีคนบอกว่าดี แต่! จริงๆ แล้วมันไม่ดี) กับตัวนี้ที่ไม่ได้แซ่เย็น ซึ่งผมได้เช็คแล้วกับชุดที่ขายให้ลูกค้าตามปรกติตอนคั่วเมื่อวันที่ 13-8-10 (ผมคั่วให้วันนี้ถ้าจำไม่ผิด) ไปแล้ว และบอกกันไว้ครั้งนึงแล้วว่า ตัวทดสอบที่ส่งให้ไป ชิม ยังสู้ตัวที่ผมส่งไป ขาย ไม่ได้น่ะครับ
-
ผมกำลังหาเครื่องบดแทนตัวเดิม
ไม่ทราบว่าตัวนี้ใช้ได้ไหมครับ
http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html (http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html)
-
ฮ้า! ใช้ครกจริงๆ หรือนั่น!!! เป็นความรู้ใหม่ และจะขออนุญาตนำเอาไปเขียนลงในเวปที่กำลังจะทำนะครับ?
ก็มันอยากลองนี่นา กินข้าวเย็นเสร็จ เม็ดกาแฟวางยั่วยวนอยู่ตรงหน้า ใครจะอดใจไหว เวลาสองทุ่มกว่า ข้างบ้านคงประหลาดใจว่าบ้านนี้ตำน้ำพริกดึกจัง
:secret ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น
เครื่องบด อย่าเพิ่งแนะนำใครเลยครับพี่ เดี๋ยวคนแนะนำจะเสียชื่อ เสียงมันฟ้องว่ารอบตกเหมือนกัน ขอให้ผมลองซักสองสัปดาห์ก่อนนะครับ
อีกจุดหนึ่งคือ เฟืองบดรูปร่างมันแค่คล้ายๆกับรูปที่พี่เอามาให้ดู ร่องและความคมมันคนละเรื่องเลยครับ ... ตามราคาและมาตรฐานจีน
การทำความสะอาดเฟืองบด ผมใช้แปรงสีฟันครับ ง่ายและเร็ว
ตัวนี้ครับ
http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=663 (http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=663)
ข้อเสียอีกอย่างคือ กระป๋องรับผงกาแฟ เขาพยายามออกแบบให้ทันสมัย เสียบแนบเข้ากับตัวเครื่องพอดี
ซึ่งรูปร่างมันต้องมีเหลี่ยมมีซอกมีมุม เวลาตักผงกาแฟถ้าจะให้เกลี้ยงจะยากมากครับ และจะเอาถ้วยกรองหรือภาชนะอย่างอื่นมารองรับแทนก็คงยาก
เพราะลักษณะผงกาแฟที่ออกจากเครื่องมันพ่นออกมา ถ้าภาชนะสวมไม่พอดีครอบปากทางออกมันคงกระจายเกลื่อน
-
สนใจชงดื่มเองเหมือนกัน
เครื่องนี่เป็นไง เห็นแรงดันตั้ง 15 bar.
http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=379
-
ผมกำลังหาเครื่องบดแทนตัวเดิม
ไม่ทราบว่าตัวนี้ใช้ได้ไหมครับ
http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html (http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html)
ตัวนี้ผมเคยลองกันมาแล้วครับ ราคาจริงแค่ 3,500 บาท ผมได้ไปทดลองมันที่ฮิลล์คอฟฟ์เชียงใหม่มาแล้ว เริ่มแรกผมดูตัวอย่างขนาดไซร์ของผงกาแฟที่บดทำเป็นตัวอย่างอยู่ในกล่องเรียงจากหยาบถึงละเอียดอยู่ห้าหกเบอร์ ผมเลือกความละเอียดขนาดใหญ่กว่าขนาดเล็ดสุดของเค้าขึ้นมาระดับหนึ่ง แล้วบอกให้ร้านเค้าทำให้ได้ตามเบอร์ที่ผมเลือก ผมถึงจะซื้อมัน ช่างก็พยายามปรับมันอย่างที่สุด แล้วก็สรุปว่ามันทำขนาดที่ผมเลือกไม่ได้ ก็เลยจำใจต้องซื้อตัวละ 1480 บาทมาใช้ละครับ (ผมแอบถามช่างก็บอกว่า มอเตอร์ไม่ดีพังบ่อยๆ กับพวกที่ทำมาจากเมืองจีน)
คุณสันติก็ยังไม่ไว้ใจ Material ของเฟืองตัวที่ซื้อมา ซึ่งก็ทำมาจากจีนเหมือนกัน ดังนั้นผมของแนะนำว่าลองซื้อยี่ห้อจากยุโรปตัวที่ถูกที่สุด เพื่อหวังว่าเพืองบดที่ใช้จะเป็น Material ที่ดีหน่อย ถ้าเมื่อเราใช้ไปสักพัก พอมอเตอร์มันพัง เราก็โมฯ เปลี่ยนเอาตัวใหญ่ๆ ใส่ลงไปแทนกันเอาเอง เราเป็นพวก DIYer อยู่แล้ว เรื่องโมฯ แค่นี้ผมคิดว่าจิ๊บจ๊อยครับ รอผมทำสำเร็จแล้วจะเอามาเป็นตัวอย่างให้ดูกันนะครับ
-
สนใจชงดื่มเองเหมือนกัน
เครื่องนี่เป็นไง เห็นแรงดันตั้ง 15 bar.
http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=379
เครื่องที่ทำ Pressure ได้ถึงขนาดนี้ น่าลองซื้อมาใช้ดูครับ :victory
-
ตรงนี้คุณ Bluekite คงยืนยันได้ เพราะคุณ Bluekite จะไม่ยอมดื่มกาแฟที่มีรสเปี้ยวแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้
. Y] Y] Y] Y].จริงครับ..เป็นรสนิยมส่วนบุคคลของผมครับ..ผมว่ารสเปรี้ยวพอสูดกลิ่นเข้าไปทำให้ความจำในรสชาดของกาแฟเพี้ยนของผมหน่ะครับ.
....เมมมอรีของผมมันเมมใว้เช่นนั้นหลายปีมาแล้วครับแถวแม่เหาะ-แม่โถเป็นกาแฟต้มที่ชาวบ้านเค้าเอามาต้อนรับครับ... O0 O0 O0 O0 O0
-
สนใจชงดื่มเองเหมือนกัน
เครื่องนี่เป็นไง เห็นแรงดันตั้ง 15 bar.
http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=379
15 bar ผมว่าไม่น่าถึงนะครับ เคยทำเครื่องตัวใหญ่ยังเล่นกันแค่ 8 , 9 ,10 bar เองครับ แล้วแต่เครื่องครับ
เครื่องแบบนี้ระวังอย่าให้น้ำหมดถังนะครับ ไม่งั้นปั๊มมันจะเสียได้ครับ
มีแนะนำการใช้เครื่องแบบนี้ให้ทนมีวิธี
1.อย่าให้น้ำหมดถังครับ
2.ตอนเปิดเครื่องใช้ควรไล่น้ำก่อนครับโดยการเปิดวาล์วสตีมและกดชงกาแฟ รอจนน้ำออกที่ท่อสตีมเป็นเส้นที่ต่อเนื่องและปิดปุ่มชงกาแฟและวาล์วครับ
3.เครื่องแบบนี้โฮมยูสครับอย่าคิดเอาไปทำร้านครับเครื่องพังเร็วแน่ครับ
แต่ไม่ทราบว่ามีใครรู้ไหมครับว่าทำไมเครื่อง Espreesso ต้องใช้แรงดันน้ำเยอะครับ
อีกอย่างผมว่ากาแฟจะอร่อยหรือไม่อร่อยต้องอยู่ที่สัดส่วนในแก้วด้วยครับ
เคยไปกินบางร้านสังespressoเย็นดันใส่นมมางงเลยครับบางร้านลาเต้เข้มกว่าคาปู
มันเหมือนหลอด 12au7 แต่ดัน screen 12AX7
-
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อแนะนำถึงวิธีการใช้เครื่องชงให้มีอายุการใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น แต่ผมยังมีความไม่เข้าใจในหัวข้อที่ 2 ครับ ผมขอความละเอียดเพิ่มเติม อ่านแล้วยังงงๆ
แต่ไม่ทราบว่ามีใครรู้ไหมครับว่าทำไมเครื่อง Espreesso ต้องใช้แรงดันน้ำเยอะครับ
เรื่องของแรงดันปั๊มน้ำที่มีการแนะนำจากในวิกิพีเดียว่าต้องประมาณ 9-10 bar นั้น ผมคิดว่าได้มาจากการทดลองปรับเครื่องชงโดยแรงดันระดับต่างๆ แล้วหาจุดที่เหมาะสม ได้กาแฟออกมา รสชาติ ดีที่สุดนะครับ (คำว่า ชาด ผมพิมพ์แบบนี้แล้ว ทำไม่เครื่องโน๊ตบุ๊คผมมันต้องเปลี่ยน ด เป็น ติ ทุกครั้ง แล้วอะไรมันถูกต้อง? ใครรู้ช่วยตอบทีครับ) ในการที่จะทำให้น้ำร้อนไหลผ่านผงกาแฟที่ละเอียดมากๆ และผงกาแฟถูกกดอัดด้วยแทมเปอร์ด้วยแรงที่เหมาะสมแล้วนั้น คงต้องใช้ปั๊มที่มีแรงดันที่สูงพอที่น้ำร้อนจะสามารถไหลผ่านความฝืดของผงกาแฟลงมายังแก้วกาแฟได้
ถ้าหากเราใช้ปั๊มที่มีแรงดันที่มี Specification ต่ำลงมาจากที่กล่าวมา เราก็จะต้องบดผงกาแฟให้หยาบมากขึ้น (Condition อื่นยังคงเดิม) น้ำร้อนจึงจะสามารถไหลลงมาได้ ผงกาแฟที่หยาบขึ้นทำให้ผิวหน้าของผงกาแฟที่สัมผัสกับน้ำร้อนก็จะน้อยลง ผลที่ออกมาก็คือ กลิ่น มวลเนื้อ รสชาติ ของกาแฟก็จะลดน้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน
หรือหากว่าเราจะแก้ปัญหาจากการใช้ปั๊มมีแรงต่ำๆ โดยเรากดผงกาแฟในถ้วยฟิลเตอร์ด้วยแทมเปอร์ด้วยแรงน้อยลง เพื่อให้ความฝืดของการไหลของน้ำร้อนผ่านไปได้ง่ายขึ้น แต่กาแฟที่ได้จะมีมวลเนื้อของกาแฟเข้าใกล้น้ำล้างแก้วมากขึ้น
แรงดันปั๊ม ความละเอียดผงกาแฟ ปริมาณผงกาแฟ จำนวนรูและขนาดรูของฟิลเตอร์ แรงกดที่แทมเปอร์ อุณหภูมิแวดล้อม ฯ ทุกอย่างมันสัมพันธ์กันทั้งหมดละครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถปรับอะไรก็ได้ แต่รสชาติที่ได้จากน้ำกาแฟจะไม่เหมือนกันนะครับ คือเราจะปรับที่แรงดันของปั๊ม (เครื่องดีๆ แพงๆ จึงมีการปรับแรงดันของปั๊มได้ด้วย) หรือปรับที่แรงกดแทมเปอร์ก็ได้ หรือจะปรับที่ความละเอียดของผงกาแฟก็ได้อีกแหละ (แต่ถ้าต้องแก้ในทางที่ทำให้ผงมันหยาบขึ้น กาแฟจะไม่อร่อยแน่นอนละครับ ผมจึงเน้นให้ซื้อเครื่องบดกันดีๆ สักหน่อย รวมถึงปั๊มต้องมีความดันที่สูงพอด้วย) เพื่อให้เหมาะสมกับกาแฟแต่ละยี่ห้อครับ อันนี้ผมคุยหรือชงกาแฟกับคอกาแฟที่ดื่มกันแบบพิถีพิถันเท่านั้นนะครับ ก็คงเหมือนคอออดิโอฟาร์ยทั้งหลายแหละครับ กว่าจะได้ชุดที่ลงตัวก็เหนื่อย
ที่จริงคำว่า Espresso ภาษาอิตาลี่มีความหมายว่า ง่ายๆ นะครับ แล้งไง! มันกลายเป็นยุ่งยากเรื่องมากอย่างนี้ก็ไม่รู้?
อีกอย่างผมว่ากาแฟจะอร่อยหรือไม่อร่อยต้องอยู่ที่สัดส่วนในแก้วด้วยครับ
เคยไปกินบางร้านสังespressoเย็นดันใส่นมมางงเลยครับบางร้านลาเต้เข้มกว่าคาปู
ใช่เลยครับ แต่เรื่องนี้มันเป็นความชอบส่วนตัวด้วยนะครับ อีกคนบอกว่าร้านนี้อร่อย แต่อีกคนอาจจะบอกว่าร้านนี้กาแฟรสชาติไม่ได้เรื่องเลยก็เป็นได้ (ถ้าให้ดีบอกรสนิยมเราตอนสั่งกาแฟด้วยก็จะดีรับ หรือไปกินครั้งที่สองแล้ว ก็บอกด้วยว่าจากครั้งก่อน ขอให้ลดหวานลงอีกนิด หรืออะไร? ทำนองนี้ละครับ ลาเต้ ที่ร้านจะชงให้อ่อนกว่า คาฟู เล็กน้อย และจะใช้คาราเมลแทนน้ำตาล รสชาติมันก็จะต่างกันอยู่แล้วละครับ นมสดที่ผสมก็จะไม่ทำเป็นโฟรมนม จะใช้น้ำนมสดปรกติใส่ลงไป แต่จะท๊อปอับด้วยโฟรมนมเช่นเดียวกับคาฟู เรื่องนี้เป็นสูตรใครสูตรมันละครับ
ร้านต่างจังหวัดก็ทำให้ผมเป็นงงบ่อยๆ เช่นกันครับ ผมสั่งเอสเพสโซ่ร้อน เค้าใส่นมข้นหวานคนมาให้เสร็จสับเลย (คนขายคงติดรสกาแฟโบาราณเป็นแน่เลย)
การขายกาแฟร้อนในบ้านเรา คงต้องอีกสักพักที่คนดื่มทุกๆ คน ถึงจะเข้าใจความหมายของ ชื่อ ชนิด ของกาแฟตามมาตรฐานสากล (คนที่เพิ่งจะเริ่มดื่มกาแฟสดเพราะอยากลอง ยังไม่ค่อยรู้จักคำว่า เอสเพสโซ่ คาฟูซิโน่ ล่าเต้ ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร? นะครับ) ผมก็เจอบ่อยที่สั่งเอสเพสโซ่ (ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น) ลูกค้าถามว่า ทำไมไม่ใส่นมให้เค้าด้วย ผมขายช่วงแรกๆ เจอบ่อยมั๊กๆๆๆๆ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีคำถามนี้แล้วละครับ ร้านค้าควรจะต้องศึกษาเรื่องเหล่านี้กันให้ดีๆ แล้วจะต้องค่อยๆ อธิบายพยายามช่วยให้ผู้เริ่มดื่มกาแฟสดรู้ว่ามันเป็นอย่างไรกันด้วยนะครับ และอีกคำถามยอดฮิทคือ ทำไม? กาแฟที่ชงให้มันน้อยจัง (2 Oz) ก็ต้องอธิบายกันยาวววววววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็มีคำบ่นจากบางคนอีกว่า ทำไม? กาแฟมันขมเข้มข้นจัง! ร้านอื่นเห็นมันจางกว่านี้ อ้าว! ก็ต้องทำเจือจางเป็น Americano ต้องอธิบายกันยาวววววววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีกเช่นกัน ขายกาแฟบ้านเราเมื่อยปากครับ แต่ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่งละครับ แต่ตอนนี้ดีใจมั๊กๆ ถึงมากที่สุด คือมีคนที่เคยมาคุยและมาดื่มของเรา (คนระดับหัวกระทิของจังหวัดด้วย) แล้วเค้าใช้ความชอบส่วนตัวของเค้าตัดสินใจ จากการที่ไปเที่ยวตระเวนดื่มจากร้านต่างๆ ที่ทั้งมีชื่อเสียงมากๆ หรือตามบู๊ซข้างถนน แล้วกลับมาบอกเราว่า เค้าชอบร้านเรามากที่สุด และกลับไปบอกร้านบอกนั้นๆ ว่า พวกคุณส่วนมากเป็นลูกจ้างร้าน ชงกาแฟไม่อร่อยเท่าเจ้าของร้านมาชงขายเองหลอก เป็นอย่างนี้ซะอีกก็มีนะครับ ฉะนั้นเจ้าของร้านที่ไม่ได้ขายเอง ต้องเช็คความอร่อยของเด็กที่ขายให้ดีด้วยนะครับ เรื่องนี้ผมของเตือนเจ้าของร้านตัวจริงทุกๆ คนครับ (ผมก็พบบ่อยที่เด็กเหล่านี้ไม่มีความตั้งใจในการชงกาแฟขายให้ลูกค้าครับ)
การชงกาแฟให้อร่อยนั้น ต้องมีสมาธิ! ต้องมีความตั้งใจ! ต้องมีความใส่ใจ! นะครับ
อ้างถึง
มันเหมือนหลอด 12au7 แต่ดัน screen 12AX7
เข้าใจเปรียบเทียบให้เข้ากับเซ็คซั่น DIY ของเวปนี้เลยครับ
ปล. จะมีคนระดับอาจารย์เข้ามาอ่านผมก็เลยต้องแก้ไขข้อความบางส่วนให้ดีขึ้น ก็ต้องขออภัยในภาษาที่ไม่ค่อยแข็งแรงของกระผมนะครับ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ ที่ผมเขียนไว้จะทำเวป ผมก็แก้ไขกันทุกวัน พบว่ามันมีผิดและเป็นข้อความวกไปวนมาอยู่เยอะมากๆๆๆ
-
ขอบคุณครับ สำหรับข้อแนะนำวิธีการการใช้เครื่องให้ยาวนานขึ้น แต่มีข้อที่สองขอความละเอียดอีกสักหน่อย อ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจน่ะครับ
แต่ไม่ทราบว่ามีใครรู้ไหมครับว่าทำไมเครื่อง Espreesso ต้องใช้แรงดันน้ำเยอะครับ
อีกอย่างผมว่ากาแฟจะอร่อยหรือไม่อร่อยต้องอยู่ที่สัดส่วนในแก้วด้วยครับ
เคยไปกินบางร้านสังespressoเย็นดันใส่นมมางงเลยครับบางร้านลาเต้เข้มกว่าคาปู
เรื่องของแรงดันปั๊มที่มีการแนะนำว่าต้องประมาณ 9-10 bar นั้น ผมคิดว่าได้มาจากการทดลองปรับ ณ แรงดันต่างๆ แล้วจุดที่เหมาะสม ได้กาแฟออกมา “รสชาติ” ดีที่สุด (คำว่า “ชาด” ผมพิมพ์แบบนี้แล้ว ทำไม่เครื่องโน๊ตบุ๊คผมมันต้องเปลี่ยน “ด” เป็น “ติ” ทุกครั้ง แล้วอะไรมันถูกต้อง? ใครรู้ช่วยตอบทีครับ) ในการที่จะทำให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟที่ละเอียดมากๆ ได้ (เพราะถ้าผงกาแฟหยาบไป ผิวหน้าสำผัสกับน้ำน้อยกลิ่น เนื้อ กาแฟก็ออกมาน้อย) หรือถ้าปั๊มแรงน้อยเรากดผงได้ไม่แน่น (เพราะน้ำจะไหลผ่านไม่ไปถ้าเรากดแน่นเกิน) ความฝืดไม่มีมวลเนื้อกาแฟก็น้อยอีกนั่นแหละ
แรงดันปั๊ม ความละเอียดผงกาแฟ ปริมาณผงกาแฟ จำนวดและขนาดรูของฟิลเตอร์ แรงกดที่แทมเปอร์ อุณหภูมิแวดล้อม ทุกอย่างมันสำพันธ์หมดละครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถปรับแรงดันของปั๊มกันอีกครั้งก็ได้ (เครื่องดีๆ แพงๆ จึงมีการปรับแรงดันของปั๊มได้ด้วย) หรือปรับที่แรงกดแทมเปอร์ก็ได้ หรือจะปรับที่ความละเอียดของผงกาแฟก็ได้อีกแหละ (แต่ถ้าต้องแก้ในทางที่ทำให้ผงมันหยาบขึ้นกาแฟก็ไม่อร่อยอีก) เพื่อให้เหมาะสมกับกาแฟแต่ละยี่ห้อครับ อันนี้ผมคุยแบบคอกาแฟที่ดื่มกันแบบพิถีพิถันนะครับ ก็คงเหมือนคอออดิโอฟาร์ยทั้งหลายแหละครับ กว่าจะได้ชุดที่ลงตัวก็เหนื่อย
ที่จริงคำว่า Espresso ภาษาอิตาลี่มีความหมายว่า “ง่ายๆ” นะครับ แล้งไง! มันกลายเป็นยุ่งยากอย่างนี้ก็ไม่รู้?
อีกอย่างผมว่ากาแฟจะอร่อยหรือไม่อร่อยต้องอยู่ที่สัดส่วนในแก้วด้วยครับ
เคยไปกินบางร้านสังespressoเย็นดันใส่นมมางงเลยครับบางร้านลาเต้เข้มกว่าคาปู
ใช่เลยครับ แต่เรื่องนี้มันเป็นความชอบส่วนตัวด้วยนะครับ ลาเต้ ที่ร้านจะชงให้อ่อนกว่า คาฟู และจะใช้คาราเมลแทนน้ำตาลลดชาดมันก็ต่างกันอยู่แล้วละครับ นมสดที่ผสมก็จไม่ทำเป็นโฟรมนม แต่จะท๊อปอับด้วยโฟรมนมเช่นเดียวกับคาฟู เรื่องนี้เป็นสูตรใครสูตรมันละครับ
ร้านต่างจังหวัดก็ทำให้ผมงงเช่นกันครับ ผมสั่งเอสเพสโซ่ร้อน เค้าใส่นมข้นหวานคนมาให้เสร็จสับเลย (คนขายคงติดรสกาแฟโบาราณเป้นแน่เลย)
การขายกาแฟร้อนในบ้านเรา คงต้องอีกสักพักที่คนซื้อทุกคน (คนที่เพิ่งจะเริ่มดื่มกาแฟสดเพราะอยากลอง ยังไม่ค่อยรู้จักคำว่า เอสเพสโซ่ คาฟูซิโน่นะครับ) ผมก็เจอบ่อยที่สั่งเอสเพสโซ่ (ไม่ว่าจะร้อนหรือเย็น) ลูกค้าถามว่า “ทำไมไม่ใส่นมให้เค้าด้วย” ผมขายช่วงแรกๆ เจอบ่อยมั๊กๆๆๆๆ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีคำถามนี้แล้วละครับ ผู้ที่รุ้ต้องค่อยๆ อธิบายพยายามช่วยให้ผู้เริ่มดื่มกาแฟสดว่ามันเป็นอย่างไรกันด้วยนะครับ และอีกคำถามยอดฮิทคือ “ทำกาแฟที่ให้มันน้อยจัง (2 Oz)” ก็ต้องอธิบายกันยาวววววววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วก็มีคำบ่นจากบางคนอีกว่า “ทำไม่มันขมข้นจัง” ก็ต้องทำเจือจางเป็น Americano ต้องอธิบายกันยาวววววววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เช่นกัน ขายกาแฟบ้านเราเมื่อยปากครับ แต่ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่งละครับ แต่ตอนนี้ดีใจมั๊กๆ ถึงมากที่สุด คือคนที่เคยคุยกับเรา แล้วเค้าใช้ความชอบของเค้าตัดสินใจ จากการที่ไปตะเวณดื่มร้านต่างๆ ที่ทั้งมีชื่อเสียงมากๆ หรือตามบู๊ซข้างถนน แต่กลับมาบอกว่า เค้าชอบร้านเรามากที่สุด และกลับไปบอกร้านบอกนั้นว่า “พวกคุณส่วนมากเป็นลูกจ้างร้าน ชงกาแฟไม่อร่อยเท่าเจ้าของร้านมาชงขายเองหลอก” เป็นอย่างนี้ซะอีกก็มีนะครับ ฉะนั้นเจ้าของร้านที่ไม่ได้ขายเอง ต้องเช็คความอร่อยของเด็กที่ขายให้ดีด้วยนะครับ เรื่องนี้ผมของเตือนเจ้าของร้านตัวจริงทุกๆ คนครับ (ผมก็พบบ่อยที่เด็กเหล่านี้ไม่มีความตั้งใจในการชงครับ)
:victory“””””””การชงกาแฟให้อร่อยนั้น ต้องมีสมาธิ! ต้องมีความตั้งใจ! ต้องมีความใส่ใจ! นะครับ”””””” :victory
มันเหมือนหลอด 12au7 แต่ดัน screen 12AX7
เข้าใจเปรียบเทียบให้เข้ากับเซ็คซั่น DIY ของเวปนี้เลยครับ
:bowdown
เครื่องชง วีรสุ นี่ต้องมาจากโรงงานเดียวกัน กับที่ผมโพสไว้บนๆแน่เลยครับ... :D
-
การชงกาแฟให้อร่อยนั้น ต้องมีสมาธิ! ต้องมีความตั้งใจ! ต้องมีความใส่ใจ! นะครับ
เห็นด้วยกับข้อความข้างบนครับ
-
ได้รับกาแฟมา 2 วันแล้วครับ ผมลองชงถุงที่เขียนว่าP2 ก่อนรสออกเปรี้ยวนิดๆ บอดี้ดีมากครับกลิ่นกาแฟติดอยู่นานมาก
เมื่อสักครู่ผมลองชง P0 ดูจะบอกว่าไงดีคือบอดี้ก็ดีมากเช่นกัน แต่ไม่เปรี้ยวเลยครับ
-
ผมกำลังหาเครื่องบดแทนตัวเดิม
ไม่ทราบว่าตัวนี้ใช้ได้ไหมครับ
http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html (http://www.hillkoff.com/product-th-678497-2608018-เครื่องบดกาแฟ++600N.html)
ตัวนี้ผมเคยลองกันมาแล้วครับ ราคาจริงแค่ 3,500 บาท ผมได้ไปทดลองมันที่ฮิลล์คอฟฟ์เชียงใหม่มาแล้ว เริ่มแรกผมดูตัวอย่างขนาดไซร์ของผงกาแฟที่บดทำเป็นตัวอย่างอยู่ในกล่องเรียงจากหยาบถึงละเอียดอยู่ห้าหกเบอร์ ผมเลือกความละเอียดขนาดใหญ่กว่าขนาดเล็ดสุดของเค้าขึ้นมาระดับหนึ่ง แล้วบอกให้ร้านเค้าทำให้ได้ตามเบอร์ที่ผมเลือก ผมถึงจะซื้อมัน ช่างก็พยายามปรับมันอย่างที่สุด แล้วก็สรุปว่ามันทำขนาดที่ผมเลือกไม่ได้ ก็เลยจำใจต้องซื้อตัวละ 1480 บาทมาใช้ละครับ (ผมแอบถามช่างก็บอกว่า มอเตอร์ไม่ดีพังบ่อยๆ กับพวกที่ทำมาจากเมืองจีน)
คุณสันติก็ยังไม่ไว้ใจ Material ของเฟืองตัวที่ซื้อมา ซึ่งก็ทำมาจากจีนเหมือนกัน ดังนั้นผมของแนะนำว่าลองซื้อยี่ห้อจากยุโรปตัวที่ถูกที่สุด เพื่อหวังว่าเพืองบดที่ใช้จะเป็น Material ที่ดีหน่อย ถ้าเมื่อเราใช้ไปสักพัก พอมอเตอร์มันพัง เราก็โมฯ เปลี่ยนเอาตัวใหญ่ๆ ใส่ลงไปแทนกันเอาเอง เราเป็นพวก DIYer อยู่แล้ว เรื่องโมฯ แค่นี้ผมคิดว่าจิ๊บจ๊อยครับ รอผมทำสำเร็จแล้วจะเอามาเป็นตัวอย่างให้ดูกันนะครับ
คุณพินิจครับ เครื่องบดราคา 1480 ยี่ห้ออะไรครับ
-
ผมลองชงถุงที่เขียนว่าP2 ก่อนรสออกเปรี้ยวนิดๆ บอดี้ดีมากครับกลิ่นกาแฟติดอยู่นานมาก
น่าจะเป็น P-2 นะครับ ผมคงเผลอเขียนผิดเป็น P+2 ส่งให้ไปหรือครับ? เรื่องยี่ห้อเครื่องบดเดี๋ยวพรุ่งนี้จะดูให้นะครับ
วันนี้เลยไม่ได้คุยกับคุณบลูไครท์ แค่เห็นหน้ากันแวปๆ (จากกัน 2 อาทิตย์ คิดถึงครับ) วันนี้ลูกค้ายืนรอคิวเยอะมาก ผมเหนื่อยมั๊กๆๆๆ หวังว่าพรุ่งนี้คงมีเวลาได้คุยกัน (แต่ถ้าฝนตกก็คงไม่ไปนะครับ) ผมตั้งใจว่าจะให้ลองดื่มตัว Very Dark ซะหน่อย
ต้องขออภัยครับ ราคาเครื่องบดผมตกเลข 0 ไปตัวนึงครับ (เป็นราคาเครื่องใหม่นะครับ) แต่ที่ผมซื้อมา เป็นของที่ผู้ซื้อได้ซื้อไปไม่นาน แล้วคิดว่าเครื่องไม่ดี ก็เลยขายคืนร้าน ผมซื้อมาแค่หกพันเองละครับ ก็ลองคิดกันดูว่า ร้านขายไปเกือบหมื่นห้า ซื้อกลับแล้วเอามาขายต่อแค่หกพัน ราคาต้นทุนจริงๆ คงไม่น่าจะแพงมากนัก อุปกรณ์ทุกชนิดเกี่ยวกับกาแฟแพงเกินเหตุ พวกเราที่อ่านหากรู้ว่ามีอุปกรณ์อะไร ที่สามารถหามาได้ถูกว่าราคาตลาด น่าเอามาบอกกันนะครับ เช่น แทมเปอร์ร้านขายพันสอง ทำเองแค่ไม่ถึงสามร้อยห้าสิบบาทเอง ตามที่ผมเคยบอกวิธีทำเองไว้แล้วน่ะครับ ลองกลับไปหาอ่านดู
จากการที่อ่านเรื่องการกำหนดระดับการคั่วกาแฟมามากพอสมควร อ่านไปอ่านมา ระดับการคั่วที่มีการกำหนดคำจำกัดความกันไว้ของแต่ละคน มันไม่ค่อยจะตรงกัน ตอนแรกผมเลยคิดตั้งเอาเองโดยเอาจุดที่คั่วแล้วพบว่าความเปรี้ยวเริ่มหายไปเป็น Zero แต่มาคิดอีกทีมันไม่น่าดีนัก สู้เอาของสากล (ที่ไม่ค่อยจะสากล เพราะมีหลายมาตรฐานเหลือเกิน) มาประยุกต์เป็นของเราจะดีกว่า
ระดับการคั่วกาแฟของผมเป็นดังนี้ครับ:-
Light Roast (น่าจะตรงกับ Half City or Cinnamon) เป็นระดับแรกของการคั่ว เมล็ดกาแฟเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองปนน้ำตาลอ่อนๆ แบบสีของผลอบเชย ในการคั่วแบบอ่อนๆ นี้ กาแฟจะเก็บรสชาติดั้งเดิมไว้ได้ดีกว่า ซึ่งรสชาติดั้งเดิมนี้ จะขึ้นอยู่กับดินและสภาพอากาศในที่ที่ต้นกาแฟได้เติบโตขึ้นมา การคั่วเพียงอ่อนๆ แบบนี้จะยังคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์อยู่มากที่สุด ส่วนใหญ่แล้วจะมี Acidity หรือความเปรี้ยว สดชื่นสูง และมีรสฝาดอยู่มาก
Medium Light Roast (น่าจะตรงกับ City or New England or American) เมล็ดกาแฟจะมีสีน้ำตาลเข้มมากขึ้นเพียงเล็กน้อย รสชาติและกลิ่น เริ่มชัดเจนขึ้น กลิ่นฉูดฉาดมากขึ้น รสชาติ ค่อนข้างเปรี้ยว ปริมาณกาแฟอีนอยู่ในระดับสูง กาแฟยิ่งคั่วอ่อนคาแฟอีนจะมากกว่าระดับการคั่วที่เข้มกว่านะครับ คนส่วนมากยังเข้าผิด คิดว่ากาแฟยิ่งคั่วเข้ม และดื่มแล้วรสชาติขมมากๆ จะทำให้ดื่มแล้วแก้อาการง่วงนอนได้ดีเพราะมีคาแฟอีนสูง ไม่ถูกต้องนะครับ! กาแฟยิ่งคั่วอ่อนยิ่งมีคาแฟอีนมั๊กๆๆๆ มีผลต่อการช่วยให้เราไม่ง่วงเวลาขับรถได้ดี
Medium Roast (น่าจะตรงกับ Full City or German) เมล็ดกาแฟจะมีสีน้ำตาลเข้มปานกลาง ให้รสชาติขมปนหวาน ยังมีความเปรี้ยวออกมา เป็นระดับการคั่วที่ให้ความกลมกล่อมของกลิ่นและรสชาติของกาแฟได้ดีที่สุด
Medium Dark Roast (น่าจะตรงกับ Viennese or Continental ) กลิ่นเริ่มหอมลึกซึ้งมากขึ้น เมล็ดกาแฟเริ่มมีสีน้ำตาลเข้ม การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของเมล็ดกาแฟที่เป็นตัวกำกับความเป็นไปของ Acidity Body และ Aroma เริ่มสัมพันธ์กัน Aftertaste เริ่มจะปรากฏชัดเจนขึ้น ความเปรี้ยวลดลงมากๆ จะความเปรี้ยวติดปลายลิ้นเพียงเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตให้ดีๆ มันจะคล้ายๆ ไม่มีความเปี้ยวหลงเหลืออยู่
Dark Roast (น่าจะตรงกับ French) เมล็ดกาแฟที่คั่วในระดับนี้จะมีสีน้ำตาลค่อนข้างเข้มมากๆ มีรสชาติขม แต่ไม่เปรี้ยว มีกลิ่นฉุนของกาแฟคั่วปนกับกลิ่นหอมของกาแฟแท้ๆ สามารถสัมผัสความเข้ม กึ่มในลำคอได้อย่างชัดเจน กลิ่นหอมแรงขึ้น
Very Dark Roast (น่าจะตรงกับ Italian or Espresso) เมล็ดกาแฟจะมีสีน้ำตาลเข้มอย่างที่สุด เกือบดำ มีน้ำมันเคลือบ อยู่จนมันเป็นเงา รสชาติค่อนข้างขม ไม่มีความเปรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย และมีกลิ่นกาแฟคั่วที่ฉุนกว่าระดับอื่น กาแฟเริ่มเข้าสู่ระดับการคั่วเข้มที่สุด จนแทยจะสัมผัสไม่ได้หากไม่ได้ชงด้วยเครื่องชงชนิดอัดแรงดันสูงๆ ระดับกาแฟอีนลดลงมาก มีกลิ่นเหมือนน้ำตาลไหม้อยู่บ้าง
Very and Very Dark Roast (น่าจะตรงกับ Spanish) ให้กลิ่นที่หอมแรง น้ำมันจะออกมามากที่สุด กาแฟอีนจะสลายไปจนเกือบหมด Acidity เป็นศุนย์ Body จะเบาบาง ได้ Aftertaste ที่กลมกลืนเป็นกาแฟที่หอมแรงที่สุดและรสชาติที่อ่อนสุด
-2 คงเป็น Medium Light, 0 คงเป็น Medium Dark, และ +2 ก็คงเป็น Very Dark นะครับ
และอยากจะบอกคุณสันติว่า รสนิยมการดื่มของคุณสันตินั้น (+2 หรือ Very Dark) มันขัดกับเครื่องที่คุณสันติชงดื่มละครับ คือวันนี้ผมได้ลองชงดื่มกับเครื่องที่ใช้โรตาลี่ปั๊ม (เครื่องชงมือหนึ่งแสนนิดๆ แต่ผมซื้อมือสองมาราคาหารสองกว่าๆ นะครับ) ขนาดเครื่องสามหมื่นของผมยังทำให้ความอร่อยได้ไม่ดีเท่าตัวละแสนเลยครับ ส่วนตัวต่ำกว่าหมื่นของผมนั้น ได้รสชาติห่างกันมากเลยละ
การคั่วระดับนี้ Very Dark ผมก็เพิ่งจะทดลองคั่วให้คุณสันติเป็นเจ้าแรก (ส่วนมากผมขายฝรั่ง เค้าชอบแบบที่คุณวิทยาชอบ) ผมก็เลยเพิ่งจะได้ประสบการนี้ คือเครื่องแพงมันดีกว่าตอนชงกาแฟคั่วเข้มๆ นี่เอง ถ้าเป็นกาแฟที่คั่วระดับ 0 หรือ Medium Dark ลงไปแล้ว เครื่องราคาต่ำกว่าหมื่นก็ชงให้รสชาติได้ไม่ต่างจากเครื่องที่มีราคาเป็นแสนครับ เรื่องนี้ผมเขียนมาเพื่อให้พวกเราได้พิจารณาเลือกเครื่องชงเท่าความจำเป็นกันนะครับ
แต่เครื่องชงราคาต่ำหมื่นก็สามารถชงได้ ให้รสชาติของการคั่วเข้มได้เช่นกัน แค่มันไม่สามารถทำให้รสชาติมันออกมาได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง หากเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดชัดคือเอาเพลงที่อัดมาดีๆ เล่นกับมินิคอมโปแหละครับ แต่ถ้าเราเลือกเป็นมินิคอมโปเป็น เราก็อาจจะได้เสียงที่ดีได้เหมือนกันนะครับ คือเรื่องนี้ผมอยากฟังเสียงจากผู้ที่ใช้เครื่องราคาต่ำหมื่น ที่บอกว่าทำเพรสเซอร์น้ำร้อนได้ ถึง 15-18 bar ว่า ทำได้จริงหรือไม่? ถ้ามันทำได้ ผมก็คิดว่า มันต้องเป็นมินิคอมโป ที่ไม่แพ้เครื่องไฮเอนด์แน่นอนละครับ ฉะนั้นคุณสันติก็อย่าเพิ่งถอดใจ หรือคิดว่าได้แค่ไหน ก็เอาแค่นั้น ลองซื้อโรตารี่ปั๊มมาใส่ดูครับ แต่อย่าลืมว่าเครื่องยนต์เฟอร์รารี่ ถ้าเอามาใส่รถโกคาร์คเราก็ต้องทำเครื่องล่างของมันให้ดีด้วยนะครับ
อ้อ! อีกเรื่องผมคือผมต้องบดผงกาแฟให้ละเอียดมากขึ้นอีกหนึ่งคลิกด้วยนะครับ ถึงจะได้หางหนู แล้วกาแฟ +2 ถึงจะอร่อยนะครับ (น้ำกาแฟจะเป็นสีค้ำกว่า 0 Medium Dark) คือผมเคยทดลองกดแทมเปอร์เต็มแรงที่ความละเอียดเดิมกับ +2 very dark น้ำก็ยังไหลเร็วเป้นหางแมวอยู่ดี (ทั้งๆ ที่กดแทมเปอร์บนผงกาแฟที่ 0 หรือ Medium Dark แค่เพียงเบาๆ เท่านั้นน้ำกาแฟก็ออกมาเป็นหางหนูตามในรูปแล้วนะครับ)
-
ผมมีสูตรเครื่องดื่มและสัดส่วนต่อไปนี้ตามาตรฐานที่เค้ายอมรับกัน(อันนี้ผมเอาไว้เทรนนิ่งลูกค้าครับ)
เริ่มต้นจะมีบาสเก็ต2แบบปกติที่ติดเครื่องมาคือแบบตื้นและแบบลึก
1 Riztestoใช้กาแฟ7-10 กรัมชงน้ำกาแฟออกมา 1/2 Oz
2 Single Epressoหรือ Epressoธรรมดาใช้กาแฟด้ามอัดประมาณ7-10 กรัม
ชงออกมาได้น้ำ 1 Oz ความเร็วในการไหลแล้วแต่การปรับจูนเครื่องแต่ละรุ่น
3 Espresso Longo ใช้กาแฟ 7-10 กรัม ชงน้ำกาแฟไหลออกมา 45 mL
3 Double Espreso ใช้กาแฟ 14-18 กรัม
ชงน้ำออกมา 2 Oz
4 Amaricano ใช้กาแฟ7-10กรัมชงน้ำกาแฟออกมา1 Ozแล้วเติมน้ำร้อน ประมาณ3-4 Oz
แต่จริงๆต้องใส่น้ำร้อนก่อนแล้วเติมเอสเพรสโซ่เพื่อทำให้ครีมม่าบนกาแฟยังดูสวยงาม
แต่บางที่เรียกกาแฟแบบนี้ว่า Long Black ครับคงเป็นการตลาดกาแฟที่ไม่ได้ผลิตที่อิตาลี่ครับ
amaricano ชื่อนี้มันเป็นคนอิตาลี่มันตั้งให้นักท่องเทียวอเมริกันที่มาดื่มกาแฟ คือสมัยแรกที่เค้า
ขายกาแฟในอิตาลี่มันไม่มีกาแฟร้อนขาย อเมริกันที่ไปเที่ยวก็สั่งespresso มากินแต่ส่วนมากกินกัน
ไม่ได้ครับเพราะชินกับเครื่อง Brew พวกอเมริกันเลยแก้ปัญหาโดยสั่งน้ำร้อนมาเติมครับ เลยกลายเป็นชื่อ
เรียกพวกกินกาแฟแบบนี้
5 Cappuchinoใช้ Single Espresso ชงลงในแก้วกาแฟ5-6Oz
แล้วเติมนมที่สตีมแล้วลงไปดูปริมาณในแก้วให้น้ำนมที่ผสมกับเอสเพรสโซ่ได้ 1/2 แก้ว
และที่เหลือเติมฟองนมแล้วออนท๊อปด้วยพวกชินเนม่อนผงหรือ
โกโก้ แต่Cappuchino ตอนนี้ดันมีสองแบบคือแบบ WET และ DRY ครับ
6 Caffe Late ครับถ้าเรียกลาเต้ในอิตาลี่เค้าจะเอานมร้อนมาให้เราเลยครับ
การทำก็คือใช้ Single espresso ชงลงในแก้ว 5-6oZ แล้วเติมนมที่สตีมแล้วลงในกาแฟ
จนได้ระดับ 3/4 ของแก้วที่เหลือเป็นฟองนมครับ
7 Flat white คือใช้ Single Epresso ชงลงในแก้วกาแฟ 5-6 Oz
แล้วเติมนมที่สตีมแล้วลงในแก้วให้ได้ 4/5แก้วแล้วเติมฟองนม อันนี้ฟองบางมากๆครับ
อยากให้ลองเทสกาแฟแบบนี้ดูบ้างครับลองทำ single espresso จังหวะที่น้ำไหลออกมา
ตอนแรกเป็นสีดำ ลองรับน้ำตรงนั้นมากินดูและเอาอีกแก้วรับตอนน้ำเริ่มเป็นสีทอง และรอรับน้ำที่เริ่มออกมา
ใส แล้วลองทานดูครับว่าจะต่างกันแบบไหน
ส่วนทำไมเครื่องกาแฟแบบEspresso ต้องใช้แรงดันประมาณ8Barขึ้นไป ตอนแรกผมก็ไม่รู้
เผอิญเจอฝรั่งที่เค้าสร้างพวกเครื่องกาแฟ เขาบอกผมว่าคุณต้องเค้าใจเรื่องแรงดันก่อนโดยอธิบายว่า
ถ้าเราอยู่ที่ ที่ระดับความสูงเท่าน้ำทะเลเรียก 0 bar คราวนี้ถ้าเราอยู่ใต้น้ำ10 เมตรเรียก1 Bar
คราวนี้ถ้าเราดำลงไปเรื่อยถึงความลึกประมาณ60-70เมตรแรงดันประมาณ6-7barอากาศในถังนั้น
จะกลายเป็นน้ำ เพราะฉนั้นเค้าเลยเอาแรงดันตรงนี้มาชงกาแฟแบบนี้เพื่อต้องการให้กาแฟในบาสเก็ตที่มีกลิ่น
ของกาแฟรวมกับน้ำและออกมาในถ้วยโดยที่มีครีมม่ากลบน้ำกาแฟเพื่อให้กลิ่นมันหายไปช้าครับ
และการใช้แรงดันขนาดนี้มีข้อดีเรื่องคาแฟอีนที่ออกมามันจะน้อยด้วย
แต่ฝรั่งคนนี้เขาก็บอกผมมาว่ากาแฟที่เรากินเข้าไปที่มีครีมนี้แหละมีนมีไขมันอิ่มตัวอยู่เยอะนะให้ตรวจคอเลส
เตอรอล บ่อยๆด้วย
ส่วนเรื่องเครื่องมันแบ่งเป็นสองแบบครับคือคอมเมอร์เชียลและโฮมยูสครับ
1.เครื่องโฮมยูสส่วนมาก็มีเทคนิคในการทำเครื่องมาหลายแบบนะครับ แต่ส่วนมาเครื่องพวกนี้จะใส่ปั๊ม
ไวเบร มาครับปั๊มพวกนี้มันให้แรงดันได้สูงเหมือนกันแต่ท่อมันเล็กหนะครับ การควบคุมแรงดันในเครื่องพวกนี้
เค้าจะใช้วาลว์พลาสติกที่ติดที่หัวปั๊มก่อนเข้า Boilerควบคุมแรงดันถ้าจะโมต้องโมที่จุดนี้ครับ
ในเครื่องพวกนี้จะใช้น้ำใน boiler ชงกาแฟเลยไม่ได้นำน้ำเย็นมาผ่าน Heat Exchange
ครับ ส่วนบางรุ่นใช้เทคนิคพิเศษที่ด้ามอัดเพื่อเกิดครีมม่าเยอะ เครื่องพวกนี้มีข้อเสียก็คือเมื่อเราชงกาแฟก็ไม่
สามารถทำสตีมได้ครับและชงต่อเนื่องได้ไม่ค่อยได้ ร้อนไม่ทันครับ
2.เครื่องคอมเมอร์เชี่ยล พวกนี้มักติดปั๊มโรตารี่มาครับ ตัวเครื่องจะมีBoiler ที่ใหญ่ครับส่วนมากทำจากทองแดง
ทองแดงครับ และภายใน boiler จะมีกระบอกทองแดงอยู่ครับในนี้มีเทคนิคอยู่เพียบครับแล้วแต่รุ่นของเครื่อง
และยี่ห้อครับ แต่หน้าที่หลักมันคือ heat exchange ครับเครื่องพวกนี้มักใช้น้ำในการชงแยกจาก
น้ำใน boiler ในตัว Boiler มีไว้แค่เพียงชงชาหรือทำสตีมเท่านั้น คนทำเครื่องกาแฟเค้าคงแยกการใช้น้ำ
เพื่อเลี่ยงสารพิษ ที่เกิดขึ้นมาจากการต้มน้ำหลายครั้ง และ ควบคุมอุณหภูมิด้วยครับ ส่วนในหัวกรุ๊ปด้านบนของเครื่อง
มั้งมีการเอาไอน้ำมาหมุนเวัยนเพื่อคงอุณหภูมิในหัวกรุ๊ปครับ
จะเห็นได้ว่าถ้าเราโมเครื่องบ้านมาเป็นคอมเมอร์เชี่ยลนั้นยากครับถึงเอาปั๊มโรตารี่มาใส่ก็อาจทำให้ความร้อนตกก็ได้ครับ
และฟิตติ้งในเครื่องอาจเสียหายครับ แต่ก็มีบริษัทนึงเอาหลักการของเครื่องบ้านมาโมให้เป็นคอมเมอร์เชี่ยลแต่ก็เล่นเอา
ต้องทาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเหมือนกันครับกว่าจะโอ
ผมว่าใครจะซื้อมปั๊มมาเปลี่ยนหาเครื่องคอมเมอร์เชียลมือสองมาก็ได้ครับมาครบครันเลยซ่อมก็ไม่แพงและไม่บ่อยด้วย
อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ หรือชอบดื่มมากๆก็ทำขายซะเลย
3.เครื่องออโตเมติกครับอันนี้ใส่เมล็ดในโถกดปุ่มปั๊บเอาแก้วรอรับได้เลย เครื่องพวกนี้มักเสียเพราะไม่ได้ล้างแคลเซี่ยม
พวกแคลเซี่ยมจะทำให้ Boiler มันรั่วและไอน้ำไปเข้าแผงวงจรคราวนี้พังสนิท เครื่องแบบนี้ชงให้
อร่อยเท่าสองแบบแรกยากครับ แต่สะดวกมากครับ เครื่องแบบนี้ครีมม่า กาแฟได้มาจากสปริงและลูกแก้วในชุด
Brew unit ครับ
ที่ผมออกความคิดเห็นคงไม่มีใครว่านะครับอย่าให้ทุกคนได้รับรู้สิ่งที่ถูกต้องครับผมตอนทำงานในบริษัทกาแฟไทย
ไม่เคยรู้เทคนิคต่างๆเพราะเราชอบคิดแบบของเราแต่ไปตั้งชื่อตามคนอื่นเขา แต่หลักจากที่ได้ทำกาแฟต่างประเทศได้
รู้ได้เห็นหลายๆสิ่งครับ รู้ว่าต้นตำหรับเขาทำอย่างไรแบบไหนดื่มยังไง อยากเอาประสบการ์ณดีๆมาแชร์ครับ
-
O0
-
:help ขอถามหน่อย( ผมก็ดื่มกาแฟบ้างบางครั้งบางคราว ) ว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ดื่มกับไม่ดื่ม (ขออภัยอาจจะขัดคอบางคน) อย่างตัวผมเองเวลาดื่มแกแฟทีไร ฉี่นี่เหม็นกลื่นกาแฟหึ่งเลย บางที่จะดูฟุตบอลกะว่าจะหลับดึกๆหน่อย ดื่มตอนเที่ยงคืนบอลมาตีหนึ่ง นอนดูรายการอื่นๆรอไปก่อน ...แต่มันก็หลับเอาดื้อๆตื่นมาอีกที6โมงเช้า...ช่วงหลังๆก็เลยดื่มแต่ชาเป็นกิจวัตรประจำวัน
-
ATM และ bar เป็นหน่วยวัดแรงกดดัน (pressure) ส่วน meter เป็นหน่วยวัดระยะทาง
1 ATM หรือ 1 atmosphere หรือ แรงกดดัน 1 บรรยากาศ คือ
แรงกดดันประมาณ 14.7 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
อันนี้เป็นแรงกดดันปกติที่ระดับน้ำทะเล (จากบรรยากาศหรืออากาศที่หุ้มโลกเราอยู่)
แต่เวลาลงไปใต้น้ำ แรงกดดันที่เกิดจากน้ำจะเพิ่มขึ้น 1 บรรยากาศ (ATM)
ทุกๆ ระยะ 10 เมตรที่ลงไปใต้น้ำ (เนื่องจากน้ำมีความหนาแน่นมากว่าอากาศมากมาย)
เพราะฉะนั้นแรงกดดัน 10ATM ก็คือระยะทาง 100 เมตรใต้น้ำ
Bar ก็เป็นวิธีวัดแรงกดดันอีกหน่วยหนึ่ง แรงกดดัน 1 บรรยากาศ
หรือ 1 ATM ก็ประมาณ 1 bar
(ความจริงคือ 1 bar กว่าๆ นิดหน่อย ถ้าจะเอาให้ละเอียดก็คือ 1.01325 bar)
แต่โดยอนุโลม 1ATM = 1bar
เพราะฉะนั้น 10ATM = 10Bar = 100 เมตร
-
ชื่อเครื่องบดที่ติดคุณ 108 ไว้นะครับ uvova SIMONELLI Made in Italy 150w ครับ ผมไม่ได้ใช้หลักการอะไรเลือกมัน นอกจากไปเจอมันถูกใช้มาแค่เดือนเดียว (เจ้าของบดแล้วกาแฟไม่ค่อยออก ก็เลยเอามาขายคืนร้าน แต่ต้นเหตุจริงๆ มันคือเมล็ดกาแฟที่บดไม่ดี มันเหนียวติดใบบด ไม่ใช่เครื่องบดไม่ดี) ราคาลดลงมาเหลือแค่ เศษหนึ่งส่วนสามของเครื่องใหม่ครับ ผมเช็คดูตัวใหม่ๆ ในร้าน ก็พบว่าตัวนี้ราคาของใหม่ต่ำที่สุดแล้ว ที่สามารถบดได้ถึงระดับละเอียดสูงที่สุด ตามตัวอย่างผงกาแฟในร้านที่เค้าบดไว้ให้ดู แบบที่ว่าเครื่องเดินได้นิ่มนวลไม่มีอาการรอบตกเหมือนตัวอื่นๆ ที่เค้าเอามาทดลองให้ดู ก่อนที่ผมจะตัดสินในซื้อตัวนี้มาใช้
เรื่องคุณและโทษของกาแฟลองเข้าไปอ่านในหน้าที่ 2 ตรงกลางๆ ของหน้านี้นะครับ มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
บางคนกินกาแฟก่อนนอนได้ (เป็นความสามารถพิเศษครับ) แต่ผมกินกาแฟหลังเที่ยงยังไม่ได้เลย เพราะวันนั้นจะนอนไม่หลับถึงตีสองตีสาม เคยลองมาหลายครั้งแล้ว เมื่อเดือนที่แล้วก็พยายามทดลองอีก ก็ยังคงเป็นแบบเดิมครับ ผมอยากจะกินวันละสามแก้ว (เช้า กลางวัน เย็น) ก็ยังทำไม่ได้ เพราะผมไม่สามารถกินกาแฟเกินสองแก้วต่อวัน ถ้าดื่มเกินแล้วมันรู้สึกว่า กาแฟบีบหัวใจค่อนข้างจะรุนแรงมากซะด้วย ตอนกินมันก็หอมอร่อย แต่ตอนนอนมันแย่ครับ เวลาคั่วกาแฟ ผมต้องแค่จิบๆ แล้วก็บ้วนทิ้ง (ตอนนี้จะรู้สึกเสียดายส่วนที่เหลือต้องเททิ้งอย่างมั๊กๆ)
-
ชื่อเครื่องบดที่ติดคุณ 108 ไว้นะครับ uvova SIMONELLI Made in Italy 150w ครับ ผมไม่ได้ใช้หลักการอะไรเลือกมัน นอกจากไปเจอมันถูกใช้มาแค่เดือนเดียว (เจ้าของบดแล้วกาแฟไม่ค่อยออก ก็เลยเอามาขายคืนร้าน แต่ต้นเหตุจริงๆ มันคือเมล็ดกาแฟที่บดไม่ดี มันเหนียวติดใบบด ไม่ใช่เครื่องบดไม่ดี) ราคาลดลงมาเหลือแค่ เศษหนึ่งส่วนสามของเครื่องใหม่ครับ ผมเช็คดูตัวใหม่ๆ ในร้าน ก็พบว่าตัวนี้ราคาของใหม่ต่ำที่สุดแล้ว ที่สามารถบดได้ถึงระดับละเอียดสูงที่สุด ตามตัวอย่างผงกาแฟในร้านที่เค้าบดไว้ให้ดู แบบที่ว่าเครื่องเดินได้นิ่มนวลไม่มีอาการรอบตกเหมือนตัวอื่นๆ ที่เค้าเอามาทดลองให้ดู ก่อนที่ผมจะตัดสินในซื้อตัวนี้มาใช้
เรื่องคุณและโทษของกาแฟลองเข้าไปอ่านในหน้าที่ 2 ตรงกลางๆ ของหน้านี้นะครับ มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
บางคนกินกาแฟก่อนนอนได้ (เป็นความสามารถพิเศษครับ) แต่ผมกินกาแฟหลังเที่ยงยังไม่ได้เลย เพราะวันนั้นจะนอนไม่หลับถึงตีสองตีสาม เคยลองมาหลายครั้งแล้ว เมื่อเดือนที่แล้วก็พยายามทดลองอีก ก็ยังคงเป็นแบบเดิมครับ ผมอยากจะกินวันละสามแก้ว (เช้า กลางวัน เย็น) ก็ยังทำไม่ได้ เพราะผมไม่สามารถกินกาแฟเกินสองแก้วต่อวัน ถ้าดื่มเกินแล้วมันรู้สึกว่า กาแฟบีบหัวใจค่อนข้างจะรุนแรงมากซะด้วย ตอนกินมันก็หอมอร่อย แต่ตอนนอนมันแย่ครับ เวลาคั่วกาแฟ ผมต้องแค่จิบๆ แล้วก็บ้วนทิ้ง (ตอนนี้จะรู้สึกเสียดายส่วนที่เหลือต้องเททิ้งอย่างมั๊กๆ)
ที่ลึก 10 ม คือ 0.98 bar ถ้านับรวมความกดอากาศที่ Atmosphere Pressure ต้องเป็น 1.98 หรือคือประมาณ 2 bar ครับ (การอ่านค่าความดันขึ้นอยู่กับเกรดที่ใช้ ว่ามีตัว a อยู่ด้วยหรือไม่?)
ผมดื่มได้ 3 แก้วต่อวันสบายๆครับ
นี้ก็เพิ่งดื่ม P0 ของคุณพินิจครับ
-
ผมถือว่าคุณ 108 โชคดีกว่าผมในเรื่องนี้ครับ ผมคิดว่ากาแฟมีทั้งคุณและโทษ เหมือนยาที่เราใช้รักษาโรคเช่นกัน ยาพารพาเซทามอล กินแก้ปวดหัว แต่มันก็ทำลายตับอย่างแรงพอสมควรเหมือนกัน เค้าจึงมีข้อกำหนดไว้ว่าห้ามกินเกิน 8 เม็ด มันอาจจะทำให้ตับวายได้
ที่ผมอยากจะกินกาแฟวันละ 3 แก้ว เพราะมีความรู้สึกว่า ผมเริ่มจะมีอาการอัลไซร์เมอร์นิดๆ ผมเชื่อในผลการทดลองของประเทศเนเทอร์แลนด์ว่ามันช่วยแก้โรคอัลไวร์เมอร์ได้ ผมไม่ได้หวังให้โรคนี้หาย แค่หยุดให้มันเป็นอยู่แค่ระดับนี้ก็พอใจแล้ว (ผมรุ้สึกว่าความจำดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ได้ดื่มกาแฟสดวันละแก้วมาสองปีกว่าๆ) แล้วก็ยังหวังต่อว่ามันคงช่วยในเรื่องของโรคหัวใจ โรคมะเร็งในลำไส้ และโรคเบาหวาน (โรคเหล่านี้มีญาติใกล้ชิดผมเป็นกันทั้งนั้น ก็เลยกลัวโรคพวกนี้เป็นอย่างมากกว่าไซร์เอฟเฟ็คหรือโทษของกาแฟ) ผมดื่มกาแฟเพียวๆ Ristratto 1 Oz โดยใช้ฟิลเตอร์แบบ Double Shot (ก็ประมาณผงกาแฟ 18-20g.) ผมชอบดื่มกาแฟแบบไม่ใส่น้ำตาลและนม
ที่ผมอยากจะดื่มกาแฟถึงสามถ้วยต่อวันนั้น เพราะอ่านในวิกิพีเดียเค้าแนะนำให้กับคนที่เป็นอัลไซเมอร์แล้ว ให้ดื่มวันละ 5 แก้ว จากการทำ Research แล้วจะสามารถ Recover โรคอัลไซเมอร์ได้
ผมถือว่าการดื่มกาแฟคือการทานยารักษาโรค นอกจากการดื่มเพื่อความอร่อย และทำให้สมองผมแจ่มใจขึ้นมากๆ ในตอนเช้าครับ :yahoo :whistling ที่บางท่านอาจดื่มกระทิงแดงหรือลิโพ แต่ผมเลือกที่จะดื่มกาแฟแทน d_d
เพื่อนที่ได้ดื่มกาแฟที่คั่วใหม่ๆ กันไปหลายวันแล้ว ผมอยากจะสอบถามถึงความเปลี่ยนแปลงของรสชาติของมันตามเวลาที่เก็บไว้หน่อยนะครับ ว่าพบเหมือนที่ผมพบหรือไม่? หรือให้ติดตามสังเกตดูกันต่อไปด้วยนะครับ
คั่วเสร็จแล้วชงดื่มทันที กับกาแฟที่คั่วระดับ Medium Dark Roast มันจะมีรสชาติ นุ่มนวล มวลเนื้อมากที่สุด ทุกสิ่งจากธรรมชาติโชว์ออกมาทั้งหมด มีรสเค็มค่อนข้างมากและหวานนิดๆ กลิ่นสุดยอด (อาจมีรสเฝื่อนเล็กน้อยออกมาด้วย ถ้าคั่วแบบ Medium Light Roast แต่กับกาแฟที่คั่วแบบ Very Dark รสชาติจะเป็นเหมือนกาแฟคั่วไปแล้ว 3 วันนะครับ) ที่จริงผมอยากให้ทุกๆ คนได้ชิมกาแฟคั่วเสร็จใหม่ๆ กันเป็นอย่างมากเลยละครับ มีส่วนดีก็มาก มีส่วนที่ไม่ดีก็เยอะเช่นกันละครับ
วันที่สามน่าจะเป็นวันที่กาแฟคั่วแล้วออกมาดีที่สุด รสเค็มหายไปเกือบหมด จะมีเหลือรสเค็มติดปลายลิ้นเล็กน้อย มวลเนื้อลดลงเล็กน้อย ความหอม กลิ่นกาแฟที่แท้จริงที่ควรจะเป็น จะออกมาให้ในช่วงนี้ครับ มันน่าจะเป็นวันที่กาแฟอร่อยที่สุดไปจนถึงวันที่เจ็ดครับ (รสเค็มจะหมดไปในวันที่สี่หรือห้าครับ)
วันที่เจ็ดไปแล้ว ความดีต่างๆ จะค่อยๆ ลดลงจนถึงวันที่ 15 หลังจากวันที่ 15 ไปแล้วผมจะปลดประจำการกาแฟคั่วครั้งนั้นในการเอามาชงเป็นกาแฟร้อน ผมเอามันไปชงเป็นกาแฟเย็นแทนละครับ แล้วจะทิ้งไปถ้าเกินหนึ่งเดือนครับ
-
วันนี้พี่พินิจได้กรุณามาให้ความรู้เรื่องกาแฟถึงที่บ้าน ต้องขอขอบพระคุณคุณพี่พินิจมากๆครับ ชวนทานข้าวด้วยกันก็ไม่ยอม...โอกาสหน้าต้องขออนุญาตเลี้ยงข้าวสักมื้อนะครับ....วันนี้ได้มีโอกาสได้ลองชิมกาแฟแบบที่ชิมแล้วถึงกับติดใจในรสและกลิ่นด้วยครับ...รู้สึกแบบเดียวกับเพื่อนๆสมาชิกได้วิจารณ์ไว้เลยครับ...เยี่ยมจริงๆ....สงสัยต้องงัดเครื่องเก่าๆที่มีอยู่มาปัดฝุ่นใช้จริงๆซะแล้วครับ O0 O0
-
เป็นการต้อนรับที่อบอุ่น ที่เหนือความคาดหมายของผมจริงๆ ครับ ทุกๆ คนให้การต้อนรับที่เป็นกันเอง และอย่างดียิ่ง (โดยเฉพาะพี่สาวคุณเก่งสุดยอดจริงๆ)
วันนี้ผมเป็นห่วงคุณแม่ที่กำลังรอตรวจร่างกายในช่วงบ่ายอีกครั้ง ที่โรงพยาบาล (ฝากเพื่อนบ้านที่มาด้วยกันให้ดูแลให้) เอาไว้วันหน้าคงมีเวลาที่สะดวกกว่านี้ครับ และก็ตามที่คุยกัน หากเรามีเวลาที่ตรงกัน ก็ขอเชิญเข้ามาฟัง VOT ด้วยกันครับ
เมื่อตะกี้! ผมได้ทดลองอัดเสียงเป็น MP4 จากการเล่นผ่าน SE vs PP Amp เก็บไฟร์เพลงไว้ 4 ไฟร์ (Hatari & BeethovenSymNo9) กะเอาไว้ว่าพอกลับถึงบ้านลำพูนจะเอาลงยูทูปแล้วจะตั้งกระทู้ถามพวกเรากันสนุกๆ ว่าอันไหน? อัดจาก SE หรือ PP?
...............
ผมซื้อถังใส่กากกาแฟอันใหม่มา ก็เลยถ่ายรูปร่างกากกาแฟที่ควรจะเป็นมาให้ดูกันว่า กากกาแฟที่เราชงเอามวลเนื้อและกลิ่นออกไปแล้วนั้นมันมีประโยชน์นอกจากเอาไปขัดตัวทำให้ผิวเนียนผู้หญิงนุ่มเนียน น่าสำผัดจับต้อง ดูดกลิ่นในตู้เย็น เป็นปุ๋ยต้นไม้
มันยังมีความสำคัญในการใช้พิสูจน์ว่ากาแฟถ้วยนั้นเราชงได้ดีหรือไม่? กันอีกด้วยนะครับ คือเวลาเราเคาะมันลงถัง มันควรจะคงรูป ไม่ร่วนแตกกระจายได้อย่างง่ายๆ นะครับ นั่นแสดงว่าเราชงกาแฟได้ดีพอสมควรแล้ว ซึ่งหมายถึงว่าเรา บดผงกาแฟได้ละเอียดดีพอ ใช้แรงกดลงบนแทมเปอร์พอเพียง การคงรุปของกากกาแฟนี้สามารถยืนยันได้อีระดับหนึ่งนอกจากการดูการไหลของน้ำ กาแฟไปแล้ว ว่ารสชาติมันต้องออกมาดีเป็นแน่
ฉะนั้นถ้ามีร้านกาแฟหลายร้านให้เลือกซื้อ เราควรจะเดินเลือกดูร้านขายที่นอกจากการชงน้ำกาแฟ ให้มี กาแฟไหลออกมาเป็นหางหนูเส้นเล็กๆ หรือไม่แล้ว? ควรก้มลงมองดูว่ากากกาแฟในถังที่เค้าทิ้งมันคงรูปดีทุกอันหือไม่? อีกด้วย เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราจะจ่ายเงินโดยได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า (ผมเจอบ่อยร้านที่ไม่สามารถมองเห็นการชงของเค้าได้ ทำให้ต้องจ่ายเงินแล้วดื่มกาแฟได้แค่จิบเดียว แล้วก็รีบลุกเดินออกจากร้าน)
จากที่ไปชงเทสที่ร้านบ้านขนมพี่สาวคุณฅนหระรี ทำให้ผมมั่นใจว่ากาแฟคั่วเข้มมากๆ ระดับ Dark ขึ้นไป ต้องใช้เครื่องระดับแสนขึ้นไป เพราะได้ทดลองอัดกันถึง 12 bar ถึงจะทำครีมม่าออกมาให้ได้รสชาติแบบเต็มๆ ของกาแฟที่คั่วระดับนี้
ส่วนกาแฟที่คั่วระดับ Medium Dark ลงมานั้น เครื่องละต่ำกว่าหมื่นบาทก็สามารถทำให้ได้รสชาติของกาแฟแบบเต็ม กันได้แล้วละครับ
-
ต้องหาโอกาสไปฟัง VOT ให้ได้เลยครับ....วันไหนพี่มาอีกรบกวนอจ้งด้วยนะครับ...จะรอดูยูทุปด้วยครับ
....พี่สาวฝากขอบคุณที่กรุณามาถ่ายทอดความรู้และทั้งเทคนิคต่างๆด้วยครับ ไม่รู้ได้จดไว้หมดหรือเปล่า...
-
วันที่ 15 ไปแล้ว หาเวลาว่างได้เลยครับ d_d :drunk แล้วหาเครื่องชงที่เพื่อนซื้อมาฝากจากเมกาได้ยัง?
ผมต้องขออนุญาตคุณวิทยา เอารูป Filter ของเครื่องที่ส่งเครื่องมาให้ผมซ่อม (ตอนนี้ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว) มาลงในนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานให้ผู้ที่มีเครื่องแบบนี้ได้ใช้มันให้ได้คุณค่ามากขึ้นน่ะครับ
จากรูปเราจะเห็นด้านบนที่ใส่ผงกาแฟ มีรูที่ใหญ่กว่า Filter ของเครื่องแพงๆ เล็กน้อย แต่ด้านล่างเราจะเห็นเพียงแค่รูเล็กๆ เพียงรูเดียว (เหมือนของผมที่โมฯ เปิดก้นไปแล้ว) ผมได้ทดลองปล่อยน้ำร้อนโดยที่ไม่ได้ใส่ผงกาแฟ ก็พบว่าน้ำที่ไหลออกมา มันก็เป็นหางหนูแล้วละครับ ฉะนั้นความฝืดของน้ำจะมาติดอกักยู่ที่รูนี้ ไม่ใช่ที่ผงกาแฟตามที่ควรจะเป็น ดังนั้นเคื่องชงแบบนี้จะชงกาแฟให้อร่อยเต็มร้อยนั้นคงทำไม่ได้แน่นอนละครับ แต่มันจะสามารถทำให้กาแฟที่ชงผ่านเครื่องนี้อร่อยเต็มร้อยได้ ก็ต่อเมี่อเราเจาะรูด้านล่างให้มีพื้นที่ไม่น้อยกว่าพื้นที่ของรูด้านบนรวมกันละครับ
ผมจะเรียนมาเพื่อถามคุณวิทยาว่าจะให้ผมเจาะโมฯ ไปให้เลยหรือจะเอาไปเจาะเอง? (เครื่องนี้ให้ Double Shot Filter มาสองอันนะครับ โมฯ ซะอันหนึ่งก็ได้ครับ แล้วจะได้ลองเอาไปชงเปรียบเทียบกันดู) ต้นเหตุแห่งการณ์ชำรุดของเครื่องคุณวิทยาคือ เจ้ารูเล็กๆ นี่แหละครับ เพราะความฝืดของน้ำมันมากกว่าการที่น้ำผ่านผงกาแฟของฟิลเตอร์แบบปรกตินะครับ (ถ้าไม่โมฯ ตามแนะนำ เครื่องนี้อาจชำรุดอีกได้ และปั๊มน้ำร้อนอาจพังเร็วด้วยเช่นกัน)
คุณสันติก็ให้ดุฟิลเตอร์นี้ด้วย ว่าเหมือนที่ใช้อยู่หรือไม่? และให้ทดลองเปิดน้ำโดยไม่ใส่ผงกาแฟดูว่า การไหลของน้ำกาแฟ เทียบกับน้ำร้อนที่ไหลผ่านฟิลเตอร์เท่านั้น มันไหลต่างกันเยอะไหม? ถ้าต่างกันเล็กน้อย ให้รีบโมฯ ฟิลเตอร์ซะ ก่อนที่เครื่องชงจะพังซะก่อนนะครับ แล้วได้ลองดื่มกาแฟที่ส่งให้ใหม่สองตัวหรือยัง? ว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?
-
ตอนนี้ผมได้ซื้อเครื่อง Vacuum มาทำการ Vac เอาอากาศออกให้หมด (สังเกตด้านหลังซอง จะถูกรีดติดกับเม็ดกาแฟ) เพื่อให้มี Room สำหรับที่อยู่ของ กาซคาร์บอนไดออกไซร์ (CO2) แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะเพียงพอหรือไม่? และก็ยังไม่รู้ว่า CO2 หากเราคงไว้ในถุงนานๆ จะทำให้กาแฟเหม็นกลิ่น CO2 หรือไม่? อีกด้วย แต่ผมก็คิดว่ามันน่าจะมีแต่ผลดีนะ! โดยปรกติ กาแฟที่คั่วใหม่ๆ จริงๆ นั้นใส่ถุงได้ไม่กี่วันถุงมันจะพอง เอาต้องเอาเข็มเจาะเอาลมออก แล้วก็ใช้เตารีด รีดปิดถุงซะก็จบครับ ผมเคยใช้ถุงแบบมีวาว์วแล้วมันไม่เวิร์คครับ มันไม่ได้ให้อากาศออกได้อย่างเดียว (ตามที่เขาโฆษณาครับ ผมลองแล้วพบว่ามันยอมให้อากาศภายนอกเข้าไปได้ด้วย ในกรณีถ้าเราเอาถุงกาแฟแบบนี้ใส่ในตู้เย็นน่ะครับ ใครซื้อถุงแบบมีวาว์วไม่ควรแช่ถุงไว้ในตู้เย็นกันนะครับ) แต่ถุงแบบปิดสนิดธรรมดา ให้ใส่ไว้ในห้องฟรีสซ์ก็ยิ่งรักษากลิ่นไว้ได้ดีกว่าชั้นเย็นแบบช่องใส่ผักนะครับ
สืบเนื่องมาจาก บางครั้งการสั่งตอนช่วงใกล้วันหยุด ผมกลัวไปรษณีย์จะหยุดงานกันในวันอาทิตย์ จะทำให้การส่งกาแฟถึงลูกค้าช้าไป (คืออาจได้รับกันวันจันทร์) ผมก็เลยคิดว่าจะ Sealed ปิดปากถุงกันก่อน 24 ชม (จึงมี CO2 ที่ยังหลงเหลืออยู่) เพื่อรีบส่งให้ทันในวันศุกร์ (จะได้รับของในวันเสาร์) ซึ่งปรกติต้องรอถึง 30 ชม น่ะครับ (ของคุณ NIT09 ล็อทนี้ ผมขออนุญาตเป็นหนูทดลองคนแรกนะครับ แต่อีกถุงนั้นทำแบบปรกติครับ)
-
ผมมาชี้เป้าให้ครับ วันก่อนร้านขายของมือ 2 สายหลังมหาราช มีของอเมริกาอยู่หลายลูก ใครสนใจแวะไปยกเลยครับ
-
ผมมาชี้เป้าให้ครับ วันก่อนร้านขายของมือ 2 สายหลังมหาราช มีของอเมริกาอยู่หลายลูก ใครสนใจแวะไปยกเลยครับ
ผมสนใจครับ แล้วสายหลังมหาราชนี่เขาอยู่ตรงไหนครับ ;D
-
ผมยังหาเครื่องชงไม่เจอเลยครับพี่ สงสัยคงได้รื้ออีกรอบ หรือไม่ก็ไม่ซื้อที่ป๋าT แนะนำนะครับ
-
วันนี้ผมมีคลิปวีดีโอแสดงลักษณะบอกถึงความแตกต่างของการชงกาแฟแบบที่ดี และไม่ดี มาเปรียบเทียบให้ดูกันนะครับ
http://www.youtube.com/v/aVT0Iiw9egY?fs=1
ผลการชงแบบแรกเป็นแบบที่ผมต้อง Reject คือถ้าชงออกมาแบบนี้แล้ว ต้องเททิ้ง (ถ้าชงขาย เพราะกาแฟจะมีรสชาติบางเกินควร) ผมขอชงกาแฟแบบที่เราเรียกกันว่า Ristratto ตามที่ผมชอบดื่มและขายกันเป็นประจำละกัน โดยที่มันจะมีปริมาณน้ำกาแฟแค่ 1 Oz เท่านั้น ที่ผมจะต้องทิ้งกาแฟแก้วนี้ก็เนื่องจาก กาแฟแก้วนี้จะมีบอร์ดี้ที่บางกว่าที่ควรจะเป็นครับ เราสามารถดูได้จากสายน้ำกาแฟที่ไหลจากเครื่องชง จะเห็นว่ามันออกมาเป็นเส้นใหญ่มากๆ ซึ่งจะทำให้น้ำกาแฟไหลเต็มแก้วเร็วเกินไป แก้วนี้ใช้เวลาแค่ 9 วินาทีเท่านั้น ก็ได้น้ำกาแฟ 1 Oz กว่าๆ ซะแล้ว ปรกติควรใช้เวลา 10 15 วินาทีนะครับ กาแฟแก้วนี้สำหรับบางคน ก็อาจอะลุ่มอล่วยดื่มได้ ก็สุดแล้วแต่ความพิถีพิถันในการดื่มของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่การชงขายเราต้องมีมาตรฐานครับ ที่ทำให้ดูกันนี้นั้น ผมตั้งใจให้มันออกมาแบบนี้ได้ตามสั่ง เพราะผมใช้เครื่องกดแทมเปอร์แบบบอกแรงกดเป็นตัวเลขตามรูปในหน้าแรกน่ะครับ
การชงกาแฟให้อร่อย ไม่ใช่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ยาก ถ้าคุณเป็นคนที่มีความละเอียดสักหน่อยเท่านั้นเอง
http://www.youtube.com/v/j-Pd3BVPZi0?fs=1
ส่วนแก้วนี้จะเป็น Perfect Shot นะครับ ที่ 1 Oz ใช้เวลา 13 วินาทีพอดี นับเริ่มจากน้ำไหลออกมาหยดแรกนะครับ (และถ้าใช้เวลามากกว่านี้มากๆๆ ก็ใช่ว่ามันจะดีกว่านะครับ เพราะกาแฟมันจะถูกน้ำร้อน อัดมันจนมัน Burn แล้วทำให้มีรสขมจากการไหม้ มันก็ไม่อร่อยอีกแหละครับ) ถ้าเราชงกันบ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องจับเวลาก็ได้ แค่เห็นน้ำที่ไหลออกมาในตอนแรกเป็นหางหนูเราก็รู้แล้วว่ามันต้องออกมาดีแน่นอน (เครื่องชงราคาถูกจึงออกแบบฟิลเตอร์ให้มีรูเล็กๆ เพื่อให้น้ำไหลได้น้อย และใช้ปั๊มที่มี Pressure และ Flow Rate ต่ำๆๆๆ เพื่อหลอกเราละครับการที่ใช้เวลาที่น้ำไหลผ่านน้อยกว่านั้น (เกิดจากความฝืดของผงกาแฟนะ) ผมคิดว่ามันมีส่วนสำคัญต่อรสชาติของกาแฟแต่ละแก้วเป็นอย่างมาก แก้วหลังนี้จะมีมวลเนื้อที่หนาแน่น และนุ่มนวล แตกต่างจากแก้วแรกกันอย่างชัดเจน (ไม่ถึงน้ำล้างแก้ว แต่ก็ได้มาไม่ถึงครึ่ง) น่าเสียดายที่ youtube ไม่มีกลิ่นและรสชาติให้พวกเราได้พิสูจน์กัน จะได้รับรู้กันว่าจากเวลาต่างกันแค่ 4 วินาทีเท่านั้น มันมีผลต่อรสชาติกันขนาดไหน? เพราะฉะนั้นผมขอให้พวกเราใช้เวลาและปริมาณเป็นสิ่งที่เรายึดเป็นหลักในการชงกาแฟที่ดีที่สุดครับ ผมคิดว่าคงจะมีการทดลองกันซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนที่จะมีการแนะนำ จากเวปที่น่าเชื่อถือต่างๆ ตามที่ผมได้อ่านมา ซึ่งจะบอกตรงกันว่า ที่ 1 Oz ควรใช้เวลา 10-15 Sec. ด้วยปั๊มที่มีแรงดันประมาณ 9-10 bar ซึ่งผมก็ได้ทดลองทั้งการเพิ่มและลดเวลาดูแล้ว ก็พบว่าที่ระหว่าง 12-13 วินาที นั้นเราจะได้กาแฟที่มีรสชาติดีที่สุด โดยปั๊มของผมวัดแรงดันแบบหยุดการไหลเลยได้ที่ 10 bar (แต่ขณะที่น้ำไหลผ่านผงกาแฟแรงดันของน้ำร้อนมันอาจลดลงเหลือน้อยลงไปกว่านี้เล็กน้อย ใครอยากรู้แรงดันน้ำของเครื่องเรา ให้เดินหาตามตลาดถนนคนคนเดิน ที่ขายของมือสอง ก็อาจได้เกรดมือสองยี่ห้อดีๆ ในราคาไม่กี่ร้อยบาทครับ)
-
ฟิลเตอร์ของผมคล้ายๆกับของพี่วิทยาครับ ต่างกันตรงซิลิโคนของผมเป็นเส้น(ขนาดเท่าเส้นขนมจีน)เบียดอัดกัน
ไม่ได้เป็นแผ่นมีรูเดียวเหมือนของพี่วิทยา ตอนนี้ผมได้เอาลวดเกี่ยวดึงให้ขาดไปหนึ่งเส้น น้ำใหลเร็วขึ้นมาก
กับการบดที่เบอร์3 (เครื่องโมแล้วเบอร์3 มันให้ผงกาแฟที่ละเอียดกว่าเบอร์1เดิมๆซะอีก) พบว่าน้ำกาแฟบางใสกว่าเดิม
ผมต้องปรับการบดไปที่เบอร์1 ซึ่งให้ผงกาแฟเนียนเกือบเป็นแป้งถึงให้กลิ่นรสเข้มข้น ดีกว่าเดิมครับ เริ่มมีฟอง แต่ยังไม่มากเท่าไร
ที่ผมอยากลองต่อไปคือ
1. เผาฟิลเตอร์เอาซิลิโคนออก ... มันใช้เวลาเผานานมั๊ยครับ หลังจากเผาจะขัดให้ขาววาววับเหมือนเดิมยากมั๊ยครับ
2. แทมเปอร์ของเดิมเป็นพลาสติก (ก้นช้อนตวง) นอกจากใช้ไม่สะดวกแล้วยังควบคุมแรงกดและให้ตรงเป็นแนวระนาบยาก
คงต้องทำไรซักอย่าง
ผมว่าจะส่งฟิลเตอร์ขึ้นไปให้พี่พินิจวัดขนาด ส่งไปที่บ้านใหนดีครับ
-
กาแฟครั้งล่าสุดที่ได้รับมา เข้ม กับ ปานกลาง
ดม... มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปานกลางกลิ่นมากกว่า เข้มกลิ่นอ่อนกว่าและปนกลิ่นใหม้เข้ามาด้วย จมูกผมทำได้แค่นี้เอง
เคี้ยว... ทั้งสองถุงไม่มีรสฝาดรสเปรี้ยวเลยซักนิด :clap มีรสหวาน เข้มหวานมากกว่า ปานกลางหวานน้อยกว่าแต่ชุ่มคอกว่า
ดื่ม... เข้มมันให้กลิ่นรสที่ขมเข้ม แม้จะแค่ P+1 แต่ผมว่ามันเหนือกว่า P+2 ครั้งที่แล้วเสียอีก (เดา...พี่พินิจคงปรับปรุงอะไรซักอย่างในกระบวนการคั่ว)
ที่จริงผมน่าจะชอบ แต่ใจคนมันเปลี่ยนแปลงกันได้ สาเหตุก็เพราะปานกลางถุงเล็กนั้น กลิ่นหอมกรุ่นๆ รสชาติที่กลมกล่อม ไม่มีเปรี้ยว ไม่มีขม
ทุกอย่างยอดเยี่ยม แต่ผมคิดว่าไม่สำคัญเท่าสิ่งที่ประหลาดที่สุดซึ่งผมไม่เคยพบมาก่อนเลยคือ มันชุ่มคอมากๆ ดื่มตอนบ่ายสาม อาการชุ่มชื่นในลำคอมันอยู่จนเกือบสองทุ่ม
มันจึงค่อยๆจางลง นึกในใจ โดนของแล้วเรา :black_eye
-
ดม... มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ปานกลางกลิ่นมากกว่า เข้มกลิ่นอ่อนกว่าและปนกลิ่นใหม้เข้ามาด้วย จมูกผมทำได้แค่นี้เอง
เคี้ยว... ทั้งสองถุงไม่มีรสฝาดรสเปรี้ยวเลยซักนิด มีรสหวาน เข้มหวานมากกว่า ปานกลางหวานน้อยกว่าแต่ชุ่มคอกว่า
ถือว่าจมูกและลิ้นใช้ได้แล้วละครับ
ดื่ม... เข้มมันให้กลิ่นรสที่ขมเข้ม แม้จะแค่ P+1 แต่ผมว่ามันเหนือกว่า P+2 ครั้งที่แล้วเสียอีก (เดา...พี่พินิจคงปรับปรุงอะไรซักอย่างในกระบวนการคั่ว)
พยายามปรับปรุงการคั่วให้ดียิ่งๆ ขึ้นอยู่ละครับ
ที่จริงผมน่าจะชอบ แต่ใจคนมันเปลี่ยนแปลงกันได้ สาเหตุก็เพราะปานกลางถุงเล็กนั้น กลิ่นหอมกรุ่นๆ รสชาติที่กลมกล่อม ไม่มีเปรี้ยว ไม่มีขม
เหมือนเรื่องเสียงแหละครับ การที่เราได้เรียนรู้มากขึ้น ความชอบย่อมพัฒนาขึ้น จากที่ได้เรียนรู้การฟังเพลง เอ๋ย! ไม่ใช่ฟังเสียงดนตรีจากเครื่องเสียงอย่างถูกต้องจากพี่ของเรา (สันติคงรุ้ว่าใคร? ) ทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นอีกเยอะครับ เมื่อก่อนเอาความชอบตัวเองเป็นหลัก (แต่จริงๆ แล้ว จูงจมูกจากพวกนักเขียนแนะนำนั่นแหละ ซึ่งสิ่งที่พวกนี้แนะนำมา มันเป็นของปลอมแทบทั้งนั้น เมื่อก่อนไม่รูฟังไปได้ไง! เบสก็ถูกบู๊ซกันออกมาแบบคนละเสียงกับกลองจริงๆ ไปไกลกันเลยละ)
1. เผาฟิลเตอร์เอาซิลิโคนออก ... มันใช้เวลาเผานานมั๊ยครับ หลังจากเผาจะขัดให้ขาววาววับเหมือนเดิมยากมั๊ยครับ
การเผาก็แค่เอาไปวางตรงกลางเตาแก็ส เปิดไฟปานกลาง ใช้เวลา ประมาณ 5 นาที ได้มั้ง? มันจะมีไฟลุกติดที่ตัวซิลิโคน ปล่อยให้มันลุกจนเป็นขี้เถ่าตามรูป คือมันจะเป็นสีขาวๆ ในตอนหลัง แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น ล้างออกได้โดยง่ายครับ สีตัวฟิลเตอร์ก็จะเป็นเหมือนเดิมครับ
2. แทมเปอร์ของเดิมเป็นพลาสติก (ก้นช้อนตวง) นอกจากใช้ไม่สะดวกแล้วยังควบคุมแรงกดและให้ตรงเป็นแนวระนาบยาก
ไม่ต้องส่งมาให้ยุ่งยาก แค่วัดขนาดปากถ้วยฟิลเตอร์ด้วยไม้บันทัดมาก็พอแล้ว (อยากได้ค่ามาแค่คอนเฟริมร์กับของพี่เท่านั้นเอง) ที่บ้านพี่ก็มีฟิลเตอร์รุ่นเดียวกับคณวิทยา ถ้าคิดว่าของคุณสันติเหมือนของคุณวิทยา ก็ไม่ต้องวัดมาก็ได้ละครับ รอกลับขึ้นเมืองจะซื้อส่งมาให้ได้เลย
-
ช๊อตสองเยี่ยมไปเลยครับ....ของผม แม้แต่ช๊อตแรกยังห่าง....ว่าแต่
เมล็ดกาแฟเก่า กับใหม่.....มีผลต่อการบดไหมครับพี่? ถ้าเป็นยี่ห้อเดียวกัน? :)
-
มีผลครับ ถ้ายิ่งเก่ามากๆ นี่มันจะเหนียวติดเครื่องบด แล้วไปบล็อกที่ปลายฟฟันเฟืองครับ ครีม่าลดลง กลิ่นลดลง บอร์ดี้ลดเพราะมันเหนียวขึ้นรีดบอร์ดี้ไม่ออก
-
ไม่ต้องส่งมาให้ยุ่งยาก แค่วัดขนาดปากถ้วยฟิลเตอร์ด้วยไม้บันทัดมาก็พอแล้ว (อยากได้ค่ามาแค่คอนเฟริมร์กับของพี่เท่านั้นเอง) ที่บ้านพี่ก็มีฟิลเตอร์รุ่นเดียวกับคณวิทยา ถ้าคิดว่าของคุณสันติเหมือนของคุณวิทยา ก็ไม่ต้องวัดมาก็ได้ละครับ รอกลับขึ้นเมืองจะซื้อส่งมาให้ได้เลย
53 มม. ครับ
-
ช๊อตสองเยี่ยมไปเลยครับ....ของผม แม้แต่ช๊อตแรกยังห่าง....ว่าแต่
เมล็ดกาแฟเก่า กับใหม่.....มีผลต่อการบดไหมครับพี่? ถ้าเป็นยี่ห้อเดียวกัน? :)
ถ้าคุณ Martra ใช้เจ้า Rancilio Silvia ตามที่เคยบอกไว้ว่ากำลังรอของอยู่นั้น มันได้เข้ามาประจำการที่บ้านเรียบร้อยแล้วละก็ เจ้าตัวนี้มีความสามารถทำได้ไม่แตกต่างจากเครื่องที่ผมทำคลิปวีดีโอมาให้ดูนะครับ แล้วถ้าคุณได้ใช้เครื่องบดคือเจ้า Fema ของจีนตามที่เคยบอกไว้แล้วอีกด้วย ผมคิดว่าเจ้าตัวนี้แหละคือต้นตอของการที่ทำออกมาไม่ได้เท่าที่ผมทำละครับ ปรกติถ้าผมจะดื่มกาแฟนอกบ้าน (ก็อยากจะชิมของคนอื่นดูบ้าง) ถ้าผมเจอเครื่องบดแบบเจ้า Fema ของจีนอันนี้ ไม่จะไม่ยอมเข้าร้านนั้นเป็นอันขาด :nono หรือถ้าผมจะเข้าไปขายเม็ดกาแฟของผม ถ้าผมไปเจอร้านที่ใช้เจ้าตัวนี้อยู่ผมก็ไม่เข้าไปเช่นกันละครับ :giveup เพราะมันไม่สามารถบดผงได้ละเอียดเพียงพอที่จะทำให้น้ำกาแฟออกมาตามคลิปวีดีโอได้ครับ :nono :secret 53 มม. ครับ
ยังมีใครต้องการอีกใหม? ผมจะทำไว้ใช้เอง 2 อัน รวมของคุณสันติอีกหนึ่ง ถ้าทำกันหลายๆ คน ค่าแรงเชื่อมด้ามจับอาจถูกลงไปอีกละครับ :whistling รูปแรกบนเป็นเครื่องบดที่จะพบเห็นมากกว่า 90% ตามร้านขายกาแฟทั่วๆ ไป ที่ผมหลีกเลี่ยงน่ะครับ เครื่องแบบนี้บดผงกาแฟได้ไม่ละเอียดพอครับ ส่วนรูปหลังอันล่างเป็นอันที่ผมใช้งานอยู่ก็โอนะครับ ของใหม่หมื่นสี่ แต่ผมซื้อมือสองสภาพใหม่มาหกพัน
-
ลงรูปให้พี่พินิจดูครับ
ของที่ทำให้ยุ่งทุกเช้า
(http://images12.fotki.com/v253/photos/7/1379927/9138646/IMG_1786s-vi.jpg)
เครื่องบด รูปหน้าตรง และมุมก้มให้เห็นหมุดกลมๆดำๆตรงกลางที่ยืดเฟืองตัวบน
(http://images9.fotki.com/v1604/photos/7/1379927/9138646/IMG_1787s-vi.jpg)(http://images116.fotki.com/v715/photos/7/1379927/9138646/IMG_1788s-vi.jpg)
-
หมุนไปตามลูกศร unlock ถอดออกมาวางหงายให้ดูครับ
(http://images12.fotki.com/v68/photos/7/1379927/9138646/IMG_1790s-vi.jpg)
ถอดตะปูเกลียว 3 ตัวออก ยกเฟืองออกมา แผ่นพลาสติกใสๆที่เห็นนี่แหละครับคือที่ผมใส่เพิ่มเข้าไป
(http://images56.fotki.com/v773/photos/7/1379927/9138646/IMG_1792s-vi.jpg)
-
เพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านกระทู้นี้จริงๆจังๆก็วันนี้เองครับ ยอมรับเลยครับว่าการชงกาแฟให้ดีนั้นไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆครับ ไม่ใช่คนดื่มกาแฟแบบจริงจังแต่ก็ดื่มบ้างเวลาขับรถทางไกลก็ตามปั๊มต่างๆนั่นแหละครับ พออ่านกระทู้นี้แล้วทำให้นึกขึ้นได้ว่าทำไมกาแฟสดปั๊มนั้นถึงทำให้เราอยากกลับไปดื่มอีกในขณะที่ปั๊มอื่นๆไม่เป็น จะติดตามอ่านต่อไปครับและหวังว่าซักวันหนึ่งคงได้ใช้บริการเมล็ดกาแฟจากคุณพินิจครับ(ต้องถามเพื่อนดูก่อนเพราะเค้าชอบดื่มกาแฟมากๆๆๆๆ ถึงขนาดเอาเมล็ดกาแฟมาเคี้ยวเล่น) :clap :clap
-
เพิ่งจะมีโอกาสได้อ่านกระทู้นี้จริงๆจังๆก็วันนี้เองครับ ยอมรับเลยครับว่าการชงกาแฟให้ดีนั้นไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิดจริงๆครับ ไม่ใช่คนดื่มกาแฟแบบจริงจังแต่ก็ดื่มบ้างเวลาขับรถทางไกลก็ตามปั๊มต่างๆนั่นแหละครับ พออ่านกระทู้นี้แล้วทำให้นึกขึ้นได้ว่าทำไมกาแฟสดปั๊มนั้นถึงทำให้เราอยากกลับไปดื่มอีกในขณะที่ปั๊มอื่นๆไม่เป็น จะติดตามอ่านต่อไปครับและหวังว่าซักวันหนึ่งคงได้ใช้บริการเมล็ดกาแฟจากคุณพินิจครับ(ต้องถามเพื่อนดูก่อนเพราะเค้าชอบดื่มกาแฟมากๆๆๆๆ ถึงขนาดเอาเมล็ดกาแฟมาเคี้ยวเล่น) :clap :clap
ด้วยความยินดีครับ d_d :drunk :drive1 คุณสันติ ผมจะหาซื้อมันได้ที่ไหนครับ? Bic C Lotus or Macro?
-
Big C, Lotus, Makro, Carefour ไม่มีแน่นอนครับ จะมีแต่เครื่องบดที่เป็นใบมีด (เครื่องปั่น)
เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อนี้ผมเคยเห็นขายในเซ็นทรัล แต่ที่เดินครั้งล่าสุดไม่เห็นแล้วครับ
ส่วนของผมซื้อที่ร้านวีรสุ ถ.วิทยุ เยื้องๆสถาณทูตเมกัน
รุ่น http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=663 (http://www.verasu.com/product_detail.php?pid=663)
ติดต่อ http://www.verasu.com/contactus.php (http://www.verasu.com/contactus.php)
-
ปลายปีนี้มีรายได้จากการซื้อขายหุ้น จนผมไม่ค่อยสนรายได้จากกาแฟไปเลย แต่ผมก็ยังคิดที่จะดื่มกาแฟให้ได้มากกว่า 1 แก้วต่อวันอยู่ (เป้าหมายคือ 3 แก้วต่อวัน มีของดีก็ต้องยากดื่มมันให้สะใจกันหน่อย ติดที่มันดื่มไม่ได้ คือถ้าดื่มแก้วที่สอง หรือดื่มหลังเที่ยงวันไปแล้ว หัวใจของผมมันจะสั่นอย่างแปลกๆ แล้วก็จะนอนไม่หลับอีกด้วย)
วันนี้ได้แทมเปอร์อันใหม่มาลองเอาตอนบ่ายสองโมงไปแล้ว ก็อยากจะทดลองแทมเปอร์อันใหม่ ก็เลยดื่มเพิ่มไปอีกถ้วยนึง เพิ่มจากเมื่อเช้าที่ดื่มไปแล้วถ้วยนึง (ปรกติผมดื่มกาแฟหลังเที่ยงไม่ได้ ผมจะนอนไม่หลับ จนตีสองตีสามแหละ ถึงผมจะหลับตาลงได้) ปรากฏว่าผมเป็นอะไรไม่รู้? อาการไม่ค่อยดี ใจมันวิ๋วๆ เหมือนจะเป็นลมครับ แฟนบอกให้เปิดเบียร์ดื่มซะ ผมเคยลองมาแล้วเบียร์มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย พอดีตอนนี้ช่วงนี้ตอนเย็นมันหนาวมากๆ ผมเลยดื่มไวน์ตอนเย็นฟังเพลงไปด้วยทุกวัน ก็เลยรินมาแก้วใหญ่ ค่อยๆ จิบครับ พอไวน์หมดแก้วอาการใจวิ๋วๆ หายไปหมดสิ้น (ไม่เหมือนดื่มเบียร์เพื่อไปหักล้างกับกาแฟ ที่ดูเหมือนอาการจะแย่ลงไปอีกด้วยซ้ำ)
ผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่แพ้กาแฟหรือกินกาแฟสดเป็นครั้งแรกมักจะเป็นกัน (ผมก็จะเป็นลม เกือบแย่เหมือนกันในตอนดื่มกาแฟสดครั้งแรก) ใครดื่มแล้วเป็นแบบผมเป็น ให้ดื่มไวน์แดงที่ฝาดๆ เฝื่อนๆ มากๆ นะครับ (ซักขวดละพัน ไวน์ยิ่งแพงจะยิ่งฝาดและเฝื่อน) มันจะหายเป็นปิดทิ้งเลยละครับ และเมื่อคืนผมก็ง่วงแต่หัวค่ำเลย มันไม่น่าเชื่อจริงๆ แต่ผมยังไม่เคยลองใช้การดื่มเหล้าแก้ดูนะครับ คงต้องลองในครั้งต่อไปซะแล้ว
ต่อไปนี้ผมสามารถกินกาแฟสดแก้วที่สองหรือสาม เมื่อไรก็ได้เสียที แล้วตามด้วยไวน์แดง โย้!!!
เช้านี้ผมเลยลองดื่มกาแฟสดสองถ้วยห่างกันประมาณชั่วโมงนึง อาการใจวิ๋วๆ ก็เกิดขึ้นมาอีกหลังดื่มถ้วยที่สองไปสักพัก ผมก็ลองดื่มไวน์แก้วนึง อากการหายไปเป็นปิดทิ้งอีกครั้งในชั่วเวลาประมาณห้านาทีครับ ผมคิดว่าไวน์แดงชนิดฝาดๆ เฝื่อนๆ มากนั้น สามารถแก้อาการ... ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร? ของกาแฟสดได้นะครับ
kl
และผมขอขอบคุณคุณสันติมากๆๆๆๆ สัมหรับเรื่องเครื่องบดครับ ผมอาจลองสั่งทาง ปณ มาใช้ดูสักเครื่องนึงละครับ
-
ณ วันนี้ผมเชื่อ 100% แล้วว่าเครื่องชงกาแฟที่มีราคาต่ำกว่าหมื่น ถ้าเราเลือกซื้อเครื่องเป็น คือดูว่าปั๊มเป็นของอิทตาลี่รุ่นที่ให้แรงดันน้ำสูง (กลับไปค้นหาดูตามในรูปผมเคยถ่ายแผ่นแปะรายละเอียดของปั๊มป์ตัวนี้มาให้ดูกันครั้งหนึ่งแล้ว) และโมฯ มันเป็น (แต่เผาซิลิโคนที่ตะแกลงฟิลเตอร์ออกเท่านั้น) มันสามารถชงกาแฟแบบ Espresso ได้ดีกว่าเครื่องที่ผมซื้อมาระดับสามหมื่นบาทได้ละครับ (เครื่องสามหมื่นกว่าของผมยังไม่สามารถทำครีมม่าได้มากเท่าตัวนี้นะครับ ผมลองชงเทียบกันดูแล้ว)
แต่คุณต้องเปลี่ยนที่ยึดด้ามอัดใหม่ให้มันซะก่อน (ตามในรูป) มิฉะนั้นมันจะแตกครับ ผมเอาตัวอย่างที่เป็นพลาสติกของเก่า ไปให้ร้านกลึงสะแตนเลสส์ทำให้ในราคา 1,000 บาทแค่นั้นเอง ตอนนี้ผมมีเครื่องชงกาแฟที่มีคุณภาพเท่าเครื่องละแสนบาท โดยซื้อซากเครื่องมาในราคา 250 บาท รวมค่าทำที่ยึดด้ามอัดเป็น 1250 เองเท่านั้น
ดูครีมม่ามันซิ! จากเครื่องถูกๆ ตัวนี้ มันสูงประมาณครึ่งเซนต์กันเลยละ (5mm) ตอนนี้ผมดื่มกาแฟสดแบบคั่วเข้ม (Dark Roast) ได้ 100% จากเครื่องนี้ได้อีกเครื่องแล้วละครับ (เพิ่มจากเครื่องตัวใหญ่อีกเครื่องนึง ต่อไปก็จะมีอีกเครื่องที่กำลังสั่งทำที่ยึดด้ามอัดเป็นสะแตนเลสส์เหมือนกัน) ถ้าคิดเปอร์เซ็นต์จากเครื่องที่เอาไปชงขายปรกติ (เครื่องตัวขนาดกลาง) จะชงกาแฟที่คั่วระดับ Dark Roast ได้รสชาติแค่ 70% เองละครับ (สังเกตจากครีมม่าจากตัวขนาดกลางนี้จะออกมาแค่ 1 mm กว่าๆ เท่านั้นเอง ด้วยเหตุที่แรงดันของปั๊มที่ต่ำกว่า) แต่เครื่องนี้สามารถชงกาแฟที่คั่วระดับ Medium Dark Roast ได้ 100% เต็มนะครับ
ปล. ถึงคุณสันติครับ แทมเปอร์ที่ซี้ให้ดูคือตัวที่จะส่งมาให้นะครับ ราคา 320 บาทครับ (ผมได้เศษสะแตนเลสส์มาทำได้แค่สองอันเอง (ทำเหมือนกันเป๊ะครับ) ผมเก็บไว้ใช้กับเครื่องนี้ตัวนึง ผมคงต้องหามาอีกอันเพื่อใช้กลับเครื่องที่ได้มาคู่กลับเครื่องที่ได้มา 250 บาทนี้อีกตัวละครับ) ส่งการแฟอาทิตย์จะส่งมันมาให้นะครับ แล้วจะรู้ว่างานกดแทมเปอร์นั้นมันง่ายขึ้นมาอีกเยอะเลยละครับ เมื่อก่อนผมไม่เชื่อแทมเปอร์สะแตนเลสส์ว่ามันจะดีกว่าแบบแทมเปอร์พลาสติกได้อย่างไร? คือมันมีความหนาของส่วนที่กดมากว่า ทำให้เรากดไม่เอียงน่ะครับ แทมเปอร์พลาสติกมันจะบาง เวลากดเราต้องเกร็งมือไม่ให้แทมเปอร์เอียงด้วย และต้องใช้แรงมากกว่าด้วย ทำให้การคอนโทนการกดไม่ดีเท่าครับ ต้องลองใช้ดูแล้วจะรู้เองว่า ดีกว่าอย่างไร?
-
สุดยอดเลยครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟเยอะเลย ผมเคยคิดจะทำ tamper ที่มันวัดความดันได้เหมือนกันครับ จะได้ tamp ได้น้ำหนักคงที่
แต่ตอนนี้ยังคิดแบบไม่ออก K]
-
สุดยอดเลยครับ ได้ความรู้เกี่ยวกับกาแฟเยอะเลย ผมเคยคิดจะทำ tamper ที่มันวัดความดันได้เหมือนกันครับ จะได้ tamp ได้น้ำหนักคงที่
แต่ตอนนี้ยังคิดแบบไม่ออก K]
ถ้าเป็น DIYer ต้องลองไปเดินตามตลาดขายของมือสองดูนะครับ มองหาสิ่งที่เราน่าจะเอามาโมฯ มันได้ ไม่จำเป็นต้องหาซื้อของเหมือนผม
ผมกลับมาอ่านแล้วรู้สึกว่าผมใช้ศัพท์แปลกๆ คือเจ้าคำที่ว่า ที่ยึดด้ามอัด ผมขอเอาชื่อจริงๆ ของมันให้ถูกต้องจะดีกว่า มันเรียกว่า Portafilter Group นะครับ มีช่างซ่อมเครื่องชงกาแฟบอกว่า ให้หาซื้อเครื่องชงยี่ห้อ อีเล็กโทลักษ์ รุ่นเก่าๆ นะครับ จะได้ปั๊มป์น้ำของอิตาลี่ รุ่นเดียวกับที่ผมได้ซากมันมาในราคาแค่ 250 บาทนี้นะครับ ถ้าเจอมันขอซื้อเค้าต่อสัก 5.000 บาทก็คุ้มครับ เพราะมันสามารถชงกาแฟที่คั่วระดับเข้มมากๆ ที่เครื่องระดับราคา 3-5 หมื่นยังทำไม่ได้ ต้องเครื่องระดับราคาแสนขึ้นเท่านั้นถึงจะชงกาแฟที่คั่วเข็มมากๆ ได้อร่อยเต็มร้อยนะแบบนี้ครับ ผมวัดแรงดันของป็มป์ตัวนี้แล้วได้เท่ากับ 15 bar ครับ และปั๊มป์ของอิทตาลี่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานเป็นเยี่ยมอีกด้วย
ด้วยความที่มีความรู้สึกว่าผมเริ่มจะเป็นโรคอันไซร์เมอร์รึ? เพราะขี้ลืมมากขึ้นกว่าเมื่อสิบปีที่แล้วอย่างชัดเจน วางปากกาแป๊บเดียวจำไม่ได้แล้วว่าเอาไปไว้ตรงไหน? (เมื่อก่อนไม่เป็นมากขนาดนี้) ก็เลยอยากจะทดลองดื่มกาแฟสด (ปราศจากนม ครีม และน้ำตาล) เป็นการทดลองตามคำแนะนำในวิกิพีเดียว่าให้ดื่มกาแฟ 5 ถ้วยต่อวัน (แต่ผมขอแค่ 3 ถ้วยต่อวันก็พอละ) และจากที่อ่านมามันยังช่วยลดโอกาสที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ (ญาติผมก็มีเป็นซะด้วย) แล้วเค้าว่ามันยังลดโอกาสเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย (คุณป้าก็เป็นเหมือนกันอีกด้วย)
วันนี้ตอนเช้าผมดื่มไปถ้วยนึง บ่ายสองโมงก็เลยอีกถ้วย แก้ง่วง! นี่ก็ผ่านมาจนเย็น ไม่พบอาการใจสั่นแบบมากๆ (แต่ก็มีอาการวูบๆ ในหัวสมองเล็กน้อย หลังจากดื่มไปสักพัก) มันก็ทำให้ตาแข็งไม่ง่วงมาตลอดบ่าย ตอนนี้ก็เลยจิบไวน์ซะแก้วนึง ฟังเพลงไปด้วยพร้อมกับต้องห่มผ้าไปด้วยมันหนาววววว....มั๊กๆ! อ่ะครับ (ปีนี้อากาศหนาวมาเร็วมาก มันหนาวเท่าช่วงหนาวที่สุดตอนเดือน มค. ของปีที่แล้วเลยละ มันหนาวตั้งแต่เมื่อสองสามวันมาแล้ว) ก็คิดว่าวันนี้คงหลับได้แต่หัวค่ำเช่นเมื่อวาน โดยการดื่มกาแฟ 2 ถ้วย ตอนนี้เริ่มมึนๆ จากการดื่มไวน์ ขณะที่กำลังเขียนจบละครับ หมดแก้วพอดี (งงๆ! ว่าทำไมวันนี้ดื่มไวน์มีมึนๆ? เพิ่งนึกออกว่าลืมกินข้าวกลางวันอ่ะครับ ท้องมันเลยว่าง)
........แถมท้ายว่า .....ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องซื้อเครื่องชงกาแฟราคาเรือนแสน.....ถ้าคุณเป็นนักดื่มกาแฟแบบอนาถา ......ให้หา เครื่องชงของอีเล็กโทลักษ์รุ่นเก๋าๆๆๆๆ มาใช้งานนะครับ
-
ขออนุญาตรบกวนพี่พินิจด้วยครับ พอดีน้องๆแถวบ้านอยากจะเปิดร้านกาแฟ อยากให้พี่ช่วยแนะนำเรื่องเครื่องที่ดีราคาเบาด้วยนะครับ น้องเขามีทุนไม่มากนะครับ
-
ขอบคุณครับพี่ PINIJ
ไม่แน่กลางเดือนนี้อาจจะได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ ถ้าได้ไปจะแวะไปชิมกาแฟที่ร้านนะครับ Y]
-
ขออนุญาตรบกวนพี่พินิจด้วยครับ พอดีน้องๆแถวบ้านอยากจะเปิดร้านกาแฟ อยากให้พี่ช่วยแนะนำเรื่องเครื่องที่ดีราคาเบาด้วยนะครับ น้องเขามีทุนไม่มากนะครับ
ผมขอแนะนำให้ดูซื้อเครื่องที่สามารถดึงฝาถังน้ำด้านหลังออกได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องขันน็อทอะไรเลย (ดูตามรูปครับ ข้างด้านเครื่องคงเห็นกันแล้ว เลยเอาข้างหลังมาให้ดูกันบ้าง เวลาดึงฝานี้ออกไม่ต้องกลัวน้ำจะไหลออกที่รูด้านล่างนะครับ มันจะมีตัวปิดโดยอัตโนมัติ เมื่อเรายกถังน้ำที่เป็นฝาหลังนี้ออก) เราก็จะสามารถเห็นไส้ในของมันทั้งหมดแล้ว ดูว่าปั๊มเป็นยี่ห้อเหมือนในรูปหรือไม่? ถ้าใช่ยกกลับบ้านได้เลย เครื่องลักษณะนี้มีหลายยี่ห้อครับ คือโครงเดียวกัน แต่แป๊ะคนละแบรนเท่านั้น ช่างบอกว่ามีของอีเล็กโตลักษ์ แล้วก็มีของที่ทำจากมาเลย์ ก็ใช้ปั๊มรุ่นนี้ และมีอีกหลายแบรน ช่างเคยบอกผม แต่ผมลืมไปหมดแล้วอ่ะครับ จำอีเล็กฯ ได้ยี่ห้อเดียว
แล้วเครื่อง ซื้อตามคุณสันติได้เลยครับ
เชิญครับคุณ Pigeon หรือหากใครที่จะขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่ ถ้าจะแวะมาลองดื่มกาแฟผม ขอให้บอกว่ามาจากเวปนี้ ดื่มฟรี และถ้าใครมีเครื่องชง ผมจะให้กาแฟคั่วแล้วใหม่ๆ แถมกลับไปให้ทดลองชงที่บ้านอีกด้วยนะครับ
วันนี้ขอนอนก่อนละครับ ซักเริ่มจะง่วงได้เวลานอนตามปรกติแล้ว ไวน์แดงหอมๆ ฝาดๆ นุ่มๆ คอ นี่แก้ฤทธิ์กาแฟดีดได้เยี่ยมจริงๆ นะครับ
-
ขอบคุณมากครับพี่คงต้องเดินหาดูคามคลาดนัดแถวบ้านบ้างแล้วครับ
แล้วเครื่อง ซื้อตามคุณสันติได้เลยครับ
ข้อความข้างบนนี่พี่หมายถึงเครื่องบดใช่ไหมครับ แล้วต้องมีการโมแบบคุณสันติไหมครับ
-
แล้วเครื่อง ซื้อตามคุณสันติได้เลยครับ
ข้อความข้างบนนี่พี่หมายถึงเครื่องบดใช่ไหมครับ แล้วต้องมีการโมแบบคุณสันติไหมครับ
หมายถึงเครื่องบดครับ
ซื้อมาแล้วยังไม่ต้องโมก็ได้ครับ ปรับเป็นเบอร์ 1 (ละเอียดสุด) ลองใช้งานซักครั้งสองครั้งดูว่าผงกาแฟที่ได้ละเอียดพอมั๊ย
ถ้าดูแล้วยังไม่แน่ใจ ส่งตัวอย่างผงกาแฟให้พี่พินิจหรือผมก็จะได้คำตอบครับ
-
แล้วเครื่อง ซื้อตามคุณสันติได้เลยครับ
ข้อความข้างบนนี่พี่หมายถึงเครื่องบดใช่ไหมครับ แล้วต้องมีการโมแบบคุณสันติไหมครับ
หมายถึงเครื่องบดครับ
ซื้อมาแล้วยังไม่ต้องโมก็ได้ครับ ปรับเป็นเบอร์ 1 (ละเอียดสุด) ลองใช้งานซักครั้งสองครั้งดูว่าผงกาแฟที่ได้ละเอียดพอมั๊ย
ถ้าดูแล้วยังไม่แน่ใจ ส่งตัวอย่างผงกาแฟให้พี่พินิจหรือผมก็จะได้คำตอบครับ
ขอบคุณที่ช่วยตอบครับ ผมมันคิดไวกว่ามือมากเกินไปหน่อย คุณสันติรอรีวิวแผ่นนะครับ หมดไวน์ไปขวดแล้ว ยังไม่เห้นเอาคุยให้ฟังบ้างเลย d_d :drunk
-
เครื่องชงกาแฟทีเสียแล้วแบบที่พี่ PINIJ บอกสามารถหาซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ :-\
-
แล้วเครื่อง ซื้อตามคุณสันติได้เลยครับ
ข้อความข้างบนนี่พี่หมายถึงเครื่องบดใช่ไหมครับ แล้วต้องมีการโมแบบคุณสันติไหมครับ
หมายถึงเครื่องบดครับ
ซื้อมาแล้วยังไม่ต้องโมก็ได้ครับ ปรับเป็นเบอร์ 1 (ละเอียดสุด) ลองใช้งานซักครั้งสองครั้งดูว่าผงกาแฟที่ได้ละเอียดพอมั๊ย
ถ้าดูแล้วยังไม่แน่ใจ ส่งตัวอย่างผงกาแฟให้พี่พินิจหรือผมก็จะได้คำตอบครับ
ขอบคุณมากครับ :bowdown เอาไว้เข้ากรุงจะไปซื้อหามาใช้ครับ d_d
-
เครื่องชงกาแฟทีเสียแล้วแบบที่พี่ PINIJ บอกสามารถหาซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ :-\
ถนนมือสองหลัง รร ปรินซ์ ชม ครับ
-
เครื่องชงกาแฟทีเสียแล้วแบบที่พี่ PINIJ บอกสามารถหาซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ :-\
ถนนมือสองหลัง รร ปรินซ์ ชม ครับ
:cry2 ไกลจัง
เดี๋ยวผมลองไปเดินตลาดมือสองแถวบ้านดูดีกว่า เผื่อฟลุค ^^
-
เครื่องชงกาแฟทีเสียแล้วแบบที่พี่ PINIJ บอกสามารถหาซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ :-\
ถนนมือสองหลัง รร ปรินซ์ ชม ครับ
:cry2 ไกลจัง
เดี๋ยวผมลองไปเดินตลาดมือสองแถวบ้านดูดีกว่า เผื่อฟลุค ^^
ขอให้เราทำความดีมากๆ แล้วการฟลุ๊กจะเกิดขึ้นกับเราบ่อยๆ นะครับ วันนี้ผมก็ฟลุ๊คเรื่องรู้ น้ำหนัก ของแทมเปอร์แล้วละครับ ผมขอเอาแทมเปอร์ตัวใหม่เอี่ยมอ่องมาให้ดูกัน เพื่อเป็นข้อมูลในการชงกาแฟซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ ได้ Perfect Shot จากการชงกาแฟได้เหมือนๆ ที่ผมทำนะครับ คือผมไปได้น๊อทที่เป็นเกียวตัวผู้ (Bolt) ที่เป็นสะแตนเลสส์ หนัก กิโล กว่าๆ จากร้านของเก่ามา 250 บาท (เศษ สะแตนเลสส์ราคา กก ละ 200) บาท) ไปจ้างร้านกลึงออกมาได้ตามรูป หมดราคาค่าแรงไปอีก 100 บาท พอกลึงออกมาแล้วเสร็จ น้ำหนักเหลือ 1 kg พอดีครับ kg (มีคนเคยถามถึงค่าแรงที่ใช้กดแทมเปอร์ เมื่อก่อนผมไม่สามารถตอบได้ เพราะเครื่องกดที่เป็นตัวเลขของผมนั้น ผมใช้ตัวเลขเป็นแค่ Referent ให้แรงกดเท่ากันทุกครั้ง แต่ไม่ได้บอกตังเลขเป็นค่าแรงที่ถูกต้องได้ วันนี้ผมมีคำตอบให้ได้แล้ว)
ด้วยการใช้ผงกาแฟเมล็ดกลมที่ผมคั่วระดับ Medium Dark ลงใน Double Shot Filter ถ้าใครบดให้ผงกาแฟได้ ละเอียดเพียงพอ แล้วให้ใช้แทมเปอร์หนัก 1 วางลงบนผงกาแฟในถ้วย Filter แล้วให้ หมุนๆ แทมเปอร์สักสามสี่รอบ (โดยไม่ต้องใช้แรงของเรากดเพิ่มลงไปอีกนะครับ) หากท่านจะชงกาแฟเป็นชนิดที่เรียกว่า Ristratto การไหลของน้ำร้อนจะทำเวลาได้ 13 วินาที เราก็จะได้น้ำกาแฟที่ 1 Oz พอดี หรือถ้าปล่อยน้ำกาแฟต่อให้เป็นแบบ Espresso ก็จะทำเวลาได้ 25-27 วินาที เราก็จะได้น้ำกาแฟที่ 2 Oz เป็น Perfect Shot ที่ตอนนี้ไม่ต้องใช้เครื่องกดแทมเปอร์แบบแสดงตัวเลขก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ถ้าใครยังทำเวลาไม่เท่าที่ผมว่าไว้ ละก็ ขอให้ ปรับความละเอียดของผงกาแฟเพิ่มหรือลด ที่เครื่องบดเอานะครับ แล้วจะรู้ว่ากาแฟที่อร่อยเต็มร้อยนั้นมันเป็นอย่างไร?
-
อ่านกระทู้นี้ทีไร หิวกาแฟจริง ๆ 0)] 0)]
-
.. c) c).... ไปทดลองแทมเปอร์ตัวใหม่มา....รสชาดเข้มมีเนื้อและครีมมาครบถ้วนถูกใจจริงๆ (คุณPINIJชงให้เองทุกครั้งที่ผมไปดื่ม) ...
..วางแผนใว้ว่า2-3วันจะบุกไปถึงบ้านคุณPINIJ เพื่อจะไปชิมถึงแหล่งมวลสารที่แท้จริง.... :yahoo :yahoo :yahoo
-
.. c) c).... ไปทดลองแทมเปอร์ตัวใหม่มา....รสชาดเข้มมีเนื้อและครีมมาครบถ้วนถูกใจจริงๆ (คุณPINIJชงให้เองทุกครั้งที่ผมไปดื่ม) ...
..วางแผนใว้ว่า2-3วันจะบุกไปถึงบ้านคุณPINIJ เพื่อจะไปชิมถึงแหล่งมวลสารที่แท้จริง.... :yahoo :yahoo :yahoo
ขอให้มาจริงๆ เติ๊อ! จะให้รู้จักรสชาติของเครื่องราคา 250 บาท ว่าเป็นอย่างไร? d_d :drunk
เมื่อวานวันอาทิตย์ ไม่ทราบว่าคุณ BlueKite ได้ไปยืนฟังลำโพง BOSE 301 เปิดเพลงที่ร้านขายเครื่องดนตรีมือสองที่ถนนด้านหน้าโรงเรียนปรินส์หรือไม่? ผมไปยืนฟังอยู่พักหนึ่ง สิ่งที่อยากจะคุยต่อคือ หากคุฯ BlueKite มาฟังลำโพงแผ่นพวก ESL อย่างของ QUAD แล้วละก็! จะรู้สึกว่าลำโพงตู้ทั่วๆ ไป ถ้าออกแบบมาไม่ดี หูเราจะฟ้องมากๆ ว่าเหมือนเค้าเอาดอกลำโพงวางบนปากโอ่งมาเปิดให้เราฟังกันเลยละ เราจะสังเกตมันออกมาอย่างชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ฟังลำโพงแผ่นไปซักพัก ก่อนหน้านั้นผมก็จะไม่ค่อยสังเกตอาการที่มีเสียงก้องของพวกลำโพงแบบตู้มากนัก คือดูเหมือนมันก็ฟังแล้วดี ไม่มีอาการก้องสะท้อนจากภายในตู้ออกมาแบบชัดๆ อย่างที่ผมรู้สึกอย่างทุกวันนี้ ว่าผมทนฟังลำโพงตู้ที่ออกแบบมาไม่ดีไม่ค่อยได้เลยละ ผมก็ไม่อยากให้หูของผมมีนิสัยเสียแบบนี้ แต่ประสาทความรับรู้ของเรามันเปลี่ยนไปเอง จากการที่ได้ยินเสียงที่สะอาดและบริสุทธิ์จากลำโพงแผ่นอยู่ทุกวันน่ะครับ แม้แต่เวลาที่ผมไปฟังลำโพงแผ่นผสมลำโพงแบบตู้เบส ก็ยังพบว่าหูมันยังสังเกตว่ามันไม่เข้ากันเป็นอย่างมากระหว่างส่วนที่เป็นแผ่นและส่วนที่เป็นตู้ได้อย่างชัดแจ้งอีกเช่นกัน
ที่ผมว่ามาแล้วนั้น ผมก็ไม่ได้หมายความว่าลำโพงแบบ ESL นั้นมันให้เสียงที่ดีสุดยอดเหนือลำโพงลำอื่นๆ ไปซะหมดทุกด้านนะครับ มันทำได้เยี่ยมจริงๆ แค่ช่วงเสียงของถี่ที่ประมาณ 100 Hz ถึง 15,00 Hz แต่ก็ใช่ว่าที่ความถี่นอกเหนือเขตที่ผมกล่าวมาแล้วนั้นมันจะไม่มีออกมาให้ได้ยินกันนะครับ มันมีแต่อาจไม่ค่อยสะใจกับคอ Rock เท่านั้น แต่สำหรับคอคลาสสิกอย่างผมแล้ว มันสุดยอดมีเพียงพอในทุกย่านความถี่ตั่งแต่ 30 Hz จนถึง 18,00 Hz กันเลยทีเดียว เกินเลยจากนี้ไปแล้วในเพลงคลาสสิกที่เล่นกันดีๆ มันไม่มีความถี่ระดับเกินเลยกว่านี้กันอยู่แล้วละครับ ถึงอาจจะมีความถี่ที่เกินเลยจากนี้กับเพลงที่เล่น อัด กันใหม่ๆ แต่ฝีมือคนเล่นใหม่ๆ ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ผมจะทนฟังเสียงพวกเค้าเล่นกันอยู่ดี
จึงเรียนมาเพื่อเตือนว่า ขอให้ดีๆ ก่อนที่จะมาเสียหูกับอาการที่จะกลับไปพบกับอาการเสียงก้องของลำโพงตัวเก่าที่บ้านจะแสดงออกมาให้เราสังเกต รับรู้ ได้มากขึ้น จนรู้สึกรำคาญกันเลยละครับ
-
วันนี้ผมได้ถ่ายรูปผงกาแฟที่ผมได้บดจากเครื่องบดของผมมาให้พวกเราได้เห็นความละเอียดของผงกาแฟที่ควรบดให้ได้ถึงขนาดนี้กันนะครับ ดูในส่วนที่เป็นจุดเล็กๆๆๆๆ เล็กที่สุดน่ะครับ ส่วนที่มองเห็นจุดใหญ่ๆ นั่นคือผงเล็กๆ มารวมตัวเกาะกันเป็นก้อนแล้ว เราจะเห็นว่ามันค่อนข้างจะละเอียดมากๆ และถ้าดูจากของจริง (ไม่ใช่รูปถ่าย) เราก็จะเห็นความละเอียดที่เสมอกันดีมากๆ อีกด้วย ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้น้ำร้อนได้ผ่านผิวกาแฟได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับผงที่หยาบกว่าที่จะให้มวลเนื้อและรสชาติกาแฟบางลงตามขนาดผงที่บดใหญ่ขึ้น :secret (ผมถ่ายรูปจากผิวของนิ้วมือ ที่บี้ผงกาแฟเพื่อให้ผงกาแฟมันแยกออกจากกัน)
เพื่อให้พวกเรามั่นใจว่าเครื่องราคาไม่ถึงหมื่นบาท ก็ทำ Espresso ในการคั่วระดับเข้ม (Dark Roaste)ได้เท่าเครื่องชงราคาหลายแสนบาทเช่นกัน แต่ขอให้เลือกของเป็น และโมฯ Filter ตามที่ผมแนะนำมาแล้ว :victory ไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการซื้อเครื่องชงกาแฟที่มีราคาเกินหมื่นบาทครับ
http://www.youtube.com/v/77btW6ygc-c?hl=en&fs=1
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
-
เครื่องชงกาแฟทีเสียแล้วแบบที่พี่ PINIJ บอกสามารถหาซื้อได้ที่ไหนเหรอครับ :-\
ถนนมือสองหลัง รร ปรินซ์ ชม ครับ
:cry2 ไกลจัง
เดี๋ยวผมลองไปเดินตลาดมือสองแถวบ้านดูดีกว่า เผื่อฟลุค ^^
ขอให้เราทำความดีมากๆ แล้วการฟลุ๊กจะเกิดขึ้นกับเราบ่อยๆ นะครับ วันนี้ผมก็ฟลุ๊คเรื่องรู้ น้ำหนัก ของแทมเปอร์แล้วละครับ ผมขอเอาแทมเปอร์ตัวใหม่เอี่ยมอ่องมาให้ดูกัน เพื่อเป็นข้อมูลในการชงกาแฟซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ ได้ Perfect Shot จากการชงกาแฟได้เหมือนๆ ที่ผมทำนะครับ คือผมไปได้น๊อทที่เป็นเกียวตัวผู้ (Bolt) ที่เป็นสะแตนเลสส์ หนัก กิโล กว่าๆ จากร้านของเก่ามา 250 บาท (เศษ สะแตนเลสส์ราคา กก ละ 200) บาท) ไปจ้างร้านกลึงออกมาได้ตามรูป หมดราคาค่าแรงไปอีก 100 บาท พอกลึงออกมาแล้วเสร็จ น้ำหนักเหลือ 1 kg พอดีครับ kg (มีคนเคยถามถึงค่าแรงที่ใช้กดแทมเปอร์ เมื่อก่อนผมไม่สามารถตอบได้ เพราะเครื่องกดที่เป็นตัวเลขของผมนั้น ผมใช้ตัวเลขเป็นแค่ Referent ให้แรงกดเท่ากันทุกครั้ง แต่ไม่ได้บอกตังเลขเป็นค่าแรงที่ถูกต้องได้ วันนี้ผมมีคำตอบให้ได้แล้ว)
ด้วยการใช้ผงกาแฟเมล็ดกลมที่ผมคั่วระดับ Medium Dark ลงใน Double Shot Filter ถ้าใครบดให้ผงกาแฟได้ ละเอียดเพียงพอ แล้วให้ใช้แทมเปอร์หนัก 1 วางลงบนผงกาแฟในถ้วย Filter แล้วให้ หมุนๆ แทมเปอร์สักสามสี่รอบ (โดยไม่ต้องใช้แรงของเรากดเพิ่มลงไปอีกนะครับ) หากท่านจะชงกาแฟเป็นชนิดที่เรียกว่า Ristratto การไหลของน้ำร้อนจะทำเวลาได้ 13 วินาที เราก็จะได้น้ำกาแฟที่ 1 Oz พอดี หรือถ้าปล่อยน้ำกาแฟต่อให้เป็นแบบ Espresso ก็จะทำเวลาได้ 25-27 วินาที เราก็จะได้น้ำกาแฟที่ 2 Oz เป็น Perfect Shot ที่ตอนนี้ไม่ต้องใช้เครื่องกดแทมเปอร์แบบแสดงตัวเลขก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ถ้าใครยังทำเวลาไม่เท่าที่ผมว่าไว้ ละก็ ขอให้ ปรับความละเอียดของผงกาแฟเพิ่มหรือลด ที่เครื่องบดเอานะครับ แล้วจะรู้ว่ากาแฟที่อร่อยเต็มร้อยนั้นมันเป็นอย่างไร?
Tamper 1 Kg โห.....ไอเดียนี้ถูกใจผมมากเลยครับพี่ tamp ไป ออกกำลังกายไปด้วย หุหุ เฟิร์มแน่นอนครับผม อิอิ
ผมชอบไอเดียนี้จริงๆนะครับพี่ เพราะผมชงทีไรน้ำหนักที่กดไม่เท่ากันซักที ผมว่าจะลองออกแบบที่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยดีกว่าครับ เผื่อซื้อกาแฟที่เข้มมากๆ จะได้บดหยาบหน่อยแล้วเพิ่มน้ำหนักการกด แล้วลองดูว่ารสชาติจะอ่อนลงบ้างมั๊ย ^^
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
ขอบคุณครับที่คุณดาวเหนือแวะเข้ามาคุยในนี้ด้วยอีกคน มีอุปกรณ์พื้นฐานแบบนี้แล้วก็ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย สำหรับนักดีไอไว ที่ต้องการของถูกๆ และดี ให้เอาหัวจุกที่จับเปิดปิดฝาข้างบนสุดนั้นออกซะ แล้วก็เอาจูปของยางรถยนต์มาใส่แทนทำให้แน่นหนา แต่ก่อนอื่นต้องหายางหรือโอริงมาซิลด์ที่ฝาให้ดีซะก่อน โดยอาจทำที่ยึดจากปลายปากของกาชงกาแฟตัวนี้ให้มันมั่นคงซักหน่อย
เวลาใช้งานก็ให้บดผงกาแฟ แล้วก็ใช้แทมเปอร์กด (ก็คงต้องหาความพอดีของแรงที่จะใช้กดแทมเปอร์ให้เหมาะสมกับลมที่จะสูบเข้าไปด้วยนะครับ) เติมน้ำร้อนลงไป เอาที่สูบยางรถยนต์แบบใช้มือกดหรือเท้าเยียบก็ได้ งานนี้รวมเบล็ดเสร็จแล้วมันคงอยู่ในงบที่คุณดาวเหนือพอใจที่จะจ่ายได้อย่างแน่นอนละครับ และผมคิดว่าถ้าทำให้ดีๆ มันควรจะอร่อยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่แท้เพราะน้ำมันจะผ่านผงกาแฟยากขึ้นกว่าเดิมด้วยการที่เราใช้แทมเปอร์กดลงบนผงกาแฟก่อนเทน้ำร้อน (90 องศาซีก็พอนะครับ) แล้วมีการใช้แรงดันจากเครื่องสูบลมอัดน้ำร้อนลงไปอีกด้วย
ผมมีลูกค้าคนหนึ่งเป็นชาวเนเธอร์แลนด์ที่ซื้อเมล็ดกาแฟคั่วแล้วของผม เค้าก็ใช้เครื่องแบบแมนน่วลที่ใช้มือกดชงกาแฟกินอยู่ทุกวัน เค้าดื่มกาแฟวันละ 5 ถ้วยครับ เค้าเคยคุยว่าราคาเครื่องตัวนี้ของเค้าแพงกว่าที่ผมใช้ขายกาแฟอยู่ทุกวันนี้เป็นหลายเท่าตัวซะด้วยละ ผมเคยเห็นรูปของเครื่องชงแบบนี้ แต่วันนี้หาไม่พบ เอาไว้วันหน้าจะลองหาให้ใหม่ มันเป็นของแบบวินเทสจ์จากอิทตาลี่น่ะครับ เลยแพงมั๊กๆๆ
ผมว่าจะลองออกแบบที่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยดีกว่าครับ
เป็นความคิดต่อยอดที่ดีครับ ผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่า จะทำอันต่อไปเป็นแบบใช้เกรียวยึดที่ด้ามกด เพื่อเปลี่ยนน้ำหนักที่ด้ามจับกดได้ เพื่อให้ นน. เหมาะกับแต่ละระดับการคั่วกันไปเลย และผมคิดว่า นน. แทมเปอร์ที่เหมาะกับเครื่องแต่ละเครื่องก็คงจะไม่เท่ากันด้วยนะครับ ดังนั้นการทำแบบปรับ นน. ได้นี้ก็เป็นสิ่งดีครับ (ผมได้ทำแทมเปอร์แบบนี้ให้คุณสันติไปแล้วด้วย เช้าวันนี้คุณสันติอาจได้ใช้มันไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าอย่างไร ก็ขอให้คุณสันติรายงานผลการใช้งานแทมเปอร์ตัวใหม่ด้วยนะครับ)
-
หม้อของคุณดาวเหนือทำในอิตาลีเชียวครับ พี่พินิจอาจจะยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน
หม้อนี้แบ่งเป็นสองห้อง คือห้องแรงดัน (หม้อใบล่าง) กับห้องกาแฟ (หม้อบน)
วิธีการใช้งานคือใส่น้ำในหม้อใบล่าง ใส่ผงกาแฟในถ้วยกรองแล้ววางถ้วยกรองซ้อนบนปากหม้อใบล่าง สวมหม้อบนทับลงไป หมุนเกลียวให้แน่น เอาหม้อวางบนเตา จะเตาถ่าน เตาแก้ส หรือเตาไฟฟ้าก็ได้ เมื่อน้ำร้อนจนเดือดจะเกิดแรงดันให้น้ำเดือดพุ่งผ่านผงกาแฟและขึ้นไปอยู่ในหม้อบน ... ผมเข้าใจถูกมั๊ยครับคุณดาวเหนือ
แนวทางอั๊ปเกรดคือ
กาแฟต้องใหม่ ไม่คั่วทิ้งไว้นานเกินเดือน
ผงกาแฟต้องบดใหม่เมื่อต้องการชงเท่านั้น ไม่บดทิ้งไว้
ผงกาแฟต้องบดได้ละเอียดพอ
ผงกาแฟในถ้วยกรองต้องกดให้แน่นพอ
ถ้ายังไม่ดีขึ้นค่อยหาทางแก้ต่อไปครับ
แทมเปอร์ที่พี่พินิจส่งมาได้รับแล้วครับ ดูดีมากๆเลย มันเล็กกว่าของเดิมนิดหน่อย จะเหลือระยะขอบมากไปนิด
เมื่อเช้าลองใช้งานดู ไม่เป็นปัญหาครับ ง่ายกว่าเดิมมากๆ และกดได้แน่นกว่าเดิมทั้งที่ออกแรงนิดเดียวเอง
มันทำให้น้ำใหลช้าลงจากเดิมประมาณ 25% ครับ
-
เรียนพี่พินิจ
เดี๋ยวเคลียร์ สี่ถุงแรก วันนี้หล่ะคร้าบบบ...
ค้างนานแล้วครับ.... d_d
-
หม้อของคุณดาวเหนือทำในอิตาลีเชียวครับ พี่พินิจอาจจะยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน
หม้อนี้แบ่งเป็นสองห้อง คือห้องแรงดัน (หม้อใบล่าง) กับห้องกาแฟ (หม้อบน)
วิธีการใช้งานคือใส่น้ำในหม้อใบล่าง ใส่ผงกาแฟในถ้วยกรองแล้ววางถ้วยกรองซ้อนบนปากหม้อใบล่าง สวมหม้อบนทับลงไป หมุนเกลียวให้แน่น เอาหม้อวางบนเตา จะเตาถ่าน เตาแก้ส หรือเตาไฟฟ้าก็ได้ เมื่อน้ำร้อนจนเดือดจะเกิดแรงดันให้น้ำเดือดพุ่งผ่านผงกาแฟและขึ้นไปอยู่ในหม้อบน ... ผมเข้าใจถูกมั๊ยครับคุณดาวเหนือ
ถูกต้องครับ...หม้อนี้ก็ใช้มาหลายปี ทนกว่าของเรียนแบบทำจากจีนครับ
ผมก็ทดลองไปเลือย ส่วนใหญ่น้ำที่ใส่ผมจะใสน้ำร้อนเพื่อให้มันเดือดและเกิดแรงดันเร็วที่สุด
ถ้าใช้น้ำเย็นกลัวว่าความร้อนจะส่งผ่านมาตรงที่ใสเม็ดกาแฟก่อนแรงดันน้ำร้อนจะมานะครับ
-
หม้อของคุณดาวเหนือทำในอิตาลีเชียวครับ พี่พินิจอาจจะยังไม่เข้าใจการทำงานของมัน
หม้อนี้แบ่งเป็นสองห้อง คือห้องแรงดัน (หม้อใบล่าง) กับห้องกาแฟ (หม้อบน)
วิธีการใช้งานคือใส่น้ำในหม้อใบล่าง ใส่ผงกาแฟในถ้วยกรองแล้ววางถ้วยกรองซ้อนบนปากหม้อใบล่าง สวมหม้อบนทับลงไป หมุนเกลียวให้แน่น เอาหม้อวางบนเตา จะเตาถ่าน เตาแก้ส หรือเตาไฟฟ้าก็ได้ เมื่อน้ำร้อนจนเดือดจะเกิดแรงดันให้น้ำเดือดพุ่งผ่านผงกาแฟและขึ้นไปอยู่ในหม้อบน ... ผมเข้าใจถูกมั๊ยครับคุณดาวเหนือ
ตอนแรกก็งงๆ การทำงานของมัน ตอนนี้ผมพอเข้าใจแล้วละครับ ที่คุณสันติว่า เมื่อน้ำร้อนจนเดือดจะเกิดแรงดันให้น้ำเดือดพุ่งผ่านผงกาแฟและขึ้นไปอยู่ในหม้อบน มานี้น่าจะไม่ใช่นะครับ เพราะส่วนที่ยังเป็นเฟรสของน้ำอยู่ จะไม่สามารถขึ้นไปด้านบนได้ จะมีแต่ส่วนที่เป็นเฟรสของไอน้ำเท่านั้นที่จะขึ้นไปได้นะครับ ส่วนตัวน้ำยังคงจะอยู่หม้อด้านล่างอยู่ดีละครับ ผมคิดว่าหม้อต้มนี้คงต้องเติมน้ำให้ท่วมผงกาแฟจนถึงด้านบนกันเลยละ แล้วถึงเอาไปตั้งไฟ พอน้ำเดือดถึงจะรินดื่มกันได้ การที่น้ำร้อนถึงจุดเดือด 100 องศาซี ก็ทำให้กาแฟเสียรสชาติไปส่วนหนึ่งละที่เห็นๆ
งั้นผมขอแนะนำใหม่ละกัน! ผมคิดถึงระบบไฮดลอลิกของซีตรองครับ เค้าจะแบ่งส่วนที่เป็นน้ำมันกับอากาศออกจากกันด้วยแผ่นยางครับ สองส่วนนี้จะอยู่ในห้องเดียวกัน คือเหมือนดังหม้อต้มใบนี้แหละ ให้คุณดาวเหนือลองหาลูกโปร่งที่เป็นยางหรือถุงพลาสติกที่ทนความร้อนได้ถึง 90 องศาซี แล้วใช้ช่องตรงเซพตี้วาล์ว (ถอดมันออกซะ) ให้มันเป็นช่องต่อท่อระหว่างลูกโปร่งหรือปากถุงและท่อจากที่สูบลมรถจักรยานนะครับ (ผมคิดว่าคุณดาวเหนือทดลองเอาถุงร้อนที่ใส่อาหารก็น่าจะได้นะครับ เอาปากถุงยื่นออกมาตรงรูที่ถอดเซพตี้วาล์วออกแล้วนั้น แล้วมัดปากถุงให้แน่นหนากับท่อสูบลมรถจักรยาน แต่ต้องซิลด์กันดีๆ ตรงรูช่องเซพตี้วาล์วไม่ให้น้ำรั่วออกมาได้ขณะเราอัดลมเข้าไปนะครับ)
การใช้งานเราจะต้องอัดผงกาแฟให้เต็มถ้วยกลองแล้วต้องเติมอีกให้มันพูนๆ ขึ้นไปเยอะๆ อีกด้วย เพื่อที่จะให้มันอัดแน่นกับตระแกลงฟิลเตอร์ด้านบนอีกด้วย เติมน้ำร้อนลงไปในหม้อส่วนล่างนี้ ขันเกรียวหม้อต้มทั้งสองส่วนให้แน่นเข้าด้วยกัน สูบลมเข้าไปในถุงแกง มันก็จะพองดันน้ำร้อนขึ้นมาด้านบน ซึ่งถ้าเราอัดผงกาแฟให้แน่นพอ ผมคิดว่ากาแฟแก้วนี้จะอร่อยมากขึ้นกว่าเดิมละครับ
ผมดูหม้อต้มนี้แล้วน่าจะรับแรงดันได้พอสมควรนะครับ ด้วยแรงดันสัก 3-4 bar นี่ไม่น่าจะมีปัญหาครับ ใส่น้ำร้อนมากๆ หน่อยนะครับ หากเกิดการแตกหัก มันจะแค่ปิออกมาไม่มีการระเบิดออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งโดยปกติการทดสอบการรับแรงดันของระบบถังหรือท่อ เค้าจะใช้น้ำอัดทำการทดสอบการรับแรงดันกันครับ ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้น้ำเป็นตัวถ่ายแรงดันแทนลมเข้าไปในหม้อต้มก็จะเป็นการดีครับ คือเติมน้ำเข้าไปในตัวสูบลม แล้วไม่ต้องกลัวหม้อจะระเบิดแบบกระจายครับ ที่เขียนมาแค่เตือนเท่านั้น คงไม่มีอะไรน่ากลัวครับ ไฟสูงจากงานดีไอวายยังน่ากลัวซะมากกว่า
-
มานั่งนึกดูอีกครั้ง แค่ทดลองดูกันง่ายๆ ซะก่อนถ้ามันเวิร์คแล้วค่อยมาทำดีๆ กันภายหลัง คือขั้นแรกให้พยายามอัดผงกาแฟใส่บัคเก็ทให้แน่นๆ แล้วใส่น้ำร้อนลงไปยังหม้อต้มด้านล่าง แล้วจึงจับมันหัวกามันคล่ำลง (พร้อมเตรียมถ้วยมาลองน้ำกาแฟด้วย) น้ำร้อนก็จะมารอถูกอัดผ่านผงกาแฟอยู่ด้านล่าง แล้วค่อยๆ อัดลมเข้าไปตรงยังรูเซฟตี่วาล์วที่เตรียมต่อสายลมจากที่สูบลมจักรยาน ซึ่งอากาศมันจะลอยขึ้นไม่ลงไปข้างล่างอยู่แล้ว ผมว่าทดลองวิธีนี้ดูจะง่ายที่สุด ถ้ามันทำแล้วรสชาติมันถูกใจแล้วค่อยไปหาลูกโปร่งในภายหลังที่จะทำให้มันดูดีขึ้น คือไม่ต้องกลับหัวกลับหางหม้อต้มกันละครับ
หลักการทำกาแฟให้อร่อยนั้นมีแค่สองสิ่งที่สำคัญเท่านั้นคือ
1. มีน้ำร้อน 90 องศา
2. ทำให้น้ำร้อนให้มีแรงดัน 10 bar ผ่านผงกาแฟ มันก็แค่นี้แหละ
ที่จริงผมก็ยังเคยคิดที่จะทำเครื่องชงกาแฟแบบแมนนวล ซึ่งอาจเป็นมี Boiler ตัวหนึ่งโดยใช้แก็ส แล้วก็มีที่ยึดด้ามอัด (ที่ยึดตัวฟิลเตอร์) ทำเป็นกระบอกสูบ แล้วใช้ระบบการได้เปรียบเชิงกลของระบบคานซัก 5 เท่า คือถ้าเราใช้แรงกดที่ 2 กก. แล้วให้เกิดแรงดันที่กระบอกไปกดน้ำร้อนผ่าฟิลเตอร์ซัก 10 กก ก็น่าเพียงพอแล้วละครับ ที่ผมคิดแบบนี้ก็เพราะผมวางแผนว่าผมจะเอารถโฟร์คไปขายกาแฟตามป่าตามเขาที่ที่มีคนไปกางเต้นนอนกัน และมันก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วยน่ะครับ (แต่คงต้องซื้อคอนเวอร์เตอร์เพื่อใช้กับเครื่องบดกาแฟ) เพราะมีคนเคยใช้แบทเตอรี่รถยนต์แปลงเป็น 220v ด้วยคอนเวอร์เอตร์กับเครื่องชงกาแฟแล้ว ใช้ได้ไม่เกินสองชั่วโมงรถสตาร์ทไม่ติดแล้วละครับ
-
หลักการทำกาแฟให้อร่อยนั้นมีแค่สองสิ่งที่สำคัญเท่านั้นคือ
1. มีน้ำร้อน 90 องศา
2. ทำให้น้ำร้อนให้มีแรงดัน 10 bar ผ่านผงกาแฟ มันก็แค่นี้แหละ
ขอบคุณครับพี่
-
ผมว่าจะลองออกแบบที่สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ด้วยดีกว่าครับ
เป็นความคิดต่อยอดที่ดีครับ ผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่า จะทำอันต่อไปเป็นแบบใช้เกรียวยึดที่ด้ามกด เพื่อเปลี่ยนน้ำหนักที่ด้ามจับกดได้ เพื่อให้ นน. เหมาะกับแต่ละระดับการคั่วกันไปเลย และผมคิดว่า นน. แทมเปอร์ที่เหมาะกับเครื่องแต่ละเครื่องก็คงจะไม่เท่ากันด้วยนะครับ ดังนั้นการทำแบบปรับ นน. ได้นี้ก็เป็นสิ่งดีครับ (ผมได้ทำแทมเปอร์แบบนี้ให้คุณสันติไปแล้วด้วย เช้าวันนี้คุณสันติอาจได้ใช้มันไปแล้วก็เป็นได้ ถ้าอย่างไร ก็ขอให้คุณสันติรายงานผลการใช้งานแทมเปอร์ตัวใหม่ด้วยนะครับ)
คุยกับทางโรงกลึงแล้วครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงออกแบบ แล้วก็หาวัสดุ(สแตนเลสมือสอง) ถ้าได้แบบแล้วจะเอามาใ้ห้พี่ช่วยตินะครับ ^^
ปล.ผมก็ใช้รถ VW เหมือนกันครับ แต่เป็นตัวหน้าวี ตอนนี้เครื่องพัง (เพราะซน ยกลงเอง แกะแล้วประกอบไม่ดี ชาร์ปละลายเลย T^T) ตอนนี้กำลังหาเครื่องใหม่อยู่ครับ
-
... c) c) c)วันนี้ผมกับคุณduang53บุกไปถึงแหล่งมวลสาร Y] Y]
Y]ได้ฟังอีเลคโทรสแตติค+แอมป์พุชพูลโมโนบล็อก+กาแฟเอกเปรสโซฝีมือคุณ PINIJ แห๋มมมม...ลืมข้าวมื้อกลางวันไปเลยหล่ะ 2f
2f 2f 2fขอเรียนปรึกษาหน่อยเถอะครับ ผมไม่มีหม้อแบบคุณดาวเหนือแต่ผมมีหม้อตุ๋นไอน้ำแรงดันสูงที่เค้าใช้ตุ๋นอาหารเมื่อแรงดันมันสูงมากมันจะร้องวี๊ดดดดด..พอจะเอามาดัดแปลงเป็นหม้อต้มกาแฟได้บ้างไหมครับ... :clap :clap :clap :clap :clap
-
กินกาแฟวันละ 3 แก้ว เป็นประจำที่สำคัญกินช่วงเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งประจำ กินแล้วหลับสบายมาก พึ่งได้อ่านกระทู้ ทำให้ได้รู้เรื่องกาแฟอีกเยอะ
แตที่บ้านเอาแบบง่ายเข้าว่า สงสัยต้องเริ่มพิถีพิถันกันแล้วหละ
ปล พี่PINIJ ถ้าไปเชียงไหม่เมื่อไหร่ขอไปลองชิมกาแฟที่ร้านด้วยนะครับ
-
กินกาแฟวันละ 3 แก้ว เป็นประจำที่สำคัญกินช่วงเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งประจำ กินแล้วหลับสบายมาก พึ่งได้อ่านกระทู้ ทำให้ได้รู้เรื่องกาแฟอีกเยอะ
แตที่บ้านเอาแบบง่ายเข้าว่า สงสัยต้องเริ่มพิถีพิถันกันแล้วหละ
ปล พี่PINIJ ถ้าไปเชียงไหม่เมื่อไหร่ขอไปลองชิมกาแฟที่ร้านด้วยนะครับ
ได้เลยครับ แต่ควรโทรเช็คก่อน เพราะช่วงนี้ผมก็เที่ยวเหมือนกัน เมื่อวานพึ่งจะเอารถฟล้อคไปเช็คก่อนลุยศึก
แทมเปอร์ที่พี่พินิจส่งมาได้รับแล้วครับ ดูดีมากๆเลย มันเล็กกว่าของเดิมนิดหน่อย จะเหลือระยะขอบมากไปนิด
เมื่อเช้าลองใช้งานดู ไม่เป็นปัญหาครับ ง่ายกว่าเดิมมากๆ และกดได้แน่นกว่าเดิมทั้งที่ออกแรงนิดเดียวเอง
มันทำให้น้ำใหลช้าลงจากเดิมประมาณ 25% ครับ
คุณสันติลองวัดช่องว่างโดยการผลักแทมเปอร์ไปติดขอบฟิลเตอร์ด้านใดด้านหนึ่งแล้ววัดช่องว่างมาให้ผมที คือถ้าผมไประยองจะได้หาซื้อเศษเหล็กรุ่นเดียวกัน ทำไปให้ใหม่นะครับ ส่วนอันนี้ผมสามารถเอากลับมาใช้กับอีกเครื่องหนึ่งของผม ซึ่งมันก็จะฟิทพอดี แบบเอียงแทมเปอร์แทบจะไม่ได้เลยละครับ แสดงว่าของคุณสันติเป็นอีกไซซ์หนึ่ง ที่ตอนแรกผมคิดว่ามันจะมีแค่สามไซซ์เท่าที่ผมมีเครื่องชงกาแฟอยู่ในมือขณะนี้ คือแทมเปอร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 51.5 mm, 57.5 mm และ 58.5 mm โดยผมทำให้มี Diametric Clearance เท่ากับ 0.5 mm แค่นั้นเองน่ะครับ แต่ของที่ขายตามท้องตลาดทีมีราคาพันกว่าบาทนั้นมีขนาด 56 mm (หากเทียบกับตัวที่ผมทำไซซ์ 57.5 mm ของผม) ซึ่งมันจะมี Clearance ตั้ง 2 mm แทมเปอร์จากตลาดนั้น เวลาใช้เวลาใช้งานต้องระวังไม่ให้มันเอียงตอนกดเป็นอย่างมาก งานกดแทมเปอร์จึงยากกว่า และจะมีผงกาแฟทะลักออกมา (จากที่มันมี Clearance มากๆ) ขึ้นติดที่ขอบๆ ปากฟิลเตอร์อีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นว่าคนชงมักจะต้องเคาะที่ตัวด้ามอัดกันเสมอๆ เวลาเค้ากดแทมเปอร์ เพื่อให้ผงกาแฟที่ขอบตกลงไป แล้วก็กดกันใหม่ แต่ผงกกาแฟมันก็ยังปิ้นขึ้นมาอยู่อีก มันดูน่าเบื่อกับงานนี้มากๆ ครับ (ผลร้ายก็คือด้ามอัดตรงจุดที่โดนเคาะบ่อยๆ จะเป็นรอยไม่สวยงามละครับ) แต่ที่ผมทำเองนี้มันจะพอดีๆ คือๆ ไม่ต้องระวังการเอียงเวลากดแทมเปอร์ (ซึ่งจริงๆ แล้ว ตัวหลังสุดนั้น แค่ผมวางแทมเปอร์ลงในฟิลเตอร์แล้วก็หมุนๆ ไปมาสามสี่รอบเท่านั้น)
ใครมีเครื่องชงกาแฟ ผมขอแนะนำให้ทำกันใช้เอง โดยเอาตัวฟิลเตอร์ไปให้ช่างกลึงทำให้จะดีกว่าซื้อละครับ โดยบอกช่างกลึงว่าให้มี Diametric Clearance เท่ากับ 0.5 mm นะครับ แล้วให้มีน้ำหนักประมาณ 1 kg นะครับ
เรียนพี่พินิจ
เดี๋ยวเคลียร์ สี่ถุงแรก วันนี้หล่ะคร้าบบบ...
ค้างนานแล้วครับ....
ไม่เป็นไรครับ จ่ายตอนสิ้นเดือนเลยทีเดียวก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องเสียค่าโอนกันบ่อยๆ ยุคนี้อะไรประยัดได้ ก็ไม่ควรจ่ายกันนะครับ แต่กาแฟเรากินเป็นยา แก้อัลไซร์เมอร์ แก้เบาหวาน แก้มะเร็งลำไส้ แก้โรคหัวใจ 55555555+++ สมควรจ่าย! ๕๕๕๕๕๕๕+++
ปล.ผมก็ใช้รถ VW เหมือนกันครับ แต่เป็นตัวหน้าวี ตอนนี้เครื่องพัง (เพราะซน ยกลงเอง แกะแล้วประกอบไม่ดี ชาร์ปละลายเลย T^T) ตอนนี้กำลังหาเครื่องใหม่อยู่ครับ
Volk ตู้หน้า V ผมก็กำลังตามหาอยู่เหมือนกันครับ สงสัยจะบุญไม่ถึงมัน จึงยังไม่ได้มาซักที คงต้องรีบทำบุญให้มากขึ้น เอารูปมาให้ชมกันบ้างซิครับ
ได้ฟังอีเลคโทรสแตติค+แอมป์พุชพูลโมโนบล็อก+กาแฟเอกเปรสโซฝีมือคุณ PINIJ แห๋มมมม...ลืมข้าวมื้อกลางวันไปเลยหล่ะ
ขอเรียนปรึกษาหน่อยเถอะครับ ผมไม่มีหม้อแบบคุณดาวเหนือแต่ผมมีหม้อตุ๋นไอน้ำแรงดันสูงที่เค้าใช้ตุ๋นอาหารเมื่อแรงดันมันสูงมากมันจะร้องวี๊ดดดดด..พอจะเอามาดัดแปลงเป็นหม้อต้มกาแฟได้บ้างไหมครับ...
ลืมบอกๆ ไป ว่าให้เอาแผ่นที่ฟังมาด้วย ผมมีเพลงไทยแค่สองแผ่นเอง นอกนั้นผมมีแต่คลาสสิกทั้งหมด เลยฟังกันไม่ค่อยม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋ กันซักเท่าไร!
พอแฟนจะโทรสั่งข้าวมาให้ทาน ก็รีบกลับบ้านกันเลยนิครับ (เมื่อวานแก็สหุ้งต้มหมด แฟนก็รอร้านเค้ามาส่งอยู่ เลยได้ดื่มแต่กาแฟเท่านั้น เอาไว้วันหน้าขอแก้ตัวใหม่ครับ)
เรื่องหม้อต้มความดัน ยังคิดไม่ออกว่าจะใช้ประโยชน์จากตรงจุดไหนของมันอ่ะครับ? จะเอาความดันของมันก็ต้องรอช้ามากๆ กว่ามันจะทำออกมาให้ได้ แล้วก็คงได้แรงดันน้อยมากอีกด้วย จะเอาน้ำรึมันก็ร้อนเกิน เอาเก็บไว้ต้มอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์น่ะเหมาะกับมันแล้วละครับ
-
... c) c) c)วันนี้ผมกับคุณduang53บุกไปถึงแหล่งมวลสาร Y] Y]
Y]
เมื่อวานนี้ผมมัวแต่จ้อลูกเดียว ไม่ได้ตั้งใจฟังเพลง ที่คุณ Dang53 เอาติดมาฟังกัน วันนี้ผมได้หยิบเอาขึ้นมาฟังดูใหม่อย่างตั้งใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว แม้แต่แฟนที่กำลังกวาดบ้านไปด้วยและฟังไปด้วย ยังลำพึงออกมาว่า ทำไมเสียงของเพลงถึงเป็นแบบนี้? มันไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าฟังเอาซะเลย!
ผมเลยอดใจที่จะเอามาคุยกันไม่ได้ เดี๋ยวนี้เราฟังเพลงแบบนี้ว่ามันเป็นเพลงที่ดี เพลงที่เพราะ ขนาดเอามันไว้ในระดับเป็น Referent กันหรือ? ต้องขออภัยที่ต้องพูดกันแบบตรงๆ ว่าอะไร? ใช่ อะไร? ไม่ใช่ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ผมจะเอาเพลง ที่เป็นเพลงที่อัดมาจากการเล่นรวมกันเป็นวงพร้อมๆ กัน ไปให้ฟังในอาทิตย์นี้ที่หลัง รร. ปรินซ์ นะครับ เพลงที่จะเอาไปให้ฟังนี้ จะไม่ใช่เล่นกันกันคนละครั้งแล้วเอามาปรับแต่งเสียงให้ผิดไปจากเสียงธรรมตามธรรมชาติไปเยอะะแบบนี้ มันเหมือนแต่ละชิ้นอัดจากการเล่นมากันคนละห้องกันเลยด้วย พอเอามารวมกัน ผมฟังออกเลยว่า แต่ละชิ้นเล่นแยกห้องกัน เสียงที่เอามารวมกัน มันจึงไม่ยอมรวมเข้าด้วยกัน อยู่กระจายเป็นจุดๆ ตามที่คนมิคเสียงต้องการจะวางตำแหน่ง (คุณ Dang53 พอมีรูปหน้าปรกของแผ่นี้ เอารูปมาแปะให้ดูหน่อยได้ไหมครับ) ไว้โอกาสหน้ามาฟังที่บ้านผมกันใหม่ ผมจะชี้ให้เห็นว่าอะไรเป็นอย่างไร?
ที่จริงผมว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้นี้เป็น DIY กับความถูกต้องเหมือนจริงของเสียงเพลง & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด นะครับ เพราะในเวปนี้ ส่วนมากคุยกันแต่เรื่องของการ DIY ซึ่งพวกเรา DIY เครื่องเสียงกันก็เพื่อเอามันไว้ใช้ฟังเพลงกัน ดังนั้นก็น่าจะคุยกันถึงเรื่องของเพลงกันบ้าง ไม่มากก็น้อยละครับ ผมคิดว่าตอนนี้พวกที่เรียกตัวเองว่า Audiophile นั้น ตอนนี้หลุดห่างออกจากความถูกต้องของเสียงที่เหมือนจริงของเสียงธรรมชาติไปหลายขุม จากที่พวกเค้าคุยกันว่า พวกเค้าคือคนที่เล่นเครื่องเสียงเข้าหาเสียงที่เหมือนจริงจากธรรมชาติกันมากกว่าคนเล่นกลุ่มใดๆ เรื่องนี้ผมตัดสินจากแผ่นที่พวกเค้าใช้ฟังกันเป็นส่วนใหญ่นะครับ ทั้งตัด Ambiance ของตัวโน็ตออกไปอย่างมากๆ เก็บเอาแต่เสียงสะท้อนห้องไว้เท่านั้น ปรับแต่งเสียงจนแข็งเกร็ง พร้อมทั้งบู๊ทเบสกันจนเกินจริงไปมากๆ แผ่นนี้เป็นอีกแผ่นที่แสดงสิ่งที่ผมกล่าวมาอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่ผมที่ทนฟังไม่ได้ แม้แต่แฟนผมที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ (คือเหมือนหูผู้บริสุทธิ์) ก็ยังสรุปว่าแผ่นนี้ไม่น่าฟัง ฟังแล้วเครียส สู้ฟังเพลงที่อัดมาแบบโบราญยังมีความรู้สึกสบายใจมากกว่า (คือปรกติแฟนผมเค้าก็ไม่ชอบเพลงที่ผมฟังอยู่แล้ว แต่ลูกชายผมชอบเพลงตามที่ผมนำเสนอให้นะครับ ไม่ว่าจะคลาสสิกหรือเพลงสากลแบบโอนดี้ ซึ่งบางครั้งแกก็ลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงไปเลยละ)
ปกติชุดเครื่องเสียงของผมที่เมืองเหนือนี้นั้น มันจะไม่ค่อยขี้ฟ้อง ฟังเพลงอะไรก็เพราะ แต่ก็ยังทนฟังแผ่นนี้ไม่ได้เลยละครับ คือมันชัดเจนซะจนคนฟังเกิดความเครียดนะครับ คุณ Dang53 ลองตั้งใจแผ่นนี้ใหม่ให้ดีๆ ซิครับ ว่ามันเป็นอย่างที่ผมว่าไว้ไหม? เหตุที่ผมฟังแผ่นนี้แล้วเกิดอาการทนไม่ได้เช่นนี้ ก็เพราะเกิดจากการเรียนรู้จากกูรูท่านหนึ่งได้สั่งสอนให้ไว้น่ะครับ ไม่งั้นผมก็ยังคงหลงใหลแบบผิดไปกับพวกแผ่นที่หนังสือเครื่องเสียงต่างๆ ทั้งไทยและเทศเขียนเชียร์กันละครับ ผมก็เลยอยากจะให้บางคนที่ยังหลงใหลในสิ่งที่บอกว่าใกล้ของจริง แต่ไม่ใช่ได้เข้ใจกันละครับ แต่จริงๆ แล้วเท่าที่ผมได้สัมผัสกับพวกเราในนี้ ผมก็มีความรู้สึกว่าพวกเราในนี้ ไม่ชอบแผ่น Audiophile กันอยู่แล้ว หรือคุณแดงคิดว่าผมคงเป็นพวกนั้น (พวก Audiophile น่ะ. ซึ่งเมื่อก่อนผมอาจจะใช่! ซึ่งก็เพราะการหลงผิดไป) เลยเอาแผ่นนี้มาให้ฟัง เพราะดูแล้วเพลงแผ่นนี้ไม่น่าที่คุณ Dang53 ชอบนะครับ แต่เห็นเอามาให้ฟังก็เลยเป็นงงน่ะครับ
เพลงคืองานศิลป์นะครับ อย่าไปสนับสนุนเพลงที่เป็นศิลเปอะครับ มินั้นมันก็จะยิ่งเสื่อมกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ คนเสพ (ก็คือพวกเราทุกคน) เป็นผู้ชักนำเรื่องนี้ว่าจะให้ไปในทางไหน? ผมจึงมีความรู้สึกเป็นห่วง เหมือนเพลงที่ร้องกันไม่ชัด ก็ยังขายกันได้ดิบได้ดี แค่รูปหล่อถึงจะร้องเพลงได้เพราะหรือ? มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลก็จริง ลองพิจารณาย้อนกลับไปดูคนยุคก่อนกับยุคนี้ดูครับ
พ่อต้องสอนลูก ผู้รู้หากอยู่เฉย ก็เป็นผู้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงครับ
-
เอารูปรถหน้าวีของผมมาให้ดูครับพี่ PINIJ
(http://img818.imageshack.us/img818/1356/image024edit2.jpg)
(http://img703.imageshack.us/img703/2756/image025d.jpg)
-
รถผมตอนนี้ยังไม่ได้ทำภายในเลยครับ แต่ติดแอร์แล้ว ค่อยๆเก็บตังค์ไปทำไปน่ะครับ ^^
-
รถผมตอนนี้ยังไม่ได้ทำภายในเลยครับ แต่ติดแอร์แล้ว ค่อยๆเก็บตังค์ไปทำไปน่ะครับ ^^
สวยมากกกกๆๆๆๆๆๆๆ สวยสุดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ ต่อมอิจฉาทำงานเลยละครับ d_d :drunk :whistling :kicking :wiggle :yahoo :victory
-
เดี๋ยวนี้หาสภาพดีๆยากเหลือเกินครับพี่ ของผมโชคดีได้สภาพเดิมๆ พื้นเดิม เจ้าของเก่าเคยเปิดอู่พ่นสี คันนี้เค้าตั้งใจจะเอาไว้ใช้เอง แต่เนื่องจากมีหลายคัน ผบ.เค้าเลยสั่งให้ระบายออกมั่ง ^^
-
... c) c) c)วันนี้ผมกับคุณduang53บุกไปถึงแหล่งมวลสาร Y] Y]
Y]
เมื่อวานนี้ผมมัวแต่จ้อลูกเดียว ไม่ได้ตั้งใจฟังเพลง ที่คุณ Dang53 เอาติดมาฟังกัน วันนี้ผมได้หยิบเอาขึ้นมาฟังดูใหม่อย่างตั้งใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว แม้แต่แฟนที่กำลังกวาดบ้านไปด้วยและฟังไปด้วย ยังลำพึงออกมาว่า ทำไมเสียงของเพลงถึงเป็นแบบนี้? มันไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าฟังเอาซะเลย!
ผมเลยอดใจที่จะเอามาคุยกันไม่ได้ เดี๋ยวนี้เราฟังเพลงแบบนี้ว่ามันเป็นเพลงที่ดี เพลงที่เพราะ ขนาดเอามันไว้ในระดับเป็น Referent กันหรือ? ต้องขออภัยที่ต้องพูดกันแบบตรงๆ ว่าอะไร? ใช่ อะไร? ไม่ใช่ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ผมจะเอาเพลง ที่เป็นเพลงที่อัดมาจากการเล่นรวมกันเป็นวงพร้อมๆ กัน ไปให้ฟังในอาทิตย์นี้ที่หลัง รร. ปรินซ์ นะครับ เพลงที่จะเอาไปให้ฟังนี้ จะไม่ใช่เล่นกันกันคนละครั้งแล้วเอามาปรับแต่งเสียงให้ผิดไปจากเสียงธรรมตามธรรมชาติไปเยอะะแบบนี้ มันเหมือนแต่ละชิ้นอัดจากการเล่นมากันคนละห้องกันเลยด้วย พอเอามารวมกัน ผมฟังออกเลยว่า แต่ละชิ้นเล่นแยกห้องกัน เสียงที่เอามารวมกัน มันจึงไม่ยอมรวมเข้าด้วยกัน อยู่กระจายเป็นจุดๆ ตามที่คนมิคเสียงต้องการจะวางตำแหน่ง (คุณ Dang53 พอมีรูปหน้าปรกของแผ่นี้ เอารูปมาแปะให้ดูหน่อยได้ไหมครับ) ไว้โอกาสหน้ามาฟังที่บ้านผมกันใหม่ ผมจะชี้ให้เห็นว่าอะไรเป็นอย่างไร?
ที่จริงผมว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้นี้เป็น DIY กับความถูกต้องเหมือนจริงของเสียงเพลง & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด นะครับ เพราะในเวปนี้ ส่วนมากคุยกันแต่เรื่องของการ DIY ซึ่งพวกเรา DIY เครื่องเสียงกันก็เพื่อเอามันไว้ใช้ฟังเพลงกัน ดังนั้นก็น่าจะคุยกันถึงเรื่องของเพลงกันบ้าง ไม่มากก็น้อยละครับ ผมคิดว่าตอนนี้พวกที่เรียกตัวเองว่า Audiophile นั้น ตอนนี้หลุดห่างออกจากความถูกต้องของเสียงที่เหมือนจริงของเสียงธรรมชาติไปหลายขุม จากที่พวกเค้าคุยกันว่า พวกเค้าคือคนที่เล่นเครื่องเสียงเข้าหาเสียงที่เหมือนจริงจากธรรมชาติกันมากกว่าคนเล่นกลุ่มใดๆ เรื่องนี้ผมตัดสินจากแผ่นที่พวกเค้าใช้ฟังกันเป็นส่วนใหญ่นะครับ ทั้งตัด Ambiance ของตัวโน็ตออกไปอย่างมากๆ เก็บเอาแต่เสียงสะท้อนห้องไว้เท่านั้น ปรับแต่งเสียงจนแข็งเกร็ง พร้อมทั้งบู๊ทเบสกันจนเกินจริงไปมากๆ แผ่นนี้เป็นอีกแผ่นที่แสดงสิ่งที่ผมกล่าวมาอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่ผมที่ทนฟังไม่ได้ แม้แต่แฟนผมที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ (คือเหมือนหูผู้บริสุทธิ์) ก็ยังสรุปว่าแผ่นนี้ไม่น่าฟัง ฟังแล้วเครียส สู้ฟังเพลงที่อัดมาแบบโบราญยังมีความรู้สึกสบายใจมากกว่า (คือปรกติแฟนผมเค้าก็ไม่ชอบเพลงที่ผมฟังอยู่แล้ว แต่ลูกชายผมชอบเพลงตามที่ผมนำเสนอให้นะครับ ไม่ว่าจะคลาสสิกหรือเพลงสากลแบบโอนดี้ ซึ่งบางครั้งแกก็ลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงไปเลยละ)
ปกติชุดเครื่องเสียงของผมที่เมืองเหนือนี้นั้น มันจะไม่ค่อยขี้ฟ้อง ฟังเพลงอะไรก็เพราะ แต่ก็ยังทนฟังแผ่นนี้ไม่ได้เลยละครับ คือมันชัดเจนซะจนคนฟังเกิดความเครียดนะครับ คุณ Dang53 ลองตั้งใจแผ่นนี้ใหม่ให้ดีๆ ซิครับ ว่ามันเป็นอย่างที่ผมว่าไว้ไหม? เหตุที่ผมฟังแผ่นนี้แล้วเกิดอาการทนไม่ได้เช่นนี้ ก็เพราะเกิดจากการเรียนรู้จากกูรูท่านหนึ่งได้สั่งสอนให้ไว้น่ะครับ ไม่งั้นผมก็ยังคงหลงใหลแบบผิดไปกับพวกแผ่นที่หนังสือเครื่องเสียงต่างๆ ทั้งไทยและเทศเขียนเชียร์กันละครับ ผมก็เลยอยากจะให้บางคนที่ยังหลงใหลในสิ่งที่บอกว่าใกล้ของจริง แต่ไม่ใช่ได้เข้ใจกันละครับ แต่จริงๆ แล้วเท่าที่ผมได้สัมผัสกับพวกเราในนี้ ผมก็มีความรู้สึกว่าพวกเราในนี้ ไม่ชอบแผ่น Audiophile กันอยู่แล้ว หรือคุณแดงคิดว่าผมคงเป็นพวกนั้น (พวก Audiophile น่ะ. ซึ่งเมื่อก่อนผมอาจจะใช่! ซึ่งก็เพราะการหลงผิดไป) เลยเอาแผ่นนี้มาให้ฟัง เพราะดูแล้วเพลงแผ่นนี้ไม่น่าที่คุณ Dang53 ชอบนะครับ แต่เห็นเอามาให้ฟังก็เลยเป็นงงน่ะครับ
เพลงคืองานศิลป์นะครับ อย่าไปสนับสนุนเพลงที่เป็นศิลเปอะครับ มินั้นมันก็จะยิ่งเสื่อมกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ คนเสพ (ก็คือพวกเราทุกคน) เป็นผู้ชักนำเรื่องนี้ว่าจะให้ไปในทางไหน? ผมจึงมีความรู้สึกเป็นห่วง เหมือนเพลงที่ร้องกันไม่ชัด ก็ยังขายกันได้ดิบได้ดี แค่รูปหล่อถึงจะร้องเพลงได้เพราะหรือ? มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลก็จริง ลองพิจารณาย้อนกลับไปดูคนยุคก่อนกับยุคนี้ดูครับ
พ่อต้องสอนลูก ผู้รู้หากอยู่เฉย ก็เป็นผู้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงครับ
ขอขอบคุณพี่พินิจที่ให้ความรู้ครับ เพลงแผ่นนี้ก็กีอบเค้ามาอีกที หน้าปกเขียนว่า 24BIT PROCESING ก็เลยเอาไปลองฟังดูครับ ได้ความรู้มากเลยครับ บางครั้งก็หลงผิดอยู่นานเหมือนกันครับ วันนี้(13พ.ย.53)ไม่ได้เอาแผ่นจริงไปให้พี่พินิจดู พรุ่งนี้(14พ.ย.53)จะเอาไปให้ดูครับ เพลงฝรั่งชอบเพลงยุคซิกตี้มากกว่าครับ ขอบคุณครับ
-
... c) c) c)วันนี้ผมกับคุณduang53บุกไปถึงแหล่งมวลสาร Y] Y]
Y]
เมื่อวานนี้ผมมัวแต่จ้อลูกเดียว ไม่ได้ตั้งใจฟังเพลง ที่คุณ Dang53 เอาติดมาฟังกัน วันนี้ผมได้หยิบเอาขึ้นมาฟังดูใหม่อย่างตั้งใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว แม้แต่แฟนที่กำลังกวาดบ้านไปด้วยและฟังไปด้วย ยังลำพึงออกมาว่า ทำไมเสียงของเพลงถึงเป็นแบบนี้? มันไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าฟังเอาซะเลย!
ผมเลยอดใจที่จะเอามาคุยกันไม่ได้ เดี๋ยวนี้เราฟังเพลงแบบนี้ว่ามันเป็นเพลงที่ดี เพลงที่เพราะ ขนาดเอามันไว้ในระดับเป็น Referent กันหรือ? ต้องขออภัยที่ต้องพูดกันแบบตรงๆ ว่าอะไร? ใช่ อะไร? ไม่ใช่ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ผมจะเอาเพลง ที่เป็นเพลงที่อัดมาจากการเล่นรวมกันเป็นวงพร้อมๆ กัน ไปให้ฟังในอาทิตย์นี้ที่หลัง รร. ปรินซ์ นะครับ เพลงที่จะเอาไปให้ฟังนี้ จะไม่ใช่เล่นกันกันคนละครั้งแล้วเอามาปรับแต่งเสียงให้ผิดไปจากเสียงธรรมตามธรรมชาติไปเยอะะแบบนี้ มันเหมือนแต่ละชิ้นอัดจากการเล่นมากันคนละห้องกันเลยด้วย พอเอามารวมกัน ผมฟังออกเลยว่า แต่ละชิ้นเล่นแยกห้องกัน เสียงที่เอามารวมกัน มันจึงไม่ยอมรวมเข้าด้วยกัน อยู่กระจายเป็นจุดๆ ตามที่คนมิคเสียงต้องการจะวางตำแหน่ง (คุณ Dang53 พอมีรูปหน้าปรกของแผ่นี้ เอารูปมาแปะให้ดูหน่อยได้ไหมครับ) ไว้โอกาสหน้ามาฟังที่บ้านผมกันใหม่ ผมจะชี้ให้เห็นว่าอะไรเป็นอย่างไร?
ที่จริงผมว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้นี้เป็น DIY กับความถูกต้องเหมือนจริงของเสียงเพลง & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด นะครับ เพราะในเวปนี้ ส่วนมากคุยกันแต่เรื่องของการ DIY ซึ่งพวกเรา DIY เครื่องเสียงกันก็เพื่อเอามันไว้ใช้ฟังเพลงกัน ดังนั้นก็น่าจะคุยกันถึงเรื่องของเพลงกันบ้าง ไม่มากก็น้อยละครับ ผมคิดว่าตอนนี้พวกที่เรียกตัวเองว่า Audiophile นั้น ตอนนี้หลุดห่างออกจากความถูกต้องของเสียงที่เหมือนจริงของเสียงธรรมชาติไปหลายขุม จากที่พวกเค้าคุยกันว่า พวกเค้าคือคนที่เล่นเครื่องเสียงเข้าหาเสียงที่เหมือนจริงจากธรรมชาติกันมากกว่าคนเล่นกลุ่มใดๆ เรื่องนี้ผมตัดสินจากแผ่นที่พวกเค้าใช้ฟังกันเป็นส่วนใหญ่นะครับ ทั้งตัด Ambiance ของตัวโน็ตออกไปอย่างมากๆ เก็บเอาแต่เสียงสะท้อนห้องไว้เท่านั้น ปรับแต่งเสียงจนแข็งเกร็ง พร้อมทั้งบู๊ทเบสกันจนเกินจริงไปมากๆ แผ่นนี้เป็นอีกแผ่นที่แสดงสิ่งที่ผมกล่าวมาอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่ผมที่ทนฟังไม่ได้ แม้แต่แฟนผมที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ (คือเหมือนหูผู้บริสุทธิ์) ก็ยังสรุปว่าแผ่นนี้ไม่น่าฟัง ฟังแล้วเครียส สู้ฟังเพลงที่อัดมาแบบโบราญยังมีความรู้สึกสบายใจมากกว่า (คือปรกติแฟนผมเค้าก็ไม่ชอบเพลงที่ผมฟังอยู่แล้ว แต่ลูกชายผมชอบเพลงตามที่ผมนำเสนอให้นะครับ ไม่ว่าจะคลาสสิกหรือเพลงสากลแบบโอนดี้ ซึ่งบางครั้งแกก็ลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงไปเลยละ)
ปกติชุดเครื่องเสียงของผมที่เมืองเหนือนี้นั้น มันจะไม่ค่อยขี้ฟ้อง ฟังเพลงอะไรก็เพราะ แต่ก็ยังทนฟังแผ่นนี้ไม่ได้เลยละครับ คือมันชัดเจนซะจนคนฟังเกิดความเครียดนะครับ คุณ Dang53 ลองตั้งใจแผ่นนี้ใหม่ให้ดีๆ ซิครับ ว่ามันเป็นอย่างที่ผมว่าไว้ไหม? เหตุที่ผมฟังแผ่นนี้แล้วเกิดอาการทนไม่ได้เช่นนี้ ก็เพราะเกิดจากการเรียนรู้จากกูรูท่านหนึ่งได้สั่งสอนให้ไว้น่ะครับ ไม่งั้นผมก็ยังคงหลงใหลแบบผิดไปกับพวกแผ่นที่หนังสือเครื่องเสียงต่างๆ ทั้งไทยและเทศเขียนเชียร์กันละครับ ผมก็เลยอยากจะให้บางคนที่ยังหลงใหลในสิ่งที่บอกว่าใกล้ของจริง แต่ไม่ใช่ได้เข้ใจกันละครับ แต่จริงๆ แล้วเท่าที่ผมได้สัมผัสกับพวกเราในนี้ ผมก็มีความรู้สึกว่าพวกเราในนี้ ไม่ชอบแผ่น Audiophile กันอยู่แล้ว หรือคุณแดงคิดว่าผมคงเป็นพวกนั้น (พวก Audiophile น่ะ. ซึ่งเมื่อก่อนผมอาจจะใช่! ซึ่งก็เพราะการหลงผิดไป) เลยเอาแผ่นนี้มาให้ฟัง เพราะดูแล้วเพลงแผ่นนี้ไม่น่าที่คุณ Dang53 ชอบนะครับ แต่เห็นเอามาให้ฟังก็เลยเป็นงงน่ะครับ
เพลงคืองานศิลป์นะครับ อย่าไปสนับสนุนเพลงที่เป็นศิลเปอะครับ มินั้นมันก็จะยิ่งเสื่อมกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ คนเสพ (ก็คือพวกเราทุกคน) เป็นผู้ชักนำเรื่องนี้ว่าจะให้ไปในทางไหน? ผมจึงมีความรู้สึกเป็นห่วง เหมือนเพลงที่ร้องกันไม่ชัด ก็ยังขายกันได้ดิบได้ดี แค่รูปหล่อถึงจะร้องเพลงได้เพราะหรือ? มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลก็จริง ลองพิจารณาย้อนกลับไปดูคนยุคก่อนกับยุคนี้ดูครับ
พ่อต้องสอนลูก ผู้รู้หากอยู่เฉย ก็เป็นผู้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงครับ
ขอขอบคุณพี่พินิจที่ให้ความรู้ครับ เพลงแผ่นนี้ก็กีอบเค้ามาอีกที หน้าปกเขียนว่า 24BIT PROCESING ก็เลยเอาไปลองฟังดูครับ ได้ความรู้มากเลยครับ บางครั้งก็หลงผิดอยู่นานเหมือนกันครับ วันนี้(13พ.ย.53)ไม่ได้เอาแผ่นจริงไปให้พี่พินิจดู พรุ่งนี้(14พ.ย.53)จะเอาไปให้ดูครับ เพลงฝรั่งชอบเพลงยุคซิกตี้มากกว่าครับ ขอบคุณครับ
งั้น! ก็จะเอาแผ่นซิงตี้และฟิ๊ฟตี้ไปให้อีกละกัน
-
ยังตามอ่านอยู่นะครับ :clap
-
... c) c) c)วันนี้ผมกับคุณduang53บุกไปถึงแหล่งมวลสาร Y] Y]
Y]
เมื่อวานนี้ผมมัวแต่จ้อลูกเดียว ไม่ได้ตั้งใจฟังเพลง ที่คุณ Dang53 เอาติดมาฟังกัน วันนี้ผมได้หยิบเอาขึ้นมาฟังดูใหม่อย่างตั้งใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว แม้แต่แฟนที่กำลังกวาดบ้านไปด้วยและฟังไปด้วย ยังลำพึงออกมาว่า ทำไมเสียงของเพลงถึงเป็นแบบนี้? มันไม่ใช่เสียงจากธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าฟังเอาซะเลย!
ผมเลยอดใจที่จะเอามาคุยกันไม่ได้ เดี๋ยวนี้เราฟังเพลงแบบนี้ว่ามันเป็นเพลงที่ดี เพลงที่เพราะ ขนาดเอามันไว้ในระดับเป็น Referent กันหรือ? ต้องขออภัยที่ต้องพูดกันแบบตรงๆ ว่าอะไร? ใช่ อะไร? ไม่ใช่ เดี๋ยวอาทิตย์นี้ผมจะเอาเพลง ที่เป็นเพลงที่อัดมาจากการเล่นรวมกันเป็นวงพร้อมๆ กัน ไปให้ฟังในอาทิตย์นี้ที่หลัง รร. ปรินซ์ นะครับ เพลงที่จะเอาไปให้ฟังนี้ จะไม่ใช่เล่นกันกันคนละครั้งแล้วเอามาปรับแต่งเสียงให้ผิดไปจากเสียงธรรมตามธรรมชาติไปเยอะะแบบนี้ มันเหมือนแต่ละชิ้นอัดจากการเล่นมากันคนละห้องกันเลยด้วย พอเอามารวมกัน ผมฟังออกเลยว่า แต่ละชิ้นเล่นแยกห้องกัน เสียงที่เอามารวมกัน มันจึงไม่ยอมรวมเข้าด้วยกัน อยู่กระจายเป็นจุดๆ ตามที่คนมิคเสียงต้องการจะวางตำแหน่ง (คุณ Dang53 พอมีรูปหน้าปรกของแผ่นี้ เอารูปมาแปะให้ดูหน่อยได้ไหมครับ) ไว้โอกาสหน้ามาฟังที่บ้านผมกันใหม่ ผมจะชี้ให้เห็นว่าอะไรเป็นอย่างไร?
ที่จริงผมว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อกระทู้นี้เป็น DIY กับความถูกต้องเหมือนจริงของเสียงเพลง & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด นะครับ เพราะในเวปนี้ ส่วนมากคุยกันแต่เรื่องของการ DIY ซึ่งพวกเรา DIY เครื่องเสียงกันก็เพื่อเอามันไว้ใช้ฟังเพลงกัน ดังนั้นก็น่าจะคุยกันถึงเรื่องของเพลงกันบ้าง ไม่มากก็น้อยละครับ ผมคิดว่าตอนนี้พวกที่เรียกตัวเองว่า Audiophile นั้น ตอนนี้หลุดห่างออกจากความถูกต้องของเสียงที่เหมือนจริงของเสียงธรรมชาติไปหลายขุม จากที่พวกเค้าคุยกันว่า พวกเค้าคือคนที่เล่นเครื่องเสียงเข้าหาเสียงที่เหมือนจริงจากธรรมชาติกันมากกว่าคนเล่นกลุ่มใดๆ เรื่องนี้ผมตัดสินจากแผ่นที่พวกเค้าใช้ฟังกันเป็นส่วนใหญ่นะครับ ทั้งตัด Ambiance ของตัวโน็ตออกไปอย่างมากๆ เก็บเอาแต่เสียงสะท้อนห้องไว้เท่านั้น ปรับแต่งเสียงจนแข็งเกร็ง พร้อมทั้งบู๊ทเบสกันจนเกินจริงไปมากๆ แผ่นนี้เป็นอีกแผ่นที่แสดงสิ่งที่ผมกล่าวมาอย่างชัดเจนครับ ไม่ใช่แค่ผมที่ทนฟังไม่ได้ แม้แต่แฟนผมที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ (คือเหมือนหูผู้บริสุทธิ์) ก็ยังสรุปว่าแผ่นนี้ไม่น่าฟัง ฟังแล้วเครียส สู้ฟังเพลงที่อัดมาแบบโบราญยังมีความรู้สึกสบายใจมากกว่า (คือปรกติแฟนผมเค้าก็ไม่ชอบเพลงที่ผมฟังอยู่แล้ว แต่ลูกชายผมชอบเพลงตามที่ผมนำเสนอให้นะครับ ไม่ว่าจะคลาสสิกหรือเพลงสากลแบบโอนดี้ ซึ่งบางครั้งแกก็ลุกขึ้นมาเต้นตามเพลงไปเลยละ)
ปกติชุดเครื่องเสียงของผมที่เมืองเหนือนี้นั้น มันจะไม่ค่อยขี้ฟ้อง ฟังเพลงอะไรก็เพราะ แต่ก็ยังทนฟังแผ่นนี้ไม่ได้เลยละครับ คือมันชัดเจนซะจนคนฟังเกิดความเครียดนะครับ คุณ Dang53 ลองตั้งใจแผ่นนี้ใหม่ให้ดีๆ ซิครับ ว่ามันเป็นอย่างที่ผมว่าไว้ไหม? เหตุที่ผมฟังแผ่นนี้แล้วเกิดอาการทนไม่ได้เช่นนี้ ก็เพราะเกิดจากการเรียนรู้จากกูรูท่านหนึ่งได้สั่งสอนให้ไว้น่ะครับ ไม่งั้นผมก็ยังคงหลงใหลแบบผิดไปกับพวกแผ่นที่หนังสือเครื่องเสียงต่างๆ ทั้งไทยและเทศเขียนเชียร์กันละครับ ผมก็เลยอยากจะให้บางคนที่ยังหลงใหลในสิ่งที่บอกว่าใกล้ของจริง แต่ไม่ใช่ได้เข้ใจกันละครับ แต่จริงๆ แล้วเท่าที่ผมได้สัมผัสกับพวกเราในนี้ ผมก็มีความรู้สึกว่าพวกเราในนี้ ไม่ชอบแผ่น Audiophile กันอยู่แล้ว หรือคุณแดงคิดว่าผมคงเป็นพวกนั้น (พวก Audiophile น่ะ. ซึ่งเมื่อก่อนผมอาจจะใช่! ซึ่งก็เพราะการหลงผิดไป) เลยเอาแผ่นนี้มาให้ฟัง เพราะดูแล้วเพลงแผ่นนี้ไม่น่าที่คุณ Dang53 ชอบนะครับ แต่เห็นเอามาให้ฟังก็เลยเป็นงงน่ะครับ
เพลงคืองานศิลป์นะครับ อย่าไปสนับสนุนเพลงที่เป็นศิลเปอะครับ มินั้นมันก็จะยิ่งเสื่อมกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ คนเสพ (ก็คือพวกเราทุกคน) เป็นผู้ชักนำเรื่องนี้ว่าจะให้ไปในทางไหน? ผมจึงมีความรู้สึกเป็นห่วง เหมือนเพลงที่ร้องกันไม่ชัด ก็ยังขายกันได้ดิบได้ดี แค่รูปหล่อถึงจะร้องเพลงได้เพราะหรือ? มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลก็จริง ลองพิจารณาย้อนกลับไปดูคนยุคก่อนกับยุคนี้ดูครับ
พ่อต้องสอนลูก ผู้รู้หากอยู่เฉย ก็เป็นผู้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงครับ
ขอขอบคุณพี่พินิจที่ให้ความรู้ครับ เพลงแผ่นนี้ก็กีอบเค้ามาอีกที หน้าปกเขียนว่า 24BIT PROCESING ก็เลยเอาไปลองฟังดูครับ ได้ความรู้มากเลยครับ บางครั้งก็หลงผิดอยู่นานเหมือนกันครับ วันนี้(13พ.ย.53)ไม่ได้เอาแผ่นจริงไปให้พี่พินิจดู พรุ่งนี้(14พ.ย.53)จะเอาไปให้ดูครับ เพลงฝรั่งชอบเพลงยุคซิกตี้มากกว่าครับ ขอบคุณครับ
งั้น! ก็จะเอาแผ่นซิงตี้และฟิ๊ฟตี้ไปให้อีกละกัน
ขอขอบคุณครับ c) c) c)
-
หลักการทำกาแฟให้อร่อยนั้นมีแค่สองสิ่งที่สำคัญเท่านั้นคือ
1. มีน้ำร้อน 90 องศา
2. ทำให้น้ำร้อนให้มีแรงดัน 10 bar ผ่านผงกาแฟ มันก็แค่นี้แหละ
ขอบคุณครับพี่
เมื่อวานนี้ผมได้ถ่ายรูปไส้ในเครื่องชงของคุณดาวเหนือที่ตลาดมือสองมาอย่างละเอียด แต่รูปไงมันไม่มีก็ไม่รู้ (คงเป็นของขลังละมัง?) ผมเห็นแล้วทึ่งในการออกแบบของเค้าเลยละ (เอาไว้อาทิตย์หน้า ถ้าเจ้าของร้านยังขายไม่ออกจะถ่ายมาให้ดูกันใหม่ เค้าตั้งราคาขายแค่ 350 บาท เป็นของอิทตาลี่ ก็ถือว่าไม่แพงครับ) ในส่วนหม้อต้มข้างล่าง ก็หนามากและมีเซพตี้วาล์ซะด้วย
ถ้าคุณดาวเหนือต้องการความอร่อยเพิ่ม ขอแนะนำให้เอาผ้าขาวบางลองที่ฟิลเตอร์ทั้งข้างล่างและข้างบนอาจใช้ผ้าขาวบางสองชั้นก็ได้นะครับ แล้วบดกาแฟให้ละเอียดขึ้นไปอีกจากที่เคยบด ใช้อะไรก็ได้แบนๆ กดผงกาแฟให้แน่นๆ แล้วเอาฟิลเตอร์อีกฝั่งประกบอัดผงกาแฟลงไป แล้วก็ขันเกียวระหว่างหม้อให้แน่น เติมน้ำหม้อล่างอย่าให้ระดับน้ำถึงผงกาแฟนะครับ รอให้น้ำเดือดแล้วมันสร้างแรงดันน้ำขึ้นไปเองละครับ วิธีนี้อาจเปลืองผงกาแฟมาขึ้นแต่คุณดาวเหนือก็จะได้ความอร่อยมากขึ้นแน่นอนละครับ ยิ่งถ้าอัดผงกาแฟได้แน่นมากๆ ความเข็มข้นก็จะได้มากขึ้นตามกันละครับ ได้ผลอย่างไรเอามาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ (ผมอาจลองซื้อมาใช้ดูบ้าง วานนี้ตัวหม้อมันไม่มีด้ามจับผมเลยยังไม่ซื้อ เจ้าของร้านบอกว่าจะเอาไปทำให้ อาทิตย์หน้าผมอาจซื้อมันถ้าเค้าทำด้ามจับให้ออกมาดูดีละครับ)
-
ตอบพี่พินิจเรื่องแทมเปอร์
ถ้าผมวางแทมเปอร์ชิดขอบด้านหนึ่ง ด้านตรงข้ามจะมีช่องว่าประมาณ 2 มม.ครับ เอาไม้บรรทัดวัดจะกินขีดสีดำไปด้วย
แปลว่าถ้าเพิ่มขนาดแทมเปอร์อีก 2 มม.จะใส่ไม่ได้เพราะเบียดนิดหน่อยครับ หรือว่าพี่จะให้ผมส่งถ้วยฟิลเตอร์ขึ้นไปเลยใหมครับ
ผมจะส่งไปเลยก็กลัวพี่ไม่อยู่บ้าน
กาแฟครั้งล่าสุดกับแทมเปอร์สเตนเลสทำให้ผมดื่มได้อร่อยสุดๆอยู่ 2-3 วันก่อนที่เครื่องบดมันจะไม่ทำงาน
ผมรื้อออกมาดู มีผงกาแฟที่เหนียวจับเป็นก้อนตันอยู่ข้างใน น่าจะเริ่มเข้ามาพอกอยู่นานแล้ว
ผมประกอบกลับเข้าไปโดยหมุนเกลียวปรับละเอียดเข้าไปจนสุด (เดิมมันไม่สุด แต่ผมจำตำแหน่งไม่ได้)
ซึ่งเฟืองมันชิดเกินไป เริ่มบดมอเตอร์มันก็ติดไม่ยอมหมุน ก็เลยต้องถอดออกมาปรับเกลียวใหม่
โดยปรับให้หยาบมากๆไว้ก่อน มันทำงานได้ดีถอดออกมาปรับอีกทีละนิด ใช้เวลาไปครึ่งบ่ายวันอาทิตย์
เช้านี้ก็ยังรู้สึกว่ายังกลับไปไม่ถึงจุดเดิมที่เคยอร่อยที่สุด แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้ครับ
ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
หม้อต้มแบบคุณดาวเหนือ ใหม่แกะกล่อง ราคาน่าจะประมาณเกือบพัน หรือพันต้นๆ มั๊งครับ เมื่อหลายปีก่อน
-
ตอบพี่พินิจเรื่องแทมเปอร์
ถ้าผมวางแทมเปอร์ชิดขอบด้านหนึ่ง ด้านตรงข้ามจะมีช่องว่าประมาณ 2 มม.ครับ เอาไม้บรรทัดวัดจะกินขีดสีดำไปด้วย
แปลว่าถ้าเพิ่มขนาดแทมเปอร์อีก 2 มม.จะใส่ไม่ได้เพราะเบียดนิดหน่อยครับ หรือว่าพี่จะให้ผมส่งถ้วยฟิลเตอร์ขึ้นไปเลยใหมครับ
ผมจะส่งไปเลยก็กลัวพี่ไม่อยู่บ้าน
ส่งขึ้นมาได้เลยครับ ถึงวันธรรมดาผมจะไปเที่ยวบนยอดดอยกัน แต่ก็กลับมาขายกาแฟในเมืองทุกวันเสาร์และอาทิตย์ครับ และล่าสุดผมได้บอกกับคน ปณ ไว้แล้วว่าถ้าผมไม่อยู่ EMS มาให้เอาไปใหที่บ้านเพื่อนผมเรียบร้อยแล้ว ครั้งหน้าผมคงไม่ต้องวิ่งไปเอาเองที่ ปณ ในเมืองอีกแล้วครับ ถ้ามีฟิลเอตร์สองอันส่งขึ้นมาเลยดีกว่านะครับ ซัวร์มากกว่า เพราะผมจะเอาไปให้ช่างทำแล้วบอกว่ามีเครียร์ล้านซ์ 0.5mm ครับ ถ้าไม่มีฟิลเตอร์สองอันผมก็จะทำให้โตกว่าอันที่ผมใช้อยู่ 1.5 mm ละกัน
กาแฟครั้งล่าสุดกับแทมเปอร์สเตนเลสทำให้ผมดื่มได้อร่อยสุดๆอยู่ 2-3 วันก่อนที่เครื่องบดมันจะไม่ทำงาน
ผมรื้อออกมาดู มีผงกาแฟที่เหนียวจับเป็นก้อนตันอยู่ข้างใน น่าจะเริ่มเข้ามาพอกอยู่นานแล้ว
เครื่องบดผมต้องถอดออกมาทำความสะอาดกันทุกอาทิตย์ก่อนออกไปขายนะครับ ไม่งั้น! หากเจอมันตันระหว่างขาย ละยุ่ง
เลยครับข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
หม้อต้มแบบคุณดาวเหนือ ใหม่แกะกล่อง ราคาน่าจะประมาณเกือบพัน หรือพันต้นๆ มั๊งครับ เมื่อหลายปีก่อน
ขอบคุณครับ เค้าตั้งราคาขายคนอื่น 350 บาท โดยปรกติพ่อค้าเหมือนกันซื้อ เค้าอาจคิดผมแค่ 150 ถึง 200 บาท ก็คิดว่าซื้อค่าการออกแบบครับ (เอาความลับ มาขายในที่แจ้งแล้วเรา เพื่อพวกเราในนี้หากมีใครผ่านๆ ไป ก็ต่อราคากันเอาเองละกัน)
ปล. แผ่น DVD ที่อัดเพลงของ Linn พี่เปิดตัวไฟร์เพลงไม่ได้ครับ มองเห็นแต่ Folder ครับ เลยยังฟังไม่ได้อ่ะครับ ของเป็นแผ่น Layer เดียวสองแผ่นดีกว่าครับ หัวอ่านทั้งเครื่องเล่น DVD และคอมป์ ของผม ยังอ่านแผ่นสอง Layer ไม่ได้มั้ง?
แล้วอาทิตย์นี้ให้ส่งเม็ดกาแฟวันไหนครับ?
ผมเอาบันยากาสตลาดมือสองหลัง รร ปรินส์ เชียงใหม่ที่มีของเก่าๆ ราคาถูกๆ มาวางขายกันนะครับ ถ้วยชงกาแฟจากอิตาลี่ก็วางขายอยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามข้างหน้ารถโฟล์คครับ
-
ถ้ามีฟิลเอตร์สองอันส่งขึ้นมาเลยดีกว่านะครับ ซัวร์มากกว่า
งั้นผมจะส่งฟิลเตอร์ไปพร้อมแผ่นเลยนะครับ
ปัญหาอาจจะเกิดจากผมเผาแผ่นเป็นมาตรฐาน UDF เพราะมันมีไฟล์ที่ขนาดเกิน 1 GB ซึ่งมาตรฐาน ISO มันไม่ซับพอร์ต
-
UFD หรือ UFO เครื่องผมอ่านไม่ออกครับ
-
อ้าว! ลองส่งรูปเล่นๆ มันกลับไปเฉยเลย ขอเอารูปแผ่นคุณ Dueng ลงอีกรูปละกัน
-
คุณพินิจครับถ้าดื่มกาแฟสดแล้ว(เอสเพรสโซ่)แล้วรู้สึกว่าเหม็นกลิ่นไหม้ของเมล็ดกาแฟสาเหตุเนื่องจากอะไรครับและพอจะมีวิธีการหรือเราจะบอกกับคนชงอย่างเพื่อให้รสชาดเหมือนกลิ่นไหม้มันลดลงครับ ขอบคุณครับ (ปล.วันนี้ไปทดลองดื่มมาครับ)
-
คุณพินิจครับถ้าดื่มกาแฟสดแล้ว(เอสเพรสโซ่)แล้วรู้สึกว่าเหม็นกลิ่นไหม้ของเมล็ดกาแฟสาเหตุเนื่องจากอะไรครับและพอจะมีวิธีการหรือเราจะบอกกับคนชงอย่างเพื่อให้รสชาดเหมือนกลิ่นไหม้มันลดลงครับ ขอบคุณครับ (ปล.วันนี้ไปทดลองดื่มมาครับ)
ได้เห็นสีของเมล็ดกาแฟก่อนที่เค้าจะบดไหมครับ? ว่าดำมากๆ ไหม? เค้าอาจใช้กาแฟที่คั่วระดับ Very Very Dark Roast หรือบางคนเรียก Spanish Roast มาชงให้เราดื่มก็เป็นได้ครับ ครั้งต่อไปลองบอกให้เค้าเอากาแฟที่คั่วระดับอ่อนๆ ให้เรานะครับ ปรกติผมจะชงให้ลูกค้าระดับการคั่วที่ Medium Dark (สีจะยังคงเป็นสีน้ำตาลเข็มๆ) แต่ก็มีลูกค้าอยู่ไม่กี่คนที่ผมก็เตรียมกาแฟที่ผมคั่วระดับ Dark Roast ไว้ให้ ก็มีคุณ Bluekite นี่คนหนึ่งละ และลุงที่ชอบดูพระอีกคนที่เป็นคนไทย แล้วเป็นฝรั่งอีกสองสามคน) ///// และการกดแทมเปอร์แรงเกินไปจนน้ำการแฟแทบจะไม่ค่อยไหล คือมีการขาดช่วงบ้างระหว่างการปล่อยน้ำถ้าเป็นแบบนี้ กาแฟไหม้จากการเบรินของน้ำร้อนครับ ///// และหากคุณสั่งเป็นเอสเพรสโซ่แล้วนั้น มันจะใช้เวลาถึง 25-30 วินาที ซึ่งช่วงเวลาที่ 20 วินาทีไปแล้วนั้นกาแฟจะเริ่มไหม้จากน้ำร้อนครับ กาแฟจะขมขึ้นจากการเบรินของน้ำร้อน เพิ่มเข้าไปอีกจากความขมจากเนื้อของการแฟครับ ยิ่งถ้าเค้าทำเอสเพรสโซ่ที่ 30 วินาทีที่น้ำกาแฟ 2 Oz แล้ว กาแฟแก้วนั้นจะขมมากขึ้น เหมือนรู้สึกว่ามันไหม้ได้นะครับ ///// แต่คำที่ว่าเหม็นไหม้นั้นผมไม่ได้ชิมเองเลยไม่รู้ว่าไหม้จากการคั่วหรือการน้ำร้อนตอนชง กลิ่นมันจะไม่เหมือนกันครับ ///// ลองสั่งให้เค้าชง ริสเทรสโต้ ดูนะครับ เพราะมันใช้เวลาแค่ 13-15 วินาที ที่น้ำกาแฟ 1 Oz มันจะเป็นกลิ่นและรสชาติของกาแฟที่คั่วเพียวๆ ถ้าชงแบบนี้แล้วยังเหม็นไหม้ก็แสดงว่าการคั่วเป็นระดับที่สูงมากๆ แล้วละครับ ตั้งแต่ขายมาผมเคยเจอนักท่องเที่ยวเพียงคนเดียวที่ชอบแบบนี้ (เพราะคุยกันถึงรู้ เค้าชอบแบบคั่วจนสีดำออกด้านเลยละครับ) มันเป็นความชอบส่วนตัวครับ เจ้าของร้านอาจเป็นคนชอบแบบนั้นน่ะครับ อ้อ! ลืมไปอีกอย่างนึงครับ เม็ดกาแฟแบบซีกโดยปรกติที่ขายกันอยู่ทั่วไป จะมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นไหม้แบบนั้นละครับ แต่ถ้าเป็นเมล็ดกลมแบบที่ผมขาย กลิ่นและรสชาติมันจะนุ่มนวลมากกว่ากันเยอะเลยละครับ เหมือนดื่มวิสกี้กับบลั่นดีน่ะครับ วิสกี้ต้องผสมโซดาถึงจะนุ่มลง แต่บลั่นดีดื่มเพียวได้เลย ไม่บาดลำคอและกลับชุ่มคอไปซะอีกละครับ ลองให้เค้าสั่งเมล็ดกลมผมไปลองชงขายดูซิครับ 5555
-
คุณ ekkasit ลองขอเม็ดกาแฟจากร้านมาเคี้ยวซักเม็ดสองเม็ด ให้มั่นใจว่ากลิ่นใหม้มันมาจากเม็ดกาแฟหรือกระบวนการชงกันแน่ครับ
-
คุณพินิจครับถ้าดื่มกาแฟสดแล้ว(เอสเพรสโซ่)แล้วรู้สึกว่าเหม็นกลิ่นไหม้ของเมล็ดกาแฟสาเหตุเนื่องจากอะไรครับและพอจะมีวิธีการหรือเราจะบอกกับคนชงอย่างเพื่อให้รสชาดเหมือนกลิ่นไหม้มันลดลงครับ ขอบคุณครับ (ปล.วันนี้ไปทดลองดื่มมาครับ)
ได้เห็นสีของเมล็ดกาแฟก่อนที่เค้าจะบดไหมครับ? ว่าดำมากๆ ไหม? เค้าอาจใช้กาแฟที่คั่วระดับ Very Very Dark Roast หรือบางคนเรียก Spanish Roast มาชงให้เราดื่มก็เป็นได้ครับ ครั้งต่อไปลองบอกให้เค้าเอากาแฟที่คั่วระดับอ่อนๆ ให้เรานะครับ ปรกติผมจะชงให้ลูกค้าระดับการคั่วที่ Medium Dark (สีจะยังคงเป็นสีน้ำตาลเข็มๆ) แต่ก็มีลูกค้าอยู่ไม่กี่คนที่ผมก็เตรียมกาแฟที่ผมคั่วระดับ Dark Roast ไว้ให้ ก็มีคุณ Bluekite นี่คนหนึ่งละ และลุงที่ชอบดูพระอีกคนที่เป็นคนไทย แล้วเป็นฝรั่งอีกสองสามคน) ///// และการกดแทมเปอร์แรงเกินไปจนน้ำการแฟแทบจะไม่ค่อยไหล คือมีการขาดช่วงบ้างระหว่างการปล่อยน้ำถ้าเป็นแบบนี้ กาแฟไหม้จากการเบรินของน้ำร้อนครับ ///// และหากคุณสั่งเป็นเอสเพรสโซ่แล้วนั้น มันจะใช้เวลาถึง 25-30 วินาที ซึ่งช่วงเวลาที่ 20 วินาทีไปแล้วนั้นกาแฟจะเริ่มไหม้จากน้ำร้อนครับ กาแฟจะขมขึ้นจากการเบรินของน้ำร้อน เพิ่มเข้าไปอีกจากความขมจากเนื้อของการแฟครับ ยิ่งถ้าเค้าทำเอสเพรสโซ่ที่ 30 วินาทีที่น้ำกาแฟ 2 Oz แล้ว กาแฟแก้วนั้นจะขมมากขึ้น เหมือนรู้สึกว่ามันไหม้ได้นะครับ ///// แต่คำที่ว่าเหม็นไหม้นั้นผมไม่ได้ชิมเองเลยไม่รู้ว่าไหม้จากการคั่วหรือการน้ำร้อนตอนชง กลิ่นมันจะไม่เหมือนกันครับ ///// ลองสั่งให้เค้าชง ริสเทรสโต้ ดูนะครับ เพราะมันใช้เวลาแค่ 13-15 วินาที ที่น้ำกาแฟ 1 Oz มันจะเป็นกลิ่นและรสชาติของกาแฟที่คั่วเพียวๆ ถ้าชงแบบนี้แล้วยังเหม็นไหม้ก็แสดงว่าการคั่วเป็นระดับที่สูงมากๆ แล้วละครับ ตั้งแต่ขายมาผมเคยเจอนักท่องเที่ยวเพียงคนเดียวที่ชอบแบบนี้ (เพราะคุยกันถึงรู้ เค้าชอบแบบคั่วจนสีดำออกด้านเลยละครับ) มันเป็นความชอบส่วนตัวครับ เจ้าของร้านอาจเป็นคนชอบแบบนั้นน่ะครับ อ้อ! ลืมไปอีกอย่างนึงครับ เม็ดกาแฟแบบซีกโดยปรกติที่ขายกันอยู่ทั่วไป จะมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นไหม้แบบนั้นละครับ แต่ถ้าเป็นเมล็ดกลมแบบที่ผมขาย กลิ่นและรสชาติมันจะนุ่มนวลมากกว่ากันเยอะเลยละครับ เหมือนดื่มวิสกี้กับบลั่นดีน่ะครับ วิสกี้ต้องผสมโซดาถึงจะนุ่มลง แต่บลั่นดีดื่มเพียวได้เลย ไม่บาดลำคอและกลับชุ่มคอไปซะอีกละครับ ลองให้เค้าสั่งเมล็ดกลมผมไปลองชงขายดูซิครับ 5555
ขอบคุณมากครับ ครั้งหน้าจะลองดูครับ
คุณ ekkasit ลองขอเม็ดกาแฟจากร้านมาเคี้ยวซักเม็ดสองเม็ด ให้มั่นใจว่ากลิ่นใหม้มันมาจากเม็ดกาแฟหรือกระบวนการชงกันแน่ครับ
ครับเดี๋ยวครั้งหน้าจะลองดูครับ ขอบคุณครับ
ปล.ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวเชียงใหม่จะให้น้องพาไปดื่มกาแฟฝีมือคุณพินิจครับ ถามน้องเค้าดูแล้วเค้าบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยเข้าไปชิมครับ ;D ;D ;D
-
...ผมดื่มกาแฟที่ถูกใจผมมากก็ที่นี่แหละครับ.. c) c) c).แถมได้รับความรู้เกี่ยวกับกาแฟอีกมากมาย.. :clap :clap..ที่คุณPINIJ ชงนั้นจะไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้...มีรสชาดขมเฝื่อนๆนิดๆอธิบายยากครับมันน่าจะขมจากตัวกาแฟมากกว่าการไหม้นะครับ... :o :o :o :o
-
...ผมดื่มกาแฟที่ถูกใจผมมากก็ที่นี่แหละครับ.. c) c) c).แถมได้รับความรู้เกี่ยวกับกาแฟอีกมากมาย.. :clap :clap..ที่คุณPINIJ ชงนั้นจะไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้...มีรสชาดขมเฝื่อนๆนิดๆอธิบายยากครับมันน่าจะขมจากตัวกาแฟมากกว่าการไหม้นะครับ... :o :o :o :o
ความเฝื่อนนิดๆ นั้น ถ้าไม่ดื่มแบบคั่วกัน "เมื่อวานนี้" ละก็จะไม่ได้พบกันนะครับ (ถ้าคั่วค้างไว้เลยสามวันไปแล้ว ความฝื่นนี้จะหายไปเกือบหมดสิ้นแล้ว) มันจะเป็นกลิ่นจากธรรมชาติมากๆ ถ้าคั่วเสร็จแล้วชงเลยเดี๋ยวนั้นเลยจะฝื่นยิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีก (แต่บางคนก็ไม่ชอบความฝื่นนี้นะครับ ต้องรอให้สามวันไปแล้วเค้าถึงจะเอามาชงดื่ม) ผมถึงแนะนำลูกค้าผมทุกคนให้สั่งซื้อกันแค่กินหมดภายในหนึ่งอาทิตย์ อย่างมากก็สองอาทิตย์เต็มที่แล้ว ก็คุณ Bluekite ดื่อกาแฟแค่หนึ่งออนซ์เองนี่ครับ ช่วงนี้กาแฟยังไม่เพิ่มความขมจากน้ำร้อนไปเบรินผงกาแฟละครับ เป็นกาแฟแบบหัวกระทิแท้ๆ ครับ d_d :drunk :bye1 บาย! เดี๋ยวไปส่งกาแฟให้ลูกค้าก่อน ช่วงนี้เริ่มจะส่งออกกันเกือบทุกวันแล้วละครับ ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่อุดหนุนกันมานะที่นี้ด้วย อย่างมากๆ คร้าบบบบบบบบบบบบ
-
เอารูปหม้อต้มกาแฟของอิทตาลี่ที่คุณดาวเหนือใช้มาให้ดูถึงรายละเอียดการทำงานกันนะครับ ถือว่าเป็นการออกแบบที่ชาญฉลาดมาก คือเวลาน้ำมันเดือดก็จะเกิดเป็นไอน้ำ มีแรงดันเกิดขึ้นภายในหม้อส่วนล่าง ที่มีกลวยจุ่มลงไปใต้น้ำ ทำให้น้ำร้อนถูกดันผ่านผงกาแฟขึ้นไปยังหม้อส่วนบนครับ ถ้าเราสามารถอัดกาแฟได้แน่นมากๆ (แต่รูฟินเตอร์มันใหญ่มาก คงต้องใช้ผ้าขาวบางวางบนฟิลเตอร์อีกชั้นกันเศษผงกาแฟขึ้นไปได้บน) ผมคิดว่ามันสามารถทำกาแฟให้อร่อยเพิ่มขึ้นอีกพอสมควรกันเลยละครับ ใครใช้หม้อแบบนี้ทดลองทำกันดูแล้วเอามาคุยให้ฟังกันบ้างนะครับ
-
อยากจะเอาของถูกๆ ดีๆ มาแนะนำกัน :secret ผมได้พยายามค้นราคาและร้านที่ขายมันมาให้ผู้สนใจได้ซื้อหาเครื่องชงกาแฟแบบถูกแต่ดีมาใช้กัน แต่ผมหาไม่พบนะครับ เคยทราบจากผู้ที่ผมซื้อเครื่องตัวนี้จากเค้ามาว่า ราคาของใหม่แค่หมื่นบาทบวกลบนิดหน่อย จากร้านขายกลุ่มยี่ห้ออีเล็กโตลักษ์ จากการที่ใช้เครื่องรุ่นนี้ชงวันละ 3 แก้ว (ตอนนี้ผมดื่มได้สามแก้วต่อวันแล้วครับ ฝืนตอนแรกๆ นิดเดียว ผมขอเอาตัวเองเป็นหนูทดลองว่ามันจะเลี่ยงจากโรคที่ผมว่าไปแล้วได้หรือไม่?) มาเกือบเดือนยังไม่พบปัญหาอะไร จากที่ไม่เคยเชื่อว่าเครื่องชงกาแฟที่มีราคาถูกๆ จะชงกาแฟให้อร่อยได้ ความคิดนี้ถูกยกเลิกไปหมดแล้วละครับ เมื่อมาพบเจ้าเครื่องนี้ (หลังจากที่ได้โมฯ มันไปแล้ว) มันสามารถชงกาแฟระดับเข้ม (Dark และ Very Dark) ขณะที่เครื่องที่ผมซื้อมาสามหมื่นบาท สามารถทำ Crema ออกมาให้เห็นแค่ผิวๆ แต่เจ้าตัวนี้ทำออกมาได้ในระดับ ครึ่ง เซนติเมตร กันเลยละ มันช่างสุดยอดจริงๆ ขอแนะนำให้ซื้อกันมาใช้ได้เลยครับ (เห็น Spec. ของปั๊มน้ำแล้ว มันก็น่าเชื่อครับ) ขอย้ำกันอีกครั้งว่าไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง แต่ขอให้มีความเชื่อในเรื่องของการ Modify ว่าเราเก่งกว่าวิศวกรของเค้า แม้แต่เรื่องของเครื่องเสียงก็ตาม ตอนนี้ผมยังเชื่อถือในตัวเองมากกว่า อาจเนื่องจากเค้าไม่สามรถทำอะไรได้เต็มที่ บางครั้งเค้าก็ต้องทำตามนโยบายของบริษัท เช่น QUAD รุ่นเก่าๆ มีการรายงานออกมาให้รู้กันเลยว่า มีบางช่วงที่เคยบอกวิศวกรให้ประยัดต้นทุนในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้ :nono :nonono
เนื่องจากมีบางช่วงเวลาลูกค้ายืนรอกันเยอะจน บางคนรอไม่ไหว ผมจึงต้องเสียลูกค้าบางส่วนไป (ถึงว่าร้านค้าเค้าถึงชอบซื้อเครื่องสองหัว) มันจะถูกเอาเข้าประจำการในอาทิตย์หน้านี้ละครับ ใครขึ้นมาเที่ยวเมืองเหนือยากจะมาพิสูจน์ ก็ขอเชิญ ขึ้นมาชิมกันฟรี ขอให้บอกว่ามาจากเวปนี้นะครับ :drive1 d_d :drunk
-
เครื่องหน้าตาแบบนี้ผมเห็นขายหลายยี่ห้อเลยครับ จะดูไงว่ามันคือตัวเดียวกันหรือของเลียนแบบ และพี่โมจุดใหนบ้างครับ
-
เครื่องหน้าตาแบบนี้ผมเห็นขายหลายยี่ห้อเลยครับ จะดูไงว่ามันคือตัวเดียวกันหรือของเลียนแบบ และพี่โมจุดใหนบ้างครับ
โมฯ แค่ฟิลเตอร์ตามรูปก็พอครับ แล้ววิธีดูว่าซื้อถูกตัวหรือไม่? ส่วนที่สำคัญคือยี่ห้อและรุ่นของปั๊มป์น้ำตามรูปครับ ถ้าเห็นชื่อปั๊มป์และรุ่นตามนี้ซื้อมาได้เลย แล้วเอามาบอกในนี้ด้วยนะครับว่าซื้อที่ไหน? ราคาเท่าไร? //// อ้อ! ลืมบอกไปว่า การดูตัวปั๊มนั้นทำได้ง่าย โดยขอให้เค้ายกตัวถังน้ำออกก็จะมองเห็นมันได้เลยนะครับ (การยกถังน้ำออกมานั้น แม้มีน้ำอยู่เต็มถังก็สามารถดึงยกออกมาได้เลย โดยน้ำที่ก้นถังจะไม่หกไหลออกมา เพราะมันจะมีวาาว์ลงไปปิดในทันทีเมื่อยกตัวถังขึ้นมา
-
......กำลังติดตามครับ. c) c) c).ถ้าจะให้ดีมี expresso ซักถ้วยตาจะสว่าง. ;D ;D ;D..กำลังง่วงอยู่เลยครับ :D :D :D
-
......กำลังติดตามครับ. c) c) c).ถ้าจะให้ดีมี expresso ซักถ้วยตาจะสว่าง. ;D ;D ;D..กำลังง่วงอยู่เลยครับ :D :D :D
วันนี้มีปรากฏการใหม่กับตัวผมครับ ดื่มกาแฟแก้วที่สอง เมื่อตอนเที่ยงวัน แล้วหลับเพิ่งจะตื่นนี่แหละครับ ปรกติเคยใจสั่นหลังดื่มแก้วที่สอง เคยได้ยินบางคนเคบคุยให้ฟัง ก็ยังไม่คอยเชื่อเค้าว่าดื่มกาแฟแล้วสามารถนอนหรับได้ นี่มันเป็นดีหรือเลวกันนี่? ที่ต่อไปนี้ผมคงดื่มกาแฟแก้อาการง่วนนอนไม่ได้ไปซะแล้ว K]
อาทิตย์หน้าคุณ Bluekite จะได้ดื่มการแฟที่คั่วระดับ Very Dark ได้รสชาติเพิ่มขึ้นละครับ เพราะตอนนี้พบว่ามีอีกหลายคนที่บอกว่าชอบกาแฟที่ขมมากเป็นที่สุด
ทายนิสัยจากกาแฟถ้วยโปรด :-
-
เครื่องหน้าตาแบบนี้ผมเห็นขายหลายยี่ห้อเลยครับ จะดูไงว่ามันคือตัวเดียวกันหรือของเลียนแบบ และพี่โมจุดใหนบ้างครับ
ทั้ง อิเลคทรอลักซ์ วีรสุ ผมมั่นใจว่ามาจาก รง.เดียวกันที่จีนครับ...ของเค้าขายเองในจีน จะชื่อ TS-819 อะไรประมาณนี้ครับ
ราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5000 ของวีรสุเคยจัดงาน ลดเหลือประมาณ 5,800 ตอนกลางปีเด้อครับ... d_d
ของอิเลคทรอลักษ์ ที่เซ็นทรัล ลดเหลือ ประมาณ 7000 ปลายๆครับ.....ตอนกลางปีเหมือนกันครับ.... :)
-
เครื่องหน้าตาแบบนี้ผมเห็นขายหลายยี่ห้อเลยครับ จะดูไงว่ามันคือตัวเดียวกันหรือของเลียนแบบ และพี่โมจุดใหนบ้างครับ
ทั้ง อิเลคทรอลักซ์ วีรสุ ผมมั่นใจว่ามาจาก รง.เดียวกันที่จีนครับ...ของเค้าขายเองในจีน จะชื่อ TS-819 อะไรประมาณนี้ครับ
ราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5000 ของวีรสุเคยจัดงาน ลดเหลือประมาณ 5,800 ตอนกลางปีเด้อครับ... d_d
ของอิเลคทรอลักษ์ ที่เซ็นทรัล ลดเหลือ ประมาณ 7000 ปลายๆครับ.....ตอนกลางปีเหมือนกันครับ.... :)
ผมเคยคุยกับคนที่ขายซากเครื่องที่เอามาให้ดูนี้ (คนที่ขายให้ผม เคยเป็นช่างซ่อมเครื่องชงกาแฟ ในกลุ่มอีเล็กโตลักษ์) เค้าบอกว่ารุ่นที่เค้ากำลังทำงานอยู่นั้น เครื่องจะทำมาจากมาเลเซียครับ และเครื่องทุกรุ่นที่มาจากมาเลเซีย จะใช้ปั๊มน้ำของอิตาลี่กันทุกตัว ถ้าทำมาจากเมืองจีนผมไม่แน่ใจว่าปั๊มจะทำมาจากที่ไหน? ใครไปเดินห้างลองบอกให้เค้าทดลองยกแท็งน้ำออกให้ดูหน่อย แล้วเราก็แอบดูยี่ห้อปั๊มอ่ะครับ ถ้าให้ชัวร์คงต้องควานหาเครื่องรูปร่างแบบนี้แถวๆ ปี 2005 ขึ้นมาดูซะแล้วละครับ
และรูปร่างแบบนี้ก็ใช่ของมาเลเซียเช่นกันนะครับ (ตัวที่ผมซื้อมาพร้อมๆ กัน แต่รอหาลูกบิดเปิดน้ำร้อนอยู่ครับ) หม้อต้มและปั๊มที่ผมถ่ายให้ดูสีส้มๆ เป้นรุ่นเดียวกันเลยละ แสดงว่าเค้าซื้ออุปกรณ์พวกปั๊มและหม้อต้ม มาทำเคศหุ้มที่แตกต่างกัน เป้นพลาสะติกแบบตัวหลังคงจะถูกมากว่า แต่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน และช่างยังบอกว่าเครื่องที่สามถึงห้าหมื่นก็ยังใช้ปั๊มและหม้อต้มรุ่นนี้เช่นกัน ก็แล้วแต่การทำตลาดจากรูปลักษ์ภายนอก เครื่องที่มีสองหัวอัด ที่มีราคาเป็นแสนก็อาจจะใช้ปั๊มและหม้อต้มแบบนี้สองชุดใส่เข้าไป ไม่ยากนึกถึงคนที่ถูกหลอกให้ซื้อมันราคาตั้งแสนบาท ถ้าเค้ารู้แบบนี้จะคิดอย่างไร? ค่าทำเคสของเครื่องราคาแสนกับเครื่องที่มีราคาไม่ถึงหมื่น ไม่น่าต่างกันเกินสองหมื่อละมั๊ง? ฉะนั้นเครื่องชงแบบสองหัวราคาแสนกว่าบาทอาจมีต้นทุนไม่ถึงสามหมื่นบาทก็เป็นได้นะครับ
-
เมื่อคืนไปเจอที่ อีเล็กโตลัก ที่พิษณุโลก เหมือนของผมเด๊ะเลย เห็นเจ้าของร้านบอกว่าซื้อจาก Homepro ครับ ในราคา 8000 บาทครับ
-
เช้านี้อากาศดีเย็นสบายพร้อมได้กาแฟเข้มข้นที่แบลคแคนยอน ทำให้อยากไปแอ่วเชียงไหม่จริงๆ
จะได้ลองกาแฟอร่อยของพี่PINIJ ด้วย
-
เช้านี้อากาศดีเย็นสบายพร้อมได้กาแฟเข้มข้นที่แบลคแคนยอน ทำให้อยากไปแอ่วเชียงไหม่จริงๆ
จะได้ลองกาแฟอร่อยของพี่PINIJ ด้วย
ขอเรียนเชิญครับ แต่เสาร์อาทิตย์ที่ 4-5 ธันว่านี้ ทำงานยังไม่เสร็จ ผมอยู่ที่ระยองนะครับ
-
เสียดายจังเลยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาลูกไปเดินเล่นที่ตลาดนัดของเก่า ตรงโรงเรียนปริ้น ดินจนลาลาก ;D ;D ดันไม่เจอรถตู้คันสีแดงเลย เจอแต่คันสีส้มสีเหมือนการแฟนมเย็น ;D ;D จะไปกินกาแฟเสียหน่อย :cry2 :cry2 :cry2 สงสัยเจ้าของร้านมัวแต่ฟิตทำแอมป์ ;D ;D ;D เดินไปเดินมาได้ C Oil spargue ตัวใหญ่ ๆ มาแค่ 3 ตัวเอง จะซื้อของเก่ามาประดับบ้านหน่อย ลูกก็ร้องให้กระจองงองแง(คงง่วงนอน :cry2) เลยไปเดินได้แค่ 3 ชั่วโมงเองครับ เลยต้องรีบกลับ ;D ;D เดี๋ยวมีโอกาศเดี๋ยวไปใหม่ ครับ :yahoo :yahoo
-
เสียดายจังเลยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาลูกไปเดินเล่นที่ตลาดนัดของเก่า ตรงโรงเรียนปริ้น ดินจนลาลาก ;D ;D ดันไม่เจอรถตู้คันสีแดงเลย เจอแต่คันสีส้มสีเหมือนการแฟนมเย็น ;D ;D จะไปกินกาแฟเสียหน่อย :cry2 :cry2 :cry2 สงสัยเจ้าของร้านมัวแต่ฟิตทำแอมป์ ;D ;D ;D เดินไปเดินมาได้ C Oil spargue ตัวใหญ่ ๆ มาแค่ 3 ตัวเอง จะซื้อของเก่ามาประดับบ้านหน่อย ลูกก็ร้องให้กระจองงองแง(คงง่วงนอน :cry2) เลยไปเดินได้แค่ 3 ชั่วโมงเองครับ เลยต้องรีบกลับ ;D ;D เดี๋ยวมีโอกาศเดี๋ยวไปใหม่ ครับ :yahoo :yahoo
โอ! เป็นที่น่าเสียดายจริงๆ ครับ ผมก็พยายามเร่งลุยงานเร่งด่วนที่ระยอง (ลงมาตั้งแต่วันอังคาร) หวังจะให้เสร็จให้ทันกลับไปขายกาแฟ แต่ผมพึ่งจะเสร็จปิดงานได้เมื่อวานนี้เองละครับ วันนี้ดู Test Run แล้วผ่านอย่างสวยงามมาก เย็นนี้คงกลับเมืองเหนือได้แล้วละครับ ถ้าพรุ่งนี้ยังอยู่ก็ขอเชิญที่บ้านได้นะครับ d_d :drunk เอ! ตอนแรกว่าจะขึ้นช่วงกลางเดือนนี่ครับ นี่ผมก็รีบทำอย่างเร็ว ก็นึกว่าเราจะพบกันช่วงอาทิตย์หน้านี้ซะอีก d_d :drunk
-
เสียดายจังเลยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พาลูกไปเดินเล่นที่ตลาดนัดของเก่า ตรงโรงเรียนปริ้น ดินจนลาลาก ;D ;D ดันไม่เจอรถตู้คันสีแดงเลย เจอแต่คันสีส้มสีเหมือนการแฟนมเย็น ;D ;D จะไปกินกาแฟเสียหน่อย :cry2 :cry2 :cry2 สงสัยเจ้าของร้านมัวแต่ฟิตทำแอมป์ ;D ;D ;D เดินไปเดินมาได้ C Oil spargue ตัวใหญ่ ๆ มาแค่ 3 ตัวเอง จะซื้อของเก่ามาประดับบ้านหน่อย ลูกก็ร้องให้กระจองงองแง(คงง่วงนอน :cry2) เลยไปเดินได้แค่ 3 ชั่วโมงเองครับ เลยต้องรีบกลับ ;D ;D เดี๋ยวมีโอกาศเดี๋ยวไปใหม่ ครับ :yahoo :yahoo
โอ! เป็นที่น่าเสียดายจริงๆ ครับ ผมก็พยายามเร่งลุยงานเร่งด่วนที่ระยอง (ลงมาตั้งแต่วันอังคาร) หวังจะให้เสร็จให้ทันกลับไปขายกาแฟ แต่ผมพึ่งจะเสร็จปิดงานได้เมื่อวานนี้เองละครับ วันนี้ดู Test Run แล้วผ่านอย่างสวยงามมาก เย็นนี้คงกลับเมืองเหนือได้แล้วละครับ ถ้าพรุ่งนี้ยังอยู่ก็ขอเชิญที่บ้านได้นะครับ d_d :drunk เอ! ตอนแรกว่าจะขึ้นช่วงกลางเดือนนี่ครับ นี่ผมก็รีบทำอย่างเร็ว ก็นึกว่าเราจะพบกันช่วงอาทิตย์หน้านี้ซะอีก d_d :drunk
กลับมาถึงบ้านแล้วครับ ขับรถทางไกลนี่ มันเพลียจริง ๆ สงสัยต้องพักผ่อนต่ออีกวัน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวโอกาสหน้า ว่าง ๆ ขึ้นไปใหม่ ถ้าเส้นทางตรง ตาก -ลำปางทำดี ขับรถ 3 ชัวโมงก็ถึงเชียงใหม่ละครับ :) :) :) แต่ต้องหาคนชอบขับรถไป เอารถยนต์เติมแก๊สคงหมดค่าแก๊สไม่เท่าไร ส่วนผมเอาคันเติมน้ำมันเต็มถังไป-กลับ หมดค่าน้ำมันไปแค่ 2000 เอง :yahoo :yahoo
-
. :D :D :D...พอดีอาทิตย์นี้ตลาดไม่คึกคัก..คนขายก็น้อย..คนเดินก็น้อย..คุณPINIJ ก็ไม่มาขายกาแฟบรรยกาศเลยจืดๆไปนิดหนึ่งครับ :'( :'( :'(
-
เฉพาะวันเสาร์หน้าก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ขายหรือเปล่านะครับ? วันนี้กะว่าจะรีบขึ้นไปคั่วกาแฟส่งเพื่อนๆ แล้วก็จะลงมาที่บ้าน อยุธยา เพื่อทำบุณบ้านหลังใหม่อีกหลังนึง ในวันที่ 10 ธค วันเสาร์อาจจะ (แค่อาจนะครับไม่ได้ขายเพราะเหนื่อยจากการขับรถขึ้นมา) แต่วันอาทิตย์น่าจะไปขายไหวครับ //// รถผมก็ติดแก๊สครับประยัดดีมากๆๆๆๆ กม ละ 0.98 บาท ขาลง กทม แต่ขาขึ้น 1.1 บาทต่อ กม เหยียบเต็มที่ เมื่อถนนว่างที่ไม่เกิน 130 กม ต่อ ชม ขับมาระยองผมจ่ายค่าแก๊ส 987 บาท (เติมเต็มที่เชียงใหม่ตรงปั๊มวงแหวนชั้นนอกสุด ปั๊มนี้แก๊สถูกที่สุดในเมืองเหนือ แล้วก็มาเติมเต็มระยอง)
-
สวัสดีปีใหม่ครับ คอกาแฟ d_d
-
สวัสดีปีใหม่ครับ
กำลังจิบMediumอยู่เลย มันซาบซ่านในปาก ไม่รู้ว่าเป็นรสชาติของอะไร d_d ช้อบชอบ
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ กาแฟออกช่วงนี้จึงจะเป็นกาแฟที่ครบกำหนดหนึ่งปี และจะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนมะม่วงที่สุกอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สุกแบบแก่แดด ซึ่งก็จะเหมือนผลไม้อื่นๆ เช่นทุเรียนใครกินช่วงมันออกใหม่ๆ ละก็รสชาติมันจะไม่หอมหวาน และบางครั้งข้างในผลมันก็อาจแข็งเป็นไตๆ ก้อนๆ กินจืดๆ ซืดๆ ละครับ :nono :nonono N] ได้ข่าวมาว่าปีกาแฟออกน้อยมากไปทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซร์ผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย และใช้เวลากว่าสองปี จึงจะพบแหล่งปลูกที่ดีที่อร่อยที่สุดของกาแฟที่ปลูกกันในเมืองไทย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ ได้ข่าวมาว่าปีน้อยกาแฟออกน้อยทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซรืผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
สวัสดีปีใหม่ พี่ๆทุกท่านคร้าบ......ขอบคุณครับพี่พินิจด้วยครับ...:clap :clap O0
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ กาแฟออกช่วงนี้จึงจะเป็นกาแฟที่ครบกำหนดหนึ่งปี และจะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนมะม่วงที่สุกอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สุกแบบแก่แดด ซึ่งก็จะเหมือนผลไม้อื่นๆ เช่นทุเรียนใครกินช่วงมันออกใหม่ๆ ละก็รสชาติมันจะไม่หอมหวาน และบางครั้งข้างในผลมันก็อาจแข็งเป็นไตๆ ก้อนๆ กินจืดๆ ซืดๆ ละครับ :nono :nonono N] ได้ข่าวมาว่าปีกาแฟออกน้อยมากไปทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซร์ผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย และใช้เวลากว่าสองปี จึงจะพบแหล่งปลูกที่ดีที่อร่อยที่สุดของกาแฟที่ปลูกกันในเมืองไทย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
ขาดของไปลงแดงแน่
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ กาแฟออกช่วงนี้จึงจะเป็นกาแฟที่ครบกำหนดหนึ่งปี และจะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนมะม่วงที่สุกอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สุกแบบแก่แดด ซึ่งก็จะเหมือนผลไม้อื่นๆ เช่นทุเรียนใครกินช่วงมันออกใหม่ๆ ละก็รสชาติมันจะไม่หอมหวาน และบางครั้งข้างในผลมันก็อาจแข็งเป็นไตๆ ก้อนๆ กินจืดๆ ซืดๆ ละครับ :nono :nonono N] ได้ข่าวมาว่าปีกาแฟออกน้อยมากไปทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซร์ผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย และใช้เวลากว่าสองปี จึงจะพบแหล่งปลูกที่ดีที่อร่อยที่สุดของกาแฟที่ปลูกกันในเมืองไทย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
ขาดของไปลงแดงแน่
ขอบคุณครับ ได้กำลังใจแบบนี้ :yahoo ทำให้ผมคิดว่า ผมคิดไม่ผิดแล้ว ที่ไม่ยอมขายให้ฝรั่งที่มาให้ผมโลละพัน คือถ้าผมให้เค้าไป ผมเสียศักดิ์ศรีเพราะบอกกับเค้าไว้ก่อนเค้าเสนอราคาให้โลละพันแล้วว่าจะเอาไว้ให้เพื่อนๆ ดื่มกัน แต่ผมก็คิดว่าหากเค้าไปลองเม็ดกลมของดอยช้างที่มีราคา กก ละ พันหก เค้าต้องกลับมาซื้อของผมตอนสิ้นเดือนนี้ ที่ราคาแค่แปดร้อยบาทต่อกิโลแน่นอน :yahoo
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ กาแฟออกช่วงนี้จึงจะเป็นกาแฟที่ครบกำหนดหนึ่งปี และจะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนมะม่วงที่สุกอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สุกแบบแก่แดด ซึ่งก็จะเหมือนผลไม้อื่นๆ เช่นทุเรียนใครกินช่วงมันออกใหม่ๆ ละก็รสชาติมันจะไม่หอมหวาน และบางครั้งข้างในผลมันก็อาจแข็งเป็นไตๆ ก้อนๆ กินจืดๆ ซืดๆ ละครับ :nono :nonono N] ได้ข่าวมาว่าปีกาแฟออกน้อยมากไปทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซร์ผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย และใช้เวลากว่าสองปี จึงจะพบแหล่งปลูกที่ดีที่อร่อยที่สุดของกาแฟที่ปลูกกันในเมืองไทย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
ขาดของไปลงแดงแน่
ขอบคุณครับ ได้กำลังใจแบบนี้ :yahoo ทำให้ผมคิดว่า ผมคิดไม่ผิดแล้ว ที่ไม่ยอมขายให้ฝรั่งที่มาให้ผมโลละพัน คือถ้าผมให้เค้าไป ผมเสียศักดิ์ศรีเพราะบอกกับเค้าไว้ก่อนเค้าเสนอราคาให้โลละพันแล้วว่าจะเอาไว้ให้เพื่อนๆ ดื่มกัน แต่ผมก็คิดว่าหากเค้าไปลองเม็ดกลมของดอยช้างที่มีราคา กก ละ พันหก เค้าต้องกลับมาซื้อของผมตอนสิ้นเดือนนี้ ที่ราคาแค่แปดร้อยบาทต่อกิโลแน่นอน :yahoo
ให้ฝรั่งรู้ซะ ว่าไผเป็นไผ ;D
กลัวฝรั่งจะไปลงแดงเอาที่ต่างแดนนะครับ 2f
ว่าแล้วก็ไปชง MediumDark กินดีกว่า ได้เวลาแล้ววววว 0)]
-
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ ท่านครับ ขอให้คิดสิ่งใดจงได้สมดั่งใจปราถนากันทุกประการ :victory :victory :victory อาทิตย์นี้ผมคิดว่าจะเริ่มขึ้นไปหาซื้อเม็ดกาแฟดิบมาตุนไว้เป็นอาทิตย์แรกครับ กาแฟออกช่วงนี้จึงจะเป็นกาแฟที่ครบกำหนดหนึ่งปี และจะมีรสชาติที่อร่อยเหมือนมะม่วงที่สุกอย่างเต็มที่ ไม่ใช่สุกแบบแก่แดด ซึ่งก็จะเหมือนผลไม้อื่นๆ เช่นทุเรียนใครกินช่วงมันออกใหม่ๆ ละก็รสชาติมันจะไม่หอมหวาน และบางครั้งข้างในผลมันก็อาจแข็งเป็นไตๆ ก้อนๆ กินจืดๆ ซืดๆ ละครับ :nono :nonono N] ได้ข่าวมาว่าปีกาแฟออกน้อยมากไปทั่วโลก จากที่ได้พูดคุยกับคนบ้านเราและต่างชาติ เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาศคุยกับคนขายกาแฟชาวอิทตาลี่ที่เข้ามาหาซื้อกาแฟถึงในบ้านเรา เค้าเข้ามาชิมของผม (ก็ซักไซร์ผมเป็นอย่างมาก ว่าผมเอากาแฟจากนอกมาผสมด้วยหรือไม่? ผมก็บอกว่านี่แหละ Arabica ของไทยเราแท้ๆ ซึ่งผมได้ขึ้นไปซื้อกาแฟดิบๆ ด้วยตัวเองกันเลย และใช้เวลากว่าสองปี จึงจะพบแหล่งปลูกที่ดีที่อร่อยที่สุดของกาแฟที่ปลูกกันในเมืองไทย) แล้วจะสั่งแบบที่ผมคั่วแล้วแบบเม็ดกลมตั้ง 70 กก เพื่อเอาขึ้นเครื่องไปพร้อมกับเค้าเลย เสียดายของไม่มีให้เค้า เพราะถ้าให้ไปพวกเราในนี้คงต้องอดกันแน่ แต่ปลายเดือนนี้เค้าจะมาหาอีกครั้ง ก็ยังไม่รู้ว่าจะซื้อเมล็ดกาแฟดิบได้ทันหรือเปล่า? กาแฟจะให้ดีต้องบ่มไว้แปดเดือนเป็นอย่างน้อยซะอีก ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในนี้ที่กันอุดหนุนกันมาเป็นอย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ จะอย่างไร? ใครให้ราคาสูงขึ้มมากขนาดไหน? ผมก็จะเก็บเอาไว้ให้พวกเราในนี้ได้ดื่มกัน มิให้ขาดช่วงนะครับ d_d :drunk
ขาดของไปลงแดงแน่
ขอบคุณครับ ได้กำลังใจแบบนี้ :yahoo ทำให้ผมคิดว่า ผมคิดไม่ผิดแล้ว ที่ไม่ยอมขายให้ฝรั่งที่มาให้ผมโลละพัน คือถ้าผมให้เค้าไป ผมเสียศักดิ์ศรีเพราะบอกกับเค้าไว้ก่อนเค้าเสนอราคาให้โลละพันแล้วว่าจะเอาไว้ให้เพื่อนๆ ดื่มกัน แต่ผมก็คิดว่าหากเค้าไปลองเม็ดกลมของดอยช้างที่มีราคา กก ละ พันหก เค้าต้องกลับมาซื้อของผมตอนสิ้นเดือนนี้ ที่ราคาแค่แปดร้อยบาทต่อกิโลแน่นอน :yahoo
ให้ฝรั่งรู้ซะ ว่าไผเป็นไผ ;D
กลัวฝรั่งจะไปลงแดงเอาที่ต่างแดนนะครับ 2f
ว่าแล้วก็ไปชง MediumDark กินดีกว่า ได้เวลาแล้ววววว 0)]
พวกนี้ชอบดูถูกพวกเรามากๆ ตอนเข้ามาคุยตอนแรกๆ นี่ โครตจะข่มผมเลย หาว่ากาแฟผมเอาของนอกผสม แล้วบอกว่าบ้านเราไม่ค่อยมีรสนิยม ผมก็เลยบอกว่า อิตาลี่ น่ะผมไปเยียบมาแล้ว และก็ไปซิมมาแล้วว่ากาแฟเค้าเป้นอย่างไร? พอบอกร้านมที่ผมเคยไป พวกเค้าถึงยอมคุยแบบไม่ค่อยข่มเรา ตอนหลังมาพูดดีจะขอซื้อ ผมก็เลยเล่นตัวซะ ไม่แบ่งให้แม้แต่ขอแค่สิบกิโลผมก็บอกว่าไม่มี ต้องรอสิ้นเดือนนี้ถ้าจะเอา มีฝรั่งหลายคนที่เป็นแบบนี้ แต่ที่ดีๆ ยอมรับของเราเมื่อได้ชิมแล้ว นามบัติหมดก็ยังจอจดชื่อเวปและอีเมลล์
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
คุณดาวเหนือใช้ mocha pot ชงกาแฟเลยเหรอครับแบบนี้น่าจะอร่อยนะครับเพราะมันเป็นต้นแบบของเครื่องเอสเพรสโซ่เลย
รบกวนถามพี่ PINIJ ถึงเรื่อง bottomless portafillter มันน่าใช้ไหมครับ
มีรูปเครื่องคั่วกาแฟมาให้ชมด้วยครับ (ถ้ามีใครสนใจติดต่อได้ครับ มีตัวโคลนอยู่)
-
เครื่องแบบนี้น่าหามาใช้นะครับไปไหนเอาก็ไปด้วย
ใช้ไนตรัสเป็นตัวดันน้ำ
ลิงค์วีดีโอครับ
http://www.youtube.com/watch?v=8MwlyTMFVOc&playnext=1&list=PLF31F9E256C5A73F0&index=47
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
คุณดาวเหนือใช้ mocha pot ชงกาแฟเลยเหรอครับแบบนี้น่าจะอร่อยนะครับเพราะมันเป็นต้นแบบของเครื่องเอสเพรสโซ่เลย
รบกวนถามพี่ PINIJ ถึงเรื่อง bottomless portafillter มันน่าใช้ไหมครับ
มีรูปเครื่องคั่วกาแฟมาให้ชมด้วยครับ (ถ้ามีใครสนใจติดต่อได้ครับ มีตัวโคลนอยู่)
http://www.youtube.com/watch?v=pDZtm3JVo_w&feature=related อันนี้ก็น่าสนใจมั๊กๆ เหมือนกันละครับ Bottomless Portafillter ผมก็ว่าจะโมฯ ไอ้เครื่องที่ผมซื้อมาโดยบาดส่วนล่างออก ให้เป็น bottomless portafillter เหมือนกันละครับ เวลาลูกค้ามาซื้อก็ทำให้เห็นน้ำมันค่อยซึมออกมา ผมก็ว่ามันดูน่าต่ืนเต้นเร้าใจดีกว่าแบบปรกตินะครับ
-
กลัวปั๊มลมมันเสียเร็วหนะครับ
-
กลัวปั๊มลมมันเสียเร็วหนะครับ
โมเอาสูบรถจักรยานใส่เข้าแทนได้เลยครับ ดูๆ แล้วมันใช้ระบบเดียวกันเลยละ :yahoo
-
มีคนสนใจจะซื้อเครื่องชงกาแฟอีกหลายท่าน ผมอยากจะขอให้ความรู้ในเรื่องของเครื่องแบบแพงๆ ระดับแสนขึ้นไป ระดับสามหมื่น และระดับต่ำกว่าหมื่น เพื่อให้พิจารณาเลือกซื้อเครื่องได้ตรงตามความต้องการท่านอย่างแท้จริงนะครับ ที่บอกว่าเครื่องที่แพงกว่าชงกาแฟได้อร่อยกว่านั้น มันเป็นเพราะเหตุผลใด? แล้วเครื่องถูกๆ จะชงกาแฟได้อร่อยได้เท่าเทียมกันได้หรือไม่? ในชั้นแรกถ้าเราเลือกซื้อเครื่องที่ราคาต่ำกว่าที่มีแรงดันน้ำเท่าๆ กับเครื่องใหญ่ๆ แพงๆ แล้ว ซึ่งเดี๋ยวนี้เรื่องถูกๆ ก็มีออกมาขายกันเยอะที่มันสามารถสร้างแรงดันน้ำร้อนได้เท่าๆ กับเครื่องใหญ่ๆ ได้แล้ว คือประมาณ 12-15 Bar ส่วนเรื่องอุณหภูมิน้ำร้อนนั้นเราไม่ต้องห่วง เพราะทุกยี่ห้อทำมาเท่าๆ กัน :secret :secret สาเหตุที่เครื่องชงแพงๆ ทำให้กาแฟอร่อยกว่าเครื่องถูกนั้น จริงๆ แล้วมันอยู่ที่ถ้วยกรองผงกาแฟ (ที่เราเอาแทมเปอร์กดน่ะครับ) ของเครื่องแพงๆ มันใส่ได้มากกว่าก็เท่านั้นเองละครับ เมื่อเนื้อกาแฟเยอะกว่า ความเข็มข้นและกลิ่นหอมและทุกๆ อย่าง มันจึงดีกว่า มีมากกว่า ก็แค่จุดนี้เท่านั้นเองละครับ ผมจะขอเอาราคาละเอียดขนาดของถ้วยกรองของเครื่องทั้งสามระดับราคาที่ว่าไว้มาให้ดูกันนะครับ :secret :secret เครื่องละแสนขึ้นจะใช้ถ้วยกรองขนาดปากถ้วย 60mm ลึก 28mm ซึ่งเวลาเราใส่ผงเสมอขอบปากถ้วยแล้วกดด้วยแทมเปอร์มันจะเหลือกาแฟอยู่ในระดับที่ 20mm คิดเป็นผงกาแฟที่ปริมาตร 56,570 ลบ มม :secret :secretแล้วขนาดถ้วยของเครื่องราคาสามหมื่นโต 58mm ลึก 23mm กดด้วยแทมเปอร์จะเหลือผงที่ 18mm ได้ปริมาตรผงกาแฟ 47,579 ลบ มม แต่ผมจะเติมผงกาแฟลงไปอีกครั้งแล้วใช้แทมเปอร์กดใหม่ก็จะได้ผงกาฟที่ระดับ 21mm คิดเป็นผงกาแฟทั้งหมดในถ้วย 55,507 ลบ มม มันน้อยกว่าเครื่องแพงนิดหน่อย ผมลองซิมแล้วแทบบอกไม่ได้ถึงความแตกต่างกับเครื่องที่มีระดับราคาแสนละครับ :secret :secret มาว่ากันถึงเครื่องต่ำหมื่นกันบ้าง ถ้วยโต 52m ลึก 18mm กดครั้งแรกเหลือ 14mm คิดเป็นปริมาตร 29,745 ลบ มม เติมแล้วกดครั้งที่สองได้ที่ระดับ 16mm คิดเป็นผงกาแฟปริมาตร 33,995 ลบ มม ผมลองชิมดูบอร์ดี้ของกาแฟดู พบว่ามันบางกว่าสองเครื่องแรกอยู่พอสมควร ซึ่งมันน่าจะเหมาะกับคอกาแฟที่เริ่มต้นหัดดื่มกาแฟสดครับ แต่พอมาลองชงแบบเบิ้นกันสองครั้งของเครื่องนี้คือชงครั้งแรกหนึ่งออนซ์แล้วก็ทำหนึ่งออนซ์เพิ่มลงไปอีก รวมเป็นกาแฟเอสเพรสโซ่ที่ 2 Oz เมื่อลองซิมดูแล้วกับอร่อยกว่าเครื่องแพงซะอีกละครับ :victory :victory ด้วยกาที่เราอาจต้องเสียเวลาชงเพิ่มอีกเล็กน้อย ใช้ผงกาแฟมากขึ้นอีกนิดหน่อย แต่สรุปแล้วเครื่องราครถูกๆ แบบต่ำกว่าหมื่นก็สามารถชงกาแฟได้อร่อยกว่าเครื่องแพงก็ด้วยประการฉะนี้ละครับ O0 O0 ก็สุดแล้วแต่ใครจะชอบเครื่องประเภทใหน? ก็เชิญเลือกซื้อกันตามอัชญาสัยครับ ใครอยากจะมาพิสูจน์กันก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ก็ขอเชิญที่หลังโรงเรียนปรินส์ (เชียงใหม่) ตลาดปิดถนนให้คนเดิน ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ครับ d_d :drunk
-
ผมว่าเครื่องแพงๆมันแพงที่ิ boiler และระบบ isolation น้ำ คือไม่เอาน้ำใน boilerมาชงแต่เอาน้ำเย็นไปผ่าน heat exchange อีกอย่างชงหลายๆแก้วติดต่อกันได้โดยความร้อนไม่ตกเพราะ boiler มันใหญ่มากครับ อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้ด้วยมั้งครับเขาเลยเรียกว่าเป็นเครื่อง commercial
แต่หลักการของเครื่องถูกที่พี่พินิจอธิบายมานั้นก็ดันมีฝรั่งหัวใสทำเครื่องแบบถูกมาใส่ในบอคี้แพงๆชื่อเครื่อง della corte ครับ
-
ผมว่าเครื่องแพงๆมันแพงที่ิ boiler และระบบ isolation น้ำ คือไม่เอาน้ำใน boilerมาชงแต่เอาน้ำเย็นไปผ่าน heat exchange อีกอย่างชงหลายๆแก้วติดต่อกันได้โดยความร้อนไม่ตกเพราะ boiler มันใหญ่มากครับ อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้ด้วยมั้งครับเขาเลยเรียกว่าเป็นเครื่อง commercial
แต่หลักการของเครื่องถูกที่พี่พินิจอธิบายมานั้นก็ดันมีฝรั่งหัวใสทำเครื่องแบบถูกมาใส่ในบอคี้แพงๆชื่อเครื่อง della corte ครับ
เท่าที่ผมทดลองชงเครื่องที่ราคาไม่ถึงหมื่นมาชงขายแบบที่คนยืนรอคิวกันเลย น้ำมันก้ยังร้อนทันสบายๆ กับแก้วต่อๆ ไปครับ อาจมีบ้างช่วงปลายๆ จะถึงกำหนดที่ใกล้ 2 Oz คือที่เวลาประมาณ 23-24 วิ จะมีไปโชว์ว่าฮีทเตอร์เริ่มทำงาน แต่ผมคิดว่ามันเป้นสิ่งดีซะอีก เพราะน้ำร้อนกาแฟที่ 20 วิ มันจะเริ่มกาแฟให้ไหม้ครับ ถ้าช่วงนี้ความร้อนมันลดลงซะบ้างก็จะดีมากๆ เลยละครับ และไฟมันจะติดอยู่แค่ประมาณ 2-3 วิ มันก็จะดับ แสดงว่าทำอุณภูมิได้ตามกำหนดไว้แล้ว คือพอดีกับเราหยุดปล่อยน้ำพอดีเช่นกันละครับ ดังนั้นผมคิดว่านี่เป็นข้อได้เปลี่ยบของเครื่องแบบนี้กันเลยละครับ กลิ้นเหม้นไหม้และความขมจากการ Burn จากน้ำร้อนของการชงแบบเอสเพรสโซ่ที่ 2 Oz ก็น้อยกว่าแบบเครื่องแพงๆ อีกด้วยละครับ แต่ชงแบบ Ristratto แค่ 1 Oz น้ำร้อนอุหภูมิยังคงที่ดีครับ ผมคิดว่าการวอร์มถ้วยกาแฟก่อนเอาไปรองน้ำกาแฟที่ไหลลงมาให้ได้อุณหภูมิซัก 60 องศาซี จะมีผลต่อรสชาติของกาแฟแก้วนั้นมากกว่านะครับ (คงไม่ต้องพูดถึงแก้วกระดาษใส่กาแฟร้อนนะครับ รสชาติและกลิ่น มันถูกกลิ่นของแก้วกระดาษแย่งไปเกือบหมดแล้วละครับ) :secret ผมคิดว่า della corte คงไม่เห็นความสำคัญตามที่เครื่องแพงๆ ทำไว้เว่อร์เกินน่ะรับ แต่ของแพงดีอย่างหนึ่งคือ ทุกชิ้นส่วนหนาแข็งแรงสุดๆ แบบเกินความจำเป็น แล้วทำเครื่องให้ดูตัวใหญ่ๆ เข้าไว้ ค่าความแพงไปลงตรงจุดนี้ซะมากกว่า ของถูกก็เหลือเกิน ตัวยึดถ้วยฟิลเตอร์ใช้พลาสติกทำซะเฉยเลย แต่ถ้าแตกเอาไปให้ร้านกลึงเป็นสะแตนเลสส์ราคาแค่พันเดียวก็จบครับ ตัดจุดอ่อนไปได้เลย ดันมีฝรั่งหัวใสทำเครื่องแบบถูกมาใส่ในบอคี้แพงๆชื่อเครื่อง della corte ครับ
ทำให้คิดถึง แด็กไพโอเนียราคาไม่กี่พันบาท พอ Gamut จำมันไปใส่ Case แปะยี่ห้อของเค้า โมฯ ไปอีกคงไม่กี่ตังค์ แต่ก็อับราคาเป็นตั้งหลายแสนบาท ถ้าจะซื้อเครื่องก็ต้องตรวจเช็คดูกันให้ดีๆๆ นะครับ มิฉะนั้นจะเจอแบบเครื่องที่มีใส้ข้างในราคาไม่กี่พันบาท เอามาโมฯ เล็กๆ น้อนๆ แบบของผมละก็เสียความรู้สึกมากๆ เลยละครับ
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
คุณดาวเหนือใช้ mocha pot ชงกาแฟเลยเหรอครับแบบนี้น่าจะอร่อยนะครับเพราะมันเป็นต้นแบบของเครื่องเอสเพรสโซ่เลย
รบกวนถามพี่ PINIJ ถึงเรื่อง bottomless portafillter มันน่าใช้ไหมครับ
มีรูปเครื่องคั่วกาแฟมาให้ชมด้วยครับ (ถ้ามีใครสนใจติดต่อได้ครับ มีตัวโคลนอยู่)
http://www.youtube.com/watch?v=pDZtm3JVo_w&feature=related อันนี้ก็น่าสนใจมั๊กๆ เหมือนกันละครับ Bottomless Portafillter ผมก็ว่าจะโมฯ ไอ้เครื่องที่ผมซื้อมาโดยบาดส่วนล่างออก ให้เป็น bottomless portafillter เหมือนกันละครับ เวลาลูกค้ามาซื้อก็ทำให้เห็นน้ำมันค่อยซึมออกมา ผมก็ว่ามันดูน่าต่ืนเต้นเร้าใจดีกว่าแบบปรกตินะครับ
ไอ้อันนี้น่าสนใจนะครับ เราน่าจะทำเองได้ ปั้มจักรยานทำความดันได้เท่านี้หรือเปล่าครับ
-
ผมชงกาแฟโดยเจ้านี้ครับ...ซึ่งก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าใด
จะหาเครื่องชงดีๆก็คงไม่ลงทุนนะครับ
พี่พอแนะนำวิธีชงให้พอดื่มได้ กับกาชงกาแฟแบบนี้ให้หน่อยสิครับพี่ :bowdown
คุณดาวเหนือใช้ mocha pot ชงกาแฟเลยเหรอครับแบบนี้น่าจะอร่อยนะครับเพราะมันเป็นต้นแบบของเครื่องเอสเพรสโซ่เลย
รบกวนถามพี่ PINIJ ถึงเรื่อง bottomless portafillter มันน่าใช้ไหมครับ
มีรูปเครื่องคั่วกาแฟมาให้ชมด้วยครับ (ถ้ามีใครสนใจติดต่อได้ครับ มีตัวโคลนอยู่)
http://www.youtube.com/watch?v=pDZtm3JVo_w&feature=related อันนี้ก็น่าสนใจมั๊กๆ เหมือนกันละครับ Bottomless Portafillter ผมก็ว่าจะโมฯ ไอ้เครื่องที่ผมซื้อมาโดยบาดส่วนล่างออก ให้เป็น bottomless portafillter เหมือนกันละครับ เวลาลูกค้ามาซื้อก็ทำให้เห็นน้ำมันค่อยซึมออกมา ผมก็ว่ามันดูน่าต่ืนเต้นเร้าใจดีกว่าแบบปรกตินะครับ
ไอ้อันนี้น่าสนใจนะครับ เราน่าจะทำเองได้ ปั้มจักรยานทำความดันได้เท่านี้หรือเปล่าครับ
ผมดูแรงดันของลมภายในยางรถจักยานของเราแล้วมันแค่ 4-5 บาร์เท่านั้น แต่ถ้ามีถังอัดที่แข็งแรงก้น่าจะอัด Pressure ขึ้นไปได้อีกนะครับ แต่ผมคิดว่าแรงดันแค่นี้กาแฟที่คั่วระดับ Medium ของผมก็สามารถชงออกมาให้ได้รสชาติเต็มที่แล้วละครับ
-
ยางเสือหมอบของผมสูบ 105 Psi ไม่รู้ว่าเทียบได้กี่บาร์
แต่ผมว่าแรงดันสูงอยู่นาครับ
-
ยางเสือหมอบของผมสูบ 105 Psi ไม่รู้ว่าเทียบได้กี่บาร์
แต่ผมว่าแรงดันสูงอยู่นาครับ
โอโห! เติมกันถึงขนาดนี้เลยหรือครับนี่ ก็ประมาณ 7 บาร์ได้ละครับ เท่ากับเครื่องชงรุ่นเก่าๆ เลย ผมคิดว่าถ้ามีถังอัดลมเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่มาก เพราะปริมาตรอากาศที่ใช้ดันน้ำร้อนถูกใช้ไปน้อยมากแรงดันน่าจะลดลงเพียงแค่เล็กน้อย แต่ต้องทำให้แข็งแรงดีๆ นะครับ หรือเอายางวงล้อและยางของรถเสือมอบมาทำเป็นถังเก็บความดันได้เลย ทำที่ยึดฟิลเตอร์แบบเติมน้ำร้อนได้ ขี่เสีอหมอบดื่มกาแฟสดได้ทุกที่เมื่อต้องการได้นะครับ d_d :drunk
-
ลงมาภูเก็ตมั้งหรือเปล่าครับเผื่อได้มาเปิดตลาดทางนี้ครับ
-
ถ้าสูบมือได้แค่ 70 Psi ก็สุดแล้ว
105 Psi นี่ใช้สูบที่ต้องเอาตรีนเหยียบที่ฐานกระบอกสูบแล้วสูบโยกขึ้นลงๆๆๆ
จาบ้าตาย สูบจนเมื่อยได้7บาร์เอง
-
ลงมาภูเก็ตมั้งหรือเปล่าครับเผื่อได้มาเปิดตลาดทางนี้ครับ
ออร์เดอร์ตามที่มีอยู่ในตอนนี้กำลังพอดีๆ แล้วครับ กาแฟปีนี้คาดว่าผมคงไม่สามารถตุนกาแฟดิบได้ตามแผนที่วางไว้น่ะครับ มีสั่งจากนอกให้ส่งผมยังไม่อยากทำ เพราะเคยมีเพื่อนส่งไปแล้ว ใหม่ๆ ก็จ่าเงินดี แต่ตอนหลัง ไม่จ่ายเงินเฉยเลย ใครสั่งจากเมืองนอกถ้าไม่จ่ายเงินผมก่อนผมก็ไม่ส่งให้ (ทำเล่นตัวซะงั้น) d_d :drunk คุณหมอไม่ใช้แบบสูบจากแบทเตอร์รี่ล่ะครับ แต่ทำแบบโยกนั้น ผมว่ามันได้ออกกำลังกายดีนาาา...ครับ :secret
-
หอม อร่อยเหมือนเดิมครับ ดื่มแล้วลื่นคอ
สำหรับผมแล้ว คั่วอ่อนกว่านี้อีกนิดก็ได้ครับ d_d
ได้เลยครับ ครั้งจะเป้นตามสั่งไว้เดิมหรือคั่วอ่อนกว่านี้ครับ?
อืมมม.. ขอลองแบบอ่อนกว่านี้ละกันครับ
:yahoo
ผมได้ลองกาแฟนอกที่สั่งมาจากเวปๆหนึ่ง(บราซิล+เอธิโอเปีย+กัวเตมาลา) คั่วใหม่ๆ แบบอ่อน
เอธิโอเปีย - กลิ่นอ่อนๆ หอมสดชื่น ออกแนวผลไม้ เปรี๊ยว แต่ก็อร่อยดี ^-^
กัวเตมาลา-หอมคล้ายๆ เอธิโปย แต่กลิ่นเข้มข้นมาอีกนิด รสกลางๆ :showoff
บราซิล- หอมคล้ายๆถั่ว เข้มข้น มัน ไม่เปร๊ยวเลย อร่อยสมชื่อครับ :victory
ที่ลองมา ทั้งหมดรวมทั้งกาแฟของพี่ด้วย :showoff
ผมชอบกลิ่นของเอธิโอเปีย+กัวเตมาลา ตอนยังไม่ได้บด มันจะหอมสดชื่น กลิ่นจะซับซ้อน
แต่ถ้าบดแล้ว ของพี่จะหอม แรงกว่า เป็นกลิ่นหอมที่ผมชอบมากๆ :drunk
รสชาตินี่ผมให้ของพี่มาที่ 1 c) ตามด้วย กัวเตมาลา --- บราซิล --- เอธิโอเปีย ---
กาแฟ PINIJ หรือ บราซิล ดื่มตอนๆ -สายๆ
กัวเตมาลา เอธิโอเปีย ต้องดื่มตอนบ่ายๆ
:drive1
ถึงขนาดนั้นกันเลยหรือครับ ตัวลอยอีกครั้งนึงละครับ คราวก่อนเจ้าอิทตาเลี่ยนที่จะมาขอซื้อ 70 โล ตอนแรกที่คุยกัน ยังไม่ได้ชิม ก็คุยเหมือนจะดูถูกกาแฟบ้านเราให้ฟังไว้เยอะ (เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่เล่นตัวยังไม่ขายให้มัน รอปลายเดือนนี้ถึงจะขายให้) แต่พอซิมแล้วแล้ว ก็บอกว่าดีกว่าหลายๆ ประเทศที่เค้าเคยไปซื้อมา แต่ก็มีความดีของกาแฟบางส่วนที่แตกต่างกันไปของแต่ละที่ คล้ายตามที่คุรท็อปว่ามาละครับ บ้านเราที่ไม่ค่อยอร่อยเพราะไม่มีความเข็มงวดในการเก็บ และไม่รู้ว่าวิธี ขั้นตอนที่ถูกต้อง หรืออาจจะรู้ แต่ไม่ยากที่เค้าจะทำตามได้ ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น เช่นการเลือกเก็บแต่ผลที่สุกพอดีไม่แก่หรืออ่่นไป (เท่าที่เห็นเจ้าอื่นทำ ผลเขียวๆ เค้าก็เก็บมาพร้อมๆ ผลที่สุก อันนี้ถือว่าแย่มากๆ แล้วยังทิ้งไว้อีกหลายวันกว่าจะเอามาแซ่น้ำกันอีก ซึ่งจริงๆ แล้วต้องทำกันวันนั้นเลย และยังมีอีกหลายประเด็นที่คนซื้อกาแฟดิบบ้านเราส่วนใหญ่ละเลยกัน การเลือกกาแฟที่ครบ 12 เดือนเต็มอันนี้เค้าก็ไม่ให้ความสำคัญ (แต่มันก็มีซะน้อยด้ว เลยต้องแย่งกันน่ะครับ) ทุกอย่างนี้ผมต้องไปควบคุมบริหารจัดการด้วยตัวเอง ถึงจะได้ดังใจผมละครับ d_d :drunk
เป็นความชอบส่วนตัวครับ รวมๆแล้วกาแฟเจ้าดังๆของบ้านเราผมสั่งมาลองเกือบทุกเจ้าแล้วครับ
รวมทั้งดอยช้างที่แสนจะแพง K] ดีที่หลงมาห้อง Diy ไม่งั้นไม่ได้เจอของดีแน่ๆ :secret
ผมใช้ french press แบบแก้วใหญ่ 4-6 แก้ว
บางครั้งก็ใช้กับเครื่อง dip และ กระดาษกรอง
ว่ากันว่าที่สตาร์บัคเวลาทดสอบรสชาติกาแฟเขาใช้ french press เพราะเป็นเรื่อง
ของกาแฟกับน้ำร้อน เท่านั้น ไม่ค่อยเกี่ยวกับสมรรถภาพเครื่องชง ซึ่งเมื่อชงด้วยเครื่องชงแบบ เอสเปรสโซ่
ถ้าชงถูกหลัก น่าจะออกมาดีซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วน french press นั้นชงง่ายแต่ชงให้อร่อยยาก
เวลาผมได้แก้ว french press มาใหม่ๆต้องปรับจูนกันหลายครั้งกว่าจะชงได้อร่อยถูกใจ O0
เวลาผมอยากกินแบบ เอสเปรสโซ่ เข้มๆ 3-4 ช็อตต่อแก้ว 8)ก็จะกินที่สตาร์บัค หรือ กาแฟวาวี
ก็พอแก้ขัดได้ N]
ว่าแล้วก็ อิจฉาคนเชียงใหม่นะครับ มีร้านกาแฟดีๆเปิดกันเยอะ รวมทั้งกาแฟอินดี้ของพี่ด้วย555
สองคืนที่แล้วมีฝรั่งจากเมกามานอนคุยกันสองคือเพิ่งจะส่งขึ้นเชียงรายเมื่อเช้านี้ เค้าก้ใช้ French Press ชงกินที่บ้านเค้า ก้ชมเคื่องแบบนี้ของเค้าว่าทำได้อร่อย เค้าจะซื้อส่งมาให้หนึ่งเครื่อง พี่ก็ไม่ค่อยอยากจะได้นักหลอก แต่วันนี้ได้อ่านจากคุณ Top แล้วสนใจขึ้นมาทันที และยิ่งรู้ว่ามันชงให้อร่อยยาก ยิ่งเพิ่มความสนใจมากขึ้นไปอีก (ผมชอบทำสิ่งที่ยากๆ จนคนอื่นทำไม่ได้น่ะครับ มันท้าทายดี) ถ้าได้เครื่องมาคงต้องขอรบกวนปรึกษาเรื่องการชงซะแล้วละครับ หรือถ้าว่างก้ช่วยกรุณาเกลิ่นมาคร่าวๆ ก่อนก็ได้ครับ คงปลายเดือนแหละผมถึงจะได้ของครับ
:giveup หาวิธีชงได้จาก google เลยครับ มีเยอะมากๆ แล้วค่อยๆปรับตามใจชอบ
55555 ไม่ยากสำหรับพี่แน่ๆ :clap อิอิอิ
แต่ถ้าให้เลือกจริงๆผมชอบ espressso มากกว่านิดๆ อิอิอิ
เข้าไปหาอ่านตามที่แนะนำมา French Press ก็น่าสนใจมากๆ เลยละครับ ผมอยากจะของเอาที่เราคุยกันไปโชว์น่าเวป แล้วจะได้คุยกันต่อเรื่องเฟรนเพรสส์ต่อน่ะครับ เฟรนเพรสส์น่าจะเป้นอีกทางเลือกของการชงการแฟดื่ม ด้วยต้นทุนเครื่องชงที่ต่ำ แต่ต้องทำอย่างถูกต้อง มีเทคนิคไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ถึงว่าเพื่อนผมถึงคุยว่าของเค้าเป็นเฟรนเพรสส์ก็ทำได้อร่อยเหมือนกัน
:showoff :showoff :showoff :showoff
ผมได้ขออนุญาตคุณ TOP ให้นำเรื่องที่คุยใน PM ออกมาให้อ่านกันแล้วนะครับ การชงกาแฟด้วยวิธี French Press ก็เป็นวิธีหนึ่งที่หลายๆ คนนิยมกันโดยเฉพาะในเมกาที่ไม่ดื่มกาแฟแบบเข้มข้นมากนัก ซึ่งต่างจากแถบยุโรป พวกนี้ชอบกาแฟเข้มๆ เป็นที่สุด ผมได้เข้าไปหาอ่านวิธีการชงแบบนี้ ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับ http://www.roytawan.com/topic/view.php?id=12 http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090930221907AA3HkRL http://www.hillkoff.com/product-th-512358-2681707-French+Press+%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1+%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2+A.html
-
d_d
(http://rexandregina.com/blog/wp-content/uploads/2009/04/532291v1.jpg)
ผมชอบ french press เพราะมันง่ายดี :secret ชงง่าย ล้างก็ง่าย
แก้วเพรสก็มีหลายราคา หลักร้อยต้นๆก็ ok แล้วครับ เท่าที่ลองจะเหมาะกับกาแฟที่คั่วอ่อน มากกว่าคั่วเข้ม
ตอนแรกๆผมก็ชอบคั่วเข้มๆ แต่พอลองแบบคั่วอ่อนก็อร่อยไปอีกแบบ สดชื่นและกลิ่นจะซับซ้อนกว่า
อร่อยไปคนละแบบ 5555 :clap
-
d_d
(http://rexandregina.com/blog/wp-content/uploads/2009/04/532291v1.jpg)
ผมชอบ french press เพราะมันง่ายดี :secret ชงง่าย ล้างก็ง่าย
แก้วเพรสก็มีหลายราคา หลักร้อยต้นๆก็ ok แล้วครับ เท่าที่ลองจะเหมาะกับกาแฟที่คั่วอ่อน มากกว่าคั่วเข้ม
ตอนแรกๆผมก็ชอบคั่วเข้มๆ แต่พอลองแบบคั่วอ่อนก็อร่อยไปอีกแบบ สดชื่นและกลิ่นจะซับซ้อนกว่า
อร่อยไปคนละแบบ 5555 :clap
ตอนนี้ผมก็เริ่มชอบแบบคั่วอ่อนลงมาหน่อยนึงแล้วเหมือนกันครับ มันได้รสชาติของกาแฟจากรสธรรมชาติขิงมันมากกว่าการคั่วเข็มมากๆ ครับ ตอนนี้อยู่ระยอง กินกาแฟสำเร็จรูป ไม่มีรสชาติเลย อยากให้ฝรั่งส่ง French Press มาให้ไวๆ จัง ถ้วยของคุณ Top สวยดีครับ สวยระดับนี้ราคาเท่าไร? ผมอาจทนรอไม่ไหว ซื้อเองก่อนซักอันหนึ่ง
-
ผมจะขำกลิ้งเลย ถ้าพี่บอกว่ากาแฟสำเร็จรูปอร่อย
ถ้วยเฟร้นเพรสน่าสนใจครับ ผมก็กำลังอยากหาวิธีง่ายๆที่จะมีกาแฟดีๆดื่มที่ทำงาน
เคยเอาเครื่องต้มแบบน้ำหยดมาลอง แตกตื่นกันทั้งออฟฟิสเลย
-
ผมจะขำกลิ้งเลย ถ้าพี่บอกว่ากาแฟสำเร็จรูปอร่อย
ถ้วยเฟร้นเพรสน่าสนใจครับ ผมก็กำลังอยากหาวิธีง่ายๆที่จะมีกาแฟดีๆดื่มที่ทำงาน
เคยเอาเครื่องต้มแบบน้ำหยดมาลอง แตกตื่นกันทั้งออฟฟิสเลย
ถ้า press เขาว่าต้องยี่ห้อนี้ครับ Bodum ซื้อที่สตาร์บัคก็ได้ครับแต่แพง
เอาของจีนถูกๆมาลองก่อนก็ได้ครับ ;D
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=31768
แบบ Drip ก็ง่ายดีครับ clean หอมอร่อย (http://www.preda-roastinghouse.com/images/column_1263897140/Drip%20coffee%20accessaries-01.JPG) http://kohsija.exteen.com/20100218/entry
(http://static1.pg.in.th/asset/photo/medium/89214/h8WTdn9jYd.jpg)
กระดาษกรอง กับถ้วยรอง ก็แบบที่เห็นในภาพครับ
ซื้อจาก Daiso เป็นร้านขายของญี่ปุ่น ทุกอย่าง 60 บาท
กระดาษกรอง 80 แผ่น 60 บาท ถ้วยรองก็ 60 บาท
อย่าว่าแต่กาแฟสำเร้จรูปเลยครับ แค่กาแฟสดร้านทั่วๆไปก็กินไม่ได้แล้ว :'( (แบบร้อน) ถ้าเย็นก็พอได้หวานมัน :secret
-
กลับถึงบ้านลำพูนแล้วละครับ ไประยองเที่ยวนี้ไปรถทัวร์ ไม่ได้เอาเครื่องชงแอสเพรสโซ่ไปด้วย ทำให้นึกถึงคำแนะนำคุณ Top เลยละครับ เอาติดตัวไปไหนๆ ได้สะดวกดีด้วย ไม่ว่าจะยอดเขา ไปกางเต้นแบบไม่มีไฟฟ้าใช้ก็ยังได้ดื่มกาแฟของเราเองได้ เอาแน่ๆ!! d_d :drunk
-
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้พบกับคอกาแฟชาวเชียงใหม่ท่านหนึ่ง (เป็นสุภาพสตรีซะด้วย) ผ่านมาโดยบังเอิญ โดยปรกติท่่านก็เป็นนักดื่มกาแฟ ที่มีเครื่องชงอยู่ที่บ้านด้วย และท่านก็เคยได้ลิ้มรสของกาแฟขี้ชะมด กิโลละหลายหมื่นบาทมาแล้วอีกด้วย เมื่อท่านได้ดื่มการแฟของผมแบบค่อยๆ ดื่ม พร้อมกับดมไปด้วย เมื่อหมดแก้ว (แบบ Ristretto 1Oz) ก็บอกออกมาว่า "กาแฟที่ก้นแก้วหวานมันมากกว่ากาแฟขี้ชะมดซะอีก" ผมรู้สึกดีใจมากๆ ครับ ที่ได้ยินคำชมนี้ จากที่คิดว่า ผมอาจคิดไปเอง เมื่อก่อนหน้านั้น แล้วท่านก็ได้ให้ที่อยู่เพื่อใช้ในการส่งกาแฟให้ในทันทีทันใดกันเลยละครับ
ไม่ทราบว่ามีท่านใดที่ซื้อกาแฟผมไปแล้วลองชงดื่มแบบ Ristratto คือที่ปริมาณน้ำกาแฟ 1 Oz ที่เวลา 13 วินาทีกับบ้างหรือไม่? แล้วรู้สึกได้ถึงรสหวานมันอย่างชัดเจนที่ก้นถ้วยกันบ้างหรือไม่ครับ? d_d :drunk
-
ขออนุญาตเอาแผนที่มาลงให้คุณ Song ที่จะแวะเข้ามาเยี่ยมนะครับ :welcomeani d_d :drunk และจะมาพิสูจน์ความหวานที่ก้นแก้วของกาแฟที่ผมคั่วเอง แบบคัดสรรหาแหล่งที่ปลูกมาเป็นพิเศษอีกด้วย O0 :victory
-
ขอบคุณ แต่ขอโทษ ต้องกลับ ก.ทก่อนคึนนี้ ขอทะเบียนบ้าน ขอไฟฟ้า ขอนำ เสร็จแล้ว รอช่างเปลียนสายเมน25สแควร์ ทำสายกราวร์ ปลายเดือนกลับมา ช.ม
-
ขอบคุณ แต่ขอโทษ ต้องกลับ ก.ทก่อนคึนนี้ ขอทะเบียนบ้าน ขอไฟฟ้า ขอนำ เสร็จแล้ว รอช่างเปลียนสายเมน25สแควร์ ทำสายกราวร์ ปลายเดือนกลับมา ช.ม
งั้นปลายเดือนนัดกันใหม่ครับ d_d :drunk มีอะไรให้ช่วยเหลือโปรดบอก :secret
-
ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ซะนาน
พี่ PINIJ ครับ ศุกร์-อาทิตย์ นี้จะไปเชียงใหม่น่าจะมีโอกาสได้แวะไปชิมกาแฟของพี่ครับ ^^
-
ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้ซะนาน
พี่ PINIJ ครับ ศุกร์-อาทิตย์ นี้จะไปเชียงใหม่น่าจะมีโอกาสได้แวะไปชิมกาแฟของพี่ครับ ^^
ด้วยความยินดีครับ อย่าลืมแนะนำตัวด้วยนะครับ จะได้คุยกันเรื่องเครืื่องเสียง และจะขอเลี้ยงกาแฟสองแก้ว แก้วแรกขอชงแบบตามใจผู้ขาย คืออยากให้ลองดื่มแบบชาวอิตาลี่ส่วนมากเค้าดื่มกันนะครัย เรียกว่าชงแบบ Ristratto ที่น้ำกาแฟแค่ 1 Oz กาแฟที่ผมคั่วและผมชงเอง มันจะมีความหอมหวานมันที่ก้นแก้วอย่างชัดเจนมากๆ (มันจะเป็นเหมือนหัวกระทิ ที่ไม่มีหางกระทิ ไม่มีกลิ่นไหม้จากน้ำร้อนไปเผากลิ่นกาแฟ กาแฟดีเค้าบอกว่าไม่ควรชงแบบ Espresso เพราะช่วง ออนซ์ที่สองกาแฟจะเริ่มเหม็นไหม้นิดๆ เจือปนเพิ่มเข้ามาครับ ที่แย่คือความหอมหวานจะหายไปพอสมควร) ส่วนแก้วที่สองชงตามใจของคุณ Pigeon ครับ d_d :drunk ขอให้เดินทางขึ้นมาอย่างปลอดภัยนะครับ :drive1 เอาแผนที่แบบภาพถ่ายมาให้ดูกันอีกครั้งครับ เข้าทางเส้นถนนรัตนโกสินทร์ เลี้ยวเข้าซอยเซตุพล ซอย 1 สะดวกที่สุดครับ และมีที่จอดรถแถวๆ นั้นอีกด้วย
ตอนนี้อากาศในตัวเมืองเชียงใหม่เริ่มจะร้อนมากๆ ในช่วงบ่ายๆ พ่อค้ากาแฟสมัครเล่น ซักท้อๆ ใครจะขึ้นมาช่วยบอกล่วงหน้าก็ได้ไม่ผิดหวังนะครับ วันไหนถ้าตอนเช้าร้อนมากๆ ผมอาจไม่ไปขายครับ เดือนหน้าคาดว่าจะกลับขึ้นไปนอนที่บ้าน อ. ภูซาง หนึ่งเดือน และอาจไปนอนต่อที่บ้านเชียงรายหรือที่ไชรปราการอีกหนึ่งเดือน เพื่อหลบร้อยนะครับ (เชียงใหม่ และลำพูน ปีที่แล้ว มันร้อนขนาดที่ผม ทนอยู่ไม่ได้เลยละครับ ขนาดเที่ยงคืนยังร้อนแบบตับแรบกันเลยละครับ และผมไม่ชอบนอนห้องแอร์ แต่ที่ภูซางตอนกลางคืนยังต้องนอนห่มผ้ากันในช่วงเมษายน) ใครขึ้นภูซี้ฟ้าแวะหากันได้ ซิมกาแฟกันได้ เพราะบ้านผมเป็นทางผ่านขึ้นดอย (ห่างภูซี้ฟ้าแค่ขับรถครึ่งชั่วโมง)
(http://uppic.mobi/image-7943_4D6DA3DE.jpg)
-
(http://uppic.mobi/image-1CCE_4D6DCB33.jpg)
วันนี้ผมคั่วกาแฟระดับ Dark Roast ให้คุณหมอท่านหนึ่งในนี้ แฟนเกิดอยากจะรู้ว่า น้ำกาแฟที่ก้นแก้วของการคั่วระดับนี้มันจะมีรสออกจะหวานๆและมันๆ หรือไม่? ผมก็เลยต้องทดลองชงดื่มเป้นแก้วที่สอง หลังจากทดลอง Medium Dark Roast มาแก้วนึงแล้ว
ดูจากรูปจะเห็นว่าผงกาแฟระดับ Dark Roast (สีออกจะเทาๆ อยู่ตรงกลางถ้วยฟิลเตอร์) กับ Medium Dark Roast (จะเห็นเพียงเศษเล็กน้อยสีน้ำตาลอยู่ที่ริมขอบที่ยึดฟิลเตอร์) สีมันต่างกันค่อนข้างมากนะครับ ผมลืมไปว่าคั่วระดับนี้ต้องเพิ่มแรงกดที่แทมเปอร์มากกว่าระดับมิเดี่ยมดาร์คที่ชงดื่มประจำอีกเล็กน้อยด้วย ดังนั้นสายน้ำร้อนที่เห็นจึงออกจะใหญ่เกินไป เวลาที่ใช้ก็เร็วเกินกำหนด คือ 1 Oz ไม่ถึง 10 วินาทีครับ (แค่ทดลองซิมเองเลยไม่ซีเรียสตรงจุดนี้) แต่เราก็จะเห็นว่ามันยังมี Creama ออกมาเพียบนะครับ
ผลการซิม ที่ปากแก้ว มีกลิ่นเหมือนกินถ่านนิดๆ (ลองกัดถ่านหุงข้าวดูก็จะนึกภาพออก) บอร์ดี้บางกว่ามิเดี่ยมโรสท์พอสมควร ขมไม่มีเปลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ส่วนก้นถ้วย ก้พบว่ามีรสหวานมันน้อยกว่ามิเดียวดาร์คเป็นเท่าตัวครับ แต่ก็ยังมีรสให้รับรู้ได้ในการคั่วระดับ Dark Roast กับกาแฟที่ผมคั่วละครับ
-
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกาแฟครับพี่ PINIJ
มั่นใจว่าได้ไปหาพี่แน่ครับ ไม่วันศุกร์ ก็วันเสาร์ครับพี่ ;D
-
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกาแฟครับพี่ PINIJ
มั่นใจว่าได้ไปหาพี่แน่ครับ ไม่วันศุกร์ ก็วันเสาร์ครับพี่ ;D
ผมขายกาแฟแบบหนุกๆ เพื่อผมได้ออกจากบ้านไปพบปะพูดคุยกะเพื่อนฝูงคอกาแฟเหมือนกัน และให้ลูกชายัยสองขวบกว่าๆ ได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้นนะครับ
คือผมขายกาแฟที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ หลังโรงเรียนปรินส์ฯ แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันธรรมดา 5 วัน โดยส่วนมาก ผมอยู่บ้านนอนฟังเพลงอยู่ที่บ้านลำพูน เลยสี่แยก BIG C (นิคนอุตฯ แห่งแรกของลำพูน) มาเล็กน้อย
หรือถ้าจะมาชิมกาแฟที่บ้านในวันศุกร์ และอยากจะเข้ามาฟัง QUAD ESL 63 พอขับรถถึงสี่แยกบิ๊กซี ก็โทรเข้ามาเบอร์ 085 358 9001 แล้วจะบอกทางเข้าบ้านให้นะครับ d_d :drunk
-
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกาแฟครับพี่ PINIJ
มั่นใจว่าได้ไปหาพี่แน่ครับ ไม่วันศุกร์ ก็วันเสาร์ครับพี่ ;D
ผมขายกาแฟแบบหนุกๆ เพื่อผมได้ออกจากบ้านไปพบปะพูดคุยกะเพื่อนฝูงคอกาแฟเหมือนกัน และให้ลูกชายัยสองขวบกว่าๆ ได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้นนะครับ
คือผมขายกาแฟที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ หลังโรงเรียนปรินส์ฯ แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันธรรมดา 5 วัน โดยส่วนมาก ผมอยู่บ้านนอนฟังเพลงอยู่ที่บ้านลำพูน เลยสี่แยก BIG C (นิคนอุตฯ แห่งแรกของลำพูน) มาเล็กน้อย
หรือถ้าจะมาชิมกาแฟที่บ้านในวันศุกร์ และอยากจะเข้ามาฟัง QUAD ESL 63 พอขับรถถึงสี่แยกบิ๊กซี ก็โทรเข้ามาเบอร์ 085 358 9001 แล้วจะบอกทางเข้าบ้านให้นะครับ d_d :drunk
ขอบคุณครับพี่ ถ้าพรุ่งนี้สะดวกไปจะโทรไปหาครับพี่ ^/\^
-
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับกาแฟครับพี่ PINIJ
มั่นใจว่าได้ไปหาพี่แน่ครับ ไม่วันศุกร์ ก็วันเสาร์ครับพี่ ;D
ผมขายกาแฟแบบหนุกๆ เพื่อผมได้ออกจากบ้านไปพบปะพูดคุยกะเพื่อนฝูงคอกาแฟเหมือนกัน และให้ลูกชายัยสองขวบกว่าๆ ได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้นนะครับ
คือผมขายกาแฟที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ หลังโรงเรียนปรินส์ฯ แค่วันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันธรรมดา 5 วัน โดยส่วนมาก ผมอยู่บ้านนอนฟังเพลงอยู่ที่บ้านลำพูน เลยสี่แยก BIG C (นิคนอุตฯ แห่งแรกของลำพูน) มาเล็กน้อย
หรือถ้าจะมาชิมกาแฟที่บ้านในวันศุกร์ และอยากจะเข้ามาฟัง QUAD ESL 63 พอขับรถถึงสี่แยกบิ๊กซี ก็โทรเข้ามาเบอร์ 085 358 9001 แล้วจะบอกทางเข้าบ้านให้นะครับ d_d :drunk
ขอบคุณครับพี่ ถ้าพรุ่งนี้สะดวกไปจะโทรไปหาครับพี่ ^/\^
ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะครับ ถ้าได้พบกัน คงเป็น DIYer จาก กทม คนแรกที่ได้ขึ้นมาชิมกาแฟผมชงเองกะมือ นอกจากคุณ Bluekite และคุณ Duang53 ที่อยู่เชียงใหม่
-
ขอบคุณที่เลี้ยงกาแฟครับพี่ PINIJ กาแฟพี่อร่อยมากครับ มีความหวานมัน ผมไม่เคยได้รสนี้จากที่อื่นเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะชงมาจากเครื่อง Home use ตัวเล็กๆ นี่ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาคงคิดว่าพี่แอบเครื่องตัวใหญ่ไว้แน่ๆครับ
ถ้ามีโอกาสไปเชียงใหม่อีก จะแวะไปหาแน่นอนครับพี่ ^^
-
ขอบคุณที่เลี้ยงกาแฟครับพี่ PINIJ กาแฟพี่อร่อยมากครับ มีความหวานมัน ผมไม่เคยได้รสนี้จากที่อื่นเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะชงมาจากเครื่อง Home use ตัวเล็กๆ นี่ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาคงคิดว่าพี่แอบเครื่องตัวใหญ่ไว้แน่ๆครับ
ถ้ามีโอกาสไปเชียงใหม่อีก จะแวะไปหาแน่นอนครับพี่ ^^
ได้พบกันแล้ว และรู้ราคาที่จับหน้าวีมาแล้ว รู้สึกอิจฉาตาร้อนมากๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ เมื่อไร? ชาตินี้ไม่รู้ว่าจะได้มันมาครอบครองบ้างหรือไม่? คนอะไร? โชคดี ที่มีทั้งรถสวย และคนสวยอยู่เคียงข้าง O0 :victory
-
(http://uppic.mobi/image-1CCE_4D6DCB33.jpg)
วันนี้ผมคั่วกาแฟระดับ Dark Roast ให้คุณหมอท่านหนึ่งในนี้ แฟนเกิดอยากจะรู้ว่า น้ำกาแฟที่ก้นแก้วของการคั่วระดับนี้มันจะมีรสออกจะหวานๆและมันๆ หรือไม่? ผมก็เลยต้องทดลองชงดื่มเป้นแก้วที่สอง หลังจากทดลอง Medium Dark Roast มาแก้วนึงแล้ว
ดูจากรูปจะเห็นว่าผงกาแฟระดับ Dark Roast (สีออกจะเทาๆ อยู่ตรงกลางถ้วยฟิลเตอร์) กับ Medium Dark Roast (จะเห็นเพียงเศษเล็กน้อยสีน้ำตาลอยู่ที่ริมขอบที่ยึดฟิลเตอร์) สีมันต่างกันค่อนข้างมากนะครับ ผมลืมไปว่าคั่วระดับนี้ต้องเพิ่มแรงกดที่แทมเปอร์มากกว่าระดับมิเดี่ยมดาร์คที่ชงดื่มประจำอีกเล็กน้อยด้วย ดังนั้นสายน้ำร้อนที่เห็นจึงออกจะใหญ่เกินไป เวลาที่ใช้ก็เร็วเกินกำหนด คือ 1 Oz ไม่ถึง 10 วินาทีครับ (แค่ทดลองซิมเองเลยไม่ซีเรียสตรงจุดนี้) แต่เราก็จะเห็นว่ามันยังมี Creama ออกมาเพียบนะครับ
ผลการซิม ที่ปากแก้ว มีกลิ่นเหมือนกินถ่านนิดๆ (ลองกัดถ่านหุงข้าวดูก็จะนึกภาพออก) บอร์ดี้บางกว่ามิเดี่ยมโรสท์พอสมควร ขมไม่มีเปลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ส่วนก้นถ้วย ก้พบว่ามีรสหวานมันน้อยกว่ามิเดียวดาร์คเป็นเท่าตัวครับ แต่ก็ยังมีรสให้รับรู้ได้ในการคั่วระดับ Dark Roast กับกาแฟที่ผมคั่วละครับ
ช่วยผมได้มากเลยครับ เดี๋ยวไปบดแล้วกดหนักๆเลยครับ
บ่ายๆจะมารีวิว Dark นะครับ ;)
-
(http://uppic.mobi/image-1CCE_4D6DCB33.jpg)
วันนี้ผมคั่วกาแฟระดับ Dark Roast ให้คุณหมอท่านหนึ่งในนี้ แฟนเกิดอยากจะรู้ว่า น้ำกาแฟที่ก้นแก้วของการคั่วระดับนี้มันจะมีรสออกจะหวานๆและมันๆ หรือไม่? ผมก็เลยต้องทดลองชงดื่มเป้นแก้วที่สอง หลังจากทดลอง Medium Dark Roast มาแก้วนึงแล้ว
ดูจากรูปจะเห็นว่าผงกาแฟระดับ Dark Roast (สีออกจะเทาๆ อยู่ตรงกลางถ้วยฟิลเตอร์) กับ Medium Dark Roast (จะเห็นเพียงเศษเล็กน้อยสีน้ำตาลอยู่ที่ริมขอบที่ยึดฟิลเตอร์) สีมันต่างกันค่อนข้างมากนะครับ ผมลืมไปว่าคั่วระดับนี้ต้องเพิ่มแรงกดที่แทมเปอร์มากกว่าระดับมิเดี่ยมดาร์คที่ชงดื่มประจำอีกเล็กน้อยด้วย ดังนั้นสายน้ำร้อนที่เห็นจึงออกจะใหญ่เกินไป เวลาที่ใช้ก็เร็วเกินกำหนด คือ 1 Oz ไม่ถึง 10 วินาทีครับ (แค่ทดลองซิมเองเลยไม่ซีเรียสตรงจุดนี้) แต่เราก็จะเห็นว่ามันยังมี Creama ออกมาเพียบนะครับ
ผลการซิม ที่ปากแก้ว มีกลิ่นเหมือนกินถ่านนิดๆ (ลองกัดถ่านหุงข้าวดูก็จะนึกภาพออก) บอร์ดี้บางกว่ามิเดี่ยมโรสท์พอสมควร ขมไม่มีเปลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ส่วนก้นถ้วย ก้พบว่ามีรสหวานมันน้อยกว่ามิเดียวดาร์คเป็นเท่าตัวครับ แต่ก็ยังมีรสให้รับรู้ได้ในการคั่วระดับ Dark Roast กับกาแฟที่ผมคั่วละครับ
ช่วยผมได้มากเลยครับ เดี๋ยวไปบดแล้วกดหนักๆเลยครับ
บ่ายๆจะมารีวิว Dark นะครับ ;)
ถ้าเครื่องบดได้ละเอียดพอ ก็ไม่ต้องกดหนักมากนักนะครับ เอาแค่ให้ได้ 1Oz ที่ 13 วินาที บวกลบได้ 2 วินาที กาแฟจะอร่อยที่สุดครับ ถ้าน้ำกาแฟไหลนานมากกว่านี้ถึงจะได้ 1 Oz มันจะมีกลิ่นเหม็นไหม้นะครับ แต่ถ้าเร็วกว่านี้ก็จะไม่ได้รสชาติที่เข้มข้นซะอีก
การชงให้ได้ปริมาณและเวลาตรงนี้แหละ คือฝีมือของคนชงละครับ
จากที่ได้คุณกับคุณ Pigeon แล้วคิดว่า ชุดของคุณ Pigeon จะสามารถทำกาแฟของผม ให้อร่อยได้เต็มร้อยเป็นแน่ เพราะคุณ Pigeon บอกถึงราคาเครื่องชงและเครื่องบดที่ใช้ และเคยบอกว่าเคยบดผงกาแฟจนถึงขนาดที่น้ำกาแฟไม่ยอมไหล ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเครื่องบด บดได้ละเอียดเกินพอไปแล้ว ต่อไปแค่คุณ Pigeon ใช้แรงกดให้น้อยลงมาอีกเล็กน้อย หรือปรับเครื่องบดให้มันบดหยาบขึ้นอีกสักเล็กน้อย ก็น่าจะได้น้ำการแฟ 1 OZ ที่ 13 Sec. ได้ไม่ยากแล้วละครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งจะคั่วกาแฟให้แล้วเสร็จ พรุ่งนี้คงส่งของให้ได้ละครับ
แต่ถ้าเครื่องของใครบดผงได้ไม่เอียดพอ ก็ขอให้กดแทมเปอร์ให้เต็มที่แบบสุดๆ กันไปเลยนะครับ อาจวางด้ามอัดกับพื้นโต๊ะ แล้วใช้น้ำหนักทั้งตัวกดลงไปแบบเต็มๆ ซึ่งมันก็คงจะได้รสชาติกันเต็มที่แค่นี้แหละครับ แต่กาแฟที่คัดสรรและคั่วมาดี กลิ่มและรสชาติมันก็ยังแตกต่างเหนือกว่ากาแฟธรรมดาอยู่วันยังค่ำละครับ
-
The Dark Side Review
กลิ่น
มันหอมในแบบกาแฟespresso ลุ่มลึก กลิ่นไม่แรง
ผมคิดว่ากลิ่นอาจจะไหม้ไปเกือบหมดแล้ว
ไม่ได้หอมหวลหอมฉุยโชยแรงเท่าMediumDark อันนั้นโชยมากกว่า
แม้ผมจะบอกว่ากลิ่นน้อย ก็เพราะเทียบกับแบรนด์เดียวกัน
สำหรับคนอื่นที่เดินผ่านมาบอกว่าผมมาบดกาแฟทีไรกลิ่นจัดจนอยู่ไม่ได้ วันนี้ก็ด้วยครับ
สรุปว่า ผมชอบกลิ่นนี้ของDarkมากครับ
แต่ผมยังชอบกลิ่นของDark-ที่แรงกว่าDarkเพียงแต่ความชอบที่ใช่ก็ต้องDark
และกลิ่นที่แรงกว่าในแบบMediumDarkที่พี่พินิจบอกว่ามันเป็นกลิ่นหอมที่ซับซ้อนกว่า สำหรับผมอาจจะเหมาะกับบางอารมณ์
รส
ขมสนิทจริงๆ กินง่าย
วันนี้กาแฟช็อทเดียวผมชง 3 Onz 3แก้ว แก้วละออนซ์
แก้วแรก 10 วินาที แก้วต่อมามันไหลเร็วขึ้นครับ แป๊บเดียวครบออนซ์แล้ว
แก้วแรก ขมสนิท รสชาติ ดำดิ่งลึก ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรให้ละเมียดละเลียดมากมาย
เนื้อบางกว่า Dark-, MediumDark จริงครับ
แก้ว 2 กับ 3 กินต่อกันเลย ไม่มีความเป็นกาแฟของคนจริงจังครับเมื่อกินตามติดแก้วแรก
เอายังไงดี
ผมชอบกลิ่นในแบบDark แต่ยังอยากให้มีMediumDarkปนมานิดหน่อยครับ
หรือเราจะกินDark- ดี Dark-ก็ยังไม่ไหม้ไปถึงDark ก็ยังไม่ได้กลิ่นแบบDark แถมกลิ่นในแบบMediumDarkก็ไหม้ไปแล้ว
คงจะลองเอาDarkปนกับMediumDarkซัก 4:1ดู กะๆเอาครับ
ค่อยๆปรับสูตรดู :)
-
ผมคิว่าการผสมแบบที่ทำนั่นแหละเป็นวิธีที่เราสามรถปรับแต่ส่วนผสมให้ถูกใจเราได้มากที่สุด O0
พอดีมีคนถามผมเรื่องกาแฟที่คั่วระดับ Dark นั้น มันจะคั่วกันถึงระดับที่เริ่มมีการไหม้ของเมล็ดกาแฟ ซึ่งอาหารโดยทั่วไป คุณหมอมักจะห้ามรับประทานอาหารที่ปลิ้งหรืออย่างกันจนถึงระดับที่มันไหม้ เพราะจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งขึ้นได้ ผมเจอกับคำถามนี้ ทำให้ผมอึ่งไปเหมือนกัน ถ้าอย่างไร ฝากคุณหมอที่รู้เรื่องนี้ดีกว่าผม ช่วยตอบคำถามนี้ให้ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ :-\
-
เคยได้ยินว่าเฉพาะการใหม้เกรียมของไขมันสัตว์เท่านั้นที่เป็นสารก่อมะเร็ง ของพืชยังไม่เคยได้ยินครับ
-
เคยคิดครับ แต่ไม่ได้ค้นคว้าเพิ่มครับ
ผมจะลองsearch ดูว่ามีอะไรทำนองนี้ตีพิมพ์บ้างมั้ย
รวมทั้งถามพี่ๆ Nutrition Medicine ครับ
-
Dark นี่ก็ดำจนจะเทาเป็นเถ้าแล้วนะครับ ;D ;D ;D
ยังมีคั่วเบอร์ Very Dark ได้อีกเหรอครับ 2f 2f 2f
-
เคยได้ยินว่าเฉพาะการใหม้เกรียมของไขมันสัตว์เท่านั้นที่เป็นสารก่อมะเร็ง ของพืชยังไม่เคยได้ยินครับ
เมื่อพูดถึง อาหารปิ้งย่างและทอด ท่านผู้ฟังก็คงคุ้นเคยกับการรับประทานอาหารประเภทหมูย่างเกาหลี เนื้อย่างเกาหลี บาร์บีคิว อาหารทะเลปิ้งย่าง รวมถึงไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ขนมปังกรอบ และมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบกันเป็นอย่างดีนะคะ ท่านผู้ฟังทราบหรือไม่คะว่าอาหารประเภทนี้มีอันตรายอย่างไร และถ้าหากกรรมวิธีในการประกอบอาหารไม่ถูกวิธีนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายหรือมี ผลเสียต่อสุขภาพของตัวท่านอย่างไรบ้าง วันนี้เรามารับฟังอันตรายที่เกิดจากอาหารปิ้งย่างและทอดกันนะคะ แต่ก่อนที่จะรับฟังเรื่องราวทั้งหมด เรามาทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับอาหารปิ้งย่างกันสักเล็กน้อยก่อนนะคะ
อาหารปิ้งย่างนั้นเป็นการให้ความร้อนผ่านเข้าสู่กล้ามเนื้อในเนื้อแดงของ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ และเนื้อสัตว์อื่นๆ ซึ่งเป็นกระบวนการทำให้อาหารสุกและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน แต่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า เฮทเทอโรซัยคลิก เอมีนส์ (Heterocyclic amines) โดยสารดังกล่าวสามารถทำลายสารพันธุกรรมหรือที่เรียกว่าดีเอ็นเอ (DNA) ที่อยู่ในร่างกาย ทำให้มีผลต่อการเกิดมะเร็งของลำไส้ใหญ่ และกระเพาะอาหาร นอกจากนี้สารเหล่านี้ยังสามารถซึมผ่านไปสู่เนื้อเยื่ออื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหรือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของอาหารปิ้งย่างนั้น ควรมีกรรมวิธีในการประกอบอาหารที่ปลอดภัย โดยใช้อุณหภูมิที่ไม่สูงมากนักและเนื้อสัตว์ที่นำมาย่างควรอยู่สูงกว่าเปลว ไฟพอสมควร ไม่ควรวางไว้ใกล้หรือติดกับเปลวไฟจนเกินไป และพยายามพลิกเนื้อบ่อยๆ นอกจากนี้ควรทาน้ำมันหรือเนยลงไปก่อนที่จะทำการย่าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ และอีกวิธีหนึ่ง คือ ควรเลือกรับประทานเนื้อปลาแทนที่จะรับประทานเนื้อหมูหรือเนื้อวัว เพราะการนำเนื้อปลามาย่างนั้น เนื้อปลาจะสุกเร็วมาก เนื่องจากใช้ความร้อนที่ไม่สูงนักและใช้เวลาในการย่างไม่นานเหมือนเนื้อหมู และเนื้อวัว ซึ่งการใช้ความร้อนที่ต่ำและระยะเวลาสั้นในการย่าง มักจะไม่พบสารก่อมะเร็ง หรือถ้าหากพบก็พบได้น้อย
การพบสารก่อมะเร็งในอาหารที่กล่าวแล้วข้างต้น ไม่ใช่จะพบจำกัดเฉพาะอาหารประเภทปิ้งย่างเท่านั้น สารก่อมะเร็งยังพบในอาหารทอดด้วย เพราะเมื่อไม่นานมานี้มีผลการวิจัยที่พบสารก่อมะเร็งที่มีชื่อว่าอะครีลาไม ด์ (Acrylamide) ในอาหารที่ใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน ได้แก่ อาหารที่ปิ้งจนไหม้เกรียม และ อาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่ผ่านการทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง ส่วนใหญ่สารนี้มักเกิดจากการเผาไหม้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่อุณหภูมิสูง (185 องศาเซลเซียส) และอาหารบางอย่างหากใช้เวลาในการทำให้กรอบหรือทอดนานจะทำให้เกิดสารนี้มาก ขึ้น ซึ่งปริมาณสารที่เกิดขึ้นนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร ระยะเวลาในการปิ้ง ย่าง หรือทอด และอุณหภูมิที่ใช้ ตลอดจนวิธีการหุงต้ม เช่น การใช้ความร้อนสูงและเวลานานๆ มักจะพบสารนี้ได้มากกว่าการใช้ความร้อนต่ำและระยะเวลาสั้น
ผมยกมาจากในนี้นะครับ http://www.samutprakarnsafety.com/forum/index.php?action=printpage;topic=338.0
กาแฟที่คั่วระดับเข็มมากๆ Dark และ Very Dark (มีครับคุณหมอ ครั้งหลังสุดที่ส่งให้นี้ก็ถือว่าเข้าใกล้ Very Dark แล้วละครับ คือจะคั่วเข็มมากกว่าที่คั่วให้คุณหมอครั้งที่แล้วอีกเล็กน้อยน่ะครับ สีจะเป็นสีดำจนถึงกับเป็นสีดำด้านๆ เลยละครับ คั่วจนน้ำมันภายในเมล็ดเกือบจะหมดไป) เราเข้าข่ายตรงนี้ครับ คือมันจะเหมือนของทอดครับ เพราะการคั่วเข็มระดับ Dark ขึ้นไปนี้ กาแฟจะมีน้ำมันออกมาจากภายในเมล็ดกาแฟเป็นอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งเราจะพบว่าช่วงนี้จะมีควันสีขาวๆ ออกมาเยอะมากๆๆๆๆ (เพราะน้ำมันถูกความร้อนเผา) ช่วงนี้ก็จะเหมือนเมล็ดกาแฟถูกทอดด้วยความร้อนประมาณ 200-250 องศาซี เซียวนะครับ ซึ่งปรกติในเนื้อเรื่องที่ผมยกมานี้เค้าห้ามทอดด้วยน้ำมันให้ร้อนเกิน 180 องศาซีเท่านั้น
แต่การคั่วที่ระดับ Medium Dark จะเป็นช่วงที่น้ำมันภายในเมล็ดกาแฟเริ่มจะออกมา ผมคิดว่าน่าจะปลอดภัยมากกว่าครับ
-
อ้าวเฮ้ย บ่ม่วนซะแล้วคร้าบ ;D ;D ;D
งั้นก่อนที่จะกระจ่าง รอบหน้าหันมาคบกับMediumDarkไปพลางๆก่อนครับ
อายุยังน้อย มีเวลาให้มะเร็งโตอีกยาว ;D ;D ;D
-
มีข้อสงสัยหน่อยครับ ว่า เวลาเรากินกาแฟแบบนี้ เราใส่น้ำตาลด้วยหรือปล่าวครับ
-
ที่คุยกันมาผมคิดว่าไม่ได้ใส่น้ำตาลกันครับ
กลัวอ้วน (มากขึ้นกว่านี้) 2f 2f 2f
กาแฟดำของคอทองแดงครับ
ถ้าจะใส่ก็ได้ครับแล้วแต่ชอบ กินให้สุขที่สุด
ที่คุยกันอยู่นี่ก็เพื่อให้การชงถั่วคั่วของเราได้ความสุขออกมาสูงสุดครับ
ถ้าใส่น้ำตาลไม่ใส่นมหรือครีมเทียม ก็เป็นโอเลี้ยง จะใช้น้ำตาลเยอะมาก อาจถึง10ช้อนครับ
ถ้าใส่นมก็เรียก Latte นมน้อยพร้อมตีฟองก็ Capu ;D
-
มีข้อสงสัยหน่อยครับ ว่า เวลาเรากินกาแฟแบบนี้ เราใส่น้ำตาลด้วยหรือปล่าวครับ
คงจะมาจาก ที่ผมคุยไว้ว่ากาแฟที่ผม เลือกซื้อเมล็ดกาแฟดิบๆ จากยอดดอยมาหลายๆ ลูก และแม้แต่ยอดเขาลูกเดียวกันคนละฝั่งเขา มันก็ยัง "ไม่ได้" มีรสชาติอร่อยหอมหวานเหมือนๆ หรือเท่าๆ กันเลย จากการค้นหาของผมมาเป้นเวลาสองปีกว่าๆ กับกาแฟที่ปลูกกันในบ้านเราน่ะครับ แล้วผมก็จะซื้อกันมาจากต้นเอามันมากะเทาะเปลือก หมักบ่ม และคั่วเองนั้น มันจะพบว่ามีความหวานที่ก้นแก้ว (ขอเน้น! ว่ามันจะมีรสหวานมันเฉพาะที่ก้นแก้วเท่านั้น ปากแก้วยังจะคงขมสนิด และจะหอมมากๆ เป็นพิเศษอีกด้วย โดยที่ผม "ไม่ได้" ใส่น้ำตาลลงไปแม้แต่น้อยนะครับ แต่มันจะมีความหวานก็ต่อเมื่อ คนเอาไปชงให้ได้ปริมาณของน้ำกาแฟ 1Oz ในเวลา 13 วินาที ด้วยเครื่อชงที่มี Pressure อย่างน้อย 10 Bar ขึ้นไปอีกด้วยนะครับ :secret กาแฟดีควรชงดื่มกันด้วยปริมาณแค่นี้เป็นดีที่สุดครับ จากคำแนะนำโดยทั่วๆ ไปจากเวปไซร์ของฝรั่งนะครับ
ซึ่งกาแฟที่มีรสชาติแบบนี้คือ มีความหวานนิดๆ ให้พอรับรู้ได้ที่ก้นแก้วเท่านั้น (คือไม่ใช่มันหวานถึงขนาดกินน้ำตาลนะครับ) จะเป็นเฉพาะกาแฟขี้ชะมด (คือเค้าจะไปเก็บ "ขี้" ของตัวชะมดที่มันกินกาแฟดิบๆ เอาไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนที่จะคั่ว) ที่มีราคากิโลกรัมละ ห้าถึงหก หมื่นบาทเท่านั้น :cold
เรื่องความชอบในการดื่มกาแฟว่าจะใส่น้ำตาลหรือครีมเพิ่มลงไปนั้น มันก็สุดแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ ตามที่คุณหมอว่ามาแหละครับ O0 แต่กาแฟดีๆ มันก็ยังจะสามารถ โชว์ความเด่นของรสชาติและกลิ่นของมันออกมาได้อยู่ดี แม้แต่จะชงดื่มเป็นกาแฟเย็นก็ตาม :victory ว่าแต่ว่าคนดื่มจะมีความพิถีพิถันสังเกตุกันได้หรือไม่? แต่ถ้าชงเปรียบเทียบกันแบบ A/B Test ก็จะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจยิ่งขึ้นครับ d_d :drunk
-
ขอคิดพิเรนหน่อยครับ
ขี้ชะมดยังมีได้ ขอคุยถึงกาแฟเยี่ยวหมี/ฉี่หมี(ฉี่ผมเอง)
กินกาแฟแล้วฉี่มีกลิ่น ซึ่งไม่ใช่กลิ่นกาแฟ แต่เราก็รู้ว่าเป็นกลิ่นหอมของสารจากกาแฟที่ผ่านกระบวนการในร่างกายมาแล้ว
ถ้าเอาน้ำที่ว่า มาชงกาแฟ คงหอมไปอีกแบบ
ผมไม่กินคนนึงละ ต่อให้ฉี่ตัวเองก็ตาม 2f 2f 2f
-
ขอคิดพิเรนหน่อยครับ
ขี้ชะมดยังมีได้ ขอคุยถึงกาแฟเยี่ยวหมี/ฉี่หมี(ฉี่ผมเอง)
กินกาแฟแล้วฉี่มีกลิ่น ซึ่งไม่ใช่กลิ่นกาแฟ แต่เราก็รู้ว่าเป็นกลิ่นหอมของสารจากกาแฟที่ผ่านกระบวนการในร่างกายมาแล้ว
ถ้าเอาน้ำที่ว่า มาชงกาแฟ คงหอมไปอีกแบบ
ผมไม่กินคนนึงละ ต่อให้ฉี่ตัวเองก็ตาม 2f 2f 2f
เมื่อหลายปีมาแล้ว เรื่องดื่มฉี่ตัวเองรักษาโรคร้ายแรงได้ ดังมากๆ ทางการแพทย์คิดว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้แค่ไหนครับ? :-\
วันนี้ผมได้กาแฟดิบ (ที่ยังไม่ได้คั่ว) มาตุนไว้ที่บ้านเป็นที่เรียบร้อยให้เพื่อนๆ ได้ดื่มกันทั้งปีครับ เป็นกาแฟที่สุกครบหนึ่งปีเต็มๆ ที่คัดสรรแล้ว และมีการเอ็จจิ้งที่พยายามเรียนแบบสภาพภายในท้องชะมดด้วย :secret :victory
-
คุณพี่ เรื่องขี้เรื่องเยี่ยวผมยังไม่แนใจ
แต่นี่ครับ เรื่องเก่าเล่าใหม่ กินเหล้าวันละนิดลดการตายจากโรคหัวใจ
1-2 ดริ๊งค์ต่อวัน ลดความเสี่ยงลงเป็นเจ็ดสิบกว่า%
เมื่อเทียบกับคนไม่กินเหล้าอายุเท่าๆกัน ให้เป็นร้อย%
http://www.bmj.com/content/342/bmj.d671.long
-
สงสัยจะติดเหล้าก็งานนี้แหละครับ เพราะคุณย่าผมเป็นโรคหัวใจ (ต้องกินยาเป็นประจำ ตั้งแต่อายุ 50 แต่ท่านก็อยู่ได้ถึง 91 ปีนะครับ) ผมคงต้องดื่มแอลกอฮอร์เตรียมป้องกันไว้ให้ดีสักหน่อย d_d :drunk
-
วันนี้ผมได้กาแฟดิบ (ที่ยังไม่ได้คั่ว) มาตุนไว้ที่บ้านเป็นที่เรียบร้อยให้เพื่อนๆ ได้ดื่มกันทั้งปีครับ เป็นกาแฟที่สุกครบหนึ่งปีเต็มๆ ที่คัดสรรแล้ว และมีการเอ็จจิ้งที่พยายามเรียนแบบสภาพภายในท้องชะมดด้วย :secret :victory
ไชโย..... c)
-
มีกาแฟสูตรเหล้าเปล่าคุณพินิจ :hehe
-
มีกาแฟสูตรเหล้าเปล่าคุณพินิจ :hehe
คำถามนี้ทำให้ผมย้อนนึกถึงอดีตเมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้ว ผมประทับใจสูตรเหล้าผสมกาแฟเป็นอย่างมากๆ และต้องสั่งมาดื่มเสมอๆ เมื่อมีโอกาศได้ไปสัมนาที่โรงแรมสตาร์ (ระยอง) มันเรียกว่า ไอริสคอฟฟี่ ครับ
กาแฟชงแบบเอสเพรสโซ่ ใส่บราวซูการ์ ท็อปอับด้วยวิปครีม ราดด้วย ไอริสวิสกี้ จุดไฟที่ปากแก้ว แล้วจึงยกมาเสริอบให้ลูกค้า น่ะครับ มันมีทั้งความหอมฉุยๆ ของกาแฟรวมกับกลิ่นหอมของวิสกี้จางๆ จากรสชาดที่เข้มข้นของกาแฟรวมความหวานของบราวซูการ์ที่กำลังพอดี มีความขมของทั้งกาแฟและวิสกี้ หอม หวาม ขม เข้มข้น แล้วก็ยังมีแสงของเปลวไฟสีฟ้าๆ บนปากแก้ว นี่คือเสน่ห์และความอร่อยของกาแฟแก้วนี้ครับ
-
คุณพี่ เรื่องขี้เรื่องเยี่ยวผมยังไม่แนใจ
แต่นี่ครับ เรื่องเก่าเล่าใหม่ กินเหล้าวันละนิดลดการตายจากโรคหัวใจ
1-2 ดริ๊งค์ต่อวัน ลดความเสี่ยงลงเป็นเจ็ดสิบกว่า%
เมื่อเทียบกับคนไม่กินเหล้าอายุเท่าๆกัน ให้เป็นร้อย%
http://www.bmj.com/content/342/bmj.d671.long
ผมมาถูกทางแล้วว c) c) c)
มีข้อสงสัยหน่อยครับ ว่า เวลาเรากินกาแฟแบบนี้ เราใส่น้ำตาลด้วยหรือปล่าวครับ
สำหรับผมถึงไช่คอกาแฟแต่ก็ชอบกินกาแฟ ถ้าเป็นกาแฟสดจะไม่ใส้น้ำตาลครับ มันได้รสชาดของกาแฟแท้ๆ(ทั้งที่อาจไม่รู้หรอกว่ามันเป็นแบบไหน K])
-
วันอาทิตย์นี้คงใด้ไปชิมกาแฟ :) d_d
-
สำหรับผมถึงไช่คอกาแฟแต่ก็ชอบกินกาแฟ ถ้าเป็นกาแฟสดจะไม่ใส้น้ำตาลครับ มันได้รสชาดของกาแฟแท้ๆ (ทั้งที่อาจไม่รู้หรอกว่ามันเป็นแบบไหน K])
กินแกแฟสดไม่ใส่น้ำตาล คงไม่ใช่ ไม่ได้เป็นคอกาแฟนะ (งง? ขอสรุปใหม่ว่า คนกินกินกาแฟสดไม่ใส่น้ำตาล ผมคิดว่าน่าจะเป็น คอกาแฟตัวจริงมากกว่านะครับ) ถ้าบางคนเห็นว่ากาแฟมันขมเกินไปสำหรับเรา ก็ใส่น้ำตาลน้ำอ้อย (บราวซูก้า) ก็ได้ครับ เพราะมันจะทำให้รสชาดของกาแฟ เสียหายน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาวครับ d_d :drunk
แล้วพบกันนะครับ K. Song d_d :drunk
วันนี้ (วันเสาร์) ตอนเช้าฝนตกหนักมากๆ ผมเลยไม่ได้ไปขายนะครับ ก็หวังว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ฝนคงจะไม่ตก ก็คงได้พบกันนะครับ
http://www.coffeemade.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=384354
กาแฟดำ
กาแฟดำ เป็นกาแฟอีกประเภทหนึ่งที่ยังมีผู้คนนิยมดื่มกันมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณหลายร้อยปีเรื่อยมา แต่ในปัจจุบันมีผู้ที่นิยมดื่มกาแฟดำจำนวนไม่มากนัก กาแฟดำเรียกภาษาชาวบ้านอีกอย่างว่าโอยั๊วะ นั่นเอง เป็นกาแฟที่เวลาปรุงหรือชงกาแฟไม่ต้องใส่น้ำตาล ดังนั้นกาแฟดำจึงมีรสขม ถ้าชงกาแฟในปริมาณที่มากหรือเข้มข้นขึ้นก็จะมีผลทำให้กาแฟดำนั้นมีรสขมมากขึ้นตามลำดับ กาแฟดำจึงไม่เหมาะสำหรับเด็กหรือคนชราหรือผู้ที่เป็นโรคหัวใจ เพราะจะทำให้บีบหัวใจมากขึ้น อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง คนสมัยโบราณนิยมดื่มกาแฟดำกัน โดยเฉพาะในช่วงตอนเช้าๆในร้านกาแฟจะนิยมนัดกันมาดื่มกาแฟและพูดคุยเสวนากันที่เรียกว่าสภากาแฟนั่นเอง ซึ่งมีมานานแล้ว นอกจากนี้กาแฟดำบางท่านยังนำไปใช้แก้อาการเมาค้างหรืออาการแฮ้งนั่นเอง ชงกาแฟดำแก่ๆจิบจนหมดแก้วก็ช่วยให้อาการเมาค้างดีขึ้น ในบางท่านที่มีปัญหาท้องเสียก็นำกาแฟดำดื่มเพื่อช่วยลดอาการท้องเสียก็มี หรือในกรณีที่มีอาการง่วงมากๆ ก็อาจจะใช้กาแฟดำช่วยกระตุ้นต่อมประสาทให้กระฉับกระเฉงกลับมาได้ชั่วขณะ แต่ก็มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มกาแฟดำ จะเห็นว่ากาแฟดำถึงแม้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก แต่ก็มีประโยชน์บางจุดถ้าเลือกใช้เป็น ดังนั้นกาแฟดำจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตราย
ประโยชน์ของกาแฟ ซึ่งบางส่วนรวมถึงกาแฟดำด้วย
1.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ในการป้องกัน โรคดังกล่าว
2. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคหอบ โรคนี้ คือ อาการ ภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปเมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที และคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ
3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่า สารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่ นอกจากแอลกอฮอล์
4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติก ที่ช่วยป้องกันโรค
5. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย
6. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยกาแฟลดอัตราคอเลส-เตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดแข็งตัว
7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้
8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด (HDL) เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
9. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้
10. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น
11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกาแฟ
ถ้าจะถามว่าควรดื่มกาแฟวันละมากน้อยเท่าใด คงหามาตรฐานมาตอบไม่ได้ ต้องดูตามความชอบ และสภาพร่างกายผู้ดื่ม โดยทั่วไป ดื่มให้อร่อยหรือพอใจ คงจะเหมาะสม แต่ก็ควรสังเกตลักษณะอื่นๆ โดยละเอียดดังนี้
ดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับไหม หลายคนเคยมีประสบการณ์มาบ้าง แต่กาแฟก็มีผลต่อร่างกาย แต่ละคนต่างกัน ถ้ากลัวว่าจะนอนไม่หลับ ให้ดื่มน้อยลง ทว่ากาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้
คนมีครรภ์ควรดื่มกาแฟไหม เป็นเพราะว่าคาเฟอีนในกาแฟ จะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่ จึงไม่ควรดื่ม
เด็กเล็กไม่ควรดื่มกาแฟ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ
หญิงลูกอ่อน ที่คลอดลูกแล้ว 100 วัน และอยู่ในช่วงให้นมลูก ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะช่วง 100 วันนี้ ทารกต้องการน้ำนมบริสุทธิ์จากแม่ การดื่มอะไรเข้าไปจะส่งผลต่อทารกได้ จึงต้องระวัง
คนเป็นโรคกระเพาะควรงดกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น
คนเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กวัยรุ่นถ้าดื่มกาแฟ แต่ถ้าเป็นคนชราที่มีโรคหัวใจอยู่ จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง ให้พิจารณาดูความเหมาะสมก่อนดื่ม กรณีผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายเมื่อดื่มกาแฟเข้าไป
-
สำหรับผมถึงไช่คอกาแฟแต่ก็ชอบกินกาแฟ ถ้าเป็นกาแฟสดจะไม่ใส้น้ำตาลครับ มันได้รสชาดของกาแฟแท้ๆ (ทั้งที่อาจไม่รู้หรอกว่ามันเป็นแบบไหน K])
กินแกแฟสดไม่ใส่น้ำตาล คงไม่ใช่ ไม่ได้เป็นคอกาแฟนะ (งง? ขอสรุปใหม่ว่า คนกินกินกาแฟสดไม่ใส่น้ำตาล ผมคิดว่าน่าจะเป็น คอกาแฟตัวจริงมากกว่านะครับ) ถ้าบางคนเห็นว่ากาแฟมันขมเกินไปสำหรับเรา ก็ใส่น้ำตาลน้ำอ้อย (บราวซูก้า) ก็ได้ครับ เพราะมันจะทำให้รสชาดของกาแฟ เสียหายน้อยกว่าน้ำตาลทรายขาวครับ d_d :drunk
แล้วพบกันนะครับ K. Song d_d :drunk
วันนี้ (วันเสาร์) ตอนเช้าฝนตกหนักมากๆ ผมเลยไม่ได้ไปขายนะครับ ก็หวังว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ฝนคงจะไม่ตก ก็คงได้พบกันนะครับ
http://www.coffeemade.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=384354
กาแฟดำ
กาแฟดำ เป็นกาแฟอีกประเภทหนึ่งที่ยังมีผู้คนนิยมดื่มกันมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณหลายร้อยปีเรื่อยมา แต่ในปัจจุบันมีผู้ที่นิยมดื่มกาแฟดำจำนวนไม่มากนัก กาแฟดำเรียกภาษาชาวบ้านอีกอย่างว่าโอยั๊วะ นั่นเอง เป็นกาแฟที่เวลาปรุงหรือชงกาแฟไม่ต้องใส่น้ำตาล ดังนั้นกาแฟดำจึงมีรสขม ถ้าชงกาแฟในปริมาณที่มากหรือเข้มข้นขึ้นก็จะมีผลทำให้กาแฟดำนั้นมีรสขมมากขึ้นตามลำดับ กาแฟดำจึงไม่เหมาะสำหรับเด็กหรือคนชราหรือผู้ที่เป็นโรคหัวใจ เพราะจะทำให้บีบหัวใจมากขึ้น อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง คนสมัยโบราณนิยมดื่มกาแฟดำกัน โดยเฉพาะในช่วงตอนเช้าๆในร้านกาแฟจะนิยมนัดกันมาดื่มกาแฟและพูดคุยเสวนากันที่เรียกว่าสภากาแฟนั่นเอง ซึ่งมีมานานแล้ว นอกจากนี้กาแฟดำบางท่านยังนำไปใช้แก้อาการเมาค้างหรืออาการแฮ้งนั่นเอง ชงกาแฟดำแก่ๆจิบจนหมดแก้วก็ช่วยให้อาการเมาค้างดีขึ้น ในบางท่านที่มีปัญหาท้องเสียก็นำกาแฟดำดื่มเพื่อช่วยลดอาการท้องเสียก็มี หรือในกรณีที่มีอาการง่วงมากๆ ก็อาจจะใช้กาแฟดำช่วยกระตุ้นต่อมประสาทให้กระฉับกระเฉงกลับมาได้ชั่วขณะ แต่ก็มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มกาแฟดำ จะเห็นว่ากาแฟดำถึงแม้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก แต่ก็มีประโยชน์บางจุดถ้าเลือกใช้เป็น ดังนั้นกาแฟดำจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตราย
ประโยชน์ของกาแฟ ซึ่งบางส่วนรวมถึงกาแฟดำด้วย
1.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ในการป้องกัน โรคดังกล่าว
2. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคหอบ โรคนี้ คือ อาการ ภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปเมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที และคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ
3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่า สารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่ นอกจากแอลกอฮอล์
4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติก ที่ช่วยป้องกันโรค
5. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย
6. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยกาแฟลดอัตราคอเลส-เตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดแข็งตัว
7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้
8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด (HDL) เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
9. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้
10. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น
11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกาแฟ
ถ้าจะถามว่าควรดื่มกาแฟวันละมากน้อยเท่าใด คงหามาตรฐานมาตอบไม่ได้ ต้องดูตามความชอบ และสภาพร่างกายผู้ดื่ม โดยทั่วไป ดื่มให้อร่อยหรือพอใจ คงจะเหมาะสม แต่ก็ควรสังเกตลักษณะอื่นๆ โดยละเอียดดังนี้
ดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับไหม หลายคนเคยมีประสบการณ์มาบ้าง แต่กาแฟก็มีผลต่อร่างกาย แต่ละคนต่างกัน ถ้ากลัวว่าจะนอนไม่หลับ ให้ดื่มน้อยลง ทว่ากาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้
คนมีครรภ์ควรดื่มกาแฟไหม เป็นเพราะว่าคาเฟอีนในกาแฟ จะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่ จึงไม่ควรดื่ม
เด็กเล็กไม่ควรดื่มกาแฟ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ
หญิงลูกอ่อน ที่คลอดลูกแล้ว 100 วัน และอยู่ในช่วงให้นมลูก ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะช่วง 100 วันนี้ ทารกต้องการน้ำนมบริสุทธิ์จากแม่ การดื่มอะไรเข้าไปจะส่งผลต่อทารกได้ จึงต้องระวัง
คนเป็นโรคกระเพาะควรงดกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น
คนเป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กวัยรุ่นถ้าดื่มกาแฟ แต่ถ้าเป็นคนชราที่มีโรคหัวใจอยู่ จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง ให้พิจารณาดูความเหมาะสมก่อนดื่ม กรณีผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายเมื่อดื่มกาแฟเข้าไป
ผมเริ่มกินกาแฟจากการอยากกินเฉยๆไม่มีความรู้หรือเหตุผลรองรับว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่พอกินหนักๆเข้าก็เริ่มหาความรู้บ้างว่ามีผลอะไรไหม
ที่สรุปข้างบนนี่ได้ใจความครับ กินกาแฟต่อแบบไม่ลังเล ส่วนตัวผมก็มีอาการโรคไวรัสตับอักเสบบีเหมือนกันสมัยเด็กๆ แต่ตอนนี้ไม่มีอาการเลยไม่รู้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟไหม
แต่สรุปแล้วกาแฟก็มีคุณมากมายเหมือนกัน
-
เพิ่งกลับมาจากแดนไกลครับ กาแฟหมด สั่งไม่ทันสงกรานต์ครับ เดี๋ยวหลังสงกรานต์ผมมาขอMediumDarkซักโลนึงครับพี่
ใครเป็นตับอักเสบบีเอาผลตรวจเลือดมาให้ผมดูด้วยซะโดยดีครับ ถ้ายังไม่หายจะได้หาช่องทางตรวจรักษาครับ :) :) :)
-
เพิ่งกลับมาจากแดนไกลครับ กาแฟหมด สั่งไม่ทันสงกรานต์ครับ เดี๋ยวหลังสงกรานต์ผมมาขอMediumDarkซักโลนึงครับพี่
ใครเป็นตับอักเสบบีเอาผลตรวจเลือดมาให้ผมดูด้วยซะโดยดีครับ ถ้ายังไม่หายจะได้หาช่องทางตรวจรักษาครับ :) :) :)
ขอบคุณครับคุณหมอ
โรถผมถ้าไม่แสดงอาการเกิน 10 ปี ผมก็สบายใจแล้วครับ
-
สวัสดีดีปีใหม่ไทยกับเพื่อนๆ ทุกๆ ท่าน ขอให้โชคดีปีใหม่และตลอดไปกันทุกๆ ท่านนะครับ :victory ผมเพิ่งกลับจากเที่ยวสงกานต์ที่เมืองเหนือกว่าที่อยู่ขึ้นไปอีกสามร้อยกิโล :drive1 เข้ามาเห็นว่าบ้านเรามีคุณหมอที่ใจดี เป็นห่วงพักพวกเพื่อนฝูง ก็รู้สึกอุ่นใจมากๆ เลยครับ O0 เช้านี้ครั่วกาแฟแล้วเสร็จพร้อมส่งให้เพื่อนๆ ได้ ในวันพรุ่งนี้นะครับ (คือต้องผึ่งให้มันคลายแก๊สวันนึงก่อน)
-
สงกรานต์ได้หยุดงานหลายวัน ผมก็เลยเบิ้ลซะกาแฟหมดก่อนกำหนด
แก้ขัดด้วยเม็ดกาแฟที่พอจะหาได้ใกล้บ้าน ราคาแพงกว่านิดหน่อยเมื่อเทียบกับของพี่พินิจยังไม่รวมค่าส่ง
ตอนบดกาแฟ ภรรยาอยู่อีกห้องหนึ่งยังรู้กลิ่นเลยครับว่าไม่ใช่ของพี่พินิจ มันต่างกันซะขนาดนั้น
-
สวัสดีดีปีใหม่ไทยกับเพื่อนๆ ทุกๆ ท่าน ขอให้โชคดีปีใหม่และตลอดไปกันทุกๆ ท่านนะครับ :victory ผมเพิ่งกลับจากเที่ยวสงกานต์ที่เมืองเหนือกว่าที่อยู่ขึ้นไปอีกสามร้อยกิโล :drive1 เข้ามาเห็นว่าบ้านเรามีคุณหมอที่ใจดี เป็นห่วงพักพวกเพื่อนฝูง ก็รู้สึกอุ่นใจมากๆ เลยครับ O0 เช้านี้ครั่วกาแฟแล้วเสร็จพร้อมส่งให้เพื่อนๆ ได้ ในวันพรุ่งนี้นะครับ (คือต้องผึ่งให้มันคลายแก๊สวันนึงก่อน)
สวัสดีปีไหม่ไทยๆกับพี่ๆทุกท่านครับ
ปล
พี่ PINIJ ได้รับ hdd จากพี่สุหรือยัง ผมส่งที่อยู่ของพี่ที่ลำพูนไปให้แกครับ
-
สวัสดีดีปีใหม่ไทยกับเพื่อนๆ ทุกๆ ท่าน ขอให้โชคดีปีใหม่และตลอดไปกันทุกๆ ท่านนะครับ :victory ผมเพิ่งกลับจากเที่ยวสงกานต์ที่เมืองเหนือกว่าที่อยู่ขึ้นไปอีกสามร้อยกิโล :drive1 เข้ามาเห็นว่าบ้านเรามีคุณหมอที่ใจดี เป็นห่วงพักพวกเพื่อนฝูง ก็รู้สึกอุ่นใจมากๆ เลยครับ O0 เช้านี้ครั่วกาแฟแล้วเสร็จพร้อมส่งให้เพื่อนๆ ได้ ในวันพรุ่งนี้นะครับ (คือต้องผึ่งให้มันคลายแก๊สวันนึงก่อน)
สวัสดีปีไหม่ไทยๆกับพี่ๆทุกท่านครับ
ปล
พี่ PINIJ ได้รับ hdd จากพี่สุหรือยัง ผมส่งที่อยู่ของพี่ที่ลำพูนไปให้แกครับ
ยังเลยครับ อ้าว! นึกว่า HDD ยังไม่ถึงมือคุณสุฯ เดี๋ยวพี่จะเขียนรายการหนังส่งไปให้แก (ถ้ายังทัน) ช่วงอาทิตย์ที่แล้ว ไม่ได้ติดต่อโลกอินเตอร์เนทไปอาทิตย์นึงเต็มๆ ครับ (จะว่าไม่ได้ต่อเน็ทเลยก็ไมใช่! คือมีแอบขอยืมคอมป์ฯ ชาวบ้านเข้าเนทไปสั่งซื้อหุ้นแป๊ปเดียวเอง)
ตอนบดกาแฟ ภรรยาอยู่อีกห้องหนึ่งยังรู้กลิ่นเลยครับว่าไม่ใช่ของพี่พินิจ มันต่างกันซะขนาดนั้น
ภรรยาจมูกดีๆ แบบนี้ต้องระวังอย่าให้มีกลิ่นผิดปรกติ ติดตัวเข้าบ้านนะครับ เดี๋ยวเป็นเรื่อง :secret
-
แจ้งข่าวพี่ๆทีนี่นะครับ ผมมีกลุ่มที่เล่นหนังhidef ถ้าสนใจหนังหรือความรู้อื่นๆเข้ามาแจมได้นะครับ ที่นี่ไม่มีซื้อขายนะครับ มิตรภาพล้วนๆ
-
แจ้งข่าวพี่ๆทีนี่นะครับ ผมมีกลุ่มที่เล่นหนังhidef ถ้าสนใจหนังหรือความรู้อื่นๆเข้ามาแจมได้นะครับ ที่นี่ไม่มีซื้อขายนะครับ มิตรภาพล้วนๆ
เมื่อไหร่จะมาเที่ยวเหนืออีกหละน้า.........
.....เครื่องฉายขวัญใจระดับเอ็นทรี่ของพวกเรา ตัวที่บ้านตอนนี้คิดว่า พ้นเบิร์นแล้ว เป็นระยะเวลาที่ใช้งานได้ดีทีเดียว ภาพแจ่มมั่กๆ มิติภาพนี่ชอบสุดๆ (คิดว่า สามดี ไม่จำเป็นแล้วหละ)
....ไฟล์หนังทางนี้หายากมั่กๆ.....................เดี๋ยวถ้าได้จัดระเบียบ ของที่มีอยู่แล้ว คงเหลือที่ว่าง ซักลูกสองลูก.............
-
มีข้อสงสัยหน่อยครับ ว่า เวลาเรากินกาแฟแบบนี้ เราใส่น้ำตาลด้วยหรือปล่าวครับ
คงจะมาจาก ที่ผมคุยไว้ว่ากาแฟที่ผม เลือกซื้อเมล็ดกาแฟดิบๆ จากยอดดอยมาหลายๆ ลูก และแม้แต่ยอดเขาลูกเดียวกันคนละฝั่งเขา มันก็ยัง "ไม่ได้" มีรสชาติอร่อยหอมหวานเหมือนๆ หรือเท่าๆ กันเลย จากการค้นหาของผมมาเป้นเวลาสองปีกว่าๆ กับกาแฟที่ปลูกกันในบ้านเราน่ะครับ แล้วผมก็จะซื้อกันมาจากต้นเอามันมากะเทาะเปลือก หมักบ่ม และคั่วเองนั้น มันจะพบว่ามีความหวานที่ก้นแก้ว (ขอเน้น! ว่ามันจะมีรสหวานมันเฉพาะที่ก้นแก้วเท่านั้น ปากแก้วยังจะคงขมสนิด และจะหอมมากๆ เป็นพิเศษอีกด้วย โดยที่ผม "ไม่ได้" ใส่น้ำตาลลงไปแม้แต่น้อยนะครับ แต่มันจะมีความหวานก็ต่อเมื่อ คนเอาไปชงให้ได้ปริมาณของน้ำกาแฟ 1Oz ในเวลา 13 วินาที ด้วยเครื่อชงที่มี Pressure อย่างน้อย 10 Bar ขึ้นไปอีกด้วยนะครับ :secret กาแฟดีควรชงดื่มกันด้วยปริมาณแค่นี้เป็นดีที่สุดครับ จากคำแนะนำโดยทั่วๆ ไปจากเวปไซร์ของฝรั่งนะครับ
ซึ่งกาแฟที่มีรสชาติแบบนี้คือ มีความหวานนิดๆ ให้พอรับรู้ได้ที่ก้นแก้วเท่านั้น (คือไม่ใช่มันหวานถึงขนาดกินน้ำตาลนะครับ) จะเป็นเฉพาะกาแฟขี้ชะมด (คือเค้าจะไปเก็บ "ขี้" ของตัวชะมดที่มันกินกาแฟดิบๆ เอาไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนที่จะคั่ว) ที่มีราคากิโลกรัมละ ห้าถึงหก หมื่นบาทเท่านั้น :cold
เรื่องความชอบในการดื่มกาแฟว่าจะใส่น้ำตาลหรือครีมเพิ่มลงไปนั้น มันก็สุดแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะครับ ตามที่คุณหมอว่ามาแหละครับ O0 แต่กาแฟดีๆ มันก็ยังจะสามารถ โชว์ความเด่นของรสชาติและกลิ่นของมันออกมาได้อยู่ดี แม้แต่จะชงดื่มเป็นกาแฟเย็นก็ตาม :victory ว่าแต่ว่าคนดื่มจะมีความพิถีพิถันสังเกตุกันได้หรือไม่? แต่ถ้าชงเปรียบเทียบกันแบบ A/B Test ก็จะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจยิ่งขึ้นครับ d_d :drunk
กาแฟร้อนผมไม่ใส่น้ำตาลหรือนมครับ กินเพียวๆ d_d
ไม่ได้แวะเข้ามานาน ไปหลงอยู่เวปเนี๊ย http://www.montfort27.com/forum/index.php?board=22.0 คุยเกี่ยวกับ เหล้า รีวิว เหล้าหลายๆยี่ห้อ d_d
รู้สึกจะมีท่านพี่ดาวเหนือเข้าไปให้ความรู้ด้วยนะ :drunk
ต้อนเช้ากาแฟ ตอนเย็น วิสกี้ O0
-
ของถูกและดีไม่มีในโลก (ยกเว้นเม็ดกาแฟของพี่พินิจ)
ที่จริงผมจะเล่าเรื่องเครื่องบดของผมครับ ราคา 1xxx ตอนเดิมๆมันแค่ใช้งานได้เท่านั้น ความละเอียดยังไม่ได้ระดับที่ต้องการแม้จะปรับให้ละเอียดสุดแล้วก็ตาม
หลังจากที่ผมโมโดยซ้อนแผ่นพลาสติดบางๆหนุนไว้ใต้จานบดก็ได้ความละเอียดเพิ่มขึ้น ในระดับที่พอยอมรับได้ แต่ความสม่ำเสมอยังไม่ดีพอ
สิ่งที่ผมมารู้ทีหลังคือไม่จำเป็นต้องซ้อนแผ่นพลาสติดหนุนไว้ใต้จานบดก็ได้ แค่รื้อถอดเอาตัวเครื่องออกมาจากบอดี้แล้วหมุนเกลียวของกระบอกส่วนที่ยึดจานบดลงไปสัก
10-15 องศาก็ทำให้ได้ความละเอียดเพิ่มแล้วละครับ แต่การที่ทำให้มันบดได้ละเอียดขึ้นนี้ส่งผลเสียอย่างมากต่ออายุการใช้งานของมันครับ
เพราะวัสดุเกือบทั้งหมดทำจากพลาสติก มันไม่สามารถรับแรงเค้นได้มากนัก ชิ้นส่วนต่างๆมันจะแตกเป็นชิ้นๆในเวลาไม่ช้าไม่นาน เหมือนของผมตอนนี้ :'(
เมื่อผมเอาเม็ดกาแฟไปขอให้ร้านข้างที่ทำงานบดให้ ผมพบว่าเครื่องของร้านนั้นสามารถบดได้ละเอียดเท่าที่ใจนึกโดยผงกาแฟไม่มีติดขัดตกค้างในเครื่อง
และความสม่ำเสมอนั้นยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ เป็นเครื่องขนาดใหญ่ของอิตาลี ราคาตอนที่ซื้อ 7xxxx (คิดว่าเกินสิบปีมาแล้ว)
ผมดันโง่ขอให้ร้านบดให้ละเอียดที่สุด ผลคือผงกาแฟละเอียดเกือบเป็นแป้ง ตอนชงใช้ปริมาณและแรงกดเท่าเดิมปรากฏว่าเครื่องของผมนั้นแรงดันไม่พอ
น้ำกาแฟใหลออกมาช้ามากเกินไป รสและกลิ่นถูกความร้อนทำลายหมดสิ้น เหลือแต่ความขมเท่านั้น :'(
-
ที่จริงผมจะเล่าเรื่องเครื่องบดของผมครับ ราคา 1xxx ตอนเดิมๆมันแค่ใช้งานได้เท่านั้น ความละเอียดยังไม่ได้ระดับที่ต้องการแม้จะปรับให้ละเอียดสุดแล้วก็ตาม
หลังจากที่ผมโมโดยซ้อนแผ่นพลาสติดบางๆหนุนไว้ใต้จานบดก็ได้ความละเอียดเพิ่มขึ้น ในระดับที่พอยอมรับได้ แต่ความสม่ำเสมอยังไม่ดีพอ
สิ่งที่ผมมารู้ทีหลังคือไม่จำเป็นต้องซ้อนแผ่นพลาสติดหนุนไว้ใต้จานบดก็ได้ แค่รื้อถอดเอาตัวเครื่องออกมาจากบอดี้แล้วหมุนเกลียวของกระบอกส่วนที่ยึดจานบดลงไปสัก
10-15 องศาก็ทำให้ได้ความละเอียดเพิ่มแล้วละครับ แต่การที่ทำให้มันบดได้ละเอียดขึ้นนี้ส่งผลเสียอย่างมากต่ออายุการใช้งานของมันครับ
เพราะวัสดุเกือบทั้งหมดทำจากพลาสติก มันไม่สามารถรับแรงเค้นได้มากนัก ชิ้นส่วนต่างๆมันจะแตกเป็นชิ้นๆในเวลาไม่ช้าไม่นาน เหมือนของผมตอนนี้ :'(
มอร์เตอร์ไม่เป็นไรเลยหรือครับ? ผมซื้อของถูกๆ มาเจอมอร์เตอร์พัง (ไหม้) ครับ เฟืองทุกอย่างยังสภาพดีเกือยร้อยเปอร์เซนต์ ตอนนี้ได้มอร์เตอร์ที่ปั่นผลไม่ตัวใหญ่มาแล้ว ว่าจะลองใช้ Belt Drive ซึ่งมันอาจดูแกะกะหน่อย แต่คิดไว้ว่าจะเอาไว้ใช้ที่บ้านครับ คืออยากจะแนะนำให้ซื้อชุดเฟืองดีๆ หน่อย มอร์เตอร์ฟังเราก้ยังโมฯ เปลี่ยนมอร์เตอร์ได้น่ะครับ
เมื่อผมเอาเม็ดกาแฟไปขอให้ร้านข้างที่ทำงานบดให้ ผมพบว่าเครื่องของร้านนั้นสามารถบดได้ละเอียดเท่าที่ใจนึกโดยผงกาแฟไม่มีติดขัดตกค้างในเครื่อง
และความสม่ำเสมอนั้นยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ เป็นเครื่องขนาดใหญ่ของอิตาลี ราคาตอนที่ซื้อ 7xxxx (คิดว่าเกินสิบปีมาแล้ว)
เห็นราคาแล้วหนาววว.....
ผมดันโง่ขอให้ร้านบดให้ละเอียดที่สุด ผลคือผงกาแฟละเอียดเกือบเป็นแป้ง ตอนชงใช้ปริมาณและแรงกดเท่าเดิมปรากฏว่าเครื่องของผมนั้นแรงดันไม่พอ
น้ำกาแฟใหลออกมาช้ามากเกินไป รสและกลิ่นถูกความร้อนทำลายหมดสิ้น เหลือแต่ความขมเท่านั้น :'(
ไม่มีปัปัญหาเรื่องที่บดมาละเอียดเกินครับ ให้ลดแรงกดที่แทมเปอร์ จนทำเวลาได้ตามที่ผมว่าไว้คือ Ristratto ที่ 1 Oz ใช้เวลา 13 Sec หรือ Espresso ที่ 2 Oz ใช้เวลา 25 Sec จะทำให้ได้รสชาดของกาแฟที่อร่อยที่สุดครับ
คุณวิทยาเพิ่งจะให้ผมทดลองบดกาแฟส่งไปให้ส่วนหนึ่งด้วย และเป็นเมล็ดอีกส่วนหนึ่ง ลอง PM สอบถามกันดูนะครับ ว่าที่บดไปให้มันเป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อเทียบกับส่วนที่ส่งแบบเมล็ดน่ะครับ d_d :drunk
-
มอเตอร์ไหม้ไปด้วยครับพี่ มันเคยควันขึ้นครั้งนึงตอนที่ผงกาแฟติด พอแคะออกแล้วก็ยังใช้ได้อยู่
ครั้งนี้ผมถอดแล้วประกอบไม่ดี สายไฟเข้าไปพันมอเตอร์ ก็เลยจากไปอย่างถาวรครับ
ส่วนที่ยึดจานบดกับแกนมอเตอร์ก็เป็นพลาสติก ตัวเรือนที่ยึดชิ้นส่วนทั้งหมดก็เป็นพลาสติก ทั้งหมดแตกไม่มีชิ้นดีเลยครับ
ผมเคยซ่อมติดกาวดามแล้วครับ แต่ก็เอาไม่อยู่
การกะแรงกดยังไม่ชำนาญครับ เพิ่งเคยเจอผงกาแฟที่ละเอียดสม่ำเสมอขนาดนี้ครั้งแรก จะฝึกต่อไปครับ
-
มันพังทุกส่วนพร้อมๆ กันทั้งหมดถือว่าคนออกแบบเก่งมากๆ ที่สามารถออกแบบทุกชิ้นส่วนได้ทนทานเสมอภาคกันดีมาก O0
เรื่องการกดแทมเปอร์ให้เหมาะกับความละเอียดของกาแฟที่ถูกบดมาแล้วแบบละเอียดเกินไป (ซึ่งเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว) ซึ่งผมก็เคยทดลองกันมาแล้วครับ ที่จริงคำว่ากดที่ใช้กับผงกาแฟที่ถูกบดมาละเอียดมากๆ นั้น อาจจะเป็นคำพูดที่ "ผิด" นะครับ ที่จริงแล้ว ถ้าเราใช้ แทมเปอร์หนักๆ กันแล้ว เราต้องใช้แรง "ยก" แทมเปอร์ขึ้นด้วยแรงเล็กน้อยซะด้วยนะครับ คือแทมเปอร์แค่มีหน้าที่ปรับให้ผิวหน้าผงกาแฟมันแค่เรียบเสมอกันเท่านั้น แล้วอาจใช้แค่น้ำหนักเพียงครึ่งเดียวของแทมเปอร์กดลงไปเท่านั้น (คือเราออกแรงยกมันไว้ครึ่งนึงน่ะครับ) ให้ทดลองดูแบบนี้ดูคิดว่ามันควรจะใช้ได้ครับ ถ้าน้ำกาแฟมันไหลเร็วไป เราก็จะค่อยๆ เพิ่มแรงของการกดตัวแทมเปอร์มากขึ้นไปเรื่อยๆ อ่ะครับ :victory
ที่จริงการบดละเอียดเกินไปก็ไม่ดี ตรงที่เราคุมน้ำหนักกดให้เท่าๆ กันทุกครั้งลำบาก ตอนนี้ผมจะตั้งความละเอียดของผงกาแฟไว้ที่เมื่อผมใช้แทมเปอร์ตัวที่ใช้งานประจำ (หนัก 1 kg) แค่วางลงไปเฉยๆ ไม่ต้องออกแรงกด แล้วก็หมุนๆๆๆๆ แทมเปอร์ เพื่อเกลี่ยผิวหน้าผงกาแฟให้เรียบเสมอกันเท่านั้นเป็นพอแล้วละครับ ถ้าปรับความละเอียดได้ในระดับนี้แล้ว ใครมาชงกาแฟให้เราดื่มก็จะได้รสชาดเดียวกันละครับ เราเพียงนั่งรอคนชงมาให้เราดื่มแค่นั้น d_d :drunk
ขอเสริมอีกนิดว่า แม้ว่าเราจะได้แรงกดเท่ากับน้ำหนักของแทมเปอร์แล้ว มันจะได้กาแฟที่เป็น Perfect Short กันทุกๆ แก้วนะครับ ถ้าไม่ระวังเผลอใช้แรงกดลงไปนิดหน่อยก็จะทำให้กาแฟแก้วนั้นไม่ได้ 100% ได้ หรือแม้แต่การที่เราวางแทมเปอร์เอียง แล้วพยายามกดปรับให้ผงกาแฟมันเสมอกับขอบปากฟิลเตอร์ นั่นก็คือได้มีการกระทำเสมือนออกแรงกดลงบนแทมเปอร์แล้วเช่นกัน ผมถึงบอกว่ากาชงกาแฟต้องมีสมาธิ ต้องตั้งใจทำ มิเช่นนั้นมันจะไม่ได้รสชาดเท่าที่ควรจะเป็นละครับ :secret
-
พี่ครับ พอดีหลายวันก่อนไม่ได้บดกาแฟของพี่ ก็มีคนเอาดอยตุงมาชงกิน ผมก็กิน เออ กินเสร็จติดหวานที่โคนลิ้นแฮะ อีกแบรนด์นึง ม็อคโคน่า ผมลองซื้อบลูเมาเท่นมาลอง กลิ่นไม่เหมือนกาแฟแฮะ เหมือนอะไรก็ไม่รู้ แต่มันมีความหอมในแบบที่พี่เคยแนะนำว่ากลิ่นที่ซับซ้อน ก็มีเสน่ห์อีกแบบ หวานติดลิ้นอีกเหมือนกัน สงสัยถ้าผมไม่บ้าของขมก็คงได้หวานกะเขามั่ง รอบหน้าคงต้องลองคั่วอ่อนๆซักถุง น่าลอง แต่ผมก็รู้จักตัวเองดีว่ากาแฟเข้มขมลึกแบบดำดิ่งเท่านั้นที่ผมชอบจริงๆ
-
เจอคู่แข่งแล้วเรา :cold แต่เราเน้นที่ความสดคั่วใหม่แท้แน่นอน ส่งตรงถึงบ้าน d_d :drunk
ปล. คุณหมอครับ TB มีวัคซีนป้องกันสำหรับเด็กหรือไม่ครับ? คุยกันอีกเวปหนึ่ง แล้วเกิดความกลัวขึ้นมาครับ เค้าว่าคนขับแท็กซี่ก็พบว่ามีเป็นกันเยอะ แล้วในรถเมล์ล่ะ ไม่เยอะกว่าหรือ? :cry2
-
ไม่ต้องไปนับแบรนด์ตลาดที่ผมเอ่ยมาเป็นคู่แข่งครับ มันไม่เจ้มจ้น แต่อาจารย์สาวๆที่กินอยู่บอกว่าที่ผมกินมันค่อนข้างดิบเถื่อน(ไรวะ นี่แหละ กาแฟจริงของคนจริง) ที่บ้านผมใช้เครื่องชงอัดความดัน แต่ที่หน่วยฯมันเป็นแบบชงน้ำเดือด ไหลลงมาผ่านกาแฟ กรองลงโอ่งใสๆ น้ำกาแฟบางๆ ข้างใต้โอ่งมีแผ่นโลหะอุ่นกาแฟ กาแฟของพี่ชงแล้วกลิ่นมันจะกระจาย(ระเบิด)ออกมาจนคลุ้งไปทั่วห้อง จากนั้นถ้าปล่อยโอ่งกาแฟไว้อย่างนั้นสักพัก กลิ่นจะหมดไปจากน้ำกาแฟ ที่สำคัญมากคือ ไอ้รสซาบซ่านลิ้นที่ผมไม่รู้ว่ารสอะไร (ไม่มีในกาแฟตลาดๆแบรนด์อื่น) มันจะหายไปด้วย ทำให้ผมต้องคอยเฝ้าจะเป็นคนชงเองคนแรก แล้วต้องรอน้ำแรกด้วย ถ้าได้แบบนี้ กลิ่น รส อยู่ครบ หวานติดลิ้นก็มีแม้จะเป็นMedium Dark, Dark แถมติดอยู่นานด้วย กาแฟตลาดๆกลิ่นมันไม่รุนแรงแบบระเบิดออกมาแต่อุ่นอยู่ในโอ่งนานๆมันยังเหลือกลิ่น รส อยู่บ้างครับ แต่ผมคิดว่าไม่ต้องใส่ใจมันครับ เรารู้ว่าชงยังไงให้ออกมาดี ชงใส่โอ่งก็ใส่น้ำพอดีพอดีกินถ้วยเดียวหมดก็ยอดเยี่ยมแล้วครับ
TB เดี๋ยวผมมาตอบ สายๆนะครับ ไม่ยาวมาก
-
TB มีวัคซีนBCGซึ่งฉีดให้แต่แรกเกิดที่ต้นแขนเด็กไทยทุกคนครับ
ลดการเกิดวัณโรคเยื่อหุ้มสมอง และวัณโรคแพร่กระจายได้
ภูมิคุ้มกันขึ้นดีมาก โตขึ้นภูมิที่ว่าก็ลดลง ติดเชื้อมาได้
ประเทศไทยเป็นดงวัณโรค (endemic area) ใครๆก็มีเชื้อโรคกันโดยอาจไม่มีอาการ
ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคส่วนมากรับเชื้อมาแต่วัยเด็ก
เด็กรับเชื้อมาภูมิคุ้มกันเข้าไปรุมจัดการเชื้อ ควบคุมไว้ได้แต่เชื้อไม่ตาย ไม่ค่อยมีอาการ ถ้ามีก็เป็นปอดอักเสบ
ผู้ใหญ่ เชื้อ re-activated เกิดโรคขึ้นมา (ผู้ใหญ่บางรายก็เพิ่งรับเชื้อมาใหม่ก็มี)
ยังไม่มีวัคซีนนอกจากนี้ครับ
-
TB มีวัคซีนBCGซึ่งฉีดให้แต่แรกเกิดที่ต้นแขนเด็กไทยทุกคนครับ
ลดการเกิดวัณโรคเยื่อหุ้มสมอง และวัณโรคแพร่กระจายได้
ภูมิคุ้มกันขึ้นดีมาก โตขึ้นภูมิที่ว่าก็ลดลง ติดเชื้อมาได้
ประเทศไทยเป็นดงวัณโรค (endemic area) ใครๆก็มีเชื้อโรคกันโดยอาจไม่มีอาการ
ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคส่วนมากรับเชื้อมาแต่วัยเด็ก
เด็กรับเชื้อมาภูมิคุ้มกันเข้าไปรุมจัดการเชื้อ ควบคุมไว้ได้แต่เชื้อไม่ตาย ไม่ค่อยมีอาการ ถ้ามีก็เป็นปอดอักเสบ
ผู้ใหญ่ เชื้อ re-activated เกิดโรคขึ้นมา (ผู้ใหญ่บางรายก็เพิ่งรับเชื้อมาใหม่ก็มี)
ยังไม่มีวัคซีนนอกจากนี้ครับ
ขอเอาไปเผยแพร่ได้ไหมครับ เพื่อให้เพื่อนๆ อีกเวปหนึ่งจะได้สบายใจขึ้นน่ะครับ และยากรู้ว่า TB ที่เป็นแล้วต้องรอความตายอย่างเดียว ยังไม่มียารักษาให้หายได้น่ะ มันมีโอกาศออกมาเดินเผ่นพล่านบนถนนหลวงได้ไหมครับ? ผมละกลัวตัวนี้มากกว่า HIV เลยละครับ เพราะ HIV ไม่เล่นกับมันโอกาศเป็นยากส์ แต่ TB ที่ผมว่านี้ แค่ไอหรือจามใส่กันก็ติดกันได้แล้วน่ะครับ :cold :cold :cold
เรื่องกาแฟ ถ้าต้องการให้หอมนานๆ แบบเค้าผมก็ทำให้ได้เหมือนกันนะครับ แต่เราก็จะเสียสิ่งดีๆ ที่เราพบช่วงเมื่อเราดื่มมันทันทีละครับ คั่วแบบนั้นมันเหมาะกับการวางขายไว้ที่ร้านนานเป็นปีๆ ครับ เพราะกลิ่นมันจะอยู่ได้นานกว่า (เพราะทั่วไปวันหมดอายุเค้าเขียนกันไว้กันเป็นปีนะครับ แต่ของผมก้บอกไว้ที่ถุงแล้วว่าให้ชงให้หมดในหนึ่งเดือนเท่านั้น) แล้วโดยปรกติผมก็คั่ววันนี้ ก็ส่งวันรุ่งขึ้นกันเลย แล้วคนชงดื่มแบบเครื่องอัดแรงดันโดยทั่วๆ ไปเค้าชงเสร็จ ก็จะไม้รอให้มันเย็น ยกดื่มกันทันทีเหมืนกัน ผมเน้นตลาดแบบนี้ละครับ มีคนเรียกกาแฟผมว่า พวกกาแฟอินดี้อ่ะครับ d_d :drunk เปิดหาในดิ๊กก็ไม่มี ใช่มันหมายถึง พวกดิบๆ เถื่อนๆ แบบที่คุณหมอว่ามาละมัง?
-
หลายปีก่อน ช้างที่สวนสัตว์ที่เชียงใหม่(ผมไม่รู้ว่าสวนไหนนะครับ) ติดวัณโรคไปหลายเชือก สงสัยติดจากคนเลี้ยงช้าง
TB หรือ HIV โรคของผมทั้งนั้น มันก็รักษาได้นะครับ
TB รักษาได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นบางรายที่ติดเชื้อมาจากคนที่กินยาไม่ค่อยครบแล้วเชื้อดื้อยา หรือ ฯลฯ
้HIV ก็รักษาได้ครับ เกือบทั้งหมดเหมือนกัน ขึ้นกับความมีระเบียบวินัยของผู้ป่วย Supporting system(ครอบครัว) สิทธิ์ รายได้ เป็นสำคัญ ไม่หายขาดในขณะนี้ครับ แต่กินยาไปจนแก่ตายที่อายุ70ได้ ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกังวลอะไรเพราะเพื่อนๆที่ยังไม่ตายก็คงมีโรคประจำตัวต้องพกยากินกันทั้งนั้นครับ
กลับมาที่คนไทยเป็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ผมเองก็มีหลักฐานที่บอกได้ว่้าผมมีเชื้อนี้อยู่ แต่ยังไม่มีโรค (PPD skin test : strongly positive) คนไทยไม่น้อยก็แบบผมนี่แหละ ไม่น้อยอีกเหมือนกันที่เป็นโรคแต่ยังไม่มากก็ไม่ได้ไปตรวจรักษา โดยมากก็ตายายแก่ๆที่บ้านนอกไม่ค่อยมีแรงไอก็นั่งตัวงอๆหอบเหนื่อยอยู่ เราก็ต้องตรวจรักษาครับ(early detection and treatment) ให้ยารักษาแล้วจะลดการแพร่กระจายเชื้อครับ หรือพูดให้ร้ายหน่อยก็ใช้วิธีเผาทำลายรังโรคครับ :cold
-
คนไทยทุกคนควรไปทำ PPD skin test ใหมครับ :cold :cold :cold ชักกลัวเลยเรา แล้วในไทยยังต้องมีโรคติดต่ออะไรอีกบ้างครับ เท่าที่ผมรู้ ไวรัสตับอักเสบ นี่ก็ร้ายไม่เบา แต่คนไทยเก่งครับ ไม่ค่อยกลัวกัน แต่ผมและครอบครัวมีภูมิมาแล้ว หรือไม่ก็ฉีดภูมิป้องกันให้แล้ว
-
ไม่ต้องทำPPDทุกคนครับ :)
ปรึกษากันเป็นรายๆไปครับ
-
ถ้าไม่ระวังเผลอใช้แรงกดลงไปนิดหน่อยก็จะทำให้กาแฟแก้วนั้นไม่ได้ 100% ได้ หรือแม้แต่การที่เราวางแทมเปอร์เอียง แล้วพยายามกดปรับให้ผงกาแฟมันเสมอกับขอบปากฟิลเตอร์ นั่นก็คือได้มีการกระทำเสมือนออกแรงกดลงบนแทมเปอร์แล้วเช่นกัน ผมถึงบอกว่ากาชงกาแฟต้องมีสมาธิ ต้องตั้งใจทำ มิเช่นนั้นมันจะไม่ได้รสชาดเท่าที่ควรจะเป็นละครับ
ชงกาแฟเรียนธรรมะ O0 อยากเรียนธรรมะให้มาหัดชง perfect shot ;) แถมหัดเป่านมด้วย :)
-
ถ้าไม่ระวังเผลอใช้แรงกดลงไปนิดหน่อยก็จะทำให้กาแฟแก้วนั้นไม่ได้ 100% ได้ หรือแม้แต่การที่เราวางแทมเปอร์เอียง แล้วพยายามกดปรับให้ผงกาแฟมันเสมอกับขอบปากฟิลเตอร์ นั่นก็คือได้มีการกระทำเสมือนออกแรงกดลงบนแทมเปอร์แล้วเช่นกัน ผมถึงบอกว่ากาชงกาแฟต้องมีสมาธิ ต้องตั้งใจทำ มิเช่นนั้นมันจะไม่ได้รสชาดเท่าที่ควรจะเป็นละครับ
ชงกาแฟเรียนธรรมะ O0 อยากเรียนธรรมะให้มาหัดชง perfect shot ;) แถมหัดเป่านมด้วย :)
สงสัยต้องเอาวิธีนี้ไปแนะนำคนที่ทำไม่ค่อยได้ซะแล้ว O0
-
ชงกาแฟเรียนธรรมะ O0 อยากเรียนธรรมะให้มาหัดชง perfect shot ;) แถมหัดเป่านมด้วย :)
ยังเป่าไม่เป็นเลยครับ หกกระจายทุกที ก็ได้แต่ดูดไปพลางๆก่อน
-
มา ช,ม อดดืมกาแฟหอมๆ :D
-
มา ช,ม อดดืมกาแฟหอมๆ :D
พึ่งจะกลับจากการขนย้ายบ้านเที่ยวที่สองครับ :drive1 เหนื่อยมากๆ :D พี่ขึ้นมาพอดีกับที่ผมกำลังจะย้ายไปขายกาแฟที่ อ. เชียงคำ น่ะครับ ก็รู้สึกเสียดายที่ที่เชียงใหม่อยู่เหมือนกัน เพราะได้รู้จักคนที่นี่แล้วเป็นพักพวกเพื่อนฝูงแบบสนิดกันมากๆ หลายคนทั้งไทยและเทศ พอดี ผบ บ้าน ต้องการย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิด เลยจำเป็นต้องย้ายตาม ผบ ครับผม ต้องขอขอบคุณแผ่นที่จัดมาให้ผมเป้นอย่างมากครับ ถ้าถึงมือผมและมีโอกาศได้ฟัง จะ PM มาคุยด้วยนะครับ
-
มา ช,ม อดดืมกาแฟหอมๆ :D
พึ่งจะกลับจากการขนย้ายบ้านเที่ยวที่สองครับ :drive1 เหนื่อยมากๆ :D พี่ขึ้นมาพอดีกับที่ผมกำลังจะย้ายไปขายกาแฟที่ อ. เชียงคำ น่ะครับ ก็รู้สึกเสียดายที่ที่เชียงใหม่อยู่เหมือนกัน เพราะได้รู้จักคนที่นี่แล้วเป็นพักพวกเพื่อนฝูงแบบสนิดกันมากๆ หลายคนทั้งไทยและเทศ พอดี ผบ บ้าน ต้องการย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิด เลยจำเป็นต้องย้ายตาม ผบ ครับผม ต้องขอขอบคุณแผ่นที่จัดมาให้ผมเป้นอย่างมากครับ ถ้าถึงมือผมและมีโอกาศได้ฟัง จะ PM มาคุยด้วยนะครับ
:yahoo :yahoo ;D ;D ;D ;D ;D ;D อ้าว เพิ่งไปเยือนบ้านได้แค่ครั้งเดียว หนีเข้าป่าอีกซะแล้ว ลูกพี่เรา ;D ;D ;D เดี๋ยวเวลาไปเที่ยวภูชี้ฟ้า จะได้แวะเยี่ยม อีกครับ :whistling :whistling คราวนี้จะขนข้าวของหนีอีกหรือเปล่าไม่รู้ คงไปไหนต่ออีกไม่ได้แล้วมั้ง เพราะติดชายแดนแล้ว ;D ;D ;D :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
มา ช,ม อดดืมกาแฟหอมๆ :D
พึ่งจะกลับจากการขนย้ายบ้านเที่ยวที่สองครับ :drive1 เหนื่อยมากๆ :D พี่ขึ้นมาพอดีกับที่ผมกำลังจะย้ายไปขายกาแฟที่ อ. เชียงคำ น่ะครับ ก็รู้สึกเสียดายที่ที่เชียงใหม่อยู่เหมือนกัน เพราะได้รู้จักคนที่นี่แล้วเป็นพักพวกเพื่อนฝูงแบบสนิดกันมากๆ หลายคนทั้งไทยและเทศ พอดี ผบ บ้าน ต้องการย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิด เลยจำเป็นต้องย้ายตาม ผบ ครับผม ต้องขอขอบคุณแผ่นที่จัดมาให้ผมเป้นอย่างมากครับ ถ้าถึงมือผมและมีโอกาศได้ฟัง จะ PM มาคุยด้วยนะครับ
:yahoo :yahoo ;D ;D ;D ;D ;D ;D อ้าว เพิ่งไปเยือนบ้านได้แค่ครั้งเดียว หนีเข้าป่าอีกซะแล้ว ลูกพี่เรา ;D ;D ;D เดี๋ยวเวลาไปเที่ยวภูชี้ฟ้า จะได้แวะเยี่ยม อีกครับ :whistling :whistling คราวนี้จะขนข้าวของหนีอีกหรือเปล่าไม่รู้ คงไปไหนต่ออีกไม่ได้แล้วมั้ง เพราะติดชายแดนแล้ว ;D ;D ;D :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
คุณนายพลานนักล่ากระต่าย คงเป็นคนสุดท้ายที่ได้มาเยือนบ้านผมที่ลำพูนครับ d_d :drunk ได้สันทนาการกันทำให้ได้ความรู้เรื่องการแก้ปัญหาการพันหม้อแปลงเอาท์พุทเพื่อแก้ปัญหา Phase Shift ต้องขอขอบคุณในการบอกเคล็ดลับครับ ผมมีแกนเหล็กเก่ามากๆ กับหลวดเยอร์มันเส้นเล็กๆ อาจจะลองพัน IT เพื่อขยายหัวเข็ม MC เองดูซักตั้งละครับ :whistling
หน้าบ้านที่ผมจะไปอยู่นั้น มองเห็นยอดเขาที่ถ้าปีนข้ามไปก็จะได้ไปต่างประเทศกันเลยละครับ K) ถ้าขับรถเลยขึ้นไปอีกหน่อยก้จะมีด่านให้รถขับเข้าไปเที่ยวต่างประเทศได้เหมือนกัน (แต่ต้องเป้นรถที่ป้ายทะเบียนเชียงรายและพะเยาเท่านั้นที่จะข้ามได้ โดยเราต้องไปขออนุญาติที่อำเภอภูซางซะก่อน) :drive1
-
....แล้วผมจะตามไปกินกาแฟฝีมือคุณPINIJได้อีกเมื่อไหร่กันล่ะครับ....
...วันหลังเห็นทีจะต้องไปรบกวนหน่อยหล่ะครับ..
. :cry2 :cry2.. วันนี้ไปหลังปรินท์มาตลาดปิดครับ..... :cry2 :cry2
-
....แล้วผมจะตามไปกินกาแฟฝีมือคุณPINIJได้อีกเมื่อไหร่กันล่ะครับ....
...วันหลังเห็นทีจะต้องไปรบกวนหน่อยหล่ะครับ..
. :cry2 :cry2.. วันนี้ไปหลังปรินท์มาตลาดปิดครับ..... :cry2 :cry2
ขออภัยคุณ BlueKite มากๆ ครับ ที่ตอบล่าช้า เพราะผมเพิ่งจะติดตั้งเนทที่บ้านอำเภอภูซาง (ใกล้เชียงคำ) จ. พะเยา แล้วเสร็จเมื่อกี๊เอง :whistling ถ้าจะมาชิมกาแฟผมแนะนำว่าควรวางแผนขึ้นภูชี้ฟ้าด้วยเลย เพราะบ้านผมที่นี่ห่างยอดดอยแค่ขับรถครึ่งชั่วโมงครับ ฝากความคิดถึงเพื่อนๆ ที่เชียงใหม่ทุกๆ คนครับ d_d :drunk
-
. d_d d_d....ขอบคุณมากครับ...ต่อไปคงมีทริปที่ภูซางแน่ๆเลยครับ.... c) c)
-
. d_d d_d....ขอบคุณมากครับ...ต่อไปคงมีทริปที่ภูซางแน่ๆเลยครับ.... c) c)
เชิญครับ รับลองว่าที่นี่อากาศดีกว่าแถวนั้นมากพอสมควรเลยละ ผมกลับไปลำพูนขึ้นไปซื้อของที่เชียงใหม่ด้วย อากาศตอนกลางวันร้อนมากๆ ลมที่พัดจะมีแต่ไอร้อน แต่ที่นี่ลมที่พัดเป็นลมที่เย็นสบายกว่าเยอะครับ มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมย้ายมาอยู่นี่ จากอีกสิบกว่าเหตุผล ที่สรุปแล้วว่าอยู่ภูซางเราจะมีความสุขสบายมากกว่าที่โน่นครับ ถ้ามาแล้งหน้าจะได้เห็นบ้านดินเหมือนที่ มช (ที่ตอนนี้มีคนญี่ปุ่นเช่าทำร้านขายกาแฟ) แล้วผมก็คิดว่าจะทำคล้ายๆ แบบนี้ แล้วก็ว่าจะขายกาแฟที่นี่ด้วยละครับ d_d :drunk(http://uppic.mobi/image-B9B8_4DE9A757.jpg)(http://uppic.mobi/image-1681_4DEC4C4F.jpg)
-
. d_d d_d....ขอบคุณมากครับ...ต่อไปคงมีทริปที่ภูซางแน่ๆเลยครับ.... c) c)
เชิญครับ รับลองว่าที่นี่อากาศดีกว่าแถวนั้นมากพอสมควรเลยละ ผมกลับไปลำพูนขึ้นไปซื้อของที่เชียงใหม่ด้วย อากาศตอนกลางวันร้อนมากๆ ลมที่พัดจะมีแต่ไอร้อน แต่ที่นี่ลมที่พัดเป็นลมที่เย็นสบายกว่าเยอะครับ มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมย้ายมาอยู่นี่ จากอีกสิบกว่าเหตุผล ที่สรุปแล้วว่าอยู่ภูซางเราจะมีความสุขสบายมากกว่าที่โน่นครับ ถ้ามาแล้งหน้าจะได้เห็นบ้านดินเหมือนที่ มช (ที่ตอนนี้มีคนญี่ปุ่นเช่าทำร้านขายกาแฟ) แล้วผมก็คิดว่าจะทำแบบนั้นเป๊ะเลย แล้วก็ว่าจะขายกาแฟที่นี่ด้วยละครับ d_d :drunk
อ้าวย้ายที่อยู่แล้วหรือครับพี่
ผมยังตั้งใจและยังคิดจะลองชิมกาแฟพี่ให้ได้สักวันนะครับ c) d_d
-
. d_d d_d....ขอบคุณมากครับ...ต่อไปคงมีทริปที่ภูซางแน่ๆเลยครับ.... c) c)
เชิญครับ รับลองว่าที่นี่อากาศดีกว่าแถวนั้นมากพอสมควรเลยละ ผมกลับไปลำพูนขึ้นไปซื้อของที่เชียงใหม่ด้วย อากาศตอนกลางวันร้อนมากๆ ลมที่พัดจะมีแต่ไอร้อน แต่ที่นี่ลมที่พัดเป็นลมที่เย็นสบายกว่าเยอะครับ มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมย้ายมาอยู่นี่ จากอีกสิบกว่าเหตุผล ที่สรุปแล้วว่าอยู่ภูซางเราจะมีความสุขสบายมากกว่าที่โน่นครับ ถ้ามาแล้งหน้าจะได้เห็นบ้านดินเหมือนที่ มช (ที่ตอนนี้มีคนญี่ปุ่นเช่าทำร้านขายกาแฟ) แล้วผมก็คิดว่าจะทำแบบนั้นเป๊ะเลย แล้วก็ว่าจะขายกาแฟที่นี่ด้วยละครับ d_d :drunk
อ้าวย้ายที่อยู่แล้วหรือครับพี่
ผมยังตั้งใจและยังคิดจะลองชิมกาแฟพี่ให้ได้สักวันนะครับ c) d_d
เอายังงี้ครับ! วางแผนขึ้นเที่ยวภูชี้ฟ้าสักวัน นอนพักที่ที่บ้านผมได้เลย ตีห้าค่อยขับรถออกจากบ้านก็ยังทันถึงยอดภูก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เส้นทางผ่านบ้านผมเป็นทางลัดที่นักท่องเที่ยวบางส่วนถึงจะรู้น่ะครับ โดยปรกติเมื่อก่อนที่จะมีทางลัดเส้นนี้ นักท่องเที่ยวที่มาจาก กทม จะผ่าน ลำปาง ขึ้นพะเยา เลี้ยวขวาผ่านดอกคำใต้ เข้า อ. จุน เลี้ยวซ้ายผ่าน อ. เชียงคำ จากตรงนี้คนส่วนมากจะไปทางเทิง แต่ถ้าเลี้ยวขวาหลังออกจากเชียงคำแค่สองกิโล ให้เลี้ยวขวาที่ "ตลาดสบบง" เข้าบ้านทุ่งกล้วย มีทางลัดตัดใหม่ไม่กี่ปีนี้เองที่จะผ่าน "น้ำตกภูซาง" (เป็นน้ำตกที่เป็นน้ำอุ่นแห่งเดียวของประเทศไทย ตรงนี้น่าหยุดพักทานอาหารกันนะครับ บรรยากาศริมน้ำตกสวยมากๆ ดูร่มรื่นดี) นี่คือเส้นทางจาก กทม อีกเส้นทางหนึ่งที่จะขึ้นภูชี้ฟ้าได้ครับ (ปีใหม่นี้ใครจะเที่ยวภูชี้ฟ้า จะแวะเข้ามาชิม "กาแฟสดภูภีมคอฟฟ์" แก้ง่วงก็ขอเชิญนะครับ) แต่ก็ยังไม่แน่ว่าช่วงปีใหม่มีคนเที่ยวเยอะ ผมอาจเอารถโฟล์คตู้ไปขายกาแฟบนยอดดอยก็เป็นได้นะครับ เพราะแถวยอดดอยนั้น ทั้ง อบต และ ทหาร เป็นเพื่อนๆ แฟนผมทำงานอยู่ที่นั่นกันหลายคน ใครมีปัญหาเรื่องที่พักในช่วงนั้น PM มาคุยกันได้นะครับ
-
;D ;D ;D ;D เดี๋ยวเจอกันครับ ลูกพี่ :victory :victory ผมไปคราวนี้ สงสัยพี่ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศเป็นแน่แท้ ;D ;D ;D ;D ;D :showoff :showoff :showoff
-
;D ;D ;D ;D เดี๋ยวเจอกันครับ ลูกพี่ :victory :victory ผมไปคราวนี้ สงสัยพี่ต้องย้ายไปอยู่ต่างประเทศเป็นแน่แท้ ;D ;D ;D ;D ;D :showoff :showoff :showoff
ถ้าจะย้ายก็คงเป็นประเทศลาวแหละครับ เพราะข้ามเขาตรงหน้าบ้านผมก็ถึงแล้ว ดูจากกลูเกิ้นป่าไม้บ้านเขายังอุดมดีมากๆ ซื้อที่ปลูกยางเพิ่มราคาคงจะไม่แพงเท่าบ้านเราเป็นแน่ d_d :drunk เชิญครับคุณนายพาน
-
สวัสดีครับ คุณพินิจ ไม่ได้พบกันนาน หลังจากวันที่ ทดลองเครื่องเสียงที่เชียงใหม่ พอดี ผมห่างวงการ diy ไป เกีอบ 2 ปี เต็มดัวย ความไม่สะดวกในชีวิต ประจำวัน ที่เปลี่ยนไป
เพิ่ง เริ่ม กลับมา diy ใหม่ เริ่ม เข้า web htg และ web diy อิ่น ๆ ใหม่ ในเดือนนี้ เลย ติดตาม งานคุณ พินิจ และ ทราบว่า ย้ายบ้าน ไปไกล อีกครั้ง เสียดาย ครับ ที่ ช่วง คุณพินิจอยู่ลำพูน เป็น ช่วงที่ ผมห่างวงการ ไปเพราะ เหตุจำเป็น หลายประการ เลย ขาดการติดต่อกับ คุณ พินิจ ไป
ถ้ามีโอกาส เข้ามาเชียงใหม่ โทรหาผม บ้างนะ เผื่อมีเวลาจะได้ สนทนากันบ้าง
ถ้าผมได้ขึ้นไปทางนั้น จะแวะไปเยี่ยม บ้านใหม่ คุณพินิจ บ้างครับ
-
เชิญได้เลยครับ มาอยู่ที่ใหม่ผมคิดว่าจะจริงจังกับชุดเล่นเพลงทั้งระบบให้สมบูรณ์แบบสุดๆ ตามอรรตาภาพ หลังจากที่เล่นมาแบบขาดโน่นขาดนี่มาตลอด ห้องฟังเพลงคงเป็นสิ่งแรกที่กำลังวางแผนทำให้ดีที่สุด (แบบถูกสุดๆ ด้วย) ดีที่เมื่อก่อนยังไม่ได้ทำออกมาเป็นตัวตนเพราะตอนนี้ความคิดเก่าๆ ที่เคยจะทำ มันมีข้อมูลที่ได้เห็นได้ยินมาแล้วมันได้ผล ความคิดเก่าๆ ที่คิดไว้แล้วนั้น สู้ไอเดียใหม่ๆ ไม่ได้อย่างแน่นอนมีอยู่หลายจุดที่จะต้องแก้ไขอย่างแรง การทำอะไร? วางแผนสร้างรูปแบบไว้ในใจ มันยังสามารถแก้ไขได้ แต่ถ้าลงมือทำสิ่งผิดไปแล้วบางสิ่งบางอย่างมันต้องเลยตามเลย d_d :drunk
-
พี่พินิจ เครื่องนี้เป็นไงบ้างครับ เคยผ่านมือหรือเปล่า และระหว่างมีโด้สเซอร์กับไม่มี แบบใหนดีกว่ากันครับ
(http://www.gaggia.com/dam/bo/allegati/abcupload/198_30_mdf.jpg)
http://www.gaggia.com/macchine-da-caffe.asp?macinini-per-caffe_30_MDF-Grinder-Doser (http://www.gaggia.com/macchine-da-caffe.asp?macinini-per-caffe_30_MDF-Grinder-Doser)
-
พี่พินิจ เครื่องนี้เป็นไงบ้างครับ เคยผ่านมือหรือเปล่า และระหว่างมีโด้สเซอร์กับไม่มี แบบใหนดีกว่ากันครับ
ราคา 8,900 บาท เป็นของอิตาลี่ มันก็น่าทดลองซื้อมาใช้ดูนะครับ เค้าไม่มีโด้สเซอร์เค้าก้ไม่ต้องไปเพิ่มต้นทุน แต่มันก้ไม่แน่เสมอไปนะครับ ผมคิดว่าตัวมอร์เตอร์กับเฟืองสำคัญที่สุดครับ
-
ผมเห็นในห้างราคาลดแล้ว 9,990 ราคา 8,900 หาได้ที่ใหนครับ
ตัวโด้สเซอร์ คำถามผมหมายถึงในแง่การใช้งานครับ ว่ามันมีประโยชน์ในการกำหนดปริมาณผงกาแฟในแต่ละครั้งได้แม่นยำจริงหรือไม่ครับ
มอร์เตอร์แค่ 120W แต่มีทดรอบ มีใบพัดเป่าระบายความร้อนมอร์เตอร์ ข้างในมันน่าสนใจดีนะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=JdyCPNCYebc (http://www.youtube.com/watch?v=JdyCPNCYebc)
-
ผมเขียนตอบไปตั้งเยอะเนทมันหลุดหายเกลี้ยงเซ็งเลย ที่เพาเวอร์บายครับ http://checkprice.net/price_list/d12Iknpt0yz.html ให้ใช้ Striaght Edge บาดเป้นดีที่สุดครับ ผมเคยเจอกาแฟดอยช้างเค้าใช้ที่ปาดเว้าเข้า ไม่รู้ว่าจะประหยัดไปถึงไหน? บอร์ดี้กาแฟเลยบางไปเลย
-
ตัวนี้ก็น่าสนใจ เฟืองบดเป็นแบบ conical
(http://www.hillkoff.com/shop/h/hillkoff/img-lib/spd_2009101790606_b.jpg)
ของ GAGGIA ผมดูที่เซ็นทรัล ขอให้พนักงานสาธิตวิธีถอดเฟืองบดออกมาให้ดู เขาบอกว่ามันต้องใช้ไขควงเปิดฝาเครื่อง...
ซึ่งผมไม่เชื่อแต่ก็ยังหาวิธีถอดด้วยมือเปล่าไม่ได้ ยังคาใจ แต่น้ตัวเครื่องน้ำหนักดีครับ
-
Dazheng ผมหาข้อมูลไม่พบครับ เรื่องบดกาแฟส่วนมาก แค่ปลดล๊อกนิดเดียว แล้วใช้มือหมุนก็ออกแล้วละครับ
-
แวะมาทักทายครับพี่พินิจ
จิบกาแฟ ฟังเพลง เพลินไปเลยมั้งเนี่ย หายเงียบไปเลย
;)
-
แวะมาทักทายครับพี่พินิจ
จิบกาแฟ ฟังเพลง เพลินไปเลยมั้งเนี่ย หายเงียบไปเลย
;)
สามสี่วันมานี้(?) ยังไม่ได้เข้าเลยครับ กำลังทำห้องฟังเพลงอยู่ที่บ้านใหม่ (บ้านเก่าก่อห้องเพิ่ม) เดี๋ยวจะเอาห้องที่คิดว่า ชาวดีไอวาย ทำเองได้ ถึงไม่ได้ใช้เครื่องแพงๆ ที่ออกแบบโดยสุดยอดมืออาชีพ แต่ดีไอวายเรา ก้อาจทำเสียงออกมาได้ดี ถ้าเราทำห้องเองให้ดีและถูกต้องตามหลักวิชาการ ที่ผมเคยฟังห้องแบบนี้มาแล้ว (ที่บ้านคุณวัตต์ ถึงขนาดห้องไม่มีการคำนวนอะไรเลยเสียงกอ้งของเบสก้ไม่มีออกมาให้ได้ยินกันน่ะครับ) ห้องแบบนี้ผมเคยเห็นฝรั่งทำ(http://cgim.audiogon.com/i/vs/s/f/1116773590.jpg) http://www.positive-feedback.com/Issue16/lavigneroom.htm แต่ยังไม่ค่อยเชื่อ พอได้ฟังห้องคุณวัตต์ ก็เลยคิดว่าจะทำแบบมีวิชาการเข้ามาร่วมด้วย :secret
-
(http://uppic.mobi/image-64AF_4DFC5A26.jpg) ที่ผมหายไป ก็เพราะทำห้องนี้แหละครับ (ต่อไปก็คงหายต่อ วันนี้รอปูนเซ็ทตัววันนี้เลยพอมีเวลาเข้ามาคุยกันน่ะครับ) ผมรอช่างไปทำบ้านคนอื่นค้างอยู่ให้เสร็จ ผมเลยทำงานรอช่างแล้วเสร็จไปได้สัก 40% (เพิ่งรู้ว่างานปูนนี่เหนื่อยมากๆ ครับ) การออกแบบไม่มีอะไรมาก คือเราทำแก้มลิง ไว้ดักเสียงก้องสะท้อนกลับไปกลับมาของความถี่รีโซแนนซ์ของห้องให้ได้ก้เท่านั้นเองละครับ ขนาดห้องก็คือความยาวคลื่นเสียงที่เป็นรีโซแนนซ์พอดี เราก็เอา 4 หารออกมาเป็นขนาดของแก้มลิงที่เราจะทำตามรูปก็แค่นั้นเองนะครับ มันดีอย่างไร? ลองไปฟังห้องคุณวัตต์ในตอนนี้ได้เลย แต่ห้องผมคงรออีกซักเดือน หรือสองเดือน (ถ้าผมทำคนเดียว) คงแล้วเสร็จ d_d :drunk
-
:victory :victory :victory อย่างลืมใส่เหล็กเสริมให้มันแข็งแรงด้วยเน้อ เดี๋ยวแผ่นดินไหว ล้มมาทับอีก ลูกพี่ ;D ;D ;D ;D :yahoo :yahoo
-
วิธีแก้มลิงน่าสนุกดีนะครับ ถ้าอยากวัด response ของห้องบอกได้นะครับ ผมส่งอุปกรณ์ไปให้ยืมลองวัดเล่นดูได้ software ก็ฟรี เห็นเป็นรูป แล้วอะไรก็ง่ายขึ้นเยอะ
-
น่าสนใจเครื่งวัดของคุณวิทยาครับ ไม่ทราบว่ามีุประกรณ์หลักะไรบ้างครับ Y]
คุณนายพาน บ้านผมใช้ไม้ใผ่แทนเหล็กครับ O0
-
อุปกรณ์หลักๆ ก็มี คอม ไมค์ ปรีไมค์ ครับ ควรมีขาตั้งไมค์ด้วยจะได้สะดวก แต่จะเอาขาตั้งกล้องมาใช้ก็ใช้ได้ครับ ไม่สะดวกเท่า แต่ก็แทนกันได้
โปรแกรม ผมใช้ Room EQ Wizard ครับ download ได้ที่นี่
http://www.hometheatershack.com/forums/rew-forum/
ต้องสมัครเป็นสมาชิกเขาก่อนครับ แต่โปรแกรมฟรีครับ
ไมค์ Superlux ECM 999 ผมซื้อที่ nattapong ตัวนี้ครับ
http://www.mynpe.com/more.php?data=223110100010
ปรีไมค์ ผมทำเองครับ ใช้ IC ตัวเดียว แต่ต้องมี phanthom power สำหรับไมค์ด้วยครับ
ลงทุนไม่กี่บาท แต่ทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะเลยครับ
-
คุณพินิจครับ ผมขอแชร์ประสพการณ์ที่ใช้อยู่ครับ
เคยพยายามทำ Broadband Condensor ไม่โครโพน ตามบทความหลายอันสุดท้ายมีปัญหาเรื่องผลตอบสนองของความถี่ 10Hz to 30KHz ไม่สามารถทำให้อยู่ในช่วง
+/-1 dB (อย่างเก่งได้แค่ +/-2 dB ที่ดีไม่พอ)ปัจจุบันเลยใช้ Behringger Mic. ECM8000 วิธีที่ผมใช้มีดังนี้
1. เฉพาะเครื่องขยายเสียงต่อกับโหลด(ทั้ง Resstive, Inductive 8 ohm)หา Frequency response curve ย่าน 20Hz to 20 KHz แล้วสร้าง Frequency Calibraion chart.
โดยใช้ Audio Signa Generator แล้วพร็อตกราฟ หรือใช้Audio Sweeper
2. ต่อเครื่องขยายเสียงกับกับลำโพง แล้วทำเหมือน 1 เพื่อหา Amplifier + ลำโพง เพื่อหา calibration chargeอันที่สอง ผลต่างกราพที่หนึ่ง กับสอง คือ ผลตอบสนองความถี่ลำโพง
3. ป้อน Pink Noise Generator (Pink noise มีทุกความถี่และ Harmonics ของ เสียง 20Hz to 20KHz) โดย Pink noise ได้จาก "Behringer" Ultracurve Pro DEQ2496 โดย DEQ2496 ทำหน้าที่เป็น RTA โดยสัญญาณ Pink Noise ทีออกมาที่ลำโพงรับโดย "Behringer"ECM8000 ผ่าน GRAPHIC EQ (GEQ)ใน DEQ2496 โดยเราสามารถมองเห็นผลตอบสนองจริงๆที่สุด โดยวาง ECM8000 ในจุดที่นั่งฟัง การที่ DEQ2496 มี GEQ ที่เมื่อเราตงให้ Compensate Frequency Response ของ
Amplifier + ลำโพง ตามกราฟสอง เราจะได้ผลตอบสนองของ Room Acoustic ที่จุดที่เราฟัง บน Frequency Graphic display ของ DEQ2496
-
ไม่ทราบว่าคุณวิทยาใช้สัญญาณอะไร? ในการทดสอบครับ ใช่ Pink Noise หรือไม่ครับ?
พี่ TC มีเครื่องไม้เครื่องมือที่น่าสนใจมากๆ ครับ ไม่ทราบว่าผลจากการทดลองครั้งนั้น ได้ผลออกมาเป็นอย่างไรบ้างครับ และพบปัญหาของห้องที่จะต้องแก้ไขหรือไม่ครับ? พี่พอมีไอเดียในการวัดพิสูจน์สิ่งที่ผมทำนี้บ้างไหมครับ? ว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?
วันนี้พอมีเวลาคุย ผมอยากจะขอเล่าความคิดในการออกแบบแก้มลิงของผมสักหน่อย (เพราะหากมันผิด ผมคิดไว้ผิด ตอนนี้ยังพอทุบทำใหม่ได้ หากพี่ TC และเพื่อนทุกคนช่วยบอกเพื่อให้ผมได้แก้ไขได้ทันด้วย ก็จักขอบพระคุณยิ่ง) คือผมไม่สนใจด้านยาว (ประมาณ 7 m) ซึ่งความถี่ Resonance Frequency (RF) ของมันคงอยู่ที่ 50Hz ซึ่งลำโพงที่ใช้อยู่เบสลงได้เต็มที่แค่ 60 Hz ได้ละมั้ง? และอีกด้านคือด้านสูง ผมก็ไม่สนใจเพราะเพดานด้านบนของห้องมันเป็นพื้นไม้ไม่หนามากนัก ซึ่งความถี่ต่ำๆ มันคงทุลุทะลวงผ่านออกไปแล้วไปเลย คงไม่ย้อนกลับมาเป็นแน่ ผมก็เลยตัดทิ้งไปอีกด้านหนึ่ง
ทีนี้มาว่ากันที่ด้านกว้างขนาด 3.6 m ที่คงอยู่ที่ความถี่ 95 Hz ซึ่งแรมด้าของคลื่นมันก็คือ 3.6m เท่าความกว้างนั่นแหละ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยอ่านที่ไหนเค้าให้เอา 4 หารเพื่อทำเป็นกล่องเก็บความถี่ (0.9 m) แต่ในความเข้าใจของผม (อาจผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ) ผมคิดว่ามันน่าจะเอา 2 หารมากกว่า (1.8 m) ซึ่งผมก็ทำความสูงของแก้มลิงไว้ที่ขนาดนี้ด้วย เผื่อความคิดของผมอันนี้ถูกต้อง คือผมคิดว่าความยาวของคลึ่งซีกบวกและลบ เมื่อซีกบวกเข้าไปในแก้มลิงจนเต็มพอดี (ว่ากันถึงความยาวที่พอดีเท่านั้น แต่ปริมาณจะยังไม่กล่าว ซึ่งผมคิดว่าขนาดของแก้มลิงที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับความดังที่เราเปิดด้วย) สมมุติเราเปิดดังพอดีที่ซีกบวกของสัญญาณครึ่งซีกบวก แล้วมันก็จะตามด้วยครึ่งซีกหลังที่เป็นลบ มันจะถูกลบล้างกันในแก้มลิงนี้ ไม่แพ่นพล่านกลับออกมารบกวนเรา ส่วนด้านของแก้มลิงที่มีขนาด 0.2 m นั้น มาจากพื้นที่ขยายมากกว่านี้ไม่ได้เพราะไปติดรั้วบ้านพอดี ที่จริงก็อยากจะให้มันเท่ากับความสูงของห้องฟังหารด้วย 2 นะครับ (ห้องผมสูง 2.2m ที่จริงด้านนี้ผมก็อยากจะได้ความกว้าง 1.1m แต่ทำไม่ได้เพราะติดปัญหาตามที่บอกแล้วละครับ)
ในความคิดของผมที่ว่าขนาดของแก้มลิงน่าจะมีผลจากความดังในการเปิดเพลงของเราด้วย ไม่ทราบว่าใครมีความเห็นกันอย่างไรบ้างครับ?
ขอรบกวนพี่ TC ช่วยเสนอวิธีตรวจสอบเฉพาะความถี่ในช่วงต่ำๆ นี้แบบให้ได้ความถูกต้องแม่นยำมากๆ แบบเฉพาะช่วง ไม่ต้องถึงขนาด Reponse กันเต็มๆ แบบ 20-20k Hz ผมขอเช็คแค่ 20-150 Hz ก็พอครับ
ปล. พี่ TC กลับจากเยอรมันแล้วหรือครับ? ทริปนี้สนุกใหมครับ? และขอทวงวิวที่อล้าสก้าด้วยอ่ะครับ
-
เรียนคุณพินิจ
ผมกลับมาจากเยอรมันห้าหกวันแล้วครับ ไม่สบายกลับมา เพราะคิดว่าอากาศเข้าหน้าร้อนไม่ได้เอาผ้าพันคอไป ไปถึงเยอรมันอากาศลงไปต่ำกว่าสิบองศาลมแรง
ก็เลยเสร็จ วันจันทร์หน้าผมมีงานประมูลราชการค่อนข้างใหญ่จะว่างวันอังคารจะขึ้นกระทู้ใหม่ TC พาท่องโลก จะรวมรูปถ่ายช่วงนี้มี Alaska , Vancover, Seatle, Chicago, Frankfurt , Luxenburg มาให้เพื่อนๆและน้องๆดูเป็นสนุกๆเที่ยวดู เรื่อง Accoustic ผมไม่ได้มีความชำนาญมากนัก พึ่งเริ่มแต่ที่พบแน่ๆว่า ถ้าลำโพงเสียงต่ำ ขนาดไม่ใหญ่ไม่ว่าอย่างไรความถี่ต่ำลงไม่ได้มาก การใช้ลำโพงเหมือนกันหลายๆดอกไม่ได่ช่วยเรื่องเสียงต่ำ เสียเวลาหลายปีพบว่าสำหรับเสียงต่ำ (ต่ำกว่า 80Hz) ลำโพง 12" ดีกว่า 8" และลำโพง 15" ดีกว่า 12" ปัจจุบันตู้ลำโพงผมค่อนข้างใหญ่แบบตู้เย็นขนาดใหญ่กับลำโพง 15" ผลความตอบสนองของลำโพงก็สำคัญต้องเรียบพอสมควร ผมชอบดนตรีมากชิ้นแม้ว่ามี Full Range แต่เริ่มไม่ชอบ ปัจจุบัน ลำโพงที่ใช้เป็น GPA-604-II
ความที่เป็นคนชอบฟัง คอนเสริตสดมาก เมื่อปลายปีที่แล้วมีคอนเสริตต่างประเทศมาแสดงในเมืองไทยบัตรก็แพงแต่ผมก็เลยจองตรงกลางใก้ลด้านหน้า เป็นความโชคดี ตรงกลางฮอลด้านล่างใก้ลที่นั่งเป็นจุดที่ Sound Engineer นั่งอยู่ บนเครื่องมือมากมายใก้ลที่นั่งผมมาก ผมเข้าไปก่อนเวลานานพอควรจึงมีเวลาคุยกับ Sound Engineer ถามเขาว่าการจัดคอนเสร็ตเขาไม่สามารถแก้ใขห้องได้แล้วทำอย่างไรกับการทำให้ห้องนั้นที่บางครั้งมีเสียงสะท้อน เสียงก้องที่และเสียงที่ไม่ต้องการเกิดขึ้น เขาก็เลยอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Pinknoise ที่มี Harmonics ด้วยมีตลอดย่าน 20Hz-20KHz ,การใช้ Graphic Equalizer(GEQ) เพื่อเพิ่มหรือลดความถี่ที่ไม่ต้องการออก โดยการใช้ RTL (Real Time Analyzer)ที่มี Reference Calibrate Microphone ดูผลที่ออกมาเพื่อให้ปรับ GEQ สังเกตว่าเขาใช้ รุ่นใหญ่กว่า DEQ2496 แต่ด้วยผมมีงบน้อยและราคา DEQ2496ไม่แพงเลยฝากลูกชายซื้อที่อเมริกา ฝากลูกสาวเอากลับมา เดียวผมจะลองเขียนเป็นสาระให้อานดู นี้เป็นวิธีเดียวที่ไม่ใช้หู ร้อยพ่อพันแม่มาเป็นมาตราฐานและไม่เคยลงตัว หลังจากอ่านมาหลายเดือนพบว่าเวลาจูนห้องด้าน Accoustic ก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ผมก็ได้ลองตามเวลาที่ม่ค่อยมีมาสักพักก็เข้าใจเรื่องAccoustic มากขึ้น
-
ECM8000 สามาถต่อตรงกับ DEQ 2496 และใช้ Mic Amplifier ข้างใน
ลองอ่านที่ website www.Behringger.com ค่อนข้างอธิบายไว้ดีเหมือนกัน และมี Spec.ของ DEQ2496 และ Function Block Diagram
ถ้าสนใจผมส่งไปให้ทั้งชุดลองเอาไปวัดห้องของคุณพินิจดูก่อนก็ได้ จะได้รู้ผลตอบสนองความถี่ของห้องที่คุณพินิจกำลงสร้างนะครับ
พักนี้ งานก็ยังวุ่นพอสมควร คงไม่ได้มีเวลาใช้สักพักครับ
-
วันจันทร์หน้าผมมีงานประมูลราชการค่อนข้างใหญ่จะว่างวันอังคารจะขึ้นกระทู้ใหม่ TC พาท่องโลก จะรวมรูปถ่ายช่วงนี้มี Alaska , Vancover, Seatle, Chicago, Frankfurt , Luxenburg มาให้เพื่อนๆและน้องๆดูเป็นสนุกๆ
ปูเสื่อรอเลยครับ
ถ้าลำโพงเสียงต่ำ ขนาดไม่ใหญ่ไม่ว่าอย่างไรความถี่ต่ำลงไม่ได้มาก การใช้ลำโพงเหมือนกันหลายๆดอกไม่ได่ช่วยเรื่องเสียงต่ำ เสียเวลาหลายปีพบว่าสำหรับเสียงต่ำ (ต่ำกว่า 80Hz) ลำโพง 12" ดีกว่า 8" และลำโพง 15" ดีกว่า 12" ปัจจุบันตู้ลำโพงผมค่อนข้างใหญ่แบบตู้เย็นขนาดใหญ่กับลำโพง 15" ผลความตอบสนองของลำโพงก็สำคัญต้องเรียบพอสมควร ผมชอบดนตรีมากชิ้นแม้ว่ามี Full Range แต่เริ่มไม่ชอบ ปัจจุบัน ลำโพงที่ใช้เป็น GPA-604-II
ปริมาณของเบสลำโพงใหญ่ย่อมให้มากว่า แต่ลำโพงใหญ่อาจให้คุณภาพที่แย่ในเรื่องของความเร็วในการขยับตัวและการหยุด ยกเว้นใช้ตู้ฮอร์นเป็นเสียงเบสด้วย ซึ่งลำโพงคลื่นตัวน้อยกว่าแบบตู้ทั่วๆ ไป ถ้าเคยฟังตู้เบสรีเฟล็กของ JBL และตู้ฮอร์นของ ALTEC ที่ใช้ดอก 15 นิ้วเหมือนกัน จะพบว่าความสดความสมจริงของเสียงกลองแตกต่างกันมากๆๆๆ JBL เบสจะมีปริมาณที่มากกว่า แต่เสียงช้ากว่า และเสียงจะมีความรู้สึกว่ามันกระพือแบบเบรกไม่ค่อยอยู่ แต่ของ ALTEC เสียงเบสจะฉับไวใกล้เสียงกลองจริงมากกว่ามากๆๆๆ แต่ปริมาณอาจน้อยกว่า ซึ่งเรื่องนี้ก็แล้วแต่คนชอบ (ในความชอบส่วนตัวผมชอบเสียงเบสจากตู้ฮอร์นของ ALTEC มากกว่า) เช่นเดียวกันลำโพงเล็กกว่าที่ใช้แม่เหล็กเท่ากัน กวยลำโพงวัสดุเดียวกันย่อมให้เบสที่เร็วกว่าลำโพงดอกใหญ่เช่นกัน ทุกสิ่งในโลกใบนี้ชอบเป้นแบบนี้ละครับ ได้มาอย่างหนึ่ง แต่ต้องเสียอีกอย่างเสมอ และการใช้ตู้ใหญ่ได้เสียงใหย่จริงแต่เสียงก้องจากภายในตู้มักมีออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจนเช่นกันนะครับ เรื่องลำโพงผมขอยอมแพ้ในเรื่องของงาน DIY ครับ ขอเลือกชื้อลำโพงสำเร็จที่ฟังแล้วชอบ แล้วเรามาทำแอมป์เองดีกว่า
เขาก็เลยอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Pinknoise ที่มี Harmonics ด้วยมีตลอดย่าน 20Hz-20KHz
ผมอยากจะรู้เกี่ยวกับสัญญาณ Pink Noise ว่ารูปแบบ Wave Form หน้าตาของมันเป้นอย่างไร? ผมลองหาในเวป ยังไม่พบแบบรายละเอียดลึกๆ ครับ ถ้าทราบ กรุณาถ่ายทอดให้ฟังกันบ้างนะครับ
ถ้าสนใจผมส่งไปให้ทั้งชุดลองเอาไปวัดห้องของคุณพินิจดูก่อนก็ได้ จะได้รู้ผลตอบสนองความถี่ของห้องที่คุณพินิจกำลงสร้างนะครับพักนี้ งานก็ยังวุ่นพอสมควร คงไม่ได้มีเวลาใช้สักพักครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ เอาไว้ห้องเสร็จแล้ว ค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ผมยังคิดหาวิธีการวัดการทำงานของแก้มลิงผมยังไม่ได้เลย เมื่อคืนก็นอนคิดไปเรื่อยๆ ว่า (ความคิดข้างล่างนี้ก็เพิ่งจะคิดได้เมื่อคืนนี้เองละครับ) คือผมสามารถยืมเครื่องมือวัดที่ใช้เช็นเชอร์แบบ Non-Contact Probe ซึ่งสามารถเก็บ Wave Form ซึ่งสามารถ Filter ที่ความถี่ต่างๆ ได้ เช็ค Phase Referent ของ Wave Form แต่ละ Sensor ได้ ถ้าเราใช้ Pink Noise ผมก็เลยคิดว่า
ถ้าปล่อยสัญญาณจาก 50Hz -200Hz (ผมเอาเฉพาะช่วงที่มีปัญหาคือความถี่ย่านย่านต่ำๆ ที่แก้มลิงทำงานเท่านั้น) แล้วเราจะเอาเซนเชอร์ไปจับวัดเก็บเอา Wave Form ที่ตัวดอกลำโพง และเราหาลูกโปร่งเป่าลมเข้าไปพอสมควร (ผมจะเอาเช็นเชอร์ไปจับผนังของลูกโปร่งดูการยุบตัวของมันในห้องแก้มลิง และที่ตำแหน่งนั่งฟัง ลูกโป่งใบนี้ผมถือเสมือนว่ามันคือเยื่อของแก้วหูที่รับเสียงของเรานะครับ) แล้วเราก็เอา Wave Form ที่ความถี่ต่างๆ (ซึ่งโปรมแกรมเครื่องวัดสามารถเรียกดู Wave Form ย้อนหลังได้แบบทุกยอดคลื่นทุกๆ ความถี่กันเลยทีเดียวละครับ) มาเรียกดูข้อมูลทั้ง Phase และ Amplitude เปรียบเทียบกันระหว่างดอกลำโพงกับลูกโปร่ง
สิ่งที่ผมพอจะเห็นว่าวิธีการนี้ เราน่าจะรู้ว่าข้อเปรียบเทียบระหว่างที่เราปิดแก้มลิง (อุดรูแก้มลิง) กับการใช้แก้มลิงเก็บเสียง แล้วปล่อยสัญญาณแบบ Pure Sine Wave ออกมาจากดอกลำโพง แล้วดู Wave form ที่ตัวลูกโปร่ง ถ้ามันมี Harmonic ออกมาเมื่อวางอยู่ข้างนอกห้องก็แสดงว่า แก้มลิงเก็บได้มากเท่าไร? ถ้าแก้มลิงเก็บได้ดีก็ไม่ควรมี Harmonic ออกมาให้ได้เห็น (ซึ่งผมคิดว่าเสียงใช้เวลาในการเดินทาง ถ้าปิดรู้แก้มลิง ที่ลูกโปร่งควรมี Harmonic ออกมา)
ผมก็ยังมองไม่ออกทั้งหมดว่าจะได้อะไรกับวิธีการนี้บ้าง คงต้องทดลองวัดและเอาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์อีกทีละครับ ถ้าพี่ TC มีไอเดียร์อะไรต่อสิ่งที่ผมจะวัดด้วยอุปกรณ์แบบ Non-contact นี้ กรุณาช่วยชี้แนะเพิ่มด้วยนะครับ และผมอาจจะต้องทดลองวัดด้วยการใช้ไมค์ตามแบบที่พี่แนะนำมาเปรียบเทียบกันดูด้วย ถือเป็นการเรียนรู้ครับ หากผลของมันออกมาดี พวกเราจะได้ทำห้องฟังกันอย่างถูกต้องกัน ผมคิดว่าการก้องของเสียงเบส ถ้ามันมีมาก ก็เหมือนเรามองดูปลาในน้ำที่มีความขุ่นมัวมากๆ แต่ถ้าเราขจัดเสียงก้องสะท้อนที่เกิดจาก Resonance Frequency นี้ออกไปได้มากเท่าไร ก็เหมือนทำให้น้ำสะอาดขึ้น เราก็จะได้เห็นตัวปลา หรือฟังเสียงส่วนบนๆ ชัดเจนมากขึ้นตามไปด้วยน่ะครับ
ห้องนี้ยังไม่ใช่ห้องฟังที่แท้จริงของผม เพราะขนาดห้องและหลายๆ อย่างมันมีข้อจำกัด ขอเอาห้องนี้เป็นหนูทดลอง ในการออกแบบห้องฟังในอนาคตอีกสักห้อง ที่ทุกอย่างต้องสุดๆ ไปเลยน่ะครับ
-
ตอนแรกผมก็กะจะซื้อ Behringer ecm8000 เหมือนกันครับ แต่พอเจอฝรั่งพูดกันในเว็บ REW ว่า Behringer จ้าง Superlux ที่ไต้หวันทำ แล้ว Superlux ก็มีรุ่นที่เหมือนกันของตัวเองออกมา คือรุ่น ecm 999 file caribration ก็ใช้ไฟล์เดียวกันได้ แถมราคาถูกกว่าเกินครึ่ง ผมมันชอบพวกของถูกครับ 555
ก่อนหน้านี้ผมใช้โปรแกมชื่อ speaker workshop (ฟรี) ซึ่งใช้ pink noise ในการวัด แต่มันใช้ยาก และมันอยู่ใน window ขณะที่ผมใช้ mac ตอนนี้ผมเลยใช้ โปรแกรมชื่อ REW แทน ซึ่งทำงานใน Mac ก็ได้ หรือทำใน Linux หรือ window ก็ได้ โปรแกรมนี้มีทั้ง
generator ซึ่งเลือกเอาได้ว่าจะ generate อะไรออกมา ไม่ว่าจะเป็น sine wave, pink noise, log sweep, linear sweep, square wave ที่ความถี่เท่าไหร่
RTA real time analyzer
แต่defaul โปรแกรม คือ มันจะส่ง sinewave sweep ออกมาเวลาเราวัดครับ ผมจำที่อีตาคนออกแบบโปรแกรมบอกไม่ได้ว่ามันมีข้อดีเสียต่างกันยังไง ระหว่าง pink noise vs sine wave
เวลายิงเสียงหนึ่งครั้ง มันวัด SPL, impulse response, group delay, RT60, decay rate, waterfall, spectrogram โอ้ยเยอะจัดครับ
แต่นี่เป็นโปรแกรมที่มีคนใช้มากที่สุดแล้วครับ ตอนนี้ผมเรียนรู้ได้ประมาณ 10% แล้วครับ
ต้องลองงมกับมันนิดนึง จะเข้าใจมากขึ้น เสาร์อาทิตย์นี้ ผมจะยกลำโพงออกไปที่สนาม ทำการวัด frequency response ของลำโพง หวังว่าฝนคงเป็นใจ
วิธีแก้มลิงของคุณพินิจ น่าจะเป็นหลักการเดียวกับ Helmholtz resonator หลังจากทำบ้านเสร็จเมื่อ 10ปีก่อน ผมก็ไม่ได้ศึกษาอะไรต่ออีกเลยครับ ลืมไปหมดแล้ว แต่ลอง อากู คำว่า Helmholtz resonator น่าจะช่วยได้เยอะ จากประสพการณ์ ในชีวิตจริง มันมักจะไม่ตรงตามที่คำนวณไว้เป๊ะๆครับ แต่ ทำไว้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับ แต่การทำผนังให้ขนานกันน้อยที่สุด ดีกว่าครับ แก้ที่ต้นเหตุมากกว่า คุณพินิจทำบ้านดินอยู่แล้ว ทำมุมโค้งไปเลยครับ มันลด pressure ด้านเสียงเบสไปเยอะ
ตอนนี้ผมก็มาทางเดียวกับคุณ TC เหมือนกันครับ ผมมีทั้ง DEQ2496 และ miniDSP เรื่องเสียงเบสนี่ แก้ที่ EQ ใน digital ก่อนเข้า DAC ง่ายกว่าครับ
-
วิธีการลูกโป่ง ของคุณพินิจทำเอาผมงงไปพักนึง ลูกโป่งครับ ไม่ใช่ลูกโปร่ง
ถ้ามีไมค์ที่ผมมี ก็วัดได้เลยครับไม่ต้องใช้ลูกโป่งอไะรอีก มันอ่านค่าได้เลยว่าห้องเรามีความถี่ไหนโ่ด่งออกมา (โด่งนี่แก้ง่าย) โด่งแล้วมัน ค้างอยู่นานแค่ไหน หรือ หุบหายไป (อันนี้แหละ แก้ยากกก)
-
สอบถามนิดนึงครับแล้วโปรแกรมTrueRTAนี่เค้าเอาไว้ทำอะไรได้บ้างครับ และประสิทธิภาพของมันเป็นอย่างไร
-
Helmholtz resonator เข้าไปดูในอากูมาแล้ว น่าสนใจดีครับ แต่ที่จริงมันก้คล้ายๆ กับที่ผมทำเหมือนกัน แต่แก้มลิงของผมมันใหญ่กว่า
เรื่องของการใช้ไมค์เป็นตัวรับคลื่นเสียงในห้องนั้น เราไม่สามารถเทียบ Phase ได้ถูกต้องอย่างแม่นยำระหว่างกลวยลำโพงกับคลื่นเสียงจริงได้น่ะครับ คือผมต้องการรู้จริงว่าขณะที่ลำโพงขยับออกมานั้น ณ ตำแหน่งต่างๆ ที่ผมต้องการจะรู้นั้น เมื่อเทียบ Phase กันแล้วมันช้ากว่ากันไปเท่าไร? จากการทำงานที่ผ่านมา ผมพบว่า Non-contact Probe เป็นเครื่องมือตัวเดียวที่บอกองศาความแตกต่างของยอดคลื่น (ก็คือการบอก Phase)ได้ถูกต้องและแม่นยำที่สุดน่ะครับ (คือลมในลูกโป่งผมคงเป่าให้น้อยที่สุด แบบที่พอมีแรงกดดันจากคลื่นความถี่ออกมา ก้ให้มันเกือบจะแบบกันไปเลย เพื่อความถูกต้องมากที่สุด ซึ่งมันน่าจะมีสภาพเข้าใกล้การรับรู้ของหูเรามากที่สุดด้วย เพราะถ้าเราเป่าไว้ดึงมากๆ กว่าแรงอัดอากาศจะยุบลูกโปร่งได้คงต้องใช้เวลามาก) ผมเคยใช้ไมค์หลายยี่ห้อกับเครื่องวัดตัวเดียวกัน วัดเสียงจุดเดียวกัน มันยังแสดง Phase ของสัญญาณเสียง ณ จุดเดียวกันออกมาต่างกันน่ะครับ และยิ่งถ้าเป็นไมค์แบบมีว๊อยคอลย์ละก็เลิกครบกันไปเลย เพราะมวลของว๊อยคอลย์ของไมค์แต่ละยี่ห้อมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว
การสิ่งที่ผมคาดการไว้ (ก็ยังไม่รู้ว่ามันจะออกมาอย่างไรนะครับ) เมื่อมี Sine Wave ออกมาจากลำโพง ผมคิดว่า Wave Form ที่ลูกโป่งไม่น่าจะมี Wave Form แบบเดียวกับที่ลำโพงส่งออกมาเป็นแน่ คงมีพลังคลื่นเสียงสะท้อนเข้าไปทำกับลูกโป่งแบบหลากหลาย นี่ละคือสิ่งที่ผมอยากจะเห้นและเอามาวิเคราะห์แก้ปัญหา ให้เสียงสะท้อนหลากหลายที่เกิดขึ้นนั้น ให้เหลือ Wave Form ที่ใกล้เคียงต้นฉบับเท่านั้น (ความฝันครับ) อ่านเรื่อง Helmholtz resonator ที่คุณวิทยาเอามาให้ดุแล้ว ผมก็คิดจะทดลองค่อยๆ ปิดรูแก้มลิงลดลง มันอาจจะเห้นความแตกต่างของคลื่นเสียงภายในห้องหนูทดลองของผมได้บ้างละครับ ผมคิดถูกแล้วที่เอาเรื่องนี้เข้ามาคุยในนี้ ซึ่งมันทำให้ผมได้ไอเดียจากทั้งพี่ TC และคุณวิทยา :yahoo จากที่ทำแก้มลิงไปแล้วยังคิดไม่ออกว่าเราจะพิสูจน์มันอย่างไรดี! K] ไม่ใช่แค่ใช้หูฟังอย่างเดียวมันไม่สนุกน่ะครับ d_d :drunk
-
คุณพินิจทำบ้านดินอยู่แล้ว ทำมุมโค้งไปเลยครับ มันลด pressure ด้านเสียงเบสไปเยอะ
ตอนนี้ผมก็มาทางเดียวกับคุณ TC เหมือนกันครับ ผมมีทั้ง DEQ2496 และ miniDSP เรื่องเสียงเบสนี่ แก้ที่ EQ ใน digital ก่อนเข้า DAC ง่ายกว่าครับ
ถ้าดูจากรูปในหน้าที่ผ่านมา ผมทำบ้านดินเป็นรูปคล้ายวงลี (ที่หัวท้ายใหญ่ไม่เท่ากันอีด้วย) ก้ยังไม่รู้ว่ามันจะดี หรือเลวไปกว่าห้องสี่เหลี่ยมนะครับ เพราะถ้าเกิดส่วนโค้งของผนังด้านหลังมันสท้อนเสียงไปรวมกันตรงจุดที่เรานั่งฟังอยู่ ผมคิดว่ามันคงจะไม่น่าจะออกมาดีเป็นแน่ (บ้านเสร็จเมื่อไรคงรู้กันนะครับ แต่ตอนนี้ผมรดน้ำเกือบทุกวัน อยากให้ดินมันทรุดจนอยู่ตัวเร็วๆ ตอนนี้ผมไปประมาณหนึ่งเดือนทรุดลงไปเกือบ 10 เซนต์ได้ละครับ) และแม้แต่การทำผนังเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูผมก็ยังไม่กล้าทำเลยละครับ แต่ถ้าทำเป้นสะเต็ปของผนังที่ขนานกัน แต่ถ้าหากว่าเราจะลดขนาดความกว้างลงไปสักสองสามสะเต็ปจนถึงลำโพงเพื่อกระจายความรุนแรงของ รีโซแนนซ์ฟรีแคนซี่ นี่ก็น่าสนใจทำเหมือนกันนะครับ ที่จริงพวกเราน่าลองทดลองทำอะไรที่แปลกๆ แล้วเอามาแชร์กัน d_d :drunk หาสิ่งที่ดีที่สุดก็จะดีนะครับ ผมคิดว่าเรื่องห้องนี่เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำเครื่องเหมือนกัน
-
สวัสดีครับพี่พินิจ และทุกท่าน
ขออนุญาตเล่าถึงที่มาของห้องที่บ้านนิสนึงนะครับ (ที่มาของความฟลุ๊ค เฮ่ๆๆ)
เรื่องของเรื่องคือ แบบบ้าน มีเสาก่อโป่งออกนอกแนวสี่เหลี่ยมของห้อง ขนาดร่วมเมตรคูณเมตร.(ส่วนที่โป่งออกก็เกือบครึ่งเมตร).........แล้วมันดันมาอยู่ที่ท้ายห้องเป้าหมายพอดี
เราก็คิดถึงประโยชน์ เรื่องที่เก็บแผ่นเสียง และแผ่นซีดี จึงขอทางสถาปนิก เจาะช่อง ซึ่งไม่ได้อยู่ที่มุมห้อง แต่อยู่ขนาบช่องหน้าต่างบานใหญ่ 2.2 x2.5 m (กระจกใสติดตาย Glass 12mm มีผ้าม่านสองชั้น ซึ่งเป็นช่องมองดูต้นไม้ ต้นไผ่ หลังห้อง)
จากมุมห้อง ห่างออกมา ประมาณ ครึ่งเมตร ช่องกว้าง 35cm ลึก 40cm แล้วหักศอกบานออกไปเป็นซอกหลืบอีกช่วง ขนาดคร่าวๆก็ 35x50cm (ประมาณการโดยรวมคือ 35x90cm นั่นเอง)
ที่มุมห้องปกติ จึงต้องวางทิวบ์แทร็ป พร้อมฐาน............เพื่อดัก/สลาย เบสที่มุมห้องทั้งสอง
แต่ผลพลอยได้คือ ช่องดังกล่าว(ที่พี่พินิจเปรียบว่า คล้ายการทำแก้มลิง) มันดักเสียงย่านต่ำได้ชงัดนัก ดักให้มันล้างกันเองในช่อง ไม่สะท้อนโผล่ออกมา
ซึ่งหากจะมีโผล่ออกมาก็โดน ทิวบ์แทร็ป เก็บอีก เรียกได้ว่าโดนดักทั้งขึ้น ทั้งล่อง
หากเราชะโงกหัวเข้าไปในช่องหลืบนี้ จะได้ยิน/รู้สึกถึงความอื้ออึงที่วนอยู่ในซอกหลืบแบบแตกต่างมากๆ (ปกติเรามักจะได้ยินเสียงเบสบูมตามมุมห้องใช่ไหมครับ บูมแต่ได้ยินเสียงอื่น อาการที่ซอกหลืบจะต่างออกไปอื้ออึงย่านต่ำอย่างเดียว กลางสูง- แหลม แทบไม่ได้ยิน)
ระดับการฟังปกติ (ข้าน้อยฟังไม่ดังมาก) เสียงที่ได้ยิน จึงมีส่วนของเสียงก้องจากด้านหลัง/มุมห้อง สะท้อนออกมาน้อยมากๆ
ตอนนี้วางพรมขนแกะขนาดเขื่อง ลงไปอีก (จัดการเรื่องการสะท้อนกับผิวพื้นกระเบื้อง) รู้สึกว่าเสียงจะฟังดีกว่าเดิม(ตอนที่พี่พินิจมาเยี่ยม)อีกนิดนึงด้วยครับ
...........คาดว่า ห้องที่บ้านน่าจะไปได้ดีกับลำโพงแผ่นด้วยครับ (เล็ง แม็กกี้ ๑.๗ แต่คงต้องรอมือสอง อีกหลายปี ไม่รีบจร้า)
ประโยชน์ที่ได้รับตรงๆคือ(ถ้าจัดห้องลงตัวนะครับ ไม่ใช่รกๆแบบตอนนี้) เป็นห้องแบบพักผ่อน รีแล็กซ์
ไม่ต้องมีอุปกรณ์อคูสติคมากมายไปกว่านี้แล้ว (ที่ห้องมี ทิวบ์แทร็ป ๑คู่ แอ็บซอร์เบอร์ ๑คู่ ทั้งหมดเป็นของเอ็กซ์เอวี ...ได้มาแบบมือสองนานแล้วจร้า)
ไม่ได้หวังว่าจะให้มันดีที่สุด เท่านี้ก็พึงใจแล้ว เพราะใช้สำหรับดูหนังด้วย (50:50)
ขอให้มีความสุขกับภาพและเสียงทุกท่านจร้า
-
เรียนคุณวัตต์ หากช่วยถ่ายรูป หรือสะเก็ตคร่าวๆ มาให้เพื่อนได้ดูกันก้จะดีมากเลยนะครับ ผมเคยไปเห็นมาจึงพอมองภาพออก แต่จากที่ท่านเขียนมานี้ ผมคิดว่าบางคนอาจมองภาพของห้องท่านไม่ออกอ่ะครับ d_d :drunk
-
เรียนคุณวัตต์ หากช่วยถ่ายรูป หรือสะเก็ตคร่าวๆ มาให้เพื่อนได้ดูกันก้จะดีมากเลยนะครับ ผมเคยไปเห็นมาจึงพอมองภาพออก แต่จากที่ท่านเขียนมานี้ ผมคิดว่าบางคนอาจมองภาพของห้องท่านไม่ออกอ่ะครับ d_d :drunk
ในนี้เลยครับผม
http://www.htg2.net/index.php?topic=64063.0
ระยะเวลาไม่กี่เดือน ปรับเปลี่ยนระบบภาพไปค่อนข้างมาด ตั้งแต่ไม่มีอะไร เล่นพลาสม่า และเป็นโปรเจ็คเตอร์ในปัจจุบัน
ส่วนระบบเสียง ยังต้วมเตี้ยมๆ...............ช่วงนี้้จึงขอเริ่มบูรณาการจาก แอ็มป์กล่อง/อุปกรณ์สวยๆ ตามด้วยซอร์ส+ปรีแบบสวยๆในมุมมองของข้าน้อย เฮ่ๆๆ) แล้วก็ลำโพงในช่วงปลายปี
-
หลายอาทิตย์ก่อน ไปนั่งใน Basketball Stadium สงสัยว่าทำไมเสียงดีมาก แหงนขึ้นไป โอ้โฮ Altec VOT (Voice of the Thearter)ชุดใหญ่แบบในรูป มีแบบนี้แขวนกลางอากาศสีมุม สูงจากพิ้น ห้าสิบเมตร อลังการ Far Field Listening
-
ด้านล่างกว้างใหญ่แบบนี้ สังเกตมุมขวาบน นั้นเป็นกรอบที่ VOT ทั้งสีชุดแขวนอยู่กลางอากาศ
-
วันนั้นเขาเปลี่ยนสนามบาสเก็ตบอลเป็น สถานที่รับปริญญาคณะวิศวกรรม ประมาณ 800 คน
-
ยังมีคนเห็นคุณค่าของมัน โรงหนังบ้านเราเดี๋ยวนี้เค้าใช้ JBL กัน ทอดทิ้ง VOT ขายออกเป้นเศษเหล็กไปก้เยอะเมื่อ สามสี่สิบปีที่แล้ว สองคู่สุดท้ายที่ผมยังเห้นมันยังอยู่ในโรงหนังบ้านเรา (แต่จอดทิ้งไว้ ฝุ่นเขอะ) คือที่โรงหนังบ้านฉาง และที่อุดร
-
วันนี้คงมีนัก DIY วิงไปหา VOT ที่โรงหนังบ้านฉางกันฝุ่นคลุ้ง ละครับ
-
Helmholtz resonator เข้าไปดูในอากูมาแล้ว น่าสนใจดีครับ แต่ที่จริงมันก้คล้ายๆ กับที่ผมทำเหมือนกัน แต่แก้มลิงของผมมันใหญ่กว่า
เรื่องของการใช้ไมค์เป็นตัวรับคลื่นเสียงในห้องนั้น เราไม่สามารถเทียบ Phase ได้ถูกต้องอย่างแม่นยำระหว่างกลวยลำโพงกับคลื่นเสียงจริงได้น่ะครับ คือผมต้องการรู้จริงว่าขณะที่ลำโพงขยับออกมานั้น ณ ตำแหน่งต่างๆ ที่ผมต้องการจะรู้นั้น เมื่อเทียบ Phase กันแล้วมันช้ากว่ากันไปเท่าไร? จากการทำงานที่ผ่านมา ผมพบว่า Non-contact Probe เป็นเครื่องมือตัวเดียวที่บอกองศาความแตกต่างของยอดคลื่น (ก็คือการบอก Phase)ได้ถูกต้องและแม่นยำที่สุดน่ะครับ (คือลมในลูกโป่งผมคงเป่าให้น้อยที่สุด แบบที่พอมีแรงกดดันจากคลื่นความถี่ออกมา ก้ให้มันเกือบจะแบบกันไปเลย เพื่อความถูกต้องมากที่สุด ซึ่งมันน่าจะมีสภาพเข้าใกล้การรับรู้ของหูเรามากที่สุดด้วย เพราะถ้าเราเป่าไว้ดึงมากๆ กว่าแรงอัดอากาศจะยุบลูกโปร่งได้คงต้องใช้เวลามาก) ผมเคยใช้ไมค์หลายยี่ห้อกับเครื่องวัดตัวเดียวกัน วัดเสียงจุดเดียวกัน มันยังแสดง Phase ของสัญญาณเสียง ณ จุดเดียวกันออกมาต่างกันน่ะครับ และยิ่งถ้าเป็นไมค์แบบมีว๊อยคอลย์ละก็เลิกครบกันไปเลย เพราะมวลของว๊อยคอลย์ของไมค์แต่ละยี่ห้อมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว
การสิ่งที่ผมคาดการไว้ (ก็ยังไม่รู้ว่ามันจะออกมาอย่างไรนะครับ) เมื่อมี Sine Wave ออกมาจากลำโพง ผมคิดว่า Wave Form ที่ลูกโป่งไม่น่าจะมี Wave Form แบบเดียวกับที่ลำโพงส่งออกมาเป็นแน่ คงมีพลังคลื่นเสียงสะท้อนเข้าไปทำกับลูกโป่งแบบหลากหลาย นี่ละคือสิ่งที่ผมอยากจะเห้นและเอามาวิเคราะห์แก้ปัญหา ให้เสียงสะท้อนหลากหลายที่เกิดขึ้นนั้น ให้เหลือ Wave Form ที่ใกล้เคียงต้นฉบับเท่านั้น (ความฝันครับ) อ่านเรื่อง Helmholtz resonator ที่คุณวิทยาเอามาให้ดุแล้ว ผมก็คิดจะทดลองค่อยๆ ปิดรูแก้มลิงลดลง มันอาจจะเห้นความแตกต่างของคลื่นเสียงภายในห้องหนูทดลองของผมได้บ้างละครับ ผมคิดถูกแล้วที่เอาเรื่องนี้เข้ามาคุยในนี้ ซึ่งมันทำให้ผมได้ไอเดียจากทั้งพี่ TC และคุณวิทยา :yahoo จากที่ทำแก้มลิงไปแล้วยังคิดไม่ออกว่าเราจะพิสูจน์มันอย่างไรดี! K] ไม่ใช่แค่ใช้หูฟังอย่างเดียวมันไม่สนุกน่ะครับ d_d :drunk
โปรแกรม REW หรือ โปรแกรมอื่นๆ เขาก็วัด acccurate phase ได้ครับ ไม่งั้นก็เอาไปใช้งานอะไรด้านเครื่องเสียงไม่ได้ครับ
True RTA ไม่เคยใช้ครับ แต่คนเขียนเป็นระดับเทพตัวจริงเสียงจริงครับ
-
การเข้าหาเจ้าของโรงหนังคนนี้ไม่ใช่ง่ายๆ ผมพลาดในก็เลยอด ไม่รู้ว่าตอนนี้ 16 หรือ 15 ช่องของปากฮอร์นเสียงกลางถึงสูงจะยังอยู่หรือไม่? ตอนที่ผมเห็นมันสะภาพยังดีมากๆ ครับ ลองติดต่อเจ้าของให้ดีๆ อาจเกิดการซื้อขายได้ครับ บ้านเจ้าของ VOT นี้อยู่ติดปั๊มเอสโซ่แถวๆ โรงหนังระยองราม่านะครับ
คุณวิทยาเข้าใจผิดครับ โปรแกรมไม่ใช่ปัญหาเพราะปัจจุบันนี้เข้าขั้นเทพไปแล้ว แต่ตัวเชนเซอร์ในการที่เราจะวัด Phase เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียดมากๆ นั้น ตัวเซนเซอร์ ต้องเป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวกันเท่านั้น การเอาสัญญาณโดยตรงจากขั่วลำโพงแล้วไปใช้ไมค์จับที่ใกล้ๆ ลำโพง หากโชคดีมากๆ ถึงจะได้ Phase ที่ตรงกัน แต่จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำและพบมา ยังไม่เคยพบครับ แต่ละเซนเซอร์ที่นำมาใช้ค่า Phase ที่บอกออกมาก้ไม่เคยตรงกัน แต่ถ้าเราใช้วิธีคอมเพนเสทเอาก็คงได้นะครับ แล้วพวกเซนเซอร์ที่ใช้ Moving Mass (ผมหมายถึงพวกที่ใช้ Voice coil เป็น Diaphragm)นี่ไม่ควรเอามาใช้งานที่ละเอียดละดับความแตกต่างเป็นไมโครเซคแบบนี้อีกด้วย
-
(http://uppic.mobi/image-9ED4_4E069BE0.jpg)
วันนี้ที่ภูซางฝนตกหนักมาก ช่างก็เลยหยุดงาน ผมเลยมีเวลาเอาห้องฟังเพลงที่ออกแบบเป็นห้องหนูทดลองมา Update ให้ดูกัน รูปรกๆ แบบนี้ต่อไปคงจะไม่ได้เห็นหลังจากห้องนี้แล้วเสร็จสมบูรณ์แบบ ห้องนี้มีขนาด 3.6x6.9x2.5m เท่านั้นเองละครับ ถือว่าอยู่ในขนาดห้องฟังเพลงระดับเล็กๆ
ส่วนของบ้านที่ผมเอามาทำห้องฟังเพลงนี้เดิมเป็นยุ้งฉางที่มีส่วนทอดติดกับตัวบ้านเอาไว้เก็บเมล็ดพันธ์พืชครับ (ชาวบ้านเค้าถือกันว่าห้ามเอายุ้งฉางมาทำบ้าน แต่ผมทำห้องฟังเพลง และที่พักผ่อนชั่วคราว ถือว่าผมไม่ได้เอามาทำบ้านละกัน แต่ก็มีนักเขียนภาพชื่อดังที่เคยไปเขียนภาพผนังบ้านให้กับเศษรฐีฝรั่ง กว้านหาชื้อไม้ยุ้งแบบที่มีรูๆ แบบในรูปนี้ เอาไปทำบ้านของแก ให้ราคาสูงมากๆ เลยด้วย) บ้านพร้อมยุ้งหลังนี้ พี่สาวแฟนบอกว่าสร้างมาเกือบร้อยปีแล้วเห็นจะได้ ไม้ส่วนมากเป็นไม้สัก พื้นยุ้งก็เป็นไม้สักหนานิ้วครึ่ง หน้ากว้างฟุทนึงเห็นจะได้ ถือว่ามันน่าจะเก็บเสียงไม่ให้ดังออกไปข้างนอกได้พอสมควร
ในส่วนของเพดาลห้องที่มีคานและรอด (ไม้ในส่วนที่เป็นคานและรอดส่วนใหญ่ถูกเจาะรูโตสองถึงสามนิ้วไว้ ตามรูป) ก็น่าจะช่วยลดเสียงก้องสะท้อนในส่วนบนเพดาล และในส่วนของเสา (ฉางต้องรับแรงมากเค้าจึงทำ Span ไว้แคบมาก ผมจึงต้องก่อกำแพงล้อมเสา) ซึ่งการทำแบบนี้มันก็น่าจะช่วยลดเสียงก้องสะท้อนด้านข้างได้ และหน้าต่างก็น่าจะเป็น Diffuser ไปในตัวได้อีกด้วย ผมทดลองผิวปาก ดีดนิ้ว ปรบมือ พบเสียงก้องมีออกมาน้อยมากๆ ผิดกับบ้านที่อยุธยา ถ้าผมเอาเตียงและโซฟาใส่ลงไป ก้คิดว่าห้องนี้น่าจะได้เสียงที่ออกมาเหนือห้องที่บ้านอยุธยาเป็นอย่างมากเลยละครับ ซึ่งคงต้องพิสูจน์กันต่อไป :beer:
-
;D ;D ;D ไปจ้างช่างมาแกะสลักลายเสา ด้วยสิ แล้วประดับไฟ ผมว่าน่าจะสวยไปอีกแบบเน๊อะ ไม่เอาแบบโมเดิล แต่เอาแบบลายไทย ๆ แกะไม่ได้ราคามันสูงไป ก็เอาไม้แบบฉลุสำเร็จรูปมาแปะก็ดีมั้ง O0 O0 เห็นขื่อ แล้ว สงสัยเจ้าของบ้านจะต้องฝูกแปลนั่งฟังเพลงอีกเป็นแน่ ;D ;D ;D
-
พี่ครับ :'( :'( :'(
กาแฟจะหมดแล้ว :'( :'( :'(
ตอนนี้กินของอิตาลีอยู่ ใกล้หมดเต็มที
จะบอกหลายวันแล้ว เกรงใจเห็นทำบ้านอยู่
:cry2 :cry2 :cry2
-
พี่ครับ :'( :'( :'(
กาแฟจะหมดแล้ว :'( :'( :'(
ตอนนี้กินของอิตาลีอยู่ ใกล้หมดเต็มที
จะบอกหลายวันแล้ว เกรงใจเห็นทำบ้านอยู่
:cry2 :cry2 :cry2
จะเอาก็ได้เลย เพราะเมื่อเช้าผมคั่วระดับ Dark เกินไปอยู่ 500 g ถ้าจะเอาพรุ่งนี้ส่งให้พร้อมเจ้าที่หละรีได้เลยครับ ช่วงนี้คนสั่งเข้ามาเยอะมากๆ แต่ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมใช้เวลาคั่วแค่ถังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วละครับ
ตอบคุรนายพานว่า ผมเล็งขื่อไว้แล้วครับ เพราะมีรูให้แขวนแปลยวนได้เลย เสาบ้านตอนแรกก็ไม่ชอบ แต่พอทำออกมาแล้ว ก็ดูแปลกๆ ดีน่ะ
(http://uppic.mobi/image-17EF_4E070BB8.jpg)
แล้วผมกำลังคิดจะทำกังหันพลังน้ำ ใครมีความรู้เรื่องนี้ หรือแหล่งซื้อตัวเทอร์ไบน์ช่วยบอกด้วยครับ จะเอามาลงตรงนี้
(http://uppic.mobi/image-07FB_4E09C6B9.jpg)
รูปบนมุมมองของจริงน่าจะซัก 150 องศานะครับ แต่พอทำพาโนออกมาแล้วภาพมันดูออกมาแล้ว ดูมันไม่โค้งเลย :wallbash:
ผมไปเจอที่นี่มาดูแล้วท่าจะไม่ได้เรื่องซะมากกว่าละครับ
(http://uppic.mobi/image-7090_4E0AA806.jpg)
-
รบกวนครับพี่ dark 500g ครับ
ขอบคุณครับ ;)
-
รบกวนครับพี่ dark 500g ครับ
ขอบคุณครับ ;)
อ้าว! ตอบ PM ไปแล้วนะครับ สั่งได้ทุกท่าน อย่างไม่ต้องเกรงใจครับ ช่วงนี้ผมมีออร์เดอร์คั่วส่งทุกวันอยู่แล้วครับ
-
:secret http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=57726 (http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=57726)
-
:secret http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=57726 (http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=57726)
อ๋อย! สุดยอดเลยครับ ผมค้นเป็นเฮียกลูเกิ้นตั้งหลายชั่วโมงยังไม่เจอเจ๋งๆ แบบนี้เลยครับ
-
(http://uppic.mobi/image-012E_4E0D3965.jpg) ทดลองเอา ESL คู่เดียวมาใส่ดูเล่นๆ เสียงเบสไม่มีก้องออกมาเลยละครับ แม้จะยังไม่ได้ใส่ใยแก้วข้างในนั้น ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะดีมากขึ้นไปอีก ดีกว่าทุกห้องปูนที่ผมเคยมีมาเลยละครับ ขอยืนยันว่าแก้มลิงเวริคจริงครับ
-
esl เป็น dipole เหมือนพวก Open Baffle มันไม่ pressure ห้อง เบสไม่บวมอยู่แล้วครับ
-
พื้นห้องปูด้วยวัสดุอะไรครับ เห็นมันแผล็บเลย
-
พื้นห้องปูด้วยวัสดุอะไรครับ เห็นมันแผล็บเลย
ผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นแกรนิตโต ใช่หรือเปล่าเรียกไม่ถูกเหมือนกันครับ ;D
-
esl เป็น dipole เหมือนพวก Open Baffle มันไม่ pressure ห้อง เบสไม่บวมอยู่แล้วครับ
เคยเปิดในคอนโด ห้องประมาณนี้นี้ เสียงเบสก็อื่ออึงกว่าเยอะนะครับ ที่จริง QUAD ESL ผมเคยเปิดหนังเรื่องทรานสะฟอร์เมอร์ พื้นห้องสะเทือนเหมือนกันนะครับ แฟนยังบอกว่ายังกะใช้ซับวูฟเฟอร์ JBL ตัวเก่าเลยละ
พื้นบ้านใช้แกรนิสโต้ครับ ผมว่ามันดีกว่ากระเบื้องเยอะเลย ลงไปนอนเกือกกลิ้งแบบมีความรู้สึกที่ดีกว่ากระบื้องตรงที่มันเหมือนพื้นที่เรียบรวมเป้นชิ้นเดียวกันทั้งห้องเลย และดูสะอาดดีมาก ทำความสะอาดง่ายกว่าด้วยความที่ไม่มีร่องตรงรอยต่อน่ะครับ ผมให้เค้าปูชิดติดกันไปเลย
-
พี่พินิจครับห้องนี้ใช้เป็นห้องรวมสำหรับดูหนังฟังเพลงเลยหรือเปล่าครับ ดูแล้วน่าสนใจมากกับเทคนิคแก้มลิง ถ้ามีโอกาสขึ้นไปเที่ยวจะหาโอกาสไปฟังให้ได้ครับ O0
-
ได้รับกาแฟแล้ว ไวสุดๆครับ
เดี๋ยวไปโอนเงินครับ
ขอบคุณครับ
-
d_d
-
พี่พินิจครับห้องนี้ใช้เป็นห้องรวมสำหรับดูหนังฟังเพลงเลยหรือเปล่าครับ ดูแล้วน่าสนใจมากกับเทคนิคแก้มลิง ถ้ามีโอกาสขึ้นไปเที่ยวจะหาโอกาสไปฟังให้ได้ครับ O0
เทคนิคแก้มลิง ผมเห็นว่ามันเวริค และเกิดมั่นใจ ตั้งไปฟังบ้านคุณวัตต์แล้วละครับ (ขนาดไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อเก็บเสียง แค่ตอนแรกเค้าตั้งใจเพื่อจะเอาไว้เก็บแผ่น) แต่ของผมนี่คำนวนกันตามหลักการ เลยเห็นผลดีมากยิ่งขึ้นไปอีกละครับ น่าทำกันเล่นๆ หากใครคิดจะทำห้องใหม่หรือเจาะรูทำเอาภายหลังก็น่าจะได้ครับ เพิ่มต้นทุนตรงแก้มลิงไปไม่ถึง 1% ของค่าทำห้องทั้งหมด แต่ได้กลับมาคุ้มค่าสุดๆ ครับ ห้องนี้คงใช้งานหลากหลายครับ เพราะชุดที่ตั้งใจจะเอาลงคือชุดที่ชอบน้อยที่สุด แต่ผมโง่ไปซื้อมาใช้แพงที่สุดเท่าที่ผมมีอยู่สามชุดคือ Focus FS68 (Stack) + Krell KSA 250 + CAT SL-1 + TT SME 10 อ่ะครับ ชุดที่ผมรักลองลงมาคือ VOT และรักที่สุดคือ QUAD ESL 63 (Stack) ที่เห็นละครับ แต่มันต้องอยู่บนบ้านไม้กว้าง เพดานสูงๆ ที่จะแสดงเสียงได้สุดฤทธิ เชิญครับ ถ้าขึ้นมาแอ่วเมืองเหนือ แถวๆ ภูชี้ฟ้า d_d :drunk
ได้รับกาแฟแล้ว ไวสุดๆครับ
เดี๋ยวไปโอนเงินครับ
ขอบคุณครับ
ถุงโปร่งใหม? คายแก็สได้ครบ 30 ชม. ครับ (คิดว่ามันอาจพองเล็กน้อย) เรื่องตังค์เอาไว้สิ้นเดือนก็ได้ครับ
-
มารายงานผลของห้องต่อนะครับ วันแรกผมปรับเซ็ทลำโพงแบบคร่าวๆ คือหาจุดที่เบสดีที่สุด ไม่ฟุ้ง ไม่เบลอบวม แต่ทำอย่างไม่ละเอียดนัก เพื่อรอให้ลำโพง ESL ที่จอดมานาน เสียงเข้าที่เข้าทางซะก่อน d_d
วันนี้เสียงเบสของ ESL ดีขึ้นมามาก ก็เลยปรับอย่างจริงจัง โดยขยับไปรอบๆ ในรัศมีครึ่งเมตร แต่แล้วก้ต้องเอากลับมาใกล้ๆ ที่เก่าครับ ผมก็เลยลองวัดระยะจากกึ่งกลางลำโพงไปยังรูของแก้มลิงที่มุมห้อง ปรากฏว่าวัดได้ประมาณ 180 cm ครับ คือผิดไปสองสามเซนต์เห็นจะได้ ผมก็เลยจับตั้งไว้ที่ 180 cm พอดีที่กลึ่งกลางรูแก้มลิง เสียงก็เบสโอเคเยี่ยมครับ ผมลยคิดว่าความถี่ RF ทางด้านกว้างของห้องมีผลต่อเสียงเบสเป็นอย่างมาก ถ้าเราทำแก้มลิงและวางลำโพงอย่างถูกต้องแล้ว ผมของมันคุ้มค่าการลงทุน อาจมากกว่าซื้อแอมป์แพงๆ แต่ห้องมีแต่เสียงเบสอื่ออึงไปหมดน่ะครับ ก็อย่างที่บอกไว้ เสียงเบสที่อื่ออึง ก็เหมือนมองปลาในน้ำขุ่น พอเบสสะอาดขึ้น ก็เหมือนเรามองปลาในน้ำที่ใส เสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นมันชัดเจนแบบจะจะจะจะจะ ครับ :victory ตอนนี้ผมเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ไม่อยากออกไปเที่ยวไหนกันเลยละ :drunk
-
มารายงานผลของห้องต่อนะครับ วันแรกผมปรับเซ็ทลำโพงแบบคร่าวๆ คือหาจุดที่เบสดีที่สุด ไม่ฟุ้ง ไม่เบลอบวม แต่ทำอย่างไม่ละเอียดนัก เพื่อรอให้ลำโพง ESL ที่จอดมานาน เสียงเข้าที่เข้าทางซะก่อน d_d
วันนี้เสียงเบสของ ESL ดีขึ้นมามาก ก็เลยปรับอย่างจริงจัง โดยขยับไปรอบๆ ในรัศมีครึ่งเมตร แต่แล้วก้ต้องเอากลับมาใกล้ๆ ที่เก่าครับ ผมก็เลยลองวัดระยะจากกึ่งกลางลำโพงไปยังรูของแก้มลิงที่มุมห้อง ปรากฏว่าวัดได้ประมาณ 180 cm ครับ คือผิดไปสองสามเซนต์เห็นจะได้ ผมก็เลยจับตั้งไว้ที่ 180 cm พอดีที่กลึ่งกลางรูแก้มลิง เสียงก็เบสโอเคเยี่ยมครับ ผมลยคิดว่าความถี่ RF ทางด้านกว้างของห้องมีผลต่อเสียงเบสเป็นอย่างมาก ถ้าเราทำแก้มลิงและวางลำโพงอย่างถูกต้องแล้ว ผมของมันคุ้มค่าการลงทุน อาจมากกว่าซื้อแอมป์แพงๆ แต่ห้องมีแต่เสียงเบสอื่ออึงไปหมดน่ะครับ ก็อย่างที่บอกไว้ เสียงเบสที่อื่ออึง ก็เหมือนมองปลาในน้ำขุ่น พอเบสสะอาดขึ้น ก็เหมือนเรามองปลาในน้ำที่ใส เสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นมันชัดเจนแบบจะจะจะจะจะ ครับ :victory ตอนนี้ผมเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ไม่อยากออกไปเที่ยวไหนกันเลยละ :drunk
:clap :clap :clap :clapนี่เห็นจะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของคอDIYผมเองตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับงานDIYแต่พอทำแล้วมันย่ำอยู่กับที่ไม่ได้จากแอมป์ก็ขยับมาลำโพง นี่ก็เริ่มมองห้องฟังอีกละ ;D ;D ;D
-
ถ้าเราทำแก้มลิงและวางลำโพงอย่างถูกต้องแล้ว ผมของมันคุ้มค่าการลงทุน อาจมากกว่าซื้อแอมป์แพงๆ แต่ห้องมีแต่เสียงเบสอื่ออึงไปหมดน่ะครับ ก็อย่างที่บอกไว้ เสียงเบสที่อื่ออึง ก็เหมือนมองปลาในน้ำขุ่น พอเบสสะอาดขึ้น ก็เหมือนเรามองปลาในน้ำที่ใส เสียงเครื่องดนตรีทุกชิ้นมันชัดเจนแบบจะจะจะจะจะ ครับ :victory ตอนนี้ผมเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ไม่อยากออกไปเที่ยวไหนกันเลยละ :drunk
อันนี้เห็นด้วยมากๆ ครับ
หากเราจะเอาคุณความดี(ที่คิดว่าน่าจะได้)จาก แอ็มป์ หรือลำโพง ซอร์ส หรือแม้กระทั่งเส้นสายดีๆ มาเพื่อชดเชย "ความไม่เข้าท่า ไม่เอื้ออำนวยต่อการฟังเพลง" ของห้อง/สถานที่ (ซึ่งสิ่งนี้ เรามักไม่รู้ / ไม่เคยรู้มาก่อน)
หากห้อง สถานที่ เอื้ออำนวยแล้ว............คุณความดี(หรือไม่ทางกลับกันก็อาจจะเป็น ความด้อย ที่แฝงเร้น) ของอุปกรณ์ทั้งหลาย ก็จะถูกสำแดงให้สัมผัสกันแบบจะๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น
หากมองในแง่นี้(ไม่นับมิติ เวทีเสียง ความสบายขณะฟัง) ชุดหูฟังดีๆ ตอบโจทย์ได้ง่าย/ชัดเจนมากเลยครับ
(ของผม ต้องเร่งปรับปรุง ลำโพง เป็นการด่วน เพราะที่ฟังอยู่ ยังได้ไม่ถึงครึ่ง ของคุณภาพที่ควรจะเป็น)
(http://uppic.mobi/image-012E_4E0D3965.jpg) ทดลองเอา ESL คู่เดียวมาใส่ดูเล่นๆ เสียงเบสไม่มีก้องออกมาเลยละครับ แม้จะยังไม่ได้ใส่ใยแก้วข้างในนั้น ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะดีมากขึ้นไปอีก ดีกว่าทุกห้องปูนที่ผมเคยมีมาเลยละครับ ขอยืนยันว่าแก้มลิงเวริคจริงครับ
แจ๋วครับพี่
ดูเผินๆ ..........แทบมองไม่ออกว่ามี ช่อง/หลืบ ดักเสียง
ปกติ...เรามักจะ...ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่านข้อความของ "ผู้รู้" ว่า ห้องที่เสียงดี เบสดี ต้องแข็งแรง ผนังสองชั้น ฝ้าเพดาน ต้องอย่างนั้น อย่างนี้
เดี๋ยวจี้ ต้องกล่าวว่า " ไม่แน่ หากรู้จัก และเข้าใจ" หลักการและแนวทางประยุกต์ใช้
และเห็นด้วยครับว่าถ้าจะใส่ เส้นใย/วัสดุซับ
"ปากช่อง" หลืบของห้องที่บ้านผมก็คิดทำเช่นกัน (ดูภาพห้องผมประกอบ) แต่เป็นลักษณะการตกแต่ง
โดยแท่งวัสดุซับเสียง จะแขวนลอยไว้ที่ราวแขวนจอภาพ เพราะคิดว่า ถ้าติดไว้ที่ผนัง มันจะ ทำงานแบบยูนิฯ แต่ถ้าติดลอยน่าจะเป็นแบบ ไบไดเร็คชั่น
ll คลื่นกระทบ >>>>> วัสดุซับ <<<<<< คลื่นสะท้อนกลับ ll
คิดว่าคงใช้ แผ่นไซคลีน ของตราช้างแหละครับ เพราะหุ้มสักหลาดมาแล้ว (และจำเป็นต้องใช้อีกจำนวนหนึ่ง ตกแต่งที่ฝ้าเพดานมุมห้อง)
เห็นภาพลำโพงแผ่นที่พี่พินิจเล่นแล้ว......ชอบมากครับ......สักวันหนึ่งผมคงต้องเล่นลำโพงแผ่นเช่นกัน :drive1
อีกอย่างเพราะพึ่งไปลองฟังหูฟังตัวท็อปๆ Stax SR009 มา บ้านเรา 140k บาทไทย ถูกกว่าซื้อ ตปท. เสียงดีและครบเครื่องมาก...........(.แต่ถ้าคุ้มตังค์สุด คงเป็นรุ่น SR507 ลดงบลงมาเหลือหนึ่งในห้า)
ยังไงๆ เสียงแบบนี้ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของผมแน่นอน.............ใส เคลียร์ กังวาน รายละเอียด มิติ ครบครัน ไม่ว่าย่านเบสลึก หรือปลายแหลมสุด
แนวเสียงแบบนี้ ในบ้านก็คงเป็นลำโพงแผ่นเท่านั้น........(คงทำใจ เล่นประมาณ แม็กกี้ มือสองแหละครับ)
-
ห้องมีผลต่อเสียงมากมายกันเลยละครับ ลำโพงคู่นี้ อยู่กับผมมา ก็สามห้องแล้วละครับ เปลี่ยนห้อง เสียงเปลี่ยนยิ่งกว่าเปลี่ยน Coupling Cap มากมายนัก สามห้องสามเสียงครับ เคยอยู่คอนโดก็ขนาดประมาณนี้ ขนาดมีที่นอนอยู่ด้วยเสียงยังก้องสะท้อนอื่ออึงกว่านี้มาครับ โทนบาลานซ์ของเสียงคนละเรื่องกันเลยละ แต่เสียงเบสลึกๆ คอนโดให้ได้มากที่สุด
ต่อมาย้ายมาอยู่บ้านไม้กว้าง 10mx20mx3m นั้งฟังห่างลำโพง 9m ผมชอบที่นี่มากที่สุด ไม่มีเสียงก้องสะท้อนของเสียงเบสเลย มีของเสียงกลางบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ปลายแหลมฟังห่างมากๆ เลยรายละเอียดหายไปตามระยะทางที่นั่งห่างลำโพงมาก แต่ฟังจากที่นี่เสียงผ่อนคลาย ฟังได้ทั้งวันไม่มีเครียดครับ
ที่ห้องใหม่นี้ ก็ไม่ใช่มีดีอย่างเดียวนะครับ เทียบกับบ้านไม้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว คุณวัตต์พูดได้ตรงกับที่ผมคิดในการฟังมันในวันนี้เป้นอย่างมาก ห้องนี้มันฟังเสียงได้ซัดเจนซะจนลำโพง ESL ตัวนี้ไม่เคยเป็นลำโพงจับผิด คือฟังอะไรก็เพราะไปหมด แต่ห้องนี้มันทำให้ ESL ของผมขี้ฟ้องมากๆ ครับ แผ่นไหนอัดมาไม่ดี มันฟ้องหมด มันเลยทำให้ผมฟังบางแผ่นที่ผมก็เคยว่ามันเพราะดี ฟังกันได้เรื่อยๆ มาหลายปี แต่ห้องนี้ทำให้แผ่นที่ผมฟังได้เหลือเพียงครึ่งเดียวเองละครับ แล้วฟังนานๆ มันก็มีความเครียดจากรายละเอียดที่มากเกินจนทำให้เราต้องจดจ่ออยู่กับมันตลอดเวลา หรือมันเป็นสิ่งใหม่ มีบ้างสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินจากเพลงที่เคยฟังมาหลายครั้ง ก็มีออกมาให้ได้ยิน เราเลยสนใจเพ่งเล็งมันเป็นอย่างมากๆ ทำให้รู้สึกฟังนานๆ เครียด ต้องออกไปทำอย่างอื่นสักพักแล้ว ก็กลับมาสนุกกับของใหม่ต่อ (จริงมันก็อาจจะเป็นแค่ของที่แปลกใหม่สำหรับผม ก็เลยเกิดความกระตือลือล้นที่จะสนใจมันก็เท่านั้น) บ้างครั้งของใหม่ก็ไม่ได้ดีกว่าเก่า เห่อแค่พักเดียว ของแท้ต้องห้องบนบ้านไม้หลังใหญ่ๆ ครับ แล้วก็ต้องอยู่กลางทุ่ง เปิดกันแบบไม่ต้องเกรงใจบ้านข้างเคียง อันนี้คือสุดยอดของจริงสำหรับผมครับ
-
(http://uppic.mobi/image-C514_4E13EEB2.jpg) ใครลองเอาลำโพงมา Stack กันแล้ว แล้วก็ลองแยกมันออกมาฟังเพียงคู่เดียวละก็ เหมือนคันแล้วเกานอกผ้าครับ ผมต้องยอมเหนื่อยยกอีกคู่ข้างบนบ้านลงมาสะแต็กกันละครับ เสียงมันดีขึ้นมาอีกเยอะเลยละครับ มีเนื้อหนังเพิ่มขึ้น อิมแพ็คมากขึ้น เบสลงลึกมากขึ้น หนักแน่นมากขึ้น ฯลฯ ถ้าไม่เชื่อก็ลองซื้อลำโพงอีกคู่มา Stack กันดูนะครับ :secret
-
พี่พินิจครับ
ไม่ทราบว่า สองมุมหลังห้อง/หลังจุดที่เรานั่งฟัง สามารถ ทำเป็นซอกหลืบ ดักเสียงได้ด้วยไหมครับ ถ้าทำได้ มันจะช่วยให้เสียงชัดเจนล่องลอย เป็นอิสระ เด่นชัดขึ้นอีกหรือเปล่า
เพราะหากเรายืนที่มุมห้อง ไใ่ว่าห้องไหนๆ ก็จะมีเสียงบูมๆ อื้ออึง ไม่มากก็น้อย
ห้องที่บ้าน ทั้งสองมุมหลังจุดนั่งฟัง คงทำอะไรมากไม่ได้ แต่อาจดัดแปลงทำซอกหลืบเพิ่มได้ (ในซอกหลืบ ซ่อนแถวหลอดแอลอีดีไว้ ทำเป็นไฟสร้างบรรยากาศ )
-
พี่พินิจครับ
ไม่ทราบว่า สองมุมหลังห้อง/หลังจุดที่เรานั่งฟัง สามารถ ทำเป็นซอกหลืบ ดักเสียงได้ด้วยไหมครับ ถ้าทำได้ มันจะช่วยให้เสียงชัดเจนล่องลอย เป็นอิสระ เด่นชัดขึ้นอีกหรือเปล่า
เพราะหากเรายืนที่มุมห้อง ไใ่ว่าห้องไหนๆ ก็จะมีเสียงบูมๆ อื้ออึง ไม่มากก็น้อย
ห้องที่บ้าน ทั้งสองมุมหลังจุดนั่งฟัง คงทำอะไรมากไม่ได้ แต่อาจดัดแปลงทำซอกหลืบเพิ่มได้ (ในซอกหลืบ ซ่อนแถวหลอดแอลอีดีไว้ ทำเป็นไฟสร้างบรรยากาศ )
ผมเคยเห็นฝรั่งทำไว้ที่กลางห้องทั้งสองฝั่งที่เรานั่ง (ทำเป็นแบบครึ่งวงกลม มีหลายขนาดเรียงติดๆ กัน ที่ผนังด้านข้างๆ แถวๆ แนนวที่เรานั่งฟัง) คือออกแบบให้เก็ยหลายๆ ความถี่ที่เค้าต้องการจะเก็บครับ เราสามรถทำไว้ที่มุนห้องได้ทุกมุม ไม่ว่าข้างหน้าเราและข้างหลังครับ ในความเห็นของผม คิดว่า RF ที่เกิดจากผนังด้านข้างและที่เพดาลกับพื้นนั้นควรจัดเก็บ RF ให้หมดสิ้น ส่วนความยาวของห้อง ถ้าห้องยาวมากๆ ผมคิดว่าความถี่ต่ำๆ ลำโพงท่พวกเราเล่นกันนั้น มันลงไปไม่ค่อยถึง ไม่ต้องสนใจมันก้ยังได้ครับ ยกเว้นคนเล่นของแพงๆ ที่สะเป็กลำโพงลงไปได้ถึง 20Hz แบบ +/-0 dB กันเลย แบบนี้ต้องเก็น RF ของด้านความยาวห้องกันด้วย
ห้องจริงๆ ของผมก็คิดว่าจะทำทั้งสี่มุน และตรงแถวๆ ที่เรานั่งฟังด้วยละครับ และผมจะไม่มีการตีโครงคร่าวใส่ยิปซั่มบอร์ดอีกด้วย ให้เป็นผนังปูนล้วนๆ ทั้งห้องกันเลยละ
-
สวัสดีครับพี่พินิจ
ข้าน้อยลองวิเคราะห์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ว่ากันที่คล้ายๆด้ายกายภาพของไหล เพื่อให้มองภาพได้ชัด
นึกถึงห้องเรา ตอนฟังเพลงเราปิดอยู่ใช่ไหมครับ (เหมือนกล่องนมแบบกระดาษที่ปิดสนิท ถ้าเราบีบ มันก็ป่องในจุดที่แข็งแรงน้อยที่สุด ซึ่งก็คือมุมกล่องนั่นเอง)
แรงอัดอากาศ ก็ออกมาจากลำโพง โดยเฉพาะดอกใหญ่ๆ อัดออกมาที หรือมวลอากาศของเสียงเบส ย่านต่ำ ทำให้เรารู้สึกได้ที่ผิวหนัง
ผนังห้องส่วนใหญ่ จะแข็งแรง อัดไปแล้ว มันก็เด้งกลับในบันดล(เสียงสะท้อน)
ซอกหลืบเสมือนช่องทางระบาย เหมือนหลุมพราง แรงอัดอากาศก็จะวิ่งกรูเข้าไปที่ช่องเหล่านี้ง่ายกว่า จึงวิ่งไปก่อนใคร แล้วพลังงานคลื่นก็สะท้อนหักล้างกันไปในซอกหลืบนี้ ช่วงที่กรูกันในคาบเวลาแรกๆ ก็จะลดแรงอัดผนังส่วนอื่นๆด้วย.....คือให้ถูกอัดช้าลงไปกว่าในซอกหลืบ
..........ไม่ได้หมายความว่าผนังทั่วไปจะไม่มีแรงอัด แต่กว่าแรงอัดจะเกิดกับผนังทั่วไป มันก็สายไปเสียแล้ว เพราะมัวไปหลงอยู่ในซอกหลืบ เฮ่ๆๆ กลับมากวนเราไมใ่ทัน ซะใจจริงๆ K]
หมายถึง กับผนังทั่วไปมันน่าจะเกิดช้ากว่า สะท้อนช้ากว่า กว่าจะเกิดผล เราก็ได้ยินเสียงหลักไปแบบเต็มๆ สะอาดๆ แล้วหละ โฮ่ๆๆ
ข้าน้อยลองคิดเปรียบเทียบแบบนี้ ทำเข้าใจได่ง่ายขึ้นแยะเลย .......... ไม่ต้องอ้างวิชาการมากมาย
(อ้างอิงผลกระทู้ก่อนที่พี่พินิจ มีการรายงานถึงความสะอาด ความสงัดของเสียงที่ได้รับ...............ได้มากกว่าการเปลี่ยนแอ็มป์ เล็ก ไปแอ็มป์ใหญ่เสียอีก มีห้องฟังเพลงแบบทั่วๆไปมาก็หลายห้อง หลายแบบ แต่ไม่เคยได้ยินแบบนี้)
จากการอ่านข้อความที่พี่พินิจเล่าให้ฟังล่าสุด พึ่งมานึกได้ว่า
ห้องที่บ้านสองข้างที่นั่งฝังนั้น เป็นช่องหน้าต่าง 2x2m แบบบานเลื่อน และทำเป็นช่องหลบเพื่อติดตั้งรางผ้าม่าน(ลึก 20cm โดยประมาณ) สมมาตรกันเด๊ะๆ
หากใช้แผ่นไซคลีน ขนาดซัก 30x60 ซม. มาตั้งๆซ้อนกัน (อาจยึดด้วยโครง/กรอบไม้สัก เพื่อความสวยงาม )
ใช้สามแผ่นก็จะสูงพอดีกับช่องหน้าต่าง ทำทั้งสองด้าน คือเกือบกลางห้อง และมุมหลังห้อง และทั้งซ้ายขวา
มันก็จะกลาย เป็นช่องดัก สลายคลื่นเสียงได้ทันที ซ้าย-ขวาฝั่งละสองจุด
(รวมแล้ว ใช้แผ่นไซคลีน โหลนึงพอดี แต่คงใช้มากกว่านี้ เพราะมุมเพดานด้านบน ยังต้องติดเพื่อความเรียบร้อยสวยงามครับ)
หาเรื่องเสียตังค์ ไว้ล่วงหน้าอีกแล้วเรา สงสัยต้องระบายของออกไปอีกหลายอย่าง เฮ่ๆๆ
-
(http://uppic.mobi/image-1071_4E280D6B.jpg) http://www.positive-feedback.com/Issue16/lavigneroom.htm
จากในรูปในเวปที่ฝรั่งเค้าทำ (ผมก็ได้ไอเดียจากเวปนี้แหละ) คือเค้าทำเป็นกล่องเก็บเสียงไว้ในตัวห้อง แต่เราทำเป็นกล่องไว้นอกห้อง ซึ่งผลลับพ์ไม่ต่างกัน แต่ของเราไม่ต้องตีโครงคร่าวกรุไม้อัดเพื่อปิดบังบังกล่องแบบเค้า (เน้นประหยัด) แต่เรายอมเสียพื้นที่นอกห้องแทน จะเห็นว่าเค้าก็ทำทั้งข้างหน้าและข้างหลังห้อง รวมทั้งด้านข้างด้วย ซึ่งคุณวัตต์จะทำเพิ่มขึ้นมาอีกหลายๆ จุด ภายในห้อง ถ้ารู้สึกว่าการเก็บเสียงสะท้อนยังไม่เพียงพอก็ทำได้ครับ
ข้าน้อยลองวิเคราะห์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ว่ากันที่คล้ายๆด้ายกายภาพของไหล เพื่อให้มองภาพได้ชัด
ที่จริงอากาศที่เคลื่อนที่ด้วยแรงผักดันของเสียงมันก็คือของไหลชนิดนึง ก็คล้ายๆ น้ำที่ไหลเข้าแก้มลิงที่เป็นระรอกคลื่นเหมือนกันละครับ
(http://uppic.mobi/image-9D21_4E281518.jpg)
จากการทดลองทำแก้มลิงของผมห้องนี้ทำให้รู้ว่านอกจากขนาดควรจะเป็นครึ่งนึงของ Resonance Freq. แล้ว ปริมาตรของห้องแก้มลิงก็สำคัญครับ คือมันต้องกว้างพอ ที่ผมทำไว้มันน้อยเกินไปเนื่องจากไปติดสิ่งกีดขวางอยู่อยู่เลยมีขนาดแค่ 20 cm ซึ่งเมื่อเราเร่งเสียงดังมากๆ ยังพบว่ามีเสียงสะท้อนออกมาอยู่บ้างเล็กน้อย แต่มันก็ยังดีกว่าห้องที่ไม่มีแก้มลิงที่บ้านอยุธยาอยู่หลายเท่าตัว คือที่บ้านอยุธยามีแต่เสียงอื้ออึงจนฟังนานๆ แล้วเวียนหัว (ถ้าฟังจากคลิปที่ผมเคยอัดเอามาให้ฟังจะได้ยินเสียงก้องสะท้อนออกมาชัดเจนมากๆ รอให้ลำโพง ESL เบินร์อินเข้าที่เข้าทางจะอัดเสียงมาให้ฟังกันนะครับ) แต่ที่นี่ถ้าเปิดฟังระดับพอดีๆ จะไม่พบเสียงสะท้อนอื้ออึงแม้แต่น้อยเดียว (ในระดับความดังเท่าที่เปิดที่บ้านอยุธยา จะมีเสียงสะท้อนแบบแย่มากๆ แล้ว) ผมคิดว่าควรทำให้แก้มลิงใหญ่ๆ ไว้ก่อนดีกว่าเล็กๆ ครับ ถ้าแก้มลิงของผมได้ซักขนาด 180x90x45 cm ก็คงจะเยี่ยมละครับ (ที่ทำไว้คือ 180x90x20 cm โดยที่ห้องผมมีหน้ากว้างเท่ากับ 360 cm)
(อ้างอิงผลกระทู้ก่อนที่พี่พินิจ มีการรายงานถึงความสะอาด ความสงัดของเสียงที่ได้รับ...............ได้มากกว่าการเปลี่ยนแอ็มป์ เล็ก ไปแอ็มป์ใหญ่เสียอีก มีห้องฟังเพลงแบบทั่วๆไปมาก็หลายห้อง หลายแบบ แต่ไม่เคยได้ยินแบบนี้)
จากการอ่านข้อความที่พี่พินิจเล่าให้ฟังล่าสุด พึ่งมานึกได้ว่า
ห้องที่บ้านสองข้างที่นั่งฝังนั้น เป็นช่องหน้าต่าง 2x2m แบบบานเลื่อน และทำเป็นช่องหลบเพื่อติดตั้งรางผ้าม่าน(ลึก 20cm โดยประมาณ) สมมาตรกันเด๊ะๆ
หากใช้แผ่นไซคลีน ขนาดซัก 30x60 ซม. มาตั้งๆซ้อนกัน (อาจยึดด้วยโครง/กรอบไม้สัก เพื่อความสวยงาม )
ใช้สามแผ่นก็จะสูงพอดีกับช่องหน้าต่าง ทำทั้งสองด้าน คือเกือบกลางห้อง และมุมหลังห้อง และทั้งซ้ายขวา
มันก็จะกลาย เป็นช่องดัก สลายคลื่นเสียงได้ทันที ซ้าย-ขวาฝั่งละสองจุด
(รวมแล้ว ใช้แผ่นไซคลีน โหลนึงพอดี แต่คงใช้มากกว่านี้ เพราะมุมเพดานด้านบน ยังต้องติดเพื่อความเรียบร้อยสวยงามครับ)
หาเรื่องเสียตังค์ ไว้ล่วงหน้าอีกแล้วเรา สงสัยต้องระบายของออกไปอีกหลายอย่าง เฮ่ๆๆ
ทำเสร็จแล้วรางานผลด้วยนะครับ แผ่นไซคลีนเป็นอย่างไร? ผมไม่รู้จักครับ
-
จำผิดเล็กน้อย อันนี้เลยครับ
แผ่นบุผนังอุคูสติก Cylence รุ่น Zandera
http://www.homemart.co.th/product_detail.asp?id=2818&parentid=2817&ln=
-
จำผิดเล็กน้อย อันนี้เลยครับ
แผ่นบุผนังอุคูสติก Cylence รุ่น Zandera
http://www.homemart.co.th/product_detail.asp?id=2818&parentid=2817&ln=
ของพวกนี้ถ้่าเอามาแปะผนังมากๆ เสียงจะแห้งแร้งนะครับ แต่ถ้าคำนวนความหนาของโครงคร่าวให้เหมาะสมเพื่อยึดกับแผ่นไม้อัด (ลืมไปว่าต้องใส่เจ้าใยแก้วนี้ข้างในหลังไม้อัดด้วย) มันถึงจะเก็บความถี่ต่ำๆ ได้ :secret
เอ่อ! ผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่งระหว่างห้องของคุณวัตต์ ที่มันแตกต่างกันคือ ตรงช่องแก้มลิงของคุณวัตต์ "เต็มไปด้วยเสียงอื่ออึงด้วยความถี่ต่างๆ อย่างมากมาย และมีเสียงดังมากๆ ด้วย" แต่ตรงแก้มลิงของผม "กลับไม่ได่ยิยเสียงอะไรเลย มันเงียบมากๆ คือดังเหมือนจุดอื่นๆ ภายในห้องที่เป็นเสียงเพลงเท่านั้นนะครับ" ผมงงเรื่องนี้ และยังหาคำตอบไม่ได้ ใครคิดออกช่วยบอกด้วยครับ :giveup "แต่...สิ่งที่เหมือนกันคือ ภายในห้อง ณ ตำแหน่งทั่วๆ ไป หรือจุดที่นั่งฟังเพลง พบว่ามีความถี่ที่รบกวนน้อยมากๆ ทั้งของคุณวัตต์ และของผม" ซึ่งแบบนี้จะไม่พบกับห้องฟังทั่วๆ ไป ที่จะมีเสียงรบกวนมากกว่าครับ :help
-
.... 2f 2f 2f....คิดไม่ออกครับแต่คิดถึงคุณพินิจและสมาชิกในครอบครัวทุกท่านครับ.... :secret :secret..
-
.... 2f 2f 2f....คิดไม่ออกครับแต่คิดถึงคุณพินิจและสมาชิกในครอบครัวทุกท่านครับ.... :secret :secret..
ผมก็คิดถึงเช่นกันครับ เสาร์อาทิตย์ก็ยังนึกอยู่ว่าคุณบลูไคท์และเพื่อนจะเดินหาของกันอยู่แถวๆ ไหน? อยู่ที่นี่หาของใช้ถูกๆ ดีๆ แบบแถวหลังปินซ์เป็นไม่มีละครับ
-
ขอเขียนต่อเรื่องกาแฟอีกหน่อย ช่วงนี้คุยแต่เรื่องเครื่องเสียงมาตลอด คือผมปรับปรุงการคั่วใหม่ ตอนนี้ความสุกของเมล็ดกาแฟที่ผมคั่วจะเสมอกันมากขึ้น บางครั้งการทำอะไรออกนอกเส้นทางเดิมก็ได้พบกับสิ่งที่ดีขึ้นได้เหมือนกันละครับ และวันนี้ผมก็เกิดเผลอเลอเรื่องการชงกาแฟอีกด้วย คือผมได้กดแทมเปอร์แรงมากไปหน่อยกับการแฟที่ขั่วแบบใหม่ น้ำกาแฟที่ออกมามันจึงเป็นหางหนูไหลแค่เส้นเดียวและไหลเป็นเส้นเล็กมากๆ ใช้เวลาไป 20 วินาที (ซึ่งถ้าเป็นการคั่วแบบเมื่อก่อนนี้ มันจะรู้สึกเหม็นไหม้นิดๆ) แต่วันนี้กับกาแฟที่คั่ววิธีใหม่นี้ มันไม่เหม็นไหม้แม้แต่นิดเดียว แต่ได้สิ่งที่ดีเพิ่มขึ้นมาคือ "ความหวานของรสกาแฟจะสามารถรับรู้ได้ทันที่ที่กลึ่งกลางแก้วของแก้วหนึ่งออนซ์กันเลยละครับ (ปรกติการคั่วแบบเก่าจะรับรู้รสหวานที่ก้นแก้วเท่านั้น) ผมอยากให้เพื่อนๆ ที่ใช้กาแฟผม ทดลองกดให้แน่นมากขึ้น หรือบดให้ละเอียดมากขึ้น แล้วให้ลองทำเวลาให้ได้ 20 วินาที ที่ 1 Oz ดูนะครับ ผมรับประกันว่าจะไม่มีกลิ่นไหม้ และจะรู้สึกถึงรถหวานประแล้มๆ ที่ตรงครึ่งแก้วกันเลยละครับ c) d_d :drunk
-
(http://uppic.mobi/image-4E6A_4E339924.jpg)เดี๋ยวคงรู้ว่าลำโพงไดนามิคจะมีผลอย่างไร? กับแก้มลิงที่ผมทำ เพิ่งติดตั้งเสร้จครับ ผมก้ยังไม่รู้ผลเหมือนกัน ขอเบิร์นสักสองสามวัน จะเอาสองคู่นี้อัดคลิปมาให้ฟังเปรียบเทียบกันนะครับ d_d :drunk
-
ห้องผมยังไม่เรียบร้อย ;)ฝ้าติดแผ่นอุคูสติก พื้นปุ ไม้ลามิเนต
-
ห้องผมยังไม่เรียบร้อย ;)ฝ้าติดแผ่นอุคูสติก พื้นปุ ไม้ลามิเนต
เร่งๆ หน่อยพี่ ผมก็ว่าจะไปฟังชุดของพี่ซะหน่อย เร็วๆ นี้แหละผมจะไปเดินหาซื้อของหลังปรินซ์เร็วๆ นี้ครับ (ตอนนี้โดนยกหน้าที่ให้โมฯ กังหันพลังน้ำให้อนามัย และจะซื้อมาทำของตัวเองด้วยครับ)
http://www.youtube.com/watch?v=EtzNOm83110
http://www.youtube.com/watch?v=9KRa1u6gd0M
ช่วยฟังให้หน่อยครับอันไหนเสียงดีกว่ากัน d_d :drunk
-
อันใหนเสียงดีกว่า ฟังไม่เป็นครับ เอาตามที่รู้สึกละกัน
อันแรกวงกว้างและลึกกว่า อันหลังเสียงเบสลงลึกและมีมวลกว่าแต่วงหุบแคบและอยู่ใกล้
เดาว่าอันหลังใช้จำนวนลำโพงมากกว่าอันแรกครับ
-
คลิบแรกน่าจะจากลำโพงตัวด้านหลัง ผมน่าจะจำสำเนียงมันไม่ผิด จากบ้านไม้ของพี่ ;D ;D เสียงจะแฟลตราบเรียบทุกตำแหน่ง ;D
คลิบที่ 2 เป็นลำโพงตู้ไอ้ตัวหน้า เสียงพุ่งกระฉูดอย่างงี้ใช่เป๊ะเลย เป็นเอกลักษณ์ของเสียงว๊อยส์แบบนี้ ;D ;D สายตาดี ๆ จะเห็นเงาดอกกระเพื่อมด้วยมั้ง(สงสัยคนถ่ายมือสั่นง่ะ) แซวเล่นน่ะ ;D ;D ;D
:) :) :) :) :) ตามความชอบของผม ผมชอบในแบบคลิบแรกครับ ปรับปรุงอีกนิดก็แจ่มแจ๋วแหวว เลย ครับ ^-^ ^-^ ^-^ ;D ;D ;D
-
คุณนายพานพูดเหมือนตาเห็นจริงอย่างนั้นแหละ ถูกต้องทุกอย่างเลยครับ
แต่คุณสันติตอบอีกที่หนึ่งถูกต้อง เล่นหว่านแหเลยนี่หน่า ๕๕๕๕
ที่ผมเอามาให้ฟังกันผมใช้แอมป์แค่ 18W ขับ จึงขับไม่ค่อยจะออกทั้งคู่น่ะครับ แล้วเจ้าลำโพง ESL ไม่ชอบห้องเล็กด้วย เสียงก็เลยออกมาไม่ค่อยจะเต็มที่ ส่วนเจ้าโฟกัสเสียงเลยจัดจ้านเพราะเร่งโวลลุ่มไว้เยอะเกิน
แต่ตอนนี้ผมมีปัญหาที่แก้ไม่ตกมานานมากเลยคือผมถอดฟิวส์ของแอมป์ Krell KSA 250 ไม่ออกอ่ะครับ ดูในรูป
(http://uppic.mobi/image-C204_4E34095E.jpg)
ตรงกลางเค้าเขียนเลข 20 ไว้ตามรูป ซึ่งก็คงใช้ฟิวส์ 20Amp ซะละมั้ง? (ทำใมมันเยอะจัง?) ตรงฟิวส์ที่เห็นเป้นสีขาวๆ นี้ มันหลวมๆ อยู่น่ะครับ ปรกติมันต้องแน่นหรือไม่? แล้วที่ขอบตรงลูกศรชี้ มันก็เป็นยักๆ เหมือนให้เราจับหมุนเพื่อเอาฟิวส์ออก แต่ผมหมุนเท่าไรมันก็ไม่หมุนน่ะครับ จะเอาคีมจับปากคีมมันก็เข้าไปคีบไม่ได้ (ช่องมันแคบ) จะเปลี่ยนฟิวส์กันทีมันต้องใช้เครื่องมือพิเศากันเลยหรือไง? หรืออีกอย่างคือผมมันโง่เอง? ผงเข้าตาผม ผมเอาออกเองไม่ได้อ่ะครับ ทำไมมันออกไม่ได้ ผมพยายามมาหลายครัั้งจนโมโหมาก ต้องเลิกทำ เพราะเดี๋ยวก็เอาขวานจามซะหลอก K] ช่วยผมทีเถอะคร้าบบบบบบบบบบ ทำไม่ได้จริงๆ (ผมพยายามมาปีกว่าแล้วนะเหนี้ย)
-
(http://uppic.mobi/image-420D_4E3432AE.jpg)
ผมพยายามซ่อมมันมาเกือบปี คือผมคิดไว้ว่าต้องทำเองสุดๆ ก่อนถึงจะส่งซ่อม เพราะช่างชำนาญซ่อมแครวว์บอกว่าอาการกดเปิดแล้วเงียบนี่เจอมาเยอะว่า เพาเวอร์ทานซิสเตอร์ทั้งหมด ค่าซ่อมประมาณเลขห้าหลัก เลยต้องเบรคไว้ก่อน เพราะกลัวมันไม่เสียอย่างที่ช่างว่า แล้วมาเปลี่ยนเอาของดีเราเก็บไว้ ใส่ของอะไรไม่รู้เข้าแทน (อาจของแท้ก็เป็นได้นะครับ)
ไม่ใช่ตรงที่ถ่านรูปมาให้ดูครับ ผมเปิดฝาเครื่องดูแล้วมันไม่น่าจะใช่ฟิวส์ตรงนั้น (อะไรไม่รู้เหมือนกัน) เมื่อสวิทซ์มันไม่ยอมเปิด ผมคิดง่ายๆ ก่อนว่ามันต้องลองแก้ตรงสวิทซ์กันก่อน เลยลองเอาไขควงเคาะๆ สองสามที ไม่น่าเชื่อครับ มันเปิดปุบติดปั๊บเลย (แค่กดเบาๆ เครื่องก็เปิดแล้ว โย้!) ผมเลยถ่ายนรูปมาให้ดูเป็นอุทาหรณ์ว่าลองเคาะแคะกันดูก่อนส่งช่างนะครับ อาจไม่ต้องเสียเงินฟรีๆ ครับ งานนี้ผมอุสาห์ทำที่ลองแบบหน้าแคบๆ ให้อากาศมันลอยขึ้นมาจากข้างล่างได้สะดวกกว่าที่ลองแบบเต็มหน้าแอมป์นะครับ ผมพบว่ามันเย็นกว่าเดิมพอสมควรกันเลยละ อากาศร้อนมันจะลอยขึ้นที่สูง ตรงกลางแท่นไม้นี้ ผมก็ได้เจาะเป็นช่องให้ลมมันสามารถขึ้นทางฝาที่มีเจาะช่องไว้ระบายให้ลมด้านใต้เครื่องผ่านอุปกรณ์แล้วออกฝาด้านบนได้อีกด้วยนะครับ
-
http://www.youtube.com/watch?v=ROXplwkhjj8 แครวว์ 250W คงทำได้แค่นี้ละครับ
http://www.youtube.com/watch?v=9KRa1u6gd0M ยกที่แอมป์ 18W มาในเปิดเทียบกันครับ
หากฟังผลของแก้มลิงผมคิดว่ามันเวีร์คนะครับ ดีกว่าเสียงที่บ้านอยุธยาที่มีขนาดเท่าๆ กันเยอะเลย นี่ขนาดจับวางเฉยๆ ยังไม่ได้ปรับเซทลำโพงกันเลย d_d :drunk
-
http://www.youtube.com/watch?v=ROXplwkhjj8 แครวว์ 250W คงทำได้แค่นี้ละครับ
http://www.youtube.com/watch?v=9KRa1u6gd0M ยกที่แอมป์ 18W มาในเปิดเทียบกันครับ
หากฟังผลของแก้มลิงผมคิดว่ามันเวีร์คนะครับ ดีกว่าเสียงที่บ้านอยุธยาที่มีขนาดเท่าๆ กันเยอะเลย นี่ขนาดจับวางเฉยๆ ยังไม่ได้ปรับเซทลำโพงกันเลย d_d :drunk
:yahoo :yahoo :yahoo :yahoo โดยส่วนตัวครับ ชอบเสียงคลิบที่ 2 18 วัตต์ ครับ พื้นเสียงค่อนมาทางโปร่ง ;) ;) ;) ส่วนคลิปแรก พื้นเสียงค่อมไปในทางทึบ คงเป็นคุณสมบัติติดตัวมาแต่กำเนิดของแอมป์แบบโซลิต ทุกตัวละมั้งครับ ;D ;D ;D ;D
-
http://www.youtube.com/watch?v=ROXplwkhjj8 แครวว์ 250W คงทำได้แค่นี้ละครับ
http://www.youtube.com/watch?v=9KRa1u6gd0M ยกที่แอมป์ 18W มาในเปิดเทียบกันครับ
หากฟังผลของแก้มลิงผมคิดว่ามันเวีร์คนะครับ ดีกว่าเสียงที่บ้านอยุธยาที่มีขนาดเท่าๆ กันเยอะเลย นี่ขนาดจับวางเฉยๆ ยังไม่ได้ปรับเซทลำโพงกันเลย d_d :drunk
:yahoo :yahoo :yahoo :yahoo โดยส่วนตัวครับ ชอบเสียงคลิบที่ 2 18 วัตต์ ครับ พื้นเสียงค่อนมาทางโปร่ง ;) ;) ;) ส่วนคลิปแรก พื้นเสียงค่อมไปในทางทึบ คงเป็นคุณสมบัติติดตัวมาแต่กำเนิดของแอมป์แบบโซลิต ทุกตัวละมั้งครับ ;D ;D ;D ;D
แต่รายละเอียดเทียบแครวว์ไม่ได้เลยละครับ เสียงเบสแครวว์ก็คุมได้ดีกว่า
แต่หลอดเหนือตรงความที่เป็นเสียงหลอด ที่โซลิดไม่มีทางทำได้เหมือน :victory
อ้อ! ผมลืมบอกไปว่าเสียงที่อัดเอามาให้ฟังกันนั้น ผมต่อตรงจากดีวีดีครับ ตัวตนของเสียงจะไม่มี มีแต่รายละเอียดเท่านั้น ปรกติผมต่อกับปรีหลอดของ CAT SL-1 ครับ แต่ยังไม่ได้ยกขึ้นมาเมืองเหนือด้วเพราะรถมันเต็มซะก่อน :'(
-
ตัว 18W ดูเหมือนเร่งเสียงเกินจุดที่ดีที่สุดของมันไปนะครับ ช่วงเสียงดังๆเหมือนว่าวเชือกขาดเลย
-
ตัว 18W ดูเหมือนเร่งเสียงเกินจุดที่ดีที่สุดของมันไปนะครับ ช่วงเสียงดังๆเหมือนว่าวเชือกขาดเลย
ใช่ครับอัดกันเต็มที่เลยละครับ ควอดมันกินกระแสสูงมากๆ อยู่แล้วละครับ สำหรับโฟกัสขนาดตอนที่ซื้อคู่หลังเป็นมือสองนี่ คนขายใช้แอมป์ 150W แฟนไปด้วยยังฟังออกเลยว่าเสียงระฆังเพลงแรกของแผ่นเมงเจอร์เสียงมันตีกันมั่วไปหมด ไม่เหมือนที่เค้าเคยได้ยินตัวที่บ้านน่ะครับ ผมเคยลองแครวว์อินติเกตท์มาขับก้ยังขับไม่ค่อยออกเลย ต้อง KSA 250W นี่แหละถึงเห็นน้ำเห็นเนื้อกันหน่ย แต่ต้องใช้ปรีดีๆ ช่วยร่วมกันด้วย แครวว์ตัวใหม่ๆ ไม่ค่อยดังเพราะเค้าไปทำให้มันกินไฟน้อยลงช่วงกระแสไอเดิ้น เวลามันการการเท็คกระแสมากๆ จึงจ่ายไม่ทัน ผมเคยอ่านเจอฝรั่งซื้อ FBP 300 แล้วผิดหวังต้องขายทิ้งกลับมาซื้อ KSA 250 มาใช้แทน เค้าว่ามันมีเนื้อมีหนังกว่าแครวว์รุ่นใหม่ๆ ที่เสียงโปร่งบางกว่ารุ่นเก่าๆ ผมคิดว่าแอมป์เก่าๆ มันมีเสน่ห์กว่ารุ่นใหม่ๆ ก็เหมือนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แม้แต่รถของไอ้กันตัวถังมันก็บางพอๆ กะรถพี่ยุ่นกันแล้วละครับ
อ้อ! ลืมบอกไปว่า Krell รุ่นเก่าๆ เค้าใช้ซียี่ห้อสะปากัวร์นะครับ แต่รุ่นใหม่ๆ นี่เห้นใช้แต่แอวน่าครับ แล้วเสียงมันจะสู้รุ่นเก่าได้ไง! นี่แหละคือเหตผลที่ผมยังคงเหนียวแน่นกะแอมป์รุ่นเก่าๆ มากกว่า ถ้าลองไปฟังฟังโฟกัสรุ่นใหม่ดูเสียงจะออกโปร่งบางกว่ารุ่นเก่าเยอะครับ แต่เรื่องนี้มันก็แล้วแต่คนชอบ แต่ถ้าใครชอบเพลงคลาสสิกแล้วชอบเสียงโปร่งๆ ละก็ ผมคิดว่ามันมันเป็นความชอบที่แปลกพิลึกละครับ
-
O0 เข้ามาอ่านความรู้เรื่องกาแฟครับ
-
O0 เข้ามาอ่านความรู้เรื่องกาแฟครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่เข้ามาอ่านแล้วยังเขียนให้กำลังใจ เรื่องกาแฟผมซักจะหมดมุขแระ ไม่ค่อยมีคนคุยต่อ ตอนนี้ผมก็กำลังวางแผนที่จะปลูมต้นกาแฟเองแซมในสวนยางน่ะครับ กะว่าจะทำแบบ Organic แท้ๆ เพราะเราปลูกเองถึงจะกล้าการันตีกับพวกฝรั่งได้เต็มคำหน่อย d_d :drunk
-
O0 เข้ามาอ่านความรู้เรื่องกาแฟครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่เข้ามาอ่านแล้วยังเขียนให้กำลังใจ เรื่องกาแฟผมซักจะหมดมุขแระ ไม่ค่อยมีคนคุยต่อ ตอนนี้ผมก็กำลังวางแผนที่จะปลูมต้นกาแฟเองแซมในสวนยางน่ะครับ กะว่าจะทำแบบ Organic แท้ๆ เพราะเราปลูกเองถึงจะกล้าการันตีกับพวกฝรั่งได้เต็มคำหน่อย d_d :drunk
คุณพินิจครับกาแฟนี่ถ้าเอามาปลูกทางภาคตะวันออกที่ฝนตกชุกๆนี่มันจะขึ้นและให้ผลผลิตหรือเปล่า และถ้าได้คุณภาพของเมล็ดกาแฟจะเป็นอย่างไรครับ
-
O0 เข้ามาอ่านความรู้เรื่องกาแฟครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่เข้ามาอ่านแล้วยังเขียนให้กำลังใจ เรื่องกาแฟผมซักจะหมดมุขแระ ไม่ค่อยมีคนคุยต่อ ตอนนี้ผมก็กำลังวางแผนที่จะปลูมต้นกาแฟเองแซมในสวนยางน่ะครับ กะว่าจะทำแบบ Organic แท้ๆ เพราะเราปลูกเองถึงจะกล้าการันตีกับพวกฝรั่งได้เต็มคำหน่อย d_d :drunk
คุณพินิจครับกาแฟนี่ถ้าเอามาปลูกทางภาคตะวันออกที่ฝนตกชุกๆนี่มันจะขึ้นและให้ผลผลิตหรือเปล่า และถ้าได้คุณภาพของเมล็ดกาแฟจะเป็นอย่างไรครับ
ผมว่ามันก็น่าทดลองดูนะครับ ถ้าที่อยู่บนภูเขาละก็จะดีมาก แต่พื้นราบก็ลองน่าดูครับ ขอให้ปลูกในร่มไม้ อย่าให้ต้นกาแฟโดนแดดเต็มๆ จะทำให้ผลมันสุกเนื่องจากแดดเผา แค่แปดเดือนมันก็จะสุกแล้ว แต่ถ้าปลูกอยู่ในร่มแบบในสวนยางนี่ ผมคิดว่ามันน่าจะสิบสองเดือนถึงจะสุก แล้วการแฟมันจะหอมอร่อยนะครับ ถ้าพูดถึงการปลูกยางเมื่อก่อนก็ไม่มีใครคิดว่าภาคอื่นจะปลูกได้นอกจากภาคใต้ แต่ตอนนี้ภาคเหนือขนาดพันธ์ RRIM 600 ที่ให้น้ำยางแย่ที่สุด เมื่อวานผมไปดูเค้ากีดจะจะกะตามาแล้ว 20 ต้นได้น้ำยาง 1 กก จริงๆ ด้วย ไม่ลองไม่รู้ครับ ถ้ามีที่ว่างแบบกลางร่องยาง ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรลุยเลยครับ มีแต่ได้ไม่มีเสียแน่นอน รสชาติค่อยว่ากันอีกทีครับ แต่ถ้าพันธ์โรบัสต้าผมคิดว่าได้แน่นอน แต่ถ้าพันธ์อลาบิก้าให้ลองปลูกแต่น้อยก่อนเพราะมันชอบอากาศหนาวครับ d_d :drunk แต่ลำใยเมืองจันทร์ยังหวานอร่อยไม่แพ้ภาคเหนือนะครับ เมืองจันทร์ผมก็ว่ามันหนาวเหมือนกันนะครับ ถ้าอยู่ติดเขาน่ะครับ ไม่ทราบว่าอยู่แถวไหนครับ? http://www.youtube.com/watch?v=Fov9bTTVuu8 มีคลิบอัดใหม่แบบยก ESL ด้านหลังออกไปแล้วมาให้ลองฟังเปลียบเทียบกับของเก่าด้วยละครับ
-
ผมกำลังอยากนำมาทดลองปลูกในสวนมังคุดครับ คิดมาหลายปีแล้วครับแต่ไม่รู้จะหาต้นพันธ์กาแฟที่ไหนรู้แต่ว่าภาคใต้เค้ามีการปลูกกาแฟกันด้วย ผมอยู่ตราดครับ อ.บ่อไร่ อากาศที่นี่ไม่หนาวเหมือน อ.สอยดาว จ.จันทบุรีครับ อ้อ!ในสวนมังคุด สวนเงาะส่วนใหญ่แดดไม่ค่อยแรงครับแต่ก็พอมีบ้าง น่าสนใจนำมาทดลองปลูกไม่ทราบว่าคุณพินิจได้ต้นพันธ์มาจากที่ไหนครับ :secret
-
(http://uppic.mobi/image-1790_4E3A135A.jpg)
นี่คือความสุขอีกอย่างนึงของผม คือทุกเช้าหลังจากเก็บน้ำยางมาทำแผ่นแล้วเสร็จและช่วงเย็นช่วงแดดไม่ร้อน ผมจะเดินไปดูสวนยางที่เพิ่งจะปลูกใหม่ๆ ของผม เห็นมันแตกยอดออกมาแล้วมีความสุขมากๆ เลยละครับ
พันธ์โรบัสต้าที่ปลูกกันภาคใต้นั้นปลูกได้แน่นอนครับ ส่วนกล้าพันธ์หาในเน็ทมีเยอะไปครับ ถ้าปลูกใต้ร่มมังคุดซึ่งมีใบค่อนข้างจะหนามากๆ ก้น่าทดลองพันธ์อราบิก้าดูเหมือนกันนะครับ ที่แถวๆ บ้านผม (แถวภูชี้ฟ้าเริ่มปลูกกาแฟกันเยอะครับ) มีคนนำกล้าพันธ์อราบิก้าจากดอยแม่ฟ้าหลวงมาขายให้ต้นละ 5-10 บาท (ต้นสูงประมาณคืบนึง) ผมกำลังต่อรองราคาให้ได้ 5-6 บาทอยู่น่ะครับ เพราะปลูกหลายพันธ์ต้นถ้าซื้อแพงคิดแล้วก็หลายตังค์ ไม่รู้ว่าเค้าจะไปส่งที่ตราดไหม? ถ้าขึ้นเมืองเหนือมาเอาเองละก็ไปที่ดอยแม่ฟ้าหลวงได้เลยครับ ผมคิดว่าที่นั่นคงต้นละไม่ถึง 5 บาทเป็นแน่เลย
-
ฮ่าๆๆคุณพินิจปลูกยางด้วยผมได้ทริกจากเพื่อนมาครับว่าเวลาลงต้นกล้ายางให้ฝังต้นมันให้ถึงกิ่งที่มันใช้ติดตามาครับเพราะเวลาโตขึ้นเวลาเจอลมแรงๆกิ่งตรงนี้จะไม่ฉีกครับ อีกอย่างด้านกิ่งตาให้หันหลบแดดนะครับไม่งั้นมันจะแห้งและตายครับ เดี๋ยวมีโอกาสขึ้นไปหรือน้องขึ้นไปจะฝากน้องหิ้วลงมาครับเอาซัก100ต้นก่อน ลองปลูกดูครับ ;D
-
ฮ่าๆๆคุณพินิจปลูกยางด้วยผมได้ทริกจากเพื่อนมาครับว่าเวลาลงต้นกล้ายางให้ฝังต้นมันให้ถึงกิ่งที่มันใช้ติดตามาครับเพราะเวลาโตขึ้นเวลาเจอลมแรงๆกิ่งตรงนี้จะไม่ฉีกครับ อีกอย่างด้านกิ่งตาให้หันหลบแดดนะครับไม่งั้นมันจะแห้งและตายครับ เดี๋ยวมีโอกาสขึ้นไปหรือน้องขึ้นไปจะฝากน้องหิ้วลงมาครับเอาซัก100ต้นก่อน ลองปลูกดูครับ ;D
เรื่องทริกยางนี่มีหลายตำรามากๆๆๆๆๆ เลยละครับ และบางตำราแบบความคิดตรงข้ามกันเลยละ ผมละเป็นงงมากๆ เวลาเข้าไปหาอ่านเรื่องพวกนี้ในเวป ต้องใช้ความรู้ของเราสรุปให้ดีๆ มิฉะนั้นจะพลาดได้ เรื่องนี้ตรงข้ามกลับที่คนปลูกยางให้ผมครับ คือผมจ้างร้านขายกล้ายางมาปลูกให้ด้วยในราคา 20 บาทต่อต้น ดูแลใส่ปุ๋ยพลวนดินให้ภายในใน 2 เดือน ทำสามครั้งคือที่ 15วัน 30วัน และ 60วัน ถ้าตายเอาต้นใหม่ที่งโตเท่าๆ กันมาลงให้ฟรีทั้งค่าต้นยางและค่าแรง ผมคิดว่าสองเดือนนี่ยางไม่ตายแล้ว
ร้านนี้เป็นคนใต้อายุมากและเค้ารับจ้างปลูกยางแถวภาคใต้มาเยอะมากๆๆ เค้าบอกว่าให้หันตาเข้าหาแดดเพราะกันเชื้อราครับ (ตรงข้ามกันเลยเห็นไหมครับ คือคนละเหตุผล) ก็ไม่รู้ใครถูกหรือผิด แต่ต้นยางของผมเมื่อผ่านสองเดือนแล้วผมไม่กลัวมันตายเพราะสองสาเหตุนี้แล้วละครับ c) c) c)
เรื่องปลูกต้นยางเค้าจะฝังลงลึกๆ อันนี้ตรงกัน สิบห้าวันหลังการปลูกจะกลบดินเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ จนคุมตาละครับ แต่ชาวบ้านที่นี่พูนดินขึ้นมาสูงแล้วถึงปลูกครับ เค้าบอกว่าทำตามที่ได้ไปอบรมย์มา ก็ไม่รู้ที่อบรมย์หลอกมาหรือเปล่า? ที่ผมคิดแบบนี้เพราะยุคที่นายกชวนอยู่นั้น ไม่ยอมส่งเสริมและยังไม่ต้องการให้เมืองเหนือปลูกยางกันอีกด้วย เรื่องนี้ผมฟังจากปากของคนที่ปลูกยางยุคเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน คือพวกที่ดื่อรั้นปลูกกันเองจนได้ เดี๋ยวนี้พวกนี้รวยกว่าพวกที่ปลูกไมัสัก ตามที่ทางการสมัยนั้นสนับสนุน แต่ตอนนี้ไม้สักถูกโค่นทิ้งหมดไปแล้ว มาปลูกสวนยางกันแทน ที่ดินแถวๆ นี้ก็ขึ้นกันอีกบานตะไทเลย
เรื่องกล้ากาแฟ ถ้ารอปลายเดือนมกราคมได้ ผมจะซื้อเมล็ดสดๆ ส่งมาให้เพาะก็ได้ครับ เพราะผมกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่า ถ้าปลูกตอนนี้ค่ากล้ามันเป้นเงินหลายหมื่นบาท แต่ถ้าเอาเม็ดมาปลูกเองจะลงทุนหลักร้อยบาทเท่านั้นเอง มันปลูกง่ายมากๆ ครับ ตอนผมไปทำให้เป็นเมล้ดกาแฟพร้อมคั่วที่บ้านเพื่อนนั้น มีเม็ดที่ล่วงลงพื้นดินขึ้นกันเต็มไปหมด ไม่ได้สนใจคิดจะปลูกในเวลานั้น (เพราะตอนนั้นผมยังอยู่ที่บ้านลำพูน)
-
(http://uppic.mobi/image-1790_4E3A135A.jpg)
นี่คือความสุขอีกอย่างนึงของผม คือทุกเช้าหลังจากเก็บน้ำยางมาทำแผ่นแล้วเสร็จและช่วงเย็นช่วงแดดไม่ร้อน ผมจะเดินไปดูสวนยางที่เพิ่งจะปลูกใหม่ๆ ของผม เห็นมันแตกยอดออกมาแล้วมีความสุขมากๆ เลยละครับ
พันธ์โรบัสต้าที่ปลูกกันภาคใต้นั้นปลูกได้แน่นอนครับ ส่วนกล้าพันธ์หาในเน็ทมีเยอะไปครับ ถ้าปลูกใต้ร่มมังคุดซึ่งมีใบค่อนข้างจะหนามากๆ ก้น่าทดลองพันธ์อราบิก้าดูเหมือนกันนะครับ ที่แถวๆ บ้านผม (แถวภูชี้ฟ้าเริ่มปลูกกาแฟกันเยอะครับ) มีคนนำกล้าพันธ์อราบิก้าจากดอยแม่ฟ้าหลวงมาขายให้ต้นละ 5-10 บาท (ต้นสูงประมาณคืบนึง) ผมกำลังต่อรองราคาให้ได้ 5-6 บาทอยู่น่ะครับ เพราะปลูกหลายพันธ์ต้นถ้าซื้อแพงคิดแล้วก็หลายตังค์ ไม่รู้ว่าเค้าจะไปส่งที่ตราดไหม? ถ้าขึ้นเมืองเหนือมาเอาเองละก็ไปที่ดอยแม่ฟ้าหลวงได้เลยครับ ผมคิดว่าที่นั่นคงต้นละไม่ถึง 5 บาทเป็นแน่เลย
:o :o :oพี่ PINIJ ปลูกยางด้วยหรือครับ สายพันธุ์ อะไรครับ เห็นทางภาคใต้ ปลูก 600 กันเป็นส่วนใหญ่ O0............ช่วงนี้ราคาดีครับ :secret..........ว่าแต่ตอนที่พี่เปิดฝ่าของ Krell นี่ชุดภาคจ่ายไฟหลักเขาจัดยังงัยครับพี่ซีกี่ไมโครฯ
-
สวนยางของผมที่กีดได้แล้ว เป็นกล้ายางพันธ์ 600 ของฟรีรัฐแจกให้ ปลูกเมื่อ 7 ปีที่แล้วครับ ปีนี้ (สองอาทิตย์ที่ผ่านมา) ผมปลูกพันธ์ 251 ครับ (ราคา 60 บาทต่อต้น) เพราะตรงนี้เป็นที่ลุ่มเหมาะกับยางพันธ์นี้ครับ และพันธ์นี้ให้น้ำยางดีกว่าพันธ์ 600 (ราคา 50 บาท) แต่จริงๆ อยากได้พันธ์ 80 (ราคา 120 บาท) ที่เค้าบอกว่าโตเร็วมากและให้น้ำยาง 15 ต้นให้น้ำยางหนึ่งโล (เป็นพันธ์ใหม่ที่ยังไม่มีใครกีด แต่ปีหน้าคงมีสวนที่เริ่มกีดได้) แต่เราต้องรอคิวถึงสองเดือนถึงจะได้ต้นกล้า ปีนี้ก็เลยไม่รอครับ ปีหน้าถ้ามันดีจริงก็จะลองพันธ์ 80 ดูมั่งละครับ
ทางใต้กล้ายางถูกกว่าทางนี้มากกว่าเท่าตัวครับ
Krell ใช้ซีสะปากั่วร์ 4 ตัวใหญ่ๆ สีฟ้าหม่นๆ ผมเห็นแต่ครงยี่ห้อครับ ที่เขียนบอกค่าไมโคร์อยู่ข้างในโดนบังมองไม่เห็นครับ ต้องรื้อเยอะแบบต้องใช้หัวแร้งบัดกรีแผงวงจรข้างบนตามรูปออกด้วย เลยดูให้ไม่ได้จริงๆ ครับ ลองหาวงจรดูอาจมีการบอกค่า ผมก็อยากเห็นวงจรของมันเหมือนกัน ถ้าได้เทียบกับ FBP 300 ละก็จะเยี่ยมเลย อยากรู้วิธีการลดกระแสไอเดิ้นของเค้า และไปเร่งช่วงเมื่อจะใช้กำลังเยอะน่ะเค้าทำกันอย่างไร? แต่รู้สึกมันจะไม่เวิกร์นะครับเพราะมันเพิ่มไม่ค่อยทัน คนเล่นก็เลยเลิกคบกะมันในช่วงรุ่นหลังๆ แต่ตัวนี้กินไฟแบบเห็นมิเตอร์มุนแล้วไม่อยากฟังกันเลยละ รอผมใช้พลังน้ำ (คงเร็วๆ นี้จะได้เห็นละครับ) กับเครื่องใช้ในบ้านให้ได้ซะก่อน และว่าจะเอา 90 หย่วยที่ใช้ฟรี ว่าจะเอามาขับมันละครับ คิดว่าคงจะเปิดฟังได้ทั้งวันแบบไม่ต้องจ่ายค่าไฟ :yahoo :wiggle :kicking :whistling
-
พี่พินิจครับ เท่าที่เคยลองฟังเครลมา และพอนึกถึงเสียงได้
300iL เคยครอบครอง อยู่ช่วงหนึ่ง...........ผมคิดว่าไม่ค่อยโดน(ติดแข็งไปนิด)
KSA200S รุ่นเก่า ฟังของพี่ท่านหนึ่ง...................ชอบที่สุดเท่าที่ฟังเครล
รุ่นใหม่ ฮีทซิ้งค์ ข้างเดียว โมโนบล็อค ข้างละ ๒๕๐ วัตต์ ......ฟังดีกว่า 300iL แน่นอน แต่ชอบน้อยกว่า เบอร์ ๒
ตัวโมโนบล็อคนี้ ได้มีโอกาส ยลโฉมข้างในแล้ว.........สรุปว่า.........รุ่นเก่า น่าซื้อ น่าใช้กว่า เป็นไหนๆ (ความชอบและ คหสต จร้า)
เห็นด้วยครับว่า รุ่นเก่า กับรุ่นใหม่ ทั้งตัวเก็บประจุ และตัวต้านทาน ที่ใช้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
-
ผมเองก็โตมาจากเงินขายยางแผ่น จนปัจจุบันนี้ขายแต่น้ำยางกันแล้ว ผมว่าในสมัยก่อนรัฐบาลขาดการวิเคราะห์ที่ถ้วนถี่ครับ หรือไม่ก็ยุคนั้น ภาคอื่นๆ ฝนไม่ค่อยตกต้องตามฤดูกาลสักเท่าไหร่ แต่ทว่าที่ภาคใต้ และ จังหวัดทางภาคตะวันออกที่ติดชายฝั่ง มีสภาพภูมิอากาศสไตล์มรสุมก็เลยปลูกแล้วขึ้นดี น้ำยางมีคุณภาพ ผมไปดูสวนยางที่ร้อยเอ็ดบ้านแฟนผม ก็สัมผัสได้เลยว่า น้ำยางแตกต่างกันมาก ทั้งๆ ที่เกษตรอำเภอเป็นเจ้าของสวนนั้นเสียด้วยซ้ำ เลยสรุปกันคร่าวๆ ว่าภูมิอากาศ และ แหล่งน้ำใต่ดิน มีความสำคัญมากๆ ตอนนี้เขาก็เลยเปลี่ยนมาเป็นรับซื้อนำยางแทนปลูกยางซะแล้ว ;D
ผมเกิดที่ห้วยยอด จังหวัดตรัง ก็เล่นขบลูกยางมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ยังไม่เคยกรีดยางเลยครับ เคยแต่เก็บน้ำยาง กับ ทำยางแผ่น เครื่องรีดยางก็ทำเอง ใช้มอเตอร์หมดเลย ไม่ต้องจ้างพม่า :D หลังๆ นี่ ส่วนแบ่ง 50:50 เลยนะครับ K]
-
ผมว่าแครว์สามร้อยก็ยังดีกว่าแครววฺสี่ร้อยนะครับ
ภาคอิสานอาจฝนตกน้อย แต่ภาคเหนือบริเวณใกล้ๆ ภูเขาแบบบ้านผมในตอนนี้ ฝนตกชุกมาตลอดตั้งแต่อดีตตกาลครับ แต่อาจไม่ตกชุกเหมือนภาคใต้ แต่หนาวกว่าทำให้ช่วงหน้าหนาวได้น้ำยางคุณภาพสูงกว่าภาคใต้แล้วครับในวันนี้ (แปลกครับพอหน้าหนาวได้ทั้งปริมาณและคุณภาพที่เพิ่มขึ้น)
ที่นี่ก็ 50:50 ตามกันชึ้นมาจากทางใต้นั่นแหละ ที่จริงผมดูงานแล้วไม่ต้องแบ่งหรือจ้างกันถึงขนาดนี้ ที่นี่ไม่มีความเสี่ยงในการออกไปกีดเท่าภาคใต้ ผมเลยจ้างคนวิ่งกีดให้ต้นละห้าสิบตังค์ แล้วมาจ้างคนรีดให้คิดแล้วเราได้เงินเพิ่มมาอีกเยอะเลย คือจ่ายไปทั้งหมดประมาณ 20-25% รวมค่าปุ๋ยและค่าแรงงานที่จ้างละครับ เหนื่อยแค่ต้องตื่นเช้าไปเช็คดูว่าโดนแอบเทน้ำยางของเราลงหลุมหรือเปล่าเท่านั้น
-
(http://img694.imageshack.us/img694/2382/ksa250s.jpg)
ผมมี แครว์ เคเอสเอ สองห้าศูนย์ เจ๊งบ๊งอยู่ 1 ตัว มันเปิดไม่ติดมาปีที่ 2 ละ ไม่กล้าแกะ กลัวไม่มีที่เก็บเวลาแกะออกมาแล้ว ขี้เกียจประกอบคืน ก่อนหน้านี้โดนค่าซ่อมมาแล้ว 20000 เปลี่ยนเพาเวอร์ ทรานซิสเตอร์เบอร์ประหลาดๆ ของเขา (อันที่จริงก็รู้นะว่าเอาเบอร์อะไรมาแทนได้ แต่ไม่อยากเสี่ยง)
มีญาติผมที่ตรังนี่ล่ะ ไปซื้อที่ดินแถวๆ ลำพูนไว้พอสมควร ก็รู้สึกว่าจะไปปลูกยางนี่ล่ะ เขาชวนไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว ไม่เคยว่างเลย (กลัวเขาชวนไปนั่งสมาธิ กับ ศาสนาพุทธอีกนิกายหนึ่ง :cold นั่งไปนั่งมาหมดตัว) ผมเพิ่งทราบนะเนี่ยว่าหน้าหนาวน้ำยางออกดีกว่าที่ภาคใต้ อย่างนี้อาจจะมีแผนเปลี่ยนภูมิลำเนาซะแล้ว ;D
-
ผมมี แครว์ เคเอสเอ สองห้าศูนย์ เจ๊งบ๊งอยู่ 1 ตัว มันเปิดไม่ติดมาปีที่ 2 ละ ไม่กล้าแกะ กลัวไม่มีที่เก็บเวลาแกะออกมาแล้ว ขี้เกียจประกอบคืน ก่อนหน้านี้โดนค่าซ่อมมาแล้ว 20000 เปลี่ยนเพาเวอร์ ทรานซิสเตอร์เบอร์ประหลาดๆ ของเขา (อันที่จริงก็รู้นะว่าเอาเบอร์อะไรมาแทนได้ แต่ไม่อยากเสี่ยง)
มีญาติผมที่ตรังนี่ล่ะ ไปซื้อที่ดินแถวๆ ลำพูนไว้พอสมควร ก็รู้สึกว่าจะไปปลูกยางนี่ล่ะ เขาชวนไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว ไม่เคยว่างเลย (กลัวเขาชวนไปนั่งสมาธิ กับ ศาสนาพุทธอีกนิกายหนึ่ง :cold นั่งไปนั่งมาหมดตัว) ผมเพิ่งทราบนะเนี่ยว่าหน้าหนาวน้ำยางออกดีกว่าที่ภาคใต้ อย่างนี้อาจจะมีแผนเปลี่ยนภูมิลำเนาซะแล้ว ;D
แอมป์รุ่นเดียวกันกับของผมเลยละครับ มีวงจรของมันบ้างไหมครับ? อยากศึกษาเอาไว้ก่อน กลัวค่าซ่อมอยู่เหมือนกัน แต่ตัวนี้ผมรุ้ประวัติมาตลอด มันถูกใช้งานจริงๆ ไม่น่าถึง 300 ชั่วโมงละมั้ง มาอยู่กับผมน่าจะเกือบสิบปี เพราะผมไม่ได้พักอยู่บ้านอยุธยาที่จอดมันไว้ เลยใช้งานมันแค่ไม่น่าเกิน 200 ชั่วโมง ตอนกลับบ้านบางทีก็หลายๆ เดือนครั้ง คนแรกซื้อมา หันไปเล่นแอมป์แคร์รี่พุทพูนก็เลยจอดลืมมันไว้หลังเบรินยังไม่เข้าที่เลย แต่ผมก็กลัวพวกซีเสื่อมตามอายุน่ะครับ
ตอนนี้ผมขึ้นมาอยู่ใกล้ๆ ภูชี้ฟ้าแล้วครับ ที่ลำพูนยังไม่ค่อยมีคนปลูกยางกันเหมือนที่นี่ ที่นี่ ตอนนี้ใครๆ ก็หันมาปลูกยางกันทั้งนั้นเลย เพราะคนที่ปลูกรุ่นแรกๆ (เกือบยี่สิบปีมาแล้ว) ได้ตังค์เป็นเศษฐีใหม่กันเยอะ ปีที่แล้วโลละเกือบสองร้อย ตอนนี้ก็เกือบจะร้อยสามสิบแล้ว ดูเหมือนราคายางกำลังจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกครั้ง :yahoo
เอาเพลงที่อัดจากแครวว์สองห้าศูนย์เล่นมาให้ฟังครับ http://www.youtube.com/watch?v=TCx0Jmyb2T8 และ http://www.youtube.com/watch?v=1aV9e2ICfwg และขอแถม http://www.youtube.com/watch?v=Mrd9wTsZOUw ผมว่ามันมีเนื้อมีหนังมากขึ้นหลังจากเบรินมาสองสามวัน (หลังจากที่มันหยุดใช้มาเป็นปีกว่าๆ ครับ) แต่การที่ไม่ใช้ปรีร่วมด้วย เสียงจึงยังแย่อยู่อีกมาก เลยเข้าใจว่าคนที่ระเบิดชุดก็เพราะเสียงมันไม่ถูกใจจริงๆ แบบนี้นี่เอง จากฟังๆ ดู มันยังมีเสียงฟุ้งๆ อยู่ ผมคิดว่าคงต้องยกแผง Diffuser ขึ้นมาจากบ้านอยุธยาด้วย มิติ โฟกัส มัมไม่ดีเลยในตอนนี้
-
ผมมี แครว์ เคเอสเอ สองห้าศูนย์ เจ๊งบ๊งอยู่ 1 ตัว มันเปิดไม่ติดมาปีที่ 2 ละ ไม่กล้าแกะ กลัวไม่มีที่เก็บเวลาแกะออกมาแล้ว ขี้เกียจประกอบคืน ก่อนหน้านี้โดนค่าซ่อมมาแล้ว 20000 เปลี่ยนเพาเวอร์ ทรานซิสเตอร์เบอร์ประหลาดๆ ของเขา (อันที่จริงก็รู้นะว่าเอาเบอร์อะไรมาแทนได้ แต่ไม่อยากเสี่ยง)
มีญาติผมที่ตรังนี่ล่ะ ไปซื้อที่ดินแถวๆ ลำพูนไว้พอสมควร ก็รู้สึกว่าจะไปปลูกยางนี่ล่ะ เขาชวนไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว ไม่เคยว่างเลย (กลัวเขาชวนไปนั่งสมาธิ กับ ศาสนาพุทธอีกนิกายหนึ่ง :cold นั่งไปนั่งมาหมดตัว) ผมเพิ่งทราบนะเนี่ยว่าหน้าหนาวน้ำยางออกดีกว่าที่ภาคใต้ อย่างนี้อาจจะมีแผนเปลี่ยนภูมิลำเนาซะแล้ว ;D
แอมป์รุ่นเดียวกันกับของผมเลยละครับ มีวงจรของมันบ้างไหมครับ? อยากศึกษาเอาไว้ก่อน กลัวค่าซ่อมอยู่เหมือนกัน แต่ตัวนี้ผมรุ้ประวัติมาตลอด มันถูกใช้งานจริงๆ ไม่น่าถึง 300 ชั่วโมงละมั้ง มาอยู่กับผมน่าจะเกือบสิบปี เพราะผมไม่ได้พักอยู่บ้านอยุธยาที่จอดมันไว้ เลยใช้งานมันแค่ไม่น่าเกิน 200 ชั่วโมง ตอนกลับบ้านบางทีก็หลายๆ เดือนครั้ง คนแรกซื้อมา หันไปเล่นแอมป์แคร์รี่พุทพูนก็เลยจอดลืมมันไว้หลังเบรินยังไม่เข้าที่เลย แต่ผมก็กลัวพวกซีเสื่อมตามอายุน่ะครับ
ตอนนี้ผมขึ้นมาอยู่ใกล้ๆ ภูชี้ฟ้าแล้วครับ ที่ลำพูนยังไม่ค่อยมีคนปลูกยางกันเหมือนที่นี่ ที่นี่ ตอนนี้ใครๆ ก็หันมาปลูกยางกันทั้งนั้นเลย เพราะคนที่ปลูกรุ่นแรกๆ (เกือบยี่สิบปีมาแล้ว) ได้ตังค์เป็นเศษฐีใหม่กันเยอะ ปีที่แล้วโลละเกือบสองร้อย ตอนนี้ก็เกือบจะร้อยสามสิบแล้ว ดูเหมือนราคายางกำลังจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกครั้ง :yahoo
เอาเพลงที่อัดจากแครวว์สองห้าศูนย์เล่นมาให้ฟังครับ http://www.youtube.com/watch?v=TCx0Jmyb2T8 และ http://www.youtube.com/watch?v=1aV9e2ICfwg
รู้สึกว่าผมจะเก็บวงจรเอาไว้นะครับ แต่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นรุ่น 300 รึเปล่า ตอนนั้นก็หมดอารมณ์ซ่อมซะด้วย เคยเข้าไปคุยกับเจ้าอ๊อดประชาชื่น เจ้านั่นก็ให้ตัวเลขมาซะขนหน้าแข้งร่วง เลยเก็บเอาไว้อย่างนี้ล่ะดีแล้ว บังเอิญตอนนั้นไปสอย Threshold S550/E มาได้ก็เลยลืมเจ้านี่ไปเลย ;D
ย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะโค่นสวนยางไป ตอนนั้นได้วันละประมาณ 30 กิโล ก็คูณตัวเลขกันมันส์หยดเลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยบางกลุ่มถึงไม่ชอบคนปักษ์ใต้ สงสัยเพราะเหนื่อยเท่ากันแต่ income ต่างกันฟ้ากับเหว ดีครับ ตอนนี้จะได้กระจายรายได้ให้เท่าเทียมกัน ลดการทิ้งถิ่นฐานได้เป็นอย่างดี :showoff
-
ฮ่าๆๆคุณพินิจปลูกยางด้วยผมได้ทริกจากเพื่อนมาครับว่าเวลาลงต้นกล้ายางให้ฝังต้นมันให้ถึงกิ่งที่มันใช้ติดตามาครับเพราะเวลาโตขึ้นเวลาเจอลมแรงๆกิ่งตรงนี้จะไม่ฉีกครับ อีกอย่างด้านกิ่งตาให้หันหลบแดดนะครับไม่งั้นมันจะแห้งและตายครับ เดี๋ยวมีโอกาสขึ้นไปหรือน้องขึ้นไปจะฝากน้องหิ้วลงมาครับเอาซัก100ต้นก่อน ลองปลูกดูครับ ;D
เรื่องทริกยางนี่มีหลายตำรามากๆๆๆๆๆ เลยละครับ และบางตำราแบบความคิดตรงข้ามกันเลยละ ผมละเป็นงงมากๆ เวลาเข้าไปหาอ่านเรื่องพวกนี้ในเวป ต้องใช้ความรู้ของเราสรุปให้ดีๆ มิฉะนั้นจะพลาดได้ เรื่องนี้ตรงข้ามกลับที่คนปลูกยางให้ผมครับ คือผมจ้างร้านขายกล้ายางมาปลูกให้ด้วยในราคา 20 บาทต่อต้น ดูแลใส่ปุ๋ยพลวนดินให้ภายในใน 2 เดือน ทำสามครั้งคือที่ 15วัน 30วัน และ 60วัน ถ้าตายเอาต้นใหม่ที่งโตเท่าๆ กันมาลงให้ฟรีทั้งค่าต้นยางและค่าแรง ผมคิดว่าสองเดือนนี่ยางไม่ตายแล้ว
ร้านนี้เป็นคนใต้อายุมากและเค้ารับจ้างปลูกยางแถวภาคใต้มาเยอะมากๆๆ เค้าบอกว่าให้หันตาเข้าหาแดดเพราะกันเชื้อราครับ (ตรงข้ามกันเลยเห็นไหมครับ คือคนละเหตุผล) ก็ไม่รู้ใครถูกหรือผิด แต่ต้นยางของผมเมื่อผ่านสองเดือนแล้วผมไม่กลัวมันตายเพราะสองสาเหตุนี้แล้วละครับ c) c) c)
เรื่องปลูกต้นยางเค้าจะฝังลงลึกๆ อันนี้ตรงกัน สิบห้าวันหลังการปลูกจะกลบดินเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ จนคุมตาละครับ แต่ชาวบ้านที่นี่พูนดินขึ้นมาสูงแล้วถึงปลูกครับ เค้าบอกว่าทำตามที่ได้ไปอบรมย์มา ก็ไม่รู้ที่อบรมย์หลอกมาหรือเปล่า? ที่ผมคิดแบบนี้เพราะยุคที่นายกชวนอยู่นั้น ไม่ยอมส่งเสริมและยังไม่ต้องการให้เมืองเหนือปลูกยางกันอีกด้วย เรื่องนี้ผมฟังจากปากของคนที่ปลูกยางยุคเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน คือพวกที่ดื่อรั้นปลูกกันเองจนได้ เดี๋ยวนี้พวกนี้รวยกว่าพวกที่ปลูกไมัสัก ตามที่ทางการสมัยนั้นสนับสนุน แต่ตอนนี้ไม้สักถูกโค่นทิ้งหมดไปแล้ว มาปลูกสวนยางกันแทน ที่ดินแถวๆ นี้ก็ขึ้นกันอีกบานตะไทเลย
เรื่องกล้ากาแฟ ถ้ารอปลายเดือนมกราคมได้ ผมจะซื้อเมล็ดสดๆ ส่งมาให้เพาะก็ได้ครับ เพราะผมกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่า ถ้าปลูกตอนนี้ค่ากล้ามันเป้นเงินหลายหมื่นบาท แต่ถ้าเอาเม็ดมาปลูกเองจะลงทุนหลักร้อยบาทเท่านั้นเอง มันปลูกง่ายมากๆ ครับ ตอนผมไปทำให้เป็นเมล้ดกาแฟพร้อมคั่วที่บ้านเพื่อนนั้น มีเม็ดที่ล่วงลงพื้นดินขึ้นกันเต็มไปหมด ไม่ได้สนใจคิดจะปลูกในเวลานั้น (เพราะตอนนั้นผมยังอยู่ที่บ้านลำพูน)
ขอโทษนะครับพอดีผมจำไม่ได้เองพี่คนที่บอกผมแกว่าใ้ห้หันตาเข้าหาแดดครับจะได้ไม่เป็นเชื้อราตามที่คุณพินิจบอกครับ ;D ;Dผมนี่แย่จังขี้ลืม 2f 2f 2fขอบคุณมากครับเรื่องเมล็ดกาแฟสด มันเพาะยากหรือเปล่าครับ
-
รู้สึกว่าผมจะเก็บวงจรเอาไว้นะครับ แต่ไม่แน่ใจว่ามันเป็นรุ่น 300 รึเปล่า ตอนนั้นก็หมดอารมณ์ซ่อมซะด้วย เคยเข้าไปคุยกับเจ้าอ๊อดประชาชื่น เจ้านั่นก็ให้ตัวเลขมาซะขนหน้าแข้งร่วง เลยเก็บเอาไว้อย่างนี้ล่ะดีแล้ว บังเอิญตอนนั้นไปสอย Threshold S550/E มาได้ก็เลยลืมเจ้านี่ไปเลย
ถ้าเจอกรุณาเอามาให้ศึกษากันบ้างนะครับ เป็นรุ่น 300 หรือ 250 อยากเห็นทั้งนั้นแหละครับ 0)] ผมเคยถามร้านซ่อมที่ซื่อ ว. ก็ประมาณนี้แหละ ดีที่ผมยังไม่ส่งไป เพราะเสียแค่มดเข้าไปอยู่ในสวิทปิดเปิดแค่นั้นเอง (แปลกนะ! มดชอบฆ่าตัวตายโดยให้ไฟฟ้าดูด ที่สวิทปลั๊กไฟส่องสว่างในบ้าน หลายๆ ตัวของผมก็เสียเพราะมดเข้าไปฆ่าตัวตายกันเป็นร้อยๆ ตัว) เป็นเจ้าของสวนยางนี่เองถึงมีแอมป์เยอะจัง! ตอนนี้รายได้ผมจากการกีดยางดีกว่าตอนที่ทำงานซะอีกละครับ เอาแค่ 40 ไร่นี่รายได้ต่อเดือนก็ดีกว่าวิศวกรระดับผู้บริหารระดับสูง ที่ทำงานแถวมาบตาพุตที่ว่าสูงที่สุดของประเทศ ที่มีอายุงานใกล้เกษียรบางคนซะอีกละครับ (ขอใช้ว่า "บางคน" ครับ เพราะบางคนได้กันถึงเป็นล้านบาทต่อเดือน พวกเบอร์หนึ่งเบอร์สองของโรงงานใหญ่ๆ น่ะครับ) แต่ตอนนี้ผมยังมีไม่ถึง 40 ไร่นะครับ เป็นเป้าหมายของปีหน้าครับ ตอนนี้ยอมรับว่าเป็นคนขี้เหนียวสุดๆ ขอลงทุนถึงจุดที่ตั้งใจ แล้วถึงกะจะใช้เที่ยวกันให้เต็มที่ไปเลย :drive1
อยู่ในที่คนมีรายได้สูงใช่ว่าจะดีครับ ตอนนี้ของทุกอย่างแพงขึ้นกว่าสองสามปีที่แล้วเยอะเลย ที่ดินสูงขึ้นสามสี่เท่าตัวแค่ช่วงเวลาปีสองปีนี่เอง :nono :nonono :cry2 ผมขึ้นมาที่นี่ช้าไปแค่สองปี เลยจำต้องซื้อที่เพิ่มเติม แพงขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวครับ K] K] K]
มันเพาะยากหรือเปล่าครับ
แค่โยนทิ้งไว้บนพื้นดิน มันยังขึ้นเลยครับ แต่ต้องเป็นพื้นที่ชุ่มชื้นนะครับ
-
(http://uppic.mobi/image-9256_4E44A8C0.jpg)
ต่อไปนี้ผมคงมีเวลาฟังเพลงได้เต็มที่ซะที สรุปแล้วผมทนฟังเพลงในห้องปูนแคบๆ ไม่ได้นาน ฟังได้แค่สองสามชั่วโมงก็เครียดแล้วละครับ ต้องยกอีเอสแอลขึ้นมาบนบ้านอีกครั้ง แต่ปรับรูปแบบการวางลำโพงกันใหม่ บ้านที่เมืองเชียงแรง (ภูซาง) นี่ผมวางลำโพงได้ห่างกว่าเดิมที่ลำพูน น่าจะประมาณเก้าเมตรครับ คือผมวางบนบ้านสองหลังที่หลังคาติดกันนะครับ ตรงกลางระหว่างลำโพงเป็นช่องว่างไม่มีผนังดังรูปแหละครับ แต่ผมพบว่าเสียงจากการฟังวงออร์เคสต้ามันให้ความรู้สึกเหมืองฟังจริงมากขึ้นกว่าห้องที่มีผนังหลังซะอีกละครับ (อาจมีหลายๆ คนคงจะว่าไม่น่าเชื่อ เพราะมีคนเอาห้องครัวทำเป็นผนังหลังลำโพงยังโดยวิจารย์ซะแล๊ะเลย) แต่ผมกับรู้สึกว่านี่แหละของดีละครับ นอนบนแปลยวนฟังได้ทั้งวันไม่มีเบื่อเหมือนในห้องปูนที่ผมทนฟังได้ไม่เกินสองชั่วโมงครับ ปรกติผมเปิดเพลงคลาสสิกกล่อมบ้านให้ทุกๆ คนในบ้านได้ฟังไปด้วยพร้อมๆ กันเป็นเวลามากกว่า 12 ชั่วโมง ถ้าวันไหนที่อยู่บ้านกันทั้งวันนะครับ :yahoo :whistling :victory
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้เรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้อีกมากเลยครับ ชอบมากๆครับ ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
-
อ่านเรื่องกาแฟที่กระทู้นี้แล้วทำให้รู้เรื่องที่เกี่ยวกับกาแฟที่ผมยังไม่รู้อีกมากเลยครับ ชอบมากๆครับ ขอบคุณมากครับ
จะเข้ามาตามอ่านทุกวันครับ
อยากจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับกาแฟก็สอบถามมาได้นะครับ ถ้าเป็นสิ่งที่ผมยังไม่รู้ ก็จะพยายามเสาะหาคำตอบมาให้ครับ
(http://uppic.mobi/image-60C8_4E54A82F.jpg)
วันนี้ผมขอคุยเกี่ยวกับกาแฟกันต่ออีกซักหน่อย ลักษณะต้นกาแฟเล็กๆ มันก็น่าตาแบบนี้ละครับ ผมปลูกไปได้อาทิตย์กว่าๆ ก็เริ่มแตกใบอ่อนกันแล้ว กาแฟที่ผมปลูกจะทำแบบไร้สารพิษครับ จะยอมลงทุนจ้างคนตัดหญ้า จะไม่ยอมใช้สารเคมีใดๆ ในสวนนี้ครับ :inlove:
และผมอยากจะแนะนำแก้วสำหรับดื่มกาแฟสดสักหน่อย ผมลองซื้อแบบใสๆ มาใช้ ก็มีลูกค้าหลายๆ คนชอบเพราะเวลาชงมันจะเห็น Creama กันชัดเจนดี :rolleyes: ว่าเราชงให้เค้าได้ระดับไหน คือถ้า Creama ไม่มีออกมาเลย กาแฟแก้วนั้นก็ไม่ต่างจากน้ำล้างแก้วละครับ :thumbdown: และสิ่งที่ผมอยากแนะนำอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ชอบดื่มแบบไม่เติมอะไรเพิ่มนะครับ ขอให้ลองใช้แก้วที่มีก้นแก้วเล็กๆ กว่าปากแก้วดู การใช้แก้วแบบนี้จะทำให้รสชาติของกาแฟก้นแก้วอร่อยแบบเข็มข้นมากขึ้นกว่าแก้วที่เป็นทรงกระบอกตรงๆ เยอะเลยละครับ ความหวานของกาแฟผมที่มากกว่าคนอื่นๆ ก็เพราะเคล็ดไม่ลับอันนี้ด้วยละครับ :thumbup:
และผมมีข้อแนะนำสำหรับเครื่องบดที่บดได้ไม่ละเอียดพอจนทำให้น้ำไหลลงมาเร็วมากกว่าที่ควรคือ ขอให้เมื่อบดผงกาแฟลงในด้ามอัดให้ใช้แทมเปอร์กดลงแน่นๆ แล้วก็บดผงกาแฟใส่เพิ่มลงไปอีกแล้วก็กดแทมเปอร์ให้แน่นๆ อาจเพิ่มอีกหลายๆ ครั้งจนกว่าน้ำกาแฟจะไหลที่ปริมาณ 1 Oz ด้วยเวลา 13-20 วินาที :clap: หากใช้เวลาน้อยกว่า 10 วินาที สำหรับผมถือว่าไม่ผ่านนะครับ :donot:
โปรดอย่าลืม!!! อุ่นถ้วยกาแฟให้ร้อนก่อนด้วยนะครับ d_d :drunk
-
..ช่วงนี้กินกาแฟไม่อร่อยเลยครับ..หารสชาดแบบคุณพินิจชงยังไม่เจอครับ....
-
..ช่วงนี้กินกาแฟไม่อร่อยเลยครับ..หารสชาดแบบคุณพินิจชงยังไม่เจอครับ....
รออีกสามสีปีครับ จะมีกาแฟอะราบิก้าจากภูซางเป็นกาแฟที่ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซนต์แบบผมเอาศีรษะเป็นประกันได้เลย และปลูกภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ดินลูกรังสีแดง ที่ที่มีอากาศเย็นถึงเดือนเมษายน แต่ความสูงอาจจะประมาณพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล (ไม่ถึงสองพันเหมือนที่ได้มานี้) คงต้องทดลองชิมรสชาติของมันกันอีกทีละครับ d_d :drunk
-
คุณพินิจครับตอนนี้ผมได้ต้นพันธ์กาแฟมาแต่ไม่รู้ว่าเป็ฯพันธ์อะไร เดี๋ยวจะลองปลูกดูครับ ได้คุยกับพ่อตาแล้วแกบอกว่าเมื่อก่อนก็เคยเอามาปลูกและก็มีเมล็ดด้วยแต่แกบอกว่าไม่รู้จะเอาเมล็ดมันไปทำอะไร ;D ;D ;D
-
คุณพินิจครับตอนนี้ผมได้ต้นพันธ์กาแฟมาแต่ไม่รู้ว่าเป็ฯพันธ์อะไร เดี๋ยวจะลองปลูกดูครับ ได้คุยกับพ่อตาแล้วแกบอกว่าเมื่อก่อนก็เคยเอามาปลูกและก็มีเมล็ดด้วยแต่แกบอกว่าไม่รู้จะเอาเมล็ดมันไปทำอะไร ;D ;D ;D
ลองเอาใบมาเทียบกันกับรูปต้นกาแฟเด็กๆ ของผมดูนะครับ ถ้าเหมือนของผม ก็น่าจะเป็นอะราบิก้าครับ ถ้าเคยปลูกแล้วมีผลออกมาแสดงว่าที่ตรงนั้นปลูกกาแฟได้ละครับ ของผมปลูกไว้สองที่ครับ ที่หนึ่งเป็นดินดำร่วนซุย ทดลองปลูกไว้นิดหน่อยแค่ไม่กี่ร้อยต้น (ตามในรูปข้างบน) ส่วนอีกที่หนึ่ง (เพิ่งจะปลูกกันเสร็จเมื่อวานนี้เอง เลยยังไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู) เป็นดินลูกรังสีแดงปลูกไว้หลายพันต้นครับ :secretคงต้องลองพิสูจน์กันว่าที่ใกล้ๆ กัน ดินคนละสีกัน พันธ์กล้าชุดเดียวกัน รสชาติจะแตกต่างกันเหมือนแหล่งที่ผมไปซื้อมาขายในตอนนี้หรือไม่? :kicking ลองดูสีของดินที่เคยถ่ายรูปไว้นานแล้ว
(http://uppic.mobi/image-681F_4E55CD2F.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-99BC_4E6980E1.jpg)
-
คุณ NIT ข้อความเต็มนะครับ ผมรับทราบและขอบคุณมากๆๆๆ ครับ d_d :drunk
คุณพินิจครับตอนนี้ผมได้ต้นพันธ์กาแฟมาแต่ไม่รู้ว่าเป็ฯพันธ์อะไร เดี๋ยวจะลองปลูกดูครับ ได้คุยกับพ่อตาแล้วแกบอกว่าเมื่อก่อนก็เคยเอามาปลูกและก็มีเมล็ดด้วยแต่แกบอกว่าไม่รู้จะเอาเมล็ดมันไปทำอะไร ;D ;D ;D
เอามาให้คุณ aphiphot(ekkasit) พิจารณาวิธีการเลือกขนาดหลุมที่จะปลูกนะครับ
ผมค้นหาข้อมูลเรื่องการเตรียมหลุมปลูกต้นยางมาหลายวัน เพิ่งจะเจอที่ถูกใจผมและพอน่าเชื่อถือวันนี้เอง เลยเอามาให้อ่านกันเผื่อใครจะปลูกต้นไม้ใหญ่ จะได้ทำอย่างถูกวิธี มีหลายอย่างที่ผมคิดว่าผมคิดไว้ถูกแล้ว แต่จริงๆ มันผิด เมื่ออ่านกระทู้นี้ครับ ผมขอยกตัวอย่างเช่นการปักไม้และพูกเชือกยึดกันต้นไม้กันต้นมันโยกเมื่อโดนลม ผมลืมคิดไปว่ารากมันอาจลอยเมื่อดินยุบตัวเวลาเรารถน้ำหลายๆ วัน ฉะนั้นหลังการมัดเชือกติดกับหลักเราควรติดตามดูการยุบตัวของดินที่โคนต้นด้วย เพื่อคายเชือกอีกครั้งหรือสองครั้งกันรากลอยพราะถูกแขวนด้วยเชือกที่เรามันยึดติดกับหลักที่มันจะแน่นอยู่กับที่ด้วยละครับ :yahoo:
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1039&start=0&postdays=0&postorder=asc&highlight=
หลุมปลูกต้นไม้ยืนต้น :
1....ขุดหลุมขนาด 50 X 50 X 50 ซม. นำดินปากหลุมขึ้นมาวางไว้ที่ด้านซ้ายของปากหลุม นำดินก้นหลุมขึ้นมาวางไว้ที่ด้านขวาของปากหลุม ผสมอะไรต่อมิอะไรทั้ง 3 ตัว อย่างที่คุณได้ยืนมากับดินทั้ง 2 ส่วนนั้น หรือจะผสมอย่างอื่นก็ได้ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี
2....นำดินด้านซ้ายของปากหลุมลงก้นหลุมก่อนแล้วนำดินด้านขวาของปากหลุมไว้ด้านบนของหลุม นัยว่า ดินปากหลุมมีอินทรีย์วัตถุมากกว่าดินก้นหลุม.....สรุป : ดินปากหลุมลงไปอยู่ก้นหลุมหรือด้านล่าง ส่วนดินก้นหลุมให้อยู่ที่ปากหลุมหรือด้านบนของหลุม
3.... กดดินทั้ง 2 ส่วน ที่ใส่ลงไปหลุมแล้วให้แน่นพอประมาณ
4.... ขุดดินที่ใจกลางหลุมแล้วลงมือปลูกกล้าไม้ยืนต้น
5.... ใช้ไม้หลักแข็งแรงปักลงหลุมให้แน่น แล้วผูกรัดต้นกล้าไม้กับหลักให้มั่นคงเพื่อป้องกันลมพัด ซึ่งอาจจะทำให้ต้นโยกคลอนจนรากกระทบกระเทือนได้
ข้อเสียของการเตรียมหลุมปลูกแบบนี้...... เมื่อรากเจริญยาวไปถึงผนังหลุมแล้วจะวกกลับเข้ามากลางหลุม แล้วเจริญยาวจากกลางหลุมไปถึงผนังหลุมฝั่งตรงข้ามอีก ถึงผนังหลุมฝั่งตรงข้ามแล้ววกกลับมากลางหลุม แล้วต่อไปถึงผนังหลุมอีกด้านหนึ่งเสมอ เมื่อทุกรากเจริญยาวไปถึงผนังหลุมแล้ววกกลับ อาการที่รากในหลุม ไปแล้ววกกลับ-วกกลับไปแล้ว อยู่อย่างนี้ ภาษาเกษตรเรียกว่า "ราก-วน" ไม้ต้นนั้นจะไม่โตและรากไม่สามารถยึดลำต้นได้
เหตุผล :
1.... ธรรมชาติของต้พืช เมื่อมีสารอาหารหรือน้ำอยู่ที่ไหน รากจะเจริญยาวไปสู่บริเวณนั้นเสมอ
2.... ธรรมชาติของต้นพืช รากหาอาหารจะพัฒนาก่อนรากยึดลำต้น กล้าไม้ที่อยู่ในหลุมแบบนี้ รากหาอาหารจะพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเพียงพอแล้ว รากยึดลำต้นจึงจะพัฒนาแล้วแทงทะลุผนังหลุมสู่ภายนอก ซึ่งต้องเวลานานนับปี ถึงหลายปี
3.... เพราะดินในหลุมมีอินทรีย์วัตถุ (สารอาหาร-อากาศ) รากจึงอยู่แต่ในหลุมไม่ยอมแทงทะลุผนังหลุมออกไปสู่ด้านนอกตามปกติวิสัย
4.... ดินนอกหลุมแข็งและแน่น ซึ่งยากเกินที่รากจะชอนไชหรือแทงทะลุออกไปได้ นอกจากนั้นดินด้านนอกหลุมไม่มีสารอาหารและอากาศอีกด้วย
5.... ดินในหลุมที่ขุดขึ้นผสมอินทรีย์วัตถุมีสภาพหลวม เมื่อได้รับน้ำก็จะยุบตัว จากครั้งแรกเป็นเนินสูง (กะทะคว่ำ) ที่น้ำผ่านสะดวกไม่ขังค้างก็จะกลายเป็นแอ่งหรือหลุม (กะทะหงาย/ก้นกะทะ) ขังน้ำไว้ รากไม้ที่ปลูกจึงแช่น้ำตลอดเวลาจนเป็นเหตุให้รากเน่าได้
6.... หลักที่ปักแน่นผูกเพื่อยึดลำต้นกล้าไว้ เมื่อดินในหลุมยุบตัวลงแต่ต้นกล้าจะไม่ยุบลงตามไปด้วยเพราะถูกผึกยึดไว้ เป็นเหตุให้ต้นลอย (เหมือนถูกแขวน) รากจะหลุดจากดิน ทำให้กล้าไม้ต้นนั้นชงักการเจริญเติบโตหรือตายได้
แนวทางแก้ไข :
1.... ขุดหลุมลึกไม่เกิน 6 นิ้ว หรือ 1 หน้าจอบ เปิดปากหลุมกว้างเพียงพอวางก้อนวัสดุปลูกที่ติดมากับถุงวางลงบพอดีๆ
2.... ถ้าหลุมตื้นกว่าก้อนวัสดุปลูก หรือก้อนวัสดุปลูกสูงกว่าปากหลุม เมื่อวางก้อนวัสดุปลูกลงไปแล้วให้นำเศษหน้าดินบริเวณใกล้เคียงมามาพูนทับ เป็นวงกว้างกว่าก้อนวัสดุปลูก 20-30 ซม.
3.... กดดินปลูกให้แน่นพอประมาณ หรือให้สัมผัสกับก้อนวัสดุปลูกทั่วถึง
4.... ปักหลักลงดินให้แน่น แน่ใจว่าไม่โยกหรือเอนเมื่อดินอ่อนเนื่องได้รับน้ำ
5.... ผูกต้นกล้ากับหลัก ผูกแบบหลวมๆ ผูกเพียงเพื่อป้องกันต้นโยกเนื่องจากถูกลมพัดเท่านั้น และเมื่อดินปลูกยุบลงต้นกล้าสามารถยุบตัวตามได้โดยไม่มีอุปสรรค
เหตุผล :
1.... สารอาหารและอากาศมีอยู่ในเนื้อดินมาก ณ ความลึก 6 นิ้วจากผิวดินเท่านั้น หากลึกไปกว่านั้นจะมีสารอาหารและอากาศผ่านเข้าไปได้น้อยมาก ยกเว้นเสียแต่ได้ใส่เติมไว้ล่วงหน้าก่อนลงต้นกล้า กรณีนี้ทำให้มีสารอาหารแต่อากาศอาจจะไม่มีหรือมีน้อยก็ได้
2.... รากหาสารอาหารซึ่งเจริญพัฒนาก่อน สามารถชอนไชไปตามผิวดินได้อย่างเต็มที่ ทำให้เจริญเติบโตเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้รากยึดลำต้นเจริญพัฒนาเร็วขึ้นด้วย
3.... ดินไม่ยุบตัว ทำให้ต้นไม่กระทบกระเทือนจนชงักการเจริญเติบโต
ประสบการณ์ตรง :
.... ที่ไร่กล้อมแกล้ม ลงกล้ามะม่วงแบบพูนดินผสมอินทรีย์วัตถุเป็นโคก สูง 30 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 80 ซม. แล้วลงกล้ามะม่วงสูงครั้งแรก 30 ซม. บำรุงเลี้ยง 6 เดือนกล้ามะม่วงนั้นสูง 1.20 ม. ได้
.... ชาวสวนหลายคน ปลูกกล้าไม้โดยการวางบนพื้นเฉยๆ (ไม่ขุดหลุม) ทำใม้หลักปักเฉียงค้ำลำต้นป้องกันต้นโยก แล้วผสมดินปลูกกลบโคนต้นจนมิดก้อนวัสดุปลูก แผ่กว้างเป็นวงกลมออกไป 50 ซม.จากโคนต้นกล้า ปรากฏว่ากล้าไม้ที่ปลูกแบบวางกับพื้นดินแล้วกลบโคนต้น โตเร็วกว่าต้นที่ปลูกแบบขุดหลุมมากอย่างเห็นได้ชัด
ปุจฉา วิสัชชนา :
เคยมี นศ.มหาวิทยาลัยเกษตร วิทยาเขตอัตตะปือ 5-6 คน หอบเอกสารตำราว่าด้วยการปลูกกล้าไม้ยืนต้นมาหาลุงคิม พร้อมกับแผ่นชาร์ต 2 แผ่น แผ่นหนึ่งวาดรูปวิธีการปลูกกล้าไม้แบบไม่ขุดหลุมตามแนวทางที่ลุงคิมอธิบายออกอากาศ กับแผ่นชาร์ตอีกแผ่นหนึ่งวาดรูปวิธีการปลูกกล้าไม้แบบขุดหลุม 50 x 50 x 50 ซม.ตามตำรา ทั้ง 6 คนมาเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่อาจขาดหาย เมื่อทุกอย่างเคลียร์แล้ว นศ.เหล่านั้นก็กลับไป
อีก 2 สัปดาห์ นศ.กลุ่มเดิมมาหาลุงคิมอีกครั้งแล้วรายงานว่า ได้นำแผ่นชาร์ตวิธีการลงกล้าไม้ทั้ง 2 แบบ ไปปรึกษาอาจารย์ พร้อมคำอธิบายถึงหลักการ เหตุผล และความเป็นไปได้อย่างละเอียด แล้วถามอาจารย์ว่า แบบไหนถูกต้องกว่า ?
อาจารย์ตอบว่า .............................. แบบขุดหลุมตื้นหรือแบบไม่ขุดหลุม ถูกต้องกว่า
นศ.ถามย้อน พร้อมกับเปิดตำราอ้าง ....... แล้วทำไมในตำราถึงเขียนให้ขุดหลุมล่ะครับ ?
อาจารย์ตอบหน้าตาเฉย ..................... ม.ก็ไปถามคนเขียนเองซี่
ด่าอาจารย์มหาลัยอย่างนี้ ใครจะด่าลุงคิมก็เชิญ
ลุงคิมครับผม
ปล.
โพลิเมอร์ขยายตัวได้ 200 เท่า (จริง) ประสิทธิภาพช่วยอุ้มน้ำได้ (จริง) ใส่ลงไปในดินครั้งหนึ่งอยู่ได้นานไม่กี่วันก็เสื่อมสภาพแล้ว (?) หากวิเคราะห์ลึกๆ แกลบก็อุ้มน้ำได้ มีสารอาหารพืชด้วย แถมอยู่ได้นานถึง 10 ปี..........เหตุผลนี้น่าจะเป็นคำตอบได้
กล้าไม้ปลูกใหม่ ขอยืนยันใช้ "ขี้วัว/ขี้หมูแห้งเก่าข้ามปี" 1 ส่วนผสมดินดิน 3 ส่วน เหมาะกับไม้ระยะกล้ามากที่สุด
-
กาแฟคั่วร้อนๆ :) เพิ่งหัดคั่วกาแฟหนแรกในชีวิต เพื่อนขนเมล็ดเขียว peaberry arabica คัดมือจากจากดอยแม่ลาย เชียงใหม่ มาฝาก c)
(http://s2.uppic.mobi/thumb-EE5E_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-EE5E_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-D298_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-D298_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-93A8_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-93A8_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-BB3D_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-BB3D_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-DCC3_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-DCC3_4E6AF1A6.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-42ED_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-42ED_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-B5F6_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-B5F6_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-D56A_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-D56A_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-1A8D_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-1A8D_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-E236_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-E236_4E6AF292.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-54C0_4E6B5D83.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-54C0_4E6B5D83.jpg)
หอมมากๆๆๆ รอคายก๊าสคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อีก 4 วัน อดทนไปก่อน เที่ยวหน้าจัด Green Kona ในห่อม่วง :) เอา diagram ข้างในคู่มือเครื่องคั่ว IMEX มาให้ดูกันด้วย
วันนึงผ่านไปทนไม่ไหว :giveup กดช็อตครีม่าน้ำตาลทองเป็นสายงามมาก บดละเอียดหน่อยใส่นมก็แจ่มเช่นกัน สีเข้มตัดฟองนมดีจริงๆ 0)] แต่ถ้าเป็นคาปู Kona (Dark) หอมกว่ามากนะ :secret
(http://s2.uppic.mobi/thumb-27AA_4E6C642E.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-27AA_4E6C642E.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-10D9_4E6C642E.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-10D9_4E6C642E.jpg) (http://s2.uppic.mobi/thumb-11E1_4E6C642E.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-11E1_4E6C642E.jpg)
ถ่ายรูปเมล็ดที่มีเทียบกันหน่อย :) แปลกใจของ Lions Gate บอกว่าไม่มี Peaberry แต่ที่อยู่ในซองมันเป็น Peaberry แหะ :o
Pana FX-520 flash-on + PS
(http://s2.uppic.mobi/image-2B3C_4E6C5B46.jpg) (http://s2.uppic.mobi/image-91FA_4E6C5440.jpg)
(> G2 + Nikkor 55/2.8 AIS MF @ 2500x658 (http://s2.uppic.mobi/image-91FA_4E6C5440.jpg))
ทนไม่ไหววันเดียวเอามากดแล้ว ครีม่าเยอะดี ไหลเป็นสายสีน้ำตาลทอง O0 บดแล้วรสชาติต่างกัน แต่อร่อยทั้งหมด Kona มีกลิ่นเฉพาะตัว สามอันซ้าย fruity นำ คั่วเองมี crema เยอะที่สุด บดละเอียดก็จะ fruity น้อยลง บดหยาบ fruity มาก รสชาติ Peaberry แม่ลา ไม่แพ้ Italian Espresso ร้าน Piccolino เลย คั่วนานอีกนิดให้ fruity น้อยลงน่าจะใกล้กันมาก ! ชอบแบบไหน จูน กันได้เลย :D หากได้ชิมกาแฟคั่วเองแล้วละก็จะกินกาแฟคั่วค้างไม่อร่อยเหมือนเดิม :cry2
-
สุดยอดเลย คั่วเองเลย :o
-
คุณพินิจครับตอนนี้ผมกำลังจะทำระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำไหล ยังไงจะมาเล่าให้ฟังนะครับ ;Dแต่เน้นช่วยน้ำท่วมครับ แต่ผมว่น่าจะประยุกต์ใช้กับที่บ้านคุณพินิจได้ครับ
-
คุณพินิจครับ
ใก้ลเกษียนจากงานเต็มทน อยากจะหาต้นกาแฟดีๆไปปลูกที่วังน้ำเขียวสักสิบต้น อีกหน่อยจะได้คั่วกาแฟสดๆเองบ้าง ขอคำแนะนำด้วย ผมว่าจะปลูกในที่เอียงสันเขา และใต้ต้นไม้ใหญ่ มีทั้งสัก พญาสัตตบรรณ กฐินเทภา
ไม้พวกนี้ส่วนใหญ่สูงเกิน สิบเมตรแล้วค่อนข้างร่มแต่ลมดีมากเพราะหน้าผาด้านนีหันไปทิศตะวันออกเฉียงใต้
ยังไงขอคำแนะนำด้วยครับ ส่วนเรื่องไฟฟ้าพลังงน้ำก็เคยเล่นอยู่แยะเหมือนกันเนื่องจากที่บ้านมีนำ้ตกเก่าที่ไหลลงหน้าฝาสูงยี่สิบกว่าเมตร สุดท้ายระดับที่ต่างไม่พอครับ
ขอบคุณมากครับ
-
หอมมากๆๆๆ รอคายก๊าสคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อีก 4 วัน อดทนไปก่อน เที่ยวหน้าจัด Green Kona ในห่อม่วง เอา diagram ข้างในคู่มือเครื่องคั่ว IMEX มาให้ดูกันด้วย
เม็ดซีกคายแก็ส 24 ซั่วโมง เม็ดกลม 30 ชั่วโมงก็ปิดฝากันกลิ่นระเหยออกได้แล้วละครับ รอ 4 วันกลิ่นจะหายหมดนะครับ
หากได้ชิมกาแฟคั่วเองแล้วละก็จะกินกาแฟคั่วค้างไม่อร่อยเหมือนเดิม
ลูกค้าผมแนะนำให้สั่งไปชงเองให้หมดายใน 1 เดือนครับ คั่วสดๆ แล้วชงดื่มกันเลยจะได้รสชาตอร่อยกว่าที่วางขายตามร้านค้าที่เราไม่รู้ว่าเค้าคั่วทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อไร? ยิ่งพวกที่ใช้ถุงแบบเช็ควาล์วด้วยแล้ว กลิ่นหายไปเยอะครับ เพราะผมลองเช็คเคยลองเช็คถุงแล้วลมสามารถเข้าและออกถุงเซ็ควาล์สที่ทำมาขายกัน ก็เลยไม่คิดซื้อถุงแบบนี้มาใช้งานละครับ
คุณพินิจครับตอนนี้ผมกำลังจะทำระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำไหล ยังไงจะมาเล่าให้ฟังนะครับ แต่เน้นช่วยน้ำท่วมครับ แต่ผมว่น่าจะประยุกต์ใช้กับที่บ้านคุณพินิจได้ครับ
ตอนนี้ผมทำสำเร็จใช้งานได้มาสองสามอาทิตย์แล้วละครับ กังหันตัวเดียวใช้ได้ทั้งปั๊มน้ำให้แก่ส่วนหย่อมที่มีน้ำตกและน้ำพุและพร้อมจ่ายไฟไปพร้อมๆ กันให้หลอดประหยัดไฟได้สิบกว่าหลอดสะบายๆ ครับ ผมไม่ได้ถ่ายรูปจริงมาให้ดูแต่ผมทำตามแบบนี้ครับ ระดับน้ำแค่เมตรเดียวเอง ได้พลังงานเหลือเฟือ ตอนนี้ อบต กำลังตั้งงบให้ผมทำอีกเจ็ดแห่งเพื่อใช้เป็นไฟส่องถนนในหมู่บ้านครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-2A68_4E6EAD4C.jpg)
http://www.youtube.com/watch?v=OC1_dqpI_7A&feature=player_embedded
ส่วนเรื่องไฟฟ้าพลังงน้ำก็เคยเล่นอยู่แยะเหมือนกันเนื่องจากที่บ้านมีน้ำตกเก่าที่ไหลลงหน้าฝาสูงยี่สิบกว่าเมตร สุดท้ายระดับที่ต่างไม่พอครับ
ลองทำตามแบบข้างบนนี้นะครับระดับแค่เมตรเดียวก็เพียงพอครับ
อยากจะหาต้นกาแฟดีๆไปปลูกที่วังน้ำเขียวสักสิบต้น อีกหน่อยจะได้คั่วกาแฟสดๆเองบ้าง
ส่งที่อยู่มาเลยครับ เดี๋ยวผมกลับภูซางจะจัดส่งมาให้ครับ ไม่ทราบว่าถ่าส่งทางนิ่มไถ่เส็ง (ถ้าจำไม่ผิดว่าผมเห็นมีบริษัทนี้รับส่งของอยู่ที่ตัวอำเภอ ไม่ทราบว่าจะสะดวกไปรับของไหมครับ? จิบกาแฟสดทุกวันแก้โรคอันไซร์เมอร์ได้นะครับ ขึ้นมาเที่ยวเมืองเหนือเมื่ไร? เชิญมาดูสวนยางที่ปลูกกาแฟแซมดูนะครับ กาแฟชอบปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะมันไม่ชอบแสงมากๆ ซึ่งจะทำให้ผลมันสุกเร็วเกินไปกินไม่อร่อยเหมือนมะม่วงสุกแก่แดดครับ ถ้าปลูกกลางแจ้งกาแฟจะสุกปลาย พย แต่ถ้าปลูกในล่มกาแฟให้ผลน้อยกว่าแต่มันจะสุกปลายมกราคมครับ คือพอเราเก้บผลมันเสร้จแล้ว มันก็จะออกดอกกันเลยละครับ คือมันจะใช้เวลาเกือบ 1 ปีเต็มๆ ครับ กาแฟแบบนี้จะอร่อยที่สุดครับ O0
-
แบบเดียวกับที่ผมไปสืบค้นมาเลยครับจากเวปชมรมพลังงานทดแทนอะไรประมาณนี้ ตั้งใจทำใบรับน้ำแบบนี้แต่ผมจะวางบนทุ่นลอยน้ำครับ เจนเนอเรเตอร์ก็ทำแบบเดียวกับในเวปนั้นครับ จุดประสงค์ของงานชิ้นนี้คือเอาไว้ใช้กรณีน้ำท่วมครับเอาไปขวางทางน้ำไหลครับ
-
ตอนนี้ผมทำสำเร็จใช้งานได้มาสองสามอาทิตย์แล้วละครับ กังหันตัวเดียวใช้ได้ทั้งปั๊มน้ำให้แก่ส่วนหย่อมที่มีน้ำตกและน้ำพุและพร้อมจ่ายไฟไปพร้อมๆ กันให้หลอดประหยัดไฟได้สิบกว่าหลอดสะบายๆ ครับ ผมไม่ได้ถ่ายรูปจริงมาให้ดูแต่ผมทำตามแบบนี้ครับ ระดับน้ำแค่เมตรเดียวเอง ได้พลังงานเหลือเฟือ ตอนนี้ อบต กำลังตั้งงบให้ผมทำอีกเจ็ดแห่งเพื่อใช้เป็นไฟส่องถนนในหมู่บ้านครับ
ชอบจัง พลังงานทดแทน :clap :clap :clap O0 :clap :clap :clap สุดยอดครับ
ผมอยากทำกังหันลมปั่นไฟเล่นครับ เอาซักหลอดประหยัดไฟ 5w ก็พอ ยังหาแบบ+เวลาไม่ได้เลยครับ
-
มายกมือว่าเป็นคอกาแฟเหมือนกันครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ไม่ทราบว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่รวมโคราชนะครับ
แถวๆจังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร บุรีรัมย์ ประมาณนี้ครับ
มีการปลูกกาแฟบ้างมั้ยครับ
หรือสามารถปลูกกาแฟได้มั้ยครับ
-
ตอนนี้ผมทำสำเร็จใช้งานได้มาสองสามอาทิตย์แล้วละครับ กังหันตัวเดียวใช้ได้ทั้งปั๊มน้ำให้แก่ส่วนหย่อมที่มีน้ำตกและน้ำพุและพร้อมจ่ายไฟไปพร้อมๆ กันให้หลอดประหยัดไฟได้สิบกว่าหลอดสะบายๆ ครับ ผมไม่ได้ถ่ายรูปจริงมาให้ดูแต่ผมทำตามแบบนี้ครับ ระดับน้ำแค่เมตรเดียวเอง ได้พลังงานเหลือเฟือ ตอนนี้ อบต กำลังตั้งงบให้ผมทำอีกเจ็ดแห่งเพื่อใช้เป็นไฟส่องถนนในหมู่บ้านครับ
ชอบจัง พลังงานทดแทน :clap :clap :clap O0 :clap :clap :clap สุดยอดครับ
ผมอยากทำกังหันลมปั่นไฟเล่นครับ เอาซักหลอดประหยัดไฟ 5w ก็พอ ยังหาแบบ+เวลาไม่ได้เลยครับ
เวปนี้เลยครับคุณsanti http://natee2007.thaiza.com/ ความรู้เกี่ยวกับพลังงานทดแทนเยอะมากครับ มีทั้งวิธีการทำ, แบบกังหัน, วิธีการทำgenerator ,วงจรต่างๆมีหมดครับ O0
-
(http://s2.uppic.mobi/image-4FD6_4E6EE7ED.jpg)
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วขับรถไปเชียงใหม่ ได้แวะเที่ยวลำปางนั่งทานอาหารกันตรงแถวๆ นี้บรรยากาศดีมากๆ เลยละครับ เมืองนี้เค้าเอาลูกโป่งยางมาเป่าทำเป็นฝายกั้นขวางลำน้ำ ให้มันน่าดูน่ามานั่งเล่น แต่ถ้าที่นี่จะคิดทำกังหันพลังน้ำตัวใหญ่ ผมคิดว่ามันจะน่าดูยิ่งขึ้นกว่านี้ขึ้นไปอีก และยังน่าจะเป็นตัวอย่างกับที่อื่นๆ อีกด้วย (ตอนนี้ตรงอนามัยที่ที่ผมทำนั้นกลายเป็นที่มาดูงานของ อบต หลายตำบนแถวๆ นั้น ที่มีฝายน้ำล้นเหมือนกัน ที่กำลังจะทำตามละครับ) พลังน้ำที่ลำปางตามที่เห็นนี้ ผมคิดว่าใช้เป็นไฟฟ้าตามถนนทั่งทั้งตัวเมืองลำปางได้สะบายๆ กันเลละครับ เพราะหน้ากว้างของแม่น้านี้น่าจะประมาณเกือบๆ 100 เมตรเห็นจะได้ แต่ก็คงต้องรอพ่อเมืองนครลำปางคนใหม่ ที่มองเห็นคุณค่าของพลังงานอันมหาสารตรงจุดนี้มาเป็นผู้ครองนครแห่งนี้ซะก่อนละครับ
ผมคิดว่ากาแฟทุกพันธ์ชอบฝนชอบน้ำครับ ดินร่วนซุย แต่ถ้าเป็นพันธ์อราบีก้าถ้ามีที่บนภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1200m จะได้รสชาตดีเยี่ยมครับ (แต่ปลูกต่ำกว่านี้ก็ได้ แต่มันจะมีรสชาติอาจจะลดลง) และควรปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วย (อันนี้เป็นข้อบรรยัดของกาแฟที่ดีนะครับ) แต่บ้านเราคนซื้อส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจสิ่งเหล่านี้ บัญยัดเค้าให้เก็บผลเซอรี่แล้วต้องแซ่น้ำรุ่งขึ้นเอาไปตากแดดกันเลย แต่ที่ผมเจอๆๆๆๆๆๆๆๆ มา สั่งให้เจ้าของสวนเก็บไว้เป็นอาทิตย์ เนื้อเซอรรี่ของกาแฟเน่าดำแล้วถึงขึ้นมารับไปดำเนินการกัน อย่างนี้เวลาส่งออกขายต่างประเทศ ซึ่งคนซื้อเค้าเก่งกัดเม็ดดิบดูก็รู้แล้วว่ากาแฟเกรดต่ำ ไม่ใช่เพราะพันธ์หรือพื้นที่ปลูกไม่ดี แต่เป้นเพราะพ่อค้าไม่ดี ที่ไม่มาเอาไปดำนินการทำอย่างถูกต้องตามที่ควรจะทำ มันน่าเสียดายครับ ที่กาแฟบ้านเราจึงไม่ติดอันดับการส่งออกกับเค้าบ้าง
เรื่องพวกนี้เมื่อก่อนผมก็ไม่รู้ แต่พอซื้อขายบ่อยๆ ถึงรู้ว่ากาแฟบ้านเรามันขายส่งออกไม่ได้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก็เพราะพ่อค้าคนกลางนี่เองละครับ
-
เห็นน้ำไหลขนาดนี้นี่ อืม...ได้ไฟฟ้าใช้งานโขอยู่นะครับ ของผมถ้าเป็นรูปเป็นร่างจะถ่ายรูปเอามาให้ชมครับ ;D ;D พลังงานทดแทนผมว่าตอนนี้น่าสนใจมากครับกะว่าจะลองศึกษาอย่างจริงๆจังๆดูครับ
-
ลืมถามคุณพินิจไปว่าได้ไฟออกมากี่โวลท์ และความรอบของกังหันได้ประมาณกี่รอบต่อนาทีครับ
-
เม็ดซีกคายแก็ส 24 ซั่วโมง เม็ดกลม 30 ชั่วโมงก็ปิดฝากันกลิ่นระเหยออกได้แล้วละครับ รอ 4 วันกลิ่นจะหายหมดนะครับ
ครับเปิดทิ้งไว้ในตู้ (กลัวแมงเข้า) 12 ชม.แล้วก็ปิด กลิ่นหอมไปทั้งตู้ :-*
ความท้าทายที่มีตอนนี้คือ บดไม่เท่ากัน แทมไม่เท่ากัน (กดน้ำไม่เท่ากัน) รสชาติไม่เหมือนกันเลย เราเองชอบมีกาแฟรสหลากหลายให้กิน :D มีครั้งนึงได้รส fruity + bold จัด คล้ายกับเมล็ด Ethiopia เลย O0
แต่คนอื่นที่นั่งรอเสิร์ฟนี่สิ ..... ทำไมรสไม่เหมือนเดิม...... โชคดีที่เราไม่ได้เปิดร้านกาแฟ ;D
-
ลืมถามคุณพินิจไปว่าได้ไฟออกมากี่โวลท์ และความรอบของกังหันได้ประมาณกี่รอบต่อนาทีครับ
ด้วยปริมารณน้ำตกและติดตั้งอยู่ระดับความลึกเดียวกันกับรูปใน ตอบ # 456 นะครับ ผมทำเทอร์ไบน์หน้ากว้าง 50 cm แค่นั้น ในขณะที่ผมทดลองใช้ทั้งปั๊มน้ำ (UMA ตราปลากัดคู่จูบกันนะครับ ราคาตัวละ 1450 บาท ท่อ 1 นิ้ว ระยะทาง 10m เปิดวาล์วเต็มที่ ส่งน้ำขึ้นสูงประมาณ 2m จากตัวปั๊ม ผมพยายามให้รายละเอียด เพือ่ว่าจะให้มองเห็นภาพที่แท้จริงได้นะครับ) และจายทั้งไฟไปพร้อมกัน โดยใช้หลอดประหยัดไฟของการไฟฟ้า 9W จำนวน 13 ดวง มิเตอร์วัดไฟแสดงค่า 150v ผมแนะนำให้ใช้หลอดประหยัดไฟเพราะมันจะติดอยู่ได้แม้ไฟจะตกลงมาถึง 100v กันเลยละครับ
ผมใช้สาพานต่อปั๊มน้ำโดยตรงจากตัวกังหัน ถ้าผมปล่อยสายพานให้หย่อน (คือตัดปั๊มน้ำออกไป) จะได้ไฟ 220v พอดีครับ ถ้าคิดเป็นกำลังวัตต์มั่วๆ โดยคำนวนจากหลอดไฟก็คงจะได้ที่ 9*13 = 117W ครับ แต่กำลังวัตต์จริงๆ ไม่รู้ครับ ใครมีความรู้ช่วยคำนวนจากหลอดไฟที่ใช้ให้ด้วยนะครับ
เรื่องความเร็วรอบของกังหันเนื่องจากเนมเพลทของเจนเนอเรเตอร์หายเลยคำนวนหารรอบไม่ได้ครับ แต่กะๆ เอาว่าตอนเจอโลดแต่ไฟอย่างเดียวก็คงที่เจนฯ ประมาณ 1500 rpm ครับ ทดรอบชุดแรกแรก 2.5:8 ทดรอบชุดสองสอง 3:8 ตัวเทอร์ไบน์น่าหมุน 200 rpm คือดูแล้วช้ามากครับ ในขณะที่ใช้ปั๊มน้ำไปด้วยพร้อมๆ กันความเร็วอาจเหลือร้อยกว่ารอบต่อนาทีเองละครับ (ผมว่ารอบช้าๆ มันก็ดีลูกปืนพังซ้าดีนะครับ ออกแบบให้วงล้อใหญ่ๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันจะให้ทรอกค์สูงน่ะครับ แต่ที่ผมทำตัวนี้ล้อโตพอๆ กับในรูปนะครับ) หวังว่าคงเป็นแนวทางให้คุณเอกสิทธิได้นะครับ d_d :drunk
-
เม็ดซีกคายแก็ส 24 ซั่วโมง เม็ดกลม 30 ชั่วโมงก็ปิดฝากันกลิ่นระเหยออกได้แล้วละครับ รอ 4 วันกลิ่นจะหายหมดนะครับ
ครับเปิดทิ้งไว้ในตู้ (กลัวแมงเข้า) 12 ชม.แล้วก็ปิด กลิ่นหอมไปทั้งตู้ :-*
ความท้าทายที่มีตอนนี้คือ บดไม่เท่ากัน แทมไม่เท่ากัน (กดน้ำไม่เท่ากัน) รสชาติไม่เหมือนกันเลย เราเองชอบมีกาแฟรสหลากหลายให้กิน :D มีครั้งนึงได้รส fruity + bold จัด คล้ายกับเมล็ด Ethiopia เลย O0
แต่คนอื่นที่นั่งรอเสิร์ฟนี่สิ ..... ทำไมรสไม่เหมือนเดิม...... โชคดีที่เราไม่ได้เปิดร้านกาแฟ ;D
ดีใจครับที่ได้เจอคอกาแฟแบบพิถีพิถันครับ ตอนนี้ผมชอบชงแบบที่บดให้ละเอียดที่ "เกือบ" สุดๆๆ ของความสามารถของเครื่องบดของผม (คือถ้าเอาสุดๆ เครื่องบดจะพังไว) แล้วกดเทมเปอร์จนน้ำไหลแบบหยดๆ ไหลๆ กันเลยละ (ตอนเรียนอาจารย์บอกว่า ห้ามไม่ให้น้ำกาแฟที่ออกมาเป็นแบบหยด ต้องทำให้ใกล้หยดถึงจะดี ซึ่งจะใช้เวลาที่ 1Oz 15s) แต่แบบหยดๆ ไหลๆ ของผมตอนนี้ 1Oz จะใช้เวลาประมาณ 20sec ครับ ซึ่งมันก็จะ__สุดโค้ย.........ของผมเลยละครับ O0 O0 O0 O0 จิบไปดมกลิ่นไป .... สุดยอดดดดดคร้าบบบบบบบบ :secret
-
ลืมถามคุณพินิจไปว่าได้ไฟออกมากี่โวลท์ และความรอบของกังหันได้ประมาณกี่รอบต่อนาทีครับ
ด้วยปริมารณน้ำตกและติดตั้งอยู่ระดับความลึกเดียวกันกับรูปใน ตอบ # 456 นะครับ ผมทำเทอร์ไบน์หน้ากว้าง 50 cm แค่นั้น ในขณะที่ผมทดลองใช้ทั้งปั๊มน้ำ (UMA ตราปลากัดคู่จูบกันนะครับ ราคาตัวละ 1450 บาท ท่อ 1 นิ้ว ระยะทาง 10m เปิดวาล์วเต็มที่ ส่งน้ำขึ้นสูงประมาณ 2m จากตัวปั๊ม ผมพยายามให้รายละเอียด เพือ่ว่าจะให้มองเห็นภาพที่แท้จริงได้นะครับ) และจายทั้งไฟไปพร้อมกัน โดยใช้หลอดประหยัดไฟของการไฟฟ้า 9W จำนวน 13 ดวง มิเตอร์วัดไฟแสดงค่า 150v ผมแนะนำให้ใช้หลอดประหยัดไฟเพราะมันจะติดอยู่ได้แม้ไฟจะตกลงมาถึง 100v กันเลยละครับ
ผมใช้สาพานต่อปั๊มน้ำโดยตรงจากตัวกังหัน ถ้าผมปล่อยสายพานให้หย่อน (คือตัดปั๊มน้ำออกไป) จะได้ไฟ 220v พอดีครับ ถ้าคิดเป็นกำลังวัตต์มั่วๆ โดยคำนวนจากหลอดไฟก็คงจะได้ที่ 9*13 = 117W ครับ แต่กำลังวัตต์จริงๆ ไม่รู้ครับ ใครมีความรู้ช่วยคำนวนจากหลอดไฟที่ใช้ให้ด้วยนะครับ
เรื่องความเร็วรอบของกังหันเนื่องจากเนมเพลทของเจนเนอเรเตอร์หายเลยคำนวนหารรอบไม่ได้ครับ แต่กะๆ เอาว่าตอนเจอโลดแต่ไฟอย่างเดียวก็คงที่เจนฯ ประมาณ 1500 rpm ครับ ทดรอบชุดแรกแรก 2.5:8 ทดรอบชุดสองสอง 3:8 ตัวเทอร์ไบน์น่าหมุน 200 rpm คือดูแล้วช้ามากครับ ในขณะที่ใช้ปั๊มน้ำไปด้วยพร้อมๆ กันความเร็วอาจเหลือร้อยกว่ารอบต่อนาทีเองละครับ (ผมว่ารอบช้าๆ มันก็ดีลูกปืนพังซ้าดีนะครับ ออกแบบให้วงล้อใหญ่ๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันจะให้ทรอกค์สูงน่ะครับ แต่ที่ผมทำตัวนี้ล้อโตพอๆ กับในรูปนะครับ) หวังว่าคงเป็นแนวทางให้คุณเอกสิทธิได้นะครับ d_d :drunk
ขอบคุณมากครับ ใบเทอร์ไบน์ตอนนี้คิดอยู่ที่หน้ากว้าง1mครับแท่น1.5เมตร กะว่าจะให้รับน้ำได้เต็มที่เนื่องจากจะเอาไปวางในขณะที่น้ำท่วมแล้วมีการไหลบ่าของน้ำ ส่วนเรื่องพูลเล่ย์ตัวขับผมคิดว่าจะทำให้ใหญ่ที่สุดแล้วไปขับเล็กที่ตัวเจนฯอันนี้เดี๋ยวต้องปรึกษาครูช่างยนต์ครับ ;Dเจนฯทำเองตามแบบในเวปชมรมพลังงานทดแทนครับใช้บ๊อบบิ้นหม้อแปลงกับแม่เหล็กแรงสูง กะว่าเสาร์นี้จะขึ้นไปซื้อของที่กรุงเทพฯครับ
-
ใช้บ๊อบบิ้นหม้อแปลงกับแม่เหล็กแรงสูง กะว่าเสาร์นี้จะขึ้นไปซื้อของที่กรุงเทพฯครับ
บ๊อบบิ้นต้องมีแกนเหล็กช่วยนำสนามแม่เหล็กด้วยไหมครับ
-
ใช้บ๊อบบิ้นหม้อแปลงกับแม่เหล็กแรงสูง กะว่าเสาร์นี้จะขึ้นไปซื้อของที่กรุงเทพฯครับ
บ๊อบบิ้นต้องมีแกนเหล็กช่วยนำสนามแม่เหล็กด้วยไหมครับ
ใช่ครับตัดแกนIแล้วเสียบเข้าไปจากนั้นเอาเหล็กรูดัดฉากทำขายึดครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-06B8_4E702724.jpg)
การเลือกรูปแบบกังหันก้สำคัญนะครับ ผมคิดว่าควรเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของน้ำตกหรือน้ำที่ไหลด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เช่นหน้านามัยเหมาะกับที่ผมเอามาให้ดูกันครั้งแรก ส่วนในกรณีของลำน้ำที่ลำปางผมคิดว่าตามรูปที่เขียนแบบไว้ในภาพนี้ตัวบน ทำให้สูงสัก 10 เมตรน่าจะเหมาะสมครับ แต่ถ้าเป็นกรณีน้ำหลากผมคิดว่าทำตามแบบรูปถ่ายอันล่างของภาพนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดครับ คือมองดูแล้วมันน่าจะเคลื่อนย้ายสะดวกด้วย d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-06B8_4E702724.jpg)
การเลือกรูปแบบกังหันก้สำคัญนะครับ ผมคิดว่าควรเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของน้ำตกหรือน้ำที่ไหลด้วย เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เช่นหน้านามัยเหมาะกับที่ผมเอามาให้ดูกันครั้งแรก ส่วนในกรณีของลำน้ำที่ลำปางผมคิดว่าตามรูปที่เขียนแบบไว้ในภาพนี้ตัวบน ทำให้สูงสัก 10 เมตรน่าจะเหมาะสมครับ แต่ถ้าเป็นกรณีน้ำหลากผมคิดว่าทำตามแบบรูปถ่ายอันล่างของภาพนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดครับ คือมองดูแล้วมันน่าจะเคลื่อนย้ายสะดวกด้วย d_d :drunk
ผมจะทำเป็นทุ่นลอยน้ำครับเหมือนกังหันตีน้ำนากุ้งครับ แต่ขนาดใบกังหันจะยาวกว่าคือประมาณ1เมตรครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่การรับน้ำครับ และใช้ท่อPVC 6"ผ่าครึ่งครับ คงต้องทดลองหลายๆขนาดครับเลือกเอาที่ดีที่สุดครับ
-
ใช้บ๊อบบิ้นหม้อแปลงกับแม่เหล็กแรงสูง กะว่าเสาร์นี้จะขึ้นไปซื้อของที่กรุงเทพฯครับ
บ๊อบบิ้นต้องมีแกนเหล็กช่วยนำสนามแม่เหล็กด้วยไหมครับ
ใช่ครับตัดแกนIแล้วเสียบเข้าไปจากนั้นเอาเหล็กรูดัดฉากทำขายึดครับ
ลืมรูปครับ แบบนี้ครับ
-
อันนี้ชุดสนามแม่เหล็กครับ
เอาแบบมาจากที่นี่ครับ http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=146337
-
ดีใจครับที่ได้เจอคอกาแฟแบบพิถีพิถันครับ ตอนนี้ผมชอบชงแบบที่บดให้ละเอียดที่ "เกือบ" สุดๆๆ ของความสามารถของเครื่องบดของผม (คือถ้าเอาสุดๆ เครื่องบดจะพังไว) แล้วกดเทมเปอร์จนน้ำไหลแบบหยดๆ ไหลๆ กันเลยละ แต่แบบหยดๆ ไหลๆ ของผมตอนนี้ 1Oz จะใช้เวลาประมาณ 20sec ครับ ซึ่งมันก็จะ__สุดโค้ย.........ของผมเลยละครับ O0 O0 O0 O0 จิบไปดมกลิ่นไป .... สุดยอดดดดดคร้าบบบบบบบบ
1 oz 20 วินาที โอเคนะครับ O0 ที่ชง Kona (Medium Roast) หรือ Ethiopia Harra มัน fruity มาก ต้องลากไป 4-50 วิเลย แต่ก็สุโค่ยเหมือนกัน
ปอเคยเอาภูพยัคฆ์มาให้ต้องบดหยาบหน่อยไม่งั้นเข้มแบบแม็กกี้เลย ยอมแพ้ :yucky
ไม่ทำกังหันลมกันมั่งเหรอครับ > ชมรมพลังงานทดแทน กังหันลม กังหันน้ำ กังหันไอน้ำผลิตไฟฟ้า การผลิตแก๊สไว้ใช้เอง (http://natee2007.thaiza.com/) :)
ยุคุณ PINIJ ทำมอเตอร์พลังน้ำไว้บดกาแฟด้วยดีกว่า ^-^
(http://www.watermotor.net/imagines/portada.jpg)
http://www.watermotor.net (http://www.watermotor.net)
-
ใช้บ๊อบบิ้นหม้อแปลงกับแม่เหล็กแรงสูง กะว่าเสาร์นี้จะขึ้นไปซื้อของที่กรุงเทพฯครับ
บ๊อบบิ้นต้องมีแกนเหล็กช่วยนำสนามแม่เหล็กด้วยไหมครับ
ใช่ครับตัดแกนIแล้วเสียบเข้าไปจากนั้นเอาเหล็กรูดัดฉากทำขายึดครับ
ลืมรูปครับ แบบนี้ครับ
เห็นที่ยึดขดลวดและตัวแม่เหล้กแล้วดูมันจะไม่ค่อยจะแข็งแรงทนทานนะครับ ใช้ไม้ทำไม่รู้ว่ามันจะทนอยู่ได้ซักกี่น้ำ เพราะแรงเนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กนี่สูงไม่ใช่ล้อเล่นเลยนะครับ แค่ 100W ที่ผมลองมาแล้วนั้นก็ฉุดรอบกังหันให้หมุนช้าลงเกือบสิบเท่าจาก No Load แล้วนะครับ น้ำไม่แรงจริง ออกแบบใบพัดไม่กินน้ำเพียงพอ เจอโลดแล้วกังหันอาจไม่หมุนได้นะครับ ทางที่ดีแนะนำให้ใช้ Dia. ของกังหันโตๆ ไว้หน่อย
@Redbook ตอนนี้ผมอยากจะใช้ไฟ 220v เข้ามาแทนไฟจาก EGAT อยู่นะครับ มันสะดวกดีที่เราสามารถเดินสายเข้าถึงตัวบ้านจากจุดที่ติดตั้งกังหันน้ำได้สะดวก แต่ตอนนี้ผมติดที่กำลังหาวิธิให้มันจ่ายไฟได้คงที่ ที่ 220v อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจากพลังน้ำที่มีอยู่ตลอดทั้งปี คือผมต้องดูระดับน้ำตลอดทั้งปีเพื่อหาจุดที่น้ำมากที่สุดและน้อยที่สุดอยู่น่ะครับ ถึงจะออกแบบการควบคุมได้ว่าควรจะใช้วิธีไหนดี? ทุกวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ความเหมาะสมต่อสาวะต่างก็ต่างกัน
1. คุมโดยขยับเลื่อนตัวกังหันเข้าหาหรือถอยออกจากพลังน้ำที่ไหล จากที่พลังน้ำมีเปลี่ยนแปลงระดับจากกรณีฝนตกมากๆ ต้องมีระบบอัตโนมัติควบคุมกันแบบรวดเร็วทันการอีกด้วยเพราะอาจน้ำป่าไหลลากอาจมาตอนกลางคืนเมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้ หรือกรณีโลดเปลี่ยนก็ต้องปรับรอบกังหันให้ Voltage คงที่ได้ (คงต้องมีตัวคอนโทนด้วยระบบไฟฟ้าจากตัวมันเอง)
2. ติดตั้งแผงประตูปรับระดับน้ำเพื่อให้แรงน้ำเข้าสู่กังหันคงที่
ถ้าเราใช้ระบบท่อพาน้ำเข้าสู่กังหัน เราอาจควบคุมเรื่องนี้ได้ง่ายๆ แต่ Loss เยอะทำให้สูนย์เสียไฟที่ควรจะได้ไปอย่างน่าเสียดายครับ พลังงานน้ำที่ผมทำหน้าอนามันนั้น ถ้าใช้เต็มพื้นที่ของน้ำตกหน้ากว้างประมาณ 5 เมตร ผมคิดว่า 1.5 kW @220v นี่น่าจะทำได้อย่างสะบายๆ ครับ เราสามารถใช้ไฟฟ้าจากงานนี้กับแอร์ 1 ตันหนึ่งตัวได้สะบายๆ กันเลยละครับ หรือมันสามารถขับแอมป์ Krell 250 วัตต์ ได้ถึง 2 ตัว (ได้ฟังเพลงกับแอมป์คลาสสเอแบบไม่ต้องเสียค่าไฟมันก็น่าลงทุนเหมือนกันนะครับ) :yahoo
-
^
ไม่รู้เมืองไทยเราจะมีให้เล่นเมื่อไหร่ O0
FC-R&D releases ZEEP24, a new energy supply system using sunlight, water, and hydrogen
(http://www.akihabaranews.com/wp-content/uploads//images/9/89/106789/1.jpg)
FC-R&D has released ZEEP24, a totally self-sufficient power supply system. ZEEP24 uses natural energy, in the form of sunlight, water, and hydrogen. With this system, electricity is generated during the day using solar panels, and some of it is used to produce hydrogen, by electrolyzing water. The hydrogen is stored, and used to generate electricity in fuel cells.
“In Japanese homes during the day, usually, not much electricity is used, as both parents are working and the children are at school. So with solar power, there’s often excess capacity during the day. With this system, the excess capacity isn’t sold; instead, it’s used to produce stored hydrogen, another energy source, through electrolysis. Hydrogen is used because it has high energy density, so it takes up a tenth of the space of an ordinary storage battery.”
ที่มา (http://en.akihabaranews.com/106789/environment/fc-rd-releases-zeep24-a-new-energy-supply-system-using-sunlight-water-and-hydrogen) (video clip)
-
เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ ที่จริงเราเอาไฟจากโซล่าเซลมาซาร์ทแบทรถยนต์ไฟ้ฟ้าใช้กันก็ได้นะครับ ผมคิดว่ามันเป็นการลงทุนต่ำกว่า และยังเป็นแค่เทคโนดลยี่ง่ายๆ เหมาะกะบ้านเรา แต่ประสิทธิาพและการใช้ประโยชน์ของเค้าอาจเหนือกว่า ก็เพราะบ้านเค้ามีความพร้อมกว่าบ้านเรา เช่นเค้ามีรถไฮโดเจนใช้กันก็เอาไปใช้กับรถได้เลย บ้านเราคงอีกนานครับ ก็อย่างที่ท่านว่ามานั่นแหละ เมื่อไร? บ้านเราจะพร้อม มีอะไรดีๆ เท่าอารยประเทศเค้าเจริญแล้วซะที K] K] K]
แต่ถ้าใครมีแหล่งน้ำที่มีการไหลอยู่ตลอดทั้งปี ผมคิดว่ากังหันน้ำเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากว่าครับ d_d :drunk ถ้าเราผลิตไฟได้ 1.5kW (220v) *24*30 คูณกันออกมาแล้วได้ใช้ไฟเดือนละ 1080 Units เหมาะสำหรับคนที่เคยจ่ายใช้ไฟฟ้าเดือนละ 3 พันกว่าบาท ก็ถือว่าไม่น้อยนะครับ :whistling กังหันตัวนี้ถ้าซื้ออุปกรณ์มือสอง จากตลาดนัดคลองถม ที่มีอยู่ทั่วไปตามต่างจังหวัด ผมคิดว่ารวมค่าอุปกรณ์ค่าแรงกันแล้วไม่น่าเกินสองหมื่นบาทครับ
-
ตัวขายึดผมจะดัดแปลงเป็นใช้เรซิ่นหล่อเอาเลยครับ เรื่องสนามแม่เหล็กนี่ก็เป็นอีกจุดที่ผมห่วงอยู่เพราะเคยไปดูของเพื่อนเป็นกังหันลมครับใช้ลวดโตเวลาออกตัวถ้าลมไม่แรงจริงออกตัวไม่ได้ คงต้องทดลองดู และก็อย่างที่คุณพินิจแนะนำผมคงต้องออกแบบใบกังหันค่อนข้างโตแต่ยังไงก็ทิ้งคอนเซ็บเรื่องเคลื่อนย้ายสะดวกไม่ได้เพราะโจทย์คือเอาไว้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและการไฟฟ้าจำเป็นต้องตัดไฟทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้ครับ นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ให้ได้ครับ ;D
-
ตัวขายึดผมจะดัดแปลงเป็นใช้เรซิ่นหล่อเอาเลยครับ เรื่องสนามแม่เหล็นี่ก็เป็นอีกจุดที่ผมห่วงอยู่เพราะเคยไปดูของเพื่อนเป็นกังหันลมครับใช้ลวดโตเวลาออกตัวถ้าลมไม่แรงจริงออกตัวไม่ได้ คงต้องทดลองดู และก็อย่าที่คุณพินิจแนะนำผมคงต้องออกแบบใบกังหันค่อนข้างโตแต่ยังไงก็ทิ้งคอนเซ็บเรื่องเคลื่อนย้ายสะดวก นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ให้ได้ครับ ;D
เส้นลวดโตผมคิดว่าดีกว่าเส้นเล็กๆ นะครับ เผื่อเวลาน้ำมากๆ เราก็จะได้อัดกระแสกันได้เต็มๆ ไม่ต้องกังวนเรื่องมันจะไหม้ การออกตัวของกังหันเราอาจจะใช้วิธียกคัดเอ๊าท์ก่อน (แต่ปัญหาคือ No Load ไฟจะเกิน 220V ตรงนี้ต้องหาวิธีควบคุมความเร็วของกังหันให้ดีละกัน คือต้องคุมปริมาณน้ำให้ได้แรงดันของไฟฟ้าไม่เกิดการสวิงมากนัก ในกรณีโลดเปลี่ยนกระทันหันให้ดีมากๆๆๆ ด้วย เช่นคอมแอร์ทำงานหรือหยุดนี่โลดเปลี่ยนแบบจะเป็นครึ่งหนึ่งของพลังงานที่ได้เลยละ ไม่งั้น!... โวลท์สวิงขึ้นไปเป็น 400V อุปกรณ์อื่นๆ ที่เปิดอยู่พังแน่ๆ ตรงนี้ยังเป็นการบ้านที่ผมยังต้องคิดต่อ แต่ถ้าเราใช้กลับโลดที่คงที่ การออกแบบตรงนี้คงไม่ยุ่งยากครับ
และที่ผมบอกว่าให้ใช้ Diameter ของวงล้อกังหันโตๆ ไว้ก่อน (ที่ขนาดใบกังหันเท่าเดิม) เพราะถ้าเราทำให้ล้อใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวก็หมายถึงเราได้กำลังอีกเท่าตัวเช่นกัน ในขณะที่แรงผักดันของน้ำเท่าเดิม ดูตามรูปครับ ที่จริงจุดที่หน้าอนามัยที่ผมจะทำใหม่นั้น ก็คิดว่าจะขยายวงล้อให้โตขึ้นอีกเท่าตัวด้วย คิดว่า 3kW (13.6Amp) @220v คงจะทำได้ครับ จะเห็นว่าพลังงานที่ได้ครั้งนี้พอๆ กับเราติดมิเตอร์ 5 Amp กับการไฟฟ้าเลยละ ( หม้อ 5 แอมป์ ของการไฟฟ้านั้นจริงๆ แล้วเค้าเผื่อไว้อีก 3 เท่า คือเราจะใช้ไฟได้ถึง 15 แอมป์นะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-F789_4E716C95.jpg)
-
ตัวขายึดผมจะดัดแปลงเป็นใช้เรซิ่นหล่อเอาเลยครับ เรื่องสนามแม่เหล็นี่ก็เป็นอีกจุดที่ผมห่วงอยู่เพราะเคยไปดูของเพื่อนเป็นกังหันลมครับใช้ลวดโตเวลาออกตัวถ้าลมไม่แรงจริงออกตัวไม่ได้ คงต้องทดลองดู และก็อย่าที่คุณพินิจแนะนำผมคงต้องออกแบบใบกังหันค่อนข้างโตแต่ยังไงก็ทิ้งคอนเซ็บเรื่องเคลื่อนย้ายสะดวก นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ให้ได้ครับ ;D
เส้นลวดโตผมคิดว่าดีกว่าเส้นเล็กๆ นะครับ เผื่อเวลาน้ำมากๆ เราก็จะได้อัดกระแสกันได้เต็มๆ ไม่ต้องกังวนเรื่องมันจะไหม้ การออกตัวของกังหันเราอาจจะใช้วิธียกคัดเอ๊าท์ก่อน (แต่ปัญหาคือ No Load ไฟจะเกิน 220V ตรงนี้ต้องหาวิธีควบคุมความเร็วของกังหันให้ดีละกัน คือต้องคุมปริมาณน้ำให้ได้แรงดันของไฟฟ้าไม่เกิดการสวิงมากนัก ในกรณีโลดเปลี่ยนกระทันหันให้ดีมากๆๆๆ ด้วย เช่นคอมแอร์ทำงานหรือหยุดนี่โลดเปลี่ยนแบบจะเป็นครึ่งหนึ่งของพลังงานที่ได้เลยละ ไม่งั้น!... โวลท์สวิงขึ้นไปเป็น 400V อุปกรณ์อื่นๆ ที่เปิดอยู่พังแน่ๆ ตรงนี้ยังเป็นการบ้านที่ผมยังต้องคิดต่อ แต่ถ้าเราใช้กลับโลดที่คงที่ การออกแบบตรงนี้คงไม่ยุ่งยากครับ
และที่ผมบอกว่าให้ใช้ Diameter ของวงล้อกังหันโตๆ ไว้ก่อน (ที่ขนาดใบกังหันเท่าเดิม) เพราะถ้าเราทำให้ล้อใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวก็หมายถึงเราได้กำลังอีกเท่าตัวเช่นกัน ในขณะที่แรงผักดันของน้ำเท่าเดิม ดูตามรูปครับ ที่จริงจุดที่หน้าอนามัยที่ผมจะทำใหม่นั้น ก็คิดว่าจะขยายวงล้อให้โตขึ้นอีกเท่าตัวด้วย คิดว่า 3kW (13.6Amp) @220v คงจะทำได้ครับ จะเห็นว่าพลังงานที่ได้ครั้งนี้พอๆ กับเราติดมิเตอร์ 5 Amp กับการไฟฟ้าเลยละ ( หม้อ 5 แอมป์ ของการไฟฟ้านั้นจริงๆ แล้วเค้าเผื่อไว้อีก 3 เท่า คือเราจะใช้ไฟได้ถึง 15 แอมป์นะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-F789_4E716C95.jpg)
ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำได้คำชี้แนะแบบนี้คิดว่าน่าจะสำเร็จ แต่ต้องค่อยๆทดลองเรื่องความโตของวงล้อคงต้องทดลองหาจุดที่ให้แรงดีที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดที่เรายอมรับได้ครับ แล้วจะมารายงานเป็นระยะๆครับ Y]
-
เห็นทำเจนเนอเรเตอร์เอง น่าจะรู้เรื่องไฟฟ้าดีกว่าผม ผมอยากรู้ว่ามีทางให้โลดทางไฟฟ้าคงที่ กรณีที่คอมแอร์ดัดไหมครับ? ตอนนี้ผมคิดออกแค่ ต้องหาดัมมี่โลดเข้าแทนที่โลดของคอมแอร์ที่ดัดไปในทันทีทันใดได้เท่านั้นน่ะครับ จากประสบการณ์ตอนตัดโลดออกนัั้น รอบกังหันมันจะขึ้นทันทีด้วยเวลาไม่ถึงวินาทีครับ การปรับลดระดับของน้ำ ไม่ว่าจะด้วยการย้ายตัวกังหันหนี หรือปิดประตูน้ำ ไม่มีทางทำได้ทันครับ อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นๆ ที่กำลังใช้งานอยู่เจอกับไฟที่สูงเกิน พังแน่นอนครับ :nonono N] :nono :-\ :giveup
-
เห็นทำเจนเนอเรเตอร์เอง น่าจะรู้เรื่องไฟฟ้าดีกว่าผม ผมอยากรู้ว่ามีทางให้โลดทางไฟฟ้าคงที่ กรณีที่คอมแอร์ดัดไหมครับ? ตอนนี้ผมคิดออกแค่ ต้องหาดัมมี่โลดเข้าแทนที่โลดของคอมแอร์ที่ดัดไปในทันทีทันใดได้เท่านั้นน่ะครับ จากประสบการณ์ตอนตัดโลดออกนัั้น รอบกังหันมันจะขึ้นทันทีด้วยเวลาไม่ถึงวินาทีครับ การปรับลดระดับของน้ำ ไม่ว่าจะด้วยการย้ายตัวกังหันหนี หรือปิดประตูน้ำ ไม่มีทางทำได้ทันครับ อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นๆ ที่กำลังใช้งานอยู่เจอกับไฟที่สูงเกิน พังแน่นอนครับ :nonono N] :nono :-\ :giveup
เท่าที่พอรู้นะครับคือต้องต่อผ่านชุดคอนเวอร์เตอร์ครับ คือเอาไฟที่ได้จากเจนฯไปชาร์จเข้าแบตฯโดยผ่านชุดควบคุมการชาร์จแล้วเอาไฟจากแบตฯไปผ่านคอนเวอร์เตอร์แปลงเป็น220V AC เพื่อจ่ายให้กับโหลดต่ออีกทีครับ หลักการเหมือนระบบโซล่าเซลล์หรือกังหันลมครับ
-
เห็นทำเจนเนอเรเตอร์เอง น่าจะรู้เรื่องไฟฟ้าดีกว่าผม ผมอยากรู้ว่ามีทางให้โลดทางไฟฟ้าคงที่ กรณีที่คอมแอร์ดัดไหมครับ? ตอนนี้ผมคิดออกแค่ ต้องหาดัมมี่โลดเข้าแทนที่โลดของคอมแอร์ที่ดัดไปในทันทีทันใดได้เท่านั้นน่ะครับ จากประสบการณ์ตอนตัดโลดออกนัั้น รอบกังหันมันจะขึ้นทันทีด้วยเวลาไม่ถึงวินาทีครับ การปรับลดระดับของน้ำ ไม่ว่าจะด้วยการย้ายตัวกังหันหนี หรือปิดประตูน้ำ ไม่มีทางทำได้ทันครับ อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นๆ ที่กำลังใช้งานอยู่เจอกับไฟที่สูงเกิน พังแน่นอนครับ :nonono N] :nono :-\ :giveup
เท่าที่พอรู้นะครับคือต้องต่อผ่านชุดคอนเวอร์เตอร์ครับ คือเอาไฟที่ได้จากเจนฯไปชาร์จเข้าแบตฯโดยผ่านชุดควบคุมการชาร์จแล้วเอาไฟจากแบตฯไปผ่านคอนเวอร์เตอร์แปลงเป็น220V AC เพื่อจ่ายให้กับโหลดต่ออีกทีครับ หลักการเหมือนระบบโซล่าเซลล์หรือกังหันลมครับ
คงใช้ได้ครับวิธีนี้ แต่ถ้าซื้อ คอนเวอร์เตอร์แปลง DC 12v หรือ 24v เป็น 220V AC ขนาดแค่ 2kW เต็มๆ นี่ก็หลายหมื่นเป็นแน่แท้ น่าจะแพงกว่าค่าลงทุนทำกังหันละมัง? (อ้อ! ยังมีค่าแบทฯ อีก) แต่เราก้ยังสามารถต่อไฟใช้ตรงๆ ที่เป็น AC 220v กับไฟที่ใช้โลดน้อยๆ แบบสม่ำเสมอได้ มาคิดอีกทีวิธีนี้ก็น่าทำครับ ต้องขอขอบคุณในคำแนะนำนี้มากๆ ครับ
-
อิอิ คุณพินิจจะทำ generator เหรอครับ
ผมเคยทำ wind gen มาก่อนครับ ทำ generator เองด้วยครับ ทำไม่ยาก แต่ต้องใช้แม่เหล็กดีหน่อยซึ่งแพงเอาเรื่องครับ
โหลดที่ง่ายที่สุดน่าจะเป็นแบต์เตอรี่ครับ แล้วใช้ inverter ต่อไฟไปใช้อีกที เป็นวิธีเดียวกันกับ solar cell หรือ wind gen ขนาดเล็กที่ทำใช้กันครับ
ดูที่รอบของกังหันก่อนเลยครับว่าอยากให้หมุนที่ความเร็วเท่าไหร่แล้วเราก็มาหาวิธีทำ Gen ให้แมท์ชกับมันอีกทีครับ
-
เห็นทำเจนเนอเรเตอร์เอง น่าจะรู้เรื่องไฟฟ้าดีกว่าผม ผมอยากรู้ว่ามีทางให้โลดทางไฟฟ้าคงที่ กรณีที่คอมแอร์ดัดไหมครับ? ตอนนี้ผมคิดออกแค่ ต้องหาดัมมี่โลดเข้าแทนที่โลดของคอมแอร์ที่ดัดไปในทันทีทันใดได้เท่านั้นน่ะครับ จากประสบการณ์ตอนตัดโลดออกนัั้น รอบกังหันมันจะขึ้นทันทีด้วยเวลาไม่ถึงวินาทีครับ การปรับลดระดับของน้ำ ไม่ว่าจะด้วยการย้ายตัวกังหันหนี หรือปิดประตูน้ำ ไม่มีทางทำได้ทันครับ อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นๆ ที่กำลังใช้งานอยู่เจอกับไฟที่สูงเกิน พังแน่นอนครับ :nonono N] :nono :-\ :giveup
เท่าที่พอรู้นะครับคือต้องต่อผ่านชุดคอนเวอร์เตอร์ครับ คือเอาไฟที่ได้จากเจนฯไปชาร์จเข้าแบตฯโดยผ่านชุดควบคุมการชาร์จแล้วเอาไฟจากแบตฯไปผ่านคอนเวอร์เตอร์แปลงเป็น220V AC เพื่อจ่ายให้กับโหลดต่ออีกทีครับ หลักการเหมือนระบบโซล่าเซลล์หรือกังหันลมครับ
คงใช้ได้ครับวิธีนี้ แต่ถ้าซื้อ คอนเวอร์เตอร์แปลง DC 12v หรือ 24v เป็น 220V AC ขนาดแค่ 2kW เต็มๆ นี่ก็หลายหมื่นเป็นแน่แท้ น่าจะแพงกว่าค่าลงทุนทำกังหันละมัง? (อ้อ! ยังมีค่าแบทฯ อีก) แต่เราก้ยังสามารถต่อไฟใช้ตรงๆ ที่เป็น AC 220v กับไฟที่ใช้โลดน้อยๆ แบบสม่ำเสมอได้ มาคิดอีกทีวิธีนี้ก็น่าทำครับ ต้องขอขอบคุณในคำแนะนำนี้มากๆ ครับ
หรือไม่ก็หาวงจรDC-to-DC คอนเวอร์เตอร์แปลงไฟที่ได้จากเจนฯให้คงที่ๆ12Vแล้วใช้หม้อแปลงแปลงจาก12Vเป็น220Vก็ได้ครับ
-
จะทำให้ไฟคงที่คงต้องหาวิธีควบคุมการไหลของน้ำให้คงที่ก่อนครับ
-
เอารูป wind gen ที่ผมเคยทำมาให้ดูครับ ;)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00419.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00383.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00381.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00385.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00386.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00463.jpg)
(http://i611.photobucket.com/albums/tt193/chinsettawong/DSC00444.jpg)
-
จะทำให้ไฟคงที่คงต้องหาวิธีควบคุมการไหลของน้ำให้คงที่ก่อนครับ
เหมาะสมแล้วครับที่ใช้ชื่อ Diy Project Seeker เพราะทำ DIY หลายอย่าง
การคุมให้น้ำไหลคงที่ (หรือเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ) นั้นไม่ยากครับ ปัญหาของผมอยู่ที่ว่าสิ่งที่จะทำมันไม่ใช่การทำเล่นเอาสนุกๆ และกำลังที่ได้มันไม่น้อยด้วยน่ะครับ บางที่ผมจะทำต่อไป อาจได้กำลังไฟฟ้าถึง 1MW ครับ อุปกรณ์ที่จะใช้ต้องมีความถาวรคงทนสูง (ตัว Generator นั้น ผมคงต้องชื้ออย่างแน่นอน) และการควบคุมระบบไฟฟ้าต้องเป็นระบบที่ดีและมีความปลอดภัยสูง ผมอาจต้องปรึกษาพวกเพื่อนที่จบ EE เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ให้ (งานนี้เป็นงานที่ได้รับมอบหมายจาก อบต ครับ)
แต่งานส่วนตัวของผมนั้นอาจได้กำลังงานแค่ 3kW เท่านั้นเอง (ผมกะว่าจะเอาเข้าใช้แทนไฟจากการไฟฟ้ากันเลย) ตรงนี้เราควบคุมการไหลของน้ำให้คงที่ได้ครับ แต่ถ้ากังหันผมเจอโลดของแอร์หรือตู้เย็นตัดต่ออยู่ตลอดเวลา แม้น้ำไหลคงที่แต่รอบของกังหันจะหมุนเร็วขึ้นทันทีเมื่ออุปกรณ์สองชิ้นตัด (แล้วมันก็ตัดหรือต่อไม่พร้อมกัน หรืออาจพร้อมกันก็ได้)
ความคิดของคุณ aphiphot(ekkasit) ที่แนะนำมาใช้ได้แต่ต้นทุนสูงไปหน่อย ผมเลยขอต่อยอดเป็นว่า ดัมมี่โลดของผมเวลาที่คอมป์แอร์ตัดก็คือเครื่องชาร์ทแบทเตอร์รี่ที่กินกระแสสูงเท่ากับคอมป์แอร์ ซึ่งเครื่องชาร์ทอาจกินกระแสน้อยไปต้องหาโลดอื่นๆ ที่เราจะได้ประโยชน์จากมันไปด้วย เช่นคอมป์แอร์ดัดเราอาจจะให้มันไปขับต่อกลับคอมป์ตู้เย็นพร้อมๆ กันแทน (รวมแล้วให้ทั้งทั้งหมดนี้ใช้กระแสเท่ากับคอมแอร์) โดยตู้เย็นไม่ต้องใช้เทอร์โมสะตรัสส์ควบคุม
มีอีกวิธีที่เพิ่งจะคิดออกขณะที่กำลังเขียนนี้ก็คือ การติดเบรคที่เพลา คือเราอาจใช้ดิสซ์เบรคของรถยนต์มาโมเอาน่ะครับ อาจควบคุมแรงดันของน้ำมันเบรค โดยใช้ไฟที่เกินไปสั่งกดเบรคให้รอบคงที่หรืออาจช้าลงเล็กน้อยก็ไม่เป็นอะไร คือรอบกังหันต้องไม่สูงขึ้นจนโวลท์เกิน 240v (เรื่องนี้คงต้องคิดในรายละเอียดอีกที) การควบคุมนี้เน้นความฉับไวแต่จะใช้งานแบบชั่วคราวเท่านั้น แล้วระบบปิดเปิดควบคุมประตูน้ำให้เหมาะสมจะทำงานอัตโนมัติด้วยระบบ Mechanic ต่อไป (ที่ผมไม่ใช้ระบบ Mechanic ปิดเปิดประตูน้ำควบคุมแต่แรกก็เพราะระบบนี้มันช้าไม่ทันการน่ะครับ) แต่ทั้งสองระบบต้องทำงานแบบอัตโนมัติ มีความเชื่อถือได้สูง คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะคิดแค่คนเดียวให้ได้ในสองสามวัน แต่ ณ. วันนี้ผมได้มองเห็นโปรเจ็คนี้ชัดเจนขึ้นมาอีกเยอะเช่นคุณ aphiphot(ekkasit) เหมือนกันละครับ d_d :drunk
-
คุณพินิจลองดูเรื่องวงจรคอนเวอร์เตอร์ที่นี่เพื่อเป็นแนวทางได้ครับ http://natee2007.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=833
-
ผมคิดว่าถ้าเอาชัวร์ก็หา grid tied inverter มาใช้เลยครับอาจจะลงทุนสูงไปหน่อยแต่ได้ความเสถียรสูงกว่ามากครับและอาจขายไฟได้ด้วย ไม่ต้องหา dummy load ด้วยครับ
-
ผมคิดว่าถ้าเอาชัวร์ก็หา grid tied inverter มาใช้เลยครับอาจจะลงทุนสูงไปหน่อยแต่ได้ความเสถียรสูงกว่ามากครับและอาจขายไฟได้ด้วย ไม่ต้องหา dummy load ด้วยครับ
ผมเคยไปดูงานที่บริษัทบางกอกเคเบิ้ลที่ฉะเชิงเทราไปดูโซล่าฟาร์มเค้าบอกว่าเค้าขายไฟให้การไฟฟ้าฯไม่ทราบว่าเค้าใช้grid tied inverter แบบนี้หรือเปล่าครับ
-
ผมเคยศึกษาเรื่องนี้มาสักพักแล้วครับ ที่บางกอกเคเบิ้ลน่าจะเป็นแบบนี้แหะครับ แต่ราคาเอาเรื่องเลยครับ
-
ผมเคยศึกษาเรื่องนี้มาสักพักแล้วครับ ที่บางกอกเคเบิ้ลน่าจะเป็นแบบนี้แหะครับ แต่ราคาเอาเรื่องเลยครับ
ใช่ครับตรงบริเวณสถานีจ่ายไฟขนาดประมาณsub stationของPEAย่อมๆเลยครับ ราคาไม่ต้องพูดถึง :cold :coldแต่ก็เสถียรครับถ้าทำระยะยาวก็น่าลงทุนครับ
-
ขอบคุณมากๆ ครับ พอจะเห็นช่องทางหาเงินใช้ได้แล้วละครับ d_d :drunk
-
รถคันนี้เติมกากกาแฟเท่านั้น Coffee Powered Car O0
Coffee Powered Car Reaches 77.5 MPH
(http://media.bestofmicro.com/Coffee-Powered-Car,Q-S-309412-13.png)
In a world with limited resources and an unfortunate economic situation, alternative fuels are becoming increasingly important. It's one thing to create a vehicle that uses a source of energy other than gasoline, but to create one that runs off of waste is an incredible feat. Ever wished there could be a purpose for all of those used up coffee grounds from the morning pot of coffee?
(http://media.bestofmicro.com/Coffee-Powered-Car,Q-R-309411-13.jpg)
Hoping to break the Guinness World Record for "vehicles run on gas from organic waste", engineer Martin Bacon and his team of volunteers from Teesdale Conservation in Durham, England have created a speedy vehicle that is powered from coffee. The vehicle started out as a Rover SD1, stripped down and modified with the removal of more than 500 pounds of excess weight.
From there, Bacon utilizes a gasification system that burns wood and coffee grounds at a very high temperature of 1292 degrees Fahrenheit. The system then creates synthetic gas made of carbon monoxide and hydrogen that is capable of powering the vehicle's V6 combustion engine. Although this isn't the first vehicle to use waste to power a car, it certainly is the fastest. Topping out at 77.5 miles per hour, this coffee-powered vehicle demolished the previous record of 47.7 miles per hour set by the wood-burning Beaver XR7.
ไปดูกัน > http://www.youtube.com/watch?v=lnWCHxu86MI
http://www.coffeecar.org
-
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่เอามาให้ดู ผมชอบฝรั่งก็ตรงนี้แหละ คนที่มีความคิดสร้างสรรดีๆ เค้ามันเยอะครับ
-
คุณพินิจครับเมล็ดกาแฟสดบดชงผ่านแค่ฟิลเตอร์ไม่ได้ผ่านความดันใดๆนี่มันจะได้เรื่องหรือเปล่าครับ แบบว่ายังไม่มีเครื่องชงครับ :secret
-
เมล็ดกาแฟ กระบวนการหมักบ่ม การคั่ว ความใหม่สด การบด เครื่องชง คนชง
ทุกปัจจัยมีผลต่อคุณภาพ ถึงแม้บางปัจจัยที่ยังไม่ได้มาตรฐาน แต่การปรับปรุงในปัจจัยอื่นๆจะส่งผลต่อคุณภาพโดยรวม
ถึงแม้ไม่ได้เต็มร้อยแต่ก็จะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ
-
เมล็ดกาแฟ กระบวนการหมักบ่ม การคั่ว ความใหม่สด การบด เครื่องชง คนชง
ทุกปัจจัยมีผลต่อคุณภาพ ถึงแม้บางปัจจัยที่ยังไม่ได้มาตรฐาน แต่การปรับปรุงในปัจจัยอื่นๆจะส่งผลต่อคุณภาพโดยรวม
ถึงแม้ไม่ได้เต็มร้อยแต่ก็จะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ
ตามนี้ครับ แต่ขอแถมเพิ่มก่อนถึงขั้นตอนก่อนการหมักบ่ม คือการเลือกพันธ์ สถานที่ปลูก คุณภาพดินมีผลต่อรสชาติและกลิ่น ระดับความสูงจากน้ำทะเลเกิน 1200m หรือไม่? ปลูกในร่มไม้หรือ? ระยะเวลาการสุกของผลเซอรรี่ครบหนึ่งปีไหม? การเลือกเก็บเฉพาะผลที่สุกพอเหมาะ เก็บแล้วเอาไปหมักทันทีหรือไม่? ฯลฯ
กาแฟดีชงแบบวิธีเดียวกัน ไม่ว่าจะด้วยเครื่องชงแบบไหนก้ตาม เมื่อเทียบกับกาแฟตัวธรรมดาย่อมแสดงความดีออกมาให้เห็นความแตกต่างกันได้ครับ แต่ถ้าจะให้ถูกใจคอพวกชาวยุโรปส่วนใหญ่ต้องใช้เครื่องที่เรียกว่า Espresso Machine ครับ
ขอกล่าวเพิ่มถึงรสนิยมคนไทยในการดื่มการแฟสดสักหน่อยนะครับ :secret
ผมเคยขายการแฟสด (แต่ตอนนี้เลิกขายแล้ว ขายแต่แบบคั่วส่งทาง ปณ เท่านั้น) ที่ตลาดขายของมือสองมาหลายปี (มีฝรั่งเดินซื้อของพวกนี้มากพอสมควรเหมือนกัน อาจจะหาซื้อของเก่าๆ เช่นชามตาไก่เก่าแท้ๆ ที่บางครั้งก้มีหลุดออกมาขาย) และที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) คนไทยที่เข้ามาซื้อผมพบเยอะครับ ที่เข้ามาสั่งเลยว่าขอแบบเข็มๆ กำลังง่วง ผมก็ชงให้ตามมาตรฐานปรกติของผม พอเจอจิบแรกก็เห็นประมาณ 80% มีหน้าเบ้ :P แสดงถึงว่ามันเข็มเกินที่เค้าคาดไว้มากๆ (แสดงว่าร้านอื่นที่เค้าเจอมาเข้มน้อยกว่าผมมากๆ เค้าเลยต้องมาเน้นผมให้ทำเข้มๆ ให้พวกเค้า) แต่ก็มีหลายคนที่กลับมากินแบบเข้มๆ ของผม จนติด แล้วก็บอกว่าไปกินของเจ้าอื่นไม่มีรสชาติเลย
แต่พวกฝรั่ง ถ้าชาวยุโรปส่วนมากชอบครับ พวกเมกานี่ต้องเดิมน้ำเพิ่มขึ้นครับ ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่รสนิยมคล้ายเมกาครับ กินกาแฟจางๆ ชอบน้ำเยอะๆ แต่ถ้าผมเจอพวกอิตาลี่นี่ บางครั้งผมเผลอใส่น้ำให้เกิน 1 Oz นี่ผมโดนต่อว่าทันทีเลย พวกนี้บางคนขอแค่ 2/3 Oz เท่านั้น แล้วกินนานกว่าคนไทยบางคนที่ดื่มตั้ง 2 Oz ซะอีก คือเค้าจะดื่มไปแล้วดมไปด้วยน่ะครับ
กาแฟไม่ได้แค่ดื่มอย่างเดียวเวลาเสพ ต้องดมกลิ่นของมันไปด้วยนะครับ และผมคิดว่าถ้าเราไม่ดื่มกาแฟเข้มก็อย่าไปหัดมันกันเลย มันยุ่งยาก แค่บดละลายน้ำผ่านฟิลเตอร์ก็พอแล้วละครับ คุณแม่ผมก็ทำแบบนี้ครับ แต่ท่านก็บอกว่าดื่มกาแฟคั่วเจ้าอื่น กลิ่นไม่หอมเท่าของผม (อาจเพราะเจ้าอื่นเป็นแค่เม็ดซีกที่ราคาถูกกว่า แต่เม็มกลมของดอยช้าง กก ละ 1600 ก็หอมดีเหมือนกันนะครับ) เหมือนการเสพเครื่องเสียง ถ้าเราไม่ไปฟังของแพงๆ เราก็ยังฟังเครื่องตัวเก่าได้เพราะตลอดไปนั่นเอง เรื่องของการเสพเสียงจากเครื่องเสียงผมคิดว่า วิธีทำตัวเป็นกบในกระลาคอบจะเป็นการดีที่สุดครับ O0
-
กาแฟพี่พินิจชงผ่านแผ่นกรองแล้วไม่แสดงความแตกต่างจากของตลาดๆครับ ผมทำบ่อยเวลาไปนอนนอกพื้นที่
กลิ่นออกน้อย ความซาบซ่ากระจายทั่วอุ้งปากแทบไม่บังเกิดมีนิดๆพอให้รู้ยี่ห้อ ครีม่าไม่มีอยู่แล้วสำหรับชงผ่านกระดาษกรองครับ
แต่มันก็จำเป็นในวันที่เราไม่ได้อยู่กับรังของตัวเองที่อาวุธครบมือครับ :)
-
กาแฟพี่พินิจชงผ่านแผ่นกรองแล้วไม่แสดงความแตกต่างจากของตลาดๆครับ ผมทำบ่อยเวลาไปนอนนอกพื้นที่
กลิ่นออกน้อย ความซาบซ่ากระจายทั่วอุ้งปากแทบไม่บังเกิดมีนิดๆพอให้รู้ยี่ห้อ ครีม่าไม่มีอยู่แล้วสำหรับชงผ่านกระดาษกรองครับ
แต่มันก็จำเป็นในวันที่เราไม่ได้อยู่กับรังของตัวเองที่อาวุธครบมือครับ :)
อ้าว! งั้นแสดงว่าคุณแม่ผมมีไบแอสกาแฟผมซะแล้ว แต่ผมเคยให้เพื่อนเอาไปชงแบบเฟรนซ์เพรสก็บอกกลับมานะครับว่ามันหอมและอร่อยติดคอมากกว่าที่ซื้อทั่วไปนะครับ งั้น! ผมต้องลองเองมั่งซะแล้ว ผมมีเครื่องชงแบบเฟรนซ์เพรสแล้วแต่ยังไม่เคยลองซักครั้งครับ K] K] K] จริงๆ แล้วกาแฟเม็ดกลมนี่ จะให้ได้รสชาติ ต้องใช้เครื่องชงเครื่องบดที่ถึงขั้นโปรเฟสซั่นนัลมากกว่าเม็ดซีครับ เพราะมวลเนื้อของมันอัดแน่นกว่าเม็ดซีก คือถ้าบดไม่ละเอียดพอ หรือปั๊มแรงดันต่ำ รสชาติจะออกมาไม่เต็มที่ครับ คือถ้าชงเม็ดซีกแล้วครีมม่าออกเยอะมาก แต่ด้วยการปรับเครื่องแบบเดียวกัน ถ้าใส่เม็ดกลมลงไป ครีมม่าอาจไม่มีเลยก็ได้นะครับ มันต้องการ การบดที่ละเอียดมากกว่าเล็กน้อย กดแทมเปอร์มากกว่าเล็กน้อย ถ้าปรับแรงดันน้ำได้ควรปรับขึ้นมาอีกเล็กน้อยจากที่ใช้กับเม็ดซีกน่ะครับ ตอนนี้ผมชงเม็ดกลมของผมในระดับที่น้ำไม่ได้ไหลออกมาครับ มันแค่หยุดออกมา แล้วผมพบว่ามันได้รสชาติดียิ่งขึ้นไปอีก และไม่มีกลิ่นไหม้ติดมาด้วยแม้แต่น้อยครับ ใครดื่มกาแฟเม็ดกลมไม่ว่าจะของผมหรือของใครก็ตาม ทดลองชงให้เข็มข้นถึงระดับกลั่นออกมาทีละหยดดูนะครับ มันสุดยอดดดดดดด...จริงๆๆ ละครับ d_d :drunk :victory O0
เพิ่งลองเมื่อเช้านี้ เลยมาคอมเม้นท์ครับ
เริ่มด้วยการสุ่ม เปิดออกมาหนึ่งข้าง ปรากฏว่าเป็นแบบเม็ดกลม ขนาดเล็กกว่า กาแฟนิวกินีที่ผมดื่ม ซึ่งคั่วมาแบบเลยมีเดี่ยมข้ามเข้ามาในเขตดาร์คสัก20%
ตักมาสามช้อนบรรจงเทลงเครื่องบด ค่อยเอามือหมุนระหว่างที่ดูข่าว ช่วงนี้เป็นเวลาดีในการดมกลิ่นกาแฟ ... ของคุณพินิจหอมน้อยกว่า ก็คั่วมาแค่มีเดียม อิๆๆ
แต่ดูแล้วปริมาณที่บดออกมาฟูมากกว่า กาแฟนิวกินี ... อันนี้เป็นสันญานที่ดี
จัดการตักที่บดแล้ว ใส่ลงในเครื่องชงเฟรนเพรส ... ผบ.ไม่อนุมัติงบเครื่องชง เจ้าเฟรนเพรสนี่ยังต้องให้เพื่อนซื้อให้เลย
คนแล้วรอสี่นาที เห็นครีม่าลอยขึ้นมา ... ก็เริ่มกดช้าๆ ช่วงนี้ก้มหน้ามาดมกลิ่นอีกที หอมกาแฟครับ ไม่ใช่หอมกลิ่นไหม้แบบของดาร์กโรสต์
จัดการรินใส่แก้ว ... ดมอีกที ชื่นใจ
จิบช้าๆ อืมรสดีแฮะ เลยดื่มไปจนหมดแก้ว ... แล้วมันแตกต่างตรงไหนสงสัยลิ้นเราจะจรเข้ ก็มันต่างน้อยมาก
วางแก้วดูข่าวต่อ ... เอ๊ะทำไมรสกาแฟยังติดลิ้นอยู่เลย นี่ก็ดื่มเสร็จมาสามสี่นาทีแล้ว
ทีนี้รู้แล้วของดีมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ... รสตืดลิ้นนานกว่า และทำให้ผมแยกได้ ระหว่างกลิ่นหอมกาแฟ กับกลิ่นหอมกาแฟไหม้
พรุ่งนี้จะเปิดซองอีกด้าน พร้อมรีวิวครับ
มาตอบต่อหลังจากเปิดซองอีกด้านมาบดและชงด้วย เฟร็นช์เพรส (เหมือนเดิม) เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ได้ผลดังนี้
กลิ่นหอมกว่า เนื่องจากคั่วมาดาร์กกว่าแบบเม็ดกลม ที่ว่า"หอมกว่า"คือกลิ่นฟุ้งขึ้นมากกว่า แต่ที่จริงหอมคนละแบบ
รสบางกว่า กลมกล่อมน้อยกว่า มีรสขมแบบไหม้แถมมาพร้อมกลิ่นไหม้
สรุปสุ้แบบแบบเม็ดกลม และกาแฟนิวกินีไม่ได้
ระหว่างเม็ดกลมกับนิวกินี เม็ดกลมเหนือกว่าเพราะหนักแน่นและติดลิ้นนานกว่า
สำหรับเช้านี้กลับมาดื่มเจ้าเม็ดกลมอีกเพราะติดใจ รสชาติดีจริงๆ
ไปตรวจสต๊อกในช่องแข็ง มีดอยช้าง ดาว(ของฝั่งลาว) โคลัมเบีย นิวกินี อยู่เพียบ
ขอจัดการของคุณพินิจก่อนแล้วกัน ที่เหลือค่อยมาว่ากัน
ขอบคุณคุณพินิจที่แนะนำของดีๆให้ชิม
ผมอ่านรีวิวแล้วก็งงๆ เหมือนกันครับ :-\ :-\ :-\ ตอนนั้นผมอาจจะยังมีคั่วติดเหม็นไหม้อยู่บ้างในบางครั้งน่ะครับ การคั่วกาแฟเป็นอะไรที่เรียนแบบไม่รู้จบครับ
-
ผมต้องขออภัยที่เคยแนะนำในเรื่องความละเอียดของการบดผงกาแฟว่า "ยิ่งละเอียดมากๆ ยิ่งดี" คือวันนี้ผมได้ทดลองเทสกาแฟที่คั่วเพื่อส่งให้เพื่อนเราในนี้ที่จะเปิดร้านขายกาแฟที่ อ. พงัน (สุราษฏร์) คืองานนี้ผมจะพลาดไม่ได้ ได้ทดลองเทสหลายครั้ง โดยปรับความละเอียดของผงกาแฟหลายๆ ระดับ แล้วพบว่าถ้าละเอียดมากๆ กลับทำให้รสชาติหายไป รวมทั้งครีมม่าก็ลดลงไปมาก ลองดูรายละเอียดของครีม่าครับ น่าเสียดายที่ไม่สามารถให้รู้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากได้ กาแฟของผมที่ 1 Oz สามารถใช้เวลาถึง 30 วินาทีก็ไม่มีรสไหม้ แต่จะทำให้ได้มวลเนื้อที่เข้มข้นมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำไป และความหวานมันที่ก้นแก้วก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย d_d :drunk
คลิบนี้คือการบดความละเอียดของผงกาแฟที่ดี
http://www.youtube.com/watch?v=f52E3JVEWzY&feature=autoplay&list=UUnlbBYL1AbnfDkOObDwO_Cw&lf=plpp_video&playnext=1
คลิบนี้จะแสดงถึงการบดผงกาแฟที่ละเอียดเกินไป (ใช้กาแฟที่คั่วครั้งเดียวกันมาทำการทดลองครั้งนี้)
www.youtube.com/watch?v=8OlPrLaWnsI&list=UUnlbBYL1AbnfDkOObDwO_Cw&index=1&feature=plpp_video
ผมทิ้งกาแฟที่คั่วทิ้งไปซะเยอะเหมือนกัน ที่จริงเพราะตอนเทส ผมคงบดมันละเอียดเกินไป (ความโง่มักมาก่อนเสมอ) K]
-
มาตามอ่านกระทู้นี้ทีไรทำให้อยากดื่มกาแฟทุกที... K]
-
เรื่องของกาแฟนี่คงจะยังมีอะไรที่ผมยังเข้าไม่ถึงมันอีกเยอะ ยิ่งทำยิ่งรู้ว่าเหมือนเราเพิ่งจะเริ่มต้นเรียนรู้เอง K] การชงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การคั่ว ต่อให้ได้กาแฟที่คั่วมาดี จากเม็ดพันธ์ที่คัดสรรมาอย่างดีแล้วก็ตาม ถ้าปรับเครื่องบด ใช้แรงกดแทมเปอร์ไม่พอดี แรงดัน้ำ อุณหภูมิ ไม่ได้ตามกำหนด กาแฟก็ออกมาไม่ได้เรื่องเช่นกัน แต่ผมคิดว่าการใช้แก้วใสๆ เพื่อดูครีมม่าให้ออกมาดังคลิปที่ดีของผม ถือว่านี่แหละคือความสุดยอดของการชงแก้วนั้นได้เลยละครับ :secret คือถ้าได้กาแฟที่เม็ดและการคั่วมาดี กลิ่นของมันแสดงออกมาง่ายๆ ว่าหอมหวานดี แต่รสชาติอาจไม่ได้เรื่องถ้าครีมม่าไม่ออกมาเต็มๆ ถึงก้นแก้ว (ครีมม่ามีแค่ที่ผิวน้ำกาแฟ กาแฟแก้วนั้นจะไม่มีรสชาติครับ ซึ่งอาจเกิดจากบดละเอียดเกิน หรือบดหยาบเกิน หรือใช้เวลาเกิน 30 วิ หรือน้อยกว่า 10 วิ ที่ 1 Oz ครับ) :secret
-
เมื่อวานลืมบอกเรื่อสำคัญไปข้อนึงสำหรับคนที่ชงกาแฟดื่มเองที่บ้าน กาแฟแก้วแรกจะอร่อยสู้แก้วที่สองไม่ได้นะครับ เพราะความร้อนของแก้วแรกไประบายให้ส่วนที่ยึดด้ามอัด น้ำเลยอาจไม่ร้อนพอที่จะดึงรสชาติของกาแฟออกมาได้เต็มที่ ฉะนั้นกาแฟที่ชงแก้วแรกควรให้คนที่ไม่พิถีพิถันดื่ม แล้วค่อยชงแก้วที่สองเพื่อเราดื่มเอง :secret
วันนี้ว่าจะอัดคลิปแบบชัดๆ มาให้ดู (เมื่อวานใช้มือถืออัด) งัดเอากล้องที่ซื้อมาราคาหมื่นกว่า (แต่ซื้อมาเกือบสิบปีแระ) แต่มันก็เบี้ยวผมซะอีก K] โดยมันหยุดอัดคลิปกลางคัน (ผมยังไม่ได้กดหยุดมันที่กาแฟไหลลงไปครึ่งแก้วเท่านั้น) กาแฟแก้วนี้ผมได้ใช้เม็ดที่อัดส่งไปให้น้องที่สุราฏร์เมื่อวานนี้แหละครับ และบดละเอียดพอดีเท่าเมื่อวานเช่นกัน แต่ผมกดแทมเปอร์ให้แน่นมากขึ้นไปอีกเล็กน้อย เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า กาแฟแก้วนี้ใช้เวลา 35 วิ ที่ 1 Oz (กล้องมันปิดตัวเองซะก่อนเลยไม่ได้เห็น ณ เวลา 35 วินาทีนะครับ) กาแฟที่บดมีความละเอียดที่เสมอกันพอดี แม้จะกดแทมเปอร์แรงมากไปนิด ทำให้ใช้เวลามากขึ้น ก็ยังพบว่าได้ครีม่าออกมาดี ได้รสชาติที่หอมและเข็มข้นมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อวานซะอีกละครับ d_d :drunk
http://www.youtube.com/watch?v=KeLF-pU4bVg&feature=BFa&list=ULfKLsMzkikSc&lf=mfu_in_order
-
แก้วแรกควรให้คนที่ไม่พิถีพิถันดื่ม แล้วค่อยชงแก้วที่สองเพื่อเราดื่มเอง :secret
ผมเจอแบบนี้ด้วยครับ
คนที่ไม่พิถีพิถันเรื่องกาแฟเขาเลือกดื่มแก้วที่สอง เพราะเขารู้สึกว่ามันอร่อยกว่า ส่วนผมจำต้องดื่มแก้วแรก
-
แก้วแรกควรให้คนที่ไม่พิถีพิถันดื่ม แล้วค่อยชงแก้วที่สองเพื่อเราดื่มเอง :secret
ผมเจอแบบนี้ด้วยครับ
คนที่ไม่พิถีพิถันเรื่องกาแฟเขาเลือกดื่มแก้วที่สอง เพราะเขารู้สึกว่ามันอร่อยกว่า ส่วนผมจำต้องดื่มแก้วแรก
ถ้าอย่างนั้น! คนที่ดื่มแก้วแรก ไม่ใช่คนที่ไม่พิถีพิถันแล้วละครั้าบบบบ...... ส่วนเราได้ชื่อว่า "ผู้เสียสละให้คนที่เรารักครับ" ดื่มแก้วแรกไปเถอะครับ แล้วเค้าจะได้รักเรามั๊กๆๆๆๆๆ d_d :drunk
-
ในนี้น่าจะมีพวกซีวิ่วเข้ามาอ่านกันบ้างนะครับ :help คือผมได้ถมดินมาหกเดือนแล้ว ผ่านฝนมาครั้งนึงแล้ว ดินยุบจาก 75 cm ลงมาเหลือประมาณ 60 cm แล้ววันนี้ผมก็พบว่าดินแตกระแหงดังรูปโดยทั่วๆ ไป รูระแหงลึกบ้างตื้นบ้าง ส่วนมากตื้นๆ พอฉีดน้ำลดรูก็หายไปแต่บางส่วนก็ยังเป็นรูอยู่อย่างที่เห็นแหละครับ ความลึกน่าจะ 30-40 cm (กะเอาไม่ได้วัดครับ) ผมเลยเอาทรายไปใส่รูจนเต็มทั้งหมดแล้วก็ฉีดน้ำให้ทรายลงไปลึกๆ ให้เต็มกันจริงๆ ถ้าผมทำแบบนี้แล้วมันจะเท่ากับการปล่อยให้ดินยุบตัวเองเป็นสองเท่า หรือการทิ้งไว้นานสองปีไหม? คืออยากปลูกบ้านดิน (บ้านที่ทำจากดินจริงๆ นะครับ) เร็วๆ น่ะครับ (บ้านดินต้องใช้พื้นที่เป็นดินรับแรงจากคานคอนกรีตตามแนวกำแพง ไม่มีเสาน่ะครับ) ใครรู้โปรดให้ความมั่นใจว่าผมสามารถปลูกได้เลยหรือต้องรอปีหน้า? หรือมีวิธีให้ดินมันแน่นเร็วๆ ไหม? อย่าบอกให้หารถบดถนนมาบดนะครับ เพราะมันหาไม่ได้ และพื้นที่น้อยมาก (ประมาณ 30 ตรว) ไม่พอให้รถบันทุกขึ้นไปย่ำให้ด้วย
(http://s2.uppic.mobi/image-50A5_4EFC594A.jpg)
-
O0 O0 O0 O0 O0 d_d :drunk
กาแฟสดของผมวันนี้ครับ https://www.facebook.com/photo.php?v=289633907753870
O0 O0 O0 O0 O0 d_d :drunk
และกาแฟของเมื่อวานเป็นอย่างนี้ครับ (รายละเอียดการชงอยู่ในนี้ครับ :cheer https://www.facebook.com/photo.php?fbid=289082427809018&set=a.289082284475699.81733.100001217881923&type=1&theater )
http://www.youtube.com/v/3r9CBB_W2_0&feature=youtu.be
-
การบดเม็ดกาแฟสดให้เป็นผงละเอียด การเกาะตัวกันเป็นก้อนของผงกาแฟ สามารถบอกได้ว่ามันละเอียดเพียงพอแล้ว ดูได้จากรูปในนี้ครับ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=292632280787366&set=a.169524776431451.48703.100001217881923&type=1&theater d_d :drunk
-
ผมนึกหาสาเหตุมานานแล้วว่าทำไม? แทมเปอร์ที่ใช้พลาสติกทำกับที่ใช้สะแตนเลสส์ทำมันถึงทำให้กาแฟอร่อยยากกว่ากัน :-\ K]
เช้านี้ผมก็นึกวิธีพิสูจน์มันได้แล้วละครับ คือโดยปรกติแทมเปอร์สะแตนเลสส์ของผมนั้น (หนัก 1 kg) เพียงแต่วางแล้วจับหมุนๆ สองสามรอบเพื่อให้มันแน่นขึ้นอีกนิดนึงและผิวหน้าผงกาแฟมันเรียบเสมอกันด้วย วันนี้ผมชั่งดินน้ำมัน 100 g ( 1 ขีด) ปรากฏว่าน้ำกาแฟไม่ไหลออกมากันเลยละครับ
ผมจึงสรุปได้ว่าถ้าบดละเอียดระดับเครื่องผม (ใต้เลข 1 ลงไปสองคลิก) ต้องใช้แรงกดที่ 1 kg. ต้องไม่เกิน 1.1 kg. อีดด้วย ถึงจะได้กาแฟที่อร่อยสุดๆ ครับ
และสรุปได้ว่าถ้าเราใช้แทมเปอร์พลาสติกนั้น เราจะไม่สามารถคุมน้ำหนักกดที่ 1 kg. ได้พอดีแป๊ะๆ ทุกครั้งครับ ดังนั้นคนที่ใช้แทมเปอร์สะแตนเลสส์ที่อาจหนักใกล้ 1kg (หรือค่าอื่น ซึ่งจะแล้วแต่ แต่ละเครื่องนะครับ น้ำหนักที่เหมาะสมนี้แต่ละเครื่องอาจไม่เท่ากัน) เราอาจเพิ่มแรงกดอีกเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเราจะคุมแรงกดเล็กน้อยนี้ให้เท่าๆ กันได้ง่ายกว่าครับ
ฉะนั้นแทมเปอร์ที่มีน้ำหนักใกล้จุดเหมาะสมของเครื่องคุณจะทำให้คุณชงกาแฟได้อร่อยทุกแก้ว ได้อย่างง่ายดายครับ :yahoo
-
ช่วงมาอยู่ภู๙างนี่ผมว่างมากจริงๆ ครับ ฟังเพลงทั้งวัน ท่องเนทไปด้วย วันนี้เพิ่งคิดท่องเนทเกี่ยวกับกาแฟในไทยดู เจอความคิดที่แตกต่างกันอย่างแรง เลยเอามาให้อ่าน ก็อย่าเชื่อผมนัก ขอให้ทดลอง เห็นด้วยตา ชิมด้วยปาก อย่าเชื่อใครแม้แต่ผมครับ http://www.roytawan.com/cafe/view.php?id=11387
-
ผมต้องขออภัยที่เคยแนะนำในเรื่องความละเอียดของการบดผงกาแฟว่า "ยิ่งละเอียดมากๆ ยิ่งดี" คือวันนี้ผมได้ทดลองเทสกาแฟที่คั่วเพื่อส่งให้เพื่อนเราในนี้ที่จะเปิดร้านขายกาแฟที่ อ. พงัน (สุราษฏร์) คืองานนี้ผมจะพลาดไม่ได้ ได้ทดลองเทสหลายครั้ง โดยปรับความละเอียดของผงกาแฟหลายๆ ระดับ แล้วพบว่าถ้าละเอียดมากๆ กลับทำให้รสชาติหายไป รวมทั้งครีมม่าก็ลดลงไปมาก ลองดูรายละเอียดของครีม่าครับ น่าเสียดายที่ไม่สามารถให้รู้ถึงรสชาติที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากได้ กาแฟของผมที่ 1 Oz สามารถใช้เวลาถึง 30 วินาทีก็ไม่มีรสไหม้ แต่จะทำให้ได้มวลเนื้อที่เข้มข้นมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำไป และความหวานมันที่ก้นแก้วก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย d_d :drunk
คลิบนี้คือการบดความละเอียดของผงกาแฟที่ดี
http://www.youtube.com/watch?v=f52E3JVEWzY&feature=autoplay&list=UUnlbBYL1AbnfDkOObDwO_Cw&lf=plpp_video&playnext=1
คลิบนี้จะแสดงถึงการบดผงกาแฟที่ละเอียดเกินไป (ใช้กาแฟที่คั่วครั้งเดียวกันมาทำการทดลองครั้งนี้)
www.youtube.com/watch?v=8OlPrLaWnsI&list=UUnlbBYL1AbnfDkOObDwO_Cw&index=1&feature=plpp_video
ผมทิ้งกาแฟที่คั่วทิ้งไปซะเยอะเหมือนกัน ที่จริงเพราะตอนเทส ผมคงบดมันละเอียดเกินไป (ความโง่มักมาก่อนเสมอ) K]
ทำไมผมไม่อ่านหน้าสุดท้ายก่อนก็ไม่รู้ (ผมชอบทำข้อสอบข้อสุดท้ายก่อนเสมอ เพราะข้อยากอยู่ตรงกลาง ;D) จะได้ทราบก่อนว่ากาแฟที่เราจะหัดชง เขามีตัวอย่างให้ดูก่อนแล้ว K] K]
ผมไม่มีความรู้เรื่องกาแฟจริงๆครับ ร้านที่จะเปิดน้องชายผมเป็นคนชงครับ ไม่ใช่ผม (น้องผมมีพื้นฐานอยู่บ้างแล้วครับเพราะเคยอยู่ร้านกาแฟครับ) แต่เราเป็นหุ้นส่วนกันครับ โดยมีนายทุนออกตังค์ให้ครับ ผมคงเป็นเด็กเสริฟและฝ่ายเทคนิคประจำร้าน (ดูอลังการ ;D) แต่ด้วยมีเลือดนักดีไอวาย อยากรู้เรื่องราวของกาแฟ เลยหัดชงซะเลย อิอิ... จะได้โมเครื่องเป็นกะเขาบ้างครับ
ต้องขอขอบคุณ คุณครูพินิจ ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ช่วยเหลือผมทุกเรื่อง จนผมชงกาแฟได้อร่อยจนนายทุนไม่ดื่มร้านอื่นแล้วครับ ;D แต่เรื่องราวยังไม่จบครับ (คุณครูพินิจบอก) ยังมีอีกหลายบทครับ
สมาชิกท่านใดมาเที่ยวเกาะพะงันก็มาพักที่บังกาโลผมได้นะครับ เล็กๆแบบบ้านสวน มีร้านกาแฟที่หลายท่านติดใจรสชาดด้วยครับซัมเมอร์นี้ c) ขอค่าที่พักคืนละหลอดครับ ;D
-
การศึกษาเรื่องกาแฟ ผมคิดว่ายังมีอะไรอีกเยอะที่ผมจะไม่รู้ความจริง ต้องทำไปเรื่อยๆ บางครั้งสิ่งที่เบี่ยงเบนจากที่เคยทำไปเล็กน้อย ก็ได้สิ่งดีๆ กลับมา ก็ต้องจดบันทึกไว้ แต่ส่วนมากเมื่อเบนออกไปแล้วต้องทิ้งซะมากกว่า 5555 ถ้าใครอ่านช่วงแรกๆ ข้อมูลผิดจากช่วงหลังๆ นี้นั้น หมายถึงว่า เมื่อก่อนผมยังโง่อยู่ละกันนะครับ แต่วันนี้ก็อาจมีโง่ปนอยู่เช่นกัน อย่าเชื่อไปซะทั้งหมด ผู้รู้จริงช่วยบอกกันด้วยนะครับ แต่ไม่ชอบแบบไม่รู้จริงแล้วมาทำเป็นผู้รู้ครับ
การชงกาแฟแต่ละเครื่องจะไม่เหมือนกัน ต้องหาจุดอร่อยที่สุดให้ได้ แล้วต้องทำให้เหมือนกันนั้นให้ได้ทุกครั้ง ซึ่งมันอาจพบจุดที่เหนือกว่าอีกก็เป็นได้ ซึ่งคุณ NJL น่าจะรู้ดีถึงเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าวันที่กากกาแฟออกมาแบบวันนี้ ย่อมดีกว่าทุกๆ วันที่เคยบอกว่าดีที่สุดมาแล้ว เคยขอดูแต่ยังไม่ถ่ายรูปมาให้ดูก็รู้ว่า ยังทำไม่ได้ดี แต่วันนี้ผมได้เห็นแล้วถือว่าผ่านไปหนึ่งขั้นครับ ขั้นต่อไปผมอยากจะเห็นครีมม่าที่ถ่ายมาให้ดูกันชัดๆ ตั้งแต่หยดแรกถึงหยดสุดท้ายในเวปนี้ละครับ
ขอจ่ายเป็นหลอด ECC803s Tele NOS (NIB) โดยขอพักห้องที่ราคา 27,000 บาทต่อคืนซักคืนนึงจะได้ไหมครับ? d_d :drunk
ม. 2 มั้ง? เคยเป็นแบบคุณเหมือนกัน ชอบทำข้อสอบจากข้อแรกก่อน พอติดที่ข้อแรกๆ ข้อไหน ก็กระโดดไปข้อสุดท้ายเลย แต่ปีนั้นซวย ไม่รู้กาอย่างไร? (แผ่นคำตอบแบบแยกกันกับคำถาม กาแบบใช้ดินสอดำ 2B ขีดเอา เป็นแบบใช้ได้ทุกวิชาจำนวนข้อของกระดาษคำตอบนี้เลยมากกว่าข้อสอบของวิชานี้) ก็ไม่รู้ว่าเผลออย่างไร? พอทำย้อนกลับมาเกือบถึงข้อแรกแล้วแต่ช่องว่างที่กายังเหลืออีกตั้งเยอะ เหงื่อแตกเลยครับ เวลาก็จะหมด ไม่อยากสรุปผลให้ฟังเลย ....เป็น F ตัวเดียวในชีวิตครับ K] K] K] เราคงพิเลนคล้ายกัน
-
27,000 ผมให้พักเป็นเดือนเลยครับ(ต้องแถมวงจรด้วยนะครับ ;D) ของผมเป็นแบบเล็กๆชิลๆ ห้องแอร์ก็คืนละ 807 คู่นึงละครับ ;D
ผมกับน้องชายสองคนทำกันเองทุกอย่างครับ ตั้งแต่แขกเข้าพักยันออกครับ ว่างไม่มีแขกก็ซ่อมแซมปรับปรุงเองครับ ทำไปแบบชิลๆไม่ต้องเช่าที่ ข้าวก็กินอิ่ม อยากหยุดไปเทียวก็หยุด แต่ช่วงที่แขกเต็มก็เหนื่ยเหมือนกันละครับ ธุรกิจที่นี่ไม่เหมาะที่จะทำใหญ่โตครับ เพราะ 1 เดือน มีฟูลมูลปาร์ตี้แค่ 1 ครั้ง (อยู่ห่างจากของผมประมาณ 550 เมตร ) จะมีแขกพักเต็มแค่ 3 คืนเองครับ ที่เหลือก็นอนตีพุง (ฟันเขาไว้เยอะ) ราคาที่พักผมไม่เคยชาร์จในช่วง Full Moon Party ครับ ฝรั่งถามผมว่าทำไม่ไม่ชาร์จ แล้วผมเลยตอบว่าที่คุณพักเราอยากให้คุณมาพักของเราอีกครับ ผมคิดว่าเราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้าครับ ที่ว่าชาร์จไม่ได้หมายความว่า+20%อะไรทำนองนั้นครับ ยืนพื้นที่เ่ท่าตัวครับ ผมเลยเรียกว่าฟันครับไม่ใช่ชาร์จ เพราะช่วงฟูลมูลที่พักจะเต็มหมดครับ หลังจากนั้นก็ลดราคาตัดหน้ากันครับ ของผมเลยไม่ค่อยมีแขกพักช่วงหลังฟูลมูล ผมลดได้ครับแต่ไม่มาก เพราะผมขายห้องพักอย่างเดียวไม่ได้ขายอย่างอื่น!!!!! แต่ตอนนี้ผมจะขายแล้วครับ ขายกาแฟครับ ;D หากเปิดร้านกาแฟ(หน้ารีสอร์ท)แล้วขายดีผมต้องจ้างแม่บ้านประจำแล้วหละครับ (18+ 34-24-35 สูงร้อยหกสิบกว่าก็โอแล้วครับ ;D ;D) ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ครับ ยังมีเวลาให้คุณ PINIJ ปั้นได้อีกครับ
แต่สมาชิกที่อยากพักแบบสไตล์วิลล่า ผมมีของลุงครับไม่ไกลกันครับลูกสาวแกทำอยู่ (เครื่องชงกาแฟใน restaurant ของเขาเป็นแสนครับ :secretแต่เจ้าของชอบนั่งร้านกาแฟข้างนอก วันนี้ถ้าเจอตัวผมจะชวนมาชิมกาแฟและฟัง 807 ครับ ผมรับปากไว้ว่าทำเครื่องหลอดเสร็จจะชวนมาฟัง เขาเกิดมาไม่เคยเห็นหลอดครับ ;D) ผมเสียดายเครื่องชงครับ อยากให้ใช้เม็ดกาแฟดีๆครับเพราะลูกค้าเขาส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจครับ
ตอนนี้มีความรู้สึกว่ากระแสร้านกาแฟกำลังฮอทครับแถวบ้านผมผุดกันจังเลยครับ แต่ผมมองว่าไม่แปลกนะครับเพราะฝรั่งบางคนไม่เคยกินกาแฟสำเร็จรูป แต่ลูกค้าเก่าคนนึงชาวเยอรมัน(เก่ามากครับมาครั้งแรกตอนผม ป.4ฝ) บอกว่าเนสกาแฟผงกำลังระบาดครับสำหรับผู้ใช้แรงงานครับ เขาบอกว่ามันสะดวกครับ เขาเองกินแต่กาแฟสดครับ
-
กำลังมีเพื่อนจากเมกา (ฝรั่งมีตังค์) ตอนแรกว่าจะเที่ยวเมืองเหนือ แต่ตอนนี้กลับใจจะเที่ยวเมืองใต้ครับ เลยอยากเห็นห้องพักของลุงที่บอกว่าราคาคืนละ 27,000 น่ะครับ เค้าทำเวปใหม? จะให้เพื่อนดูหน่อย เผื่อเค้าอยากจะเที่ยวเกาะพงันด้วย ตอนนี้แพลนเค้าคือภูเก็ตที่หนึ่งละ
เห็นด้วยว่าการทำธุระกิจต้องมีความซื่อสัตย์และมีมาตรฐานที่ดีครับ กาแฟที่ของพี่ (เอาว่าเป็นพี่ตามคุยกันในพีเอ็มละกัน) ถ้ามีฝรั่งดื่มมากกว่าคนไทย คิดว่าไปรอดแน่ครับ แต่ถ้าคนไทยมากกว่า ต้องเรียนรู้เรื่องกาแฟให้มากๆ เพื่อที่โน้มน้าวให้คนไทยรู้จักกาแฟที่มีรสชาดดี และควรดื่มกาแฟดีๆ กันแบบไหน? แต่คนไทยส่วนมากจะชอบแบบเติมนมและน้ำตาลกันมากกว่า 90% ครับ หาคนไทยที่ดื่มกาแฟเพียวๆ ยากกกกกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกครับ ให้ถึง 10% นี่อาจเยอะเกินไปก็ได้ (คนดื่มเพียวอย่าค้อนผมนะ เพราะผมเจอมาแบบนี้จริงๆ ครับ) พี่เคยเจอบางที่สั่ง Espresso ร้อย เติมนมข้นหวานใส่มาด้วยเฉยเลย แล้วร้านนี้อีกแหละ ที่ขายปีเดียวได้กำไร ล้านกว่าบาท ขายปีเดียวซื้อตึกเงินสดได้เลย และอีกอย่างที่พี่เจอคือ 99% ของร้านขายกาแฟ ที่พี่ดูแล้วนะว่ามันน่าดี และทันสมัยหน่อยถึงจะเข้าไปซื้อดื่มเวลาเดินทาง พอสั่ง Ristratto ทำหน้างงๆ คือไม่รู้จักอ่ะครับ ที่จริงจะเรียกว่าเจอแบบนี้ทุกร้านก็ได้ วันนี้ส่งกาแฟให้แล้วนะครับ https://www.facebook.com/profile.php?id=100001217881923
-
http://www.chantaramas.com/
ถ้าไม่ใช่ Peak Season ลดได้นิดหน่อยครับ
-
โอ! สวยมากๆ เลยครับ ทำเลเค้าก็ดีได้ที่ติดชายหาด พี่ส่งลิงค์ไปให้เค้าพิจารณาแล้วครับ
-
ผลการโมบาสเก็ตครับ
http://www.youtube.com/watch?v=-JmzuOXnDlw&feature=youtu.be
-
เครื่องได้มาฟรีครับ สตีมนมเสียครับ เสียที่เกลียว อุดแล้วครับ ปิดตาย ;D
บาสเก็ตไม่มี ซื้อของใหม่ 2,400 ตัวเบาเลยครับ :cold
เจาะรูน้ำทิ้งและน้ำเข้าเองครับ
ชงได้ดีในระดับนึงแล้วหละครับ
-
เอามาให้ดูเล่นๆครับ ว่าบ้านเราแดดก็ร้อนดีนะ http://www.youtube.com/watch?feature=endscreen&NR=1&v=m-uF8BL8GD8
ผมว่ากระทู้นี้ชักไปไกลแล้วครับ มีแต่ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ O0
เริ่มจาก สเต็บอัพ เก็บเรโซแนนซ์ไปก็ดื่มกาแฟไป ต่อจากนั้นก็กังหันน้ำเพลตัน กังหันลม ผมเลยขอแปะน้ำร้อนด้วยเลยครับ ;D
-
http://www.youtube.com/v/-JmzuOXnDlw&feature=youtu.be
ถ้าเชื่อพี่อ่านในกระทู้นี้แค่สี่หน้าแรก ก็จะรู้ว่าต้องเจาะระเบิดรูที่ด้ามอัดแต่แรกแระ ไม่ต้องเสียกาแฟเพื่อการทดสอบ :whistling ในรูปถือว่าชงขายได้แล้วละครับ แต่ต้องได้แบบนี้นะ ถ้าไม่ได้แบบนี้ก็เททิ้งไปก่อนละกัน ช่วงแรกๆ ทุกคนแหละ จะชงได้ไม่ค่อยเสมอต้นเสมอปลาย ปล. ย้อนกลับไปดูคลิปวันที่ 30 -12-11 วันนี้ทำดีกว่าวันนั้นเยอะเลยละครับ วันนั้นคงติดที่ยังไม่ได้โมฯ บัคเก็ทครับ แต่ก็ยังอยากจะให้โมฯ เครื่องบดให้ละเอียดอีกสักหน่อยก็จะเพอร์เฟ็คแล้วละครับ :clap
บักเก็ดพร้อมด้ามอัดแพงขนาดนี้เลยหรือนี่? งั้นต้องให้ร้านกลึงให้แระ เอาแบบเปิดก้นกันเลยง่ายดี
โปรเจ็คจานใช้อะไรเคลือบจาน Parabolic ครับ มองไม่ชัด อาจลองทำเล่นมั่งตอนแรกว่าจะเอาถังน้ำร้อนวางบนหลังคาจะได้อาบน้ำอุ่นแบบไม่เปืองไฟ (อยากประยัทช่วยชาติ และเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านทำตามด้วย) ถ้าเป็นแบบนี้ทำตัวนี้บนหลังคาน้ำหนักไม่น่าจะเยอะเท่าถังบันจุน้ำ แล้วใช้ฮีทไปร์ต่อลงมายังถังน้ำข้างล่างเอา เพราะปรกติก็ใช้ปั๊มน้ำอยู่แล้ว :yahoo
-
โปรเจ็คจานใช้อะไรเคลือบจาน Parabolic ครับ มองไม่ชัด อาจลองทำเล่นมั่งตอนแรกว่าจะเอาถังน้ำร้อนวางบนหลังคาจะได้อาบน้ำอุ่นแบบไม่เปืองไฟ (อยากประยัทช่วยชาติ และเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านทำตามด้วย) ถ้าเป็นแบบนี้ทำตัวนี้บนหลังคาน้ำหนักไม่น่าจะเยอะเท่าถังบันจุน้ำ แล้วใช้ฮีทไปร์ต่อลงมายังถังน้ำข้างล่างเอา เพราะปรกติก็ใช้ปั๊มน้ำอยู่แล้ว :yahoo
ควรมีถังเก็บน้ำร้อน(หุ้มฉนวน)ด้วยครับ เอาไว้ใช้ตอนกลางคืน
ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำร้อนอยู่สูงกว่า heater ท่อน้ำออกจากด้านบนของ heater ไปเข้าด้านบนของถัง
และท่อน้ำด้านล่างของถังต่อเข้ากับด้านล่างของ heater
-
โปรเจ็คจานใช้อะไรเคลือบจาน Parabolic ครับ มองไม่ชัด อาจลองทำเล่นมั่งตอนแรกว่าจะเอาถังน้ำร้อนวางบนหลังคาจะได้อาบน้ำอุ่นแบบไม่เปืองไฟ (อยากประยัทช่วยชาติ และเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านทำตามด้วย) ถ้าเป็นแบบนี้ทำตัวนี้บนหลังคาน้ำหนักไม่น่าจะเยอะเท่าถังบันจุน้ำ แล้วใช้ฮีทไปร์ต่อลงมายังถังน้ำข้างล่างเอา เพราะปรกติก็ใช้ปั๊มน้ำอยู่แล้ว :yahoo
ควรมีถังเก็บน้ำร้อน(หุ้มฉนวน)ด้วยครับ เอาไว้ใช้ตอนกลางคืน
ติดตั้งให้ถังเก็บน้ำร้อนอยู่สูงกว่า heater ท่อน้ำออกจากด้านบนของ heater ไปเข้าด้านบนของถัง
และท่อน้ำด้านล่างของถังต่อเข้ากับด้านล่างของ heater
ผมว่าจะไม่ทำถังให้เปลืองตังค์ละ ผมจะเอา Heat Pipe ไปรับความร้อนแทนขวดน้ำสีดำในคลิบเหนือ Solar Parabolic ครับ โดยปรกติที่บ้านใช้น้ำจากบ่อบาดาน (เป็นท่อปูนโตแปดสิบเซนต์ วางซ้อนกันลงไปใต้ผิวดินลึกหกเจ็ดท่อครับ คงจะสามเมตรกว่าๆ จากผิวดิน) เวลาเปิดก็อกปั๊มจะทำงานดูดน้ำขึ้นมาใช้โดยอัตโนมัติ แล้วช่วงทุ่มสองทุ่มมันก็ยังอุ่นนิดๆ อยู่นะครับ (ในหน้าหนาวนี้) ถ้าได้ความร้อนเพิ่มเข้าไปอีกสักหน่อยผมคิดว่าไม่ต้องใช้เครื่องทำน้ำอุ่นได้เลยละ :yahoo ลองอ่านเรื่อง Heat Pipe {กาลัก (น้ำ) ความร้อน} จากข้อความในนี้นะครับ เรื่อง Heat Pipe นี้ ผมต้องให้เคดิสคุณ NJL ที่กระตุ้นต่อมผมใน Facebook ครับ http://www.physicsforums.com/showthread.php?t=125367 http://www.google.co.th/#sclient=psy-ab&hl=th&source=hp&q=heat+pipe+design&pbx=1&oq=heat+pipe&aq=3&aqi=g4&aql=&gs_sm=c&gs_upl=0l0l1l5455l0l0l0l0l0l0l0l0ll0l0&bav=on.2,or.r_gc.r_pw.,cf.osb&fp=31a3f7515b668cbc&biw=1280&bih=685
-
ในคลิปใช้อลูมิเนียมฟลอยด์เป็นตัวสะท้อนครับ แต่โปรเจ็คเครื่องทำความเย็นผมใช้อคีลิคมิลเรอ เป็นรีเฟล็กเตอร์ครับ กระดาษไหม้แน่นอนครับ Key : Parabolic trough
ที่ผมทำเองได้คือเทอร์โมไซฟอนท์ครับ มันจะพาความร้อนจากที่ต่ำไปสู่ที่สูงครับ ไม่เหมือนฮีทไปท์ครับ จะเป็นแนวไหนก็ได้ แต่ฮีทไปท์ผมทำเองไม่ได้ครับมันมีไส้ครับ เป็นท่อทองแดงแบบมีไส้ บ้านเราผมหาซื้อไม่ได้ครับ
แต่หากจะเอาน้ำร้อนลงข้างล่างต้องใช้ปั้ม circulate น้ำให้หมุนเวียน เป็นปั๊มน้ำร้อน 12V ครับ แต่หากถัง(จำเป็นต้องหุ้มฉนวนครับ)อยู่สูงกว่าแหล่งความร้อนก็จัดให้ไหลเวียนเองแบบเทอร์โมไซฟอนท์เฟสเดียวได้ครับ หลัการตามที่คุณ santi บอกเลยครับ คือเอาน้ำเย็นเข้าที่ก้นถังเก็บน้ำร้อนและเข้าที่แผงสะสมความร้อนรังสีอาทิตย์ (Solar collector) น้ำร้อนออกจากแผงไปเข้าส่วนบนของถัง น้ำร้อนที่จะใช้ก็ต่อจากส่วนบนของถังครับ ถังต้องเป็นระบบปิดนะครับ พอเราเปิดน้ำใช้ (ต้องผสมน้ำเย็นครับ ร้อนมาก 60 องศาซี + ครับ) น้ำเย็นจะเข้ามาแทนที่น้ำร้อนในถัง ดันน้ำร้อนไปใช้เรื่อยๆครับ ลองค้นหารูปดูครับ เราทำแบบ DIY ไม่น่าจะแพงมากครับ key : Flat Plate Solar Collector Water Heater
วนน้ำลงในบ่อก็น่าสนครับ ไม่ต้องใช้ก๊อกผสม ปั๊มมาอาบเลย ต้องใช้ปั๊มหมุนวนน้ำร้อนครับ ท่อทางดูดอยู่ก้นบ่อ ท่อที่เอาน้ำร้อนมาก็ปล่อยบนผิวน้ำในบ่อครับ พื้นที่รับแสงของแผงสะสมความร้อนคงต้องมีไม่น้อยกว่า 4 ตารางเมตร แดดบ้านเราให้พลังงานประมาณ 18 เมกจูลต่อตารางเมตรต่อวัน หรือ ประมาณ 700 วัตต์ต่อตารางเมตร
ที่ผมให้ตัวอย่างคุณ PINIJ ไปเป็นเทอร์โมไซฟอนท์สองเฟสครับ เวลาทำงานมีการเปลี่ยนสถานะของสารทำงานครับ
-
http://www.builditsolar.com/Projects/WaterHeating/ThermosyphonDIY/ThermosyphonDIY.htm
อันนี้เป็นสเต็ปเลยครับ ตัดระบบน้ำร้อนฉุกเฉินจากไฟฟ้าออกก็ทำตามได้แล้วครับ
-
http://www.builditsolar.com/Projects/WaterHeating/ThermosyphonDIY/ThermosyphonDIY.htm
อันนี้เป็นสเต็ปเลยครับ ตัดระบบน้ำร้อนฉุกเฉินจากไฟฟ้าออกก็ทำตามได้แล้วครับ
สงสัยต้องเพิ่มหัวข้อสนทนาในนี้เพิ่มซะแล้ว เรื่องสนใจมากๆ เลยครับ หาคนคุยเรื่องนี้มานานแระ d_d :drunk แกแล้วความขี้เกลียดมันเพิ่มขึ้น ขอถามเอาเลยดีกว่า คืออยากจะรู้ว่า ถ้าเราเอา Heat Pipe (ท่อทองแดงแบบยัดไส้ไม่มีขายบ้านเรา เราก็จับทองแดงเส้นเล็กๆ มันยัดไส้เองไม่ได้หรือไงครับ? อันนี้ก็อยากจะถามว่าทำได้ไหม?) ไปรับแสงจาก Solar Parabolic เทียบกับทำแบบในลิงค์ ความร้อนที่ได้ต่อต้นทุนใครต่ำกว่ากัน (ไหนๆ จะทำเราก็ควรหาที่ต้นทุนต่ำ รวมทั้งความคงทน การดูแลรักษาง่าย ความเหมาะสมต่อการใช้งาน ฯ อีกด้วย) พี่คิดว่าใช้ Solar Parabolic เข้าทางพี่มากกว่าแผง Thermophon ไหม? (นี่คือคำถามที่อยากได้คำตอบจากคุณ NJL) คือพี่กะว่าจะอุ่นบ้านดินให้อุ่นทั้งหลังในหน้าหนาว (เน้นการใช้งานหน้าหนาวอย่างเดียว ที่ตอนนี้พี่เริ่มเบื่อความหนาวเหมือนพวกฝรั่งแระ) อยากมีบ้านอุ่นๆ ทุกห้องในบ้านดินในหนาวครับ คือวางแผนว่าอาจเดินท่อน้ำอุ่นนี้ไว้ใต้พื้นบ้านดินกันเลยละ แล้วใช้ Heat Pipe ต่อเข้ากับท่อน้ำใต้พื้นบ้านนี้และต่อไปยังบ่อถังน้ำบาดาลใต้ดินลึกประมาณ 2 เมตร อีกด้วย (ระบบน้ำอุ่นอาจใช้ปั๊ม 12v เพื่อให้น้ำมันหมุนเวียนแบบที่คุณ NJL แนะนำมาครับ)
-
http://en.wikipedia.org/wiki/Solar_thermal_collector สำหรับคนไม่มีพื้นฐานอ่านในนี้แล้วจะเข้าใจครับ ผมอ่านและไปเห็นโพล่าในนั้นแล้วทำให้นึกออกเลยว่า จะทำแบบไหนดี :yahoo อย่าเพิ่งเอ็ดไป :secret ผมไปเจอบ้านที่จานดาวเทียมเค้าทิ้งไว้เฉยๆ เบบทึบไม่ใช่ตะแกรงซะด้วย :secret เราก็หาอะไรมันที่สะท้อนแสงมาเคลื่อบผิวจานดาวเทียมนี้ก็ใช้ได้แล้ว แถมปรับหาองศาที่แดดแรงที่สุด ขอแค่ไม่ถึงชั่วโมงแบบแดดดีๆ ผมคิดว่าพลังงานความร้อนที่ได้แคนี้ก็เพียงพอทำให้บ้านผมอุ่นได้แล้วละครับ
ตอนนี้ผมคิดใหม่ว่า ผมไม่ต้องการอุ่นน้ำในบ่อแระ (กลัวปั๊มเจอน้ำร้อนจากในบ่อจะพังไวอ่ะครับ) เลยขอเอา Heat pipe ไปจ่อที่ท่อแถวๆ ทางออกไปก็อกน้ำที่จะอาบก็พอแล้ว ให้มันกระจายความร้อนไปเองให้ทั่วท่อที่ผมจะวางกระจายให้เต็มใต้พื้นดินใต้พื้นบ้านอีกที ปัญหาคือท่อ PVC จะทนน้ำร้อนที่ประมาณ 40-50 องศา C ที่แรงดัน 2-3 Bar มันจะทนทานได้ซักกี่ปี? (ใครรู้ช่วยตอยทีว่าท่อ PVC จะไหวไหม? ถ้าจะเปลี่ยนวัสดุทำท่อตัวใหม่เป็นอะไรดี? :help ต้องทนการกัดกร่อนจากดินด้วยนะครับ) ใครไม่มาอยู่เมืองเหนือประจำจะไม่รู้สึกว่าความหนาวที่ต้องเจอทุกๆ วันเป็นเดือนๆ มันก็น่าเบื่อ ทำให้เราต้องรู้สึกว่าต้องอดทนกะมันทุกๆ วัน นึกถึงตอนเจอหิมะหนาวๆ ได้เข้าไปในร้านหรือบ้านที่อุ่นๆ ได้นั่งข้างๆ เตาผิง แล้วมันมีความรู้สึกสุขสุดๆ เลยละครับ แต่ยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในเมืองไทยเลยซักที่ (คงไม่มีใครลงทุนติดฮีทเตอร์กันในบ้านเรา มีแต่ติดแอร์กัน แต่บ้านฝรั่งไม่มีแอร์มีแต่ฮีทเตอร์) เลยอยากเจอที่บ้านดินของเราเอง d_d :drunk
-
http://en.wikipedia.org/wiki/Solar_thermal_collector สำหรับคนไม่มีพื้นฐานอ่านในนี้แล้วจะเข้าใจครับ ผมอ่านและไปเห็นโพล่าในนั้นแล้วทำให้นึกออกเลยว่า จะทำแบบไหนดี :yahoo อย่าเพิ่งเอ็ดไป :secret ผมไปเจอบ้านที่จานดาวเทียมเค้าทิ้งไว้เฉยๆ เบบทึบไม่ใช่ตะแกรงซะด้วย :secret เราก็หาอะไรมันที่สะท้อนแสงมาเคลื่อบผิวจานดาวเทียมนี้ก็ใช้ได้แล้ว แถมปรับหาองศาที่แดดแรงที่สุด ขอแค่ไม่ถึงชั่วโมงแบบแดดดีๆ ผมคิดว่าพลังงานความร้อนที่ได้แคนี้ก็เพียงพอทำให้บ้านผมอุ่นได้แล้วละครับ
ตอนนี้ผมคิดใหม่ว่า ผมไม่ต้องการอุ่นน้ำในบ่อแระ (กลัวปั๊มเจอน้ำร้อนจากในบ่อจะพังไวอ่ะครับ) เลยขอเอา Heat pipe ไปจ่อที่ท่อแถวๆ ทางออกไปก็อกน้ำที่จะอาบก็พอแล้ว ให้มันกระจายความร้อนไปเองให้ทั่วท่อที่ผมจะวางกระจายให้เต็มใต้พื้นดินใต้พื้นบ้านอีกที ปัญหาคือท่อ PVC จะทนน้ำร้อนที่ประมาณ 40-50 องศา C ที่แรงดัน 2-3 Bar มันจะทนทานได้ซักกี่ปี? (ใครรู้ช่วยตอยทีว่าท่อ PVC จะไหวไหม? ถ้าจะเปลี่ยนวัสดุทำท่อตัวใหม่เป็นอะไรดี? :help ต้องทนการกัดกร่อนจากดินด้วยนะครับ) ใครไม่มาอยู่เมืองเหนือประจำจะไม่รู้สึกว่าความหนาวที่ต้องเจอทุกๆ วันเป็นเดือนๆ มันก็น่าเบื่อ ทำให้เราต้องรู้สึกว่าต้องอดทนกะมันทุกๆ วัน นึกถึงตอนเจอหิมะหนาวๆ ได้เข้าไปในร้านหรือบ้านที่อุ่นๆ ได้นั่งข้างๆ เตาผิง แล้วมันมีความรู้สึกสุขสุดๆ เลยละครับ แต่ยังไม่เคยรู้สึกแบบนี้ในเมืองไทยเลยซักที่ (คงไม่มีใครลงทุนติดฮีทเตอร์กันในบ้านเรา มีแต่ติดแอร์กัน แต่บ้านฝรั่งไม่มีแอร์มีแต่ฮีทเตอร์) เลยอยากเจอที่บ้านดินของเราเอง d_d :drunk
ผมเคยให้นักศึกษาทำครับตัดกระจกเป็นชิ้นเล็กๆประมาณ10x10cm.มาแปะที่ผิวจานดาวเทียมแต่เป็นจานแบบตะแกรงครับ ใช้ต้มไข่ หุงข้าว ย่างไก่สบายมาก ความร้อนที่หน้าจานร้อนเอาเรื่องอยู่ครับแต่ผมจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ให้เด็กเค้าวัดไว้
-
ผมต้องการความทนทานด้วยน่ะครับ ด้านหลังกระจกเราสามารถเคือบด้วยสารอะไรให้มันทนทานได้ซักสิบปีมีวิธีไหมครับ? และคุณ aphiphot(ekkasit) มีความรู้เรื่องท่อไหมครับ? ว่าควรใช้อะไรดี ยกเว้นสะแตนเลสส์นะ มันแพงเกินเหตุ (แต่น่าสนใจที่สุดเพราะถ้าท่อ PVC แตกพื้นบ้านทรุดแน่ เดี๋ยวลองเช็คราคาท่อสะแตนเลสส์บางๆ ดูก่อน) ไม่ทราบว่ามี PVC ทนความร้อนไหม? (ขอซัก 20 ปีแตก) แต่ท่อ Teflon ก็ทนได้ดีแต่ก็แพงเกินเหตุอยู่ดี ขอถูกกว่านี้ครับ
ตอบไปแล้วถึงนึกขึ้นมาได้ เพื่อนผมบ้านข้างกันที่ลำพูน รับติดตั้งกระจก ที่บ้านเค้ามีเศษกระจกเยอะเลย (ได้ของฟรีลดต้นทุนไปได้อย่างแระ จานดาวเทียมคงจ่ายไม่กี่ร้อย แล้วสิ้นเดือนนี้จะไปนอนบ้านลำพูนกัน กลับมาอาจได้เห็นโปรเจ็คนี้ละครับ) เด๊๋ยวจะทดลองทำ Heat Pipe เอาน้ำอุ่นใส่โอ่งไว้อาบกันเป็นอันดับแรก แก้ขัดไปก่อนสร้างบ้านดิน :yahoo
-
ลองดูสเตนเลสผิวเงาครับ เหมือนกระจกเลย ว่าง ๆ จะหารูปเก่า ๆ ให้ดูเผื่อเป็น idea ผมทำเมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว
-
ควรใช้อะไรดี ยกเว้นสะแตนเลสส์นะ มันแพงเกินเหตุ
ท่อ PPR ครับ
http://www.thaippr.com/product_th.html (http://www.thaippr.com/product_th.html)
วิธีการติดตั้ง
http://www.thaippr.com/installation_th.html (http://www.thaippr.com/installation_th.html)
-
ควรใช้อะไรดี ยกเว้นสะแตนเลสส์นะ มันแพงเกินเหตุ
ท่อ PPR ครับ
http://www.thaippr.com/product_th.html (http://www.thaippr.com/product_th.html)
วิธีการติดตั้ง
http://www.thaippr.com/installation_th.html (http://www.thaippr.com/installation_th.html)
โอ! เป็นคำแนะนำที่สรุปได้จบกันเลยครับ อย่างนี้ก็มีด้วย เพิ่งรู้เลยนะเหนี่่ย คุณสันตินี่กว้างจริงๆ ขอบคุณมากๆ ครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ อาจารย์ MC น่าสนใจเหมือนกันครับ ตัดเป็นเสี้ยวๆ แปะจานที่ดาวเทียมอีกทีหนึ่ง เวลามันขุ่น (หมอง) ก็ใช้บัซโซขัดกันทีนึง กระจกยังกลัวว่าโดนแดดโดนฝนหลายๆ ครั้ง ปรอทที่ฉาบข้องหลังจะหลุดง่ายๆ แต่ถ้าวิวิธีป้องกัน ผมคิดว่ามันน่าจะสะท้อนแสงได้ดีกว่า
-
ผมเล่นพลังงานแส่งอาทิตย์ช่วงเรียน ม.ปลายครับ โครงงานที่ทำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทำน้ำร้อน เช่น
ใช้จานพาราโบลิก (แบบจานดาวเทียม ) ติดกระจก 3 เหลี่ยม (กระจก สามเหลี่ยมสามารถติดลงในทรงกลมได้โดยไม่มีช่องว่าง)
เท่าที่จำได้ จานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สามารถเผากระดาษให้ลุกใหม้ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ต้มน้ำ 5 ลิตรให้เดือดได้
ในเวลาไม่นาน
แบบรางพาราโบลา (แบบท่อผ่าซีก) ทำกันเป็นโครงงานระดับประเทศเพื่อเข้าร่วม asian science camp ใช้เสเตนเลสแผ่น ดัดเป็นรางโค้ง
ขนาดใหญ่ มีท่อน้ำวิ่งผ่านที่จุดโฟกัสตามยาวของราง ทำความร้อนได้เร็ว เปิดน้ำธรรมดาไหลผ่านท่อ อีกด้านที่ออกมาความร้อนเกิน 60 องศา
(รางยาว 2.5 ม.)
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน
นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลั่นน้ำแสงอาทิตย์อีกหลายแบบครับ ยังหารูปไม่เจอ
-
เป็นข้อมูลจากตอนสร้างบ้านครับพี่
ที่บ้านผมใช้ท่อ PAP สำหรับน้ำร้อน ที่ไม่ได้เลือก PPR เพราะว่า PAP นั้น ช่างทั่วไป+เครื่องมือทั่วไปก็ทำได้
แต่ปัจจุบันนี้ได้ยินว่าเครื่องหลอมท่อ PPR ราคาถูกลงมากแล้วครับ
ข้อมูลท่อ PAP
http://www.hsjenterprise.com/?page_id=93 (http://www.hsjenterprise.com/?page_id=93)
เครื่องทำน้ำร้อนผมใช้เจ้านี้ครับ
http://www.ravotek.co.th/knowledge.html (http://www.ravotek.co.th/knowledge.html)
-
ผมเล่นพลังงานแส่งอาทิตย์ช่วงเรียน ม.ปลายครับ โครงงานที่ทำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทำน้ำร้อน เช่น
ใช้จานพาราโบลิก (แบบจานดาวเทียม ) ติดกระจก 3 เหลี่ยม (กระจก สามเหลี่ยมสามารถติดลงในทรงกลมได้โดยไม่มีช่องว่าง)
เท่าที่จำได้ จานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สามารถเผากระดาษให้ลุกใหม้ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ต้มน้ำ 5 ลิตรให้เดือดได้
ในเวลาไม่นาน
แบบรางพาราโบลา (แบบท่อผ่าซีก) ทำกันเป็นโครงงานระดับประเทศเพื่อเข้าร่วม asian science camp ใช้เสเตนเลสแผ่น ดัดเป็นรางโค้ง
ขนาดใหญ่ มีท่อน้ำวิ่งผ่านที่จุดโฟกัสตามยาวของราง ทำความร้อนได้เร็ว เปิดน้ำธรรมดาไหลผ่านท่อ อีกด้านที่ออกมาความร้อนเกิน 60 องศา
(รางยาว 2.5 ม.)
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน
นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลั่นน้ำแสงอาทิตย์อีกหลายแบบครับ ยังหารูปไม่เจอ
ผมไม่ต้องคำนวณหรือทดลองกันแล้ว ข้อมูลจากอาจารย์ MC เพียบ ผมขอทราบว่า ถ้าทำแบบจานดาวเทียม 5 ฟุท กะว่าเก็บพลังงานเต็มที่ตอนเที่ยงวัน (ยึดจานนิ่งอยู่กับที่) กับทำแบบท่อผ่าซีกยาว 5 ฟุท (ให้พื้นที่เท่าๆ กัน) เท่ากัน วางตามตะวัน ไม่ทราบว่าอาจารย์ MC พอจะทราบไหมครับว่า ผลรวมพลังงานทั้งวันอันไหนจะได้มากว่ากันครับ?
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน แบบนี้ผมว่าพื้นที่เท่าๆ กัน ได้พลังงานน้อยที่สุดนะ ไม่รู้ว่าผมคาดไว้ผิดหรือไม่ครับ?
นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลั่นน้ำแสงอาทิตย์อีกหลายแบบครับ ยังหารูปไม่เจอ เจอแล้วเอามาให้ดูอีกนะครับ อยากได้แบบ Eff สูงๆ น่ะครับ
-
เป็นข้อมูลจากตอนสร้างบ้านครับพี่
ที่บ้านผมใช้ท่อ PAP สำหรับน้ำร้อน ที่ไม่ได้เลือก PPR เพราะว่า PAP นั้น ช่างทั่วไป+เครื่องมือทั่วไปก็ทำได้
แต่ปัจจุบันนี้ได้ยินว่าเครื่องหลอมท่อ PPR ราคาถูกลงมากแล้วครับ
ข้อมูลท่อ PAP
http://www.hsjenterprise.com/?page_id=93 (http://www.hsjenterprise.com/?page_id=93)
เครื่องทำน้ำร้อนผมใช้เจ้านี้ครับ
http://www.ravotek.co.th/knowledge.html (http://www.ravotek.co.th/knowledge.html)
อ้าว! ใช้ก่อนเราซะอีก PAP กับ PPR ราคาต่างกันประมาณกี่เท่าครับ อ่านดูแค่ PAP ก็น่าสนใจครับ ถ้าถูกกว่ามากๆ เอาไอ้นี่ดีกว่า ชอบมันที่โค้งงอได้ด้วยน่ะครับ
-
ผมเล่นพลังงานแส่งอาทิตย์ช่วงเรียน ม.ปลายครับ โครงงานที่ทำ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องทำน้ำร้อน เช่น
ใช้จานพาราโบลิก (แบบจานดาวเทียม ) ติดกระจก 3 เหลี่ยม (กระจก สามเหลี่ยมสามารถติดลงในทรงกลมได้โดยไม่มีช่องว่าง)
เท่าที่จำได้ จานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สามารถเผากระดาษให้ลุกใหม้ได้ในเวลาไม่ถึง 2 วินาที ต้มน้ำ 5 ลิตรให้เดือดได้
ในเวลาไม่นาน
แบบรางพาราโบลา (แบบท่อผ่าซีก) ทำกันเป็นโครงงานระดับประเทศเพื่อเข้าร่วม asian science camp ใช้เสเตนเลสแผ่น ดัดเป็นรางโค้ง
ขนาดใหญ่ มีท่อน้ำวิ่งผ่านที่จุดโฟกัสตามยาวของราง ทำความร้อนได้เร็ว เปิดน้ำธรรมดาไหลผ่านท่อ อีกด้านที่ออกมาความร้อนเกิน 60 องศา
(รางยาว 2.5 ม.)
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน
นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลั่นน้ำแสงอาทิตย์อีกหลายแบบครับ ยังหารูปไม่เจอ
ผมไม่ต้องคำนวณหรือทดลองกันแล้ว ข้อมูลจากอาจารย์ MC เพียบ ผมขอทราบว่า ถ้าทำแบบจานดาวเทียม 5 เมตร กะว่าเก็บพลังงานเต็มที่ตอนเที่ยงวัน (ยึดจานนิ่งอยู่กับที่) กับทำแบบท่อผ่าซีกยาว 5 เมตร เท่ากัน วางตามตะวัน ไม่ทราบว่าอาจารย์ MC พอจะทราบไหมครับว่า ผลรวมพลังงานทั้งวันอันไหนจะได้มากว่ากันครับ?
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน แบบนี้ผมว่าพื้นที่เท่าๆ กัน ได้พลังงานน้อยที่สุดนะ ไม่รู้ว่าผมคาดไว้ผิดหรือไม่ครับ?
นอกจากนี้ยังมีเครื่องกลั่นน้ำแสงอาทิตย์อีกหลายแบบครับ ยังหารูปไม่เจอ เจอแล้วเอามาให้ดูอีกนะครับ อยากได้แบบ Eff สูงๆ น่ะครับ
จริง ๆ แล้ว วิธีง่าย ๆ ในการหาจุดพลังงานสูงสุดที่ได้ ก็คำนวนจากพื้นที่ผิวที่สะท้อนเข้าจุดโฟกัสครับ แบบจาน มีข้อเสียคือ ตำแหน่งโฟกัส มันไม่คงที่ แต่ให้ความเข้มแสงสูงสุด
ทำแบบราง เมื่อวางรางในทิศทางที่เหมาะสม (แนว ตต ตอ ) โฟกัสค่อนข้างคงที่ครับ อาจต้องขยับ ทุก ๆ 3 เดือน ตามลักษณะตะวันอ้อม แต่ความเข้มแสงที่จุดโกัสจะน้อยกว่าในขนาดพื้นที่เท่าจาน เนื่องมาจาก โฟกัสเป็นในทางยาว ไม่ได้รวมมาจากรอบด้านครับ
-
ต้องขออภัยที่ตอบช้าครับ
1.พาราโบลิคมีปัญหาที่ผิวสะท้อนฝุ่นจับครับ Eff. ลดลงฮวบฮาบ แบบจานไม่แนะนำครับหากไม่มีแทรกกิ้งสองแกน พาราโบลิคเองให้ดีก็ต้องติดตามดวงอาทิศครับ หากวางแนว ตต และ ตอ ช่วงเช้ากับบ่ายโดนแดดเพียงครึ่งท่อเองครับ และ 3 เดือนต้องปรับมุมดวงอาทิศใหม่ตามที่ อ.Mc บอกเลยครับ (ตะวันอ้อมข้าว อะไรทำนองนั้นครับ) ให้ผมเชียร์ก็แบบตัวสะสมความร้อนแบบแฟล็ตเพลตนั่นแหละครับ เวิร์คสุด เราทำลมร้อนก็ได้ครับ เพียงแค่เอาชุดเทอร์โมไซฟอนท์เฟสเดียวออกให้หมด แล้วทำรูอากาศเข้าแผงด้านล่าง ส่วนด้านบนก็เป็นช่องลมร้อนออกครับ ต่อเข้าบ้านเลยครับ (อุณหภูมิลมร้อนที่เคยวัดได้ประมาณ 65 ดีกรีเซลเซียสครับ) อากาศก็จะไหลจากด้านล่างผ่านตัวแผงที่กำลังรับความร้อนจากแสงแดดอยู่ (จริงๆการทำงานของแผงดังกล่าวมันสร้างสภาวะเรือนกระจกครับ มีฉนวนหุ้มทุกด้านยกเว้นด้านที่เป็นกระจก ผิวรับแสงพ่นสีดำด้านดูดกลืนคลื่นความร้อน) แล้วก็ออกทางด้านบนของแผง เข้าบ้านเรา ภาคเหนือถึงจะหนาวแต่ค่าพลังงานแสงดีเยีียมครับ O0 1 sqm มีให้เห็น 700 W เลยครับ (ตรงนี้ต้องใช้เทอร์โมไดนามิคส์ช่วยครับว่าบ้านเราต้องใช้พลังงานเท่าำไรในการอุ่นบ้าน) ฝังท่อในผนังในพื้นไม่แนะนำครับ ต้นทุนสูง และร้อนช้ามาก หากต้องการสะสมพลังงานในผนังและพื้นไว้ใช้อุ่นบ้านในตอนกลางคืน ไม่พอครับสี่ทุ่มก็คงคายหมดแล้วครับ ตกดึกก็ :cold อีกครับ ให้สะสมในน้ำครับ มีถังเก็บน้ำร้อนสัก 500-1000 ลิตร แล้วสูบมาผ่านชุดแลกเปลี่ยนความร้อน (ดัดแปลงจากคอล์ยเย็นแอร์หรือหม้อน้ำรถยนต์ก็ได้ครับ แล้วเป่าพัดลมเอาครับ ตั้งเทอร์โมสตัทควบคุมอุณหภูมิในห้องด้วยก็ได้ครับ) จะใช้จริงกี่ลิตรขึ้นอยู่กับขนาดบ้าน ต้องคำนวนครับ
ข้อมูลที่เคยจำได้จากการทำจริง แผง 1 sqm เต็มที่ทำน้ำร้อนได้ประมาณ 70 ลิตรต่อวัน แปรผันตรงกับคุณภาพแสงในช่วงวันเลยครับ
2.เรื่องฮีทไปท์แบบที่คุณ PINIJ ว่ามามันคือรูปแบบของไส้ในรูปแบบหนึ่งครับ แต่ท่อเล็กๆที่ว่าต้องเล็กจริงครับ หากหาได้ก็น่าจะทำได้ครับ แต่เล็ปในไทยทำได้แล้วครับไม่รู้ว่าไส้แบบไหน แล็ปที่มีเฟสกะเขาด้วยหละครับ (อ.ผมบอกมาครับ)
ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องการน้ำร้อนที่ร้อนถึงเดือด เราใช้แฟล็ตเพลทก็พอครับ แบบอื่นลงทุนแพงมากครับ อย่างที่คุณ santi ใช้ ผมก็ใช้อยู่ครับ เป็นของอิสราเอล ชุดนึง 50,000 นิดๆครับ ของจีนมีปัญหาตรงรั่วง่ายครับ อันนี้ทำน้ำเเดือดได้สบายๆครับ เป็นระบบแลกเปลี่ยนความร้อนเหมือนบอยเลอร์เครื่องชงกาแฟแพงๆเลยครับ คือทำน้ำร้อนเก็บในถังน้ำที่จะใช้ก็แค่ไหลผ่านขดลวดทองแดงที่แช่อยู่ในถังน้ำร้อนครับ แดดไม่ออกสามวันสบายครับ (ทางใต้ฝนตกบ่อยครับ)
-
http://en.wikipedia.org/wiki/Solar_water_heating
อันนี้วัสดุแพงมากครับ ยิ่งป๋องเขียวยิ่งแพงครับ ;D
http://blog.hemmings.com/index.php/2007/04/26/almost-free-garage-heat-just-drink-a-lot-of-soda/
จะสั่งดัดแผ่นสังกะสีเป็นลอนเหลี่ยมก็ได้ครับ แต่ใช้แผ่นทองแดงร้อนมากครับ
แต่ระบบในตอนกลางคืนจะลงทุนสูงมากครับ
ฝรั่งยอมลงทุนกับระบบพวกนี้ (ซึ่งแพงเป็นเรื่องเป็นราว) ในวันนี้ แต่วันหน้ามีเงินกองเท่าภูเขาก็เอาทรัพย์ยากรณ์ และ ความงามของธรรมชาติกลับมาเป็นราวเป็นเรื่องไม่ได้แล้วครับ
ตอนนี้ผมไม่มีเวลาทำระบบพวกนี้เลยครับ ตอนนี้ไล่ซ่อมและปรับปรุงบังกาโลที่ชำรุดเนื่องจากส่งเด็กดื้อไปเรียนจนจบหละครับ อีกสักพักเมื่อเริ่มอยู่ตัวแล้วผมจะไล่ทำไปเรื่อยๆครับ (ตอนนี้นายทุนเริ่มตาลายแล้วครับ :D ) อาจมีตัวอย่างจากผมบ้างครับ คุณแม่ออร์เดอร์ตู้อบปลาพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ตั้งนานแล้วก็ยังไม่ได้ทำเลย (แกบอกว่าฝนตกทีไรเจ๊งทุกทีเลยครับอุตสาห์วิ่งมาเก็บแล้วก็ไม่ทัน5555) เสียดายตอนทำงานกับอาจารย์รูปผมหายเกลี้ยงครับ ที่ใช้อยู่ที่บังกาโลก็ซื้อเขาครับ
-
แบบจานและแบบรางครับ
-
อันนี้เครื่องกลั่นน้ำแบบหนึ่ง ... ดูหลังรูป รูปพวกนี้ถ่ายไว้เมื่อปี 84 ... แค่ 28 ปีเอง :shutup :shutup :shutup
-
หากข้อมูลผิดพลาดประการณ์ใดให้บอกเลยครับ และหากผิดกฎผู้ดูแลบอร์ดแลยแจ้งเลยครับ
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน แบบนี้ผมว่าพื้นที่เท่าๆ กัน ได้พลังงานน้อยที่สุดนะ ไม่รู้ว่าผมคาดไว้ผิดหรือไม่ครับ
อันนี้บางท่านจะเข้าใจดีอยู่แล้วครับ แต่ขอยกตัวอย่างอีกทีครับ
ต้องทำความเข้าใจว่าความร้อน(กิโลจูล) กับความเปรียบต่างของความร้อน(อุณหภูมิ) มันไม่เหมือนกันครับ เช่นไฟแช็คร้อนมาก อุณหภูมิเปลวเป็นพันดีกรีเซลเซียส แต่มีค่าความร้อนน้อยกว่าน้ำร้อน 90 ดีกรีเซลเซียสหม้อนึงหลายเท่าตัวครับ ถ้าเท่ากันจริงเปลวไฟแช็คต้องต้มน้ำร้อนได้หม้อนึงครับ
ส่วนพลังงาน(ในเชิงความร้อน)มันคือค่าความร้อนต่อหน่วยเวลาครับ 1W=1kJ/s. เพราะฉะนั้นไฟแช็คต้องใช้เวลาเป็นวันครับถึงจะต้มน้ำร้อนหนึ่งหม้อได้ครับ
พาราโบลิคทรัฟ กับ แบบแฟลตเพลตค่าความร้อนไม่ต่างกันครับ แต่อุณหภูมิที่ได้ไม่เท่ากันครับ เช่นโปรเจ็คผมตอนเรียนต้องใช้อุณหภูมิในการเดินระบบที่ 120 ดีกรีเซลเซียส เลยต้องใช้พาราโบลิคทรัฟ ที่มีอัตราการรวมแสง 11 : 1 ครับ
แต่ปัญหาของพาราโบลิคทรัฟคือต้องมีระบบติดตามครับ หากไม่ติดตามโฟกัสจะเต็มท่อเฉพาะตอนเที่ยงครึ่งครับ ทำให้เสียพื้นที่เปล่าๆครับ และปัญหาการสูญเสียความร้อนที่ท่อเจนเนอเรเตอร์ (ท่อที่โดนแสงที่จุดโฟกัส) ยิ่งร้อนมากการสูญเสียความร้อนยิ่งมากจากการพาความร้อนของลมที่พัดผ่านครับ โปรเจ็คที่ผมทำสูญเสียตรงนี้กว่า 40% ของความร้อนที่ได้ครับ มีทางแก้คือ ปิดกระจกใสครับ
สรุปคือพลังงานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้เรียงตามความสำคัญดังนี้ครับ
1.อุณหภูมิที่เหมาะสมกับระบบที่ใช้ครับ อันนี้ต้องสเป็คเป็นอันดับแรกเลยครับ
2.ขนาดพื้นที่รับแสง
3.การสูญเสียความร้อนให้กับอากาศแวดล้อม
-
ฮ่าๆๆ เจออาจารย์ตัวจริงแล้วครับ อ.Mc ตอนยังวัยรุ่นเลยครับ O0 O0
ผมทำโปรเจ็คตอนเรียน เป็น ออกแบบและสร้างระบบทำความเย็นแบบดูดซึมที่ใช้พาราโบลิคทรัฟ ครับผม
-
ผลที่ได้คือลงทุนเกือบแสน :cry2 ทำความเย็นได้ 280 วัตต์เองครับ ;D ;D COP (Coefficient of Performance) = 0.15 ของแอร์บ้าน 3 กว่าแล้วครับ
เพิ่งเห็นครับ หัวข้อ: การเอาพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในบ้านเรือน & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด (อ่าน 27847 ครั้ง)
-
ฮ่าๆๆ เจออาจารย์ตัวจริงแล้วครับ อ.Mc ตอนยังวัยรุ่นเลยครับ O0 O0
ผมทำโปรเจ็คตอนเรียน เป็น ออกแบบและสร้างระบบทำความเย็นแบบดูดซึมที่ใช้พาราโบลิคทรัฟ ครับผม
ไม่ใช่อาจารย์หรอกครับ ผมทำเล่น ๆ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน พอดีช่วงนั้นเริ่มรณรงค์ด้านการใช้พลังงานทดแทน เลยได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ กับประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียอีก 8 ประเทศครับ แต่ละประเทศจะนำผลงานมาเข้าร่วม แล้วก็รวบรวมความคิดกันออกแบบอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาใช้งาน หรือเพื่อการพานิชย์ได้
-
หากข้อมูลผิดพลาดประการณ์ใดให้บอกเลยครับ และหากผิดกฎผู้ดูแลบอร์ดแลยแจ้งเลยครับ
แบบแผ่นเก็บความร้อน (แบบเดียวกับเครื่องทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดหลังคาบ้านปัจจุบัน ใช้ท่อทองแดง ขดวนไป วนมาบนแผ่น
อลูมิเนียม แล้วทาสีดำทับเพื่อดูความร้อน แบบนี้ผมว่าพื้นที่เท่าๆ กัน ได้พลังงานน้อยที่สุดนะ ไม่รู้ว่าผมคาดไว้ผิดหรือไม่ครับ
อันนี้บางท่านจะเข้าใจดีอยู่แล้วครับ แต่ขอยกตัวอย่างอีกทีครับ
ต้องทำความเข้าใจว่าความร้อน(กิโลจูล) กับความเปรียบต่างของความร้อน(อุณหภูมิ) มันไม่เหมือนกันครับ เช่นไฟแช็คร้อนมาก อุณหภูมิเปลวเป็นพันดีกรีเซลเซียส แต่มีค่าความร้อนน้อยกว่าน้ำร้อน 90 ดีกรีเซลเซียสหม้อนึงหลายเท่าตัวครับ ถ้าเท่ากันจริงเปลวไฟแช็คต้องต้มน้ำร้อนได้หม้อนึงครับ
ส่วนพลังงาน(ในเชิงความร้อน)มันคือค่าความร้อนต่อหน่วยเวลาครับ 1W=1kJ/s. เพราะฉะนั้นไฟแช็คต้องใช้เวลาเป็นวันครับถึงจะต้มน้ำร้อนหนึ่งหม้อได้ครับ
พาราโบลิคทรัฟ กับ แบบแฟลตเพลตค่าความร้อนไม่ต่างกันครับ แต่อุณหภูมิที่ได้ไม่เท่ากันครับ เช่นโปรเจ็คผมตอนเรียนต้องใช้อุณหภูมิในการเดินระบบที่ 120 ดีกรีเซลเซียส เลยต้องใช้พาราโบลิคทรัฟ ที่มีอัตราการรวมแสง 11 : 1 ครับ
แต่ปัญหาของพาราโบลิคทรัฟคือต้องมีระบบติดตามครับ หากไม่ติดตามโฟกัสจะเต็มท่อเฉพาะตอนเที่ยงครึ่งครับ ทำให้เสียพื้นที่เปล่าๆครับ และปัญหาการสูญเสียความร้อนที่ท่อเจนเนอเรเตอร์ (ท่อที่โดนแสงที่จุดโฟกัส) ยิ่งร้อนมากการสูญเสียความร้อนยิ่งมากจากการพาความร้อนของลมที่พัดผ่านครับ โปรเจ็คที่ผมทำสูญเสียตรงนี้กว่า 40% ของความร้อนที่ได้ครับ มีทางแก้คือ ปิดกระจกใสครับ
สรุปคือพลังงานจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้เรียงตามความสำคัญดังนี้ครับ
1.อุณหภูมิที่เหมาะสมกับระบบที่ใช้ครับ อันนี้ต้องสเป็คเป็นอันดับแรกเลยครับ
2.ขนาดพื้นที่รับแสง
3.การสูญเสียความร้อนให้กับอากาศแวดล้อม
อันนี้เป้นความผิดของพี่เองครับ ที่ถามไม่ละเอียดเอง ในคำถามหมายถึง การใช้ระบบพารโบลิก แล้วมีฮีทไปร์ที่ส่งถ่ายความร้อนได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากๆ เข้าไปเก็บไว้ในถังน้ำเก็บความร้อน ด้วยพื้นที่เท่ากัน กับการเอาท่อแดงแดงไปวนตามโจทธ์นั้น พี่คิดว่ามันไม่มีการรวมแสง จึงควรจะได้รับพลังงานความร้อนได้น้อยกว่าน่ะครับ จึงถามด้วยคำถามที่ใช้คำว่า พลังงาน ไม่ได้ใช้คำว่า อุณหภูมิ น่ะครับ
จากที่ได้รับข้อมูลจาก อ. MC และน้อง NJL ทำให้ความคิดสรุปกับการใช้งานจริง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง บทสรุปเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทุกครั้งที่ได้รับข้อมูลใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ในการตัดสินใจของผมเป้นอย่างมากเลยละครับ อย่าเพิ่งหยุดให้ข้อมูลกันนะครับ
ผมจับข้อมูลที่ อ. MC ว่า จานโบล่าฯ 1 เมตรเดียว เผากระดาษไหม้ภายใน 2 วินาที (ดูแล้วความร้อนไม่ใช่น้อยแน่ๆ ผมคาดไม่ถึงมาก่อนเลยว่า มันจะได้มากขนาดจุดกระดาษติดได้เร็วขนาดนี้ครับ) ความคิดผมแล่นปู๊ดเลยว่า น่าจะเราฮีทไปร์มาแทนที่กระดาษต่อไปยังตู้เย็นน้ำมันก๊าส (เอาความร้อนนี้เข้าแทนไฟจากน้ำมันก๊าส) เราก็จะได้ตู้เย็นมาใช้กันฟรีๆ คือที่บ้านอยุธยา ผมเก็บตู้เย็นแบบนี้ไว้ตัวนึง (ที่เก็บตู้เย็นแบบนี้ไว้เพราะคิดไว้นานแล้วว่าสักวันจะทำแบบนี้แหละ) ทีนี้ขอถามน้อง NJL ว่า จากประสบการตอนเรียนพอคาดคะเนได้ไหม? ว่าควรใช้จานขนาดโตไหน? ถึงจะเพียงพอกะตู้เย็น ไม่รู้ว่าถึง 300 btu รึเปล่า? (ตอนนี้พี่มองเห็นวิธีติดตามดวงอาทิตย์ของจานกลมได้อย่างลงทุนไม่มากนักได้แล้วละครับ)
และจับประเด็นที่น้อง NJL บอกว่าถ้าเก็บพลังงานความร้อนไว้ใต้ดินจะอยู่ได้แค่สี่ทุ่ม ความต้องต้องการของพี่สี่ทุ่มน่ะพอแล้วละครับ หลังจากสี่ทุ่มอยู่ใต้ผ้าห่มไม่กลัวหนาวแล้วละครับ และไม่ต้องการมีถังเก็บให้เปลืองสะตางค์เพิ่ม และไม่ต้องการให้มันเกะกะอีกด้วย ที่ที่อยู่ตอนนี้มันคับแคบมากๆ ครับ เลยคิดจะเอาไว้ใต้ดินซะเลย และอีกอย่างหน้าหนาวกะว่าจะปล่อยให้แดดส่องตรงเขาหากำผนังของบ้านเหมือนห้องฟังเพลงที่เป็นปูน (ผนังแค่ 2.5x3.8m) ในตอนนี้เที่ยงคืนมันก็ยังอุ่นอยู่เลยนะครับ คือตอนนี้พี่ก็มีห้องอุ่นจากพลังงานจากแสงอาทิตย์ใช้แล้วน่ะครับ (ห้องที่ทำฟังเพลงเก็บความถี่รีโซแนนซ์แหละ คือห้องนี้มันเวิร์คทั้งเก็บเสียงและเก็บแสงเลยละ :yahoo :yahoo :yahoo)
แต่หน้าร้อนกะว่าจะทำผ้าใบกันด้านแดดส่องถึงผนังบ้านดินที่จะสร้างนี้ (แต่ด้วยตะวันไม่อ้อมข้าวในหน้าร้อน แดดจะโดนผนังน้อยกว่าหน้าหนาว อันนี้ผมออกแบบบ้านโดยศึกษาทั้งลมและแดดด้วยนะครับ บ้านทุกหลังที่ผมทำผมคำนึงดรื่องแดดและลมเป้นอย่างมาก ซึ่งมันจะช่วยประยัดพลังงานได้เป้นอย่างมากเลยละ) มันก็จะเย็นด้วยน้ำระเหยออกไปจากผนัง ความร้อนจากจานโพล่าฯ ก็กะจะเอามาทำตู้เย็นที่ว่ามาแล้วซะ แล้วก้เปิดตู้เย็น ใช้พัดลมเป่าให้ความเย็นกระจายก็กลายเป็นแอร์ช่วยคายร้อนให้เราอีกทีหนึ่ง :yahoo :yahoo :yahoo
-
ฮ่าๆๆ เจออาจารย์ตัวจริงแล้วครับ อ.Mc ตอนยังวัยรุ่นเลยครับ O0 O0
ผมทำโปรเจ็คตอนเรียน เป็น ออกแบบและสร้างระบบทำความเย็นแบบดูดซึมที่ใช้พาราโบลิคทรัฟ ครับผม
ไม่ใช่อาจารย์หรอกครับ ผมทำเล่น ๆ เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน พอดีช่วงนั้นเริ่มรณรงค์ด้านการใช้พลังงานทดแทน เลยได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ กับประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียอีก 8 ประเทศครับ แต่ละประเทศจะนำผลงานมาเข้าร่วม แล้วก็รวบรวมความคิดกันออกแบบอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาใช้งาน หรือเพื่อการพานิชย์ได้
แสดงว่าอมความรู้เรื่องนี้ไว้เพียบ ช่วยคายออกมาแบ่งปันกันบ้างนะครับ กระทู้นี้ เรื่องที่เรากำลังคุยกัน บางคนอาจคิดว่าทำไปทำไม? จ่ายค่าไฟเดือนละไม่กี่พันบาทจิ๊บจ๊อย! ผมคิดว่าหากใครคิดแบบนี้ ท่านเป็นคนเห็นแก่ตัวครับ เพราะพลังงานจากการไฟฟ้าส่วนใหญ่ กำลังทำลายล้างโลก น้ำจะท่วมโลกก็เพระาคนที่ไม่สนใจเรื่องการอนุรักษ์พลังงานครับ :nono :nonono N] (ผมโดนแฟนอัดอีกแระว่าเขียนหนังสือผิด งั้นพอแค่นี้ก่อนละกัน)
-
ค้นๆ ไปในกูเกิ้น เห็นมันน่าสนใจเลยเอามาให้ดู http://www.theenergy.biz/Index.html แต่มันคงเกินเราเอื่อมถึงครับ แต่หลักการคิดเค้าเยี่ยมมาก
ฮีทไปป์ครับ ดูง่ายๆ แต่มันยังมีโนฮาวห์อีกมาก http://mte.kmutt.ac.th/elearning/heat%20tranfer(Boiling%20Condensation%20And%20Evaporation)/html/lesson2_5.htm http://www.acrolab.com/products/isobars-heat-pipes.php http://www.bmpcoe.org/bestpractices/internal/therm/grf_therm_01.html http://www.enertron-inc.com/enertron-products/heat-pipe-selection.php http://www.electronics-cooling.com/2008/11/pushing-the-boundaries-of-heat-pipe-operation/ http://www.electronics-cooling.com/1996/09/heat-pipes-for-electronics-cooling-applications/
ที่จริงถ้าเอาไปอุ่นระบบน้ำร้อนใต้พื้นบ้าน แค่เอาน้ำขึ้นมาเซอคูเล็ทผ่านโพล่าฯ ก็พอ (จริงๆ ทำฮีปไปป์ลงที่ต่ำมันทำยากส์) แต่กับถ้าใช้กับตู้เย็นแอมโมเนียค่อยใช้ฮีทไปป์ (เอาตู้เย็นไว้ชั้นสองก็ได้ เพราะมันอยู่สูงกว่าจานอยู่แล้ว) http://theenergy.biz/forum/index.php?topic=377.0
งงๆ ลิงค์ที่ใส่ลงมาบางอันมันคลิกได้เลย บางอันกลับทำไม่ได้ซะ
-
คุยกันเรื่อง Heat Pipe กับน้อง NJL ในเฟสบุ๊กมาตั้งหลายวันแล้ว K] K] K] วันนี้เพิ่งจะนึงออกว่าเคยคิดติดแก็สรถโฟล์คตู้หน้าแตงโม ที่มันไม่ใช้น้ำระบายความร้อน ไม่รู้จะดึงความร้อนจากเครื่องเข้าหม้อต้มแก๊สอย่างไร? K] K] K] (ที่ต้องติดแก๊สเพราะเอาลงไประยองหมดค่าน้ำมันไปเกือบแปดพันบาท แถมขากลับเจอน้ำมันผสมโซล่า ต้องนอนพัก รร หน้าเขื่อนภูมิพลซะอีก คือเติมออกจากตากมาสักพัก วิ่งได้แค่ 60 เหยียบไม่ได้มากกว่า ดีว่าท็อปอับไปแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ของถังนะ แล้วรถซีตรองติดแก็สค่าแก็สไปกลับแค่สองพันกว่าบาทเอง) ขอถามคนจบใหม่ๆ หน่อยว่า ถ้าจะทำ Thermsiphon จะต้องใช้กี่วัตต์ดีครับ ประเมินเอาแบบไม่ต้องคำนวณพอได้ไหมครับ? คาดการเผื่อไว้สักเท่าตัวก็พอครับ
-
ผมจับข้อมูลที่ อ. MC ว่า จานโบล่าฯ 1 เมตรเดียว เผากระดาษไหม้ภายใน 2 วินาที (ดูแล้วความร้อนไม่ใช่น้อยแน่ๆ ผมคาดไม่ถึงมาก่อนเลยว่า มันจะได้มากขนาดจุดกระดาษติดได้เร็วขนาดนี้ครับ) ความคิดผมแล่นปู๊ดเลยว่า น่าจะเราฮีทไปร์มาแทนที่กระดาษต่อไปยังตู้เย็นน้ำมันก๊าส (เอาความร้อนนี้เข้าแทนไฟจากน้ำมันก๊าส) เราก็จะได้ตู้เย็นมาใช้กันฟรีๆ คือที่บ้านอยุธยา ผมเก็บตู้เย็นแบบนี้ไว้ตัวนึง (ที่เก็บตู้เย็นแบบนี้ไว้เพราะคิดไว้นานแล้วว่าสักวันจะทำแบบนี้แหละ) ทีนี้ขอถามน้อง NJL ว่า จากประสบการตอนเรียนพอคาดคะเนได้ไหม? ว่าควรใช้จานขนาดโตไหน? ถึงจะเพียงพอกะตู้เย็น ไม่รู้ว่าถึง 300 btu รึเปล่า? (ตอนนี้พี่มองเห็นวิธีติดตามดวงอาทิตย์ของจานกลมได้อย่างลงทุนไม่มากนักได้แล้วละครับ)
พลังงานที่ได้คิดจากพื้นที่รับแสงครับ ส่วนอุณหภูมิคิดจากความเข้มแสงครับ ขนาดจานเกิน 80 cm ส่วนใหญ่จุดบุหรี่ได้สบายครับ 1 ตารางเมตรได้พลังงานที่จุดโฟกัส 700 วัตต์ครับ หากเอาเทอร์โมไซฟอนท์ไปรับความร้อนมา จะเหลือ 420 วัตต์ (หายไปกับลมที่พัดผ่านท่อตรงจุดรับความร้อนครับ อยู่ประมาณ 40%) ตัวจานรุ่นน้องผมเคยทำจากจานดำ(จานดาวเทียม)มาตัดสแตนเลสเงาใส่เลยครับ จุดโฟกัสก็ที่เดิมเลยครับ แต่จะออกแบบท่อเทอร์โมยากครับ เพราะส่วน evaporator ต้องอยู่ในจุดโฟกัสซึ่งเป็นจุดกลม แต่ไม่มีปัญหากับแบบรางพาราโบลิคครับ วางท่อตามยาวเลยครับ และหากดูของ อ. MC จะเอียงอยู่ประมาณ 13-15 องศา จากแนวระนาบ (ประเทศไทย) ท่อเทอร์โมทำงานได้ดีครับ (ท่อจะทำงานดีในช่วง 15-60 องศา ครับ ไม่ใช่ 90 องศาตามคอมมอนเซนต์)
ข้อควรระวังของแผงรับรังสีแบบรวมแสงคือแสบตามากครับ อันตรายกับตาคนเรามากครับ
ผมประมาณว่า 1.5 - 2 sq m. เพียงพอสำหรับตู้เย็นน้ำมันก๊าดครับ
สำหรับทำน้ำร้อน มีแฟล็ตเพลตอีกแบบนึงครับที่น่าสนใจ หากมีดาดฟ้าหรือลานคอนกรีต ให้ทาสีดำครับแล้วด้านในฝังท่อไว้เซอคูเลตน้ำได้เลยครับ แต่หากเป็นดาดฟ้าควรหุ้มฉนวนเพดานครับ แบบนี้เหมาะกับบ้านสร้างใหม่ครับ
-
คุยกันเรื่อง Heat Pipe กับน้อง NJL ในเฟสบุ๊กมาตั้งหลายวันแล้ว K] K] K] วันนี้เพิ่งจะนึงออกว่าเคยคิดติดแก็สรถโฟล์คตู้หน้าแตงโม ที่มันไม่ใช้น้ำระบายความร้อน ไม่รู้จะดึงความร้อนจากเครื่องเข้าหม้อต้มแก๊สอย่างไร? K] K] K] (ที่ต้องติดแก๊สเพราะเอาลงไประยองหมดค่าน้ำมันไปเกือบแปดพันบาท แถมขากลับเจอน้ำมันผสมโซล่า ต้องนอนพัก รร หน้าเขื่อนภูมิพลซะอีก คือเติมออกจากตากมาสักพัก วิ่งได้แค่ 60 เหยียบไม่ได้มากกว่า ดีว่าท็อปอับไปแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ของถังนะ แล้วรถซีตรองติดแก็สค่าแก็สไปกลับแค่สองพันกว่าบาทเอง) ขอถามคนจบใหม่ๆ หน่อยว่า ถ้าจะทำ Thermsiphon จะต้องใช้กี่วัตต์ดีครับ ประเมินเอาแบบไม่ต้องคำนวณพอได้ไหมครับ? คาดการเผื่อไว้สักเท่าตัวก็พอครับ
ผมประมาณไม่ถูกเลยครับ ไม่เคยใช้อะครับ แต่หากรู้ว่าต้องอุ่นจากอุณหภูมิเท่าไร ถึงเท่าไร และอัตราการไหลเท่าไร ตอบได้ครับ แต่ดูจากการเอาน้ำในหม้อน้ำมาอุ่น ผมว่า300-400 วัตต์ก็น่าจะพอครับ ใช้ท่อขนาด 2 หุน สัก 15-20 ท่อ คงจะได้ครับ แต่ผมว่าเจาะแคร้งเอาน้ำมันเครื่องมาอุ่นน่าจะเวิร์คกว่าครับ ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้หากมีปัญหาครับ
-
คุยกันเรื่อง Heat Pipe กับน้อง NJL ในเฟสบุ๊กมาตั้งหลายวันแล้ว K] K] K] วันนี้เพิ่งจะนึงออกว่าเคยคิดติดแก็สรถโฟล์คตู้หน้าแตงโม ที่มันไม่ใช้น้ำระบายความร้อน ไม่รู้จะดึงความร้อนจากเครื่องเข้าหม้อต้มแก๊สอย่างไร? K] K] K] (ที่ต้องติดแก๊สเพราะเอาลงไประยองหมดค่าน้ำมันไปเกือบแปดพันบาท แถมขากลับเจอน้ำมันผสมโซล่า ต้องนอนพัก รร หน้าเขื่อนภูมิพลซะอีก คือเติมออกจากตากมาสักพัก วิ่งได้แค่ 60 เหยียบไม่ได้มากกว่า ดีว่าท็อปอับไปแค่ไม่กี่เปอร์เซนต์ของถังนะ แล้วรถซีตรองติดแก็สค่าแก็สไปกลับแค่สองพันกว่าบาทเอง) ขอถามคนจบใหม่ๆ หน่อยว่า ถ้าจะทำ Thermsiphon จะต้องใช้กี่วัตต์ดีครับ ประเมินเอาแบบไม่ต้องคำนวณพอได้ไหมครับ? คาดการเผื่อไว้สักเท่าตัวก็พอครับ
ผมประมาณไม่ถูกเลยครับ ไม่เคยใช้อะครับ แต่หากรู้ว่าต้องอุ่นจากอุณหภูมิเท่าไร ถึงเท่าไร และอัตราการไหลเท่าไร ตอบได้ครับ แต่ดูจากการเอาน้ำในหม้อน้ำมาอุ่น ผมว่า300-400 วัตต์ก็น่าจะพอครับ ใช้ท่อขนาด 2 หุน สัก 15-20 ท่อ คงจะได้ครับ แต่ผมว่าเจาะแคร้งเอาน้ำมันเครื่องมาอุ่นน่าจะเวิร์คกว่าครับ ช่างทั่วไปก็ซ่อมได้หากมีปัญหาครับ
ขอบคุณมากๆ ที่เข้ามาตอบ กลัวคุยคนเดียว หรืออาจไม่มีใครสนใจเรื่องนี้จะได้เลิกคุย เพราะมันไม่ใช่เรื่องเครื่องเสียงอีกด้วย ...การที่จะเอาน้ำมันเครื่องมาเลี้ยงได้ก็จริงครับ แต่ถ้าน้ำมันเครื่องรั่วละก็เครื่องพังกลัวต้องจ่ายแพงหนักเข้าไป เครื่องที่ใช้เป้ออร์ริจินัลติดรถด้วย และเพิ่งโอเวอร์ฮอร์นใหม่ๆ ซะด้วย และกลัวน้ำมันเครื่องที่เข้าไปเลี้ยงหม้อต้มแก็สไปทำลายซีลที่เค้าออกแบบมาให้ใช้น้ำร้อนไม่ใช่น้ำมัน ถ้าหากทำฮีทเอ็กเชงเจอร์ก็ยุ่งยากเข้าไปใหญ่จุรั่วเพิ่มมากขึ้นเสี่ยงมาก เลยสรุไม่ติดแก็สในชั้นต้นครับ ถ้าใช้ฮีทไปป์เราเอาไปติดแนบกับจุดที่ร้อนๆ แถวๆ เครื่องยนต์ได้เลย แล้วเอาไปแซ่น้ำในระบบปิดให้มันไหลไปเลี้ยงหม้อต้มแก๊สอีกที พี่คิดไว้แบบนี้ครับ งั้น! โปรเจ็คนี้คงจะได้เห็นกันเร็วๆ นี้ละครับ เพราะอยากเอาหน้าแตงโม ออกโชว์ตัวบ่อยขึ้น เพราะเวลาจะถอยมันที เมื่อคิดค่าน้ำมันกับค่าแก๊สออกมาแล้ว เปลี่ยนใจไปถอยซีตรองซะทุกทีไป ขอขอบคูณมากๆ ครับในคำแนะนำอันมีประโยชน์นี้
-
แบบที่พี่คิดไว้โอเคเลยครับ ออกแบบดัดท่อทองแดงเข้ารูปกับเสื้อสูบเลยครับ แล้วเอาปลายมารวมกันที่ฮีทเอ็กเชนกับน้ำไปเลี้ยงหม้อต้มเลยครับ ร้อนดีครับ เครื่องบ็อกเซอร์ สมัยเรียนเพื่อนผมใช้อยู่ครับ(เต่าตาตั้ง รถประจำบ้าน) เขายายเที่ยงก็ปีนมาแล้วครับ ทอร์กดีมากเลยครับ เหนือเขื่อนศรีฯก็ไปบ่อยครับ ตอนนี้เพื่อนผมเอากลับบ้านแล้วครับ ผมยังคิดถึงเต่าน้อยอยู่เลยครับ
-
พลังงานที่ได้คิดจากพื้นที่รับแสงครับ ส่วนอุณหภูมิคิดจากความเข้มแสงครับ ขนาดจานเกิน 80 cm ส่วนใหญ่จุดบุหรี่ได้สบายครับ 1 ตารางเมตรได้พลังงานที่จุดโฟกัส 700 วัตต์ครับ หากเอาเทอร์โมไซฟอนท์ไปรับความร้อนมา จะเหลือ 420 วัตต์ (หายไปกับลมที่พัดผ่านท่อตรงจุดรับความร้อนครับ อยู่ประมาณ 40%) ตัวจานรุ่นน้องผมเคยทำจากจานดำ(จานดาวเทียม)มาตัดสแตนเลสเงาใส่เลยครับ จุดโฟกัสก็ที่เดิมเลยครับ แต่จะออกแบบท่อเทอร์โมยากครับ เพราะส่วน evaporator ต้องอยู่ในจุดโฟกัสซึ่งเป็นจุดกลม แต่ไม่มีปัญหากับแบบรางพาราโบลิคครับ วางท่อตามยาวเลยครับ และหากดูของ อ. MC จะเอียงอยู่ประมาณ 13-15 องศา จากแนวระนาบ (ประเทศไทย) ท่อเทอร์โมทำงานได้ดีครับ (ท่อจะทำงานดีในช่วง 15-60 องศา ครับ ไม่ใช่ 90 องศาตามคอมมอนเซนต์)
ข้อควรระวังของแผงรับรังสีแบบรวมแสงคือแสบตามากครับ อันตรายกับตาคนเรามากครับ
ผมประมาณว่า 1.5 - 2 sq m. เพียงพอสำหรับตู้เย็นน้ำมันก๊าดครับ
สำหรับทำน้ำร้อน มีแฟล็ตเพลตอีกแบบนึงครับที่น่าสนใจ หากมีดาดฟ้าหรือลานคอนกรีต ให้ทาสีดำครับแล้วด้านในฝังท่อไว้เซอคูเลตน้ำได้เลยครับ แต่หากเป็นดาดฟ้าควรหุ้มฉนวนเพดานครับ แบบนี้เหมาะกับบ้านสร้างใหม่ครับ
สุดยอดข้อมูลที่ยากรู้เลยละครับ ข้อมูลแบบนี้เป็น Know How จากคนที่เคยทำจริง ดีกว่าการคำนวณครับ :yahoo :yahoo :yahoo สนใจแฟล็ตเพลต ถ้าคิดราคาเทียบกับกระเบื้องแพงกว่าอีกกี่เท่าครับ คืออาจพิจารณาเอามาทำหลังคาแค่บางส่วนที่รับแดดเต็มที่เท่านั้น c)
-
แบบที่พี่คิดไว้โอเคเลยครับ ออกแบบดัดท่อทองแดงเข้ารูปกับเสื้อสูบเลยครับ แล้วเอาปลายมารวมกันที่ฮีทเอ็กเชนกับน้ำไปเลี้ยงหม้อต้มเลยครับ ร้อนดีครับ เครื่องบ็อกเซอร์ สมัยเรียนเพื่อนผมใช้อยู่ครับ(เต่าตาตั้ง รถประจำบ้าน) เขายายเที่ยงก็ปีนมาแล้วครับ ทอร์กดีมากเลยครับ เหนือเขื่อนศรีฯก็ไปบ่อยครับ ตอนนี้เพื่อนผมเอากลับบ้านแล้วครับ ผมยังคิดถึงเต่าน้อยอยู่เลยครับ
ย
กลัวไม่พอน่ะ เพราะแถวนั้นโดนพัดลมระบายความร้อนเป่าอยู่ :-\ พี่กะว่าจะทำท่อ Thermo-siphon พันรอบๆ ท่อไอเสีย (ท่อไอเสียเย็นลง ทำให้ดึงไอเสียดีขึ้น เครื่องก็แรงขึ้นไปอีกด้วย ยิงนัดเดียวได้นกสองตัวเลย :yahoo) แล้วก็ขึ้นไปเข้า Heat Ex-changer เอาน้ำร้อนเข้าหม้อต้มแก็สเลย
-
ผลที่ได้คือลงทุนเกือบแสน :cry2 ทำความเย็นได้ 280 วัตต์เองครับ ;D ;D COP (Coefficient of Performance) = 0.15 ของแอร์บ้าน 3 กว่าแล้วครับ
เพิ่งเห็นครับ หัวข้อ: การเอาพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในบ้านเรือน & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด (อ่าน 27847 ครั้ง)
ยังสัยโปรเจ็คนี้ครับ ผิดพลาดอะไรถึงได้ลงทุนแสนนึงได้กลับมาไม่กี่บาทต่อวันครับ ไม่มีการปรับปรุงเงินลงทุนไปตั้งแสนให้ใช้งานได้ในวันหลังหรือครับ? เห้นแล้วเสียดายของมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
-
หากออกแบบไว้ใช้จริงๆไม่เกินสามหมื่นครับ แต่ผมออกแบบเผื่ออนาคตไว้วิจัยต่อยอดด้วยครับ ปัจจุบันรุ่นน้องกำลังวิจัยปรับปรุง COP อยู่ครับ เพราะฉะนั้นความทนทานต้องเป็นที่ตั้งครับ เฉพาะค่าเชื่อมกับค่า X ray ก็หลายตั้งค์แล้วครับ และมันอันตรายด้วยครับ เอาแอมโมเนียมาเล่นกับความร้อนสูงๆ 22 บาร์คือความดันสูงสุดของระบบครับ แล้วเราต้องทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกอย่างต้องทนต้องปลอดภัยครับ แต่ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการได้มาซึ่ง Know How ครับ การทำความเย็นแบบดูดซึมต้องการจุดทำงานที่พอดีมากๆครับ ไม่เป๊ะระบบไม่เดินครับ (ระบบสร้างง่ายแต่รันยากครับ) ไม่มีคนสอนแบบหัดชงกาแฟกับพี่ด้วยครับ ;D ;D เพราะอาจารย์ผมเองก็ไม่เคยรันระบบนี้ครับ สุมหัวกันคิดและแก้ปัญหาทั้งอาจารย์และเด็กครับ
-
การทดลองกับของจริง ทำให้เรารู้จักสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอีกมายมาย แล้วเราต้องหาปัญหาเหล่านั้นให้พบ แล้วถึงจะรู้ว่าทฤษฎีไม่ได้ผิด นั่นแหละเราถึงจะเข้าถึงวิชานั้นได้ถึงแก่นของมันจริงๆ ครับ :victory O0
เมื่อคืนนี้พี่สรุปได้เลยว่าไม่ทำน้ำอุ่นไปวนใต้บ้านดินกันแล้ว เพราะเมื่อวานฝนตกไม่มีแดดทั้งวัน ห้องฟังเพลงที่เทพื้นติดดินจริง ไม่อุ่น (ถึงร้อน ในขณะที่อากาศข้างนอกหนาว) เหมือนทุกวันที่ผ่านๆ มา (ตั้งแต่เข้าหน้าหนาวก็เพิ่งเคยเจอไม่มีเมฆทั้งวันครั้งแรกเมื่อวานเองละครับ) แสดงว่ากะแพงแค่ 2.5x3.8m ดึงความร้อนสู่ดินเพียงพอให้อุ่นได้ถึงเช้าครับ (เพราะวันปรกตอนเช้าออกจากห้องนี้ข้างนอกก็ยังหนาวกว่า จนไมาอยากออกจากห้อง) แล้วบ้านดินเจอแดดประมาณ 2.5x10m คิดบ้านดินว่าคงจะอุ่นกว่านี้ซะอีกละครับ :yahoo (ตอนแรกผมยังไม่ค่อยเชื่อว่าห้องนี้ของผมมันอุ่นจากการสะสมพลังงานจากแสงอาทิตย์ซักเท่าไร? เพราะบ้านพีสาวแฟนติดกันรับแสงแดดมากกว่าเราบ้าน ตอนเย็นที่ชั้นล่างบ้านเค้ายังไม่เห็นอุ่นเลย แต่ผมพอทราบสาเหตุละ อาจเพราะว่าเค้าวางพื้นชั้นล่างบนคาน พื้นบ้านชั้นล่างไม่ติดกับดิน พื้นดินจึงไม่มีการเก็บความร้อนสะสมความร้อนไว้ดีเท่าห้องเรา ฉะนั้นใครต้องการเก็พลังงานความร้อนจากผนังต้องให้พื้นบ้านติดดินจริงคือไม่ต้องทำตีนเป็ดที่เสาเพราะมันจะยกพื้นบ้านให้ลอยเวลาดินใต้พื้นบ้านทรุดตัวลงในวันหลัง พื้นบ้านจึงไม่สำผัสกับพื้นดินครับ แต่ถ้าทำพื้นบ้าแบบผมต้องทำพื้นหนาและควรเป็นบ้านชั้นเดียวมิฉะนั้นพื้นบ้านรับแรงมากๆ อาจแตกร้าวได้ในภายหลังครับ) โอ! ตอนนี้แดดที่รักออกมาแล้ว :yahoo :yahoo :yahoo เมื่อคืนนี้ผมนอนหนาวมากๆ ต้องผ้าห่มสามผืนถึงค่อยยังชั่วหน่อยครับ แต่ตรงที่เปิดเช่นใบหน้ามันก็ยังเย็นอยู่อ่ะครับ ขนาดใส่มวกไอ้โม่งแล้วนะ จะคุมโปรงก็หายใจไม่ออก
-
พลังงานที่ได้คิดจากพื้นที่รับแสงครับ ส่วนอุณหภูมิคิดจากความเข้มแสงครับ
ตอนนี้เหลือโปรเจ็คแค่น้ำร้อนไว้สำหรับหน้าหนาว (หน้าร้อนอาน้ำเย็นได้) และจานเดียวกันนี้หน้าร้อนต้องทำความเย็นให้ได้ด้วย อยากขอข้อคิดเห็นของ อ. MC และน้อง NJL ครับว่าระบบที่มีประสิทธิภาพสุดๆ ทำจะอย่างไรดี?
ขอคุยเรื่องจากข้อความของน้อง NJL ที่ยกมาสักหน่อย พี่อาจเข้าใจผิดหรือไม่? พี่คิดว่าถ้าคิดแค่ตรงที่จาน ข้อความนี้น่าจะถูกต้อง แต่ถ้าคิดทั้งระบบมันควรจะมีตัวแปรเพิ่มจากนี้ที่น้องไม่ได้บอกไว้แต่คงจะรู้อยู่แล้ว คือการดึงความร้อนจากตัวจานก็มีผลต่อการเก็บพลังงานได้ได้ด้วย คือถ้าระบบดึงได้เร็วก้จะได้พลังงานสะสม มากกว่าระบบที่ดึงพลังงานได้ช้ากว่า และการที่เราจะเลือกรูปแบบของจานก็จะขึ้นอยู่กลับอุณภูมิที่เราต้องการจะใช้ว่าสูงเท่าไร
ที่ยกมานี้และเขียนให้ออกมาก็เพื่อจะได้พิจารณาโปรเจ็คของพี่ได้ถูกต้องตามความต้องการของลูกค้าสองราย คือถังน้ำอุ่นที่ไม่ต้องการความร้อนสูงนัก กับ เอาไปรนกระเปาะแอมโมเนียตู้เย็นที่พี่คิดว่ามันต้องการอุณหภูมิที่สูงมากระดับที่จานแบบรางทำได้ไม่ถึงเป็นแน่ เพราะเปลวไฟจากน้ำมันก๊าส น่าจะพอๆ กับความร้อนจากจานกลมมากกว่าละมัง? (อันนี้คิดจากการคาดเดา ถ้าผิดช่วยโต้แย้งด้วย)
-
อันแรกที่ทำน้ำร้อนควรใช้เฟลตเพลตครับ พี่เข้าใจถูกเผงเลยครับ หากแหล่งความร้อนมีอุณหภูมิสูงแล้วเรารับมาใช้ไม่ทัน มันจะสูญเสียหละครับ (คือ ระบบฮีทเอ็กเชนเจอร์เราต้องดีครับ) ดังนั้นทำน้ำร้อน 60 ดีกรีเซลเซียส ใช้แฟลตเพลตก็พอครับ (แต่ตัวรับรังสีแบบรวมแสงดีกว่าเวลาแดดอ่อนครับ) สรุปว่าหากระบบแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพสูงก็น่าใช้กว่าครับ (ของผมที่ซื้อเขามาใช้ที่อยู่บนหลังคาบ้านหลังสีส้มหนะครับ แดดเรืองๆก็ร้อนดีครับ แบบนี้ใช้ evacuated tube ครับ อาจารย์ผมเคยซื้อ อันละ 1000 บาทครับ เครื่องที่ผมใช้มี 18 อัน ทำน้ำเดือดได้ 80 ลิตรครับ) ระบบเฟลตเพลทลงทุนต่ำครับ เทียบกับแบบอื่น
พี่ไม่ลองทำแฟลตเพลทสร้างลมร้อนเข้าบ้านดูหรอครับ ลงทุนต่ำครับ หาไม้ทำเป็นถาดสี่เหลี่ยมรองโฟมเป็นฉนวน เอาแผ่นสังกะสีมุงหลังคามาทำดำด้านเป็นแพลท แล้วใช้กระเบื้องใสแทนกระจก ไม่น่าจะแพงมากครับ หากว่างผมกะว่าจะเอาลมร้อนตรงนี้ไปช่วยในการตากปลาเค็ม หรือหมูแดดเดียวครับ แต่ไม่มีเวลาจนถึงเดือนหน้าเลยครับ :cry2 :cry2
เรื่องความร้อนที่กระเปาะแอมโมเนียผมไม่แน่ใจว่าระบบตั้งอุณหภูมิระบบไว้เท่าไร แต่ไม่น่าจะเกิน 120 ดีกรีเซลเซียสครับ (จริงๆระบบเริ่มรันที่85ครับ) ต้องทำชุดแลกเปลี่ยนความร้อนดีๆครับ เอาความร้อนจากจานหรือราง มาทางท่อเทอร์โม แล้วมาแลกเปลี่ยนที่กระเปาะเลยครับ(ผมไม่เคยเห็นตู้เย็นแบบนี้ครับ นึกภาพกระเปาะไม่ออกครับ ;D ;D)
-
ผมมีเรื่องให้สมาชิกช่วยหน่อยครับ (เรื่องวัสดุ และความปลอดภัยครับ) คือมีวิธีทำถังเก็บน้ำร้อนราคาถูกๆและปลอดภัยไหมครับ ถังน้ำร้อนหากทำจากแสตนเลสขนาด 500 ลิตร มันแพงมากครับ
หากเราใช้ถังที่ทำด้วยอิฐฉาบปูนแล้วหุ้มฉนวน มันจะอันตรายไหมครับ น้ำร้อนอุณหภูมิ ไม่เกิน 60 องศาซี (เน้นเยอะไม่เน้นร้อนครับ จะได้เป็นน้ำสำรองด้วยเวลาประปาไม่ไหล แถวบ้านประปาหยุดบ่อยครับ(ผลิตไม่ค่อยทัน))
-
ผมมีเรื่องให้สมาชิกช่วยหน่อยครับ (เรื่องวัสดุ และความปลอดภัยครับ) คือมีวิธีทำถังเก็บน้ำร้อนราคาถูกๆและปลอดภัยไหมครับ ถังน้ำร้อนหากทำจากแสตนเลสขนาด 500 ลิตร มันแพงมากครับ
หากเราใช้ถังที่ทำด้วยอิฐฉาบปูนแล้วหุ้มฉนวน มันจะอันตรายไหมครับ น้ำร้อนอุณหภูมิ ไม่เกิน 60 องศาซี (เน้นเยอะไม่เน้นร้อนครับ จะได้เป็นน้ำสำรองด้วยเวลาประปาไม่ไหล แถวบ้านประปาหยุดบ่อยครับ(ผลิตไม่ค่อยทัน))
ถังประปา ท่อประปา ก็ยังใช้ปูนครับ แล้วยิ่งเราเอาไว้ใช้อาบและล้าง ไม่ได้ดื่มถือว่าปลอดภัยครับ ให้ใช้ท่อซีเมนต์สารพัดประโยชน์ (ไม่อยากใช้คำว่าที่เอาไปวางทำบ่อเกอะบ่อซึม แต่กลัวไม่เกทเลยต้องบอก) เทฐานปูนให้ดี แล้วเอาท่อนี้ (โตตามต้องการมี 60-150 cm) วางซ้อนๆ กัน ช่วงแรกๆ อาจไม่ต้องบรรจุน้ำปล่อยว่างไว้ แล้วค่อยหาแผ่นฝาปิดกันน้ำส่วนที่คิดว่าจะเป็นก้นแท็งนี้เอา แล้วก็วางท่อขึ้นไปเรื่อยๆ ตามปริมาตรที่เราต้องการครับ (แต่ขอให้สั่งทำท่อใหม่โดยเราค่อยคุมการทำด้วย ดูส่วนผสมให้ดี มีการบ่่มคอนกรีดให้ดี ยอมจ่ายแพงกว่าแล้วสะบายใจครับ หรือหาแบบมาหล่อเองเลยยิ่งดี ใช้หลวดเส้นใหญ่ๆ หลายๆ เส้นหน่อย คิดว่า ME คำนวณเรื่องนี้ได้ไม่พลาดเป็นแน่ครับ) พี่ก็คงยอมเสียพื้นที่ว่าจะทำแบบนี้เหมือนกันละครับ กะว่าจะใช้ท่อสัก 60 cm ก็คงเหลือเฟือแระ (ลืมไปยังมีท่อฝังใต้ถนนทีมีขนาดเล็กกว่านี้ก็ยังมีนะครับ (ท่อแบบนี้หนาและอข็งแรงกว่า) ยิ่งเล็กยิ่งไม่กลัวเรื่องมันจะแตก ถ้าใช้ท่อขนาด 150 cm ต้องคำนวณอีกทีนะว่ามันจะรับโลดของน้ำไหวหรือไม่? d_d :drunk
-
พี่ว่าจะทำเทอร์โมไซฟอนเอาความร้อนจากท่อไอเสียมาติดแก็สให้รถโฟล์คกันเลย อยากจะถามวิธีทำว่าให้ใช้ท่อทองแดงไปทำแว็คคั่มก่อนใช่หรือไม่ครับ? แล้วทีนี้เราต้องใส่น้ำลงไปปริมาณนึง อยากทราบว่าเราต้องใส่น้ำคิดเป็นเปอร์เซนของปริมาตรภายในท่อทองแดงที่เป็นแว็คคั่มเท่าไรครับ? ตอบทาง PM ก็ได้ครับ
เมื่อกี๊ไปทดลองเขย่าเทอโมซิฟอนอันที่ให้มาดูเป้นตัวอย่าง มันเหมือนไม่ได้ใส่น้ำไว้อย่างเดียวหรือเปล่า? เหมือนมีอะไรเป็นก้อนเล็กอยู่ข้างใน เพราะเขย่าแล้วมันดัง ก็อกๆๆ ดังมากกว่าน้ำธรรมดาครับ และอยากจะถามต่อด้วยถ้าเราใช้น้ำมันคงใช้ท่อได้ยาวไม่มากนัก ความยาวที่ทำโดยใช้สารคือน้ำ ควรยาวท่อนี้ไม่เกินเท่าไร? ถึงจะยังคงรักษาประสิทธิภาพได้สูงครับ
-
ตอบตรงนี้ดีกว่าครับ เผื่อมีสมาชิกอื่นๆทำเล่นอยู่ หรือจะทำเล่น(ทำเล่นแต่ใช้งานจริงครับ 55555)ด้วยกันครับ อีกอย่างความรู้จะได้แชร์กันแล้วอาจจะกลายพันธุ์เป็นความรู้ใหม่ครับ
ข้างในท่อบรรจุสารทำงานที่เป็นน้ำอย่างเดียวครับ ที่มันกระแทกเกิดจากการทำสุญญากาศครับ (เป็นตัวบ่งชี้ตัวนึงครับว่าทำถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าบรรจุ R22 แล้วต้องดังเช่นนี้ครับ ขึ้นอยู่กับค่าความหนาแน่นของสาร)
น้ำพาความร้อนได้มากสุดในบรรดาสารทำงาน เพราะความร้อนที่พาไปคือความร้อนที่ใช้เปลี่ยนสถานะ (ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ) ของน้ำมีค่าประมาณ 2500 kJ/kg ของเมทิลแอลกอฮอร์ก็อยู่ที่ประมาณ 1200 ของ R22 ประมาณ 340 หากใช้น้ำเป็นสารทำงานเราต้องทำให้มันพร้อมที่จะเดือดที่อุณหภูมิห้อง ดังนั้นเราจึงต้องลดความดันลงจากบรรยากาศ (Vacuum)
ท่อขนาด 3 หุนผมเคยทำยาวสุด 120 cm ความยาวสุดที่เคยทำคือ 2 เมตร ใช้ท่อขนาด 4 หุน แต่เป็นท่อตรงไม่ดัดไม่โค้ง ตรงส่วนที่เป็นอะเดียบาติกส์ต้องหุ้มฉนวนนะครับ ไม่เหมือนท่อสั้นๆที่ไม่ต้องหุ้มแต่จริงๆก็ควรหุ้มฉนวน หากต้องมีการดัดหลบโน่นนี่ พยายามให้สั้นกว่า 80 cm และควรมีทิศทางไหลขึ้นข้างบนอย่างเดียว คือดัดโค้งไม่เกิน 45 องศาและมีทิศทางขึ้นบนอย่างเีดียวครับ
ปริมาณสารทำงาน (แบบสำเร็จรูปฉีกซองเติมน้ำร้อนเลยครับ ผมกำหนดเองนะครับ หากต้องการโป๊ะเชะ ต้องคำนวณครับ ผมทำงานจริงก็ใช้แบบนี้ครับ)
สารทำงาน(น้ำ)ควรเติม 60-80 % ของส่วนอีแวปพอเรเตอร์ (เราต้องกำหนดส่วนดังนี้ a. evaporator b. condenser และ c. adiabatic โดย (a.= b.)= c/2 เช่นท่อยาว100cm a=b = 25 cm และ c=50 cm)
การทำท่อ
ตัดตามความยาวต้องการ แล้วพับปลายอีกด้านนึง(แบบหลอดยาสีฟัน)แล้วเชื่อมครับ เหลืออีกด้านก็เชื่อมติดกับจุ๊บเติมสาร(ใช้ของแอร์บ้าน) แล้วกรอกสารทำงาน(น้ำ)ลงไป แล้วเอาไปแวคคั่มครับ หากใช้ R22 เป็นสารทำงาน ก็เติมแบบเดียวกับเครื่องปรับอากาศครับ
กรณีไม่มีเครื่องแวคคั่ม (กรณีนี้ใช้ได้เฉพาะสารทำงานที่เป็นน้ำนะครับ) เติมน้ำเสร็จ(ควรเติมเกินสัก 5% ครับ) จิ้มลงหัวเตาแก๊สแลยครับ(หากใช้ตะกั่วเชื่อมให้ระวังละลายด้วยครับ ห่างนิดนึงก็ดีครับ)แล้วคอยกดศรของจุ๊บเติมสารเป็นจังหวะๆ พอจังหวะที่กดแล้วมีไอพุ่งออกมาก็ยกลงได้เลยครับ เอาน้ำประปาค่อยๆราดให้ท่อเย็น หากมีเสียงลั่นของท่อแสดงว่าเป็น perfect thermosyphon ครับ
-
แบบไม่ใช้เครื่องแวค ตอนผมเรียนอยู่ ผมโดน อ. ว่าลักไก่และอันตราย (ก็จริงนะครับ 555) แต่รุ่นน้องที่ทำโปรเจ็คใหญ่ๆที่ใช้ท่อเทอร์โมฯ วิ่งมาให้ผมแวคที่บ้านทุกคนเลยครับ ค่าแวคท่อละขวดครับ :drunk ;D (เตาอั้งโล่ที่นั่งปิ้งหมูนั่นแหละครับ รับแวคเฉพาะตอนแดดร่มลมตกครับ อิอิ เรียนจริงๆก็4ปีนั่นแหละ แต่ :drunk อยู่ 5 ปี ) คือผมแวคแล้วน้ำในท่อ(หลังแวค)พร้อมที่จะเดือดพอดีที่อุณหภูมิห้อง คือผมเอาปรากฎการณ์จริงของธรรมชาติเป็นตัวกำหนด(เกิดจากสถานการณ์เครื่องแวคไม่พอใช้และต่อคิวนานผมเลยกลับมาย่างหมูกินตอนเย็น ระหว่างย่างหมูก็เลยคิดได้แล้วลองมั่วดูครับ ได้เรื่องเลยครับ) แต่ใช้เครื่องแวคต้องให้สุญญากาศในท่ออยู่ที่จุด ที่น้ำเดือดในอุณหภูมห้องพอดีจึงจะปิดเครื่องแวค เครื่องแวคที่ใช้คอมแอร์รถยนต์ทำไม่มีวันทำได้ครับ ต้องเป็นแบบอย่างดี หรือแบบสองสเตจครับ
-
อันนี้คือผู้ร่วมวิจัยกับภาควิชาที่ผมเคยศึกษาอยู่ครับ http://www.esan-htdr.com/applied.html
-
เชิญเลยครับ ใครอยากจะทดลองทำดู เอาเก็บมาเล่นสู่กันฟังบ้างนะครับ ผมคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มีประโยชน์แอปพายร์เป็น มันจะสามารถใช้งานได้สารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ ขอบคุณน้อง NJL มากๆๆๆ ที่ให้ Know How แบบวิธีลักไก่ครับ :secret :secret :secret O0 O0 :victory จะลองแบบนี้เหมือนกันเลยละ แต่คงจะกดหัวลูกศรถี่ยิบกันเลยละ 555555555 (กลัวเหมือนกันอ่ะ เพราะลูกยังเล็ก....) ได้ผลอย่างไรจะเอามาเล่าสู่กันฟังในนี้อีกที ...พอนึกภาพออกแล้วครับว่าทำไมเขย่ามันจึงดังแบบเหมือนมีวัดถุหนักๆ ก้อนเล็กๆ อยู่ข้างใน ซึ่งก็คงเพราะภายในเป็นศูนย์กาศน้ำมันเลยเคลื่อนที่ได้อิสระไม่มีแรงเสียดทานจากอากาศ จึงปะทะกลับผนังหลอดรุนแรงมาก และมันก็จะเป็นตัวบ่งชี้ด้วยว่าถ้าเราเขย่าแล้วเสียงดังแบบนี้คือใช้งานได้ ถ้าไม่ได้ก้เผาต่อนิ! ขอขอบคุณมากๆๆๆๆ อีกครั้งครับ ....อ้อ! วันนี้ขอรายงานว่าห้องฟังเพลงที่เคยอุ่นยังไม่ค่อยอุ่นเท่าที่เคยเป็น แสดงว่าความร้อนภายใต้ห้องหายไปมากกว่าการเติมลงไปแค่วันเดียวจะพอ (ทั้งที่วันนี้แดดจัดทั้งวัน) คาดว่าคืนพรุ่งนี้ห้องนี้คงอบอุ่นเหมือนเดิมๆๆ d_d :drunk
-
แบบไม่ใช้เครื่องแวค ตอนผมเรียนอยู่ ผมโดน อ. ว่าลักไก่และอันตราย (ก็จริงนะครับ 555) แต่รุ่นน้องที่ทำโปรเจ็คใหญ่ๆที่ใช้ท่อเทอร์โมฯ วิ่งมาให้ผมแวคที่บ้านทุกคนเลยครับ ค่าแวคท่อละขวดครับ :drunk ;D (เตาอั้งโล่ที่นั่งปิ้งหมูนั่นแหละครับ รับแวคเฉพาะตอนแดดร่มลมตกครับ อิอิ เรียนจริงๆก็4ปีนั่นแหละ แต่ :drunk อยู่ 5 ปี ) คือผมแวคแล้วน้ำในท่อ(หลังแวค)พร้อมที่จะเดือดพอดีที่อุณหภูมิห้อง คือผมเอาปรากฎการณ์จริงของธรรมชาติเป็นตัวกำหนด(เกิดจากสถานการณ์เครื่องแวคไม่พอใช้และต่อคิวนานผมเลยกลับมาย่างหมูกินตอนเย็น ระหว่างย่างหมูก็เลยคิดได้แล้วลองมั่วดูครับ ได้เรื่องเลยครับ) แต่ใช้เครื่องแวคต้องให้สุญญากาศในท่ออยู่ที่จุด ที่น้ำเดือดในอุณหภูมห้องพอดีจึงจะปิดเครื่องแวค เครื่องแวคที่ใช้คอมแอร์รถยนต์ทำไม่มีวันทำได้ครับ ต้องเป็นแบบอย่างดี หรือแบบสองสเตจครับ
ถือว่าเป็นสุ๊ดดดดดดดดดด...ยอดการแอปล์พายกันเลยละครับ (คิดได้ไงเอาไฟรนตูดแทนการแวค) :victory :victory :victory O0 O0 O0 d_d :drunk
-
หลาย ๆ เรื่องมันไปไกลกว่าที่ผมเคยเล่นแล้วครับ .. (ย้ำว่า ทำเล่น เป็นแค่โ๕รงงานตอนเรียนมัธยม) กลักการที่ทำ จึง ตรง ๆ แล้วเน้นที่การได้น้ำร้อน หรือความร้อนเท่านั้นเอง
-
(กลัวเหมือนกันอ่ะ เพราะลูกยังเล็ก....) ;D 2f 2f
ไม่ระเบิดหรอกครับ ไม่แวคก็ทำงานครับ (คือไม่กดจุ๊บมันก็จะเดือดและทำงาน เมื่อมันทำงาน ก็หมายความว่าตัวมันจะขนความร้อนจากส่วนล่างไปทิ้งที่ส่วนบน หากไม่ทันจริงๆก็จะแค่บวมๆครับ แต่ไม่เคยระเบิดครับสำหรับน้ำ แต่ R22 เคยระเบิดคามือมาแล้วครับ :blowup เนื่องจากท่อมันผุกร่อนขณะใช้งานครับ เสียงดังดีครับ ;D ;D ) แต่ทำที่อุณหภูมิ 100 องศาซีขึ้นไป ถึงลิมิตบนของมันครับ (270 องศาซี) แต่หากแวคดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ผมก็ยังทำไม่ได้ครับ55555) มันจะเริ่มทำงานที่ลิมิตล่างที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิห้อง 2-3 องศาซีครับ(อันนี้ตามอุดมคติ หรือจากการคำนวณครับ) แต่ปกติที่ใช้งานจริงก็เริ่มทำงานที่ 40 องศาซี และเริ่มเดือดจนท่อมีเสียงลั่นที่ประมาณ 65 องศาซีครับ
-
สนใจ Heat Pipe ที่ส่งลงล่างได้น่ะครับ ถ้าเราใช่ท่อ แคบทิวบ์ ของตู้เย็น ที่เป็นท่อเล็กมากๆ ใส่เข้าไปในท่อใหญ่ได้ แล้วที่นี้มีหลักการทำเล่นแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนบ้างไหมครับ
-
มีความเป็นไปได้มากครับ ผมก็เคยคิดอยากทำครับ ท่อนอกขนาดสัก 4 หุนน่าจะเป็นสัดส่วนที่น่าจะลงตัว กระเปาะบนล่างสักหกหุน (ไส้จะมีเฉพาะส่วนอะเดียบาติกส์และล้ำเข้ามาในกระเปาะครึ่งนึง) ผมว่าถ้าพี่กับผมบ้านอยู่ใกล้กัน คงจัดหนักแล้วครับ ;D ;D ;D ผมขึ้น กทม ไปรอบนี้ ต้องจัดอะไรมาเล่นบ้าง ท่อทองแดงสักม้วนก็คงดีครับ ;D ;D ;D ;D
-
มันจะอยู่ในรูปแบบไส้ประเภทแคปทิว หากมันเล็กพอ การไหลกลับของของเหลวจะเป็นแบบแคปปิลารี คือส่วนที่เป็นไอไม่มีปัญหาในการไหลลงล่างครับ แต่พอไอกลายเป็นของเหลวที่ส่วนควบแน่นแล้วนี่สิ ของเหลวจะไหลหลับขึ้นบนได้อย่างไร ก็ต้องมีไส้หละครับ อันที่จริงไส้แบบไส้ตะเกียงก็น่าสนนะครับ ยัดไว้ในท่อ 2 หุน แล้วชั้นที่เป็นท่อไอ (ชั้นอก) เป็นขนาด 4 หุน ในโนตบุคเขาใช้ไส้แบบผงทองแดง หรือแบบครีบ
-
มันจะอยู่ในรูปแบบไส้ประเภทแคปทิว หากมันเล็กพอ การไหลกลับของของเหลวจะเป็นแบบแคปปิลารี คือส่วนที่เป็นไอไม่มีปัญหาในการไหลลงล่างครับ แต่พอไอกลายเป็นของเหลวที่ส่วนควบแน่นแล้วนี่สิ ของเหลวจะไหลหลับขึ้นบนได้อย่างไร ก็ต้องมีไส้หละครับ อันที่จริงไส้แบบไส้ตะเกียงก็น่าสนนะครับ ยัดไว้ในท่อ 2 หุน แล้วชั้นที่เป็นท่อไอ (ชั้นอก) เป็นขนาด 4 หุน ในโนตบุคเขาใช้ไส้แบบผงทองแดง หรือแบบครีบ
หาไวร์เมสห์ทองแดงที่เป็นแผ่นๆ เอามาตัดให้วนได้รอบภายในท่อพอดี แล้วยัดเข้าไปในท่อพี่คิดว่ามันน่าจะเวิร์คนะครับ :secret ถ้าหาแบบที่เป็นทองแดงไม่ได้ แบบสะแตนเลสส์พี่เคยเห็นว่ามีขายบ้านเราครับ (ใช้ได้ป่ะ?) d_d :drunk
-
สแตนเลสใช้ได้เลยครับ ไม่มีปัญหาครับ
ผมว่าพี่ต้องทำแน่เลยครับ หาเรื่องลงมือเลยครับ ผมช่วยดันครับ :showoff ทำได้จริงๆเราจะมีเครื่องมือไปแก้ปัญหาข้อจำกัดโปรเจ็คในหัวได้อีกเยอะเลยครับ d_d
ผมไปเห็นที่อุ่นแก้วกาแฟเสีัยบ USB ผมว่าเอาความร้อนจากแดดมาอุ่นซะเลย อาจกลายเป็นร้านกาแฟอะไรก็ไม่รู้ ระบบพลังงานทดแทนรุงรังไปหมด ฝรั่งอาจชอบก็ได้ครับ ;D ;D ;D
อุ่นน้ำให้ร้อน (preheat) ก่อนเข้าบอยเลอร์เครื่องชงกาแฟก็ได้ครับ อุ่นนมก็น่าจะโอ แต่ที่ไม่โอคือเงินทุน 555 ต้องค่อยๆทำไปเรื่อยๆครับ
-
สแตนเลสใช้ได้เลยครับ ไม่มีปัญหาครับ
ผมว่าพี่ต้องทำแน่เลยครับ หาเรื่องลงมือเลยครับ ผมช่วยดันครับ :showoff ทำได้จริงๆเราจะมีเครื่องมือไปแก้ปัญหาข้อจำกัดโปรเจ็คในหัวได้อีกเยอะเลยครับ d_d
ผมไปเห็นที่อุ่นแก้วกาแฟเสีัยบ USB ผมว่าเอาความร้อนจากแดดมาอุ่นซะเลย อาจกลายเป็นร้านกาแฟอะไรก็ไม่รู้ ระบบพลังงานทดแทนรุงรังไปหมด ฝรั่งอาจชอบก็ได้ครับ ;D ;D ;D
อุ่นน้ำให้ร้อน (preheat) ก่อนเข้าบอยเลอร์เครื่องชงกาแฟก็ได้ครับ อุ่นนมก็น่าจะโอ แต่ที่ไม่โอคือเงินทุน 555 ต้องค่อยๆทำไปเรื่อยๆครับ
ทำเป็นตัวอย่างไว้ก่อนเลย พี่รอบ้านดินเสร็จเอาแน่ร้านกาแฟอนุรักษ์พลังงาน ใช้แดดต้มน้ำร้อน ใช้กังหันน้ำปั่นปั๊มน้ำร้อน ไม่มีใครซื้อก็กินเองทุกวันอยู่แล้ว 55555 ขอเอามันส์เข้าไว้ก่อน ผ่อนส่งที่หลัง d_d :drunk ถ้าอยู่ใกล้กันสงสงโปรเจ็คเพียบแน่ๆ ทั้งแอมป์หลอดและก็พวกเอาพลังงานจากธรรมชาติต่างมาใช้ ยังมีอีกอย่างที่ได้แต่คิดแต่ยังไม่ได้ทำคือพลังงานจากลมครับ (ที่อยู่ตอนนี้ลมไม่ค่อยมีอ่ะครับ รอไปอยู่อีกที่รู้สึกว่ามีลมพัดทั้งวันเหมือนกัน) Y] Y] Y]
-
สรุปว่าหากระบบแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพสูงก็น่าใช้กว่าครับ (ของผมที่ซื้อเขามาใช้ที่อยู่บนหลังคาบ้านหลังสีส้มหนะครับ แดดเรืองๆก็ร้อนดีครับ แบบนี้ใช้ evacuated tube ครับ อาจารย์ผมเคยซื้อ อันละ 1000 บาทครับ เครื่องที่ผมใช้มี 18 อัน ทำน้ำเดือดได้ 80 ลิตรครับ) ระบบเฟลตเพลทลงทุนต่ำครับ เทียบกับแบบอื่น
สงสัยมาตั้งแต่อ่านครั้งแรก แต่พยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง แต่มันไม่ได้คำตอบครับ คือการใช้ Evacuated Tube ซึ่งมันก็คือ Heat Pipe ทองแดงผ่นสีดำจับยัดใส่หลอดแก้วนั่นเอง มันก็ไม่มีอะไรมากกว่าไมใช่หรือ? ทำไมยอมจ่ายตั้งพันบาทต่ออัน ทำเองไม่กี่ตังค์ หรือมันมีอะไรแอบแฝงอยู่อีก? ความสงสัยแรกครับ :-\ก็เข้าใจว่าใส่ไว้ในหลอดแก้วศูลยากาศมันกันลมพาความร้อนไป ซึ่งกรณีที่บ้านมีลมค่อนข้างนิ่ง หลอดแก้วนี้คงไม่จำเป็นละมัง? เราอาจวางท่อฮีทไปร์ใต้หล้งคาก็ได้ แล้วเอาโฟรมเป็นฉนวนเก็บความร้อน และกันความร้อนส่งลงมาข้างล่างด้วยในหน้าร้อน พี่ไม่เห็นว่าจะต้องจ่ายเงินหลอดละพันน่ะครับ d_d :drunk
แล้วการเอาท่อฮีทไปร์ไปใส่ในหลอดแก้ว กับว่าถ้าเรามุงบ้านด้วยหลังคาสังกระสีสีดำแล้ววางเจ้าฮีทไปร์แนนกับหลังคาสังกะสีที่กว้างมากๆ พื้นที่รับความร้อนก็มากกว่าด้วย มันควรที่จะได้รับความร้อนมากกว่า การใส่ในหลอดแค่ 18 อันวางเรียงกัน (สมุติพื้นที่น้อยกว่าหลังคาสังกะสีของบ้านแถบนั้นทั้งหมด 10 เท่า) พี่คิดว่าการวางฮีทไปร์ทำเอง สัก 36 อัน (ทำเองสักสองเท่าคือ 36 อัน ซึ่งต้นทุนอาจมีราคาต่ำกว่าซื้อเป็นสิปเท่า) ความสงสัยสอง :-\
ถ้าหลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีแถบที่รับความร้อนมี พท มากกว่า พท แผงรับขนาด 18 อัน เป็นสิบเท่า น้อง NJL คิดว่ามันจะได้พลังงานมากกว่าซื้อแบบแฝงสำเร็จไหมครับ? ถ้าได้งานนี้จะได้ซื้อท่อทองแดงทีละม้วนไปเลย (ซื้อยกม้วนคงได้ราคาถูกกว่า ถ้าเราเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดครับ) d_d :drunk คืออยากลงทุนต่ำแต่ได้ผลดีกว่า
-
มุงสังกะสีให้ลาดเอียงไปแนว เหนือ-ใต้นะครับ หลังคาลาดเอียงสัก 23-27 องศา เอาท่อทองแดงใส่ไว้ในร่องสังกะสีโดยหนุนขึ้นมาให้เท่ากับโฟกัสของลอนสังกะสี ................. เข้าท่ามั๊ย สังกะสีใหม่ ๆ มันเงาดีเหมือนกัน ระยะโฟกัสมันไม่ยาว สาย ๆ ถึงบ้าย จุดมันคงเคลื่อนไปไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดท่อทองแดง 2f 2f 2f
-
มุงสังกะสีให้ลาดเอียงไปแนว เหนือ-ใต้นะครับ หลังคาลาดเอียงสัก 23-27 องศา เอาท่อทองแดงใส่ไว้ในร่องสังกะสีโดยหนุนขึ้นมาให้เท่ากับโฟกัสของลอนสังกะสี ................. เข้าท่ามั๊ย สังกะสีใหม่ ๆ มันเงาดีเหมือนกัน ระยะโฟกัสมันไม่ยาว สาย ๆ ถึงบ้าย จุดมันคงเคลื่อนไปไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดท่อทองแดง 2f 2f 2f
Good idea! O0 O0
-
มุงสังกะสีให้ลาดเอียงไปแนว เหนือ-ใต้นะครับ หลังคาลาดเอียงสัก 23-27 องศา
สงสัยข้อนี้ทำไม่ได้ซะแล้วละครับ ดูจากแบบบ้านที่จะปลูกและความเหมาะสมต่อพื้นที่ที่มีจำกัด ถ้ามุงแบบนี้แล้วบ้านจะออกมาดูไม่ดีครับ (ขอเลือกให้บ้านดูดีไว้อันดับแรกครับ สิ่งที่จะได้รับจากพลังงานความร้อนเป็นรองครับ) บ้านผมจำเป็นต้องทำหลังคาสูงจากด้านทิศเหนือ แล้วลาดต่ำลงไปยังด้านทิศใต้ครับ ซึ่งจำทำให้หน้าหนาวตะวันอ้อมมาด้านนี้มากๆ จนทำให้ส่องกระทบผนังหน้าบ้านส่งผ่านความร้อนลงดิน ช่วยให้บ้านอุ่นในหน้าหนาว (คิดว่าผนังจะเก็บความร้อนจากแปดโมงถึงบ่ายสี่โมง มากกว่าห้องฟังเพลงในตอนนี้ซะอีก เลยคาดว่าบ้านช่วงกลางคืนคงอุ่นพอเพียง ผมเลยเลิกโครงการอุ่นด้วยท่อน้ำร้อนใต้ดิน) ส่วนในฤดูร้อนผมกะว่าจะทำหลังคาที่จะต้องยื่นออกมาพอดีไม่ให้แสงแดดตลอดทั้งวันส่องผนังหน้าบ้าน (คือถ้าผมวางหลังคาตามแนวนี้ผมจะได้ประโยชน์ตามที่ผมว่ามาแล้วด้วยน่ะครับ) ซึ่งเรื่องนี้ห้องฟังเพลงเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าแดดหน้าร้อนกับหน้าหนาวเป็นดังที่ผมว่ามาแล้ว และมันก็เห็นผลดีมากๆ เลยละครับ
เมื่อป็นเช่นนี้อยากให้ช่วยคิดต่อให้ด้วยว่าผมคิดผิดหรือเปล่า? ที่ไม่ทำตาม อ MC แนะนำมาเพราะหลังคาผมมันวางคนละทิศกัน และอีกอย่างหนึ่งผมก็กลัวว่าสังกะสีสมัยนี้ไม่กี่ปีมันจะเริ่มมีสนิมไม่สะท้อนแสงแล้วละมังครับ? ถ้าจะพ่นสีดำกันตอนหลังนี้กลัวสีจะไม่ติดเหมือนสังสีใหม่ๆ น่ะครับ ผมจึงคิดที่จะพ่นสีดำด้านยี่ห้อดีๆ แบบยี่ห้อรัสโอเร่มหรือที่ดีกว่านี้ถ้าหาได้ กันเลยในช่วงแรก ซึ่งมันก็น่าจะช่วยให้สังกะสีทนทานมากขึ้นอีกด้วย (ก็ไม่รู้คิดถูกหรือผิด?) แล้วผมจะวางท่อ Heat Pipe ใต้หลังคาเพื่อดึงความร้อนอย่างรวดเร็วจากใต้สังกะสีไปรวมกันที่ท่อ Header ใหญ่ที่อยู่สูงขึ้นไป (ทำท่อ Header ยาวตลอดสันหลังคา แล้วจึงระบายความร้อนเข้าถังเก็บ) แปะทับด้วยฉนวนความร้อน อาจใช้แบบที่เป็นม้วนๆ ที่เค้าวางใต้กระเบื้องมุงหลังคากันความร้อน (ก็กลัวฝุ่นใยแก้วที่อาจแตกปริออกมาของมันเหมือนกัน) หรืออาจใช้โฟรม (แต่ก็กลัวไม่ทนซะอีก แล้วจะใช้อะไรดี?) แล้วจึงปิดทับด้วยสมาร์ทบอร์ดในชั้นล่างสุดอีกชั้นหนึ่ง อาจดูลงทุนมากหน่อยแต่ผมคิดว่าใช้ได้ยาวครับ
เอาท่อทองแดงใส่ไว้ในร่องสังกะสีโดยหนุนขึ้นมาให้เท่ากับโฟกัสของลอนสังกะสี ................. เข้าท่ามั๊ย สังกะสีใหม่ ๆ มันเงาดีเหมือนกัน ระยะโฟกัสมันไม่ยาว สาย ๆ ถึงบ้าย จุดมันคงเคลื่อนไปไม่มากเมื่อเทียบกับขนาดท่อทองแดง 2f 2f 2f
หรือทำท่อ Heat Pipe ใส่มันทั้งข้างล่างและข้างบนกันเลย เพราะเราทำเอง ไม่ใช่อันละพัน (เราทำเองอาจถูกกว่าเป็นสิบเท่า) แล้วพ่นสีดำมัน แทนสีดำด้าน :-\ :-\ :-\
-
(http://s2.uppic.mobi/image-5084_4F157988.jpg)
ที่ผมต้องการความอบอุ่นนั้น บางทีคนภาคกลางและภาคใต้อาจจะไม่ค่อยรู่ซึ้ง ถึงความต้องการความอบอุ่นเป็นอย่างมากของผม วันนี้ผมตื่นออกจากห้องข้างล่าง (ห้องฟังเพลงไร้รีโซแนนซ์ที่คุยผ่านมานี่แหละ) เกือบแปดโมงครับ เพราะมัน :cold :cold :cold :cold :cold :cold :cold :cold ขึ้นมาเห็นปรอทวัดอุณภูมิโดนแดดส่องอยู่ มันยังอ่านได้ตามรูปเลย (ตัวนี้ให้ค่าถูกต้องครับ) แล้วลองคิดว่าตอนหกเช้าจะขนาดไหน? แล้วตอนตีหนึงตีสองจะขนาดไหน? ผมเคยตื่นมาเจอ 7-8 C ในบางวันเลยละครับ :drive1 :drive1 :drive1 d_d d_d d_d d_d :drunk :drunk :drunk :drunk :sun :sun :sun :sun :blowup :blowup :blowup :blowup
-
บ้านหันหน้าไปทางทิศใต้หรือเปล่าครับ ... หรือ หลังคาลาดลงทิศใต้ ถ้าที่อ่านดู หลังคาลาดลงทิศใต้ ก็ตรงกับที่ผมบอกครับ
รูปที่ 1 แนวทิศหลังคา จะเป็นทรงไหนก็แล้วแต่ แต่ควรมีหลังคาลาดลงทางทิศใต้
รูปที่ 2 ผมลองใช้โปรแกรมจำลองเงา ช่วงเดือนมกรา จะเห็นว่า หลังคาที่ลาดลงทิศให้ จะได้รับแสงแดดทั้งวันครับ
-
ใช่เลยครับ บ้านผมวางแบบนี้ โดนแดดส่องแบบนี้เป๊ะเลยละครับ แต่บ้านผมมันสองชั้น หลังคาจึงขึ้นไปอยู่ที่ชั้นที่สอง ตอนนี้หรือช่วงหน้าหนาวแดดจะส่องถึงครึ่งผนังของชั้นที่สอง เพราะหลังคาเลยตัวบ้านออกไปอีก พอหน้าร้อนแดดก็จะไม่ส่องโดนผนังทั้งชั้นล่างและชั้นบนครับ
ผมก็อ่านตีความหมายคำว่า "มุงสังกะสีให้ลาดเอียงไปแนว เหนือ-ใต้นะครับ" อยู่ตั้งนาน แต่ก็ยังตีความหมายผิดซะยังงั้น K] K] K] ถ้่อย่างนั้น ผมจะวางท่อ Heat Pipe ไว้ทั้งบนหลังคา ตามที่ อ. MC แนะนำมา แล้วก็วางใต้หลังคาตามที่น้อง NJL เคยแนะนำมาก็แล้วกัน แต่ก็อยากจะพ่นสีละครับ ไม่รู้ว่าสีแบบ ดำมัน หรือดำด้าน อันไหนจะเหมาะกับงานนี้มากกว่ากัน?
อ้อ! ผมขอถามอีกหนอยครับที่ว่า ปลูกบ้านให้ปลูกตามตะวัน หรือขวางตะวันกันแน่ครับ? แล้วในรูปคือแบบไหนครับ? ตามหรือขวาง?
-
ใช่เลยครับ บ้านผมวางแบบนี้ โดนแดดส่องแบบนี้เป๊ะเลยละครับ แต่บ้านผมมันสองชั้น หลังคาจึงขึ้นไปอยู่ที่ชั้นที่สอง ตอนนี้หรือช่วงหน้าหนาวแดดจะส่องถึงครึ่งผนังของชั้นที่สอง เพราะหลังคาเลยตัวบ้านออกไปอีก พอหน้าร้อนแดดก็จะไม่ส่องโดนผนังทั้งชั้นล่างและชั้นบนครับ
ผมก็อ่านตีความหมายคำว่า "มุงสังกะสีให้ลาดเอียงไปแนว เหนือ-ใต้นะครับ" อยู่ตั้งนาน แต่ก็ยังตีความหมายผิดซะยังงั้น K] K] K] ถ้่อย่างนั้น ผมจะวางท่อ Heat Pipe ไว้ทั้งบนหลังคา ตามที่ อ. MC แนะนำมา แล้วก็วางใต้หลังคาตามที่น้อง NJL เคยแนะนำมาก็แล้วกัน แต่ก็อยากจะพ่นสีละครับ ไม่รู้ว่าสีแบบ ดำมัน หรือดำด้าน อันไหนจะเหมาะกับงานนี้มากกว่ากัน?
อ้อ! ผมขอถามอีกหนอยครับที่ว่า ปลูกบ้านให้ปลูกตามตะวัน หรือขวางตะวันกันแน่ครับ? แล้วในรูปคือแบบไหนครับ? ตามหรือขวาง?
แนวทิศในการปลูกบ้านที่ดี (ถ้าไม่นับตามความเชื่อ) สำหรับผมคิดว่าเป็นหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ครับ เพราะ บ้านส่วนใหญ่ หน้าบ้านเป็นทางเข้าออก เป็นระเบียง เป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอนอยู่ด้านหลัง แสงอาทิตย์ตลอดปี สาดแนว หน้าบ้าน ทำให้ห้องด้านในและด้านหลังไม่ร้อนมากนัก อีกประการหนึ่ง ลมประจำประเทศเรา หน้าร้อน จะมาทาง ตะวันตกเฉียงใต้ บ้านจึงได้รับลม มากกว่าเมื่อเปิดประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นประตูบานใหญ่ ลมหนาวพัดมาจากทางเหนือเฉียงตะวันออกเล็กน้อย ทำให้หลังบ้านปะทะลม ในบ้านจึงไม่ได้รับอิทธิพลจากลมมากครับ ยกเว้น ความหนาวเย็นของอุณหภูมิเอง
-
ฟังแล้วดูเห็นด้วยเลยครับ หันหน้าทิศใต้น่าจะดีที่สุด แล้วใช่เป็นแบบขวางตะวันหรือไม่ครับ? (เส้นที่ลากจากหน้าบ้านไปหลังบ้านตัดกับแนวตะวันขึ้นและตก) แต่ถ้าคิดตามแนวสันหลังคา มันกลับกลายเป็นตามตะวันซะอีก ผมงงตรงนี้แหละว่าเขาเอาอะไรเป็นเกณฑ์? แนวเส้นหน้าและหลัง หรือแนวสันหลังคา? :-\ :-\ :-\ :-\
-
สรุปว่าหากระบบแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพสูงก็น่าใช้กว่าครับ (ของผมที่ซื้อเขามาใช้ที่อยู่บนหลังคาบ้านหลังสีส้มหนะครับ แดดเรืองๆก็ร้อนดีครับ แบบนี้ใช้ evacuated tube ครับ อาจารย์ผมเคยซื้อ อันละ 1000 บาทครับ เครื่องที่ผมใช้มี 18 อัน ทำน้ำเดือดได้ 80 ลิตรครับ) ระบบเฟลตเพลทลงทุนต่ำครับ เทียบกับแบบอื่น
สงสัยมาตั้งแต่อ่านครั้งแรก แต่พยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง แต่มันไม่ได้คำตอบครับ คือการใช้ Evacuated Tube ซึ่งมันก็คือ Heat Pipe ทองแดงผ่นสีดำจับยัดใส่หลอดแก้วนั่นเอง มันก็ไม่มีอะไรมากกว่าไมใช่หรือ? ทำไมยอมจ่ายตั้งพันบาทต่ออัน ทำเองไม่กี่ตังค์ หรือมันมีอะไรแอบแฝงอยู่อีก? ความสงสัยแรกครับ :-\ก็เข้าใจว่าใส่ไว้ในหลอดแก้วศูลยากาศมันกันลมพาความร้อนไป ซึ่งกรณีที่บ้านมีลมค่อนข้างนิ่ง หลอดแก้วนี้คงไม่จำเป็นละมัง? เราอาจวางท่อฮีทไปร์ใต้หล้งคาก็ได้ แล้วเอาโฟรมเป็นฉนวนเก็บความร้อน และกันความร้อนส่งลงมาข้างล่างด้วยในหน้าร้อน พี่ไม่เห็นว่าจะต้องจ่ายเงินหลอดละพันน่ะครับ d_d :drunk
แล้วการเอาท่อฮีทไปร์ไปใส่ในหลอดแก้ว กับว่าถ้าเรามุงบ้านด้วยหลังคาสังกระสีสีดำแล้ววางเจ้าฮีทไปร์แนนกับหลังคาสังกะสีที่กว้างมากๆ พื้นที่รับความร้อนก็มากกว่าด้วย มันควรที่จะได้รับความร้อนมากกว่า การใส่ในหลอดแค่ 18 อันวางเรียงกัน (สมุติพื้นที่น้อยกว่าหลังคาสังกะสีของบ้านแถบนั้นทั้งหมด 10 เท่า) พี่คิดว่าการวางฮีทไปร์ทำเอง สัก 36 อัน (ทำเองสักสองเท่าคือ 36 อัน ซึ่งต้นทุนอาจมีราคาต่ำกว่าซื้อเป็นสิปเท่า) ความสงสัยสอง :-\
ถ้าหลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีแถบที่รับความร้อนมี พท มากกว่า พท แผงรับขนาด 18 อัน เป็นสิบเท่า น้อง NJL คิดว่ามันจะได้พลังงานมากกว่าซื้อแบบแฝงสำเร็จไหมครับ? ถ้าได้งานนี้จะได้ซื้อท่อทองแดงทีละม้วนไปเลย (ซื้อยกม้วนคงได้ราคาถูกกว่า ถ้าเราเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดครับ) d_d :drunk คืออยากลงทุนต่ำแต่ได้ผลดีกว่า
มาแ้ว้วครับ ประเ็็ด็นแรกคือ หลอดแก้วที่ว่า ตัวรับรังสีอยู่ชั้นในสุด มีลักษณะเป็นแผ่นติดกับเทอร์โมไซฟอนท์ ชั้นถัดมาคีอสุญญากาศ ชั้นนอกสุดคือผิวแก้วด้านนอกครับ ที่ต้องใช้หลอดแก้วก็เพราะลมมันพัดแรงนั่นหละครับ แสงไปตกกระทบแผ่นรับรังสี และเปลี่ยนเป็นความร้อนที่ชั้นในสุด คลื่นแสงผ่านชั้นสุญญากาศเข้าไปได้แต่เมื่อกลายเป็นความร้อนแล้วจะออกมาไม่ได้ (นำ พา ความร้อนออกมาไม่ได้ ) หลอดพวกนี้เลยให้ความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงครับ (ผมวัดได้เฉลี่ยที่ 110 องศาซีที่ปลายเทอร์โมฯ)
ไม่เหมือนกับแบบแฟลตเพลทที่มีกระจกชั้นเดียวจำลองสภาพเรือนกระจก (มีแบบกระจกสองชั้นนะครับ ตรงกลางเป็นอากาศนิ่ง ก็ไม่ใช่สุญญากาศอยู่ดี และด้านข้างและด้านกลังก็เป็นฉนวนธรรมดา มันต้องมีค่าการนำความร้อนของวัสดุ แต่มีน้อย เขาเลยเรียกว่าฉนวน แต่ก็ยังมีค่านำความร้อนอยู๋ดีเพราะมันเป็นสสาร )
กระติกกาแฟที่เก็บน้ำร้อนได้เป็นวันตรงกลางก็สุญญากาศครับ แต่ส่วนใหญ่จะเสียความร้อนที่ฝาปิดเพราะมันไม่ได้เป็นสุญญากาศครับ
ประเด็นที่สองครับ พื้นที่มากกว่าพลังงานที่ได้จากดวงอาทิตย์ย่อมมากว่าครับ แต่จะเก็บไปใช้ได้เท่าไรต้องมา่ว่ากันอีกเรื่องครับ หากทำน้ำร้อน แผงเราทำอุณหูมิได้ 60 ก็พอแล้วครับ ซึ่งแบบแฟลตแพลททำได้สบายๆครับ แต่อย่าลืมว่าด้านรับแดดต้องมีกระจกปิดนะครับ ไม่งั้นไม่เกิดสภาวะเรือนกระจกในแผง เพราะความร้อนจะสูญเสียกับลมที่พาความร้อนออกไปครับ หากไม่ปิดแล้วจัดเต็มทั้งหลังคา ผมว่าทำแผงแบบมีกระจกปิดมีเนื้อที่ 1 ใน 10 ของหลังคาทั้งหมดดีกว่าครับ อย่างน้อยน้ำที่ได้ก็ร้อนกว่าครับ (ไม่มีกระจกแดดส่องมาสังกะสีร้อนก็จริง แต่ลมพาไปหมด แผงมีกระจกปิดจะเกิดกรีนเฮาส์ ความร้อนอบอยู่ข้างใน ให้นึกถึงรถปิดกระจกตากแดด กับลงกระจกไ้ว้ อันไหนร้อนกว่า อันไหนสะสมความร้อนดีกว่าครับ)
หากเป็นแฟล็ทเพลทขนาดแผง 1 ตร.ม. ทำน้ำร้อนได้ 70 ลิตรสบายๆ ครับ
ผิวที่รับแสงต้องดำด้านครับ ดำแววไม่ผ่านครับ แต่จริงๆต้องใช้สีโดยตรงของมันเลยครับ เรียกว่า selective surface coating แต่ผมหาซื้อไม่ได้ครับและน่าจะแพงด้วยครับ ดำด้านก็ร้อนตับแลบแล้วครับ
หากทำน้ำร้อน ให้เอาน้ำไปไซฟอนท์ในแฟลตเพลทเลยครับ หากให้ท่อเทอร์โมเอามา แล้วมาเปลี่ยนที่เฮดเดอร์มันจะสูญเสียเยอะครับ แต่ที่แบบหลอดแก้วต้องใช้ท่อเทอร์โมหรือฮีทไปท์ก็เพราะว่ามันร้อนเกินกว่าจะป้อนน้ำเข้าไปครับ (มันเดือดคลั๊กๆ) น้ำจะไม่เกิดการไหลวนครับ การไหลวนแบบธรรมชาติต้องอยู่ในช่วงลามินาโฟลว์ ครับ
-
ฟังแล้วดูเห็นด้วยเลยครับ หันหน้าทิศใต้น่าจะดีที่สุด แล้วใช่เป็นแบบขวางตะวันหรือไม่ครับ? (เส้นที่ลากจากหน้าบ้านไปหลังบ้านตัดกับแนวตะวันขึ้นและตก) แต่ถ้าคิดตามแนวสันหลังคา มันกลับกลายเป็นตามตะวันซะอีก ผมงงตรงนี้แหละว่าเขาเอาอะไรเป็นเกณฑ์? แนวเส้นหน้าและหลัง หรือแนวสันหลังคา? :-\ :-\ :-\ :-\
ผมคิดว่ายังไงก็ได้ครับ ไม่ให้ห้องนอนโดนแดดส่องทั้งวันครับ ด้านทิศใต้ของตัวบ้านจะโดนแดดส่องทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนตะััวันอ้อมใต้ โดนเต็มๆเลยครับ ห้องนอนจึงควรอยุ่ทางทิศเหนือครับ
-
สรุปว่าหากระบบแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพสูงก็น่าใช้กว่าครับ (ของผมที่ซื้อเขามาใช้ที่อยู่บนหลังคาบ้านหลังสีส้มหนะครับ แดดเรืองๆก็ร้อนดีครับ แบบนี้ใช้ evacuated tube ครับ อาจารย์ผมเคยซื้อ อันละ 1000 บาทครับ เครื่องที่ผมใช้มี 18 อัน ทำน้ำเดือดได้ 80 ลิตรครับ) ระบบเฟลตเพลทลงทุนต่ำครับ เทียบกับแบบอื่น
สงสัยมาตั้งแต่อ่านครั้งแรก แต่พยายามหาคำตอบด้วยตัวเอง แต่มันไม่ได้คำตอบครับ คือการใช้ Evacuated Tube ซึ่งมันก็คือ Heat Pipe ทองแดงผ่นสีดำจับยัดใส่หลอดแก้วนั่นเอง มันก็ไม่มีอะไรมากกว่าไมใช่หรือ? ทำไมยอมจ่ายตั้งพันบาทต่ออัน ทำเองไม่กี่ตังค์ หรือมันมีอะไรแอบแฝงอยู่อีก? ความสงสัยแรกครับ :-\ก็เข้าใจว่าใส่ไว้ในหลอดแก้วศูลยากาศมันกันลมพาความร้อนไป ซึ่งกรณีที่บ้านมีลมค่อนข้างนิ่ง หลอดแก้วนี้คงไม่จำเป็นละมัง? เราอาจวางท่อฮีทไปร์ใต้หล้งคาก็ได้ แล้วเอาโฟรมเป็นฉนวนเก็บความร้อน และกันความร้อนส่งลงมาข้างล่างด้วยในหน้าร้อน พี่ไม่เห็นว่าจะต้องจ่ายเงินหลอดละพันน่ะครับ d_d :drunk
แล้วการเอาท่อฮีทไปร์ไปใส่ในหลอดแก้ว กับว่าถ้าเรามุงบ้านด้วยหลังคาสังกระสีสีดำแล้ววางเจ้าฮีทไปร์แนนกับหลังคาสังกะสีที่กว้างมากๆ พื้นที่รับความร้อนก็มากกว่าด้วย มันควรที่จะได้รับความร้อนมากกว่า การใส่ในหลอดแค่ 18 อันวางเรียงกัน (สมุติพื้นที่น้อยกว่าหลังคาสังกะสีของบ้านแถบนั้นทั้งหมด 10 เท่า) พี่คิดว่าการวางฮีทไปร์ทำเอง สัก 36 อัน (ทำเองสักสองเท่าคือ 36 อัน ซึ่งต้นทุนอาจมีราคาต่ำกว่าซื้อเป็นสิปเท่า) ความสงสัยสอง :-\
ถ้าหลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีแถบที่รับความร้อนมี พท มากกว่า พท แผงรับขนาด 18 อัน เป็นสิบเท่า น้อง NJL คิดว่ามันจะได้พลังงานมากกว่าซื้อแบบแฝงสำเร็จไหมครับ? ถ้าได้งานนี้จะได้ซื้อท่อทองแดงทีละม้วนไปเลย (ซื้อยกม้วนคงได้ราคาถูกกว่า ถ้าเราเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดครับ) d_d :drunk คืออยากลงทุนต่ำแต่ได้ผลดีกว่า
มาแ้ว้วครับ ประเ็็ด็นแรกคือ หลอดแก้วที่ว่า ตัวรับรังสีอยู่ชั้นในสุด มีลักษณะเป็นแผ่นติดกับเทอร์โมไซฟอนท์ ชั้นถัดมาคีอสุญญากาศ ชั้นนอกสุดคือผิวแก้วด้านนอกครับ ที่ต้องใช้หลอดแก้วก็เพราะลมมันพัดแรงนั่นหละครับ แสงไปตกกระทบแผ่นรับรังสี และเปลี่ยนเป็นความร้อนที่ชั้นในสุด คลื่นแสงผ่านชั้นสุญญากาศเข้าไปได้แต่เมื่อกลายเป็นความร้อนแล้วจะออกมาไม่ได้ (นำ พา ความร้อนออกมาไม่ได้ ) หลอดพวกนี้เลยให้ความร้อนที่มีอุณหภูมิสูงครับ (ผมวัดได้เฉลี่ยที่ 110 องศาซีที่ปลายเทอร์โมฯ)
ไม่เหมือนกับแบบแฟลตเพลทที่มีกระจกชั้นเดียวจำลองสภาพเรือนกระจก (มีแบบกระจกสองชั้นนะครับ ตรงกลางเป็นอากาศนิ่ง ก็ไม่ใช่สุญญากาศอยู่ดี และด้านข้างและด้านกลังก็เป็นฉนวนธรรมดา มันต้องมีค่าการนำความร้อนของวัสดุ แต่มีน้อย เขาเลยเรียกว่าฉนวน แต่ก็ยังมีค่านำความร้อนอยู๋ดีเพราะมันเป็นสสาร )
กระติกกาแฟที่เก็บน้ำร้อนได้เป็นวันตรงกลางก็สุญญากาศครับ แต่ส่วนใหญ่จะเสียความร้อนที่ฝาปิดเพราะมันไม่ได้เป็นสุญญากาศครับ
ประเด็นที่สองครับ พื้นที่มากกว่าพลังงานที่ได้จากดวงอาทิตย์ย่อมมากว่าครับ แต่จะเก็บไปใช้ได้เท่าไรต้องมา่ว่ากันอีกเรื่องครับ หากทำน้ำร้อน แผงเราทำอุณหูมิได้ 60 ก็พอแล้วครับ ซึ่งแบบแฟลตแพลททำได้สบายๆครับ แต่อย่าลืมว่าด้านรับแดดต้องมีกระจกปิดนะครับ ไม่งั้นไม่เกิดสภาวะเรือนกระจกในแผง เพราะความร้อนจะสูญเสียกับลมที่พาความร้อนออกไปครับ หากไม่ปิดแล้วจัดเต็มทั้งหลังคา ผมว่าทำแผงแบบมีกระจกปิดมีเนื้อที่ 1 ใน 10 ของหลังคาทั้งหมดดีกว่าครับ อย่างน้อยน้ำที่ได้ก็ร้อนกว่าครับ (ไม่มีกระจกแดดส่องมาสังกะสีร้อนก็จริง แต่ลมพาไปหมด แผงมีกระจกปิดจะเกิดกรีนเฮาส์ ความร้อนอบอยู่ข้างใน ให้นึกถึงรถปิดกระจกตากแดด กับลงกระจกไ้ว้ อันไหนร้อนกว่า อันไหนสะสมความร้อนดีกว่าครับ)
หากเป็นแฟล็ทเพลทขนาดแผง 1 ตร.ม. ทำน้ำร้อนได้ 70 ลิตรสบายๆ ครับ
ผิวที่รับแสงต้องดำด้านครับ ดำแววไม่ผ่านครับ แต่จริงๆต้องใช้สีโดยตรงของมันเลยครับ เรียกว่า selective surface coating แต่ผมหาซื้อไม่ได้ครับและน่าจะแพงด้วยครับ ดำด้านก็ร้อนตับแลบแล้วครับ
หากทำน้ำร้อน ให้เอาน้ำไปไซฟอนท์ในแฟลตเพลทเลยครับ หากให้ท่อเทอร์โมเอามา แล้วมาเปลี่ยนที่เฮดเดอร์มันจะสูญเสียเยอะครับ แต่ที่แบบหลอดแก้วต้องใช้ท่อเทอร์โมหรือฮีทไปท์ก็เพราะว่ามันร้อนเกินกว่าจะป้อนน้ำเข้าไปครับ (มันเดือดคลั๊กๆ) น้ำจะไม่เกิดการไหลวนครับ การไหลวนแบบธรรมชาติต้องอยู่ในช่วงลามินาโฟลว์ ครับ
ถ้ารีเซิร์ทผลออกมาแบบนี้ก็ต้องเชื่อกันละครับ งั้น! โปรเจ็คหลังคาดำมันยุ่งยากเยอะแยะ เพื่อนที่ทำงานกระจกที่ลำพูนบอกว่ามีกระจกแผ่นที่เป็นศูนย์ยากาศเหลือใช้อยู่สองแผ่น 120x90cm เดี๋ยวไปซิวมาแปะทำเป็นกล่องแบนๆ ด้านบนกะด้านล่างใช้กระจกศูนยากาศ แล้วด้านข้างโดยรอบใช้แบบกระจกหนาๆ หน่อยเอาก็แล้วกัน O0 แบบนี้ดูจะยุ่งยากน้อยสุด (วันนี้ขอคุยแค่นี้ก่อนนะ วันนี้จะกลับไปเป็นเด็กนักเรียนดีใจมั๊กๆๆ จะเรียนกรีดยางครับ 5 วัน ต่อไปนี้คงมีเวลาคุยแค่ตอนหลังเลิกเรียนละครับ)
-
พี่ทำสวนยางเหมือนกันเหรอครับ (ผมไม่ได้ทำครับเพราะติดเกาะ ;D แต่เพื่อนสนิทผมทุกคนทำสวนยางทุกคนเลยครับ) เงินดีครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัดเองได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ต้องแบ่งพม่าครับ เป็นงานที่เงินดีและมีความสุข อยู่กะสวนกะต้นไม้
แฟลตเพลททำเป็นกระจกทุกด้านเลยเหรอครับ น้ำหนักจะเยอะหรือป่าวครับแต่ไม่มีใครทำเราต้องลองครับ แต่ผมคิดไปเองว่ามันดีกว่ามีเนียมและไม้ครับ มีวัสดุอยู่แล้วต้องลองครับ O0 O0 ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ากระจกแผ่นเรียบมีแบบสุญญากาศด้วยครับ K] K] อย่างงี้ก็ร้อนได้ใจเลยครับ ไม่รู้ว่ากระจกที่ว่ามันแพงมากไหมครับ และหาซื้อได้ที่ไหนครับ ช่างกระจกเรียกชื่อว่ากระจกอะไรครับ รบกวนพี่ด้วยครับ กระจกที่พี่มีอยู่สองแผ่นก็ทำน้ำร้อนได้เกือบ 200 ลิตรแล้วครับ
-
มีมีดกรีดยาง CARL SCHLIEPER( EYE BRAND)แล้วยังครับ ;D ;)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-F981_4F16C5CE.jpg)
ก่อนหน้านี้ให้พี่เขยของแฟนกรีดให้ ผลออกมาเป็นอย่างนี้เกือบทุกต้น ก็เลยบอกให้เลิก จะลองกรีดเองดูมั่ง ไปกรีดแบบไม่ได้เรียนอยู่คืนนึง น้ำยางไม่ค่อยไหลครับ เค้าเปิดอบรมย์พอดี (ดวง) ตอนอยู่ในสวนดึกๆ กรีดยางไปด้วย ผมว่ามันก็สนุกดี มีตื่นเต้นตกใจ กะพวกนกที่ตกใจเราบินหนี แล้วก็ร้องแบบแปลกๆ เป็นฝึกความกล้าดีครับ ไม่เคยกลัวผี แต่มันก็อดหวาดๆ ไม่ได้ แต่ก็อย่างที่น้อง NJL ว่ามากรีดเองได้เต็มๆ ครับ (แต่ไมรู้ว่าจะทำได้ซักกี่น้ำ 5555) ถึงอย่างไร ก็เรียนไว้เพื่อรู้ สอนคนอื่นที่ไม่เป็นเลยได้ หรือใครมาหลอกเราไม่ได้ก็พอใจแล้วละครับ :yahoo
กระจกแบบนี้ต้องสั่งขนาดให้พอดีกับที่จะใช้งานครับ ราคาเห็นเพื่อนว่าแพงกว่าปรกติหลายเท่า แต่ไม่ได้ถามต่อว่ากี่เท่าซะ K] มันเป็นกระจกสองชั้นแปะติดกันตรงกลางเป็นช่องว่าทำศูนยากาศไว้ครับ ถ้าต้องการอยากรู้รายละเอียดเดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ไปนอนบ้านที่ลำพูนจะถามให้ครับ
พี่สงค์ครับ วันนี้เค้าแจกมีดพร้อมหินสองก้อน ให้ฝนหมีดทั้งวัน (ปวดแขนไปหมดเลยครับ) ไม่ง่ายอย่างฝนหมีดทำกับข้าวเลย :-\ พรุ่งนี้คงเริ่มสอนกรีด เรื่องหมีดที่แนะนำมานั้นผมจะลองเดินถามร้านค้าดูนะครับ แต่ อ. ที่สอนบอกว่ายี่ห้อ คมดี ก็ใช้ได้ดี พี่ว่าไงครับ? หรือต้องยี่ห้อที่แนะนำอย่างเดียว และเค้ายังแนะนำให้มีหลายๆ อัน เพราะกรีดๆ ไปมันทื่อ ก็เปลี่ยนหมีดเลย ไม่ใช่ฝนหมีดไปกรีดไป เมื่อไรจะเสร็จ :nono :nono
-
เมื่อคืนนอนปวดแขนทั้งคืนเลยครับ เรียกว่าแทบจะไม่ได้หลับกันเลย ด้วยความปวดแขนและมันหนาว เลยลุกมาเปิดเพลงเบาๆ ดีกว่านอนไม่หลับแล้วยังทู้ซี๊นอนต่อ
(http://s2.uppic.mobi/image-7DFC_4EC4881C.jpg)
ไม่น่าเชื่อเปิกพักเดียวห้องอุ่นขึ้นมานิดหน่อยอย่างรู้สึกได้กันเลยละ :-\ :-\ :-\ เมื่อก่อนเคยอ่านที่คุยๆ กันว่าเปิดหลอดใหญ่ๆ หน้าหนาวให้มันอุ่น ผมคิดว่าล้อกันเล่นๆ เท่านั้น แต่ของผมใช้แอมป์โซลิด Class A มันก็ยังช่วยได้เลย สงสับต้องยก 211 SE ลงมาลองให้ความอบอุ่นกันดูบ้างซะแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-3FDB_4E79D4AD.jpg)
เช้านี้ขอแคนี้พอนะครับ เดี๋ยวต้องรับมีดกรีดยางอีกสักหน่อย ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีแรงกรีดหรือไม่? แขนมันปวดไปหมดเลย ลึกๆ แล้วผมก็หวังจะกรีดให้ได้รางวัลชนะเลิศ (คงหมดหวังซะแล้วละครับ) :cry2 :cry2 :cry2
-
ชอบระเบียงไม้ไผ่มากเลยครับ อารมณ์ให้ความรู้สึกเป็นส่วนนึงของธรรมชาติ O0 O0 หรือมีเด็กเล็กๆกำลังซนครับ
-
กรีดแบบนี้หน้ายางเสียหมด ลับมีดกรีดยางเหมือนลับมีดโกน หินลับสีออกเขียวเนื้อละเอียดเป็นหินธรรมชาติ
-
หาซื้อได้ที่ไหนครับ ในบ้านเรา ผมใช้แต่ดำด้านป๋องละ 50 บาท ไม่ทนครับ
http://www.builditsolar.com/Experimental/PaintAbsorbancy/GlossvsFlat.htm
-
ซื้อ HOME PRO แล้วแต่สาขา
-
ชอบระเบียงไม้ไผ่มากเลยครับ อารมณ์ให้ความรู้สึกเป็นส่วนนึงของธรรมชาติ O0 O0 หรือมีเด็กเล็กๆกำลังซนครับ
มี ดช. สองคนครับ 1 กับ 3 ขวบ กำลังซนเลยละ รัวนั่นซักจะเอาเจ้าตัวเล็กไม่อยู่แล้ว ตัวใหญ่คุยรู้เรื่อง
-
กรีดแบบนี้หน้ายางเสียหมด ลับมีดกรีดยางเหมือนลับมีดโกน หินลับสีออกเขียวเนื้อละเอียดเป็นหินธรรมชาติ
วันนี้ลับหมีดต่อ วันนี้นิ้วมือไม่มีแรงจับปากกาเซนต์ชื่อเลยครับ มีคนเป็นไข้กันเลยก็มีครับ ตอนนี้พักเที่ยงกลับมาทานข้าวบ้าน อบรมครั้งนี้ไม่มีข้าวเลี้ยง แต่คั้งก่อนหน้ามี :-\
-
(http://s2.uppic.mobi/image-F981_4F16C5CE.jpg)
ก่อนหน้านี้ให้พี่เขยของแฟนกรีดให้ ผลออกมาเป็นอย่างนี้เกือบทุกต้น ก็เลยบอกให้เลิก จะลองกรีดเองดูมั่ง ไปกรีดแบบไม่ได้เรียนอยู่คืนนึง น้ำยางไม่ค่อยไหลครับ เค้าเปิดอบรมย์พอดี (ดวง) ตอนอยู่ในสวนดึกๆ กรีดยางไปด้วย ผมว่ามันก็สนุกดี มีตื่นเต้นตกใจ กะพวกนกที่ตกใจเราบินหนี แล้วก็ร้องแบบแปลกๆ เป็นฝึกความกล้าดีครับ ไม่เคยกลัวผี แต่มันก็อดหวาดๆ ไม่ได้ แต่ก็อย่างที่น้อง NJL ว่ามากรีดเองได้เต็มๆ ครับ (แต่ไมรู้ว่าจะทำได้ซักกี่น้ำ 5555) ถึงอย่างไร ก็เรียนไว้เพื่อรู้ สอนคนอื่นที่ไม่เป็นเลยได้ หรือใครมาหลอกเราไม่ได้ก็พอใจแล้วละครับ :yahoo
กระจกแบบนี้ต้องสั่งขนาดให้พอดีกับที่จะใช้งานครับ ราคาเห็นเพื่อนว่าแพงกว่าปรกติหลายเท่า แต่ไม่ได้ถามต่อว่ากี่เท่าซะ K] มันเป็นกระจกสองชั้นแปะติดกันตรงกลางเป็นช่องว่าทำศูนยากาศไว้ครับ ถ้าต้องการอยากรู้รายละเอียดเดี๋ยวสิ้นเดือนนี้ไปนอนบ้านที่ลำพูนจะถามให้ครับ
พี่สงค์ครับ วันนี้เค้าแจกมีดพร้อมหินสองก้อน ให้ฝนหมีดทั้งวัน (ปวดแขนไปหมดเลยครับ) ไม่ง่ายอย่างฝนหมีดทำกับข้าวเลย :-\ พรุ่งนี้คงเริ่มสอนกรีด เรื่องหมีดที่แนะนำมานั้นผมจะลองเดินถามร้านค้าดูนะครับ แต่ อ. ที่สอนบอกว่ายี่ห้อ คมดี ก็ใช้ได้ดี พี่ว่าไงครับ? หรือต้องยี่ห้อที่แนะนำอย่างเดียว และเค้ายังแนะนำให้มีหลายๆ อัน เพราะกรีดๆ ไปมันทื่อ ก็เปลี่ยนหมีดเลย ไม่ใช่ฝนหมีดไปกรีดไป เมื่อไรจะเสร็จ :nono :nono
อูย..........เสียดายหน้ายางมากเลย :cry2
ผมเคยเห็นเขาลับมีดที่ จ.ตรังครับ....เขาใช้เบียร์แทนน้ำ หินลับใช้กระเบื้องปูพื้นเอามาเจียไห้พอดีลับมีดคมมากๆเลย รอยกรีดของคนที่กรีดมืออาชีพ เขากรีดเปลือกยางบางมากๆและไกล้เนื้อไม้มากๆแต่ไม่ถึงไม้ (อันนี้ต้องถาม พี่อะโกโก้ นะพี่แกรู้จริง)
-
ขอบคุณในคำแนะนำมากๆ เลยครับ คิดดูแล้วกระเบื้องน่ามีเนื้อที่ละเอียดดี และเนื้อกระเบื้องน่าจะไม่ค่อยเปื่อยเหมือนหินละเอียดที่ใช้อยู่ O0 :victory อะโกโก้ นี่คือชื่อในเวปนี้เขียนภาษาไทยหรืออังกฤษครับ :secret
-
ขอบคุณในคำแนะนำมากๆ เลยครับ คิดดูแล้วกระเบื้องน่ามีเนื้อที่ละเอียดดี และเนื้อกระเบื้องน่าจะไม่ค่อยเปื่อยเหมือนหินละเอียดที่ใช้อยู่ O0 :victory อะโกโก้ นี่คือชื่อในเวปนี้เขียนภาษาไทยหรืออังกฤษครับ :secret
ภาษาอังกฤษ ครับ (agogo) http://www.htg2.net/index.php?topic=28249.0 กระทู้นี้ครับ O0
-
ขอบคุณในคำแนะนำมากๆ เลยครับ คิดดูแล้วกระเบื้องน่ามีเนื้อที่ละเอียดดี และเนื้อกระเบื้องน่าจะไม่ค่อยเปื่อยเหมือนหินละเอียดที่ใช้อยู่ O0 :victory อะโกโก้ นี่คือชื่อในเวปนี้เขียนภาษาไทยหรืออังกฤษครับ :secret
ภาษาอังกฤษ ครับ (agogo) http://www.htg2.net/index.php?topic=28249.0 กระทู้นี้ครับ O0
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่แนะนำให้ d_d :drunk
-
หินลับมีด ถ้าได้มาตรฐานจริงๆต้องบอกความละเอียดเป็นกริด กริดเนี่ยเทียบกับเบอร์กระดาษทรายน้ำได้เลยครับ
หินลับมีด 2 หน้าที่ขายๆกัน ได้แค่หยาบสุดๆ กับหยาบ ลับให้ตายก็ไม่คมครับ แต่ก็ต้องมีติดไว้เพื่อตั้งคมเวลาคมมันบิ่น
หินความละเอียดปานกลาง ควรจะสักราวๆ 1000-2000 กริด ที่ผมใช้อย่คือหินลับกบไฟฟ้าของมากิต้าครับ 1200 กริด ถือว่าถูกถ้าเทียบกับหินลับมีดจากญี่ปุ่น
หินลับละเอียด ควรจะมีความละเอียดสัก 3000 กริดขึ้นไป ถ้าเบอร์ละเอียดกว่า 3000 กริด จะแพงมากครับ หินลับสัก 3000 กริด ก็ลับได้คมมากแล้วครับ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ที่ต้องมีหินความละเอียดต่างๆกัน เพราะถ้าคมสึกมาก ต้องลับจากหินที่หยาบก่อน โดยมากถ้าคมไม่บิ่น ผมก็ลับโดยใช้หินละเอียดปานกลางเลยครับ
เพราะถ้าใช้แต่หินละเอียด กว่าจะคมมันจะเสียเวลา + กินแรงมาก
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การที่หินลับเปื่อยออกไป เป็นข้อดีอันนึงของหินลับน้ำครับ หน้าหินที่เปื่อยออกไปทำให้ ได้หน้าหินที่คมอย่างคงที่ตลอด ไม่ต้องขัดหน้าหินออกไปเหมือนพวกหินลับสังเคราะห์
หินมากิต้าของผมก็เปื่อยออกไปครับ หินสไตล์ญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กระเบื้องเจียให้เรียบ ผมก็ใช้เป็นหินลับละเอียดอยู่ครับ ได้ไอเดียมาจากหินลับเซรามิกของญี่ปุ่น
แต่ของผมไมได้เจียเครื่องครับ ผมลับด้วยหินลับ 2 หน้า จนมันเรียบ เหอๆ เสียหินลับอันนั้นไปเลย + เหนื่อยโคดๆ แต่ทำเพราะซื้อหินลับญี่ปุ่นไม่ลงครับ แพงจัด :giveup :giveup
ความละเอียดก็โอเคนะครับ ใช้เป็นหินลับละเอียดได้เลย ถ้าปรับผิวหน้าจนเรียบจริงๆ+มีดดี+เทคนิคลับดี คมจนคัตเตอร์อายไปเลย
แต่หินลับที่ทำจากกระเบื้อง ผมว่าถ้าทำเป็นหินลับน้ำมันจะลับได้ดีกว่าลับน้ำครับ ลับได้เร็วกว่า คมไม่แพ้กัน
-
แผ่นกระเบื้องแทนหินกากเพชร ลับตรงปีก วี หินเขียวละเอียดลับตรงกลางให้คมเหมื่อนมีดโกน
-
ได้เพื่อนคุยเรื่องกรีดยางอีกคนแล้วเรา ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่คุยมาไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นภาพ เลยละครับ เมื่อก่อนมองว่ามันดูเหมือนง่ายๆ ไม่ว่าจะการลับหมีดหือการกรีดยาง แค่ลับหมีดผมก็ยังไม่สามารถทำได้เองเลยในตอนนี้ ต้องให้อาจารย์ลับให้ แล้วลองเอากรีดดู (มีต้นมาให้ลองกรีดกันคนละตันเลยละ) ของอาจารย์ลับให้ ผมใช้มือเดียวกรีดไม่ต้องออกแรงกันเลย แต่ที่ผมลับเองต้องใช้สองมือประคอง ยังรู้สึกได้เลยว่ามันดึงมือมากกว่าเยอะ (22 คนที่เรียนก็ยังไม่มีใครลับหมีดผ่านซักคนเหมือนกัน) มีเคร็ดลับอะไรเรื่องการกรีดยางเอามาแบ่งๆ บ้างครับ d_d :drunk
วันนี้เรียนยังไม่ทันเสร็จโปรเจ็คพลังน้ำของอนามัยที่บ้าน ผอ. เรียกไปคุยว่าจะเริ่มดำเนินการสร้างเร็วๆ นี้ เรื่องตัวกังหัน อยู่ในหัวผมแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร? (แต่ภายในหัวมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอยู่เกือบทุกอาทิตย์ครับ แล้วจะเอาออกมาให้ดูจากในหัวผมตอนนี้) แต่ปัญหาตอนนี้ที่ยังไม่รู้จะทำอย่างไร? คือไฟที่จะได้จากพลังน้ำนี้นั้นกะไว้ว่าน่าเกือบ 3-4 หรืออาจ 5 kW กันเลยทีเดียว โจธท์คือกลางวันมีแอร์ 4 ตัวหลักๆ ที่จะต้องจ่ายไฟให้มัน 220v ให้ได้ แล้วผมจะทำระบบไฟให้มันนิ่งแบบต้นทุนต่ำๆ ได้อย่างไรดี? :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ ขอถามน้อง NJL ว่ามีเพื่อนที่เรียนทำโปรเจ็คแบบนี้บ้างไหม? และขอเชิญเพื่อนๆ ทีเคยเข้ามาคุยช่วยสารต่อเรื่องที่คุยค้างไว้ด้วยครับบบบบ (นี่แหละผมถึงตั้งกระทู้ใหม่ว่ามีเรื่องพลังจากน้ำด้วยไง เพราะมันยังไม่แล้วเสร็จเลย) งบมีมาให้ 5 หมื่น แต่ให้ซื้อของจากร้อานของเก่าได้ คือเชื่อใจกันว่าอยากได้พลังงานเยอะด้วยต้นทุนถูกที่สุด งบนี้อาจเพิ่มได้อีกนิดถ้าจำเป็น คือเห็นจุดคืนทุนที่ชัดเจน ค่าไฟที่อนามัยแห่งนี้จ่ายเฉลี่ยต่อปีคือเดือนละ 2500 บาทครับ
-
แผ่นกระเบื้องแทนหินกากเพชร ลับตรงปีก วี หินเขียวละเอียดลับตรงกลางให้คมเหมื่อนมีดโกน
หินเขียวไม่รู้จักตอนนี้ใช้หินดำๆ เป็นหินละเอียดมากๆ ครับ แล้วก็เปื่อยที่ที่คุณโอห์มว่ามาครับ กระเบื้องที่ทำใช้กระเบื้องยี่ห้ออะไรดีครับ? แบบกระเบื้องแกรนิโต้เลยดีไหม?
-
โปรเจ็คปั่นไฟจากพลังงานทดแทนยังไม่มีครับ มีแต่ปรับปรุงระบบไฟในอาคารให้ประหยัดไฟประมาณนี้ครับ ที่เยอะๆคือพลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล แต่พอออกความคิดเห็นได้ครับ (ช่วยกันยิง มันต้องโดนสักนัดครับ ;D ;D )
ขอข้อมูลเบื้องต้นครับ
ความแรงของการไหลคงที่ไหมครับ ถ้าค่อนข้างคงที่ก็น่าจะง่ายขึ้นครับ
หากเคยปั่นไฟได้เกิน 220 ไหมครับ
ทำเป็นดีซี มีบัฟเฟอร์ แล้วค่อยอินเวอร์เตอร์เป็น 220 แต่ระบบแพงแน่นอน
ตัวกินไฟคือแอร์ เปลี่ยนเป็นคอมเพรสเซอร์รถยนต์แล้วใช้แรงจากกังหันปั่นเลยครับ ส่วนแรงเหลือปั่นไฟใช้ครับ
ผมคิดไปเรื่อยครับอาจใช้ไม่ได้ แต่ได้คิดก็สนุกดีครับ
-
โปรเจ็คปั่นไฟจากพลังงานทดแทนยังไม่มีครับ มีแต่ปรับปรุงระบบไฟในอาคารให้ประหยัดไฟประมาณนี้ครับ ที่เยอะๆคือพลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล แต่พอออกความคิดเห็นได้ครับ (ช่วยกันยิง มันต้องโดนสักนัดครับ ;D ;D )
ขอข้อมูลเบื้องต้นครับ
ความแรงของการไหลคงที่ไหมครับ ถ้าค่อนข้างคงที่ก็น่าจะง่ายขึ้นครับ
หากเคยปั่นไฟได้เกิน 220 ไหมครับ
ทำเป็นดีซี มีบัฟเฟอร์ แล้วค่อยอินเวอร์เตอร์เป็น 220 แต่ระบบแพงแน่นอน
ตัวกินไฟคือแอร์ เปลี่ยนเป็นคอมเพรสเซอร์รถยนต์แล้วใช้แรงจากกังหันปั่นเลยครับ ส่วนแรงเหลือปั่นไฟใช้ครับ
ผมคิดไปเรื่อยครับอาจใช้ไม่ได้ แต่ได้คิดก็สนุกดีครับ
งั้นเอาข้อมูลแบบกะไปลองจินตรนาการดูก่อนละกัน ฝายน้ำล้นคอนกรีดแน่นหนาแข็งแรง เดี๋ยวไปหารูปมาให้ดูดีกว่า
(http://uppic.mobi/image-7090_4E0AA806.jpg)
รูปนี้ผมยังไม่ได้ทำ แค่ไปเห้นเค้าทำแล้วไม่น่าจะเวิร์คก็เลยไปอาสาหมออนามันที่เป็นผู้หญิงล้วน แต่ความคิดริเริ่มที่อนามัยที่เป็นผู้ชายได้อายครับ
ในรูปน้ำยังไม่เต็มที่นะครับ ถ้าเต็มที่ตรงน้ำล้นนั่นเอาไม้เซอร์ร่าฝาบ้านไปปิดมันยังล้น หน้ากว้างตรงน้ำล้นประมาณเกือบสี่เมตร น้ำตกลงมาพื้นล่างประมาณเมตรครึ่ง (วันหลังจะวัดค่าที่ถูกต้องมาให้ครับ) น้ำจะมีคงที่ระดับเต็มที่ประมาณ 9-10 เดือน นอกจากนี้จะไหลประมาณที่เห็นครับ (ก็ไม่น้อยเหมือนกันนะครับ) คือพี่จะออกแบบกังหันให้เกือบเต็มพื้นที่ (หรือเต็มไปเลย แล้วเจาะช่องระบายฉุกเฉินกันใหม่ กรณีปิดไม่ให้น้ำผ่านช่องกัง 100%) ความโตกังหันแล้วแต่จะหาเหล็กตามร้านของเก่าได้มาด้วยราคาเท่าไร? (คือขึ้นอยู่กับการแบ่งงบตรงนี้ด้วย ยิ่งโตกังหันได้โตมากๆ กำลังงานเราก็จะได้มาก พี่ถึงยังกะกำลังที่จะได้ไม่ถูกในตอนนี้ละครับ) จะออกแบบให้กังหันรับทั้งแรงน้ำที่ตก และก็รับแรงน้ำที่ไหลผ่านใบพัดส่วนข้างล่างด้วยพร้อมๆ กัน (คือต้องให้ใบพัดติดพื้นมากที่สุด พวกอุปกรณ์ที่เห็นเกะกะจะถูกรื้อถอนออกทั้งหมด) เสียดายภาพที่เคยโมจากภาพที่เห้นอยู่นี้ ด้วยหน้ากว้างกังหันแค่ 50 cm รับแต่น้ำที่ตกลงมาอย่างเดียว (น้ำตกที่เห็นในภาพ แต่น้ำมากกว่านี้นะครับ) มันยังสามารถขับเครื่องสูบน้ำแบลูกสูบพร้อมกับจ่ายไฟได้อีกประมาณ 300 วัตต์ คือถ้าไม่เดินปั๊มน้ำด้วย ใช้แต่ไปอย่างเดียวคงจ่ายให้แอร์ตัวนึงได้ครับ
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
คือผมจะเอามาเทเป็นฉนวนถังน้ำร้อนครับ
เมื่อวานผมเข้าไปดูระบบทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (เป็นระบบปานกลาง ใช้ทั้งรีสอร์ท) ที่รีสอร์ทเพื่อนของคุณพ่อครับ ของแพงคือถังเก็บน้ำร้อน กับปั๊มหมุนเวียนระบบครับ
ปั๊มหมุนเวียนเขาเสียตัวนึง (ใช้งานมาสิบกว่าปีแล้วครับ) ฝากผมซื้อ ผมเช็คราคาเกือบหมื่นครับ :cold ตัวเท่ากำปั้นเองครับ
ผมเลยจะทำการลดต้นทุนตรงส่วนถังน้ำร้อนครับ ถังน้ำร้อนสแตนเลส 300 ลิตร ราคาสี่หมื่นกว่าบาทครับ ผมจะลองทำกับคอนกรีตดูครับ ว่า 500 ลิตร จะใช้ค่าใช้จ่ายกี่บาทครับ แล้วจะทำใช้เองสักชุดนึงก่อนครับ
-
แผ่นกระเบื้องแทนหินกากเพชร ลับตรงปีก วี หินเขียวละเอียดลับตรงกลางให้คมเหมื่อนมีดโกน
หินเขียวไม่รู้จักตอนนี้ใช้หินดำๆ เป็นหินละเอียดมากๆ ครับ แล้วก็เปื่อยที่ที่คุณโอห์มว่ามาครับ กระเบื้องที่ทำใช้กระเบื้องยี่ห้ออะไรดีครับ? แบบกระเบื้องแกรนิโต้เลยดีไหม?
กระเบื้องปูพื้นเนื้อธรรมดาก็ลับได้คมมากๆแล้วล่ะครับ เรีบกว่าลับได้แบบมีดคัตเตอร์อาย
แกรนิตโต้ เนื้อแน่น ละเอียดกว่ากระเบื้องธรรมดาก็จริง แต่ยิ่งละเอียดยิ่งใช้เวลาลับนาน ลองเอากระเบื้องธรรมดามาลองดูก่อน ถ้ายังคิดว่าคมไม่พอ ค่อยเอาแกรนิตโตมาใช้
ถ้าแต่เดิมไม่คม รึคมบิ่นไป จะต้องลับกับหินหยาบก่อน ไล่ไปหาหินที่ละเอียดขึ้น เพราะงั้นถ้าจะใช้แกรนิตโต้จริง ก็ต้องมีกระเบื้องเนื้อธรรมดาไว้ลับก่อนอยู่ดีล่ะครับ
ถ้าข้ามความละเอียดของหินลับมากเกินไป บางทีนอกจะเสียเวลาลับแล้ว ยังไม่คมเท่าค่อยๆลับกับหินละเอียดลดหลั่นกันมาเลยครับ
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
โฟมมีสองแบบครับ ผมจำชื่อเรียกมันไม่ได้
จำได้ว่าแบบที่หนึ่งคือสีขาวที่เราเห็นทั่วๆไป ซึ่งต้องใช้เครื่องจักร ไม่สามารถทำเองแบบบ้านๆได้ครับ
แบบที่สองโฟมเหลือง มักใช้ในตู้เย็นหรือกระติกน้ำแข็งพลาสติก แบบนี้เป็นสารเคมีผสมแล้วเป็นของเหลวและจะฟูขึ้น
ทำเองได้ครับ แต่มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพครับ ... ถ้าทำเสร็จแล้วใช้งานในระบบปิดก็ไม่เป็นไร ระวังตอนทำก็พอครับ
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
คือผมจะเอามาเทเป็นฉนวนถังน้ำร้อนครับ
เมื่อวานผมเข้าไปดูระบบทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (เป็นระบบปานกลาง ใช้ทั้งรีสอร์ท) ที่รีสอร์ทเพื่อนของคุณพ่อครับ ของแพงคือถังเก็บน้ำร้อน กับปั๊มหมุนเวียนระบบครับ
ปั๊มหมุนเวียนเขาเสียตัวนึง (ใช้งานมาสิบกว่าปีแล้วครับ) ฝากผมซื้อ ผมเช็คราคาเกือบหมื่นครับ :cold ตัวเท่ากำปั้นเองครับ
ผมเลยจะทำการลดต้นทุนตรงส่วนถังน้ำร้อนครับ ถังน้ำร้อนสแตนเลส 300 ลิตร ราคาสี่หมื่นกว่าบาทครับ ผมจะลองทำกับคอนกรีตดูครับ ว่า 500 ลิตร จะใช้ค่าใช้จ่ายกี่บาทครับ แล้วจะทำใช้เองสักชุดนึงก่อนครับ
ลองติดต่อ ร้านทำหลังคาเมตัลชีทดูครับ จะมีช่างฉีดโฟมที่เป็นฉนวนกัยความร้อน หรือไม่ก็เอาฉนวนกันความร้อนแบบมีฟอล์ยหุ้มรอบถัง ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
โฟมมีสองแบบครับ ผมจำชื่อเรียกมันไม่ได้
จำได้ว่าแบบที่หนึ่งคือสีขาวที่เราเห็นทั่วๆไป ซึ่งต้องใช้เครื่องจักร ไม่สามารถทำเองแบบบ้านๆได้ครับ
แบบที่สองโฟมเหลือง มักใช้ในตู้เย็นหรือกระติกน้ำแข็งพลาสติก แบบนี้เป็นสารเคมีผสมแล้วเป็นของเหลวและจะฟูขึ้น
ทำเองได้ครับ แต่มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพครับ ... ถ้าทำเสร็จแล้วใช้งานในระบบปิดก็ไม่เป็นไร ระวังตอนทำก็พอครับ
อันหลังโฟมเหลืองก็ใช้ได้เลยครับ สารเคมีที่ว่าหาซื้อได้ที่ไหนครับผม
ส่วนอันแรกผมเห็นในเวปนอกเขาทำเล่นเองครับ เอาเศษโฟม สไตรโรโฟม (โฟมกล่องข้าว) ใส่แล้วมันฟูเหมือนกันครับ
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
คือผมจะเอามาเทเป็นฉนวนถังน้ำร้อนครับ
เมื่อวานผมเข้าไปดูระบบทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (เป็นระบบปานกลาง ใช้ทั้งรีสอร์ท) ที่รีสอร์ทเพื่อนของคุณพ่อครับ ของแพงคือถังเก็บน้ำร้อน กับปั๊มหมุนเวียนระบบครับ
ปั๊มหมุนเวียนเขาเสียตัวนึง (ใช้งานมาสิบกว่าปีแล้วครับ) ฝากผมซื้อ ผมเช็คราคาเกือบหมื่นครับ :cold ตัวเท่ากำปั้นเองครับ
ผมเลยจะทำการลดต้นทุนตรงส่วนถังน้ำร้อนครับ ถังน้ำร้อนสแตนเลส 300 ลิตร ราคาสี่หมื่นกว่าบาทครับ ผมจะลองทำกับคอนกรีตดูครับ ว่า 500 ลิตร จะใช้ค่าใช้จ่ายกี่บาทครับ แล้วจะทำใช้เองสักชุดนึงก่อนครับ
ลองติดต่อ ร้านทำหลังคาเมตัลชีทดูครับ จะมีช่างฉีดโฟมที่เป็นฉนวนกัยความร้อน หรือไม่ก็เอาฉนวนกันความร้อนแบบมีฟอล์ยหุ้มรอบถัง ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน
ใช้ได้เหมือนกันครับ แต่มันบาง และเข้ารูปลำบากครับ คือจะมีถังชั้นในเป็นระบบปิด และมีถังชั้นนอกเป็นเฟรม แล้วตรงกลางคือฉนวนครับ หากเราเทแล้วมันฟูเองได้ก็จะทำงานง่ายครับผม
ผมตั้งใจจะทำถังเก็บน้ำร้อน 500 ลิตร ด้วยงบไม่เกิน 5000 บาทครับ ซื้อใช้ก็ 4 หมื่นกว่าบาทครับ นอกในเป็นสแตนเลส 304 ครับ ของผมนอกในคงเป็นคอนกรีต หมดสิทธิ์เคลื่อนย้าย ;D ;D
-
ผมออกจากโรงงานนั้นมา 20 ปีได้แล้วมั๊ง ไม่เหลืออะไรติดในหัวเลยครับ
ลองดู http://www.allartcenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538792373 (http://www.allartcenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538792373) น่าจะใช้ได้ครับ
-
แผ่นกระเบื้องแทนหินกากเพชร ลับตรงปีก วี หินเขียวละเอียดลับตรงกลางให้คมเหมื่อนมีดโกน
หินเขียวไม่รู้จักตอนนี้ใช้หินดำๆ เป็นหินละเอียดมากๆ ครับ แล้วก็เปื่อยที่ที่คุณโอห์มว่ามาครับ กระเบื้องที่ทำใช้กระเบื้องยี่ห้ออะไรดีครับ? แบบกระเบื้องแกรนิโต้เลยดีไหม?
กระเบื้องปูพื้นเนื้อธรรมดาก็ลับได้คมมากๆแล้วล่ะครับ เรีบกว่าลับได้แบบมีดคัตเตอร์อาย
แกรนิตโต้ เนื้อแน่น ละเอียดกว่ากระเบื้องธรรมดาก็จริง แต่ยิ่งละเอียดยิ่งใช้เวลาลับนาน ลองเอากระเบื้องธรรมดามาลองดูก่อน ถ้ายังคิดว่าคมไม่พอ ค่อยเอาแกรนิตโตมาใช้
ถ้าแต่เดิมไม่คม รึคมบิ่นไป จะต้องลับกับหินหยาบก่อน ไล่ไปหาหินที่ละเอียดขึ้น เพราะงั้นถ้าจะใช้แกรนิตโต้จริง ก็ต้องมีกระเบื้องเนื้อธรรมดาไว้ลับก่อนอยู่ดีล่ะครับ
ถ้าข้ามความละเอียดของหินลับมากเกินไป บางทีนอกจะเสียเวลาลับแล้ว ยังไม่คมเท่าค่อยๆลับกับหินละเอียดลดหลั่นกันมาเลยครับ
วันนีผมลับมีดได้คมแล้ว d_d :drunk พอทำได้อะไรมันก็ดูง่ายขึ้น ตอนทำไม่ได้เหมือนว่าชาตินี้เราจะทำได้ไหมเหนี่ยยยยย :-\ :-\ :-\ ขอบคุณมากครับเรื่องกระเบื้องแทนหิน ถาม อ. ยังไม่รู้เรื่องนี้กันเลย แต่คงละบากตอนขึ้นรูปให้ได้ขนาดแบบหินน่ะครับ :cry2 :cry2 :cry2
เมื่อวานเริ่มกรีดยาง คิดว่าตัวเองทำได้ 10% เหมือนชาตินี้เราจะกรีดได้หรือหว่า.... แต่วันนี้คิดว่าได้ 70% แล้วครับ เริ่มรู้หลัก มีความมั้นใจว่าเรากรีดยางได้แน่นอน อีก 30% อยู่แค่เอื่อมแล้ว :yahoo :yahoo :yahoo
การกรียางเหมือนเรียตีก็อล์ฟใหม่ๆ อย่างไงอย่างงั้นเลยละ พอเราระวังขาต้องก้าวให้ถูกต้อง มีดฝังลงไปในแก่นทันทีครับ (( (คือผมชอบก้าวเท้าซ้ายไขว้ไปข้างหลังเท้าขวา แต่ที่ถูกต้องต้องต้องก้าวไปข้างหน้าเท้าขวา) พอมือข้องรู้หลักที่จะไม่ให้กรีดเข้าแก่นแบบซิวๆๆๆ ได้ ใจมาสั่งการเท้าซ้ายได้อย่างสะบายๆ แล้วตอนนี้เหมือนทุกอย่างเป้นไปโดยอัตโนมัติแล้ว :yahoo เหมือนการตีก้อล์ฟไม่ผิดสักนิดเดียว ตอนนี้สปีดของหมีดผ่านถึงเยื่อด้วความเร็วสูงเหมือนทำความเร็วหัวไม้ตอนฮิทโดนลูกก็อล์ฟได้ไกลตามระยะมาตรฐานทั่วไปได้แล้ว :kicking แต่ยังมีเผลอพลายอยู่บ้างคืออีก 30% ที่ต้องฝึกกันต่อไป พรุ่งนี้อีกครึ่งวันก้สอบ ตอนนี้ก็พอมีหวังรำไรที่จะขอสู้กะคนกรีดมาสองปีที่มาเรียนเพื่อเอาเซอร์แค่นั้น สู้ๆๆๆๆ :D :D :D :D
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
คือผมจะเอามาเทเป็นฉนวนถังน้ำร้อนครับ
เมื่อวานผมเข้าไปดูระบบทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (เป็นระบบปานกลาง ใช้ทั้งรีสอร์ท) ที่รีสอร์ทเพื่อนของคุณพ่อครับ ของแพงคือถังเก็บน้ำร้อน กับปั๊มหมุนเวียนระบบครับ
ปั๊มหมุนเวียนเขาเสียตัวนึง (ใช้งานมาสิบกว่าปีแล้วครับ) ฝากผมซื้อ ผมเช็คราคาเกือบหมื่นครับ :cold ตัวเท่ากำปั้นเองครับ
ผมเลยจะทำการลดต้นทุนตรงส่วนถังน้ำร้อนครับ ถังน้ำร้อนสแตนเลส 300 ลิตร ราคาสี่หมื่นกว่าบาทครับ ผมจะลองทำกับคอนกรีตดูครับ ว่า 500 ลิตร จะใช้ค่าใช้จ่ายกี่บาทครับ แล้วจะทำใช้เองสักชุดนึงก่อนครับ
ลองติดต่อ ร้านทำหลังคาเมตัลชีทดูครับ จะมีช่างฉีดโฟมที่เป็นฉนวนกัยความร้อน หรือไม่ก็เอาฉนวนกันความร้อนแบบมีฟอล์ยหุ้มรอบถัง ไม่แน่ใจว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน
ใช้ได้เหมือนกันครับ แต่มันบาง และเข้ารูปลำบากครับ คือจะมีถังชั้นในเป็นระบบปิด และมีถังชั้นนอกเป็นเฟรม แล้วตรงกลางคือฉนวนครับ หากเราเทแล้วมันฟูเองได้ก็จะทำงานง่ายครับผม
ผมตั้งใจจะทำถังเก็บน้ำร้อน 500 ลิตร ด้วยงบไม่เกิน 5000 บาทครับ ซื้อใช้ก็ 4 หมื่นกว่าบาทครับ นอกในเป็นสแตนเลส 304 ครับ ของผมนอกในคงเป็นคอนกรีต หมดสิทธิ์เคลื่อนย้าย ;D ;D
งานนี้ต้องขอลอกการบ้านแน่นอนซะแล้ว
-
(http://www.108award.com/images/intro_1210142960/award108_006.jpg)
ขอให้ประสบความสำเร็จครับพี่
-
(http://www.108award.com/images/intro_1210142960/award108_006.jpg)
ขอให้ประสบความสำเร็จครับพี่
ถ้ามีการคิดแฮนดิแคปเหมือนกอล์ฟละก็ ไม่กลัวเลยละครับ แต่พวกกรีดสองปีที่แอบมาเรียนเอาใบไปหากรีดยางหาเงินนีมีตั้งสี่คนเข้าไปแล้วอ่ะครับ :-\ ดูเค้ากรีดแล้วก็ปอดๆ เหมือนกัน พวกนี้มือนิ่งกันมากๆ ไม่ค่อยมีการเข้าแก่นกันเลย เหมือนนักก็อล์ปรุ่นเก๋าแหละ โชคโชน แต่เรามือใหม่ แล้วถ้าไปตื่นเต้นเหมือนออกรอบตีก็อล์ฟครั้งแรกละหมดโอกาศครับ ถ้ามือใหม่เหมือนกันนี่ ทุกคนยอมแพ้พี่ไปหมดแระ :whistling
ขอถามหน่อย เรซิล ที่ว่าในนี้คือตัวที่จะหุ้มโฟรมชั้นนอกใช่หรือไม่ครับ? เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเราหล่อโฟรมเองก็ได้ พี่นี่แคบด้านวัสดุศาสตร์จริงๆ K] K] K] ถ้าใช้น่าสนใจมากๆๆๆๆๆ เลย ส่งทาง ปณ. ด้วย
http://www.allartcenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538777323
-
ใช่ครับใช้เป็นฉนวนชั้นนอก ไม่ได้สัมผัสกับน้ำเพราะมีถังชั้นในอีกทีครับ ร้านที่พี่แนะนำ ผมผ่านประจำครับเวลาไปหาพี่ชายที่งามวงศ์วานตอนสมัยเรียนครับ K] K] K] ไปรอบนี้ต้องจัดมาเก็บไว้ก่อนครับ (ตอนนี้มาติดเกาะแล้วครับ)
-
(http://www.108award.com/images/intro_1210142960/award108_006.jpg)
ขอให้ประสบความสำเร็จครับพี่
เมื่อเช้าสอบปฏิบัติมาแล้วครับ มีสิทธิแล้วครับ แอบเห็นคะแนน (เพราะชื่ออยู่ท้ายสุด) มีได้เก้าอยู่เรื่องนึง (ไม่รู้อะไร?) นอกนั้นเต็มสิบทั้งหมดอีก 8 หัวเรื่อง คือได้คะแนน 89 คะแนนไปแล้ว หรือข้อเขียนภาคบ่ายอีก 10 คะแน :yahoo อย่างน้อยก็ต้องได้ที่สองละครับ รอผลบ่ายสอบข้อเขียนจะรู้ผลครับ (ข้อเขียนมีสิบข้อ ก ข ค 3 ตัวเลือก อ. เฉลยแล้ว คงเต็มสิบแน่นอนอีกแน่นอน :whistling :whistling :whistling) ดูผ่านๆ ของคนอื่นๆ ได้คะแนน 5 6 7 เยอะ :secret เฮ้อ! เลิกเคลียด เลิกเก็ง สะบายใจแระ :yahoo :yahoo :yahoo
สงสัย อ. กรอกคะแนนผิด วันนั้นตาผมไม่ฝาดแน่ๆ เห็นเลขเก้าตัวนึงชัดๆ เลย (แต่คนที่ได้ 5 6 7 ก็ได้ถูกปรับขึ้นเช่นกัน) แต่ในใบรายงานผลอย่างเป็นทางการผมได้เต็มทั้งหมดเลยครับ :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-2760_4F1E2A09.jpg)
-
(อันนี้ต้องถาม พี่อะโกโก้ นะพี่แกรู้จริง)
ขอใช้สิทธิ์(โดน)พาดพิงครับ
เอาเรื่องหินลับมีดก่อนนะครับ
หินลับมีดควรมีไว้ 3แบบ แบบละ1-2ชิ้นครับ
1.) แบบหยาบยี่ห้อหัวคนป่า เบอร์200สีดำ เบอร์199สีเขียวอมเทา(ขอบอกยี่ห้อนะครับ)อันนี้เอาไว้แต่งมีด-ลบพุงมีด นานๆใช้ที
2.) แบบกึ่งละเอียด สีเขียวอมเทาเบอร์600 เอาไว้ลับปกติ บางวันก็ไม่ใช้
3.)แบบละเอียด
3.1 ละเอียดแบบหินชนวนอ่อน(หินธรรมชาติ) อันนี้ลับแล้วเป็นโคลน-ตม ใช้เวลาลับนาน แต่มีดก็คมนานครับ(ใช้กรีดได้หลายต้น)
บางล็อตก็ไม่กินเหล็ก(ลับเท่าไหร่ก็ไม่คม มีแต่ตมออกมาจากหิน)
3.2 ละเอียดแบบหินชนวนแข็ง(หินธรรมชาติ) อันนี้ลับแล้วไม่ค่อยเป็นโคลน-ตม ใช้เวลาลับน้อยกว่า แบบนี้กินเหล็กครับถ้าให้ดีก็ต้องลงหินชนวนอ่อนอีกหน่อย
3.3 แบบเซอรามิค(ขาว)เค้าว่ากันว่าเจียร์มาจากกระเบื้องปูพื้น กินเหล็กกว่าหินชนวนแข็ง ถ้าให้ดีก็ต้องลงหินชนวนอ่อนอีกหน่อยเหมือกกัน
อุปกรณ์ลับมีด
1.) โต๊ะ-เก้าอี้ เมื่อนั่งแล้วตำแหน่งของมีดที่จะลับสูงประมาณสะดือ-ลิ้นปีของผู้ลับ....จะได้ไม่ปวดหลัง
2.) อ่าง-ถังใส่น้ำเอาไว้แช่หินและล้างมีด(ตอนลับๆอยู่ต้องหมั่นจุ่มมีดลงน้ำบ่อยๆให้มีดเปียกอยู่ตลอดครับ เพื่อล้างเศษหินลับมีดและขี้เหล็ก และไม่ให้มีดร้อน เหล็กจะเสียไม่แกร่ง)
3.) อิฐบล็อกเอาไว้ลับ-แต่งหิน (หินเมื่อใช้ๆไปจะเสียรูปทรงต้องลับ+แต่งครับ)
4.) ผ้ายีนส์ ตัดให้กว้างซัก3-4นิ้ว ยาวไม่จำกัด เอาไว้เช็ดมีดตอนลับด้วยหินเสร็จแล้ว(บ้านผมเรียก"ผัด") ผ้านี่ผูกห้อยไว้ครับ ตอนใช้ก็ใช้มือนึงดึงชายผ้าล่างให้ผ้าตึง ใช้มืออีกข้างจับมีดถูแรงๆเน้นๆให้ทั่วมีดทั้งด้านในด้านนอก
คล้ายๆร้านตัดผมลับมีดโกนเมื่อก่อนครับ อันนี้จะช่วยลบเหล็กที่เป็นฟันเลื่อยที่คมมีดด้วยครับ(มีดคมขึ้นมาก)
เทคนิคเรื่องการลับเท่าที่พอคิดออก
1. หินละเอียดตอนซื้อมาใหม่ๆให้ผ่าด้วยเลื่อยเหล็กเป็น2ซีก(ตามยาว) หินจะไม่เป็นร่อง...คือเมื่อใช้ๆไปนี่หินจะเป็นร่องตามหูมีดครับ แต่หินจะหักง่าย
2. หินก็ต้อง(โดน)แต่ง-ลับ ให้เข้ากับลักษณะของคลองมีดครับ...ถูแต่งกับอิฐบล็อกให้สันและความหนาของหินเข้ากับมีดครับ หินเมื่อใช้ๆไปนานๆสันจะไม่ตรงก็ต้องแต่งครับ
3. ยางอ่อนต้องแต่งให้หน่อ(เงี่ยง)เล็กครับ ดูหน้ายางของคุณPinijแล้ว บอกได้ว่าหน่อใหญ่+หูมีดเป็นพุงครับ
4. หลังมีดต้องแบน(เหมือนหลังสิ่ว)...ตอนลับให้แนบหินเข้ากับมีด(แนวขนานไม่ทำมุมกัน) ด้านในลับแบบสุ่ม(หินทำมุมกับมีด)ถ้าทำมุมกันชันเกินไปคมมีดจะเป็น"ลูกเนียง"(ตรงกลางหนามากบางแค่ส่วนคม)
คมมีดที่ดีต้องค่อยๆไล่ความหนาของเหล็กจากสันไปหาคมครับ(ไม่เหมือนคมของสิ่ว)
ผมแนะนำมีดยี่ห้อ"เบตง"ครับ ลับง่ายคมนานน้ำหนักดี(สำหรับผม)
คิดไม่ค่อยออกครับ เอาเป็นว่าสงสัยเรื่องยางฯนี่ ถามผมได้ครับ(ถูกคนแล้ว)
-
ตัวอย่างหินลับมีดครับ
เป็นหินละเอียดธรรมชาติแบบแข็ง ก้อน(แผ่น)บนสังเกตุว่าสีเข้มกว่า แสดงว่าละเอียดกว่าครับ
ตอนซื้อให้ดูว่าไม่มีทรายอยู่ในเนื้อหิน...คือมันจะมีเกล็ดแก้วทรายแววแสงปนในเนื้อหินครับ
ร่องที่เห็นเป็นเพราะไม่ผ่าหิน เมื่อถูกับหูมีดนานๆเข้าก็เป็นร่องอย่างที่เห็น
-
หินละเอียดแบบเซอรามิก มียี่ห้อสกรีนอยู่ด้วย แต่เลือนหายไปหมดแล้ว ซื้อมาแผ่นละ15บาท
ใช้ดีระดับนึง ใช้ไปนานๆสันหินจะลื่นต้องลบกับอิฐบล็อก
รูปล่างให้เห็นสันหินทั้งสองฝั่งครับ
-
หินหยาบ
รูปล่างให้ใช้ด้านแบน(ส่วนบน)ถูแนบหลังมีดครับ
............
-
ขอเตรียมอุปกรณ์ก่อน เดี๋ยวค่อยมาเปิดคอร์สลับมีดกรีดยางครับ...
มือผมเจ็บ(โดนโฮลซอว์)หยุดกรีดไป3เดือนละ...กำลังจะซื้อหินใหม่มาลับมีดอยู่พอดีครับ
-
ฮู๋! สุดยอดเลยครับ เพิ่งกลับมาจากเอาน้ำเข้าสวนยาง ช่วงนี้เลยไม่ค่อยได้คุยครับ เดี่ยวก็จะออกอีกแล้ว กลางคืนจะกลับมาคุยด้วยนะครับ ขอบพระคุณมั๊กกกกกๆๆๆๆๆๆๆ เลย d_d :drunk
-
อยากให้ถ่ายเป้นคลิปสอนทำเงี่ยงหน่อยครับ มีเทคนิคอย่างไร? ผมทำมันไม่ค่อยอยู่ตรงกลางครับ ตรงจุดนี้ต้องใจเย็นมากๆ
ไม่ทราบว่าคุณอะโกโกผสมปุ๋ยใช้เองหรือเปล่าครับ? ผมกำลังจะทดลองผสมเองเห็น อ. ว่าดีกว่าซื้อ วันนี้เอาน้ำเข้าสวน กะว่าพอดินชุ่มน้ำดีแล้วก็จะหว่าปุ๋ยกันเลย แต่สวนอื่นๆ ไม่สามารถใส่น้ำได้ ก็ต้องรอฝนตกเดือนพฤศภาคม ไม่รู้ว่าผมเอาน้ำใส่แบบนี้ดีหรือไม่? (อ. ไม่ได้สอน เพราะไม่มีของใครทดน้ำเข้าสวนได้เหมือนผม แต่คิดว่ามันน่าจะดีนะ)
-
เพิ่งไล่กลับขึ้นไปดูโพสในหน้าก่อนๆ ....ถามคุณPinij นิดนึงครับ
ตอนนี้ยังอยู่ในการอบรม(สอน)ใช่มั๊ยครับ..ถ้าใช่
ให้ถามอาจารย์วิทยากร เรื่องรูปทรงของมีดที่ลับดีกับลับไม่ดีด้วยนะครับ
ถามว่า "พุง"ของมีดมีลักษณะยังไง เมื่อเรารู้จักพุงมีดตั้งแต่เนิ่นๆมีดเราจะไม่มีพุงครับ(สำคัญ)
............
ตอนผมเริ่มหัดกรีดยาง ปัญหาที่เจอ
1.) มีดไม่คม อันนี้อยู่ที่การลับ(ต้องให้หลังมีดแบนราบ) มีดบางยี่ห้อเหล็กแข็งมากๆ(พวกที่บอกว่าทำจากใบกบ(ไสไม้))ลับกันเมื่อยแขนอย่างที่คุณPinijว่านั่นแหละครับ
แต่มีดจะคมนาน(กรีดได้เยอะต้นกว่า)แต่เมื่อมีดหมดไปซักครึ่งใบไปแล้วจะไม่ค่อยคม(เหล็กเริ่มอ่อน).....อ้อ...อย่าให้มีดโดนแดดนะครับ เหล็กมันจะอ่อน กรีดเสร็จถ้ายังไม่ว่างลับ ให้แช่น้ำไว้(จมคอมีด)
2.) คมไม่นาน อันนี้อยู่ที่เหล็กของมีดครับ......ปีแรกผมเปลี่ยนยี่ห้อมีด(ทดลองตามคำบอกเล่า)ไปเป็นโหล(ลับหมดกว่าครึ่งใบทั้งนั้น) พบว่ามีดตีจากเหล็กก้านวาล์ว จะ คมดี-คมนาน-ลับง่ายที่สุดครับ แต่ที่เค้าตีขายตอนนั้นด้ามเล็ก-น้ำหนักเบาไปหน่อยสำหรับผม ลองเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ"เบตง"(ขอโทษที่ต้องบอกกันตรงๆ)....ตามคำแนะนำของแม่ยาย....โอสุดสำหรับผมครับ....ลับง่าย(ไม่นานมาก) คมนาน(กรีดประมาณ 500ต้น ไม่ต้องเปลี่ยนมีด ก่อนหน้านี้มีด2ด้าม..ยางของผมพันธ์BPM24เปลือกจะเป็นทรายกินมีดครับ)คมจนหมดใบมีด(เหลือประมาณ5มิลฯ...ผมเรียก"ไอ้คมสัน"เพราะสันมันก็คม)น้ำหนัก-รูปทรงเหมาะมือครับ.....อย่างนี้เค้าเรียกสบายเพราะแม่ยาย ฮิฮิ
3.) ภาษา...ผมเป็นคนใต้ที่รู้จักภาษาใต้แท้ๆน้อยมาก(ทั้งๆที่ผมแหลงใต้)ตอนเจอปัญหาเรื่องมีดเรื่องต้น-หน้ายาง ถามคนแถวบ้าน ผมไม่เข้าใจภาษาที่เค้าใช้อธิบาย ต้องไปหาคนที่พูดภาษาเดียวกันไป-กลับเกือบ100กิโลฯเพื่อฟังคำอธิบาย5นาที ฮิฮิ
การสังเกตุเหล็กมีดว่าดี-ไม่ดี มีอยู่ว่า ถ้าลับแล้วคมเหล็กพับ(ไม่ขาด....ลักษณะเหมือนกับเหล็กที่ตัดด้วยใบไฟเบอร์ตัดเหล็กแล้วมันจะมีเศษเหล็กพับอยู่น่ะครับ)นั่นแสดงว่าเหล็กอ่อน พวกนี้จะลับแป๊บๆก็คมแล้ว แต่กรีดได้ไม่กี่ต้นก็ไม่คมซะแล้ว
แต่ถ้าเหล็กแข็ง(แกร่ง)เกินไปจะลับยาก และกรีดๆไปไม่กี่ต้น(มากกว่าเหล็กอ่อน)คมหล่นง่าย("คมหล่น"คือส่วนที่เป็นคมของมีดจะกลายเป็นฟันเลื่อยแทนที่จะเป็นคม)
4.) หน้ายาง...อันนี้แก้ไม่นานครับ พอมีดดีรอยกรีดหน้ายางก็ดีครับ อยู่ที่การจับมีด(ใกล้คอมีดแค่ไหนถึงจะดีที่สุดสำหรับเรา)จังหวะการซอยมีด(การหักข้อมือนิดๆตามจังหวะการดึงมีด)ถ้าเข้าจังหวะกันดีจะกรีดได้บางครับ การจัดองศาของมีดกับหน้ายาง(ถ้าเหมาะก็ไม่เข้าเนื้อ(ต้นยาง)และน้ำยางออกดี) วิธีการเช็คว่าถ้ากรีดดีหรือปล่าว ให้ลอก"ขี้เส้น"ที่หน้ายางออกแล้วใช้มือลูบหน้ายางดูครับ ต้องเรียบที่สุดไม่เป็นเนินขึ้นๆลงๆสะดุดมือครับ...น้ำยางไหลสะดวก ไหลไม่หยุดง่าย เพราะไม่โดนบิ๊กแบ็คกั้นไว้...อ้าวไม่ใช่แล้ว ฮิฮิ เพราะน้ำยางไม่โดนขังไว้ในหน้ายางลุ่ม แล้วน้ำยางส่วนที่ติดกับเปลือกหน้ายางจะแห้งหนืดปิดท่อน้ำยาง ทั้งๆที่ยางยังไหลต่อได้อีกครับ.....ของคุณ Pinijที่ลองกรีดดูแล้วน้ำยางออกน้อยกว่าคนกรีดคนก่อนก็เพราะเรื่องนี้ครับ(สังเกตุจากหน้ายาง)
5.) หินลับมีด...ตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง(เป็นกันทุกคนแหละครับ) ถึงจะใช้ยี่ห้อเดิมแต่เพราะมันเป็นหินธรรมชาติ คุณภาพเลยไม่สม่ำเสมอครับ หินเซอรามิกช่วยได้ระดับนึงครับแต่ต้องตามด้วยหินละเอียดแบบอ่อน(ลับแล้วเป็นตม)อีกหน่อยนึงครับ
ตอนแรกๆใช้หินแค่2ก้อน(แผ่น)คือหินหยาบ(มากเบอร์200)กับหินละเอียด(หินชนวนอ่อน) มีดหมดเร็วมาก(บ้าพลัง ฮิฮิ) เค้าแนะนำให้ใช้หินเบอร์600ลับ ใช้เบอร์200(ตราหัวคนป่า)แต่ง-ลบพุงมีดก็ดีขึ้นเยอะครับ
6.) เทคนิคการลับมีด ตอนนี้สรุปได้ว่า
1. ลับให้หลังมีดแบนเรียบ(เหมือนหลังสิ่ว)ให้เป็นคมได้นิดหน่อย(น้อยที่สุด)
2. แต่งมีดให้ความหนาค่อยๆไล่จากสันมาคมมีด(ไม่เหมือนสิ่ว)
3. แต่งขอบหูมีดให้ห้อยต่ำกว่าหน่อ แต่งให้เรียบไม่เป็นรูปตัว S
4. หน่อเล็ก-แหลมดีกว่าหน่อรูปปลายช้อนชา
5. คมที่หูสำคัญกว่าคมที่ตัวมีด แต่งถูให้บางไล่จากสันไปหาคมให้มีองศาน้อยที่สุด
6. ถ้าไม่ถู(ผัด)กับผ้า มีดไม่คมสุดๆ
7. ลองมีดกับเล็บนิ้วโป้ง อย่าลองกับขนหรือผม ถ้ามีดไม่คม มันจะลื่นๆ(ไม่กินเล็บ)
8. ระหว่างลับ หิน-มีด ต้องเปียกอยู่ตลอด ห้ามใช่หินแห้งลับมีด
...........แค่นี้แหละครับ.........
คุณหาดใหญ่ฯ คงไม่เสียชื่อที่พาดพิงผมขึ้นมาแล้วมั้ง ฮิฮิ
คุณ Pinij สงสัยก็ถามมาดีกว่านะครับ....วันนี้กลับเข้าบ้านเย็นมากแล้ว พรุ่งนี้จะลงรูปประกอบนะครับ
-
อยากให้ถ่ายเป้นคลิปสอนทำเงี่ยงหน่อยครับ มีเทคนิคอย่างไร? ผมทำมันไม่ค่อยอยู่ตรงกลางครับ ตรงจุดนี้ต้องใจเย็นมากๆ
ไม่ทราบว่าคุณอะโกโกผสมปุ๋ยใช้เองหรือเปล่าครับ? ผมกำลังจะทดลองผสมเองเห็น อ. ว่าดีกว่าซื้อ วันนี้เอาน้ำเข้าสวน กะว่าพอดินชุ่มน้ำดีแล้วก็จะหว่าปุ๋ยกันเลย แต่สวนอื่นๆ ไม่สามารถใส่น้ำได้ ก็ต้องรอฝนตกเดือนพฤศภาคม ไม่รู้ว่าผมเอาน้ำใส่แบบนี้ดีหรือไม่? (อ. ไม่ได้สอน เพราะไม่มีของใครทดน้ำเข้าสวนได้เหมือนผม แต่คิดว่ามันน่าจะดีนะ)
ยางฯเปิดกรีดแล้วไม่ต้องรดน้ำครับ....ที่อาจารย์วิทยากรท่านไม่สอนไว้เพราะท่านคงไม่นึกว่าจะมีใครรดครับ
ถ้าจะให้น้ำก็ช่วงปีแรก-ปีที่สองที่เริ่มปลูก ในกรณีที่หน้าแล้ง ขาดฝนเกิน2เดือนครับ(สงสาร+เสียว)
ดีมั๊ย....ตอบยากแฮะ ดีครับ แต่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุครับ(ไม่มีใครทำกัน) ต้นยางเค้ามีระบบป้องกันตัวเองขาดน้ำอยู่แล้วครับ(สลัดใบ) แต่ถ้าทางนั้นแล้งฝนทิ้งช่วงนาน(ประมาณว่าเกิน2เดือนโดยไม่มีฝนเลยซักนิด) ให้น้ำก็ดีกว่าเห็นๆครับ
ลองสังเกตุจดจำสภาพฝนดูเอานะครับ เรา(ที่ไม่เป็นเกษตรเต็มตัว)ไม่ค่อยสังเกตุกันว่าฝนขาดช่วงไม่เกินนี้ครับ ยกเว้นบางปีที่แล้งนานจริงๆ
ปุ๋ยหลักผมใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยรองผมใช้น้ำหมักครับ แต่ละปีใช้ของมาหมักไม่เหมือนกันครับ(หาอะไรฟรีได้ก็เอาๆมา) วิธีใส่ ผมจะรอให้ฝนตกหนักแล้วเดินสาดให้ทั่วแปลงเลยครับ ไม่ได้ผสมน้ำ(อาศัยน้ำฝนเอา)ก็ได้ผลดีครับดินนุ่มขึ้นจนรู้สึกได้ครับ
ปุ๋ยเคมี ผมให้ปีละ2-3ครั้ง(ปีไหนยุ่งๆก็2) ไร่ละ70กิโลฯ/ปีครับ(ทั่วไป 50กิโล/ปี ให้ครั้งเดียว) เปรียบเทียบ+สังเกตุแล้วแบบของผมดีกว่ามาก น้ำยางออกเสมอทั้งปี ช่วง"ยางออก" ก็ออกมากกว่าเดิมเปอร์เซ็นต์ยางไม่ตกครับ
ถ้าจะใช้ปุ๋ยผสมเอง(เรียกกันว่า"ปุ๋ยสั่งตัด"...เปรียบเทียบเหมือนเสื้อ-กางเกงที่วัดสัดส่วนสั่งตัดแล้วใส่พอดีตัวไม่คับหรือหลวมไป) ต้องส่งดินไปวิเคราะห์ก่อนครับ(ลองถามอาจารย์วิทยากรดูนะครับว่าแถบนั้นที่ไหนมีบริการอยู่)เค้าจะมีใบวิเคราะห์ผลมาให้เรา จะบอกว่าดินเราเป็นดินแบบไหน เปรี้ยว-เค็ม แค่ไหน แก้อย่างไร มาเสร็จสรรพครับ
-
กัน(ผม)ลืมครับ
ให้ลับมีดแบบไสหินมากกว่าลับแบบหมุนหิน
ค่อยมาอธิบายครับ....ถ้าผมลืมอธิบาย คุณPinijก็ถามมานะครับ
-
ปุ๋ยสั่งตัด คำนี้เหมาะสมมากๆ เลยครับ ผมคงใช้วิธีนี้เพราะมันได้ความพอเหมาะและไม่ต้องกลัว ปุ๋ยปลอม อีกด้วย (อ. เค้าว่าแม่ปุ๋ยไม่ค่อยมีปลอม แต่ต้องดูที่มีทะเบียน) เรื่องเอาน้ำเข้าสวนนั้น ผมเอาเข้าสวนที่ปลูกใหม่ครับ กำลังคิดจะเอาเข้าสวนที่กรีดแล้วเหมือนกัน (ตอนนี้ผมหยุดกรีด เพื่อพักพื้นแล้วครับ) แต่เห็นว่าไม่สมควรทำ ก็จะไม่เอาน้ำเข้าครับ (สวนนี้เอาเข้ายากซะด้วย งั้นรอฝนตกเดือน พค ค่อยใส่ปุ๋ยกัน) d_d :drunk
เรื่องการฝนหมีด ตอนแรกผมก็ทำตาม อ. บอก คือผมอาจจินตนาการไปเองคือทำให้มันคมแบบรูปบนจะได้คมนานๆ ทีนี้ผมทำมันบางเกินไป มันเลยแตก ผมต้องซื้อหมีดใหม่มาฝนอีกครั้ง เงินน่ะไม่เสียดาย แต่เสียดายแรงลงไปครับ K] K] K] ตอนวันรุ่งขึ้น อ. เอาหมีดที่ฝนแล้วมาให้ดูจึงรู้ว่าเค้าทำเอียงแค่รูปล่างก็พอแล้ว (แต่ของจริงทำทำแบนราบมาข้างหลังมากกว่าในรูปนะครับ) ไม่ทราบว่าคุณอะโกโกทำแบบไหนครับ? ตามรูปล่าง หรือบน?
-
รูปบนซ้ายมือถูกต้องแล้วครับ เพียงแต่ต้องลดมุมลงอีกหน่อย(ให้สันบางลง) และแต่งคมให้เหมือนรูปล่างขวาแค่ 1-2มิลฯ(มุมน้อยที่สุด)
รูปบนขวามือ สาเหตุที่แตก เป็นที่เนื้อเหล็กครับ(ตอนเค้าตีมีด)ไม่ได้เป็นที่เราลับ
ถ้าเราถูเหล็กจนบางมากเกินไป(หายาก) เนื้อเหล็กของมีดจะหายไป 3มิลฯ5มิลฯ ต่อการลับ1ครั้ง(เค้าเรียกเปลืองมีดครับ)
รูปล่างซ้าย เค้าเรียกว่าคมสิ่วครับ เวลากรีดจะกินแรงเมื่อยแขน กินหนา(เปลืองหน้า)ครับ
ลองนึกภาพตามนะครับ
สิ่วเวลาใช้ด้านคม(ที่มีมุม)หันเข้าเนื้อไม้ ด้านแบนหันออก แต่มีดกรีดยางตรงข้ามครับ ด้านแบนของหูมีเข้าหน้ายางที่กรีด ด้านแบนของตัวมีดหันเข้าลำต้น
ถ้ามีดกรีดยางลับคมเหมือนสิ่วจะเกิดอาการที่ผมว่าไว้ครับ
-
รูปบนซ้ายมือถูกต้องแล้วครับ เพียงแต่ต้องลดมุมลงอีกหน่อย(ให้สันบางลง) และแต่งคมให้เหมือนรูปล่างขวาแค่ 1-2มิลฯ(มุมน้อยที่สุด)
รูปบนขวามือ สาเหตุที่แตก เป็นที่เนื้อเหล็กครับ(ตอนเค้าตีมีด)ไม่ได้เป็นที่เราลับ
ถ้าเราถูเหล็กจนบางมากเกินไป(หายาก) เนื้อเหล็กของมีดจะหายไป 3มิลฯ5มิลฯ ต่อการลับ1ครั้ง(เค้าเรียกเปลืองมีดครับ)
รูปล่างซ้าย เค้าเรียกว่าคมสิ่วครับ เวลากรีดจะกินแรงเมื่อยแขน กินหนา(เปลืองหน้า)ครับ
ลองนึกภาพตามนะครับ
สิ่วเวลาใช้ด้านคม(ที่มีมุม)หันเข้าเนื้อไม้ ด้านแบนหันออก แต่มีดกรีดยางตรงข้ามครับ ด้านแบนของหูมีเข้าหน้ายางที่กรีด ด้านแบนของตัวมีดหันเข้าลำต้น
ถ้ามีดกรีดยางลับคมเหมือนสิ่วจะเกิดอาการที่ผมว่าไว้ครับ
เป็นที่เนื้อมีดจริงๆ ครับ เพราะเมื่อกี๊ หลังจากที่รู้ว่าเป็นที่เนื้อมีด ผมจึงเอามีดอันที่แตกมาฝนใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันก็ไม่ได้บางอะไรมากนัก คือฝนองศาเดียวกับอีกยี่ห้อที่แพงกว่า (ซึ่งฝนบางกว่ายังไม่แตกเลย) อันที่แตกก็แตกง่ายๆ อีกครั้ง อย่างที่มันไม่น่าจะแตกเลย (( ตกลงมีดอันนี้ผมเก็บขึ้นหิ้งบูชาเพราะเป็นมีดเล่มแรกในชีวิตครับ อยากได้มีดที่คุณ Song แนะนำแต่อยู่บ้านนอกไม่รู้จะไปหาซื้อได้ที่ไหน? แถวนี้ผมถามมาหลายคนแล้วบอกว่าไม่รู้จักครับ
-
พี่โก้มาทีเดียว ^-^ชัดเจนเลย :whistling ผมก็โตมากับสวนยาง แต่กรีดไม่เก่ง เรื่องลับมีดนี่ยอมครับมันละเอียดมากไม่ไหว :cold ถ้าเก็บน้ำยางพอไหว :secret
-
พี่โก้มาทีเดียว ^-^ชัดเจนเลย :whistling ผมก็โตมากับสวนยาง แต่กรีดไม่เก่ง เรื่องลับมีดนี่ยอมครับมันละเอียดมากไม่ไหว :cold ถ้าเก็บน้ำยางพอไหว :secret
อ. ที่สอนยังไม่ละเอียดเท่านี้เลยครับ เยี่ยมจริงๆ สุดดดดยอดดดดดดดดด มีคนแนะนำแบบนี้ ไม่อยากเอาความรู้ที่คนเขียนได้สละเวลามานั่งเขียนให้อ่าน :victory O0 d_d :drunk สงสัยว่าผมคงจะต้องลงมือกรีดยางเองใน กลางปีนี้ซะแล้ว (ตอนนี้ผมปิดหน้ายางไปแล้ว คือหยุดกรีดเพราะต้นยางเริ่มทิ้งใบ และได้น้ำยางน้อยกว่าปรกติเหลือแค่ครึ่งเดียว สู้ปิดให้มันพักฝืน รักษาหน้ายางที่จะกรีด เก็บพื้นที่ไว้กรีดครั้งหน้าจะดีกว่า) อีกอย่างได้เต็มๆ แบบที่น้อง NJL ว่าไว้ (ตอนนี้หายไปเลย) ก็น่าเสียดาย งานกรีดและทำแผ่นไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก? ได้เคยลองกรีดมาวันเดียวก่อนเรียน รู้สึกว่าการอยู่คนเดียวในสวนยาง เหมือนโลกทั้งโลกเป็นของเราคนเดียว ผมกะว่าจะเริ่มกรีดตอนสามสี่ทุ่มแล้วเสร็จเที่ยงคืนได้เวลานอนตามปรกติพอดี (ลุกกรีดตีสามแบบคนอื่นไม่ไหวครับ เสียสุขภาพเราด้วย) ผมว่าผมชอบกรีดยางมากกว่าทำแผ่น มีคนข้างๆ บ้านชอบทำแผ่นมากกว่า ผมว่าจะกรีดให้เค้าแล้วให้เค้าทำแผ่นให้เรา ไม่รู้เค้าจะเอาหรือเปล่า? ผมยอมจ่ายเงินเพิ่มถ้าเค้ายอมอย่างที่ว่าครับ น่าเสียดายเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ อยากลองวิชา แต่ไม่มียางให้กรีดซะแล้ว :cry2
-
ผมกลับไปอ่านอีกรอบ ค่อยๆ ย่อยครับ อ่านแต่ละครั้งก็ได้ความรู้เพิ่ม ซึ่งอ่านครั้งแรกอาจนึกไม่ถึง เช่นอ่านครั้งนี้ติดใจตรงที่บอกว่าให้ลับกับผ้าอีกที ผมคนโบราณสมัยก่อนช่างตัดผม ลับมีดโกนหนวดด้วยแผ่นหนัง ยังคมกว่ามีดยินเล็ทที่ใช้อยู่ในร้านตัดผมราคาถูกๆ ยิ่งซื้อมีดยินเล็ทถูกๆ โกนแล้วเจ็บคาง ร้านแบบนี้ ตัดผมครั้งต่อไปไม่ต้องเจอกันอีกเลย (เข็ดครับ) :nono :nonono N] ขอถามต่อหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณอะโกโกกรีดยางกีโมง เค้าบอกว่ากรีดตีสามจะได้น้ำยางเพิ่มขึ้นอีก 5% จริงไหมครับ? (ยังไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ครับ ควรกรีดช่อวงไหนดีทีสุด แต่ถ้ากรีดสองทุ่มได้น้อยกว่า 5% ผมยอมเสียส่วนนี้ครับ แต่มันจะมีผลดี ผลเสียอย่างไรหรือไม่ครับ?) และมีอะไร? ที่ผมควรจะรู้ ถ้ามีเวลาช่วยเสริมให้ด้วยครับ ตอนเรียนมีแต่ภาคปฏิบัติ ลับมีดและสอนกรีดกันเลย ทฤษฎีไปสอนครึ่งวันหลังแล้วก็ให้ใบประกาส ไม่ให้โอกาสซักถามกันเลยละครับ :-\ การปิดหน้ายางก้ไม่บอก ผมต้องถามเพื่อนบ้านเอา คือใช้ยากระป๋องละ 180 บาท ผสมกับปูนกินกับหมาก แล้วก็ทาปิดแผลที่กรีดของปีนี้น่ะครับ พวกเรื่องโรคต่างๆ นี้ดูไม่เป็นเลยละ ราดำ? ราแดง? สะโตนเฮ็น? อ้อ! ยางสีเดือนของผมใบมันเหมือนใบกระท้อนเลย เพราะขาดน้ำหรือเป็นโรคกันแน่ครับ ถ้าไม่ชัดเด๊๋ยวพรุ่งนี้จะถ่ายรูปมาให้ดูครับ d_d :drunk
-
ขอถามเรื่องโฟมนิดนึงครับ ผมอยากรู้วิธีหล่อโฟมครับ (หาข้อมูลมีแต่ต้องใช้เครื่องฉีด) แต่ผมเคยเห็นฝรั่งเอาเศษโฟม (โฟมที่ใส่มาในลังตู้เย็น ทีวี นั่นหละครับ) มาใส่น้ำยาอะไรบางอย่างแล้วมันก็ฟูเต็มแบบเลยครับ
คือผมจะเอามาเทเป็นฉนวนถังน้ำร้อนครับ
เมื่อวานผมเข้าไปดูระบบทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (เป็นระบบปานกลาง ใช้ทั้งรีสอร์ท) ที่รีสอร์ทเพื่อนของคุณพ่อครับ ของแพงคือถังเก็บน้ำร้อน กับปั๊มหมุนเวียนระบบครับ
ปั๊มหมุนเวียนเขาเสียตัวนึง (ใช้งานมาสิบกว่าปีแล้วครับ) ฝากผมซื้อ ผมเช็คราคาเกือบหมื่นครับ :cold ตัวเท่ากำปั้นเองครับ
ผมเลยจะทำการลดต้นทุนตรงส่วนถังน้ำร้อนครับ ถังน้ำร้อนสแตนเลส 300 ลิตร ราคาสี่หมื่นกว่าบาทครับ ผมจะลองทำกับคอนกรีตดูครับ ว่า 500 ลิตร จะใช้ค่าใช้จ่ายกี่บาทครับ แล้วจะทำใช้เองสักชุดนึงก่อนครับ
ปั๊มกรุนฟอสเหรอครับ
ส่วนโฟมเขาเรียก AB โฟมครับใช้กันเยอะกะงานเรือครับ
-
ผมกลับไปอ่านอีกรอบ ค่อยๆ ย่อยครับ อ่านแต่ละครั้งก็ได้ความรู้เพิ่ม ซึ่งอ่านครั้งแรกอาจนึกไม่ถึง เช่นอ่านครั้งนี้ติดใจตรงที่บอกว่าให้ลับกับผ้าอีกที ผมคนโบราณสมัยก่อนช่างตัดผม ลับมีดโกนหนวดด้วยแผ่นหนัง ยังคมกว่ามีดยินเล็ทที่ใช้อยู่ในร้านตัดผมราคาถูกๆ ยิ่งซื้อมีดยินเล็ทถูกๆ โกนแล้วเจ็บคาง ร้านแบบนี้ ตัดผมครั้งต่อไปไม่ต้องเจอกันอีกเลย (เข็ดครับ) :nono :nonono N] ขอถามต่อหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณอะโกโกกรีดยางกีโมง เค้าบอกว่ากรีดตีสามจะได้น้ำยางเพิ่มขึ้นอีก 5% จริงไหมครับ? (ยังไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ครับ ควรกรีดช่อวงไหนดีทีสุด แต่ถ้ากรีดสองทุ่มได้น้อยกว่า 5% ผมยอมเสียส่วนนี้ครับ แต่มันจะมีผลดี ผลเสียอย่างไรหรือไม่ครับ?) และมีอะไร? ที่ผมควรจะรู้ ถ้ามีเวลาช่วยเสริมให้ด้วยครับ ตอนเรียนมีแต่ภาคปฏิบัติ ลับมีดและสอนกรีดกันเลย ทฤษฎีไปสอนครึ่งวันหลังแล้วก็ให้ใบประกาส ไม่ให้โอกาสซักถามกันเลยละครับ :-\ การปิดหน้ายางก้ไม่บอก ผมต้องถามเพื่อนบ้านเอา คือใช้ยากระป๋องละ 180 บาท ผสมกับปูนกินกับหมาก แล้วก็ทาปิดแผลที่กรีดของปีนี้น่ะครับ พวกเรื่องโรคต่างๆ นี้ดูไม่เป็นเลยละ ราดำ? ราแดง? สะโตนเฮ็น? อ้อ! ยางสีเดือนของผมใบมันเหมือนใบกระท้อนเลย เพราะขาดน้ำหรือเป็นโรคกันแน่ครับ ถ้าไม่ชัดเด๊๋ยวพรุ่งนี้จะถ่ายรูปมาให้ดูครับ d_d :drunk
ได้ดูทั้งยางเล็ก(4เดือน)ทั้งยางใหญ่ก็ดีครับ...จะขอดูไบ เอ๊ยดูใบพอดี เพราะรู้สึกว่าปิดกรีดเร็วไปนิด ราคายางกำลังขึ้นน่าเสียดายครับ
ผมลงกรีดประมาณ 5ทุ่ม-ตี1ครับ กรีด2คนกับแม่บ้าน เค้านอนหัวค่ำผมนอนดึก ผมลงกรีดก่อนซักชั่วโมงนึง(ถ้าเข้านอนจะหลับยาว)
ใบหน้าว่าจะกรีดราวๆ4ทุ่ม(ใจจริงอยากกรีดราว2-3ทุ่มครับ แต่ต้องให้ลูกหลับก่อน) เพราะคุณแม่เพิ่งเสียไม่มีใครอยู่กับเด็ก
น้ำยางไหลประมาณ 3-4ชั่วโมงครับ และประมาณ6-7ชั่วโมงยางจะเริ่มแข็ง(ยางตาย-ยางนอน)ตอนผิวน้ำยางด้านบนเริ่มแข็งเรียก"ปีกค้างคาว"เก็บยากครับมันจะเปียกก็ไม่ใช่จะแห้งก็ไม่เชิง เหนอะหนะไปหมดครับ(หลั๊วะเหลี๊ยะ)
เค้าว่ากันว่า ถ้ากรีดช่วงหัวค่ำต้นยางยังร้อนอยู่น้ำยางจะหยุดไหลเร็วกว่ากรีดตอนดึก(ที่ต้นยางเย็นแล้ว)
แต่ผมเคยลงกรีดราวๆ2-3ทุ่มอยู่ราวๆเดือนครึ่ง(คนเดียว) ไม่พบว่าน้ำยางขาดจนผิดสังเกตุครับ(น้อยกว่า5%แน่ๆ) เดี๋ยวนี้แถบบ้านผมลงกรีดหัวค่ำกันมากขึ้น เพราะช่วงกลางวันจะมีเวลาทำงานอย่างอื่น(โรงงาน) แต่แถบอื่นยังไม่ค่อยได้ข่าวครับ
จะลงกรีดตอนไหน ลองคิดดูว่าตอนเก็บน้ำยางจะมีปัญหามั๊ยนะครับ ผลดีผลเสียอยู่ที่เราสะดวกหรือไม่ครับ(ให้มืดส่องตะเกียงกรีดเป็นใช้ได้ว่างั้น)
ยาทาหน้ายางตอนปิดกรีด(ฤดูร้อน)....ไม่จำเป็นต้องทาครับ ถ้าจะทาก็ช่วงที่กรีดอยู่ครับ(ฤดูฝน)เพื่อรักษาหน้ายางที่เป็นเชื้อรา(ที่โดนฝน)ครับ
เชื้อราหน้ายางป้องกันไม่อยู่หรอกครับ มีวิธีเดียวคือหยุดกรีดฤดูฝนครับ(ไม่มีใครหยุดแน่ๆ) ถ้าเป็นเชื้อราหน้ายาง กรีดๆไปซัก2ล็อก ก็หมดแล้วครับ ช่วงฝนก็กรีดให้หน้าห้อย(มุมชัน)ขึ้นอีกหน่อยก็ช่วยได้ครับ
เรื่องโรคยางนี่ไม่ต้องกังวลครับ คนที่เกิดใต้ต้นยางอย่างผมก็ดูไม่เป็นครับ พยายามกรีดหน้ายางให้ดีก็พอครับ ค่อยๆศึกษาไปครับ(แบบรู้ไว้ใช่ว่าฯ)
อะไรที่ควรรู้....เรื่องแรกราคายางแต่ละวันครับ ฮิฮิ จริงๆครับ ยิ่งทำแผ่นนี่ยิ่งต้องรู้ จะได้เลือกขายยางได้ถูกจังหวะครับ ยางขาขึ้นก็ไม่ขาย เริ่มลงก็เทขาย ประมาณนี้ครับ
เรื่องที่2 วิธีทำปุ๋ยน้ำหมักฯครับ ตัวนี้เป็นปุ๋ยก็ไม่ใช่(มีธาตุอาหารพืชน้อยมาก)เป็นยาก็ไม่ใช่ แต่มีผลดีต่อดินมากครับ ดินดีรากพืชก็ดีตามหาอาหารเก่งขึ้น(มีรากอ่อนมากขึ้น)เมื่อกินได้ก็แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย ต้นทุนก็ถูกแสนถูก ใช้ของฟรีเกือบทั้งหมด เรียนรู้ที่จะหาของฟรีจากแหล่งใกล้บ้าน พวกร้านส้มตำ ตลาดสดเป็นต้นครับ ซื้อแค่กากน้ำตาล....อันนี้ถ้าหาซื้อไม่ได้ ติดต่อคุณหาดใหญฯได้ครับ(ฟรีอีก ฮิฮิ)
เรื่องที่3 ต้องกล้าทดลองถ้าได้ผลดีต้องเอามาใช้ให้ได้ครับ ต้นไม้ก็เหมือนคนครับ มีตัวแปรมากมาย ไม่(กึ่ง)สำเร็จรูปเหมือนมาม่าครับ ที่ว่าต้องกล้านี่คือ....ยกตัวอย่างนะครับ ผมทดลองไม่ถางหญ้าเกือบปี(ถางเฉพาะทางเดิน ห่างแถวของต้นราวฟากละเมตร....ข้ออ้างครับจริงๆแล้วขี้เกียจ ฮิฮิ)พบว่าได้น้ำยางมากขึ้น พี่ๆน้าๆสวนติดกันกัดผมซะจมเขี้ยว แม่บ้านก็บ่น(ทั้งๆที่รู้สึกอยู่ว่าได้น้ำยางมากขึ้น) สุดท้ายก็ต้องถางเตียนราบทั้งสวนเหมือนเคย.....เพราะไม่กล้าปรับเอามาใช้ครับ(เกรงใจแม่บ้านครับ)
รอดูใบอยู่ครับ
-
มาถึงเรื่องที่ติดค้างไว้ครับ....ลับมีด จะแถมเรื่องเลือกซื้อมีดด้วยครับ
การเลือกซื้อมีดใหม่ ต้องดูอะไรบ้าง...ถ้ามียี่ห้อที่ใช้ประจำอยู่แล้วนะครับ
1.) ความตรงของตัวมีด ดูด้ามที่อยู่ตรงกลางนะครับ คดเห็นได้ชัด เลือกออกไป(แต่แม่บ้านซื้อมา)(รูปบน)
2.) ความเรียบของมีด ถ้ามีดผิวเรียบกว่าก็ใช้เวลาลับ-แต่งน้อยกว่าครับ..เลือกมาวางไว้(รูปล่างซ้ายดีกว่าขวาเพราะเรียบกว่า....ขวาด้ามเดียวกับที่คดนั่นแหละครับ)
3.) ใช้เล็บงัดที่ขอบหูของมีดให้ดังกิ๊ง เสียงต้องใสกังวาล ดังนาน ด้ามไหนดังนานกว่าแสดงว่าบางกว่า ใช้เวลาลับ-แต่งน้อยกว่า ด้ามไหนเสียงใสกว่าแสดงว่าแกร่งกว่า(เกิดจากขึ้นตอนการชุบ)มีดไม่อ่อนครับ
4.) มีความเป็นแม่เหล็ก ลองให้ดูดตะปูดูครับ ยี่ห้อเดียวกันบางด้ามดูบางด้ามไม่ดูดครับ
5 )ความเรียบร้อยของรอยต่อ ส่วนที่เป็นมีดจะเป็นเหล็กดี ต่ออยู่กับเหล็กธรรมดา (รูปล่างลูกศรชี้) รอยต่อต้องเรียบ เวลาลับ-แต่งไม่เปลืองหินใช้เวลาน้อย
หลักๆแค่นี้ครับ
-
อุปกรณ์การลับครับ
หินลับ หยาบ-กลาง-ละเอียดแข็ง-ละเอียดอ่อน อ่างน้ำ
ก้อนขาวๆนั่นคือไขปลาวาฬครับ มือใหม่ควรใช้ครับ
ผ้ายีนส์ไม่อยู่ในรูปนะครับ เอาไปผูกห้อยไว้ให้แน่น(สุดๆ)
เพราะมีคนโดนมีดบาดตอนถูมีดกับผ้าบ่อยมาก
-
เอาหินแช่น้ำให้อิ่มน้ำครับ (ไม่มีฟองอากาศออกมาจากหิน) ปกติหินเมื่อใช้เสร็จแล้วก็แช่น้ำไว้ครับ แต่หินใหม่เลยต้องบอกไว้ครับ
มีดใหม่ ให้ล้างมีดด้วยผงซักฟอกก่อนนะครับ(ไม่เกี่ยวกับน้ำในอ่าง) ไม่งั้นน้ำมันเครื่องที่ชะโลมมีดอยู่จะซึมเข้าหิน หินลื่นไม่ค่อยกินเหล็กครับ
รูปแรก การจับหินครับนิ้วโป้งอยู่ที่สันหิน นิ้วชี้อยู่ที่ตัวหิน ถูแบบตะไบตามลูกศร การถูหินหยาบให้ถูวนเป็นวงให้น้อยที่สุด ไม่งั้นไม่นานมีดจะเบนโล พุงโผล่ ลำบากต้องทำแท้งมีดครับ
รูปที่สอง แนวขอบ"ลูกเนียง"ที่ต้องถูออกครับ สังเกตุหน่อมีดนะครับ เราจะแต่งหน่อให้โตเท่าๆ ขั้ว+ของถ่านAAA (แต่ยาวกว่านิดหน่อย)
.........................................
-
การถือด้ามมีดแล้วแต่ถนัดครับ ยึดหลักว่าต้องให้หินแนบแบนกับตัวมีดที่สุด(ขนาน)
และต้องอยู่ในท่าที่จะปลอดภัยในกรณี มีดลื่น-หินลืน(ไม่งั้นโดนมีดบาดครับ)
รูปบนซ้ายมีเสียว บนขวา-ล่างปลอดภัย
....................................
ขึ้นแบบนี้
ข้อความนี้ส่งไปแล้ว คุณอาจจะบังเอิญคลิกสองครั้งหรือพยายามรีเฟรช
หลายครั้งแล้ว
......................................
-
ระหว่างลับต้องหมั่นเอาหิน-มีดจุ่มน้ำอยู่เรื่อยๆ เพราะจะเป็นการล้างมีดล้างหิน และที่สำคัญได้หยุดดูรอยลับครับ
สังเกตุหินบ้างว่ากินเหล็กยังไง
จากรูปขวา หินกินขอบแสดงว่าถือหินเอียงอยู่ครับ(ใช้คำไม่ค่อยถูก แต่เห็นจากรูปน่าจะเข้าใจ)
-
ถูไปเรื่อยๆครับ ขอบลูกเนียงเริ่มหมด
สังเกตุว่าส่วนคมมีดจะต้องไม่ค่อยโดนหินนะครับ
ดูที่ปลายหินนะครับ ต้องสึกแบบเรียบเสมอทั้งแผ่น เพราะเมื่อไสหินไปแล้วต้องไม่หักข้อมือให้หินโดนคมมีดครับ
ถูแบบนี้มีดจะลับง่ายในวันต่อๆไปครับ
-
อีกมุมของหินครับ
-
เริ่มถูเข้าในคลองบ้างแล้ว...ใช้สันหินด้านเล็กถูตรงกลางคลอง อย่าเพิ่งถูขอบคลองนะครับ เพราะยังอยู่ในขั้นตอน "ถา" (ถากมั้ง)มีดอยู่
-
โดนขอบคลองแหว่งไปนิดหน่อย เพราะไม่ได้แต่งสันหินให้เล็กลงครับ
มือใหม่ต้องสังเกตุมีด-หินอยู่บ่อยๆระหว่างลับนะครับ
-
ลับหูมีด...ยึดหลักเดิมครับ ให้แผ่นหินขนานกับมีด
ผมจับให้หลังมีดแนบกับไม้รองเลยครับ
-
ถูตัวมีดด้านหลัง
ใช้ขอบของไม้รองล็อกหูมีดครับ มีดไม่เขยื้อนปลอดภัย
-
เริ่มกำหนดขนาดหน่อ(เงี่ยง)แล้วครับ...ทำแบบเดียวกันทั้งสองฟากของหน่อครับ
หลักการก็คือ กะขนาดที่ต้องการ(เผื่อนิดหน่อยก็ได้) ถูให้เกิดแนวเส้น(เส้นประ) ส่วนที่โดนถูจะบางกว่าส่วนอืนถ้าบางไปก็แหว่ง ไม่ต้องออกแรงกดเยอะ หมั่นสังเกตุเรื่อยๆ อย่าลืมว่ายังอยู่ขั้นตอน "ถา"มีดอยู่ ยังไม่ต้องให้มีดคม
ของคุณ Pinij ที่หน่อเอียงไม่เข้ากลางคลองเพราะไม่กำหนดเส้นนี้ขึ้นมาก่อนครับ
ถ้าถูไปแล้วหน่อเล็กกว่าที่ต้องการซะแล้ว ไม่ต้องท้อครับ เรายังไม่ได้ลับส่วนของคมมีด หน่อจะใหญ่+ยาวกว่าที่ผ่านขั้นตอนนี้ได้อีกครับ
-
วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับเริ่มหมดแสงแล้ว ถ่ายรูปไม่ชัดแล้วครับ
-
ผมเคยค้นหาการสอนวิธีลับมีดในเนท บอกได้ประโยคเดียวว่า "ไม่มีที่ไหนละเอียดเท่าที่นี่" เดี๋ยวจะกลับมาอ่านครับ เมื่อเช้าไปเอาน้ำเข้าสวนต่อ กลัวหลุดไปหาชาวบ้านที่เค้าไม่ต้องการ (ที่เทเป็นขั้นบับใด) ถ่ายรูปมาให้ดูได้สามสวนที่อยู่ใกล้บ้านเท่านั้น สวนที่สี่อยู่ไกลบ้านสิบกว่ากิโลไม่มีเวลาจริงๆ ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-354A_4F2217B9.jpg)
สวนบนผมยืนถ่ายที่สี่แยก ซ้ายมือของถนนใบยังหนา แต่ขวามือของถนนใบร่วงมากกว่า ทั้งสองฝั่งน้ำยางลดลงครึ่งของที่เคยได้รับครับ แต่สวนล่างซ้ายมือ ซึ่งสวนนี้อยู่ห่างจากสวนบนครึ่งกิโลเมตร จะเห็นว่าในรูปใบร่วงไปหมด จนออกใบอ่อนจึงต้องหยุดกรีดไปนานแล้วครับ
ใบยางต้นอ่อนอายุ 4 เดือน เป็นจุดๆ ดังรูปครับ แต่ใบอ่อนที่แตกใหม่ปรกติดีครับ เป็นโรคอะไรครับ สวนนี้ปลูกพันธ์ 251 ไว้ครับ (ตอนนี้สูงเกือบถึงอกแล้ว) แต่อีกสวนที่ปลูกใหม่เหมือนกันมันอยู่ไกลสิบกิโลเมตรกว่าๆ นั้นไม่เป็นแบบนี้นะครับ พื้นที่เป็นเชิงเขา ผมเลยปลูกพันธ์ 600 ครับ หรือเป็นที่พันธ์ต่างกัน คือตอนปลูกสวนใกล้บ้านนั้นมีคนแนะนำว่าที่ลุ่มควรปลูก 251 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำนา ทำไร่ถั่วลิสงสลับกันมาก่อน เลยสามารถผันน้ำเข้าสวนได้ตลอดทั้งปี แต่ก็สามารถปิดกั้นน้ำไม่เข้าสวนเราได้ 100% เช่นกัน สวนปลูกใหม่ทั้งสองที่ ผมปลูกกาแฟระหว่างต้นยางด้วยครับ เลยต้องให้น้ำกันด้วย (กาแฟต้องการน้ำมากกว่ายางครับ) แต่สวนที่ตีนเขานั้นมีอ่างเก็บน้ำอยู่บนภูเขา ผมใช้ท่อ PVC ต่อลงมาลดต้นกาแฟได้เช่นกัน ข้างล่างสุดเขตสวนแห่งนี้ก็มีแอ่งน้ำเลี้ยงปลาไว้ดูเล่นด้วยครับ ตรงนี้วิวสวยมากๆ ผมกะเอาไว้นอนพัก่อนหน้าร้อน เพราะอากาศเย็นทั้งปี หายใจสะดวกกว่าอย่างชัดเจนเนื่องจากสูงกว่าที่อยู่ปัจจุบันเกือบๆ ร้อยเมตรเห็นจะได้
(http://s2.uppic.mobi/image-3AF3_4F22415D.jpg)
พักกลางวันกลับมากินข้าวครับ อ่านเห็นตรงที่มีดถูกกินเป็นแบบรุ่งริ่งเพราะไม่ได้แต่งหิน ใช่เลยครับ ถ้าไม่บอก ผมก็ลืมคิดไปเลยละครับ ตอนนี้พอเห็นหนทางทำเงี่ยงเองแบบสวยๆ รางๆ หลังจากที่ได้อ่านวิธีลับมีดมาทั้งหมดแล้ว และต้องขอขอบพระคุณมากๆ เลยครับ O0 :victory ผมอยากเห็นตอนเอามีดฝนกับผ้ายีนน่ะครับ ทำเหมือนช่างตัดผมฝนมีดโกนหนวดไหมครับ? (แบบต้องถูผ่านเร็วๆ น่ะครับ) และอยากรู้ว่าทางภาคใต้ปิดหน้ายางเดือนไหนกันครับ? อ. เคยบอกว่าไม่คุ้ม ต้นมันจะโทรมถ้ามันแตกยอดต้องปิดทันทีครับ ตอนนี้ราคายางขึ้นวันละห้าบาทแนะ :victory O0 ของผมที่กรีดปีนี้ยังไม่ได้ขายเลย กะว่ารอ 180 อีกซักรอบ ๕๕๕๕๕๕ จริงๆ แล้ว ขอ 130 หรือ 150 ก็พอใจแระ :yahoo (คิดว่า 150 จะไปถึงไหมครับ?)
-
สามวันนี้เหนื่อย แต่สนุกมากๆ แบบไม่ยากกลับมากินข้าวเลย นี่แหละมั้งที่เค้าเรียกว่าสนุกกับงาน ดูเหมือนง่าย แต่ยากเหมือนกัน คือระดับพื้นที่มันหลอกตา น้ำมันวิ่งกระจายที่ละขั้นบันได ต้องคอยเอาจอบปรับแต่งระดับทางน้ำในร่องที่สูงกว่าให้ข้าม ณ ตำแหน่งที่ถูกต้อง ต้องเล็งเหมือนพัทลูกก็อล์ฟลงลุมกันเลยละครับ กับการต้อนน้ำให้กระจายทั่วทุกต้น ทั้งซีกซ้ายและขวาจากจุดที่เอาน้ำเข้าตรงกลาง เป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดของสวน แต่ก็สามารถกระจายน้ำได้แค่ 90% ของพื้นที่เท่านั้นเอง คงต้องพรุ่งนี้อีกวัน มันยากตรง้ำมาน้อยด้วย แล้วก็ห้ามทำน้ำล้นข้ามสวนเราไปใส่ สวนที่เค้าจะปลูกถั่วกันอีกด้วย นี่แหละคือข้อจำกัดที่ทำงานนี้ไม่ได้ง่ายๆ ละครับ :cry2
กลับมาจากงานเห็นรูปที่คุณ อะโกโก้ ถ่ายการฝนมีดให้ดู เกิดแรงฮึดอีกครั้งครับ ผมฝนจากสันอีกข้างหนึ่งไปยังคม มีดของแพงนี้มันไม่แตกไม่บิ่นจริงๆ แฮะ (เลยขอบอกว่ามีดตราสามห่วงอย่าไปซื้อมาใช้เป้นเด็ดขาด ราคามัน 150 บาทเอง อ. แจกครับ แต่ผมซื้อยี่ห้อ คมดี ราคา 250 บาทนี่โอเคเลยครับ) ตอนนี้มีดผมคมดีขึ้นไปกว่าเดิมครับ (จากการเกาะกับเล้บมือดู แต่คงต้องหาทางทดลองกะของจริงดีกว่า) ตอนนี้หาต้นกรีดยากซะแล้วครับ ถามใครๆ ก้ปิดหน้ายางกันแล้ว แต่ เอ! คุณ อะโกโก้ ดูหน้ายางในรูปผมที ผมไปถ่ายรูปเมื่อเช้านี้ ดูเหมือนว่าคนกรีดยางยังกรีดเมื่อคืนนี้หรือเปล่าครับ (คือเมื่อวันที่ 25 วันแรกตอนผมเอาน้ำเข้าสวนที่ปลูกใหม่ คนกรีดโทรมาบอกว่าจะหยุดกรีดตั้งแต่วันนั้นเลย) ไม่รู้ว่าแอบกรีดแบบจะไม่แบ่งให้เราหรือเปล่า? ปรกติผมเชื่อใจไม่ค่อยได้เช็ค ดีว่าไปถ่ายรูปถึงเห็น แต่ถ้าทำแบบที่ว่าคงไม่ให้กรีดต่อในปีหน้าแน่ๆ การให้คนอื่นกรีดบางครั้งเราก็ต้องปล่อยให้เล็ดลอดกันบ้าง เพราะคนกรีดบางคนมีลูกเล่นยักหยอกยางแบบเนียนๆ เยอะ เช่นกรีดดึกแล้วเก็บเร็ว น้ำยางส่วนที่ไหลต่อ แกก็เก็บไปขายขี้ยางซะอีกเป็นต้น เรื่องนี้ผมก็พยามศึกษาอยู่ครับ มีอะไรที่ควรระวังอีกช่วยบอกผมด้วยนะครับ อ้อ! นึกออกอีกอย่าง บางครั้งคนกรีดแอบหยอดยางลงรูในดินแล้วย้อนมาเก็บวันหลังก็มี :nono :nonono N] สรุปแล้วปีหน้ามี % สูงมากๆ ว่าผมจะทำเองทั้งหมด d_d :drunk อ้อ! ลืมบอกไปอีกอย่างผมเอาเข็มขัดหนังแท้ๆ มาแทนผ้ายีนแล้วถูคมมีดเร็วๆ ในทิศทางเดียวผ่านแผ่นหนังยาวๆ รู้สึกได้เลยมามันคมมั๊กๆๆ จนอยากจะทดลองออกไปกรีดสวนที่ผมถ่ายรูปมาให้ดูซะแล้วในคืนนี้ละครับ (ผมคิดว่าเมื่อคืนน่าจะมีการกรีดแน่ๆ ผมคงต้องอดใจรออีกคืนละครับ เค้ากรีดตีสาม แต่ผมจะกรีดตอนสามทุ่ม 55555) ขออีกสักวันนะโยม :yahoo :yahoo :yahoo
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A5DD_4F2299BD.jpg)
ผมมีรูปโค็สส์อับใกล้ๆ มาให้ดูครับ ผมไปถ่ายรูปมาให้ดูกันประมาณเก้าโมงเช้าของวันนี้ แล้วดูสีของน้ำยางบนทางวิ่ง มันยังเป็นสีขาวๆ อยู่เลย ผมคิดว่าไม่เมื่อคืนนี้หรือเมื่อคืนวานคือคืนของวันที่ 26 ต้องมีการกรีดยางแน่ๆ ? (รึผมคิดผิดไป? ขอถามเซียนหน่อยครับ) ซึ่งคนกรีดยางสวนนี้โทรมาบอกผมในวันที่ 25 ว่าจะหยุดกรีดในวันนั้นเลย :-\ :( :-X
-
หน้ายางพังหมดแล้ว กรีดเหมือนพม่าแถวพังงาเลย
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A5DD_4F2299BD.jpg)
ผมมีรูปโค็สส์อับใกล้ๆ มาให้ดูครับ ผมไปถ่ายรูปมาให้ดูกันประมาณเก้าโมงเช้าของวันนี้ แล้วดูสีของน้ำยางบนทางวิ่ง มันยังเป็นสีขาวๆ อยู่เลย ผมคิดว่าไม่เมื่อคืนนี้หรือเมื่อคืนวานคือคืนของวันที่ 26 ต้องมีการกรีดยางแน่ๆ ? (รึผมคิดผิดไป? ขอถามเซียนหน่อยครับ) ซึ่งคนกรีดยางสวนนี้โทรมาบอกผมในวันที่ 25 ว่าจะหยุดกรีดในวันนั้นเลย :-\ :( :-X
ข้อนี้ก่อนนะครับ
....ตั้งคำถามกับตัวเองก่อน รู้แล้วจะทำยังไงต่อ(ต้องไปเฝ้า ไล่ออกฯลฯ) ไม่รู้แล้วจะเป็นยังไงบ้าง (รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วเสียอะไร เอามาเปรียบเทียบกัน) ของบางอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีกว่าครับ......กรีดเองแล้วจะรู้ลักษณะขี้เส้นหน้ายางครับ
ขอตอบนอกคำถามครับ
1.) ต้องขีดเส้นหลัง เส้นลูกศร1(ด้วยมีด)ความลึกของเส้นประมาณร่องลิ้น(ไม่ถึงเนื้อไม้) ความยาวให้ต่ำกว่าหน้ายางประมาณ 6-8นิ้วครับ เริ่มขีดตื้นๆพอให้เห็นรอยก่อน ถ้าตรงดี(ขนานกับร่องลิ้น)ก็ค่อยซ้ำให้ลึกขึ้นครับ หน้ายางจะยาวเท่ากันทั้งหน้า เวลาเปลือกยางงอกออกมาจะเรียบเสมอกันทั้งต้น กรีดหน้าซ้ำได้ดีครับ
2. หน้ายางของคุณPinij ผมเรียก "มือนางรำ"ครับ น้ำยางไม่ออก น้ำยางงดเร็ว แก้โดย กรีดให้ตลอดหน้ายางไม่ต้องยกมีด
3.) กรีดตรงๆตามเส้นลูกศร2
4.) ตอนกรีดถ้าหลังมีด(ช่วงสันมีด)แนบลำต้น จะทำให้มีดไม่กินเนื้อไม้ แต่ถ้ามีดมีพุง พุงมีดจะปาดหน้ายางที่กรีดไปแล้ว(หน่อมีดต้องอยู่กลางคลอง)....ตรงนี้มือใหม่จะเข้าใจผิดอยู่มาก(หรือกลัว+เกร็ง)ทำให้แบะหลังมีดห่างลำต้น จนหน่อกินเนื้อไม้ครับ
.........
รู้สึกว่าหน้ายางจะยาวไปหน่อยนะครับ วัดความยาวเส้นรอบวงต้นและหน้ายางให้หน่อยครับ
-
ใบยางต้นอ่อนอายุ 4 เดือน เป็นจุดๆ ดังรูปครับ แต่ใบอ่อนที่แตกใหม่ปรกติดีครับ เป็นโรคอะไรครับ
ถ้าเดาไม่ผิด โดนฝนลวกครับ บ้านผมเรียก"ถูกยาด"(พยาธิมั้ง ฮิฮิ)ทางการเรียกโรคใบจุด สาเหตุเกิดจากโดนฝนลวกใบ(ฝนตกไม่หนัก...ถ้าตกหนักจะไม่เป็น)ในช่วงที่ใบ(ส่วนใหญ่)ยังไม่แก่เต็มที่ครับไม่ต้องรักษาครับ
..เพิ่มเติมครับ สาเหตุที่อีกสวนนึงไม่เป็นเพราะความอ่อน-แก่ของใบไม่เท่ากัน(เพราะพันธ์ยาง) หรือฝนไม่ถึงครับ
....เพิ่มเติมอีกครับ ยางอ่อนต้องผูกต้นไว้กับ"ไม้ม็อบ"ด้วยครับ โตขึ้นลำต้นจะตรงดีครับ เกะกะกิ่งหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ
-
ผมอยากเห็นตอนเอามีดฝนกับผ้ายีนน่ะครับ ทำเหมือนช่างตัดผมฝนมีดโกนหนวดไหมครับ? (แบบต้องถูผ่านเร็วๆ น่ะครับ)
ใช่ครับ ถูเต็มแผ่นมีดทั้ง4ด้านก่อน(ตัวมีดด้านใน-นอก หูมีดด้านใน-นอก)ต่อที่คมมีดด้านในที่ตัวมีด+หูมีด แล้วค่อยมาเน้นที่หน่อมีดด้านนอก+คลองมีด ครับ ดูว่าเศษเหล็กที่คมมีดออกหมดก็พอครับ
หนังแท้ก็ใช้ได้ดีครับ แต่เข็มขัดหนัง(ของนักเรียน)จะหนาไปทำให้ลงไม่ถึงท้องคลองครับ ตอนถูที่ท้องคลองให้พับผ้านะครับ ส่วนที่เป็นสันผ้าสัมผัสกับท้องคลองครับ
สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้ใช้ไขปลาวาฬ(หาซื้อได้จากร้านเครื่องเหล็ก-ร้านก่อสร้างทั่วไป)ลนไฟแล้วเอามาถูพอกที่ผ้าหรือหนังก่อนนะครับ มีดจะเรียบลื่น(แวววับเป็นกระจก) กรีดไม่กินแรง ทำให้หน้ายางไม่เป็นลอนครับ
-
สวนบนผมยืนถ่ายที่สี่แยก ซ้ายมือของถนนใบยังหนา แต่ขวามือของถนนใบร่วงมากกว่า ทั้งสองฝั่งน้ำยางลดลงครึ่งของที่เคยได้รับครับ แต่สวนล่างซ้ายมือ ซึ่งสวนนี้อยู่ห่างจากสวนบนครึ่งกิโลเมตร จะเห็นว่าในรูปใบร่วงไปหมด จนออกใบอ่อนจึงต้องหยุดกรีดไปนานแล้วครับ
ซ้ายมือของถนนใบยังหนา แต่ขวามือของถนนใบร่วงมากกว่า 2แปลงนี้กรีดต่อได้ครับ แปลงที่ใบหนาอย่างน้อยๆก็อีกเดือนนึงครับ ถ้าไม่เต็มใจนัก กรีดๆหยุดๆก็ได้ครับถือว่าซ้อมมือ ถ้าลงกรีดกะว่าเสร็จประมาณ7โมงครึ่งได้จะดีครับเพราะจะมียางส่วนหนึ่งที่เห็นหน้ายางชัด จะได้รู้ว่าวางมีดแบบไหนเรากรีดดีที่สุดครับ ค่อยไปหยุดจริงๆในช่วงที่แตก"เขี้ยวหมา"ครับ
ของผมที่กรีดปีนี้ยังไม่ได้ขายเลย กะว่ารอ 180 อีกซักรอบ ๕๕๕๕๕๕ จริงๆ แล้ว ขอ 130 หรือ 150 ก็พอใจแระ :yahoo (คิดว่า 150 จะไปถึงไหมครับ?)
ถูกต้องแล้วครับ ไม่ต้องรีบขายในช่วงนี้ครับ ช่วงยางผลัดใบราคาขึ้นครับ(ผลผลิตออกตลาดน้อย) 150ไม่แน่ใจ แต่120นี่ได้แน่นอน(จริงๆแล้วจีนเค้ารับ120นะครับ ถ้าจำได้ช่วงน้ำท่วมหนักใหม่ๆ รมต.ไทยไปขู่จีนไว้(ไม่ต่ำกว่า)120บาทจีนก็รับ(รับจริงๆ) แต่ไม่ติดตาม ราคาก็เลยนิ่งๆต่ำ100อยู่เกือบ3เดือน จนชาวสวนยางต้องออกมาโวยวายนั่นแหละถึงจะขยับกัน(ราคาก็เลยขึ้นวันละหลายบาท)
ตอนนี้มีดผมคมดีขึ้นไปกว่าเดิมครับ (จากการเกาะกับเล้บมือดู แต่คงต้องหาทางทดลองกะของจริงดีกว่า)
ต้องลองจิกเล็บตลอดคมมีดนะครับ สังเกตุที่สันคมจะเป็นเส้นเสมอกันตลอดคม ในส่วนที่เป็นพื้นที่ของคมมีดต้องเรียบไม่เป็นเกล็ดปลา....ลองโกนขนดูครับ ถ้ามีดโกน(Gillette 2หน้า)คมกว่า ยังไม่ผ่านครับ
ภาษาและการอธิบายนี่มันเป็นอุปสรรคจัง.....ผมเองก็ยุ่งเรื่องจัดบ้านเตรียมทำบุญ100วันคุณแม่อยู่ซะด้วย เดี๋ยวค่อยๆถ่ายรูปมาให้เรื่อยๆนะครับ
ขอดูมีดของคุณPinijหน่อยครับ
1.) ทั้งตัว
2.) เน้นหน่อมีด(มีของเทียบขนาด)
3.) เน้นหูมีด
4.) เน้นคลองมีด
5.) เส้นคมของมีด ทั้งตัวมีดและหูมีด
-
หน้ายางพังหมดแล้ว กรีดเหมือนพม่าแถวพังงาเลย
5555 ช่วงนี้แฟนผมให้พี่สาวดูแลอยู่ ตอนหลังผมขับรถผ่านไปเห็น ก็เลยเอามือถือถ่ายไปให้เค้าดู เราก็เลยเอามาดูแลเอง คือตอนแรกแฟนอยากช่วยพี่สาว ก็นึกว่าเค้าจะกรีดเองและดูแลต้นยางเราอย่างดี แต่แอบไปจ้างคนไม่เป็นกรีดซะนี่ :cry2 (แล้วเก็บค่าคอมฯ) และคงอยากได้น้ำยางมากๆ เลยอัดกันซะถึงแกร่นตามรูปแหละครับ ผมก็พึ่งจะรู้ตอนเรียนนี่แหละว่า ถ้าห่างเยื้อเจริญประมาณ 1 mm (จากผิวเปลือกนอกเข้ามา 5 mm ซึ่งแล้วแต่อายุของยาง ที่ผมว่ามาคือยางเด็กๆ) ได้น้ำยาง 50% แต่ถ้าเข้าอีกนิดเดียวคือ 1 / 2 mm จะได้น้ำยางขึ้นมาอีกเป้นตั้ง 80% ถ้าให้ถึงเยื่อเจริญก็ 100%
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A5DD_4F2299BD.jpg)
ผมมีรูปโค็สส์อับใกล้ๆ มาให้ดูครับ ผมไปถ่ายรูปมาให้ดูกันประมาณเก้าโมงเช้าของวันนี้ แล้วดูสีของน้ำยางบนทางวิ่ง มันยังเป็นสีขาวๆ อยู่เลย ผมคิดว่าไม่เมื่อคืนนี้หรือเมื่อคืนวานคือคืนของวันที่ 26 ต้องมีการกรีดยางแน่ๆ ? (รึผมคิดผิดไป? ขอถามเซียนหน่อยครับ) ซึ่งคนกรีดยางสวนนี้โทรมาบอกผมในวันที่ 25 ว่าจะหยุดกรีดในวันนั้นเลย :-\ :( :-X
ข้อนี้ก่อนนะครับ
....ตั้งคำถามกับตัวเองก่อน รู้แล้วจะทำยังไงต่อ(ต้องไปเฝ้า ไล่ออกฯลฯ) ไม่รู้แล้วจะเป็นยังไงบ้าง (รู้แล้วได้อะไร ไม่รู้แล้วเสียอะไร เอามาเปรียบเทียบกัน) ของบางอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจะดีกว่าครับ......กรีดเองแล้วจะรู้ลักษณะขี้เส้นหน้ายางครับ
ขอตอบนอกคำถามครับ
1.) ต้องขีดเส้นหลัง เส้นลูกศร1(ด้วยมีด)ความลึกของเส้นประมาณร่องลิ้น(ไม่ถึงเนื้อไม้) ความยาวให้ต่ำกว่าหน้ายางประมาณ 6-8นิ้วครับ เริ่มขีดตื้นๆพอให้เห็นรอยก่อน ถ้าตรงดี(ขนานกับร่องลิ้น)ก็ค่อยซ้ำให้ลึกขึ้นครับ หน้ายางจะยาวเท่ากันทั้งหน้า เวลาเปลือกยางงอกออกมาจะเรียบเสมอกันทั้งต้น กรีดหน้าซ้ำได้ดีครับ
2. หน้ายางของคุณPinij ผมเรียก "มือนางรำ"ครับ น้ำยางไม่ออก น้ำยางงดเร็ว แก้โดย กรีดให้ตลอดหน้ายางไม่ต้องยกมีด
3.) กรีดตรงๆตามเส้นลูกศร2
4.) ตอนกรีดถ้าหลังมีด(ช่วงสันมีด)แนบลำต้น จะทำให้มีดไม่กินเนื้อไม้ แต่ถ้ามีดมีพุง พุงมีดจะปาดหน้ายางที่กรีดไปแล้ว(หน่อมีดต้องอยู่กลางคลอง)....ตรงนี้มือใหม่จะเข้าใจผิดอยู่มาก(หรือกลัว+เกร็ง)ทำให้แบะหลังมีดห่างลำต้น จนหน่อกินเนื้อไม้ครับ
.........
รู้สึกว่าหน้ายางจะยาวไปหน่อยนะครับ วัดความยาวเส้นรอบวงต้นและหน้ายางให้หน่อยครับ
เมื่อวานผมเป็นไข้เลยครับ ตากแดดมา 3 วันเต็มๆ เลยนอนแต่หัวค่ำ ผมก็ว่ามือเค้ายังไม่ถึงมากกว่าเหมือนกัน แล้วมาว่าน้ำยางเราไม่ออก อิ อิ ... ผมเห็นมือเก่าทีมาฝึกหลายคนก็ทำแบบน้ำคือกลัวพรุงมีดกินเข้าเนื้อ ก็เลยเอาพุงห่างต้นไว้ก่อน แล้วมันก็ชิน พอตอนสอบกรีดไม่เชื่อ อ. ทำตามที่เคยชิน ก็เลยทำคะแนนแพ้ผมละครับ :yahoo แต่ผมมือยังไม่ค่อยนิ่ง แต่คิดว่าทำถูกวิธีครับ พวกนี้ต้องฝึกและทำเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทักษะจะเพิ่ม แล้วจะไม่ค่อยพลาด เดี๋ยววันนี้ 3 ทุ่ม เจ้าต้นยางของผมเราเจอกันแน่ครับ แล้วจะวัดขนาดมาให้ครับ ผมว่าเป้นความโลภของพี่สาวแฟนด้วย เลยกรีดกันยาวๆ ไม่สงสารน้องยางของผมเลย :nono
-
ใบยางต้นอ่อนอายุ 4 เดือน เป็นจุดๆ ดังรูปครับ แต่ใบอ่อนที่แตกใหม่ปรกติดีครับ เป็นโรคอะไรครับ
ถ้าเดาไม่ผิด โดนฝนลวกครับ บ้านผมเรียก"ถูกยาด"(พยาธิมั้ง ฮิฮิ)ทางการเรียกโรคใบจุด สาเหตุเกิดจากโดนฝนลวกใบ(ฝนตกไม่หนัก...ถ้าตกหนักจะไม่เป็น)ในช่วงที่ใบ(ส่วนใหญ่)ยังไม่แก่เต็มที่ครับไม่ต้องรักษาครับ
..เพิ่มเติมครับ สาเหตุที่อีกสวนนึงไม่เป็นเพราะความอ่อน-แก่ของใบไม่เท่ากัน(เพราะพันธ์ยาง) หรือฝนไม่ถึงครับ
....เพิ่มเติมอีกครับ ยางอ่อนต้องผูกต้นไว้กับ"ไม้ม็อบ"ด้วยครับ โตขึ้นลำต้นจะตรงดีครับ เกะกะกิ่งหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ
ใช่เลยครับ ถูกต้อง.....................มีฝนตกอยู่ช่วงหนึ่ง ไม่มากนัก คงตอนใบที่เป็นจุดยังอ่อนอยู่แน่ๆ เลยครับ ...ได้หนึ่งความรู้เรื่องโรคของใบกะตัวเองละครับ เคยอ่านๆ มาแล้วลืมหมดครับ ต้องเจอเองแบบนี้ไม่มีลืมแน่นอน K] K] เดี๋ยวผมจะจับมันมัดกับหลักครับ ขอบคุณครับที่เตือน ต้นยังเล็กเดี๋ยวลมพัดต้นจะหักอีกด้วย
ผมอยากเห็นตอนเอามีดฝนกับผ้ายีนน่ะครับ ทำเหมือนช่างตัดผมฝนมีดโกนหนวดไหมครับ? (แบบต้องถูผ่านเร็วๆ น่ะครับ)
ใช่ครับ ถูเต็มแผ่นมีดทั้ง4ด้านก่อน(ตัวมีดด้านใน-นอก หูมีดด้านใน-นอก)ต่อที่คมมีดด้านในที่ตัวมีด+หูมีด แล้วค่อยมาเน้นที่หน่อมีดด้านนอก+คลองมีด ครับ ดูว่าเศษเหล็กที่คมมีดออกหมดก็พอครับ
หนังแท้ก็ใช้ได้ดีครับ แต่เข็มขัดหนัง(ของนักเรียน)จะหนาไปทำให้ลงไม่ถึงท้องคลองครับ ตอนถูที่ท้องคลองให้พับผ้านะครับ ส่วนที่เป็นสันผ้าสัมผัสกับท้องคลองครับ
สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้ใช้ไขปลาวาฬ(หาซื้อได้จากร้านเครื่องเหล็ก-ร้านก่อสร้างทั่วไป)ลนไฟแล้วเอามาถูพอกที่ผ้าหรือหนังก่อนนะครับ มีดจะเรียบลื่น(แวววับเป็นกระจก) กรีดไม่กินแรง ทำให้หน้ายางไม่เป็นลอนครับ
พรุ่งนี้ว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ จะไปเดินหาดูครับ
สวนบนผมยืนถ่ายที่สี่แยก ซ้ายมือของถนนใบยังหนา แต่ขวามือของถนนใบร่วงมากกว่า ทั้งสองฝั่งน้ำยางลดลงครึ่งของที่เคยได้รับครับ แต่สวนล่างซ้ายมือ ซึ่งสวนนี้อยู่ห่างจากสวนบนครึ่งกิโลเมตร จะเห็นว่าในรูปใบร่วงไปหมด จนออกใบอ่อนจึงต้องหยุดกรีดไปนานแล้วครับ
ซ้ายมือของถนนใบยังหนา แต่ขวามือของถนนใบร่วงมากกว่า 2แปลงนี้กรีดต่อได้ครับ แปลงที่ใบหนาอย่างน้อยๆก็อีกเดือนนึงครับ ถ้าไม่เต็มใจนัก กรีดๆหยุดๆก็ได้ครับถือว่าซ้อมมือ ถ้าลงกรีดกะว่าเสร็จประมาณ7โมงครึ่งได้จะดีครับเพราะจะมียางส่วนหนึ่งที่เห็นหน้ายางชัด จะได้รู้ว่าวางมีดแบบไหนเรากรีดดีที่สุดครับ ค่อยไปหยุดจริงๆในช่วงที่แตก"เขี้ยวหมา"ครับ
ของผมที่กรีดปีนี้ยังไม่ได้ขายเลย กะว่ารอ 180 อีกซักรอบ ๕๕๕๕๕๕ จริงๆ แล้ว ขอ 130 หรือ 150 ก็พอใจแระ :yahoo (คิดว่า 150 จะไปถึงไหมครับ?)
ถูกต้องแล้วครับ ไม่ต้องรีบขายในช่วงนี้ครับ ช่วงยางผลัดใบราคาขึ้นครับ(ผลผลิตออกตลาดน้อย) 150ไม่แน่ใจ แต่120นี่ได้แน่นอน(จริงๆแล้วจีนเค้ารับ120นะครับ ถ้าจำได้ช่วงน้ำท่วมหนักใหม่ๆ รมต.ไทยไปขู่จีนไว้(ไม่ต่ำกว่า)120บาทจีนก็รับ(รับจริงๆ) แต่ไม่ติดตาม ราคาก็เลยนิ่งๆต่ำ100อยู่เกือบ3เดือน จนชาวสวนยางต้องออกมาโวยวายนั่นแหละถึงจะขยับกัน(ราคาก็เลยขึ้นวันละหลายบาท)
ตอนนี้มีดผมคมดีขึ้นไปกว่าเดิมครับ (จากการเกาะกับเล้บมือดู แต่คงต้องหาทางทดลองกะของจริงดีกว่า)
ต้องลองจิกเล็บตลอดคมมีดนะครับ สังเกตุที่สันคมจะเป็นเส้นเสมอกันตลอดคม ในส่วนที่เป็นพื้นที่ของคมมีดต้องเรียบไม่เป็นเกล็ดปลา....ลองโกนขนดูครับ ถ้ามีดโกน(Gillette 2หน้า)คมกว่า ยังไม่ผ่านครับ
ภาษาและการอธิบายนี่มันเป็นอุปสรรคจัง.....ผมเองก็ยุ่งเรื่องจัดบ้านเตรียมทำบุญ100วันคุณแม่อยู่ซะด้วย เดี๋ยวค่อยๆถ่ายรูปมาให้เรื่อยๆนะครับ
ขอดูมีดของคุณPinijหน่อยครับ
1.) ทั้งตัว
2.) เน้นหน่อมีด(มีของเทียบขนาด)
3.) เน้นหูมีด
4.) เน้นคลองมีด
5.) เส้นคมของมีด ทั้งตัวมีดและหูมีด
ถ้ากรีดต่อได้อีกเดือนละก็เยี่ยมไปเลย อย่างที่ว่าราคากำลังดีมั๊กๆๆ :secret ผมถ่ายรูปมีดไว้เมื่อวานครับ อาจจัง :-\ คืออาจยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์รูปร่างอาจไม่ค่อยตรง ปลายเดือยแหลมไปนิดนึง แต่ผมเห็นว่ามันคมทุกตำแหน่งดีแล้ว คือกลัวมันจะเสียน่ะครับ ถ้าฝนต่อ (กลัวมันร่อยๆ เป็นฟันฉลาม แต่ตอนนี้รู้แล้วครับว่าผมไม่ฝนริมหินให้เล็ก ฝนครั้งหน้าจะเอาทำแบบให้ดีที่สุด และเอารูปมาให้ อ. อะโกโก้ตรวจกันทุกมุมครับ ครั้งนี้ขอแค่นี้ก่อน) แล้วจะเอารอยแผลที่ผมกรีดมาให้ตรวจด้วย ไม่มีใครรักต้นยางเรา เท่าตัวเราละครับ ต้องทำให้ดีที่สุดกับเค้าด้วย d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-91FE_4F23459D.jpg)
-
เหมือนว่าจะลับสุ่มหลังนะครับ(หินทำมุมกับมีด) และมีดมีพุง(เกิดจากการลับแบบหมุนหิน แก้โดยไสหินตรงๆ เน้นที่พุง))มุมกล้อง+แสงสะท้อนอาจหลอกตาอยู่ครับ
แต่โดยรวมแล้วสวยดี แวววับเชียว หน่อแหลมกว่านั้นได้อีกครับ รอดูพรุ่งนี้อีกที ขอชัดๆนะครับ
.............
ทางนี้หยุดกรีดตอนใบอ่อน(สีออกน้ำตาลๆ)เข้าช่วงแก่(เขียวอ่อน)ครับ ช่วงนั้นต้นยางส่งอาหารไปเลี้ยงใบมากเป็นพิเศษ กรีดช่วงนั้นยางโทรมครับ
-
เจออาจารย์ดี ผมเลยยอมเสียเวลาไปเกือบครึ่งวันลื้อของเก่าทิ้ง พยายามทำตาม อ. สอนทุกอย่างแม้กระทั่งการแอดเดสส์ (ตั้งท่า) และก็อบปี้วงสวิงกันเลยละครับ ผิดอะไรตรงไหนช่วยแนะนำด้วยครับ ตอนนี้ยังลับหินละเอียดยังไม่เต็มที่นะครับ ถ้ารูปทรงผ่านจะได้ลับให้คมสุดๆ ต่อไป แต่ตอนนี้ก็เกาะเล็บในบริเวณของคมมีดช่วงที่ใช้กรีดยางแล้วนะครับ d_d :drunk คืนนี้ต้นยางจะได้บอกว่า อุ๋ย! ฉีดยา (กรีดยาง) ไม่เจ็บเลย มดกัดยังเจ็บกว่า :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-9E6C_4F238074.jpg)
1.) ทั้งตัว
2.) เน้นหน่อมีด(มีของเทียบขนาด)
3.) เน้นหูมีด
4.) เน้นคลองมีด
5.) เส้นคมของมีด ทั้งตัวมีดและหูมีด
2. ลืมเอาไม้บรรทัดเทียบ แต่น่าจะพอเทียบสะเกลวกับตัวมีดได้นะครับ
3. ตรงส่วนไหนครับหู
4. ไม่รู้จักอีกแหละครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-145C_4F23A87C.jpg)
ต้องโทษแว่นครับ หาอันที่ดูภาพชัดไม่เจอ ถ่ายรูปออกมาถึงฟ้องชัดเจนเลย K] ต้องลับต่ออีก ((
(http://s2.uppic.mobi/image-ED40_4F23A87C.jpg)
รูปชุดหลังน่าจะเห็นจุดผิดพลาดชัดเจนนะครับ ขอคำติอย่างเดียว จะได้แก้ไขให้ดี d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-D7D4_4F23BDDE.jpg)
ตั้งแต่กรีดยางมาตลอดชีวิตผม ก็เพิ่งจะกรีดให้มีดไปโดน ริน (เหล็กรองน้ำยางจากต้น) นี่แหละครั้งในชีวิต :cry2 :cry2 :cry2 5555+
นี่ขนาดกรีดกลางวันนะเหนี่ย ผมก็ว่าจะระวังรินให้มากๆ แล้วนะ K] K] K]
ดูจากวงกลมตำแหน่งเดียวกับคำตอบก่อนหน้านี้ ผมจัดการฝนจุดที่ยังมีข้อติติงได้ จนมันหมดไปแล้ว ผมถึงเอาไปทดลองกรีดของจริงครับ เฮ้อ! ต้องเริ่มกันใหม่อีกแล้ว :nonono
(http://s2.uppic.mobi/image-1B4A_4F23BDDE.jpg)
ดูจากน้ำยางที่ไหลออกมาอย่างแรงในทันทีทันใด ไม่เหมือนที่ผมกรีดครั้งแรกในชีวิตก่อนไปเรียน มันเป็นเรื่องจริงๆ เลยละครับ การกระตุกมีด กรีดให้ถึงเยื่อเจริญ (ตรงสีเหลืองๆ เหนือน้ำยางแหละครับ ผมกรีดไม่ได้เข้าแกร่นนะ :yahoo) จะได้น้ำยางมากที่สุด O0 :victory เจอกันแน่คืนนี้สามทุ่มนะน้องยาง d_d :drunk พรุ่งนี้เช้าไปเชียงใหม่ก้คงปล่อยให้เป็นขี้ยางไปก็แล้วกัน กลับมาค่อยคุยกันใหม่นะครับ d_d :drunk :drive1
อ้อ! ผมลืมบอกไปว่าผมวัดขนาดลำต้นตำแหน่งที่เริ่มกรีดครับแรกได้ 61cm และรอยกรีดยาวตามทางที่มันเฉียงลงมาวัดได้ 17 cm ครับ ไม่ทราบว่ามันยาวเกินไปใหม่ครับ? คือรอบลำต้นเกือบๆ สามคืบครับ แผลก็เกือบๆ คืบเหมือนกัน น่าจะอยู่ในเกณฑ์ 1 / 3 นะครับ แต่พอเราดูจากรูปมันหลอกตาเราเหมือนกรีดกันครึ่งต้นกันเลย 1 / 2 :-\
-
เดี๋ยวผมค่อยไล่อ่านและตอบแบบละเอียดอีกทีนะครับ เอาเรื่องมีดก่อน
1.) หน่อโตและทู่ไปครับ ดูรูปตัวอย่างนะครับ(ออกจะโตไปนิดนึงด้วยซ้ำ เพราะผมติดนิสัยขี้เกียจแต่งบ่อยๆ)
-
ชื่อตำแหน่งของมีดนะครับ
1 ท้องคลอง ด้านหลังตำแหน่งนี้เรียกว่า หลังคลอง
2 หูมีด ด้านหลังตำแหน่งนี้เรียกว่า หลังหูมีด
3 ตัวมีด
4 พื้นที่ของคมมีด(ที่ผมเคยบอกว่า 1-2มิลฯ)
5 ขอบหู
....แต่ละที่เรียกต่างกันบ้าง แต่เอาตามนี้นะครับจะได้คุยกันรู้เรื่อง
เฮ้อ!!Snagit ของผมดันไม่รับภาษาไทยซะงั้น
-
หลังคม+หลังหูมีดก่อนนะครับ
ยังลับสุ่มอยู่ครับ (หินทำมุมกับมีดหรือตอนไสหินหักข้อมือลง)
-
ถ้าลองจิกเล็บแล้วเป็นขุยแสดงว่ายังไม่คม
-
เส้นคมมีดครับ
-
ตอนเรียนไม่สอนกันละเอียดแบบนี้น่ะครับ ขอต่อเรื่องลักษณะของเดือยก่อนนะครับ ตอนแรกผมรับคล้ายๆ แบบที่ อ. โก้ ทำมาให้ดูนี่แหละ แต่อาจารย์ที่สอนบอกว่าไม่ถูกให้ทำเหมือนเล็บของนิ้วก้อย ตามรูปที่ผมทำมานั่นแหละ ตัวอย่างของอาจารย์ที่สอนนั้น มีขนาดเท่าของผมเลยด้วย ผมได้ถามอาจารย์ว่าทำไม่ต้องทำแบบนี้ อาจารย์ตอบผมไม่ได้ แต่ผมก็ยังคาใจอยู่เหมือนกันว่า ช่วงเดือยของมดนี้ มันจะอยู่ในช่วงที่จะตัดท่อน้ำยางพอดี ฉะนั้นการทำเป้นมุมแหลมอย่าง อ. โก้ทำนี้นั้น น่าจะถูกต้องมากกว่า คือมันตัวตัดท่อน้ำยางแบบเฉือนๆ ซึ่งท่อน้ำยางจะขาดแบบรูน้ำยางไม่ถูกอุด แต่ถ้าทำแบบเล็บแล้ว มันตัดกันตรงๆ ท่อน้ำยางจะถูกปิดได้ง่ายๆ ถ้ามีดมันทื่อไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าเราเฉือน ถึงแม้มีดจะทื่อลงเล็กน้อย ท่อน้ำยางก็ยังไม่ถูกปิดง่ายๆ ตอนนั้นผมก็คิดถึงข้อนี้ แต่ดูอาจารย์ที่สอนแล้วไม่น่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาคุย สู้เงียบไว้จะดีกว่า แล้วก็ทำตาม ถึงได้คะแนนเต็มไง เต็มแบบผิดๆ แต่มันถูกสำหรับอาจารย์คนนั้น :secret แต่ตอนนี้ด้วยริมของผมมันบิ่น ต้องรีบทำก็เลยคล้ายของ อ. โก้ แล้วละ ถือว่าต้นยางผมโ๙คดีแล้วคืนนี้ เจอการเฉือนท่อน้ำยาง ไม่ใช่การตัดท่อน้ำยาง :yahoo
-
คือ.....แล้วแต่ความความถนัดและประสพการณ์ของแต่ละคนมั้งครับ (ไม่ได้เข้าข้างอาจารย์วิทยากรครับ ฮิฮิ) แถวนี้ก็มีเยอะครับที่แต่งหน่อมีดแบบนั้น(คนที่ไม่สนใจเรื่องมีดเท่าไหร่) ขนาดเท่าของผมนี่คนแก่ดูแล้วบอกยังใหญ่ไปเลยครับ ยางผมซ้ำหน้าแล้วนะครับ...ถ้าเป็นยางอ่อนนี่สงสัย...
หน่อเล็กหน้ายางสวยกว่ามากครับ ไม่เปลืองหน้า(กรีดได้บางกว่า)กรีดง่ายไม่เมื่อยมือครับ ทดลองมากับตัวเองแล้วครับ หน่อใหญ่เหมาะกับยางแก่ครับ....คือหน่อไม่หักง่าย
ถ้าสังเกตุหน่อมีดของผมจะเห็นว่าริมคลองฝั่งซ้ายมุมป้านกว่าฝั่งขวาอยู่หน่อยนึง(รูปที่เปรียบเทียบกับถ่านAAA) สาเหตุเพราะลดปัญหาเรื่องกรีดเข้าแกนได้อีกครับ ลองวาดภาพดูไปก่อนนะครับ เสร็จเรื่องแล้ว(หลังวันที่4)จะถ่ายรูปให้ดูอีกที
ถ้าลงกรีดคืนนี้ ขีดเส้นหลังก่อนนะครับ(สำคัญมาก)แปลกใจว่าทำไมอาจารย์วิทยากรไม่บอกเรื่องนี้ สะกิดมีดต่อจากเส้นร่องหลังทีนึงก่อน(แบะมีดหน่อยๆ...ให้หลังมีดห่างต้น) แล้วค่อยกรีดตามที่เรียนมาครับ
-
มาเรื่องลับ-แต่งมีดต่อนะครับ
พอเราแต่งมีดให้บางได้ที่แล้วก็แต่งหน่อ..ใช้หินละเอียดแบบแข็งหรือหินกลางเบอร์600 ครับ
แต่งขอบหน่อฝั่งซ้าย
1คือแนวของสันหิน
2 คือแนวสันหูมีด
-
แต่งหน่อฝั่งขวา เส้นสีน้ำเงินคือแนวสันหูมีด เส้นสีแดงคือแนวสันหิน สังเกตุมุมนะครับ(ลูกศรชี้)
ลืมให้ดูสันหินที่แต่งแล้วครับ...ให้ดูตรงนี้นะครับ
-
ต่อครับ
รูปล่างถูขอบคลอง(ริมหน่อ)ด้านหลังครับ ผมเลือกรูปนี้ดีที่สุดแล้วครับ :cry2 :cry2
-
ภาพแต่งด้านหลังเป็นแบบนี้หมดครับ :cry2 :cry2
-
ขนาดของหน่อชัดๆอีกทีครับ ถ้าของมืออาชีพจริงๆ(ที่กรีดยางอ่อนยังไม่ซ้ำหน้า)จะโตประมาณก้านไม้ขีด เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าครับ
ผมไม่เคยกรีดยางอ่อน เลยไม่ทราบว่าหน่อเล็กขนาดนั้นดีกว่าอย่างไรบ้าง
-
ทีนี้ก็ลับให้คม
ผมเริ่มด้วยหินขาว แล้วค่อยต่อด้วยหินตมครับ รูปบน ตมที่เกิดจากการไปหินตรงๆ รูปล่างตมที่เกิดจากการหมุนหิน
ลับทั้ง2แบบ แต่เน้นไสหินตรงๆมากกว่า เพราะจะเป็นการลบพุงไปในตัว
ค่อยเน้นหมุนหิน(อย่างเดียว)โดยใช้สันหินเฉพาะเส้นคมของมีดครับ(เพราะเส้นคมจะเล็กไม่เปลืองมีด)
-
ผมลืมถ่ายก่อนถูผ้าไว้ มีแต่ตอนถูเสร็จแล้ว
หลังคลองต้องเรียบลื่นมันแผล็บตลอดนะครับ กรีดลื่นไม่กินแรง ถ้าไม่ใช้ไขปลาวาฬจะไม่ใสกิ๊งขนาดนี้ครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-D7D4_4F23BDDE.jpg)
ตั้งแต่กรีดยางมาตลอดชีวิตผม ก็เพิ่งจะกรีดให้มีดไปโดน ริน (เหล็กรองน้ำยางจากต้น)
ผมชักสงสัยอาจารย์วิทยากรว่ามาจากไหนแล้วล่ะสิ....
เค้าเรียก "ลิ้นยาง" ครับ.....แต่ช่างเถอะเอาเป็นว่าผมเข้าใจแล้ว ว่า ริน=ลิ้น ฮิฮิ
จากหน้ายางจะมีเส้นเป็นร่องให้น้ำยางไหลมาที่ "ริน" ร่องนั่นเรียก "ร่องลิ้น"ครับ ต้องหมั่นแต่งเรื่อยๆนะครับ ไม่งั้นน้ำยางไหลไม่ลง"ริน"...พิมพ์ไปยิ้มไปครับ ฮิฮิ
กรีดสวยแล้วครับ เหลือแค่หน่อมีดครับ เล็กลงอีกหน่อยก็สวยขึ้นอีกครับ
ถ้าขี้หน้าหรือขี้เส้นดึงลอกออกมาได้(มีความหนาอยู่พอสมควร คือ ดึงลอกแล้วไม่ขาดง่าย)ดึงลอกก่อนกรีดจะดีขึ้นไปอีก คือจะเห็นหน้ายางชัดขึ้น เสียเวลาหน่อย แต่ขาย"ขี้หน้า"ได้(ตังค์)ครับ....
นี่แหละครับที่มาของคำว่า"ขายขี้หน้า" คือเมื่อก่อน(ตอนมียางเริ่มกรีดกันก่อนมีคำนี้)ถ้าใครขายขี้หน้านี่ต้องอาย......มั้ง ฮิฮิ
ของผม BPM24 เปอร์เซ็นต์ยางแห้ง 40 กว่า% ยางประมาณ900ต้น ได้ขี้หน้า+ขี้ยางน้ำล้างถังเก็บยาง วันนึงเกือบ4กิโลฯครับ ได้ค่ากับข้าวในครัวแล้วครับ
ผมบอกเผื่อไว้เลยนะครับ ต้องมีกระเป๋า(ย่าม)แขวนคอ(สะพายเฉียง) ไว้ใส่ขี้เส้นด้วยนะครับ ถึงจะลอกไม่ได้ก็เก็บทั้งเปลือก แล้วค่อยมานวดให้เปลือกออกทีหลังครับ
.......คุณอันดามัน อยู่ไหนน้อ...ไม่เข้ามาช่วยมั่งเลย เสียชื่อคนตรังจ้าวตำหรับยางเมืองไทยหมด
-
แต่ตอนนี้ด้วยริมของผมมันบิ่น
มีดของคุณPinij คมหล่น(เหล็กแกร่งเกินไป)ครับ ต้องลับให้สุ่มใน(หินทำมุมกับมีดด้านใน)เยอะขึ้นครับ
-
อ้อ! ผมลืมบอกไปว่าผมวัดขนาดลำต้นตำแหน่งที่เริ่มกรีดครับแรกได้ 61cm และรอยกรีดยาวตามทางที่มันเฉียงลงมาวัดได้ 17 cm ครับ ไม่ทราบว่ามันยาวเกินไปใหม่ครับ? คือรอบลำต้นเกือบๆ สามคืบครับ แผลก็เกือบๆ คืบเหมือนกัน น่าจะอยู่ในเกณฑ์ 1 / 3 นะครับ แต่พอเราดูจากรูปมันหลอกตาเราเหมือนกรีดกันครึ่งต้นกันเลย 1 / 2 :-\
เดี๋ยวนี้ยางเปิดกรีดใหม่นิยมกรีดกันแบบแบ่ง4ส่วน(สี่เหลี่ยม)ครับ....ของคุณPinij เพิ่งกรีดได้2ปีแบ่ง4ส่วนก็ได้ครับ ก็ประมาณนี้ล่ะครับ 15-17 เซ็นต์ฯ เพราะกว่าจะหมดหน้า1 เส้นรอบวงก็เพิ่มขึ้นอีก(แผลหน้ายางก็ยาวตาม)
พอหมดหน้านี้ ขึ้นหน้าใหม่ฝั่งตรงข้าม....(ไม่ต่อกันเหมือนระบบแบ่ง3ส่วน) ทำให้ท่อน้ำยาง+เปลือกฝั่งที่กรีดไปแล้วได้พักนานขึ้นครับ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจนะครับ
-
ถ้ากรีดต่อได้อีกเดือนละก็เยี่ยมไปเลย อย่างที่ว่าราคากำลังดีมั๊กๆๆ :secret ผมถ่ายรูปมีดไว้เมื่อวานครับ อาจจัง :-\ คืออาจยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์รูปร่างอาจไม่ค่อยตรง ปลายเดือยแหลมไปนิดนึง แต่ผมเห็นว่ามันคมทุกตำแหน่งดีแล้ว คือกลัวมันจะเสียน่ะครับ ถ้าฝนต่อ (กลัวมันร่อยๆ เป็นฟันฉลาม แต่ตอนนี้รู้แล้วครับว่าผมไม่ฝนริมหินให้เล็ก ฝนครั้งหน้าจะเอาทำแบบให้ดีที่สุด และเอารูปมาให้ อ. อะโกโก้ตรวจกันทุกมุมครับ ครั้งนี้ขอแค่นี้ก่อน) แล้วจะเอารอยแผลที่ผมกรีดมาให้ตรวจด้วย ไม่มีใครรักต้นยางเรา เท่าตัวเราละครับ ต้องทำให้ดีที่สุดกับเค้าด้วย d_d :drunk
อาจจัง น่าจะเป็น อายจัง ใช่มั๊ยครับ
อาจจัง ภาษาปักษ์ใต้แปลได้หลายอย่างครับ ฮิฮิ ถามท่านอื่นนะครับอย่าถามผม ผมไม่ "ชับ"
อ้อ เรื่องคนกรีดแอบเอาน้ำยางไปเทลงหลุม นั่น ไม่ต้องเอะอะนะครับ ไปขุดเอาขี้ยางตัดหน้าเค้าซะ ไม่กี่ครั้งก็เข็ดครับ...เดินดูให้ทั่วแปลงครับ เผื่อย้ายที่
-
อาจจัง น่าจะเป็น อายจัง ใช่มั๊ยครับ
อาจจัง ภาษาปักษ์ใต้แปลได้หลายอย่างครับ ฮิฮิ ถามท่านอื่นนะครับอย่าถามผม ผมไม่ "ชับ"
อ้อ เรื่องคนกรีดแอบเอาน้ำยางไปเทลงหลุม นั่น ไม่ต้องเอะอะนะครับ ไปขุดเอาขี้ยางตัดหน้าเค้าซะ ไม่กี่ครั้งก็เข็ดครับ...เดินดูให้ทั่วแปลงครับ เผื่อย้ายที่
อาจจัง
ไม่ได้คุยกันนานนะโก้ เอาคำนี้มาบอก แต่ไม่แปลให้พี่เค้า เด๋วก็ได้เข้าใจผิดไปใหญ่ ;D ;D ;D
เห็นลับมีดหน้าบ้านบ่อยๆ เปิดหลักสูตรลับมีดได้เลยนะเนี่ย :whistling :whistling
-
ถ้ากรีดต่อได้อีกเดือนละก็เยี่ยมไปเลย อย่างที่ว่าราคากำลังดีมั๊กๆๆ :secret ผมถ่ายรูปมีดไว้เมื่อวานครับ อาจจัง :-\ คืออาจยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์รูปร่างอาจไม่ค่อยตรง ปลายเดือยแหลมไปนิดนึง แต่ผมเห็นว่ามันคมทุกตำแหน่งดีแล้ว คือกลัวมันจะเสียน่ะครับ ถ้าฝนต่อ (กลัวมันร่อยๆ เป็นฟันฉลาม แต่ตอนนี้รู้แล้วครับว่าผมไม่ฝนริมหินให้เล็ก ฝนครั้งหน้าจะเอาทำแบบให้ดีที่สุด และเอารูปมาให้ อ. อะโกโก้ตรวจกันทุกมุมครับ ครั้งนี้ขอแค่นี้ก่อน) แล้วจะเอารอยแผลที่ผมกรีดมาให้ตรวจด้วย ไม่มีใครรักต้นยางเรา เท่าตัวเราละครับ ต้องทำให้ดีที่สุดกับเค้าด้วย d_d :drunk
อาจจัง น่าจะเป็น อายจัง ใช่มั๊ยครับ
อาจจัง ภาษาปักษ์ใต้แปลได้หลายอย่างครับ ฮิฮิ ถามท่านอื่นนะครับอย่าถามผม ผมไม่ "ชับ"
อ้อ เรื่องคนกรีดแอบเอาน้ำยางไปเทลงหลุม นั่น ไม่ต้องเอะอะนะครับ ไปขุดเอาขี้ยางตัดหน้าเค้าซะ ไม่กี่ครั้งก็เข็ดครับ...เดินดูให้ทั่วแปลงครับ เผื่อย้ายที่
ต้องขออภัยกันไว้ก่อนนะครับ ผมพิมพ์ผิดประจำเพราะต้องทำเวลาครับ ไม่มีเวลาตรวจ ตาก็มองแป้นพิมพ์ไม่ค่อยชัดด้วย เลยจิ้มผิดบ่อย ไม่งั้นพิมพ์แค่นี้ เอาให้ถูกต้องสิบนาทีขึ้นครับ
เข้าเรื่องต่อ วันนี้ไปกรีดมาหน่อยเดียวเพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปเชียงใหม่แต่เช้าหมืด คงไม่ได้เข้ามาคุยในนี้หลายวันจนกว่าจะกลับมานะครับ แล้วก็ไปพบว่ายางที่กรีดไว้ตอนกลางวัน บ่ายสามกว่าๆ มันหยุดไหลซะแล้ว ขอถามว่ามันปรกติหรือไม่ครับ? แล้วกลับไปอ่านเจอที่คุยกันว่า
2. หน้ายางของคุณPinij ผมเรียก "มือนางรำ"ครับ น้ำยางไม่ออก น้ำยางงดเร็ว แก้โดย กรีดให้ตลอดหน้ายางไม่ต้องยกมีด เลยจะถามว่าการกรีดโดยไม่ต้องยกมีดทำอย่างไรครับ? คือสงสัยว่าถ้ากรีดต่อเนื่อง มันจะไม่ต้องทำแบบช้าๆ หรือครับ? ยังนึกภาพไม่ออกจริงๆ ครับ คืออยากได้น้ำยางเยอะๆ อ่ะครับ เห็นแล้ววันนี้มันน้อยมากๆ เลย หรือเพราะผมกรีดผิดเวลา :-\ เดี๋ยวก็เจอเจาะรู อัดแก็จกันตั้งแต่ต้นอ่อนซะเลย (พูดเล่นนะครับ)
ผมก็รู้สึกว่ามีดเล่มนี้แกร่งเกินไปจริงๆ อาจต้องลับแบบทำมุมมากขึ้นตามที่แนะนำมาละครับ
เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ การแบ่งสี่ด้าน
คุณอันดามันก็มือกรีดเหมือนกันหรือนี่
ต้องขอขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่เอารูปมาประกอปการสอน ทำให้ผมตาสว่างขึ้นอีกเยอะเลย กลับจากเชียงใหม่ สิ่งแรกที่ผมจะทำคือ ลับมีดตามแบบที่สอนมา แล้วถ่ายรูปส่งอาจารย์ และอยากจะให้อาจารย์ ให้คะแนนตามจริง คือถ้ามีผิด ผมจะได้แก้ไขให้มันถูกน่ะครับ เอ! ผมว่ามันก้ไม่ได้เกะกะ ผมจะเอามีดและหินไปหัดลับเวลาอยู่ว่างๆ ที่โน่นด้วยเลยจะดีกว่า อาจไปส่งการบ้านตามร้านเนทคาเฟ่ข้างๆ บ้านก็น่าจะดีเหมือนกัน (ผมย้ายเนททีโอทีมาบ้านภูซาง เพราะที่โน่นนานๆ ไปพักทีน่ะครับ) ตอนนี้ผมสนุกกับการลับมีดจริงๆ ละครับ เพราะมีคนมาสอนให้แบบนี้ ยังลับยิ่งรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น ไม่เหมือนตอนแรก นึกเลยจริงๆ ว่า ชาตินี้เราคงลับมีดกรียางไม่คมแน่ๆ เพราะการเอาหินวิ่งไปบนมีดมันอยากกว่าการเอามีดไปวิ่งบนหินน่ะครับ
ที่จริงผมถ่ายคลิปตอนผมลับมาให้ดุ แต่ผมเสือกลบมันโดยไม่รู้ตัวเลยอดเอามาให้ดูกัน คือผมใช้ถุงพาสติกใส่น้ำแล้วให้มันหยดเร็วๆ ลงมาใส่มีดกันเลย ดังนั้นผมจึงฝนได้เร็วขึ้น มีดก็ไม่ร้อนด้วย (เห็นบอกให้จุ่มน้ำบ่อยๆ) เป็นวิธีที่เยี่ยมเลยละครับ ลองเอาไปใช้ดู แล้วท่อนไไม้ผมมีร่องวางมีดให้มันล็อกไม่ขับตัวได้ง่ายๆ มันอาจไม่สะดวกสำหรับคนที่ชำนาญ แต่คนมือไม่ค่อยนิ่ง ถือว่าดีกว่าไม่ทำแบบนี้ครับ
วันนี้ขอแค่นี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมต้องออกแต่เช้า ขอขอบพระคุณมากๆ ครับที่เข้ามาสอนผมด้วยความตั้งใจสูงมากๆ และแถมยังจะส่งมีดมาให้ใช้ซะอีกด้วย ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
-
เลยจะถามว่าการกรีดโดยไม่ต้องยกมีดทำอย่างไรครับ? คือสงสัยว่าถ้ากรีดต่อเนื่อง มันจะไม่ต้องทำแบบช้าๆ หรือครับ? ยังนึกภาพไม่ออกจริงๆ ครับ คืออยากได้น้ำยางเยอะๆ อ่ะครับ เห็นแล้ววันนี้มันน้อยมากๆ เลย หรือเพราะผมกรีดผิดเวลา
หน้ายางรูปล่าสุดของคุณPinijสวยแล้วครับ
แต่จะอธิบายการกรีดแบบไม่ต้องยกมีดไว้นะครับ....(ภาษาเป็นอุปสรรคครับ...ถ้าได้หลายคนช่วยอธิบายเรื่องเดียวกัน ภาษาที่ใช้ต่างกันจะช่วยให้เข้าใจดีขึ้น)
การซอยมีด ที่ผมรู้จัก มี2แบบ คือ
ซอยมีดตามแนวคลองหน้ายาง เน้นใช้หน่อแซะ(หักข้อมือ)แต่ไม่ใช่แซะเซะทีเดียวเพราะมีจังหวะการดึงมีดด้วย ขี้ไม้จะเป็นโค้งรูปครึ่งวงกลมตามคลองของมีด อันนี้คือกรีดยกมีด
และซอยแบบดึงมีดออกจากหน้ายางมาผิวเปลือกครับ ขี้ไม้จะแบนกว่าแบบแรก เป็นคล้ายปาดๆน่ะครับ อันนี้คือกรีดแบบไม่ยกมีด ถ้าหน้ายางงอนเป็นมือนางรำ(ผมตั้งชื่เอง ไม่ใช่ชื่อที่รู้จักทั่วไป ถามคนอื่นจะไม่รู้จักชื่อนี้นะครับ)กรีดแบบนี้แก้ได้ครับ
ไม่มีวิธีไหนดีกว่าครับ แล้วแต่ถนัด.......
น้ำยางน้อยลงเป็นได้หลายสาเหตุครับ(ไม่น่าเชื่อแต่เป็นแบบนั้นจริงๆ)
1. กรีดผิดเวลา(เช่นปกติกรีดตี1แต่ไปกรีด3ทุ่ม)
2. ผิดมีด เปลี่ยนมีดเปลี่ยนวิธีลับ
3. เปลี่ยนคนกรีด (วิธีกรีดไม่เหมือนกัน)
ผ่านไปสักพักยางจะปรับตัวได้และออกปกติ แต่กรณีของคุณPinij น้ำยางอาจน้อยลงเพราะเข้าช่วงยางผลัดใบครับ
คุณใหญ่เก่งเรื่องปาล์ม ใครมีเรื่องปัญหาปาล์มถามคุณใหญ่.....แม้!! อุตส่าห์เข้ามาแล้ว ไม่แปลให้พี่แกหน่อยล่ะครับคุณใหญ่
-
มาถึงบ้านที่ลำพูนผมก็ไม่สนใจใครกันแล้ว (แขกเต็มบ้านเพราะจัดงานวันเกิดหลานแฟน) ลุยลับมีดส่งให้ อ. โก้ กันก่อน ไม่งั้นคุยกะใครไม่สนุกเป็นแน่ ตามรูปครับ ถ้ามันใช้ได้ก็จะกลับไปขัดต่อ ถ้ายังเดี๋ยวปรับหน่อยใหม่ตามคำแนะนำครับ
เรื่องภาษานี่ผมมีปัญหาเป้นอย่างมาเลยในตอนนี้ ที่จริงผมฝังวิทยากรไม่ค่อยออกเหมือนกัน และแม้แต่คนแถวๆ บ้านด้วย พะเยาเขตติดต่อเชียงราย พูดฟังยากกว่าคนเชียงใหม่พูดเหนือเป็นสิบเท่าครับ ผมฟังคนเชียงใหม่ได้เข้าใจ 90% พอๆ กับฟังฝรั่งพูด แต่คนบ้านแฟนผม ผมคิดว่าเข้าใจแค่ 50% ครับ เพราะเวลาไปกับแฟน แล้วเอาเรื่องมาคุยกันกับแฟนภายหลัง ในเรื่องที่คุยกับเพื่อนบ้านไปแล้ว บางข้อความผมเข้าใจเป้นตรงกันข้ามเลยก็มีบ่อยๆ ครับ
ผมกรีดแบบไม่ยกมีดครับ ผมทำเป็นแบบนี้อย่างเดียว แบบยกหมีดผมทำไม่เป็น ถ้ามันดีเหมาะกับยางผม ก็ถือว่าผมและต้นยางของผมโชคดีแระ :yahoo
-
สวยแล้วครับ...ยังเล็กลงได้อีกนะครับ
มิน่า...ถึงได้คะแนนเต็ม
....
ไม่ต้องก็ได้ครับ เดี๋ยวตอนลับหินละเอียดก็เล็กลงเองครับ(ดูแต่ขนาด ลืมไปว่ายังไม่ลับหินละเอียด)
มีดคมหล่นแน่ๆครับ(คมเป็นฟันเลื่อย) ลับหินละเอียดให้สุ่ม ราวๆ30องศาครับ มีดด้ามนี้กรีดกินแรงหน่อยครับ
ผมเดาว่าเป็นมีดใบกบ
ลองดูลิ้งค์นี้นะครับ แท่นลับมีด
http://www.aopdr01.doae.go.th/platform%20sharpens%20a%20knife.htm
-
ที่ผมชอบรูปทรงแบบปลายแหลมนี้แต่แรก เริ่มต้นหัดลับวันแรก คือมันอาจถูกกับนิสับผมที่ชอบแบบนี้ด้วย และรู้สึกว่ามันทำง่ายกว่าแบบเล็บนิ้วก้อย ผมเอาไปให้อาจารย์ ในตอนจะเลิกเรียนแล้ว วิทยากรบอกว่าพรุ่งนี้เราเจอกัน จะให้รู้ว่าแบบเล็บนิ้วก้อยทำอย่างไร? ผมเลยต้องกลับไปบ้านทำเป็นแบบเล็บนิ้วก้อยส่งในวันรุ่งขึ้น
ขอบคุณมากครับ สำหรับแท่นลับ กลับไปคงทำแน่นอน พอดีผมได้ซื้อไม้สักมา 35 ท่อน ว่าจะเอามาทำโครงสร้างชั้นที่สองของบ้านดิน คงต้องเม้มมาทำแท่นลับซักแท่นนึงละครับ เหล็กมีดผมคงแกร่งจริงๆ ครับ ผมอาจต้องลับเพิ่มองศามากขึ้นอีกเล็กน้อย มิเช่นนั้นมันจะคมหล่นง่าย ยิ่งทำยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ เราต้องปรับการลับให้เหมาะกับเหล็กด้วย แต่คิดว่าถึงคมมันองศามากหน่อย แต่ด้วยความแข็งของเหล็กก้ทำให้มันกรีดได้หลายต้นครับ ผมคงต้องเสาะหามีดที่เหมาะกับการลับ การกรีดของเราแบบ อ. โก้อีกต่อไปละครับ
-
ตามลิ้งค์ที่ผมให้ข้างบน มีข้อความไม่ถูกต้องอยู่(น่าจะหลายที่) อันนึงคือ ให้มีดจิกเล็บที่45องศา
"ทดสอบความคมของมีดโดยวางส่วนที่เป็นคม ลงบนเล็บมือ เอียงประมาณ 45 องศา หากคมมีดติดเล็บไม่ขยับถือว่ามีด มีความคมพอ "
ไม่ใช่ครับ ที่45องศามีดไม่คมก็จิกเล็บครับ ยิ่งจิกเล็บได้ที่องศาน้อยเท่าไหร่แสดงว่ามีดยิ่งคมครับ แต่จะลองมีดกับเล็บที่ประมาณ15องศาครับ(เพราะไม่ได้วางมีดกับหน้ายาง45องศา)
แค่เคาะ(เหมือนกับปล่อยให้มีดหล่นลงมากกว่า)ความสูงเล็บกับมีดประมาณ1นิ้ว ถ้ามีดเกาะเล็บก็โอแล้วครับ
ลองมีดแบบโกนขน นั่นโชว์มีดครับ ลองดูก็ได้ครับเปรียบเทียบกับแบบลองกับเล็บดู (ถ้าโกนขนได้เกลี้ยงแบบลากทีเดียวผิวไม่แสบประมาณว่าเกาะเล็บแบบไหน)
-
รูปบนตัวอย่างหน้ายาง ดูเส้นที่กรีดวันก่อนๆนะครับ (จ้างกรีดครับ...มือผมเจ็บหยุดกรีดมา3เดือนแล้ว) ยางกรีดซ้ำหน้า2แล้วครับ
รูปล่างเปรียบเทีบยคนกรีด3คน ของผมเบอร์1 ดูอะไรไม่เห็นแล้วครับ
เบอร์2สะกิดมีดหนักมาก กรีดไม่ลอกขี้เส้น กรีดเข้าแก่น ยางออกกว่าผมกรีดกับแม่บ้านอยู่ 12%
เบอร์3 ดีขึ้นกว่าเบอร์2 สะกิดมีดหนักกว่าผมไม่มาก ยางออกกว่าผมกรีดกับแม่บ้านอยู่ 8%
การกรีดของเบอร์3 ได้น้ำยางตรงกลาง แต่รอยกรีด ดีที่สุดครับ มีเข้าแก่นนิดหน่อย...ยางซ้ำหน้า2(แผลเล็ก เปลือกปิดได้)
ผมส่งน้ำยางขายสหกรณ์ครับตัวเลขพวกนี้เลยละเอียด
สังเกตุร่องลิ้นด้วยนะครับ น้ำยางไหลจากหน้ายาง ไหลมาร่องลิ้นไหลลงลิ้น-หยดลงจอกยาง ไม่ใช่หยดจากหน้ายางลงลิ้นนะครับ
-
รูปบนรอยสะกิดมีดของเบอร์2 (แรง+ลึกเกินไป...เหมือนเอามีดเฉาะ)
รูปล่าง รอยกรีดของผม สังเกตุเส้นหลังนะครับ
-
รูปบนรอยสะกิดมีดเบอร์3ครับ(ดีที่สุด)
รูปล่าง เส้นหลังครับ
น่าจะครบถ้วนแล้วนะครับ.... มีข้อสงสัยก็ถามมาได้ครับ เตือนผมมาทางPMด้วยนะครับ
อ้อ อีกนิดนึงครับ ถ้ากรีดทั้งแปลงแล้ว ผมขอดูมีดที่ยังไม่ได้ลับอีกทีนะครับ
-
มีดคมหล่นแน่ๆครับ(คมเป็นฟันเลื่อย) ลับหินละเอียดให้สุ่ม ราวๆ30องศาครับ มีดด้ามนี้กรีดกินแรงหน่อยครับ
ผมอุสาห์ถ่ายไม่ให้ชัดแล้วเซียวนะ หลบสายตาเซียนไม่ได้อีก :cry2 ยังเห็นคมหล่นจนได้ :secret
ตอนนี้ผมยังอยู่เชียงใหม่ครับ คิดว่ากลับบ้านไปครั้งนี้ ผมกะว่าจะต้องทำเส้นหลังก่อนอื่นเป็นอันดับแรกกันเลยละ คนเก่าไม่มีทำไว้เลยสักต้น (( กลับไปภูซางคงวันที่ 3 หรือ 4 แล้วผมส่งรูปมีดหลังกีดมาให้ดูครับ ขอบคุณครับที่ถ่ายรูปมาให้ดูอย่างชัดเจน จะพยายามทำตามให้ได้ แต่คงต้องใช้เวลาครับ อ้อ! ขอถามหน่อยครับ คนเก่ากรีดองศาไว้ไม่ดี ผมควรค่อยๆ ปรับหรือลุยปรับครั้งเดียวให้ถูกต้องไปเลยดี? คือรีบปรบวันเดียวเราจะเสียหน้ายางโดบเปล่าระโยชน์ แต่ค่อยๆ ปรับ น้ำยางก็จะได้น้อย (แต่ผมคิดจะทำตามข้อหลัง ดีหรือไม่ดีครับ?)
ไปเชียงใหม่ครั้งนี้ ผมไปเอาสูตรการทำหมอนยางพารามาเรียบร้อยแล้ว ถ้าสนใจ กลับบ้านภูซางผมจะก็อปปี้ส่งมาให้พร้อมๆ กับ กาแฟผมนะครับ d_d :drunk
-
ตอบ # 696สีเหลืองๆ เป็นน้ำๆ คือเยื่อเจริญใช่หรือไม่ครับ?
-
คนเก่ากรีดองศาไว้ไม่ดี ผมควรค่อยๆ ปรับหรือลุยปรับครั้งเดียวให้ถูกต้องไปเลยดี? คือรีบปรบวันเดียวเราจะเสียหน้ายางโดบเปล่าระโยชน์ แต่ค่อยๆ ปรับ น้ำยางก็จะได้น้อย (แต่ผมคิดจะทำตามข้อหลัง ดีหรือไม่ดีครับ?)
ดีครับ ค่อยๆปรับถูกแล้วครับ
ไปเชียงใหม่ครั้งนี้ ผมไปเอาสูตรการทำหมอนยางพารามาเรียบร้อยแล้ว ถ้าสนใจ กลับบ้านภูซางผมจะก็อปปี้ส่งมาให้พร้อมๆ กับ กาแฟผมนะครับ d_d :drunk
หมอนยางพารา ผมไม่รู้จักครับ
-
ตอบ # 696สีเหลืองๆ เป็นน้ำๆ คือเยื่อเจริญใช่หรือไม่ครับ?
น่าจะดูจากรูปบนใช่มั๊ยครับ...
ไม่ใช่ครับ เป็นขี้เส้นที่ไม่ได้ลอกก่อนกรีดครับ
-
ขอแทรกช่องความถี่หน่อยครับ เข้า กทม. มารอบนี้จัดมาแล้วครับ ชุดเทโฟม PU ท่อทองแดงเส้น M สำหรับทำแฟลตเพลท สีทนความร้อนรัสโอเลียม :cold และมีคำถามให้สมาชิกช่วยอีกตามเคยครับ ;D ;D
ผมจะใช้สังกะสีเป็นแผ่นรับรังสี แล้วสีรัสโอเลียมชนิดทนความร้อนจะเกาะสังกะสีไหมครับ (ตอนใช้งานอุณหภูมิผิวประมาณ 85 ดีกรีเซลเซียส) ผมแอบซื้อเกาะเหล็กแบบสเปรย์ของเลย์แลนด์ติดมาด้วยครับ หรือท่านใดมีวิธีทำสีสังกะสีวิธีอื่นแนะนำหน่อยครับ จริงๆต้องใช้ทองแดงแบบเผ่นมาพับเป็นลอน แต่ถามราคาแล้วหนาวจัดครับ เลยคิดว่าใช้สังกะสีมุงหลังคานี่หละครับพอสู้ไหว ค่านำความร้อนก็โอเค แถมเป็นลอนมาแล้วครับ หรือมีวัสดุชนิดอื่นก็โอเคครับที่สามารถเชื่อมติดกับท่อทองแดงได้ครับ
หลังกลางเดือนกุมภาฯคงได้ทำครับ ช่วงนี้งานเพียบครับ
-
ขอแทรกช่องความถี่หน่อยครับ เข้า กทม. มารอบนี้จัดมาแล้วครับ ชุดเทโฟม PU ท่อทองแดงเส้น M สำหรับทำแฟลตเพลท สีทนความร้อนรัสโอเลียม :cold และมีคำถามให้สมาชิกช่วยอีกตามเคยครับ ;D ;D
ผมจะใช้สังกะสีเป็นแผ่นรับรังสี แล้วสีรัสโอเลียมชนิดทนความร้อนจะเกาะสังกะสีไหมครับ (ตอนใช้งานอุณหภูมิผิวประมาณ 85 ดีกรีเซลเซียส) ผมแอบซื้อเกาะเหล็กแบบสเปรย์ของเลย์แลนด์ติดมาด้วยครับ หรือท่านใดมีวิธีทำสีสังกะสีวิธีอื่นแนะนำหน่อยครับ จริงๆต้องใช้ทองแดงแบบเผ่นมาพับเป็นลอน แต่ถามราคาแล้วหนาวจัดครับ เลยคิดว่าใช้สังกะสีมุงหลังคานี่หละครับพอสู้ไหว ค่านำความร้อนก็โอเค แถมเป็นลอนมาแล้วครับ หรือมีวัสดุชนิดอื่นก็โอเคครับที่สามารถเชื่อมติดกับท่อทองแดงได้ครับ
หลังกลางเดือนกุมภาฯคงได้ทำครับ ช่วงนี้งานเพียบครับ
ดีเดี๋ยวเจริญรอยตามครับ ตอนนี้เ้ข้าเนทคาเฟ่ ยังไม่มีเวลาค้นอะไให้ คาดว่าพรุ่งนี้อาจกลับภูซางครับ
ขอส่งการลับมีดครั้งใหม่ครับ วันนั้นรีบไปหน่อย พักพวกแซวตลอดว่าเมื่อไรจัเสร็จ คมเลยหล่นลงน้ำไปเลย 555555 ขอแก้ตัวใหม่ครับ ถ่ายให้ดูก่อนกรีดนะครับ เดี๋ยวกลับบ้านแล้วกรีดจะถ่ายมาให้ดูอีกครั้ง รูปนี้ถือเป็นภาพถ่ายอ้างอิงก่อนกรีดนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-6A84_4F27A9A6.jpg)
มีปัญหากล้องที่ถ่ายแบทหมด กลับบ้านภูซางจะลงให้นะครับ ได้รูปเต็มใบมีดได้รูปเดียว รูป Close-up ลงไม่ไม่ได้
-
ขอแทรกช่องความถี่หน่อยครับ เข้า กทม. มารอบนี้จัดมาแล้วครับ ชุดเทโฟม PU ท่อทองแดงเส้น M สำหรับทำแฟลตเพลท สีทนความร้อนรัสโอเลียม :cold และมีคำถามให้สมาชิกช่วยอีกตามเคยครับ ;D ;D
ผมจะใช้สังกะสีเป็นแผ่นรับรังสี แล้วสีรัสโอเลียมชนิดทนความร้อนจะเกาะสังกะสีไหมครับ (ตอนใช้งานอุณหภูมิผิวประมาณ 85 ดีกรีเซลเซียส) ผมแอบซื้อเกาะเหล็กแบบสเปรย์ของเลย์แลนด์ติดมาด้วยครับ หรือท่านใดมีวิธีทำสีสังกะสีวิธีอื่นแนะนำหน่อยครับ จริงๆต้องใช้ทองแดงแบบเผ่นมาพับเป็นลอน แต่ถามราคาแล้วหนาวจัดครับ เลยคิดว่าใช้สังกะสีมุงหลังคานี่หละครับพอสู้ไหว ค่านำความร้อนก็โอเค แถมเป็นลอนมาแล้วครับ หรือมีวัสดุชนิดอื่นก็โอเคครับที่สามารถเชื่อมติดกับท่อทองแดงได้ครับ
หลังกลางเดือนกุมภาฯคงได้ทำครับ ช่วงนี้งานเพียบครับ
ได้สะแตยเลสส์มาทำแทมเปอร์ใหมครับ
-
ผมให้ช่างแถวงามวงศ์วานทำให้ครับ เห็นบอกเสร็จแล้ว สองสามวันพี่ชายกลับบ้านพอดีครับเดี่ยวคงได้ของครับ
-
สวัสดีครับ พี่พินิจ
วานซืนเย็นๆ ........ เด็กๆที่บ้านดูทีวี(เรากำลังทานข้าว จึงได้ยินเสียงโดยบังเอิญจึ้งเข้าไปแจม)
เรื่องที่ อังกฤษ ..........เขาใช้พลังงาน คลื่นกระเพื่อม สร้างพลังงาน...............ดูหลักการแล้วน่าสนใจมาก
นำการกระเพื่อมของลูกลอย ที่ออกแบบ เป็นระบบส่งกำลัง ไปยังเครื่องสร้างกระแสไฟ...............ดูแล้วแจ๋วมาก
อยากทำเล่นจัง
พอมาหาข้อมูลบ้านเรา พบประปรายครับ
http://www.ipthailand.go.th/thaiipmart/productdetail.php?pdid=219&offertype=sell
-
สวัสดีครับ พี่พินิจ
วานซืนเย็นๆ ........ เด็กๆที่บ้านดูทีวี(เรากำลังทานข้าว จึงได้ยินเสียงโดยบังเอิญจึ้งเข้าไปแจม)
เรื่องที่ อังกฤษ ..........เขาใช้พลังงาน คลื่นกระเพื่อม สร้างพลังงาน...............ดูหลักการแล้วน่าสนใจมาก
นำการกระเพื่อมของลูกลอย ที่ออกแบบ เป็นระบบส่งกำลัง ไปยังเครื่องสร้างกระแสไฟ...............ดูแล้วแจ๋วมาก
อยากทำเล่นจัง
พอมาหาข้อมูลบ้านเรา พบประปรายครับ
http://www.ipthailand.go.th/thaiipmart/productdetail.php?pdid=219&offertype=sell
เคยดูทีวีมาเหมือนกัน แต่เกือบสามสิบปีมาแล้วละครับ มีคนเอาพลังคลื่นแถวๆ ชายฝั่งทะเลที่แรงๆ มาผลิตไปเหมือนกัน เมืองเหนือถ้าจะหาคลื่นแรงๆ ยากสักหน่อยนะครับ แถวนั้นน่าทำพลังงานจากลมครับ ที่บ้านลำพูนก้ยังเคยคิดจะทำอยู่เหมือนกัน มีการเขียนโปรเจ็กลงกระดาษแล้ว แต่ไม่มีเวลาทำครับ K] K] K]
ขอส่งการบ้าน อ. โก้ก่อนครับ ตอนนี้กลับมาถึงภูซางแระ ว่าจะลงมือกรีดยางคืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้เอารูปมีดหลังการกรีดมาให้ดูกันต่อไป
(http://s2.uppic.mobi/image-737C_4F28E90E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-E1FE_4F28E90E.jpg)
ขอคำยืนยันจากน้อง NJL หน่อยครับ คล้ายอ่านผ่านๆ ตาว่า พลังความร้อนจาก แผงที่ซื้อมาสามารถทำอุณภูมิได้ถึง 250 c จริงๆ หรือ? ได้นี่เราสามารถเอาไปทำอะไรต่างได้เยอะเลยละ อย่างแรกก็อบยางแผ่น อย่างที่สองว่าจะเอาไว้อบโปรเจ็คกาทำที่นอนยางพารา (ลดต้นทุนไปได้เยอะเลยละครับ) ถ้าทำหลายๆ แผงนี่เอาไอน้ำไปขับให้เป็นพลังงานไฟฟ้าต่อได้อีกเหมือนกัน มันน่าสนใจมากๆ เลยละครับ d_d :drunk
-
ลับได้แบบมืออาชีพ :)มีสำลองด้วยนะครับ
-
ลับได้แบบมืออาชีพ :)มีสำลองด้วยนะครับ
ขอบคุณครับพี่ ที่มาให้กำลังใจ เรื่องมีดอะไหล่ อ. โก้ กำลังส่งมีดเบตงขึ้นมาให้อีกอันนึงแล้วครับ รอกรีดเปิดหน้ายาง พค. นี้ กะว่าคงต้องมีอย่างน้อยซัก 3 ด้ามครับ (มือใหม่กลัวเจอตุ่มตาแล้วมันหักน่ะครับ) แต่ลิ้นคงไม่กลัวแล้วเพราะครั้งหน้ามันจะต้องลงไปอยู่ห่างอย่างน้อย 1 ฟุท พี่ Song ผมพยายามหามีดที่พี่แนะนำมา แต่หาไม่ได้เลย K] K] K] :cry2 :cry2 :cry2 อยากได้มั๊กกกก เลยละครับ หาซื้อได้ที่ไหนครับ บอกแหล่งซื้อหน่อย :secret
-
ขอส่งการบ้าน อ. โก้ก่อนครับ ตอนนี้กลับมาถึงภูซางแระ ว่าจะลงมือกรีดยางคืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้เอารูปมีดหลังการกรีดมาให้ดูกันต่อไป
สวยครับ..รอดูมีดตอนกรีดเสร็จแล้วอีกที ถามไว้ก่อนครับ..
ยางประมาณกี่ต้น
ช่วงเดือนธันวาฯ ยางวันละกี่แผ่น(น้ำหนักตอนแห้งแผ่นละเท่าไหร่)
สภาพดินเป็นแบบไหน
ปลูกความห่างระหว่างต้น-แถวเท่าไหร่
ถางหญ้าวิธีไหน
ใช้ปุ๋ยสูตรอะไรอยู่ ใส่แบบไหน(หว่านทั่วแปลงหรือใส่โคนต้น)
ปุ๋ยที่อยากผสมเองใช้สูตรอะไร (NPK)
ยางเปิดกรีด2ปีแล้ว? เปิดกรีดตอนยางกี่ปี
ทำแผ่นแบบไหน(กว้าง-ยาว-หนาเท่าไหร่) ผสมอะไรเท่าไหร่บ้าง
เก็บยางแผ่นรอขายแบบไหน
ยางอ่อนปลูกอะไรเป็นพืชแซม
หลายข้อหน่อยนะครับ(น่าจะยังไม่หมด)
คือ.....คนทางโน้น(อิสาน-เหนือ)โดนสอนเรื่องยางแบบบอกต่อกันมา(ผิดๆ)+โดนหลอก รู้แล้วได้แต่สงสารครับ
หยกๆ เพื่อนทางศรีสะเกษถามหาพันธุ์ยางตาเขียว ผมถามกลับไปว่าทำไมไม่เอายางเลี้ยงไปเลย ตอบผมมาว่า เจ้าหน้าที่(????)บอกว่ายางตาเขียวไม่ค่อยตาย...เฮ้อ!!ยังไม่รวมเรื่องวิธีการปลูก การเลือกสูตรปุ๋ย วิธีใส่ปุ๋ยฯลฯ
ผมถึงได้บอกว่า ถามผม"ถูกคน"แล้ว เพราะผมทำสวนยางแบบสมัยใหม่(ทดลองกับตัวมาแล้วจากข้อมูลของสถานีทดลองฯหรือจากคำบอกเล่าที่มีหลักวิชาการ)ไม่ใช่การทำสวนยางตามยถากรรม...ฮิฮิ ขอโม้หน่อย
-
ลับได้แบบมืออาชีพ :)มีสำลองด้วยนะครับ
ขอบคุณครับพี่ ที่มาให้กำลังใจ เรื่องมีดอะไหล่ อ. โก้ กำลังส่งมีดเบตงขึ้นมาให้อีกอันนึงแล้วครับ รอกรีดเปิดหน้ายาง พค. นี้ กะว่าคงต้องมีอย่างน้อยซัก 3 ด้ามครับ (มือใหม่กลัวเจอตุ่มตาแล้วมันหักน่ะครับ) แต่ลิ้นคงไม่กลัวแล้วเพราะครั้งหน้ามันจะต้องลงไปอยู่ห่างอย่างน้อย 1 ฟุท พี่ Song ผมพยายามหามีดที่พี่แนะนำมา แต่หาไม่ได้เลย K] K] K] :cry2 :cry2 :cry2 อยากได้มั๊กกกก เลยละครับ หาซื้อได้ที่ไหนครับ บอกแหล่งซื้อหน่อย :secret
PMที่อยู่เดียวสงไปไห้ ผมซื้อที่ตรัง
-
ขออนุญาติถาม อ.โก้หน่อยครับ ว่ามีกรีดยาง นกเงือก มันดีสำหรับมือใหม่มั๊ยครับ กำลังจะเบิกหน้ายางแล้ว :black_eye
-
ขอส่งการบ้าน อ. โก้ก่อนครับ ตอนนี้กลับมาถึงภูซางแระ ว่าจะลงมือกรีดยางคืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้เอารูปมีดหลังการกรีดมาให้ดูกันต่อไป
สวยครับ..รอดูมีดตอนกรีดเสร็จแล้วอีกที ถามไว้ก่อนครับ..
ยางประมาณกี่ต้น
ช่วงเดือนธันวาฯ ยางวันละกี่แผ่น(น้ำหนักตอนแห้งแผ่นละเท่าไหร่)
สภาพดินเป็นแบบไหน
ปลูกความห่างระหว่างต้น-แถวเท่าไหร่
ถางหญ้าวิธีไหน
ใช้ปุ๋ยสูตรอะไรอยู่ ใส่แบบไหน(หว่านทั่วแปลงหรือใส่โคนต้น)
ปุ๋ยที่อยากผสมเองใช้สูตรอะไร (NPK)
ยางเปิดกรีด2ปีแล้ว? เปิดกรีดตอนยางกี่ปี
ทำแผ่นแบบไหน(กว้าง-ยาว-หนาเท่าไหร่) ผสมอะไรเท่าไหร่บ้าง
เก็บยางแผ่นรอขายแบบไหน
ยางอ่อนปลูกอะไรเป็นพืชแซม
หลายข้อหน่อยนะครับ(น่าจะยังไม่หมด)
คือ.....คนทางโน้น(อิสาน-เหนือ)โดนสอนเรื่องยางแบบบอกต่อกันมา(ผิดๆ)+โดนหลอก รู้แล้วได้แต่สงสารครับ
หยกๆ เพื่อนทางศรีสะเกษถามหาพันธุ์ยางตาเขียว ผมถามกลับไปว่าทำไมไม่เอายางเลี้ยงไปเลย ตอบผมมาว่า เจ้าหน้าที่(????)บอกว่ายางตาเขียวไม่ค่อยตาย...เฮ้อ!!ยังไม่รวมเรื่องวิธีการปลูก การเลือกสูตรปุ๋ย วิธีใส่ปุ๋ยฯลฯ
ผมถึงได้บอกว่า ถามผม"ถูกคน"แล้ว เพราะผมทำสวนยางแบบสมัยใหม่(ทดลองกับตัวมาแล้วจากข้อมูลของสถานีทดลองฯหรือจากคำบอกเล่าที่มีหลักวิชาการ)ไม่ใช่การทำสวนยางตามยถากรรม...ฮิฮิ ขอโม้หน่อย
ยางประมาณกี่ต้น
ตอนนี้เหลือยางสวนเดียวเกือบพันต้น แต่มีต้นเล็กที่ขนาดลำต้นยังกรีดไม่ได้อยู่ประมาณ สองร้อยต้นนะครับ
ปลูกความห่างระหว่างต้น-แถวเท่าไหร่
สวนนี้ปลูก RRIM 600 ระยะ 7x3 ครับ แต่สวนปลูกใหม่ของผมใช้ 6.5x3 เป็นชนิด 251 ครับ
ยางเปิดกรีด2ปีแล้ว? เปิดกรีดตอนยางกี่ปี
เปิดกรีดตอนยางอายุ 6 ปีครับ
เฮ้อ!!ยังไม่รวมเรื่องวิธีการปลูก การเลือกสูตรปุ๋ย วิธีใส่ปุ๋ยฯลฯ
ผมถึงได้บอกว่า ถามผม"ถูกคน"แล้ว เพราะผมทำสวนยางแบบสมัยใหม่(ทดลองกับตัวมาแล้วจากข้อมูลของสถานีทดลองฯหรือจากคำบอกเล่าที่มีหลักวิชาการ)ไม่ใช่การทำสวนยางตามยถากรรม...ฮิฮิ ขอโม้หน่อย
ไม่โม้ละครับ...ผมเชื่อ อ. โก้ มากกว่าวิทยากรที่สอนครับ คือผมวิเคราะห์ข้อมูลจากที่อ่านๆ มาในเนทและหลายที่แล้ว ผมถึงเชื่อนะครับ ไม่ได้ชมแต่เห้นด้วยทุกๆ เรื่องที่ว่ามาครับ การทำอะไรทุกอย่างควรมีเหตุผลใกล้ความเป้นจริงมากกว่าการนั่งเทียนมาเขียน ซึ่งเรื่องนี้พวกเราดีไอวายหลอดกันก็ย่อมรู้ว่าใครนั่งเขียนมาเขียนหรือทำจริง d_d :drunk ข้อมูลที่ไม่ได้ตอบคือไม่รู้ครับ บางอย่างรู้แต่ยังไม่ได้วัดเช่นขนาดแผ่นยางรอผมไปวัดให้ก่อนนะครับ :whistling อ้อ! การเก็บยางแผ่นแบบไหน? อันนี้ตอบได้เลย คือทำโครงเหล็กแล้วเอาพลาสติกหุ่มทั้งหมด หลังยางแห้งแล้วระดับหนึ่ง เข้าอบในนี้ครับ ปล่อยระบายอากาศไหลออกส่วนบนนิดนึง เมื่อแห้งดีเก็บไว้ในร่มแขวนแบบมีช่องว่างในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ครับ ไม่รู้มีผิดตรงไหนหรือไม่?
ขอบคุณพี่ Song มากๆ ครับ เดี๋ยวส่งที่อยู่มาให้ครับ และยินดีที่มีมือใหม่อีกคนเข้ามาอ่านและได้รับความรู้ไปเต็มจาก อ. โก้ พร้อมกัน อ. โก้ จะได้ผลบุญอันนี้ ให้ทำมาค้าขึ้น ประสบความสำเร็จในชีวิต ขอให้เชื่อผมเถอะว่า ทำดี แล้วผลดีมันจะวิ่งเข้ามาในชีวิตเราเอง โดยไม่ต้องไปตามหารมันให้เหมื่อยเลยด้วยละครับ อ้อ! อีกครั้ง เมื่อคืนผมขับรถเหนื่อยมากๆ เลยเกโรงเรียนสอนทางไกลของ อ. โก้ ไป คือผมไม่ได้ไปกรีดยางเมื่อคืนวานนี้นะครับ แต่คืนนี้เอาแน่ครับ
-
ขออนุญาติถาม อ.โก้หน่อยครับ ว่ามีกรีดยาง นกเงือก มันดีสำหรับมือใหม่มั๊ยครับ กำลังจะเบิกหน้ายางแล้ว :black_eye
ผมทดลองมีดมาราวๆ 18ยี่ห้อแล้วครับ(ส่วนใหญ่จะเป็นปีแรกที่กรีดเอง)ลับจนหมดไปกว่าครึ่งมีดเกือบทั้งหมด ยกเว้นมีดที่แข็งมากๆ(มีดตีจากใบกบถูไม้)
ผมเพิ่งกรีดยางเองปีที่6 แต่ลับมีดจนหมดไปเกือบ3โหลแล้ว นั่นคือกรีดยางได้36ปีขึ้น เป็นทางลัดเรื่องลับมีดของผมครับ(เหมือนกินบัวหิมะ ฮิฮิ) ผมาหยุดที่มีดเบตงครับ(มีดที่เคยสั่งตีจากเหล็กก้านวาล์วเหมือนกันดีกว่า แต่ไม่สะดวกครับ)
ตอบคำถามนะครับ
มีดที่เปลี่ยนใบได้ ไม่ดีครับทั้งยางอ่อนยางแก่ มีดกรีดยาง(มีดเจ๊ะบง)ปัจจัยอื่นนอกจากความคมของมีดแล้วยังอยู่ที่น้ำหนักมีด จุดศูนย์ถ่วงพวกนี้ด้วยครับ
มีดนกเงือกในความเห็นส่วนตัวของผม เป็นมีดที่มีความโค้งของมีดมากไปหน่อย จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่ที่ตัวมีด ต้องหักข้อมือมาก(ยกปลายด้ามขึ้น)เพื่อหนีคมมีดไม่ให้กินหนา มือใหม่กรีดแล้วเมื่อยไหล่ หน้ายางเป็นลอนคลื่นง่าย เปลืองหน้ายางครับ
แต่ถ้าคนที่กรีดคล่องแล้วนี่ดูๆแล้วก็น่าสนอยู่ครับ
เดี๋ยวรอฟังความเห็นของคุณPinijอีกที หลังลองมีดเบตงที่ผมจะส่งไปให้ครับ....
จริงๆแล้วมีด3ห่วง ผมว่าดีสำหรับยางอ่อนนะครับ(แต่คุณPinijไม่ชอบ ตัดเป็นตัดตายซะแล้ว) น้ำหนักไม่มากนัก ท่อน้ำยาง+หน้ายางไม่ช้ำ
เพิ่งทราบว่าคุณtubeTronix มีสวนยางด้วย ลองศึกษาการเปิดกรีดระบบแบ่ง4ส่วนดูก่อนเปิดกรีดนะครับ :secret :secret
เพิ่มเติมครับ
มีดที่เปลี่ยนใบได้ ที่ผมว่าคือทุกแบบครับ คือไม่ว่าเปลี่ยนใบมีดหรือตัวมีดครับ แบบเปลี่ยนตัวมีด กรีดแล้วมีดพลิก(อธิบายยากจัง)คือมันจะหลุดออกจากหน้ายางอยู่เรื่อยน่ะครับ แล้วก็ลับยากหินมันจะติดข้อมีด(รอยต่อระหว่างตัวมีดกับด้าม)ครับ
-
ขอส่งการบ้าน อ. โก้ก่อนครับ ตอนนี้กลับมาถึงภูซางแระ ว่าจะลงมือกรีดยางคืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้เอารูปมีดหลังการกรีดมาให้ดูกันต่อไป
1ช่วงเดือนธันวาฯ ยางวันละกี่แผ่น(น้ำหนักตอนแห้งแผ่นละเท่าไหร่)
2สภาพดินเป็นแบบไหน
3ถางหญ้าวิธีไหน
4ใช้ปุ๋ยสูตรอะไรอยู่ ใส่แบบไหน(หว่านทั่วแปลงหรือใส่โคนต้น)
5ปุ๋ยที่อยากผสมเองใช้สูตรอะไร (NPK)
6ทำแผ่นแบบไหน(กว้าง-ยาว-หนาเท่าไหร่) ผสมอะไรเท่าไหร่บ้าง
7เก็บยางแผ่นรอขายแบบไหน
8ยางอ่อนปลูกอะไรเป็นพืชแซม
9หลายข้อหน่อยนะครับ(น่าจะยังไม่หมด)
1 ข้อนี้ขอตอบแบบนี้นะครับ ผมเคยคิดคร่าวๆ ว่า 20 ต้นได้ยางหลังตากแห้งแล้วประมาณ 1 กก. ครับ (แต่เคยเห็นสวนข้างๆ กรีดยางปีที่สาม เค้าทำได้ 17-18 ต้น ต่อ 1 กก. ครับ (ปีหน้าผมก็น่าจะได้ประมาณนี้กับยางอายุ 8 ปีครับ)
2 สภาพดินสวนข้างๆ ผม เค้าเคยเอาไปวัดเมื่อปีที่แล้ว (ผมยังไม่ได้มาอยู่ที่นี่ เลยไม่ได้ส่งวัดครับ) NPK = ต่ำ กลาง ต่ำ ตามลำดับครับ ดิน PH 4.5- 5.5 ครับ
3 หญ้าไม่มีให้ถางครับ เลยงงๆ กับของ อ. โก้ ว่าน้ำคงดีฝนคงตก หญ้าเลยมีใต้ต้น จากที่น้ำดี ผมอยากทราบว่าตอนนี้ยางแผ่น 1 กก. ต้องกรีดยางกี่ต้นถึงจะได้ครับ? และช่วงได้น้ำหนักดีๆ กรีดกี่ต้นต่อกิโลครับ?
4-5 เมื่อก่อนไม่รู้ว่าพี่สาวแฟนใช้สูตรอะไร? แต่ต่อไปผมว่าจะใช้ปุ๋ยก่อนเปิดกรีดเป็น ต่อ 100kg ผมจะใช้แม่ปุ๋ย 46-0-0 = 36kg, 18-46-0 = 22kg, 0-0-60 = 20kg ครับ และหลังเปิดกรีดปีนี้ผมก็จะใช้สูตร 46-0-0 = 60kg, 18-46-0 = 10kg, 0-0-60 = 30kg ครับ ไม่ทราบว่า อ. โก้ มีความเห็นอย่างไรครับ? ควรปรับตัวไหนให้มันดีขึ้น? ลืมตอบเรื่องการหว่านปุ๋ย คือผมยังไม่เคยใส่ปุ๋ยครับ แต่วิทยากรแนะนำให้ไถระหว่างต้นที่ช่อง 7m ด้วยผานใบเดียว แล้วให้หยอดปุ๋ยเอาดินกลบตามหลัง แต่ผมคิดว่ามันน่าจะสู้การว่านกระจายรอบๆ ทรงพรุ่มให้คุมพื้นที่ทั้งหมดจะดีกว่าไหมครับ? คือผมคิดว่ารากของต้นยางจะกระจายออกโดยรอบเป็นรัศมี จึงไม่ควรให้แค่เป็นแนวเส้นผ่ายปลายกิ่งของแต่ละต้นเพียงแค่นั้น แต่เห็นด้วยกับการไถบริเวณแนวระหว่างต้นด้วยผานเดียวเหมือนการพรวนดินครับ ผมอาจไถ แต่ว่านปุ๋ยแบบกระจายครับ ผิดถูกประการใดโปรดแนะนำด้วย คืนนี้คาดว่าจะไม่ได้กรีดยางอีกแระ เพราะตอนนี้ฝนกำลังตกครับ ดูเมฆแล้วคาดว่าฝนอาจพรำๆ ไปถึงช่วงกลางคืน :cry2]
6 ก ย น 460x840x3mm ปรกติผสมน้ำยาง 3ลิตร น้ำ 2ล กรดที่เจือจางแล้ว 1 ขวดลิโพครับ จะได้น้ำหนักต่อยางหนึ่งแผ่น 1-1.2kg ครับ แต่ตอนนี้ผสมในสัดส่วนน้ำยาง 4ล น้ำ 1.5ล กรด 1 ขวดลิโพ แต่ได้ยางแผ่นแค่ 0.8kg เท่านั้นเอง :cry2
7 เก็บไว้ชาคาบ้านดังรูปครับ
8 ปลูกถั่วลิสงครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-6F55_4F2A05B2.jpg)
ผมเพิ่งกรีดยางเองปีที่6 แต่ลับมีดจนหมดไปเกือบ3โหลแล้ว นั่นคือกรีดยางได้36ปีขึ้น เป็นทางลัดเรื่องลับมีดของผมครับ(เหมือนกินบัวหิมะ ฮิฮิ) ผมาหยุดที่มีดเบตงครับ(มีดที่เคยสั่งตีจากเหล็กก้านวาล์วเหมือนกันดีกว่า แต่ไม่สะดวกครับ)
ตอบคำถามนะครับ
มีดที่เปลี่ยนใบได้ ไม่ดีครับทั้งยางอ่อนยางแก่ มีดกรีดยาง(มีดเจ๊ะบง)ปัจจัยอื่นนอกจากความคมของมีดแล้วยังอยู่ที่น้ำหนักมีด จุดศูนย์ถ่วงพวกนี้ด้วยครับ
มีดนกเงือกในความเห็นส่วนตัวของผม เป็นมีดที่มีความโค้งของมีดมากไปหน่อย จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่ที่ตัวมีด ต้องหักข้อมือมาก(ยกปลายด้ามขึ้น)เพื่อหนีคมมีดไม่ให้กินหนา มือใหม่กรีดแล้วเมื่อยไหล่ หน้ายางเป็นลอนคลื่นง่าย เปลืองหน้ายางครับ
เดี๋ยวรอฟังความเห็นของคุณPinijอีกที หลังลองมีดเบตงที่ผมจะส่งไปให้ครับ....
จริงๆแล้วมีด3ห่วง ผมว่าดีสำหรับยางอ่อนนะครับ(แต่คุณPinijไม่ชอบ ตัดเป็นตัดตายซะแล้ว) น้ำหนักไม่มากนัก ท่อน้ำยาง+หน้ายางไม่ช้ำ
เพิ่งทราบว่าคุณtubeTronix มีสวนยางด้วย ลองศึกษาการเปิดกรีดระบบแบ่ง4ส่วนดูก่อนเปิดกรีดนะครับ
ลับมีดไปสามโหล ประสบการการลับมีจะเท่ากับคนลับมีดถึง 36 ปีด้วยเหมือนกัน สุดยอดดดดดดดดดด c)
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับน้ำหนักการบาลานซ์ของมีดมีส่วนให้การกรีดยางที่ดีครับ มีดสามห่วงผมคิดว่าต้องลับให้มุมของคมมากๆ กว่ายี่ห้อคมดี ถึงจะใช้ได้ มิเช่นนั้นมันจะแตกครับ (ถ้าเราลับมุมเท่ากับยี่ห้อคมดี) ฉะนั้นคมมันคงกรีดได้จำนวนน้อยกว่ายี่ห้อคมดีครับ มันใช้ได้ แต่ไม่ดีตรงที่ผมว่ามาเท่านั้นเองละครับ และที่ผมได้มามันครองใหญ่เหมาะกับต้นยางอายุสิบปีขึ้นไปอีกด้วย ก็เลยเก็บมันขึ้นหิ้งไว้ก่อน รอต้นยางอายุสิบปีก็อาจจะเชิญมันลงมาอีกครั้งน่ะครับ
ถึงน้อง NJL ส่งกาแฟมาให้แล้วเมื่อเช้านะครับ ทดลองชงออกมาตามรูปครับ หอม เนื้อแน่น มีหวานก้นแก้ว ครบถ้วนคุณลักษณะของกาคั่วที่สมบูรณ์แบบครับ
-
เอาคร่าวๆก่อน ค่อยมาตอบให้แบบละเอียดอีกทีนะครับ
ดินเป็นกรด(สูง) หว่านโดโลไมต์(หรือผสมปุ๋ย)ให้ทั่วแปลง อัตรา100ก.ก./ไร่/ปี (ของผมเองดินเป็นกลางทั่วแปลง ใส่50กก/ไร่/ปี ช่วยเรื่องโพรงอากาศในดินครับ)ราคาประมาณ 0.9-1.5บาท/ก.ก.
ดินเป็นกรดสูง(ดินทรายแป้ง)แบบนี้ไม่ค่อยมีหญ้าครับ
ยางอ่อนได้น้ำหนักยางแห้งขนาดนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีแล้วครับ ช่วงพีค(เดือนธันวาฯ)ยางอ่อนประมาณ17ต้น/กก.ยางแห้งครับ รักษาน้ำหนัก/แผ่นอยู่ที่ 0.8-1กก.นะครับ ผสมน้ำหมักหรือน้ำส้มควันไม้เจือจาง ยางจะเป็นแแก้วสวย(ผมกรีดยางไม่เคยทำแผ่น แต่ยางรุ่นก่อนหน้านี้ทำแผ่น พี่ชายทำแผ่นอยู่)เพราะยางแห้งง่ายเก็บได้นานไม่ค่อยขึ้นรา ยางแผ่นบางขายได้ราคาดีกว่า(ถูกหักชื้นน้อยกว่า)
ปุ๋ยหนักไปครับ...ค่อยมาคุยรายละเอียดนะครับ
ลองศึกษาเรื่องปลูกสับปะรดเป็นพืชแซมดูนะครับ เปรียบเทียบแล้วดีกว่าถั่วลิสงครับ
แค่นี้ก่อนนะครับ
-
เพิ่งทราบว่าคุณtubeTronix มีสวนยางด้วย ลองศึกษาการเปิดกรีดระบบแบ่ง4ส่วนดูก่อนเปิดกรีดนะครับ :secret :secret
ขอบคุณครับ :D
สวนผมอยู่แถวๆ บ้านท่าประดู่ อ.ห้วยยอด ครับ ตอนนี้ 7 ปีกว่าๆ แล้วครับ เห็นยางราคาดี ผมว่าอิหลบไปอยู่บ้านตัดยางเองดีหวา c) 2f
-
เพิ่งทราบว่าคุณtubeTronix มีสวนยางด้วย ลองศึกษาการเปิดกรีดระบบแบ่ง4ส่วนดูก่อนเปิดกรีดนะครับ :secret :secret
ขอบคุณครับ :D
สวนผมอยู่แถวๆ บ้านท่าประดู่ อ.ห้วยยอด ครับ ตอนนี้ 7 ปีกว่าๆ แล้วครับ เห็นยางราคาดี ผมว่าอิหลบไปอยู่บ้านตัดยางเองดีหวา c) 2f
กลับบ้านเราดีหวา d_d ผมกลับมาหยูหลายเดือนแล้ว ผมว่าผ่านหวาบางกอกหลาว ม่ายงานทำก็ไม่อด หาไหรโช้วทำได้เรื่อย เรียนจบแล้วช่วยกันกลับมาพัฒนาบ้านเราดีหวา
-
เอาคร่าวๆก่อน ค่อยมาตอบให้แบบละเอียดอีกทีนะครับ
ดินเป็นกรด(สูง) หว่านโดโลไมต์(หรือผสมปุ๋ย)ให้ทั่วแปลง อัตรา100ก.ก./ไร่/ปี (ของผมเองดินเป็นกลางทั่วแปลง ใส่50กก/ไร่/ปี ช่วยเรื่องโพรงอากาศในดินครับ)ราคาประมาณ 0.9-1.5บาท/ก.ก.
ดินเป็นกรดสูง(ดินทรายแป้ง)แบบนี้ไม่ค่อยมีหญ้าครับ
ยางอ่อนได้น้ำหนักยางแห้งขนาดนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีแล้วครับ ช่วงพีค(เดือนธันวาฯ)ยางอ่อนประมาณ17ต้น/กก.ยางแห้งครับ รักษาน้ำหนัก/แผ่นอยู่ที่ 0.8-1กก.นะครับ ผสมน้ำหมักหรือน้ำส้มควันไม้เจือจาง ยางจะเป็นแแก้วสวย(ผมกรีดยางไม่เคยทำแผ่น แต่ยางรุ่นก่อนหน้านี้ทำแผ่น พี่ชายทำแผ่นอยู่)เพราะยางแห้งง่ายเก็บได้นานไม่ค่อยขึ้นรา ยางแผ่นบางขายได้ราคาดีกว่า(ถูกหักชื้นน้อยกว่า)
ปุ๋ยหนักไปครับ...ค่อยมาคุยรายละเอียดนะครับ
ลองศึกษาเรื่องปลูกสับปะรดเป็นพืชแซมดูนะครับ เปรียบเทียบแล้วดีกว่าถั่วลิสงครับ
แค่นี้ก่อนนะครับ
ขอทราบเหตุผลทำไมไม่ทำแผ่นล่ะครับ ได้ราคาอีกเท่าตัวเลยนะครับ หรือไม่มีเวลาทำครับ เรื่องปุ๋ยหมักกำลังคิดอยากจะทำอยู่เหมือนกันครับ เพราะจะมีพวกซังข้าวโพดในอีกไม่กีเดือนข้างหน้านี้ แล้วเอามูลสัตว์เข้าผสมใส่จุลนิลทรีย์เข้าไปช่วยย่อยอีกที O0 เรื่องน้ำส้มควันไม้ ผมมีดอง (พ่อแฟนของลูกสาว) อยู่ระยองมีโรงเรื่อยไม้และใช้ไม้เป็นฟืนให้ความร้อนแก่บอยเล่อร์ กำลังคิดให้แกทำน้ำสมควันไม้ออกมาขายเพิ่มกำไรจากบายโปรดักอีกตัวนึงอยู่เหมือนกันครับ :secret เรื่องปลูกสับปะรดก็น่าสนใจ ผมชอบกินมากๆ เลยครับ ถ้ามันปลูกได้ดี ผมจะลองหาพันจากนางแลมาทดลองปลูกดูบ้าง เผื่อจะดังเหมือนนางแล แต่หลายคนบอกว่าปลูกที่อื่นไม่อร่อยเหมือนปลูกที่นางแลครับ แม้แต่นางแลเอง สับปะรดอร่อยจริงๆ ต้องฝั่งซ้ายมือเมื่อขึ้นจากตัวจังหวัดเท่านั้น ฝั่งขวามือมันจะเปี้ยวมั๊กกกกๆๆ ครับ ผมอยู่นี่นี่มาสามปี จึงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
เรียนคุณ Tube Tronix ตอนนี้ใครมีสวนยางขอแค่สองพันต้นเท่านั้น ก็ทำเงินให้ได้มากกว่าวิศวกรที่มีอายุงาน 20 ปี บางคน แถวๆ มาบตาพุตกันเลยละครับ (ผมคิดว่าวิศวกรแถวมาบตาพุตมีค่าแรงสูงที่สุดในประเทศไทยเพราะมีความเสี่ยงสูงทุกด้าน ทั้งจากสารเคมีและการระเบิดของโรงงานบางโรงที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องความปลอดภัยกันมากนัก) ตอนนี้คนแถวๆ บ้านแฟนผม ต้องออกไปหางานก่อสร้างใน กทม. กัน แต่ตอนนี้ปัญหาของพวกเค้าคือไม่รู้ว่าจะซื้อวีโก้สีไรดี? แต่ก็มีปัญหาอื่นเริ่มตามมาคือข้าวของเริ่มแพงขึ้นทุกวัน ผมอยู่มาแค่ห้าหกเดือนนี่ก็เห็นราคาค่ากับข้าวขึ้นกันอย่างชัดเจนเลยครับ แรงงานที่จะทำบ้านตอนนี้ช่างพอเป็นงานก็ 300 อับแล้วละครับ จ้างช่างปูกระเบื้อง ช่างฉาบปูนผมต้องจ่าย 350 บาทต่อวันต่อคน คนผสมปูนสติไม่ค่อยเต็มยังต้องจ่ายกัน 200 บาท เมื่อก่อนมาตอนแรกๆ ระดับช่างเก่งๆ จ่ายแค่ 200 บาทต่อวัน เท่านั้นเอง
-
เพิ่งทราบว่าคุณtubeTronix มีสวนยางด้วย ลองศึกษาการเปิดกรีดระบบแบ่ง4ส่วนดูก่อนเปิดกรีดนะครับ :secret :secret
ขอบคุณครับ :D
สวนผมอยู่แถวๆ บ้านท่าประดู่ อ.ห้วยยอด ครับ ตอนนี้ 7 ปีกว่าๆ แล้วครับ เห็นยางราคาดี ผมว่าอิหลบไปอยู่บ้านตัดยางเองดีหวา c) 2f
กลับบ้านเราดีหวา d_d ผมกลับมาหยูหลายเดือนแล้ว ผมว่าผ่านหวาบางกอกหลาว ม่ายงานทำก็ไม่อด หาไหรโช้วทำได้เรื่อย เรียนจบแล้วช่วยกันกลับมาพัฒนาบ้านเราดีหวา
เห็นด้วยครับ มีรีสอร์ท มีสวนยางรอกรีดอยู่แล้ว ไม่อดตายแน่นอนครับ บริหารดีๆ ทำเงินได้มากกว่าทำงานเป้นลูกจ้างเค้าครับ ผมโง่ทำงานซะ 25 ปี เกษียญตัวเองเมื่ออายุ 45 แต่ก็ยังว่ายังไม่สาย ยังเที่ยวได้ทั่วไทยมารอบนึงแล้ว กะว่าลูกคนเล็กสักสองหรือสามขวบจะเที่ยวแบบสุดๆ ต่อไป (แล้วก็กะจะโฮมสะคลูลล์ลูกๆ ไม่ต้องรอเค้าปิดเทรอมถึงจะไปไหนกันได้ตลอดเวลาที่อยากจะไป) ช่วงนี้เก้บเงินสะสมกำลังไว้ลุยต่อ มีเวลาอีกปีครึ่ง หลังจากนั้นก็คงจะต้องจ้างคนที่ไว้ใจให้ดูแลให้ต่อละครับ แล้วเราก็ :drive1 :drive1 :drive1 ไปยังที่อยากจะไป เกาะพงันไปแน่นอนครับ
-
ผมเพิ่งเริ่มคิดที่จะกลับไปอยู่บ้านเกิดตั้งแต่น้ำท่วม กทม. นี่แหละครับ ;D
ผมติดเกาะอยู่ใน ทาวน์เฮ้าเล็กๆในเมืองกรุง น้ำล้อมรอบหมู่บ้าน ทำให้คิดได้ว่า อาหารหมด เราอดตาย :'(
เลยคิดอยากพึ่งตนเองแบบยั่งยืน ปลูกผัก ปลูกข้าว เอง ทำสวนยางเลี้ยงชีพแทนงานประจำ 8)
แต่ไม่รู้จะไปได้สักกี่น้ำ ;D 2f ตอนนี้กำลังศึกษาแนวทาง ของพี่ โจน จันได อยู่ครับ
ส่วนเรื่องกาแฟ ผมก็ได้กระทู้ พี่ PINIJ นี่แหละ ได้แรงบันดาลใจหลายอย่างเลยครับ
ที่อยากทำ คือเลี้ยง มุดสัง (ชมดมาลายู) ด้วยผลกาแฟสุก แล้วเอาขี้มันมากิน 2f 2f
-
ผมเพิ่งเริ่มคิดที่จะกลับไปอยู่บ้านเกิดตั้งแต่น้ำท่วม กทม. นี่แหละครับ ;D
ผมติดเกาะอยู่ใน ทาวน์เฮ้าเล็กๆในเมืองกรุง น้ำล้อมรอบหมู่บ้าน ทำให้คิดได้ว่า อาหารหมด เราอดตาย :'(
เลยคิดอยากพึ่งตนเองแบบยั่งยืน ปลูกผัก ปลูกข้าว เอง ทำสวนยางเลี้ยงชีพแทนงานประจำ 8)
แต่ไม่รู้จะไปได้สักกี่น้ำ ;D 2f ตอนนี้กำลังศึกษาแนวทาง ของพี่ โจน จันได อยู่ครับ
ส่วนเรื่องกาแฟ ผมก็ได้กระทู้ พี่ PINIJ นี่แหละ ได้แรงบันดาลใจหลายอย่างเลยครับ
ที่อยากทำ คือเลี้ยง มุดสัง (ชมดมาลายู) ด้วยผลกาแฟสุก แล้วเอาขี้มันมากิน 2f 2f
(http://s2.uppic.mobi/image-B4F2_4F2A7521.jpg)
ถ้าจะปลูกผักกินเองเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลยครับ รูปข้างบนจากที่เราปลูกน้อย แมลงจะไม่มารบกวนครับ รูปที่เห็นผมไม่ได้ใส่ยากันแมลงอะไรเลย ขนาดของมันใหญ่สองฟุทกว่าๆ นะครับนั่น แล้วเราจะกินมันอย่างสะบายใจสุดๆ ด้วยความอร่อย มีรสหวานที่เหนือกว่า ผักใส่ฟอรมาลีน (ยาฉีดซบ) ก่อนขนลงมาทางใต้ และผักพวกนี้ก่อนหน้านั้นก็ใส่ยากันแมลงอย่างเต็มที่ ขนาดที่คนเก็บยังต้องใส่ถุงมือเก็บมัน ผมเห็นเค้าเก็บผักพวกนี้กันมาแล้วจากที่บ้านไชยปราการครับ ((
ถ้าศึกษาโจนจันได ก็ต้องทำบ้านดินแบบที่ผมกำลังจะทำละครับ O0
แล้วถ้าทำกาแฟขี้ชมดสำเร็จนี่สุดยอดกันเลยละครับ ผมก็อยากทำ แต่ยังหาชมดไม่ได้ซักกะตัว ผมว่าขาย กก. ละหมื่นเดียวก็พอแระ ขอขายเดือนละสิบ กก. ก็พอใจแล้ว :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-6268_4F2A7213.jpg)
เมื่อเย็นฝนหยุดตก เลยเกณฑ์ลูกเมียไปช่วยเก็บขี้ยางที่กรีดไว้ก่อนไปเชียงใหม่ ปรากฏว่าก้นถ้วยน้ำยางยังเหลวอยู่เลย (เหม็นชะมัด) เพราะหลังผมไปฝนก็ตกครับ แล้วยางก็ออกใบอ่อนกันเต็มทุกต้น ที่สวนทั้งสองฝั่งถนนกันเลย จะเอาอย่างไรดีครับ อ. โก้ ใบอ่อนแก่ขนาดนี้แล้ว ควรจะต้องหยุดหรือยังครับ? (แสดงว่าก่อนผมไป ยอดอ่อนมันคงจะเริ่มแตกออกมาแล้วเป้นตุ่มเล็กๆ ผมเลยมองไม่เห็น) แค่ไม่กี่วัน ยอดอ่อนใบใหญ่เกือบสองนิ้วแล้ว เป้นสีม่วงๆ แล้วด้วย :cry2 :cry2 :cry2 ว่าจะขออีกซักเดือนนึงเซียว d_d :drunk
-
ขอทราบเหตุผลทำไมไม่ทำแผ่นล่ะครับ ได้ราคาอีกเท่าตัวเลยนะครับ
ผมขอค้างเรื่องสูตรผสมปุ๋ยไว้ก่อนนะครับ ค่อยตอบแบบละเอียดๆหลังวันที่4(ทำบุญครบ100วันคุณแม่) เพราะตอนนี้เอกสารไม่อยู่กับตัว(และจะส่งไปให้พร้อมมีด)
มาที่เรื่องขายน้ำยางกับยางแผ่นนะครับ
ผมขายน้ำยางให้กับสหกรณ์ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ครับ ปกติน้ำยางราคาจะต่ำกว่ายางแผ่นดิบอยู่2-5บาท/ก.ก. ครับ วันนี้(2/2/55) ยางแผ่นดิบแพงกว่าน้ำยาง1บาทครับ บางช่วง(บ่อย)น้ำยางแพงกว่ายางแผ่นดิบครับ
ราคายางแต่ละวันดูที่นี่ครับ http://www.rubber.co.th/menu5.php
ราคาที่ต่างกันเท่าตัวนั่นคือขี้ยางกับยางแผ่นหรือน้ำยางครับ
ตั้งแต่ผมกรีดยางเอง 5ปีเต็ม มีปีเดียวเท่านั้นที่ยางแผ่นดิบชนะน้ำยางครับ
วิธีคิดผมคิดแบบนี้ครับ
เอาราคาน้ำยางที่สหกรณ์จ่ายให้ผมแต่ละงวด(เดือนละ3ครั้ง-ขอเรียกว่า"วิค")เปรียบเทียบกับราคายางแผ่นดิบในห้วงเวลา(วิค)เดียวกันโดยให้ราคายางแผ่นดิบวันที่สูงที่สุดเลย ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วเราอาจขายไม่ตรงวันนั้นก็ได้ แต่ก็ให้ราคาวันที่ราคาสูงสุดนะครับ เอามาเปรียบเทียบกันตอนเปิดกรีด เพราะจะมีเงินจ่ายคืน(ประมาณ0.9-1.5บาท/ก.ก.)+เงินปันผลจากค่าหุ้นที่ลงไว้10%(ต้องคิดครับเพราะถ้าไม่ขายน้ำยางกับสหกรณ์ก็ไม่ได้เป็นสมาชิก ไปหุ้นไว้เฉยๆโดยไม่ทำกิจกรรมของสหกรณ์ไม่ได้(เรียกว่าสมาชิกสมทบ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว)....เป็นระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์ทั่วประเทศ)
เปรียบเทียบแบบนี้ทุกปีเงินที่ได้จากขายน้ำยางให้กับสหกรณ์จะมากกว่า(ถ้า)ขายยางแผ่นครับปีละประมาณ2-3บาท/ก.ก.(มีแพ้ปีเดียว2บาท).....นี่ยังไม่ได้หักค่าแรงงาน-ค่าเสียเวลา-ค่า(สึกหรอ)จักรรีดยาง-ค่าไฟ-ค่าน้ำส้มฆ่ายาง ฯลฯ นะครับ :secret
-
เมื่อเย็นฝนหยุดตก เลยเกณฑ์ลูกเมียไปช่วยเก็บขี้ยางที่กรีดไว้ก่อนไปเชียงใหม่ ปรากฏว่าก้นถ้วยน้ำยางยังเหลวอยู่เลย (เหม็นชะมัด) เพราะหลังผมไปฝนก็ตกครับ แล้วยางก็ออกใบอ่อนกันเต็มทุกต้น ที่สวนทั้งสองฝั่งถนนกันเลย จะเอาอย่างไรดีครับ อ. โก้ ใบอ่อนแก่ขนาดนี้แล้ว ควรจะต้องหยุดหรือยังครับ? (แสดงว่าก่อนผมไป ยอดอ่อนมันคงจะเริ่มแตกออกมาแล้วเป้นตุ่มเล็กๆ ผมเลยมองไม่เห็น) แค่ไม่กี่วัน ยอดอ่อนใบใหญ่เกือบสองนิ้วแล้ว เป้นสีม่วงๆ แล้วด้วย :cry2 :cry2 :cry2 ว่าจะขออีกซักเดือนนึงเซียว d_d :drunk
ยอดอ่อนแตกออกมาแล้วเป้นตุ่มเล็กๆ นั่นเรียกว่า "เขี้ยวหมา" ครับ
รูปสวนที่มีผู้หญิงสวย+เด็กน่ารักๆ 2f 2f เดินอยู่ ยังกรีดได้ครับ(ถ้าดินฟ้าอากาศแบบเดียวกับที่นี่อย่างน้อยก็เดือนนึงครับ)
รูปขวาถ้าใบแก่กว่านั้นอีกหน่อย(ออกสีเขียวอ่อน)ก็หยุดครับ ถ้าทั้ง2รูปเป็นแปลงเดียวกันยังไม่ต้องหยุดครับ
..............
ขี้ยางเหม็นเป็นเรื่องปกติครับ ถึงฝนไม่ตกใส่ก็เหม็น ไม่งั้นคงไม่เรียก"ขี้"ครับ 2f 2f
ตอนเปิดกรีดใหม่ๆน้ำยางออกน้อย(สหกรณ์ยังไม่เปิดเพราะไม่คุ้มทุน)ต้องทำ "ขี้จอก" ทิ้งไว้ 3วันเก็บทีนึง ฝึกเด็กให้เอาการเอางานดีนักแล 2f 2f
-
เมื่อเย็นฝนหยุดตก เลยเกณฑ์ลูกเมียไปช่วยเก็บขี้ยางที่กรีดไว้ก่อนไปเชียงใหม่ ปรากฏว่าก้นถ้วยน้ำยางยังเหลวอยู่เลย (เหม็นชะมัด) เพราะหลังผมไปฝนก็ตกครับ แล้วยางก็ออกใบอ่อนกันเต็มทุกต้น ที่สวนทั้งสองฝั่งถนนกันเลย จะเอาอย่างไรดีครับ อ. โก้ ใบอ่อนแก่ขนาดนี้แล้ว ควรจะต้องหยุดหรือยังครับ? (แสดงว่าก่อนผมไป ยอดอ่อนมันคงจะเริ่มแตกออกมาแล้วเป้นตุ่มเล็กๆ ผมเลยมองไม่เห็น) แค่ไม่กี่วัน ยอดอ่อนใบใหญ่เกือบสองนิ้วแล้ว เป้นสีม่วงๆ แล้วด้วย :cry2 :cry2 :cry2 ว่าจะขออีกซักเดือนนึงเซียว d_d :drunk
ยอดอ่อนแตกออกมาแล้วเป้นตุ่มเล็กๆ นั่นเรียกว่า "เขี้ยวหมา" ครับ
รูปสวนที่มีผู้หญิงสวย+เด็กน่ารักๆ 2f 2f เดินอยู่ ยังกรีดได้ครับ(ถ้าดินฟ้าอากาศแบบเดียวกับที่นี่อย่างน้อยก็เดือนนึงครับ)
รูปขวาถ้าใบแก่กว่านั้นอีกหน่อย(ออกสีเขียวอ่อน)ก็หยุดครับ ถ้าทั้ง2รูปเป็นแปลงเดียวกันยังไม่ต้องหยุดครับ
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจเรื่องคุณแม่ด้วยนะครับ ผมเสียใจมากที่สุดในชีวิตคือตอนเสียคุณพ่อครับ ให้ผมจนเหลือสมบัติเป็นศูนย์หรือติดลบซักเท่าไรก็ยอม ถ้าได้ท่านกลับคืนมา (ด้วยโรคมะเร็งที่ตับ รู้ตัวเมื่อระยะสุดท้าย ทั้งที่ก่อนหน้าไม่ถึงปีก็เข้าเช็คโรงพยาบาลเอกชนที่ดังมากๆ แล้ว แต่ไม่พบ)
โอ้! เป็นความรู้ใหม่เลยครับ ขายน้ำยางสดๆ ราคาได้ตามที่ว่ามา ผมยอมให้ราคาหายไปอีก 20-30% ผมก็ขอขายน้ำยางดิบดีกว่าครับ แต่บ้านผมไม่มีรับซื้อแบบนี้ :cry2 :cry2 :cry2
โอ้! ตาดีจัง..เห็นผู้หญิงอยู่ตั้งไกลสวยเลยหรือนี่? ตาถึงครับ :yahoo ที่ถ่ายข้างบนเป็นสวนเดียวกัน แต่มีถนนที่ตัดภายหลังเข้ากลางสวนพอดีเลยครับ ไม่รู้โชคดี (ที่ราคาเพิ่ม) หรือร้าย (เสียที่ดินบางส่วนไป) แต่สรุปแล้วดีมากว่าครับ ตอนนี้เริ่มทำเป็นถนนคอนกรีตจะถึงสวนอยู่แล้ว :yahoo ดูรูปเล็กๆ ตามแนวนอนกับลูกชายคนโตของผมนะครับ ไม่ใช่เขี้ยวหมาแล้วนะครับ ใบอ่อนมันขนาดกว้างเกือบนิ้วฟุทและยาวเกือบสองนิ้วแล้วนะครับ (แต่อ่านอีกที อ. โก้ บอกว่าให้ใบอ่อนสีเขียวถึงหยุดกรีดก็ยังได้ถูกต้องหรือไม่ครับ? งั้นจะขอลุยอีกครั้งละกันก่อนจะปิด เพื่อดูว่าการฝนมีดของผมว่ามันจะผ่านหรือไม่?) การที่ใบยางแถวนี้ของผมยังไม่ร่วงเหมือนที่อื่นเพราะมีบ่อน้ำอยู่ใกล้ๆ ละมังครับ เพราะฝั่งตรงข้ามที่ทะแยงมุมกันก็ปลูกต้นปามล์ (นึกถึงภาพสวนผมอยู่ตรงสีแยกนะครับ) มีน้ำเลี้ยงอยู่ในร่องสวนเค้าตลอดเวลาอีกด้วย และอีกฝั่งของสวนปามล์นี้ก็มีบ่อน้ำอีกด้วย
ยางผมคงได้อานิสงค์จากน้ำของสวนนี้ซึมเข้ามาบ้างละมังครับ? (ข้างหลังผมคือรูปข้างล่างนี้ที่มีรถยนต์สีขาว และซ้ายมือผมขณะยืนถ่ายรูปนี้ก็คือสวนยางผมน่ะครับ) เพราะสวนอื่นๆ ใบร่วงหมดต้นไปนานเป็นเดือนๆ กันหมดแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-1A93_4F2A989B.jpg)
และทางซ้ายมือของรถยนต์สีขาวที่รถจอดอยู่นั้น ก็มีบ่อน้ำใหญ่ๆ อยู่สองบ่อครับ น้ำเต็มบ่อซะด้วย สวนนี้อยู่ห่างบ้านแค่ หนึ่งกิโลเองครับ ปรกติผมขี่รถจักรยานมากรีดนะครับ (ลองคิดดูมาตอนดึกๆ ถีบรถจักรยานมาคนเดียว มันจะน่ากลัวขนาดไหน? มีผู้ชายที่กลัวผี ต้องพาเมียมาเป็นเพื่อนตอนกรีดยางด้วยก็มีนะครับ :shutup) เพื่อประยัดพลังงาน ช่วยลดโลกร้อน วันนี้พาเด็กมาด้วยเลยเอารถยนต์มาครับ อีกสองสวนอยู่ห่างบ้านแค่ครึ่งกิโลเอง แต่อีกสวนอยู่สิบกว่าโล คงจ้างคนกรีดแน่นอน
(http://s2.uppic.mobi/image-D71B_4F2A989B.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-1FC5_4F2B210B.jpg)
เช้านี้มันตื่นเองตอนตีสาม แล้วก็นอนต่อไม่หลับ ก็เลยลุกไปกรีดยางมันซะเลย :yahoo ไปเจอกิ่งอ่อนหักหนึ่งกิ่ง คงจากลมพัดแรงตอนฝนตกเมื่อวานนี้ :cry2 สงสารมันครับ ผมลุยกรีดไปประมาณแปดร้อยต้น และทนเห็นความเอียงที่คนก่อนทำไว้ไม่ถูกต้องไม่ได้ เลยปรับองศาใหม่ให้ถูกต้องทั้งหมดเลยทีเดียว (ตอนแรกคิดว่าจะค่อยๆ ทำ แต่มันทนเห็นความไม่ถูกต้องไม่ได้ครับ เปิดหน้ายางครั้งหน้า จะได้ทำทุกอย่างให้ถูกต้องทั้งหมด) มีดเจอศึกหนัก แต่ยังคมเหมือนลงมีดครั้งแรกอยู่นะครับ (เห้นคนขายบอกว่ายี่ห้อนี้กรีด 2000-3000 ต้นหรือสองสามคืนสบายๆ ถ้าฝนดีๆ ผมก็ไม่รู้ว่ามีดทั่วๆ ไปกรีดได้กี่ต้นครับ) :yahoo :yahoo :yahoo รอแดดออกมีแสงดีๆ จะถ่ายรูปมาให้เห้นกันชัดๆ ให้ อ. ตรวจกันอีกครั้งนะครับ แต่ดูจากเบื้องต้น ช่วงพุงพบว่ามีคมร่วงอยู่บ้าง ซึ่งบริเวณจุดนี้ผมรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้เพราะผมฝนมุมของคมมีดมันบางเกินไป จะเอาออกก็กลัวรูปทรงจะไม่สวย (มือใหม่ก็อย่างนี้แหละครับ เผลอฝนจุดนี้มากไปหน่อย และเจอการกรีดแบบลึกๆ เพื่อทำองศาให้ถูกต้องไปหลายต้นซะด้วย) แต่ส่วนอื่นๆ ดูแล้วโอเคครับ :yahoo :yahoo :yahoo
-
ขอส่งการบ้าน อ. โก้ก่อนครับ ตอนนี้กลับมาถึงภูซางแระ ว่าจะลงมือกรีดยางคืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้เอารูปมีดหลังการกรีดมาให้ดูกันต่อไป
(http://s2.uppic.mobi/image-737C_4F28E90E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-E1FE_4F28E90E.jpg)
พอแสงแดดมี ปรากฏว่าเห็นชัดครับ ว่ามีคมร่วงบางจุดได้เกิดขึ้นไปแล้ว ไม่ทราบว่าคมร่วงขนาดนี้ ต่อการกรีดตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ถือว่าปรกติ หรือฝีมือการลับมีดยังไม่เข้าขั้นครับ คิดว่าผมอาจต้องลับให้คมมีมุมป้านเพิ่มขึ้นอีกหน่อยไหม? หรือโอแระ? :-\ :-\ :-\ อ้อ! ลืมบอกไปว่ามีดเจอกะตาที่นูนออกมาอยู่หลายครั้งเหมือนกันนะครับ และตอนช่วงกดมีดของการกรีดช่วงหัวของแนวกรีดก็มีเข้าแก่นอยู่บ้างเหมือนกันครับ ที่ปลายคมที่หล่นไปบ้างอาจจากสาเหตุนี้ก็เป็นได้ครับ แต่ฟิลลิ่งของกรีดก็ยังรู้สึกว่ามีดมันก็ยังคมอยู่เหมือนการกรีดต้นแรกๆ อยู่นะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-EA3D_4F2B33A9.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-D7D4_4F23BDDE.jpg)
ตั้งแต่กรีดยางมาตลอดชีวิตผม ก็เพิ่งจะกรีดให้มีดไปโดน ริน (เหล็กรองน้ำยางจากต้น)
ผมชักสงสัยอาจารย์วิทยากรว่ามาจากไหนแล้วล่ะสิ....
เค้าเรียก "ลิ้นยาง" ครับ.....แต่ช่างเถอะเอาเป็นว่าผมเข้าใจแล้ว ว่า ริน=ลิ้น ฮิฮิ
จากหน้ายางจะมีเส้นเป็นร่องให้น้ำยางไหลมาที่ "ริน" ร่องนั่นเรียก "ร่องลิ้น"ครับ ต้องหมั่นแต่งเรื่อยๆนะครับ ไม่งั้นน้ำยางไหลไม่ลง"ริน"...พิมพ์ไปยิ้มไปครับ ฮิฮิ
กรีดสวยแล้วครับ เหลือแค่หน่อมีดครับ เล็กลงอีกหน่อยก็สวยขึ้นอีกครับ
ถ้าขี้หน้าหรือขี้เส้นดึงลอกออกมาได้(มีความหนาอยู่พอสมควร คือ ดึงลอกแล้วไม่ขาดง่าย)ดึงลอกก่อนกรีดจะดีขึ้นไปอีก คือจะเห็นหน้ายางชัดขึ้น เสียเวลาหน่อย แต่ขาย"ขี้หน้า"ได้(ตังค์)ครับ....
นี่แหละครับที่มาของคำว่า"ขายขี้หน้า" คือเมื่อก่อน(ตอนมียางเริ่มกรีดกันก่อนมีคำนี้)ถ้าใครขายขี้หน้านี่ต้องอาย......มั้ง ฮิฮิ
ของผม BPM24 เปอร์เซ็นต์ยางแห้ง 40 กว่า% ยางประมาณ900ต้น ได้ขี้หน้า+ขี้ยางน้ำล้างถังเก็บยาง วันนึงเกือบ4กิโลฯครับ ได้ค่ากับข้าวในครัวแล้วครับ
ผมบอกเผื่อไว้เลยนะครับ ต้องมีกระเป๋า(ย่าม)แขวนคอ(สะพายเฉียง) ไว้ใส่ขี้เส้นด้วยนะครับ ถึงจะลอกไม่ได้ก็เก็บทั้งเปลือก แล้วค่อยมานวดให้เปลือกออกทีหลังครับ
.......คุณอันดามัน อยู่ไหนน้อ...ไม่เข้ามาช่วยมั่งเลย เสียชื่อคนตรังจ้าวตำหรับยางเมืองไทยหมด
ยางอ่อนอย่างนี้ น่ากรีดมาก ของผมยางสอย กรีดยากมาก ต่อด้ามมีดยาว 2 เมตร 2.5 ไร่ ใช้เวลากรีดไม่ต่ำกว่า 2--3 ชั่วโมง ผมอยากดูมีดพี่พินิจตอนที่ลับเสร็จแล้วครับ เอามาให้ดูหน่อย ส่วนหน่อมีด สวยแล้วครับ ให้เล็กอีกนิดก็ดีครับ
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.msg991964#msg991964
รูปมีดก่อนกรีดในการลับของผมอยู่ในลิงค์ข้างบนครับ อันนี้ผมฝนตามวิทยากรที่สอนให้ทำตามนี้เป๊ะเลย พึ่งรู้ว่ามันผิดก็ได้ อ. โก้ กรุณาบอกให้ฟังว่าหน่อมันควรจะเป็นมุมแหลมกว่านี้ ไม่ใช่มนแบบเล็บนิ้วก้อยตามที่วิทยากรได้สอนไว้
แถวๆ บ้านผมก็มีเหมือนกันพวกที่ต้องใช้ไม้ต่อขึ้นไปกรีด ต้องค่อยๆ หัดกันไปครับ ผมก็ยังเผลอกรีดเข้าแก่นบ้าง ไปโดนลิ้นบ้างเหมือนกัน มีดถึงได้บิ่นตามในตอบ #726 และในรูปที่ท่านยกมาให้ดูนี่แหละครับ K]
2.5 ไร่ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็คงประมาณต้นละนาที พอๆ กับผมกรีดวันแรกเลยครับ (ก็เสียเวลาไปกับการลอกขี้ยางทำความสะอาดถ้วยมากหน่อย) ที่จริงเรื่องการรับจ้างกรีดยางผมยังอยากจะแนะนำคุณ tubeTonix ให้กรีดให้เก่งๆ คือคนเก่งๆ ตอนนี้ค่าจ้างกรีดต้นละ 1 บาทแล้วนะครับ และถ้าเป็นเนินเขาคนกรีดไม่เก่งก็ได้ค่าจ้างต้นละ 1 บาทเหมือนกัน ถ้ามีคนเดินเก็บขี้ยางนำหน้า ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนการกรีดมาแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีครับ คิดเสียว่า 4 ต้นต่อนาที 2,000 ต้น ก็ใช้เวลา 8 ชม. คิดเสียว่าทำงานกะกลางคืน เย็นสะบายดีซะอีก ได้เงิน 2 พันบาทแล้วละครับ เดือนหนึ่งกรีด 20 วัน เดือนหนึ่งรับ 40,000 บาท อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายน้อมาก ถอยวีโก้สองคันยังส่งสบายๆ ครับ แต่ต้องพักงาน แต่ต้องพักงานสี่เดือนในหนึ่งปีนะครับ
หรือเอาแบบแบ่งครึ่งกัน ทำแค่ 1,000 ต้นก็พอ ได้น้ำยางอย่างแย่ๆ 20 ต้นต่อ 1kg ได้น้ำยาง 50 โล ปีนี้คิดที่ 1kg ละ 120 บาท ก็ 6,000 บาท แบ่งครึ่งเหลือ 3,000 บาท รับเดือนละ 60,000 บาท ยิ่งได้มากกว่าวิ่งกรีดครับ แต่ถ้ายางโลละ 150 ก็รับ 75,000 บาทต่อเดือน ถ้าได้ราคาแบบปีก่อนโน้นโลละ 200 บาท ก็รับเดือนละแสนนะครับ แต่ถ้าสวนเป็นาของเรา รับไปเต็มๆ เดือนละ 200,000 บาทครับ นี่คิดแค่ยางจำนวน 1,000 ต้นเท่านั้น หรือประมาณ 12 ไร่เองละครับ น่ามาลองลุยสวนยางดูครับ คุณ TubeTonix d_d :drunk
-
ชื่อตำแหน่งของมีดนะครับ
1 ท้องคลอง ด้านหลังตำแหน่งนี้เรียกว่า หลังคลอง
2 หูมีด ด้านหลังตำแหน่งนี้เรียกว่า หลังหูมีด
3 ตัวมีด
4 พื้นที่ของคมมีด(ที่ผมเคยบอกว่า 1-2มิลฯ)
5 ขอบหู
....แต่ละที่เรียกต่างกันบ้าง แต่เอาตามนี้นะครับจะได้คุยกันรู้เรื่อง
เฮ้อ!!Snagit ของผมดันไม่รับภาษาไทยซะงั้น
จากรูป ไม่ทราบว่าพี่พินิจรู้เคล็ดบางอย่างหรือยัง หรืออาจทราบแล้ว พ่อผมบอกว่า เวลาลับมีด นอกจากจะลับให้คมแล้ว มีดต้องคมนานด้วย ซึ่งพ่อผมบอกว่า ให้ลับให้คมมีดเงาออกสีคล้ำ สังเกตุจากรูปครับพี่ จากตำแหน่ง 4 ถึง 5 ตลอดแนวนี้สีคมมีดต้องมีสีคล้ำ
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.msg991964#msg991964
รูปมีดก่อนกรีดในการลับของผมอยู่ในลิงค์ข้างบนครับ อันนี้ผมฝนตามวิทยากรที่สอนให้ทำตามนี้เป๊ะเลย พึ่งรู้ว่ามันผิดก็ได้ อ. โก้ กรุณาบอกให้ฟังว่าหน่อมันควรจะเป็นมุมแหลมกว่านี้ ไม่ใช่มนแบบเล็บนิ้วก้อยตามที่วิทยากรได้สอนไว้
แถวๆ บ้านผมก็มีเหมือนกันพวกที่ต้องใช้ไม้ต่อขึ้นไปกรีด ต้องค่อยๆ หัดกันไปครับ ผมก็ยังเผลอกรีดเข้าแก่นบ้าง ไปโดนลิ้นบ้างเหมือนกัน มีดถึงได้บิ่นตามในตอบ #726 และในรูปที่ท่านยกมาให้ดูนี่แหละครับ K]
2.5 ไร่ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็คงประมาณต้นละนาที พอๆ กับผมกรีดวันแรกเลยครับ (ก็เสียเวลาไปกับการลอกขี้ยางทำความสะอาดถ้วยมากหน่อย) ที่จริงเรื่องการรับจ้างกรีดยางผมยังอยากจะแนะนำคุณ tubeTonix ให้กรีดให้เก่งๆ คือคนเก่งๆ ตอนนี้ค่าจ้างกรีดต้นละ 1 บาทแล้วนะครับ และถ้าเป็นเนินเขาคนกรีดไม่เก่งก็ได้ค่าจ้างต้นละ 1 บาทเหมือนกัน ถ้ามีคนเดินเก็บขี้ยางนำหน้า ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนการกรีดมาแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีครับ คิดเสียว่า 4 ต้นต่อนาที 2,000 ต้น ก็ใช้เวลา 8 ชม. คิดเสียว่าทำงานกะกลางคืน เย็นสะบายดีซะอีก ได้เงิน 2 พันบาทแล้วละครับ เดือนหนึ่งกรีด 20 วัน เดือนหนึ่งรับ 40,000 บาท อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายน้อมาก ถอยวีโก้สองคันยังส่งสบายๆ ครับ แต่ต้องพักงาน แต่ต้องพักงานสี่เดือนในหนึ่งปีนะครับ
หรือเอาแบบแบ่งครึ่งกัน ทำแค่ 1,000 ต้นก็พอ ได้น้ำยางอย่างแย่ๆ 20 ต้นต่อ 1kg ได้น้ำยาง 50 โล ปีนี้คิดที่ 1kg ละ 120 บาท ก็ 6,000 บาท แบ่งครึ่งเหลือ 3,000 บาท รับเดือนละ 60,000 บาท ยิ่งได้มากกว่าวิ่งกรีดครับ แต่ถ้ายางโลละ 150 ก็รับ 75,000 บาทต่อเดือน ถ้าได้ราคาแบบปีก่อนโน้นโลละ 200 บาท ก็รับเดือนละแสนนะครับ แต่ถ้าสวนเป็นาของเรา รับไปเต็มๆ เดือนละ 200,000 บาทครับ นี่คิดแค่ยางจำนวน 1,000 ต้นเท่านั้น หรือประมาณ 12 ไร่เองละครับ น่ามาลองลุยสวนยางดูครับ คุณ TubeTonix d_d :drunk
การขายน้ำยางสดไม่ได้คิดแบบที่พี่คิดครับ
ตัวอย่าง
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร
เก็บตัวอย่างไปทดสอบหาปริมาณเนื้อยางแห้งโดยใช้น้ำยาง 1 ส่วน ผสมน้ำ 2 ส่วน
สมมุติอ่านค่าตัวเลขบนก้านเมโทรแลคเฉลี่ยได้ 100
ค่าตัวเลยที่อ่านได้ มาคูณ 3 100 * 3 = 300
แสดงว่าน้ำยาง 1 ลิตร มีเนื้อยางแห้ง 300 กรัม
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร = 50 * 300 = 15,000 กรัม
หรือ = 15 กิโลกรัม
http://www.tempf.com/getfile.php?id=1170202&key=4f2b9ad8ca857
-
หินลับมีดแบบละเอียดสุดๆ ของผมยังไม่มีน่ะครับ รอ อ. โก้ ส่งมาให้อยู่ครับ แล้วไปเชียงใหม่ หาไขปลาวาลก็ไม่ได้ :cry2 :cry2 :cry2 เลยพานเอาไปกรีดแบบนั้นกันเลยครับ
ผมดาวน์โลดไฟร์ที่แนะนำไม่ได้ครับ ช่วยเอามาโชว์ในนี้หน่อยก็จะดีครับ ตามข้อความที่ไฮร์ไลท์มานั้น ผมเขียนผิดคำที่ว่า "น้ำยาง" ขอแก้เป็น "ยางแผ่น" นะครับ (ลืมไปเขียนผิด แล้วบ้านผมก็ไม่มีที่รับซื้อน้ำยางอีกด้วย ต้องทำเป้นแผ่นขายครับ ราคาต่อ กก คือคิดจากราคายางแผ่นตามที่แถวบ้านผมกันน่ะครับ ปรกติยางอายุ 10 ปี กรีดยางแล้วมาทำเป็นที่ตากแห้งดีแล้ว 1 กก จะต้องใช้ต้นยาง 17 ต้นครับ สำหรับพันธ์ 600 แต่ถ้าเราปลูกพันธ์ 251 จะใช้ต้นยางแค่ 15 ต้นก็จะได้ยางแผ่นตากแห้ง 1 กก ครับ (ผมคิดตามที่ถามๆ ชาวบ้านแถวบ้านผมดูนะครับ) ปีนี้ 120 บาทได้แน่นอนครับ การขายยางแบบที่ทำเป็นแผ่นแล้ว มันดีตรงที่เราสามารถเก็บไว้รอราคาดีๆ ถึงขายก็ได้น่ะครับ แต่ใจผมกะรอ 150 บาทต่อ กก ดูสักพัก (ไม่ได้ผมก็ไม่ขาย ขอรอดูซักครึ่งปี)
-
2.5 ไร่ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็คงประมาณต้นละนาที พอๆ กับผมกรีดวันแรกเลยครับ (ก็เสียเวลาไปกับการลอกขี้ยางทำความสะอาดถ้วยมากหน่อย) ที่จริงเรื่องการรับจ้างกรีดยางผมยังอยากจะแนะนำคุณ tubeTonix ให้กรีดให้เก่งๆ คือคนเก่งๆ ตอนนี้ค่าจ้างกรีดต้นละ 1 บาทแล้วนะครับ และถ้าเป็นเนินเขาคนกรีดไม่เก่งก็ได้ค่าจ้างต้นละ 1 บาทเหมือนกัน ถ้ามีคนเดินเก็บขี้ยางนำหน้า ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนการกรีดมาแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีครับ คิดเสียว่า 4 ต้นต่อนาที 2,000 ต้น ก็ใช้เวลา 8 ชม. คิดเสียว่าทำงานกะกลางคืน เย็นสะบายดีซะอีก ได้เงิน 2 พันบาทแล้วละครับ เดือนหนึ่งกรีด 20 วัน เดือนหนึ่งรับ 40,000 บาท อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายน้อมาก ถอยวีโก้สองคันยังส่งสบายๆ ครับ แต่ต้องพักงาน แต่ต้องพักงานสี่เดือนในหนึ่งปีนะครับ
หรือเอาแบบแบ่งครึ่งกัน ทำแค่ 1,000 ต้นก็พอ ได้น้ำยางอย่างแย่ๆ 20 ต้นต่อ 1kg ได้น้ำยาง 50 โล ปีนี้คิดที่ 1kg ละ 120 บาท ก็ 6,000 บาท แบ่งครึ่งเหลือ 3,000 บาท รับเดือนละ 60,000 บาท ยิ่งได้มากกว่าวิ่งกรีดครับ แต่ถ้ายางโลละ 150 ก็รับ 75,000 บาทต่อเดือน ถ้าได้ราคาแบบปีก่อนโน้นโลละ 200 บาท ก็รับเดือนละแสนนะครับ แต่ถ้าสวนเป็นาของเรา รับไปเต็มๆ เดือนละ 200,000 บาทครับ นี่คิดแค่ยางจำนวน 1,000 ต้นเท่านั้น หรือประมาณ 12 ไร่เองละครับ น่ามาลองลุยสวนยางดูครับ คุณ TubeTonix d_d :drunk
ที่สวนผมปลูกยางไว้แค่ 10 กว่าไร่เองครับไม่น่าจะถึง 1,000 ต้น อีก 10 กว่าไร่เป็นสวนปาล์ม
จำได้ว่าตอนโค่นยางรุ่นที่แล้วทิ้ง ราคายางโลละ 19 บาทครับ แล้วจ้างคนกรีดโดยแบ่ง 60:40 ครับ :black_eye
รุ่นนี้ทำเองน่าจะดีกว่า แต่โตมาจนป่านนี้ยังกรีดยางไม่เป็นเลยครับ :black_eye คงต้องฝึกวิทยายุทธฺ์กันอีกนาน ;D
ตอนนี้ ได้ความรู้เรื่องมีดกรีดยางเยอะเลยครับ ผมกำลังหาความรู้เรื่องกางร่มให้หน้ายางอยู่ครับ ภาคใต้ฝนเยอะมาก ;)
-
ไร่ละเกือบ 90 ต้นแล้วนะครับ (ถ้าจำไม่ผิด) ถ้ามีสิบกว่าไร่ ก็เข้าใกล้ 1,000 ต้นมากๆ แล้วละครับ แต่ปีแรกๆ ยางบางต้นอาจยังโตไม่ได้ขนาดให้กรีด ขอแค่ 800 ต้น ทำยาแผ่นตากแห้ง 40 โลต่อวันแล้วนะครับ เก็บไว้รอขายราคาดีๆ ซัก 150 บาท ก็มีรายได้วันละ 6,000 บาทแล้วนะครับท่าน กำลังคิดอยู่ว่าวันไหนฝนตก ใช้อัดแก็สซะเลย ฝนหยุดค่อยกรีดกันตามปรกติ อ. โก้ ว่าไงครับ ควรหรือไม่ควร? มีวิธีให้มันออกน้อยหน่อยได้ไหม? ผมเคยเห็นเค้าทำแล้วกลัวครับ ได้กันเต็มถ้วยใหญ่ๆ ขนาดเกือบร้นเลยละครับ แบบนี้ไม่กี่ปีต้นยางเราตายแน่ๆ :cry2 :cry2 :cry2 (คือมีคนซื้อยางอายุแปดปี แล้วเค้าต้องผ่อนส่งธนาคาร เค้าคิดให้ฟังจำไม่ได้แล้ว รู้สึกว่าไม่กี่ปีก็คืนทุน ได้ที่ดินฟรีๆ ถ้าคิดแบบนี้ก็น่าทำเหมือนกัน คือไปซื้อแล้วอัดกันเต็มที่ เค้าคิดไว้ละเอียดดี แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่คิดจะทำ แต่คิดแล้วส่งแบงค์หมดก่อนต้นยางตายครับ)
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.msg991964#msg991964
รูปมีดก่อนกรีดในการลับของผมอยู่ในลิงค์ข้างบนครับ อันนี้ผมฝนตามวิทยากรที่สอนให้ทำตามนี้เป๊ะเลย พึ่งรู้ว่ามันผิดก็ได้ อ. โก้ กรุณาบอกให้ฟังว่าหน่อมันควรจะเป็นมุมแหลมกว่านี้ ไม่ใช่มนแบบเล็บนิ้วก้อยตามที่วิทยากรได้สอนไว้
แถวๆ บ้านผมก็มีเหมือนกันพวกที่ต้องใช้ไม้ต่อขึ้นไปกรีด ต้องค่อยๆ หัดกันไปครับ ผมก็ยังเผลอกรีดเข้าแก่นบ้าง ไปโดนลิ้นบ้างเหมือนกัน มีดถึงได้บิ่นตามในตอบ #726 และในรูปที่ท่านยกมาให้ดูนี่แหละครับ K]
2.5 ไร่ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็คงประมาณต้นละนาที พอๆ กับผมกรีดวันแรกเลยครับ (ก็เสียเวลาไปกับการลอกขี้ยางทำความสะอาดถ้วยมากหน่อย) ที่จริงเรื่องการรับจ้างกรีดยางผมยังอยากจะแนะนำคุณ tubeTonix ให้กรีดให้เก่งๆ คือคนเก่งๆ ตอนนี้ค่าจ้างกรีดต้นละ 1 บาทแล้วนะครับ และถ้าเป็นเนินเขาคนกรีดไม่เก่งก็ได้ค่าจ้างต้นละ 1 บาทเหมือนกัน ถ้ามีคนเดินเก็บขี้ยางนำหน้า ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนการกรีดมาแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีครับ คิดเสียว่า 4 ต้นต่อนาที 2,000 ต้น ก็ใช้เวลา 8 ชม. คิดเสียว่าทำงานกะกลางคืน เย็นสะบายดีซะอีก ได้เงิน 2 พันบาทแล้วละครับ เดือนหนึ่งกรีด 20 วัน เดือนหนึ่งรับ 40,000 บาท อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายน้อมาก ถอยวีโก้สองคันยังส่งสบายๆ ครับ แต่ต้องพักงาน แต่ต้องพักงานสี่เดือนในหนึ่งปีนะครับ
หรือเอาแบบแบ่งครึ่งกัน ทำแค่ 1,000 ต้นก็พอ ได้น้ำยางอย่างแย่ๆ 20 ต้นต่อ 1kg ได้น้ำยาง 50 โล ปีนี้คิดที่ 1kg ละ 120 บาท ก็ 6,000 บาท แบ่งครึ่งเหลือ 3,000 บาท รับเดือนละ 60,000 บาท ยิ่งได้มากกว่าวิ่งกรีดครับ แต่ถ้ายางโลละ 150 ก็รับ 75,000 บาทต่อเดือน ถ้าได้ราคาแบบปีก่อนโน้นโลละ 200 บาท ก็รับเดือนละแสนนะครับ แต่ถ้าสวนเป็นาของเรา รับไปเต็มๆ เดือนละ 200,000 บาทครับ นี่คิดแค่ยางจำนวน 1,000 ต้นเท่านั้น หรือประมาณ 12 ไร่เองละครับ น่ามาลองลุยสวนยางดูครับ คุณ TubeTonix d_d :drunk
การขายน้ำยางสดไม่ได้คิดแบบที่พี่คิดครับ
ตัวอย่าง
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร
เก็บตัวอย่างไปทดสอบหาปริมาณเนื้อยางแห้งโดยใช้น้ำยาง 1 ส่วน ผสมน้ำ 2 ส่วน
สมมุติอ่านค่าตัวเลขบนก้านเมโทรแลคเฉลี่ยได้ 100
ค่าตัวเลยที่อ่านได้ มาคูณ 3 100 * 3 = 300
แสดงว่าน้ำยาง 1 ลิตร มีเนื้อยางแห้ง 300 กรัม
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร = 50 * 300 = 15,000 กรัม
หรือ = 15 กิโลกรัม
http://www.tempf.com/getfile.php?id=1170202&key=4f2b9ad8ca857
การหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ใช้วิธีอบแห้ง อาจเป็นเตาอบ หรือเตาไมโครเวฟก็ได้ เพราะสะดวกและเชื่อถือกว่าแบบปรอท(เมโทรแลค)ครับ (โกงกันได้น้อยทั้งฝั่งผู้ขายและฝั่งผู้ซื้อ)
การหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) โดยการอบแห้ง
การอบแห้งเป็นวิธี หาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยการนำน้ำยางไปทำให้แห้ง ให้เหลือแต่เฉพาะเนื้อยาง แล้วนำไปชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างน้ำยางสดก่อนที่จะนำไปทำให้แห้ง กับเนื้อยางที่อบแห้งแล้วว่าต่างกันเท่าไรเมื่อคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด เช่น ชั่งน้ำยางสดมา 100 กรัม นำไปอบแห้งแล้วชั่งน้ำหนักเหลือ 30 กรัม นั่นคือ น้ำยางสดนั้นมีค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง 30 %
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอบแห้ง
1. ตู้อบ ( Hot air oven ) สำหรับใช้อบแผ่นยางตัวอย่าง
2. เครื่องชั่งไฟฟ้า ละเอียดทศนิยม 2 ตำแหน่ง สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 100 - 300 กรัม
3. จักรรีดยางตัวอย่าง ขนาดเล็ก แบบมือหมุน หรือแบบมอเตอร์ก็ได้
4. กระปุกพลาสติก ไว้สำหรับใส่ตัวอย่างน้ำยาง
5. ถ้วยสแตนเลส หรืออลูมิเนียม ไว้ใส่น้ำยางสด 10 กรัม
6. น้ำกรดอะซิติก ความเข้มข้น 2 %
7. น้ำกลั่นหรือน้ำสะอาด
วิธีการหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) มีขั้นตอนดังนี้
1. สุ่มตักตัวอย่างน้ำยางสดที่ต้องการหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง
2. ชั่งน้ำยางสดใส่ถ้วยสแตนเลส หรืออลูมิเนียม 10.00 กรัม
3. เติมน้ำกลั่นผสมลงไปในน้ำยาง ประมาณ 20 ซี.ซี.
4. เติมน้ำกรดอะซีติก ความเข้มข้น 2% ลงไปอีกประมาณ 15 - 20 ซี.ซี. เขย่าให้เข้ากัน
5. ตั้งทิ้งไว้ให้ยางจับตัวประมาณ 30 นาที
6. นำยางที่จับตัวแล้ว ไปรีดให้เป็นแผ่นบางๆ ความหนาไม่เกิน 2 มม.
7. ล้างยางแผ่นที่รีดแล้ว ด้วยน้ำสะอาด
8. นำไปอบให้แห้งในตู้อบ ( Hot air oven ) ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ระยะเวลาอบ 16 ชั่วโมง
9. นำยางที่อบแห้งแล้วออกจากตู้อบ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปชั่งน้ำหนักพร้อมบันทึกค่าไว้
10. นำค่าน้ำหนักที่ได้มาคำนวณหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง จากสูตร ดังนี้
เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ( DRC ) = (น้ำหนักยางแห้ง คูณด้วย 100) หารด้วยน้ำหนักน้ำยางสด
เช่น น้ำหนักน้ำยางแห้ง 2.83 กรัม น้ำหนักน้ำยางสด 10.00 กรัม
เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ( DRC ) = [ ( 2.83 x 100 ) / 10.00 ]
= 28.3 %
จาก http://www.tanamitrscale.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539178925
-
ขอบคุณ อ. โก้ มากๆ ครับ วันนี้มีงานทำบุญที่บ้านก็ยังเข้ามาคุยด้วยซะอีก :) วันนี้ได้เรียนรู้การคิดน้ำจากยางสดอีกสองวิธี จากที่ดูมันก็คือผลลัพท์เดียวกันกับที่แถวๆ บ้านผมเอามาคิดเหมือนกัน แต่มันอาจหยาบกว่า คือชาวบ้านเค้าจะคิดว่าช่วงเดือนไหน? จะใช้น้ำยางจากกี่ต้นมาทำเป็นยางแผ่นได้หนึ่งแผ่นครับ (หนึ่งแผ่นจะได้ นน. ค่าเฉลี่ยประมาณ 1.2 kg ต่อการกรีดยางประมาณ 20 ต้น จริงๆ แล้วแต่ละช่วงจะไม่เท่ากันนะครับ เราคุยกันที่ค่าเฉลี่ยทั้งปีนะครับ บางช่วงก็ได้น้ำหนักดีกว่านี้อาจขึ้นถึง 1.6 kg หรือน้อยกว่านี้เช่นช่วงใกล้ปิดหน้ายาง อาจลดลงเหลือไม่ถึงกิโลก็มี) อันนี้ได้จากการบอกเล่า แต่ปีหน้าผมทำเองคิดว่าค่าตัวเลขจะถูกต้องและชัดเจนมากกว่านี้ d_d :drunk
ที่นี้ผมมีข้อสงสัยว่า ทำไมเราต้องไปเติมน้ำเข้าไปอีกทั้งๆ ที่ในน้ำยางก็มีอยู่แล้ว แล้วในเมื่อเราก็ต้องเอาไปทำให้มันแห้งอยู่แล้ว การไม่เติมน้ำลงไปอีกน่าจะทำให้ยางแผ่นแห้งเร็วขึ้น (ลืมถาม อ. ที่สอน ตอนเรียนครับ K])
มีความรู้ที่จะทำให้น้ำยางเข้มข้นขึ้นเป็น 60% ไหมครับ? และเติมแอมโมเนียรักษาสภาพน้ำยางสดอย่างไร?
มีคำถามเพิ่ม (กลัวลืม ขอเขียนไว้เลยละ ว่างแล้วค่อบตอบนะครับ) การขายน้ำยางให้สหะกร ถ้ายางถูกก็ต้องขายให้ใช่หรือไม่? จะทำเป็นแผ่นรอขายช่วงแพงๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหมครับ?
ลืมคุยไปว่าเมื่อเย็นวานถามชาวบ้านแล้วว่าที่นี่ ช่วงแรกๆ ก็มีคนมาซื้อน้ำยาง แต่ก็มีการโกงเอาเปรียบกัน จนชาวบ้านไม่ยอมขายให้ เพราะทำแผ่นเองได้ คือหายไป 10% แต่ถ้าเป็นผม 20% ผมยังยอมเลยครับ (ผมชอบกรีดน่ะเหมือนออกรอบตีก้อล์ฟเลยละ ได้เดินออกกำลังกาย ต้องทำสมาธิตอนกรีดให้ดีตอนลงมีด ซึ่งเหมือนตอนลงหัวไม้กันเลละ ไม่งั้นตีลูกก็อล์ฟลงน้ำ เอ้ยไม่ใช่! กรีดเข้าแก่นละครับ แต่ผมขี้เกลียดการทำแผ่นสุดดดดๆๆ :nono) แค่ 10% ค่าดำเนินการทำเป็นยางแผ่นนี่ ถือว่าถูกมากๆ แต่ชาวบ้านคงมีเวลาและจึงทำเองเพราะอยากจะได้ 10% นี้เพิ่มเข้ามาเป็นค่ากับข้าวหรือค่าน้ำมันรถ (ที่จริงขี้ยางที่เก็บจากก้นถ้วยหรือส่วนที่ลอกออกมาจากหน้ายางที่กรีดนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็คิดว่ามันคือค่ากับข้าวเหมือนที่ อ. โก้เคยบอกไว้เหมือนกันเลยละครับ นับต่อไปอีกสี่เดือน ผมก็คงได้ค่ากับข้าวแบบนี้บ้างละครับ :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
;D ;D ;D ;D เห็นรูปแล้วเข้ามาแซวเล่น ๆๆๆๆ ;D ;D ;D ;D
O0 O0 O0 O0 O0 O0
O0 O0 O0 เป็นชาวสวนยากนี่รวยจังเลยเน๊อะ Y] Y] ขับซีตรองไปกรีดยางเลยน่ะนั่น สงสัยปีหน้า เบนซ์ หรือ ไม่ก็ เบนลี่ย์ แล้ว ;D ;D รถซึตรองคันนี้มันลุยได้ทุก ที่จริง ๆ คันนี้ยังจำได้ที่ขับไปรับผมที่แยกป่าเหว น่ะO0 O0 O0
(http://image.ohozaa.com/i/4d3/waPik1.jpg) (http://image.ohozaa.com/view/88g2b)
แต่อันนี้ สิ สนุกกว่า อีกคนก็จูง อีกคนก็อุ้มสะพาย ขยันกันจริ๋ง จริง เน๊อะพ่อคุณแม่คุณ เอ๋ยๆๆ O0 O0 O0 O0
(http://image.ohozaa.com/i/4d3/waPik1.jpg) (http://image.ohozaa.com/view/88g2b) (http://image.ohozaa.com/i/464/xLE1yh.jpg) (http://image.ohozaa.com/view/88g9g)
O0 O0 O0
-
ซีตรองคันนี้ ตอนนี้มันราคาไม่ถึงห้าหมื่นบาทก็เท่านั้นเองนะ ผมชอบความนิ่ม และมันดีอีกอย่างที่ยกตัวได้สูงเท่าพวกออฟโรดได้ มันเลยไปไหนได้ทุกที่เท่าที่ผมอยากจะไป ผมก็เลยเลือกมัน เพราะเป็นคนชอบเที่ยวแบบลุยๆ และวิ่งทางเลียบแบบไกลๆ ได้ดี คือขับเหนื่อยน้อยที่สุด ขึ้นเขาลงห้วยไปได้โหมดด... มันเป็นรถยนต์คันแรกที่ขึ้นดอยขุนต้าได้ :drive1 ปรกติต้องโฟรว์วีลล์เท่านั้นถึงจะขึ้นไปได้ ชาวบ้านเลยแห่กันมาดูมันกันทั้งหมู่บ้าน ด้วยความงุนงงว่ามันขึ้นมาได้อย่างไร? เค้าอยู่กันมาตั้งนานไม่เคยเห็นรถเก๋งขึ้นมาถึงบ้านเค้าสักคันนึง ซีตรองคือรถที่ถูกแต่ดี แต่คนใช้มันต้องเข้าใจมัน สั่งช่างให้ทำงานซ่อมมันได้ก็จบเท่านั้นเอง d_d :drunk
-
ขอบคุณ อ. โก้ มากๆ ครับ วันนี้มีงานทำบุญที่บ้านก็ยังเข้ามาคุยด้วยซะอีก :) วันนี้ได้เรียนรู้การคิดน้ำจากยางสดอีกสองวิธี จากที่ดูมันก็คือผลลัพท์เดียวกันกับที่แถวๆ บ้านผมเอามาคิดเหมือนกัน แต่มันอาจหยาบกว่า คือชาวบ้านเค้าจะคิดว่าช่วงเดือนไหน? จะใช้น้ำยางจากกี่ต้นมาทำเป็นยางแผ่นได้หนึ่งแผ่นครับ (หนึ่งแผ่นจะได้ นน. ค่าเฉลี่ยประมาณ 1.2 kg ต่อการกรีดยางประมาณ 20 ต้น จริงๆ แล้วแต่ละช่วงจะไม่เท่ากันนะครับ เราคุยกันที่ค่าเฉลี่ยทั้งปีนะครับ บางช่วงก็ได้น้ำหนักดีกว่านี้อาจขึ้นถึง 1.6 kg หรือน้อยกว่านี้เช่นช่วงใกล้ปิดหน้ายาง อาจลดลงเหลือไม่ถึงกิโลก็มี) อันนี้ได้จากการบอกเล่า แต่ปีหน้าผมทำเองคิดว่าค่าตัวเลขจะถูกต้องและชัดเจนมากกว่านี้ d_d :drunk
ที่นี้ผมมีข้อสงสัยว่า ทำไมเราต้องไปเติมน้ำเข้าไปอีกทั้งๆ ที่ในน้ำยางก็มีอยู่แล้ว แล้วในเมื่อเราก็ต้องเอาไปทำให้มันแห้งอยู่แล้ว การไม่เติมน้ำลงไปอีกน่าจะทำให้ยางแผ่นแห้งเร็วขึ้น (ลืมถาม อ. ที่สอน ตอนเรียนครับ K])
มีความรู้ที่จะทำให้น้ำยางเข้มข้นขึ้นเป็น 60% ไหมครับ? และเติมแอมโมเนียรักษาสภาพน้ำยางสดอย่างไร?
มีคำถามเพิ่ม (กลัวลืม ขอเขียนไว้เลยละ ว่างแล้วค่อบตอบนะครับ) การขายน้ำยางให้สหะกร ถ้ายางถูกก็ต้องขายให้ใช่หรือไม่? จะทำเป็นแผ่นรอขายช่วงแพงๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหมครับ?
ลืมคุยไปว่าเมื่อเย็นวานถามชาวบ้านแล้วว่าที่นี่ ช่วงแรกๆ ก็มีคนมาซื้อน้ำยาง แต่ก็มีการโกงเอาเปรียบกัน จนชาวบ้านไม่ยอมขายให้ เพราะทำแผ่นเองได้ คือหายไป 10% แต่ถ้าเป็นผม 20% ผมยังยอมเลยครับ (ผมชอบกรีดน่ะเหมือนออกรอบตีก้อล์ฟเลยละ ได้เดินออกกำลังกาย ต้องทำสมาธิตอนกรีดให้ดีตอนลงมีด ซึ่งเหมือนตอนลงหัวไม้กันเลละ ไม่งั้นตีลูกก็อล์ฟลงน้ำ เอ้ยไม่ใช่! กรีดเข้าแก่นละครับ แต่ผมขี้เกลียดการทำแผ่นสุดดดดๆๆ :nono) แค่ 10% ค่าดำเนินการทำเป็นยางแผ่นนี่ ถือว่าถูกมากๆ แต่ชาวบ้านคงมีเวลาและจึงทำเองเพราะอยากจะได้ 10% นี้เพิ่มเข้ามาเป็นค่ากับข้าวหรือค่าน้ำมันรถ (ที่จริงขี้ยางที่เก็บจากก้นถ้วยหรือส่วนที่ลอกออกมาจากหน้ายางที่กรีดนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็คิดว่ามันคือค่ากับข้าวเหมือนที่ อ. โก้เคยบอกไว้เหมือนกันเลยละครับ นับต่อไปอีกสี่เดือน ผมก็คงได้ค่ากับข้าวแบบนี้บ้างละครับ :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
ทำไมเราต้องไปเติมน้ำเข้าไปอีกทั้งๆ ที่ในน้ำยางก็มีอยู่แล้ว
ผมเดานะครับ แต่น่าจะถูก
เป็นการ "ผ่า" ครับ เหมือนผสมเหล้ากับโซดา-โค้ก-น้ำ(แต่คนละจุดประสงค์กัน) d_d
ถึงน้ำในน้ำยางจะมีน้ำแต่ก็เป็นตัวทำละลายได้ไม่ดีเท่าน้ำธรรมดา และน้ำยาง(ไม่ผ่าน้ำ)ก็มีความข้นหนืดอยู่ เวลาเอามาผสมกันเพื่อทำแผ่น น้ำยางอาจเข้ากันไม่ดี ทำแผ่นออกมาแล้วมีเยื่อยาง(เรียกไม่ถูกอีกแล้ว)อยู่ในแผ่นยาง
ยิ่งใส่น้ำส้มฆ่ายางยิ่งแล้วใหญ่ น้ำส้มฯอาจผสมกับน้ำยางได้ไม่ทั่วจึงต้องมีน้ำเป็นตัวทำละลาย(ขนาดผ่าน้ำแล้วยังต้องกวนน้ำยางซะขนาดนั้น)
ก็มีคนมาซื้อน้ำยาง แต่ก็มีการโกงเอาเปรียบกัน จนชาวบ้านไม่ยอมขายให้ เพราะทำแผ่นเองได้ คือหายไป 10%
ถ้าเป็นการทำเปอร์เซ็นต์แบบใช้แท่งปรอท(เมโทรแลค)ก็โกงกันได้ง่ายครับ
คนขายผึ่งถัง(ถุง)น้ำยางให้โดนแดดก่อนไปขาย ผสมแป้ง ฯลฯ
คนซื้อจุ่มปรอทในน้ำเย็น โกงตาชั่ง ฯลฯ คนซื้อเค้าต้องเผื่อความเสี่ยงไว้นิดหน่อยด้วย
แต่ถ้าทำเปอร์เซ็นต์แบบอบแห้งก็โกงกันได้น้อยลงและตรวจสอบย้อนหลังได้(ถ้าตัวอย่างยางแห้งยังอยู่)ครับ
การขายน้ำยางให้สหะกร ถ้ายางถูกก็ต้องขายให้ใช่หรือไม่? จะทำเป็นแผ่นรอขายช่วงแพงๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหมครับ?
เข้าใจถูกครึ่งนึงครับ(ถึงแม้จะเป็นคำถาม)....คนที่ไม่รักในระบบสหกรณ์ช่วงยางราคาตกก็ไปทำแผ่นได้ตามสบาย หรืออาจไปขายน้ำให้พ่อค้าก็มี....ช่วงราคาดีก็มีครับ เพื่อเปรียบเทียบกับสหกรณ์(สหกรณ์อื่นไกลๆผมไม่ทราบนะครับ เพราะเป็นระเบียบภายใน)
ของผมนี่ไม่มีจักรรีดยางครับ เป็นเรื่องความรักน่ะครับ(ที่ไม่ต้องการเหตุผล)..ฮิฮิ ;)
มีความรู้ที่จะทำให้น้ำยางเข้มข้นขึ้นเป็น 60% ไหมครับ? และเติมแอมโมเนียรักษาสภาพน้ำยางสดอย่างไร?
ฮั่นแน่!! คิดการไกลนะครับนั่น ;)
ประมาณนี้ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%99
http://www.yangpara.com/Plant/rubbermethod.htm
เมื่อวานตอบเรื่องมีดไว้ด้วยแต่สงสัยหายไปตอนพิมพ์ๆก็อบๆลากๆนี้แหละ ฟีลล์ที่ตอบวันนี้ต่างจากเมื่อวานครับ
1.) มีดลับสวยมากครับ แต่ต้องถามีดให้บางลงอีก(ถูให้บางลงทั้งแผ่น) ผมสังเกตุจากขอบข้างของหูมีดนะครับ ถ้าเราถามีดไว้บางดี จะทำให้วันต่อๆไปลับง่ายใช้เวลาน้อย แต่ถ้าถามีดทุกวันต้องลงหินละเอียดกันเหนื่อยทุกวันครับ
2.) กรีด 800ต้น คมหล่นแค่นั้น ยังลับให้บางลงได้อีก(สุ่มน้อยลง) เหตุผลตามข้างบน
3.) ขอบหูมีด(เบอร์5ในคำตอบ#670)ให้ต่ำลงอีกครับ เพราะ(ตอนนี้)ตอนกรีดจะโดนขอบหูก่อนหน่อ หน้ายางไม่เป็นท้องคลอง น้ำยาง"หาก" คือหกออกจากหน้ายางได้ครับ
ได้เอกสารปุ๋ยมาแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณPinij ศึกษาจากเอกสารพวกนี้มั๊ยครับ ค่อยส่งไปให้พร้อมมีดนะครับ
-
ไร่ละเกือบ 90 ต้นแล้วนะครับ (ถ้าจำไม่ผิด) ถ้ามีสิบกว่าไร่ ก็เข้าใกล้ 1,000 ต้นมากๆ แล้วละครับ แต่ปีแรกๆ ยางบางต้นอาจยังโตไม่ได้ขนาดให้กรีด ขอแค่ 800 ต้น ทำยาแผ่นตากแห้ง 40 โลต่อวันแล้วนะครับ เก็บไว้รอขายราคาดีๆ ซัก 150 บาท ก็มีรายได้วันละ 6,000 บาทแล้วนะครับท่าน กำลังคิดอยู่ว่าวันไหนฝนตก ใช้อัดแก็สซะเลย ฝนหยุดค่อยกรีดกันตามปรกติ อ. โก้ ว่าไงครับ ควรหรือไม่ควร? มีวิธีให้มันออกน้อยหน่อยได้ไหม? ผมเคยเห็นเค้าทำแล้วกลัวครับ ได้กันเต็มถ้วยใหญ่ๆ ขนาดเกือบร้นเลยละครับ แบบนี้ไม่กี่ปีต้นยางเราตายแน่ๆ :cry2 :cry2 :cry2 (คือมีคนซื้อยางอายุแปดปี แล้วเค้าต้องผ่อนส่งธนาคาร เค้าคิดให้ฟังจำไม่ได้แล้ว รู้สึกว่าไม่กี่ปีก็คืนทุน ได้ที่ดินฟรีๆ ถ้าคิดแบบนี้ก็น่าทำเหมือนกัน คือไปซื้อแล้วอัดกันเต็มที่ เค้าคิดไว้ละเอียดดี แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่คิดจะทำ แต่คิดแล้วส่งแบงค์หมดก่อนต้นยางตายครับ)
ต้นทุนสูงขึ้นเยอะ งานเพิ่มขึ้น(แต่เบาแรงลง) ราคาไม้ยางตกราวๆ25%ครับ...
ผมเปรียบ(การทำงานและรายได้)ทำสวนยางเหมือนทำงานราชการทหารชั้นประทวนครับ ช่วงแรกของการทำงานบรรจุเป็นสิบตรี(เริ่มปลูก)รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังโดนทำงานสารพัด พอเลื่อนมาเป็นสิบโท(ยาง2ปี)ก็ทำงานน้อยลง(เป็นพี่เค้าแล้ว)เริ่มมองเห็นอนาคตอยู่รำไรๆ รายได้ก็มากขึ้น(พืชแซม) พอเป็นสิบเอก(ยาง4ปี)เริ่มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์สว่างขึ้น งานก็น้อยลงไปอีก รายได้มากขึ้นกำลังใจดีขึ้น(จากตกเบิก-พืชแซม) พอติดจ่า(เปิดกรีด)แล้วสบายครับ พอเกษียณ(ขายไม้)รับเงินก้อนอีกครับ
.....ตอนนี้มีพันธ์ยางฯแบบปลูกขายไม้โดยเฉพาะส่งเสริมปลูกกันแล้ว(โดยสถานีฯฉะเชิงเทรา...มั้ง) อายุ5ปีขายไม้ได้เลย(ตกต้นละพันกว่า) ถ้าอยากลงทุนระยะสั้น(ทางนั้นราคาที่ดินถูก)ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกอย่างครับ(รายได้2ทาง พืชแซม+ไม้ยาง)
ในช่วง20ปีข้างหน้านี้ ยางฯยังเป็นพืชที่น่าลงทุนอยู่ในอันดับต้นๆครับ ยิ่งลงไปศึกษาเชิงลึกยิ่งสนุก(เห็นวิธีสร้างรายได้)ครับ
ลองศึกษาเรื่องการรับซื้อน้ำยาง+แหล่งส่งน้ำยาง(โรงงานแปรรูปน้ำยาง)ในพื้นที่ดูนะครับ :secret O0 ไม่ต้องทำลาเท็กซ์เอง แต่เป็นคนกลาง(หรือแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน)ก็แจ๋วครับ ชักกระบี่ก่อนได้ลงมือก่อนได้เปรียบครับ
-
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่ตอบให้ผมหายสงสัยไปได้เยอะเลยละครับ แต่เรื่องการทำน้ำยางเข้มข้นนั้น ผมก็พยายามหาในเนทอยู่เหมือนกัน แต่รายละเอียดแบบลึกๆ ไม่ค่อยมี คำตอบมักให้มาในรูปแบบที่ยังปิดบังข้อมูลกันอยู่เช่น การตอบว่า การเติมสารบางอย่าง คือไม่ยอมบอกว่าสารเคมีตัวที่ใช้คืออะไรไปเลย แบบนี้เป็นต้น ถ้าหาก อ. โก้ ไปหาข้อมูลที่ไม่ชัดเจนนีี้พบที่ไหน? ช่วยบอกให้ทราบด้วยนะครับ คือจุดประสงค์ของผมว่าจะเอาไปทำหหมอนยางพาราเอาไว้หนุนที่หัวและที่หลังกันโรคปวดหลังได้เป้นอย่างดีเลยละครับ โดยเฉพาะใช้ลองหนังเวลาขัยรถไกล จะไม่พบการปวดหลังแม้แต่นิดหน่อยกันเลยละ เมื่อนั้นนั้นโดยปรกติผมจะใช้หมอนธรรมดาลองมันก็พอช่วยลดอาการหลังลงมานิดหน่อย แค่ดีกว่าไม่ใช้หมอนลองเล็กน้อย แต่ไม่หายปวดแบบเด็ดขาดเท่าหมอนที่ทำจากยางพาราที่มันมีคามยืดหยุ่นดีกว่ามากๆ O0 :victory ผมมีใช้อยู่อันนึงแล้วนะครับ ราคาใบละ 500 บาท เป็นหมอนที่ทำจากน้ำยางพารา 60% ครับ (คือถ้ายางราคาถูกต่ำกว่าร้อยบาทต่อกิโลผมกะจะทำ แต่ถ้ายางแผ่น กก ละ 120 บาทขึ้น ผมก็จะขายเป็นยางแผ่นครับ) และถ้าเป็นไปได้ผมอาจทำที่นอนยางพารากันเลย เห็นเค้าขายกัน 6'x6'x1' ราคาประมาณครึ่งแสนบาทนะครับ ถ้าสนใจผมไปได้เอกสารการทำแบบพื้นฐานเป็นแผ่นพับแผ่นเล็กๆ มาแล้ว ซึ่งเราต้องมาทดลองปรับปรุงกันอีกครั้ง ผมจะมาให้ทาง ปณ ครับ d_d :drunk
1.) มีดลับสวยมากครับ แต่ต้องถามีดให้บางลงอีก(ถูให้บางลงทั้งแผ่น) ผมสังเกตุจากขอบข้างของหูมีดนะครับ ถ้าเราถามีดไว้บางดี จะทำให้วันต่อๆไปลับง่ายใช้เวลาน้อย แต่ถ้าถามีดทุกวันต้องลงหินละเอียดกันเหนื่อยทุกวันครับได้ครับเด๊่ยวผมจะจัดการลับกันเลยละ ตอนนี้ฉาบน้ำมันกะรออีกสี่เดือนค่อยเอามาลับกันใหม่ แต่มีคอมเมนต์มาแล้ว ต้องลุยกันเลย d_d :drunk แล้วจะถ่ายรูปมาให้ อ. ตรวจการบ้านครับ
3.) ขอบหูมีด(เบอร์5ในคำตอบ#670)ให้ต่ำลงอีกครับ เพราะ(ตอนนี้)ตอนกรีดจะโดนขอบหูก่อนหน่อ หน้ายางไม่เป็นท้องคลอง น้ำยาง"หาก" คือหกออกจากหน้ายางได้ครับ
ถ้าผมกรีดแบบไม่ยกหมีดคือการกระตุกแบบเฉียงออกจากต้น น่าจะไม่ต้องทำให้ต่ำลงก็ได้ ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ? คนเก่ากรีดแบบยกหมีด เส้นทางไหลของน้ำยางยังไม่เป้นร่องลึกเท่าของผมเลยละครับ ที่เค้ากรีดก็เห็นล้นหกออกช่วงกลางๆ ทางอยู่บ้าง แต่ของผมกรีดไม่มีไหลออกนอกลู่นอกทางครับ
ได้เอกสารปุ๋ยมาแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณPinij ศึกษาจากเอกสารพวกนี้มั๊ยครับ ค่อยส่งไปให้พร้อมมีดนะครับ เอกสารผมไปได้เป็นแผ่นดีวีดีมาจากในงานพืชสวนโลก พร้อมๆ กับแผ่นพับวิธีการทำตุ๊กตายางพารา (ที่ผมจะเอามาปรับปรุงเป็นทำหมอนละครับ) มาแล้วครับ ถ้าต้องการผมจะส่งมาให้พร้อมกาแฟนะครับ
[/img]http://s2.uppic.mobi/image-FE0A_4F2DE4F9.jpg[/img]
-
ไร่ละเกือบ 90 ต้นแล้วนะครับ (ถ้าจำไม่ผิด) ถ้ามีสิบกว่าไร่ ก็เข้าใกล้ 1,000 ต้นมากๆ แล้วละครับ แต่ปีแรกๆ ยางบางต้นอาจยังโตไม่ได้ขนาดให้กรีด ขอแค่ 800 ต้น ทำยาแผ่นตากแห้ง 40 โลต่อวันแล้วนะครับ เก็บไว้รอขายราคาดีๆ ซัก 150 บาท ก็มีรายได้วันละ 6,000 บาทแล้วนะครับท่าน กำลังคิดอยู่ว่าวันไหนฝนตก ใช้อัดแก็สซะเลย ฝนหยุดค่อยกรีดกันตามปรกติ อ. โก้ ว่าไงครับ ควรหรือไม่ควร? มีวิธีให้มันออกน้อยหน่อยได้ไหม? ผมเคยเห็นเค้าทำแล้วกลัวครับ ได้กันเต็มถ้วยใหญ่ๆ ขนาดเกือบร้นเลยละครับ แบบนี้ไม่กี่ปีต้นยางเราตายแน่ๆ :cry2 :cry2 :cry2 (คือมีคนซื้อยางอายุแปดปี แล้วเค้าต้องผ่อนส่งธนาคาร เค้าคิดให้ฟังจำไม่ได้แล้ว รู้สึกว่าไม่กี่ปีก็คืนทุน ได้ที่ดินฟรีๆ ถ้าคิดแบบนี้ก็น่าทำเหมือนกัน คือไปซื้อแล้วอัดกันเต็มที่ เค้าคิดไว้ละเอียดดี แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่คิดจะทำ แต่คิดแล้วส่งแบงค์หมดก่อนต้นยางตายครับ)
ต้นทุนสูงขึ้นเยอะ งานเพิ่มขึ้น(แต่เบาแรงลง) ราคาไม้ยางตกราวๆ25%ครับ...
ผมเปรียบ(การทำงานและรายได้)ทำสวนยางเหมือนทำงานราชการทหารชั้นประทวนครับ ช่วงแรกของการทำงานบรรจุเป็นสิบตรี(เริ่มปลูก)รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังโดนทำงานสารพัด พอเลื่อนมาเป็นสิบโท(ยาง2ปี)ก็ทำงานน้อยลง(เป็นพี่เค้าแล้ว)เริ่มมองเห็นอนาคตอยู่รำไรๆ รายได้ก็มากขึ้น(พืชแซม) พอเป็นสิบเอก(ยาง4ปี)เริ่มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์สว่างขึ้น งานก็น้อยลงไปอีก รายได้มากขึ้นกำลังใจดีขึ้น(จากตกเบิก-พืชแซม) พอติดจ่า(เปิดกรีด)แล้วสบายครับ พอเกษียณ(ขายไม้)รับเงินก้อนอีกครับ
.....ตอนนี้มีพันธ์ยางฯแบบปลูกขายไม้โดยเฉพาะส่งเสริมปลูกกันแล้ว(โดยสถานีฯฉะเชิงเทรา...มั้ง) อายุ5ปีขายไม้ได้เลย(ตกต้นละพันกว่า) ถ้าอยากลงทุนระยะสั้น(ทางนั้นราคาที่ดินถูก)ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกอย่างครับ(รายได้2ทาง พืชแซม+ไม้ยาง)
ในช่วง20ปีข้างหน้านี้ ยางฯยังเป็นพืชที่น่าลงทุนอยู่ในอันดับต้นๆครับ ยิ่งลงไปศึกษาเชิงลึกยิ่งสนุก(เห็นวิธีสร้างรายได้)ครับ
ลองศึกษาเรื่องการรับซื้อน้ำยาง+แหล่งส่งน้ำยาง(โรงงานแปรรูปน้ำยาง)ในพื้นที่ดูนะครับ :secret O0 ไม่ต้องทำลาเท็กซ์เอง แต่เป็นคนกลาง(หรือแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน)ก็แจ๋วครับ ชักกระบี่ก่อนได้ลงมือก่อนได้เปรียบครับ
ผมขอเปรียบเทียบตามสายงานผมบ้าง ทำสวนยางเหมือนเรียนวิศวะครับ เริ่มต้นตั้งแต่เริ่มปลูกกันเลย มันจะเป็นการลงทุนอย่างเดียวเปรียบเหมือนเริ่มเข้าเรียนครับ ทั้งต้องใช้เงินทุนและแรงกาย ปีแรกก็เหมือนเรียนจบเริ่มเข้าทำงานปีแรกเงินเดือนยังไม่มากนัก เทียบพอๆ กับการขายถั่วที่ปลูกครับ ปีที่ผ่านมาผมขายได้ ถังละ 180 นะครับ ถือว่าแฮบปี้เชียวแหละ ปีสองปีสามมีความรู้มากขึ้น อาจปลูกสับปะรดเพิ่ม ได้เงินมากขึ้น เหมือนการได้ปรับเงินเดือนขึ้น ปีสี่กาแฟออกดอกออกผล ได้มากขึ้นไปอีก ปีที่หกเริ่มกรีดตอนเริ่มปรับระดับเป็นหัวหน้าแผนกหัวหน้าส่วนกันแล้ว มีเงินค่าตำแหน่งเพิ่มมีรถให้ใช้พร้อมค่าน้ำมันอีกตั่งหาก ปีที่สิบนี่ขึ้นหัวหน้าฝ่ายแล้วละครับ เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกันแล้ว ที่ผมเปรียบกับวิศวกรเพราะรายได้จริงนั้นมันประมาณนี้กันเลยละครับ ถ้าเราคิดที่ที่ดินแค่ 20 ไร่เท่านั้นเองนะครับ :yahoo :yahoo :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-FE0A_4F2DE4F9.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-77FC_4F2E1B28.jpg)
ส่งการบ้าน อ. โก้ ครับ :-\ ไม่ทราบว่าขนาดนี้บางพอหรือยังครับ ผมลงแค่หิน 600 เพื่อให้เห็นรอยฝนได้ชัดเจนขึ้น รู้สึกว่ามันลงเกือบครึ่งของของใหม่เลยละครับ ผมเคยฝนมีดสามห่วงขนาดนี้ ที่มันแตกร้าวน่ะครับ ตอนแรกเลยไม่กล้าฝนมีดเล่มนี้ ให้บางเท่าตราสามห่วง แต่ยี่ห้อคมดีนี่มันฝนยากชะมัดยาทเลยละครับ :cry2
-
บางพอดีๆแล้วครับ อย่างนี้ตอนลับประจำวันสบายๆ(ดูจากรูปล่างซ้าย) มีดแกร่งๆอย่างนี้และกรีดได้800ต้นคมหล่นแค่ที่เคยให้ดูไว้ บางขนาดนี้น่าจะดีครับ
-
ได้ อ. ดี เหมือนผมเรียนพาสส์ชั้นไปหลายปีเลยละครับ (ผมไปหาคนที่ฝนมีดเก่งมากคนหนึ่งที่คนแถวๆ บ้านผมยอมรับกัน แกรับจ้างฝนมีดด้วย ผมเอามีดไปให้เค้าดู เค้าบอกว่าทำได้อย่างไง? ของเค้ายังไม่ได้ขนาดนี้เลย ผมดีใจมากเลยละครับ :)) ผมเข้าใจเรื่องการฝนกับเหล็กแต่ละชนิดมากขึ้น ตอนนี้ผมทำให้มันบางกว่าที่ถ่ายรูปอีกเล็กน้อย ลองเอาไปกรีดยางต้นข้างๆ บ้านดู รู้เลยว่ามันเบามือขึ้นอีกมากเลยละครับ (มีดยี่ห้อนี้ดีจริงครับ เหล็กเค้าแข็ง และเหนียว ไม่เปาะเลย นี่ถ้าผมยังอยู่โรงงานเก่า ผมคงเอามันเข้าเครื่องแอนนาไลซ์เซอร์ เพื่อบอกองค์ประกอปของเนื้อเหล็กว่ามีอะไรกี่เปอร์เซ็นต์) ตอนนี้เอาน้ำมันเคลือบรอเปิดหน้ายางเดือน พค. ละครับ :yahoo เลยอยากจะขอแนะนำให้คุณ TubeTonix รีบซื้อมีดมาหัดฝนมีดได้แล้วแต่เนิ่นๆ การฝนครั้งหลังนี้ไม่มีความกดดันฝนไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ผลงานออกมาดีมากกว่าทุกครั้งที่ทำ เพราะเราใช้งานเอง (ตอนเรียนต้องฝนส่งวิทยากรตรวจ ต้องรีบทำให้มันคมเร็ว และต้องใช้เรียนกรีดของต้นยางของจริงด้วย ฝนแบบขอไปทีแค่นั้น) ถ้าฝนไม่ดี ตอนวันหลังเหนื่อยมากตามที่ อ. โก้ บอก การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับงานนั้นสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงจริงๆ ครับ ต้องขอขอบคุณ อ. โก้ มากๆ อีกครั้ง ถ้าไม่ได้คุยกัน ผมคงต้องคำเอง และอีกนานกว่าจะรู้เท่าวันนี้ ขอขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ d_d :drunk
-
ได้ อ. ดี เหมือนผมเรียนพาสส์ชั้นไปหลายปีเลยละครับ (ผมไปหาคนที่ฝนมีดเก่งมากคนหนึ่งที่คนแถวๆ บ้านผมยอมรับกัน แกรับจ้างฝนมีดด้วย ผมเอามีดไปให้เค้าดู เค้าบอกว่าทำได้อย่างไง? ของเค้ายังไม่ได้ขนาดนี้เลย ผมดีใจมากเลยละครับ :)) ผมเข้าใจเรื่องการฝนกับเหล็กแต่ละชนิดมากขึ้น ตอนนี้ผมทำให้มันบางกว่าที่ถ่ายรูปอีกเล็กน้อย ลองเอาไปกรีดยางต้นข้างๆ บ้านดู รู้เลยว่ามันเบามือขึ้นอีกมากเลยละครับ (มีดยี่ห้อนี้ดีจริงครับ เหล็กเค้าแข็ง และเหนียว ไม่เปาะเลย นี่ถ้าผมยังอยู่โรงงานเก่า ผมคงเอามันเข้าเครื่องแอนนาไลซ์เซอร์ เพื่อบอกองค์ประกอปของเนื้อเหล็กว่ามีอะไรกี่เปอร์เซ็นต์) ตอนนี้เอาน้ำมันเคลือบรอเปิดหน้ายางเดือน พค. ละครับ :yahoo เลยอยากจะขอแนะนำให้คุณ TubeTonix รีบซื้อมีดมาหัดฝนมีดได้แล้วแต่เนิ่นๆ การฝนครั้งหลังนี้ไม่มีความกดดันฝนไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ผลงานออกมาดีมากกว่าทุกครั้งที่ทำ เพราะเราใช้งานเอง (ตอนเรียนต้องฝนส่งวิทยากรตรวจ ต้องรีบทำให้มันคมเร็ว และต้องใช้เรียนกรีดของต้นยางของจริงด้วย ฝนแบบขอไปทีแค่นั้น) ถ้าฝนไม่ดี ตอนวันหลังเหนื่อยมากตามที่ อ. โก้ บอก การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับงานนั้นสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงจริงๆ ครับ ต้องขอขอบคุณ อ. โก้ มากๆ อีกครั้ง ถ้าไม่ได้คุยกัน ผมคงต้องคำเอง และอีกนานกว่าจะรู้เท่าวันนี้ ขอขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ d_d :drunk
ความรู้นี่มันมีค่าคณานับจริงๆครับ
-
:clap ผมต้อง save ไว้เลยครับ ;)
-
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.msg991964#msg991964
รูปมีดก่อนกรีดในการลับของผมอยู่ในลิงค์ข้างบนครับ อันนี้ผมฝนตามวิทยากรที่สอนให้ทำตามนี้เป๊ะเลย พึ่งรู้ว่ามันผิดก็ได้ อ. โก้ กรุณาบอกให้ฟังว่าหน่อมันควรจะเป็นมุมแหลมกว่านี้ ไม่ใช่มนแบบเล็บนิ้วก้อยตามที่วิทยากรได้สอนไว้
แถวๆ บ้านผมก็มีเหมือนกันพวกที่ต้องใช้ไม้ต่อขึ้นไปกรีด ต้องค่อยๆ หัดกันไปครับ ผมก็ยังเผลอกรีดเข้าแก่นบ้าง ไปโดนลิ้นบ้างเหมือนกัน มีดถึงได้บิ่นตามในตอบ #726 และในรูปที่ท่านยกมาให้ดูนี่แหละครับ K]
2.5 ไร่ ใช้เวลา 2-3 ชม. ก็คงประมาณต้นละนาที พอๆ กับผมกรีดวันแรกเลยครับ (ก็เสียเวลาไปกับการลอกขี้ยางทำความสะอาดถ้วยมากหน่อย) ที่จริงเรื่องการรับจ้างกรีดยางผมยังอยากจะแนะนำคุณ tubeTonix ให้กรีดให้เก่งๆ คือคนเก่งๆ ตอนนี้ค่าจ้างกรีดต้นละ 1 บาทแล้วนะครับ และถ้าเป็นเนินเขาคนกรีดไม่เก่งก็ได้ค่าจ้างต้นละ 1 บาทเหมือนกัน ถ้ามีคนเดินเก็บขี้ยางนำหน้า ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนการกรีดมาแล้วผมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีครับ คิดเสียว่า 4 ต้นต่อนาที 2,000 ต้น ก็ใช้เวลา 8 ชม. คิดเสียว่าทำงานกะกลางคืน เย็นสะบายดีซะอีก ได้เงิน 2 พันบาทแล้วละครับ เดือนหนึ่งกรีด 20 วัน เดือนหนึ่งรับ 40,000 บาท อยู่ต่างจังหวัดค่าใช้จ่ายน้อมาก ถอยวีโก้สองคันยังส่งสบายๆ ครับ แต่ต้องพักงาน แต่ต้องพักงานสี่เดือนในหนึ่งปีนะครับ
หรือเอาแบบแบ่งครึ่งกัน ทำแค่ 1,000 ต้นก็พอ ได้น้ำยางอย่างแย่ๆ 20 ต้นต่อ 1kg ได้น้ำยาง 50 โล ปีนี้คิดที่ 1kg ละ 120 บาท ก็ 6,000 บาท แบ่งครึ่งเหลือ 3,000 บาท รับเดือนละ 60,000 บาท ยิ่งได้มากกว่าวิ่งกรีดครับ แต่ถ้ายางโลละ 150 ก็รับ 75,000 บาทต่อเดือน ถ้าได้ราคาแบบปีก่อนโน้นโลละ 200 บาท ก็รับเดือนละแสนนะครับ แต่ถ้าสวนเป็นาของเรา รับไปเต็มๆ เดือนละ 200,000 บาทครับ นี่คิดแค่ยางจำนวน 1,000 ต้นเท่านั้น หรือประมาณ 12 ไร่เองละครับ น่ามาลองลุยสวนยางดูครับ คุณ TubeTonix d_d :drunk
การขายน้ำยางสดไม่ได้คิดแบบที่พี่คิดครับ
ตัวอย่าง
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร
เก็บตัวอย่างไปทดสอบหาปริมาณเนื้อยางแห้งโดยใช้น้ำยาง 1 ส่วน ผสมน้ำ 2 ส่วน
สมมุติอ่านค่าตัวเลขบนก้านเมโทรแลคเฉลี่ยได้ 100
ค่าตัวเลยที่อ่านได้ มาคูณ 3 100 * 3 = 300
แสดงว่าน้ำยาง 1 ลิตร มีเนื้อยางแห้ง 300 กรัม
นำน้ำยางสดมาขาย 50 ลิตร = 50 * 300 = 15,000 กรัม
หรือ = 15 กิโลกรัม
http://www.tempf.com/getfile.php?id=1170202&key=4f2b9ad8ca857
การหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ใช้วิธีอบแห้ง อาจเป็นเตาอบ หรือเตาไมโครเวฟก็ได้ เพราะสะดวกและเชื่อถือกว่าแบบปรอท(เมโทรแลค)ครับ (โกงกันได้น้อยทั้งฝั่งผู้ขายและฝั่งผู้ซื้อ)
การหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) โดยการอบแห้ง
การอบแห้งเป็นวิธี หาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งในน้ำยางได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยการนำน้ำยางไปทำให้แห้ง ให้เหลือแต่เฉพาะเนื้อยาง แล้วนำไปชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบระหว่างน้ำยางสดก่อนที่จะนำไปทำให้แห้ง กับเนื้อยางที่อบแห้งแล้วว่าต่างกันเท่าไรเมื่อคิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด เช่น ชั่งน้ำยางสดมา 100 กรัม นำไปอบแห้งแล้วชั่งน้ำหนักเหลือ 30 กรัม นั่นคือ น้ำยางสดนั้นมีค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง 30 %
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอบแห้ง
1. ตู้อบ ( Hot air oven ) สำหรับใช้อบแผ่นยางตัวอย่าง
2. เครื่องชั่งไฟฟ้า ละเอียดทศนิยม 2 ตำแหน่ง สามารถชั่งน้ำหนักได้สูงสุด 100 - 300 กรัม
3. จักรรีดยางตัวอย่าง ขนาดเล็ก แบบมือหมุน หรือแบบมอเตอร์ก็ได้
4. กระปุกพลาสติก ไว้สำหรับใส่ตัวอย่างน้ำยาง
5. ถ้วยสแตนเลส หรืออลูมิเนียม ไว้ใส่น้ำยางสด 10 กรัม
6. น้ำกรดอะซิติก ความเข้มข้น 2 %
7. น้ำกลั่นหรือน้ำสะอาด
วิธีการหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของน้ำยางสด ( DRC ) มีขั้นตอนดังนี้
1. สุ่มตักตัวอย่างน้ำยางสดที่ต้องการหาค่าเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง
2. ชั่งน้ำยางสดใส่ถ้วยสแตนเลส หรืออลูมิเนียม 10.00 กรัม
3. เติมน้ำกลั่นผสมลงไปในน้ำยาง ประมาณ 20 ซี.ซี.
4. เติมน้ำกรดอะซีติก ความเข้มข้น 2% ลงไปอีกประมาณ 15 - 20 ซี.ซี. เขย่าให้เข้ากัน
5. ตั้งทิ้งไว้ให้ยางจับตัวประมาณ 30 นาที
6. นำยางที่จับตัวแล้ว ไปรีดให้เป็นแผ่นบางๆ ความหนาไม่เกิน 2 มม.
7. ล้างยางแผ่นที่รีดแล้ว ด้วยน้ำสะอาด
8. นำไปอบให้แห้งในตู้อบ ( Hot air oven ) ที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ระยะเวลาอบ 16 ชั่วโมง
9. นำยางที่อบแห้งแล้วออกจากตู้อบ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำไปชั่งน้ำหนักพร้อมบันทึกค่าไว้
10. นำค่าน้ำหนักที่ได้มาคำนวณหาเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง จากสูตร ดังนี้
เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ( DRC ) = (น้ำหนักยางแห้ง คูณด้วย 100) หารด้วยน้ำหนักน้ำยางสด
เช่น น้ำหนักน้ำยางแห้ง 2.83 กรัม น้ำหนักน้ำยางสด 10.00 กรัม
เปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง ( DRC ) = [ ( 2.83 x 100 ) / 10.00 ]
= 28.3 %
จาก http://www.tanamitrscale.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539178925
O0 แบบที่ใช้เมโทรแลค โกงง่ายครับ บางที่ที่รับซื้อน้ำยางเยอะๆชอบใช้ แบบอบแห้งชัวร์กว่า
-
ได้ อ. ดี เหมือนผมเรียนพาสส์ชั้นไปหลายปีเลยละครับ (ผมไปหาคนที่ฝนมีดเก่งมากคนหนึ่งที่คนแถวๆ บ้านผมยอมรับกัน แกรับจ้างฝนมีดด้วย ผมเอามีดไปให้เค้าดู เค้าบอกว่าทำได้อย่างไง? ของเค้ายังไม่ได้ขนาดนี้เลย ผมดีใจมากเลยละครับ :)) ผมเข้าใจเรื่องการฝนกับเหล็กแต่ละชนิดมากขึ้น ตอนนี้ผมทำให้มันบางกว่าที่ถ่ายรูปอีกเล็กน้อย ลองเอาไปกรีดยางต้นข้างๆ บ้านดู รู้เลยว่ามันเบามือขึ้นอีกมากเลยละครับ (มีดยี่ห้อนี้ดีจริงครับ เหล็กเค้าแข็ง และเหนียว ไม่เปาะเลย นี่ถ้าผมยังอยู่โรงงานเก่า ผมคงเอามันเข้าเครื่องแอนนาไลซ์เซอร์ เพื่อบอกองค์ประกอปของเนื้อเหล็กว่ามีอะไรกี่เปอร์เซ็นต์) ตอนนี้เอาน้ำมันเคลือบรอเปิดหน้ายางเดือน พค. ละครับ :yahoo เลยอยากจะขอแนะนำให้คุณ TubeTonix รีบซื้อมีดมาหัดฝนมีดได้แล้วแต่เนิ่นๆ การฝนครั้งหลังนี้ไม่มีความกดดันฝนไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ผลงานออกมาดีมากกว่าทุกครั้งที่ทำ เพราะเราใช้งานเอง (ตอนเรียนต้องฝนส่งวิทยากรตรวจ ต้องรีบทำให้มันคมเร็ว และต้องใช้เรียนกรีดของต้นยางของจริงด้วย ฝนแบบขอไปทีแค่นั้น) ถ้าฝนไม่ดี ตอนวันหลังเหนื่อยมากตามที่ อ. โก้ บอก การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับงานนั้นสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงจริงๆ ครับ ต้องขอขอบคุณ อ. โก้ มากๆ อีกครั้ง ถ้าไม่ได้คุยกัน ผมคงต้องคำเอง และอีกนานกว่าจะรู้เท่าวันนี้ ขอขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ d_d :drunk
ความรู้นี่มันมีค่าคณานับจริงๆครับ
ถูกต้องครับ ยิ่งเรื่องใช้ไฟรนก้นท่อฮีทไปรท์ที่ถือว่า สุดยอดเคล็ดวิชาเหมือนกันนะครับ ไม่ทราบว่าซื้อท่อมาหลายไซด์มีขนาดอะไรบ้าง? ยาวและหนา? และราคา? อยากทราบเพื่อต่อรองราคาจากร้านแถวๆ บ้านครับ อยากทำเอาไว้อบยางแผ่นและอบตุ๊กตายางเหมือนกันละครับ ยางแผ่นต้องการแค่ 70 C ตุ๊กตายางต้องการ 100 C คิดว่ามันทำได้สะบายแน่ๆ เห็นว่ามันทำได้ถึง 250 C น่ะครับ
ขอถาม อ. โก้ หน่อยครับ ยาง 251 ชอบน้ำมากกว่า 600 ทีนี้ผมอยากทาบว่าต้นยาง 5 เดือนนี่ ยอมให้น้ำขังได้ไม่เกินกี่วันครับ? คือเวลาเอาน้ำเข้าสวน ต้นที่อยู่แนวทางน้ำ ต้องเจอน้ำขังตลอดเวลาผมกลัวมันตาย ผมอาจต้องหยุดเอาน้ำเข้าเพื่อให้ต้นใกล้ๆ ทางได้หายใจกันบ้างน่ะครับ ดินที่ปลูกยางใหม่นี้มันดูดน้ำมากๆ ตอนนี้น้ำยังไปไม่ทั่วครบทุกต้นเลยละครับ ช่วงนี้ผมเหนื่อยกับการไล่ต้อนน้ำ เหมือนไล่ต้อนลูกก็อล์ฟลงหลุมเลยละ ต้องเล็งไลน์ (ระดับความสูงของพื้นที่) ให้ดีเพื่อวางแผนให้น้ำกระจายได้ทั่วพื้นที่ ไม่งั้นมันจะวิ่งลงไปส่วนท้านไร่ที่ต่ำ แล้วก็ไปเข้าพื้นที่ไร่ของชาวบ้านที่อยู่ต่ำกว่าซึ่งเค้ายังไม่ต้องการน้ำ ช่วงนี้ก็เลยเลยเหนื่อยมากๆ อยู่กลางแดดร้อนเกือบทั้งวัน (แต่ก็มีแอบเข้าร่มไม้อยู่บ้าง) แต่สนุกนะครับ เหมือนได้ออกรอบตีก็อล์ฟก็ไม่ปาน สภาพพื้นที่เป็นแบบนี้ครับ
(http://uppic.mobi/image-07FB_4E09C6B9.jpg)
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.msg936079#msg936079 เป็นภาพ 5 รูปที่เอามารวมกันด้วยโปรแกรมทำภาพพาโราราม่า ที่ออกมาดูแล้วไม่ค่อยเห็นเป็นเปอร์สะเป็คตีปมากนัก รูปของจริงจากมุมมอง ณ จุดถ่ายรูปมานั้น ที่แนวไม้ริมเหมืองตรงขอบภาพจะโค้งเป็นเคริปดูดีกว่าภาพพาโรราม่านีเป็นอย่างมากครับ คงโปรแกรมแปลงเป็นพาโรราม่าไม่ค่อยดี ที่จริงวิวตรงนี้สวยน่าปลูกบ้านไว้เปิดเพลงดังๆ ได้เต็มที่โดยไม่รบกวนใครๆ (กะว่าอาจจะปลูกบ้านอีกสักหลังนึงตรงจุดวงกลมสีขาวนั้นเป็นห้างนาจุดพักทานข้าวครับ)
รูปที่ถ่ายไว้ยังเป็นไร่ข้าวโพดอยู่นะครับ ถ้าสังเกตให้ดีพื้นที่ในส่วนซ้ายมือจะสูงกว่าขาวมือครับ ภาพไกลๆ สุดขอบรูป จะมีลำเหมืองที่สามารถเข้าไปแอบหลบแดดได้บ้าง มีโครงการกะว่าจะมาทำกระต๊อบเล็กๆ เอาไว้นอนฟังน้ำไหลอยู่เหมือน แล้วก้จะทำกังหันพลังน้ำตรงนี้อีกด้วย
-
ขอถาม อ. โก้ หน่อยครับ ยาง 251 ชอบน้ำมากกว่า 600 ทีนี้ผมอยากทาบว่าต้นยาง 5 เดือนนี่ ยอมให้น้ำขังได้ไม่เกินกี่วันครับ? คือเวลาเอาน้ำเข้าสวน ต้นที่อยู่แนวทางน้ำ ต้องเจอน้ำขังตลอดเวลาผมกลัวมันตาย ผมอาจต้องหยุดเอาน้ำเข้าเพื่อให้ต้นใกล้ๆ ทางได้หายใจกันบ้างน่ะครับ ดินที่ปลูกยางใหม่นี้มันดูดน้ำมากๆ ตอนนี้น้ำยังไปไม่ทั่วครบทุกต้นเลยละครับ ช่วงนี้ผมเหนื่อยกับการไล่ต้อนน้ำ เหมือนไล่ต้อนลูกก็อล์ฟลงหลุมเลยละ ต้องเล็งไลน์ (ระดับความสูงของพื้นที่) ให้ดีเพื่อวางแผนให้น้ำกระจายได้ทั่วพื้นที่ ไม่งั้นมันจะวิ่งลงไปส่วนท้านไร่ที่ต่ำ แล้วก็ไปเข้าพื้นที่ไร่ของชาวบ้านที่อยู่ต่ำกว่าซึ่งเค้ายังไม่ต้องการน้ำ ช่วงนี้ก็เลยเลยเหนื่อยมากๆ อยู่กลางแดดร้อนเกือบทั้งวัน (แต่ก็มีแอบเข้าร่มไม้อยู่บ้าง) แต่สนุกนะครับ เหมือนได้ออกรอบตีก็อล์ฟก็ไม่ปาน สภาพพื้นที่เป็นแบบนี้ครับ
ยาง5เดือน.....ถ้าท่วมขังจากการทดน้ำ ต้องหยุดทดน้ำครับ ยางทนแล้งดีกว่าทนน้ำครับ(ถ้าน้ำขังใบจะร่วงนอกฤดู เสียแรงออกใบอ่อนใหม่ครับ).... แค่5วัน7วันคงไม่เป็นไรครับ :D :D ทางนี้ไม่มีเจ้าของสวนที่ทดน้ำ(หรือต่อท่อ)เข้าสวนยางกันครับ(เท่าที่ทราบนะครับ) จะมีรดน้ำให้เห็นก็ช่วงติดแล้ง(ราวๆ2เดือนโดยไม่มีฝนเลย) มีบางเจ้าที่ปลูกแตงโมก็ได้อานิสงค์จากท่อน้ำรดแตงไปครับ...ตอบไม่ตรงคำถามเพราะไม่มีประสบการณ์ครับ
251 จากเอกสารฯที่ผมมีอยู่แนะนำให้ปลูกในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินน้อยครับ
ที่ดินปลูกยางใหม่ดูดน้ำเป็นเรื่องปกติครับ(ยังไม่มีร่มไม้) ปลูกสับปะรดเถอะครับ(เชียร์จัง) ปลูกครั้งเดียวได้จนยางเกือบเปิดกรีด ขายลูกขายหน่อ ยางรุ่นที่ผมกรีดอยู่นี่ก็ปลูกสับปะรด(เมื่อปี40)(พันธุ์ภูเก็ตเอามาจากภูเก็ตจริงๆ....เค้าว่าปลูกที่ไหนก็ไม่ดีเท่าปลูกที่ภูเก็ต แต่ของผมดีกว่าครับ อยู่ที่เราดูแลพอๆกับสภาพดินครับ)ตอนนั้นลูกนึง8บาท 12ไร่ลงเกือบ30,000หน่อปีนึงหลายตังค์อยู่(แรงงานในช่วงตัดขาย3คน) ตอนนี้สับปะรดลูกละ20-25บาท ไม่อยากคิดครับ 0)] 0)]
ผมค้างเรื่องลาเท็กซ์ไว้อีกเรื่องนึงนะครับ ขอคุยกับอาจารย์ที่สอนพืชสวนดูก่อนนะครับ ได้ความอย่างไรค่อยมาบอกเรื่อยๆครับ
-
อ. โก้ ทำเอาผมเริ่มอ่านเรื่องสับปะรดอย่างจริงจังแระ
http://www.otoptoday.com/wisdom/provinces/north/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2/1313494663063 ในนั้นไม่มีใครบอกเลยว่าสับปะรดที่ปลูกทิศตะวันตกของถนนใหญ่หวานกว่ามั๊กกกกกก ฝั่งซ้ายเปรียวมั๊กกก
http://www.puibuatip.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538732490&Ntype=18 ดูๆ แล้วถ้าจะเหนื่อยกว่าปลูกถั่วครับ รายได้เฉลี่ยต่อปีต่อไร่ สับปะรดให้ได้ 3 หมื่นบาท ถั่วปีทำสองครั้งได้ 2 หมื่นบาท (ผมว่าตามในเวปเค้าว่ามานะครับ) แต่ของจริงของแถวๆ บ้านผม ราคา 150-180 บาทต่อถัง เมื่อปีที่แล้ว พี่สาวแฟนผมปลูก 8 ไร่ เก็บเกี่ยวครั้งเดียวได้จับเงินแสนสองหมื่นแล้วครับ :whistling แต่ไม่เหนื่อยเพราะแรงงานที่นี่ทำเป็นอยู่แล้ว และมันไม่ต้องดูแลอะไรมากด้วย แค่ไถ แล้วจ้างคนก็ปลูก ใส่ปุ๋ยครั้งเดียว 3 เดือนขุดขายได้เลย อ่านเรื่องสับปะรดดูแล้วไม่สู้ครับ ถอยดีกว่าๆ กลัวเรื่องตลาดอีกอย่างนึงด้วย กลัวสุกพร้อมๆ กันแล้วขายไม่ออก ต้องวิ่งออกไปขายข้างนอกแล้วโดนขูดราคาน่ะครับ (เคยคุยเรื่องการขายสับปะรดกับแม่ค้าริมถนนแถวๆ ลำปางมาแล้วถึงปัญหานี้) ถั่วมีการโทรมาจองกันล่วงหน้าเลย แบบขอเหมาหมด กรุณาอย่าขายให้ใคร (แบบนี้ก็มีด้วย! แต่คงจะมีซักปี เพราะตอนนี้ปลูกถั่วแทนข้าวโพดกันมากขึ้นแบบเยอะมั๊กๆ แล้วทีนี้แม่ค้าจะเล่นตัวมั่งละ ๕๕๕๕๕ ผมเคยเตือนๆ ชาวบ้านในเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน คือต้องมีซักวันที่คนปลูกข้าวโพดจะหัวเราะเยาะคนปลูกถั่วกันบ้าง 2f) ใจจริงผมหวังกาแฟที่ปลูกไวในสวนยางมากกว่าครับ
-
อ. โก้ ทำเอาผมเริ่มอ่านเรื่องสับปะรดอย่างจริงจังแระ
http://www.otoptoday.com/wisdom/provinces/north/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2/1313494663063 ในนั้นไม่มีใครบอกเลยว่าสับปะรดที่ปลูกทิศตะวันตกของถนนใหญ่หวานกว่ามั๊กกกกกก ฝั่งซ้ายเปรียวมั๊กกก
http://www.puibuatip.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538732490&Ntype=18 ดูๆ แล้วถ้าจะเหนื่อยกว่าปลูกถั่วครับ รายได้เฉลี่ยต่อปีต่อไร่ สับปะรดให้ได้ 3 หมื่นบาท ถั่วปีทำสองครั้งได้ 2 หมื่นบาท (ผมว่าตามในเวปเค้าว่ามานะครับ) แต่ของจริงของแถวๆ บ้านผม ราคา 150-180 บาทต่อถัง เมื่อปีที่แล้ว พี่สาวแฟนผมปลูก 8 ไร่ เก็บเกี่ยวครั้งเดียวได้จับเงินแสนสองหมื่นแล้วครับ :whistling แต่ไม่เหนื่อยเพราะแรงงานที่นี่ทำเป็นอยู่แล้ว และมันไม่ต้องดูแลอะไรมากด้วย แค่ไถ แล้วจ้างคนก็ปลูก ใส่ปุ๋ยครั้งเดียว 3 เดือนขุดขายได้เลย อ่านเรื่องสับปะรดดูแล้วไม่สู้ครับ ถอยดีกว่าๆ กลัวเรื่องตลาดอีกอย่างนึงด้วย กลัวสุกพร้อมๆ กันแล้วขายไม่ออก ต้องวิ่งออกไปขายข้างนอกแล้วโดนขูดราคาน่ะครับ (เคยคุยเรื่องการขายสับปะรดกับแม่ค้าริมถนนแถวๆ ลำปางมาแล้วถึงปัญหานี้) ถั่วมีการโทรมาจองกันล่วงหน้าเลย แบบขอเหมาหมด กรุณาอย่าขายให้ใคร (แบบนี้ก็มีด้วย! แต่คงจะมีซักปี เพราะตอนนี้ปลูกถั่วแทนข้าวโพดกันมากขึ้นแบบเยอะมั๊กๆ แล้วทีนี้แม่ค้าจะเล่นตัวมั่งละ ๕๕๕๕๕ ผมเคยเตือนๆ ชาวบ้านในเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน คือต้องมีซักวันที่คนปลูกข้าวโพดจะหัวเราะเยาะคนปลูกถั่วกันบ้าง 2f) ใจจริงผมหวังกาแฟที่ปลูกไวในสวนยางมากกว่าครับ
ตอนนั้นหลังจากจ้างปลูกเสร็จแล้ว จ้างแรงงานจากหัวลำโพงมาช่วยทำครับ(รวม2คนครึ่ง ครึ่งนั่นผมครับ) ผมเอาราคาที่นี่ว่านะครับ
1. ถั่ว8ไร่สองแสนสี่ ยังเป็นรองอยู่ครับ(เมื่อ15ปีก่อนนะครับ ตอนนี้ราคา X 2-3 อยากจะโค่นยางปลูกใหม่แซมสับปะรดซะจริงๆ...ติดที่เกรงใจแม่บ้านนะนี่ :nono)
2. บังคับให้ออกทีละชุดๆได้ง่ายมาก(พอเหมาะกับแรงงาน มีส่งขายได้ตลอดปี) แป๊บอลูมิเนียมแทงที่หัว(ใช้มือไม่ได้-หนามตำ)หยอดยาเร่งดอกผ่านท่อแป๊บ วันเดียวเสร็จ
3. ปลูกครั้งเดียว เก็บได้ทุกวันทั้งปี ไม่ง้อน้ำ
4. ใส่ปุ๋ยพร้อมยาง(ปีละ2ครั้ง)
5. กำจัดวัชพืชแบบเถา(พร้อมยาง)
6. ถ้าพันธุ์-รสชาดดีจริง ไม่ต้องกลัวตลาดครับ ปี41สับปะรดพันธุ์ประจวบฯปลูกที่พัทลุงเททิ้งข้างถนนเป็นคันรถๆ (ตอนนี้สับปะรดข้างถนนที่พัทลุงลูกนึง35บาท ลองให้คุณEak-tubeamp หรือคุณหาดใหญ่ฯ ไปซื้อดูสิครับ) แต่ของผมแม่ค้ายังมารับถึงที่เหมือนเดิม(ที่ตัวจังหวัดมีตลาดกลางผัก-ผลไม้อยู่ครับ....ชื่อตลาดหัวอิฐ) ขายปลีกเองในตลาดก็สนุกครับ
6. ขายหน่อ-ขายลูก
สงสัยคุณPinij ต้องเปลี่ยนหัวข้อกระทู้จาก การเอาพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด & ยางพารา เป็น การเอาพลังงานน้ำและแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ & พูดคุยกันในเรื่องกาแฟสด & ยางพารา & สับปะรด & ถั่วลิสง แล้วมั้งครับ 2f 2f
อ้อ! ข้าวโพดก็น่าสนครับในตลาดต้มแล้วฝักนึง 20-25บาทแน่ะ อาหารไทยอาหารโลก (( ((
.....................
ปุ๋ยผสมที่คุณPinijบอกไว้ ตั้งใจว่าให้เป็นสูตร(NPK)อะไรครับยังไม่ได้ตอบไว้ จะได้คุยเรื่องปุ๋ยกันให้จบ(ยุไม่ขึ้นเปลี่ยนเรื่องดีกว่า ฮิฮิ)
ส่งมีด+หิน+เอกสารให้พรุ่งนี้นะครับ จะเลยเข้าไปในราชมงคลฯ(เดิมสอนเกษตรฯ)ให้ด้วย เรื่องลาเท็กซ์น่ะครับ ถ้าดวงดีมีกำลังภายในอาจมีทัวร์โรงงานครับ(ไม่ไกลจากบ้านมาก)
-
อ. โก้ อาจจะไม่รู้ว่าผมน่ะชอบกินสับปะรดมากๆๆๆๆ เลยละ และผลไม้ทุกชนิดด้วย (ผมมีบ้านอยู่ไชยปราการหน้าส้มถูกๆ ส้มสายน้ำผึ่งโลละ 6 บาทจากสวนเพื่อนกันโดยตรง ผมกินส้มมื้อเย็นแทนข้าว มื้อเย็นมื้อเดียว 3-4 โล ดูความชอบผลไม้ของผม ทุเรียนสองลูกใหญ่ๆ กินหมดคนเดียวครับ ผมเป็นคนที่กินผลไม้แทนข้าวแล้วไม่หิวครับ) คือกินผลไม้แทนข้าวได้เลย ตอนทำงานอยู่ระยอง ตอนเย็นลดความอ้วนด้วยสับปะรดสองลูกทุกวันครับ ไม่เคยเบื่อด้วย งั้น! ผมจะปลูกไว้กินเอง กินสามลูกต่อวัน คือกินหลังอาหาร (ผมติดคุณแม่ ต้องกินผลไม้ล้างปากหลังกินข้าวทุกมื้อครับ) ผมจะปลูกซักกีไร่ดีครับ ขอเพิ่มจำนวนลูกต่อวันอีกหน่อยเผื่อเปิดร้านกาแฟ ขอวางขายวันละสิปลูกด้วย ควรวางแผนการปลูกอย่างไรดีที่จะให้ผลผลิตกินได้ตลอดปี พอมีหนทางไหมครับ? ถ้าทำได้ ผมจะปลูกมันจริงๆ ด้วย d_d :drunk
ที่จริงต้องยางพารา & ผลไม้ทุกชนิดครับ ๕๕๕๕ พวกข้าวโพดแบบหวานๆ ก็น่าทำครับ แต่ต้องมีที่ส่งแบบทำสัญญากันแน่นอน แต่ที่นี่ปลูกพันธ์อาหารสัตว์กันทั้งนั้นครับ คือไม่ต้องดูแลมากละมัง?
ปุ๋ย NPK ก่อนกรีดคือ 20-10-17 (ตามที่วิทยากรแนะนำไว้ บ้านผมเป็นดินทราย) และสูตรหลังกรีดคือ 30-5-18 ครับ ซึ่งวิทยากรคำนวนแล้วออกมาดังนี้
ปุ๋ยก่อนเปิดกรีด ต่อ 100kg ผมจะใช้แม่ปุ๋ย 46-0-0 = 36kg, 18-46-0 = 22kg, 0-0-60 = 20kg ครับ
และหลังเปิดกรีด 46-0-0 = 60kg, 18-46-0 = 10kg, 0-0-60 = 30kg ครับ
อ. โก้ ลองคำนวนเช็คความถูกต้องอีกครั้งให้ด้วยครับ ขอบคุณมากๆ ครับ ผมจะรอมีดเบตงครับ และอยากจะได้วิธีการเตรียมน้ำยางสด 60% มากๆ เลยละครับ เอาวิธีการแบบไม่ต้องลงทุนสูงนะครับ เป็นแนวแนวดีไอวายนิยมก็ยิ่งดี :yahoo d_d :drunk
-
อ. โก้ อาจจะไม่รู้ว่าผมน่ะชอบกินสับปะรดมากๆๆๆๆ เลยละ และผลไม้ทุกชนิดด้วย (ผมมีบ้านอยู่ไชยปราการหน้าส้มถูกๆ ส้มสายน้ำผึ่งโลละ 6 บาทจากสวนเพื่อนกันโดยตรง ผมกินส้มมื้อเย็นแทนข้าว มื้อเย็นมื้อเดียว 3-4 โล ดูความชอบผลไม้ของผม ทุเรียนสองลูกใหญ่ๆ กินหมดคนเดียวครับ ผมเป็นคนที่กินผลไม้แทนข้าวแล้วไม่หิวครับ) คือกินผลไม้แทนข้าวได้เลย ตอนทำงานอยู่ระยอง ตอนเย็นลดความอ้วนด้วยสับปะรดสองลูกทุกวันครับ ไม่เคยเบื่อด้วย งั้น! ผมจะปลูกไว้กินเอง กินสามลูกต่อวัน คือกินหลังอาหาร (ผมติดคุณแม่ ต้องกินผลไม้ล้างปากหลังกินข้าวทุกมื้อครับ) ผมจะปลูกซักกีไร่ดีครับ ขอเพิ่มจำนวนลูกต่อวันอีกหน่อยเผื่อเปิดร้านกาแฟ ขอวางขายวันละสิปลูกด้วย ควรวางแผนการปลูกอย่างไรดีที่จะให้ผลผลิตกินได้ตลอดปี พอมีหนทางไหมครับ? ถ้าทำได้ ผมจะปลูกมันจริงๆ ด้วย d_d :drunk
ที่จริงต้องยางพารา & ผลไม้ทุกชนิดครับ ๕๕๕๕ พวกข้าวโพดแบบหวานๆ ก็น่าทำครับ แต่ต้องมีที่ส่งแบบทำสัญญากันแน่นอน แต่ที่นี่ปลูกพันธ์อาหารสัตว์กันทั้งนั้นครับ คือไม่ต้องดูแลมากละมัง?
ปุ๋ย NPK ก่อนกรีดคือ 20-10-17 (ตามที่วิทยากรแนะนำไว้ บ้านผมเป็นดินทราย) และสูตรหลังกรีดคือ 30-5-18 ครับ ซึ่งวิทยากรคำนวนแล้วออกมาดังนี้
ปุ๋ยก่อนเปิดกรีด ต่อ 100kg ผมจะใช้แม่ปุ๋ย 46-0-0 = 36kg, 18-46-0 = 22kg, 0-0-60 = 20kg ครับ
และหลังเปิดกรีด 46-0-0 = 60kg, 18-46-0 = 10kg, 0-0-60 = 30kg ครับ
อ. โก้ ลองคำนวนเช็คความถูกต้องอีกครั้งให้ด้วยครับ ขอบคุณมากๆ ครับ ผมจะรอมีดเบตงครับ และอยากจะได้วิธีการเตรียมน้ำยางสด 60% มากๆ เลยละครับ เอาวิธีการแบบไม่ต้องลงทุนสูงนะครับ เป็นแนวแนวดีไอวายนิยมก็ยิ่งดี :yahoo d_d :drunk
สูตรผสมถูกต้องตรงกับเอกสารแผ่นพับที่ผมมีอยู่และน่าจะตรงกันกับไฟล์PDFที่อยู่ในแผ่นCD ของคุณPinijครับ
แต่ 30-5-18 ปุ๋ยแก่เกินไปครับ ทำให้ลูกดก....ยางขายน้ำเป็นหลักครับไม่ได้ขายลูกยาง
ถึงว่าคนทางนี้(ใต้)ที่เคยไปเห็นยางทางโน้น(เหนือ-อิสาน)ถึงพูดกันมาก(มากจริงๆครับ ต้องย้ำอีกที) เรื่องยางทางโน้นลูกดก....ผมเองตะหงิดๆ(น่าจะเขียนผิด)ถึงได้ถามไป
เรื่องของปุ๋ยยางมีอะไรๆที่มากกว่าความรู้เรื่องNPK
ปีกลายแถวนี้ใช้ 18-4-5 (ปีอื่นๆตัวหน้า 18บ้าง20บ้าง)....พื้นที่ปลูกเดิมนะครับ ทางวิชาการแนะนำอยู่ 30 (ทางนี้ไม่มีคนใช้ 30เลยตั้งแต่ผมจำความได้...ถึงแม้ว่าจะเป็นปุ๋ยจากกองทุนฯ)
ปีนี้20-8-20 เพราะยางถูกยาด(ฝนลวก)เพราะฝนตกดีทั้งปี
ของคุณPinijเป็นดินทรายแป้ง ผมว่าใช้ 20-10-12 สลับกับ 20-8-20 (ทั้งสองสูตรนี้เอกสารบอกว่าเป็นปุ๋ยสำหรับยางก่อนเปิดกรีด...ไม่แคร์สื่อ)ผสมแบบนี้ครับ
20-8-20 น้ำหนักปุ๋ยที่ต้องการ 100ก.ก.
46-0-0 = 38kg, 18-46-0 = 18kg, 0-0-60 = 34kg ไม่ต้องใช้สารตัวเติม
20-10-12 น้ำหนักปุ๋ยที่ต้องการ 100ก.ก.
46-0-0 = 36kg, 18-46-0 = 22kg, 0-0-60 = 20kg ไม่ต้องใช้สารตัวเติม
เติมโดโลไมต์เพิ่มอัตรา50-75ก.ก./ไร่ด้วยนะครับ(ดินเป็นกรดอยู่)
ใส่ตอนดอกยางเริ่มร่วง จะทำให้ดอกร่วงไม่ติดลูกยางออกเสมอต้นไม่โทรม ปีไหนอยากขายลูกยางไปทำพันธุ์ก็เว้นไว้ใส่ช่วงอื่นครับ
ประสบการณ์ 18-4-5 , 20-8-20 ลูกยางแทบไม่ร่วงใส่หลังคาเลยครับ
...............อยากฟังความเห็นของท่านอื่นด้วยครับ..............
-
แต่ 30-5-18 ปุ๋ยแก่เกินไปครับ ทำให้ลูกดก....ยางขายน้ำเป็นหลักครับไม่ได้ขายลูกยาง
ถึงว่าคนทางนี้(ใต้)ที่เคยไปเห็นยางทางโน้น(เหนือ-อิสาน)ถึงพูดกันมาก(มากจริงๆครับ ต้องย้ำอีกที) เรื่องยางทางโน้นลูกดก....ผมเองตะหงิดๆ(น่าจะเขียนผิด)ถึงได้ถามไป
เรื่องของปุ๋ยยางมีอะไรๆที่มากกว่าความรู้เรื่องNPKผมกลับมาดูที่จดไว้อีกที ไม่รู้ว่าผมจดผิดหรือไม่? ว่า N เร่งต้น P เร่งผล K เร่งใบ (เอ! N นี่เคยอ่านมามันเร่งใบนี่ ผมจดผิดละมั๊ง? K]) ตัวกลางน้อยกว่าที่แนะนำอีกนะครับ ของวิทยากร 5 แต่ของ อ. โก้ คือ 8 ครับ ผมเข้าใจตรงไหนผิด ช่วยอธิบายด้วยครับ แต่ผมไม่ชอบเลยที่ต้นยางติดลูก เพราะปุ๋ยส่วนหนึ่งที่ใส่ไปเอาไปเลี้ยงลูกที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับผมเลย (คือบางคนอาจเก็บลูกยางไปขาย แต่ผมเห็นราคาลูกยางแล้วคงไม่เสียเวลาไปเก็บเป้นแน่ นอนฟังเพลงอยู่บ้านดีก่า :yahoo)
ปีกลายแถวนี้ใช้ 18-4-5 (ปีอื่นๆตัวหน้า 18บ้าง20บ้าง)....พื้นที่ปลูกเดิมนะครับ ทางวิชาการแนะนำอยู่ 30 (ทางนี้ไม่มีคนใช้ 30เลยตั้งแต่ผมจำความได้...ถึงแม้ว่าจะเป็นปุ๋ยจากกองทุนฯ)อันนี้ตัวกลางน้อยน่าจะโอเคหรือไม่ครับ? แต่ตัวหลังไม่น้อยไปหรือครับ แต่จริงๆ แล้วการผสมเองเหมือนเสื้อสั่งตัด ดินของผม (ขอเอาข้อมูลจากสวนติดกันมาใช้นะครับ) NPK ต่ำ กลาง สูง ครับ ตัวกลางคือ P มีค่ากลางๆ วิทยากรยังให้ใส่ 5 ถือว่าน่าจะถูกต้องแล้วนะครับ? แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในตอนนี้คือยางผมมีลูกเต็มไปหมดเลย :cry2 :cry2 :cry2 หรือจะให้ตรงนี้เป็น 0 ไปเลย ถ้าเทียบกับสัดส่วนผู้หญิง ตรงกลางค่าเยอะๆ นี่คือคนพุงป่องละครับ 5555 ผมชอบแบบ 38 24 35 ครับ ข้างอย่างใหญ่มากนักก็ไม่ชอบ ชอบข้างบนใหญ่อ่ะครับ c)
ขอถามปิดท้ายว่า มีความคิดเห็นอย่างไรกับพันธ์ยาง JVC80 ที่ผมเกือบจะได้ปลูกอยู่แล้ว จองไว้แต่ปาก คนอื่นเลยเอาไป คือตอนแรกพี่สาวจะขอทำนาอีกปี เลยไม่แแน่ใจว่าจะได้ปลูกยางแน่นอนหรือไม่? ทั้งๆ ที่นาก็เป็นส่วนของแฟน ค่าเช่าก็ไม่ได้เก็บแกเลยอยากทำต่ออีกอ้างโน่นอ้างนี่ (พี่สาวแฟนคนนี้ขี้งกมั๊กๆๆๆ ครับ แต่คนอื่นๆ ทุกคนดีมั๊กๆๆๆ อีกเช่นกัน) ยางพันธ์นี้อ่านในเวปมีทั้งคนบอกว่าดี และคนบอกว่า CP หลอกลวง แต่ถ้าดีจริง ปีหน้าผมว่าจะซื้อที่เพิ่ม อาจจะลองปลูกพันธ์นี้ดูบ้างละครับ
-
อาจมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ
http://www.live-rubber.com/index.php/rubber-plantation-management/mature-rubber-stage/21-mature-rubber-plantation-fertilizer-application
-
เพื่อการกลับมาค้นข้อมูลของผมง่ายและสะดวกในการใช้กระทู้นี้กระทู้เดียวคุยหลายเรื่อง ทุกๆ คำแนะนำมีค่ายิ่งสำหรับผมนะครับ บางครั้งผมจำได้ว่าเคยคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่จะกลับมาค้นหาก็ไม่เจอซะแล้ว ผมมีปัญหามากๆ เมื่อกระทู้ถูกไว้ไว้หลายปีน่ะครับ ถึงมันจะดูมั่วๆ แต่ประโยชน์ใช้สอยมันดีนะครับ เลยขอเอาเรื่องพลังงานไฟฟ้ามาคุยพร้อมกันเพราะมีเพื่อนกำลังยากจะคุยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-115A_4F309B43.jpg)
ตามรูปเส้นสีชมพูจะเป้นฝายน้ำล้นกว้าง 3.5m น้ำเต็มที่ตรงจุดที่ล้นสูง 30cm ผมคิดไว้ว่าจะทำเป้นบานสวิงปิดเปิด เพื่อปรับปริมาณน้ำที่จะไหลงไปยังตัวกังหัน (คงต้องทำกลไกลเพื่อปรับแบบอัตโนมัต นี่คือรูปหยาบๆ นะครับ) หรือกรณีปิดต้องการหยุดพักซ่อมกังหันได้สะดวก แล้วให้น้ำไหลทางช่องบายพาสด้านขวามือของรูปนะครับ ตัวกังหันเป็นสีฟ้า อาจทำลางรับน้ำหรือใบพัด 8-10 ใบ โดยจะให้มันรับแรงจากน้ำที่ตกลงมาและน้ำที่ไหลที่พื้นด้วย (F1 & F2) Diameter ของกังหันและจำนวนใบที่จะทำ มีผลต่อกำลังวัตต์ที่จะได้ ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่จะได้มานะครับ เพราะยิ่งใหญ่ขึ้นกำลังจะได้มากขึ้น ความแข็งแรงของโครงสร้างก็มากขึ้น งบก็จะสูงขึ้นตาม เป็นงานที่ผมอยากจะช่วยออกแบบฟรีให้กับโรงพยาบาลใกล้ๆ บ้านน่ะครับ อ. MC ช่วยชี้ลิงค์ของคุณ Audioboy ที่เขียนเรื่องสะแต็ปบิไลซ์เซอร์ให้หน่อยได้ไหมครับ
ร้านขายอินเวอร์เตอร์ที่น่าสนใจมาก
http://www.thaipowersupply.com/catalog.php?category=8
-
พี่พินิจครับนี่อาจจะมีประโยชน์กับพี่ครับ
"การเบรคจะมีแค่สองประเภทครับ แบบ Electric และ mechanism แบบแ Elec. จะใช้ Resistor เป็นตัวเบรค โดยเมื่อโรเตอร์หมุนเร็วกว่าความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโรเตอร์ มอเตอร์ก็จะกลายมาเป็นเจนเนอเรเตอร์ทันที่ ดังนั้นจึงใช้ resistor โหลดให้กับมอเตอร์ที่กลายเป็นเจน.(resistorจะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน)ทำให้มอเตอร์หมุนช้าลงจนถึงหยุดหมุน ส่วนแบบ mechanism ใช้หลักการของ friction เมือนครัชหรือเบรคของรถยนต์ครับ มีด้วยกันสองแบบคือ แบบจ่ายกระแสแล้วเบรคกับหยุดจ่ายกระแสแล้วเบรค โดยแผ่นเบรคจะมีสองชุดชุดแรกจะอยู่กับแกนโรเตอร์และหมุนไปพร้อกัน ชุดที่สองจะติดอยูกับเฟรมจะอยู่กับที่ไม่หมุน แบบแรกเมื่อจายกระแสให้กับขดลวดชุดเบรคแรงแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคสองชุดติดกันไม่เป็นอิสระจึงทำให้แกนโรเตอร์ไม่สามารถหมุนได้ และบบที่สองจะตรงข้ามกัน เมือจ่ายไฟให้(ส่วนมากพร้อมกับตอนมอเตอร์ทำงาน) สนามแม่เหล็กจะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคทั้งสองชุดอิสระต่อกัน จึงทำให้โรเตอร์หมุนได้อย่างอิสระด้วย และเมื่อหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า แรงกดสปริงจะกดให้แผ่นเบรคติดกัน จึงทำให้โรเตอร์หยุดหมุนครับ"
ผมเอามาจากที่นี่ครับ http://www.9engineer.com/index.php?m=webboard&a=show&topic_id=5132
-
พี่พินิจครับนี่อาจจะมีประโยชน์กับพี่ครับ
"การเบรคจะมีแค่สองประเภทครับ แบบ Electric และ mechanism แบบแ Elec. จะใช้ Resistor เป็นตัวเบรค โดยเมื่อโรเตอร์หมุนเร็วกว่าความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโรเตอร์ มอเตอร์ก็จะกลายมาเป็นเจนเนอเรเตอร์ทันที่ ดังนั้นจึงใช้ resistor โหลดให้กับมอเตอร์ที่กลายเป็นเจน.(resistorจะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน)ทำให้มอเตอร์หมุนช้าลงจนถึงหยุดหมุน ส่วนแบบ mechanism ใช้หลักการของ friction เมือนครัชหรือเบรคของรถยนต์ครับ มีด้วยกันสองแบบคือ แบบจ่ายกระแสแล้วเบรคกับหยุดจ่ายกระแสแล้วเบรค โดยแผ่นเบรคจะมีสองชุดชุดแรกจะอยู่กับแกนโรเตอร์และหมุนไปพร้อกัน ชุดที่สองจะติดอยูกับเฟรมจะอยู่กับที่ไม่หมุน แบบแรกเมื่อจายกระแสให้กับขดลวดชุดเบรคแรงแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคสองชุดติดกันไม่เป็นอิสระจึงทำให้แกนโรเตอร์ไม่สามารถหมุนได้ และบบที่สองจะตรงข้ามกัน เมือจ่ายไฟให้(ส่วนมากพร้อมกับตอนมอเตอร์ทำงาน) สนามแม่เหล็กจะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคทั้งสองชุดอิสระต่อกัน จึงทำให้โรเตอร์หมุนได้อย่างอิสระด้วย และเมื่อหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า แรงกดสปริงจะกดให้แผ่นเบรคติดกัน จึงทำให้โรเตอร์หยุดหมุนครับ"
ผมเอามาจากที่นี่ครับ http://www.9engineer.com/index.php?m=webboard&a=show&topic_id=5132
เม็คแคนนิซึมโดยใช้ฟิกซั่นเคยคิดครับ แต่การใช้รีซิสเตอร์ดูแล้วมันน่ามีส่วนประกอบและลงทุนน้อยกว่า ความน่าเชื่อถือน่าจะมากกว่า เข้าไปตามลิงค์รายละเอียดเชิงลึกไม่มี ผมอยากได้วิธีนี้มากมั๊กกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครเจอที่ไหน? ช่วยกรุณา Please ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บอกผมทีเถ๊อะะะะะะะะะะะ d_d :drunk
-
พี่พินิจครับนี่อาจจะมีประโยชน์กับพี่ครับ
"การเบรคจะมีแค่สองประเภทครับ แบบ Electric และ mechanism แบบแ Elec. จะใช้ Resistor เป็นตัวเบรค โดยเมื่อโรเตอร์หมุนเร็วกว่าความถี่ของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับโรเตอร์ มอเตอร์ก็จะกลายมาเป็นเจนเนอเรเตอร์ทันที่ ดังนั้นจึงใช้ resistor โหลดให้กับมอเตอร์ที่กลายเป็นเจน.(resistorจะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน)ทำให้มอเตอร์หมุนช้าลงจนถึงหยุดหมุน ส่วนแบบ mechanism ใช้หลักการของ friction เมือนครัชหรือเบรคของรถยนต์ครับ มีด้วยกันสองแบบคือ แบบจ่ายกระแสแล้วเบรคกับหยุดจ่ายกระแสแล้วเบรค โดยแผ่นเบรคจะมีสองชุดชุดแรกจะอยู่กับแกนโรเตอร์และหมุนไปพร้อกัน ชุดที่สองจะติดอยูกับเฟรมจะอยู่กับที่ไม่หมุน แบบแรกเมื่อจายกระแสให้กับขดลวดชุดเบรคแรงแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคสองชุดติดกันไม่เป็นอิสระจึงทำให้แกนโรเตอร์ไม่สามารถหมุนได้ และบบที่สองจะตรงข้ามกัน เมือจ่ายไฟให้(ส่วนมากพร้อมกับตอนมอเตอร์ทำงาน) สนามแม่เหล็กจะเอาชนะแรงสปริงทำให้แผ่นเบรคทั้งสองชุดอิสระต่อกัน จึงทำให้โรเตอร์หมุนได้อย่างอิสระด้วย และเมื่อหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า แรงกดสปริงจะกดให้แผ่นเบรคติดกัน จึงทำให้โรเตอร์หยุดหมุนครับ"
ผมเอามาจากที่นี่ครับ http://www.9engineer.com/index.php?m=webboard&a=show&topic_id=5132
เม็คแคนนิซึมโดยใช้ฟิกซั่นเคยคิดครับ แต่การใช้รีซิสเตอร์ดูแล้วมันน่ามีส่วนประกอบและลงทุนน้อยกว่า ความน่าเชื่อถือน่าจะมากกว่า เข้าไปตามลิงค์รายละเอียดเชิงลึกไม่มี ผมอยากได้วิธีนี้มากมั๊กกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ใครเจอที่ไหน? ช่วยกรุณา Please ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บอกผมทีเถ๊อะะะะะะะะะะะ d_d :drunk
อ่านอีกทีมันใช้กะ DC Motor นี่หว่า :-\ :-\ :-\ สงสัยต้องทำตามวิธีที่สุดท้ายที่ผมคิดไว้คือ แอร์ 4 ตัว ที่โรงพยาลใช้ อาจแบ่งเป็นสองชุดให้ผลรวมกำลังวัตต์มันเท่ากัน หรือใกล้ๆ กันให้มากที่สุด สลับคอมป์ฯ แอร์แต่ละชุดกันทำงานเอา ไม่ต้องใช้เทอร์โมสะตราทปรับอุณหภูมิกันละ เป็นวิธีที่น่าจะใช้คุมโลดที่แตกต่างกันมากๆ ให้สม่ำเสมอได้ แต่การปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปกับการต่อหรือตัดไฟแบบกำลังงานต่ำๆ ผมจะใช้ปิดเปิดบานประตูน้ำเอา ซึ่งอาจซักช้าไปหน่อย คิดว่าโวลท์คงจะเบี่ยงเบนไม่มากนัก หรือใครคิดวิธีที่ดีกว่านี้อีกครับ
-
อาจมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ
http://www.live-rubber.com/index.php/rubber-plantation-management/mature-rubber-stage/21-mature-rubber-plantation-fertilizer-application
ผมอ่านดูแล้ว เหมือน สกย สอนไว้เลยครับ แล้วผมลองอ่านหนังสือวารสารปุ๋ยชีวภาพ ดูเขียนโฆษณาตัวเองซะ จากที่คิดว่ามันดีแน่ๆ เลยคิดต่อด้านกลุ่มคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ที่มีการจัดฉากเลือกถ่ายรูปต้นที่ใส่ปุ๋ยเคมีซะต้นเล็กจนน่าเกลียด ยางสวนนึงมันมีหลายขนาดอยู่แล้ว คนที่ไม่เคยทำจะนึกว่าของเค้าละสุดยอดกว่าเจ้าอื่น ผมคงแอนตี้ยี่ห้อแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองที่แสนจะขี้คุย และจะไม่ยอมใช้ยี่ห้อนี้เป็นอันขาด
-
เทคนิคการปลูกสับปะรด
1. พื้นที่ระบายน้ำทิ้งได้ดี
2. การเตรียมดิน
ครั้งที่ 1 ไถปั่นเศษวัชพืช 1 ครั้ง
ครั้งที่ 2 ไถพรวน ประมาณ 1-2 ครั้ง
วิธีปลูก
1. คัดหน่อ หรือจุกให้มีขนาดเท่ากัน
2. ปลูกแถวคู่
3. ระหว่างต้น 20-30 ซม.
ระหว่างแถว 50-60 ซม.
ระหว่างแถวคู่ 80-90 ซม.
การใส่ปุ๋ย
ครั้งที่ 1 หลังการปลูกประมาณ 2 อาทิตย์
สูตร 21-0-0 จำนวน 2 กระสอบ
สูตร 0-0-60 จำนวน 1 กระสอบ
โดยใช้ปุ๋ยทั้งสองสูตรผสมกันแล้วนำไปใส่ลงกาบใบล่างประมาณ 1 ช้อนแกงต่อต้น
ครั้งที่ 2 หลังจากปลูกได้ 2 เดือนเพื่อเร่งสะโพกให้ต้นเป็นสาว(พร้อมให้ลูก) โดยฟันใบออกประมาณ 1 ส่วน 4 ของต้น แล้วให้ปุ๋ยทางใบ
สูตร 21-0-0 จำนวน 3 กิโลกรัม
สูตร 0-0-60 จำนวน 5 กิโลกรัม
ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นประมาณ 10 วันต่อครั้ง
ครั้งที่ 3 ก่อนบังคับออกผล ประมาณ 1 เดือน
สูตร 21-0-0 จำนวน 10 กิโลกรัม
สูตร 0-0-60 จำนวน 5 กิโลกรัม
ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่อนได้ประมาณ 2500 ต้น ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ใบเริ่มแปะออกเพื่อพร้อมที่ออกลูก
ครั้งที่ 4 ก่อนหยอดสารเคมีเร่งออกดอก ประมาณ 7 วัน สังเกตจากยอดเริ่มแปะออกให้ปุ๋ยทางใบโดยใช้สูตร
สูตร 21-0-0 จำนวน 10 กิโลกรัม
สูตร 0-0-60 จำนวน 5 กิโลกรัม
ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่อนก่อนบังคับผล 7 วัน
การใช้สารเคมีบังคับผล
อีทาฟอน 45 เปอร์เซ็นต์ ใช้ในอัตรา 150 ซีซี และปุ๋ยสูตร 46-0-0 จำนวน 3 กก. ผสมน้ำ200 ลิตร ฉีดพ่นหลังเวลา 4 โมงเย็นขึ้นไป ฉีดซ้ำอีกรอบ ช่วง 5-7 วัน จะทำให้สับปะรดมีก้านสั้น ลูกกลม เนื้อแน่น น้ำหนักดี
เริ่มออกดอก
เมื่อสับปะรดเริ่มออกดอกตรงยอดจะมีสีแดง ออกดอกเท่าเหรียญบาท ระหว่างสร้างดอกควรให้ปุ๋ยทางใบด้วย โดยใช้ปุ๋ย(ทางใบ) ฉีดพ่น
การเร่งตา
หลังจากดอกสับปะรดเริ่มโรยลงให้ใช้ปุ๋ยทางใบ ขนาดของตากว้างประมาณ 18 เซนติเมตร จะประมาณการได้ว่าสับปะรดจะมีน้ำหนักประมาณลูกละ 1.5 กก.ขึ้นไป
วิธีห่อลูกสับปะรด
ใช้กระดาษหนังสือพิมห่อ
การให้ปุ๋ยหลังจากสับปะรดออกหัว
ระยะที่สับปะรดเป็นหัวห้ามใช้ปุ๋ย 21-0-0 หรือปุ๋ยไนเตรทอื่นๆ เพราะจะทำให้มีสารตกค้างอันตรายต่อผู้บริโภค
ให้ใช้ปุ๋ยพ่นทางใบ เช่นปุ๋ยส้ม 0-0-60 หรือปุ๋ยหวานอื่นๆ
การให้น้ำ
สับปะรดเป็นพืชที่ทนแล้ง แต่ก็ต้องการน้ำไปช่วยการเจริญเติบโตเป็นระยะ เกษตรกรสามารถวางแผนให้สับปะรดออกลูกได้ด้วยตนเอง (ไม่ต้องเสียเวลารอน้ำฝน) ช่วงที่สับปะรดต้องการน้ำอยู่ในช่วง
1. เริ่มปลูกใหม่
2. ระยะการให้น้ำ 10 วันต่อ 1 ครั้ง
3. ช่วงออกลูก
ดูแล้วก็ไม่น่าปลูกยากเย็นอะไร (แต่ก็ยังยุ่งยากกว่าถั่วเท่าตัว แล้วมันทำดินเสียกว่าปลูกถั่วมากไหมครับ? เพราะถั่วทำให้ดินดีขึ้น) ถ้าไม่ใส่สารบังคับผล มันจะค่อยๆ สุกไล่ๆ กันทั้งปี ตามที่ผมต้องการไหม?
-
ผมคิดเล่นๆ นะครับ ถ้าเอาไฟจากกังหันมาที่ heater ทำพวกห้องอบ เอาไว้อบยางแผ่น อบผลไม้ คงจะดี ไม่แน่ใจจะคุ้มค่ามั๊ยครับ
-
ผมคิดเล่นๆ นะครับ ถ้าเอาไฟจากกังหันมาที่ heater ทำพวกห้องอบ เอาไว้อบยางแผ่น อบผลไม้ คงจะดี ไม่แน่ใจจะคุ้มค่ามั๊ยครับ
อ้าว! คิดเหมือนผมเลยครับ กังหันที่จะทำหน้าบ้านผมนั้น คือถ้าเราใช้เครื่องไฟฟ้าแบบตัดต่อบ่อยๆ ไม่แน่นอน เช่นแอร์หรือตู้เย็นใหญ่ๆ เราใส่รีเลย์สองทางไว้ให้เวลาคอมฯ มันตัด ก็ให้มันสลับเปลี่ยนไปจ่ายไฟให้ฮีทเตอร์ต้มน้ำร้อนที่กินกระแสเท่าๆ กัน (ช่วยกันกับที่ได้จากพลังแสงอาทิตย์อีกทางหนึ่ง) ข้อสำคัญคือต้องมีถังเก็บน้ำร้อนได้อุณภูมิสูงๆ ยิ่งได้แบบทนแรงดันได้ก็ยิ่งดี เราจะสามารถเอาไอน้ำไปใช้ขับอะไรเล่นได้อีก (แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดีในตอนนี้ :yahoo :yahoo :yahoo และก็คิดไว้อีกอย่างคือช่วงคอมฯ ตู้เย็นตัด ให้ไฟไปจ่ายเข้าชาร์จแบทเตอร์รี่ เอาไว้ใช้กับรถมอร์เตอร์ไซร์แบบใช้แบทฯ ก็ยังได้ ถ้าได้กระแสเยอะๆ คิดว่าจะลงทุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ซะเลย :drive1 d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อกี๊ออกไปคุยกะร้านขายกล้ายางมาอีกแล้ว เค้าแนะให้ปลูกพันธ์สามพันหนึ่งน่ะครับ 4 เดือนกรีดได้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนครับ? น้ำยาง 500 kg/y มีใครที่รู้จักลองปลูกมาแล้วบ้างไหมครับ? เค้าว่าเป็นพันธ์มาเลย์ ที่พ่อค้าบ้านเราแอบเล็ดรอดนำเข้ามาขาย ผมเลยไม่ค่อยเชื่อถือกลัวโดนหลอกครับ :-\ ดีหนักขึ้นไปอีกจาก JVC 80 ของ CP ซะอีก
-
แต่ 30-5-18 ปุ๋ยแก่เกินไปครับ ทำให้ลูกดก....ยางขายน้ำเป็นหลักครับไม่ได้ขายลูกยาง
ถึงว่าคนทางนี้(ใต้)ที่เคยไปเห็นยางทางโน้น(เหนือ-อิสาน)ถึงพูดกันมาก(มากจริงๆครับ ต้องย้ำอีกที) เรื่องยางทางโน้นลูกดก....ผมเองตะหงิดๆ(น่าจะเขียนผิด)ถึงได้ถามไป
เรื่องของปุ๋ยยางมีอะไรๆที่มากกว่าความรู้เรื่องNPKผมกลับมาดูที่จดไว้อีกที ไม่รู้ว่าผมจดผิดหรือไม่? ว่า N เร่งต้น P เร่งผล K เร่งใบ (เอ! N นี่เคยอ่านมามันเร่งใบนี่ ผมจดผิดละมั๊ง? K]) ตัวกลางน้อยกว่าที่แนะนำอีกนะครับ ของวิทยากร 5 แต่ของ อ. โก้ คือ 8 ครับ ผมเข้าใจตรงไหนผิด ช่วยอธิบายด้วยครับ แต่ผมไม่ชอบเลยที่ต้นยางติดลูก เพราะปุ๋ยส่วนหนึ่งที่ใส่ไปเอาไปเลี้ยงลูกที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับผมเลย (คือบางคนอาจเก็บลูกยางไปขาย แต่ผมเห็นราคาลูกยางแล้วคงไม่เสียเวลาไปเก็บเป้นแน่ นอนฟังเพลงอยู่บ้านดีก่า :yahoo)
ปีกลายแถวนี้ใช้ 18-4-5 (ปีอื่นๆตัวหน้า 18บ้าง20บ้าง)....พื้นที่ปลูกเดิมนะครับ ทางวิชาการแนะนำอยู่ 30 (ทางนี้ไม่มีคนใช้ 30เลยตั้งแต่ผมจำความได้...ถึงแม้ว่าจะเป็นปุ๋ยจากกองทุนฯ)อันนี้ตัวกลางน้อยน่าจะโอเคหรือไม่ครับ? แต่ตัวหลังไม่น้อยไปหรือครับ แต่จริงๆ แล้วการผสมเองเหมือนเสื้อสั่งตัด ดินของผม (ขอเอาข้อมูลจากสวนติดกันมาใช้นะครับ) NPK ต่ำ กลาง สูง ครับ ตัวกลางคือ P มีค่ากลางๆ วิทยากรยังให้ใส่ 5 ถือว่าน่าจะถูกต้องแล้วนะครับ? แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในตอนนี้คือยางผมมีลูกเต็มไปหมดเลย :cry2 :cry2 :cry2 หรือจะให้ตรงนี้เป็น 0 ไปเลย ถ้าเทียบกับสัดส่วนผู้หญิง ตรงกลางค่าเยอะๆ นี่คือคนพุงป่องละครับ 5555 ผมชอบแบบ 38 24 35 ครับ ข้างอย่างใหญ่มากนักก็ไม่ชอบ ชอบข้างบนใหญ่อ่ะครับ c)
ขอถามปิดท้ายว่า มีความคิดเห็นอย่างไรกับพันธ์ยาง JVC80 ที่ผมเกือบจะได้ปลูกอยู่แล้ว จองไว้แต่ปาก คนอื่นเลยเอาไป คือตอนแรกพี่สาวจะขอทำนาอีกปี เลยไม่แแน่ใจว่าจะได้ปลูกยางแน่นอนหรือไม่? ทั้งๆ ที่นาก็เป็นส่วนของแฟน ค่าเช่าก็ไม่ได้เก็บแกเลยอยากทำต่ออีกอ้างโน่นอ้างนี่ (พี่สาวแฟนคนนี้ขี้งกมั๊กๆๆๆ ครับ แต่คนอื่นๆ ทุกคนดีมั๊กๆๆๆ อีกเช่นกัน) ยางพันธ์นี้อ่านในเวปมีทั้งคนบอกว่าดี และคนบอกว่า CP หลอกลวง แต่ถ้าดีจริง ปีหน้าผมว่าจะซื้อที่เพิ่ม อาจจะลองปลูกพันธ์นี้ดูบ้างละครับ
ทั้งหมดอยู่ที่
1.) เรื่องยางถามผมถูกคนแล้วครับ.....ทำไมผมกล้าบอกแบบนั้น? ทั้งๆที่ผม(น่าจะ)รู้อยู่แล้วว่านักวิชาการที่คุณPinijจะถามได้ในพื้นที่ต้องมีแน่ๆ และที่นี่ก็ดูว่าอยู่ในฐานะเถ้าแก่สวนยางกันมากกว่า ผมลงมือทำ-ทดลอง(ทั้งด้านดีและด้านเสีย)-สอบถาม-วิ่งหาความรู้เพิ่มเติมทั้งทางวิชาการและทางภูมิปัญญาฯ ถ้ามีปัญหาที่ตอบไม่ได้จริงๆก็มีนักวิชาการใกล้ตัวที่พร้อมให้ข้อมูลทางวิชาการอยู่ (แต่บางอย่างของยางก็อธิบายด้วยหลักวิชาการไม่ได้ เช่นโรคที่เกิดจากเชื้อราไฟทอปโทร่า ที่ตอนนี้ยังรักษากันไม่ได้) และผมก็ไม่ใช่พ่อค้าขายปุ๋ยที่เห็นอยู่ทั่วไปในเว็บ(ขอให้มีเรื่องยางเถอะ ข้อความเป็นยังไงไม่สน...ตูขายปุ๋ยดะ)ถึงกล้าบอกแบบนั้นครับ
2.) เรื่องของปุ๋ยยางมีอะไรๆที่มากกว่าความรู้เรื่องNPK ประสบการณ์ของคนใต้ที่ปลูกยางหรือยู่กับยางมาสอนไว้ครับ ทำไมบางปีลูกยางดกมาก บางปีไม่ค่อยมีลูก...ย้อนกลับไปดูใบส่งปุ๋ยฯ อ้อ!!ปีนั้นใส่ปุ๋ยสูตรนี้อัตราส่วนเป็นแบบนี้ ฯลฯ คุณPinijจดมาไม่ผิดครับ ใครๆก็ทราบว่าNPKของปุ๋ยคืออะไร ถึงได้บอกครับเรื่องของปุ๋ยยางมีอะไรๆที่มากกว่าความรู้เรื่องNPK
3.) จาก http://www.live-rubber.com/index.php/rubber-plantation-management/mature-rubber-stage/21-mature-rubber-plantation-fertilizer-application ที่คุณEak-tubeamp แปะมา ดูข้อความทางซ้ายของรูปคนขี่มอเตอร์ไซค์บรรทุกกระสอบปุ๋ยนะครับ
3.1) ชาวสวนยางในภาคใต้มักใช้ปุ๋ยสูตร 15-7-18 กันมาก ทำไม? ทั้งๆที่ใช้สูตร 30-5-18 จะให้ผลผลิตน้ำยางสูงกว่าใช้สูตร 15-7-18 ประมาณ15% (ข้อความถัดมา) ประหยัดกว่าหรือครับ...ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ราคาสูงกว่าแต่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าเป็นใครก็ต้องเลือกถูกต้องมั๊ยครับ(อาจไม่ทั้งหมด) แต่ทำไมไม่ใช้กัน? ตรงนี้คำตอบ(ที่หายไป)คือลูกยางครับ ลูกยางกับปุ๋ยนี่หาอ่านจากที่ไหนได้บ้างครับ มีใครสอนใครแนะนำกันบ้าง?
4.) เอาดินไปวิเคราะห์เถอะครับ แปลงเดียวกันยังต้องสุ่มตัวอย่างทั่วแปลงเลยครับ แปลงติดกันนี่เอาแน่ไม่ได้ครับ(แค่อ้างอิงได้ระดับนึง)
5.) สุดท้าย(เรื่องปุ๋ย)ก็ต้องบอกว่าไม่ได้บอกให้เชื่อ ต้องทดลองกับตัวครับ อาจจะดีสำหรับทางนั้นก็ได้ แต่ผมเดาว่าลูกดก
.....ลาเท็กซ์ยังไม่ได้ความนะครับ
-
ก่อนคุยที่นี่ผมก็ตเวณอ่านในเนทมาเยอะครับ บางคนอ้าปากมาก็รู้ว่าพ่อค้าเชียร์อะไรอยู่ :nono :nonono N] มันเลยเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเสียเวลาเข้าไปอ่านซะเลย ตามเนทมันเหมือนคนไม่มีหัวนอนปายเท้าครับ ใครพูดอะไรก็ได้ ไม่มีการรับผิดชอบในคำพูด เวปแบบนี้ก็มีเยอะแยะไป แต่ในนี้เรามีตัวตน ทุกคนรักษาเคดิสของตัวเองย่อมไม่พูดไม่บอกอะไรออกมาแบบพร่อยๆ ผมถึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีเพื่อนดีๆ อยู่ในนี้ตั้งหลายคน ผมจึงเชื่อ อ. โก้ ละครับ และยิ่งเห็นแนวปฏิบัติแล้วก็ยอมรับครับ ผมเจออะไรข้างนอกมาแล้วไม่แน่ใจ ผมถึงต้องเอาเข้ามาถามในนี้ก่อนไงครับ เรื่องดินนั้นผมจะเข้าอบรมย์วันที่ 23 นี้ละครับ คงต้องวิ่งซิกแซ็กตักดินจอบที่สองสิบจุดหนึ่งกิโลตามที่ได้เรียนรู้มาแล้ว
-
ไม่ทราบว่า คุณ พินิจ ใช้กังหันน้ำไปฉุด เจ็นเนอร์เรเตอร์ ประเภทไหนครับ แถวบ้านผมเค้าใช้วิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับรอบที่ไปฉุด เจ็นเนอร์เรเตอร์ ที่ไม่เสม่ำเสมอ โดยใช้ เจ็นเนอร์เรเตอร์ดังรูปที่ 1 ใช้คู่กับ อุปกรณ์ดังรูปที่ 2 คือ ออโต้เมติก โวลท์เตจ เร็กกูเรเตอร์ เป็นตัวใช้คอยควบคุม โวลท์ ให้อยู่นิ่งที่ 220 โวลท์
(http://uppic.zubza.com/images/1328619092964_DSCF1566.jpg) (http://uppic.zubza.com/view-1328619092964_DSCF1566.jpg)ฝากรูป (http://uppic.zubza.com/)
รูป 1
(http://uppic.zubza.com/images/1328619092873_DSCF1568.jpg) (http://uppic.zubza.com/view-1328619092873_DSCF1568.jpg)ฝากรูป (http://uppic.zubza.com/)
รูป 2
สเป็กของเจ็นตัวนี้ 1500 rpm จะได้ V= 220 V 50 Hz แต่ถ้า รอบ เกิน โวลท์ก็จะขึ้นตามไปรอบ แต่ถ้าใช้ ออโต้เมติก โวลท์เตจ เร็กกูเรเตอร์ จะทำให้ เจ็นตัวนี้สามารถ ทำงานได้ที่ 2000 rpm โดยคุม V ให้ได้ อยู่ที่ 220V ได้ แต่ว่า Hz จะเปลี่ยนแปลงไปตามความเร็วรอบของเจ็นที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณพินิจ ใช้เจ็นตัวนี้ และสามารถควบคุมให้กังหันน้ำ ให้มีเปลี่ยนแปลงการหมุนให้อยู่ในช่วง300รอบ คือ 1500 rpm- 1800 rpm เจ็นจะสามารถทำงานอยู่ในช่วง 50-60 Hz แต่ V ยังคงที่อยู่ที่ 220V จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้
-
ผมคิดเล่นๆ นะครับ ถ้าเอาไฟจากกังหันมาที่ heater ทำพวกห้องอบ เอาไว้อบยางแผ่น อบผลไม้ คงจะดี ไม่แน่ใจจะคุ้มค่ามั๊ยครับ
อ้าว! คิดเหมือนผมเลยครับ กังหันที่จะทำหน้าบ้านผมนั้น คือถ้าเราใช้เครื่องไฟฟ้าแบบตัดต่อบ่อยๆ ไม่แน่นอน เช่นแอร์หรือตู้เย็นใหญ่ๆ เราใส่รีเลย์สองทางไว้ให้เวลาคอมฯ มันตัด ก็ให้มันสลับเปลี่ยนไปจ่ายไฟให้ฮีทเตอร์ต้มน้ำร้อนที่กินกระแสเท่าๆ กัน (ช่วยกันกับที่ได้จากพลังแสงอาทิตย์อีกทางหนึ่ง) ข้อสำคัญคือต้องมีถังเก็บน้ำร้อนได้อุณภูมิสูงๆ ยิ่งได้แบบทนแรงดันได้ก็ยิ่งดี เราจะสามารถเอาไอน้ำไปใช้ขับอะไรเล่นได้อีก (แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดีในตอนนี้ :yahoo :yahoo :yahoo และก็คิดไว้อีกอย่างคือช่วงคอมฯ ตู้เย็นตัด ให้ไฟไปจ่ายเข้าชาร์จแบทเตอร์รี่ เอาไว้ใช้กับรถมอร์เตอร์ไซร์แบบใช้แบทฯ ก็ยังได้ ถ้าได้กระแสเยอะๆ คิดว่าจะลงทุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ซะเลย :drive1 d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อกี๊ออกไปคุยกะร้านขายกล้ายางมาอีกแล้ว เค้าแนะให้ปลูกพันธ์สามพันหนึ่งน่ะครับ 4 เดือนกรีดได้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนครับ? น้ำยาง 500 kg/y มีใครที่รู้จักลองปลูกมาแล้วบ้างไหมครับ? เค้าว่าเป็นพันธ์มาเลย์ ที่พ่อค้าบ้านเราแอบเล็ดรอดนำเข้ามาขาย ผมเลยไม่ค่อยเชื่อถือกลัวโดนหลอกครับ :-\ ดีหนักขึ้นไปอีกจาก JVC 80 ของ CP ซะอีก
ยังไม่เคยได้ยินครับ ที่คุณPinijถามมา ตอบว่าเชื่อถือไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจริงหรือไม่จริงนะครับ แต่พันธุ์ยางยังไม่ได้รับการรับรองไม่น่าเสี่ยงหรอกครับ
ผมเคยเห็นยางเปิดกรีดไม่ถึงปีต้องโค่นทิ้งเพราะไม่มีน้ำยางมาแล้ว(ของญาติผู้พี่) เวลา6ปี..ในช่วงชีวิตคนเรานี่ไม่น้อยนะครับ
-
ไม่ทราบว่า คุณ พินิจ ใช้กังหันน้ำไปฉุด เจ็นเนอร์เรเตอร์ ประเภทไหนครับ แถวบ้านผมเค้าใช้วิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับรอบที่ไปฉุด เจ็นเนอร์เรเตอร์ ที่ไม่เสม่ำเสมอ โดยใช้ เจ็นเนอร์เรเตอร์ดังรูปที่ 1 ใช้คู่กับ อุปกรณ์ดังรูปที่ 2 คือ ออโต้เมติก โวลท์เตจ เร็กกูเรเตอร์ เป็นตัวใช้คอยควบคุม โวลท์ ให้อยู่นิ่งที่ 220 โวลท์
(http://uppic.zubza.com/images/1328619092964_DSCF1566.jpg) (http://uppic.zubza.com/view-1328619092964_DSCF1566.jpg)ฝากรูป (http://uppic.zubza.com/)
รูป 1
(http://uppic.zubza.com/images/1328619092873_DSCF1568.jpg) (http://uppic.zubza.com/view-1328619092873_DSCF1568.jpg)ฝากรูป (http://uppic.zubza.com/)
รูป 2
สเป็กของเจ็นตัวนี้ 1500 rpm จะได้ V= 220 V 50 Hz แต่ถ้า รอบ เกิน โวลท์ก็จะขึ้นตามไปรอบ แต่ถ้าใช้ ออโต้เมติก โวลท์เตจ เร็กกูเรเตอร์ จะทำให้ เจ็นตัวนี้สามารถ ทำงานได้ที่ 2000 rpm โดยคุม V ให้ได้ อยู่ที่ 220V ได้ แต่ว่า Hz จะเปลี่ยนแปลงไปตามความเร็วรอบของเจ็นที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณพินิจ ใช้เจ็นตัวนี้ และสามารถควบคุมให้กังหันน้ำ ให้มีเปลี่ยนแปลงการหมุนให้อยู่ในช่วง300รอบ คือ 1500 rpm- 1800 rpm เจ็นจะสามารถทำงานอยู่ในช่วง 50-60 Hz แต่ V ยังคงที่อยู่ที่ 220V จะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้
น่าสนใจมากๆ เลยครับ ไม่ทราบว่ามีตัวใหย่กว่านี้ไหมครับ? ผมต้องการซัก 5kW ที่ 220v น่ะครับ ถ้ามีอยากทราบราคากันเลยละครับ ผมจะได้เอาไปให้ ผอ. โรงพยาบาลพิจารณาตั้งงบเพิ่มให้โปรเจ็คนี้ครับ (เพราะตอนแรกกะซื้อของมือสองครับ) คือถ้ามีตัวนี้ผมคิดว่าประตูน้ำของผมปรับตัว ไม่ให้กังหันน้ำวิ่งเกิน 2000rpm ช่วงโลดหายไปคือผมอาจทำโซลีนอยดึงประตูที่ทำเป็นบานพับยกขึ้นเพื่อลดปริมาณน้ำได้ทันทีทันใดที่โลดหายกะทันหันได้ทันน่ะครับ แต่ปริมาณน้ำที่ไหลก็มหาสารเหมือนกัน โซลินอยก็คงต้องมีแรงเยอะๆ แต่เรามีเวลาน่าจะสัก 1-2 วินาที (จากประสบการจากตัวแรกที่ทำ) สปีดไม่น่าขึ้นเกิน 500rpm ละมัง? ผมคงต้องทดลองเรื่องนี้กันอีกครั้งเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ ...มีคนถามว่าความถี่วิ่งขึ้นตามรอบหรือไม่? คงได้คำตอบแล้วนะครับ
-
ผมคิดเล่นๆ นะครับ ถ้าเอาไฟจากกังหันมาที่ heater ทำพวกห้องอบ เอาไว้อบยางแผ่น อบผลไม้ คงจะดี ไม่แน่ใจจะคุ้มค่ามั๊ยครับ
อ้าว! คิดเหมือนผมเลยครับ กังหันที่จะทำหน้าบ้านผมนั้น คือถ้าเราใช้เครื่องไฟฟ้าแบบตัดต่อบ่อยๆ ไม่แน่นอน เช่นแอร์หรือตู้เย็นใหญ่ๆ เราใส่รีเลย์สองทางไว้ให้เวลาคอมฯ มันตัด ก็ให้มันสลับเปลี่ยนไปจ่ายไฟให้ฮีทเตอร์ต้มน้ำร้อนที่กินกระแสเท่าๆ กัน (ช่วยกันกับที่ได้จากพลังแสงอาทิตย์อีกทางหนึ่ง) ข้อสำคัญคือต้องมีถังเก็บน้ำร้อนได้อุณภูมิสูงๆ ยิ่งได้แบบทนแรงดันได้ก็ยิ่งดี เราจะสามารถเอาไอน้ำไปใช้ขับอะไรเล่นได้อีก (แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาไปทำอะไรดีในตอนนี้ :yahoo :yahoo :yahoo และก็คิดไว้อีกอย่างคือช่วงคอมฯ ตู้เย็นตัด ให้ไฟไปจ่ายเข้าชาร์จแบทเตอร์รี่ เอาไว้ใช้กับรถมอร์เตอร์ไซร์แบบใช้แบทฯ ก็ยังได้ ถ้าได้กระแสเยอะๆ คิดว่าจะลงทุนซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ซะเลย :drive1 d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อกี๊ออกไปคุยกะร้านขายกล้ายางมาอีกแล้ว เค้าแนะให้ปลูกพันธ์สามพันหนึ่งน่ะครับ 4 เดือนกรีดได้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนครับ? น้ำยาง 500 kg/y มีใครที่รู้จักลองปลูกมาแล้วบ้างไหมครับ? เค้าว่าเป็นพันธ์มาเลย์ ที่พ่อค้าบ้านเราแอบเล็ดรอดนำเข้ามาขาย ผมเลยไม่ค่อยเชื่อถือกลัวโดนหลอกครับ :-\ ดีหนักขึ้นไปอีกจาก JVC 80 ของ CP ซะอีก
ยังไม่เคยได้ยินครับ ที่คุณPinijถามมา ตอบว่าเชื่อถือไม่ได้ ไม่ใช่ว่าจริงหรือไม่จริงนะครับ แต่พันธุ์ยางยังไม่ได้รับการรับรองไม่น่าเสี่ยงหรอกครับ
ผมเคยเห็นยางเปิดกรีดไม่ถึงปีต้องโค่นทิ้งเพราะไม่มีน้ำยางมาแล้ว(ของญาติผู้พี่) เวลา6ปี..ในช่วงชีวิตคนเรานี่ไม่น้อยนะครับ
ปลูกหกปีแล้วต้องโค่นทิ้งนี่ อาจมีการยิงกันขึ้นมาได้เลยนะครับ ถ้าปลูกเป็นร้อยไร่ (( (( (( เห็นฝ่ายตรงข้าม JVP 80 ก็ว่ายางเพิ่งปลูกกันยังไม่ได้มีการกรีดกันเลยซักต้น เอามาคุยกันเป็นตุเป็นตะว่าได้เท่าโน้นเท่านี้กันแล้ว ยางพันธ์นี้บางคนก็ว่ามันคือ RRIM 600 ที่มียอดสีดำนั่นเองละครับ คือมันมีต้นที่ผ่าเหล่าผ่ากอที่มีใบเกิดใหม่ออกมาสีดำต่างจากต้นอื่นเค้า แล้วได้น้ำยางมากกว่าต้นอื่น CP เลยไปซื้อมาทำตลาดแบบค้ากำไรเกินควรไปหน่อย 120 บาทต่อยางฉัตรเดียว (ปรกติแถวบ้าน RRIM 600 ฉัตรเดียวขายกันที่ 40-50 บาทต่อต้นครับ แพงกว่าที่เมืองใต้เยอะไหมครับ?
พูดถึงยางยอดดำ วันนี้ไปเปิดน้ำเข้าสวนต่อ เจออยู่ต้นนึงที่ใบสีคล้ำกว่าเพื่อนๆ ทุกต้น เลยถ่ายรูปมาให้ อ. โก้ ดูด้วยว่า ร้านเค้าอาจหยิบยางผิดมาให้ผมต้นนึงก็เป็นได้ครับ คงไม่ใช่ 251 เป็นแน่ เพราะแปลกกว่าชาวบ้านเค้าทั้งหมด มันใช่ RRIM 600 หรือไม่ครับ? วันนี้ผมไปร้านขายกล้ายางเพราะจะไปซื้อต้นกล้ายางมาซ่อมน่ะครับ ตอนนี้พันธ์ 251 ขาดตลาดที่นี่ อ. โก้น่าทำขายบ้างนะครับ :secret ลืมรูปครับ (http://s2.uppic.mobi/image-05DE_4F312B8E.jpg)
-
4-5 เมื่อก่อนไม่รู้ว่าพี่สาวแฟนใช้สูตรอะไร? แต่ต่อไปผมว่าจะใช้ปุ๋ยก่อนเปิดกรีดเป็น ต่อ 100kg ผมจะใช้แม่ปุ๋ย 46-0-0 = 36kg, 18-46-0 = 22kg, 0-0-60 = 20kg ครับ และหลังเปิดกรีดปีนี้ผมก็จะใช้สูตร 46-0-0 = 60kg, 18-46-0 = 10kg, 0-0-60 = 30kg ครับ ไม่ทราบว่า อ. โก้ มีความเห็นอย่างไรครับ? ควรปรับตัวไหนให้มันดีขึ้น? ลืมตอบเรื่องการหว่านปุ๋ย คือผมยังไม่เคยใส่ปุ๋ยครับ แต่วิทยากรแนะนำให้ไถระหว่างต้นที่ช่อง 7m ด้วยผานใบเดียว แล้วให้หยอดปุ๋ยเอาดินกลบตามหลัง แต่ผมคิดว่ามันน่าจะสู้การว่านกระจายรอบๆ ทรงพรุ่มให้คุมพื้นที่ทั้งหมดจะดีกว่าไหมครับ? คือผมคิดว่ารากของต้นยางจะกระจายออกโดยรอบเป็นรัศมี จึงไม่ควรให้แค่เป็นแนวเส้นผ่ายปลายกิ่งของแต่ละต้นเพียงแค่นั้น แต่เห็นด้วยกับการไถบริเวณแนวระหว่างต้นด้วยผานเดียวเหมือนการพรวนดินครับ ผมอาจไถ แต่ว่านปุ๋ยแบบกระจายครับ ผิดถูกประการใดโปรดแนะนำด้วย คืนนี้คาดว่าจะไม่ได้กรีดยางอีกแระ เพราะตอนนี้ฝนกำลังตกครับ ดูเมฆแล้วคาดว่าฝนอาจพรำๆ ไปถึงช่วงกลางคืน :cry2]
ยาง4ปีไปแล้วห้ามไถครับ ที่สถานีทดลองยางคลองท่อมเคยทดลองไถ(ถ้าจำไม่ผิด4ไร่2แปลง)แล้วยางเกร็นไปเลยครับ ชาวสวนยางทั่วไปนี่อย่าว่าแต่รถไถเลยครับวัวเข้าสวนยางเปิดกรีดใหม่ๆแบบของคุณPinij ยังมีเคืองครับ
ยาง8ปีหว่านปุ๋ยแบบคุณPinijว่าได้เลยครับ(ค้านอยู่กับเอกสารวิชาการ)แต่ยืนยันว่าดีกว่าครับ ใส่ปีละ2ครั้งไม่ต้องกลบครับ
มาที่ผสมปุ๋ยต่ออีกนิดครับ
คิดแบบนั้นจะได้ปุ๋ยไม่ครบตามน้ำหนักที่ต้องการใช้ครับ ผมก็ดันคิดให้โดยวิธีเดียวกัน K] K]
ลองใช้ Excel ดูนะครับ http://file2.uploadfile.biz/i/ENEMMEIMMMIIMD ผมเอาของเดิมมาปรับใหม่ครับ(วิธีคำนวณเหมือนเดิม)
ใส่จำนวนต้นยาง ใส่น้ำหนักปุ๋ย/ต้น ใส่สูตรNPK ใส่สูตรแม่ปุ๋ย ใส่ราคาแม่ปุ๋ย(ถ้ารู้)
...................
600ยอดดำ ร้านขายพันธุ์ยางหรือแปลงตายางโดนสั่งให้ลบข้อความนี้ทิ้งแล้วนะครับ เพราะชื่อพันธุ์นี้ไม่มี(ไม่ได้รับการรับรองพันธุ์) ยางเลี้ยงถุง251ทางนี้ต่ำกว่า40ครับ
ทำไม่ไหวครับ ภาระมากเหลิอเกิน(ข้ออ้าง...ฮิฮิ) ต้นทางซ้ายน่าจะเป็น600ครับ(ใบโตเรียวยาวกว่า) แต่อาจพลาดได้เพราะเป็นยางซ่อม
-
ยางมีรากหากินอยู่บริเวณผิวดิน จึงไม่น่าจะต้องไถเพื่อพรวนดินเหมือนต้นไม้ทั่วๆ ไป ความคิดเห็นข้อนี้มีเหตุผลให้เชื่อถือได้ครับ การเอารถไปเยีบยรากย่อมเกิดความเสียหายเป็นระทางเท่าความกว้าง (Span ในส่วนกว้างของล้อ) ต่อไปนี้ผมคงไม่ให้รถหนักๆ เข้าในระหว่างช่องของต้นยางเป็นเด็ดขาด
ได้เอ็กแซวมาแบบนี้สะดวกมากเลยครับ ไม่ต้องมานั่งกดเครื่องคิดเลข :yahoo :yahoo :yahoo
ต้นทางซ้ายมือ ลำต้นมันพุ่งขึ้นเป็นต้นเดียวโดดๆ เลยคงเป็น 600 หลงมาแน่ละครับ ผิดกลับพวก 251 ที่แตกกิ่งกันอุตตลุด จนไม่รู้ว่าจะตัดแต่งกิ่งกันอย่างไรดี? กำลังอ่านเรื่องการแต่งกิ่งอยู่ครับ และกำลังไม่ค่อยเห็นด้วยกับในตำราคาที่ให้เอากิ่งแขนงที่อวบกว่าไว้แล้วตัด แล้วให้ตัดส่วนที่ตรงขึ้นไป แต่มันเล็กกว่า แต่มาคิดอีกที ก็น่าจะเห็นด้วย เพราะความแรงมันออกข้างถ้าจะให้มันไปได้ดี (คือต้นมันอาจจะเจริญเติบโตได้เร็วกว่าถ้าเชื่อเค้า) เอาไงดีครับอาจารย์ ผมสองอกสองใจเรื่องนี้ครับ แต่เจอแค่ต้นเดียว นี่ถ้าไม่เจอเองคงไม่ยากเชื่อว่า กิ่งข้างโตกว่าปลายยอดก็มีด้วย บอกตามตรงว่าผมไม่มีประสบการณ์เรื่องการปลูกต้นไม้มาก่อยเลยละครับ มาอ่านๆ เอาเมื่อเดือนสองเดือนนี่เองละครับ อ่านบางทีเค้าแนะนำแบบไม่ค่อยน่าเชื่อถือก็เยอะ เลยเริ่มเบื่อกับการท่องหาในเนท บางครั้งเวปสองเวปข้อความค้านกันก็มี มือใหม่อย่างผมก็เลือกทางไม่ถูกไปไม่เป็นเหมือนันก็มี
-
คุณ Arun น่าจะช่วยผมได้แล้วละครับ วันนี้ผมโทรไปคุยตามเบอร์ข้างกล่อง Automatic Voltage Control มาแล้ว มันใช้ได้ตามที่ผมต้องการเลยละครับ 5kW โอเคเลย ตัวนี้ราคาแค่ 3,500 บาท เองด้วย d_d :drunk
-
คุณ Arun น่าจะช่วยผมได้แล้วละครับ วันนี้ผมโทรไปคุยตามเบอร์ข้างกล่อง Automatic Voltage Control มาแล้ว มันใช้ได้ตามที่ผมต้องการเลยละครับ 5kW โอเคเลย ตัวนี้ราคาแค่ 3,500 บาท เองด้วย d_d :drunk
ยินดีด้วยครับพี่พินิจโปรเจคนี้จะได้แล้วเสร็จซะทีนะครับ :clap :clap :clap
-
คุณ Arun น่าจะช่วยผมได้แล้วละครับ วันนี้ผมโทรไปคุยตามเบอร์ข้างกล่อง Automatic Voltage Control มาแล้ว มันใช้ได้ตามที่ผมต้องการเลยละครับ 5kW โอเคเลย ตัวนี้ราคาแค่ 3,500 บาท เองด้วย d_d :drunk
ยินดีด้วยครับพี่พินิจโปรเจคนี้จะได้แล้วเสร็จซะทีนะครับ :clap :clap :clap
ปรกติผมไม่อยากจะไปเสนอหน้าที่โรงพยาบาลเลย แต่วันนี้ว่าจะไปซะหน่อยละครับ (ก่อนหน้านั้นเคยคิดว่า ไม่น่าไปรับปากช่วยเค้าเล๊ยยย!)
ผมคิดว่าในนี้มีคนในทุกสาขาอาชีพกันเลยละครับ ยกอะไรขึ้นมาถามแล้วส่วนมากจะได้บทสรุปได้ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่ามันมีไอ้ตัว อ๊อตโต้มาติกโวลท์เร็กกูเลซั่นแบบนี้ออกมาขายกันด้วย แต่โรงงานที่ทำอยู่ที่แม่กลองโน่น ผมไม่ได้เรียนมาด้านนี้ ถ้าไม่มีใครบอกก็คงไม่สามารถรู้เองได้ละครับ ผมทำกังหันน้ำได้ แต่ควบคุมไฟที่จะใช้ไม่ได้ทุกอย่างมันก็จบ หรือทำได้ก็ไม่ดี และยากส์ๆๆๆๆ มั๊กๆๆ เจอเจ้าตัวนี้ขึ้นมาจบได้เลยครับ การคอนโทนบานประตูของผมไม่ต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วมากนักก็ใช้ได้แล้ว ซึ่งการออกแบบให้ปิดเปิดประตูน้ำบานใหญๆ แบบให้สปีดไม่เพิ่มจนทำให้โวลท์เกินออกนอกสะเกลระหว่าง 200-240v นี่ผมคงทำไม่ได้ แต่ถ้าจะให้หยุดกันเลยแบบเบรครถจนล้อตายนั้นทำได้ไม่อยากนะครับ แต่จะให้รอบคงที่เมื่อโลดใหญ่ๆ เปลี่ยนกระทันหันแบบนี้ ผมคงต้องยก Governor ของ Stream Turbine ในโรงงานเก่าผมมาใช้เป็นแน่ละครับ
-
(http://uppic.zubza.com/images/1328619092964_DSCF1566.jpg) (http://uppic.zubza.com/view-1328619092964_DSCF1566.jpg)ฝากรูป (http://uppic.zubza.com/)
คุณพินิจ รูปข้างบนนี้เป็นขนาด 5kw ราคาเมื่อสองปีก่อนอยู่ที่ 1 หมื่นต้นๆ ปัจจุบันน่าจะขยับขึ้นอีกเล็กน้อย
ถ้าสนใจขนาดต่างๆก็ติดต่อไปที่นามบัตรข้างล่างได้เลยครับ ที่นี้เค้าเป็นโรงงานผลิตแต่ก็จำหน่ายปลีก
(http://image.free.in.th/z/im/dscf1571.jpg) (http://pic.free.in.th/id/95fb4fa30349be917ea3edb7a595d2f4)
-
ดูแล้วก็ไม่น่าปลูกยากเย็นอะไร (แต่ก็ยังยุ่งยากกว่าถั่วเท่าตัว แล้วมันทำดินเสียกว่าปลูกถั่วมากไหมครับ? เพราะถั่วทำให้ดินดีขึ้น) ถ้าไม่ใส่สารบังคับผล มันจะค่อยๆ สุกไล่ๆ กันทั้งปี ตามที่ผมต้องการไหม?
ไม่ได้กวนนะครับ แต่อยากให้คิด-วิเคราะห์กัน แทนที่จะเชื่อตามที่"เค้า"ว่ากันมา ผมเชื่อในหลักวิชาการแค่เสี้ยวนึง(ทฤษฏี+ผลวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์)แต่ไม่ได้แอนตี้นะครับ ต้นไม้(โดยเฉพาะยาง)ไม่(กึ่ง)สำเร็จรูปเหมือนมาม่าครับ ทำตามคำแนะนำหลังซองกินได้เลย ทำสวนยางให้ได้ดีต้องทดลองในสวนของเราเองครับ ของผมBPM24 ทำจนใครเห็นคิดว่าเป็นRRIM600กันทั้งนั้น(ต้นโต-สูงกว่าBPM24ทั่วไป) ใบหมดหลัง600 เกือบ2เดือน ออกก่อนเดือนนึง(หยุดเดือนกว่าๆ ที่ใบร่วง-แก่เท่าๆกัน)ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมทางโน้น(เหนือ-อิสาน)หยุดกันตั้ง3-4เดือน(อาจเป็นเพราะแล้งกว่าทางนี้) ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้(+อีก3)ฝากไว้กับยาง ถ้าปล่อยตามยถากรรมคงไม่ดีแน่ อาศัยทดลองนี่แหละครับ ได้ผลดีมั่งเสียมั่ง..ถือซะว่าของของเราแลกความรู้ครับ ฮิฮิ
1.) ทราบได้อย่างไรว่าปลูกถั่วแล้วดินดีขึ้น....ถ้าไม่มีผลวิเคราะห์ดิน(ก่อน-หลังปลุูกถั่ว) "เค้า"แนะนำว่าปลูกถั่วจะช่วยเพิ่มธาตุไนโตรเจน แถมด้วยอินทรีย์วัตถุให้ดิน....คำถาม...เพิ่มได้เท่าไหร่(แล้วอะไรหายไปบ้าง)...เพิ่มได้จริงแล้วทำไมต้อง(แนะนำให้)ใช้ปุ๋ยตัวหน้า(ตั้ง)30(หรือ20ในยางก่อนเปิดกรีด)อีก....นี่ว่ากันตามเอกสารที่ทางราชการแนะนำให้ชาวบ้านนะครับ...ใช้ตัวหน้า15,18,20 แล้วต่างกันอย่างไรบ้าง รายละเอียดพวกนี้หายไปไหน ใครได้ใครเสีย?....อุตส่าห์แนะนำให้บำรุงกันหนัก(30-5-18)ทำไมไม่ลองแนะนำให้ผ่าใบบ้าง? ผ่าใบอย่างไรต้นโทรม-ไม่โทรม? แค่ไหนอย่างไรคุ้ม-ไม่คุ้ม? ผมอาจมองในแง่ลบมากเกินไปมั้งครับ ฮิฮิ
2.) (นอกเรื่อง) ว่ากันว่า251กรีดซ้ำเปลือก2ไม่ค่อยดีเท่าเปลือกแรก เพราะหน้ายาง(เปลือก)งอกใหม่จะเหมือนเนื้องอกโปนๆป่องๆ(เมื่อเทียบกับRRIM600)...ทำไม เพราะ30ตัวหน้าที่แนะนำกันนั่นหรือปล่าว? หรือเป็นเพราะไม่ถึง30? อยากเห็นหน้ายางปีแรก+สูตรปุ๋ยปีแรกของคุณPinijจัง
3.) (ในเรื่อง) สับปะรดถ้าไม่ใส่ารเร่งลูก จะออกลูก-สุกพร้อมๆกันครับ (ในเรื่องนี่สั้นจัง ฮิฮิ)
.............
.... ดินเลวปลูกถี่-ดินดีปลูกห่าง....ออกจะช้าไปนิดนึงแล้วแต่ยังไม่สายครับ ส่งดินไปวิเคราะห์ก่อนครับแล้วค่อยมาว่ากันเรื่องสูตรผสมปุ๋ย (ใช้เวลาประมาณ2เดือนได้ผลถึงมือ) ถ้ามีผลวิเคราะห์ดินแล้วจะง่ายขึ้นเยอะครับ ตัดเสื้อ-กางเกง ถ้ายังไม่วัดไซส์ก่อน ตัดไม่ถูกหรอกครับ....ว่าแล้วก็ออกไปขุดดินส่งวิเคราะห์มั่งดีกว่าเรา 2ปีแระ ฮิฮิ
โพสนี้ใช้เวลาเรียบเรียงคำเกือบชั่วโมงนึงครับ อยากให้คิด-วิเคราะห์-ปรับใช้ตามนี้จริงๆครับ
-
ไม่ได้กวนนะครับ แต่อยากให้คิด-วิเคราะห์กัน แทนที่จะเชื่อตามที่"เค้า"ว่ากันมา ผมเชื่อในหลักวิชาการแค่เสี้ยวนึง(ทฤษฏี+ผลวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์)แต่ไม่ได้แอนตี้นะครับ ต้นไม้(โดยเฉพาะยาง)ไม่(กึ่ง)สำเร็จรูปเหมือนมาม่าครับ ทำตามคำแนะนำหลังซองกินได้เลย ทำสวนยางให้ได้ดีต้องทดลองในสวนของเราเองครับ ของผมBPM24 ทำจนใครเห็นคิดว่าเป็นRRIM600กันทั้งนั้น(ต้นโต-สูงกว่าBPM24ทั่วไป) ใบหมดหลัง600 เกือบ2เดือน ออกก่อนเดือนนึง(หยุดเดือนกว่าๆ ที่ใบร่วง-แก่เท่าๆกัน)ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมทางโน้น(เหนือ-อิสาน)หยุดกันตั้ง3-4เดือน(อาจเป็นเพราะแล้งกว่าทางนี้) ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้(+อีก3)ฝากไว้กับยาง ถ้าปล่อยตามยถากรรมคงไม่ดีแน่ อาศัยทดลองนี่แหละครับ ได้ผลดีมั่งเสียมั่ง..ถือซะว่าของของเราแลกความรู้ครับ ฮิฮิ ผมคิดว่าผมก็คงจะไม่ทำตามที่ชาวบ้านเค้าทำ (เพราะเราได้ อ. เก่ง คอยแนะนำ :secret) ตั้งแต่วันแรกที่ผมลงมือปลักหลักทำแนวปลูกยาง มีชาวบ้านคนหนึ่งขับรถมาแล้วก็แซวผมเลยว่า วิศวะ ต้องทำอะไรที่เหนือกว่าชาวบ้านนะ (ไม่รู้เค้ารู้ได้ไง :-\ ไอ้ที่ผมเรียนมามันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการทำสวนซักหน่อย ต้องเริ่มจากศูนย์ ก็คงความความกล้าที่จะลองพันธ์ JVP 80 ที่ราคาแพงกว่าพวกเค้าเกินเท่าตัว (แต่ก็ซื้อไม่ได้) แต่แค่ผมลง 251 นั้นก็แปลกจากพวกเค้าเหมือนกัน เพราะทุกคนลง 600 กันทั้งหมู่บ้าน ถ้า อ. โก้ หยุดกรีด เดือนเดียวได้ ด้วยคิดว่าน้ำฝนช่วย ผมก็จะทดลองบริหารน้ำในสวนยางของผม ให้เหมือนกับทางใต้ดูเหมือนกันว่ามันจะมีช่วงเวลากรีดเหมือนกันไหม? ได้กรีดต่ออีกสามเดือนนี่เป็เงินมากโขอยู่ :yahoo
1.) ทราบได้อย่างไรว่าปลูกถั่วแล้วดินดีขึ้น....ถ้าไม่มีผลวิเคราะห์ดิน(ก่อน-หลังปลุูกถั่ว) "เค้า"แนะนำว่าปลูกถั่วจะช่วยเพิ่มธาตุไนโตรเจน แถมด้วยอินทรีย์วัตถุให้ดิน....คำถาม...เพิ่มได้เท่าไหร่(แล้วอะไรหายไปบ้าง)...เพิ่มได้จริงแล้วทำไมต้อง(แนะนำให้)ใช้ปุ๋ยตัวหน้า(ตั้ง)30(หรือ20ในยางก่อนเปิดกรีด)อีก....นี่ว่ากันตามเอกสารที่ทางราชการแนะนำให้ชาวบ้านนะครับ...ใช้ตัวหน้า15,18,20 แล้วต่างกันอย่างไรบ้าง รายละเอียดพวกนี้หายไปไหน ใครได้ใครเสีย?....อุตส่าห์แนะนำให้บำรุงกันหนัก(30-5-18)ทำไมไม่ลองแนะนำให้ผ่าใบบ้าง? ผ่าใบอย่างไรต้นโทรม-ไม่โทรม? แค่ไหนอย่างไรคุ้ม-ไม่คุ้ม? ผมอาจมองในแง่ลบมากเกินไปมั้งครับ ฮิฮิแบบนี้ก็ต้องพิสูจน์กันแล้วละ ผมก็อยากจะปลูกสับปะรดไว้กินเองอยู่เหมือนกัน ผมอาจแบ่งที่ออกเป็นสองส่วนเอาไว้เปรียบเทียบสภาพดินหลังการปลูกทั้งถั่วและสับปะรดดูสักหน่อย
2.) (นอกเรื่อง) ว่ากันว่า251กรีดซ้ำเปลือก2ไม่ค่อยดีเท่าเปลือกแรก เพราะหน้ายาง(เปลือก)งอกใหม่จะเหมือนเนื้องอกโปนๆป่องๆ(เมื่อเทียบกับRRIM600)...ทำไม เพราะ30ตัวหน้าที่แนะนำกันนั่นหรือปล่าว? หรือเป็นเพราะไม่ถึง30? อยากเห็นหน้ายางปีแรก+สูตรปุ๋ยปีแรกของคุณPinijจัง ผมคงต้องไปหาดูของจริงของการงอกใหม่ของเปลือกยาง 251 เทียบกับ 600 ซะแล้ว ขอบคุณคำแนะนำนี้มากๆ ครับ ผมคงต้องเอาเรื่องนี้มาพิจารณาการให้ปุ๋ยยางของผมอย่างแน่นอน เรื่องของยางเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีหลายอย่างที่ผมคิดไปไม่ถึงจริงๆ ครับ
3.) (ในเรื่อง) สับปะรดถ้าไม่ใส่สารเร่งลูก จะออกลูก-สุกพร้อมๆกันครับ (ในเรื่องนี่สั้นจัง ฮิฮิ)สรุปแล้วถ้าใส่สารเร่งจะพอทำให้มันสุกตลอดทั้งปีพอได้หรือไม่ครับ?
.............
.... ดินเลวปลูกถี่-ดินดีปลูกห่าง....ออกจะช้าไปนิดนึงแล้วแต่ยังไม่สายครับ ส่งดินไปวิเคราะห์ก่อนครับแล้วค่อยมาว่ากันเรื่องสูตรผสมปุ๋ย (ใช้เวลาประมาณ2เดือนได้ผลถึงมือ) ถ้ามีผลวิเคราะห์ดินแล้วจะง่ายขึ้นเยอะครับ ตัดเสื้อ-กางเกง ถ้ายังไม่วัดไซส์ก่อน ตัดไม่ถูกหรอกครับ....ว่าแล้วก็ออกไปขุดดินส่งวิเคราะห์มั่งดีกว่าเรา 2ปีแระ ฮิฮิ
โพสนี้ใช้เวลาเรียบเรียงคำเกือบชั่วโมงนึงครับ อยากให้คิด-วิเคราะห์-ปรับใช้ตามนี้จริงๆครับสงสัยข้อความที่ผมไฮไลท์เสียงแดงครับ มันเหมือนขัดๆ กับปรกติวิสัยครับ มันคงต้องมีเหตุผลแอบแฝงเป็นแน่ เรื่องวิเคราะห์ดินวันที่ 23 นี้จะมีนักวิชาการเข้ามารับถึงบ้านผมเลยละครับ
ขอขอบคุณคุณอรันมากๆ ครับ ที่เข้ามาให้คำแนะนำ กทม คือ เฮทออฟฟิทหรือครับ? เบอร์โทรที่ติดเครื่องอยู่แม่กลองเลยงงงงครับ
-
ท่องเวปไปเจอการทำ 60% ด้วยการเติมสารเคมีเข้าไป (แต่ไม่มีรายละเอียดสัดส่วนที่ผสมลงไป) ใช้แรงโน้มถ่วงแยกน้ำออกมา ใส่ถังที่มีกระจกพอมองเห็นการแยกตัว ก็เทน้ำในส่วนที่อยูข้างล่างทิ้งไป เก็บเนื้อยาง 60 กว่าเปอร์เซนต์ ดีกว่าเซนติฟิส์ซะอีก (ต้องปั่นถึง 7000-8000rpm ทำไม่ไหวละครับ ยิ่งรอบสูงต้นทุนการทำก็ยิ่งแพง ที่รู้ๆ การทำบานลานซ์ต้องดีมากๆ มิเช่นนั้นมันจะสั่นเป้นเจ้าเข้าแน่ๆ) เห็นความเร็วรอบแล้วผมไม่เอาแบบปั่นแยกแล้วละครับ :nono :nonono N] ถ้าพอมีข้อมูลแบบเติมสารช่วยแนะนำด้วยครับ Y] หาในเนทเท่าไรก็ไม่เจอข้อมูลเชิงลึกครับ K] K] K]
ผมไปเจอเรื่องตลกมากๆ วารสารยางเขียนออกมากันได้ไงว่า "เอสเทอลีน เป็นเฮอร์โมนเพิ่มปริมาณน้ำยาง แล้วก็ช่วยให้ยางอายุยืนยาวมากกว่าเดิม" มันหลอกลวงกันซัดๆ เข้าไปอ่านตามเวปต่างๆ แล้ว กระทู้ที่เราคุยกันนี้ เนื้อหาเยี่ยมที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุดกันเลยละครับ
-
ฮิฮิ ผมว่าแล้วต้องสงสัย ดินเลวปลูกถี่-ดินดีปลูกห่าง แน่ๆ(ได้ยินครั้งแรกก็สงสัยเหมือนกันครับ :D)
ดินเลว ปลูกต้นไม้แล้วคงโตไม่ดี กลับกัน ดินดีปลูกแล้วต้นไม้เจริญงอกงามดี ถูกแน่นอนใช่มั๊ยครับ
วิเคราะห์แบบนี้ครับ ยางเป็นไม้ทรงพุ่ม อาศัยใบเป็นปัจจัยสร้างน้ำยาง ถ้ากิ่งก้านแผ่ขยายดี-ใบดีใบดก น้ำยางย่อมดีกว่าใบน้อย(ตัดปัจจัยแทรกอื่นๆออกนะครับ) ถูกต้องใช่มั๊ยครับ น่าจะมองเห็นคำตอบรำไรๆแล้วนะครับ
...
คำตอบคือ
ถ้าดินเราเลว ปลูกห่าง(8X3)ไปทำไม ในเมื่อกิ่งก้านใบไม่ซ้อนกันอยู่แล้ว(อัดปุ๋ยไปก็ช่วยไม่ได้) เสียพื้นที่ปล่าวๆ สู้ปลูกถี่ที่ได้จำนวนต้น(และน้ำยาง)มาชดเชยดีกว่า เรียกว่าเอาปริมาณ(จำนวนต้น)เข้าว่า ปลูกถี่เข้าไว้(6X2.5 ก็เคยเห็น)
กลับกัน
ถ้าดินของเราดี ปลูกถี่(6X3)ทำไม ในเมื่อต้นสามารถออกกิ่งก้านใบได้ดี(ได้น้ำยางมาก)อยู่แล้ว ปลูกถี่ไป(จำนวนต้นมาก)เสียแรงปล่าวๆ(บำรุงรักษา-เก็บเกี่ยว) สู้ปลูกห่างที่ได้จำนวนต้นน้อยก็จริงแต่ได้น้ำยางมากกว่า เรียกว่าเอาคุณภาพเข้าว่าครับ
ที่ผมว่าช้าไปหน่อยนึง(ไม่วิเคราะห์ดิน)ก็เพราะเรื่องนี้ครับ แต่ของคุณPinij 7X3 กลางๆ ก็โออยู่ครับ กลางๆ ความชั่วไม่มี-ความดีไม่ปรากฎ รับไป1ขั้น ฮิฮิ
นี่ไม่ใช่ผมว่าเอาเองนะครับ หลักวิชาการเป็นอย่างนี้จริงๆ แล้วพออยู่-ศึกษากับเรื่องต้นไม้มากเข้าๆก็จะได้ยินคำนี้ ทีนี้จะไม่งงแล้วครับ :) ได้ผลวิเคราะห์ดินมาแล้วจะรู้สึกว่าชีวิตนี้เราลิขิตได้เอง(เลือกปุ๋ย) ไม่ขึ้นอยู่กับชะตากรรม(ปุ๋ยสำเร็จรูปตามคำแนะนำ)อีกแล้วครับ c) c)
ดีใจจังที่มีกระทู้แบบนี้ใน HTG2 เพราะผมไม่เคยเขียนเรื่องแบบนี้ที่เว็บไหนเลย...เบื่อพวกขายปุ๋ย ((
งงๆกับคำถามนิดหน่อยครับ สับปะรดปีนึงออกลูกได้หลายรุ่นครับ(จำไม่ได้) ถ้าปลูกจำนวนมากทำให้ออกทั้งปีได้โดยการบังคับให้ออกก่อนถัดกันไปเรื่อยๆครับ 12ไร่ตัดได้ทุกวัน(ถ้าไม่ขี้เกียจ ฮิฮิ) ช่วงแรกก่อนจะออกลูก เสริมอย่างอื่นเข้าไปด้วยนะครับ ของผมตอนนั้นเป็นข้าวโพด+พริกขี้หนู จำรายละเอียดอื่นๆไม่ได้จริงๆครับ....เดี๋ยวนี้ทางนี้คนชักขี้เกียจขึ้นทุกวันๆ(หาแรงงานยาก) สวนยางปลูกใหม่ใกล้แหล่งน้ำเลยให้เช่าปลูกแตงโมกันมากครับ
-
ท่องเวปไปเจอการทำ 60% ด้วยการเติมสารเคมีเข้าไป (แต่ไม่มีรายละเอียดสัดส่วนที่ผสมลงไป) ใช้แรงโน้มถ่วงแยกน้ำออกมา ใส่ถังที่มีกระจกพอมองเห็นการแยกตัว ก็เทน้ำในส่วนที่อยูข้างล่างทิ้งไป เก็บเนื้อยาง 60 กว่าเปอร์เซนต์ ดีกว่าเซนติฟิส์ซะอีก (ต้องปั่นถึง 7000-8000rpm ทำไม่ไหวละครับ ยิ่งรอบสูงต้นทุนการทำก็ยิ่งแพง ที่รู้ๆ การทำบานลานซ์ต้องดีมากๆ มิเช่นนั้นมันจะสั่นเป้นเจ้าเข้าแน่ๆ) เห็นความเร็วรอบแล้วผมไม่เอาแบบปั่นแยกแล้วละครับ :nono :nonono N] ถ้าพอมีข้อมูลแบบเติมสารช่วยแนะนำด้วยครับ Y] หาในเนทเท่าไรก็ไม่เจอข้อมูลเชิงลึกครับ K] K] K]
ผมไปเจอเรื่องตลกมากๆ วารสารยางเขียนออกมากันได้ไงว่า "เอสเทอลีน เป็นเฮอร์โมนเพิ่มปริมาณน้ำยาง แล้วก็ช่วยให้ยางอายุยืนยาวมากกว่าเดิม" มันหลอกลวงกันซัดๆ เข้าไปอ่านตามเวปต่างๆ แล้ว กระทู้ที่เราคุยกันนี้ เนื้อหาเยี่ยมที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุดกันเลยละครับ
รออีกนิดนะครับ ผมไม่อยากเร่งข้างในเค้ามาก(เพราะคนกลางประสานงาน(ญาติผู้พี่)ก็ขี้เกรงใจคนเหมือนกัน) แต่ถ้าอยากรู้เรื่องแค่"สาร" คงเข้าไปขอเอกสารมาได้เลยเพราะมีสอนกันอยู่ แต่อยากเข้าไปแล้วเห็น-ถ่ายรูปกระบวนการมาให้ด้วยเลยทีเดียว(ถ้ามีเครื่องปั่น...แต่ผมเดาว่ามีแน่ๆ)
แต่ถ้ารีบก็บอกมาได้นะครับ
-
ที่จริงผมยังติดใจอีกสิ่งหนึ่งที่ลืมเขียนถามไป คือ ทำไม? เลือก BPM24 ไม่ปลูก RRIM 600 เหมือนคนอื่นๆ
ที่ผมเลือก RRIT 251 เพราะพื้นที่ปลูกใหม่ครั้งนี้ แตกต่างจากที่ที่ผมปลูก RRIM 600 เมื่อ 8 ปีที่แล้ว (เพราะมันเป็นที่ดอนน้ำขึ้นไม่ถึง ถ้าจะให้ถึงต้องสูบครับ กำลังคิดว่าถ้าลงทุนสูบน้ำขึ้นมาเลี้ยงมัน เพื่อต้องการจะกรีดเพิ่มอีกสามเดือนได้ไหม? แต่ถ้าได้เพิ่มอีกสองเดือน คือเป้าหมายที่เกินคุ้มแล้วละครับ แล้วผมจะพยายามทำมันให้ได้ โดย อ. โก้ ต้องช่วยผมนา..) ที่ผมเลือกปลูกแปลงใหม่โดยใช้พันธ์ RRIT 251 ก็เพราะที่ตรงนี้ จะสามารถเอาน้ำเข้าสวนได้ช่วงเดือนนี้และต่อไปได้อีกสามถึงสี่เดือนข้างหน้า แล้วก็ช่วงหน้าทำนาหน้าฝนอีกครั้ง จะมีแล้งจริงแค่สองถึงสามเดือนคือ พย ธค และ มค แต่ก็มีฝนหลงฤดูตกอยู่บ้างปะปลายครับ ฉะนั้นที่ตรงนี้ซึ่งเคยทำนามาก่อน (มีแต่คนบอกว่าไม่มีทางปลูกยางได้หล๊อก) ถือว่าเป็นที่มีน้ำเยอะพอสมควร (แต่น้ำใต้ดินอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินเยอะนะครับ ผมดูจากต้นสักต้นแถวที่ตรงนี้โตดีมากๆ ยังไม่ 20 ปีคนโอบเกือบไม่รอบแล้ว น่าจะเนื้อไม่ดีเป็นสักขี้ควายเพราะน้ำเยอะ ซึ่งผมเคยเห็นแถวบ้านผมที่อยุธยาปลูกสักกันไม่โตเพราะน้ำใต้ดินอยู่ใกล้ผิวดินมาก ต้นสักพอรากแก้วถึงน้ำมันจะหยุดการเจริญเติบโตทันทีครับ ผมเคยคิดจะปลูกสักที่บ้านอยุธยา เห็นคนทำหลายเจ้าหลายแปลง แต่ลองศึกษาในเนทแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย) และผมรู้ว่า RRIT251 ชอบน้ำก็เลยลงมันซะเลย และคิดว่าดินเราก็ไม่ได้ีดีเนื้อดินน้อยมีแต่ทรายแป้งน่ะครับ ผมเอาน้ำเข้ามาสองครั้ง รวมก็เกือบสิบวันแล้ว พอปิดน้ำ น้ำก็หายไปหมดในไม่กี่ ชม. เองละครับ ดินเก็บน้ำไว้ไม่อยู่อีกด้วย แต่ที่นี่ดีอยู่อย่างเดียว ไส้เดือนเยอะมากครับ แทงพั่วลงไปครั้งนึงงัดขึ้นมาเจอไส้เดือนหลายตัวมากๆ ที่นาผมสั่งห้ามใช้สารเคมีเป็นเด็ดขาด ห้ามยาฆ่าหญ้าทุกชนิด ผมจ้างคนตัดอย่างเดียวครับ
มันมีอีกเรื่องที่ผมโดนชาวบ้านว่าเอา ที่แปลงใหม่นี้ทุกคนแนะให้ผมวางแผนปลูก 7x3 แต่ผมดันทุรังปลูก 6.5x3 ครับ (เรื่องปลูกยางถี่นี่แสดงว่าผมมั่วมาถูกทิศทางซิครับเหนี่ย :yahoo) เพราะผมดูแล้ว 7m ใบระว่างต้นมันยังห่างกันอยู่ก็เลยขยับเข้ามาใกล้กันอีกนิดด้วยความโลภของผมเอง ได้เพิ่มาอีกตั้งหลายต้น โดยหวังว่าจะใส่ปุ๋ยช่วยเอาก็แล้วกัน เลยปลูกถี่กว่าคนอื่น เลยเป็นที่มาของการถูกจับตาและเป็นขี้ปากของชาวบ้านในการลูกยางของผม ว่าผมทำอะไรไม่ได้เรื่อง คิดอะไรไม่ได้เรื่องได้ราว ใครมาเห็นก็จะบอกว่าทำไมปลูกถี่จัง!
เรื่องพวกขายปุ๋ยทำให้ผมไม่อ่านหนังสือเกษตรชีวภาคครับ ขี้คุย จอมสร้างภาพ พอใช้ปุ๋ยคนอื่นถ่ายต้นเล็ก พอใส่ปุ๋ยเค้าถ่ายต้นโตๆ มาให้ดู เด็กๆ มันยังรู้ทันเลย :yucky รอ อ. โก้ มาสอนเองดีกว่า :yahoo
เรื่องสับปะรดบอกมาแบบนี้แสดงว่าผมมีโอกาศได้กินสับปะรดปลูกเองทุกวันได้ใช่หรือไม่ครับ? จะขอรบกวน ขอรายละเอียดแบบที่ที่เวปอื่นๆ ไม่ได้คุยกันไว้ด้วยครับ :o
เรื่องยาง 60% ไม่รีบครับ คงรอเปิดกรีด พค น่ะครับ เครื่องปั่นน้ำยาง 60% พร้อมการเติมสารเคมีทำตุ๊กตายาง ให้ฟูขึ้นมาอีกสามสี่เท่าตัวนั้นผมมีแล้วครับ ส่วนผสมต่างๆ ก็มีแล้วครับ แต่อยากเห็นสูตรของที่อื่นมาเทียบเหมือนกัน :secret
เพิ่งไปเจอมาครับ:- สองวิธีนี้เป็นเพียงพื้นฐานอาจมีอะไรลึกๆ มากกว่านี้ไหม?
Preparation of latex concentrates using tamarind seeds
The tamarind fruits were soaked in water for 5 h and the resulting
softened pulp was washed off to release the seeds. After repeated
washing in water, the seeds were sun dried for 2 h following which
they were transferred into a convection oven set at 50°C for further
drying for 21 days in order to reduce the moisture contents to the
barest minimum possible. Consequently, the husk became brittle
and was easily separated from the kernels by pounding in a
wooden mortar. The kernels were ground in a local milling machine
to obtain powder, which was then sieved to obtain a fine powder.
3.0 g of the tamarind powder was dispersed in distilled water (100
cm3) (pH 7.88) in a beaker and the dispersion was boiled on a hot
plate for 1 h with continuous stirring, thus yielding a solution. 0.75
cm3 of the tamarind solution (creaming agent) was transferred into
a 500 cm3 beaker containing 250 cm3 of the latex. The beaker was
covered and left to stand undisturbed in a safe place for 48 h. After
48 h, phase separation occurred. Water being slightly denser than
rubber existed at the bottom of the beaker while rubber particles
swelled and rose to the top and were separated.
Preparation of latex concentrates using sodium alginate
3.0 g of sodium alginate (BDH) was dissolved in distilled water (100
cm3). 1.25 cm3 of the prepared solution of sodium alginate (pH 8.58)
was transferred into a 500 cm3 beaker containing 250 cm3 of latex.
The beaker was covered and allowed to stand undisturbed for 2
days. After 2 days, the latex separated into two layers, having
rubber particles at the top and water at the bottom of the beaker.
-
ท่องเวปไปเจอการทำ 60% ด้วยการเติมสารเคมีเข้าไป (แต่ไม่มีรายละเอียดสัดส่วนที่ผสมลงไป) ใช้แรงโน้มถ่วงแยกน้ำออกมา ใส่ถังที่มีกระจกพอมองเห็นการแยกตัว ก็เทน้ำในส่วนที่อยูข้างล่างทิ้งไป เก็บเนื้อยาง 60 กว่าเปอร์เซนต์ ดีกว่าเซนติฟิส์ซะอีก (ต้องปั่นถึง 7000-8000rpm ทำไม่ไหวละครับ ยิ่งรอบสูงต้นทุนการทำก็ยิ่งแพง ที่รู้ๆ การทำบานลานซ์ต้องดีมากๆ มิเช่นนั้นมันจะสั่นเป้นเจ้าเข้าแน่ๆ) เห็นความเร็วรอบแล้วผมไม่เอาแบบปั่นแยกแล้วละครับ :nono :nonono N] ถ้าพอมีข้อมูลแบบเติมสารช่วยแนะนำด้วยครับ Y] หาในเนทเท่าไรก็ไม่เจอข้อมูลเชิงลึกครับ K] K] K]
ผมไปเจอเรื่องตลกมากๆ วารสารยางเขียนออกมากันได้ไงว่า "เอสเทอลีน เป็นเฮอร์โมนเพิ่มปริมาณน้ำยาง แล้วก็ช่วยให้ยางอายุยืนยาวมากกว่าเดิม" มันหลอกลวงกันซัดๆ เข้าไปอ่านตามเวปต่างๆ แล้ว กระทู้ที่เราคุยกันนี้ เนื้อหาเยี่ยมที่สุด เชื่อถือได้มากที่สุดกันเลยละครับ
(ถ้ามีเครื่องปั่น...แต่ผมเดาว่ามีแน่ๆ)
(http://s2.uppic.mobi/image-597C_4F33740F.jpg)
มีคนทำขนมเค็กเค้าจะขายมันให้ในราคาครึ่งหนึ่งของที่ซื้อครับ ยังใหม่อยู่เลย คือตอนผมไปดูที่พืชสวนโลกช่วงที่หายไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เค้าก็ใช้เครื่องทำขนมเค็กอันเล็กๆ แค่นั้น ปั่นน้ำยางกะส่วนผสมต่างๆ ด้วยเวลาไม่กี่นาทีมันก็เพิ่มปริมาตรฟูขึ้นมาเป็นสามสี่เท่าตัวกันแล้วละครับ เครื่องนี้ผมคิดว่าน่าจะทำหมอนได้ครั้งละสี่ห้าใบได้เลย แต่ใหญ่ๆ ระดับที่นอนคงยังไม่ได้ แต่คิดไว้ว่าจะขอทำที่นอนยางพาราใช้เองซักอันนึง 6'x6'x1' ครับ เพราะถ้าซื้อเค้าทำมาขายยางพาราล้วนๆ เป็นไส้ในด้วยนี่ไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นบาทละครับ เคยทดลองนอนมาแล้ว มันสุดยอดดดดดดดดดดดดดจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ ผมคิดว่าจะค่อยๆ ขยายสะเกลเอาถ้าลูกเล็กๆ อย่างหมอน เราทำได้ ลูกใหญ่ๆ อย่างที่นอนมันจะหนีเราไปไหนเสีย.... :yahoo :yahoo :yahoo
-
กลับมาถึงบ้าน เอาข่าวมาบอกทันทีครับ
เข้าไปในราชมงคลฯ เทคโนฯการยางมาแล้ว...อลังการงานสร้างครับ(คือไม่รู้จักสักอย่าง ฮิฮิ)เครื่องมือส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการแปรรูป(หมอนก็เคยมีทำไว้ แต่ที่เห็นกำลังทำอยู่เป็นแผ่นพื้นยางปูพื้น) เข้าไปแบบไม่ตั้งใจเลยไม่ได้ติดกล้องไป K] K] ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย แต่ไม่เป็นไรได้เบอร์สายตรง+เจอตัวคุยเบื้องต้นไว้แล้วครับ เข้าไปบ่ายโมงต้องรีบกลับมารับลูกที่โรงเรียน3โมง(แม่บ้านไปด้วย)เลยได้แค่ข้อมูลหยาบๆมาครับ
ข้อมูลเบื้องต้น ไม่มีเครื่องปั่น เพราะราคาแพงและลาเท็กซ์มีขายในพื้นที่ ขั้นตอนทุกอย่างสามารถส่งนักศึกษาเข้าไปฝึกงานในโรงงานได้ แต่มีข้อมูลสารเติมอันนี้รอเอกสารนะครับ สารเติมที่ว่านั่นก็หาซื้อไม่ยากมีขายปลีก(หาดใหญ่,กรุงเทพฯ)...ในโรงงานอุตสาหกรรมขั้นตอนทำลาเท็กซ์ไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใดครับ ความลับจะอยู่ในกระบวนการแปรรูป(สารเติมที่ทำให้ลดต้นทุน-หรือปรับคุณภาพให้ดีขึ้น จากสารเติมที่รู้กันทั่วไป)มากกว่า
บอกไว้นิดนึงว่า เครื่องปั่นทำยาก-ยากมาก ซื้อเครื่องก็ไม่คุ้มกับการทำปริมาณน้อย (ถามไปว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนที่จะทำเครื่องปั่นใช้เอง)
แต่ถ้าต้องการทำเล่นๆ-จริงจังในระดับอุสาหกรรมในครัวเรือน ผมยินดีจัดหาลาเท็กซ์จากโรงงาน(นาบอนรับเบอร์...อยู่ห่างจากที่บ้านราวๆ35ก.ม.)ให้ครับ เค้าขายขั้นต่ำ50กก.(ไม่ได้ถามราคามาอีก...จะเจาะแต่ตัวเครื่องกับสารบางอย่างนั่นจนลืมไปเลย K] K] ถ้าสนใจถามข้อมูล เปิดหน้าเหลืองโทรไปถามฝ่ายขายก็ได้ครับ) ลาเท็กซ์ที่นี่ จะมีทั้งHA(ไฮแอมโมเนียร์)กับLA(โลว์แอมโมเนียร์) ทำหมอนต้องใช้LA แต่ขายในปริมาณมาก(อีกโรงงานนึง...โรงงานเพิ่งมาตั้งใหม่ชื่อไม่คุ้นหูไม่ได้จำมา) ถ้าจะใช้HA ต้องเปิดฝาทิ้งไว้ให้แอมฯระเหยก่อน
ไอ้เครื่องปั่นแป้งนั่นเอาไว้ปั่นลาเท็กซ์ให้เป็นฟองครับ(ตอนแรกที่เค้าพาไปดูรอบๆบริเวณ เค้าบอกว่า"นี่เครื่องปั่น"....กว่าจะมีฟองตามมาผมหลงดีใจ(แทน)ซะ :cry2 )
จะเข้าไปรับเอกสารและถ่ายรูปมาให้อีกทีนะครับ
............
เพิ่มเติมนะครับ(รีบบอกจนไม่ได้อ่านข้างบนก่อน) บรรทัดสุดท้ายตรงกัน(เป็นลักษณะการเหวี่ยง ให้น้ำอยู่ล่างยางอยู่บน)ครับ BDHก็ตรงกันครับ
ปลูกจำนวนมากได้กินทุกวันทั้งปีครับ(คือบังคับให้ออกลูกไล่เป็นโซนๆไปเรื่อยๆ)เหลือก็ทำไวน์เพิ่มมูลค่าได้อีก รายละเอียดถ้าจะให้เล่านี่จำไม่ได้จริงๆครับ
-
ต้องขอขอบพรคุณอาจารย์โก้มากๆ ครับ ที่เป็นธุระให้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรีบร้อนครับ ค่อยๆ คิดค่อยๆ ทำ กว่าจะทำจริง เราอาจได้ข้อมูลที่ดีกว่าวันนี้ หรือคิดอะไรออกดีกว่าวันนี้ ผมชอบวางแผนนานๆ ก่อนทำงานจริงครับ d_d :drunk
เครื่องปั่นเซนติฟิวส์ในการทำน้ำยางจาก 30% ให้เป็น 60% นั้น ถ้าจะทำกันจริงๆ ผมทำได้และราคาก็ไม่น่าจะแพงมากนัก คือผมเคยมีประสบการณ์กับเครื่องจักรที่หมุนระดับ สี่หมื่นสามพันรอบมาแล้ว (43,000rpm) แค่ 8,000rpm จิ๊บจ็อยที่จะออกแบบทำครับ หมุนระดับนี้แบริ่งแบบลูกปืนธรรมดาใช้ไม่ได้ต้องแบรริ่งกาบแบบที่ใช้ในเพลารถยนต์แล้วใช้ปั๊มน้ำมันฉีดเข้าไปยกเพลา (เพราะหม้อแรงเวี่ยงหรือปั่นตัวนี้ต้องวางตั้ง เพื่อถ่ายน้ำที่ต้องแยกออกมา) แต่มันดูยุ่งยากกว่าการใช้สารเคมีผสมลงไปแบบเรารอได้ และเราก็ไม่ต้องเสียงค่าพลังงานปั่นมันอีกด้วย
ที่จริงๆ นั้น ผมคิดว่าไม่ต้องน้ำยางข้นถึง 60% ก็น่าจะทำได้ดีกว่าอีกด้วย (คงต้องทดลองกันในการกรีดยางเดือน พค ) เพราะยางข้น 60% ทำออกมาแล้วหมอนมันจะแข็งเกิน ที่ตัวโมลหรือแม่แบบจะต้องทำเป็นแท่งเล็กโด่ขึ้นมากให้กะจ่ายโดยรอบ เพื่อให้เกิดช่องว่างของเนื้อหมอน ซึ่งจะทำให้เกิดการนุ่มยืดยุ่นพอดี (อันนี้ผมได้ทดลองหนุนหมอนที่ทำตามสูตรตุ๊กตาแล้วมันแข็งเกินไป และด้วยเนื้อมันแน่นมากๆ มันจึกหนักกว่าหมอนยางพาราที่ขายๆ กัน และมันก็มีช่องว่างอย่างที่ผมว่ามาด้วยละครับ แต่ถ้าเราจะใช้น้ำยาง 30% มันอาจจะเบา (คือไม่เปลืองตัวเนื้อยางอีกด้วย) และนิ่มพอดี โดยไม่ต้องทำโพรงช่องว่างในเนื้อหมอเลยก็เป็นได้ละครับ จากอ่านๆ ดูการที่ทำเป็น ยางข้น 60% นั้นมันคุ้มทุนในการเก็บและการขนส่งมากกว่า 30% แค่นั้นเองละครับ คือพวกสูตรที่ใช้กับยางข้น 60% ตรงนี้เราอาจจะปรับให้เหมาะกับยาง 30% ด้วยการทดลองของเราเองก็น่าจะทำได้
ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเพิ่มมูลค่าของยางที่จะกรีดเป็นอะไรดี? ถึงจะขายได้น่ะครับ เอาแบบที่ไม่ค่อยมีใครทำ และที่ราคาแพงๆ หน่อย แบบทำยากๆ น่ะครับ เพราะแบบทำง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ มีขายกันเกล่อเช่น พวกยางปูพื้นรถหรืออะไรจำพวกนี้ ผมไม่ยากทำครับ
นี่คือรูปแบบโปรดักตัวนึงที่ผมคิดอยากจะทำออกมาขายในราคาหารสองจากในท้องตลาด เพื่อให้คนขับรถไกลแล้วปวดหลังได้ทดลองกันดู มันหายขาดอย่างไม่น่าเชื่อครับ จะเห็นว่าในเนื้อหมอนที่จะเอาวางไว้ที่ส่วนหลังเรานั้นมันมีรูเป็นช่องว่างอยู่ รูนี้ออกแบบมาเพื่อนอกจากระบายอากาศแล้ว มันจะทำให้การกระเด้งยืดหยุนตัวพอดีอีกด้วย :whistling และตอนนี้ผมเพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าผมผสมน้ำยางเพื่อตีให้มันฟูได้ครั้งละน้อยเกินไปที่จะทำที่นอนหกคูณหกฟุทสูงฟุทนึงไม่ได้ในครั้งเดียวนั้น ผมคิดว่าจะทำขนาดยาวหกฟุทสูงฟุทเดียวกว่าสักสองสามนิ้ว แล้วก็จะทำอีกหลายๆ อันวางเรียงกันจนได้ที่นอนตามที่ผมต้องการได้ แล้วอาจใช้ผ้ารัดที่นอนนี้ไว้โดยรอบ ที่นี้ที่นอนผมจะมีคุณสมบัติที่ดีอีกสิ่งหนึ่งคือ ถ้าที่นอนนอนกันสองคน อีกคนหนึ่งนอนดิ้น คนที่นอนข้างจะไม่รู้สึกสะเทือนครับ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนไปหาซื้อที่นอนที่เมืองทอง แต่ผมไม่ได้ซื้อมัน เพราะมันแพงมั๊กๆ ครับ :'( :'( :'(
(http://s2.uppic.mobi/image-C1EB_4F339928.jpg)
-
ลืมอ่านบรรทัดล่างไปเหมือนกันครับ เหลือกินเราก็เราทำไวน์สับปะรดเอาไว้กินก็ได้นิ
-
O0 ไปพืชสวนโลกกับคณะเลยไม่ได้แวะชิมกาแฟครับ...คิดถึงน้องภู :secret
-
O0 ไปพืชสวนโลกกับคณะเลยไม่ได้แวะชิมกาแฟครับ...คิดถึงน้องภู :secret
ตอนนี้ผมย้ายมาอยู่กันที่บ้านภูซางโดยส่วนใหญ่แล้วละครับ จะชิมกาแฟต้องวางแผนขึ้นภูชี้ฟ้าละได้ชิมแน่นอนครับ บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากภูชี้ฟ้าครับ ตอนแรกจริงๆ เลยผมคิดย้านกันเพราะลำพูนอากาศร้อนกว่าภูซางประมาณ 5 องศาซีเห็นจะ และบางช่วงเวลาอาจมากกว่านี้อีก เมื่อตอนย้ายไปอยู่ลำพูนใหม่ๆ ก็ว่ามันดีกว่า กทม เยอะแล้ว แต่กลับมาบ้านแฟนทุกปี พบทุกครั้งที่มาว่าภูซางอากาศดีกว่าลำพูนเยอะครับ และยิ่งมาพบว่าสวนยางถูกกรีดแบบไม่ถูกต้องมาเป็นปีที่สองแล้ว จึงต้องอยู่ดูแลเองจะดีกว่า เพราะยางกะลังราคาดีด้วยละครับ :yahoo ลองมาดูที่นี่บ้างครับ น่าอยู่กว่าลำพูนครับ ห้องเครื่องเสียงตอนนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่ผมกลับไม่ค่อยมีเวลาฟังซะอีก K] K] K]
หลังจากท่องเวปไปหาความรู้เรื่องปุ๋ยชีวะภาพ พรุ่งว่าจะลุยกันเลย เพราะเมื่อเย็นไปได้ขี้วัวตากแห้งมาแล้วและผมก็มีซังข้าวโพดและซากต้นถั่วลิสงกองใหญ่ และกากน้ำตาลพร้อม EM ว่าจะเตรียมหมักไว้ โดยวิธีขุดหลุม จะดีกว่าการกั้นคอกไหม? (มันยุ่งยากว่าขุดหลุมนะผมว่า? ขอถาม อ. โก้ ถึงข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบนี้หน่อยครับ) ผมไม่ค่อยเห็นคนทำแบบขุดหลุมกันเลย แต่คล้ายจะเคยเห็นในโทรทัศน์นานมากแล้วด้วย :-\ และขอถามสิ่งสำคัญอีกอย่างคือผมเกือบจะใส่ปุ๋ยต้นยาง 5 ที่กำลังแตกใบอ่อน เจอในเนทเวปหนึ่งเค้าห้ามเด็ดขาดว่าตอนยางแตกใบอ่อนห้ามใส่ปุ๋ย มันจริง ถูกต้องตามในนั้นหรือไม่? หรือผมใส่ได้เลยครับ (เกษตรกรมือไหม่บางครั้งอ่านจากหลายที่แล้วมันขัดกัน เลยตัดสินใจทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ครับ K])
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2FDA_4F3494F1.jpg)
เมื่อ อ. โก้ ยังไม่เข้าห้องสอน ซึ่งผมต้องเข้าอบรมย์เรื่องการใช้ปุ๋ยในสวนยางวันที่ 21 นี้แล้ว เมื่อคืนเข้าไปอ่านการทำปุ๋ยชีวภาพเอง ร้อนวิชา อยากจะจุดตะเกียงไปขุดหลุมทำปุ๋ยกันเลยละ :yahoo ผมเอาวัดถุดิบตามสิ่งที่หาได้ง่ายๆ และทำตามที่ผมคิดเองแบบมั่วว่า เราจะขุดหลุม ไม่ทำกแพงหรือกะบะ เพราะเรามีจุดที่พื้นดินมีความซื้นพอเหมาะอยู่แล้ว (ขี้เกลียดลดน้ำว่างั้นเถอะ) รายละเอียดตามในรูปครับ ผมมีซังข้าวโพดและซากถั่วลิสงอยู่เป็นกองสูงเป็นภูเขาครับ เย็นนี้กะว่าจะเอาอีเอ็มที่ผมใส่ลงไปในกาาน้ำตาลไปลาดอีกทีแล้วจะเอาซังข้าวโพดและซากถั่วลิสงถมลงไปอีกอย่างละชั้น แล้วจึงถมด้วยดินที่ขุดขึ้นมา แต่จะให้มีช่องหายใจไว้บ้าง กะให้ดินทำหน้าที่กดซากต่างๆ ให้แน่น ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะใช้ได้ คงทำรอให้วิทยากรไปดูและและนำว่าที่ทำมาต้องแก้ไขอะไรบ้าง? แต่ผมคงต้องไปตรวจอุณภูมิใต้กองปุ๋ยนี้กันทุกวัน ถ้าไม่ร้อนขึ้นก็อาจจะต้องใส่อีเอ็มยี่ห้อใหม่ลงไปอีก คิดวางแผนไว้แบบนี้ อ. โก้ ถ้าเข้ามาอ่านโปรดแนะนำต่อด้วยครับ d_d :drunk
-
ขออภัยใส่รูปผิดครับ (http://s2.uppic.mobi/image-42AD_4F349937.jpg)
-
และขอถามสิ่งสำคัญอีกอย่างคือผมเกือบจะใส่ปุ๋ยต้นยาง 5 ที่กำลังแตกใบอ่อน เจอในเนทเวปหนึ่งเค้าห้ามเด็ดขาดว่าตอนยางแตกใบอ่อนห้ามใส่ปุ๋ย มันจริง ถูกต้องตามในนั้นหรือไม่? หรือผมใส่ได้เลยครับ (เกษตรกรมือไหม่บางครั้งอ่านจากหลายที่แล้วมันขัดกัน เลยตัดสินใจทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ครับ K])
ตรงนั้น น่าจะใช้คำว่า อย่าเพิ่งใส่ตอนยางแตกใบอ่อนมากกว่า"ห้าม"ตอนยางแตกใบอ่อนห้ามใส่ปุ๋ย ครับ
รออีกนิดค่อยใส่ตอนดอกเริ่มร่วงครับ....ทางนี้ส่วนใหญ่ใส่ตอนฝนมาแล้ว(ให้ดินฉ่ำก่อน)
แต่ผมใส่ตอนดอกเริ่มร่วงครับ ทำไม? แล้วจะไม่บำรุงลูกยางหรือ...ไม่ครับ ดอกร่วงแทบไม่ติดลูกเลยครับ
อนุมานว่า ต้นไม้ที่ใช้ลูกผลสืบพันธุ์ ออกลูกเพราะเป็นระบบการป้องกันตัวเองสูญพันธุ์(จะตาย),ไม้ผล มะม่วง-เงาะ ฯลฯ ทำไมได้ฝนแล้วสลัดดอก-ลูก?, ทำไมงดให้ปุ๋ยกันช่วงนั้น, ปีไหนไผ่ออกดอกปีนั้นแล้งจัด(จนไผ่ตาย) แล้วถ้ามันไม่คิดว่าตัวเองจะสูญพันธุ์(จะตาย)ล่ะจะเป็นอย่างไร?
รออีกนิดค่อยใส่ปุ๋ยเคมีตอนดอกเริ่มร่วงครับ
ปุ๋ยหมักสำคัญที่กลับกองครับ พอเป็นหมักในหลุมนี่เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลยครับ :D :D คือนึกไม่ออกว่าจะกลับกองยังไง(กลับยาก)
EM เหมาะกับอะไรที่เป็นน้ำๆเแฉะๆครับ ทำปุ๋ยหมักแบบนี้สารเร่ง พด.12 เหมาะกว่านะครับ
..........
เดี๋ยวตอนอบรมเรื่องปุ๋ย(ถ้ามีเรื่องปุ๋ยหมักด้วย)ก็คงมีพด.12แจกครับ ไม่งั้นก็ขอรับได้ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินในพื้นที่ครับ
.....
อีกนิด ไหนๆก็พูดถึงเงาะแล้วบอกไว้เลยดีกว่าเดี๋ยวจะผมลืมบอกไป อย่ากินเงาะ(จับใบจับลูก)ก่อนออกไปกรีด-เก็บน้ำยางนะครับ น้ำยางจะนอนเร็วกว่าปกติ(มาก)ครับ
ใบ-ลูก(ทั้งเม็ดทั้งเปลือก)เงาะนี่มีฤทธิ์เป็นกรดครับ เอามาดองน้ำไว้ทำน้ำส้มฆ่ายางได้ครับ น้ำยางที่โดนฝนจนทำแผ่นไม่ได้ ต้องทำขี้ ก็รูดๆขยำใบเงาะใส่ลงไป รับรองว่าเป็นเนื้อยางจนน้ำใสเลยครับ
-
อาจารย์ไม่อยู่ผมมั่วจนพลาดไปจนได้ คงต้องพยายามกลับมันให้ได้ละครับ แต่ที่ตรงนั้นอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่มีร่มและเป้นที่รุ่มน้ำปล่อยน้ำมาขังได้ครับ จะเห็นว่าผมใช้พั่วแทงขุดดินอย่างสะบาย ใช้พั่วนี่สะดวกกว่าใช้จอบเยอะ เดี๋ยวจะใช้พั่วกลับหน้าปุ๋ยหมักก็ได้นะครับ คือซังข้าวโพดมันค่อนข้างเปลื่อยมากๆ แล้ว และซากถั่วก็กรอบแห้งร่วนเมื่อเราเหยียบครับ ที่ตรงนี้ค่อนข้างชื้นเกือบจะแฉะจนผมไม่ต้องรดน้ำได้เลยครับ อีกสองสามวันคงรู้ว่า EM ทำงานหรือไม่? หรือพรุ่งนี้เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผมจะเอาไม้ทิ่มลงไปแล้วเอาปรอทวัดอุณภูมิดูเทียบกับใต้ดินข้างหลุมที่ตำแหน่งลึกเท่าๆ กัน ว่าแตกต่างกันเท่าไร?
ผมพอจับจากที่ อ. โก้ได้สอนไว้ว่าสิ่งสำคัญเราต้องไม่ให้ยางออกลูกให้ได้ โดยปุ๋ยตังกลางไม่ควรมากนัก ไม่น่าจะมากว่า 5 (ควรใส่หลังดอกน่วงจนหมด ผมเคยคิดว่าไม่อยากให้มันมีลูกจะเอาไม้ไปไร่หวดมันให้ลูกร่วงให้กหมด) และต้องระวังตัวหน้าไม่ให้มากด้วย เพราะจะทำให้ปลอกที่งอกใหม่หลังกรีดปูดออกมามากทำให้กรีดซ้ำยาก จึงไม่ควรจะเกิน 20 ซึ่งผมก้คิดว่าจะใส่ปุ๋ยเคมีน้อยไว้ดีกว่า แล้วเน้นที่การใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพเอา ถูกต้องไหมครับ
เมื่อผมมาอยู่ใหม่ๆ ผมถามชาวบ้าน ว่าเค้าใช้ปุ๋ยอะไรกัน และรู้สึกว่าพี่สาวแฟนก็ใช้ ผลคือลูกยางมีกันตั้งแต่ปลูกได้สามปี แล้วไปโทษคนขายว่าใช้ยางตาสอย แต่ผมพอสรุปได้แล้วว่าเค้าใช้ปุ๋ยกันผิด ตัวกลางเยอะเกินไปทำให้ยากออกลูกดกกันตั้งแต่อายุยังน้อย มันเลยไม่ค่อยโต เรื่องนี้ผมรู้มาตั้งแต่เด็กว่า ควรเด็ดลูกทิ้งตอนต้นมันเล็กๆ มิเช่นนั้นต้มไม้นั้นมันจะไม่โต
เรื่องเงาะนี่เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ผมเข้าใจว่าการสั่งสมความรู้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของพ่อนั้นมันสำคัญมากๆๆๆ คนที่นี่ยังเข้าใจอะไรที่ผิดๆ อีกเยอะ จนผมไม่ยากจะคุยเรื่องเกี่ยวกับกับชาวบ้านแถวนี้เพราะพูดไปเค้าก็ไม่เชื่อเราเพราะเรามาใหม่ และคุยไปเราก็ไม่ได้ความรู้ที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับวิทยากรที่ยังพูดภาษาเหนือ ผมคิดว่าผมแค่รับฟังแต่ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์ แต่การที่ค้นไปในเวปก็ไม่ค่อยได้อะไรลึกๆ ครับ ผมคิดว่าที่ อ. เอามาบอกเอามาสอนนี้นั้น แน่นที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมาตามเวปต่างแล้วละครับ เช่นจะหาเรื่องการฝนหมีดที่ไหนไม่ได้ละเอียดเท่าที่นี่ไม่มีอีกแล้วววว :yahoo :yahoo :yahoo
-
อาจารย์ไม่อยู่ผมมั่วจนพลาดไปจนได้ คงต้องพยายามกลับมันให้ได้ละครับ แต่ที่ตรงนั้นอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่มีร่มและเป้นที่รุ่มน้ำปล่อยน้ำมาขังได้ครับ จะเห็นว่าผมใช้พั่วแทงขุดดินอย่างสะบาย ใช้พั่วนี่สะดวกกว่าใช้จอบเยอะ เดี๋ยวจะใช้พั่วกลับหน้าปุ๋ยหมักก็ได้นะครับ คือซังข้าวโพดมันค่อนข้างเปลื่อยมากๆ แล้ว และซากถั่วก็กรอบแห้งร่วนเมื่อเราเหยียบครับ ที่ตรงนี้ค่อนข้างชื้นเกือบจะแฉะจนผมไม่ต้องรดน้ำได้เลยครับ อีกสองสามวันคงรู้ว่า EM ทำงานหรือไม่? หรือพรุ่งนี้เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผมจะเอาไม้ทิ่มลงไปแล้วเอาปรอทวัดอุณภูมิดูเทียบกับใต้ดินข้างหลุมที่ตำแหน่งลึกเท่าๆ กัน ว่าแตกต่างกันเท่าไร?
ผมพอจับจากที่ อ. โก้ได้สอนไว้ว่าสิ่งสำคัญเราต้องไม่ให้ยางออกลูกให้ได้ โดยปุ๋ยตังกลางไม่ควรมากนัก ไม่น่าจะมากว่า 5 (ควรใส่หลังดอกน่วงจนหมด ผมเคยคิดว่าไม่อยากให้มันมีลูกจะเอาไม้ไปไร่หวดมันให้ลูกร่วงให้กหมด) และต้องระวังตัวหน้าไม่ให้มากด้วย เพราะจะทำให้ปลอกที่งอกใหม่หลังกรีดปูดออกมามากทำให้กรีดซ้ำยาก จึงไม่ควรจะเกิน 20 ซึ่งผมก้คิดว่าจะใส่ปุ๋ยเคมีน้อยไว้ดีกว่า แล้วเน้นที่การใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพเอา ถูกต้องไหมครับ
เมื่อผมมาอยู่ใหม่ๆ ผมถามชาวบ้าน ว่าเค้าใช้ปุ๋ยอะไรกัน และรู้สึกว่าพี่สาวแฟนก็ใช้ ผลคือลูกยางมีกันตั้งแต่ปลูกได้สามปี แล้วไปโทษคนขายว่าใช้ยางตาสอย แต่ผมพอสรุปได้แล้วว่าเค้าใช้ปุ๋ยกันผิด ตัวกลางเยอะเกินไปทำให้ยากออกลูกดกกันตั้งแต่อายุยังน้อย มันเลยไม่ค่อยโต เรื่องนี้ผมรู้มาตั้งแต่เด็กว่า ควรเด็ดลูกทิ้งตอนต้นมันเล็กๆ มิเช่นนั้นต้มไม้นั้นมันจะไม่โต
เรื่องเงาะนี่เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ผมเข้าใจว่าการสั่งสมความรู้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของพ่อนั้นมันสำคัญมากๆๆๆ คนที่นี่ยังเข้าใจอะไรที่ผิดๆ อีกเยอะ จนผมไม่ยากจะคุยเรื่องเกี่ยวกับกับชาวบ้านแถวนี้เพราะพูดไปเค้าก็ไม่เชื่อเราเพราะเรามาใหม่ และคุยไปเราก็ไม่ได้ความรู้ที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับวิทยากรที่ยังพูดภาษาเหนือ ผมคิดว่าผมแค่รับฟังแต่ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์ แต่การที่ค้นไปในเวปก็ไม่ค่อยได้อะไรลึกๆ ครับ ผมคิดว่าที่ อ. เอามาบอกเอามาสอนนี้นั้น แน่นที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมาตามเวปต่างแล้วละครับ เช่นจะหาเรื่องการฝนหมีดที่ไหนไม่ได้ละเอียดเท่าที่นี่ไม่มีอีกแล้วววว :yahoo :yahoo :yahoo
ตัวหน้าเท่าไหร่รอดูผลวิเคราะห์ดินอีกทีครับ ถ้ามาไม่ทันดอกยางลองพิจารณาสูตรที่ผมเคยบอกไปนะครับ เดี๋ยวพัสดุไปถึงแล้วได้อ่านเอกสารการเรียนการสอน(ปัจจุบันยังใช้อยู่)ที่ถ่ายเอกสารไปแล้วจะร้อง"เฮ้ย!! ทำไมมันไม่เหมือนเอกสารที่อบรมมา" เดี๋ยวนี้ยังมีคนใช้ปุ๋ยสูตร 1-2-3-4-5-6 (ตามเอกสาร)อยู่ครับ ไม่ใช่ว่าทางนี้ไม่มีดินทรายแป้งนะครับ มีมากเหมือนกันครับ
ปุ๋ยในแปลงที่เปิดกรีดแล้วผมแนะนำแบบนี้ครับ ปุ๋ยหลักให้ใช้เคมี(ตั้งใจให้เป็นอาหารและเติมธาตุ)อย่าใช้ซ้ำสูตรกันเกิน2ปี ถึงแม้ว่าใช้แล้วยางออกดีก็ตาม...อันนี้เกี่ยวกับหน้ายาง-เปลือกงอกใหม่ครับ ลดปัญหายางหน้าตายนึ่งไม่มีน้ำยาง แล้วใช้ปุ๋ยอินทรีย์(ที่ทำเอง...ถ้าไม่ทำเองไม่ต้องซื้อมาใส่...ตอนนี้เริ่มทำน้ำหมักชีวภาพเตรียมไว้ได้แล้วครับ)เพื่อบำรุงดิน-เติมช่องว่างเพื่อเพิ่มอากาศในดิน เป็นปุ๋ยรองครับ ปุ๋ยอินทรีย์ต้องใส่เยอะมากๆๆๆถึงจะพอเป็นอาหารให้ยางได้ครับ(สังเกตุข้างกระสอบสิครับ) หาแหล่งโดโลไมต์เตรียมไว้ด้วยนะครับ
ส่วนยางเล็กก็รอดูผลวิเคราะดินก่อน แต่คิดว่า 20-10-12 ปีแรก 1กก./ต้น/ปี แบ่งใส่ให้ได้ปีละ2ครั้งเป็นอย่างน้อย น่าจะเหมาะกับทางนั้นครับ....อ้าว!!แล้วตัวกลางตั้ง10ลูกไม่ดกเหรอ...(ฮิฮิ..ตั้งคำถามไว้ให้เลย) ยางปีแรก-2ปียังไม่เป็นลูกครับ ปีที่3ถ้าลูกดกค่อยแก้เอาครับ(ถึงเวลาเปลี่ยนสูตรลดตัวกลางพอดี)
ปุ๋ยทำหน้าที่2อย่างครับ คือเป็นทั้งอาหารของพืชและเป็นตัวเติมธาตุที่ขาดไปให้กับดิน (อาจขาดอยู่เดิมๆหรือขาดไปเพราะพืชเอาไปใช้ก็แล้วแต่) ดังนั้นปุ๋ยยางตัวกลางจึงให้เป็น 0 ไม่ได้ ทั้งๆที่เราไม่อยากได้ลูกยางอย่างที่คุณPinijเคยสงสัยครับ...เหตุผลนี้จึงเป็นคำตอบครับ
เรื่องยางทางนั้นลูกดกนี่ได้ยินมานานแล้วและยังพูดถึงอยู่ไม่ขาดครับ เป็นเรื่องเล่าตลกๆกัน(แต่น่าจะมีเค้าอยู่) เล่ากันว่า ยาง2-3ปีออกลูก คนทางนั้นดีใจกันยกใหญ่ คือคิดว่าที่ทำๆมาได้ผลดีแล้ว อีกไม่นาน(ตามที่รู้ๆกัน)จะได้เปิดกรีดแล้ว...ใครเป็นคนไปเห็น? ชาวบ้านแบบผมหรือปล่าว? ไปเห็นแล้วทำอะไรบ้าง?
....ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้แล้วชี้ ชี้แล้วไม่รู้ รู้แล้วชี้ ยังใช้ได้อยู่เสมอ ทำของเราให้ได้ดีแล้วจะมีคนเข้ามาหาเองครับ
-
อาจารย์ไม่อยู่ผมมั่วจนพลาดไปจนได้ คงต้องพยายามกลับมันให้ได้ละครับ แต่ที่ตรงนั้นอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่มีร่มและเป้นที่รุ่มน้ำปล่อยน้ำมาขังได้ครับ จะเห็นว่าผมใช้พั่วแทงขุดดินอย่างสะบาย ใช้พั่วนี่สะดวกกว่าใช้จอบเยอะ เดี๋ยวจะใช้พั่วกลับหน้าปุ๋ยหมักก็ได้นะครับ คือซังข้าวโพดมันค่อนข้างเปลื่อยมากๆ แล้ว และซากถั่วก็กรอบแห้งร่วนเมื่อเราเหยียบครับ ที่ตรงนี้ค่อนข้างชื้นเกือบจะแฉะจนผมไม่ต้องรดน้ำได้เลยครับ อีกสองสามวันคงรู้ว่า EM ทำงานหรือไม่? หรือพรุ่งนี้เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผมจะเอาไม้ทิ่มลงไปแล้วเอาปรอทวัดอุณภูมิดูเทียบกับใต้ดินข้างหลุมที่ตำแหน่งลึกเท่าๆ กัน ว่าแตกต่างกันเท่าไร?
ผมพอจับจากที่ อ. โก้ได้สอนไว้ว่าสิ่งสำคัญเราต้องไม่ให้ยางออกลูกให้ได้ โดยปุ๋ยตังกลางไม่ควรมากนัก ไม่น่าจะมากว่า 5 (ควรใส่หลังดอกน่วงจนหมด ผมเคยคิดว่าไม่อยากให้มันมีลูกจะเอาไม้ไปไร่หวดมันให้ลูกร่วงให้กหมด) และต้องระวังตัวหน้าไม่ให้มากด้วย เพราะจะทำให้ปลอกที่งอกใหม่หลังกรีดปูดออกมามากทำให้กรีดซ้ำยาก จึงไม่ควรจะเกิน 20 ซึ่งผมก้คิดว่าจะใส่ปุ๋ยเคมีน้อยไว้ดีกว่า แล้วเน้นที่การใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพเอา ถูกต้องไหมครับ
เมื่อผมมาอยู่ใหม่ๆ ผมถามชาวบ้าน ว่าเค้าใช้ปุ๋ยอะไรกัน และรู้สึกว่าพี่สาวแฟนก็ใช้สูตร 15-15-15 (ผมลืมพิมพ์ลงเมื่อตอบที่แล้วครับ) K]ผลคือลูกยางมีกันตั้งแต่ปลูกได้สามปี แล้วไปโทษคนขายว่าใช้ยางตาสอย แต่ผมพอสรุปได้แล้วว่าเค้าใช้ปุ๋ยกันผิด ตัวกลางเยอะเกินไปทำให้ยากออกลูกดกกันตั้งแต่อายุยังน้อย มันเลยไม่ค่อยโต เรื่องนี้ผมรู้มาตั้งแต่เด็กว่า ควรเด็ดลูกทิ้งตอนต้นมันเล็กๆ มิเช่นนั้นต้มไม้นั้นมันจะไม่โต
เรื่องเงาะนี่เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ผมเข้าใจว่าการสั่งสมความรู้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของพ่อนั้นมันสำคัญมากๆๆๆ คนที่นี่ยังเข้าใจอะไรที่ผิดๆ อีกเยอะ จนผมไม่ยากจะคุยเรื่องเกี่ยวกับกับชาวบ้านแถวนี้เพราะพูดไปเค้าก็ไม่เชื่อเราเพราะเรามาใหม่ และคุยไปเราก็ไม่ได้ความรู้ที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับวิทยากรที่ยังพูดภาษาเหนือ ผมคิดว่าผมแค่รับฟังแต่ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์ แต่การที่ค้นไปในเวปก็ไม่ค่อยได้อะไรลึกๆ ครับ ผมคิดว่าที่ อ. เอามาบอกเอามาสอนนี้นั้น แน่นที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมาตามเวปต่างแล้วละครับ เช่นจะหาเรื่องการฝนหมีดที่ไหนไม่ได้ละเอียดเท่าที่นี่ไม่มีอีกแล้วววว :yahoo :yahoo :yahoo
ตัวหน้าเท่าไหร่รอดูผลวิเคราะห์ดินอีกทีครับ ถ้ามาไม่ทันดอกยางลองพิจารณาสูตรที่ผมเคยบอกไปนะครับ เดี๋ยวพัสดุไปถึงแล้วได้อ่านเอกสารการเรียนการสอน(ปัจจุบันยังใช้อยู่)ที่ถ่ายเอกสารไปแล้วจะร้อง"เฮ้ย!! ทำไมมันไม่เหมือนเอกสารที่อบรมมา" เดี๋ยวนี้ยังมีคนใช้ปุ๋ยสูตร 1-2-3-4-5-6 (ตามเอกสาร)อยู่ครับ
ปุ๋ยในแปลงที่เปิดกรีดแล้วผมแนะนำแบบนี้ครับ ปุ๋ยหลักให้ใช้เคมี(ตั้งใจให้เป็นอาหารและเติมธาตุ)อย่าใช้ซ้ำสูตรกันเกิน2ปี ถึงแม้ว่าใช้แล้วยางออกดีก็ตาม...อันนี้เกี่ยวกับหน้ายาง-เปลือกงอกใหม่ครับ ลดปัญหายางหน้าตายนึ่งไม่มีน้ำยาง แล้วใช้ปุ๋ยอินทรีย์(ที่ทำเอง...ถ้าไม่ทำเองไม่ต้องซื้อมาใส่...ตอนนี้เริ่มทำน้ำหมักชีวภาพเตรียมไว้ได้แล้วครับ)เพื่อบำรุงดิน-เติมช่องว่างเพื่อเพิ่มอากาศในดิน เป็นปุ๋ยรองครับ ปุ๋ยอินทรีย์ต้องใส่เยอะมากๆๆๆถึงจะพอเป็นอาหารให้ยางได้ครับ(สังเกตุข้างกระสอบสิครับ)
ปุ๋ยทำหน้าที่2อย่างครับ คือเป็นทั้งอาหารของพืชและเป็นตัวเติมธาตุที่ขาดไปให้กับดิน (อาจขาดอยู่เดิมๆหรือขาดไปเพราะพืชเอาไปใช้ก็แล้วแต่) ดังนั้นปุ๋ยยางตัวกลางจึงให้เป็น 0 ไม่ได้ ทั้งๆที่เราไม่อยากได้ลูกยางอย่างที่คุณPinijเคยสงสัยครับ...เหตุผลนี้จึงเป็นคำตอบครับ
เรื่องยางทางนั้นลูกดกนี่ได้ยินมานานแล้วและยังพูดถึงอยู่ไม่ขาดครับ เป็นเรื่องเล่าตลกๆกัน(แต่น่าจะมีเค้าอยู่) เล่ากันว่า ยาง2-3ปีออกลูก คนทางนั้นดีใจกันยกใหญ่ คือคิดว่าที่ทำๆมาได้ผลดีแล้ว อีกไม่นาน(ตามที่รู้ๆกัน)จะได้เปิดกรีดแล้ว...ใครเป็นคนไปเห็น? ชาวบ้านแบบผมหรือปล่าว? ไปเห็นแล้วทำอะไรบ้าง?
....ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้แล้วชี้ ชี้แล้วไม่รู้ รู้แล้วชี้ ยังใช้ได้อยู่เสมอ ทำของเราให้ได้ดีแล้วจะมีคนเข้ามาหาเองครับ
เข้าใจมากขึ้นละครับ เรื่องน้ำหมักนี่สคัญกว่าหรือดีกว่าปุ๋ยชีวภาพเลยหรือครับ? ควรหมักวัดถุดิบอะไรดีครับ? ใช้ทางไหนครับ ใบ หรือราก? เดี๋ยวคืนนี้ตะเวณค้นเรื่องนี้ต่อ d_d :drunk
-
คุณ PINIJ มี่ที่สอนชงกาแฟที่แนะนำไม๊ครับ พอดีคุยกับเพื่อนว่าจะเปิดบูทขายกาแฟที่ตลาดนัด ทำเองสนุกๆ
ที่คุณPINIJแนะนำเรื่อง espresso ละเอียดดีมากครับ แต่ถ้าทำขายคงต้องทำได้ทุกตัวทั้ง ลาเต้ คาปูชิโน ฯลฯ กับพวกโกโก้
-
อาจารย์ไม่อยู่ผมมั่วจนพลาดไปจนได้ คงต้องพยายามกลับมันให้ได้ละครับ แต่ที่ตรงนั้นอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่มีร่มและเป้นที่รุ่มน้ำปล่อยน้ำมาขังได้ครับ จะเห็นว่าผมใช้พั่วแทงขุดดินอย่างสะบาย ใช้พั่วนี่สะดวกกว่าใช้จอบเยอะ เดี๋ยวจะใช้พั่วกลับหน้าปุ๋ยหมักก็ได้นะครับ คือซังข้าวโพดมันค่อนข้างเปลื่อยมากๆ แล้ว และซากถั่วก็กรอบแห้งร่วนเมื่อเราเหยียบครับ ที่ตรงนี้ค่อนข้างชื้นเกือบจะแฉะจนผมไม่ต้องรดน้ำได้เลยครับ อีกสองสามวันคงรู้ว่า EM ทำงานหรือไม่? หรือพรุ่งนี้เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผมจะเอาไม้ทิ่มลงไปแล้วเอาปรอทวัดอุณภูมิดูเทียบกับใต้ดินข้างหลุมที่ตำแหน่งลึกเท่าๆ กัน ว่าแตกต่างกันเท่าไร?
ผมพอจับจากที่ อ. โก้ได้สอนไว้ว่าสิ่งสำคัญเราต้องไม่ให้ยางออกลูกให้ได้ โดยปุ๋ยตังกลางไม่ควรมากนัก ไม่น่าจะมากว่า 5 (ควรใส่หลังดอกน่วงจนหมด ผมเคยคิดว่าไม่อยากให้มันมีลูกจะเอาไม้ไปไร่หวดมันให้ลูกร่วงให้กหมด) และต้องระวังตัวหน้าไม่ให้มากด้วย เพราะจะทำให้ปลอกที่งอกใหม่หลังกรีดปูดออกมามากทำให้กรีดซ้ำยาก จึงไม่ควรจะเกิน 20 ซึ่งผมก้คิดว่าจะใส่ปุ๋ยเคมีน้อยไว้ดีกว่า แล้วเน้นที่การใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพเอา ถูกต้องไหมครับ
เมื่อผมมาอยู่ใหม่ๆ ผมถามชาวบ้าน ว่าเค้าใช้ปุ๋ยอะไรกัน และรู้สึกว่าพี่สาวแฟนก็ใช้สูตร 15-15-15 (ผมลืมพิมพ์ลงเมื่อตอบที่แล้วครับ) K]ผลคือลูกยางมีกันตั้งแต่ปลูกได้สามปี แล้วไปโทษคนขายว่าใช้ยางตาสอย แต่ผมพอสรุปได้แล้วว่าเค้าใช้ปุ๋ยกันผิด ตัวกลางเยอะเกินไปทำให้ยากออกลูกดกกันตั้งแต่อายุยังน้อย มันเลยไม่ค่อยโต เรื่องนี้ผมรู้มาตั้งแต่เด็กว่า ควรเด็ดลูกทิ้งตอนต้นมันเล็กๆ มิเช่นนั้นต้มไม้นั้นมันจะไม่โต
เรื่องเงาะนี่เป็นความรู้ใหม่จริงๆ ผมเข้าใจว่าการสั่งสมความรู้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของพ่อนั้นมันสำคัญมากๆๆๆ คนที่นี่ยังเข้าใจอะไรที่ผิดๆ อีกเยอะ จนผมไม่ยากจะคุยเรื่องเกี่ยวกับกับชาวบ้านแถวนี้เพราะพูดไปเค้าก็ไม่เชื่อเราเพราะเรามาใหม่ และคุยไปเราก็ไม่ได้ความรู้ที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับวิทยากรที่ยังพูดภาษาเหนือ ผมคิดว่าผมแค่รับฟังแต่ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซนต์ แต่การที่ค้นไปในเวปก็ไม่ค่อยได้อะไรลึกๆ ครับ ผมคิดว่าที่ อ. เอามาบอกเอามาสอนนี้นั้น แน่นที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมาตามเวปต่างแล้วละครับ เช่นจะหาเรื่องการฝนหมีดที่ไหนไม่ได้ละเอียดเท่าที่นี่ไม่มีอีกแล้วววว :yahoo :yahoo :yahoo
ตัวหน้าเท่าไหร่รอดูผลวิเคราะห์ดินอีกทีครับ ถ้ามาไม่ทันดอกยางลองพิจารณาสูตรที่ผมเคยบอกไปนะครับ เดี๋ยวพัสดุไปถึงแล้วได้อ่านเอกสารการเรียนการสอน(ปัจจุบันยังใช้อยู่)ที่ถ่ายเอกสารไปแล้วจะร้อง"เฮ้ย!! ทำไมมันไม่เหมือนเอกสารที่อบรมมา" เดี๋ยวนี้ยังมีคนใช้ปุ๋ยสูตร 1-2-3-4-5-6 (ตามเอกสาร)อยู่ครับ
ปุ๋ยในแปลงที่เปิดกรีดแล้วผมแนะนำแบบนี้ครับ ปุ๋ยหลักให้ใช้เคมี(ตั้งใจให้เป็นอาหารและเติมธาตุ)อย่าใช้ซ้ำสูตรกันเกิน2ปี ถึงแม้ว่าใช้แล้วยางออกดีก็ตาม...อันนี้เกี่ยวกับหน้ายาง-เปลือกงอกใหม่ครับ ลดปัญหายางหน้าตายนึ่งไม่มีน้ำยาง แล้วใช้ปุ๋ยอินทรีย์(ที่ทำเอง...ถ้าไม่ทำเองไม่ต้องซื้อมาใส่...ตอนนี้เริ่มทำน้ำหมักชีวภาพเตรียมไว้ได้แล้วครับ)เพื่อบำรุงดิน-เติมช่องว่างเพื่อเพิ่มอากาศในดิน เป็นปุ๋ยรองครับ ปุ๋ยอินทรีย์ต้องใส่เยอะมากๆๆๆถึงจะพอเป็นอาหารให้ยางได้ครับ(สังเกตุข้างกระสอบสิครับ)
ปุ๋ยทำหน้าที่2อย่างครับ คือเป็นทั้งอาหารของพืชและเป็นตัวเติมธาตุที่ขาดไปให้กับดิน (อาจขาดอยู่เดิมๆหรือขาดไปเพราะพืชเอาไปใช้ก็แล้วแต่) ดังนั้นปุ๋ยยางตัวกลางจึงให้เป็น 0 ไม่ได้ ทั้งๆที่เราไม่อยากได้ลูกยางอย่างที่คุณPinijเคยสงสัยครับ...เหตุผลนี้จึงเป็นคำตอบครับ
เรื่องยางทางนั้นลูกดกนี่ได้ยินมานานแล้วและยังพูดถึงอยู่ไม่ขาดครับ เป็นเรื่องเล่าตลกๆกัน(แต่น่าจะมีเค้าอยู่) เล่ากันว่า ยาง2-3ปีออกลูก คนทางนั้นดีใจกันยกใหญ่ คือคิดว่าที่ทำๆมาได้ผลดีแล้ว อีกไม่นาน(ตามที่รู้ๆกัน)จะได้เปิดกรีดแล้ว...ใครเป็นคนไปเห็น? ชาวบ้านแบบผมหรือปล่าว? ไปเห็นแล้วทำอะไรบ้าง?
....ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้แล้วชี้ ชี้แล้วไม่รู้ รู้แล้วชี้ ยังใช้ได้อยู่เสมอ ทำของเราให้ได้ดีแล้วจะมีคนเข้ามาหาเองครับ
เข้าใจมากขึ้นละครับ เรื่องน้ำหมักนี่สคัญกว่าหรือดีกว่าปุ๋ยชีวภาพเลยหรือครับ? ควรหมักวัดถุดิบอะไรดีครับ? ใช้ทางไหนครับ ใบ หรือราก? เดี๋ยวคืนนี้ตะเวณค้นเรื่องนี้ต่อ d_d :drunk
เรื่องน้ำหมักนี่สคัญกว่าหรือดีกว่าปุ๋ยชีวภาพเลยหรือครับ?
ดีกว่าในเรื่องง่ายกว่าครับ ทั้งตอนทำและตอนใช้ ลองดูแล้วก็ได้ผลดีครับ(ตั้งแต่กรีดยางเองใช้มาทุกปี)ผมสาด(ที่ดิน)ให้ทั่วแปลงตอนฝนตกหนัก(ขี้เกียจ) เพื่อบำรุงดินครับ(ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอาหารตรงๆ)คือพอดินมีโพรงอากาศ(ร่วน)รากก็ออกไปหากินได้กว้างขึ้น(และมากขึ้น) เพราะถนนหนทางมันสะดวกขึ้นแบบนั้นน่ะครับ ผมเคยเอาดินขี้ค้างคาวมาวางไว้ที่กลางร่องทั้งกระสอบ(ไม่ได้หว่านเพราะช่วงนั้นยุ่งอยู่หลายเรื่อง) พอว่างจะหว่าน ผ่ากระสอบออกมา รากยางเต็มไปหมดครับ จะหว่านก็หว่านไม่ได้เพราะมันเปียกเป็นดินก้อนไปแล้ว คือเหมือนกับเค้าจะรู้น่ะครับว่าโรงอาหารอยู่ที่ไหน ทีนี้ถ้าไม่มีถนนไปก็ไม่ได้กิน แบบนั้นครับ...ผมนี่เปรียบเทียบเรื่องกินเก่งจัง ฮิฮิ
ส่วนปุ๋ยหมัก(ซากพืช)นั่นจะดีกว่าตรงที่มีไฟเบอร์ที่ทำให้ดินมีโพรงอากาศได้มากกว่า + ธาตุอื่นๆจากซากพืชครับ
ควรหมักกับของฟรีครับ ฮิฮิ จริงๆนะครับไม่ได้พูดเล่น...แบ่งเป็น3ถัง (รายละเอียดอื่นๆคงหาอ่านได้ทั่วไป)
1.เศษอาหารที่มีทั้งพืชและสัตว์ จากในบ้านก็ได้หรือพวกร้านส้มตำไม่ไกลบ้านก็ได้ครับ
2.เศษผัก-ผลไม้(เปลือกสับปะรด)รวมๆหลายชนิด(จากตลาดสด เอาเข่งไปวางไว้ให้แม่ค้า)
3. สัตว์ พวกไส้ไก่ ไส้ปลา-หัวปลา หัวกุ้ง (จากตลาดสด เอาถังไปวางไว้ให้แม่ค้า)
วางให้ห่างๆบ้านหน่อยนะครับ ในสวนยาง(ที่ร่ม-ห่างบ้าน)ก็ได้ครับ ช่วงแรกๆนี่เหม็นหน่อย(ถังที่3ไส้ไก่นี่ตัวเหม็นเลย) 2-3เดือนก็ไม่ค่อยเหม็นแล้วครับ หมักข้ามปีนี่ติดมาทางหอม(แปลกๆ)แล้วครับ
ถ้าใส่ตอนยังเหม็นอยู่จะเหม็นติดสวนอยู่3-4คืนครับ
เคยมีคน(ไม่อยากบอกเลย...ญาติผู้พี่อีกแล้ว)พ่นทางใบนะครับ ปีเดียวเลิก เพราะลำบากครับ
....ทำไมต้องแยก3ถัง...(ถามไว้ให้ก่อนเลย ฮิฮิ)
ระยะเวลาได้เอามาใช้แต่ละถังไม่เท่ากัน ถังผักได้ใช้ก่อนตามมาด้วยถังเศษอาหารและถังสัตว์ มีใช้ต่อเนื่องตลอดปีครับ
-
ที่จริงๆ นั้น ผมคิดว่าไม่ต้องน้ำยางข้นถึง 60% ก็น่าจะทำได้ดีกว่าอีกด้วย
วันนั้นอาจารย์ผู้สอน พูดถึง DRC 10% ด้วยครับ
-
เรื่องน้ำหมักผมก็เคยอ่านและเคยทำกับพวกไม้ดอกไม่ค่อยได้ผล เดี๋ยวลองดูไหม่อีกครั้งครับ คือจากที่เคยอ่านมามันจะช่วยให้ดินมีฮิวมัสขึ้นมา ดินดีขึ้น แต่พอผมมาคิดว่า ถ้าไม่มีไฟเบอร์ (เหมือนเห็น อ. ใช้คำนี้) คือดูดินที่ปลูกยางใหม่แล้วมันมีแต่ทรายไม่มีดินหรือจะเรียกว่าไฟเบอร์น่ะมันมีน้อยมากๆ ผมเลยคิดว่าจะทำปุ๋ยหมักซากพืชที่มีอยู่แล้ว มาใส่ เพราะตอนเอาน้ำเข้าดินที่เป็นทรายมันขุดง่ายมากๆ เลย แค่เอาเท้าปาดมันยังเป็นหลุมเลยละครับ ดินที่นี่คงจะแย่จริงๆ ละครับอาจารย์ (ที่จริง อ. โก้ ถือเป็นอาจารย์ตัวจริงของผมในเรื่องของยางพารา)
แต่ในสวนที่มันมีใบยางตกอยู่เต็มไปหมด น่าจะเอาน้ำหมักลาดเพื่อในมันย่อยสลายน่าจะดีครับ
ปล. จะถามหลายครั้งแล้วพอเข้ามาเขียนลืมถามทุกที คือขณะเอาน้ำเข้าสวน บริเวณรอบต้นยางต้นอ่อนนั้นดินมันแฉะเละไปเหมือนโคลน เราไม่ควรไปถอนหญ้าหรือเข้าไปเหยียบใกล้ๆ ต้นใช่หรือไม่ครับ? ผมอยากจะดายหญ้ายังไม่กล้าทำเลยครับ กลัวรากมันสะเทือนน่ะครับ
เรียนคุณโอมห์ตอบทางพีเอ็มแล้วนะครับ
ปล. อีกครั้ง DRC 10% ก็เอามาทำหมอนได้หรือครับ
-
เรื่องน้ำหมักผมก็เคยอ่านและเคยทำกับพวกไม้ดอกไม่ค่อยได้ผล เดี๋ยวลองดูไหม่อีกครั้งครับ คือจากที่เคยอ่านมามันจะช่วยให้ดินมีฮิวมัสขึ้นมา ดินดีขึ้น แต่พอผมมาคิดว่า ถ้าไม่มีไฟเบอร์ (เหมือนเห็น อ. ใช้คำนี้) คือดูดินที่ปลูกยางใหม่แล้วมันมีแต่ทรายไม่มีดินหรือจะเรียกว่าไฟเบอร์น่ะมันมีน้อยมากๆ ผมเลยคิดว่าจะทำปุ๋ยหมักซากพืชที่มีอยู่แล้ว มาใส่ เพราะตอนเอาน้ำเข้าดินที่เป็นทรายมันขุดง่ายมากๆ เลย แค่เอาเท้าปาดมันยังเป็นหลุมเลยละครับ ดินที่นี่คงจะแย่จริงๆ ละครับอาจารย์
แต่ในสวนที่มันมีใบยางตกอยู่เต็มไปหมด น่าจะเอาน้ำหมักลาดเพื่อในมันย่อยสลายน่าจะดีครับ
ปล. จะถามหลายครั้งแล้วพอเข้ามาเขียนลืมถามทุกที คือขณะเอาน้ำเข้าสวน บริเวณรอบต้นยางต้นอ่อนนั้นดินมันแฉะเละไปเหมือนโคลน เราไม่ควรไปถอนหญ้าหรือเข้าไปเหยียบใกล้ๆ ต้นใช่หรือไม่ครับ? ผมอยากจะดายหญ้ายังไม่กล้าทำเลยครับ กลัวรากมันสะเทือนน่ะครับ
เรียนคุณโอมห์ตอบทางพีเอ็มแล้วนะครับ
ปล. อีกครั้ง DRC 10% ก็เอามาทำหมอนได้หรือครับ
ตายล่ะ!! เข้าใจผิดแล้วครับ ขออนุญาตเอา PM ที่อาจทำให้คุณPinijเข้าใจผิดขึ้นมาด้วยนะครับ (เพิ่งเข้าไปอ่านซ้ำ)
ไม่ใช่นะครับ ผมไม่ได้เป็นอาจารย์สอนเกษตรฯครับ ใน PM ที่บอกว่า "สอนพืชสวนอยู่" คือผู้ประสานงานให้ผมครับ
ภาษาสื่อสารของผมนี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ K] K] ขอโทษที่ทำให้คุณPinijเข้าใจผิดนะครับ
และเรื่องที่ให้เชื่อและนำไปใช้ได้เลย ก็ขอให้พิจารณาหรือทดลองก่อนเชื่อนะครับ แต่ยืนยันว่าเรื่องที่ให้ทดลองก็ไม่มีอะไรเสียหายครับ(เคยบอกไปแล้วว่า ไม่ได้บอกให้เชื่อ ขอให้ทดลอง) ไม่มีคำแนะนำใดๆหรือของใครเหมาะสมกับของๆเราเท่ากับเราพิจารณา(บนความถูกต้องของข้อมูล)ของเราเองครับ
ที่ผมตอบๆเล่าๆ(+แนะนำ)คุณPinij ไปก็ได้มาจาก เกิดปัญหากับตัวเอง(มาก)เหมือนคุณPinijตอนนี้แหละครับ แต่ผมมีผู้รู้-อาจารย์ผู้สอนเรื่องพืชสวนโดยตรง-นักวิชาการ(สถานีทดลองฯ)-คนทำกล้ายาง-พ่อค้า ฯลฯอยู่ใกล้ตัว ทำให้ปัญหามันง่ายขึ้นที่จะหาคำตอบ ครับ
สังเกตุนะครับว่า ผมจะใช้เรื่องเล่า ที่เกิดจากตัวเองและได้ถามได้รู้ได้เห็นเป็นตัวอย่างซะมากกว่าเรื่องทางวิชาการครับ อย่างเรื่องปุ๋ยลูกดกนั่นก็ได้มาจาการถามนี่แหละครับ
...........
ตอบถามนะครับ
ยางอ่อนไม่เป็นไรหรอกครับ ขั้นตอนการปลูกสำคัญกว่ามาก (ไม่ต้องแกะถุง แค่กรีดปากถุง-ท้ายถุง)
DRC 10% ไม่แน่ใจว่าเจาะจงไปที่ทำหมอนหรือปล่าวนะครับ แต่ที่แน่ๆต้องผ่านขั้นตอนให้ลาเท็กซ์เจือจางลงก่อนครับ ไม่ได้ตั้งใจฟังประเด็นนี้ เพราะอยากเจาะไปที่ตัวเครื่องและสารบางอย่างมากกว่าครับ
ขอโทษอีกครั้งครับ K] K] รบกวนคุณPinijช่วยลบข้อความที่อาจทำให้คนอื่นที่เข้ามาอ่านเข้าใจผิดให้ด้วยนะครับ(ที่ผม quote ข้อความมาก็ลบแล้วครับ)
-
ที่จริงผมยังติดใจอีกสิ่งหนึ่งที่ลืมเขียนถามไป คือ ทำไม? เลือก BPM24 ไม่ปลูก RRIM 600 เหมือนคนอื่นๆ
ตอนนั้นญาติผู้พี่(คนที่พ่นน้ำหมัก)เค้าทำกล้ายางBPM24อยู่ครับ มาใหม่กำลังดังเหมือน251ตอนนี้
เหตุผล2ข้อครับ ช่วยพี่น้องกันและกำลังดังครับ (ญาติผู้พี่ของผมมากหน่อย เพราะปู่มีลูก7คน คุณพ่อผมเป็นคนที่5 ญาติผู้พี่ทุกคนเกี่ยวข้องกับยาง มีญาติผู้น้อง4คน ไม่ได้ทำเรื่องยาง)
BPM24 มีข้อเสียที่ หน้ายางเปลือก2 งอกใหม่ช้ามากๆๆๆ(เทียบกับRRIM600) มีโอกาสกรีดซ้ำหน้า3ได้น้อยครับ หน้ายางตายนึ่งมาก ของผมทั้งแปลง(12ไร่)ราวๆ20ต้น ถือว่าน้อยมาก เทียบกับเจ้าอื่นที่ตายนึ่งกันมากเป็นครึ่งแปลงก็มี(แต่เจ้าที่ผมเคยเล่าไปว่าโค่นหลังเปิดกรีดไม่ถึงปีนั่น RRIM600ครับ) กรีดซ้ำหน้า2น้ำยางลดลงราวๆ15-20%
ข้อดีคือ เปอร์เซ็นต์ยางแห้ง(DRC)สูงเสมอตลอดปี(40-43%) รากดีไม่ล้มง่าย
-
รอคำแนะนำเรื่องน้ำมักอย่างแรงครับ กะว่าจะทำกันเลยในวันนี้ครับ ผมมีกล้วยสุกที่หน้าบ้านหลายเคลือกินไม่ทันในตอนนี้ เห็นว่าหน่อมันก็ใช้ได้ด้วย (ต้นมันเยอะเกินต้องตัดออกซะบ้าง) พวกใบผักแก่ๆ ส่วนที่กินไม่ได้ก็มีเยอะครับ แต่พวกถังหมักพาสติกมันแพงจัง มีอะไรถูกๆ แนะนำให้ซื้อมาใส่น้ำหมักได้บ้างครับ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะใส่อะไรหมักครับ :-\
-
ถัง... หาดูตามร้านขายของเก่าครับ ถังสี ถังน้ำมัน ถังผงซักฟอก น่าจะได้ในราดีกว่าซื้อถังใหม่
-
ถัง... หาดูตามร้านขายของเก่าครับ ถังสี ถังน้ำมัน ถังผงซักฟอก น่าจะได้ในราดีกว่าซื้อถังใหม่
กู๊ดไอเดียครับ ทำเป็นถังย่อย ยกใส่ไชด์คาร์ง่ายดีด้วย เดี๋ยววิ่งไปร้านของเก่าดีกว่า :yahoo
-
ค้นไปค้นมาเจอสิ่งที่ อ. โก้ เคยแนะนไว้เลยครับ
กรีดยางพาราแบบ"รอยกรีดสั้น" เทคเนิคง่ายๆภูมิปัญญาชาวพังงา
ผลการศึกษาระบุว่า การปลูกยางพาราจะสามารถกรีดน้ำยางได้ 25 ปี นั่นหมายถึงการกรีดยางพาราโดยทั่วไปคือ กรีดครึ่งหนึ่งของเส้นรอบลำต้น ล่าสุด สุวรรณ สกุลวงศ์สุเมธ เกษตรกรชาวสวนยางพาราจากหมู่ 7 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา แนะเคล็ดลับการกรีดยางพาราแบบ "รอยรีดสั้น" กรีดเพียง 1 ใน 4 ของเส้นรอบวงของลำต้น ผลออกมามีผลผลิตน้ำยางไม่แตกต่างกัน แต่มีข้อดีจะทำให้อายุการกรีดยางพารายาวขึ้น ที่สำคัญต้นยางพาราไม่โทรมเร็วอีกด้วย
สุวรรณ บอกว่า ได้ทดลองกรีดยางพาราแบบรอยกรีดสั้นมาหลายปีแล้ว พบว่าเป็นผลดีต่อต้นยางพาราและเจ้าของยางพาราเองอย่างแน่นอน เพราะเมื่อก่อนเกษตรกรจะนิยมกรีดยางพาราต่อเมื่อมีอายุ 7 ปี จะรีดช่วงสูงจากพื้นราว 150 เมตร เวลากรีดจะลากรอยยาวครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงลำต้น เอียง 30 องศา เพื่อให้น้ำยางไหลลงถ้วย พอกรีดเกือบถึงพื้นก็เปลี่ยนไปกรีดอีกด้านหนึ่งที่ยังไม่ได้กรีด ส่วนที่กรีดหน้าแรกจะใช้เวลา 10-12 เปลือกยางพาราจะขึ้นใหม่ และได้กรีดเป็นรอบสอง แต่ตอนหลังเกษตรกรเริ่มทำสวนยางพารามากขึ้น ทำให้เจ้าของสวนยางไม่ได้กรีดเอง ต้องจ้างคนอื่น โดยการแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ คือเจ้าของได้ 60% ลูกจ้างได้ 40%
"ปัญหามีอยู่ว่า พอเราจ้างคนอื่นมา ลูกจ้างต้องการให้ได้ผลผลิตมาก โดยไม่คำนึงว่าต้นยางจะโทรมเร็ว บางทีกรีดลึก เปลือกหนา ส่งผลให้อายุการกรีดสั้นลงก่อนกำหนด ตอนหลังมีบางรายกรีดแบบรอยกรีดสั้นลงคือ 1 ใน 3 ของเส้นรอบวง แต่ผลผลิตก็ไม่น้อยลง ผมเลยลองกรีดสั้นกว่า คือ 1 ใน 4 ของเส้นรอบวง เอียง 22 องศา พบผลผลิตใกล้เคียง ที่สำคัญเมื่อเปลือกต้นยางที่ไม่ถูกกรีดเหลือยู่ 3 ส่วน จะทำให้รากดูดส่งปุ๋ยและน้ำส่งผ่านลำต้นไปยังใบใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ต้นยางพาราได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเปลือกยางกรีดน้อย ต้นยางพารา 1 ต้น สลับกรีดได้ 4 หน้า ต่อไปอายุการกรีดยางต้องยาวขึ้นแน่นอน" สุวรรณ กล่าวอย่างมั่นใจ
ด้าน อุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับวงการยางพารามายาวนาน และลงพื้นที่ดูเทคนิคการกรีดยางพาราแบบรอยกรีดสั้น ซึ่งเป็นแบบฉบับชาวบ้านของ สุวรรณ บอกว่า เป็นเทคนิคที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง สะดวกต่อการกรีดที่ใช้เวลาน้อยลง การสิ้นเปลืองของเปลือกต้นยางพาราก็น้อยลง เพราะส่วนที่ไม่ได้กรีดที่เหลืออีก 3 ส่วนนั้น เป็นส่วนที่เหลือมากพอ ที่เมื่อรากดูดน้ำและอาหารผ่านไปยังลำต้นยางพาราได้ ต่อไปจึงมั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรได้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็นการช่วยรักษาหน้ายางได้เป็นอย่างดี ขณะที่ต้นยางพาราก็สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้โดยไม่โทรมเร็วด้วย
"ตอนนี้ยางพาราราคาแพง ชาวสวนยางพาราที่ปลูกในโครงการขยายพื้นที่ปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ในภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มกรีดกันแล้ว บางรายกรีดทั้งที่อายุยังไม่ถึง จะส่งผลให้ต้นยางโทรมเร็ว เมื่อเราห้ามชาวบ้านไม่ได้ ผมนึกว่าวิธีนี้น่าจะช่วยได้ ต้นยางอาจโทรมช้ากว่า จึงอยากให้ทางการหรือหน่วยงานของรัฐทดสอบอย่างเป็นทางการ หรือศึกษาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเราหยุดชาวสวนยางไม่ให้กรีดยางก่อนกำหนดไม่ได้ เราควรหาวิธีการช่วยเหลืออย่างอื่น" นายอุทัย กล่าว
ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย ย้ำด้วยว่า ถึงเวลาที่หน่วยราชการจะต้องทำการศึกษาการเปลี่ยนระบบการกรีดยางจากกรีด 1 ใน 2 ของเส้นรอบวงลำต้นมาใช้เป็น 1 ใน 4 เปลี่ยนองศากรีดจากเดิม 30 องศา มาเป็น 22 องศา มีดที่ใช้กรีดจะต้องเปลี่ยนเป็นมีดที่ใช้มีเบอร์เล็กและเปลี่ยนวิธีการใส่ปุ๋ยยางให้มีความถี่ขึ้นจากปกติ 6 เดือนครั้ง เพื่อเจ้าของสวนยางกับต้นยางอยู่ด้วยนานกว่าที่เป็นอยู่อีกด้วย
นับเป็นเทคนิคง่ายๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยี เกษตรกรสามารถไปปฏิบัติได้ทันที ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับชาวสวนยางพาราในยุคนี้
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555) http://www.kasetporpeang.com/
และการปล่อยให้มีต้นหญ้าในสวนยาง http://www.youtube.com/watch?v=8nYrFmRPrCM&feature=related
-
เนื่องจากเวลาที่ผมกลับไปค้นกระทู้เก่าๆ ของผม เพื่อหาข้อมูลบางอย่างในนั้นยากส์ส์ส์...มั๊กๆๆๆๆ เลยนำนำมาแปะไว้ในนี้เพื่อความสะดวกในการค้นของผมและเพื่อนบางคนที่สนใจในเรื่องที่ผมได้เขียนไว้ในเวบนี้นะครับ d_d :drunk
โมดิฟาล์ย EL 84 PP-Amp ของ HEATHKIT AA-151 http://www.htg2.net/index.php?topic=70779.0
845PP Amp 100W ระดับม้าตอนนี้กลายร่างเป็น 211PP 250W ระดับช้างไปแล้ว & MC StepupTran. http://www.htg2.net/index.php?topic=76720.0
โปรเจ็คทำตู้ลำโพงกีต้าร์ และตัวกีตาร์ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=77861.0
และผมอยากจะเอาคลิปวิธีชงกาแฟมาให้คุณโอมห์และเพื่อนๆ ที่ชงกาแฟดื่มเองได้ปรับปรุงการชงกาแฟให้อร่อยมากขึ้น หรือคิดจะเปิดร้านใหม่ก็จะสามารถดูกันได้เลยนะครับ คลิปนี้ผมได้ทำให้เห็นกันตั้งเริ่มบดจนถึงกาแฟไหลออกมาจนหยดสุดท้ายกันเลย ซึ่งการทำแบบครบขั้นตอนแบบนี้ ผมยังไม่เคยทำออกมาให้ดูกันก่อมหน้านี้ บางคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ คำบอกเล่าหรือจะสู้เห็นด้วยตาจะชัดเจนมากกว่าครับ :) :) :)
แต่ขอบอกก่อนเลยว่าคลิปนี้ผมยังบดกาแฟละเอียดไปคลิกหนึ่ง K] สังเกตุน้ำจะเริ่มออกมาช้ากว่าการบดที่มีความละเอียดพอดี ปรกติต้องไม่หยดก่อนไหลแบบนี้นะครับ มันควรจะเริ่มไหล แล้วก็ไหลติดต่อกันแบบไม่ขาดช่วง หรือออกมาเป็นหยดๆ ก่อนแบบนี้ (คงเคยเห็นกันมาแล้วในคลิปที่ถูกต้องที่ผมทำให้ดูกันหลายๆ ครั้งมาแล้ว คลิปนี้จะบอกถึงความผิดพลาดไปบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อย ซึ่งถือว่ายังสอบผ่านครับ คือยังไม่ถึงกับเหม็นไหม้ แต่กาแฟผมอัดมากกว่านี้ก็ยังไม่เหม็นครับ พีเบอร์รี่เหม็นไหม้ยาก แต่ถ้าเป็นแบบเม็ดซีก ถ้าชงแบบนี้กลิ่นไหม้ออกมาแน่ๆ ครับ) การบดที่ละเอียดเกินไปเพียงเล็กน้อย ลองสังเกตุดูอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ค่อยจะดีคือ ครีมม่ามันจะคืนเป็นน้ำเร็วมากกว่าปรกติ โดยเราดูตรงก้นแก้วจะเห็นว่าน้ำสีดำๆ ไล่สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเราบดผงกาแฟพอดีเหมาะสมและกดแทมเปอร์พอดี ครีมม่าจะยังคงรูปนานกว่านี้ (ลองดูคลิปการชงดีๆ ที่เคยเอามาให้ดูเปรียบเทียบกันนะครับ)
แน่นอนการชงแบบนี้รสชาดต้องด้อยลงไปอย่างแน่นอนครับ กาแฟจะมีมวลเนื้อบาง และติดจะขมมากขึ้นจากปรกติอีกนิดๆ (แต่บางท่านอาจจะชอบ คือพวกที่ชอบกาแฟขมๆ) หรืออาจมีกลิ่นเหม็นไหม้ออกมาด้วย :nono
ให้สังเกตุดูการวางแทมเปอร์ของผมบนผงกาแฟในฟิลเตอร์ ผมจะวางเบาๆ แล้วหมุนแทมเปอร์ให้ผงกาแฟมันเรียบเสมอกัน โดยห้ามใส่แรงกดลงไปเป็นเด็ดขาด แค่หมุนแบบคุมไม่ให้แทมเปอร์ไม่เอียงแค่นั้นพอ ด้วยน้ำหนักแทมเปอร์หนึ่งกิโลกรัมก็เกิดแรงกดอย่างเหลือเฝือสำหรับกาแฟดีๆ ครับ (เครื่องบดก็ต้องดีด้วยนะ)
ก่อนหน้าผมชงชอตนี้เป็นซ็อทที่ล้มเหลวของผมนะครับ ผมเลยไม่ได้เอามาให้ดูกัน คือผมโชว์การหมุนแทมเปอร์นานไปหน่อย หมุนหลายรอบ และเอียงแทมเปอร์ไปมาให้ดูว่าการเอียงเป็นอย่างไร ซึ่งมันก็แค่เอียงเล็กน้อยและหมุนนานไปเล็กน้อย (นานกว่าคลิปนี้แค่ใช้เวลาเท่าตัวเอง คงประมาสิบวินาทีได้มั้ง ปรกติหมุนแค่ประมาณห้าวินาที) ปรากฏว่าน้ำกาแฟไม่ยอมไหลกันเลยละครับ
และก่อนหน้านั้นผมปรับละเอียดมากกว่าในคลิปนี้ไปอีกเบอร์หนึ่ง (สรุปงานนี้ผมปรับเครื่องบดมากไปสองคลิกนะครับ คือในคลิปที่เอามาให้ดูกันนี้ มันก็ยังบดละเอียดเกินไปคลิกนึงน่ะครับ) น้ำกาแฟก็ไม่ไหลเหมือนกัน สรุปแล้วผมทำพลาดไปสองครั้ง ครั้งที่สามที่เอาคลิปมาโชว์ให้ดูกันนี้ก็ยังแค่พอใช้ได้ เพราะสาเหตุมันมาจากการคั่วในระดับมิเดี่ยมที่ผิดจากที่คั่วทุกๆ วันที่มันคั่วแก่กว่านี้น่ะครับ (คือนานๆ จะมีคนที่สั่งระดับมีเดียม) ผมก็เลยลืมปรับเครื่องบดครับ ที่บอกเล่ามาซะยาวก็เพื่อเป็นการเตือนใจผู้ที่จะเปิดร้านขายกาแฟมือใหม่ๆ นะครับ ถ้าชงกาแฟไม่ได้ตามสะเป็กต้องเททิ้งอย่างเดียว อย่าให้มันหลุดไปถึง ปลายจมูก ปลายลิ้น และลำคอของลูกค้า :secret d_d :drunk
http://www.youtube.com/v/aCDwigpTp4o&feature=youtu.be
-
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000016999 บ. พักพวกกันโดนไฟไหม้ซะแล้ว :cry2 :cry2 :cry2 ถ้าหาข้อมูลไม่ได้กะว่าจะขอไปฝึกวิชากับเค้าอยู่เชียว (คิดว่าน่าจะทำประกันไฟไว้ เพราะไฟไหม้เคยเกิดมาครั้งนึงแล้ว)
อ. โก้ครับ ได้รับของแล้วขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมได้ที่อยู่แล้ว รอรับกาแฟผมด้วยนะครับ ขออ่าน Sheet ก่อนนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยจะเข้ามาถามต่อ
ผลปรากฏว่าอ่านซีทเข้าใจได้เอง แต่พอมาดูหินลับหมีดแล้วเกิดงงขึ้นครับ หินหรืออะไร? สีขาวก้อนใหญ่สุด เอาเล็บมือขูดได้เลยละครับ เอาไว้ฝนขั้นสุดท้ายหรือไม่ครับ? หมีดอีอันที่ฝนมามันนั้นว่าจะเก็บไปเป็นที่ระลึกนะครับ เอาไว้เป็นตัวอย่างได้เลย O0 :victory ยางแผ่นที่เอามาให้ดูแฟนบอกว่าสีสวยและลายสวยลึกกว่าที่เมืองเหนือครับ มีกลิ่นควันไฟด้วย แสดงว่าใช้วิธีรมควันไม่ได้ใช้วิธีแค่ตากแดดเหมือนทางนี้ใช่หรือไม่ครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-B302_4F38E4B1.jpg)
-
ผมสรุปบอกเพื่อนๆเจ้าของ(หรือคิดจะสร้าง)สวนยางแบบนี้นะครับ
1.) ศึกษา-ตัดสินใจเลือกพันธุ์ยางแหล่งซื้อกล้ายางให้ดีไปดูถึงแปลงเพาะได้ยิ่งดี(ได้เห็นตอนทำเลยว่าดี-ไม่ดีอย่างไร) เลือกยางเลี้ยงถุง1-2ฉัตร เพราะดีกว่ายางตาเขียวทุกด้าน(ยกเว้นแพงกว่า) ยางตาเขียวให้ค่าจ้างติดตากันเป็นต้น คนติดตาก็สักแต่ทำให้เร็วเข้าว่า ไม่สนใจว่าคุณภาพออกมายังไง อย่าปลูกยาง3ฉัตรขึ้นไปเพราะต้นยางจะไม่สูง(ยางนั่ง)
2.) เตรียมพืนที่ปลูก ส่งดินไปวิเคราะห์(เพื่อกำหนดระยะของแถว-ต้น) ไถพรวน-ยกอกร่อง,ขุดหลุม คน-รถขุด ได้ผลเหมือนกัน ใส่ปุ๋ยก้นหลุม ปักไม้ม็อบ(หลัก)
3.) ปลูกกล้ายางถุง กรีดปากถุงแนวตั้ง 5-6รอย ลงมาประมาณ2นิ้ว(จากขอบดินในถุง) กรีดเปิดก้นถุงสูงประมาณ2นิ้วจากก้นถุง โตขึ้นรากยางจะลงลึก-ตีนช้างโต ไม่ล้มง่าย
4.) ดูแลยางอ่อนเรื่องตัดกิ่งตั้งแต่ยังเป็นยางอ่อน อย่าให้เถาวัลย์พันต้นยางเด็ดขาด(ยางเกร็น-ไม่มีน้ำยาง) ผูกคล้องต้นยางกับไม้ม็อบจนยางอายุเลย2ปีไปแล้ว(หมดอายุไม้ม็อบพอดี) ไม้ม็อบที่โละจากราวยางรมควัน(อันละ2-4บาท ตัดแบ่งได้2อัน)ทนดีมาก
5.) เลือกปลูกพืชแซมให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่-ดิน-น้ำ-แรงงาน และให้ผลตอบแทนดีที่สุด อย่าให้เสียพื้นที่และเวลา6-8ปีกับพืชคลุมเด็ดขาด ศึกษา-ตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้น(ไม้ผล-ไม้เศรษฐกิจ)เสริมเป็นพืชรองในช่วงยางอ่อนนี้เลย จะได้ไม่เสียเวลา
6.) อย่าไถพรวนเมื่อยางอายุเข้า4ปีไปแล้วเด็ดขาด
.....ช่วงยางอ่อนก่อนเปิดกรีด เราดูแลยางอย่างดี 2 เรื่องคือ ลำต้นและราก และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้มากที่สุด
7.) เปิดกรีดได้เมื่อยางมีขนาดลำต้น 50เซ็นต์ขึ้นไป ไม่ต้องรอให้ครบ6ปีก็ได้ ยางลำต้นโตไม่ถึง50ซ็นต์(ยาง5ปีลำต้นโต 50เซ็นต์ขึ้นไปก็เปิดกรีดได้) เปิดกรีดในช่วงกลางๆ-ท้ายฤดูของปีก่อนหน้าปีที่จะเปิดกรีดจริงๆ ศึกษา-ตัดสินใจเลือกการแบ่งหน้ายางเปิดกรีดเป็น3หน้าหรือ4หน้าให้ดี ยางหน้าสั้นให้น้ำยางน้อยกว่ายางหน้ายาว(จาการทดลองในสวนของผม)แต่แบ่งกรีด4หน้าจะได้ระยะเวลากรีดยางนานกว่ากันมาก(น้ำยางตลอดอายุหน้ายางได้มากกว่า) ต้นยาง-หน้ายางสมบูรณ์กว่ามาก กรีดง่าย-เร็วกว่ามาก....ถ้ามีอำนาจตัดสินใจและมองประโยชน์ของตัวเป็นหลักผมสรุปแบบนี้น่าจะถูกที่สุดแล้ว ถ้าเจ้าของสวนกรีดเองเปิดกรีดแบบแบ่ง4หน้า ถ้ารับจ้างกรีดเปิดกรีดแบบแบ่ง3หน้า(คนกรีดได้ส่วนแบ่งมาก เจ้าของก็พอใจที่ได้น้ำยางมาก ถ้ารอยกรีดหน้ายางดีก็ได้กรีดต่อไปเรื่อยๆ) ถ้าเป็นไปได้ให้เปิดกรีดที่ความสูงหน้ายางลดหลั่นกันไป(สัก30เซ็นต์)เช่น ต้นที่1-2 150เซ้นต์ฯ ต้นที่3-4 120เซ็นต์ฯ ไปเรื่อยๆ...ตอนยางหน้าต่ำจะได้ไม่เมื่อยมาก(ใครไม่เคยไม่รู้...ยิ่งยางหน้ายาว-ยิ่งตัวสูงยิ่งเมื่อย)
8.) เลือกสูตรปุ๋ย+ใส่ธาตุ(ปุ๋ย)เสริมจากผลวิเคราะห์ดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์(น้ำหมักฯ-ปุ๋ยหมักพืชสด)เพื่อบำรุงดินทุกปี ใส่โดโลไมต์ได้ทุกสภาพดิน ได้ผลดีกับดินที่มีphต่ำกว่า7(นอกจากทำให้ดินร่วนขึ้นแล้วยังลดความเป็นกรดของดินได้ดีแต่ไม่เพิ่มความเป็นด่างให้กับดิน(น้อยมากๆ)) โดโลไมต์ใส่เพื่อดินไม่ได้ใส่เพื่อต้นยาง(ถึงจะมีธาตุแม็กนีเซี่ยมอยู่)จึงต้องกำหนดน้ำหนักตามพื้นที่โดยพิจารณา(ใส่น้อยที่สุด)จากผลวิเคราะห์ดิน ดินในสวนยางที่โดนแดดเผา(ไม่มีหญ้า-พืชรอง)ต้องบำรุงด้วยสารอินทรีย์มากกว่าปกติ
9.) ใส่ปุ๋ยให้ถูกช่วงเวลา ยางอายุ3ปี-เปิดกรีดแล้ว ต้องใส่ในช่วงดอกยางเริ่มร่วงด้วย1ครั้งเพื่อคุมลูกยาง(เพิ่มช่วงดอกยางเริ่มร่วงด้วย1ครั้ง เท่ากับแบ่งใส่3ครั้ง/ปี)การให้น้ำยาง(DRC)จะดีขึ้น
10.) อย่าใช้ปุ๋ยสูตรซ้ำกันเกิน2ปีในสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว(หลีกเลี่ยงใช้ปุ๋ยเต็มสูตรลงให้น้อยที่สุด-ไม่ใช้ปุ๋ยเต็มสูตรเลย)....หน้ายางงอกเปลือกใหม่จะสมบูรณ์กว่ามาก ลดปัญหาเรื่องหน้ายางตายนึ่ง (ปุ๋ยเต็มสูตรคืออะไร สูตรไหนบ้างที่เป็นปุ๋ยเต็มสูตร ศึกษาเพิ่มได้ง่าย)
11.) ยางเปิดกรีดแล้วกำจัดวัชพืชด้วยวิธีถางด้วยเครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง-มีดพร้าดีกว่ารถไถตัดหญ้า ทั้งด้านคุณภาพ(สามารถตัดให้เหลือวัชพืชไว้คลุมดินได้)และการรักษารากยาง(ไม่ทำลายรากยาง)
11.) กรีดเองได้รับผล(เงิน)เต็ม100 แต่จ้างกรีดแบบแบ่งได้รับผลไม่เกิน50% ไม่ว่าจะแบ่งยังไงก็ตาม 70-30เจ้าของสวนก็ได้จริงไม่ถึง50%,6-4ขี้ปัน (60-40 ขี้ยางแบ่ง50-50)เจ้าของสวนก็ได้ไม่ถึง50%
12.) ระวังเรื่องไฟไหม้สวนยางในหน้าแล้ง ไฟไหม้สวนยางหมดเท่ากับนับหนึ่งใหม่ไม่มีโอกาสแก้ตัว ถ้าต้นเพลิงมาจากสวนเราเสียหาย X3 (สวนเรา-สวนเขา(หลายสวน)-ตอบแทนภายหลัง)
หลักๆ-ง่ายๆก็มีแค่นี้ครับ บางอย่างอาจขัด-บางอย่างสอดคล้อง-บางอย่างไม่มีหลักวิชาการ ทั้งหมดมาจากการสังเกตุ-สอบถาม-เรียนรู้ทดลองด้วยตัวเองครับ ทั้งนี้อยู่ที่ความพอใจของเจ้าของสวนเป็นหลัก....(ขอเล่าเสริมนิดนึง) เคยไปเห็นสวนยางที่สตูล(ของเพื่อนเราในHTG2นี่แหละ ^-^)ปลูกไม้ไผ่เป็นพืชรอง :o (ไผ่เป็นพืชที่แย่งปุ๋ยยางมาก)ด้วยความสงสัยเลยถามเจ้าของ(ตัวจริง)ไปว่า "ไซป่ะไม่ปลูกไอ้เอินล่ะ..มังคุด-ลองกองก้าได้"(ทำไมป่ะไม่ปลูกอย่างอื่น มังคุด-ลองกองก็ได้) ป่ะตอบมาทันควันว่า "ป่ะรักนิ ไม้ไผ่ฮั้น มั้นก้าไม่ได้เลวไปเสียทังเหม็ดเหลาโลก นี่ลำมั้นก้าขายได้เมื่อนและ แตแรกแท่วนี้ไม้ไผ่ทังเพ พอคนเข้ามาโย่มากมันโส่นแหม็ดนิ ถ้าป่ะไม่โปลกไว้นิตอไปซ่งไซ่เด็กไม่ได้เห่นไม่โหร่จักแหนๆ"(เพราะป่ะรัก(ไม้ไผ่)ก็ไม่ได้เลวไปเสียทั้งหมดหรอกลูก(แสดงว่าป่ะก็รู้เรื่องไผ่ในสวนยาง)ลำมันก็ขายได้เหมือนกัน เมื่อก่อนแถวนี้มีไม้ไผ่มาก พอคนเข้ามาอยู่กันมากๆมันก็สูญหายไปหมด ถ้าป่ะไม่ปลูกไว้ต่อไปสงสัยเด็กคงไม่ได้เห็นไม่รู้จักไม้ไผ่แน่ๆ) ใครเป็นลูกป่ะคนนั้น ออกมารายงานตัวหน่อย ..... :clap :clap
ขออนุญาตไม่ทำไฮไลท์นะครับอยากให้อ่านทุกๆตัวอักษร ยังไม่มีเรื่องโรคยางมาสรุปไว้ให้(ผมรู้น้อย)
-
เรื่องการไล่สัตว์ ในสวนยางด้วยครับ อ. โก้ จะไล่ยังไงดี ที่สวนผมมี งูบองหลา พังพอน หนูุ ขาบ มดคันร้อน ...น่ากลัวมากๆ ฉีดยาฆ่าหญ้าจะช่วยไล่ได้มั๊ยครับ
เรื่องไม่ไผ่ พันธุ์ที่น่าปลูกมากๆ คือไม่ไผ่ยักษ์เมืองน่านครับ ต้นใหญ่มากๆ หน่อใหญ่มากๆ O0
-
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000016999 บ. พักพวกกันโดนไฟไหม้ซะแล้ว :cry2 :cry2 :cry2 ถ้าหาข้อมูลไม่ได้กะว่าจะขอไปฝึกวิชากับเค้าอยู่เชียว (คิดว่าน่าจะทำประกันไฟไว้ เพราะไฟไหม้เคยเกิดมาครั้งนึงแล้ว)
อ. โก้ครับ ได้รับของแล้วขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมได้ที่อยู่แล้ว รอรับกาแฟผมด้วยนะครับ ขออ่าน Sheet ก่อนนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยจะเข้ามาถามต่อ
ผลปรากฏว่าอ่านซีทเข้าใจได้เอง แต่พอมาดูหินลับหมีดแล้วเกิดงงขึ้นครับ หินหรืออะไร? สีขาวก้อนใหญ่สุด เอาเล็บมือขูดได้เลยละครับ เอาไว้ฝนขั้นสุดท้ายหรือไม่ครับ? หมีดอีอันที่ฝนมามันนั้นว่าจะเก็บไปเป็นที่ระลึกนะครับ เอาไว้เป็นตัวอย่างได้เลย O0 :victory ยางแผ่นที่เอามาให้ดูแฟนบอกว่าสีสวยและลายสวยลึกกว่าที่เมืองเหนือครับ มีกลิ่นควันไฟด้วย แสดงว่าใช้วิธีรมควันไม่ได้ใช้วิธีแค่ตากแดดเหมือนทางนี้ใช่หรือไม่ครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-B302_4F38E4B1.jpg)
สีขาวก้อนใหญ่สุดนั่่นเป็นไขปลาวาฬครับ ลนไฟแล้วถู(หนาๆ)ที่ผ้าหรือหนังผัดมีดครับ ถ้าอุ่นหนังหรือผ้าก่อน ไขปลาวาฬจะเกาะดีขึ้นครับ เท่าที่ส่งไปก็ใช้ได้นานจนผ้าหรือหนังเปื่อยแล้วครับ มันซึม..(เรียกไม่ถูกอีกแล้ว น่าจะเรียก"ฝัง")เข้าเนื้อผ้า-หนังครับ
เป็นยางแผ่นรมควัน(แค่ชั้น3) ทางนี้ก็มีตากแดดครับแผ่นยางที่ได้เรียกว่า"ยางแผ่นดิบ" ยางรมควันเป็นยางสุก ตอนส่งออกก็อัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแล้วทาแป้งแมกนีเซียมผสมน้ำมันดีเซลกันความชื้นไว้เรียกว่า"ยางลูกขุน"ครับ อยากให้สังเกตุแบบนี้นะครับ ยางแผ่นเล็กบางดอกลึกจะถูกหักชื้นน้อยกว่า,ยางแผ่นใส(ยางแก้ว)ได้ราคาดีกว่ายางแผ่นสีทึบๆ แค่ไหน?ดูความสะดวกเหมาะสมของเรา(เช่น แผ่นบางลงจำนวนแผ่นมากขึ้นตากเก็บลำบาก แผ่นบางดอกลึกมอเตอร์ทำงานหนักขึ้นกินไฟมากขึ้น)เปรียบเทียบกับราคาที่เพิ่มขึ้น(คุ้ม-ไม่คุ้ม)ในพื้นที่นะครับ
ผมเดาว่าคุณPinijน่าจะใช้มอเตอร์หมุนจักรนะครับ ถ้าดอกตื้นก็กดจักรดอกลงได้อีกครับ(ดูตัวอย่างแผ่นยางที่ส่งไป)
ที่ส่งยางแผ่นรมควันไปให้เพราะตั้งใจจุดความคิดเรื่องรวมกลุ่มแปรรูปน้ำยางและยางแผ่นดิบเป็นยางแผ่นรมควันครับ ทางนั้นน่าจะรวมกลุ่มกันง่ายกว่าทางนี้ ทางนี้มีปัญหาเรื่องแรงงานครับ ตอนนี้แรงงาน(สหกรณ์ในอำเภอของผม)ทั้งหมดเป็นชาวอิสานครับ ต้นทุนผลิตบริหารอยู่ราวๆ6.5บาท/กก. ปีนึงๆได้กำไรหักค่าใช้จ่ายในรูปแบบบัญชี+เงินปันผลจากหุ้น 10%แล้ว ยังมีเงินเหลือมาเฉลี่ยคืนกลับให้สมาชิกราวๆ0.9-1.5บาท/กก. แนะนำว่าว่าถ้าจะทำ อาจเริ่มจากรับซื้อยางแผ่นดิบ-น้ำยางของสมาชิกแล้วขายต่อให้โรงงานโดยตรงไปก่อนก็ได้ เพราะลุงทุนน้อยกว่ามาก(ไม่ต้องมีโรงรม) เลียนแบบสหกรณ์ระดมเงินลงทุนในรูปแบบหุ้นของสมาชิกแต่อย่าจดทะเบียนสหกรณ์ เพราะมีระเบียบต่างๆเข้ามาควบคุมมาก มากเสียจนทำให้การบริหารจัดการยาก ต้องลักไก่กันอยู่หลายๆเรื่องครับ(แต่ถ้าจดทะเบียนสหกรณ์ก็จะมีเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์)
-
เรื่องการไล่สัตว์ ในสวนยางด้วยครับ อ. โก้ จะไล่ยังไงดี ที่สวนผมมี งูบองหลา พังพอน หนูุ ขาบ มดคันร้อน ...น่ากลัวมากๆ ฉีดยาฆ่าหญ้าจะช่วยไล่ได้มั๊ยครับ
เรื่องไม่ไผ่ พันธุ์ที่น่าปลูกมากๆ คือไม่ไผ่ยักษ์เมืองน่านครับ ต้นใหญ่มากๆ หน่อใหญ่มากๆ O0
ทาน้ำมันมวยตอนลงกรีดครับ พวกนี้ได้กลิ่นก็หนีไปเองครับ ถ้ามีทางเลือกอย่าฉีดหญ้าเลยครับ
ขาบอยู่ที่จอกยางน่าเสียวกว่าอยู่ที่ดิน(ตกใจจนโดนมีดบาดหลายคนแล้ว)
ที่น่ากลัวกว่าที่คุณtubeTronix ว่ามา(แต่ยังคิดไปไม่ถึง) เห็บครับ ไม่เห็นตัว แต่ถูกเห็บขบนี่จับไข้เดินขาเผลกตัดยางไม่รอดมาจังฮู้แล้วครับ
วิธีที่ดีที่สุดเท่าที่นึกออกตอนนี้คือ ให้มี"ลาว"(เดาว่าคุณtubeTronix เข้าใจความหมาย"ดี"พอ)ในพื้นที่มากๆ สัตว์พวกที่ว่าจะหมดไปเองครับ(กิ้งก่าแทบสูญพันธุ์) :cry2 :cry2
ถามเล่นๆดันตอบซะจริงจังเชียว :whistling
ว่าแต่...ใครกลัวหนูกลัวพังพอนครับ
ป.ล. ผมกลัวเพื่อนๆอ่านแล้วเข้าใจคำว่า"ลาว"ของผมผิดไป ลาวของคนใต้ไม่ได้หมายถึงคนอิสานครับ แต่หมายถึงคนต่างภาค(ทั้งคนภาคกลาง-เหนือ-อิสาน) คนใต้เรียกรวมว่า"ลาว"ครับ แต่คนใต้ที่ชอบกินของแปลกก็มีบ้างที่โดนเรียกว่าลาวครับ ไม่ได้เป็นการดูถูก-เหยียดหยามกันแต่อย่างใด
-
เห็บ กับ ไร พวกเดียวกันมั๊ยครับ ออกแนวคันๆ ....เป็นไปได้ไม่อยากใช้สารเคมีครับ อยากใช้สมุนไพรมากกว่า
เค้าว่าพังพอนมันช่วยฆ่างูเห่า แต่ผมไม่เคยเห็นสักที เคยดักได้กับกรงดักหนู ดุมากๆขู่แยกเขี้ยวตลอดเวลา เลี้ยงไม่เชื่อง เลยต้องเอาไปปล่อยในป่า ;D
คนที่กลัวหนู กลัวพังพอนไม่ใช่ผมครับ เป็น ว่าที่ ผบทบ. อะครับ ;D ;D ผมรักสัตว์ ครับ :-* หนูพุกตัวใหญ่มาก ดักจับได้ในสวนปาล์มหลายตัวเลยครับ แต่ไม่กล้ากิน :nonono
-
โย! ได้พวกสวนยางมาคุยเพิ่มอีกท่านนึงแระ c) ไขปลาวาลอย่างนี้เองหรือ? ตอนแรกนึกว่าเป็นหิน K] มันแข็งมั๊กๆ :black_eye นึกว่าลับหินสุดท้านคืออันนี้ แต่ที่จริงก็ใช่แหละ :secret แต่มันไม่ใช่หินแค่นั้น d_d :drunk
อ. โก้ ครับ ตอนนี้ผมไถที่ไว้เตรียมปลูกสับปะรดแล้วครับ คิดว่าเสาร์นี้จะไปหาแม่พันธ์ที่นางแลซะหน่อย ยังไม่รู้เลยว่าหน้านี้มันจะมีหรือเปล่า ไถดินเตรียมเก้อหรือเปล่ายังไม่รู้เลย :-\
แล้วสงใสอีกอย่างหินสีขาวใช่หินหรือกระเบื้องกันแน่ครับ?
-
หินก้อนล่างสุด ตรา3ดาวเป็นหินธรรมชาติเปล่า เคยคุยร้านขายส่งอุปกรณ์ทำสวนยางหินแท้ทั้งก้อนหายากมีแต่เศษหินบดมาอัดแท่ง
-
สีขาวเป็นกระเบื้อง สีเทาดำทั้งหมดเป็นหินธรรมชาติครับ เดาว่าที่สงสัยเพราะฉลากใช่มั๊ยครับ คือเจ้านั้นดั้งเดิมเค้าทำหินธรรมชาติอยู่ด้วยครับ ก็อาศัยฉลากเดิมมาติดเอาครับ
หินธรรมชาติไม่ต้องยึดติดยี่ห้อนะครับ บางปีดีบางปีเป็นตมมากไม่กินมีด(ผมดันไม่ได้ให้หินละเอียดแบบแข็งไปด้วย แต่ใช้หินกระเบื้องแทนได้) ที่ส่งไปผมก็ใช้แบบนั้นอยู่ทั้งหมด(มีหินละเอียดแข็งค้างปีช่วยอีกก้อนนึง)
หินกระเบื้องเปราะหักง่ายครับ อย่าออกแรงกดเยอะ หินธรรมชาติอันสั้นถ้าให้ดีผ่าด้วยเลื่อยเหล็กตามยาว เอาไว้ลับหูมีดโดยเฉพาะก็ดีครับ(หินไม่เป็นร่องเสียทั้งแผ่น)
ลับแล้วสังเกตุเสียงหินถูมีดไว้นะครับ เพราะยี่ห้อที่ส่งไปให้ปีนี้กินมีดดีครับ
ทั้งหมดนั่นถ้าไม่หักคงใช้ได้สัก3ปี
คุณPinijออกกำลังกายวิธีไหนอยู่ครับ...อยากให้ซ้อมกระโดดกบไว้แต่เนิ่นๆ(ยางหน้าจะต่ำแล้ว) :showoff
-
หินก้อนล่างสุด ตรา3ดาวเป็นหินธรรมชาติเปล่า เคยคุยร้านขายส่งอุปกรณ์ทำสวนยางหินแท้ทั้งก้อนหายากมีแต่เศษหินบดมาอัดแท่ง
เราดูออกไหมครับว่าหินจากธรรมชาติหรือเอามาบดอัดกันภายหลังน่ะครับ :secret ถ้า อ. โก้ให้ทดลองเด๊่ยวผมจะฝนหมีดที่ฝนมาให้หยาบๆ ไว้ มาทดลองใช้หินใหม่ดูนะครับ d_d :drunk ยางผมเริ่มต่ำจนเวลากรีดเริ่มปวดขาแล้วละครับ สงสัยต้องออกกำลังกายแบบกระโดดกบละครับ เออ! ขอถามหน่อยครับว่า ผมเปิดกรีด 1 / 3 ไปแล้ว ถ้าผมลดเป็น 1 / 4 มันจะยังได้ประโยชน์ในการลดไหม? หรือปล่อยเลยตามเลยไปก่อน ยางชุดใหม่ค่อว่ากัน และอีกคำถามคือ ต้อง 20 องศาหรือ 30 องศาครับ :-\
-
หินก้อนล่างสุด ตรา3ดาวเป็นหินธรรมชาติเปล่า เคยคุยร้านขายส่งอุปกรณ์ทำสวนยางหินแท้ทั้งก้อนหายากมีแต่เศษหินบดมาอัดแท่ง
เราดูออกไหมครับว่าหินจากธรรมชาติหรือเอามาบดอัดกันภายหลังน่ะครับ :secret ถ้า อ. โก้ให้ทดลองเด๊่ยวผมจะฝนหมีดที่ฝนมาให้หยาบๆ ไว้ มาทดลองใช้หินใหม่ดูนะครับ d_d :drunk ยางผมเริ่มต่ำจนเวลากรีดเริ่มปวดขาแล้วละครับ สงสัยต้องออกกำลังกายแบบกระโดดกบละครับ เออ! ขอถามหน่อยครับว่า ผมเปิดกรีด 1 / 3 ไปแล้ว ถ้าผมลดเป็น 1 / 4 มันจะยังได้ประโยชน์ในการลดไหม? หรือปล่อยเลยตามเลยไปก่อน ยางชุดใหม่ค่อว่ากัน และอีกคำถามคือ ต้อง 20 องศาหรือ 30 องศาครับ :-\
อยากเปลี่ยนตอนไหนก็เปลี่ยนได้เลยครับ แต่ยางที่หน้ายางซ้ำเปลือก3จนเละเทะแล้วต้องคิดให้มากหน่อย คือจะได้ไม่คุ้มเสียเอา
ของคุณPinijเพิ่งกรีดไปปี2ปีสบายมากครับ ยังได้ประโยชน์อยู่เต็มๆแน่ๆ ตัดสินใจเลยครับกินยาวทีละน้อยๆหรือกินสั้นคราวละมากๆ
20หรือ30 องศา อยู่ที่ความเหมาะสม...บอกยากจัง มันเป็นแบบนั้นจริงๆครับ ปีแรกที่ผมกรีดได้ขึ้นหน้าสูงพอดี(ไม่ต้องกรีดตามรอยกรีดเปลือกเดิม เหมือนเปิดกรีดยางอ่อน) ตัดสินใจกรีดประมาณ20องศา แต่น้ำยางมันข้น(DRC 40%+) ไหลตามหน้ายางไม่ดี พาลไหลออกข้างต้น("หาก")เสียมากกว่า จนต้องกรีดให้ชันเข้าไว้บางต้น45+ครับ :cry2 :cry2 คนแก่ที่เกษียณกรีดยางเห็นแล้วยังแซวว่า "ไม่เอาแล้วเหรอ" :o :D (เรียกว่า "หน้าห้อย")
ตอบแบบนี้ก็แล้วกัน.... 20หน้ายาง-เปลือกใหม่สวยกว่า 30ยางไหลคล่องกว่า(มีโอกาส)ได้น้ำยางมากกว่า ลดน้ำยางหากได้ดีกว่าครับ ใช้เวลาทดลองแบบละ2-3เดือนก็รู้แล้วครับ
หินธรรมชาติเป็นหินชนวน(หินเชลล์) ใช้ลับไปเดี๋ยวก็รู้เองโดยอัตโนมัติว่าเป็นหินธรรมชาติหรือปล่าว ของที่ส่งไปอยากให้ได้ใช้จริงและทดลองเรื่องที่สงสัยอยู่แล้วครับ ตามสบายเลยครับ
มีดที่ส่งไปก็อยากให้ลองลับ-ใช้ทั้ง2ยี่ห้อเปรียบเทียบกับยี่ห้อที่ใช้อยู่ แต่ถ้าคะเนน้ำหนัก-รูปทรงแล้วจับไม่ถนัด ก็ผ่านไม่ต้องเสียแรงลับก็ได้ครับ ตอนแรกจะส่งมีดหนักไปให้เปรียบเทียบด้วย(ยี่ห้อที่บอกไปแล้วในPM)
-
ยางผมเริ่มต่ำจนเวลากรีดเริ่มปวดขาแล้วละครับ สงสัยต้องออกกำลังกายแบบกระโดดกบละครับ
อย่าลืมเก็บแรงไว้กรีดยางล้มบ้างก็แล้วกัน 2f 2f
-
อะไรก็ต้องลอง :cry2 พอๆ กับงานดีไอวายแอมป์หลอดเลย กว่าจะพบสิ่งที่ถูกใจ :black_eye :D
แล้วเรื่องผมจะปลูกสับปะรดแต่พอกินคนเดียว (ไถที่เตรียมไว้กว่าๆ พอใหม่ครับ) วันเสาร์นี้จะไปซื้อหน่อที่นางแลครับ ถ้าปลูกแบบห่างๆ ผมต้องสั่งเค้ากี่หน่อถึงจะพอดีครับ ระหว่างแถวยางกว้าง 6.5m จะปลูกกี่แถวดีครับ ห่างต้นยางกี่เมตรดี? (เอาแบบปลูกแล้วเดินเก็บ เดินใส่ปุ๋ยสะดวกหน่อยนะครับ กลัวหนามมันมากๆ)
-
อะไรก็ต้องลอง :cry2 พอๆ กับงานดีไอวายแอมป์หลอดเลย กว่าจะพบสิ่งที่ถูกใจ :black_eye :D
แล้วเรื่องผมจะปลูกสับปะรดแต่พอกินคนเดียว (ไถที่เตรียมไว้กว่าๆ พอใหม่ครับ) วันเสาร์นี้จะไปซื้อหน่อที่นางแลครับ ถ้าปลูกแบบห่างๆ ผมต้องสั่งเค้ากี่หน่อถึงจะพอดีครับ ระหว่างแถวยางกว้าง 6.5m จะปลูกกี่แถวดีครับ ห่างต้นยางกี่เมตรดี? (เอาแบบปลูกแล้วเดินเก็บ เดินใส่ปุ๋ยสะดวกหน่อยนะครับ กลัวหนามมันมากๆ)
แถวของสับปะรดซัก2.5m.ยังพอตัดเก็บได้ทั้ง2ฝั่ง พื้นที่ที่เหลือปลูกข้าวโพด-พริกชี้ฟ้าเสริม(ระหว่างรอสับปะรด)ได้อีก อย่าปลูกห่างๆ(เสียพื้นที่)ดูรายละเอียดในเน็ทเอานะครับ นานมากแล้วจำไม่ได้ครับ ผมนึกพืชล้มลุกเสริมระหว่างรอสับปะรดออกลูกที่ราคาดีได้แค่นั้นครับ...ข้าวโพดหวาน+พริก ไหนๆก็ชักน้ำเข้าสวนอยู่แล้วเสริมๆไปเลยครับ ไม่มีผลเสียกับต้นยาง มีแต่ได้กับได้(ได้เข้าสวนบ่อยขึ้น)
-
ตอบ#806 นี่เป็นอะไรที่เนื้อๆ จริงครับ ถ้าได้อ่านแบบนี้เมื่อหกเดือนก่อนหน้าที่ผมจะมาอยู่ที่นี่ สวนยางผมคงไม่เป็นอย่างตอนนี้ อย่างน้อยหน้ายางที่ถูกกรีดผ่านมาคงไม่เสียแบบในรูปที่เคยเอามาให้ดูเป็นแน่ K] ให้ความรู้คนด้วยความตั้งใจสูงแบบนี้ จะได้บุญแรงกลับมาถึงท่านครับ ขอให้เชื่อเถอะว่า "คนทำดี ย่อมได้ดี" แม้เราไม่ได้หวังอะไร อุทิศให้ด้วยใจ แต่ขอให้เชื่อผมเถอะ ผลบุญจะมาเองโดยที่บางครั้งเรายังเป็นงงครับ d_d :drunk O0 :victory
-
มาส่งข่าวครับพี่พินิจตอนนี้ผมกำลังทำกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำไหลอยู่แต่ทำเป็นแบบทุ่นลอยยังไม่ได้ลองครับว่าเจนที่ผมทำขึ้นจะได้แรงดันกี่โวลท์ งานนี้มีลุ้นครับ ;Dเดี๋ยวพรุ่งนี้ถ่ายรูปมาให้ชมครับ
-
ผมสรุปบอกเพื่อนๆเจ้าของ(หรือคิดจะสร้าง)สวนยางแบบนี้นะครับ
1.) ศึกษา-ตัดสินใจเลือกพันธุ์ยางแหล่งซื้อกล้ายางให้ดีไปดูถึงแปลงเพาะได้ยิ่งดี(ได้เห็นตอนทำเลยว่าดี-ไม่ดีอย่างไร) เลือกยางเลี้ยงถุง1-2ฉัตร เพราะดีกว่ายางตาเขียวทุกด้าน(ยกเว้นแพงกว่า) ยางตาเขียวให้ค่าจ้างติดตากันเป็นต้น คนติดตาก็สักแต่ทำให้เร็วเข้าว่า ไม่สนใจว่าคุณภาพออกมายังไง อย่าปลูกยาง3ฉัตรขึ้นไปเพราะต้นยางจะไม่สูง(ยางนั่ง)
2.) เตรียมพืนที่ปลูก ส่งดินไปวิเคราะห์(เพื่อกำหนดระยะของแถว-ต้น) ไถพรวน-ยกอกร่อง,ขุดหลุม คน-รถขุด ได้ผลเหมือนกัน ใส่ปุ๋ยก้นหลุม ปักไม้ม็อบ(หลัก)
3.) ปลูกกล้ายางถุง กรีดปากถุงแนวตั้ง 5-6รอย ลงมาประมาณ2นิ้ว(จากขอบดินในถุง) กรีดเปิดก้นถุงสูงประมาณ2นิ้วจากก้นถุง โตขึ้นรากยางจะลงลึก-ตีนช้างโต ไม่ล้มง่าย
4.) ดูแลยางอ่อนเรื่องตัดกิ่งตั้งแต่ยังเป็นยางอ่อน อย่าให้เถาวัลย์พันต้นยางเด็ดขาด(ยางเกร็น-ไม่มีน้ำยาง) ผูกคล้องต้นยางกับไม้ม็อบจนยางอายุเลย2ปีไปแล้ว(หมดอายุไม้ม็อบพอดี) ไม้ม็อบที่โละจากราวยางรมควัน(อันละ2-4บาท ตัดแบ่งได้2อัน)ทนดีมาก
5.) เลือกปลูกพืชแซมให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่-ดิน-น้ำ-แรงงาน และให้ผลตอบแทนดีที่สุด อย่าให้เสียพื้นที่และเวลา6-8ปีกับพืชคลุมเด็ดขาด ศึกษา-ตัดสินใจปลูกไม้ยืนต้น(ไม้ผล-ไม้เศรษฐกิจ)เสริมเป็นพืชรองในช่วงยางอ่อนนี้เลย จะได้ไม่เสียเวลา
6.) อย่าไถพรวนเมื่อยางอายุเข้า4ปีไปแล้วเด็ดขาด
.....ช่วงยางอ่อนก่อนเปิดกรีด เราดูแลยางอย่างดี 2 เรื่องคือ ลำต้นและราก และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้มากที่สุด
7.) เปิดกรีดได้เมื่อยางมีขนาดลำต้น 50เซ็นต์ขึ้นไป ไม่ต้องรอให้ครบ6ปีก็ได้ ยางลำต้นโตไม่ถึง50ซ็นต์(ยาง5ปีลำต้นโต 50เซ็นต์ขึ้นไปก็เปิดกรีดได้) เปิดกรีดในช่วงกลางๆ-ท้ายฤดูของปีก่อนหน้าปีที่จะเปิดกรีดจริงๆ ศึกษา-ตัดสินใจเลือกการแบ่งหน้ายางเปิดกรีดเป็น3หน้าหรือ4หน้าให้ดี ยางหน้าสั้นให้น้ำยางน้อยกว่ายางหน้ายาว(จาการทดลองในสวนของผม)แต่แบ่งกรีด4หน้าจะได้ระยะเวลากรีดยางนานกว่ากันมาก(น้ำยางตลอดอายุหน้ายางได้มากกว่า) ต้นยาง-หน้ายางสมบูรณ์กว่ามาก กรีดง่าย-เร็วกว่ามาก....ถ้ามีอำนาจตัดสินใจและมองประโยชน์ของตัวเป็นหลักผมสรุปแบบนี้น่าจะถูกที่สุดแล้ว ถ้าเจ้าของสวนกรีดเองเปิดกรีดแบบแบ่ง4หน้า ถ้ารับจ้างกรีดเปิดกรีดแบบแบ่ง3หน้า(คนกรีดได้ส่วนแบ่งมาก เจ้าของก็พอใจที่ได้น้ำยางมาก ถ้ารอยกรีดหน้ายางดีก็ได้กรีดต่อไปเรื่อยๆ) ถ้าเป็นไปได้ให้เปิดกรีดที่ความสูงหน้ายางลดหลั่นกันไป(สัก30เซ็นต์)เช่น ต้นที่1-2 150เซ้นต์ฯ ต้นที่3-4 120เซ็นต์ฯ ไปเรื่อยๆ...ตอนยางหน้าต่ำจะได้ไม่เมื่อยมาก(ใครไม่เคยไม่รู้...ยิ่งยางหน้ายาว-ยิ่งตัวสูงยิ่งเมื่อย)
8.) เลือกสูตรปุ๋ย+ใส่ธาตุ(ปุ๋ย)เสริมจากผลวิเคราะห์ดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์(น้ำหมักฯ-ปุ๋ยหมักพืชสด)เพื่อบำรุงดินทุกปี ใส่โดโลไมต์ได้ทุกสภาพดิน ได้ผลดีกับดินที่มีphต่ำกว่า7(นอกจากทำให้ดินร่วนขึ้นแล้วยังลดความเป็นกรดของดินได้ดีแต่ไม่เพิ่มความเป็นด่างให้กับดิน(น้อยมากๆ)) โดโลไมต์ใส่เพื่อดินไม่ได้ใส่เพื่อต้นยาง(ถึงจะมีธาตุแม็กนีเซี่ยมอยู่)จึงต้องกำหนดน้ำหนักตามพื้นที่โดยพิจารณา(ใส่น้อยที่สุด)จากผลวิเคราะห์ดิน ดินในสวนยางที่โดนแดดเผา(ไม่มีหญ้า-พืชรอง)ต้องบำรุงด้วยสารอินทรีย์มากกว่าปกติ
9.) ใส่ปุ๋ยให้ถูกช่วงเวลา ยางอายุ3ปี-เปิดกรีดแล้ว ต้องใส่ในช่วงดอกยางเริ่มร่วงด้วย1ครั้งเพื่อคุมลูกยาง(เพิ่มช่วงดอกยางเริ่มร่วงด้วย1ครั้ง เท่ากับแบ่งใส่3ครั้ง/ปี)การให้น้ำยาง(DRC)จะดีขึ้น
10.) อย่าใช้ปุ๋ยสูตรซ้ำกันเกิน2ปีในสวนยางที่เปิดกรีดแล้ว(หลีกเลี่ยงใช้ปุ๋ยเต็มสูตรลงให้น้อยที่สุด-ไม่ใช้ปุ๋ยเต็มสูตรเลย)....หน้ายางงอกเปลือกใหม่จะสมบูรณ์กว่ามาก ลดปัญหาเรื่องหน้ายางตายนึ่ง (ปุ๋ยเต็มสูตรคืออะไร สูตรไหนบ้างที่เป็นปุ๋ยเต็มสูตร ศึกษาเพิ่มได้ง่าย)
11.) ยางเปิดกรีดแล้วกำจัดวัชพืชด้วยวิธีถางด้วยเครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง-มีดพร้าดีกว่ารถไถตัดหญ้า ทั้งด้านคุณภาพ(สามารถตัดให้เหลือวัชพืชไว้คลุมดินได้)และการรักษารากยาง(ไม่ทำลายรากยาง)
11.) กรีดเองได้รับผล(เงิน)เต็ม100 แต่จ้างกรีดแบบแบ่งได้รับผลไม่เกิน50% ไม่ว่าจะแบ่งยังไงก็ตาม 70-30เจ้าของสวนก็ได้จริงไม่ถึง50%,6-4ขี้ปัน (60-40 ขี้ยางแบ่ง50-50)เจ้าของสวนก็ได้ไม่ถึง50%
12.) ระวังเรื่องไฟไหม้สวนยางในหน้าแล้ง ไฟไหม้สวนยางหมดเท่ากับนับหนึ่งใหม่ไม่มีโอกาสแก้ตัว ถ้าต้นเพลิงมาจากสวนเราเสียหาย X3 (สวนเรา-สวนเขา(หลายสวน)-ตอบแทนภายหลัง)
หลักๆ-ง่ายๆก็มีแค่นี้ครับ บางอย่างอาจขัด-บางอย่างสอดคล้อง-บางอย่างไม่มีหลักวิชาการ ทั้งหมดมาจากการสังเกตุ-สอบถาม-เรียนรู้ทดลองด้วยตัวเองครับ ทั้งนี้อยู่ที่ความพอใจของเจ้าของสวนเป็นหลัก....(ขอเล่าเสริมนิดนึง) เคยไปเห็นสวนยางที่สตูล(ของเพื่อนเราในHTG2นี่แหละ ^-^)ปลูกไม้ไผ่เป็นพืชรอง :o (ไผ่เป็นพืชที่แย่งปุ๋ยยางมาก)ด้วยความสงสัยเลยถามเจ้าของ(ตัวจริง)ไปว่า "ไซป่ะไม่ปลูกไอ้เอินล่ะ..มังคุด-ลองกองก้าได้"(ทำไมป่ะไม่ปลูกอย่างอื่น มังคุด-ลองกองก็ได้) ป่ะตอบมาทันควันว่า "ป่ะรักนิ ไม้ไผ่ฮั้น มั้นก้าไม่ได้เลวไปเสียทังเหม็ดเหลาโลก นี่ลำมั้นก้าขายได้เมื่อนและ แตแรกแท่วนี้ไม้ไผ่ทังเพ พอคนเข้ามาโย่มากมันโส่นแหม็ดนิ ถ้าป่ะไม่โปลกไว้นิตอไปซ่งไซ่เด็กไม่ได้เห่นไม่โหร่จักแหนๆ"(เพราะป่ะรัก(ไม้ไผ่)ก็ไม่ได้เลวไปเสียทั้งหมดหรอกลูก(แสดงว่าป่ะก็รู้เรื่องไผ่ในสวนยาง)ลำมันก็ขายได้เหมือนกัน เมื่อก่อนแถวนี้มีไม้ไผ่มาก พอคนเข้ามาอยู่กันมากๆมันก็สูญหายไปหมด ถ้าป่ะไม่ปลูกไว้ต่อไปสงสัยเด็กคงไม่ได้เห็นไม่รู้จักไม้ไผ่แน่ๆ) ใครเป็นลูกป่ะคนนั้น ออกมารายงานตัวหน่อย ..... :clap :clap
ขออนุญาตไม่ทำไฮไลท์นะครับอยากให้อ่านทุกๆตัวอักษร ยังไม่มีเรื่องโรคยางมาสรุปไว้ให้(ผมรู้น้อย)
ตอนนี้ไม่ไผ่เต็มสวนแล้วพี่ :black_eye ขึ้นหน่อเต็มเลย :shutup
ไม่ได้เข้ามาดูหลายวันเลยครับพี่ พอดีไปกุงเต้ป 2f (คือว่าหลานมันชอบความเจ็บปวดครับพี่ เลยเอาไปชกมวยที่ราชดำเนินมาวันก่อน :black_eye)
-
รอชมภาพทุ่นลอยน้ำครับ d_d :drunk แฟนผมชอบหน่อไม้เป็นที่สุดเลยครับ สงสัยต้องลงบ้างซะแล้ว d_d :drunk
-
เชิญรับชมครับพี่ ;D ;D
-
ไม่ค่อยชัดครับใจร้อนใช้มือถือถ่าย
-
:kicking เจนที่เห็นจะเปลี่ยนจากไม้อัดเป็นแผ่นไฟเบอร์กลาสครับทำเสร็จแล้วแต่กำลังตัดอยู่ครับ
-
ขั้นต่อไปรอดูตอนเอาลงน้ำอีกทีละครับ ของผมเมื่อวันก่อนเข้าไปคุยกะท่าน ผอ. โรงบาลมาแล้ว งานเปลี่ยนแผนเปลี่ยนจุดประสงค์ไปเยอะ ผมทำงานง่ายขึ้นคือ จุดประสงต้องการความสวนงามมากกว่ากำลังที่จะได้รับ คือขอใช้แค่ตอนกลางคืนมีไฟส่องสนามให้ทั่วบริเวณ รพ. เท่านั้น การวันปั๊มน้ำลดต้นไม้กับไหลที่ซุ้มน้ำตกจำลอง งานนี้คงไม่ต้องใช้หัวคำนวณอะไรเลย :yahoo :yahoo :yahoo คงทำหน้ากว้างแค่ 50cm แต่ต้องสูงหน่อยเพราะต้องการโชว์ ซึ่งอาจจะต้องมี Diameter 3m ครับ คงอีกไม่นานคงจะมีรูปมาโชว์กะเค้าบ้าง d_d :drunk
-
ครับพี่งานนี้ผมติดข้อจำกัดที่ท่าน ผอ.ต้องการแบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกเลยไม่สามารถทำขนาดใหญ่ได้ประมาณว่าเอาไว้เอาไปใช้งานช่วงที่มีน้ำท่วมแล้วต้องมีการตัดไฟประมาณนั้นครับ งานนี้ต้องลุ้นครับว่าพอเอาไปลงน้ำจริงๆแล้วมันสามารถจะขับเจนได้หรือเปล่าถ้าไม่ได้คงต้องพึ่งช่างยนต์เรื่องทดรอบการส่งกำลังกันต่อไปครับ ตอนนี้มู่เลย์ตัวขับเส้นผ่าศูนย์กลาง14นิ้ว ตัวตามที่เจน2.5นิ้วครับ
-
ตอนนี้ไม่ไผ่เต็มสวนแล้วพี่ :black_eye ขึ้นหน่อเต็มเลย :shutup
ไม่ได้เข้ามาดูหลายวันเลยครับพี่ พอดีไปกุงเต้ป 2f (คือว่าหลานมันชอบความเจ็บปวดครับพี่ เลยเอาไปชกมวยที่ราชดำเนินมาวันก่อน :black_eye)
ต้มทิกุ้งใส่หน่อไม้ใส่ยอดอมหนอยๆ หรอยแรงนิ ;D ;D
เค้าว่า "เงินทองของลวงตา ข้าวปลาสิของจริง" แต่อยากบอกน้องเพิ่มอีกหิดว่า "นักศึกษานั้นลวงตา ภรรยาสิของจริง" ถ้าทำห้องน้ำแบบที่อยากได้เสร็จแล้ว จัดการหาได้แล้วแหละ(ถ้าหาได้แล้วก้าแต่งเดือนเสนี้เลย)..อยากไปกินข้าวที่นั่นหลาว 2f 2f
-
(http://s2.uppic.mobi/image-295E_4F3C88D1.jpg)
เมื่อเข้ามาคุยในกระทู้นี้ก็ควรได้ประโยชน์จากกระทู้นี้ครับ ผมขอแนะนำดังนี้ครับ
1 ขอให้เจาะช่องให้น้ำผ่านใบพัด โดยเจาะสังกระสีแต่คงไว้ของเหล็กโครงสร้าง โดยเจาะทั้งด้านหน้าน้ำขาเข้าใบพัดและขาออกหลังใบพัด
2 ปลายใบพัดควรมีโครงเหล็กเสริมด้วย ถ้าเจอน้ำแรงสังกระสีจะงอพับมาด้านหลังนะครับ ไม่จำเป็นต้องงอปลายสังกะสี ทำตรงจากศูนย์กลางเลยก็ได้ ผมคิดว่าใบพัดถ้าทำแบบปรับเข้าออกจากรัศมีได้ คือถ้าน้ำลึกเราขยายใบให้เกือบๆ ติดขอบจุดที่ผมให้เจาะได้เลย จะได้พลังงานอีกเยอะครับ ถ้าน้ำตื่นเราปรับมันเข้าหาศูนย์ได้ด้วย ผมคิดว่าการออกแบบใบพัดให้มันปรับได้นั้น ไม่น่าจะยากเกินความสามารถท่านอาจายร์ไปได้นะครับ
3 จากประสบการณ์ต้องทดรอบเท่านี้อีกชั้นหนึ่งครับ ที่ทำจะได้รอบต่ำเกินไปครับ อาจได้ไฟไม่กี่โวลท์ (แต่ถ้าต้องการไม่กี่โวลท์ ก็แล้วแต่)
4 อย่าลืมบาลานซ์น้ำหนักของทุ่นทั้งสองฝั่งให้เท่ากันทั้งสี่มุม และคิดถึงแรงน้ำที่จะไหลผ่านมันด้วย ไม่งั้นมันจะล่มตั้งแต่ในอ่าวละครับ
ปล. สูตร อ. โก้ กระทิกุ้งกับหน่อนี่น่ากินแฮะ ใส่ยอดไร? บอกไว้ไม่ชัดครับ d_d :drunk
-
ยอด อม =ยอดชะอม
หนอยๆ = เบาๆ - นิดหน่อย (ออกเสียง "น่อยๆ")
เดือนเส = เดือนสี่ (เส(ออกเสียง "เซ่"=สี่ ใต้ฝั่งอันดามันใช้มาก)ครับ
หลาว = ซ้ำ - อีก(แบบ again ไม่ใช่ more)
ใส่สะตอด้วย หรอยแรงนิ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-295E_4F3C88D1.jpg)
เมื่อเข้ามาคุยในกระทู้นี้ก็ควรได้ประโยชน์จากกระทู้นี้ครับ ผมขอแนะนำดังนี้ครับ
1 ขอให้เจาะช่องให้น้ำผ่านใบพัด โดยเจาะสังกระสีแต่คงไว้ของเหล็กโครงสร้าง โดยเจาะทั้งด้านหน้าน้ำขาเข้าใบพัดและขาออกหลังใบพัด
2 ปลายใบพัดควรมีโครงเหล็กเสริมด้วย ถ้าเจอน้ำแรงสังกระสีจะงอพับมาด้านหลังนะครับ ไม่จำเป็นต้องงอปลายสังกะสี ทำตรงจากศูนย์กลางเลยก็ได้ ผมคิดว่าใบพัดถ้าทำแบบปรับเข้าออกจากรัศมีได้ คือถ้าน้ำลึกเราขยายใบให้เกือบๆ ติดขอบจุดที่ผมให้เจาะได้เลย จะได้พลังงานอีกเยอะครับ ถ้าน้ำตื่นเราปรับมันเข้าหาศูนย์ได้ด้วย ผมคิดว่าการออกแบบใบพัดให้มันปรับได้นั้น ไม่น่าจะยากเกินความสามารถท่านอาจายร์ไปได้นะครับ
3 จากประสบการณ์ต้องทดรอบเท่านี้อีกชั้นหนึ่งครับ ที่ทำจะได้รอบต่ำเกินไปครับ อาจได้ไฟไม่กี่โวลท์ (แต่ถ้าต้องการไม่กี่โวลท์ ก็แล้วแต่)
4 อย่าลืมบาลานซ์น้ำหนักของทุ่นทั้งสองฝั่งให้เท่ากันทั้งสี่มุม และคิดถึงแรงน้ำที่จะไหลผ่านมันด้วย ไม่งั้นมันจะล่มตั้งแต่ในอ่าวละครับ
ปล. สูตร อ. โก้ กระทิกุ้งกับหน่อนี่น่ากินแฮะ ใส่ยอดไร? บอกไว้ไม่ชัดครับ d_d :drunk
ขอบคุณมากครับพี่พินิจ คงต้องปรับตามที่พี่แนะนำครับเพราะดูๆแล้วต้องปรับอีกหลายจุด ส่วนใบนั้นผมใช้เหล็กซิงค์ครับหนาพอสมควรแต่ก็คงต้องเสริมในส่วนที่คิดว่าไม่ค่อยแข็งแรงครับ
-
ยอด อม =ยอดชะอม
หนอยๆ = เบาๆ - นิดหน่อย (ออกเสียง "น่อยๆ")
เดือนเส = เดือนสี่ (เส(ออกเสียง "เซ่"=สี่ ใต้ฝั่งอันดามันใช้มาก)ครับ
หลาว = ซ้ำ - อีก(แบบ again ไม่ใช่ more)
ใส่สะตอด้วย หรอยแรงนิ
ได้สูตรครบแระ :yahoo แฟนคนเป็นคนเหนือ แต่ก็ชอบอาหารปักษ์ใต้ครับ เจอทีไรเป็นชวนผมเข้าร้านประจำ ยิ่งเจอ คั่วกลิ้ง นี่ บ่นว่า หรอยจังหู :secret
กังหันนั้นด้านหน้าทางน้ำเข้าทำเป็นปีกดักน้ำยื่นออกไปข้างหน้าเป็นปากบานๆ ดักน้ำให้ไหลผ่านกังหันมากขึ้น เพราะผมดูๆ แล้วถ้าน้ำไหลไม่แรงพอนี่ อาจได้กำลังงานไม่พอใช้น่ะครับ เดี๋ยวเสียชื่อดีไอวายเฮททีจีทูหมด d_d :drunk
ปล. ผมพยายามช่วยคิดให้ไปเรื่อยๆ ก็มาเจออีกจุดหนึ่งคือตัวไดร์นาโมอยู่ฝั่งนี้น้ำหวิดขึ้นมา น้ำน่าจะไหลจากกลางใบสู่ริมใบมากกว่าอยู่ด้านหน้ามั้งครับ? (มันอาจหล่นหมดไปแล้วตอนใบอยู่จุดสูงสุดของรอบ) ใบด้านนี้ทำแผ่นเหล็กมาบังไม่ให้น้ำร่วงจากกลางใบมาลงด้านนี้ก็จะปลอดภัยยิ่งขึ้นนะครับ ลองนึกดูพอใบพัดหมุนแล้วไฟมันจะออกมาถ้าไดร์เปียกไฟลงน้ำแล้วเราอยู่บนบกก็โอเค แต่ถ้าเรายืนอยู่ในน้ำละยุ่งแน่ๆ ครับ
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
-
ได้สูตรครบแระ :yahoo แฟนคนเป็นคนเหนือ แต่ก็ชอบอาหารปักษ์ใต้ครับ เจอทีไรเป็นชวนผมเข้าร้านประจำ ยิ่งเจอ คั่วกลิ้ง นี่ บ่นว่า หรอยจังหู :secret
[/quote]
คั่วกลึ้ง ต้องใส่ใบรา(ใบยี่หร่า)ซอยๆด้วยจะหอม รสชาติร้อนแรงขึ้นไปอีกครับ O0
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
คำถามที่ดีครับ (ส่วนมากอาจารย์มักให้กำลังใจคนถาม มักจะพูดแบบนี้ แต่วันนี้ลูกศิษฐพูดครับ) แต่!...ลูกศิษฐตอบไม่ได้ครับ และอย่าเพิ่งเฉลย ขอไปหาคำตอบก่อนนะครับ
"ต้องใส่ใบรา(ใบยี่หร่า)" แบบนี้ต้องลองซะแล้ว
มีคำแนะนำคุณaphiphot(ekkasit) เพิ่มครับ ผมลืมคิดอีกว่า พอใบพัดรับโลด ทุ่นตัวนี้จะหน้าทิ่มดำมุดน้ำลงไปงมหอยได้นะครับ ขอให้ทำส่วนที่ผมแนะนำว่าทำปีกข้างหน้าเปิดเป็นปากกว้างรับน้ำเพิ่มเข้ามาน่ะ ให้ทำเป็นทุ่นในส่วนนี้ด้วยเพื่อพยุงตัวทุ่นไม่ให้หน้ามันมุดน้ำครับ (ตอนแรกคิดแต่การบาลานซ์ตามแนวแกนใบพัด ผมลืมเรื่องตอนใบพัดรับโลดไป ส่วนหลังกระดกขึ้น ส่วนหน้าจะต่ำลงแน่ๆ ครับ)
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
คำถามที่ดีครับ (ส่วนมากอาจารย์มักให้กำลังใจคนถาม มักจะพูดแบบนี้ แต่วันนี้ลูกศิษฐพูดครับ) แต่!...ลูกศิษฐตอบไม่ได้ครับ และอย่าเพิ่งเฉลย ขอไปหาคำตอบก่อนนะครับ
"ต้องใส่ใบรา(ใบยี่หร่า)" แบบนี้ต้องลองซะแล้ว
แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย
หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน
ชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา
แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง
มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
ยี่หร่านอกจากเข้ากันกับแกงมัสมั่นแล้ว แกงคั่วก็เข้ากันดีครับ อย่างแกงคั่วปลาดุกนาถ้าลองได้ใส่ใบราล่ะก็..ซี้ดครับ :secret
..............
พอดีเมื่อคืนตอนจะลงกรีดยาง เห็นแม่บ้านผมที่กลัวผีกำลังอาราธนาหลวงพ่อเข้ากระเป๋าเสื้อ+เลยนึกถึงเรื่องยางโทรมขึ้นมาน่ะครับ เลยถามดู....
คนเรามักกลัวสิ่งที่ไม่(เคย)เห็น ไม่รู้จัก สิ่งที่หาคำอธิบายไม่ได้...เด็กๆกลัวรถแบ็คโฮตอนเห็นครั้งแรก กลัวความมืด ฯลฯ ต่อเมื่อได้รับความรู้และมีคำตอบ+วิธีแก้ไขให้กับตัวเองแล้วก็จะไม่กลัวอีกครับ (แต่อาจมีฝังใจอยู่บ้าง เหมือนแม่บ้านของผม 2f)
เช่นเดียวกันกับ"ยางโทรม"ครับ พูดถึงกันจัง...ถามไปมีกี่คนที่ตอบได้(ดี)...รอคำตอบอยู่นะครับ
-
หลาว มันแปลว่า อีกแล้ว ครับน้าโก้
-
ขอตอบแทนน้าโก้ ได้นะครับ
หลาว แปลว่า อีกแล้วครับท่าน
-
หลาว มันแปลว่า อีกแล้ว ครับน้าโก้
นั่นน่ะสิ...ผมนึกไม่ออกว่า "อีก" (แบบ again ไม่ใช่ more) ภาษาไทยคืออะไร...เลยใช้ยกภาษาEมาซะงั้น แค่เติม"แล้ว"ต่อท้าย ก็ได้เนาะ
ดูแต่HBOสงสัยต้องมาดูไทยฟีล์มมั่ง 2f :whistling
ขอบคุณครับ...ถามต่อ "หลาวเปลา"ล่ะครับ แบบว่าพาสาต้ายผมไม่ชับฮั้น
ขอตอบแทนน้าโก้ ได้นะครับ
หลาว แปลว่า อีกแล้วครับท่าน
ไอย่ะ คนใต้เพเหวอคันแล้ว...
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
ตอบ
1.) ต้นเล็ก, เตี้ย, ทรงพรุ่มเล็ก, จำนวนใบน้อย เมื่อเทียบกับต้นที่ปรกติครับ
2.) เป็นโรคอะไรซักอย่าง เช่นตายนึง ไรดำ เป็นต้น การแก้ไขต้องใส่ยาและหยุดกรีด, จำนวนวันกรีดมากไปพักกรีดน้อยทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางไม่ทัน แก้ไขโดยลดวันกรีดติดต่อนกัน, ปีนั้นแร้งจัด แก้ไขโดยหาน้ำมาลด, ทุกปัญหามีผลให้ปริมาณน้ำยางลดลง
3.) ดูจากที่เอาปุ๋ยมาใส่จากวันที่รับใบประกาศตอนเรียนกรีดน้ำยางเมื่อ 22/1 ตอนนี้มันก็แตกยอดกันพรึบพรับไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่า มันถึงหน้าที่มันควรจะออกอยู่แล้วหรือไม่น่ะครับ แม้ต้นกาแฟก็ออกครับ ไม่รู้ว่ามันออกจากปุ๋ยหรือได้น้ำเข้าไปพร้อมๆ กัน....แต่ผมคิดว่าพอใส่ปุ๋ยละลายถึงรากยางกฌจะได้รับทันที อาจเห็นผลสักอาทิตย์หนึ่งละมัง
เพิ่งเห็น อ. โก้ เล่นเทปโอเฟิ่นรีวเลยหรือครับนั่น เสียงเทียบกับ CD คงต่างกันบานตะไทยไปเลย เค้าว่ากันว่า ถ้าได้มาสเตอร์เทปเสียงจะดีกว่า LP ซะด้วยซ้ำไป
ใบยี่หร่าจริงแล้ว ผมยังไม่รู้จักเลยละครับ ถสมแฟนก็ไม่รู้จัก รู้จักแต่ใบสระแน่ จะพยายามหามาชิมดูให้ได้ครับ
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
ตอบ
1.) ต้นเล็ก, เตี้ย, ทรงพรุ่มเล็ก, จำนวนใบน้อย เมื่อเทียบกับต้นที่ปรกติครับ
2.) เป็นโรคอะไรซักอย่าง เช่นตายนึง ไรดำ เป็นต้น การแก้ไขต้องใส่ยาและหยุดกรีด, จำนวนวันกรีดมากไปพักกรีดน้อยทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางไม่ทัน แก้ไขโดยลดวันกรีดติดต่อนกัน, ปีนั้นแร้งจัด แก้ไขโดยหาน้ำมาลด, ทุกปัญหามีผลให้ปริมาณน้ำยางลดลง
3.) ดูจากที่เอาปุ๋ยมาใส่จากวันที่รับใบประกาศตอนเรียนกรีดน้ำยางเมื่อ 22/1 ตอนนี้มันก็แตกยอดกันพรึบพรับไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่า มันถึงหน้าที่มันควรจะออกอยู่แล้วหรือไม่น่ะครับ แม้ต้นกาแฟก็ออกครับ ไม่รู้ว่ามันออกจากปุ๋ยหรือได้น้ำเข้าไปพร้อมๆ กัน....แต่ผมคิดว่าพอใส่ปุ๋ยละลายถึงรากยางกฌจะได้รับทันที อาจเห็นผลสักอาทิตย์หนึ่งละมัง
เพิ่งเห็น อ. โก้ เล่นเทปโอเฟิ่นรีวเลยหรือครับนั่น เสียงเทียบกับ CD คงต่างกันบานตะไทยไปเลย เค้าว่ากันว่า ถ้าได้มาสเตอร์เทปเสียงจะดีกว่า LP ซะด้วยซ้ำไป
ใบยี่หร่าจริงแล้ว ผมยังไม่รู้จักเลยละครับ ถสมแฟนก็ไม่รู้จัก รู้จักแต่ใบสระแน่ จะพยายามหามาชิมดูให้ได้ครับ
เฉลยนะครับ
1.) จำนวนใบน้อย และใบเขียว(ใบปกติ)จะแซมใบสีแดงส้มอยู่ทั้งปี(มีใบแดงส้มมากกว่าหรือพอๆกันตามโทรมมาก-น้อย)โดยไม่มีจุดในใบ(ถ้าไม่ถูกยาด)ครับ ถ้ามีจุดในใบแบบรูปที่ผมถ่ายให้ดูคือโรคใบแดงครับ
ส่วน ต้นเล็ก, เตี้ย, ทรงพรุ่มเล็ก นั่นไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่ตอนแรกครับ ไม่ใช่ต้นโทรม ไม่นับครับ(อาจเกิดจากการปลูกซ่อมตอนที่เพื่อนๆโตกันหมดแล้ว หรือโตไม่ทันเพื่อนเค้าน่ะครับ)
ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้นไหนในสวนของเราอ่อนแอ(จะโทรมก็ไม่ใช่เพราะไม่มีอาการอย่างที่ว่า)....ดูจากการผลัดใบและการออกใบใหม่ครับ....ต้นไหนใบร่วงก่อนแต่ออกใบทีหลังเค้านี่อ่อนแอครับ...ต้องเพิ่มปุ๋ย(ปริมาณ)ให้เค้าหน่อย(แต่ต้นที่อยู่ริมๆแดนนี่ส่วนใหญ่จะออกใบก่อนนะครับ)
2.) เรียกว่าโรคใบแดง จะมีจุดในใบด้วยทั้งๆที่ไม่ถูกยาด และจุดนี้จะไม่ทะลุเป็นรูหรือมีลักษณะเป็นจุดไหม้เหมือนถูกยาดครับ(ตามรูป) ทำให้หน้ายาง(ที่กรีดไปแล้ว)เป็นราง่าย สาเหตุเป็นเพราะธาตุเหล็กในดินเป็นพิษ เพราะมีโปแตสธาตุเหล็กในดินมากเกินไปครับ การแก้ไข ให้ปุ๋ยครั้งต่อไปให้ลดเพิ่ม K ลงขึ้นครับ(ลดเพิ่มเลขชุดสุดท้ายในสูตรปุ๋ย)
....ถ้าจำได้ผมเคยเล่าไว้ ปีก่อนผมใช้ 18-4-5 มาปีนี้ใช้ 20-8-20 เพราะ(อยาก)บำรุงใบ(เพราะถูกยาดมาเสียอ่วม)โดยไม่ได้วิเคราะห์ดิน(ถ้าจำได้ผมบอกแล้วว่าไม่ได้วิเคราะห์ดินมา2ปีแล้ว)....มากไปก็ไม่ดี-น้อยไปก็ไม่ดี
ทีนี้...ถ้าเราไม่รู้จัก ก็จะคิดว่าโรคใบแดงนี่คือยางโทรม ก็เร่งบำรุงปุ๋ยที่มีธาตุเหล็กเสริมอยู่มากเข้าไปๆเท่าไหร่ก็ไม่หายซ้ำร้ายขึ้นไปอีกแบบนั้นน่ะครับ ของผมที่ยังเป็นโรคใบแดงอยู่(อาจ)เป็นเพราะผมได้ใส่ปุ๋ยแค่2ครั้งคือตอนให้สลัดดอกและช่วงฝนเริ่มมาใหม่ๆช่วงเปิดกรีดใบใหม่ครับครั้งที่3ที่ต้องใส่ปุ๋ยคือเดือนกันยาฯยุ่งเรื่องคุณแม่ไม่สบายอยู่จนปล่อยเลยตามเลยไปครับ (ปริมาณน้อยเกินไป)
3.) ถูกต้องครับ ประมาณ7-10วันนี่ต้องเห็นผลแล้ว ในยางที่กรีดแล้วน้ำยางออกมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ ทีนี้ถ้า7วัน10วันแล้วยังไม่หือไม่อือ ก็ต้องดูแล้วนะครับว่ามันผิดพลาดตรงไหน....วิธีใส่ปุ๋ย,ปุ๋ยปลอม,ปุ๋ยผิดสูตร,รากยางน้อย ฯลฯครับ
คงมองเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ดินมากขึ้นแล้วนะครับ
..........
เรื่อง R2R นั่นเล่นอยู่เป็นหลักครับ ผมไม่มีเครื่องเล่น CDด้วยซ้ำ :cry2 อาศัยคอมพ์นี่แหละครับเล่นไฟล์ Flac (Free Lossless Audio Codec)เอาครับ
ไม่ชอบดิจิตอลแค่ส่วนนึงแต่ยังหาตัวที่ตั้งใจไว้ไม่ได้มากกว่าน่ะครับ
เล่นมาตั้งแต่คุณพ่อครับ ท่านทิ้งไว้ให้ผม2เครื่อง รวมแล้วก็มีอยู่หลายเครื่องอยู่ครับ ตัวที่เล่นแบบเอาจริงได้ ตัวที่สวยแต่รูป ตัวที่ออกแนววินเทจ ช่วง2-3ปีมานี่ดีหน่อยที่หาซื้อม้วนเทปจากเว็บได้ง่ายขึ้นเยอะ
อัดดีๆนี่ LPอายครับ ผมเลิกเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสีียงไป(แต่เก็บเครื่องไว้บ้าง)เพราะเครื่องที่ซื้อมาด้วยเงินเดือนๆแรก(ที่ส่วนใหญ่เค้าให้พ่อ-แม่กัน K] K])หายไปครับ...ไม่รู้ทำไม โจรนั่นถึงเอาNADกะเครื่องเล่นฯตัวนั้นไปแค่2ชิ้น....แหมอยากด่า...ไอ้โจรไฮไฟ ;D ;D อีกอย่างตอนนี้มีเด็กๆอยู่ในบ้าน2คน เข็มหักไป2-3อันแล้ว :cry2 :cry2 ก็อยากให้เค้าเล่นนะ แต่ตังค์ไม่มากถึงขนาดให้ลูกหักเข็มเล่น (( (( เลยหยุดไว้ก่อน มาเล่นรีลเป็นหลัก เพราะตัวเครื่องมันหนักเด็กยกเล่นไม่ได้ 2f ครับ
เล่นเทปรีลนี่สอนเราได้หลายเรื่องเชียวครับ....1ในนั้นก็เรื่องการใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่ให้มากที่สุด(ตัด-ต่อเส้นเทป)
รูป R2R นั่นเพิ่งใส่ไปเมื่อเช้า เพราะเพิ่งเห็นว่ารูปประจำตัวหายไป แล้วไม่คิดว่าจะได้มาคุยอะไรยาวๆแบบนี้เลยไม่ได้อัพไว้ใหม่ครับ ...เป็นรูปจากอินเตอร์เน็ทน่ะครับ ของผมยังไม่มีม้วน10นิ้วครับ
-
ได้ความรู้แบบเนื้อๆ อีกแล้วเรา อยากถาม อ. โก้ หน่อยครับ ยองที่ดูแล้วก็ขนาดต้นและทรุงพุ่มพอๆ กัน แต่ให้น้ำยางไม่เท่ากัน เพราะอะไรครับ ทั้งที่ต้นอยู่ติดๆ กัน มีวิธีให้ต้นที่ออกน้อย ได้น้ำยางเท่าต้นที่ออกเสมอกับต้นอื่นๆ ใหมครับ มีคนแนะให้ใช้ ปูแดง แต่ผมยังไม่ค่อยเชื่อของพวกนี้ แต่ถ้า อ. โก้ บอกว่าดี ผมจะซื้อมาใช้เลยครับ
ปล. ช่วงสองสามวันนี้ผมจะไปชื้อหน่อสับปะรดที่นางแล เชียงราย เลยถือโอกาสเที่ยวไปด้วย คงไม่ได้เข้ามาคุยนะครับ :drive1
-
เมื่อคืนลงกรีดยาง...ฝนตกนิดหน่อย....ฝนหยุดไป16วัน
ระหว่างนั่งรอดูท่าทีฝนอยู่ คิดเรื่องที่เคยสงสัยๆแล้วถามพี่ๆเอาไว้ได้หลายเรื่องอยู่ ค่อยเอามาเล่าให้ฟัง
เอารูปโรคใบแดงชัดๆ มาเพิ่มให้ครับ รูปในหน้า14มองไม่ถนัด(สีแดงปนสีเหลือง) แต่ใบนี้ชัดครับ สี2ฝั่งไม่เหมือนกัน ฝั่งนึงแดง ฝั่งนึงเหลืองๆ สังเกตุจุดลายกระดำกระด่างที่ไม่ทะลุนะครับ ถ้ายังอยู่บนต้น(นอกฤดูผลัดใบ...ใบเหลืองๆแดงร่วงนี่ต้องหมั่นหยิบมาดูครับ)มองไปจากโคนต้นเห็น"ใบแดง"ชัดกว่ามองจากข้างๆเข้าไปในสวนเพราะมันแดงอยู่ที่หลังใบครับ
....ถามคุณPinijครับ กรีดกี่คนครับ
.....ยางออกไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติครับ ปูแดงเคยลองใช้แบบเม็ดเอามาผสมปุ๋ยหว่านในสวนอยู่ปีนึง...ดีครับ ...เค้าว่าพวกไคโตซานนี่ดีอยู่นะครับ(ได้จากกระดองปู-หัวกุ้ง..ถ้าจำไม่ผิดนะครับ เดี๋ยวค่อยหาข้อมูลมาเล่าอีกที)....ประทับใจครับ แต่น้ำหมักฯ(หัวกุ้ง)+โดโลไมต์ดีกว่า+ประหยัดกว่า(เปรียบเทียบปีถัดมา) ผมเลยไม่ใช้ต่อครับ
น้ำหมักฯ..ลงทุนซื้อถังพลาสติกใหญ่ๆเถอะครับ(ว่าจะไม่พูดถึงแล้ว...อดไม่ได้จริงๆ)ที่ผมใช้อยู่เป็นขนาด200ลิตร(ไม่มีฝาปิด)และ150ลิตร(มีฝาปิด+เหล็กรัดฝา)...ซื้อมาใบนึง700-800ครับ 4-5ปีแล้วไม่มีทีท่าว่าจะกรอบเลยครับ ถามว่าถังสี+ผงซักฟอกดีมั๊ยก็ดีครับ แต่มันเล็กไปหน่อย ลำบากตอนทำครับ...ผมเอาทางผมเป็นเกณฑ์นะ 7วันของในตลาดสดที่จะเอามาหมักนี่เต็มถังแล้วครับ ส่วนที่ยกขึ้นพ่วงข้างง่ายนั้น ก็ถ่ายใส่ถังเล็กก็ได้ครับ ลองคิดดูนะครับให้สะดวกไว้ก่อนแหละดี....แต่ยังไงๆหมักไว้ก่อนถังเล็กถังใหญ่ก็ดีทั้งนั้น ถ้าหาหัวกุ้งได้นี่ O0
-
ยางที่ดูแล้วก็ขนาดต้นและทรุงพุ่มพอๆ กัน แต่ให้น้ำยางไม่เท่ากัน เพราะอะไรครับ ทั้งที่ต้นอยู่ติดๆ กัน มีวิธีให้ต้นที่ออกน้อย ได้น้ำยางเท่าต้นที่ออกเสมอกับต้นอื่นๆ ใหมครับ
ตอบไปไม่ละเอียดและเห็นว่าคำถามดี ลองตอบดูหน่อย...
ยางแต่ละต้นออกไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติ ลองสังเกตุแบบนี้นะครับ แม้ใบน้อยกว่าก็(อาจ)ให้น้ำยางมากกว่าได้ สาเหตุ(อาจ)เกิดจากระบบรากฝอยที่น้อยกว่าทำให้กินอาหารได้น้อยกว่าครับ วิธีที่จะให้ออกมากขึ้น(ถ้าเกิดจากกรณีนี้...ต้องสังเกตุดู)ก็ต้องอัดปุ๋ยกันเรื่อยๆ แบบให้หลายครั้งต่อปีในปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อครั้งไม่มากครับ..ความสามารถในการกินอาหารของรากน้อยจนปุ๋ยหมดเสียก่อนแบบนั้นน่ะครับ อธิบายไม่ดี แต่คิดว่าน่าจะเข้าใจ
เรื่องใบแดง ให้คุณPinijย้อนกลับขึ้นไปอ่านใหม่นะครับ ผมบอกผิดไปเรื่องโปตัสเซี่ยม ก็ยังงงๆตัวเองอยู่ว่าพลาดไปขนาดนั้นได้ยังไง(ที่ใช้ปุ๋ย20-8-20)
-
วันนี้ว่าง ไม่รู้จะทำอะไรดี ไปหาอาหารทะเลกินดีกว่า...
สาหร่ายทะเลครับ กรอบๆกรุบๆเหมือนไข่ปลา มีรสเค็มปะแล่มๆจิ้มน้ำพริกอร่อยดี
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=4429_4F40CAAE&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=4429_4F40CAAE)
แวะไปที่แปลงตายางของพวกกันถามอะไรมาซักหน่อย
ลูกยางเพาะอายุได้ 4เดือนแล้ว
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=DD68_4F40CB23&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=DD68_4F40CB23)
อันนี้เป็น 251 อายุ1เดือนครึ่ง...สูงเกือบ 1.5m. ทำได้ยังไง
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=7D36_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=7D36_4F40C8E7)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=7D36_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=7D36_4F40C8E7)
ทั้งๆที่เอามาลงจากยางถุงเหลือเลือก(ขายไม่ออกใครไม่เอา)แบบนี้
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=CC2A_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=CC2A_4F40C8E7)
ดินก็ไม้ดีอะไรนักหนา...ดินทรายแป้ง
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=1AF4_4F40CDF6&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=1AF4_4F40CDF6)
....
เพราะไม่ขาดน้ำ...
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=AC25_4F40CCFB&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=AC25_4F40CCFB)
และใช้ปุ๋ยสูตร 27-6-6 ครับ
-
สวัสดีครับคุณพินิจ ผมเป็นสมาชิกบอร์ดนี้มาก็หลายปี ส่วนใหญ่เข้ามาอ่านอย่างเดียว ได้ความรู้มากครับ
ผมก็เป็นเด็กบ้านนอกที่รักเสียงเพลงและดนตรี เริ่มทำเครื่องเสียงฟังเองตั้งแต่มอต้น
พอโตได้มีโอกาสเข้าทำงานในห้องบันทึกเสียงสมัยที่ยังอัดพร้อมกันทั้งวง(บางทีก็มีนักร้องร้องพร้อมกันไปด้วย)สนุกมากครับ
ยังจำได้เครื่องเทปที่ใช้อัดเป็นเทปรีล 1/4 นิ้วครับ เวลาตัดต่อก็ตัดเทปกันจริงๆเลย ตัดแล้วต้องเอาปลายที่ตัดออกสองข้างคล้องคอไว้ก่อน
เผื่อตัดผิดจะได้เอาแปะกลับที่เดิมได้ เคยตัดแล้วหล่นลงตะกร้าต้องควานหาแทบตาย 555 เสียงดีจริงๆครับเทปรีลสมัยนั้น
เครื่องใหญ่มากปรีแอมป์ข้างในเป็นหลอดหมด (เครื่องของ Studer รุ่น C-37 เยอรมันครับ)
ตอนนี้ไม่ได้อยู่ตามห้องอัดแล้ว ตามวัย (แก่แล้ว) ชอบเรื่องกาแฟของคุณพินิจมากครับ ติดตามมาตั้งแต่ต้น
อยากทำร้านเล็กๆเป็นที่มาจิบกาแฟ ฟังเพลงเก่าๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเรื่องเครื่องเสียง
ขอคำแนะนำเรื่องการซื้อเครื่องชงกาแฟที่ไม่แพงมากครับ และคงต้องสั่งกาแฟคุณพินิจมาลองครับ
-
เพิ่งเที่ยวกลับมาครับ ต้องขออ่านอย่างละเอียดทุกตัวอักษรก่อนตอบนะครับ d_d :drunk
-
ทิ้งการบ้านไว้ให้คุณPinij2-3ข้อ
1.) ต้นยางโทรม(ในกรณีที่ยังไม่แก่ ไม่ดูที่หน้ายางเป็นเกณฑ์)มีลักษณะอย่างไร
2.) ทำไมใบยางถึงแดงนอกฤดูผลัดใบ มีผลกระทบอะไรบ้าง แก้ไขอย่างไร
3.) ปุ๋ยเคมีใส่แล้วกี่วันเห็นผล
ขอให้ลองคิดหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนหาคำตอบจากอินเตอเน็ทนะครับ
ตอบ
1.) ต้นเล็ก, เตี้ย, ทรงพรุ่มเล็ก, จำนวนใบน้อย เมื่อเทียบกับต้นที่ปรกติครับ
2.) เป็นโรคอะไรซักอย่าง เช่นตายนึง ไรดำ เป็นต้น การแก้ไขต้องใส่ยาและหยุดกรีด, จำนวนวันกรีดมากไปพักกรีดน้อยทำให้ต้นยางผลิตน้ำยางไม่ทัน แก้ไขโดยลดวันกรีดติดต่อนกัน, ปีนั้นแร้งจัด แก้ไขโดยหาน้ำมาลด, ทุกปัญหามีผลให้ปริมาณน้ำยางลดลง
3.) ดูจากที่เอาปุ๋ยมาใส่จากวันที่รับใบประกาศตอนเรียนกรีดน้ำยางเมื่อ 22/1 ตอนนี้มันก็แตกยอดกันพรึบพรับไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่า มันถึงหน้าที่มันควรจะออกอยู่แล้วหรือไม่น่ะครับ แม้ต้นกาแฟก็ออกครับ ไม่รู้ว่ามันออกจากปุ๋ยหรือได้น้ำเข้าไปพร้อมๆ กัน....แต่ผมคิดว่าพอใส่ปุ๋ยละลายถึงรากยางกฌจะได้รับทันที อาจเห็นผลสักอาทิตย์หนึ่งละมัง
เพิ่งเห็น อ. โก้ เล่นเทปโอเฟิ่นรีวเลยหรือครับนั่น เสียงเทียบกับ CD คงต่างกันบานตะไทยไปเลย เค้าว่ากันว่า ถ้าได้มาสเตอร์เทปเสียงจะดีกว่า LP ซะด้วยซ้ำไป
ใบยี่หร่าจริงแล้ว ผมยังไม่รู้จักเลยละครับ ถสมแฟนก็ไม่รู้จัก รู้จักแต่ใบสระแน่ จะพยายามหามาชิมดูให้ได้ครับ
เฉลยนะครับ
2.) เรียกว่าโรคใบแดง จะมีจุดในใบด้วยทั้งๆที่ไม่ถูกยาด และจุดนี้จะไม่ทะลุเป็นรูหรือมีลักษณะเป็นจุดไหม้เหมือนถูกยาดครับ(ตามรูป) ทำให้หน้ายาง(ที่กรีดไปแล้ว)เป็นราง่าย สาเหตุเป็นเพราะธาตุเหล็กในดินเป็นพิษ เพราะมีโปแตสธาตุเหล็กในดินมากเกินไปครับ การแก้ไข ให้ปุ๋ยครั้งต่อไปให้ลดเพิ่ม K ลงขึ้นครับ(ลดเพิ่มเลขชุดสุดท้ายในสูตรปุ๋ย)
....ถ้าจำได้ผมเคยเล่าไว้ ปีก่อนผมใช้ 18-4-5 มาปีนี้ใช้ 20-8-20 เพราะ(อยาก)บำรุงใบ(เพราะถูกยาดมาเสียอ่วม)โดยไม่ได้วิเคราะห์ดิน(ถ้าจำได้ผมบอกแล้วว่าไม่ได้วิเคราะห์ดินมา2ปีแล้ว)....มากไปก็ไม่ดี-น้อยไปก็ไม่ดี
ทีนี้...ถ้าเราไม่รู้จัก ก็จะคิดว่าโรคใบแดงนี่คือยางโทรม ก็เร่งบำรุงปุ๋ยที่มีธาตุเหล็กเสริมอยู่มากเข้าไปๆเท่าไหร่ก็ไม่หายซ้ำร้ายขึ้นไปอีกแบบนั้นน่ะครับ ของผมที่ยังเป็นโรคใบแดงอยู่(อาจ)เป็นเพราะผมได้ใส่ปุ๋ยแค่2ครั้งคือตอนให้สลัดดอกและช่วงฝนเริ่มมาใหม่ๆช่วงเปิดกรีดใบใหม่ครับครั้งที่3ที่ต้องใส่ปุ๋ยคือเดือนกันยาฯยุ่งเรื่องคุณแม่ไม่สบายอยู่จนปล่อยเลยตามเลยไปครับ (ปริมาณน้อยเกินไป)
ก่อนจะไปเรื่องอื่นเรื่องการแก้ไขเรื่องใบแดงผมยังสงสัยตรงที่ คำว่าธาตุเหล็กมากเกินไป แล้วต้องเปลี่ยนสูตรปุ๋ยน่ะครับ คือสงสัยตรง "ธาตุเหล็ก" มันอยู่ในตัวไหน? เพราะที่บอกว่าคือ ตัว K ซึ่งมันคือฟอสฟอร์รัสไม่ใช่หรือครับ? หรือตัวนี้มันมีธาตุเหล็กผสมอยู่ด้วย (ผมไม่มีพื้นฐานจริงๆ ครับ เลยงงตรงนี้น่ะครับ)
เรื่องอื่นๆ พอเข้าใจได้บ้างแล้วครับ ผมจดสิ่งที่สำคัญๆ ลงเก็บไว้ในสมุดกันเลยละครับ ดีใจที่รู้ว่า 251 ชอบน้ำ ได้น้ำแล้วโตเร็ว แบบนี้เดือนหนึ่งผมเอาน้ำเข้าให้มันทีหนึ่งถ้าจะดีนะครับ ตอนนี้ได้หน่อสับปะรดมาแล้ว แต่ได้มาน้อย ต้องรอเดือนหน้าถึงจะไปเอาอีกครั้งครับ
-
สวัสดีครับคุณพินิจ ผมเป็นสมาชิกบอร์ดนี้มาก็หลายปี ส่วนใหญ่เข้ามาอ่านอย่างเดียว ได้ความรู้มากครับ
ผมก็เป็นเด็กบ้านนอกที่รักเสียงเพลงและดนตรี เริ่มทำเครื่องเสียงฟังเองตั้งแต่มอต้น
พอโตได้มีโอกาสเข้าทำงานในห้องบันทึกเสียงสมัยที่ยังอัดพร้อมกันทั้งวง(บางทีก็มีนักร้องร้องพร้อมกันไปด้วย)สนุกมากครับ
ยังจำได้เครื่องเทปที่ใช้อัดเป็นเทปรีล 1/4 นิ้วครับ เวลาตัดต่อก็ตัดเทปกันจริงๆเลย ตัดแล้วต้องเอาปลายที่ตัดออกสองข้างคล้องคอไว้ก่อน
เผื่อตัดผิดจะได้เอาแปะกลับที่เดิมได้ เคยตัดแล้วหล่นลงตะกร้าต้องควานหาแทบตาย 555 เสียงดีจริงๆครับเทปรีลสมัยนั้น
เครื่องใหญ่มากปรีแอมป์ข้างในเป็นหลอดหมด (เครื่องของ Studer รุ่น C-37 เยอรมันครับ)
ตอนนี้ไม่ได้อยู่ตามห้องอัดแล้ว ตามวัย (แก่แล้ว) ชอบเรื่องกาแฟของคุณพินิจมากครับ ติดตามมาตั้งแต่ต้น
อยากทำร้านเล็กๆเป็นที่มาจิบกาแฟ ฟังเพลงเก่าๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องเรื่องเครื่องเสียง
ขอคำแนะนำเรื่องการซื้อเครื่องชงกาแฟที่ไม่แพงมากครับ และคงต้องสั่งกาแฟคุณพินิจมาลองครับ
ดีใจที่ อ. โก้ เล่นแหล่วสัญญาณจากแอนาล็อกด้วบเทปโอเป้นรีว ผมยังอยากได้มาลองอัดจาก LP ฟังดูเหมือนกัน แต่ยังหาเครื่องถูกๆ ดีๆ ไม่ได้ซักเครื่องนึงละครับ อยากจะดูว่าถ้าเทียบกับ 24/192 แล้วเสียงมันจะต่างกันแค่ไหน? อย่างไร?
เรียนคุณ Sounder01 ดีใจทีเจอคนที่เคยอัดเสียงยุคนั้นมากๆ เลยครับ ไม่ทราบว่าอัดเพลงพวกไหนบ้างครับ คิดว่าคงเป็นยุคโมโนหรือไม่ครับ? รุ่นนั้นมีการมิคเสียงกันใหม่ในตอนหลังจากที่เล่นไปแล้วเหมือนสมัยนี้หรือไม่ครับ? ผมคิดว่าการมิคกันใหม่ด้วยระบบบดิจิตัล มันทำให้คุณภาพของเสียงลดลงอย่างมากมายครับ
เรื่องเครื่องชงกาแฟ ผมเคยประทับใจเครื่องที่มีลักษณะคล้ายๆ ยี่ห้ออีเล็กโทลักษ์ครับ ราคาไม่เกินแปดเก้าพันบาทแล้วเอามาโมฯ เอา ตามที่ผมเคยคุยไปแล้ว และเครื่องบดต้องราคาหมื่นห้าขึ้นไปเป็นอย่างต่ำ ถึงจะให้กาแฟมีรสชาติได้เต็มที่ครับ (คือถึงแม้ความสม่ำเสมอของผงที่บดจะไม่เท่ากันมากเท่าเครื่องที่ราคาสองหมื่นห้าขึ้นไปได้ แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่สุดยอดเท่าเครื่องสองหมื่นห้าได้นะครับ)
-
ผมซื้อเครื่องชงมือสองมาแล้วครับ น่าจะมาถึงในอาทิตย์นี้ เท่าที่ลองๆส่องดู น่าจะเป็นของจีน ทำมาเลียนแบบ รึอาจจะมาจากโรงงาน ที่ทำส่งยี่ห้อฝรั่ง
เดี๋ยวถ้าเครื่องมาถึงคงได้รู้กันล่ะครับว่าคุณภาพเป็นไง ที่แน่ๆดูบึกบึนกว่ายี่ห้อฝรั่งในราคาเท่าๆกันเยอะล่ะครับ ถ้าจะซื้อมือหนึ่งก็ราวๆ ไม่เกิน 13,000
เครื่องบดก็มีขายนะครับ เลียนแบบตัวแพงของยี่ห้อฝรั่งกันเลย ใบมีด 64 มม. ถ้าเป็นยี่ห้อฝรั่งยังไงก็ต้องมีไม่ต่ำกว่า 25,000
พอเป็นของจีน ซื้อมือ 1 ได้ในราคาราว 15,000 เท่านั้น ถ้าเครื่องชงจากเจ้านี้คุณภาพโอเค คงได้สั่งเครื่องบดตามมาอีกล่ะครับ ถ้าคุณภาพน่าพอใจ จะเอามาแนะนำกันครับ
-
ก่อนจะไปเรื่องอื่นเรื่องการแก้ไขเรื่องใบแดงผมยังสงสัยตรงที่ คำว่าธาตุเหล็กมากเกินไป แล้วต้องเปลี่ยนสูตรปุ๋ยน่ะครับ คือสงสัยตรง "ธาตุเหล็ก" มันอยู่ในตัวไหน? เพราะที่บอกว่าคือ ตัว K ซึ่งมันคือฟอสฟอร์รัสไม่ใช่หรือครับ? หรือตัวนี้มันมีธาตุเหล็กผสมอยู่ด้วย (ผมไม่มีพื้นฐานจริงๆ ครับ เลยงงตรงนี้น่ะครับ)
เรื่องอื่นๆ พอเข้าใจได้บ้างแล้วครับ ผมจดสิ่งที่สำคัญๆ ลงเก็บไว้ในสมุดกันเลยละครับ ดีใจที่รู้ว่า 251 ชอบน้ำ ได้น้ำแล้วโตเร็ว แบบนี้เดือนหนึ่งผมเอาน้ำเข้าให้มันทีหนึ่งถ้าจะดีนะครับ ตอนนี้ได้หน่อสับปะรดมาแล้ว แต่ได้มาน้อย ต้องรอเดือนหน้าถึงจะไปเอาอีกครั้งครับ
24/192 คงหมายถึงไฟล์ลอสเลส...เสียงคนละเรื่องกันเลยครับ คงแบบสดกับฉ่ำ ผมอธิบายไม่เก่ง(สรรหา"คำ"ไม่ได้) ลองเล็งๆ akai รุ่น GX...ก็ได้ครับ(หัวดีขึ้นกว่าหัวแบบครอสฟีลด์ขึ้นมาหน่อย)ราคาขายกันไม่สูงมาก(พี่ที่ผมให้เบอร์ไปในPMก็เล่นรีลอยู่ มีอยู่หลายเครื่องมากครับ..ให้TASCAM34B ผมมาแค่6K ลองๆถามดูก็ได้ครับ)
ธาตุเหล็กที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาเป็นธาตุเสริมนอกเหนือไปจากNPKที่อยู่ในปุ๋ยครับ(สารตัวเติม)ดูจากข้างกระสอบได้ครับ
ส่วนที่เปลี่ยนสูตรปุ๋ยโดยเพิ่ม Kขึ้น เพื่อรักษาใบแดง?..ไม่เชิงนะครับเพราะแก้ไม่ตรงจุด(คือถ้าจะรักษาให้หายขาดจริงๆต้องลดธาตุเหล็กในดินต่างหาก) แต่Kที่เพิ่มขึ้นช่วยให้หายใบแดงครับ(แต่ธาตุเหล็กในดินก็ยังสูงอยู่) ผมตั้งใจอธิบายแบบนั้นครับ
........
วันนี้ได้คุยโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินประจำอำเภอผมชั่วโมงนึงเต็มๆ ทำให้ผมยืนยันสมมติฐานของตัวเองได้แล้วว่า ฝั่งสกย.จะแนะนำเรื่องปุ๋ยและการดูแลยางไม่เหมือนทางพัฒนาที่ดิน
ทางพัฒนาที่ดิน(ที่ผมได้คุยด้วย)จะเน้นไปทางอินทรีย์-จุลินทรีย์(สุดขั้ว...ผมคิดเอาเอง) แต่ที่คุยกันก็ได้แนวคิดมาหลายอย่าง ถ้าคุณPinijสนใจโทรไปคุยได้ครับผมขออนุญาตท่านไว้แล้ว 081 8940826 คุณมหรรณพ(มะ-หัน-นบ) อธิบายการใช้จุลินทรีย์และการทำปุ๋ยหมักพืชสด-น้ำหมักชีวภาพได้ดีมาก ไม่เบื่อไม่หงุดหงิดกับคำถามจุกจิก คุยสนุกเป็นกันเองครับ(ผมเพิ่งได้คุยกับท่านเป็นครั้งแรก)...ผมตั้งใจถามท่านเรื่องฉีดอัดปุ่ยละลายน้ำลงดินตรงๆ....น่าจะเดาคำตอบถูกมั้งครับ ;D ;D ถ้าโทรไปนี่เตรียมคำถาม-ข้อมูลเรื่องดินและยางในสวน-กระดาษปากกาไว้ก่อนนะครับ :secret
จากแปลงตายางมาถึงคุณมหรรณพ ผมว่าคุณPinijเดินมาถูกทางแล้วครับ
..........
เพิ่มเติมครับ
เรื่องโดโลไมต์คุณมหรรณพ ให้คำอธิบายขัดแย้งกับผมอยู่นิดหน่อย คือคุณมหรรณพต้องเน้นที่ผลวิเคราะห์ดินและบอกว่าphระดับ5.5นี่ยังไม่ต้องใช้ก้ได้...แต่ข้อมูลทางฝั่งผมโดโลไมต์มีแต่ดีขึ้นในดินกรดทุกแบบ(ดินนุ่มขึ้น รากเดินดี)ถึงไม่ใช้ร่วมกับน้ำหมักฯก็ตาม
คุณPinij ลองโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินที่นั่นก่อนก็ได้ครับ เผื่อรายละเอียดเรื่องสภาพดิน-ดินฟ้าอากาศ-ความชื้นสัมพัทธิ์ ที่แตกต่างกันจะมีผลกระทบอย่างอื่น คุณมหรรณพบอกว่าทางนั้นเรื่องอินทรีย์-จุลินทรีย์เก่งและเอาจริงเอาจังกันกว่าทางนี้ครับ
เพิ่มเติมอีกนิดเรื่องรีล ถ้าอัดเพื่อฟังเสียงสไตล์อนาล็อก อัดจากไฟล์ลอสเลสหรือCDน่าจะดีกว่านะครับ เพราะ LPนี่มาสเตอร์(เทป)จากห้องอัด ก็อัดลงรีลก่อนอย่างที่คุณsounder01ว่าครับ มันจะวนๆอยู่ครับ(อธิบายไม่ถูกอีกแล้ว)
ภาพจากคุณPoomchai
อัดด้วยรีว็อกซ์ A77 ที่ สปีด15
-
เย็นนี้โทรไปแล้ว แกบอกว่ากำลังยุ่งอยู่เลยไม่กล้าโทรอีกครั้ง ไม่ทราบว่าเป็นสมาชิกในนี้หรือไม่ครับ? สนใจ TASCAM อยู่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าแกยังมีอยู่อีกไหมครับ?
เรื่องธาตุเหล็กเข้าใจแระ. ขอบคุณครับ เรื่องคุยกับพัฒนาที่ดิน รอผมอบรมย์เรื่องปุ๋ยพรุ่งนี้ก่อนละครับ พรุ่งนี้ผมจะไปเป็นนักเรียนอีกวันหนึ่งแระ :yahoo
คุณโอมห์เจออะไรถูกๆๆๆ ดีๆๆๆๆๆ อย่าลืมเอามาฝากเพื่อนในนี้ด้วยนะครับ d_d :drunk
ขอต่อเพิ่มอีกหน่อย..............คิอเห็นว่า อ. โก้ จะกรีดยางอีกเลยงงว่าตอนนี้ยังไม่ปิดอีกหรือครับ? ขอถามแบบคล้ายๆ ผมจะเรียนมาแล้วแต่ลืมครับ ว่า เค้าปิดยางกันเพราะอะไร? เพราะมันเริ่มพักฝื้นจากอากาศแห้งแล้งใช่หรือไม่ครับ? หรือเพราะมันแตกใบอ่อนเลยต้องให้น้ำขึ้นไปเลี้ยงใบเต็มที่เลยหยุดกรีดมัน?
ยิ่งถามก็ยิ่งมีคำถามมากขึ้นไปอีกแล้วเรา K] คือว่าสงสัยว่าเมื่อยางมันแตกใบอ่อนแล้วก็แสดงว่ามันมีความพร้อมที่จะเริ่มต้นตั้งตัวได้อีกครั้ง ในความคิดของผมถ้ายางใบอ่อนออกใหม่นั้นแก่พอเราก็น่าจะกรีดมันได้อีกครั้ง ใช่หรือไม่?
แล้ววันนี้มีคนบอกว่าจะเปิดกรีดก่อนสวนอื่นๆ คือจะเปิดต้นเดือนเมษานี้ (ซึ่งปรกติแถวนี้จะเปิดเดือน พค เลยงงๆๆๆ) คือหยุดกันแค่สองเดือนเอง ต้นยางจะไม่โทรมหรือครับ (สวนเค้าอยู่ติดกับผมเลยครับ) ทางใต้ปิดและเปิดกันเดือนไหนครับ? ผมเคยถาม อ. โก้ ครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้ครับตอบครับ
-
เย็นนี้โทรไปแล้ว แกบอกว่ากำลังยุ่งอยู่เลยไม่กล้าโทรอีกครั้ง ไม่ทราบว่าเป็นสมาชิกในนี้หรือไม่ครับ? สนใจ TASCAM อยู่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าแกยังมีอยู่อีกไหมครับ?
ขอต่อเพิ่มอีกหน่อย..............คิอเห็นว่า อ. โก้ จะกรีดยางอีกเลยงงว่าตอนนี้ยังไม่ปิดอีกหรือครับ? ขอถามแบบคล้ายๆ ผมจะเรียนมาแล้วแต่ลืมครับ ว่า เค้าปิดยางกันเพราะอะไร? เพราะมันเริ่มพักฝื้นจากอากาศแห้งแล้งใช่หรือไม่ครับ? หรือเพราะมันแตกใบอ่อนเลยต้องให้น้ำขึ้นไปเลี้ยงใบเต็มที่เลยหยุดกรีดมัน?
ยิ่งถามก็ยิ่งมีคำถามมากขึ้นไปอีกแล้วเรา K] คือว่าสงสัยว่าเมื่อยางมันแตกใบอ่อนแล้วก็แสดงว่ามันมีความพร้อมที่จะเริ่มต้นตั้งตัวได้อีกครั้ง ในความคิดของผมถ้ายางใบอ่อนออกใหม่นั้นแก่พอเราก็น่าจะกรีดมันได้อีกครั้ง ใช่หรือไม่?
แล้ววันนี้มีคนบอกว่าจะเปิดกรีดก่อนสวนอื่นๆ คือจะเปิดต้นเดือนเมษานี้ (ซึ่งปรกติแถวนี้จะเปิดเดือน พค เลยงงๆๆๆ) คือหยุดกันแค่สองเดือนเอง ต้นยางจะไม่โทรมหรือครับ (สวนเค้าอยู่ติดกับผมเลยครับ) ทางใต้ปิดและเปิดกันเดือนไหนครับ? ผมเคยถาม อ. โก้ ครั้งหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้ครับตอบครับ
รีลก่อนนะครับ ไม่กี่วันก่อนพี่แกขาย TASCAM 32-2 ไป4K7 ผมก็ทันนะแต่ก็ไม่ขายให้ แกบอก...คุณมีแล้วแบ่งให้คนอื่นมั่ง :cry2 :cry2 โทรไปใหม่เถอะครับ คุยสนุกอารมณ์ดีตลอด(แม้ช่วงน้ำท่วมต้องทิ้งบ้านไป2-3เดือน)
...ยางปิดกรีดเพื่อ?...ให้น้ำ(อาหาร)ขึ้นไปเลี้ยงใบให้เต็มที่(บำรุงไว้)ใกล้เคียงที่สุดครับ...คำตอบที่ตรงที่สุดอยู่ที่คุ้ม-ไม่คุ้ม ระหว่างแรงงานและหน้าหน้ายางที่ลงไปเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำยางที่ได้มากกว่า คล้ายๆอดเปรี้ยวไว้กินหวานครับ(ยกตัวอย่างตอน180-190ผ่าใบกันเพียบ ;D ;D) ของผมใบยังร่วงไม่หมดครับ(ของสวนข้างๆ สวน"ร่ม"กันหมดแล้ว....สงสัยปีนี้ไม่พ้น"ยาด"อีกแล้ว ต้องแก้เรื่องนี้อีกเรื่องครับ)และปริมาณน้ำยางยังดีอยู่ 110โล เหลือ 85โล 110โลในช่วงพีค 85โลช่วงธรรมดา ตอนนี้เหลืออยู่65โล
ขำๆน่ะครับ อย่างแรกถูกที่สุดแล้วครับ :whistling
เมื่อยางมันแตกใบอ่อนแล้วก็แสดงว่ามันมีความพร้อมที่จะเริ่มต้นตั้งตัวได้อีกครั้ง....ไม่ใช่ครับ ต้องใบเขียวแก่ครับ เพราะใบสีเขียวอ่อน...เน้นว่าสีเขียวอ่อนนะครับ ยังไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้(มาก)เท่าใบสีเขียวแก่ ธาตุอาหารส่งไปบำรุงใบมากกว่าที่ใบสังเคราะห์แสงได้(เปรียบเทียบว่า"กินทุน") ในช่วงนั้นยังมีดอกยางออกมาเป็นภาระเพิ่มซ้ำอีก เพราะฉะนั้นน้ำยางจะขาดช่วงนั้นครับ ถ้าฝืนกรีดผ่าใบไป ถ้าต้นไม่โทรมก็ได้น้อยน้ำยางน้อยลงในฤดุถัดมาครับ(ต้องบำรุงเพิ่มปุ๋ยกันอีก...ก็ไปลงเอาในเรื่องคุ้ม-ไม่คุ้มอีกครับ ;D)
ทางนี้ไม่ได้ดูที่ระยะเวลา(วันที่-เดือน)ครับ ดูปริมาณน้ำยางเป็นหลักซึ่งจะสอดคล้องกับใบและปัจจัยตามที่อธิบายข้างบนครับ..ปีที่ผ่านมาสหกรณ์หยุดรับน้ำยาง4มีนาฯ (ปริมาณน้ำยางน้อยกว่า1800โล/วัน ไม่คุ้มต้นทุนผลิตแปรรูป) ปีนี้หยุดไปเมื่อ18นี้ครับ ทั้งๆที่ปีนี้ฝนมากกว่า-ได้วันกรีดน้อยกันเยอะ อันที่จริงเมื่อตอนคุณPinijปิดกรีดไป ใบขนาดนั้นน่าจะได้อีกเดือนนึง ใบถึงจะถึงขั้นต้องปิดกรีดครับ(จากสภาพดินฟ้าอากาศทางนี้) ใบหน้าลองเปรียบเทียบปริมาณน้ำยางดูว่าคุ้ม-ไม่คุ้มนะครับ
.........ยังบอกไม่ครบ(อีกแล้ว)
เปิดกรีดดูที่ใบยางเป็นหลัก ใบสีเขียวแก่จัด ดอกสุกร่วงครับ(และคุ้ม-ไม่คุ้มด้วย)ส่วนใหญ่จะอาศัยคาดเดาฝนตามฤดูกาลเอาด้วย ทางนี้ก็ช่วงหลังสงกรานต์มาหน่อยก็เริ่มเลื่อนลวดเปิดกรีดทำขี้จอก(ถ้วย)กันพลางๆแล้วครับ พอเข้าพฤาภาฯฝนมาหว่านปุ๋ยแล้วก็ลุยโลดครับ แต่อย่างปี48 ก็เปิดกรีดกันช้าหน่อยเพราะเรื่องคุ้ม-ไม่คุ้มนี่แหละครับ(ยางเหลือ40กว่าบาท)...เรียกกันว่า"เก็บไว้ในต้นดีกว่า"
....ขอดูใบที่ร่วงในสวน(พื้นดินนะครับ)ของคุณPinijหน่อยครับ
-
ขอตอบเรื่องคนกรีดยางก่อนว่า ที่ผ่านมาเปลี่ยนคนกรีดมาสองเจ้าคือคนเก่าที่พี่สาวแฟนให้กรีด และคนใหม่ที่ผมหามากรีดครับ และการหยุดกรีดเพราะสาเหตุคนกรีดที่ผมหามานั้น มาบอกว่าเค้ากรีดไม่คุ้มค่าเสียเวลาก็เลยสรุปปิดกันน่ะครับ คือน้ำยางลดลงครึ่งนึงของปรกติ ซึ่งผมก้เห้นด้วยว่าไม่คุ้มกับหน้ายางที่เสียไปครับ :nono เดี๋ยววันนี้จะเอาดินไปให้ สกย เช็คให้ ผมจะไปเก็บใบมาถ่ายรูปให้ดูนะครับ d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-6297_4F430CAE.jpg)
วันนี้ผมพลาดการอบรมไปซะแล้ว เพราะเค้าบอกเลื่อนการอบรมเร็วขึ้นไปวันหนึ่ง และบอกก่อนหน้าแค่วันเดียว ตอนผมยังเที่ยวอยู่ที่เชียงราย (( (( (( วางหมายกำหนดมาเป็นเดือน แต่แจ้งเลื่อนก่อนหน้ากันวันเดียว นี่แหละะคือคนของรัฐฯ เค้าทำงานกันอย่างนี้เอง มันทำให้ผมไม่อยากจะเข้าอบรมทุกๆ เรื่องกันอีกต่อไปซะแล้ว :nono :nonono N] ผมคงจะไม่ขอส่งดินเข้าตรวจแล้วละครับ อ. โก้ ถึงมันจะมีความจำเป็นก็จะไม่ของ้อคนของภาครัฐอีกต่อไป (( (( (( ผมขอลุยตามยะถากรรม ขอหาความรู้เอาจากในเวปนี้พอ เรื่องการใส่ปุ๋ยและการผสม ผมคงใช้วิธีดูเอาจากสภาพของต้นและใบและน้ำยางเอาละครับ อ้อ! ลืมบอกไปว่ายากกำลังออกดอกด้วยครับ ถ้าจะให้สูบน้ำรดต้นหรือใบตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้วนะครับ เพราะเห็นข้างๆ สวนยางที่โดนยาด เค้าเริ่มปลูกแตงโม ก็สามารถใช้ปั๊มปั๊มน้ำเข้าไร่แตงโมได้แล้ว (ข้างสวนเหนือนี้มีร่องน้ำไหลอยู่ครับ แต่ต้องปั๊มถึงจะรดได้ ไม่เหมือนที่สวนใต้ที่ปลูก 251 อันนี้ผันน้ำเข้าได้เลย)
เมื้่อกี้เข้าไปดูสวนยางมา สวนผมเจอราแป้งไปสวนหนึ่ง สอบถามชาวบ้านใกล้ๆ บอกว่ามีฝนตกเมื่อหลายวันมาแล้ว (แต่ที่บ้านผมอยู่ไม่ตก) สภาพใบงิกงอ (ตามรูปที่มีใบงิกงอซ้ายมือรูปล่าง) แต่อีกสวนหนึ่งไม่เป็นอะไร เพราะอยู่คนละแห่ง ไม่น่าเชื่อฝนตกไม่ทั่วฟ้า ห่างกันแค่ครึ่งกิโลเองละครับ สวนนี้โชคดีไป (ดูรูปที่ในสภาพดีซ้ายมือรูปบน ใบยังเขียวอ่อนๆ อยู่เลย ไม่ทราบว่าอีกเดือนนึงจะเข้มถึงขนาดกรีดได้หรือยังครับ?) และผมได้ถ่ายรูปใบแห้งมาให้ อ. โก้ พิจารณาด้วยแล้วนะครับ ไม่ทราบว่าเป็นโรคใบแดงหรือไม่? เห็นมีจุดอยู่บ้างน่ะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-745D_4F431303.jpg)
คนที่ผมจ้างกรีดเค้าแนะนำให้ซื้อปูแดงผสมปูนกินกับหมากไปทาปิดรอยกรีดครับ
-
เอารูประบบส่งกำลังของกังหันมาให้ชมครับ ปรับใหม่ตามที่พี่พินิจแนะนำ แต่ตัวขับตัวแรกหาซื้อขนาด14นิ้ว รูโต1นิ้วไม่ได้เลยเอาขนาด12นิ้วมาแทน ได้รอบการทดราวๆ27รอบ ถ้าตัวขับหมุนไป1รอบ :clap
-
คิดไปคิดมาผมเกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอีกแระ คือผมวางแผนจะปลูกยางเพิ่มอีกสวนหนึ่ง โดยผมจะเอาเมล็ดยางไปปลูกลงในตำแหน่งที่จะปลูกจริงกันเลย อาจใส่เหล็ดลูกยางซัก 3-4 เม็ด เพื่อกันมันไม่ขึ้น และถ้ามันขึ้นก็จะให้เหลือต้นที่แข็งแรงเพียงต้นเดียวปล่อยให้มันใหญ่ โดยต้นอื่นๆ ที่ติดกันนั้นจะตัดเป็นตอยังคงอยู่เพิ่มเสริมรากแก้วให้มันมากขึ้นเท่ากับต้นที่ขึ้นมา (เคยอ่านมาว่า การเอาต้นมาทำตาเขียวรากแก้วถูกตัดไปไม่ดี ผมเลยคิดว่าจะปลูกจริงในแปลงกันเลยละ) แล้วผมก็จะเอากิ่งต้นพันธ์ 251 มีอายุ 6-9 เดือน (ถ้าจำไม่ผิด ต้องกลับไปอ่านอายุต้นแม่อีกครั้ง) มาติดตาเอง อ. โก้ มีข้อแนะนำอะไรเพิ่มไหมครับ? และผมยังคิดว่า จะเอาเม็ดลูกยางไปปลูกติดๆ กับยางต้นอ่อนของผม คือกะว่าพอมันโตก็จะตัดยอดต้นใหม่ออกแล้วจะปล่อยให้ต้นมันโตเบียดติดต้นยางที่อายุ 5-6 เดือนในตอนนี้ของผมไปเลย แบบเหมือนการทาบกิ่งช่วยให้ยางมีรากที่มากขึ้นน่ะครับ ช่วงนี้อยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ผมมันคนซนเลยต้องหางานทำมันไปเรื่อยๆ แบบคนอยู่ไม่สุขละครับ :-\
เรียน อ. aphiphot(ekkasit) อย่าลืมเสริมทุ่นข้างหน้าทำเป็นปีกหน้ากว้างออกไปเพื่อป้องกันมันมุดน้ำตอนรับโลดสูงๆ และเพื่อการเพิ่มปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านมันด้วยนะครับ
-
วันนี้ผมพลาดการอบรมไปซะแล้ว เพราะเค้าบอกเลื่อนการอบรมเร็วขึ้นไปวันหนึ่ง และบอกก่อนหน้าแค่วันเดียว ตอนผมยังเที่ยวอยู่ที่เชียงราย (( (( (( วางหมายกำหนดมาเป็นเดือน แต่แจ้งเลื่อนก่อนหน้ากันวันเดียว นี่แหละะคือคนของรัฐฯ เค้าทำงานกันอย่างนี้เอง มันทำให้ผมไม่อยากจะเข้าอบรมทุกๆ เรื่องกันอีกต่อไปซะแล้ว :nono :nonono N] ผมคงจะไม่ขอส่งดินเข้าตรวจแล้วละครับ อ. โก้ ถึงมันจะมีความจำเป็นก็จะไม่ของ้อคนของภาครัฐอีกต่อไป (( (( (( ผมขอลุยตามยะถากรรม ขอหาความรู้เอาจากในเวปนี้พอ เรื่องการใส่ปุ๋ยและการผสม ผมคงใช้วิธีดูเอาจากสภาพของต้นและใบและน้ำยางเอาละครับ อ้อ! ลืมบอกไปว่ายากกำลังออกดอกด้วยครับ ถ้าจะให้สูบน้ำรดต้นหรือใบตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้วนะครับ เพราะเห็นข้างๆ สวนยางที่โดนยาด เค้าเริ่มปลูกแตงโม ก็สามารถใช้ปั๊มปั๊มน้ำเข้าไร่แตงโมได้แล้ว (ข้างสวนเหนือนี้มีร่องน้ำไหลอยู่ครับ แต่ต้องปั๊มถึงจะรดได้ ไม่เหมือนที่สวนใต้ที่ปลูก 251 อันนี้ผันน้ำเข้าได้เลย)
เมื้่อกี้เข้าไปดูสวนยางมา สวนผมเจอราแป้งไปสวนหนึ่ง สอบถามชาวบ้านใกล้ๆ บอกว่ามีฝนตกเมื่อหลายวันมาแล้ว (แต่ที่บ้านผมอยู่ไม่ตก) สภาพใบงิกงอ (ตามรูปที่มีใบงิกงอซ้ายมือรูปล่าง) แต่อีกสวนหนึ่งไม่เป็นอะไร เพราะอยู่คนละแห่ง ไม่น่าเชื่อฝนตกไม่ทั่วฟ้า ห่างกันแค่ครึ่งกิโลเองละครับ สวนนี้โชคดีไป (ดูรูปที่ในสภาพดีซ้ายมือรูปบน ใบยังเขียวอ่อนๆ อยู่เลย ไม่ทราบว่าอีกเดือนนึงจะเข้มถึงขนาดกรีดได้หรือยังครับ?) และผมได้ถ่ายรูปใบแห้งมาให้ อ. โก้ พิจารณาด้วยแล้วนะครับ ไม่ทราบว่าเป็นโรคใบแดงหรือไม่? เห็นมีจุดอยู่บ้างน่ะครับ
คนที่ผมจ้างกรีดเค้าแนะนำให้ซื้อปูแดงผสมปูนกินกับหมากไปทาปิดรอยกรีดครับ
เอ้า!! แล้วกัน ตัดสินใจเข้าด้านมืดเป็นดาร์ก ไวเดอร์ซะแล้ว...ไม่ว่ากัน แต่ปีหน้าขอร้องว่าต้องวิเคราะห์ดินนะครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ใบขนาดตามรูปบนซ้ายหลังสงกรานต์ก็สามารถเปิดกรีดได้ครับ(แต่ปริมาณน้ำยางเป็นอย่างไรไม่แน่ใจนะ เพราะเดาฝนทางนั้นไม่ออกครับ กรีดแบบ2วันหยุด1วันหรือวันเว้นวัน วันเว้นสองวันไปก่อนก็ได้ครับ)
...แม่บ้านผมอยากให้ดูใบเสร็จค่ายางของเค้าวันนี้ครับ(ของผมวันนี้ขอเค้าไว้18โล น้ำยางวันนี้เหลือ 63โล)...บ่นเสียดายแทนอยู่งุมงำ ผมแทรกไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=04FE_4F4330AD&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=04FE_4F4330AD)
ในแปลงที่เปิดกรีดแล้ว ดูว่าใบยางที่ร่วงลงดินหนามากขนาดปุ๋ยลงดินได้หรือไม่ก่อน ถ้าคิดว่าไม่ได้ก็กวาดมาที่อก(กลาง)ร่องเสียก่อน ทางนี้ใช้วิธีตัดหญ้าตัด/ช่วยย่อย-เปิดใบยางเอา แต่ทางอิสานกวาดกันมากครับ
ถ้ามีน้ำหมักฯ(ไม่อยากบอกเลย...สูตร พด.2ครับ) ก็ผสมน้ำอัตรา1ลิตรต่อ10ลิตร(เข้มข้นหน่อย)พ่นฉีดลงดินทุก10วัน เพื่อย่อยใบยาง(3ครั้งน่าจะย่อยหมดแล้ว...น่าจะทันดอกแก่) โดยเลี่ยงระยะ1.5เมตรจากโคนต้น ไม่ต้องรอฝนนะครับ
ถ้าใบร่วงหมดแล้ว และจะกวาดก็กวาดตอนนี้เลยเพื่อเตรียมใส่ปุ๋ยตอนดอกแก่(หาร3/ปีนะครับ) แล้วหมักน้ำหมักไว้รอพ่นฉีดทีหลังก็ได้....เสร็จไปแล้ว1เรื่อง ก็จะได้งานเท่าๆทางนี้แล้ว(เริ่มตัดหญ้ากันแล้ว)
หาโดโลไมต์มาใส่...ผมยืนยันว่าใส่ได้นะครับ 50-75 ก.ก/ไร่ ถึงโคนได้ครับ ไม่เป็นอันตรายกับยาง ถ้ามีปุ๋ยหมัก(อินทรีย์)ก็ใส่ก่อน/ผสมใส่ร่วมกันได้เลย(เรียกรากรอปุ๋ยเคมีไว้)
ปีนี้ทั้งปีใช้ปุ๋ย 20-8-20 ไปก่อน ผสมเองหรือสำเร็จรูปก็แล้วแต่ ให้หนักKไว้ก่อน....เรียกแป้งหน่อย(ใบแดงอยู่ด้วย...ถ้าจะให้ชัดรอดูตอนใบแก่อีกที) หน้ายางงอกใหม่ปูดโปน ไม่น่าใช้ตัวหน้า30...คงไว้ที่ 20ก่อนดีกว่า ดูไปก่อนค่อยลดลงที(ปี)หลังก็ได้ ตัวกลาง8ไม่น่ามีปัญหา..ค่อยสังเกตุลูกยางอีกที ถ้าดกปีหน้าค่อยลดเอา
-
คิดไปคิดมาผมเกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอีกแระ คือผมวางแผนจะปลูกยางเพิ่มอีกสวนหนึ่ง โดยผมจะเอาเมล็ดยางไปปลูกลงในตำแหน่งที่จะปลูกจริงกันเลย อาจใส่เหล็ดลูกยางซัก 3-4 เม็ด เพื่อกันมันไม่ขึ้น และถ้ามันขึ้นก็จะให้เหลือต้นที่แข็งแรงเพียงต้นเดียวปล่อยให้มันใหญ่ โดยต้นอื่นๆ ที่ติดกันนั้นจะตัดเป็นตอยังคงอยู่เพิ่มเสริมรากแก้วให้มันมากขึ้นเท่ากับต้นที่ขึ้นมา (เคยอ่านมาว่า การเอาต้นมาทำตาเขียวรากแก้วถูกตัดไปไม่ดี ผมเลยคิดว่าจะปลูกจริงในแปลงกันเลยละ) แล้วผมก็จะเอากิ่งต้นพันธ์ 251 มีอายุ 6-9 เดือน (ถ้าจำไม่ผิด ต้องกลับไปอ่านอายุต้นแม่อีกครั้ง) มาติดตาเอง อ. โก้ มีข้อแนะนำอะไรเพิ่มไหมครับ? และผมยังคิดว่า จะเอาเม็ดลูกยางไปปลูกติดๆ กับยางต้นอ่อนของผม คือกะว่าพอมันโตก็จะตัดยอดต้นใหม่ออกแล้วจะปล่อยให้ต้นมันโตเบียดติดต้นยางที่อายุ 5-6 เดือนในตอนนี้ของผมไปเลย แบบเหมือนการทาบกิ่งช่วยให้ยางมีรากที่มากขึ้นน่ะครับ ช่วงนี้อยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ผมมันคนซนเลยต้องหางานทำมันไปเรื่อยๆ แบบคนอยู่ไม่สุขละครับ :-\
เรียน อ. aphiphot(ekkasit) อย่าลืมเสริมทุ่นข้างหน้าทำเป็นปีกหน้ากว้างออกไปเพื่อป้องกันมันมุดน้ำตอนรับโลดสูงๆ และเพื่อการเพิ่มปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านมันด้วยนะครับ
ถ้าน้ำดี วิธีนี้ดีที่สุดครับ
ถ้าจะให้ดี ต้องมีนี่ด้วย(จัดให้ได้)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=E4AB_4F43348E&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=E4AB_4F43348E)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=CBED_4F43348E&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=CBED_4F43348E)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=9FA7_4F43348E&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=9FA7_4F43348E)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=7C97_4F43348E&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=7C97_4F43348E)
-
แบบนี้แหละ อยากลองทำเองดูเหมือนกัน เข้าไปดูในยูทูปแล้วเห็นว่าไม่น่าจะยาก เพราะเคยติดตาลีลาวดีมาก่อนหน้านี้ ก็ประสบความสำเร็จครับ Y] มีพัน 251 หรือ 3001 บ้างไหมครับ?
http://www.youtube.com/v/EJH0U7TPuN0&feature=related
ดูจากเปอร์เซนต์ยางแห้ง 44% แล้ว ถือว่าเยี่ยมเลยครับ
-
แบบนี้แหละ อยากลองทำเองดูเหมือนกัน เข้าไปดูในยูทูปแล้วเห็นว่าไม่น่าจะยาก เพราะเคยติดตาลีลาวดีมาก่อนหน้านี้ ก็ประสบความสำเร็จครับ Y] มีพัน 251 หรือ 3001 บ้างไหมครับ?
ดูจากเปอร์เซนต์ยางแห้ง 44% แล้ว ถือว่าเยี่ยมเลยครับ
มีแต่ 600 กับ 251 ตามใบเสร็จ2ใบนั่นแหละครับ 3001อะไรนั่นกับ J...80 ที่คุณPinijเคยว่าไว้ ไม่รู้จักครับ
....แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามืออาชีพอัตรารอดราว75%นะครับ....แต่อาจเป็นเพราะมืออาชีพก็ได้(อาศัยปริมาณ)และระบบน้ำต้องดีนะครับ
เฮ้อ!! ทำไมไม่ห้ามก็ไม่รู้..พาเข้ารกเข้าพงรึปล่าวก็ไม่รู้เรา
-
ครับคุณพินิจ อ.โก้ การบันทึกเสียงสมัยนั้นไม่มีการบันทึกซ้ำครับ คือวงดนตรีเล่นพร้อมทั้งวง มีไมโครโฟนจับทุกชิ้น มาเข้ามิกซ์เซ่อร์ ซึ่งตอนนั้นมีอย่างมาก 12 ช่อง
แล้วเอาสัญญาณ L R จากมิกซ์ไปเข้าเทปรีล อัดที่สปีด 15 เหมือนกันครับ รุ่นผมอาจจะประมาณรุ่นที่สองไม่ทันอัดระบบโมโนครับ เป็นสเตอริโอแล้ว
จากนั้นก็เอาม้วนเทปไปเล่นที่เครื่องตัดแผ่นต้นฉบับCuttting กัดแผ่นเป็นร่องร่องแล้วเอาไปชุบอะซิเตต เป็นแม่พิมพ์เพื่อเอาไปเข้าแท่นพิมพ์กดลงบนเนื้อไวนิลดำๆ
ที่เราเอามาเล่นกับเทอร์นเทเบิ้ลนั่นแหละครับ
ตอนนั้นที่ผมทำงานอยู่มีเครื่องที่ว่ามาทั้งหมดครับวงจรครับ พอเลิกกิจการไปก็เลยหายสาบสูญหมด เสียดายมากๆครับเครื่องเทปรีลจะมีแต่ Studer กับ Revox ครับ
อยากเล่นม้วนเทปรีลกันแต่ว่าตอนนี้พวกบริษัทที่ผลิตเส้นเทปมันเลิกผลิตกันไปจะหมดแล้วนะครับ
อ้อ ผมชื่อยงยุทธ ครับ ไว้จะขอโทรไปรบกวนเรื่องกาแฟนะครับ
-
แบบนี้แหละ อยากลองทำเองดูเหมือนกัน เข้าไปดูในยูทูปแล้วเห็นว่าไม่น่าจะยาก เพราะเคยติดตาลีลาวดีมาก่อนหน้านี้ ก็ประสบความสำเร็จครับ Y] มีพัน 251 หรือ 3001 บ้างไหมครับ?
ดูจากเปอร์เซนต์ยางแห้ง 44% แล้ว ถือว่าเยี่ยมเลยครับ
มีแต่ 600 กับ 251 ตามใบเสร็จ2ใบนั่นแหละครับ 3001อะไรนั่นกับ J...80 ที่คุณPinijเคยว่าไว้ ไม่รู้จักครับ
....แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามืออาชีพอัตรารอดราว75%นะครับ....แต่อาจเป็นเพราะมืออาชีพก็ได้(อาศัยปริมาณ)และระบบน้ำต้องดีนะครับ
เฮ้อ!! ทำไมไม่ห้ามก็ไม่รู้..พาเข้ารกเข้าพงรึปล่าวก็ไม่รู้เรา
ผมชอบการเข้ารกเข้าพงมากๆ เลยละครับ มันสนุกดีครับ ตอนนี้ผมมีแผนอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับสวนยางของผม ผมอาจคัดเลือกต้นยางไว้บางส่วนเพื่อการทดลองเล่นๆ แบบแปลกๆ ของผมอยู่หลายอย่างที่ผมคิดไว้เช่น ไอ้ส่วนที่เห็นเนื้อเปลือกปูดๆ ออกมานั่น ผมกะว่า จะลองกรีดซ้ำส่วนที่ปูดๆ นี่แหละสักสี่ห้าต้น ดูซิน้ำยางมันจะออกมาเป็นอย่างไร? และอาจมีการทดลองกรีดเหนือตรงที่กรีดปีแรกที่มันปูดดูบ้างว่าน้ำยางมันจะเป็นอย่างไร? และต้นที่กรีดใหม่ที่ขนาดเพิ่งจะกรีดได้ในครั้งหน้านี้ ผมอาจกรีดที่ต่ำๆ ก่อนแบบที่แนะนำกันในเวป ฯลฯ ซึ่งผมคงต้องมีการทดลองกันอีกเยอะแยะแน่นอนครับ ปีหน้าผมอาจไม่เน้นเรื่องน้ำยางที่จะได้รับ ผมจะขอทดลองมันส์ๆ กันก่อน เพราะความอยากรู้ครับ มีอะไรแปลกๆ ที่มันน่าจะดี ที่คนอื่นไม่กล้าทำไม่กล้าทดลองกันมั่งโปรดบอกผมด้วย :secret เรื่อง 3001 ที่นี่พวกร้านขายยางต้นอ่อนชอบเสนอขายกันมาก (ผมชักกลัวซะแล้ว เมื่อที่ใต้ยังไม่มีใครรู้จักมันเลย สงสัยจะถูกหลอกให้เป็หนูทดลองแน่ๆๆ)
ครับคุณพินิจ อ.โก้ การบันทึกเสียงสมัยนั้นไม่มีการบันทึกซ้ำครับ คือวงดนตรีเล่นพร้อมทั้งวง มีไมโครโฟนจับทุกชิ้น มาเข้ามิกซ์เซ่อร์ ซึ่งตอนนั้นมีอย่างมาก 12 ช่อง
แล้วเอาสัญญาณ L R จากมิกซ์ไปเข้าเทปรีล อัดที่สปีด 15 เหมือนกันครับ รุ่นผมอาจจะประมาณรุ่นที่สองไม่ทันอัดระบบโมโนครับ เป็นสเตอริโอแล้ว
จากนั้นก็เอาม้วนเทปไปเล่นที่เครื่องตัดแผ่นต้นฉบับCuttting กัดแผ่นเป็นร่องร่องแล้วเอาไปชุบอะซิเตต เป็นแม่พิมพ์เพื่อเอาไปเข้าแท่นพิมพ์กดลงบนเนื้อไวนิลดำๆ
ที่เราเอามาเล่นกับเทอร์นเทเบิ้ลนั่นแหละครับ
ตอนนั้นที่ผมทำงานอยู่มีเครื่องที่ว่ามาทั้งหมดครับวงจรครับ พอเลิกกิจการไปก็เลยหายสาบสูญหมด เสียดายมากๆครับเครื่องเทปรีลจะมีแต่ Studer กับ Revox ครับ
อยากเล่นม้วนเทปรีลกันแต่ว่าตอนนี้พวกบริษัทที่ผลิตเส้นเทปมันเลิกผลิตกันไปจะหมดแล้วนะครับ
อ้อ ผมชื่อยงยุทธ ครับ ไว้จะขอโทรไปรบกวนเรื่องกาแฟนะครับ
ยินดีให้คำแนะนำเรื่องกาแฟครับ เบอร์ผมคงเห็นแล้วในเวปนะครับ 085 358 9001 ครับ ขอถามเรื่องการปรับตำแหน่งเสียงในการทำเป็นระบบสะเตอร์หน่อยครับ คือจะจัดให้ชิ้นไหนอยู่ลึกแค่ไหน? เยื้องซ้ายเยื้องขวาทำอย่างไรครับ? เดี๋ยวนี้เค้าใช้ซอฟแวย์จัดการดูง่ายดี แต่เสียงแย่มากๆ บางเพลงถ้าฟังให้ดีๆ ฟ้องเลยว่าเหมือนชิ้นบางชิ้นที่อยู่ในวงอัดมาผิดเฟสครับ ขนาดแผ่นออร์ดิโอฟารย์แพงๆ ผมยังเจอบ่อยๆ เลยเลิกสนใจแผ่นพวกนี้ไปแล้ว ผมว่ายุคโมโนไม่เรื่องมาก อัดมาอย่างไร ก็เอาอย่างนั้น เสียงมันถึงอวบใหญ่ และมีความถูกต้องของเสียงมากกว่ายุคสะเตอร์ ผมฟังเพลงตั้งแต่จำความได้ก็เป้นเสียงโมโนทั้งนั้นจากอายุ 4-5 ขวบ ถึง 10 กว่าขวบ คุณพ่อเริ่มซื้อแผ่นสะเตอร์เข้าบ้าน เพราะแผ่นโมโนคงหายากขึ้น (ช่วง 2510 กว่าๆ แผ่นโมโนเริ่มหายากแล้ว ที่จริงเริ่มแผ่นสะเตอร์เริ่มทำช่วง 2501 ปีเกิดผมพอดี แต่ก็ยังผลิตแผ่นโมโนออกมาขายด้วยพร้อมกับแผ่นสะเตอร์) คือช่วงนั้นผมยังรับไม่ค่อยได้กับเสียงระบบสะเตอร์ที่ผอมบางมากๆ เสียงของคนที่เราเคยฟังเป็นโมโน มันเหมือนคนละคนทั้งที่อัดหรือเล่นในครั้งเดียวกัน K] K] K] K] (บ้านผมใช้เครื่องที่เป็นระบบสะเตอร์มาตั้งแต่ 2505 ได้มั้ง? เป็นโซลิดสะเต็ท แต่ที่บ้านคุณพ่อก็ยังซื้อแต่แผ่นไวนิวที่เป็นโมโนเข้าบ้านเท่านั้น ไม่เคยเห่อระบบสะเตอร์กันเลยละครับ ก่อนนั้นใช้โมโนหลอดที่คุณพ่อทำเองครับ และเคยใช้เทปโอเพิ่นริลเหมือนกัน ก่อหน้านี้เข้าไปอีกที่บ้านผมก็ใช้เครื่องเล่นจานเสียงแบบไขลานแหละครับ ผมจึงมีแผ่นที่เก็บไว้ตั้งแต่ยุคสะปีดเจ็ดสิบแปดละครับ)
-
ผมชอบการเข้ารกเข้าพงมากๆ เลยละครับ มันสนุกดีครับ ตอนนี้ผมมีแผนอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับสวนยางของผม ผมอาจคัดเลือกต้นยางไว้บางส่วนเพื่อการทดลองเล่นๆ แบบแปลกๆ ของผมอยู่หลายอย่างที่ผมคิดไว้เช่น ไอ้ส่วนที่เห็นเนื้อเปลือกปูดๆ ออกมานั่น ผมกะว่า จะลองกรีดซ้ำส่วนที่ปูดๆ นี่แหละสักสี่ห้าต้น ดูซิน้ำยางมันจะออกมาเป็นอย่างไร? และอาจมีการทดลองกรีดเหนือตรงที่กรีดปีแรกที่มันปูดดูบ้างว่าน้ำยางมันจะเป็นอย่างไร? และต้นที่กรีดใหม่ที่ขนาดเพิ่งจะกรีดได้ในครั้งหน้านี้ ผมอาจกรีดที่ต่ำๆ ก่อนแบบที่แนะนำกันในเวป ฯลฯ ซึ่งผมคงต้องมีการทดลองกันอีกเยอะแยะแน่นอนครับ ปีหน้าผมอาจไม่เน้นเรื่องน้ำยางที่จะได้รับ ผมจะขอทดลองมันส์ๆ กันก่อน เพราะความอยากรู้ครับ มีอะไรแปลกๆ ที่มันน่าจะดี ที่คนอื่นไม่กล้าทำไม่กล้าทดลองกันมั่งโปรดบอกผมด้วย :secret เรื่อง 3001 ที่นี่พวกร้านขายยางต้นอ่อนชอบเสนอขายกันมาก (ผมชักกลัวซะแล้ว เมื่อที่ใต้ยังไม่มีใครรู้จักมันเลย สงสัยจะถูกหลอกให้เป็หนูทดลองแน่ๆๆ)
ไม่ต้องกลัวครับอยากลุยก็ลุยเลย(เอ้า!!ดันยุอีกแน่ะ)ขอดูใบฯก่อนว่าระบุRRIM 3001ไว้หรือปล่าวครับ อย่างเจ้านี้มีแค่2พันธุ์ ถ้ามีอย่างอื่นเข้ามาด้วยก็โกยไว้ก่อนครับ
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=CD1F_4F439C76&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=CD1F_4F439C76)
แปลกๆ ที่ผมนึกออกและอยากทำตอนนี้คืออัดปุ๋ยละลายน้ำลงดินตรงๆครับ
ไอ้ส่วนที่เห็นเนื้อเปลือกปูดๆ ออกมานั่น ผมกะว่า จะลองกรีดซ้ำส่วนที่ปูดๆ นี่แหละสักสี่ห้าต้น ดูซิน้ำยางมันจะออกมาเป็นอย่างไร?
น้ำยางก็ออกนั่นแหละครับ ;D แต่น้ำยางอาจไม่ออกตลอดหน้า(เว้นเป็นช่วงๆ)เพราะความหนา-บางของเปลือกที่งอกใหม่ไม่เท่ากัน ทำให้เปลือกงอกใหม่บางส่วนไปปิดท่อน้ำยางครับ แต่จะกรีดยากขึ้นครับ
และอาจมีการทดลองกรีดเหนือตรงที่กรีดปีแรกที่มันปูดดูบ้างว่าน้ำยางมันจะเป็นอย่างไร?
อันนี้ตอบแบบเสียงดังฟังชัดได้เลยครับ น้ำยางออกดีกว่าครับ...แต่ที่เค้าไม่เปิดกรีดสูงๆกันเพราะเมื่อเปิดกรีดไปแล้วต้นยางจะโตช้า-หน้ายางช้ำโอกาสกรีดซ้ำเปลือก2-3(หรือได้รับผล)น้อยลงครับ
-
ไม่ได้เข้าพง แต่เกือบเข้าป่าช้า :black_eye K] :nono :P
-
ผมชอบการเข้ารกเข้าพงมากๆ เลยละครับ มันสนุกดีครับ ตอนนี้ผมมีแผนอยู่หลายอย่างเกี่ยวกับสวนยางของผม ผมอาจคัดเลือกต้นยางไว้บางส่วนเพื่อการทดลองเล่นๆ แบบแปลกๆ ของผมอยู่หลายอย่างที่ผมคิดไว้เช่น ไอ้ส่วนที่เห็นเนื้อเปลือกปูดๆ ออกมานั่น ผมกะว่า จะลองกรีดซ้ำส่วนที่ปูดๆ นี่แหละสักสี่ห้าต้น ดูซิน้ำยางมันจะออกมาเป็นอย่างไร? และอาจมีการทดลองกรีดเหนือตรงที่กรีดปีแรกที่มันปูดดูบ้างว่าน้ำยางมันจะเป็นอย่างไร? และต้นที่กรีดใหม่ที่ขนาดเพิ่งจะกรีดได้ในครั้งหน้านี้ ผมอาจกรีดที่ต่ำๆ ก่อนแบบที่แนะนำกันในเวป ฯลฯ ซึ่งผมคงต้องมีการทดลองกันอีกเยอะแยะแน่นอนครับ ปีหน้าผมอาจไม่เน้นเรื่องน้ำยางที่จะได้รับ ผมจะขอทดลองมันส์ๆ กันก่อน เพราะความอยากรู้ครับ มีอะไรแปลกๆ ที่มันน่าจะดี ที่คนอื่นไม่กล้าทำไม่กล้าทดลองกันมั่งโปรดบอกผมด้วย :secret เรื่อง 3001 ที่นี่พวกร้านขายยางต้นอ่อนชอบเสนอขายกันมาก (ผมชักกลัวซะแล้ว เมื่อที่ใต้ยังไม่มีใครรู้จักมันเลย สงสัยจะถูกหลอกให้เป็หนูทดลองแน่ๆๆ)
ไม่ต้องกลัวครับอยากลุยก็ลุยเลย(เอ้า!!ดันยุอีกแน่ะ)ขอดูใบฯก่อนว่าระบุRRIM 3001ไว้หรือปล่าวครับ อย่างเจ้านี้มีแค่2พันธุ์ ถ้ามีอย่างอื่นเข้ามาด้วยก็โกยไว้ก่อนครับ
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=CD1F_4F439C76&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=CD1F_4F439C76)
แปลกๆ ที่ผมนึกออกและอยากทำตอนนี้คืออัดปุ๋ยละลายน้ำลงดินตรงๆครับ
ไอ้ส่วนที่เห็นเนื้อเปลือกปูดๆ ออกมานั่น ผมกะว่า จะลองกรีดซ้ำส่วนที่ปูดๆ นี่แหละสักสี่ห้าต้น ดูซิน้ำยางมันจะออกมาเป็นอย่างไร?
น้ำยางก็ออกนั่นแหละครับ ;D แต่น้ำยางอาจไม่ออกตลอดหน้า(เว้นเป็นช่วงๆ)เพราะความหนา-บางของเปลือกที่งอกใหม่ไม่เท่ากัน ทำให้เปลือกงอกใหม่บางส่วนไปปิดท่อน้ำยางครับ แต่จะกรีดยากขึ้นครับ
และอาจมีการทดลองกรีดเหนือตรงที่กรีดปีแรกที่มันปูดดูบ้างว่าน้ำยางมันจะเป็นอย่างไร?
อันนี้ตอบแบบเสียงดังฟังชัดได้เลยครับ น้ำยางออกดีกว่าครับ...แต่ที่เค้าไม่เปิดกรีดสูงๆกันเพราะเมื่อเปิดกรีดไปแล้วต้นยางจะโตช้า-หน้ายางช้ำโอกาสกรีดซ้ำเปลือก2-3(หรือได้รับผล)น้อยลงครับ
ผมเข้านอนแล้วก็อดออกมาเขียนต่อไม่ได้(ทิ้งไว้กลัวลืม)
ความเห็นส่วนตัวนะครับ
ยางนี่เป็นพืชในเขตร้อนชื้น ยิ่งเป็นยางที่ทางมาเลย์พัฒนาขึ้นก็ยิ่งชอบร้อนชื้น(แบบฝนเขตร้อน)มากขึ้นไปอีก(ก็เค้าพัฒนาใช้ในบ้านเค้านี่) ทีนี้พอมาเจออากาศแห้งแล้งอย่างเหนือ-อิสานของไทยเข้าไปจะเป็นยังไง?...น่าคิด
ลองดูนะครับ สภาพดินฟ้าอากาศของเชียงใหม่เทียบกับ(แค่)ตรัง http://www.travelfish.org/weather/thailand ฝนต่างกันอยู่มาก แน่นอนว่า อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ฯลฯ ก็ต้องต่างกันมากตามไปด้วย
ถ้าจะลองจริงๆผมว่าลองสอบถามจากศูนย์วิจัยยางใกล้บ้านจะดีกว่านะครับ
-
อ. โก้ โทรมาให้ความรู้เป็นชั่วโมง ต้อวขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่งเลยละครับ ผมได้ที่ปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆ :yahoo :yahoo :yahoo เพิ่งจะทราบว่าคุณหาดใหญ่ช่วยเรียก อ. โก้ ที่ไม่เข้ามาในนี้มานานมากแล้ว ให้กลับมาช่วยผมโดยเฉพาะกันเลย ต้องขอขอพระคุณอีกท่านหนึ่งด้วยนะครับ
-
อ้าว คุยไปคุยมา เกิดปี พ.ศ.เดียวกันเลยครับคุณพินิจ
ตอนที่ผมอัดเสียงยุคนั้นมีห้องสตูดิโอขนาดใหญ่ประมาณห้องแถว4ห้องทะลุรวมกัน มีฉากกั้นห้องแบบที่ฝรั่งเรียกว่า Gobo เป็นแผงสี่เหลี่ยมมีล้อเลื่อนได้เอาไว้กันเสียงรบกวนกันระหว่างเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ส่วนการจัดตำแหน่งซ้าย-ขวา มาใช้ การ Pan ที่Mixer แล้วครับ
แต่เคยฝึกอัดเสียงแบบเพลงคลาสสิค ที่ใช้ไมโครโฟนแค่ 2 ตัวเป็น L,R จัดที่นั่งนักดนตรีออกเป็นตำเหน่งซ้าย ขวา เครื่องที่เบาก็อยู่ใกล้ไมค์เครื่องที่ดังก็อยู่ไกลออกไป แบบนี้ถ้าห้องดีๆ คนเล่นดนตรีเก่งๆก็ได้เสียงที่ดีครับ ผมเคยอัดดนตรีไทยเสียงฉิ่งจะดังมาก จนอยากจะให้ไปอยู่นอกห้อง 555
เพลงไทยที่ได้มีส่วนร่วมงานด้วยตอนนั้นก็เป็น เพลงลูกทุ่งกับลูกกรุงครับ รุ่นธานินทร์ ชรัมภ์ ดาวใจ รุ่งฤดี ครูเอื้อ สายัณห์ ศรชัย ศรเพชร พุ่มพวง ประมาณนี้ครับ และอิ่นๆอีกเช่น เคยอัดงิ้ว หนังตลุง เทปตลก เจอหมดทุกรูปแบบครับ สนุกดี
ผมก็เก็บแผ่นเสียงไว้จำนวนหนึ่งครับ เคยเอาไปถวายวัดบ้านเกิดที่ราชบุรี(นานแล้ว) ตอนนี้เลยโทรไปบอกหลวงพ่อให้เก็บไว้ดีๆอย่าให้คนเอาไปขายหรือทิ้งหมดเสียดายๆๆ
เมื่อประมาณสิบปีที่แล้วมีโอกาสได้คุยกับคุณธานี(Audiofile)แกอยากจะทำแผ่นเสียงในเมืองไทยผมได้พยายามติดต่อกับอาจารย์ที่เคยทำเครื่องที่ห้องอัดที่ผมเคยทำสมัยก่อน แต่ก็ไม่สำเร็จครับ ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีค่ายเพลงไทยบางแห่งไปทำแผ่นเสียงที่อเมริกามา
-
อ. โก้ โทรมาให้ความรู้เป็นชั่วโมง ต้อวขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่งเลยละครับ ผมได้ที่ปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆ :yahoo :yahoo :yahoo เพิ่งจะทราบว่าคุณหาดใหญ่ช่วยเรียก อ. โก้ ที่ไม่เข้ามาในนี้มานานมากแล้ว ให้กลับมาช่วยผมโดยเฉพาะกันเลย ต้องขอขอพระคุณอีกท่านหนึ่งด้วยนะครับ
พอดีวันนั้นผมโทรหาพี่โก้ ขอคำปรึกษาเรื่องงานของผม ก็เลยบอกพี่แกไปว่าพี่พินิจจะหัดลับมีดตัดยาง ^-^
-
อ. โก้ โทรมาให้ความรู้เป็นชั่วโมง ต้อวขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงยิ่งเลยละครับ ผมได้ที่ปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆ :yahoo :yahoo :yahoo เพิ่งจะทราบว่าคุณหาดใหญ่ช่วยเรียก อ. โก้ ที่ไม่เข้ามาในนี้มานานมากแล้ว ให้กลับมาช่วยผมโดยเฉพาะกันเลย ต้องขอขอพระคุณอีกท่านหนึ่งด้วยนะครับ
พอดีวันนั้นผมโทรหาพี่โก้ ขอคำปรึกษาเรื่องงานของผม ก็เลยบอกพี่แกไปว่าพี่พินิจจะหัดลับมีดตัดยาง ^-^
อย่างไร ก็ขอขอบพระคุณมากๆ ครับ ที่แนะนำให้ไม่ผิดคนจริงๆ d_d :drunk
เรียนคุณsounder01 ครับ ดีใจที่เจอคนวันเดียวกันที่ยังชอบฟังเพลงและเข้ามาคุยกันในนี้ครับ
-
คิดไปคิดมาผมเกิดไอเดียใหม่ขึ้นมาอีกแระ คือผมวางแผนจะปลูกยางเพิ่มอีกสวนหนึ่ง โดยผมจะเอาเมล็ดยางไปปลูกลงในตำแหน่งที่จะปลูกจริงกันเลย อาจใส่เหล็ดลูกยางซัก 3-4 เม็ด เพื่อกันมันไม่ขึ้น และถ้ามันขึ้นก็จะให้เหลือต้นที่แข็งแรงเพียงต้นเดียวปล่อยให้มันใหญ่ โดยต้นอื่นๆ ที่ติดกันนั้นจะตัดเป็นตอยังคงอยู่เพิ่มเสริมรากแก้วให้มันมากขึ้นเท่ากับต้นที่ขึ้นมา (เคยอ่านมาว่า การเอาต้นมาทำตาเขียวรากแก้วถูกตัดไปไม่ดี ผมเลยคิดว่าจะปลูกจริงในแปลงกันเลยละ) แล้วผมก็จะเอากิ่งต้นพันธ์ 251 มีอายุ 6-9 เดือน (ถ้าจำไม่ผิด ต้องกลับไปอ่านอายุต้นแม่อีกครั้ง) มาติดตาเอง อ. โก้ มีข้อแนะนำอะไรเพิ่มไหมครับ? และผมยังคิดว่า จะเอาเม็ดลูกยางไปปลูกติดๆ กับยางต้นอ่อนของผม คือกะว่าพอมันโตก็จะตัดยอดต้นใหม่ออกแล้วจะปล่อยให้ต้นมันโตเบียดติดต้นยางที่อายุ 5-6 เดือนในตอนนี้ของผมไปเลย แบบเหมือนการทาบกิ่งช่วยให้ยางมีรากที่มากขึ้นน่ะครับ ช่วงนี้อยู่ว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ผมมันคนซนเลยต้องหางานทำมันไปเรื่อยๆ แบบคนอยู่ไม่สุขละครับ :-\
ได้ยินมาว่าที่เคียนซา สุราษฯ มีทำอยู่เจ้านึง เป็นแบบ3ต้นรวมเป็น1ต้น ได้ผลดีครับ...คงแบบเดียวกับที่ทำกับทุเรียนและลำใย
เท่าที่วิเคราะห์ดู ก็น่าจะจริงตามที่คุณPinijว่าไว้ครับ...รากมากขึ้นก็หาอาหารได้มากขึ้น แถมยังกันเรื่องล้มง่ายได้อีก
ที่คุยค้างไว้ผมขอเปรียบเทียบแบบนี้นะครับ...เหมือนงานเลี้ยงอะไรซักอย่าง เรื่องที่เกี่ยวข้องก็เปรียบเทียบได้คล้ายๆแบบนี้
ปุ๋ยเคมี คือ ข้าวของ-กับข้าวที่พ่อค้า-แม่ค้าในตลาดเอามาขาย
ดิน คือ ตลาด
ปุ๋ยอินทรีย์ คือ เทศบาล(ทำความสะอาด-ปรับปรุงตลาด)
ราก คือ ฝ่ายจ่ายตลาด
ใบ คือ แม่ครัว
กิ่งก้าน คือ โรงครัว
ลำต้น คือ บริเวณจัดเลี้ยง
คนกรีด คือ แขกที่มางาน
มีดกรีดยางและฝีมือการกรีด คือ จานชามช้อนที่โต๊ะเลี้ยง
ข้าวปลาอาหารที่เลี้ยง คือ น้ำยาง
น่าจะมองเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ
เริ่มงาน
ฝ่ายจ่ายตลาด ไปซื้อของ-กับข้าวในตลาด
ข้าวของ-กับข้าวต่างๆก็มาจากพ่อค้า-แม่ค้าในตลาด
เทศบาลก็ต้องคอยทำความสะอาดดูแลปรับปรุงตลาด
เมื่อได้ข้าวของ-กับข้าวต่างๆมาแล้ว ก็ส่งไปที่โรงครัว...(ถ้าโรงครัวใหญ่โตกว้างขวางก็จุแม่ครัวได้มาก)เพื่อรอปรุงโดยแม่ครัว การส่งนี่ก็ต้องผ่านบริเวณจัดเลี้ยง(คงไม่มีใครเอาโรงครัวตั้งไว้หน้างาน...มั้ง)
เมื่อแม่ครัวปรุงสุกแล้วก็เอามารอเสิร์ฟที่บริเวณจัดเลี้ยงอีกที...
แขกมางานก็กินได้เลย โดยอาศัยจานชามช้อนที่โต๊ะเลี้ยงนั่นแหละครับ...
ทีนี้อยากให้คุณPinij ลองเปรียบเทียบกับยางดูตามข้างบน...และลองสร้างปัญหาให้เกิดกับสิ่งที่ยกตัวอย่างเพื่อเปรียบเทียบไว้ ก็พอจะเห็นภาพโดยรวมได้ชัดเจนขึ้น เช่น
ถ้าตลาดเล็กหรือไม่ดีไปมาไม่สะดวก ฝ่ายจ่ายตลาดก็จะได้ของมาไม่ครบ ก็เป็นหน้าที่ของเทศบาลที่ต้องคอยปรับปรุง(ดินไม่ดีเป็นหน้าที่ของปุ๋ยอินทรีย์)
หรือถ้าฝ่ายจ่ายตลาดตื่นสายไปตลาดช้า ตลาดก็วายหรือข้าวของโดนซื้อหมดเสียก่อนแล้ว ได้ของมาไม่ครบไม่พอ (รากไม่ดีมีจำนวนน้อยก็กินปุ๋ยไม่ทัน(ปุ๋ยระเหิด)หรือถ้าดินไม่ดีก็เดินไปหาปุ๋ยลำบาก)
บอกแล้วเรื่องเปรียบเทียบกับเรื่องกินนี่ผมเก่ง...ไม่ได้โม้
-
ครั้งก่อนเรื่องใบแดงยังค้างอยู่อีกนิด คือการลดธาตุเหล็ก(ที่เป็นพิษ)ในดินลง ถึงจะเป็นการแก้ไขที่ถูกจุดที่สุด
ตามหลักการแล้วต้องใช้แคลเซียมและกำมะถันมาแก้ครับ
เรารู้ว่าแคลเซียมและกำมะถันมีอยู่ในปูน(ปูนขาว,โดโลไมต์) แต่ปูนละลายน้ำได้ยากจึงปลดปล่อยธาตุแคลเซียมให้เป็นประโยชน์ต่อพืชได้น้อย (แต่ที่แนะนำให้ใส่โดโลไมต์นั้นเพื่อการอื่น)
การเอาปูนมาใช้จึงต้องไถพรวนเพื่อคลุกปูนให้เข้ากับดิน ก็ผิดหลักการที่ห้ามไถเพื่อรักษารากยางไว้อีก....แล้วอะไรล่ะที่มีแคลเซียมและกำมะถันแล้วละลายน้ำได้ดี
คำตอบตรงนี้คือ ยิบซั่มที่เอามาทำปูนพลาสเตอร์นั่นแหละครับ...แต่ใช้มาก-น้อยเท่าไหร่ต้องดูที่ผลวิเคราะห์ดิน :cry2 :P
.....เล่าเรื่องสวนของผมเพื่อเป็นตัวอย่าง
ผมไม่ใช้ปุ๋ยหมัก(พืชสด)ทั้งแบบซื้อและทำเอง แต่จะใช้"ธาตุ"สำเร็จรูปที่มีราคาถูก ไม่ต้องใช้แรงงานและเวลามาแปรรูปแบบนี้มาใช้แทน เพราะมีผลวิเคราะห์ดินอ้างอิงอยู่แล้ว ถึงจะเป็นข้อมูลเก่า ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ :whistling
เพราะสวนของผมมีหญ้าขึ้นอยู่มาก(และทางนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้)ต้องตัดหญ้าอยู่ปีนึง 2-3ครั้ง กลายเป็นไฟเบอร์เพื่อให้ดินโปร่งไม่แข็ง(ร่วน)มีอากาศในดินอยู่แล้ว
ที่ผมเรียกว่าไฟเบอร์เพราะอยากสื่อให้เห็นว่าเป็น"เส้นใย" และผมไม่เรียกว่า"ฮิวมัส"เพราะฮิวมัสย่อยสลายในดินยากกว่ามากมีธาตุอาหารพืชอยู่ในตัว จุดประสงค์การใช้ต่างกันจึงเรียกให้ต่างกันครับ
.....ของคุณPinijยังไม่มีผลวิเคราะห์ดิน ทราบแต่phในสวนข้างๆ จะแก้ให้ตรงจุดก็ลำบากหน่อยครับ
ผมทิ้งท้ายโพสนี้ไว้ที่ "การเก็บตัวอย่างดินเพื่อส่งวิเคราะห์"นะครับ
http://r05.ldd.go.th/Website_station/ksn/PDF/knowledge/006.pdf
-
และ...วิธีแปลกๆไม่เหมือนชาวบ้านเค้า ที่ผมคิดว่าเหมาะกับสวนยางของคุณPinij ก็คือทำปริมาณน้ำ(ฝน)ให้เหมือนทางใต้....
ติดสปริงเกอร์ เหนือยอดยางกันเลยครับ....จริงๆนะครับไม่ได้พูดเล่น O0
น้ำดิบก็มีอยู่แล้ว เหลือแค่วางระบบปั๊มแรงดันสูง เพิ่มวันกรีดจาก2วันหยุด1วัน เป็น3วันหยุด1วัน(600ไม่หวั่นอยู่แล้ว) และยืดระยะปิดกรีดออกไปอีก เผลอๆได้จำนวนวันกรีดใน1ปีได้มากกว่าทางนี้เสียอีก ปีเดียวคุ้มแน่นอน ;)
-
รับทราบและจะนำไปปฏิบัติครับ :yahoo :yahoo :yahoo เรื่องผลวิเคราะห์ดินของที่นี่ เมื่อผมได้เห็นผลวิเคราะห์แล้วมันทำให้ไม่ค่อยน่าเชื่อถีืน่ะครับ คือเค้าบอกแค่ NPK สูง กลาง ต่ำ แค่นั้น ผมแค่นี้มันพอแล้วหรือครับ (ผมหารูปที่ผมถ่ายผลวิเคราะค์สวนข้างๆ ไม่พบ K] ถ้าพบจะเอามาให้ดูว่า มันไม่เห็นมีอะไรที่ละเอียดดูน่าเชื่อถือหรือนำมาใช้ประโยชน์ได้) ที่ผมหวังในการวิเคราะห์ดินคือ การบอกรายละเอียดละดับเป็นเปอร์เซนต์น่ะครับ แบบนี้ผมคิดว่ามันน่าเชื่อถือและนำมาใช้ในการผสมปุ๋ยได้ถูกต้องกว่าการบอกแค่ สูงกลางหรือต่ำ เท่านั้น อยากเห็นผลการวิเคราะห์ดินของอาจารย์โก้ครับ :)
เช้านี้ผมออกไปเปิดน้ำเข้าแปลงสับปะรดตั้งแต่เช้าแล้วครับ พบมันมีลูกอยู่หลายยอดเหมือนกัน ไม่ทราบว่าจากตามรูปเมื่อไรจะได้กินผลครับ :yahoo ผมกะจะปลูกซัก 365 ต้น จะได้กินวันละลูก 55555 d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-D9CC_4F45A171.jpg)
-
งั้นมาทำความเข้าใจเรื่องผลวิเคราะห์ดินกันก่อนนะครับ...ตอนส่งดินไปเราต้องบอกเค้าไปก่อนนะครับว่าจะปลูกอะไร เช่น ปลูกยางอายุ8ปี เปิดกรีดมาแล้ว1ปี ปริมาณน้ำยางที่ได้ในปีที่ผ่านมา...กก.(คือบอกไปให้ละเอียดที่สุดน่ะครับ) อยากรู้อะไรบ้าง(ในดินที่ส่งไป)...ใส่เยอะๆเลย หรือเหมาจ่ายก็ได้ครับ 2f 2f เช่น ขอทราบระดับของธาตุทุกอย่างที่ตรวจพบในดินตัวอย่างและขอเกณฑ์ตัดสินประกอบผลวิเคราะห์ฯ(เท่าไหร่สูงเท่าไหร่กลางเท่าไหร่ต่ำ)...แบบนี้ครับ
ทีนี้...เค้าจะบอกอะไรกลับมาบ้าง
อินทรีย์วัตถุในดิน ...% (1-3% = ดีอยู่แล้ว)
ธาตุอาหารพืชฟอสฟอรัส ...ppm ระดับของธาตุฟอสฟอรัสที่ละเอียด xxx ต่อล้านส่วน เกณฑ์ สูง กลาง ต่ำ
ธาตุอาหารพืชโปตัสเซี่ยม ....ppm ระดับของธาตุโปตัสเซี่ยมที่ละเอียด xxx ต่อล้านส่วน เกณฑ์ สูง กลาง ต่ำ
ธาตุอาหารพืชแคลเซียม ....ppm ระดับของธาตุแคลเซียมที่ละเอียด xxx ต่อล้านส่วน เกณฑ์ สูง กลาง ต่ำ
ธาตุอาหารพืชแมกนีเซียม...ppm ระดับของธาตุแมกนีเซียมที่ละเอียด xxx ต่อล้านส่วน เกณฑ์ สูง กลาง ต่ำ
ธาตุอาหารพืชเหล็ก...ppm ระดับของธาตุเหล็กที่ละเอียด xxx ต่อล้านส่วน เกณฑ์ สูง กลาง ต่ำ
ฯลฯ
ph...
ความเค็มของดิน ... dS/m
ชนิดของเนื้อดิน....
คำแนะนำประกอบผลการวิเคราะห์ดินกรณีปลูก...(ยางพารา)
ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์....กก./ไร่/ปี ใส่ปูนขาว....กก./ไร่/ปี ฯลฯ วิธีการใส่........ และปุ๋ยเคมีสูตร..........จำนวน...... กก./ไร่/ปี วิธีการใส่........
หรือจะบอกแม่ปุ๋ยและน้ำหนักที่ต้องใช้มาให้เลยก็มี เช่น ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 จำนวน...... กก./ไร่/ปี ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 จำนวน...... กก./ไร่/ปี ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 จำนวน...... กก./ไร่/ปี
lสงสัยอะไรก็ถามเจ้าหน้าที่เค้าเลยครับ
นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า"ปุ๋ยสั่งตัด"ครับ คือเราไม่ได้วัดไซส์เอง ไม่ได้ตัดเอง เพียงแต่เราไปวัดตัวแค่นั้นครับ
......เค้าจะคิดเอาจากธาตุอาหารที่สูญเสียไปจากการเผาผลาญของต้นยาง-น้ำยาง ทั่วๆไปก็คิดกันที่ ไนโตรเจน 20 กก. ฟอสฟอรัส 5 กก. โปตัสเซี่ยม 25 กก. แมกนีเซียม 5กก. ต่อน้ำยาง1ตัน ประมาณนี้ครับ
ทีนี้เมื่อตัดเสร็จแล้วก็อาจต้องมีแก้บ้าง-เสริมบ้าง-แต่งซิ่งบ้าง :D เป็นบางจุดน่ะครับ
หลักๆก็แค่นี้ครับ...ครั้งแรกอาจมองไม่เห็นประโยชน์เท่าไหร่ แต่ครั้งที่2ไปแล้วจะเป็นตัวเปรียบเทียบได้ชัดเจนว่าที่เราทำไปเมื่อปีก่อนถูก-ผิด,ตัวไหนมากไป,ตัวไหนน้อยไปครับ
ป.ล. ผมไม่ได้เป็นหรือเคยอบรมหมอดินนะครับ ;D
-
นึกถึงเรื่องการวิเคราะห์ดินแล้วผมเหนื่อยใจจริงๆ รู้สึกผิดหวังคนที่ให้บริการตรงนี้มากๆ จนไม่อยากจะคบด้วยอีกเลย (( (( (( ผมรอเค้ามาตั้งหลายวันด้วยความหวัง แต่ก็อย่างบอกไว้แล้ว และจากการเห็นผลวิเคราะห์ที่มีเพียง N = ต่ำ, P = กลาง และ K = ต่ำ มีใหห้มาแค่นี้เองเท่านั้น อยากทราบว่า ถ้าต้องการรู้แค่นี้ ผมสามารถหาซื้อเครื่องวัดเองเลยได้ไหมครับ?
พวกธาตุเหล็ก หรือตัวอื่นๆ ที่ อ. โก้ ว่ามานั้น ไม่มีมาให้ครับ :nono เค้าใช้แค่ ค่าสามตัวที่ผมว่าแล้วเอามาคำนวณค่าสูตรปุ๋ยกันเลยแบบง่ายๆ ผมดูว่ามันไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยด้วย การวิเคราะห์แบบนี้ผมถือว่าหยาบมากๆ ถ้าเทียบกับการตัดเสื้อผ้า เหมือนบอกว่า หน้าอก "เล็ก", เอว "ปานกลาง" และ สะโพก "เล็ก" มันไม่สื่ออะไรออกมาซักเท่าไรเลย สิ่งที่ควรจะวัดกันออกมาน่าเป็นแบบนี้ผมถึงคิดว่ามันน่าจะเชื่อถือคือ เอว 33 (ถือว่าเล็ก), เอว 27 (ถือว่าปานกลาง) และ สะโพก 33 (ถือเล็ก) ถ้าแบบนี้เราก็จะมาปรับให้มันตรงมาตรฐานได้คือ ต้องเพิ่มเอวอีก 5 เป็น 38, ลดเอวลงมาอีก 3 เป็น 24 และ เพิ่มสะโพกอีก 3 เป็น 36 ถ้าแบบนี้สะเป็กผมละครับ :yahoo :yahoo :yahoo ผมคิดว่าการบอกแค่ สูง กลาง และต่ำ ผมก็ยังคิดว่าดูจากสภาพ ต้น ใบ ดอก น้ำยาง ฯลฯ เอาก็น่าจะได้
-
นึกถึงเรื่องการวิเคราะห์ดินแล้วผมเหนื่อยใจจริงๆ รู้สึกผิดหวังคนที่ให้บริการตรงนี้มากๆ จนไม่อยากจะคบด้วยอีกเลย (( (( (( ผมรอเค้ามาตั้งหลายวันด้วยความหวัง แต่ก็อย่างบอกไว้แล้ว และจากการเห็นผลวิเคราะห์ที่มีเพียง N = ต่ำ, P = กลาง และ K = ต่ำ มีใหห้มาแค่นี้เองเท่านั้น อยากทราบว่า ถ้าต้องการรู้แค่นี้ ผมสามารถหาซื้อเครื่องวัดเองเลยได้ไหมครับ?
พวกธาตุเหล็ก หรือตัวอื่นๆ ที่ อ. โก้ ว่ามานั้น ไม่มีมาให้ครับ :nono เค้าใช้แค่ ค่าสามตัวที่ผมว่าแล้วเอามาคำนวณค่าสูตรปุ๋ยกันเลยแบบง่ายๆ ผมดูว่ามันไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยด้วย การวิเคราะห์แบบนี้ผมถือว่าหยาบมากๆ ถ้าเทียบกับการตัดเสื้อผ้า เหมือนบอกว่า หน้าอก "เล็ก", เอว "ปานกลาง" และ สะโพก "เล็ก" มันไม่สื่ออะไรออกมาซักเท่าไรเลย สิ่งที่ควรจะวัดกันออกมาน่าเป็นแบบนี้ผมถึงคิดว่ามันน่าจะเชื่อถือคือ เอว 33 (ถือว่าเล็ก), เอว 27 (ถือว่าปานกลาง) และ สะโพก 33 (ถือเล็ก) ถ้าแบบนี้เราก็จะมาปรับให้มันตรงมาตรฐานได้คือ ต้องเพิ่มเอวอีก 5 เป็น 38, ลดเอวลงมาอีก 3 เป็น 24 และ เพิ่มสะโพกอีก 3 เป็น 36 ถ้าแบบนี้สะเป็กผมละครับ :yahoo :yahoo :yahoo ผมคิดว่าการบอกแค่ สูง กลาง และต่ำ ผมก็ยังคิดว่าดูจากสภาพ ต้น ใบ ดอก น้ำยาง ฯลฯ เอาก็น่าจะได้
พวกธาตุเหล็ก หรือตัวอื่นๆ ที่ อ. โก้ ว่ามานั้น ไม่มีมาให้ครับ
เป็นเพราะไม่มีรายละเอียดสิ่งที่เราอยากรู้แจ้งเค้าไปครับ
การวิเคราะห์แบบนี้ผมถือว่าหยาบมากๆ
หน่วยเป็น ppm ละเอียด 1ต่อล้านส่วนไม่หยาบแล้วครับ เพียงแต่ สูงกลางต่ำนั่นเค้าสรุปมาให้ครับ(เหมือนตัดเกรด)
งานบางอย่างต้องเอาเกณฑ์การวัดเป็นไมครอน งานบางอย่างเอาเกณฑ์การวัดเป็นกิโลเมตร....
งานทางเกษตรโดยเฉพาะต้นไม้ยืนต้นรู้กันแค่สูงกลางต่ำจริงๆแล้วก็หรูหราพอที่จะประเมินอะไรๆได้แล้วครับ โดยเฉพาะเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ทำลงไปกับดินในปีที่ผ่านมา เพราะมันใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ไม่เหมือนพืชล้มลุก(แต่จริงๆรู้เได้ถึงppm)
ผมก็ยังคิดว่าดูจากสภาพ ต้น ใบ ดอก น้ำยาง ฯลฯ เอาก็น่าจะได้
ได้แค่ระดับนึงครับ เหมือนเราทำแอมป์นั่นแหละครับ
ทำเสร็จแล้ว ไม่มีเสียง ถ้าแค่สายไฟหลุดก็เห็นด้วยตาเปล่า แต่ถ้าวัดอุปกรณ์ดี-เสียต้องวัดด้วยมัลติมิเตอร์
พอมีเสียงออกลำโพงดีแล้ว อยากรู้ว่ารันกระแสอยู่เท่าไหร่กันแน่ก็ต้องวัด แบบนั้นแหละครับ
.............
เพิ่งนึกออกครับ ถ้าเบื่อระบบราชการ ลองติดต่อไปทาง พืชศาสตร์ แม่โจ้ดูสิครับ :secret
-
เป็นเพราะไม่มีรายละเอียดสิ่งที่เราอยากรู้แจ้งเค้าไปครับ
เรียน อ. โก้ ครับ อย่าลืมว่าชาวบ้านที่นี่เค้าไม่ได้มีความรู้เหมือน อ. โก้ รู้นาคร้าบบบบบบบ จะไปเอาปัญญาอะไร เรียนจบแค่ ป. 4 เคยปลูกแต่ข้าวกับถั่ว ที่จะไปแจ้งให้คนที่มาสอนเป็นถึงระดับเกษตรจังหวัดให้เช็คธาตุในดินต่างๆ ให้เค้าด้วย (ถึงใด้มาก็ไม่รู้ ตีความไม่ออกซะอีก) เรื่องของธาตุเหล็กนั้น ผมยังนึกว่าเครื่องจักรเท่านั้นมันถึงจำเป็นต้องใช้ เพิ่งมารู้นี่แหละว่าต้นไม้มันก็ยังต้องใช้ครับ K] แบบนี้คิดได้สองประเด็นคือ เกษตรจังหวัดที่มาสอนขี้เกลียดเช็คให้ หรือก็ยังจะไม่รู้ว่ามันธาตุอื่นๆ มันมีผลที่สำคัญต่อต้นยางอย่างไรบ้าง? เพราะเรื่องยางพาราที่นี่ถือเป็นของใหม่สำหรับทุกคนครับ (ผมยังช่วงที่ผ่านๆ มานั้น ผมก็เคยพูดคุยเรื่องเหล่านี้กับพวกวิทยากรเรื่องสวนยาง แต่ไม่เคยได้ยินใครพูดถึง โคโลไมล์ ว่ามีประโยชน์อะไร? อย่างไร? เหมือนที่เราโทรคุยกัน เลยซักคนละครับ อ่านหนังสือที่พวกนี้เขียนก็เห็นแค่กล่าวถึง บอกให้รู้จักตั้งหลายตัว แต่ไม่เน้นตัวที่สำคัญแบบที่เราคุยกัน) นี่แหละคือสิ่งที่ผมยังไม่ค่อยยากจะวิ่งไปหาพวกนี้ เพราะกลัวไม่คุ้มค่าเสียเวลา แต่ถ้าพวกนี้ลงมาหาถึงถิ่นผมก็ยอมเสียเวลาเรียนครับ
จากที่ผมเคยวิ่งไปหาเค้าถึงเชียงไหม่ครั้งที่แล้วในเรื่องการทำหมอนยางพารา ตอนแรกที่คุยกันกับคนที่แนะนำก็บอกว่าไปหาที่นี่ได้เลยไม่ผิดหวัง แต่พอไปถึงเชียงใหม่ บอกต่อให้ไปหาที่สำนักงานที่บางเขนต่ออีก และต้องให้ทำหนังสือเป็นเรื่องราวที่ยุ่งยากซะอีกด้วย ผมเลยขอพอเพียงแค่นี้ เพราะเข้าไปเราอาจเสียทั้งเวลาและค่าน้ำมันรถ และก็อาจไม่ได้อะไรกลับบ้านอีกตามเคยก็เป็นได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมไม่ไว้ใจครับ อ. โก้ อย่าว่าผมเป็นคนดื้อรั้นเลยนะครับ (ยิ่งเขียนยิ่งกลัวโดนว่าอ่ะครับ) :giveup
หน่วยเป็น ppm ละเอียด 1ต่อล้านส่วนไม่หยาบแล้วครับ เพียงแต่ สูงกลางต่ำนั่นเค้าสรุปมาให้ครับ(เหมือนตัดเกรด)
ใช่ครับเครื่องมือมันวัดเป็น PPM แต่ตัดเกรดออกมาแค่สามเกรด สูง กลาง และต่ำ คือคือสิ่งที่ผมว่ามันหยาบครับ ควรบอกตัวเลขมาเลยว่าอะไรกี่พีพีเอ็มครับ อันนี้ถึงละเอียดกว่า แล้วก็นำมาคิดส่วนผสมของปุ๋ยมันน่าทำในฟิทพอดีแบบสั่งตัดจริง ถ้าทำอย่างที่ทำนี้คือเหมือนตัดกางเกง เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ แค่ 3 ไซร์ แล้วเอามาให้คนทั้งประเทศใส่ ผมยังคิดว่าไปเดินซื้อเสื้อสำเร็จในห้างมาใส่ยังน่าจะเข้ากับรูปร่างเรามากกว่าซะอีก นี่แหละคือสิ่งที่ผมถึงยังไม่อยากใช้บริการพวกตัดกางเกงแค่สามขนาด เพื่อทุกคนทั้งประเทศครับ :nono :nonono N]
เพิ่งนึกออกครับ ถ้าเบื่อระบบราชการ ลองติดต่อไปทาง พืชศาสตร์ แม่โจ้ดูสิครับ
คำแนะนำนี้ทำให้ผมนึกออกว่าแฟนก็จบจากที่นี่ อาจใช้เส้นสาย ส่งดินไปตรวจทาง ปณ แล้วขอผลอย่างละเอียด แล้วเอามาหาส่วนผสมที่น่าจะเป็นการสั่งตัดทีเข้ารูปเข้าร่างดีกว่า สกย d_d :drunk ถ้าเป็นไปได้ อ. โก้ จะให้ผมส่งให้เค้าเช็คธาตุตัวไหนบ้างโปรดบอกครับ :whistling
-
เป็นเพราะไม่มีรายละเอียดสิ่งที่เราอยากรู้แจ้งเค้าไปครับ
อ. โก้ อย่าลืมว่าชาวบ้านเค้าไม่รู้ อ. โก้ นาคร้าบบบบบบบ จะมีปัญญาอะไร จบแค่ ป. 4 ที่จะไปแจ้งให้คนระดับ เกษตรจังหวัดที่เรียนมา ธาตุเหล็กผมยังนึกว่าเครื่องจักรมันถึงต้องใช้ เพิ่งมารู้นี่แหละว่าต้นไม้มันก็ยังต้องใช้ครับ K] แบบนี้มีสองประเด็นคือ เกษตรจังหวัดที่มาสอนขี้เกลียดวัด หรือไม่รู้ว่ามันธาตุอื่นมันสำคัญต่อต้นยางอย่างไรบ้าง เพราะยางที่นี่ถือเป็นของใหม่สำหรับทุกคนครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมยังไม่ค่อยยากจะวิ่งไปหาพวกนี้กลัวไม่คุ้มค่าเสียเวลา แต่ถ้าลงมาหาก็ยอมเสียเวลาเรียนครับ
หน่วยเป็น ppm ละเอียด 1ต่อล้านส่วนไม่หยาบแล้วครับ เพียงแต่ สูงกลางต่ำนั่นเค้าสรุปมาให้ครับ(เหมือนตัดเกรด)
ใช่ครับเครื่องมือมันวัดเป็น PPM แต่ตัดเกรดออกมาแค่สามเกรด สูง กลาง และต่ำ คือคือสิ่งที่ผมว่ามันหยาบครับ ควรบอกตัวเลขมาเลยว่าอะไรกี่พีพีเอ็มครับ อันนี้ถึงละเอียดกว่า แล้วก็นำมาคิดส่วนผสมของปุ๋ยมันน่าทำในฟิทพอดีแบบสั่งตัดจริง ถ้าทำอย่างที่ทำนี้คือเหมือนตัดกางเกง เด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ แค่ 3 ไซร์ แล้วมาให้คนทั้งประเทศใส่ ผมยังคิดว่าไปเดินซื้อเสื้อสำเร็จในห้างมาใส่ยังน่าจะเข้ากับรูปร่างเรามากกว่าซะอีก นี่แหละคือสิ่งที่ผมถึงยังไม่อยากใช้บริการพวกตัดกางเกงแค่สามขนาด เพื่อทุกคนทั้งประเทศครับ :nono :nonono N]
เพิ่งนึกออกครับ ถ้าเบื่อระบบราชการ ลองติดต่อไปทาง พืชศาสตร์ แม่โจ้ดูสิครับ
คำแนะนำนี้ทำให้ผมนึกออกว่าแฟนก็จบจากที่นี่ อาจใช้เส้นสาย ส่งดินไปตรวจทาง ปณ แล้วขอผลอย่างละเอียด แล้วเอามาหาส่วนผสมที่น่าจะเป็นการสั่งตัดทีเข้ารูปเข้าร่างดีกว่า สกย d_d :drunk ถ้าเป็นไปได้ อ. โก้ จะให้ผมส่งให้เค้าเช็คธาตุตัวไหนบ้างโปรดบอกครับ :whistling
ผมไว้จะเสร็จอยู่แล้ว ดันไปปิดโปรแกรม Chrome ซะ..ไม่เตือนกันเลย :cry2 :cry2 พยามจะเขียนให้เหมือนเดิมที่สุดนะครับ
แปลกอยู่นะครับ ผลวิเคราะห์ดินที่ผมได้รับมาก็บอกเป็น ppm มาให้ด้วย ไม่ทราบทางนั้นส่งดินไปวิเคราะห์ที่หน่วยงานไหนครับ (อาจเป็นจุดตรวจสอบดินอย่างง่าย) ตอบทางPMก็ได้ครับ
ตอนผมส่งดินไปวิเคราะครั้งแรก เค้าถามว่า อยากรู้อะไรบ้าง ผมตอบว่า ไม่รู้ว่าต้องรู้อะไรบ้าง เค้าตอบกลับมาว่า งั้นให้เขียนไปว่า ขอทราบระดับของธาตุทุกอย่างที่ตรวจพบในดินตัวอย่างและขอเกณฑ์ตัดสินประกอบผลวิเคราะห์ฯ
ผมว่าเป็นเรื่องของการสื่อสารผิดพลาดไม่ตรงกัน(ไม่บอกกันก่อน) หรืออาจเป็นเรื่องความเต็มใจในการให้บริการ ซึ่งไม่ค่อยเห็นจากหน่วยงานด้านเกษตร(มากนัก ;D ;D) เพราะอย่างไรเสียก็คงเป็นลูกชาวไร่ชาวนาชาวสวนเหมือนเราๆ ;) ;)
ขอดูให้ครบๆเลยครับ ขอหน่วยมาเป็น ppm ถ้าให้มาเป็น mg/Kg จะงงๆหน่อยแต่ก็ใช้ได้(แบบงงๆ :D :D 2f)
อินทรีย์วัตถุในดิน %
ph
ความเค็มของดิน
ไนโตรเจน
ฟอสฟอรัส
โปตัสเซี่ยม
แคลเซียม
แมกนีเซียม
โซเดียม
กำมะถัน ซัลเฟอร์
แมงกานีส (กลัวว่าจะมากเกินไป)
เหล็ก (กลัวว่าจะมากเกินไป)
โบรอน
สังกะสี
ขอให้ตัดเกรด สูง-กลาง-ต่ำ มาให้ด้วย หรือขอความรู้เรื่องการตัดเกรดมาเลยก็ดีครับ
ไม่รู้ว่าเหมือนเดิมหรือปล่าว....ขาดเหลืออะไรค่อยมาเพิ่มให้นะครับ
-
ขอบคุณครับ จดๆๆๆๆ เด๊๋ยวพรุ่งนี้จะให้แฟนติดต่อคนในแม่โจ้ดูครับ ว่าสามารถเช็คได้ตามทั้งหมดนี้หรือไม่?
เป็นไปได้ว่าอาจมาจากศูนย์เล็กๆ เครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ละเอียดมากนัก เราคงต้องพึ่งตัวเอง
เออ! ผมลืมไปผมมีเพื่อนคนหนึ่งก็จบแม่โจ้ แล้วอยู่ที่แม่ใจ จังหวัดเดียวกันด้วย พรุ่งนี้ผมอาจโทรไปคุยเรื่องการหาสถานที่ตรวจดินในจังหวัดพะเยา และที่แม่โจ้ (แต่เพื่อนผมเรียนการเลี้ยงสัตว์ซะอีก ส่วนแฟนผมเรียนเอกคอมป์ มันคนละเรื่องเดียวกันเลย แต่ก็ยังมีก็มีเพื่อนสนิดที่ยังทำงานอยู่ในนั้น ติดต่อกันทางเฟสบุ๊คเห็นคุยกันบ่อยๆ)
-
เอาข้อมูลมาเพิ่มให้ครับ สูตรปุ๋ยที่ทางราชการแนะนำนั้นมาจากข้อมูลหยาบๆแบบนี้
ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยาง 1 ตัน ดินจะสูญเสีย
ไนโตรเจน 20 กิโลกรัม
ฟอสฟอรัส 5 กิโลกรัม
โพแทสเซียม 25 กิโลกรัม
แคลเซียม 4 กิโลกรัม
แมกนีเซียม 5 กิโลกรัม
ซัลเฟอร์ 2 กิโลกรัม
ทีนี้ถ้าเราอยากเอาข้อมูลนี้มาคิดในเชิงวิทยาศาสตร์แบบที่คุณPinijกำลังทำอยู่(ทดลอง-เปรียบเทียบหาจุดที่ดีและเหมาะสม) แต่ไม่ทราบข้อมูล DRC ของน้ำยาง(คือรู้แค่จำนวนแผ่น-น้ำหนักแต่ละแผ่น) ก็หาลำบากหน่อย ปีนี้คุณPinijต้องสุ่มวัด DRC ไว้ด้วยนะครับ(เดือนละครั้ง2ครั้งก็ได้)ยาง 600ทางนั้นอายุเปิดกรีด2ปีน่าจะอยู่แถวๆ 30-34% (คือสูงกว่าทางนี้นิดหน่อย) ถ้าต่ำกว่านี้ต้องปรับสูตรปุ๋ยและธาตุเสริม(อาจต้องแก้จากผลวิเคราะห์ดิน ซึ่งเป็นคนละเรื่อง(เดียว)กัน คือจะแก้เพื่อน้ำยาง ไม่ได้แก้เพราะดินไม่ดีครับ) ให้หนัก K ไว้ก่อนก็ได้ครับ (อัตราส่วนน้ำหนักในระบบ NPK ให้อยู่แถวๆ 1.2- 0.5 - 1)...ถ้าดูจากข้อมูลดิบข้างบน จะแปลกใจหน่อยที่ N-ไนโตรเจนที่สูญเสียน้อยกว่า แต่ทำไมต้องให้อัตราส่วนของ N มากกว่า....อันนี้เผื่อการระเหิดของ N ไว้ครับ (N ระเหิดง่าย-เร็วกว่าK)
แล้ว...
แคลเซียม 4 กิโลกรัม
แมกนีเซียม 5 กิโลกรัม
ซัลเฟอร์ 2 กิโลกรัม
นี่ถ้าไม่ใส่ล่ะ.... ก็คงต้องอาศัยบุญเก่า(ในดินเดิม)ที่มีแต่จะหายไปเรื่อยๆถ้าไม่เติมลงไป....คำตอบสำหรับตัวนี้ก็อยู่ที่ โดโลไมต์ นี่แหละครับ
แรกๆของการเรียนรู้(ถ้าตั้งใจจริง) จะยุ่งยากแบบนี้แหละ แต่จะได้กับเรากับสวนของเราครับ แต่ถ้า"ทำแบบตามๆกันไป"(ไปไหนก็ไม่รู้)ก็ง่ายครับ
-
อย่าว่าผมเป็นคนดื้อรั้นเลยนะครับ (ยิ่งเขียนยิ่งกลัวโดนว่าอ่ะครับ) :giveup
ไม่ครับ...เข้าใจความรู้สึกดีครับ(เพราะเพิ่งผ่านจุดที่คุณPinij เป็นอยู่ตอนนี้มาหมาดๆ) d_d
ผมเองมากกว่าที่ต้องยั้งๆไว้ เพราะกลัวโดนว่า.... ;D อีกอย่างเกรงใจพื้นที่ทางเว็บ(มุม Thai DIY Audio) ด้วยครับ
วันนี้ว่าง จะไปถ่ายรูปสวนที่มีระบบจัดการดีๆมาฝากนะครับ
-
อย่าว่าผมเป็นคนดื้อรั้นเลยนะครับ (ยิ่งเขียนยิ่งกลัวโดนว่าอ่ะครับ) :giveup
ไม่ครับ...เข้าใจความรู้สึกดีครับ(เพราะเพิ่งผ่านจุดที่คุณPinij เป็นอยู่ตอนนี้มาหมาดๆ) d_d
ผมเองมากกว่าที่ต้องยั้งๆไว้ เพราะกลัวโดนว่า.... ;D อีกอย่างเกรงใจพื้นที่ทางเว็บ(มุม Thai DIY Audio) ด้วยครับ
วันนี้ว่าง จะไปถ่ายรูปสวนที่มีระบบจัดการดีๆมาฝากนะครับ
คุยกับผมกรุณาอย่ายั้งครับ Y] ผมชอบความรู้แบบเนื้อๆ และของจริงแบบนี้มั๊กๆ ครับ ขอบคุณสำหรับรูปที่จะเอามาให้ดูเพื่อผมจะได้ปรับระบบสวนของผมใหม่ครับ d_d :drunk
ผมคิดว่ากระทู้นี้พอ อ. โก้เข้ามาคุยคนอ่านมากว่าที่ผมเขียนๆ มานะครับ ถ้าคิดโดยส่วนรวมแล้วแสดงว่ามีหลายๆๆๆๆๆๆๆ คนที่สนใจในสิ่งที่ อ. โก้เขียนลงมาให้อ่านกันในนี้นะครับ ผมคิดว่าเวปนี้คงอยากให้มีเรื่องที่เขียนแล้วคนสนใจมากแบบนี้ คงไม่น่าจะมีใครว่าครับ นี่ก็คือการดีไอวายสวนของเราเองเหมือนกันนะครับ
เมื่อวานผมออกไปตากแดดเอาน้ำเข้าสวนทั้งวัน ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดร้านขายกาแฟ ที่กำลังขายดีมากๆ ผมยังทิ้งร้านกาแฟปล่อยแฟนขายคนเดียว ซึ่งคงทำไม่ทันเวลามีออร์เดอร์ที่ละ 20-30 แก้วพร้อมๆ กัน เพื่อไปเอาน้ำเข้าสวนยางเพราะน้ำเขาจะจัดให้เป็นแถบๆ โชนๆ เวียนกันไปทั้งหมู่บ้าน มีกำหนดออกมาเลยว่าวันไหนโชนไหนครับ (น้ำขึ้นต้องรีบตักครับ)
ที่นี้ปัญหาผมคืออยากทราบว่าสับปะรด ปลูกใหม่ๆ แช่น้ำได้นานกี่วันครับ? และปรกติมันชอบน้ำมากไหมครับ? (คือผมสามารถ ให้แค่น้ำผ่านแล้วก็หยุด ผันน้ำไปทางแถบที่มีสับปะรดได้ ถ้ามันไม่ชอบ และถ้ามันชอบก็ให้น้ำขังอยู่เลยก็ได้ครับ)
-
วันนี้ว่าง ไม่รู้จะทำอะไรดี ไปหาอาหารทะเลกินดีกว่า...
สาหร่ายทะเลครับ กรอบๆกรุบๆเหมือนไข่ปลา มีรสเค็มปะแล่มๆจิ้มน้ำพริกอร่อยดี
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=4429_4F40CAAE&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=4429_4F40CAAE)wไม่ได้กินกันนําชุบ.....
แวะไปที่แปลงตายางของพวกกันถามอะไรมาซักหน่อย
ลูกยางเพาะอายุได้ 4เดือนแล้ว
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=DD68_4F40CB23&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=DD68_4F40CB23)
อันนี้เป็น 251 อายุ1เดือนครึ่ง...สูงเกือบ 1.5m. ทำได้ยังไง
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=7D36_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=7D36_4F40C8E7)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=7D36_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=7D36_4F40C8E7)
ทั้งๆที่เอามาลงจากยางถุงเหลือเลือก(ขายไม่ออกใครไม่เอา)แบบนี้
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=CC2A_4F40C8E7&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=CC2A_4F40C8E7)
ดินก็ไม้ดีอะไรนักหนา...ดินทรายแป้ง
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=1AF4_4F40CDF6&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=1AF4_4F40CDF6)
....
เพราะไม่ขาดน้ำ...
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=AC25_4F40CCFB&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=AC25_4F40CCFB)
และใช้ปุ๋ยสูตร 27-6-6 ครับ
ผมลูกชาวสวยยางเหมื่อนกัน สวนที่กะช่อง ต้นชด ( ที่แรกของไทยข้อมูลหนังสือกองทุนสวนยาง) ปู่ทวดเป็นกับเจ้าพระยารัฎษดา (มาจากเมืองจีนด้วยกัน) เลยให้ปู่ (มันก็คือสวนทดลอง)ปลูกยางก่อนแนะนำให้ชาวบ้านปลูก
-
ผมเคยอ่านเจอเจ้าพะยาที่พี่ว่าครับ เพิ่งจะรู้ว่าคุณปู่พี่รู้จักกับเจ้าพะยาคนนี้ด้วย ผมเคยถ่ายรูปประวัติการปลูกยางว่าที่มาเป็นอย่างไร? แต่รูปที่ถ่ายมาหาไม่พบซะแล้ว ไม่งั้นจะเอารูปเจ้าพระยาคนนี้มาให้ดูกันละครับ พี่เข้ามาบอกเค็ดลับต่างๆ ในเรื่องของสวนยางให้ฟังบ้างจิ d_d :drunk
-
ขออภัยเป็นพระยา พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เจ้าเมืองตรัง ทวดมาจากจีนพร้อมกัน ปู่เขามาพร้อมพี่น้อง5คนตอนทวดได้งานทำอาหารให้คนงานสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5 พ่อสอนให้ดูหน้ายาง ไปสวนไปชั่งยาง ตีราคาขี้ยาง บอกตรงๆกรีดยางไม่เป็นครับ ผมอยู่ในเมือง
-
ขออภัยเป็นพระยา พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เจ้าเมืองตรัง ทวดมาจากจีนพร้อมกัน ปู่เขามาพร้อมพี่น้อง5คนตอนทวดได้งานทำอาหารให้คนงานสร้างทางรถไฟสายใต้สมัย ร.5 พ่อสอนให้ดูหน้ายาง ไปสวนไปชั่งยาง ตีราคาขี้ยาง บอกตรงๆกรีดยางไม่เป็นครับ ผมอยู่ในเมือง
ใช่คนนี้ไหมครับพี่? ผมเห็นว่ามีรายละเอียดของการซื้อขายยางในอดีตก็เลยถ่ายรูปมาครับ และถ่ายยางต้นใหญ่ๆ มาให้ดูกันด้วย ตอนนี้ต้นยางขนาดนี้ก็ยังมีอยู่ในระยองอีกเยอะเลยนะครับ เพราะลูกเขยผมรับซื้อไม้ยางเข้าโรงเลื่อยที่มาบตาพุตก็เจอยางไซร์ใหญ่ๆ แบบนี้บ่อยๆ ครับ
เลยอยากถาม อ. โก้ หน่อยว่า (สงสัยมานานแต่เข้ามาในนี้ลืมถามทุกที และก็ลืมถามวิทยากรด้วย) ทำไม? ไม่เพราะเมล็ดปลูกเพื่อกรีดกันล่ะครับ? ผมคิดว่าพวกต้นใหญ่ๆ นี่คงมาจากการเพราะเมล็ดเป็นแน่แท้ครับ ผมคิดว่าเมล็ดจากต้น 600 ก็ยังเป็น 600 อยู่วันยังค่ำ เพราะแถวนี้ตอนนี้ยางที่ออกลูกคือ 600 ทั้งนั้น ไม่มีเกษรยางพันธ์อื่นมาผสมให้มันกลายพันธ์แน่ๆ
เหตุผลว่าจะได้น้ำยางน้อยจึงน่าจะตัดออกไป เมล็ดพันธ์ 600 มันคงให้เท่าที่พันฑ์ 600 ทำได้ :-\
หรือมันโตช้ากว่าหรือ? ไม่น่าใช่นะ เพราะเคยเห็นในยูทูปเค้าปลูกทำเป็นต้นตอ มันก็โตเร็วดีนี่ เห็นยางปลูกเมล็ด 6 เดือนสูงกว่า ต้นใหญ่กว่าที่ติดตากันซะอีก :-\
เพราะอะไรอีกหว่า?........นึกไม่ออกครับ ตอนนี้ผมคิดอีกแล้วว่า อยากลองเอาเมล็ดมาปลูกเองขึ้นมาอีกแระ K]
ลืมลงรูปซะแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-01A7_4F48C432.jpg)
-
ทำไม? ไม่เพราะเมล็ดปลูกเพื่อกรีดกันล่ะครับ? ผมคิดว่าพวกต้นใหญ่ๆ นี่คงมาจากการเพราะเมล็ดเป็นแน่แท้ครับ ผมคิดว่าเมล็ดจากต้น 600 ก็ยังเป็น 600 อยู่วันยังค่ำ เพราะแถวนี้ตอนนี้ยางที่ออกลูกคือ 600 ทั้งนั้น ไม่มีเกษรยางพันธ์อื่นมาผสมให้มันกลายพันธ์แน่ๆ
เหตุผลว่าจะได้น้ำยางน้อยจึงน่าจะตัดออกไป เมล็ดพันธ์ 600 มันคงให้เท่าที่พันฑ์ 600 ทำได้ :-\
หรือมันโตช้ากว่าหรือ? ไม่น่าใช่นะ เพราะเคยเห็นในยูทูปเค้าปลูกทำเป็นต้นตอ มันก็โตเร็วดีนี่ เห็นยางปลูกเมล็ด 6 เดือนสูงกว่า ต้นใหญ่กว่าที่ติดตากันซะอีก :-\
เพราะอะไรอีกหว่า?........นึกไม่ออกครับ ตอนนี้ผมคิดอีกแล้วว่า อยากลองเอาเมล็ดมาปลูกเองขึ้นมาอีกแระ K]
แหะๆ กลายเป็นครูสอนเกษตรไปจริงๆซะแล้ว...
มีโอกาสกลายพันธุ์สูง ไม่คุ้มเสี่ยงครับ ผมจำวงรอบการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด(หรือเม็ด)ว่าถึงรุ่นไหน(ลูก-หลาน-เหลน ของต้นพันธุ์)ถึงจะกลายพันธุ์100% มันคล้ายๆผสมพันธุ์สัตว์หรือคนที่อยู่ในเครือญาติกันแบบนั้นครับ เป็นความรู้สมัยชั้นมัธยมต้น หรืออาจเป็นชั้นประถมด้วยซ้ำครับ(ชื่อทฤษฎีนี้เป็นชื่อคนที่ค้นพบ)...ทีนี้เราไม่รู้ว่าเมล็ด(หรือเม็ด)ที่เราได้มามันเป็นรุ่นไหนกันแล้วน่ะครับ อีกอย่าง กว่าจะเป็นเมล็ด(หรือเม็ด)มันก็ต้องมาจากดอกและต้องผ่านการผสมเกสรด้วยสื่อต่างๆ เช่นแมลง-ลม ฯลฯ ทีนี้เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่า เกสรที่มาผสมนั้นเป็นพันธุ์ไหนกันแน่ :D :D และยางพันธุ์จะมีระบบรากไม่ดีนักใจเสาะไม่ทนโรค(ยางมี2ชนิดใหญ่ๆ คือยางพันธุ์(ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาแล้ว)และยางพารา(ยางพื้นเมือง) :D :D)
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเช่นฉะนี้... 2f 2f..เจ้าของแปลงเพาะฯที่ดีๆเค้าจะเสาะหาลูกยางพารามาใช้หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช้ลูกยางพันธุ์เดียวกันกับตายางเอามาติดตาครับ
อยากให้คุณSong เล่าตอนที่ท่านคอซิมบี้ได้ลูกยางเข้ามาครับ
-
สิ่งผมคิดที่จะเพราะจากเมล็ดกันเลยนั้น ผมมีเหตุผลดังนี้ครับ ไม่รู้ว่าจะฟังขึ้นหรือไม่? :-\
1 ในเมื่อยางติดตา (ยางที่นี่ร้านค้าก็ซื้อแบบตาเขียวมาจากภาคใต้และมีใบเซอร์ฯ ด้วย) ก็ให้น้ำยางไม่เท่ากันทุกต้น แม้ขนาดลำต้นและทรงพรุ่มหรือลักษณะใบเหมือนๆ กัน ก็เลยคิดว่าการเพราะเมล็ดก็น่าจะให้น้ำยางที่น่าจะแตกต่างพอกันหรือไม่? อยากพิสูจน์ครับ
2 ผมคิดจะปลูกแบบต้องการให้ต้นมันแข็งแรงแบบปลูกสามสี่เม็ดในหลุมเดียวแล้วเลือกต้นดีที่สุดเอาไว้ต้นเดียว กะเลี้ยงกันให้ใหญ่แบบในภาพข้างบนเลยอีกด้วยครับ (ผมมีประสบการจากการปลูกมะม่วงที่อยุธยา ตั้งแต่ยังเด็ก ต้นที่ปลูกด้วยเม็ดจะต้นใหญ่และแข็งแรงอายุยืนยาวกว่า ต้นติดตาเทียบกิ่งสมัยใหม่ จะต้นเล็ก อายุก็สั้นมากๆ ด้วย และรสชาดของมะม่วงเพราะเม็ดแถวบ้านผมแทบจะเรียกว่าไม่ผิดจากต้นแม่แม้เลยแม้แต่น้อย (แต่ผมเข้าใจว่าต้นไม้แต่ละชนิดมีโอกาศกลายพันธ์ไม่เท่ากัน)
3 ในเมื่อที่นี่พันธ์ 600 คือยางที่แย่ที่สุด ถ้าเกสรของพันธ์ 600 ไปผสมกับ 251 ข้างๆ ก็น่าจะเป็นสิ่งดี กับเม็ดยางที่ออกมา น่าจะได้ลักษณะเด่นข่มลักษณะด้อย 1:3 อีกด้วย ตามกฏของเมนเดล และเพื่อต้องการน้ำยางที่จะได้รับ เราอาจไม่ต้องไปสนใจก็ได้ว่า ยางต้นไหนที่เราปลูกแล้วนี้ มันจะเป็นลูกผสมของพันธ์อะไร เพราะเราไม่ได้ขายแม่พันธ์ เราขายน้ำยาง และถ้าเกิดฟรุ๊กเจอต้นลูกผสมใหม่ๆ ที่ให้น้ำยางมากกว่าต้นอื่นเป็นเท่าตัวละก็..เฮ็งเลยนะครับ :yahoo (แอบมีหวังลูกฟรุ๊กซะด้วย) :secret
4 และที่ดินที่จะซื้อใหม่ (บริเวณในรูปข้างล่างนี้ เมื่อวานมีคนโทรมาเสนอขายในราคาที่น่าสนใจมั๊กๆ เพราะเค้ากำลังทำบ้านได้แค่ครึ่งหลังและขาดเงินทำต่อ และเป็นคนเดียวกันที่ขายที่ที่แถวนี้แปลงแรกให้ผมเองละครับ) ที่หมู่บ้านนี้มีแผนรับนักท่องเที่ยวจากการจะเปิดพรมแดนและสร้างทางเมืองจีนเข้ามาทางในอนาคตอันใกล้นี้ (รัฐฯ มีโครงการทำหมู่บ้านนี้เป็นเมืองปาย 2) อนาคตผมอาจทำรีสอร์ทอในสวนยางที่จะทดลองปลูกนี้อีกด้วย (คืออาจตัดต้นบางส่วนออกไป เหลือไว้แค่อาศัยร่มเงา เพราะคิดว่ายางโตไวมากๆ ดีกว่าปลูกไม้อื่น และถ้ามันดีก็เก็บที่ตรงนี้เป็นสวนยางเอาไว้กรีดน้ำยางขายก็ยังได้) ผมจึงต้องการต้นยางที่ยึดเกาะกับดินที่ดีมากๆ ด้วยการเสริมรากแก้วซักสามสีรากครับ
นี่ละความคิดคนดื้อครับ K] :nono :nonono N]
(http://s2.uppic.mobi/image-7123_4F49CE02.jpg)
-
สิ่งผมคิดที่จะเพราะจากเมล็ดกันเลยนั้น ผมมีเหตุผลดังนี้ครับ ไม่รู้ว่าจะฟังขึ้นหรือไม่? :-\
ผมอ่านข้อความแค่ผ่านๆครับ....
ฟังไม่ขึ้นทุกกรณี
การปลูกยางวิธีที่ดีที่สุด(เท่าที่ทราบตอนนี้)คือติดตาในแปลงปลูก(โดยคนที่ทำเป็น)...ส่วนวิธีเสริมรากที่คุณPinijเคยพูดถึงไว้ก็ไม่เลวครับ
ข้อเสียก็เห็นจะมีแค่ เปิดกรีดได้ช้ากว่าอย่างน้อย1ปี(เพราะต้องเสียเวลาเพาะต้นกล้าลงในแปลงก่อน) คือที่เค้าไม่นิยมทำกันเพราะมองว่าเป็นการป้องกันในสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด(อธิบายยากจัง)....คือยางพื้นเมืองที่ปลูกด้วยลูกยางก็ล้มได้ถ้ามันจะล้มน่ะครับ....ขอเล่าเสริมครับหน้าบ้านผมเป็น "ป่ายาง" (คือเมื่อก่อนสวนยางเค้าจะไม่ค่อยสนใจที่จะตัดหญ้า-ต้นไม้ในสวนกันจนกลายเป็นป่าที่มีต้นยางครับ)ตอนนี้ปลูกไม้เทียมก็ยังเป็นป่าอยู่(เป็นของคนรวย (( ) ปลูกด้วยวิธี ยิงลูกยางเข้าไปในแปลงด้วย"ธนูคัน"..."นู"ของคนใต้มี2แบบคือธนูและหนังสติ๊ก ถ้า"นู"เฉยๆก็หมายถึงหนังสติ๊ก "นูคัน"หมายถึงธนู)พอเป็นต้นยางแล้วค่อยไล่ถอนต้นที่ไม่ต้องการออกเพื่อให้เป็นแถว(ที่ไม่เป็นแถวนัก :P)ก็เห็นล้มเยอะครับ....ผมเห็นคนอื่นก็เห็น(คนละที่) ทีนี้เค้าก็ไม่ยอม(ไม่นิยม)เสียเวลาปีนึงเพื่อเหตุผลนี้กันครับ...ยาง10ไร่ 1ปี นี่เยอะครับ...
-
สิ่งผมคิดที่จะเพราะจากเมล็ดกันเลยนั้น ผมมีเหตุผลดังนี้ครับ ไม่รู้ว่าจะฟังขึ้นหรือไม่? :-\
1 ในเมื่อยางติดตา (ยางที่นี่ร้านค้าก็ซื้อแบบตาเขียวมาจากภาคใต้และมีใบเซอร์ฯ ด้วย) ก็ให้น้ำยางไม่เท่ากันทุกต้น แม้ขนาดลำต้นและทรงพรุ่มหรือลักษณะใบเหมือนๆ กัน ก็เลยคิดว่าการเพราะเมล็ดก็น่าจะให้น้ำยางที่น่าจะแตกต่างพอกันหรือไม่? อยากพิสูจน์ครับ
ไม่มีวิธีไหนที่ปลูกแล้ว(รับประกันว่า)ได้น้ำยางเท่ากันทุกต้นหรอกครับ :nono ....ต้นไม้เราไปกำหนดกะเกณฑ์เค้าไม่ได้ทุกเรื่องครับ ไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ครับ
2 ผมคิดจะปลูกแบบต้องการให้ต้นมันแข็งแรงแบบปลูกสามสี่เม็ดในหลุมเดียวแล้วเลือกต้นดีที่สุดเอาไว้ต้นเดียว กะเลี้ยงกันให้ใหญ่แบบในภาพข้างบนเลยอีกด้วยครับ (ผมมีประสบการจากการปลูกมะม่วงที่อยุธยา ตั้งแต่ยังเด็ก ต้นที่ปลูกด้วยเม็ดจะต้นใหญ่และแข็งแรงอายุยืนยาวกว่า ต้นติดตาเทียบกิ่งสมัยใหม่ จะต้นเล็ก อายุก็สั้นมากๆ ด้วย และรสชาดของมะม่วงเพราะเม็ดแถวบ้านผมแทบจะเรียกว่าไม่ผิดจากต้นแม่แม้เลยแม้แต่น้อย (แต่ผมเข้าใจว่าต้นไม้แต่ละชนิดมีโอกาศกลายพันธ์ไม่เท่ากัน)
อยากให้คิดก่อนว่า ยางต้นใหญ่และอายุยืนยาวกว่าดีกว่าตรงไหนครับ
ยางอาศัยหน้ายาง(เปลือก)ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต...เปลือกหมดก็จบกันแค่นั้น ต้นยางที่ต้นใหญ่ถ้าไม่มีหน้ายางให้กรีด-กรีดแล้วไม่มีน้ำยางมีประโยชน์ตรงไหน ผิดกับมะม่วงหรือไม้ผลอื่นครับ....มีญาติ(อีกแล้ว)พักกรีดต้นยางแก่หมดเปลือกไว้6ปีแล้วเปิดกรีด(เท่ากับปลูกใหม่)...ได้เปลือกหนาจริงแต่กรีดยาก(ตะปุ่มตะป่ำ)ไม่มีน้ำยาง เสียเวลาเปล่า6ปี ไม้ยางก็ไม่ได้ราคาดีขึ้น(จากขนาด-น้ำหนักที่ใช้เวลา6ปี)ซักเท่าไหร่
3 ในเมื่อที่นี่พันธ์ 600 คือยางที่แย่ที่สุด ถ้าเกสรของพันธ์ 600 ไปผสมกับ 251 ข้างๆ ก็น่าจะเป็นสิ่งดี กับเม็ดยางที่ออกมา น่าจะได้ลักษณะเด่นข่มลักษณะด้อย 1:3 อีกด้วย ตามกฏของเมนเดล และเพื่อต้องการน้ำยางที่จะได้รับ เราอาจไม่ต้องไปสนใจก็ได้ว่า ยางต้นไหนที่เราปลูกแล้วนี้ มันจะเป็นลูกผสมของพันธ์อะไร เพราะเราไม่ได้ขายแม่พันธ์ เราขายน้ำยาง และถ้าเกิดฟรุ๊กเจอต้นลูกผสมใหม่ๆ ที่ให้น้ำยางมากกว่าต้นอื่นเป็นเท่าตัวละก็..เฮ็งเลยนะครับ :yahoo (แอบมีหวังลูกฟรุ๊กซะด้วย) :secret
ข้อนี้ด้อยความรู้ ขอผ่านครับ
4 และที่ดินที่จะซื้อใหม่ (บริเวณในรูปข้างล่างนี้ เมื่อวานมีคนโทรมาเสนอขายในราคาที่น่าสนใจมั๊กๆ เพราะเค้ากำลังทำบ้านได้แค่ครึ่งหลังและขาดเงินทำต่อ และเป็นคนเดียวกันที่ขายที่ที่แถวนี้แปลงแรกให้ผมเองละครับ) ที่หมู่บ้านนี้มีแผนรับนักท่องเที่ยวจากการจะเปิดพรมแดนและสร้างทางเมืองจีนเข้ามาทางในอนาคตอันใกล้นี้ (รัฐฯ มีโครงการทำหมู่บ้านนี้เป็นเมืองปาย 2) อนาคตผมอาจทำรีสอร์ทอในสวนยางที่จะทดลองปลูกนี้อีกด้วย (คืออาจตัดต้นบางส่วนออกไป เหลือไว้แค่อาศัยร่มเงา เพราะคิดว่ายางโตไวมากๆ ดีกว่าปลูกไม้อื่น และถ้ามันดีก็เก็บที่ตรงนี้เป็นสวนยางเอาไว้กรีดน้ำยางขายก็ยังได้) ผมจึงต้องการต้นยางที่ยึดเกาะกับดินที่ดีมากๆ ด้วยการเสริมรากแก้วซักสามสีรากครับ
ปลูกยางถ้าจำนวนน้อย(เกินไป)หรือไม่หวังเอาน้ำยาง...คือถ้าหวังแค่ร่มเงา ก็แสดงว่าต้องปลูกใกล้ๆ เมื่อเทียบกับกิ่ง-ใบ-ลูกยางที่หล่นลงมาแล้วปลูกอย่างอื่นดีกว่าครับ หรือหวังประโยชน์จากการโตเร็ว(แต่ไม่โค่นขาย)ก็ยังมีไม้อื่นที่โตเร็วกว่า-ให้ร่มเงาดีกว่าอีกเยอะแยะครับ...
นี่ละความคิดคนดื้อครับ K] :nono :nonono N]
อย่างนี้เค้าเรียกช่างคิดครับ..(เด็กวัยนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ...ธรรมดา 2f )
-
ที่ดินที่จะซื้อใหม่
วิวดีจังครับ ถ้าอากาศหนาวๆ และไม่วุ่นวายเหมือนเมืองปายก็น่าไปเที่ยวนะครับเนี่ย O0
-
ที่ดินที่จะซื้อใหม่
วิวดีจังครับ ถ้าอากาศหนาวๆ และไม่วุ่นวายเหมือนเมืองปายก็น่าไปเที่ยวนะครับเนี่ย O0
ผมคิดว่าความเจริญเข้าที่ไหน ความวุ่นวายมันย่อมตามมาแน่นอนครับ แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ที่ดินราคามันขึ้นตามด้วย ผมก็ขายที่นี่ แล้วก็หาที่ที่มันสงบว่าเป็นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่กันต่อไป :black_eye :cry2 ผมไม่ค่อยยึดติดอยู่กับที่ครับ เจอที่ไหนดีกว่าก็ย้ายไปอยู่ทันที (เหมือนพวกยิปซีเลย) แต่ที่อยุธยาบ้านเกิดนั้นคือหมุดหลักของผม เสียดายที่อากาศมันร้อนอยู่แล้วผมเป็นทุกข์มากกว่าสุขก็เลยจำใจต้องจากมา ผมชอบปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ อยุธยาทำได้แต่นาน่าเบื่อเพราะกำไรน้อยความเสี่ยงหลายด้านสูงกว่าครับ พวกสวนมะม่วงตอนนี้ก็ไม่ได้เรื่องแล้ว รายได้ผิดกะสวนยางหลายเท่าตัว
ฟังความเห็นของ อ. โก้ แล้วมันก็สามารถกลบความคิดผมไปได้หลายส่วนเลย แต่ยังมีคาๆ ใจอยู่บ้างอ่ะครับ
1 ผมอยากทราบเคยมีคนที่ปลูกแบบเม็ดกันบ้างไหมครับ? หรือมีประวัติข้อมูลผลของการปลูกแบบนี้ แต่ถ้ามาคิดว่าแค่มีต้นยางที่ผลผลิตแย่ๆ 10-20% ที่มันต้องอยู่กะเราถึง 40 ปี จะโค่นเพื่อปลูกใหม่ก็ไม่ได้ คิดแค่นี้มันก็ไม่คุ้มแล้วเนอะ :nono
2 และ 4 ถ้าหวังเอาไว้ทำล่ม เจอใบล่วงที่เยอะมากๆ แล้วหน้าแล้วไม่มีใบซะอีก ข้อนี้เลยตกกระป๋องไปได้เลย (ตอนแรกลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป นี่แหละนาประโยชน์ของการช่วยกันคิดหลายๆ คนหนึ่งพลาดหกล้ม อีกคนหนึ่งช่วยดึงขึ้นมาได้)
3 เราไม่ใช่คนขายกล้าพันธ์ต้นยางนี่หน่า จบ
ตอนนี้ยังคิดอะไรพิเลนๆ ยังไม่ออกครับ เอาไว้คิดออกจะมาถามใหม่นะครับ :yahoo
-
1 ผมอยากทราบเคยมีคนที่ปลูกแบบเม็ดกันบ้างไหมครับ? หรือมีประวัติข้อมูลผลของการปลูกแบบนี้ แต่ถ้ามาคิดว่าแค่มีต้นยางที่ผลผลิตแย่ๆ 10-20% ที่มันต้องอยู่กะเราถึง 40 ปี จะโค่นเพื่อปลูกใหม่ก็ไม่ได้ คิดแค่นี้มันก็ไม่คุ้มแล้วเนอะ :nono
มีครับอย่างที่เล่าไปแล้ว แต่ตอนนี้้หมดสมัยของยางพื้นเมืองและ"ป่ายาง"ไปแล้วครับ...คือยางพันธุ์เค้าไม่เอาลูกยางมาปลูกครับ ที่เหลืออยู่ก็เก็บไว้เอาลูกยางทำพันธุ์ ไม่ได้หวังน้ำยางครับ ยางอย่างที่เคยคุยกันไว้ครับนอกจากน้ำยางแล้วยังได้ไม้ยางเป็นบำเหน็จ ต้นยางอายุ45ปีไปแล้วนี่มีโอกาส(ไส้)กลวงสูงมาก...ตีราคาซื้อ-ขายแล้วเหลือไม่กี่ตังค์ครับ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุนึงที่เค้า(นิยม)โค่นกันเมื่อถึงอายุครับ มีแปลงข้างบ้านผม อายุราว40ปีแล้ว(ผมเข้าป.1ไปโรงเรียนต้องเดินผ่านยางแปลงนี้ ก็เปิดกรีดแล้ว)แต่ยังไม่โค่นเพราะยังให้น้ำยางดีอยู่มีเปลือกให้กรีดอีกเยอะ(ซ้าหน้าซ้ำเปลือกนับไม่ได้แล้ว ;D ) อีกอย่างเค้าไม่ร้อนใช้เงินก้อนครับ...หลายๆแปลงที่โค่นก็เพราะร้อนเงินก้อน คือมันมีหลายเหตุผลและต่างคนก็ต่างเหตุผลกันไปน่ะครับ
ยางกรีดได้หน้านึง3-4ปี ถ้ากรีดดีๆ รอบต้น3หน้าก็ตีว่า10ปี ถ้ารอบต้น4หน้าก็ตีว่า15ปี ซ้ำเปลือก2 (กรีดหน้าสูงขึ้น)ถ้ารอบต้น3หน้าก็ตีว่า12ปี ถ้ารอบต้น4หน้าก็ตีว่า16ปี สอยกรีดอีก6ปี(แต่แบ่งกรีด4หน้ารอบต้น โอกาสกรีดซ้ำเปลือก3มีมาก)
อายุรวมของยางกรีด3หน้ารอบต้นราวๆ 34ปี อายุรวมของยางกรีด4หน้ารอบต้นจะอยู่ราวๆ 43ปี ประมาณนี้ครับ.... :secret :secret
ถึงจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ถามมาน้อย แต่ที่เหลือ(แถมไป)อยากบอกไว้แต่เนิ่นๆครับ 2f
2 และ 4 ถ้าหวังเอาไว้ทำล่ม เจอใบล่วงที่เยอะมากๆ แล้วหน้าแล้วไม่มีใบซะอีก ข้อนี้เลยตกกระป๋องไปได้เลย (ตอนแรกลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป นี่แหละนาประโยชน์ของการช่วยกันคิดหลายๆ คนหนึ่งพลาดหกล้ม อีกคนหนึ่งช่วยดึงขึ้นมาได้)
ถ้าหวังร่มอย่างเดียว(ไม่หวังไม้)แนะนำจำปาดอกครับ ทนแล้ง(เยี่ยม) มีดอกหอม(ขายได้) ใบหนาตัดแต่งง่าย(ดัดได้)
3 เราไม่ใช่คนขายกล้าพันธ์ต้นยางนี่หน่า จบ
:whistling
ตอนนี้ยังคิดอะไรพิเลนๆ ยังไม่ออกครับ เอาไว้คิดออกจะมาถามใหม่นะครับ :yahoo
อย่าลืมไปจัดการใบยางที่ร่วง และดูดอกยางนะครับ เตรียมๆไว้ได้แล้ว
-
อ้อ! มันอย่างนี้นี่เล่า! ต้องคิดหลายๆ อย่างประกอบ แต้งกิ้วมั๊กๆ คร้าบ d_d :drunk
ลืมไปแล้ว (คล้ายๆ จะเคยบอกมาแล้วแต่ลืมและกลับไปค้นตัวเลขไม่เจอจริงๆ ขอถามใหม่ K]) ขายไม้จะได้โบนัสกี่ตังค์ต่อไร่ครับ? :secret
แล้วจำปาดอกต้นสูงไหม? อยากได้ต้นสูงๆ และกิ่งเหนียวๆ โค่นล้มยากๆ ด้วยน่ะครับ ช่วยแนะนำหน่อย ไม่เน้นอย่างอื่นนอกจากขอให้เป็นล่มไม้ที่คงทนแค่นั้น ;) อยากได้ร่มเงาแบบก้ามปู (แต่เจ้านี่กิ่งมันเปาะ แต่ชอบที่มันโตเร็วดี)
ช่วงสองสามวันมานี้ผันน้ำเข้าสวนที่ปลูกใหม่และซ่อมต้นที่ตายไป ยังไม่ได้ไปดูสวนโน้นเลย พรุ่งนี้วางแผนว่าจะไปให้คนกวาดใบอยู่เหมือนกันครับ แล้วจะมารายงานผลครับ
ขอถามหน่อยครับว่า รูปล่างนั้น คนเลื่อยไม้เค้าบอกว่าต้นยางพารา ใช่หรือไม่ครับ? (เคยเจอใหญ่กว่านี้ก็มีนะครับแต่ใส้ในไม่กลวงนะครับ มันใหญ่น่าดูเลยเกือบสามคนโอบครับ สงใสจะไม่ใช่ยางพารา เป็นยางนาซะละมั้ง?)
(http://s2.uppic.mobi/image-A35B_4EDC3F3A.jpg)
เมื่อเย็นดูข่าวพิษณุโลกร้อนมากๆ ภาคใต้ก็ร้อน ขนาดคนไม่มีตังค์ยังลักพัดลมจากในห้างกันเลยละ :-\ แต่วันนี้แฟนชวนผมพาลูกๆ มานอนห้องปูนกัน (ที่มันอุ่นกว่าข้างบนที่เป็นฝาไม้) เพราะสองสามวันมานี้ที่นี่มันหนาวมากๆ จนเจ้าตัวเล็กตื่นบ่อยๆ และเริ่มมีน้ำมูก แค่พิษณุโลกไม่กี่กิโลถึงบ้านผมมันต่างกันขนาดนี้เลยหรือนี่? (ผมก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่เป็นปีแรกนะครับ) แฟนเค้าเคยบอกว่าที่มาแต่งกับผมเพราะเบื่อบ้านเค้า ว่ามันหนาวมากๆ เค้าเบื่อหน้าหนาวของที่นี่มันยาวมากๆ อย่างนี้เอง ผมก็เลยปลูกบ้านเล็กๆ ที่อยุธยาไว้หลังนึง สงสัยจะจริงซะแล้ว (ไม่ได้เพราะรักเรานี่หว่า :-\) ไอ้เราก็อยากหาเมียเมืองเหนือเพราะชอบอากาศหนาว งั้น! ก็เหตุผลคล้ายๆ กัน :yahoo
-
แล้วจำปาดอกต้นสูงไหม?
สูงครับ ต้นเดิมโค่นเหลือแค่ตอราว50เซ็นต์ฯ 2ปีสูงราว15เมตรแล้วครับ(อยู่กลางแจ้ง) ต้นเดิมสูงจนต้องตัดอยู่เรื่อยๆเพราะอยู่ใกล้สายไฟฟ้าหน้าบ้านครับ
ขายไม้จะได้โบนัสกี่ตังค์ต่อไร่ครับ?
ตอนนี้ไม้ยางหน้าลาน(ไม้ฟืนส่งเตาถ่าน)กิโลนึงราว 1.7บาท แพงกว่าไม้อื่นครับ ไม้ยางบ้อง(ยาวเมตรนิดๆ)เกือบ2บาท
ช่วงหน้าแล้งไม้ยางขายได้ราคากว่าหน้าฝน เพราะเอาไม้ออกจากแปลงง่ายกว่า
แปลงติดถนน ไม้ขนาดทั่วไป ไร่นึงก็ราว แสน-แสนสามครับ
คนเลื่อยไม้เค้าบอกว่าต้นยางพารา ใช่หรือไม่ครับ?
ผมดูไม้ไม่เก่ง(ไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ) แต่เดาว่าไม่ใช่ เพราะไม่เห็นน้ำยางออกจากเปลือก-ต้นครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2D61_4F4AFDFE.jpg)
ถ้าขายไม้ยางได้แค่แสนเดียว ขายน้ำยางปีละ 400 โลต่อไร่ ถ้าโลละ 120 ก็เกือบครึ่งนึง
ไปถ่ายรูปดอกยางมาให้ อ. โก้ ดูครับ แบบนี้อีกกี่วันไส่ปุ๋ยให้มันสลัดผลครับ? ผมพบว่ามีบางต้นมีลูกยางล่วงลงมาแล้วก็มีครับ (สิบกว่าต้นเห็นจะได้) ผมเก็บมากะว่าจะเอาไปหมกไว้ใกล้ต้นปลูกใหม่ซะหน่อย ว่าจะลองเสริมรากดูว่าผลจะเป็นอย่างไร? และอีกส่วนกะว่าจะปลูกไว้เป็นต้นตอ จะทดลองติดตาเองดูละครับ
ตอนเรียนวิทยากรบอกว่าต้องใส่หมวกกรีดยางกันลูกยางล่วงใส่หัว โกหกกันหรือเปล่า? ลูกยางเบาๆ เองละครับ ผมก็เพิ่งจะเคยเห็น เคยจับมันนี่แหละ และแสดงว่าคนแถวนี้ปล่อยให้ลูกยางมีกันเต็มต้นแน่ๆ แต่ผมคงจะพยามให้มันล่วงซะให้หมดก่อนที่จะกรีดยางละครับ อ. โก้ ช่วยหน่อย :help
วันนี้ถามพี่สาวแฟนแฟนเพื่อหาคนงานไปกวาดใบยาง เจอคำถามย้อนกลับมาว่ากวาดกันทำไม? ไม่เห็นมีใครเค้าทำกันเลย :-\
จำปาดอกใช่ในนี้ไหมครับ? ทำไมในนี้บอกว่ามันต้นกลางล่ะ? อยากได้แบบต้นมะขาม แต่ผมเบื่อที่มันโตช้ามากๆๆๆๆๆ (และหน้าร้อนใบร่วงอีกด้วย ก้ามปูก็ใบร่วงหน้าร้อน มีต้นอะไรใหญ่ๆ แบบพวกนี้แล้วใบยังอยู่ครบช่วงหน้าร้อนกันบ้างละเนี้ย?) http://www.panmai.com/Tip/Tip06/Tip06.shtml
-
อ่านแล้วฮาครับ... ;D ;D พอรู้ว่าจะตอบยังไงยิ่งฮากว่าครับ
ตอนเรียนวิทยากรบอกว่าต้องใส่หมวกกรีดยางกันลูกยางล่วงใส่หัว โกหกกันหรือเปล่า? ลูกยางเบาๆ เองละครับ ผมก็เพิ่งจะเคยเห็น เคยจับมันนี่แหละ และแสดงว่าคนแถวนี้ปล่อยให้ลูกยางมีกันเต็มต้นแน่ๆ แต่ผมคงจะพยามให้มันล่วงซะให้หมดก่อนที่จะกรีดยางละครับ
งั้นคงต้องใส่หมวกกันน็อกครับถึงจะเอาอยู่
ผมกรีดยางมาไม่เคยใส่หมวก และไม่เคยเห็นใครใส่หมวก(กันลูกยางร่วงใส่หัว)ครับ..หมวกไหมพรหมไอ้โม่งผมก็ไม่ใส่(มันคันๆ) แปลก...ไม่เคยโดนลูกยางร่วงใส่หัว(ตอนกรีดยาง)ครับ....
เสียงลูกยางหล่นใส่หลังคานี่ดังมากครับ(อาจเป็นเพราะแข็งกระทบแข็ง) แต่ร่วงใส่หัวกลับไม่เจ็บแฮะ
ผมว่าที่น่ากลัวคือกิ่งยางร่วงมากกว่า(แต่เท่าที่ถามๆมาก็ไม่มีใครโดนครับ) ตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่แต่ไม่มีประสบการณ์เรื่องกิ่งยางร่วงใส่คนกรีดยางมาเล่าครับ
ถ้าขายไม้ยางได้แค่แสนเดียว ขายน้ำยางปีละ 400 โลต่อไร่ ถ้าโลละ 120 ก็เกือบครึ่งนึง
ครับ...ครบ60ปีก็เกษียณฯ อาจได้ต่ออายุ ไม่ถึง60ก็เออร์ลี่ฯได้
ผมเก็บมากะว่าจะเอาไปหมกไว้ใกล้ต้นปลูกใหม่ซะหน่อย ว่าจะลองเสริมรากดูว่าผลจะเป็นอย่างไร?
ถ้าไปลองกับแปลงอายุ4เดือนที่เคยคุยไว้ แนะนำว่าอย่าลองเลยครับ เคยได้ยินมาว่าต้นยาง1ต้น ตั้งแต่กรีดถึงโค่นให้เงินเรา1หมื่นบาทครับ
อีกส่วนกะว่าจะปลูกไว้เป็นต้นตอ จะทดลองติดตาเองดูละครับ
อันนี้สนับสนุนครับ
ผมพบว่ามีบางต้นมีลูกยางล่วงลงมาแล้วก็มีครับ (สิบกว่าต้นเห็นจะได้)
พวกนี้ต้องบำรุงให้มากขึ้นครับ
แบบนี้อีกกี่วันไส่ปุ๋ยให้มันสลัดผลครับ?
สลัดดอกนะครับ คงราวๆ5-10วันครับ เราต้องสังเกตุและจำลักษณะและปริมาณความหนาแน่นของดอกที่ร่วงที่พื้นไว้เพื่อดูจังหวะเวลาของการติดผล(ลูก)เอาครับ
เทคนิคสำหรับสวนที่อยู่ใกล้ถนน...ขับมอเตอร์ไซค์ผ่าน(ซึ่งปกติก็ต้องขับผ่านอยู่แล้ว)แล้วสังเกตุว่าไม่ค่อยมีดอกยางโดนหน้าแล้ว ช่วงนี้แหละครับใส่ปุ๋ยไปก่อน1ครั้ง ปริมาณ1/3ของปี ครั้งที่2ช่วงฝนแรก ครั้งที่3ปลายฝนครับ
จำปาดอกใช่ในนี้ไหมครับ? ทำไมในนี้บอกว่ามันต้นกลางล่ะ?
ที่ขีดเส้นใต้ไว้ผมเดาว่าเป็น"ต้นกลวง" เข้าไปอ่านมาแล้ว"ต้นขนาดกลาง สูงเฉลี่ย 20ฟุต(7เมตร)"...ของผม15เมตรอย่างที่เล่าไปครับ
ใช่ครับทั้ง2คำถาม กลวงแต่ไม่หักง่ายๆครับ เนื้อไม้-ลายไม้หลังชักสี-เคลือบแล้วก็ดูดีครับ
ดูจากลิ้งค์ ดอกขาวที่บ้านผม(หรือผมคนเดียวก็ไม่รู้ :D) เรียกจำปา(ดอก) ดอกสีเหลืองเข้มเรียกจำปี สลับกัน K] K] ที่บอกไปคือดอกขาวนะครับ...และน่าจะเรียก"จำปี"
แต่คงไม่เป็นไรมั้งครับ เพราะเป็นพี่น้องกัน....จำปูนน้องเจ้าจำปี จำปีพี่เจ้าจำปา
แต่(อีกที) อย่าเด็ดทีเดียวจะเสีย(ว)ทั้งคู่ 2f 2f
......เรื่องกวาดใบยาง เคยบอกไปแล้วครับ
ทางอิสานเคยเห็นกวาดกัน พอใส่ปุ๋ยเสร็จแล้วกวาดกลบปุ๋ยอีกที(ในรายการเกษตรทางทีวี)
ทางนี้ตัดหญ้า ได้ย่อยใบยางให้เปื่อยเร็วขึ้นเป็นของแถม
ดูก่อนว่า ใบยางที่ร่วงลงพื้นหนาแค่ไหนปุ๋ยถึงดินได้มั๊ย
ลองพิจารณาเอานะครับ
-
วันนี้เหนื่อยมั๊กๆ อีกแล้ว ทำงานหลายด้านมาก เป็นคนทำสวน เป็นเด็กส่งกาแฟ แถมงานที่บ้าน ผมไม่ได้ฟังเพลงเลยช่วงนี้ มีงานที่ชอบและสนุกกับมันมีอย่างเดียวคือทำสวนครับ :secret
ผมคิดว่าถ้าเราไม่กวาดใบออก ฝนต้องตกกันนานพอสมควรถึงจะละลายเม็ดไปลงไปถึงดินได้ และคิดว่าถ้าตกขนาดนั้นแล้ว ต้นที่อยู่ริมๆ สวนปายน้ำ น้ำมันอาจจะพัดปุ๋ยไปสวนอื่นได้เหมือนกัน ผมเลยคิดว่าผมจะใส่ปุ๋ยโดยไม่รอให้ฝนตก คือจะจ้างคนทำไร่แตงโมที่ปลูกอยู่ข้างๆ สวน รดน้ำให้เปียกแค่บริเวณสวนเราเท่านั้น แล้วก็ใส่ปุ๋ยเลยจะดีกว่า อ. โก้ คิดว่าเราควรรดกันกี่วัน? (หรือกี่ครั้ง?) ทิ้งช่วงเท่าไร? ปุ๋ยจึงจะถูกกินหมดพอดีในการใส่ครั้งหนึ่งครับ :-\ ตอนนี้ผมดูทุกๆ สวนเลยไม่เฉพาะของผม ดอกออกในสภาพเดียวกันทั้งหมด คืออกพร้อมกัน ยังไม่เห็นมีร่วงลงพื้นในเวลานี้ครับ ที่บอกมานั้นผมสรุปว่า เมื่อดอกร่วงหมดต้นก็ให้ใส่ปุ๋ยทันทีทันใดนะครับ :help
จำปี จำปา แล้วไม้พวกดอกหอมๆ ทุกชนิด ผมปลูกแน่ๆ ครับ ผมชอบกลิ่มธรรมชาติของดอกไม้มากๆ ครับ คิดจะปลูกเหนือลม ตามฤดูการของมันกันเลยละครับ O0 :victory
ลืมถามเรื่องปุ๊ยไปครับ K] ปุ๋ยขี้วัวคนซื้อหมดสะต็อกไปแล้ว (ปรกติขี้วัวใส่กี่กระสอบต่อไร่ครับ) ตอนนี้เหลือแต่ขี้ไก่ผสมแกรบ กระสอบลำ 33 บาท (ขี้วัว 30 บาท) เราควรใส่ไร่ละเท่าไรดีครับ? เค้าเหลือแค่ 300 กระสอบเท่านั้น จะพอใส่ 20 ไร่ไหมครับ? :-\
-
วันนี้เหนื่อยมั๊กๆ อีกแล้ว ทำงานหลายด้านมาก เป็นคนทำสวน เป็นเด็กส่งกาแฟ แถมงานที่บ้าน ผมไม่ได้ฟังเพลงเลยช่วงนี้ มีงานที่ชอบและสนุกกับมันมีอย่างเดียวคือทำสวนครับ :secret
ผมคิดว่าถ้าเราไม่กวาดใบออก ฝนต้องตกกันนานพอสมควรถึงจะละลายเม็ดไปลงไปถึงดินได้ และคิดว่าถ้าตกขนาดนั้นแล้ว ต้นที่อยู่ริมๆ สวนปายน้ำ น้ำมันอาจจะพัดปุ๋ยไปสวนอื่นได้เหมือนกัน ผมเลยคิดว่าผมจะใส่ปุ๋ยโดยไม่รอให้ฝนตก คือจะจ้างคนทำไร่แตงโมที่ปลูกอยู่ข้างๆ สวน รดน้ำให้เปียกแค่บริเวณสวนเราเท่านั้น แล้วก็ใส่ปุ๋ยเลยจะดีกว่า อ. โก้ คิดว่าเราควรรดกันกี่วัน? (หรือกี่ครั้ง?) ทิ้งช่วงเท่าไร? ปุ๋ยจึงจะถูกกินหมดพอดีในการใส่ครั้งหนึ่งครับ :-\ ตอนนี้ผมดูทุกๆ สวนเลยไม่เฉพาะของผม ดอกออกในสภาพเดียวกันทั้งหมด คืออกพร้อมกัน ยังไม่เห็นมีร่วงลงพื้นในเวลานี้ครับ ที่บอกมานั้นผมสรุปว่า เมื่อดอกร่วงหมดต้นก็ให้ใส่ปุ๋ยทันทีทันใดนะครับ :help
จำปี จำปา แล้วไม้พวกดอกหอมๆ ทุกชนิด ผมปลูกแน่ๆ ครับ ผมชอบกลิ่มธรรมชาติของดอกไม้มากๆ ครับ คิดจะปลูกเหนือลม ตามฤดูการของมันกันเลยละครับ O0 :victory
ลืมถามเรื่องปุ๊ยไปครับ K] ปุ๋ยขี้วัวคนซื้อหมดสะต็อกไปแล้ว (ปรกติขี้วัวใส่กี่กระสอบต่อไร่ครับ) ตอนนี้เหลือแต่ขี้ไก่ผสมแกรบ กระสอบลำ 33 บาท (ขี้วัว 30 บาท) เราควรใส่ไร่ละเท่าไรดีครับ? เค้าเหลือแค่ 300 กระสอบเท่านั้น จะพอใส่ 20 ไร่ไหมครับ? :-\
เค้าว่ากันว่า ขี้ไก่ทำให้หน้ายางเป็นราได้ง่าย แต่ผมเลี้ยงไก้เนื้อ4พันกว่าตัวในหนึ่งรอบการเลี้ยงในสวนยางเลย ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ (ลมหอบคอกไก่พังไปหลายปีแล้วเลยหยุดเลี้ยงไป)
ขี้วัวที่แนะนำไปก็เพราะ จะให้มีหญ้า(งอกจากเม็ดหญ้าในขี้วัว)งอกคลุมหน้าดินครับ(ข้อเสียก็คือต้องถางหญ้ากันปีละ2ครั้ง) แต่ขี้ไก่จะไม่ได้ผล(เรื่องหญ้า)ตามที่หวังไว้ครับ
ถ้าคิดว่าหญ้าคลุมหน้าดินสำคัญจริง ลองหาเม็ดหญ้ารูซี หรือ หญ้าคองโก มาปลูกดูก็ได้ครับ(ภาคฯสัตว์ฯ แม่โจ้) แต่ไม่แน่ใจว่าในที่ร่ม(เงายาง)หญ้าพวกนี้จะขึ้นได้หรือปล่าว และอายุจะยืนแค่ไหน(รวมถึงขยายพันธุ์ได้เองหรือปล่าวด้วย)ต้องถามเจ้าของเม็ดหญ้าครับ
ส่วนขี้ไก่ที่จะใส่ ถ้าเป็นผม ผมว่าไม่จำเป็นครับ ถ้าจะใส่จริงๆ ก็4กระสอบ/ไร่ (ขี้ไก่แกลบแห้งใส่กระสอบปุ๋ยได้ราว25-30กิโลฯ) ไปดูตอนโกยขี้ไก่ด้วยก็ดี เพราะไม่งั้นจะได้ดินกลิ่นขี้ไก่ผสมแกลบมาแทนครับ :secret และตอนใส่ให้ใส่ห่างโคนต้นยางซักเมตรนึงนะครับ (ขี้ไก่เป็นปุ๋ยร้อนเดี๋ยวใบหงิก-โคนเน่า)
ผมขอเปรียบเทียบ ปุ๋ยเคมีกับอาหารแบบนี้ครับ
อาหาร ไม่ว่าคนหรือพืชก็จะกินแค่อิ่มครับ ปวดฟัน(รากไม่ดี)กินได้น้อย ยังไม่เปิดฝาชี(โดนใบที่ร่วงหรือวัชพืชบังหน้าดิน)ก็กินได้น้อย(กว่า)... เมื่อกินไม่ทันเวลาอาหารก็บูดเน่า-มดขึ้น(ปุ๋ยระเหิด) หรืออาหารมากเกินไป(ปุ๋ยละลายลงดินเร็วเกินไปเพราะน้ำ-ฝน)แต่กินได้แค่อิ่ม ส่วนที่เหลือต้องทิ้งไปเปล่าประโยชน์ หนำซ้ำยังเน่าเหม็นอีก(ปุ๋ยเคมีละลายลงดินทำให้ดินแข็ง)
ทำไมหลายๆคนที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แล้วได้ผลดีกว่าปุ๋ยเคมี...ทั้งๆที่เราก็รู้กันดีว่าปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารสำหรับพืชมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ คำถามนี้คุณPinij บอกเหตุผล-สาเหตุ-ตอบและบอกวิธีแก้มาหน่อยครับ(ละเอียดๆเลย)
เรื่องเอาน้ำมาช่วยละลายปุ๋ย คงต้องเป็นระบบสปริงเกอร์ ถ้าแค่ชักน้ำคงไม่พอครับ ดูให้ดินชุ่มครับ อย่าให้มีน้ำเลน(เรียกไม่ถูกอีกแล้ว)..น่าจะเรียกน้ำขัง....แต่ก็ยังงงอยู่ว่าถ้ามีใบยางคั่นอยู่แล้วปุ๋ยจะลงดินยังไง :D :D
หรือคุณPinij คิดเอาจากที่ผมจะเอาปุ๋ยละลายน้ำอัดลงดิน....อันนั้น(ถ้าทำจริงๆ)ต้องทำปีนึงหลายครั้งนะครับ(ทีละนิดๆ) และเพื่อแก้ปัญหาเรื่องใบยางร่วงปิดหน้าดินบังปุ๋ยครับ (ของผมใบเยอะมากๆคลุมหนาจริงๆ) แต่เลิกคิดไปแล้วครับเพราะพัฒนาที่ดินบอกว่าจะทำให้ชั้นดินแข็ง(เพราะปุ๋ยเคมี)ลงลึกขึ้นไปอีก
เคยบอกถึงอุปสรรคไว้ตั้งแต่แรกแล้ว(ผมยกตัวอย่างเรื่องปล่อยให้สวนรกไว้) การทำอะไรที่แปลกไปจากที่ทำๆกัน ถึงจะเป็นเรื่องดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่เมื่อไรที่ทำได้เรื่องดีก็จะเข้ามาเองครับ
-
งั้น! ผมจะพยามหาขี้วัวจากแหล่งอื่นดูอีกทีดีกว่า คนแก่ขี้ลืมจริงๆ ครับ K] คือลืมไปเลยว่า อ. โก้ เน้นเมล็ดหญ้าในขี้วัว ผมก็เห็นดีด้วยว่ารากของต้นหญ้าทำให้ดินร่วนซุย ดีขึ้นจากที่เราปุ๋ยเคมีตลอด สวนที่กรีดได้ของผมรู้สึกว่าพี่สาวแฟนเน้นผลผลิตไม่สนใจสภาพดินมาก่อนใส่แต่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว ((
-
ตอบนี่ด้วยครับ
ทำไมหลายๆคนที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แล้วได้ผลดีกว่าปุ๋ยเคมี...ทั้งๆที่เราก็รู้กันดีว่าปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารสำหรับพืชมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ คำถามนี้คุณPinij บอกเหตุผล-สาเหตุ-ตอบและบอกวิธีแก้มาหน่อยครับ(ละเอียดๆเลย)
-
http://guru.sanook.com/enc_preview.php?id=1760&title=
แต่ผมคิดว่าการใช้ทั้งสอองอย่างในอัตตราที่เหมาะจะดีกว่าใช้อย่างใดอย่างหนึ่งในสวนยางของเรานะครับ
จากที่แล็ดเซอร์ตอนที่เรียนมานะครับว่า เมื่อเรากรีดเอาน้ำยางจากต้นยาง แร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ ในดินจะหายไปดังนี้
N = 20kg, P = 5kg, K = 25kg, Ca= 4kg, Mg = 5kg และ S = 2kg ฉะนั้นปุ๋ยเคมีผมจึงคิดว่ามีความสำคัญในการที่เข้าไปชดเชยธาตุแต่ละตัวที่ถูกต้นยางดูดขึ้นไปใช้น่ะครับ
ไม่รู้ว่าความคิดนี้ อ. โก้ มีความคิดเห็นเป็นอย่างไร? อาจะตอบไม่ตรง เพราะตอบตรงๆ ไม่ได้ 555555 :giveup
แต่วันนี้ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับสวนยางอีกหลายข้อเลยละครับ วันนี้ผมจ้างคนงานกวาดใบเสร็จเรียบร้อยครับ บางจุดถมกันสูงเกือบขึ้งหน้าแข้ง ไม่มีทางที่เม็ดปุ๋ยจะถึงดินง่ายๆ แน่ถ้าไม่กวาดครับ
ผมจะรู้ว่าใบที่โดนหยาดนั้นมีเพียงกลุ่มเล็กๆ ไม่ถึง 10% ของพื้นที่ทั้งหมด ถือเป็นสิ่งดีของผมเลย :yahoo คือไปเจอใบอ่อนล่วงอยู่ที่พื้นไม่มากเลย มันอยู่ติดถนน ตอนแรกนึกว่าโดนเต็มพื้นที่ซะแล้ว เหมือนต้นที่อยู่ริมๆ โดนแดดมากกว่ราส่วนข้างในมันเลยออกใบอ่อนจังหวะที่พอดีมีปัญหากับฝนที่ตกลงมา แต่ต้นข้างในใบมันแก่มากแล้วฝนตกใส่จึงไม่เป็นไรเลยครับ เรื่องยางนี่ละเอียดอ่อนมากๆ เลย ต้องดูโดยรวมดูกันตื่นๆ แล้วสรุปอะไรไม่ได้เลย
แต่วันนี้พบว่า อ. โก้ ทายไว้ไม่ผิดครับ ว่า ดอกล่วงเกือบทั้งหมดแล้ว (ทำไมคราวที่แล้วยังเห็นดอกขาวอยู่เลย วันนี้เห็นแต่ก้านดอกซะแล้ว) พรุ่งนี้ผมจะเอาน้ำเข้านะครับ
-
ตอบนี่ด้วยครับ
ทำไมหลายๆคนที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์แล้วได้ผลดีกว่าปุ๋ยเคมี...ทั้งๆที่เราก็รู้กันดีว่าปุ๋ยเคมีมีธาตุอาหารสำหรับพืชมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ คำถามนี้คุณPinij บอกเหตุผล-สาเหตุ-ตอบและบอกวิธีแก้มาหน่อยครับ(ละเอียดๆเลย)
เพราะ ปุ๋ยเคมีสลายทั้งลงดินและขึ้นบนอากาศในรูปแบบของการระเหิดได้ง่ายกว่าปุ๋ยอินทรีย์(เป็นเหตุผลที่เห็นผลเร็ว) ถ้าใส่ไม่บ่อยพอ(ราว3เดือน/ครั้ง)ก็จะไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ ทีนี้ถ้ามีวัชพืชหรือใบ(ยาง)ที่ร่วงบังหน้าดินไว้ซึ่งกว่าจะย่อยสลายโดยธรรมชาติได้ก็กินเวลาหลายเดือน กว่าปุ๋ยจะลงดินได้ก็ หมดหรือเหลือคุณค่าน้อยไปเสียก่อน ถึงจะอาศัยฝนหรือน้ำมาเป็นตัวละลายให้ไหลลงดินจากเหตุผลที่ว่า"กินได้แค่อิ่ม" อีกทั้งการสูญเสียในรูปแบบระเหยจะมากกว่าระเหิด ก็เป็นเรื่องซ้ำรอยเดิมเสียอีก
ส่วนปุ๋ยอินทรีย์นั้นตรงกันข้าม หนำซ้ำยังเป็นตัวช่วยในการย่อยสลายใบยางและเศษวัชพืชนั่นอีก
ผมอาศัยเหตุผลข้างบนมาปรับการใส่ปุ๋ยของผมแบบนี้ครับ ช่วงถางหญ้าเสร็จแล้วผมเอาน้ำหมักช่วยย่อยใบยาง-เศษวัชพืชเพื่อเปิดหน้าดินให้ปุ๋ยเคมีและเป็นปุ๋ยอินทรีย์ไปในตัว ถึงแม้ว่าจุลินทรีย์จากน้ำหมักอาจตายเพราะโดนปุ๋ยเคมี แต่ก็หวังว่าจะรอดอยู่บ้างเพราะไม่ได้หว่านปุ๋ยถึงโคนต้น...อันนี้บอกคุณPinijไปแล้วเมื่อตอนโทรไป (ปีนี้ของคุณPinijใช้กวาดเอา ปีหน้าเตรียมน้ำหมักไว้ฉีดพ่นดูนะครับ) รอให้เห็นหน้าดินแล้วใส่ปุ๋ยโดยไม่รอฝน ถึงแม้ว่าดินจะแห้งก็ตาม เพราะหวัง2อย่างคือให้สลัดดอกไม่ติดผลและ(คิดเอาเองว่า)การสูญเสียในรูปแบบระเหยจะมากกว่าระเหิด
ของคุณPinijผมว่าเอาน้ำมาช่วยละลายปุ๋ยก็ดีครับ แต่หาร2อีกทีดีกว่ามั๊ย(คือใส่ปุ๋ยแบบนี้2ครั้งเว้นช่วงสัก20วันโดยที่น้ำหนักปุ๋ยรวมเท่าเดิม ก่อนใส่ปุ๋ยตอนฝนแรกมาแล้วในน้ำหนักรวมทั้งปีหาร3 คือใส่ปุ๋ยทั้งปีแบบนี้ ((1/3)/2)x2)+(1/3)+(1/3)น่ะครับ หรือจะใส่สดๆโดยไม่มีน้ำช่วยครั้งเดียวหาร3ก็ไม่เลว ดูความเหมาะสมเรื่องค่าจ้างแรงงาน-เวลา-ความยุ่งยากอื่นๆเอานะครับ
อันนี้ผมสรุปแบบนี้นะครับ
เราต้องเอาบันดาความรู้ความเข้าใจ(ถึงจะถูกบ้างผิดบ้างก็ตาม)มาประมวลเป็นความคิดรวบยอด(อ.คณิตศาสตร์ผมชอบใช้คำนี้)เพื่อปรับใช้ให้ได้ครับ
-
วันนี้เข้ามาอ่านแต่เช้า เพราะกลัวทำผิดเรื่องที่จะเอาน้ำเข้าสวนวันนี้
กว่าจะย่อยสลายโดยธรรมชาติได้ก็กินเวลาหลายเดือน กว่าปุ๋ยจะลงดินได้ก็ หมดหรือเหลือคุณค่าน้อยไปเสียก่อนที่คิดจะอัดปุ๋ยลงดิน คงเพพราะกลัวตรงจุดนี้นี่เอง
แต่ก็หวังว่าจะรอดอยู่บ้างเพราะไม่ได้หว่านปุ๋ยถึงโคนต้น...เข้าใจแล้วครับเรื่องเว้นบริเวณนี้ไว้ ผมได้สั่งไม่ให้เค้ากวดใบที่โคนต้นออกอีกด้วย เพื่อให้มันคุมหน้าดินกันความซื้นระเหยออกไปได้ง่ายด้วย
ของคุณPinijผมว่าเอาน้ำมาช่วยละลายปุ๋ยก็ดีครับ แต่หาร2อีกทีดีกว่ามั๊ย(คือใส่ปุ๋ยแบบนี้2ครั้งเว้นช่วงสัก20วันโดยที่น้ำหนักปุ๋ยรวมเท่าเดิมในช่วง 4 เดือนที่จากนี้เค้ายังทำสวนแตงโมอยู่ใกล้ๆ สวนผม ผมคงเอาน้ำเข้าสวนได้ตลอดเวลา ก็คิดว่าจะเอาน้ำเข้าอีก และคงทิ้งช่วงกักพัก เพื่อให้มันระลายปุ๋ยเคมีให้หมดหลังจากหว่านกันละครับ เห็นมีโฆษณาว่ามีปุ๋บแบบอยู่ได้นานถึง 6 เดือนถึงจะละลายหมด แต่เค้าว่าแพงเกินเหตุ คิดว่าเราผสมเองใส่บ่อยๆ เอาจะดีกว่าละมังครับ?
(ปีนี้ของคุณPinijใช้กวาดเอา ปีหน้าเตรียมน้ำหมักไว้ฉีดพ่นดูนะครับ)ที่กลางร่องระหว่างต้น ผมได้ใบยางสูงถึงหัวเข่า คิดว่ามันคงเป็นปุ๋ยอย่างดีให้แก่ต้นของมันละครับ หลังให้น้ำก็ว่าจะไปหา พกด 3 มาฉีดครับ ส่วนขี้ควายสั่งเค้าไว้แล้ว คงต้องใส่กันหลังจากใส่แบบเคมีไปแล้ว ซึ่งตามคำแนะนำควรใส่ก่อนปุ๋ยเคมี ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?
งั้นวันนี้คุยแค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะออกไปสูบน้ำเข้าสวนแระ :bye1
-
จากที่แล็ดเซอร์ตอนที่เรียนมานะครับว่า เมื่อเรากรีดเอาน้ำยางจากต้นยาง แร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ ในดินจะหายไปดังนี้
N = 20kg, P = 5kg, K = 25kg, Ca= 4kg, Mg = 5kg และ S = 2kg ฉะนั้นปุ๋ยเคมีผมจึงคิดว่ามีความสำคัญในการที่เข้าไปชดเชยธาตุแต่ละตัวที่ถูกต้นยางดูดขึ้นไปใช้น่ะครับ
N = 20kg, P = 5kg, K = 25kg, Ca= 4kg, Mg = 5kg และ S = 2kg ที่น้ำยาง1ตันนะครับ
เดี๋ยวพอใส่ปุ๋ยเพื่อสลัดดอก-ผล แล้วได้ผล(ไม่ติดผล)...อ่านแล้วงง :D ฮิฮิ สวนข้างๆต้องเข้ามาถามแน่ๆครับ :secret d_d
อาจเป็นปีที่2ที่เห็นชัด เพราะปีนี้ช้าไปนิดหน่อยแล้ว(ราว5วัน)...คือให้ใส่ตอนดอกยังร่วงไม่หมดทั้งสวน แต่อยู่ในช่วงใกล้จะหมด(กำลังจะติดลูก)น่ะครับ แต่ถึงจะช้าก็ยังพอสังเกตุได้ครับว่าลูกยางน้อยลง ของผมเห็นผลชัดในปีที่4 เพราะกว่าจะรู้ว่าใส่ช่วงไหนต้องทดลอง+สังเกตุสิ่งแวดล้อมข้างๆเอา แล้วมาปรับแก้ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีตัวอย่างคำแนะนำครับ
-
วันนี้เข้ามาอ่านแต่เช้า เพราะกลัวทำผิดเรื่องที่จะเอาน้ำเข้าสวนวันนี้
กว่าจะย่อยสลายโดยธรรมชาติได้ก็กินเวลาหลายเดือน กว่าปุ๋ยจะลงดินได้ก็ หมดหรือเหลือคุณค่าน้อยไปเสียก่อนที่คิดจะอัดปุ๋ยลงดิน คงเพพราะกลัวตรงจุดนี้นี่เอง
แต่ก็หวังว่าจะรอดอยู่บ้างเพราะไม่ได้หว่านปุ๋ยถึงโคนต้น...เข้าใจแล้วครับเรื่องเว้นบริเวณนี้ไว้ ผมได้สั่งไม่ให้เค้ากวดใบที่โคนต้นออกอีกด้วย เพื่อให้มันคุมหน้าดินกันความซื้นระเหยออกไปได้ง่ายด้วย
ของคุณPinijผมว่าเอาน้ำมาช่วยละลายปุ๋ยก็ดีครับ แต่หาร2อีกทีดีกว่ามั๊ย(คือใส่ปุ๋ยแบบนี้2ครั้งเว้นช่วงสัก20วันโดยที่น้ำหนักปุ๋ยรวมเท่าเดิมในช่วง 4 เดือนที่จากนี้เค้ายังทำสวนแตงโมอยู่ใกล้ๆ สวนผม ผมคงเอาน้ำเข้าสวนได้ตลอดเวลา ก็คิดว่าจะเอาน้ำเข้าอีก และคงทิ้งช่วงกักพัก เพื่อให้มันระลายปุ๋ยเคมีให้หมดหลังจากหว่านกันละครับ เห็นมีโฆษณาว่ามีปุ๋บแบบอยู่ได้นานถึง 6 เดือนถึงจะละลายหมด แต่เค้าว่าแพงเกินเหตุ คิดว่าเราผสมเองใส่บ่อยๆ เอาจะดีกว่าละมังครับ?
(ปีนี้ของคุณPinijใช้กวาดเอา ปีหน้าเตรียมน้ำหมักไว้ฉีดพ่นดูนะครับ)ที่กลางร่องระหว่างต้น ผมได้ใบยางสูงถึงหัวเข่า คิดว่ามันคงเป็นปุ๋ยอย่างดีให้แก่ต้นของมันละครับ หลังให้น้ำก็ว่าจะไปหา พกด 3 มาฉีดครับ ส่วนขี้ควายสั่งเค้าไว้แล้ว คงต้องใส่กันหลังจากใส่แบบเคมีไปแล้ว ซึ่งตามคำแนะนำควรใส่ก่อนปุ๋ยเคมี ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?
งั้นวันนี้คุยแค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะออกไปสูบน้ำเข้าสวนแระ :bye1
หลังให้น้ำก็ว่าจะไปหา พกด 3 มาฉีดครับ
เป็น พด.2 หรือ พด.6 (พด.6แรงกว่า) แต่อยู่ในรูปน้ำหมักฯ ผสมน้ำ 1ต่อ10 ฉีดพ่นทุก10วัน (เพราะหวังผลทางย่อยสลาย)นะครับ
คงต้องใส่กันหลังจากใส่แบบเคมีไปแล้ว ซึ่งตามคำแนะนำควรใส่ก่อนปุ๋ยเคมี ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน?
ก็จะได้ผลในแง่ของความเป็นปุ๋ยอินทรีย์ครับ แต่ที่ใส่ก่อนเพราะอยากได้ผลในเรื่อง"เรียกราก"เป็นเรื่องหลัก ความเป็นปุ๋ยเป็นเรื่องรอง....ไม่เป็นไรหรอกครับ ได้ใส่ดีกว่าไม่ใส่ครับ
-
จากที่แล็ดเซอร์ตอนที่เรียนมานะครับว่า เมื่อเรากรีดเอาน้ำยางจากต้นยาง แร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ ในดินจะหายไปดังนี้
N = 20kg, P = 5kg, K = 25kg, Ca= 4kg, Mg = 5kg และ S = 2kg ฉะนั้นปุ๋ยเคมีผมจึงคิดว่ามีความสำคัญในการที่เข้าไปชดเชยธาตุแต่ละตัวที่ถูกต้นยางดูดขึ้นไปใช้น่ะครับ
N = 20kg, P = 5kg, K = 25kg, Ca= 4kg, Mg = 5kg และ S = 2kg ที่น้ำยาง1ตันนะครับ
อ้าวนึกว่าผมเขียน ที่ 1 ตันไปแล้ว กลับย้อนไปอ่านก็หาไม่เจอ แค่เขียนแค่นี้ยังลืมนึกว่าเขียนไปแล้วเลยเรา เฮ้อ! K] K] K]
วันนี้เริ่มเอาน้ำเข้าสวน ผมได้เห็นรากต้นยางวิ่งเลยระหว่างกลางช่องที่ห่างระหว่างแถวแล้วละครับ คือตอนนี้มันมีการล้ำแดนเส้นแบ่งเขตตรงจุดกลึ่งกลางไปแล้ว ผมทดลองเอาน้ำไล่ฉีดดูครับ คือตอนนี้ใบต้นยางมันซ้อนเกยกัน ตามทฤษฏีว่างี้ว่ารากจะไปเท่ารัศมีใบ :-\ แต่ของจริงยางผมรากมันวิ่งไปเกินรัศมีใบซะอีกละครับ :-\ รากฝอยเยอะมาก ผมลองฉีดดูที่ใกล้โคนต้นก็มีนะครับ
ตอนกลับบ้านระว่างทางเจอยางสามปีออกดอกเต็มต้นเลยเหมือนกัน ถามคนที่จ้างมาลดน้ำ ชาวบ้านที่นี่ ใช้ ปุ๋ย 15-15-15 กันแทบทั้งนั้นเลย ที่จริงตอนผมเรียน สกย ก็ไม่แนะให้ใช้สูตรนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ ตอนผมปลูกก็ยังมีคนแนะนำให้ใส่สูตรนี้ลองก้นหลุมกระป๋องนมนึง ผมก็เออๆ ออๆ ไป แต่ผมใส่แค่ร็อกฟอสเฟสลองก้นเท่านั้น
แล้วคนที่เอาน้ำเข้าสวนให้ผม พาไปดูสวนเค้าว่าเค้ากรีดน้ำยางได้เยอะมาก ปรากฏว่ากรีดยางไปเกินครึ่งเส้นรอบวงของต้นซะอีก เฮ่อ! ก็บอกสิ่งที่คถูกต้องำให้เค้าไปไม่รู้จะเชื่อเราหรือเปล่า? วันนี้ไม่ได้เอามือถือไป ไม่งั้นคงมีหลายๆ รูปมาให้ดูกันในวันนี้
ถ้า พค 6 เด๊่ยวจะลองหาดูครับ วันนี้ใส่น้ำใส่ปุ๋ยต้นยางแล้ว มีความรู้สึกเหมือนเราได้ป้อนอาหารให้ลูกเลย รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ปล่อยให้เค้าหิวโหยกันต่อไป ปีนี้ผมคงไม่หวังเรื่องน้ำยาง กะจะบำรุงต้นกันให้เต็มที่ และจะกรีดแค่ หนึ่งในสี่ของต้นเท่านั้น เจอคนกรีดมากกว่าหนึ่งในสองเส้นรอบวงแล้วเศร้าใจอย่างไงไม่รู้ :cry2
-
โปรเจ็คหลังคาพลังแสงอาทิตย์กำลังนับหนึ่งแล้วละครับ กว่าจะขึ้นถึงขั้นตอนทำหลังคา ก็หวังว่าน้อง NJL จะทำการบ้านโปรเจ็คนี้แล้วเสร็จ :secret พี่รอลอกการบ้านอยู่นะครับ :yahoo
แนวเส้นสีเขียวที่รอบเสาสีน้ำเงินคือแนวหลังคาชั้นบนที่จะสร้างก่อน และจะวางท่อทองแดงแล้ววางทับด้วยกระจกศูนยากาศทับอีกชั้นเพิ่นป้องกันลมพัดเอาความร้อนที่สะสมศูนย์หายไปกับสายลมละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F168_4F52EEFD.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-416A_4F53868B.jpg)
เมื่อเย็นไปตรวจความเรียบร้อยว่าเค้าเอาน้ำเข้าสวนยางให้เต็มพื้นที่ใหม? เลยขอรายงาน อ. โก้ ว่า ผมได้เอากล้องส่องทางไกล ไปตรวจดูซ่อดอกของยางที่ลดน้ำไว้ในวันแรก ก็ไม่พบตุ่มของลูกยางเล็ๆ ที่ติดอยู่ที่ซ่อเลยซักเม็ดเดียวนะครับ หรือในตอนช่วงนี้เวลาเราจะยังไม่สามารถมองเห็นผลที่ติดของมันได้ เหมือนพวกมะม่วงที่เห็นผลกันชัดเจนว่ามันติดหรือไม่ติดน่ะครับ ที่ผมต้องเอากล้องส่องทางไกลไปส่องดูกัน เพราะวันแรกที่เอาน้ำเข้า มองด้วยตาเปล่าผมก็มองไม่เห็นผลเล็กๆ ของลูกยาง เลยอยากจะคอนเฟริมด้วยกล้องกันอีกครั้ง ถึงได้รายงานครับ d_d :drunk
-
วันนี้ฤกษ์ดีเลยจัดการขึ้นเสาเรียบร้อย ด้วยแรงงานแค่สามคนรวมทั้งเรา งานนี้ถือเป็นงาน DIY ครับ ไม่ถึงสองซั่วโมงแล้วเสร็จ :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-41AF_4F542B27.jpg)
-
วันนี้ฤกษ์ดีเลยจัดการขึ้นเสาเรียบร้อย ด้วยแรงงานแค่สามคนรวมทั้งเรา งานนี้ถือเป็นงาน DIY ครับ ไม่ถึงสองซั่วโมงแล้วเสร็จ :yahoo
พี่พินิจมีวิธีกันปลวกกินไม้ยังไงครับ ผมก็อยากเอาเสาไม้ลงแบบนี้บ้าง แต่กลัวปลวกมารุม อยากจะราดยาฆ่าปลวก แต่กลัวมันซึมลงบ่อน้ำบาดาล :-\
-
ผมวางสามเสา (สามต้นที่เห็นทะแยงมุมจากในรูปหน้าซ้ายทะแยงไปขวาหลัง เป็นไม้ประดู่สมัยใหม่ก็ กลัวปลวกเหมือนกัน คือสามเสานี้ผมจะขัดแล้วทายูนิเทนเพื่อโชว์ความสวยงานเท่านั้น มันจะรับแรงในแนวดิ่งอย่างเดียว) บนพื้นซีเมนต์เทเป็นแผ่นระดับผิวดิน (เมื่อเราเทพื้นปูนก็จะเป็นเนื้อเดียวกัน ปลวกกินไม่ได้สำหรับสามต้นนี้) ส่วนอีกสองต้นเป็นไม้แดงบ้านหลังเก่า มันอยู่มาเกือบร้อยปีส่วนที่ฝังอยู่ในดิน แทบจะเรียกว่าไม่กล่อนเลย สองเสานี้ผมฝังลงดินลึกเท่าเดิมคือเมตรหนึ่งครับ สองเสาแค่นี้ก็ยึดบ้านได้โดยไม่กลัวล้มเพราะพายุแล้วละครับ
เพราะเคยเห็นที่อินโดเสาเล็กกว่านี้เค้าวางบนก้อนหินทุกต้นลมมาแรงๆ ก็ไม่มีปัญหาครับ (ผมมีบ้านเสาไม้สีเหลี่ยมหน้า 22 นิ้วที่ลำพูน วางบนพื้นซีเมนต์ไม่มีการฝังเสาลงใต้ดิน ขนาดลมพายุมาพัดหลังคาปิวบ้านยังไม่หวั่นเลยครับ แต่ที่ลำพูนเสามันเยอะ 24 ต้นครับ ขนาด กxย ของบ้าน 15x15 เมตร) ข้อสำคัญคือคื่อคานของบ้านชั้นสองและชั้นใต้หลังคาต้องแข็งแรงแน่นหนา ผมรับประกันให้ได้เลยว่าบ้านไม่มีทางล้ม แม้จะวางเสาแบบลอยๆ ไว้บนพื้นคอนกรีดโดยไม่ต้องใช้เหล็กยึดที่โคนเสาแม้แต่จุดเดียวครับ
ไม่แนะนำยาฆ่าปลวกครับ มันใช้ได้ผลไม่กี่ปี ปลวกก็จะกลับมาขึ้นอีกครับ ให้ใช้น้ำมันเครื่องที่ถ่ายออกมาจากรถลาดที่พื้นดินตรงโคนเสา ก็ได้ในกรณีที่บ้านเป็นเสาไม้หรือเสาปูนก็ยังได้นะครับ เสาปูนมันก็ทำทางขึ้นไปกินไม้ที่ชั้นสองได้นะครับ (การต่อเสาไม้กับเสาปูนผมว่ามันก็้เป็นอีกวิธีหนึ่งนะครับ แต่ผมดูว่ามันไม่สวยครับ)
บ้านดินของผมคงคล้ายๆ ในนี้ครับ คือทำบ้านชั้นสองก่อน แล้วถึงทำบ้านดินชั้นล่างหุ้มทีหลัง แต่ของผมใช้เสาไม้แทนเสาปูน
http://www.baandin.org/web/index.php?option=com_content&task=view&id=222&Itemid=84
-
วันนี้ฤกษ์ดีเลยจัดการขึ้นเสาเรียบร้อย ด้วยแรงงานแค่สามคนรวมทั้งเรา งานนี้ถือเป็นงาน DIY ครับ ไม่ถึงสองซั่วโมงแล้วเสร็จ :yahoo
พี่พินิจมีวิธีกันปลวกกินไม้ยังไงครับ ผมก็อยากเอาเสาไม้ลงแบบนี้บ้าง แต่กลัวปลวกมารุม อยากจะราดยาฆ่าปลวก แต่กลัวมันซึมลงบ่อน้ำบาดาล :-\
กำลังสงสัยอยู่พอดี บ้านดินกับปลวกนี่จะกันอย่างไร :D
ห้องเก็บของของผมเป็นอิฐ+ปูน ทิ้งไว้เดือนเดียว ปลวกกินม้วนเทปรีลเสียหายไปเกือบหมด :cry2
...................
ช่วงนี้ยังดูผลลูกยางไม่ออกครับ ราวต้นเมษาฯ ถึงจะเห็นชัดครับ
จริงๆแล้ว ถ้าหวังผลเรื่องสลัดผลยางแบบเนื้อๆ ช่วงนั้นใส่ปุ๋ยไปอีกทีก็ยังสลัดผลได้ครับ(แต่ไม่ดีเท่าสลัดดอกช่วงปลายกุมภาฯ-ต้นมีนาฯ)
ของผมวันนี้ ใส่ยูเรียไป3กระสอบ(เรือใบกระสอบละ900บาท) เลือกต้นที่ใบยังเป็น " ปีก วาด" (เป็นแมลงที่อยู่ในตระกูลของจั๊กจั่น)...คือสียังออกน้ำตาลๆ เร่งใบให้ทันต้นอื่นๆเพื่อหนี "ยาด"ครับ ราวๆ3-400ต้น(เกือบครึ่งสวน)
กวาดรอบๆต้น(เพราะใบที่ร่วงลงมายังเปื่อยไม่หมดและไม่มีน้ำช่วย) รัศมีเมตรครึ่ง-สองเมตรแล้วหว่านใส่ ราว 1/2-1กก./ต้น
เพิ่งทำแบบนี้ปีแรก "ถูกยาด"ทั้งปี(ออกยอดใหม่-โดนยาด-ยอดหัก-ออกยอดใหม่-โดนยาด-ยอดหัก...วนซ้ำๆ)ซ้อนๆกัน2ปีแล้วครับ ดี/ไม่ดีอย่างไรค่อยมาเล่านะครับ
............
3-4วันมานี้ ผมลองรดน้ำต้นยางดู2แบบพร้อมๆกัน เลือกต้นที่มีสภาพใบ-ดินเหมือนๆกัน คือรดแบบฉีดสปริงเกอร์(อาศัยท่อที่ปริเอา)และรดแบบไหล(ปลายท่อ)แล้วย้ายที่ไปรอบๆต้น(ปริมาณน้ำน่าจะมากกว่า)
แบบฉีดสปริงเกอร์ให้ผลดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนรดแบบไหลไม่เห็นผลครับ
-
กำลังสงสัยอยู่พอดี บ้านดินกับปลวกนี่จะกันอย่างไร :D
เท่าที่ผมเคยเห็นๆ มา ยังไม่พบบ้านดินโดนปลวกแทะนะครับ ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันครับ แต่คิดว่ารักปลวกมันก็แข็งแรงถ้ามันเข้าไปอาศัยอยู่ในกำแพงบ้านเราก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และผมคิดว่าจุดที่ดินสำผัสกับไม้อาจใช้แผ่นสะแตนเลสส์บางๆ กั้นไว้ซะก่อน ข้าวของที่เป็นไม้ก็คิดว่าจะวางห่างกำแพงไว้ ไม่งั้นมันอาจเป็นตัวเรียกปลวกให้ขึ้นบ้านเราได้น่ะครับ ผมก็คิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน :) ;) ^-^ ???
ห้องเก็บของของผมเป็นอิฐ+ปูน ทิ้งไว้เดือนเดียว ปลวกกินม้วนเทปรีลเสียหายไปเกือบหมด :cry2
น่าเสียดายเทปรีลมั๊กๆ เลยครับ ที่ลำพูนผมมีเพื่อนบ้าน ที่เค้าย้ายไปอยู่ที่อื่นแค่สองเดือน บ้านชั้นล่างเป็นปูนทั้งหมดแม้แต่เสา แต่ชั้นบนเป็นไม้ ปรากฏว่ากลับมาชั้นบนถูกปลูกอาศัยเข้าไปอยู่ในเนื้อไม้เกือบทั้งหลัง ต้องลื้อทำใหม่ทั้งหมดเลยครับ :cry2 ผมคิดว่าบ้านปูนชั้นล่างถ้าทำไม่ดีมีรอยแตกเพียงเล็กน้อย ปลวกแอบขึ้นชั้นสองได้โดยเราไม่รู้ตัวครับ แบบนี้ผมคิดว่าต้องจ้างบริษัทกำจัดปลวกอย่างเดียวละครับ แต่ผมคิดว่ายามันต้องขึ้นมาให้เราดมบางส่วน จึงไม่น่าทำครับ ถ้าหาจุดที่ปลวกอยู่ผมเคยใช้น้ำมันขี้โล้ (น้ำมันเครื่องที่ถ่ายออกจากรถยนต์เรานี่แหละ ลาดลงไปให้พื้นดินตรงนั้นมันเปียกไปเลย ผมใช้วิธีนี้ได้ผลดีมากๆ ครับ ปลวกหายไปเลย O0 :victory ผมคิดว่าถ้าบ้านชั้นบนเป็นไม้ควรใช้เสาปูนแล้ว :nonoห้ามก่อผนังปูนชั้นล่างให้เป็นทางเดินของปลวกแอบขึ้นไปกินบนบ้านไม้หรือโครงหลังคาที่เป็นไม้ได้ โดยที่เรามองไม่เห็นทางเดินของปลวกซะด้วยละครับ
ผมวางเสาบนพื้นคอนกรีตแบบนี้ ซึ่งตอนเทพื้นปูนมาต่อกันปิดสนิดมันก็จะป้องกันปลวกขึ้นเสาได้แล้วครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-72A5_4F5568DF.jpg)
เนื่องจากบ้านนี้ใช้เสาแค่ห้าต้นเสาทะแยงมุมแค่สองต้นเท่านั้นที่ผมขุดหลุมให้มันซะหน่อยกันพายุ ลมแรงๆ ครับ ตรงก้นหลุมผมเทคอนกรีดลองรับไว้แล้วนะครับ และจะเทคอนกรีดหุ้มเสาอีกชั้นหนึ่งด้วยนะครับ (แต่ที่จริงไม่ต้องก็ได้ เพราะการเทคอนกรีดแบบนี้ ถ้าเสาอยู่นอกหลังคา ฝนตกน้ำขังในเสาเสาผุได้นะครับ แต่เสานี้อยู่ใต้หลังคาจึงปลอดภัย และเสานี้มีชาวบ้านแก่ๆ ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านเข้ามาดูและบอกว่าเสานี้อายุเกือบร้อยปี ดูที่ตรงจุดระดับผิวดิน รอยที่ฝังอยู่ใต้ดินมาเกือบร้อยปีแล้วยังไม่ผุเลยละครับ เป็นไม้แดงที่ตีตะปูเกือบจะไม่เข้า ตะปูคดไปหลายตัวครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-3B48_4F5568DF.jpg)
...................
ช่วงนี้ยังดูผลลูกยางไม่ออกครับ ราวต้นเมษาฯ ถึงจะเห็นชัดครับ
จริงๆแล้ว ถ้าหวังผลเรื่องสลัดผลยางแบบเนื้อๆ ช่วงนั้นใส่ปุ๋ยไปอีกทีก็ยังสลัดผลได้ครับ(แต่ไม่ดีเท่าสลัดดอกช่วงปลายกุมภาฯ-ต้นมีนาฯ)
ของผมวันนี้ ใส่ยูเรียไป3กระสอบ(เรือใบกระสอบละ900บาท) เลือกต้นที่ใบยังเป็น " ปีก วาด" (เป็นแมลงที่อยู่ในตระกูลของจั๊กจั่น)...คือสียังออกน้ำตาลๆ เร่งใบให้ทันต้นอื่นๆเพื่อหนี "ยาด"ครับ ราวๆ3-400ต้น(เกือบครึ่งสวน)
กวาดรอบๆต้น(เพราะใบที่ร่วงลงมายังเปื่อยไม่หมดและไม่มีน้ำช่วย) รัศมีเมตรครึ่ง-สองเมตรแล้วหว่านใส่ ราว 1/2-1กก./ต้น
เพิ่งทำแบบนี้ปีแรก "ถูกยาด"ทั้งปี(ออกยอดใหม่-โดนยาด-ยอดหัก-ออกยอดใหม่-โดนยาด-ยอดหัก...วนซ้ำๆ)ซ้อนๆกัน2ปีแล้วครับ ดี/ไม่ดีอย่างไรค่อยมาเล่านะครับ
ที่บ้านผมมีแต่ 19-9-19 (คือที่มีตัวกลางต่ำสุดได้เท่านี้น่ะครับ ผมขี้ลืมจริงๆ สูตรปุ๋ยอาจเป็น 19-9-9 หรือเป่าหว่า? ถุงมันอยู่ในสวนซะด้วย ดูให้ไม่ได้ครับ) ก็เลยเอาใส่ไปก่อน ไม่รู้จะเป็นไงครับ? อีกสวนหนึ่งผมไม่ใส่ปุ๋ยอะไรเลย เอาน้ำเข้าเฉยๆ หรือจะให้ผมเอายูเรียลงดีครับ :-\ :-\ :-\ อีกครึ่งเดือนผมคิดว่าจะเอาน้ำเข้าอีกครั้ง เพราะคิดว่าปุ๋ยที่ใส่คงละลายไม่หมด น่าจะต้องอัดน้ำกันอีกครั้งหรือสองครั้ง
............
3-4วันมานี้ ผมลองรดน้ำต้นยางดู2แบบพร้อมๆกัน เลือกต้นที่มีสภาพใบ-ดินเหมือนๆกัน คือรดแบบฉีดสปริงเกอร์(อาศัยท่อที่ปริเอา)และรดแบบไหล(ปลายท่อ)แล้วย้ายที่ไปรอบๆต้น(ปริมาณน้ำน่าจะมากกว่า)
แบบฉีดสปริงเกอร์ให้ผลดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนรดแบบไหลไม่เห็นผลครับ แสดงว่าให้น้ำมากไม่ดีซิครับ ของผมปล่อยให้มันไหลนองเลยครับ แต่ดินเป็นดินทรายพอน้ำไหลไปถึงเราเหยียบดินมันก็หยุบแบบเหยียบทรายกันเลย ผมต้องเดินอย่างระวัง ลัดเลาะไปตรงที่น้ำไม่ขังกลัวจะไปกระเทือนรากของต้นยาง ง้้นครั้งหน้าผมอาจใช้วิธีให้คนงานจับปลายสายน้ำสะเปย์ลดเอาดีกว่าละมัง? :whistling
-
สูตรปุ๋ยอาจเป็น 19-9-9 หรือเป่าหว่า?
เป็น 19- 9- 19 ถูกแล้วครับ ก็ดีครับ(ใกล้เคียง 20- 8- 20) แต่ราคาจะสูงกว่า 18- 4- 5 อยู่พอสมควร ถ้าใบดีอยู่แล้ว แค่18- 4- 5 ก็พอครับ เพราะอย่างไรเสียพอใส่สูตรเดิมซ้ำ2ปีแล้วก็ต้องเปลี่ยนสูตรอยู่ดีครับ
อีกสวนหนึ่งผมไม่ใส่ปุ๋ยอะไรเลย
ไม่ทราบยางเล็กหรือยางใหญ่ ถ้ายางเล็ก(แปลง4เดือน)รอช่วงหน้าฝนแล้วใส่ 27-6-6 ก็ได้ครับ ถ้าเป็นยางเปิดกรีดแล้ว(และต้องการเปรียบเทียบกับอีกแปลงนึง)ก็ลองใช้ปุ๋ยคนละสูตร(19-9-19)โดยใส่2ครั้ง/ปี หัวฝนท้ายฝน ตามสกย.แนะนำไว้ ส่วนอีกแปลงใช้ 18-4-5 ใส่แบบที่เคยคุยกันไว้(สลัดดดอกผล+เลยหัวฝนไปนิดหน่อย(ราวกลางเดือนมิถุนาฯ)+ท้ายฝน(ราวต้นเดือนตุลาฯ)ก็ได้ครับ
ถ้าไม่ต้องการเปรียบเทียบกับอีกแปลงนึง ก็ทำเหมือนกันไปเลยดีกว่า(ไม่ยุ่งยากเรื่องหาแรงงาน)ครับ
ส่วนยูเรียถ้าใบสีเสมอกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่หรอกครับ
แสดงว่าให้น้ำมากไม่ดีซิครับ
ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของความทั่วถึงหรือความชื้นมากกว่าครับ
-
ตอนแรกผมคิดว่าพี่ PINIJ จะเอาความร้อนไปทำน้ำร้อนเลยเสนอแบบแผ่นราบ ซึ่งทำวางบนหลังคาได้หรือออกแบบเป็นหลังคาได้ แต่หากต้องการลมร้อนที่ 100 ดีกรีเซลเซียสสงสัยต้องเป็นแบบพาราโบลิคทรัฟแล้วหละครับ อันนี้เป็นรูปรางพาราโบลิคที่ผมทำใช้กับโปรเจ็คผมครับ มีพื้นที่ขนาด 2.4x2.4 เมตร ความเข้มแสง 11:1 ให้พลังงานประมาณ2600วัตต์ ผมใช้ต้มสารทำความเย็นที่ 120 ดีกรีเซลเซียสครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-CADD_4F564062.jpg)
วันนี้เทหุ้มเสาสองต้นทะแยงมุมไปเรียบร้อย เอารูปถ่ายเสาอายุเกือยร้อยปีที่ส่วนถูกฝังโดนดินกัดกร่อนไปไม่มากเลย และมีรอยโดนปลวกเดินผ่านเพราะกัดไม่เข้ามาให้ดูด้วย เสาต้นนี้โตประมาณ 40 เซนต์ครับ ส่วนที่เคยอยู่ใต้ดินกร่อนไปเหลือความโตประมาณ 35 เซนต์เห็นจะได้ ไม้เก่าอายุมันถึงขั้นอรหันจึงทนทานมากๆ ไม่เหมือนเสาสมัยนี้ผุเปือยเร็วมากๆ เลย
เป็น 19- 9- 19 ถูกแล้วครับ ก็ดีครับ(ใกล้เคียง 20- 8- 20) แต่ราคาจะสูงกว่า 18- 4- 5 อยู่พอสมควร ถ้าใบดีอยู่แล้ว แค่18- 4- 5 ก็พอครับ เพราะอย่างไรเสียพอใส่สูตรเดิมซ้ำ2ปีแล้วก็ต้องเปลี่ยนสูตรอยู่ดีครับ
งั้นอีกสวนผมใส่ 18-4-5 ดีกว่าละครับ :yahoo
ไม่ทราบยางเล็กหรือยางใหญ่ ถ้ายางเล็ก(แปลง4เดือน)รอช่วงหน้าฝนแล้วใส่ 27-6-6 ก็ได้ครับ ถ้าเป็นยางเปิดกรีดแล้ว(และต้องการเปรียบเทียบกับอีกแปลงนึง)ก็ลองใช้ปุ๋ยคนละสูตร(19-9-19)โดยใส่2ครั้ง/ปี หัวฝนท้ายฝน ตามสกย.แนะนำไว้ ส่วนอีกแปลงใช้ 18-4-5 ใส่แบบที่เคยคุยกันไว้(สลัดดดอกผล+เลยหัวฝนไปนิดหน่อย(ราวกลางเดือนมิถุนาฯ)+ท้ายฝน(ราวต้นเดือนตุลาฯ)ก็ได้ครับ
ถ้าไม่ต้องการเปรียบเทียบกับอีกแปลงนึง ก็ทำเหมือนกันไปเลยดีกว่า(ไม่ยุ่งยากเรื่องหาแรงงาน)ครับ
ส่วนยูเรียถ้าใบสีเสมอกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่หรอกครับ
ที่ว่ามาข้างบนยางใหญ่ครับ ส่วนยางเล็กผมใส่ 19-9-19 เฉพาะต้นที่เล็กกว่าเพื่อนมากๆ เท่านั้น คือกะจะให้มันโตทันกันน่ะครับ แต่ไอ้เจ้าต้นใหญ่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยเจอน้ำเข้าก็ทลึ่งหนีไปไกลซะอีก เฮ่อ! ไม่รู้ทำไงถึงจะให้มันโตทันกันได้ล่ะครับ :secret
-
ตอนแรกผมคิดว่าพี่ PINIJ จะเอาความร้อนไปทำน้ำร้อนเลยเสนอแบบแผ่นราบ ซึ่งทำวางบนหลังคาได้หรือออกแบบเป็นหลังคาได้ แต่หากต้องการลมร้อนที่ 100 ดีกรีเซลเซียสสงสัยต้องเป็นแบบพาราโบลิคทรัฟแล้วหละครับ อันนี้เป็นรูปรางพาราโบลิคที่ผมทำใช้กับโปรเจ็คผมครับ มีพื้นที่ขนาด 2.4x2.4 เมตร ความเข้มแสง 11:1 ให้พลังงานประมาณ2600วัตต์ ผมใช้ต้มสารทำความเย็นที่ 120 ดีกรีเซลเซียสครับ
รายละเอียดหยิบยังอยู่ไหม? อยากรู้ว่าเราต้องปรับองศาตามตะวันกันทุกวันด้วยหรือไม่ครับ? อยากรู้พวกแผ่นสะท้อนแสงทำจากอะไรครับ?
-
http://www.youtube.com/v/5UuNeBeVMYQ&feature=player_embedded#!
-
ส่วนยางเล็กผมใส่ 19-9-19 เฉพาะต้นที่เล็กกว่าเพื่อนมากๆ เท่านั้น
ยางเล็ก ลองทำแบบนี้นะครับ(ลองนะครับ เพราะที่ไปถาม+ถ่ายรูปที่แปลงตายางมาให้วันก่อน โจทย์ต่างกัน)
ใส่ 27-6-6 ในต้นเล็กกว่า อัตรา 1/4กก. ทุก15วัน(ภายใน4เดือน่าจะรู้เรื่องแล้ว) ต้นอื่นให้น้ำได้ตามปกติครับ
-
ผมดูคลิปด้านบนแล้วครับ ติสมากๆเลยครับ ผมว่านายคนนี้ใจดีและมีความสุขมากๆ ผมตั้งใจไว้นานแล้วครับว่าวันนึงจะมีเครื่องบดมือและเฟรนน์เพรซไว้ชงเมกาโน่กินตอนเช้า อารมณ์ชิลๆ
ผมลองค้นรูปดูได้เรื่องมาแล้วครับ อันนี้เป็นการหาขนาดและจุดโฟกัส ไม่มีอะไรนะครับใช้สมการพาราโบลิคธรรมดาครับ
-
ส่วนแบบนี้ก็ใช้ได้ครับ เป็นแบบที่ใช้ส่วนนึงของวงกลมมารวมแสง ใช้กันเยอะเหมือนกัน แต่เราจะกำหนดจุโฟกัสตามใจเราไม่ได้ มันจะอยู่ที่รัสมีของวงกลมเสมอ และขอบรางทั้งสองข้างจะอยู่ที่ R/2 ตลอดครับ เพราะมันเป็นสมการวงกลม
จะเห็นว่ารูปที่ผมคำนวนและลากหราฟไว้ด้านบน (รูปที่ใช้ปากกาเขียนนะครับ) ผมตั้งใจกำหนดจุดโฟกัสไว้สูงมาก ไม่ใช่อะไรหรอกครับผมมีแผ่นสะท้อนแสงอยู่จำกัดครับ (มันคือรางที่ผมต้มน้ำร้อนมาชงกาแฟนั่นแหละครับ)
และจะเห็นว่า รางที่ใช้งานในโปรเจ็คผม จุดโฟกัสอยู่แนวขอบปีกพอดี (ต่ำกว่าขอบปีกก็ได้นะครับ) อันนี้มีงบเลยจัดให้มันหลบลมที่พัดผ่านท่อครับ
-
http://youtu.be/m-uF8BL8GD8
อันนี้ครับที่ลองทำก่อนทำโปรเจคครับ (คืออันที่เขียนกับปากกาครับ) ผมสังเกตุอยู่อย่างนึงครับ จุดโฟกัสอยู่สูง แนวโฟกัสจะคมดีกว่าจุดโฟกัสอยู่เตี้ยๆครับ อาจเป็นเพราะความโค้งของตัวสะท้อน(ที่โฟกัสอยู่สูง)มันน้อยทำให้โฟกัสไม่ค่อยเพี้ยน
-
อันนี้เป็นระบบติดตามดวงอาทิตย์ครับ คือเอียงตามดวงอาทิตย์ตั้งแต่สายจนเย็นครับ รูปแรก แบบนี้โดนแดดเต็มท่อทั้งวันครับ หากวางอีกแบบ(ปีกสองข้างอยู่แนวเหนือใต้) รูปสอง ไม่ต้องติดตามแค่เอียงหัวแผงรับมุมดวงอาทิตย์ และสามเดือนปรับมุมทางด้านเหนือใต้ทีนึงครับ แต่แบบนี้ท่อรับแสงจะโดนแดดเต็มท่อเฉพาะตอนเที่ยงวันเท่านั้นครับ
-
อันนี้เป็นระบบหมุนแผงที่ใช้ในโปรเจ็คครับ มีรอกทดแรงช่วยที่ปลายปีกทั้งสองข้าง ใช้มอเตอร์ 12V ครับ มีเซ็นเซอร์สองตัว มีฉากบังตรงกลาง
-
อันนี้เป็นภาพตอนลองตัวเซ็นเซอร์ ระบบจับยึดด้วยแขนกล ;D ;D หากทำระบบติดตามอัตโนมัต แนะนำทำระบบบายพาสเป็นอัตโนมือไว้ด้วยครับ ชุดที่ผมทำไม่หลงตำแหน่งดวงอาทิตย์เวลาเมฆบังครับ มีเซ็นเซอร์อีกตัวตัดระบบเวลาเมฆบัง โผล่มาแล้วค่อยติดตามใหม่ครับ
-
แผงทำน้ำร้อนแสงอาทิตย์ยังไม่ได้เริ่มเลยครับ โม้ไว้ว่ากลางเดือนกุมภา ไม่เห็นว่างและสบายเหมือนตอนเรียนเลยครับ น่าอิจฉาเพื่อนๆที่เรียนต่อ ขอตังค์อย่างเดียวเที่ยวได้ทั่ว55555 ;D ;D ;D
-
ขอขอบพระคุณทั้งสองท่านเป็นอย่างมากครับ จะนำคำแนะนำของทั้งสองท่านไปปฏิบัติและใช้งานครับ d_d :drunk
"ติสมากๆเลยครับ" ขอทราบความหมายด้วยครับ ผมมันวัยรุ่นเหลือน้อย เลยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง (เผื่อนำเอาไปใช้มั่งอ่ะครับ :yahoo)
-
ติส ผมก็บอกไม่ถูกครับ คล้ายๆมีความเป็นตัวของตัวเองมีแนวของตัวเอง ทำด้วยความรักความสบายใจในสิ่งนั้น ไม่เดือดร้อนใคร อาร์ทติส คือปรมาจารย์สอนศิลปะอะไรประมาณนั้น
-
ติส ผมก็บอกไม่ถูกครับ คล้ายๆมีความเป็นตัวของตัวเองมีแนวของตัวเอง ทำด้วยความรักความสบายใจในสิ่งนั้น ไม่เดือดร้อนใคร อาร์ทติส คือปรมาจารย์สอนศิลปะอะไรประมาณนั้น
เข้าใจแระ! ^-^
(http://s2.uppic.mobi/image-0A91_4F5AE08F.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-F9FB_4F5B0A6B.jpg)
ขอถามว่าถ้าเราใช้แบบวงกลม แต่เราจะทำเคริบเกิน R/2 ขึ้นมาอีก (ขึ้นอย่างมากได้เท่าไร?) คือคิดว่าจะฟิกจานไว้เลย (ขี้เกลียดขยับ เพราะจะติดตั้งบนระเบียงหน้าบ้านชั้นที่สองที่อยู่สูงจากพื้นดิน 2.8 เมตร และการออกแบบน่าจะราคาถูกด้วยเพราะไม่ต้องทำจุดหมุน ลองสังเกตุเงาของร่มไม้ที่หน้าบ้าน ณ เวลาประมาณสิบหรือสิบเอ็ดโมงเช้าดูนะครับ มันยังเป็นตะวันอ้อมลอมข้าวอยู่เลย) จะทำแบบวางตามแนวตะวัน และคิดไว้ว่าจะเอียงรับแสงช่างบ่ายที่ร้อนกว่าช่วงเช้าด้วย (คือด้านทิศศตะวันตกต่ำกว่า) อยากถามว่าเราควรวางให้เส้นกึ่งกลางจานกับจุดทำองศาเท่าไร? และควรเอียงจานด้านทิศตะวันตกต่ำลงกีองศา? ถึงจะได้รับพลังงานเป็นจุดที่จะได้ค่าพลังงานความร้อนสูงสุด โดยคิดค่าเฉลี่ยตลอดทั้งปี? เห็นว่าเคยทำมาก่อนอาจมีข้อมูลนี้ ถ้าไม่มีก็แล้วไปเดี๋ยวมั่วๆ กะเอาละครับ คืออาจเน้นการรับพลังงานหน้าหนาวให้มากๆ สักหน่อยอีกด้วย คิดว่าคงมั่วได้ไม่ยากครับ แต่ถ้ามีข้อมูลอยู่ในมือก็ขอคำตอบตามที่ถามด้วยครับ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-E954_4F5AD200.jpg)
ก่อนจะจ้างคนทำงานให้เรา ก็ต้องทำเพื่อการเรียนรู้เองซะก่อน เมื่อวานทดลองส่วนผสมของน้ำ (ส่วนผสมของแกลบคิดว่าไม่พลาด) จากก้อนดินแถวที่หนึ่งน้ำพอดี แต่การถอดแบบออกยากมากๆ ทำให้เราเสียเวลา (วันนี้เอาไม้แบบมาทาน้ำมันเครื่อง แล้วคาดว่าน่าจะยกไม้แบบขึ้นง่ายกว่าเมื่อวาน และขัดกระดาษทรายไม้แบบจนเรียบขึ้น) แถวที่สองผมลองเติมน้ำเข้าไปอีก เพื่อจะให้มันถอดแบบและเทง่ายขึ้น ปรากฏว่ายกไม้แบบขึ้นมาง่ายมากจริง แต่พอยกพ้นขึ้นมา ดินมันไหลซะอีก :nono แถวสามด้านซ้ายสุด ผมรอให้มันแห้งจนถึงเวลาเย็นถึงเทลงแบบ การคงรูปของก้อนดินดีขึ้นมาหน่อย
ส่วนรูปล่างผมเพิ่งผสมไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อกี๊นี้เอง เผลอใส่น้ำมากไป คงต้องรอตอนเย็นถึงจะเทได้ การทำอะไรให้ได้ดีเราต้องใช้ประสบการณ์จริงเท่านั้นครับ ผมพอได้ข้อมูลจากการจับเวลาที่ทำเองคนเดียวประมาณชั่วโมงนึงจะทำก้อนดินได้ประมาณ 20 ก้อน วันหนึ่งถ้าจ้างคนทำเก่งๆ คงจะได้ 150 ก้อน ต่อไปเราอาจจ้างคนมาทำให้ในราคาก้อนละ 1.5 - 2 บาท (ค่าแรงงานระดับเลเบอร์ที่นี่ 150 บาทต่อวัน) บ้านผมคงใช้ประมาณเกือบหมื่นก้อนก็น่าจะถูกกว่าการก่ออิฐฉาบปูน และเราจะได้ความเย็นจากบ้านดินอีกด้วย ถือว่าคุ้มครับ :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-3111_4F5ADA34.jpg)
เรียน อ. โก้ ครับ วันนีผมไปเจอเค้ากรีดยางกันแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกันเลยละครับ ใบยางตามสภาพที่เห็นถือว่ากรีดได้หรือยัง? เดี๋ยวเย็นนี้ถ้าผมว่างผมจะไปถ่ายรูปใบยางสวนผมมาให้ดูครับ ถามคนกรีดแล้วน้ำยังของวันนี้น้ำหนักดีมากเลยละครับ (จะไปซื้อปุ๋ยเพิ่ม เจอราคาปุ๋ยขึ้นอีกลูกละร้อยบาท แค่อาทิตย์เดียวเอง (()
-
คุณพี่บ้านเสร็จรึยังครับ...อากาศคงดีมากครับ...แอบอิจฉา
ผมเคยเห็นคนจีนโบราณรบกับปลวก ด้วยการเอาเกลือ มาโรยบริเวณที่มีปลวก เกลือแบบเม็ดใหญ่ๆ
มีบ้านพี่คนหนึ่ง แกใช้ระบบเดินท่อพีวีซีใต้ดินเจาะรูเป็นเครือข่ายตามเสาทุกต้น แล้วก็ทำท่อ 4 หุนโผล่ขึ้นมา
ทำฝาปิด(อุด เปิดได้) มีสมุดโน๊ตทำตารางเหมือนเซอร์วิส
รถยนต์เลยครับ 3 เดือนครั้ง/ไว้เติมน้ำยา/น้ำมันเครื่อง แกมีรีสอร์ทไม้หลายหลัง ใช้ได้เลยครับ ^-^
-
คุณพี่บ้านเสร็จรึยังครับ...อากาศคงดีมากครับ...แอบอิจฉา
ผมเคยเห็นคนจีนโบราณรบกับปลวก ด้วยการเอาเกลือ มาโรยบริเวณที่มีปลวก เกลือแบบเม็ดใหญ่ๆ
มีบ้านพี่คนหนึ่ง แกใช้ระบบเดินท่อพีวีซีใต้ดินเจาะรูเป็นเครือข่ายตามเสาทุกต้น แล้วก็ทำท่อ 4 หุนโผล่ขึ้นมา
ทำฝาปิด(อุด เปิดได้) มีสมุดโน๊ตทำตารางเหมือนเซอร์วิส
รถยนต์เลยครับ 3 เดือนครั้ง/ไว้เติมน้ำยา/น้ำมันเครื่อง แกมีรีสอร์ทไม้หลายหลัง ใช้ได้เลยครับ ^-^
กำลังทำบ้านดินตามที่เห็นละครับ
คาดว่าตัวบ้านชั้นสองคงจะแล้วเสร็จก่อนสงการณ์ปีนี้ เพราะแฟนจะเปิดตัวร้านกาแฟแบบเต็มรูปแบบก่อนปีใหม่ของไทยละครับ d_d :drunk
เรื่องปลวกที่บ้านนี้ไม่มีปัญหาครับ ที่ตอบไปเป็นบ้านที่อยุธยาปลวกเยอะครับ วิธีแก้ปัญหาเรื่องปลวกของพี่น่าจะได้ผลดี น่าสนใจมากเลยครับ :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-B73C_4F5B4FAF.jpg) :yahoo :yahoo :yahoo
และแล้วผมก็ประสบความสำเร็จปั้นดินให้เป็นดาวจนได้ :yahoo :yahoo :yahoo
-
เรียน อ. โก้ ครับ วันนีผมไปเจอเค้ากรีดยางกันแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกันเลยละครับ ใบยางตามสภาพที่เห็นถือว่ากรีดได้หรือยัง? เดี๋ยวเย็นนี้ถ้าผมว่างผมจะไปถ่ายรูปใบยางสวนผมมาให้ดูครับ ถามคนกรีดแล้วน้ำยังของวันนี้น้ำหนักดีมากเลยละครับ (จะไปซื้อปุ๋ยเพิ่ม เจอราคาปุ๋ยขึ้นอีกลูกละร้อยบาท แค่อาทิตย์เดียวเอง )
1.) ดูไม่ถนัดครับ แต่หลักๆจะขึ้นอยู่กับสภาพใบ(แก่เต็มที่) และฝน(สำคัญกว่า)ครับ
2.) ถ้าใบแก่ดีแล้วแต่ยังไม่มีฝนห่าใหญ่ๆ ก็รอก่อนดีกว่า(เพราะเพิ่งเข้าเดือนมีนาฯเอง และได้น้ำยางน้อย)...หรือ
3.) มีฝนห่าใหญ่ๆแล้วและใบเกือบแก่แล้ว(ซึ่งจริงๆแล้วก็เปิดกรีดได้แล้ว) แต่ข้างหน้าทำท่าจะขาดฝนอีกเป็นเดือน(เพราะเป็นแค่พายุฝนฤดูร้อน ยังไม่เข้าฤดูฝน)ก็ต้องรอครับ...แต่
4.) ถ้าใบเกือบแก่แล้ว มีฝนห่าใหญ่ๆมาแล้ว และ ข้างหน้าฝนก็จะมาอีกเรื่อยๆ(จะรู้ได้อย่างไร? บอกยากอีกแล้ว...ปกติแล้วคนในพื้นที่จะคาดเดาจากลักษณะอากาศได้ว่าจะเข้าฤดูฝนน่ะครับ)อันนี้ก็เปิดกรีดได้เลยครับ(ถึงจะเพิ่งเข้าเดือนมีนาฯ)...แต่
5.) ถ้าปาเข้าไปกลางเดือนพฤษภาฯแล้ว ใบแก่ดีแล้วแต่ยังไม่มีฝนห่าใหญ่ๆ ก็เปิดกรีดไปก่อนเลยถึงจะได้น้ำยางน้อย เพราะอีกไม่นานฝนก็มาเองครับ(แบบนี้ไม่ค่อยมี)
สรุปแล้วหลักใหญ่จะไปอยู่ที่เรื่องคุ้ม-ไม่คุ้มอีกนั่นแหละ
จากรูปบนสีของใบเปิดกรีดได้แล้ว แต่คำตอบจริงๆอยู่ที่ฝนครับ ฝนเป็นอย่างไร ทั้งที่ผ่านมา และคาดว่าครับ
จากข้อ4 ปีนี้ทางนี้เข้าฤดูแล้งเร็วขึ้นและฝนมาเร็วกว่าปกติด้วย จากที่เคยเปิดกรีดกันช่วงสงกรานต์ ก็คุยๆกันว่าจะเปิดกรีดกันช่วงต้นเดือนเมษาฯครับ
ตอบไม่ตรงคำถาม แต่น่าจะเอาไปใช้ได้ดีกว่าครับ
-
น้ำสั่งได้แทนฝนได้หรือไม่ครับ?
-
น่าสนใจมากเลยครับอิฐแบบของพี่ เห็นมีแกลบเป็นส่วนผสมด้วยใช่ไหมครับ มีสูตรผสมไหมครับ
เรื่องพาราโบลิคทรัฟ มุมที่พี่ถามค่าเฉลี่ยทั้งปีจะนิยมเอียงไว้ 15 องศาครับ แต่จริงๆแล้วตอนดวงอาทิตย์มันอ้อมจัดๆมุมมันมากถึง 38 องศา (แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน) ส่วนปีกสามารถยื่นได้ไม่เกินครึ่งวงกลม มิฉะนั้นมันจะบังแดด และส่วนที่ยื่นเลยจากเส้นสีแดงจะไม่รวมแสงแครับ แต่จะช่วยตอนดวงอาทิตย์มันอ้อมใต้ในหน้าหนาวแล้วเราไม่เอียงแผงตามได้ครับ แต่ผมแนะนำไม่ควรเผื่อถึงครึ่งวงกลมซะทีเดียว ควรเผื่อปีกเป็นมุมด้านละ 15-20 องศาก็พอแล้วครับ (เราตั้งเอียงช่วยไว้ 15 องศาแล้วอีกส่วนนึง) เพราะหากใช้ครึ่งวงกลมจะมีผลคือ 1. เปลืองค่าใช้จ่าย 2. ยังมีอีกมุมนึงคือ มุมอซิมุติ ที่จะทำให้เกิดการบังของปีก (จริงๆตอนเรียนช่วงนี้ผมไม่ค่อยตั้งใจเลยไม่แน่นแบบคำนวนได้ในหัวครับ แต่จะคำนวณจริงๆต้องเปิดตำรา ความรู้ที่ติดอยู่คือประสบการณ์จากที่ได้ทำครับ)
แต่หากพี่เข้าสมการพาราโบลิคแล้วพล็อตกราฟ จะไม่มีการบังใดๆทั้งสิ้นครับ และจุดโฟกัสสามารถกำหนดเองได้เลยครับ
จะได้พลังงานเฉลี่ยต่อปีเท่าไร? จังหวัดพี่มีพลังงานแสงแดดเฉลี่ยทั้งปี 17 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน (4,722.222 วัตต์ต่อวันต่อตารางเมตร) (ข้อมูลปี 53 [พพ.]) ขึ้นอยู่กับว่าแผงพี่มีขนาดเท่าไรครับ
พี่ไม่ต้องรอผมนะครับ งานเร่งด่วนมากเหลือเกินครับ (ว่างเมื่อไรเจอกันครับ คุณพลังงานทางเลือก55555) d_d
-
น่าสนใจมากเลยครับอิฐแบบของพี่ เห็นมีแกลบเป็นส่วนผสมด้วยใช่ไหมครับ มีสูตรผสมไหมครับ
เอาคำตอบจากภาคปฏิบัติกันเลยนะครับ (เพราะพี่อ่านภาคทฤษฎีมาหลายปีทำครั้งแรกยังพลาด K]) จากกะบะผสมปูนในรูป ใส่ดินเหนียว (หาดินที่ปั้นเป็นลูกกระสุนหนังสติกได้ ถ้าเอามปั้นแล้วมันแตกไม่ยอมเป็นก้อนดินนั้นใช่ไม่ได้นะครับ) ใส่ดินให้เกือบเต็มกะบะ ห่างขอบบน 15 ซม. เติมน้ำเสมอดิน (ห้ามเติมเกินน้อยกว่าได้แล้วเราสามารถใส่น้ำเพิ่มทีหลังได้ มิฉะนั้นจะต้องเสียเวลารอถึงเย็น หรือต้องใส่ดินที่ทุบแบบละเอียดแห้งๆ และแกลบเพิ่ม) ใส้แกลบเท่ากับหนึ่งถุงปุ๋ย ดินต้องถูกแช่น้ำทิ้งค้างคืนจะเหลวโดยไม่ต้องเหยียบครับ เราเหยี่ยบแค่ให้แกลบเข้ากับดินแล้วก็เทลงแบบเป็นจบขั้นตอนหนึ่งละครับ
เรื่องพาราโบลิคทรัฟ มุมที่พี่ถามค่าเฉลี่ยทั้งปีจะนิยมเอียงไว้ 15 องศาครับ แต่จริงๆแล้วตอนดวงอาทิตย์มันอ้อมจัดๆมุมมันมากถึง 38 องศา (แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน) งั้นพี่ใช้ตามนี้เลยละกัน ส่วนปีกสามารถยื่นได้ไม่เกินครึ่งวงกลม มิฉะนั้นมันจะบังแดด และส่วนที่ยื่นเลยจากเส้นสีแดงจะไม่รวมแสงแครับ แต่จะช่วยตอนดวงอาทิตย์มันอ้อมใต้ในหน้าหนาวแล้วเราไม่เอียงแผงตามได้ครับ แต่ผมแนะนำไม่ควรเผื่อถึงครึ่งวงกลมซะทีเดียว ควรเผื่อปีกเป็นมุมด้านละ 15-20 องศาก็พอแล้วครับ (เราตั้งเอียงช่วยไว้ 15 องศาแล้วอีกส่วนนึง) เพราะหากใช้ครึ่งวงกลมจะมีผลคือ 1. เปลืองค่าใช้จ่าย 2. ยังมีอีกมุมนึงคือ มุมอซิมุติ ที่จะทำให้เกิดการบังของปีก (จริงๆตอนเรียนช่วงนี้ผมไม่ค่อยตั้งใจเลยไม่แน่นแบบคำนวนได้ในหัวครับ แต่จะคำนวณจริงๆต้องเปิดตำรา ความรู้ที่ติดอยู่คือประสบการณ์จากที่ได้ทำครับ) ในตอนแรกที่ถามพี่ก็กะว่าจะเผื่อไว้ระหว่าง R/2 กับตรงจุด 0 กลางครับ
แต่หากพี่เข้าสมการพาราโบลิคแล้วพล็อตกราฟ จะไม่มีการบังใดๆทั้งสิ้นครับ และจุดโฟกัสสามารถกำหนดเองได้เลยครับ ใช่, แต่พี่ก็ต้องปรับจานตามฤดูการณ์ด้วย มันผิดจุดประสงค์ที่ต้องการแบบ FIX อ่ะครับ หรือจานแบบพาราโบลิคเราสามารถคำนวณทำจาก FIX ได้ (แต่คิดว่าไม่ได้นะ)
จะได้พลังงานเฉลี่ยต่อปีเท่าไร? จังหวัดพี่มีพลังงานแสงแดดเฉลี่ยทั้งปี 17 เมกะจูลต่อตารางเมตรต่อวัน (4,722.222 วัตต์ต่อวันต่อตารางเมตร) (ข้อมูลปี 53 [พพ.]) ขึ้นอยู่กับว่าแผงพี่มีขนาดเท่าไรครับ ได้แค่อุ่นน้ำชงกาแฟให้อยู่คงที่ 90 ซี ก็พอใจแระ (เพราะเคยเช็คดูเปิดเครื่องชงทิ้งไว้ 8 ชั่วโมง พร้อมการชงขายไปด้วย ไฟจะขึ้นไปหน่วยหนึ่งพอดีครับ) แล้วเหลือไว้ทำน้ำอุ่นใส่อ่างใว้นอนแซ่เล่นได้ทุกวันก็พอใจแล้วครับ ส่วนที่เหลือถือเป็นผลพลอยได้ครับ
พี่ไม่ต้องรอผมนะครับ งานเร่งด่วนมากเหลือเกินครับ (ว่างเมื่อไรเจอกันครับ คุณพลังงานทางเลือก55555) d_d โปรเจ็คกังหันพลังน้ำก็กำลังจะวางแผนทำอยู่ด้วยเหมือนกัน ว่าจะเอามาปั้นปั๊มน้ำร้อนชงกาแฟอีกด้วย กาแฟร้านพี่จะเป็นร้านช่วยกันประหยัดพลังงานครับ ตอนนี้บ้านที่ทำเป็นที่สนใจของคนแถวๆ บ้านครับ ทั้งบ้านไกล้ บ้านไกล ก็เข้ามาดู และบอกว่าถ้าดีก็ทำทำบ้าง ถือว่าเราใช้ความรู้ที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมครับ
-
แต่หากพี่เข้าสมการพาราโบลิคแล้วพล็อตกราฟ จะไม่มีการบังใดๆทั้งสิ้นครับ และจุดโฟกัสสามารถกำหนดเองได้เลยครับ ใช่, แต่พี่ก็ต้องปรับจานตามฤดูการณ์ด้วย มันผิดจุดประสงค์ที่ต้องการแบบ FIX อ่ะครับ หรือจานแบบพาราโบลิคเราสามารถคำนวณทำจาก FIX ได้ (แต่คิดว่าไม่ได้นะ)
ถูกต้องแล้วครับ
O0 O0 "ในอนาคตมันคือร้านกาแฟไฮบริจด์ชัดๆ" O0 O0
ถึงอุปกรณ์พวกนี้มันจะแพงในวันนี้ บางคนบอกไม่คุ้มลงทุนบ้าง แต่เชื่อผมเหอะ รุ่นลูกรุ่นหลานเรามีเงินมากขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้อีกต่อไป หากเราไม่ช่วยกันเก็บไว้ครับผม
-
น้ำสั่งได้แทนฝนได้หรือไม่ครับ?
แย่ตรงที่ไม่เคยลองสิครับ
แต่คิดว่าน้ำกับฝนในกรณีนี้น่าจะคนละเรื่องกันครับ ฝนช่วยเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ โดยที่น้ำให้ได้น้อยกว่ามากๆ
-
แต่เชื่อผมเหอะ รุ่นลูกรุ่นหลานเรามีเงินมากขนาดไหนก็ไม่สามารถซื้อสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้อีกต่อไป หากเราไม่ช่วยกันเก็บไว้ครับผม
อยากให้มีคนรุ่นใหม่คิดกันแบบนี้กันทั้งโลก คนรุ่นที่ผ่านมาที่เป็นพวกชอบทำลายสิ่งแวดล้อม (( ก่อนตายจะได้สำนึกกันบ้าง ((
แต่คิดว่าน้ำกับฝนในกรณีนี้น่าจะคนละเรื่องกันครับ ฝนช่วยเรื่องอุณหภูมิ ความชื้น ฯลฯ โดยที่น้ำให้ได้น้อยกว่ามากๆ
น้ำจากระบบชลประทานคงไม่ชื่นใจเท่าน้ำฝนจริงครับ งั้น! คงไม่มีเพลงที่ร้องว่า "Roses need rain" ช่วงนี้ถ้ามีเวลาผมก็คุยกับเจ้าของสวนยางหลายๆ สวนเพื่อเก็บความรู้จากเค้า มีบางคนก็เอาน้ำเข้าสวนเหมือนที่ อ. โก้ แนะนำให้ผมทำละครับ แต่เหตุผลของคนที่เอาน้ำเข้าแตกต่างกันกับเรา ที่เน้นไม่ต้องการให้ติดลูก พวกเค้าเน้นที่ต้องการให้ใบยางเขียวเร็วๆ จะได้กรีดเร็วๆ ถึงความคิดต่างกันแต่ผลที่ออกมาก็เหมือนๆ กัน d_d :drunk
-
เรียน อ. โก้ ครับ ชาวบ้านหลายคนบอกให้ผมตัดกิ่งยางเด็กๆ อายุ 7 เดือนของผมให้เหลือฉัตรเดียว แต่ผมยังไม่เชื่อขอถามอาจารย์โก้ก่อนครับ :-\
วันนี้ผมไปเจอไม้จำปีป่ามาครับ หน้าห้าสิบนิ้วแห่ะครับ แสดงว่ามันต้นใหญ่มากๆ ตามที่ อ. โก้ว่ามาน่ะถูกต้องแล้วครับ รายไม้คล้ายไม้สักมากๆ ครับ
-
เรียน อ. โก้ ครับ ชาวบ้านหลายคนบอกให้ผมตัดกิ่งยางเด็กๆ อายุ 7 เดือนของผมให้เหลือฉัตรเดียว แต่ผมยังไม่เชื่อขอถามอาจารย์โก้ก่อนครับ :-\
วันนี้ผมไปเจอไม้จำปีป่ามาครับ หน้าห้าสิบนิ้วแห่ะครับ แสดงว่ามันต้นใหญ่มากๆ ตามที่ อ. โก้ว่ามาน่ะถูกต้องแล้วครับ รายไม้คล้ายไม้สักมากๆ ครับ
กำลังจะรวบรวมเรื่องดูแลยางเล็กให้อยู่พอดี....แต่ไม่รู้จะบอกอะไร คิดไม่ออกจริงๆครับ :D
ยังไม่ถึงเวลาตัดแต่งครับ เพราะยังมองลักษณะของกิ่งไม่ถนัดครับ อันนี้ผมเดานะครับ เพราะไม่เห็นต้น(ทั้งแปลง)
อายุ1.5-2ปีค่อยตัดแต่ง แต่งให้ง่ามไม่เป็นรูปตัว Y ทางนี้เรียกว่า "นู"(ตัวไม้ของหนังสติ๊ก) คือตัดกิ่งที่ง่ามให้เหลือขนาดที่ไม่เท่ากันไว้ และจะตัดให้กิ่งที่ง่ามเหลือ 2-3กิ่ง ทั้งหมดนี้เพื่อเพื่อป้องกันง่ามฉีกครับ
จำปีหน้าบ้านผมครับ
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=4FA8_4F667D38&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=4FA8_4F667D38)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=1E82_4F667D38&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=1E82_4F667D38)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=26CC_4F667D38&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=26CC_4F667D38)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=BC7E_4F667D38&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=BC7E_4F667D38)
-
แต่งอย่าให้ออกมาเป็นแบบนี้
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=4EEA_4F668301&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=4EEA_4F668301)
(http://img.zuzaa.com/image.php?id=9265_4F668301&jpg) (http://img.zuzaa.com/share.php?id=9265_4F668301)
ต้องอาศัยเชือกฟางผูก-ดัด-มัดไว้ด้วยครับ
ต้น(รูป)บนดีกว่าล่าง ฝนตกมาหลายวันแล้วยุงกัดถ่ายมาได้ไม่มากครับ :cry2
-
ขอบคุณครับ ช่วงนี้ผมขอคุยน้อย เพราะเร่งทำร้านกาแฟให้ทันเมษานี้ครับ วันหลังจะถ่ายสวนยางเล็กมาให้ดูครับ d_d :drunk
-
กระทู้นี้เป็นหนังควบอะครับ ทั้งเรื่อง Step down กับ กาแฟ ยาวเป็นดราม่าเลย ต้องหาเวลามาอ่านเรื่อยๆ :clap
-
กระทู้นี้เป็นหนังควบอะครับ ทั้งเรื่อง Step down กับ กาแฟ ยาวเป็นดราม่าเลย ต้องหาเวลามาอ่านเรื่อยๆ :clap
งั้นเอาบ้านดินมาให้ดูต่อละกัน d_d :drunk
ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาไปดูสวนยางเลยครับ เลิกงานต้องคิดงานที่จะทำวันรุ่งขึ้นต่อเพื่อในคนงานมีงานทำให้ผลงานออกมาเร็วและดีด้วย เที่ยงคืนทุกคืนมีเกือบเดือนแล้วครับ อ. โก้ คนข้างๆ บ้าน เปิดหน้ายางไปสีห้าวันกันหมดแล้ว ผมยังไม่มีเวลาเลย ผมควรหยุดทางนี้ไปทำอะไร? กับสวนยางก่อนดีไหมครับ? K]
ดูบ้านดินก่อนละกัน (http://s2.uppic.mobi/image-3BFC_4F6F33AA.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-AEA8_4F6F33AA.jpg)
-
สร้างบ้านเพิ่มอีกเหรอ :victory :victory :victory สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดก็สร้างเองคุมงานเองนี่แหละ มากนิดขาดหน่อยอะไร ๆ วุ่นวายไปหมดและก็ไม่ค่อยพอดีซักทีปรับปรุงจนเหนื่อยกว่าจะเสร็จ ตอนหลัง ๆ ก็เริ่มเบื่อไปเปิดเครติตกับร้านค้าให้ช่างไปเอาของมาทำได้เลย ช่างบางคนก็ดี บางคนก็ทำเกือบจะเสร็จแล้วมาขอเงินเพิ่มอีก เราก็ไม่ให้ ก็ดันทิ้งงานเราเฉยเลย :cry2 :cry2 เปิดร้านกาแฟแล้วเปิดซุ้มเบียร์ไว้เลย ถ้าจะให้ดี ก็เปิดรีสอร์ทห้องพักรายวันไว้ด้วยสิ O0 O0 ไม่รู้ว่ากิจการนี้มันทำเงินอะไรกันนักหนา เกิดเป็นดอกเห็ดเลย แม้แต่อำเภอเล็ก ๆ ตามหมู่บ้านก็ยังมี ;D ;D ;D ;Dเวลาไปเที่ยวภูซางหรือเชียงรายจะได้แวะหาครับ d_d d_d d_d d_d Y] Y] Y]
-
สร้างบ้านเพิ่มอีกเหรอ :victory :victory :victory สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดก็สร้างเองคุมงานเองนี่แหละ มากนิดขาดหน่อยอะไร ๆ วุ่นวายไปหมดและก็ไม่ค่อยพอดีซักทีปรับปรุงจนเหนื่อยกว่าจะเสร็จ ตอนหลัง ๆ ก็เริ่มเบื่อไปเปิดเครติตกับร้านค้าให้ช่างไปเอาของมาทำได้เลย ช่างบางคนก็ดี บางคนก็ทำเกือบจะเสร็จแล้วมาขอเงินเพิ่มอีก เราก็ไม่ให้ ก็ดันทิ้งงานเราเฉยเลย :cry2 :cry2 เปิดร้านกาแฟแล้วเปิดซุ้มเบียร์ไว้เลย ถ้าจะให้ดี ก็เปิดรีสอร์ทห้องพักรายวันไว้ด้วยสิ O0 O0 ไม่รู้ว่ากิจการนี้มันทำเงินอะไรกันนักหนา เกิดเป็นดอกเห็ดเลย แม้แต่อำเภอเล็ก ๆ ตามหมู่บ้านก็ยังมี ;D ;D ;D ;Dเวลาไปเที่ยวภูซางหรือเชียงรายจะได้แวะหาครับ d_d d_d d_d d_d Y] Y] Y]
ใช่ครับ ทำบ้านดิน และเป็นร้านขายกาแฟด้วย จ้างใครไม่ได้เลยเพราะคนที่นี่ไม่รู้จักบ้านดิน ต้องทำให้ดูแล้วจ้างเค้าทำต่อ เลยต้องคุมอย่างใกล้ชิดมากๆๆๆๆๆ วันนี้ฝนตกหนักคงทำงานไม่ได้เพราะหลังคายังไม่เสร็จ K] บ้านนี้บานออกไปอีกเยอะเลย คือสั่งไม้พื้นมาสองยกพอดีชั้นที่สองของบ้าน เค้าเลื่อยไม้ให้เกินมาอีกยก เราก็เลยต้องขยายชั้นที่สองของบ้านให้ใช้ไม้สามยกครับ และบ้านนี้แบบมันอยู่ในหัวสมอง เลยมีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาทีที่ผมตื่นอยู่ (อยากจะบอกว่าทุกวินาทีตอนนี้หายใจเป็นเรื่องของการคิดแบบบ้านให้ดีขึ้นกว่ากว่าคิดของวินาทีที่ผ่านมาอยู่ตลอดเวลาครับ) :black_eye :black_eye :black_eye :o :o :o :o :o :o :o d_d :drunk ผมคิดว่าคุมทำบ้านเอง ด้วยการใช้คนไม่กี่คน (แบบเราดูการทำงานได้ทั้่วถึง จะได้บ้านที่ถูกใจเรามากที่สุดกว่าการเหมา เพราะหากจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้ิงเสียเวลาคุยเรื่องค่าแรง) ขึ้นมาเมื่อไรก็ขอเชิญครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-CACC_4F6FB7BC.jpg)
-
ฝนเป็นใจให้ผมได้พัก เลยเอารูปห้องน้ำมาให้ดู เผื่อใครมีไอเดียดีๆ กรุณาแนะนำรูปแบบของห้องน้ำนี้ใหม่ด้วย ผมเปลี่ยนแปลงมากกว่าสิบรูปแบบแล้วครับ ล่าสุดคือเอาอ่างล้างหน้าไว้ติดกำแพงด้านนอกบ้าน (ตอนแรกจะเอาไว้ข้างๆ เสาในรูป แต่คิดว่าจะใส่กระจกให้บ้านดูกว้างยิ่งขึ้น และสามารถมองทุรุออกนอกถนนใหญ่ได้เมื่ออยู่ในบ้านจะได้ไม่อึดอัด เวลานั่งฟังเพลงครับ) และอยากนอนในอ่างน้ำอุ่น มองดูวิววข้างนอกด้วยอีกเหมือนกัน เลยติดกระจกแบบมองออกได้อย่างเดียว)
(http://s2.uppic.mobi/image-8B96_4F6FC871.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-6740_4F6FC871.jpg)
-
:victory :victory ลองดูแบบสำเร็จจาก Home pro ดูสิครับ แล้วเอามาปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมของเรา อาจเจอแบบที่ต้องการ แบบกระทัดรัดเหมาะสมกับพื้นที่ด้วยน่ะครับ :showoff :showoff ;D ;D ;D แต่เรื่องคิดไปทำไปนี่มันยากครับ เพราะว่ามันปรับเปลี่ยนได้ทุกชั่วพริบตา ;D ;D เหนื่อยๆๆ ลดขนาด N] N] อารมย์ดี เพื่มแบบเฉยเลย Y] Y] ดูๆแล้วต้องมีเรื่องปวดหัวอีกบานตะทัยเป็นแน่พี่เรา ;D ;D ;D
-
ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาไปดูสวนยางเลยครับ เลิกงานต้องคิดงานที่จะทำวันรุ่งขึ้นต่อเพื่อในคนงานมีงานทำให้ผลงานออกมาเร็วและดีด้วย เที่ยงคืนทุกคืนมีเกือบเดือนแล้วครับ อ. โก้ คนข้างๆ บ้าน เปิดหน้ายางไปสีห้าวันกันหมดแล้ว ผมยังไม่มีเวลาเลย ผมควรหยุดทางนี้ไปทำอะไร? กับสวนยางก่อนดีไหมครับ? K]
หลังสงกรานต์ค่อยไปดูอีกทีก็ได้ครับ งานที่ต้องเตรียมก็เหลือแค่เลื่อนลวดแขวนจอกยาง ขีดเส้นหลังกับลากร่องลิ้นใหม่ค่อยทำตอนเปิดกรีดครับ อ้อ!! ร่องลิ้น ยาวลงมาราวๆ 6นิ้วนะครับ เคยอ่านเห็นคุณPinijบอกว่าจะให้ยาวตั้งฟุตนึง เอาแค่6นิ้วพอครับ เดี๋ยวน้ำยางจะแวะข้างทางไม่ลงจอกเอาครับ เปิดกรีดตอนกลางวัน(เช้าๆ)จะดีกว่าครับ มองอะไรๆเห็นชัดดี ทำไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนใช้เวลาเปิดกรีด2-3วันก็ได้ครับ
คงทาดินทาหน้ายางกันเชื้อราแล้วใช่มั๊ยครับ....เปิดกรีดสัก5-6เช้า แล้วทาอีกทีก็ดีครับ กันราช่วงหน้าฝนไว้ก่อน ทาให้สูงขึ้นจากหน้าที่กรีดสัก10นิ้ว ต่ำลงมาสัก3นิ้วนะครับ ฝนตกหน้ายางจะแห้งเร็ว กรีดได้ครับ
-
ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาไปดูสวนยางเลยครับ เลิกงานต้องคิดงานที่จะทำวันรุ่งขึ้นต่อเพื่อในคนงานมีงานทำให้ผลงานออกมาเร็วและดีด้วย เที่ยงคืนทุกคืนมีเกือบเดือนแล้วครับ อ. โก้ คนข้างๆ บ้าน เปิดหน้ายางไปสีห้าวันกันหมดแล้ว ผมยังไม่มีเวลาเลย ผมควรหยุดทางนี้ไปทำอะไร? กับสวนยางก่อนดีไหมครับ? K]
หลังสงกรานต์ค่อยไปดูอีกทีก็ได้ครับ งานที่ต้องเตรียมก็เหลือแค่เลื่อนลวดแขวนจอกยาง ขีดเส้นหลังกับลากร่องลิ้นใหม่ค่อยทำตอนเปิดกรีดครับ อ้อ!! ร่องลิ้น ยาวลงมาราวๆ 6นิ้วนะครับ เคยอ่านเห็นคุณPinijบอกว่าจะให้ยาวตั้งฟุตนึง เอาแค่6นิ้วพอครับ เดี๋ยวน้ำยางจะแวะข้างทางไม่ลงจอกเอาครับ เปิดกรีดตอนกลางวัน(เช้าๆ)จะดีกว่าครับ มองอะไรๆเห็นชัดดี ทำไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนใช้เวลาเปิดกรีด2-3วันก็ได้ครับ
คงทาดินทาหน้ายางกันเชื้อราแล้วใช่มั๊ยครับ....เปิดกรีดสัก5-6เช้า แล้วทาอีกทีก็ดีครับ กันราช่วงหน้าฝนไว้ก่อน ทาให้สูงขึ้นจากหน้าที่กรีดสัก10นิ้ว ต่ำลงมาสัก3นิ้วนะครับ ฝนตกหน้ายางจะแห้งเร็ว กรีดได้ครับ
ดีครับหลังสงการณ์ เพราะช่วงก่อน สก. ผมคงยุ่งสุดๆ เรื่องยาที่ทา คนที่จ้างเค้ากรีดจัดการให้เลยไม่รู้ว่าต้องใช้ยี่ห้ออะไรดีครับ? :-\ บอกยี่ห้อทาง PM ก็ได้ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
-
ขอตอบทางนี้เลยนะครับ ถ้าใครอ่านมาตั้งแต่ต้นคงทราบว่าผมไม่มี(ปัญญา)ส่วนได้-เสียกับเค้าแน่ๆ ;D
(http://s2.uppic.mobi/image-BCEB_4F71B088.jpg) (http://s2.uppic.mobi/share-BCEB_4F71B088.html)
ผมใช้ สวีท เอส.พี. ของฟาร์มอะโกร และดินทาหน้ายางตราสิงห์โต (แบบมียาฯในตัว) ตามรูป ผสมกันครับ แบบขวดน้ำยาสีฟ้าๆน้ำเงินๆ ตัวยานอนก้นแข็ง ต้องผ่าขวดเทน้ำออก(เก็บไว้ผสมน้ำ)แล้วแคะๆๆๆก้อนยาออกมาผสมกับดินทาฯได้3-4ถุงครับ
ผสมน้ำอย่าให้เหลวเกินไป โดยสังเกตุตอนทาไปแล้วว่ามีดินติดอยู่ที่หน้ายาง ไม่ใช่ติดแค่สี ผสมข้นเกินไปผลเสียมีแค่เปลืองครับ ทาตามที่ผมว่าจะได้ ราวๆ 1,200-1,500 ต้น ครับ
แบบขวด ขวดละร้อยกว่าบาทใช้ขวดเดียวก็พอ แบบดินถุงละ 35บาท ทากับแปรงทาสีขนาด 2-3นิ้วครับ
ถ้าตอนปิดกรีดยังไม่ได้ทาไว้ ค่อยทาตอนเปิดกรีดไปสัก 5-6เช้าไปแล้วทีเดียวเลยครับ
ราหน้ายางส่วนใหญ่จะมองเห็นได้ง่าย แต่บางทีมองไม่เห็นก็มี ถ้ามีราหน้ายางสังเกตุได้จากเมื่อทายาไปแล้วราวๆ10วัน น้ำยาง(หรือขี้เส้นที่เกาะหน้ายาง)จะมีสีดำๆปนอยู่ ถ้าเป็นราดำที่เห็นชัดอยู่แล้วก็จะค่อยๆหายไปครับ
-
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ d_d :drunk
-
ร้านของผมก็ใช้แรงงานช่างแค่สองคนครับ (ช่างทำกันสองคนสามีภรรยาครับผม) เลยเสร็จช้า แต่ผมพอใจฝีมือเขามากครับ ทำงานละเอียดดีมาก ไม่ขี้เกียจ มีเวลาตัดกระเบื้องเป็นโลโก้ร้านเป็นวันๆเลยครับ ผมเองทำเรื่องระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และตกแต่งภายในครับ เน้นทำเองแบบดีไอวายครับ ฝีมือไม่ดีก็เน้นแบบเปลกๆเข้าไว้ครับ ;D ;D ;D ช่วงนี้ยุ่งมากครับ ตอนนี้อบรมทดสอบความพร้อมอยู่ที่อินทรารีเจ้น กทม. ครับ เข้าร้านเน็ตนาทีละ 50 ตังค์ครับ :'( :cold :'(
-
ร้านของผมก็ใช้แรงงานช่างแค่สองคนครับ (ช่างทำกันสองคนสามีภรรยาครับผม) เลยเสร็จช้าเสร็จช้าเหมือนกันเลย พี่ก็จ้างคนงานระดับเลเบ้อร์สองคน ผู้ชาย 200 บาท ผู้หญิง 150 บาท ต่อวัน (พวกช่างตอนนี้ 300-350 บาท ต่อวัน :-\) เคยมีประสบการทำบ้านที่ลำพูน จ้างช่างมาสามคน เราไม่สามรถคุมได้ทุกจุด พอดูคนนี้อีกสองคนทำไม่ถูกใจเราร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งบางวครั้งเราก็ต้องปล่อยยอมโอเค ผลงานเลยออกมาไม่ได้อย่างใจนัก ตอนนี้จ้างคนสองคนทำงานร่วมกัน เราคุมได้อย่างเต็มร้อย :kicking
ใครจะทำบ้านดิน ไม่แนะนำให้ทำเป็นอิฐเตรียมไว้เพื่อก่อในภายหลัง ให้ทำอิฐบนกำแพงกันเลย เร็วดีครับ ไม่ต้องรอให้อิฐแห้งเป็นอาทิตย์ เสียทั้งเวลา และเสียค่าแรงมาก่อเพิ่มเข้าไปอีก ทำแบบที่ผมทำในรูปเสียค่าทำเป็นก้อนบนกำแพงกันในครั้งเดียวจบครับ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-BB06_4F75C153.jpg)
-
จดจำๆๆ จะเอาไปทำที่เขาค้อบ้าง
-
จดจำๆๆ จะเอาไปทำที่เขาค้อบ้าง
จะเก็บข้อมูลรายละเอียดไว้ให้ครับ มีวิธีลัดทำง่ายกว่าที่เค้าทำๆ กัน ลดไปได้หลายขั้นตอนเลยละ ประยัดทั้งค่าแรงและเวลา ทำบ้านดินไม่จะเป็นต้องเกณฑ์คนมาช่วยเยอะแยะ ใช้คนงานแค่สองคนไม่กี่เดือนก็เสร็จครับ (ระดับบ้านที่ใช้ดินประมาณ 5 พันก้อน จะปั้นดินได้วันละ 150-200 ก้อนต่อวัน)
จะเอาแบบมุงตองตึงด้วยป่ะพี่? (ผมลองยืนอยู่ใต้หลังคากระเบื้องร้อนกว่า ยืนใต้หลังคาตองตึงเยอะเลยละ)
(http://s2.uppic.mobi/image-06CD_4F785632.jpg)
-
โพ๊ทนี้ไม่เกี่ยวกับชื่อของกระทู้นี้นะครับ เป็นการทดลองกล้องตัวใหม่ของพี่สาวแฟน มันถ่ายรูปแบบนี้ได้ด้วย
ผมมีชุดเครื่องเสียงอยู่สามชุด (Altec VOT, Focus Audio FS 68 Sign และ QUAD ESL 63) ผมชอบชุดนี้มากที่สุด โดยนอนฟังอยู่บนเปลญวนละครับ :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-D603_4F8918E3.jpg)
-
ไม่ได้คุยกะ อ. โก้ซะนาน ก่อนอื่นขอถามก่อนเลยว่ารู้จักร้านขายกล้ายางนี้ไหมครับ? http://www.naikham.com/ มีคำถามอีกแล้วว่า สับปะรด หากได้น้ำมากๆ แล้วมันจะเปี้ยวไหม? คือให้น้ำยางเด็กๆ บ่อยครับ เพราะมีคนบอกว่าปลูกสับปะรดต้องปล่อยให้แร้งๆ น้ำครับ ถึงจะหวานดี
-
(http://s2.uppic.mobi/image-D83C_4F8A814C.jpg)
การ Stack วางลำโพงในแนวนี้ ทำให้เสียงหนาและมีมวลที่มากขึ้นอย่างมีนัยยะครับ ผมฟังเสียงไวโอลินได้ถูกใจมากยิ่งขึ้น d_d :drunk
-
ไม่ได้คุยกะ อ. โก้ซะนาน ก่อนอื่นขอถามก่อนเลยว่ารู้จักร้านขายกล้ายางนี้ไหมครับ? http://www.naikham.com/ มีคำถามอีกแล้วว่า สับปะรด หากได้น้ำมากๆ แล้วมันจะเปี้ยวไหม? คือให้น้ำยางเด็กๆ บ่อยครับ เพราะมีคนบอกว่าปลูกสับปะรดต้องปล่อยให้แร้งๆ น้ำครับ ถึงจะหวานดี
ขับรถผ่านอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยแวะครับ
สัปรด แล้งหวานฉ่ำ ฝนก็หวานครับ แต่ต้องเก็บเร็วขึ้นนิดหน่อยไม่งั้นจะเน่าเร็วครับ
เตรียมตัวเปิดกรีดได้แล้วนะครับ :)
-
ไม่ได้คุยกะ อ. โก้ซะนาน ก่อนอื่นขอถามก่อนเลยว่ารู้จักร้านขายกล้ายางนี้ไหมครับ? http://www.naikham.com/ มีคำถามอีกแล้วว่า สับปะรด หากได้น้ำมากๆ แล้วมันจะเปี้ยวไหม? คือให้น้ำยางเด็กๆ บ่อยครับ เพราะมีคนบอกว่าปลูกสับปะรดต้องปล่อยให้แร้งๆ น้ำครับ ถึงจะหวานดี
ขับรถผ่านอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยแวะครับ
สัปรด แล้งหวานฉ่ำ ฝนก็หวานครับ แต่ต้องเก็บเร็วขึ้นนิดหน่อยไม่งั้นจะเน่าเร็วครับ
เตรียมตัวเปิดกรีดได้แล้วนะครับ :)
คิดว่าพรุ่งนี้จะเริ่มกลับไปลุยสวนยางอีกครั้งครับ, ขอบคุณ อ. โก้ มากๆ ครับที่เตือนมา
วันนี้ขอลุยอ่างอาบน้ำให้ถูกใจแม่บ้านก่อน รูปบนผมเริ่มทำ แล้วโดนคอมเมนด์ว่าที่ลองหัวสูงไป (เพราะต้องมีหมอนลมบางอีกชั้น) เลยออกมาเป้นภาพล่างครับ กะว่าดินผสมแกลบแห้งก็จะลองไปนอนดูว่าจะปรับส่วนไหนต่อ เพื่อให้นอนแช่น้ำอุ่นได้นานๆ โดยไม่ปวดหลัง มีใครพอแนะนำเพิ่มไหม ว่ารูปแบบภายในควรเป็นแบบไหน? (มีตัวอย่างแบบเพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด เน้นสวยงามด้วย)
(http://s2.uppic.mobi/image-C109_4F8B9F3F.jpg)
-
เรียน อ. โก้ครับ ทุกปีฝนจะตกตั้งแต่ต้นเดือนเมษา พอปีนี้ผมขึ้นมาอยู่มันเกิดแล้งขึ้นมาเป็นปีแรกซะแล้วละครับ ดีที่ผมยังไม่เริ่มกรีดยาง พวกที่เริ่มไปแล้วได้น้ำยางแค่ครึ่งนึงของปรกติที่ได้ ผมเลยรอฝนก่อนนะครับถึงจะเริ่มกรีด ผมทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ครับ?
เห้นคนอ่านกระทู้นี้กันเยอะมาก ช่วงที่ผมหยุดโพ้ทมีคนเข้ามาอ่านเพิ่มเกือบสองพันครั้ง ผมเลยไม่กล้าโพ้ทอะไรมั่วๆ เพราะกลัวคนเข้ามาอ่านแล้วผิดหวัง เพราะไม่ได้เนื้อหาอะไรกลับไป และผมก็ไม่รู้ว่าคนที่เข้ามาอ่านสนใจเรื่องอะไรกันแน่? งั้นผมจะเอาข้อมูลมาลงให้เท่าที่หาได้ คือลงมากๆ หลากหลายหน่อยละกัน ก็ไม่รู้จะตรงที่ท่านต้องการอ่านหรือไม่?
(http://s2.uppic.mobi/image-7E6F_4F9A9BDA.jpg)
สรุปอ่างอาบน้ำของผมหน้าตาออกมาเป็นแบบนี้ครับ ใครพอรู้แหล่งขายกระเบื้องแบบในรูปบ้างครับ หาซื้อในตลาดเชียงคำไม่มีขายและไม่สั่งให้ด้วย :cry2 ถ้าได้แหล่งขายในเนทยิ่งดีครับ จะเอามาปูภายในและขอบอ่างน้ำครับ
การทำอ่างอาบน้ำไม่ยากอย่างที่คิด คือผมกลัวรั่วหรือร้าว ผมลองเท (ฉาบ) แค่ลีนคอนกรีตบางๆ แค่ครึ่งเซนต์เพื่อทับดิน แล้วก็ใส่ลวดกันร้าวสี่วงในรูป รองน้ำมาสามสีวันแล้ว ไม่พบรั่วหรือซืมหรือมีรอยร้าวแม้แต่น้อย ตอนแรกกะว่าจะจะใช้น้ำยากันซึม ตอนนี้ไม่ต้องแล้วครับ และตอนแรกกะว่าจะทำหนาซัก หนึ่งนิ้วหรือสองนิ้ว ตอนนี้ว่าจะฉาบปูนอีกซักหนึ่งเซนต์ก็พอแระ และก็จะเอาโมเสทกลมๆ ในรูปแปะลงไปแค่นั้นจบ ลงทุนไปตอนนี้ไม่ถึงพันบาทเอง :yahoo
(http://s2.uppic.mobi/image-3A02_4F9AA144.jpg)
เห็นห้องน้ำแบบโอเพ้นแอร์แล้วอยากทำมั่งจัง! แต่คิดว่าจะเอาหินกาบปูพื้นแบบเค้าน่าจะเข้ากับบ้านดิน และตัดกันคนละแนวกับโมเสทของอ่างน้ำแบบสุดๆ และว่าจะเปลี่ยนช่องกระจกใสเพื่อให้บ้านดูโปร่งนั่งในบ้านมองออกนอกถนนใหญ่ได้ เป็นทำตู้ปลาในผนังดินที่หนาเกือบฟุทน่าจะดีกว่าเป็นกระเฉยๆ แบบเดิม
(http://s2.uppic.mobi/image-33B8_4F9AA484.jpg)
ของเค้ามีต้นปามล์อยู่ในห้องน้ำ แต่ของผมก็มีต้นมะกูตอยู่ในห้องน้ำเหมือนกันนะ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-B2AF_4F9AAA6B.jpg)
อันนี้เป็นข้อมูลการทำผนังบ้านดินที่ผมคิดทำแบบใหม่ครับ คือตอนหลังผมเอาบ็อกไม้วางอัดกันบนกำแพงเห็นว่าเร็วดี แต่มันเกิดการร้าวดังรูปครับ แม้สูตรดินผสมแกลบจะลงตัวแล้ว (ส่วนผสมใหม่ต้องประมาณดินกับแกลบเท่าๆ กันโดยปริมาตรนะครับ ดูในรูปครับ ต้องเห้นแกลบตามรูปขยาย เวลาเทจะไม่ร้าน ถ้าดินมากเกิดจะร้าวครับ)
ตอนหลังผมใช้วิธีทำผนังโดยใช้เกียงฉาบปูนอันใหญ่ที่เป็นพลาสติก ตักดินวางบนผนังที่ปล่อยรอให้แห้งสองวัน แล้วใช้เกียงบดอัดและปรับแต่งผนังให้ได้แนวดังรูปที่เห็นนั้นเป็นชั้นที่สี่ครับ จะเห็นว่าวิธีหลังของผมนั้นจะไม่พบการร้าวของผนังแม้แต่น้อยครับ :yahoo ตอนนี้มี สท คนหนึ่งจะขอเอาบ้านดินของผมเป็นศูนย์เรียนรู้การสร้างบ้านดินแล้วละครับ :yahoo
-
โมเสกทั่วไปขนาดประมาณ ฟุตxฟุต ราคาตั้งแต่เกือบร้อยจนถึงหลักพัน ... แบบในรูปคงราคาไม่น้อยแน่ๆ
พี่คำนวณหรือยังครับว่าต้องใช้กี่แผ่น พรุ่งนี้จะลองไปดูที่บุญถาวรให้นะครับ
-
โมเสกทั่วไปขนาดประมาณ ฟุตxฟุต ราคาตั้งแต่เกือบร้อยจนถึงหลักพัน ... แบบในรูปคงราคาไม่น้อยแน่ๆ
พี่คำนวณหรือยังครับว่าต้องใช้กี่แผ่น พรุ่งนี้จะลองไปดูที่บุญถาวรให้นะครับ
โอ้! เป็นพระคุณอย่ายิ่งเลยครับ อ่าง 2m x 1m น่ะครับ ปูเฉพาะในอ่างและขอบเท่านั้น คิดว่าใช้ซัก 3 ตารางเมตรคงน่าจะพอ ไม่รู้ว่าร้านนี้ส่งของให้ทาง บ. ขนส่งอย่างนิ่มไทเส็งด้วยหรือไม่? ฝากถามด้วยครับ กระเบื้อง (หรือแก้วก็ไม่รู้) ผมเคยเห็นมีสีเขียวหัวเป็ดด้วยนะครับมันสวยมากๆ เลย ถ้าจำไม่ผิดตารางเมตรละสองสามพันมั้ง?
มาดูผนังดินกันต่อครับ ก่อแบบใช้แบบบ็อก ควรใช้วิธีทำเป็นบ็อกตากให้แห้งก่อนและวถึงเอามาก่อเป็นกำแพงอีกครั้ง ผนังถึงจะไม่ร้าวครับ ถ้าเทเป็นผนังเลยต้องเททีละชั้นสูงเท่าที่ดินมันไม่ไหลลงมา ก็คงได้ชั้นละประมาณสิบเซนต์ครับ (เท่าควรสูงของแบบบ็อกแหละ)
(http://s2.uppic.mobi/image-34FB_4F9B4962.jpg)
ผมปลูกบ้านให้เข้ากับต้นไม้ที่ปลูกไว้อยู่แล้วครับ จะมีต้นมะกูตอยู่ในห้องน้ำด้วย ตอนนี้มีต้นมะลุม ต้นมะม่วงบังแดดให้ และปลูกต้นตะขบที่โตเร็วเพื่อเอาไว้บังร่มก่อนพวกไม้ยืนต้นจะโตครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F81D_4F9B4962.jpg)
ก่อบ็อกบนกำแพงมีร้าวตรงขอบบ็อกที่พอมันแห้งมันก็จะหดตัว ทำให้ปลายก้อนงอขึ้นจากตัวกำแพง ไม่มีวิธีแก้ครับ เคยรดน้ำตัวกำแพงเก่าก่อนจนเปียกโชคก้ไม่ได้ผล หรือใครมีไอเดียอื่นๆ อีก
-
รูปโมเสคที่พี่ลงให้ดูน่าจะเป็นแก้วหรือไม่ก็เรซิ่นใส ฉาบสีขาวด้านหลัง ผมดูให้แล้วที่บุญถาวรไม่มีครับ
มีแต่แบบนี้ เนื้อโมเสคเป็นกระเบื้องสีขาวมัน ขนาดแผ่นประมาณ(เฉลี่ย) 27x27 ซ.ม. แผ่นละ 79 บาท
ผมไปแต่เช้าพนักงานที่ดูแลสินค้ายังไม่มาก็เลยไม่ได้ถามให้นะครับว่าส่งได้หรือเปล่า มีในสต๊อคหรือไม่ ใช้เวลาสั่งกี่วัน
(http://images61.fotki.com/v218/photos/7/1379927/10627204/P280412_0802-vi.jpg)
(http://images16.fotki.com/v387/photos/7/1379927/10627204/P280412_0803-vi.jpg)
(http://images42.fotki.com/v663/photos/7/1379927/10627204/P280412_080301-vi.jpg)
วันอาทิตย์ หรือวันอังคาร ถ้ามีเวลาจะลองวิ่งหาให้นะครับ ... ถ้ามีเวลา
-
รูปโมเสคที่พี่ลงให้ดูน่าจะเป็นแก้วหรือไม่ก็เรซิ่นใส ฉาบสีขาวด้านหลัง ผมดูให้แล้วที่บุญถาวรไม่มีครับ
มีแต่แบบนี้ เนื้อโมเสคเป็นกระเบื้องสีขาวมัน ขนาดแผ่นประมาณ(เฉลี่ย) 27x27 ซ.ม. แผ่นละ 79 บาท
ผมไปแต่เช้าพนักงานที่ดูแลสินค้ายังไม่มาก็เลยไม่ได้ถามให้นะครับว่าส่งได้หรือเปล่า มีในสต๊อคหรือไม่ ใช้เวลาสั่งกี่วัน
(http://images61.fotki.com/v218/photos/7/1379927/10627204/P280412_0802-vi.jpg)
(http://images16.fotki.com/v387/photos/7/1379927/10627204/P280412_0803-vi.jpg)
(http://images42.fotki.com/v663/photos/7/1379927/10627204/P280412_080301-vi.jpg)
วันอาทิตย์ หรือวันอังคาร ถ้ามีเวลาจะลองวิ่งหาให้นะครับ ... ถ้ามีเวลา
ถ้าแบบเป็นแก้วไม่มี เอามานี้ก็ได้ครับ วันก่อนวิ่งหาในเชียงคำ (พ่อค้าบริการไม่ดีเลย บอกไม่มี พอจะขอให้สั่งให้ก็บอกปัดทันทีทันใดว่าไม่รับสั่ง) วันนี้เลยลองวิ่งไปเทิงดู เพิ่งจะกลับมา เจอแต่แบบเป็นเหลี่ยมจัตรัสและพืนผ้าบ้าง (เป็นแก้วสวยมีหลายสี) แต่มันไม่สามารถเอาแปะตรงพื้นที่โค้งของอ่างยาก เพราะการทำแนวให้ได้ขนานกันลำบากแน่ คงต้องใช้แบบโค้งมนแบบคุณสันติเอามาให้ดูละครับ มีสีเขียวหัวเป็ด หรือสีน้ำเงินเข้มไหมครับ? ขอบคุณมากๆ เลยครับ d_d :drunk
-
น่าจะมีหลายสีนะครับ พี่สนใจสีอะไรบ้าง ... เราเก็บตัวนี้ไว้เป็นทางเลือกถ้าหาเนื้อใสไม่ได้ หรือหาได้แต่ราคาเว่อร์ไปดีมั๊ยครับ
เพราะผมว่าเนื้อใสสวยกว่ามากๆ (และแพงกว่ามากด้วย)
แบบที่ผมเอามาให้ดู 3 ตรม. ~ 41 แผ่น * 79 = 3239 บาท
แบบเนื้อใส ราคา(เดา)น่าจะประมาณไม่น้อยกว่าคูณ 3 มั๊งครับ ~ 9xxx บาท++
อ้อ... เจอแล้ว ราคาน่าขนลุกแฮะ
(http://www.boonthavorn.com/cms/data/products/floorwall/thumbnail/l/1027721.jpg)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=1027721&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=1027721&PCODE=C1)
(http://www.boonthavorn.com/cms/data/products/floorwall/thumbnail/l/1027722.jpg)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=1027722&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=1027722&PCODE=C1)
-
ตัวเลือกอื่น
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=74271&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=74271&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73051&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73051&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73052&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73052&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73053&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=73053&PCODE=C1)
รุ่นที่ผมลงรูปให้ดู มีหลายสี
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51662&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51662&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51663&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51663&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55989&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55989&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55988&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55988&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55987&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55987&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55986&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55986&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55985&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55985&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55990&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55990&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55991&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55991&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55992&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55992&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55993&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=55993&PCODE=C1)
เม็ดกระดุม
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=35246&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=35246&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=33687&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=33687&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=26802&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=26802&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51996&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51996&PCODE=C1)
http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51997&PCODE=C1 (http://www.boonthavorn.com/floorwall/product-detail.php?id=51997&PCODE=C1)
พี่ลองโทรสอบถามรายละเอียดเรื่องขนาด ราคา สต๊อค การสั่งซื้อ ส่งของ ดูนะครับ
-
ขอบคุณมากๆ เลยครับ ต้องรีบเรียก ผบ มาช่วยเลือกตกลง ผบ เอาอันนี้ครับ แต่ยังงงๆ เรื่องขนาดของมัน จะโทรถามก็พรุ่งนี้วันหยุดซะอีก ใจมันร้อน ใครรู้ไซร์เจ้าเบอร์นี้ช่วยบอกด้วยครับ ความสวยและราคาน่าจะรับได้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-0A9C_4F9BE3E6.jpg)
เจ้าสีใสใกล้เคียงกับที่ผมยกมาดูมั๊กๆ แต่รายไม่ใช่ครับ ตัวที่ผมเลือกมาน่าจะราคาสูงกว่านี้แน่ แค่ตัวที่คุณสัติหามา ถ้าขนาดมัน 19x29 หน่วยเป็นเซนต์ แล้วราคา 750 (สมมุติครับ ไม่รู้ xx ของเค้าเท่าไรเลยเอาค่ากลางมาใช้) ผมใช้ 3 ตารางเมตร ต้องจ่ายเงินประมาณ 3 หมื่นบาท มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่ควรที่จะลงทุนกะอ่างอาบน้ำกันถึงขนาดนั้น กะว่าไม่ควรเกิน ผมกะว่าจะลงทุนค่ากระเบื่้องไม่เกินหมื่นบาท เพราะเราคิดเสียว่าถ้าซื้อก็เกือบหมื่นแระ แต่ไม่มีที่รองหัวแบบเรา และพื้นไม่ลาดรับกับกระดูกสรรหลังของเราให้นอนได้นานๆ แบบที่เราลองทำและทดลองนอนดูแล้ว คือก้นผมจะตกลงแอ่งปล่อยน้ำพอดี (ซึ่งจะบุ๋มลงไปเล็กน้อย) ฉนั้นตรงกระดูกก้นกบผม จะถูกดันยกขึ้นมาเล็กน้อย ผมลองนอนนานๆ ดูแล้วเมื่อคืนนี้ เหมือนมันช่วยให้หายปวดหลังดีซะอีกด้วยละครับ :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
เลือกสีได้สวยครับ ยาแนวสีขาวน่าจะเข้ากันดี
ถ้าพี่เลือกได้แล้วผมก็ง่ายขึ้น พรุ่งนี้ถ้าไม่ติดงานที่บ้านจะแวะไปดูขนาดและราคาให้ครับ (สาขาสุวรรณภูมิ)
จะได้ถามเรื่องสั่งซื้อ+ส่งของด้วยเลย
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่เรื่องงบประมาณ
-
เลือกสีได้สวยครับ ยาแนวสีขาวน่าจะเข้ากันดี
ถ้าพี่เลือกได้แล้วผมก็ง่ายขึ้น พรุ่งนี้ถ้าไม่ติดงานที่บ้านจะแวะไปดูขนาดและราคาให้ครับ (สาขาสุวรรณภูมิ)
จะได้ถามเรื่องสั่งซื้อ+ส่งของด้วยเลย
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับพี่เรื่องงบประมาณ
ขอบคุณมากๆ ครับ พรุ่งนี้วันอาทิตย์นะครับ ร้านไม่ปิดหรือ?
ปล. เข้าไปดูเห็นสาขาสุวรรณภูมิมีแค่ 12 ผืน ไม่พอครับ (คิดว่าน่าจะ 1.5x1.5 ฟุทมั้ง) อย่าเสียเวลาไปดีกว่าครับ เดี๋ยวจะให้ญาติที่อยู่แถวนวมินท์ (ที่มีตั้ง 50 ผืน) ซื้อให้แล้วส่งนิ่มไทเส็งให้ ที่ช่วยเอาลิงค์มาให้ดูแค่นี้ก็เยี่ยมยอดแล้วครับ (ทำไมผมมันโง่ในเรื่องหาซื้อของหรือหาข้อมูลจากในเนทซะจริงๆ K] K] K] K] K])
-
วันอาทิตย์ร้านไม่ปิดครับ เปิด 8.00-20.00 ทุกวัน
ผมคิดว่าจะให้ร้านเขาโอนของระหว่างสาขา แต่ถ้าพี่มีมือแถวเกษตรนวมินทร์ก็สะดวกและเร็วที่สุดแล้วครับ O0
-
วันอาทิตย์ร้านไม่ปิดครับ เปิด 8.00-20.00 ทุกวัน
ผมคิดว่าจะให้ร้านเขาโอนของระหว่างสาขา แต่ถ้าพี่มีมือแถวเกษตรนวมินทร์ก็สะดวกและเร็วที่สุดแล้วครับ O0
ตอนนี้สามารถใช้บริการของอ่างได้แล้ว เดือนหน้าอาจลงไป กทม ไปเลือกซื้อเอง เผื่อเจอถูกใจมากกว่านี้ครับ ต้องขอขอบคุณคุณสันติมากๆ ที่อย่างน้อยก็ได้รูปแบบที่เลือกไว้แล้ว d_d :drunk
มีเด็กคนหนึ่งใช้บริการทุกวัน :) ;) ^-^ ??? รูปนี้ใครมองเห็นกบเห็นแมวอียิปบ้าง? :o :D K) 8) :black_eye :shutup :( 2f
(http://s2.uppic.mobi/image-07BF_4F9D2A65.jpg)
-
สุดยอดเลยครับ ความสุขที่ออกแบบได้ O0 O0
-
สุดยอดเลยครับ ความสุขที่ออกแบบได้ O0 O0
มันเป็นอะไรที่ทั้งสุขและสนุกไปด้วยพร้อมกันเลยละครับ :yahoo :yahoo :yahoo งานบางอย่างเราได้ทำมันกับมือของเรา เราออกแบบของเราเอง เพื่อนๆ อาจไม่ทราบว่า กว่าหมอนรองหัวในอ่างจะออกมาเป็นรูปนั้น ผมทำแล้วลื้อทิ้งไปหลายรูปแบบจนนับไม่ถ้วนเลยละ (ปรกติเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องศิลป์เลยซักนิดเดียว K])
เรียน อ. โก้ ที่หายเงียบไปเลย พรุ่งนี้ผมจะเริ่มต้นกะสวนยางละครับ พรุ่งนี้ต้องไปดูซะหน่อย เพราะสองสามชั่วโมงที่ผ่านมา ผมลุ้นแทบขาดใจ เพราะกลัวหลังคาตองตึงของผมจะบินครับ :cold คือมีพายุฤดูร้อนอย่างแรงที่สุดในรอบของคนที่มีอายุ 60 ปี บอกว่า "ตั้งแต่เกิดมายังไม่เจอครั้งไหนแรงเท่าวันนี้" มีบ้านข้างๆ หลังคาบินไปครึ่งหลัง อยู่หลายหลัง
แต่... ร้านกาแฟผม แค่หลอดไฟมันแก่วงไปโดนเสาแตกไปหลอดเดียว :whistling และในชีวิตผมก็พึ่งเคยเจอแบบนี้เป้นครั้งที่สองละครับ ครั้งแรกเจอที่บ้านลำพูน กระเบื้องมีปิวไป 14 แผ่นเหมือนกัน
โอ้! พายุเมืองเหนือมันช่างน่ากลัวอะไรปานนี้ (ชาวบ้านที่นี่จะปลูกบ้านที่เป็นไม้กันต่ำๆ) พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าสวนยางจะเป็นไง!!!
-
เรียน อ. โก้ ครับ ต้นยางหักแบบนี้มีสิทธิที่จะแคกยอดใหม่ใหมครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-8F10_4F9EB845.jpg)
-
เรียน อ. โก้ครับ ทุกปีฝนจะตกตั้งแต่ต้นเดือนเมษา พอปีนี้ผมขึ้นมาอยู่มันเกิดแล้งขึ้นมาเป็นปีแรกซะแล้วละครับ ดีที่ผมยังไม่เริ่มกรีดยาง พวกที่เริ่มไปแล้วได้น้ำยางแค่ครึ่งนึงของปรกติที่ได้ ผมเลยรอฝนก่อนนะครับถึงจะเริ่มกรีด ผมทำถูกต้องแล้วใช่หรือไม่ครับ?
เข้าเดือนพฤษภาฯแล้วเปิดกรีดได้แล้วครับ ยางต้องอาศัยจำนวนวันกรีดและกรีดต่อเนื่อง น้ำยางจึงจะ"ร่วง"ครับ(คือไหลดีไม่เป็นขี้เกาะหน้ายาง)
ถ้าพี่เริ่มเปิดกรีดตอนนี้กว่าน้ำยางจะร่วงก็ต้องใช้เวลากรีดประมาณ15เช้า ก็เข้ากลางๆเดือน แต่ถ้าพี่ไปเปิดกรีดเอากลางๆเดือน(เพราะรอฝนซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่)กว่าน้ำยางจะร่วงก็เข้าเดือนมิถุนาฯ...ช่วงนั้นฝนตกชุกต้องหยุดกรีดอีก เสียดายวันกรีด/ปีครับ
สรุปว่าเปิดกรีดได้แล้วครับ
-
รบกวนขอภาพหลายๆมุมหน่อยครับ(ภาพบนนะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-3A02_4F9AA144.jpg)
-
เรียน อ. โก้ ครับ ต้นยางหักแบบนี้มีสิทธิที่จะแคกยอดใหม่ใหมครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-8F10_4F9EB845.jpg)
แตกยอดครับ แต่กว่าจะแตกแล้วกรีดได้ต้องใช้เวลานานมากๆ และต้นก็จะเตี้ยอยู่แค่นั้นกิ่งที่แตกใหม่ก็ไม่สูง(เพราะโดนร่มต้นอื่นบังอยู่ทางนี้เรียก"พาง") กรีดไม่ได้ผลดีแล้วครับ โค่นทิ้งแล้วปลูกสะเดาเทียม(หรือสะเดาช้าง)เลยครับ ที่ร่มขนาดนั้นเค้าขึ้นได้ครับ(ระหว่างร่องก็ปลูกห่างๆได้ครับ) ยอดสะเดาลวกแกล้มน้ำพริกสะเดาอร่อยมากครับ(ขมๆหน่อย แต่หวานเป็นลมขมเป็นยาครับ)
.........................
เพิ่มเติมนะครับ
ปีหน้าถ้ามีโค่นแบบนี้อีกต้องลดปุ๋ยตัวหน้า(ยูเรีย)ลง หรือใส่ปุ๋ยช่วงก่อนเปิดกรีดให้น้อยลงแล้วค่อยไปใส่อีกทีตอนเลยช่วงลมแรงไปแล้วนะครับ เพราะต้นเอาใบไม่อยู่ครับ
-
ขอบคุณมากๆ ครับ งั้น! ผมจะเริ่มกรีดเลย ต้นที่ล้มสวนผมมีแค่สองสามต้นเอง เลยอยากจะปล่อยให้ต้นข้างๆ ได้รับแดดให้เต็มที่ คิดว่าปริมาณน้ำยาง อีกสองสามปีต่อมามันอาจชดเชยกันพอได้นะครับ (ไม่รู้ว่าผมคิดผิดไปหรือเปล่า? ถ้าผิดโปรดท้วงด้วยครับ) เพราะสวนผมอยู่ตรงกลางๆ ของเพื่อนบ้าน พวกอยู่ริมๆ บางคนล้มเป็นร้อยครับ แต่คงคิดแล้วไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของพวกเค้า พอเห็นต้นยางล้มแบบใกล้ชิดแบบนี้ทำให้เข้าใจหัวอกของเจ้าของสวนยางในภาคใต้เมื่อสองหรือสามปีที่แล้วเลยครับ
ภาพห้องน้ำนั้นผมได้มาภาพเดียวไม่มีรายละเอีดด้วยครับ คงต้องขินตนาการส่วนที่หลบเอง แต่คิดว่าไม่มีอะไรมาก คนถ่ายเค้าเอาส่วนสำคัญมาให้ดูแล้ว ผมคงทำผนังเจอะวางของตามแบบเค้า เอากิ่งไม้มาแขวนผ้าเช็ดตัว ชั้นไม้ไผ่ โคมไฟ มีกระเบื้องสูงขึ้นมาบางช่วง คงทำตรงหัวอ่างคงมีสองระดับเพื่อวางผ้าเช็ดตัว (เค้าวางผ้าเช็ดตัวผิดที่น้ำกระเด็นเปียกได้ ถ้าวางสะเต็ปนั้น) คิดว่าจะทำหลังคาโอเพ่นแอร์บางช่วงแบบเค้า และการปูหินกาปตามเค้าด้วยครับ รูปนี้ทำให้ผมคิดว่าจะใช้ไอเดียของเค้า โดยลบส่วนที่เคยคิดออกแบบเองไว้ออกไปแทบจะทั้งหมดเลยละครับ O0
ถ้าไม่ไส้ปุ๋ยเพื่อให้ดอกร่วง (ตามที่เคยแนะนำ) ลูกยางจะไม่เต็มต้นซะหรือครับ?
ไหนๆ ก็โพ๊ทแล้ว เลยเอารูปการทำผนังแบบเร็วว่าเดิมมาให้ดูครับ คือเราหมักดินและแกลบไว้สองคืนเลย (คือถึงอย่างไรเราก็ต้องรอให้ผนังที่ก่อเก่าแข็งตัวก่อนถึงจะทำเพิ่มได้) น้ำจะแห้งดินจะหมาดๆ ขึ้น เราสามารถใช้เกียงพาสติกดังรูปและที่รองปูนร่วงตอนฉาบ โดยการตบอัด รีดให้เข้ารูปผนังโค้งดังรูป ซึ่งเราสามารถก่อได้สูงชั้นละ 30 เซนต์หรอมากว่านี้ก็ยังได้อย่างสบายๆ ละครับ ถ้าคนงานเยอะประมาณครึ่งเดือนบ้านดินก้จะสามารถแล้วเสร็จได้เหมือนกัน สร้างได้เร็วกว่าวิธีแบบเดิมสีห้าเท่าตัวละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-AC63_4F9F9DEE.jpg)
http://www.novabizz.com/CDC/BathRoom.htm
เพิ่งไปค้นเจอเจ้าของรูปภาพห้องน้ำที่ อ. โก้อยากเห็นครับ รายละเอียดของภาพส่วนที่ต้องการไม่มี (คิดว่าตรงหลบมุมจะมีแค่กระถางต้นไม้เท่านั้นครับ) แต่เวปเค้าให้ข้อมูลกับคนที่จะทำห้องน้ำดีมากๆ เลยละครับ ลองเข้าไปอ่านดูครับ d_d :drunk
-
ขอบคุณมากๆ ครับ งั้น! ผมจะเริ่มกรีดเลย ต้นที่ล้มสวนผมมีแค่สองสามต้นเอง เลยอยากจะปล่อยให้ต้นข้างๆ ได้รับแดดให้เต็มที่ คิดว่าปริมาณน้ำยาง อีกสองสามปีต่อมามันอาจชดเชยกันพอได้นะครับ (ไม่รู้ว่าผมคิดผิดไปหรือเปล่า? ถ้าผิดโปรดท้วงด้วยครับ) เพราะสวนผมอยู่ตรงกลางๆ ของเพื่อนบ้าน พวกอยู่ริมๆ บางคนล้มเป็นร้อยครับ แต่คงคิดแล้วไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของพวกเค้า พอเห็นต้นยางล้มแบบใกล้ชิดแบบนี้ทำให้เข้าใจหัวอกของเจ้าของสวนยางในภาคใต้เมื่อสองหรือสามปีที่แล้วเลยครับ
ถ้าไม่ไส้ปุ๋ยเพื่อให้ดอกร่วง (ตามที่เคยแนะนำ) ลูกยางจะไม่เต็มต้นซะหรือครับ?
:drunk
ขอบคุณสำหรับลิ้งค์ข้อมูลห้องน้ำครับ
ถ้าไม่ไส้ปุ๋ยเพื่อให้ดอกร่วง (ตามที่เคยแนะนำ) ลูกยางจะไม่เต็มต้นซะหรือครับ?
ไม่ได้ให้งดใส่ปุ๋ยเพื่อสลัดดอกครับ ยังต้องใส่อยู่ครับ
ปีหน้าถ้ามีโค่นแบบนี้อีกต้องลดปุ๋ยตัวหน้า(ยูเรีย)ลง หรือใส่ปุ๋ยช่วงก่อนเปิดกรีดให้น้อยลงแล้วค่อยไปใส่อีกทีตอนเลยช่วงลมแรงไปแล้วนะครับ เพราะต้นเอาใบไม่อยู่ครับ
ไม่รู้ว่าผมคิดผิดไปหรือเปล่า?
อันนี้พี่คงหมายความว่าจะปล่อยพื้นที่ที่โค่นต้นที่ล้มไว้โล่งๆ เพื่อให้ต้นที่ยังอยู่โดนแดดเต็มที่ แล้วหวังน้ำยาง(ที่เพิ่มขึ้นเพราะโดนแดด)มาชดเชยส่วนต่างใช่มั๊ยครับ...
ผมว่าไม่ดีหรอกครับ(ความเห็นส่วนตัว)....คือมันเป็นการคาดหวังน่ะครับ(ไม่รู้ว่าจะเพิ่มหรือไม่เพิ่มกันแน่ หรือที่เพิ่มขึ้นมาเพราะยางอายุมากขึ้นหรือโดนแดดมากขึ้นกันแน่ :D)แต่ถ้าปลูกสะเดานี่รับรองว่าได้ยอดสะเดากิน+ได้ไม้สะเดามาแปรรูปแน่ๆ(ถ้าไม่ล้มเสียก่อน ;D)
ขอเล่าประกอบหน่อยนะครับ สมัยที่ยังทำงานรับจ้างเค้าอยู่ บ.ส่งไปทำงานที่เชียงใหม่แถวๆที่พักมีร้านกรอบรูปวิทยาศาสตร์ ผมชอบภาพอยู่ภาพนึง แต่เค้าไม่ยอมขายให้ ตื๊อขอซื้ออยู่ทุกครั้งที่ได้ไปทำงานที่นั่น ผ่านไป3-4ครั้งเค้าถึงจะยอมขายให้...
ภาพนั้นเป็นภาพกราฟฟิกทำกับคอมพ์ฯ(สมัยโน้นหายาก)...เป็นภาพผลไม้ครับ เปลือกเป็นทุเรียนแต่ข้างในเป็นแตงโม(หรือเปลือกเป็นแตงโมแล้วข้างในเป็นทุเรียนนี่แหละครับ จำไม่ได้แล้ว) มีข้อความอยู่ในรูปว่า "บางครั้งสิ่งที่เราคาดหวัง ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราได้รับ" 2f
ต่อมาภาพนั้นผมให้แฟนที่คิดว่า"แต่ง" แน่ๆ....ถึงตรงนี้คงเดาเหตุการณ์ตอนจบออกแล้ว...ไม่ต้องเล่าต่อแล้วมั้งครับ 2f
ลูกยางปีนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่เห็นพี่เล่าตอนใส่ปุ๋ยเพื่อสลัดดอกเลย ของผมปีนี้ติดลูกราวๆ5-6ต้นแค่นั้นเองครับ
-
ขออภัยครับที่ไม่ได้บอกว่าประสบผลสำเร็จในการที่ทำให้ต้นยางไม่ติดลูกครับ (นึกว่ารู้อยู่แล้ว เลยไม่ได้เอามาบอกอ่ะครับ) แทบจะไม่พบต้นไหนติดลูปเลยซักต้นครับ O0 O0 O0 O0 ปีที่แล้วเดินไปเจอต้นติดลูกเพียบเลย
เรื่องใส่ปุ๋ยจะทำตามคำแนะนำครับ และเมื่อตะกี๊มี อ. สอนหนักสือที่ปลูกยางและปลูกปามมาคุยด้ัวย แกเป็นคนทันเหตุการณ์มากๆ คุยว่าต้นยางแกก็ไม่เคยใส่ 15-15-15 แม้แต่ครั้งเดียว ใส่ตัวกลางไม่เกินสิบมาแต่เริ่มปลูก แต่ยางของแกปีที่สามก็ออกลูกครับ หรือว่ามันเป้นด้วยสภาพดินและภูมิอากาศที่ทำให้เกิดกันแน่ อาจไม่ใช่ปุ๋ย? ที่ทำให้ยางที่นี่ออกลูกกันเร็วและง่ายขึ้นกว่าภาคใต้ก็เป้นได้นะครับ แต่สูตรการใส่น้ำของ อ. โก้ ที่ให้ใส่น้ำ คือการแก้ปัญหาที่ได้ผลครับ
งั้น! ต้นไม้ที่จะปลูกแทนต้นยางที่หัก ผมจะปลูกทุเรียนดีกว่า (ได้ไหมครับ อ. โก้) คือข้างๆ มีสวนทุเรียนที่ออกลูกได้ผลเต็มต้นเลย และอร่อยไม่แพ้ทุเรียนระยองอีกด้วย (ทุเรียนหมอนทองปลูกที่ระยองจะอร่อยกว่าเมืองจันทร์ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ผมว่าคนเดียวหลายๆ คนก็ว่าตามนี้นะครับ)
-
ขออภัยครับที่ไม่ได้บอกว่าประสบผลสำเร็จในการที่ทำให้ต้นยางไม่ติดลูกครับ (นึกว่ารู้อยู่แล้ว เลยไม่ได้เอามาบอกอ่ะครับ) แทบจะไม่พบต้นไหนติดลูปเลยซักต้นครับ O0 O0 O0 O0 ปีที่แล้วเดินไปเจอต้นติดลูกเพียบเลย
เรื่องใส่ปุ๋ยจะทำตามคำแนะนำครับ และเมื่อตะกี๊มี อ. สอนหนักสือที่ปลูกยางและปลูกปามมาคุยด้ัวย แกเป็นคนทันเหตุการณ์มากๆ คุยว่าต้นยางแกก็ไม่เคยใส่ 15-15-15 แม้แต่ครั้งเดียว ใส่ตัวกลางไม่เกินสิบมาแต่เริ่มปลูก แต่ยางของแกปีที่สามก็ออกลูกครับ หรือว่ามันเป้นด้วยสภาพดินและภูมิอากาศที่ทำให้เกิดกันแน่ อาจไม่ใช่ปุ๋ย? ที่ทำให้ยางที่นี่ออกลูกกันเร็วและง่ายขึ้นกว่าภาคใต้ก็เป้นได้นะครับ แต่สูตรการใส่น้ำของ อ. โก้ ที่ให้ใส่น้ำ คือการแก้ปัญหาที่ได้ผลครับ
งั้น! ต้นไม้ที่จะปลูกแทนต้นยางที่หัก ผมจะปลูกทุเรียนดีกว่า (ได้ไหมครับ อ. โก้) คือข้างๆ มีสวนทุเรียนที่ออกลูกได้ผลเต็มต้นเลย และอร่อยไม่แพ้ทุเรียนระยองอีกด้วย (ทุเรียนหมอนทองปลูกที่ระยองจะอร่อยกว่าเมืองจันทร์ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ผมว่าคนเดียวหลายๆ คนก็ว่าตามนี้นะครับ)
ทุเรียนต้องอยู่กลางแจ้ง อยู่ในที่ร่มโรคเยอะต้นเกร็นไม่ออกลูก(ออกน้อยมาก)ครับ สวนยางกับไม้ที่หวังเอามาแปรรูปเหมาะกันดีกว่าทุเรียนครับ ไม้ผลในสวนยางทางนี้ลง มังคุด(มาก) ลองกอง ลางสาด เป็นลักษณะสวน"สมรม" (ผสมปนเป)ครับ
ปาล์มต้องการน้ำมากกว่ายาง อายุเริ่มปลูกไปถึง3ปีต้องดูแลกันมาก ต้องระวังหนูมากัดหัวปาล์ม โอกาสปลูกพืชแซมมีน้อยกว่า....ถ้าทำเองไหว ในเนื้อเท่ากันยางดีกว่าครับ คนปลูกปาล์มบอกว่าปาล์มดีกว่า คนปลูกยางก็ต้องบอกว่ายางดีกว่าเป็นธรรมดาครับ ;D
เรื่องลูกยาง สูตรปุ๋ยเป็นแค่ตัวแปรเล็กๆครับ ตัวแปรหลักๆอยู่ที่จังหวะเวลาการใส่ปุ๋ยครับ ข้อดียางไม่ติดลูกก็คือได้ปริมาณและน้ำหนัก(DRC)ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
ขอถามต่อไปอีกครับ สวนข้างๆติดลูกมั๊ยครับ...เพราะบางปีมีฝนหลงมา ฝนก็เป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ยางไม่ติดลูกได้ครับ ถ้าสวนข้างๆติดลูกอยู่เหมือนเดิม แต่สวนของเราไม่ติดลูก ก็สรุปได้แล้วว่าเป็นเพราะที่เราทำให้มันสลัดครับ
วันนี้พี่คงเปิดกรีดแล้ว...ปริมาณน้ำยางเป็นอย่างไรบ้างครับ ;D
-
ทุเรียนต้องอยู่กลางแจ้ง อยู่ในที่ร่มโรคเยอะต้นเกร็นไม่ออกลูก(ออกน้อยมาก)ครับ สวนยางกับไม้ที่หวังเอามาแปรรูปเหมาะกันดีกว่าทุเรียนครับ ไม้ผลในสวนยางทางนี้ลง มังคุด(มาก) ลองกอง ลางสาด เป็นลักษณะสวน"สมรม" (ผสมปนเป)ครับ
ใช่จริงด้วย ทุเรียนต้องดูแลเรื่องน้ำให้เหมาะสม ดูแลยากด้วย เลิกคิด :nono ตัวเลือกต่อไปอาจเป็นมังคุด แต่มังคุดต้องน้ำเยอะๆ ถึงจะดีซะอีก สงสัยตัวเลือกเหลือแค่ ลองกอง กะ ลังสาดซะแล้วละ
ปาล์มต้องการน้ำมากกว่ายาง อายุเริ่มปลูกไปถึง3ปีต้องดูแลกันมาก ต้องระวังหนูมากัดหัวปาล์ม โอกาสปลูกพืชแซมมีน้อยกว่า....ถ้าทำเองไหว ในเนื้อเท่ากันยางดีกว่าครับ คนปลูกปาล์มบอกว่าปาล์มดีกว่า คนปลูกยางก็ต้องบอกว่ายางดีกว่าเป็นธรรมดาครับ ;D
ใช่อีกครับ คนที่ปลูกปาล์มก็ว่าไว้แบบนี้เหมือนกันเลยละ
เรื่องลูกยาง สูตรปุ๋ยเป็นแค่ตัวแปรเล็กๆครับ ตัวแปรหลักๆอยู่ที่จังหวะเวลาการใส่ปุ๋ยครับ ข้อดียางไม่ติดลูกก็คือได้ปริมาณและน้ำหนัก(DRC)ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
ขอถามต่อไปอีกครับ สวนข้างๆติดลูกมั๊ยครับ...เพราะบางปีมีฝนหลงมา ฝนก็เป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ยางไม่ติดลูกได้ครับ ถ้าสวนข้างๆติดลูกอยู่เหมือนเดิม แต่สวนของเราไม่ติดลูก ก็สรุปได้แล้วว่าเป็นเพราะที่เราทำให้มันสลัดครับ
สวนข้างๆ ติดลูกเหมือนปีที่แล้วครับ แต่ของเราไม่ติด ตอนนี้ซักเริ่มเป็นที่สนใจของชาวบ้านหลายๆ คนแระ
วันนี้พี่คงเปิดกรีดแล้ว...ปริมาณน้ำยางเป็นอย่างไรบ้างครับ ;D
ยังเลยครับ วันนี้โดนคาร์ดงานหกงานครับ ยกซ่อฟ้าหนึ่ง งานแต่งสาม งานขึ้นบ้านใหม่หนึ่ง งานศพอีกหนึ่ง อยู่ลำพูนไม่รู้จักใคร ภาษีสังคมน้อยแทบจะไม่มี แต่อยู่บ้านเกิดแฟนนี่ รู้จักคนเยอะ มันเลยเยอะไปด้วย แต่ก็อบอุ่นดี พรุ่งนี้ผ้าป่าอนามัยอีกหนึ่ง แต่คิดว่าจะตื่นเช้าเพื่อเริ่มพรุ่งนี้ละครับ แต่เอ! หรือเดี๋ยวจะออกไปกรีดเลยดี เพราะวันนี้ฤกษ์ดี :victory
:drive1ว่าแล้วก็ปั่นจักรยานไปกรีดมาเรียบร้อยแล้วครับ :drive1
(http://s2.uppic.mobi/image-BF5C_4FA23F93.jpg)
ผมก็ว่าน้ำยางมันก็ออกมาดีนะครับ หลังยกหมีดขึ้นมันก็ไหลกันเลยละ ผมเริ่มกรีดเป็นแนวดิ่งเป็นจุดจดหมีดเตรียมไว้ก่อนเลย พรุ่งนี้จะติดตั้งรินและถ้วยแล้วก็จะกรีดเส้นแนวดิ่งที่เป็นเส้นสะต็อบของแนวกรีด ผมวางแผนไว้จะกรีดแค่หนึ่งส่วนสี่ของลำต้นตามที่ อ. โก้ แนะนำครับ และจะลองกรีดสามวันหยุดหนึ่งดูด้วย (แต่ช่วงนี้จะกรีดทุกวันไปก่อน ตามสั่งครับ) อ้อ! พรุ่งนี้จะใส่ยากันเชื้อราตามที่แนะนำนะครับ K]ไม่มีเวลาทำก่อนหน้านี้ตามที่แนะนำคงไม่เป็นไรนะครับ K] :nono :nonono N]
ปล. ปีนี้รู้สึกว่าเปลือกหนาและนิ่มกรีดง่ายกว่าปีที่แล้วเยอะเลยละครับ อาจเพราะฝนตกมาอาทิตย์หนึ่งได้แล้วละครับ d_d :drunk
-
ผมก็ว่าน้ำยางมันก็ออกมาดีนะครับ หลังยกหมีดขึ้นมันก็ไหลกันเลยละ ผมเริ่มกรีดเป็นแนวดิ่งเป็นจุดจดหมีดเตรียมไว้ก่อนเลย พรุ่งนี้จะติดตั้งรินและถ้วยแล้วก็จะกรีดเส้นแนวดิ่งที่เป็นเส้นสะต็อบของแนวกรีด ผมวางแผนไว้จะกรีดแค่หนึ่งส่วนสี่ของลำต้นตามที่ อ. โก้ แนะนำครับ และจะลองกรีดสามวันหยุดหนึ่งดูด้วย (แต่ช่วงนี้จะกรีดทุกวันไปก่อน ตามสั่งครับ) อ้อ! พรุ่งนี้จะใส่ยากันเชื้อราตามที่แนะนำนะครับ K]ไม่มีเวลาทำก่อนหน้านี้ตามที่แนะนำคงไม่เป็นไรนะครับ K] :nono :nonono N]
ปล. ปีนี้รู้สึกว่าเปลือกหนาและนิ่มกรีดง่ายกว่าปีที่แล้วเยอะเลยละครับ อาจเพราะฝนตกมาอาทิตย์หนึ่งได้แล้วละครับ d_d :drunk
ช่วงนี้จะกรีดทุกวันไปก่อน
ไม่ใช่ครับ ช่วงเปิดกรีดกรีดก็กรีด3วันหยุด1วันตามปกติครับ แต่ปริมาณน้ำยางจะน้อย เพราะน้ำยางหยุดไหลเร็ว(ขี้เส้นที่หน้ายางหนา เพราะน้ำยางยังไม่"ร่วง")
ถ้าน้อยมากๆก็ทิ้งไว้ให้เป็นขี้ยางในถ้วย วันหยุดค่อยเก็บขี้ยางขายครับ
ยาง 600 กรีด3วันหยุด1วัน ไม่มีปัญหาครับ อยู่ที่การบำรุงและการกรีดครับ (24ของผมยังกรีด3วันหยุด1วันเลยครับ) 1ปีใครกรีดได้200วันนี่ถือว่าขยันมากแล้วครับ
กรีดระบบ 3วันหยุด1วัน ผมคิดแบบนี้ครับ
365(วัน1ปี) - 65(ปิดกรีด)=300
300/4=75
300-75=225
1ปี กรีดระบบ 3วันหยุด1วัน ได้เต็มที่ 225วัน ยังไม่หักวันฝนตก
ถ้ากรีด2วันหยุด1วัน
300/3=100
300-100=200 ได้เต็มที่ 200วัน ยังไม่หักวันฝนตก
ในปีหนึ่งๆยังมีเรื่องให้หยุดยางอีกมากครับ เมาบ้าง นอนดึกลุกไม่ไหวบ้าง (แกล้งให้)นาฬิกาไม่ปลุกบ้าง ไม่สบายบ้าง เยอะแยะครับ
ของผมปีที่ผ่านมาได้ 176วันครับ ;D สมาชิกสหกรณ์ที่ได้แชมป์กรีดได้ 193วัน ห่างกัน17วันครับ(กรีดระบบ3วันหยุด1วันทั้งนั้น)
เฉลี่ยทั้งปีตีว่าวันนึงตก 2,500บาท แค่17วัน ก็หายไป 39,100บาทแล้วครับ
-
ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาไปดูสวนยางเลยครับ เลิกงานต้องคิดงานที่จะทำวันรุ่งขึ้นต่อเพื่อในคนงานมีงานทำให้ผลงานออกมาเร็วและดีด้วย เที่ยงคืนทุกคืนมีเกือบเดือนแล้วครับ อ. โก้ คนข้างๆ บ้าน เปิดหน้ายางไปสีห้าวันกันหมดแล้ว ผมยังไม่มีเวลาเลย ผมควรหยุดทางนี้ไปทำอะไร? กับสวนยางก่อนดีไหมครับ? K]
หลังสงกรานต์ค่อยไปดูอีกทีก็ได้ครับ งานที่ต้องเตรียมก็เหลือแค่เลื่อนลวดแขวนจอกยาง ขีดเส้นหลังกับลากร่องลิ้นใหม่ค่อยทำตอนเปิดกรีดครับ อ้อ!! ร่องลิ้น ยาวลงมาราวๆ 6นิ้วนะครับ เคยอ่านเห็นคุณPinijบอกว่าจะให้ยาวตั้งฟุตนึง เอาแค่6นิ้วพอครับ เดี๋ยวน้ำยางจะแวะข้างทางไม่ลงจอกเอาครับ เปิดกรีดตอนกลางวัน(เช้าๆ)จะดีกว่าครับ มองอะไรๆเห็นชัดดี ทำไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนใช้เวลาเปิดกรีด2-3วันก็ได้ครับ
คงทาดินทาหน้ายางกันเชื้อราแล้วใช่มั๊ยครับ....เปิดกรีดสัก5-6เช้า แล้วทาอีกทีก็ดีครับ กันราช่วงหน้าฝนไว้ก่อน ทาให้สูงขึ้นจากหน้าที่กรีดสัก10นิ้ว ต่ำลงมาสัก3นิ้วนะครับ ฝนตกหน้ายางจะแห้งเร็ว กรีดได้ครับ
กลับมาอ่านทวนใหม่อีกครั้ง งั้นผมทำถูกแล้วที่ยังไม่ทายากันเชื้อรา เวลาที่ผมจะทาคือให้กรีดไป 6 ครั้งนะครับ คราวที่แล้วก่อนปิด คนอื่นทาให้เลยไม่รู้เค้าใช้ยี่ห้ออะไร? เจอมีราดำๆ อยู่สิบกว่าต้นได้ครับ (ถือว่าน้อยมากๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ควรมีเลยใช่ไหมครับ?) ครั้งนี้จะใช้ยี่ห้อสวิทและดินสิงค์โตตามที่แนะนำครับ วันนี้คงกรีดร่องลิ้น วางระดับถ้วยต่ำลงมา 6 นิ้วตามที่แนะนำครับ (วันนี้ผมควรกรีดแนวเฉียงซักแนวนึงด้วยจะดีไหมครับ?)
-
ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาไปดูสวนยางเลยครับ เลิกงานต้องคิดงานที่จะทำวันรุ่งขึ้นต่อเพื่อในคนงานมีงานทำให้ผลงานออกมาเร็วและดีด้วย เที่ยงคืนทุกคืนมีเกือบเดือนแล้วครับ อ. โก้ คนข้างๆ บ้าน เปิดหน้ายางไปสีห้าวันกันหมดแล้ว ผมยังไม่มีเวลาเลย ผมควรหยุดทางนี้ไปทำอะไร? กับสวนยางก่อนดีไหมครับ? K]
หลังสงกรานต์ค่อยไปดูอีกทีก็ได้ครับ งานที่ต้องเตรียมก็เหลือแค่เลื่อนลวดแขวนจอกยาง ขีดเส้นหลังกับลากร่องลิ้นใหม่ค่อยทำตอนเปิดกรีดครับ อ้อ!! ร่องลิ้น ยาวลงมาราวๆ 6นิ้วนะครับ เคยอ่านเห็นคุณPinijบอกว่าจะให้ยาวตั้งฟุตนึง เอาแค่6นิ้วพอครับ เดี๋ยวน้ำยางจะแวะข้างทางไม่ลงจอกเอาครับ เปิดกรีดตอนกลางวัน(เช้าๆ)จะดีกว่าครับ มองอะไรๆเห็นชัดดี ทำไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อนใช้เวลาเปิดกรีด2-3วันก็ได้ครับ
คงทาดินทาหน้ายางกันเชื้อราแล้วใช่มั๊ยครับ....เปิดกรีดสัก5-6เช้า แล้วทาอีกทีก็ดีครับ กันราช่วงหน้าฝนไว้ก่อน ทาให้สูงขึ้นจากหน้าที่กรีดสัก10นิ้ว ต่ำลงมาสัก3นิ้วนะครับ ฝนตกหน้ายางจะแห้งเร็ว กรีดได้ครับ
กลับมาอ่านทวนใหม่อีกครั้ง งั้นผมทำถูกแล้วที่ยังไม่ทายากันเชื้อรา เวลาที่ผมจะทาคือให้กรีดไป 6 ครั้งนะครับ คราวที่แล้วก่อนปิด คนอื่นทาให้เลยไม่รู้เค้าใช้ยี่ห้ออะไร? เจอมีราดำๆ อยู่สิบกว่าต้นได้ครับ (ถือว่าน้อยมากๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ควรมีเลยใช่ไหมครับ?) ครั้งนี้จะใช้ยี่ห้อสวิทและดินสิงค์โตตามที่แนะนำครับ วันนี้คงกรีดร่องลิ้น วางระดับถ้วยต่ำลงมา 6 นิ้วตามที่แนะนำครับ (วันนี้ผมควรกรีดแนวเฉียงซักแนวนึงด้วยจะดีไหมครับ?)
เรื่องเชื้อราก่อนนะครับ
ราแค่10กว่าต้นถือว่าดีเยี่ยมครับ
ยาทากันเชื้อรา ปกติจะทากันตอนปิดกรีดครับ(หน้าแล้ง ฝนไม่ละลายดินทา และ มีเวลาให้ยาทำงาน) แต่ช่วงฝนตกชุก(ถ้าขยันๆ)ทาอีกทีก็ไม่เสียหายอะไรครับ(ราคาถูกและไม่เป็นอันตราย)
ตอนปิดกรีดคนที่ขยันๆ(และเป็นยางอ่อน)นอกจากทายากันเชื้อราแล้วยังถอดลิ้นยางออกจากต้นด้วยครับ(กันไม่ให้เปลือกที่ลิ้นที่ค้างอยู่ โปนออกมา) แต่ของผมไม่เคยถอดครับ :whistling
ขั้นตอนการเปิดกรีด(ผมไม่ได้บอกไว้ตั้งแต่ตอนแรกเพราะคิดว่าพี่ทราบขั้นตอนดีแล้ว แต่อ่านไปอ่านมาเหมือนกับยังไม่ใช่ เลยขอบอกตอนนี้เสียเลยครับ)
1. ถอดลิ้นยาง แล้ว เลื่อนลวดลงให้ต่ำกว่าหน้ายางราวๆ10-12นิ้ว (ประมาณว่าลิ้นยางต่ำกว่าหน้ายาง6นิ้ว แล้วคว่ำถ้วยยางได้โดยไม่เกะกะลิ้นยางนะครับ) เสร็จแล้วคว่ำถ้วยรอไว้บนลวด อันนี้ทำเตรียมไว้ช่วงปิดกรีด หรือ ค่อยทำตอนเปิดกรีดก็ได้ครับ
2. ขีดเส้นหลังความลึกเท่าๆกับร่องลิ้น(ตื้นกว่าความหนาของเปลือกนิดหน่อย แต่ไม่ลึกขนาดหน้ายาง) ค่อยๆขีดให้ลึกเข้าไปทีละนิดๆ(ขีดซ้ำหลายๆครั้ง)ครับ พยายามให้เป็นร่องเล็กที่สุด ยาวประมาณ6-8นิ้ว(ไม่ถึงลวด)ครับ
3. ขีดเส้นร่องลิ้นเหมือนเส้นหลัง แต่ยาวประมาณ6นิ้ว(สั้นกว่าเส้นหลังนิดหน่อย)
4. ตอกลิ้นเข้าร่องลิ้น ให้ล้ำเข้าในร่องลิ้นนิดหน่อยนะครับ น้ำยางจะไม่ไหลออกข้างลิ้นยางครับ
5. กรีดหน้ายาง(เหมือนกรีดปกติ) แต่ช่วง3วันแรกกรีดให้หนากว่าปกตินิดหน่อยนะครับ(เอาเปลือกส่วนที่เปราะออก เพราะต้นยางสร้างเนื้อเยื่อใหม่)
6. หงายถ้วย ดูว่าถ้วยไม่เอียง ถ้าถ้วยเอียงก็ปรับขาดันลวดให้ถ้วยตรงดีครับ
ขั้นตอน ที่1 ทำตอนปิดกรีดได้ ขั้นตอนที่ 2-6 แต่ละต้นทำให้เสร็จในครั้งเดียว เพราะไม่ต้องเดินซ้ำหลายเที่ยว แต่ค่อยๆทำไป2-3วันถึงจะเสร็จหมดทั้งแปลงก็ได้ครับ
แบบที่พี่ทำอยู่จะเดินหลายรอบครับ อย่างอืนไม่มีข้อเสียอะไรครับ
-
ผมยังหายาฆ่าเชื้อราตามที่แนะนำมาไม่ได้เลย วันนี้เจอแต่ยี่ห้อไทเกอร์ 115 บาท กะอีกยี่ห้อถูกว่าจำชื่อไม่ได้ซะแล้ว พรุ่งนี้จะไปหาอีกแหล่งหนึ่งครับ :cry2
ฟรุ๊กเรื่องถอดลิ้นตอนปิดกรีด เพราะต้องการทำความสะอาดมัน และเห็นมันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหนังของยาง (เหมือนเราถูกหนามปักติดอยู่ จะเกิดอักเสพ คิดแบบนี้เลยเอาออก เพื่อให้ต้นยางมันสะบายตัวได้พักอย่างเต็มที่ ตอนถอดคิดแบบนี้ครับ) อยากทำให้กับต้นยางอย่างดีที่สุดด้วยน่ะครับ
ผมเลยอยากจะค่อยๆ กรีดมันทีละแผล (วันละแผล) แนวหลังแบบเบาๆ ตื่นๆ แล้วถึงได้กรีดแนวลิ้นในวันนี้ พรุ่งนี้ถึงจำกรีดหน้ายางครับ ที่จริงที่ยืดเวลาเพราะชาวบ้านเค้ายังไม่ขยับทำอะไรกันเลย (หมายถึงสวนใกล้ๆ ของผมเท่านั้น แต่อีกที่คือบ้านเหนือ พื้นที่เป็นภูเขาเค้ากรีดกันตั้งนานแล้ว ตามที่เคยเอามาคุยและถ่ายรูปมาให้ดูกันแล้ว) คนขับรถผ่านไปมา ถามกันใหญ่ว่าทำอะไรกะต้นยาง? (ก็นึกในว่าเดี๋ยวก็รู้!) แต่ว่าที่จริง ก็มีคนข้างบ้านก็มีเริ่มกรีดก่อนผม สองอาทิตย์ แต่ตอนนี้ก็เลิกไปแล้วเพราะน้ำยางไม่ออกครับ (สวนเค้าอาจไม่ได้ลงทุนลดน้ำแบบสวนผม) และการที่ผมยืดๆ เวลาก้อยากจะรอฝนด้วย ชาวบ้านเค้าว่ากลางเดือนฝนคงจะแบบจริงจัง พวกเค้าถึงจะเริ่มกรีดกัน (แต่ก็หวังว่าแผนของเราถูกต้อง คือฝนมากลางเดือนตามปรกติ ก็จะได้จังหวะที่ต้นยางถูกกระตุ้นพร้อมจะหรั่งเลือดให้เราได้เต้มที่)
ตอนนี้มาลุยเรื่องยาง รู้สึกมีความสุขกว่าทำบ้านดิน (พักไว้ก่อน) อยู่ในสวนดูโน่นดูนี่เพลินดีครับ :yahoo ด้วยความที่ไม่ได้เป้นชาวสวนแท้ๆ ผมลืมเอาน้ำไปกิน ต้องเดินไปหาแปลงแตงโมที่เค้าเก็บลูกใหญ่ๆ ขาย และปล่อยล้างใหม่ๆ กินแตงโมแทนน้ำ ก็ชุ่มคอหายเหนื่อยดีครับ (การกินแตงโมด้วยการทุบมันนี่รู้สึกว่ามันสุดยอด นึกถึงทหารเดินป่าแล้วหิวน้ำจากหลงทางเลยครับ หรือแบบคนหลงในทะเลทรายเจอโอเอซิส) ชีวิตแบบนี้ดีกว่าอยู่โรงงานเยอะครับ :yahoo :yahoo :yahoo
-
ตอนนี้มาลุยเรื่องยาง รู้สึกมีความสุขกว่าทำบ้านดิน (พักไว้ก่อน) อยู่ในสวนดูโน่นดูนี่เพลินดีครับ :yahoo ด้วยความที่ไม่ได้เป้นชาวสวนแท้ๆ ผมลืมเอาน้ำไปกิน ต้องเดินไปหาแปลงแตงโมที่เค้าเก็บลูกใหญ่ๆ ขาย และปล่อยล้างใหม่ๆ กินแตงโมแทนน้ำ ก็ชุ่มคอหายเหนื่อยดีครับ (การกินแตงโมด้วยการทุบมันนี่รู้สึกว่ามันสุดยอด นึกถึงทหารเดินป่าแล้วหิวน้ำจากหลงทางเลยครับ หรือแบบคนหลงในทะเลทรายเจอโอเอซิส) ชีวิตแบบนี้ดีกว่าอยู่โรงงานเยอะครับ :yahoo :yahoo :yahoo
อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบคุณพินิจ แบบนี้บ้าง เดินป่า หาของป่าไป ช่วงที่ไปอยู่ที่อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ใช้เวลาว่าง ๆ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เข้าป่า หากล้วยไม้ป่า ดูนก มองเห็นความเขียวขจีของต้นไม้ สุขตา สบายใจดีครับ :)
-
ผมวางแผนตั้งแต่ตอนเริ่มเข้าทำงานตอนปีแรกว่า ผมจะต้องหาเงินให้พร้อมทีจะเออร์รี่ตอนอายุ 45 (แล้วก็เหมือนฟ้าประทานลงมา มีโครงการเออร์รี่พนักงานออกมาเป็นปีแรกพอดีแด๊ะ) แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปใหม่ ผมจะเออร์รี่ตอนอายุ 40 :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
ผมวางแผนตั้งแต่ตอนเริ่มเข้าทำงานตอนปีแรกว่า ผมจะต้องหาเงินให้พร้อมทีจะเออร์รี่ตอนอายุ 45 (แล้วก็เหมือนฟ้าประทานลงมา มีโครงการเออร์รี่พนักงานออกมาเป็นปีแรกพอดีแด๊ะ) แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปใหม่ ผมจะเออร์รี่ตอนอายุ 40 :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
โอ้โฮ้ ....... O0 ยังหนุมอยู่เลย ไฟกำลังแรง Y] ส่วนผมเริ่มแรงทดถอยแล้ว :nonono ใช้เวลา ว่าง ๆ ถ่ายรูปบ้าง เข้าสวน ปลูกต้นไม้ เล่นเครื่องเสียงบ้าง
-
ระหว่างรอคำภาม และ ผมนึกออกพอดี บอกไว้อีกอย่างครับ
ถังเก็บน้ำยาง(ที่เราเดินถือ) ใช้แบบมือจับเป็นพลาสติกใหญ่ๆทั้งชิ้น อย่าใช้แบบลวดหรือเหล็กที่มีพลาสติกหุ้มอยู่เฉพาะส่วนที่เป็นมือจับ เพราะจะเจ็บมือมาก และระหว่างทางเก็บก็มีถังพัก(ใบใหญ่)เอาไว้ถ่ายจากถังเก็บเป็นระยะๆ
ถ้าพี่ตัวสูง และก้มๆเงยๆ(จากการเก็บน้ำยาง)แล้วปวดหลังปวดเอว ก็เก็บแบบเอาถังคล้องข้อมือ(ซ้าย) พอเดินถึงต้นก็เอาพุง(ถ้ามี ;D ถ้ายังไม่มีก็คิดเสียว่าเป็นพุงในอนาคต ;D)ดันถังให้ติดต้นยางไว้ ทีนี้มือก็จะว่างทั้งสองข้าง มือที่คล้องถังถือถ้วย อีกมือหนึ่งถือไม้กวาดน้ำยางกวาดสะดวกดีครับ
วิธีนี้น้ำยางจะเลอะพุง กันโดยตัดพลาสติก(ถุงพลาสติกด้านในกระสอบปุ๋ย)ทำเป็นผ้ากันเปื้อน(ทำสายคล้องกันเฉพาะที่พุง)ครับ
ผมใช้วิธีนี้อยู่ เก็บเร็ว+เกลี้ยงดี ไม่มีปัญหาปวดหลัง(เพราะไม่ต้องก้มๆเงยๆ)ครับ
..............
พี่มุมฯไม่สนใจทำสวนยางบ้างหรือครับ ;)
-
พี่มุมฯไม่สนใจทำสวนยางบ้างหรือครับ ;)
งานปลูกต้นไม้ ชอบมากครับ ปัจจุบันก็ทำสวนมะพร้าว อยู่ที่สมุทรสงครามครับ เพราะคิดว่าอนาคตต้องมีการใช้มะพร้าวกันมากพอสมควร เนื่องจากปัจจุบันชาวสวนมะพร้าว ขายสวนไปเยอะแล้ว ก็คิดว่า อนาคต มะพร้าว น่าจะเป็นพืชที่น่าสนใจครับ และที่กำลังคิดต่อมา คือ ทำสวนมะขามเปลี้ยว เราจะเห็นว่าช่วงปี สองปีมานี้ ราคามะขามเปรี้ยวแพงกว่า มะขามหวานอีกครับ พืชอีกชนิดที่คิด ๆ ไว้ คือ สะเดา ครับ ปลูกง่าย ดูแลง่าย เป็นพืชสารพัดประโยชย์ ส่วนการทำสวนยาง อยากทำอยู่ครับ แต่ต้องใช้พื้นที่มากพอสมควร ขณะนี้คิดว่าปลูกพืชที่ปลูกง่าย ๆ ก่อน ครับ
-
ระหว่างรอคำภาม และ ผมนึกออกพอดี บอกไว้อีกอย่างครับ
ถังเก็บน้ำยาง(ที่เราเดินถือ) ใช้แบบมือจับเป็นพลาสติกใหญ่ๆทั้งชิ้น อย่าใช้แบบลวดหรือเหล็กที่มีพลาสติกหุ้มอยู่เฉพาะส่วนที่เป็นมือจับ เพราะจะเจ็บมือมาก และระหว่างทางเก็บก็มีถังพัก(ใบใหญ่)เอาไว้ถ่ายจากถังเก็บเป็นระยะๆ
ถ้าพี่ตัวสูง และก้มๆเงยๆ(จากการเก็บน้ำยาง)แล้วปวดหลังปวดเอว ก็เก็บแบบเอาถังคล้องข้อมือ(ซ้าย) พอเดินถึงต้นก็เอาพุง(ถ้ามี ;D ถ้ายังไม่มีก็คิดเสียว่าเป็นพุงในอนาคต ;D)ดันถังให้ติดต้นยางไว้ ทีนี้มือก็จะว่างทั้งสองข้าง มือที่คล้องถังถือถ้วย อีกมือหนึ่งถือไม้กวาดน้ำยางกวาดสะดวกดีครับ
วิธีนี้น้ำยางจะเลอะพุง กันโดยตัดพลาสติก(ถุงพลาสติกด้านในกระสอบปุ๋ย)ทำเป็นผ้ากันเปื้อน(ทำสายคล้องกันเฉพาะที่พุง)ครับ
ผมใช้วิธีนี้อยู่ เก็บเร็ว+เกลี้ยงดี ไม่มีปัญหาปวดหลัง(เพราะไม่ต้องก้มๆเงยๆ)ครับ
..............
พี่มุมฯไม่สนใจทำสวนยางบ้างหรือครับ ;)
สวนมะพร้าวของพี่มุมน่าสนใจมากๆ ครับ เมืองเหนือมะพร้าวลูกละสามสิบบาทแล้วครับ เพราะช่วงหลังๆ นี้ บ้านเราล้มมะพร้าวกันมาก (โดยเฉพาะระยองล้มมะพร้าวทำโรงงานอุตฯ และสวนยางกันมาก)
สิ่งที่ อ. โก้ บอกมา คือสิ่งที่ผมต้องการเป้นอย่างมากเลยละครับ เมื่อวานติดตั้งถ้วยพร้อมลวดพันต้นยาง ลิ้น ผมว่าจะโทรไปถามวิธีทำได้เร็วๆ อยู่แล้วเซียว คือ 20 ต้นแรก ผมใช้เวลาเกือบชั่วโมงละครับ (คือทำไปปรับปรุงวิธีขนอุปกรณ์ไปด้วย มันเกะกะ เกาะเกี่ยวกันวุ่นวายไปหมด) ตอนหลังผมร้อยลวดกะห่วงยึดถ้วยแขวนไว้ที่เอว 50 ชุด แล้วเดินติด ใช้เวลาต้นละไม่ถึงนาทีก็เลยโอเค ไม่โทรถามครับ งานบางอย่างแม้ดูไม่มีอะไร แต่พอทำจริง มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย :-\ :-\ :-\ :-\ :-\ คืองานมันก็ไม่ยากถ้าจะทำแบบไปเรื่อยๆ เฉี่อยๆ แต่ถ้าเราต้องการทำให้เร็วและดีและทำง่ายๆ ด้วยนี่ เราต้องใช้หัวพลิกแพงเยอะเหมือนกัน ก็สนุกกับการแก้ปัญหาครับ
เอารูปมาถาม อ. โก้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F751_4FA52585.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-9742_4FA52585.jpg)
http://www.youtube.com/v/0NdgZbTYa7U&feature=youtu.be
-
สีเขียวคือเนื้อเยื่อที่ต้นยางสร้างใหม่ครับ...กรีดไปอีกไม่กี่วันก็จะไม่เห็นสีเขียวๆนั่นแล้วครับ
สีเหลืองเป็นเยื่อเจริญถูกต้องแล้วครับ
........
บอกเสริมอีกเรื่องนะครับ
เราโดนสอนมาว่า ถ้ากรีดเข้าแก่น น้ำยางจะมี DRC ต่ำ เพราะน้ำเลี้ยงออกมาก แต่ของผมพบว่าถ้ากรีดเข้าแก่นหรือกรีดแบบไล่มีดเข้าหาเยื่อเจริญ กลับมีDRCสูง(แต่ยางนอนเร็ว) :D
ผมกรีดเข้าไปไม่ลึก(ไม่ถึงเยื่อเจริญ)กลับมี DRC ต่ำกว่า(ไม่มียางนอนไม่ติดก้นถ้วย) :D
........ช่วงฤดูฝน ต้นยางชื้น ทำให้น้ำยางนอนหน้าเร็วกว่าปกติ แล้วทำให้น้ำยาง "หาก" (ไหลออกข้างลำต้น) ให้ลองกรีดให้ห่างออกมาจากเยื่อเจริญดูนะครับ
เผื่อว่ายางของพี่จะเป็นเหมือนของผม (น้ำยางเหลวกว่ามีโอกาส "หาก" น้อยกว่าครับ)
-
จากภาพและวิดีโอนะครับ
ถ้ามุมกล้องไม่หลอก ผมว่าร่องลิ้นและเส้นหลังยาวไปหน่อยครับ
เส้นหลังยาวๆ ทำให้หน้ายาง(ที่เรากรีด)ยาวออกไปเรื่อยๆ(ตามต้นยางที่โตขึ้น,โดยเฉพาะยางอ่อน)ครับ ต้องขีดหดเข้ามาอยู่เรื่อยๆ เป็นรอยเส้นที่ต้นยาง+เหนื่อยฟรีๆครับ
ร่องลิ้นที่ยาวๆ ทำให้น้ำยางไหลออกข้างร่องลิ้นไม่ตรงลิ้นยาง ไม่ลงถ้วย...นี่ก็เสียหน้า(ยาง)+เหนื่อยฟรีอีกเหมือนกันครับ
อีกอย่างพวกแผล(ร่องลิ้น+เส้นหลัง)จะค่อยๆตื้นขึ้นๆ ตามการสร้างเนื้อเยื่อของต้นยาง อย่างไรเสียก็ต้องขีดเส้นหลัง+ทำร่องลิ้นใหม่อยู่ดีครับ
ร่องลิ้นยาว6นิ้ว กำลังเหมาะครับไม่ยาวไม่สั้นเกินไป กรีดไปจนร่องลิ้นเหลือ 1ถึง 1/2นิ้ว ค่อยทำร่องใหม่ครับ
ถ้าเห็นน้ำยางไหลออกจากร่องลิ้นก็ใช้นิ้วลากน้ำยางให้เข้าร่องได้ครับ หรือจะถอดลิ้นยางแล้วไปตอกใหม่ตรงที่น้ำยางไหลออกจากร่องก็ดีครับ เพราะเดี๋ยววันอื่นๆก็จะไหลออกจากตรงนั้นอีก
ต้องทำร่องใหม่ หรือ กรีดให้เลยหรือสั้นกว่าจาก "จุดสต็อบ" อีกนิดหน่อยก็แก้ได้ครับ
............
ช่วงนี้เปิดกรีดไปได้เลยครับ ถือเสียว่า ถึงจะอีเกิ้ลหรือเบอร์ดี้ แต่ยังดีที่ได้ออกรอบ ;D
-
ขอคำอธิบายคำว่า "ยางนอน" เพิ่มครับ ยังไม่เข้าใจซักเท่าไร? K]
เมื่อวานลูกสาวจากระยองโทรมาถามถึงโรงงานที่ระเบิดว่าเป็นจำพวกไหน? สารพิษที่ลอยออกมาอันตรายมากน้อยแค่ไหน? เลยกรีดยางได้ไม่กี่สิบต้นครับ เมื่อคืนฝนตกและเช้านี้ก็ยังตกอยู่ (หมายถึงต้นยางส่วนที่เหลือ ยังไม่กรีดเมื่อวานได้หยุดไปแล้ว วันนี้ก็อาจต้องหยุดต่อ) ดูเหมือนฝนจะตกต่ออีกทั้งวัน ผมจะทำไงดี? หยุดรอจนกว่าฝนหยุดตก? :-\
ร่องหลัง (จุดสต็อป) ผมใช้ความยาวคืบนึงของผมครับ(แต่ต้นที่ถ่่ายมา กลับไปดูอีกครั้งรู้สึกผมทำมันจะเกินคืบละครับ แต่ส่วนมากไม่ยาวแบบนี้ครับ) ก็น่าจะประมาณหกนิ้วนะครับ เมื่อวานเป็นการกรีดมีดแรกผมจะรอดูจนน้ำยางไหลลงก้นถ้วยทุกต้น (เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะ "ไม่หาก" ผมใช้คำนี้ถูกต้องใช่ไหมครับ? :-\) พบว่ามันหากอยู่ไม่กี่ต้น เพราะช่วงจะถึงร่องลิ้นเหมือนผิวเปลือกของต้นตรงส่วนนี้มันผุกระเทาะร่อน ทำให้เปลือกต้นนั้นๆ เปือกมันบางก็เลยไหลไปไม่ถึงร่อง (คือหยดออกจากแนวกรีดไหลลงข้างต้น) ผมพบว่าเป็นไม่กี่ต้นเท่าที่กรีดมาไม่กี่สิบต้น และถึงเราจะทำร่องสั้นๆ มันก็ไม่ลงอยู่ดีเหมือนกันนะครับ ถึงจะร่องหลังยาว แต่ถ้ามันไหลลงเข้าร่องแต่แรก ไม่พบว่าต้นไหนเบี่ยงเบนออกนอกทางของร่องหลังแม้แต่ต้นเดียวครับ) เอ! ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า "หาก" คือการไหลเบี่ยงเบนออกจากร่องหลัง ไม่เกี่ยวกับร่องเฉียงๆ ที่เรากรีด ถูกต้องไหมครับ? ถ้าอย่างนั้น ผมไม่พบว่ามัน "หาก" ครับ
-
ขอคำอธิบายคำว่า "ยางนอน" เพิ่มครับ ยังไม่เข้าใจซักเท่าไร? K]
เมื่อวานลูกสาวจากระยองโทรมาถามถึงโรงงานที่ระเบิดว่าเป็นจำพวกไหน? สารพิษที่ลอยออกมาอันตรายมากน้อยแค่ไหน? เลยกรีดยางได้ไม่กี่สิบต้นครับ เมื่อคืนฝนตกและเช้านี้ก็ยังตกอยู่ (หมายถึงต้นยางส่วนที่เหลือ ยังไม่กรีดเมื่อวานได้หยุดไปแล้ว วันนี้ก็อาจต้องหยุดต่อ) ดูเหมือนฝนจะตกต่ออีกทั้งวัน ผมจะทำไงดี? หยุดรอจนกว่าฝนหยุดตก? :-\
ร่องหลัง (จุดสต็อป) ผมใช้ความยาวคืบนึงของผมครับ(แต่ต้นที่ถ่่ายมา กลับไปดูอีกครั้งรู้สึกผมทำมันจะเกินคืบละครับ แต่ส่วนมากไม่ยาวแบบนี้ครับ) ก็น่าจะประมาณหกนิ้วนะครับ เมื่อวานเป็นการกรีดมีดแรกผมจะรอดูจนน้ำยางไหลลงก้นถ้วยทุกต้น (เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะ "ไม่หาก" ผมใช้คำนี้ถูกต้องใช่ไหมครับ? :-\) พบว่ามันหากอยู่ไม่กี่ต้น เพราะช่วงจะถึงร่องลิ้นเหมือนผิวเปลือกของต้นตรงส่วนนี้มันผุกระเทาะร่อน ทำให้เปลือกต้นนั้นๆ เปือกมันบางก็เลยไหลไปไม่ถึงร่อง (คือหยดออกจากแนวกรีดไหลลงข้างต้น) ผมพบว่าเป็นไม่กี่ต้นเท่าที่กรีดมาไม่กี่สิบต้น และถึงเราจะทำร่องสั้นๆ มันก็ไม่ลงอยู่ดีเหมือนกันนะครับ ถึงจะร่องหลังยาว แต่ถ้ามันไหลลงเข้าร่องแต่แรก ไม่พบว่าต้นไหนเบี่ยงเบนออกนอกทางของร่องหลังแม้แต่ต้นเดียวครับ) เอ! ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า "หาก" คือการไหลเบี่ยงเบนออกจากร่องหลัง ไม่เกี่ยวกับร่องเฉียงๆ ที่เรากรีด ถูกต้องไหมครับ? ถ้าอย่างนั้น ผมไม่พบว่ามัน "หาก" ครับ
เอาที่คำศัพท์ก่อนนะครับ ผมเคยมีปัญหาแบบนี้เหมือนกันครับ(เคยเล่าไปแล้ว)
ถ้วยรองน้ำยาง ทางนี้เรียก "จอก(หรือจอกยาง)" บางครั้งผมอาจใช้คำว่าจอกนะครับ(แต่พยายามใช้"ถ้วย"ตลอดครับ)
เส้นหลัง คือ "จุดสตาร์ท"
หน้ายาง คือ ส่วนที่เรากรีดเอาน้ำยาง (กรีดเฉียงๆนั่นแหละครับ)
ร่องลิ้น คือ ส่วนที่น้ำยางไหลจากหน้ายางมาที่ลิ้นยางครับ
"ยางนอน" คือน้ำยางแข็งเป็นก้อน จะมากจะน้อยก็เรียกว่านอนครับ
ถ้านอนที่หน้ายาง(ส่วนที่เรากรีดเอาน้ำยาง)เรียกว่า "นอนหน้า" (ขี้ยางที่หน้าจะหนากว่าปกติ) สาเหตุเป็นเพราะน้ำยางยังไม่ร่วง(เปิดกรีดใหม่ๆ),หมอกลงจัดหรือมีฝนปรอยๆ จนน้ำยางหยุดไหลเร็วกว่าปกติ,
ถ้านอนในถ้วย เรียกว่า "นอนถ้วย"(นอนจอก) สาเหตุมาจาก เก็บช้า,ถ้วยเปียกชื้น เพราะคว่ำถ้วยไม่ดีหรือหงายถ้วยรองน้ำยางที่ยังไม่หยุดไหล แล้วฝนตก ทำให้น้ำยาง(หรือขี้ถ้วย)เป็นเชื้อทำให้น้ำยางของวันที่กรีดอยู่ "นอน"เร็วกว่าปกติครับ
ถ้านอนในถังเก็บ(เอากลับไปทำแผ่นยาง) เรียกว่า "นอนถัง" สาเหตุ เก็บช้า,คว่ำถังไม่สะเด็ดน้ำ(ถังเปียกชื้น)
"หาก" คือ (น้ำยาง)ไหลออกนอกจากทิศทางที่กำหนด (รากศัพท์เดิมแปลว่า"อาเจียน")
"หาก"ตรงไหนก็ต่อด้วยตรงนั้น
1. หากที่หน้า(ยาง), สาเหตุ มีอุปสรรคขวางการไหลน้ำยาง,หูมีดห้อยหรือกรีด "แบนคลอง"(หลังมีดห่างจากต้น)มากเกินไป จนทำให้หน้ายางไม่มีคลอง(ร่อง)ครับ
2. หากที่รอยต่อระหว่างหน้ายางกับร่องลิ้น,
3. หากที่ร่องลิ้น,
4. หากที่รอยต่อระหว่างร่องลิ้นกับลิ้นยาง,
5. หากที่ลิ้นยาง
มีแค่5อย่างครับ
หยดออกจากแนวกรีดไหลลงข้างต้น อันนี้เรียกว่า หากที่หน้า(ยาง) ครับ
............
ผมงงตรงนี้ครับ การไหลเบี่ยงเบนออกจากร่องหลัง
ร่องหลัง ของพี่คือ เส้นหลัง คือ "จุดสตาร์ท" หรือปล่าวครับ ถ้าใช่ ก็ไม่เกี่ยวกันครับ
เส้นหลังเป็นเพียงเส้นกำหนดจุดสตาร์ทเท่านั้นครับ ไม่มีหน้าที่ใดๆที่เกี่ยวข้องกับน้ำยางเลย แต่เมื่อขีด(ด้วยมีด)ก็ย่อมมีน้ำยางไหลออกมา(วันที่ขีดวันเดียว)เป็นธรรมดาครับ
**** ผมนึกออกแล้ว ความจริงพี่เข้าใจอยู่แล้ว เพียงแต่พี่งงกับคำว่า"หาก" ต่างหาก ;D ขอไม่แก้ที่เขียนไปแล้วนะครับ ;D ******
...........
เปลือกของต้นตรงส่วนนี้มันผุกระเทาะร่อน
เป็นปกติครับ พอหยุดกรีดไปหลายๆวัน หน้ายางก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ(รวมถึงสีเขียวๆที่ถามไว้ข้างบนด้วยครับ) ช่วงที่ฝนตกติดต่อกันหลายๆวันก็จะเป็นแบบนี้ได้เหมือนกันครับ
.........
เอาแค่นี้ก่อนครับ :D :D
-
ขอคำอธิบายคำว่า "ยางนอน" เพิ่มครับ ยังไม่เข้าใจซักเท่าไร? K]
เมื่อวานลูกสาวจากระยองโทรมาถามถึงโรงงานที่ระเบิดว่าเป็นจำพวกไหน? สารพิษที่ลอยออกมาอันตรายมากน้อยแค่ไหน? เลยกรีดยางได้ไม่กี่สิบต้นครับ เมื่อคืนฝนตกและเช้านี้ก็ยังตกอยู่ (หมายถึงต้นยางส่วนที่เหลือ ยังไม่กรีดเมื่อวานได้หยุดไปแล้ว วันนี้ก็อาจต้องหยุดต่อ) ดูเหมือนฝนจะตกต่ออีกทั้งวัน ผมจะทำไงดี? หยุดรอจนกว่าฝนหยุดตก? :-\
ร่องหลัง (จุดสต็อป) ผมใช้ความยาวคืบนึงของผมครับ(แต่ต้นที่ถ่่ายมา กลับไปดูอีกครั้งรู้สึกผมทำมันจะเกินคืบละครับ แต่ส่วนมากไม่ยาวแบบนี้ครับ) ก็น่าจะประมาณหกนิ้วนะครับ เมื่อวานเป็นการกรีดมีดแรกผมจะรอดูจนน้ำยางไหลลงก้นถ้วยทุกต้น (เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะ "ไม่หาก" ผมใช้คำนี้ถูกต้องใช่ไหมครับ? :-\) พบว่ามันหากอยู่ไม่กี่ต้น เพราะช่วงจะถึงร่องลิ้นเหมือนผิวเปลือกของต้นตรงส่วนนี้มันผุกระเทาะร่อน ทำให้เปลือกต้นนั้นๆ เปือกมันบางก็เลยไหลไปไม่ถึงร่อง (คือหยดออกจากแนวกรีดไหลลงข้างต้น) ผมพบว่าเป็นไม่กี่ต้นเท่าที่กรีดมาไม่กี่สิบต้น และถึงเราจะทำร่องสั้นๆ มันก็ไม่ลงอยู่ดีเหมือนกันนะครับ ถึงจะร่องหลังยาว แต่ถ้ามันไหลลงเข้าร่องแต่แรก ไม่พบว่าต้นไหนเบี่ยงเบนออกนอกทางของร่องหลังแม้แต่ต้นเดียวครับ) เอ! ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า "หาก" คือการไหลเบี่ยงเบนออกจากร่องหลัง ไม่เกี่ยวกับร่องเฉียงๆ ที่เรากรีด ถูกต้องไหมครับ? ถ้าอย่างนั้น ผมไม่พบว่ามัน "หาก" ครับ
เมื่อคืนฝนตกและเช้านี้ก็ยังตกอยู่ (หมายถึงต้นยางส่วนที่เหลือ ยังไม่กรีดเมื่อวานได้หยุดไปแล้ว วันนี้ก็อาจต้องหยุดต่อ) ดูเหมือนฝนจะตกต่ออีกทั้งวัน ผมจะทำไงดี? หยุดรอจนกว่าฝนหยุดตก?
ขอโทษนะครับ ตอบไปไม่หมด
โดยปกติจะประมาณๆเอาครับ(จากประสบการณ์ของตัว)ว่าปริมาณฝนฝนราวๆนี้ ต้นเปียกกรีดได้ ราวๆนี้กรีดไม่ได้ แบบนั้นครับ ถ้าให้มั่นใจว่ากรีดได้หรือไม่ได้กันแน่ ก็ต้องไปดูให้ถึงสวน...ของผมโชคดีที่สวนอยู่ติดบ้าน เปิดหน้าต่างเอาไฟฉายส่องๆก็มองเห็นแล้ว(หมดโอกาส "เปียกการเมือง" ;D)
ต้นเปียกชื้นที่ไม่กรีดกันก็เพราะน้ำยางจะ"หาก"หมดครับ และ(มีโอกาส)เป็นเชื้อราได้ง่ายครับ (ถึงได้บอกว่าคนขยันๆทายากันเชื้อราในช่วงฟดูฝนด้วย)
เรื่องต้นเปียกชื้นนี่ก็เกี่ยวโยงกับปลูกถี่ปลูกห่างครับ ปลูกห่างกว่า ในสวนโล่งกว่า ฝนตกต้นยางแห้งเร็วกว่าก็กรีดได้(จำนวนวัน)มากกว่าครับ
ยางอ่อน โดยปกติลำต้นจะชื้นง่ายและแห้งช้ากว่ายางแก่ เพราะความสูงของลำต้นและความหนาทึบของใบที่ช่วยกันน้ำ(ฝน)น้อยกว่ายางแก่....
-
ผมงงตรงนี้ครับ การไหลเบี่ยงเบนออกจากร่องหลัง
ร่องหลัง ของพี่คือ เส้นหลัง คือ "จุดสตาร์ท" หรือปล่าวครับ ถ้าใช่ ก็ไม่เกี่ยวกันครับ
ผมใช้ภาษาที่แย่มากจริงๆ ใช้หลายคำกับของสิ่งเดียวกัน จน อ. โก้ เป็นงง :D ในคความหมายผม เส้นแรก คือที่ จุดสตาร์ท และเส้นหลังคือจุดสต๊อป (เส้นนี้กรีดทีหลังเส้นแรก ต่อไปจะเลิกใช้คำนี้ละครับ ขออภัย :nono)
คือผมอยากจะบอกว่า ผมจะรอดูการไหลของน้ำยางทุกต้นให้ลงถ้วยก่อนถึงจะกรีดต้นต่อไปในการกรีดหมีดแรก (กรีดครั้งต่อๆ เมื่อกรีดเสร็จ จะวิ่งไปกรีดต้นต่อไปทันที ว่าจะทำให้ได้ 2-3 ต้นต่อนาทีในเดือนแรกๆ ของการเริ่มต้นของการหัดกรีด และคิดว่าเราควรจะทำให้ได้ที่ 4 ต้นต่อนาทีครับ) เพื่อเช็คไม่ให้เกิดการหาก ณ จุดใดๆ ครับ แล้วผมสังเกตุเห็นว่า ถ้าน้ำยางมันไหลลงตรงเส้นสะต็อปแล้ว จะไม่พบการ หาก ครับ คือผมเล็งการตอกลิ้นและการวางจอกไว้ค่อนข้างดีครับ
ยังสงสัยอีกข้อ "ลิ้น" เป็นคำที่ผมใช้ผิดใช่หรือไม่ครับ (เคยคุยกันแล้วแต่กลับไปค้นไม่พบครับ) มันควรใช้คำว่า "ริน" หรือ "ลิน" ถึงจะถูกต้องครับ อย่าเอาศัพท์ของผมเป็นเกณฑ์เพราะผมคิดเอง หรือบางครั้งผมฟังมาผิดผิดๆ จากหูผมฟังเพี้ยนน่ะครับ (คือคนพูด พูดถูกแล้ว) ต่อไปขอให้ใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องเป็นเกณฑ์เพื่อทุกคนที่เข้ามาอ่านใหม่จะได้เข้าใจครับ
วันนี้ฝนยังตกแบบคาดเดาไม่ถูกว่าอีกกี่วันจะหยุด ผมคงต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ในการเปิดหน้ายางเป็นแน่แท้ :cry2
-
ยังสงสัยอีกข้อ "ลิ้น" เป็นคำที่ผมใช้ผิดใช่หรือไม่ครับ (เคยคุยกันแล้วแต่กลับไปค้นไม่พบครับ) มันควรใช้คำว่า "ริน" หรือ "ลิน" ถึงจะถูกต้องครับ อย่าเอาศัพท์ของผมเป็นเกณฑ์เพราะผมคิดเอง หรือบางครั้งผมฟังมาผิดผิดๆ จากหูผมฟังเพี้ยนน่ะครับ (คือคนพูด พูดถูกแล้ว) ต่อไปขอให้ใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องเป็นเกณฑ์เพื่อทุกคนที่เข้ามาอ่านใหม่จะได้เข้าใจครับ
เรียก "ลิ้น" ครับ(คำนาม: อวัยวะ-แลบลิ้น)
วันนี้ฝนยังตกแบบคาดเดาไม่ถูกว่าอีกกี่วันจะหยุด ผมคงต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ในการเปิดหน้ายางเป็นแน่แท้
เป็นไปตามที่คาดไว้(เหตุการณ์ปกติ)ครับ ทางนี้อึมครึมทั้งวัน แต่ตกเฉพาะช่วงบ่าย กรีดได้ทุกคืนครับ ยังไม่รู้เลยว่าจะโดนฝนไล่คืนไหน เปิดกรีดมาราว15เช้า(ทางนี้เรียก "เช้า" ไม่เรียก "มีด"ครับ)น้ำยางเพิ่ง"ร่วง"ครับ วันนี้ น้ำยาง 63ก.ก. DRC 43 ก่อนหน้านี้คืนไหนอากาศเย็นสบายได้เกือบๆ 45ก.ก. คืนไหนอากาศร้อน(เหงื่อชุ่ม)ได้แถวๆ 35ก.ก.ครับ คืนนี้เป็น"วัน ล็อค" (กรีดครบ3เช้าแล้ว) เดี๋ยวค่อยดูเช้าต่อไป ถ้าน้ำยางได้ราวๆนี้อีกทั้งล็อค(3เช้า)โดยไม่วูบวาบแกว่งขึ้นแกว่งลง แสดงว่า"ร่วง"แล้ว ถือว่าปีนี้น้ำยางดีกว่าปีก่อน(ปกติจะร่วงกลางเดือนนี้ขึ้นไป)ครับ
http://www.youtube.com/v/MbH76AiaiRM
-
ตอนเย็น วันนี้ ที่บ้านผม โคราช ทั้ง ลม ทั้ง ฝน ตกหนักมาก ๆ ฝนตกร่วม 1 ชั่วโมง รู้สึกว่าฝนตกหนักครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 อาทิตย์นี้ วันนี้ผมเกือบนำ ไดโว่ มาสูบน้ำออกจากบ้านแล้วครับ เพราะน้ำท่วมในบ้าน
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่น้ำท่วมโคราช เป็นอาการฝนตกแบบเดียวกันกับปีนี้ครับ คือ ฝนเริ่มตกหนักช่วงต้น ๆ ฤดูฝน แล้วก็ตกมาตลอด เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น น้ำท่วมโคราช เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย และ หลัง จาก นั้น ภาคอิสาน เกือบทั้งหมด ต้องถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกัน
-
เปิดหน้ายางต่อได้สองวันแล้วครับ วันนี้ทดลองลอกขี้ยางที่หน้ายางมาชั่งดู พอเป็นค่ากลับข้าว ตามที่หลายๆ คนคุยกันไว้เลยครับ ถึงว่าเมื่อก่อนค่าครองชีพทางใต้ถึงได้แพง แค่เก็บขี้ยางจากหน้ายางก็พอกินแระ ส่วนที่เหลือ...
-
เปิดหน้ายางต่อได้สองวันแล้วครับ วันนี้ทดลองลอกขี้ยางที่หน้ายางมาชั่งดู พอเป็นค่ากลับข้าว ตามที่หลายๆ คนคุยกันไว้เลยครับ ถึงว่าเมื่อก่อนค่าครองชีพทางใต้ถึงได้แพง แค่เก็บขี้ยางจากหน้ายางก็พอกินแระ ส่วนที่เหลือ...
ยังไม่รวม "ขี้จอก" (ได้มาจากการลอกขี้ยางจากถ้วยน้ำยาง),และน้ำล้างถังครับ
อ้อ...ตอนล้างถังเก็บน้ำยาง ใช้น้ำน้อยๆในน้ำแรกนะครับ ใส่น้ำถังที่1แล้วล้างๆๆๆๆๆ เสร็จแล้วใช้น้ำจากถังที่1นั่นแหละเทใส่ถังที่2แล้วล้างๆๆๆๆๆ ทำวนแบบนี้ไปจนครบทุกถัง ล้างรอบแรกเสร็จแล้วเทใส่ถัง"ขี้เส้น"(ขี้ยางจากการลอกหน้ายาง) น้ำ2-3ค่อยเททิ้งครับ :secret
-
เปิดหน้ายางต่อได้สองวันแล้วครับ วันนี้ทดลองลอกขี้ยางที่หน้ายางมาชั่งดู พอเป็นค่ากลับข้าว ตามที่หลายๆ คนคุยกันไว้เลยครับ ถึงว่าเมื่อก่อนค่าครองชีพทางใต้ถึงได้แพง แค่เก็บขี้ยางจากหน้ายางก็พอกินแระ ส่วนที่เหลือ...
ยังไม่รวม "ขี้จอก" (ได้มาจากการลอกขี้ยางจากถ้วยน้ำยาง),และน้ำล้างถังครับ
อ้อ...ตอนล้างถังเก็บน้ำยาง ใช้น้ำน้อยๆในน้ำแรกนะครับ ใส่น้ำถังที่1แล้วล้างๆๆๆๆๆ เสร็จแล้วใช้น้ำจากถังที่1นั่นแหละเทใส่ถังที่2แล้วล้างๆๆๆๆๆ ทำวนแบบนี้ไปจนครบทุกถัง ล้างรอบแรกเสร็จแล้วเทใส่ถัง"ขี้เส้น"(ขี้ยางจากการลอกหน้ายาง) น้ำ2-3ค่อยเททิ้งครับ :secret
เรื่องของยางนี่ละเอียดมากจริงๆ ครับ
ผมได้ทดลองไปเก็นน้ำยางสวนเพื่อนบ้าน สรุปว่าผมปวดหลังมากๆ ทำไม่ไหวครับ :yucky คงต้องยอมให้คนอื่นทำให้ซะแล้ว :'( แล้วช่วงที่เริ่มทำบ้านดิน และต่อมาก็กรีดยาง ผมเอาลูกเจ้าตัวเล็กไปฉีดวัคซีล ผมชั่งน้ำหนักตัวเอง น้ำหนักหายไป 7 โล ครับ ตกใจมากเลย (แต่ร่างกายก็แข็งแรงเหมือนเดิน) กลับมาคิดดู คือผมถ้าทำงานแบบจริงจังมักจะไม่ค่อยกินข้าวครับ บ่อยครั้งที่กินมื้อเดียวในหนึ่งวัน มันสนุกกับงาน และอยากให้งานแล้วเสร็จตามที่ตั่งเป้าในวันนั้นๆ ไว้ด้วย คงจะเป็นสาเหตนี้แหละ โรคกระเพาะเริ่มเตือนออกมาแล้ว :-\ และที่สำคัญ เพิ่งจะคิดได้ว่าเราให้เวลากะลูกและครอบครัวและตัวเองน้อยไปซะแล้วด้วย ผมไม่ค่อยได้ฟังเพลงเลย เปิดแล้วมันคิดถึงแต่งาน ก้ต้องปิด :cry2 คิดว่าต่อไปคงจ้างคนกรีดทั้งหมด โดยเราช่วยกรีดไปกับเค้าด้วย เพื่อดูแลสวนไปด้วย อาจทำแบบสนุกๆ ไม่จริงจังเหมือนก่อน แต่ก็ยังคาดหวังไว้ว่าตัวเองจะต้องกรีดให้ดีเท่าหรือเหนือกว่ามือวางอันดับหนึ่งของหมู่บ้านให้ได้ :whistling คือกรีดได้ไม่เข้าแก่นและเร็ว การกรีดจริงจังมาเกือบสิบวันทำให้ผมได้เทคนิคเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง :victory
สรุปได้ว่ามีดเบตงดีจริงครับ เหนือมีดคมดีอย่างชัดเจนครับ น้ำหนัดเบากว่า 80 กรัม (400 กะ 480 กรัม) และสั่นกว่าพอสมควร (ลืมวัด) ทำให้คิดว่ามันเหมือนเหล็กสั้นที่ตีง่ายกว่าเหล็กยาว แล้วน้ำหนักมันเหมาะมือดีจริงๆ :victory O0 แต่ผมต้องใช้ทั้งสองอันเพราะคมดีเป็นคลองเล็กเอาไว้กรีดยางเล็ก ส่วนเบตงคลองใหญ่ผมเอาไว้กรีดยางใหญ่ครับ
ตอนนี้น้ำเมื่อวานกรีดวันที่สอง (หลักหยุดหนึ่งวัน) น้ำยางออกมากๆ เลย ดีใจมากครับ คิดว่าวันนี้วันที่สามจะออกมากว่า แต่จ๋อยครับ มันออกน้อยกว่าเมื่อวานเป็นครึ่งหนึ่งได้ แบบนี้ผมสมควรกรีด สองหยุดหนึ่งไหม?
แต่พรุ่งนี้ผมไปเชียงใหม่อาทิตย์หนึ่ง คงต้องให้คนกรีดต่อลุยต่อละครับ :drive1 อาทิตย์หน้าโน้นถึงจะได้ลุยต่อ
-
อ้าวลืมบอกไป ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มยอมรับว่าผมฝนมีดได้คมกว่าพวกเค้าไปแล้วละครับ ต้องขอบคุณไขปลาวาฬที่ส่งมาให้ครับ (เรื่องนี้ผมยังไม่บอกใคร 5555555 คือก็มีคนที่ไปหากินกรีดที่ภาคใต้ เค้าก็ใช้วิธีนี้หากิน ในการลับมีดอยู่ เค้าขอร้องไม่ให้ผมบอกใครครับ)
-
ตอนนี้น้ำเมื่อวานกรีดวันที่สอง (หลักหยุดหนึ่งวัน) น้ำยางออกมากๆ เลย ดีใจมากครับ คิดว่าวันนี้วันที่สามจะออกมากว่า แต่จ๋อยครับ มันออกน้อยกว่าเมื่อวานเป็นครึ่งหนึ่งได้ แบบนี้ผมสมควรกรีด สองหยุดหนึ่งไหม?
น้ำยางยังไม่เข้าที่ครับ ลองกรีด3วันหยุด1วันไปอีกสักเดือนนึงนะครับ ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ก็กลับไปกรีดแบบ2วันหยุด1วันครับ
ปกติน้ำยางทางนี้จะเป็นแบบนี้ครับ
วันแรก น้ำยางมาก DRC ดีที่สุด
วันที่2 น้ำยางน้อยลง DRC ต่ำลงมาจากวันแรกนิดหน่อย
วันที่3 น้ำยางมากที่สุด(มากกว่าวันแรก) DRC ลดลงจากวันที่2 อีกนิดหน่อย
ทางนี้ถ้า "ขาดยาง" (หยุดกรีด) เช้าที่3นี่จะเสียดายกว่าเช้าอื่นๆ เพราะได้ยางมากกว่าเช้าอื่นๆครับ
ตอนเปิดกรีดใส่ปุ๋ยไปหรือยังครับ ถ้ายังก็ใส่ปุ๋ยเสียตอนนี้เลยครับ
..............
ส่วนเรื่องมีด ส่วนที่เป็นเหล็กดีจริงๆนั้นมีอยู่นิดเดียวครับ(เห็นเป็นรอยต่อ) การตีมีดกรีดยางให้ดี(ไม่อ่อน-แก่เกินไป) นอกจากการเลือกเหล็กมาตีแล้วยังอยู่ที่การชุบด้วยครับ
-
ตอนนี้น้ำเมื่อวานกรีดวันที่สอง (หลักหยุดหนึ่งวัน) น้ำยางออกมากๆ เลย ดีใจมากครับ คิดว่าวันนี้วันที่สามจะออกมากว่า แต่จ๋อยครับ มันออกน้อยกว่าเมื่อวานเป็นครึ่งหนึ่งได้ แบบนี้ผมสมควรกรีด สองหยุดหนึ่งไหม?
น้ำยางยังไม่เข้าที่ครับ ลองกรีด3วันหยุด1วันไปอีกสักเดือนนึงนะครับ ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ก็กลับไปกรีดแบบ2วันหยุด1วันครับ
ปกติน้ำยางทางนี้จะเป็นแบบนี้ครับ
วันแรก น้ำยางมาก DRC ดีที่สุด
วันที่2 น้ำยางน้อยลง DRC ต่ำลงมาจากวันแรกนิดหน่อย
วันที่3 น้ำยางมากที่สุด(มากกว่าวันแรก) DRC ลดลงจากวันที่2 อีกนิดหน่อย
ทางนี้ถ้า "ขาดยาง" (หยุดกรีด) เช้าที่3นี่จะเสียดายกว่าเช้าอื่นๆ เพราะได้ยางมากกว่าเช้าอื่นๆครับ
ตอนเปิดกรีดใส่ปุ๋ยไปหรือยังครับ ถ้ายังก็ใส่ปุ๋ยเสียตอนนี้เลยครับ
..............
ส่วนเรื่องมีด ส่วนที่เป็นเหล็กดีจริงๆนั้นมีอยู่นิดเดียวครับ(เห็นเป็นรอยต่อ) การตีมีดกรีดยางให้ดี(ไม่อ่อน-แก่เกินไป) นอกจากการเลือกเหล็กมาตีแล้วยังอยู่ที่การชุบด้วยครับ
งั้นขอกรีดสามหยุดหนึ่งไปก่อน ผมใส่ปุ๋ยไปสองครั้งแล้วตั้งแต่ปั๊มน้ำใส่นะครับ
เหล็กของเบตง ไม่มีสนิมเกาะหลังฝนมีด แต่ของคมดี ฝนด้านหนึ่งอีกด้านขี้สนิมขึ้นทันที (ไม่ถึงนาทีครับ) แต่น้ำหนักที่น้อยกว่า 80 กรัม ของเบตง ใช้กรีดนานๆ หลายชั่วโมงแล้วพบว่าเมื่อยแขนน้อยกว่า (เคยทดลองใช้ทีละยี่ห้อเทียบกันมาแล้ว) และการที่มันสั้นกว่าทำให้คุมมีดได้ดีกว่ามากมายเลยละครับ ตอนนี้รักยี่ห้อนี้มากที่สุ๊ดดดดดดดดดดดดด :-* :-* :-* :-*
-
ผมขอสรุปเรื่องสาเหตุของน้ำยางออกน้อย(หรือหยุดไหลเร็ว)แบบนี้ครับ
1. อากาศร้อนอบอ้าว(ตอนกรีด)
2. ลมพัดแรง(ตอนกลางวัน ของคืนที่จะกรีด)
3. ลมพัดเอื่อยๆในคืนที่กรีด
4. มีดไม่คม
5. หยุดกรีดติดต่อกันหลายวัน
น่าจะแค่นี้ครับ
.........
อยากให้พี่กรีดให้หมดปีครับ จดรายละเอียดทุกอย่างไว้(ปริมาณน้ำยาง(แผ่น),ราคาขาย,จำนวนเงิน,ปุ๋ย,หน้ายาง ฯลฯ) เอาไว้เปรียบเทียบกับตอนที่จ้างครับ ช่วงเปิดกรีดใหม่ก็แบบนี้แหละครับปวดหลังปวดเอว(ของพี่ครึ่งยืนครึ่งก้มยิ่งปวดครับ ใกล้ๆปิดกรีด-ปีหน้า ยางหน้านั่ง(นั่งยองๆกรีด)ก็มีปวดขาเพิ่มขึ้นอีกอย่าง จะหายเหนื่อยช่วงยางออก(เดือนพฤศจิกาฯ)+ราคายางขึ้นครับ....ตอนนั้นชื่นใจ ;D
อย่างน้อยๆปีนี้กรีดเอง แล้วจ้างเก็บ+จ้างทำแผ่นก็ได้ครับจะได้มีเวลาทำอย่างอื่น จ้างเก็บราคาที่เหมาะสม(ของพี่ปลูกถี่)อยู่ที่ไร่ละ15-20บาทครับ ทางนี้ค่าจ้างทำงานจุกจิกแพงครับปลูก 8X3 ไร่นึง78ต้น จ้างเก็บไร่นึง20บาท หาคนทำยากครับ (คนที่เก็บราคานี้อยู่ทำงานวันนึง4-5ชั่วโมงได้เงินวันนึง7-800บาท)
ส่วนปีหน้าถ้าจ้างจริงๆ ก็ให้คุยกันเสียก่อนว่า อาจไม่จ้างทั้งปี (อาจไม่ถูกใจ,เกิดเสียดายส่วนแบ่ง+หน้ายาง แล้วมากรีดเอง)
-
ผมขอสรุปเรื่องสาเหตุของน้ำยางออกน้อย(หรือหยุดไหลเร็ว)แบบนี้ครับ
1. อากาศร้อนอบอ้าว(ตอนกรีด)
2. ลมพัดแรง(ตอนกลางวัน ของคืนที่จะกรีด)
3. ลมพัดเอื่อยๆในคืนที่กรีด
4. มีดไม่คม
5. หยุดกรีดติดต่อกันหลายวัน
น่าจะแค่นี้ครับ
.........
อยากให้พี่กรีดให้หมดปีครับ จดรายละเอียดทุกอย่างไว้(ปริมาณน้ำยาง(แผ่น),ราคาขาย,จำนวนเงิน,ปุ๋ย,หน้ายาง ฯลฯ) เอาไว้เปรียบเทียบกับตอนที่จ้างครับ ช่วงเปิดกรีดใหม่ก็แบบนี้แหละครับปวดหลังปวดเอว(ของพี่ครึ่งยืนครึ่งก้มยิ่งปวดครับ ใกล้ๆปิดกรีด-ปีหน้า ยางหน้านั่ง(นั่งยองๆกรีด)ก็มีปวดขาเพิ่มขึ้นอีกอย่าง จะหายเหนื่อยช่วงยางออก(เดือนพฤศจิกาฯ)+ราคายางขึ้นครับ....ตอนนั้นชื่นใจ ;D
อย่างน้อยๆปีนี้กรีดเอง แล้วจ้างเก็บ+จ้างทำแผ่นก็ได้ครับจะได้มีเวลาทำอย่างอื่น จ้างเก็บราคาที่เหมาะสม(ของพี่ปลูกถี่)อยู่ที่ไร่ละ15-20บาทครับ ทางนี้ค่าจ้างทำงานจุกจิกแพงครับปลูก 8X3 ไร่นึง78ต้น จ้างเก็บไร่นึง20บาท หาคนทำยากครับ (คนที่เก็บราคานี้อยู่ทำงานวันนึง4-5ชั่วโมงได้เงินวันนึง7-800บาท)
ส่วนปีหน้าถ้าจ้างจริงๆ ก็ให้คุยกันเสียก่อนว่า อาจไม่จ้างทั้งปี (อาจไม่ถูกใจ,เกิดเสียดายส่วนแบ่ง+หน้ายาง แล้วมากรีดเอง)
เป็นคำแนะนำที่ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ครับ สิ่งที่ผมท้อคือหน้าฝนนี่แหละ เพราะจากที่คุยๆ กะคนที่เคยกรีดหน้าฝนมาแล้ว ทำให้เข้าใจรู้เลยว่า มันเป็นอะไร ที่ผมทำไม่ได้แน่นอน ผมดูเมฆไม่เป็น กะไม่ถูกเหมือนชาวบ้านแถวนี้ เพราะฉะนั้น ผมคงจะเหนื่อยฟรีๆ แบบกรีดแล้วโดนน้ำฝนผสมเข้าไปเต้มๆ เป็นแน่แท้ละครับ และคงมีความพยายามที่จะกรีดแบบเสี่ยงๆ ฝนตก ไม่คุ้มสำหรับผมครับ ตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่า เราเออรี่ออกมาเพื่อพักผ่อน แต่นี่เรามาทำงานหนักกว่าเก่าซะอีก (แต่ดีกว่าตรงที่งานที่ทำตอนนี้มันสนุก ไม่เครียดแบบงานที่เคยทำ) ตอนนี้คิดว่าพอจะรู้ทันคนกรีดยางมากขึ้นมาอีกหลายขุม โดย อ. โก้ เป็นผู้หย่นเวลาให้เป็นอย่างมากเลยละครับ
ตอนนี้ผมเลิกเอามีดยี่ห้อคมดีมาใช้เพราะมันหนักเกินไป และยางต้นเล็กมีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซนต์อีกด้วย ผมเลยไปเอามีดทุ่งสงมาฝนแทน มันเยี่ยมเช่นกันละครับ :whistling :victory O0
-
เป็นคำแนะนำที่ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ครับ สิ่งที่ผมท้อคือหน้าฝนนี่แหละ เพราะจากที่คุยๆ กะคนที่เคยกรีดหน้าฝนมาแล้ว ทำให้เข้าใจรู้เลยว่า มันเป็นอะไร ที่ผมทำไม่ได้แน่นอน ผมดูเมฆไม่เป็น กะไม่ถูกเหมือนชาวบ้านแถวนี้ เพราะฉะนั้น ผมคงจะเหนื่อยฟรีๆ แบบกรีดแล้วโดนน้ำฝนผสมเข้าไปเต้มๆ เป็นแน่แท้ละครับ และคงมีความพยายามที่จะกรีดแบบเสี่ยงๆ ฝนตก ไม่คุ้มสำหรับผมครับ ตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่า เราเออรี่ออกมาเพื่อพักผ่อน แต่นี่เรามาทำงานหนักกว่าเก่าซะอีก (แต่ดีกว่าตรงที่งานที่ทำตอนนี้มันสนุก ไม่เครียดแบบงานที่เคยทำ) ตอนนี้คิดว่าพอจะรู้ทันคนกรีดยางมากขึ้นมาอีกหลายขุม โดย อ. โก้ เป็นผู้หย่นเวลาให้เป็นอย่างมากเลยละครับ
ผมดูเมฆไม่เป็น
เดี๋ยวก็ดูเป็นครับ...ข่าวพยากรณ์อากาศช่วยได้มาก ถ้าพยากรณ์70-80%ของพื้นที่ก็ไม่น่าเสี่ยง ต่ำกว่านั้นมีลุ้นตลอดครับ
ปีหนึ่งๆ มีฝนไล่ไม่กี่คืน มีฝนตกตอนเช้าตอนยังไม่เก็บน้ำยางไม่กี่วันครับ
คนที่กรีดตอนครึ้มฟ้าครึ้มฝน เสี่ยงโดนฝนไล่กันทั้งนั้นครับ ;D แต่เปอร์เซ็นต์น้อยครับ แรกๆผมก็เป็นแบบนี้ มืดฝนหน่อยก็ไม่เอาแล้ว ตอนสรุปสิ้นปีนึกแล้วเสียดายครับ
แต่ตอนจะเก็บน้ำยางนี่ไม่ควรเสี่ยงครับ มืดฝนมาต้องรีบเก็บหน่อย ไม่งั้นเหนื่อยฟรี(พอจะเอามาทำขี้ยางได้อยู่)
............
ยางอ่อน 1,000ต้น หน้าสั้น ใช้เวลากรีดราว4-5ชั่วโมง มาช้าตอนลอกขี้เส้นและตอนเดิน ถ้าเหนื่อยมาก ลองกรีดแบบไม่ลอกขี้เส้นดูครับ(บางคนกรีดไม่ได้)
ขี้เส้น+ขี้ไม้(เปลือก)กำๆเอาไว้ก่อนพอเต็มกำก็ผ่อนใส่ย่ามไว้ ค่อยเอามานวดเอาขี้ไม้ออกตอนว่างๆครับ แต่ยางอ่อนปกติขี้เส้นไม่ค่อยหนาเท่าไหร่...เดี๋ยวพอน้ำยางร่วงดีลองดูขี้เส้นอีกทีนะครับ
ถ้าไม่ลอกขี้เส้นก่อนกรีดจะกรีดได้เร็วขึ้นมากครับ
ตอนเดิน ถ้ายกขาสูงๆ(ไม่เดินลากขา)ก้าวยาวๆ เมื่อทำจนชินแล้วจะไม่ค่อยเมื่อยครับ
รองเท้าบู๊ท มีแบบพื้นนิ่ม(ยี่ห้อ Denso) ใส่สบายเท้ากว่าแบบพื้นแข็งครับ
................
ถ้าเหนื่อยมาก ให้จ้างเก็บ(หรือจ้างทำแผ่นด้วยเลยก็ได้)ครับ ตอนกลางวันแอบงีบนิดหน่อย(ฟังเพลงช่วงนี้แหละครับ ;D) นอนอย่าดึกมาก จะไม่เหนื่อยมาก กลางวันมีแรงมีเวลาทำโน่นทำนี่ได้ปกติเหมือนไม่ได้กรีดยางเลยครับ O0
...................
เราเออรี่ออกมาเพื่อพักผ่อน แต่นี่เรามาทำงานหนักกว่าเก่าซะอีก (แต่ดีกว่าตรงที่งานที่ทำตอนนี้มันสนุก ไม่เครียดแบบงานที่เคยทำ)
ตอนแรก(2ปีแรก)ผมก็คิดคล้ายๆแบบนี้แหละครับ (พระเจ้าจอร์จ มันไม่ยอดเลย ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 2f) แต่มาถึงตอนนี้ให้กลับไปทำงานอย่างเก่าไม่เอาแล้วครับ
เบื่อๆกรีดยางขึ้นมา ก็หยุดยาง2-3วันทำงานอย่างอื่นแก้เซ็งแก้เบื่อบ้าง(ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่ากรีดยางได้เงินดีกว่าแถมเหนื่อยน้อยกว่าอีกต่างหาก)
ตอนนี้แค่บริหารเงินให้เป็นระบบดีๆ ไม่ฟุ่มเฟือย(จนเกินไป) ก็เหลือเก็บ(เป็นเงินหุ้นสหกรณ์ ผลตอบแทน10%/ปี)เดือนนึงก็เยอะอยู่ครับ
-
ให้กำลังใจกันดีจริงๆ :-* ผมจะพยายามอย่างที่สุดครับ เพราะช่วงนี้ผมคงไปเที่ยวไหนไกลๆ นานๆ ไม่สะดวกเพราะเจ้าตัวเล็กยังขวบกว่าๆ รอเค้าสามขวบค่อยวางมือจากงานหวังว่าผมคงไม่สายเกินแกงจนเที่ยวแบบลุยๆ ไม่ไหว :drive1 (กะว่าจะขึ้นภูกระดึงด้วยการเดินขึ้นสักครั้ง)
-
ให้กำลังใจกันดีจริงๆ :-* ผมจะพยายามอย่างที่สุดครับ เพราะช่วงนี้ผมคงไปเที่ยวไหนไกลๆ นานๆ ไม่สะดวกเพราะเจ้าตัวเล็กยังขวบกว่าๆ รอเค้าสามขวบค่อยวางมือจากงานหวังว่าผมคงไม่สายเกินแกงจนเที่ยวแบบลุยๆ ไม่ไหว :drive1 (กะว่าจะขึ้นภูกระดึงด้วยการเดินขึ้นสักครั้ง)
:secret ลอง "เขาหลวง" นครศรีฯ สักครั้งมั๊ยครับ O0
-
"เขาหลวง" น่าสนครับ ผมวางแผนไว้ว่า ถ้าคนเล็กซักสามขวบจะตะเวณให้ทั่วไทยเป็นอันดับแรก (ที่จริงเจ้าตัวเล็กไม่คิดว่าจะมีเค้า ไม่งั้นผมวันนี้ได้เที่ยวอย่างเต็มที่ไปแล้ว) เกาะพงันวันฟลูมูนเป็นอีกที่ของภาคใต้ว่าจะไปให้ได้ครับ เกาะพีพีอีกที่ที่อยากไปพัก (เกือบได้ไปสมัยยังทำงาน แต่ติดธุระเลยอด) มีแหล่งท่องเที่ยวทางใต้ที่แนะนำเพิ่มอีกไหมครับ จะได้เตรียมหาข้อมูลเก็บไว้ ตอนไปจริงๆ จะได้วางแผนได้ถูกครับ
เรื่องยางตอนนี้ผมได้คนทำแผ่นให้แล้ว ราคา 5 บาทต่อแผ่น ผมโอเคเลยละ คุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วครับ แต่ผมยังหาคนเก็บน้ำยางไม่ได้ ตอนนี้ผมกรีดแบบไม่ลอกขี้ยางออกรู้สึกว่ากรีดได้เร็วขึ้นอีกเยอะเลย ตอนแรกผมยังไม่รู้จักความหนาของเปลือกนอกเลยต้องลอกกันทุกต้น ช่วงแรกๆ แม้แต่ลอกหน้ายาง ผมก็ยังมีบางต้นที่กรีดเข้าแก่นเลยครับ เพราะบางต้นชั้นท่อน้ำยางกับเยื่อเจริญมองแทบไม่ออกครับ สีเหมือนกันแด๊ะเลย แต่บางต้นก็เห็นชัดเจนมากๆ มากๆ ตอนนี้ผมเห็นความแตกต่างของแต่ละต้นมากๆ การไหลของน้ำยางแต่ละต้นไม่เท่ากัน บางครั้งต้นเล็กกว่ามากๆ แต่น้ำยางออกมากว่าต้นใหญ่ๆ ก้พบเยอะครับ เปลือกบางหนาไม่เท่ากัน มีความอ่อนแข็งไม่เท่ากัน
เมื่อวานก่อนพิธีกรที่สอนฝนหมีดให้ผมมาเที่ยวบ้าน เป็นผมฝนหมีด แกหยิบขึ้นไปดู บอกออกมาเลยว่า ตอนนี้ผมฝนหมีดได้ว่าผมทำเดือยสวยกว่าแกและคมกว่าแกฝนซะแล้ว (ผมเอามาโกนขนให้แกดู ทั้งที่ยังไม่ได้ฝนกะไขปลาวาฬ) ก็แอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ครับ เรื่องฝีมือการกรีดคิดว่าอีกซักสองสามเดือนว่าจะขอไปดูมือหนึ่งของหมู่บ้านกรีดว่าเราเข้าใกล้เค้าบ้างหรือยัง (คือผมได้ยินแต่กิติศัพท์ แต่ยังไม่เคยเห็นฝีมือของเค้า)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-8E95_4FC324BD.jpg)
กรีดยางแล้วเสร็จ ก็มาลุยอ่างอาบน้ำให้ลูกต่อ ล่าสุดออกมาเป็นสีตามรูปละครับ ผมและแฟนเปลี่ยนสีกันนาทีสุดท้ายว่า สีน้ำเงินเข็ม เมื่อดูจากของจริงสวยกว่า เหมาะสีของหินกาปที่จะมาแปะต่อกันมากกว่า ก็เลยเปลี่ยนใจมาเลือกสีนี้กันครับ ผมเอามาอ่างอาบน้ำมาให้เพื่อนๆ ดูกัน เผื่อใครจะอยากทำตามบ้าง มันไม่ยากเลย ความหนาของปูนซีเมต์แค่เซนต์กว่าๆ พอกทับดินผสมแกลบน้ำก็ไม่ซึมแล้วละครับ ได้อ่างขนาดที่ถูกใจ ผมลองนั่งในแนวขวางแล้วรู้สึกมันนั่งสบายดีมากๆ นั่งขัดสมาดได้ทั้งตามตามขวางและตามแนวยาว ก้นอ่างไม่ลื่นเหมือนอ่างซื้อที่บ้านอยุธยาครับ หลังพิงพอดีจริงๆ ยิ่งทดลองนอนโดยต้มน้ำอุ่นใส่งลงไป หายเหมื้อยหลังจากการกรีดบางไปได้เยอะเลยละ (แต่ต้องแอบอาบช่วงกลางคืนดึกๆ หน่อยในตอนนี้) O0 :victory d_d :drunk
-
อาบตอนดึกๆนี่ใส่ผ้าบ้างหรือเปล่า ... ช่วงนี้ลมแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย อิๆๆ
-
อาบตอนดึกๆนี่ใส่ผ้าบ้างหรือเปล่า ... ช่วงนี้ลมแรงเดี๋ยวจะไม่สบาย อิๆๆ
วันพีซครับ :whistling พี่เคยบอกว่าสีเก่าสวย (สีเขียว) แต่ผมเปลี่ยนเป็นสีนำเงิน ยังสวยเหมือนเดิมไหมครับ? คือขอเลือกการแมทซ์กันกับชิ้นส่วนอื่นของห้องน้ำด้วยน่ะครับ แม้ใจจะชอบเขียวมากกว่าเล็กน้อย แต่ผมก็ยังเห็นว่าการเข้ากัน ความเหมาะสมสำคุญกว่าในการเลือกสีเครื่องใช้ภายในบ้านครับ
เรียน อ. โก้ครับ วันนี้ผมได้น้ำยางเท่าการกรีดหมีดที่สองเลยละครับ คือผมไปซื้อกระเบื้องและกาแฟที่เชียงใหม่ จ้างคนกรีดไว้ แต่เค้าไม่ทำให้ (มีข้ออ้างที่ฟังไม่ค่อยมีเหตุผล ครั้งต่อไปคนนี้เลิกคุยกันเรื่องงานสำคัญ) การหยุดกรีดแค่สามวัน น้ำยางมันกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่กันจริงๆ เลยหรือนี่ :cry2 วันนี้ผมเริ่มใหม่เป็นวันที่สองครับ เมื่อวานยังไม่แน่ใจเลยไม่เอามาคุย
-
อ่างสวยมากครับ
น่าขึงผ้าใบซักหน่อยนะครับพี่
-
อ่างสวยมากครับ
น่าขึงผ้าใบซักหน่อยนะครับพี่
ตอนนี้โชว์แบบนี้ไปก่อน มีคนมาดูและจะเอาไปทำบ้างหลายเจ้าแล้วครับ งานนี้ต้องให้เคดิทคุณสันติที่แนะนำกระเบื้องน่ะครับ ใครจะทำขอแนะนำให้ใช้ยาแนวและปูนยึดกระเบื้องตาตุ๊กแก (ยี่ห้อเวปเบอร์) เท่านั้นนะครับ แพงหน่อยแต่เหนียวแน่นไม่ยุ่ยเหมือนยาแนวพื้นบ้านครับ แต่ข้อระวังคือมันแห้งเร็วมากๆ ต้องรีบเช็ดทันทีหลังยาแนวไม่เกิน 20 นาทีเท่านั้นนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-B0E0_4FC47F12.jpg)
เอาปรีโฟโนตัวใหม่ของผมราคา 20 บาทมาให้เฮียเทรนส์ดูครับ ผมเจอมันที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ นอนวางขายอยู่หลายเดือนไม่เห็นมีคนซื้อ ผมก็เข้าไปจับมันพิกคว่ำพิกหงายมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่รู้จะเอาไปทำไรดี ตอนหลังมาคิดว่าแค่ Diode ตัวเดียวในแผงวงจรถ้าไปเดินซื้อจากร้านอีเล็กฯ ก็ร้อยบาทแล้ว ก็เลยตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายไป 20 บาท เอามันกลับบ้านครับ แล้วมันนอนอยู่ที่บ้านลำพูนหลายเดือน และจนย้ายมาภูซางอีกเกือบปี
พอดีเดือนที่แล้วได้เทรินมาใหม่ ผมไม่มีปรีโฟโนใช้ ก็เลยไปหยิบมันมาพิกดูอีกครั้ง เพราะคล้ายๆ จะเห็นภาคปรีโฟโนติดมากะมันด้วย ซะจริงๆ เลยจัดการตัดปรินท์ออกมาตามรูปละครับ (แผ่นปรินท์เต็มๆ แผ่นนี้ ถ้าป้อนไฟแล้วหาไอซีภาคเพาเวอร์แอมป์ใส่เข้าไป ต่อขับลำโพงได้เลยละครับ เป็นของยี่ห้อโซนี่ซะด้วย ถ้ามันจะอยู่ในมินิคอมโปร์ของโซนี่รุ่นใดรุ่นหนึ่ง) ป้อนไฟเข้าไปเสียงดังดี เร่งเสียงได้เต็มที่ไม่มีจี่ๆๆๆ... ไม่มีฮำๆๆๆ... แม้แต่นิดเดียว แม้จะวางตามที่ถ่ายรูปหงายท้องนั่นแหละครับ ผมเลยจัดการโมด้วยซีสีชมพูของเยอรมันใส่ลงไป เสียงไม่น่าเชื่อครับว่าปรีราคา 20 บาท จะให้ได้เท่านี้ คิดไว้ว่าจะเอาไปกัดกะแคทที่บ้านอยุธยาซะหน่อย แล้วจะชวนเฮียเทรนซ์ลงมาฟังตัดสินว่าใครเสียงดีกว่ากันนะครับ แต่บอกได้เลยว่าเสียงมีทั้งไดนามิคและรายละเอียดออกมาสุดๆ เลยละ เมื่อเล่นกะเทรินกระชากวิญาณตัวใหม่ (แล้วของเฮียซ่อมเสร็จยัง) สรุปออกมาว่าเสียงมันออกมาดีกว่า Soken T-80 ดีกว่า EMU 1212 โดยเสียงมีความเหมือนจริงมากกว่า ตามที่เราเคยได้ยินกันแบบที่บ้านอยุธยาเลยครับ d_d :drunk
-
การหยุดกรีดแค่สามวัน น้ำยางมันกลับไปที่จุดเริ่มต้นใหม่กันจริงๆ เลยหรือนี่ :cry2 วันนี้ผมเริ่มใหม่เป็นวันที่สองครับ เมื่อวานยังไม่แน่ใจเลยไม่เอามาคุย
ตามที่ว่าไว้ครับ
ผมขอสรุปเรื่องสาเหตุของน้ำยางออกน้อย(หรือหยุดไหลเร็ว)แบบนี้ครับ
5. หยุดกรีดติดต่อกันหลายวัน
เก็บเอามาเล่าครับ
เมื่อวันที่27 ผมถูกหวยจังๆครับ ต้นยางล้มทับห้อง(โรง)ที่ผมใช้เก็บของและทำงานDIY เลยมาฟาดหลังคาบ้านอีกนิดหน่อยครับ
โรงพังไปเป็นแถบๆ โชคดีที่ผมเอาหลอดมาเก็บไว้ในบ้านหมดแล้วเมื่อ2เดือนก่อน เพราะหนีปลวก(ที่มากินกล่องม้วนเทปรีล) ;D
กระเบื้องหลังคาบ้านแตก+ร้าวไปเกือบ10แผ่น...เสียดายกล้องไม่อยู่ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูครับ แต่เดี๋ยวกล้องมาแล้วจะถ่ายระบบรากของยางพันธุ์ให้ดูกันจะๆครับ
ลมครั้งนี้ล้มไป 3ต้น ขายได้ต้นละ 1,200บาท(ยางล้มขายได้ราคาถูกกว่า เพราะล้มแล้วยังไงก็ต้องขาย)
ขับรถไปดูของคนอื่นแถวๆนี้ก็ล้มเหมือนกัน มากบ้างน้อยบ้าง ล้มทั้งยางอ่อน-ยางแก่ครับ
อันที่จริงต้นที่ล้มทับโรงนี่ ผมกะว่าจะ "ราน" (ตัดแต่ง)กิ่ง อยู่เมื่อตอนหน้าแล้ง แต่ลืมๆไปเสียก่อน ไม่น่าเลย K]
ทางนี้ ตอนนี้ฝนเริ่มตกชุกแล้วครับ หยุดกรีดมาตั้งแต่วันที่24ครับ เมื่อคืน(เช้า)นี้กรีดได้เช้าแรก น้ำยางหายไป 15ก.ก. ครับ
เรื่องดูเมฆ(เค้า)ฝนไม่เป็น ผมแนะนำแบบนี้ครับ(ผมใช้มุกนี้ตอนกรีดใหม่ๆ) ให้ดูเพื่อนบ้าน-สวนใกล้เคียงครับ เค้ากรีดเราก็กรีด ถ้าเค้าไม่กรีด แต่ถ้าอยากเสี่ยงเรากรีด 2f ดูแสงไฟเอาครับ
วันก่อนไปปลูกปาล์มมา 8ไร่ ค่อยมาเล่าให้ฟังครับ
-
ไม่ทราบว่าต้นยางใหญ่ต้องตัดแต่งกิ่งด้วยหรือไม่ครับ? หรือที่จะตัดเฉพาะต้นที่อยู่ใกล้บ้าน ตัดเพื่อป้องกันมันล้ม? ต้นยางไซร์ไหนครับ? ขายได้ตั้งต้นละพันสอง ของผมล้ม ให้ใครตัดไปทำฟืนยังไม่มีใครเอาเลย! ที่มันล้มเห็นรากแสดงว่าล้มทั้งต้นไม่ใช่หักกลางต้นช่วงเรากรีดเหมือนของผม. แสดงว่าต้นแข็งแรกดีมาก ไม่ทราบว่าต้นที่ล้มอายุกี่ปีแล้วครับ? ที่โน่นลักษณะลมพายุเป็นแบบไหนครับ? ที่แถวเมืองเหนือ เค้าว่า (ผมไม่เคยเห็น) บ้างครั้งมันจะหมุนต้นยางจะถูกบิดแล้วถึงหัก แต่บางครั้งก็พัดแบบแนวราบครับ และคนที่เห็นบอกว่ามันจะพัดเป็นหย่อมๆ แล้วกระโดดไปเรื่อยๆ คือบางทีสวนติดๆ กันไม่ล้ม แต่จุดที่มันลงมาบางที่กลุ่มละ 400-500 ต้น เหลือแค่ 20 ต้นก็มี (การล้มแบบนี้ผมเคยไปเห็นมาแล้ว สงสารเจ้าของมากๆ มียางสี่ร้อยกว่าต้นเหลือแค่ยี่สิบต้นเอง แต่สวนติดกันไม่หักสักต้น สงสัยเรื่องดวงหรือเรื่องของกรรมเก่าที่ทำไว้ละครับ)
ตอนนี้ผมกรีดยางคล่องขึ้นมาก ไม่เหมือนตอนเริ่มหัดขับรถยนต์ช่วงแรกๆ เราจะมองทางใกล้ๆ แล้วดูเส้นขอบทางและเส้นกลางถนนไปด้วย การขับเลยเป๋ไปเป๋มา แต่ตอนนี้ผมไม่ต้องดูแนวเส้นเยื่อเจริญ เพราะกลัวจะเข้าแก่น แต่ยิ่งดูก็เหมือนมันจะยิ่งเป๋ไปเข้าแก่นนั่นแหละ กรีดไปเกรงไป แต่ตอนนี้กรีดแบบสบายๆ ครับ และตอนนี้ผมลับมีดจนสามารถกรีดได้สองพันต้นแบบมีดยังคมอยู่เลยละครับ ไม่มีคมร่อยแบบตอนเริ่มฝนแล้วละครับ และตอนนี้ผมได้อันเชิญมีดอาจารย์โก้ขึ้นหิ้งแล้วละครับ ผมเอาเก็บไว้เป็นตัวอย่าง ในการลับเล่มอื่นๆ มีดทุ่งสงก็คมใช้ได้ไม่แตกต่างกันครับ
รอฟังเรื่องสวนปาร์มครับ
-
ช่วงนี้ยุ่งๆหน่อยนะครับ
ไม่ค่อยได้เข้ามาตอบกระทู้ครับพี่ ล่าสุดโดนต้นยางทับไปอีกรอบ ทางนี้ฝนหนักเอาเรื่องครับ รอบนี้ล้มเพิ่มอีก2ต้น
เดี๋ยวเคลียร์ทางบ้าน+ต้นยางล้มก่อนแล้วค่อยมาเล่ายาวๆครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-8E95_4FC324BD.jpg)
ซูมดูอ่างใกล้ ๆ หน่อยพี่พอดีซื้อบ้านใหม่ กำลังชั่งใจว่าจะไปอยู่หรือปล่อยให้เช่าดีครับ :) :)
-
เรียนอาจารย์โก้เอาไว้ว่างๆ ค่อยเขียนมาคุยต่อก็ได้ครับ ไม่ทราบว่าได้รับกาแฟที่ส่งมาให้แล้วหรือยัง? (มันน่าจะถึงนานแล้วนะครับ คือผมไม่เห็นการตอบรับน่ะครับ)
ได้เลยครับท่านนายพาน ขอเอาอ่างผมเป็นบทเรียนนะครับ ผมวางแผนเรื่องการใส่ก๊อกน้ำไว้ผิดที่ ซึ่งที่จริงมันควรจะอยู่ตรงปลายเท้าของเราน่าจะดีกว่า ของผมยังไม่รู้ว่าพอใส่ก๊อกตัวจริงที่เป็นก๊อกผสมน้ำร้อนด้วยมันจะเกะกะมากแค่ไหนเลย (ที่ใส่เป็นก๊อกแก้ขัดเพื่อให้ลูกได้เปิดน้ำเล่นกันไปก่อน) ขนาดความกว้างนั้นขอแนะนำให้เรานั่งขัดสะมาดได้เป็นอย่างน้อยนะครับ ส่วนความยาวนั้นห้องน้ำผมเนื้อที่จำกัดมันเลยสั้นไปหน่อย ถ้าให้ดีควรนอนแล้วเหยียดเท้าได้สุดครับ แต่ของผมถึงจะงอเท้า เราก็แบะหัวเข่าวางขอบอ่างพอดี ผมก็ทดลองนอนนานๆ ก็ไม่รู้สึกเหมื่อยครับ ข้อสำคัญที่สุดของการออกแบบอ่างคือตรงส่วนที่เลยก้นกบของเราควรลดระดับให้มีขอบโค้งรับดันก้นกบเราไว้ มันช่วยแก้การเหมื่อยร้าของบั้นเอวบริเวณนั้นได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยละครับ (ผมยังไม่เคยเห็นอ่างเค้าทำขายกันแบบนี้เลยสักใบหนึ่ง ที่จริงผมไม่จดลิขสิทธิ์ น่ามีคนเอาไปทำขายก็ยินดีครับ) และการมีที่หนุนหัวก็เป็นอะไรที่เวิร์คมากๆๆๆๆๆ เช่นกันนะครับ
อยากเห็นส่วนไหนเพิ่มก็บอกมาได้อีกนะครับ ช่วงนี้มันแต่ห่วงเรื่องสวนยางไม่ค่อยมีเวลาทำห้องน้ำต่อครับ พวกช่างชาวบ้านเค้าไปขุดถั่วได้เงินวันละเป็นพันบาท เลยหยุดงานกันยาวเป็นเดือนเลย
(http://s2.uppic.mobi/image-4A1F_4FCEEEB2.jpg)
-
ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้ทึบ ตอนยืนก้มจะเมื่อยเอวนะครับ
-
ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้ทึบ ตอนยืนก้มจะเมื่อยเอวนะครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ ที่จริงตู้มันแคบมากจนวางอ่างได้ไม่พอ กะไว้แล้วว่าจะใช้แผ่นหินอ่อนวางเลยขอบตู้ออกมาสักครึ่งฟุทอยู่เหมือนกัน แต่ที่ทำไปไม่ได้คิดถึงข้อดีที่คุณสันติแนะนำมาเลยสักนิด ใช่เลยครับเราต้องก้มตัว (เอ้ย! ไม่ใช่ ต้องใช้คำว่าโน้มตัวถึงจะถูก) มากกว่ากรณีถ้าทำผนังตู้ติดริมขออ่าง d_d :drunk
-
ผมวางแผนเรื่องการใส่ก๊อกน้ำไว้ผิดที่ ซึ่งที่จริงมันควรจะอยู่ตรงปลายเท้าของเราน่าจะดีกว่า
ติดตั้งก๊อกน้ำที่ปลายเท้าไกลเกินไปครับ เอาไว้ตำแหน่งที่มือเอื้มถึงดีที่สุด ... แต่ถ้าใกล้เกินไปก็เกะกะ
-
ผมวางแผนเรื่องการใส่ก๊อกน้ำไว้ผิดที่ ซึ่งที่จริงมันควรจะอยู่ตรงปลายเท้าของเราน่าจะดีกว่า
ติดตั้งก๊อกน้ำที่ปลายเท้าไกลเกินไปครับ เอาไว้ตำแหน่งที่มือเอื้มถึงดีที่สุด ... แต่ถ้าใกล้เกินไปก็เกะกะ
เห็นด้วยครับ
ผมเอาช่วงเคริวร์ตรงส่วนที่ดันแผ่นหลังแก้โรคปวดหลังได้ดีแท้ๆๆๆๆๆๆ มาให้ดูแบบชัดๆ ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-0F44_4FD03279.jpg)
-
หลังจากที่ได้เก็บมีดของอาจารย์โก้ไว้เป็นตัวอย่าง (ขึ้นหิ้ง) ผมก็อามีดเบตงอีกอันมีลับเพื่อใช้งานแทน สรุปแล้วมีดเบตงคมมีดทนดีกว่ามีดทุ่งสงซะแล้วละครับ (สังเกตได้ว่ามีความมันมากกว่า คาดว่ามันน่าจะมีนิเกินหรือโครมเหมี่ยมมากกว่า สองตัวนี้ช่วยให้เหล็กแข็ง แม้จะชุบด้วยร้านเดียวกัน พื้นฐานของส่วนผสมของเนื้อเหล็กก็มีผลต่อความแข็งและเหนียวครับ เหล็กของเบตงเอาก้านวาล์วของเครื่องยนต์มาทำ ผมเลยคิดว่ามันน่าจะใช้ส่วนผสมที่ดีมากๆ อยู่แล้ว) จากที่ได้ฝนมีดเองทั้งคู่เหมือนๆ กัน ใช้งานเหมือนๆ กัน มันมีความคมที่เหนือกว่า ลับแล้วคมไม่ร่วง ทำให้เวลาเราโกนขนนั้น แค่ลูปคมมีดไปบนขนเพียงเบาๆ เท่านั้น ขนก็ขาดเรียบละครับ (เรียนอาจารย์โก้ครับ ไม่ทราบว่าเค้ารับตีทำเป็นมีดโกนหนวดได้ไหม? มันคมไม่แพ้มีดโกนหนวดยี่ห้อกินแล็ทรุ่นแพงๆ เลยละครับ ใครเคยใช้มีดโกนหนวดราคาถูกคงจะรู้ว่าความคมมันผิดกัน ) และมันยังสามารถกรดยางได้หลายต้นมากกว่ากันอีกด้วย
ผมมีคำถาม อ. โก้ สักหน่อย ตอนนี้ผมพบว่าบางต้น วันที่สามได้น้ำยางมากที่สุด บางต้นวันที่สองมากที่สุด บางต้นก็วันแรกมากที่สุด จากสาเหตุอะไรครับ? ช่วยแก้ไขมันได้ไหม? ตอนนี้บางต้นเริ่มเห็นแววน้ำยางออกมาดีมากๆ แล้วละครับ คือกรีดสองวันเราต้องแคะออก (วันนี้ผมกรีดวันที่สอง ตกใจเห็นน้ำยางเกือบล้นถ้วยอยู่หลายต้นแล้วละครับ) ไม่งั้นวันที่สามร้นจอกใบใหญ่สุดซะแล้วละครับ แล้วมีอยู่ต้นหนึ่งน้ำยางออกมาเป็นสีชมพูทุกวันเลยครับ อ. โก้ เคยพบแบบนี้บ้างไหม?
(http://s2.uppic.mobi/image-9115_4FD06015.jpg)
วันนี้ผมเอามีดที่ผมลับถ่ายรูปมาให้ดูด้วย ผมไม่สามารถลับได้โค้งมลเหมือนที่ อ. โก้ ทำมา (แนวเส้นสีแดง) ผมเลยฝนให้บางกว่าและปาดปลายคมมีดตรงๆ แบบในรูปน่ะครับ (แนวเส้นสีฟ้า) แต่รู้สึกว่ามันก็คมดี และเวลาคมครั้งต่อไป ก็แค่เอาหินละเอียดลูปเบาๆ ไม่กี่ครั้ง แล้วก็ฝนกับไขวาฬก็ใช้ได้แล้วละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-C0D2_4FD06015.jpg)
-
วันนี้ไปเอามีดของอาจารย์มาเทียบกับที่เราทำ คิดว่าได้ใกล้เคียงละ พอถ่ายภาพโคสอับมาทำให้เห็นว่ามุมคมมีดเราคงต้องให้แหลมคมมากขึ้น ถึงของ อ. โก้ จะหนา แต่ตรงปลาบมีคมที่บางกว่าอยู่เล็กน้อย (นี่แหละประโยชน์ของการเก็บรักษาตัวอย่างที่ดีๆ ของมีดอาจารย์ไว้)
(http://s2.uppic.mobi/image-D413_4FD2F0A7.jpg)
-
พอถ่ายภาพโคสอับมาทำให้เห็นว่ามุมคมมีดเราคงต้องให้แหลมคมมากขึ้น ถึงของ อ. โก้ จะหนา แต่ตรงปลาบมีคมที่บางกว่าอยู่เล็กน้อย
ของผมเป็นยางแก่ (ไม่เคยกรีดยางอ่อน) ต้องให้หนาไว้แบบนั้น ไม่งั้น"หน่อหัก"ง่ายครับ
สรุปแล้วมีดเบตงคมมีดทนดีกว่ามีดทุ่งสงซะแล้วละครับ
ไม่ทราบว่าเค้ารับตีทำเป็นมีดโกนหนวดได้ไหม?
ผมมีคำถาม อ. โก้ สักหน่อย ตอนนี้ผมพบว่าบางต้น วันที่สามได้น้ำยางมากที่สุด บางต้นวันที่สองมากที่สุด บางต้นก็วันแรกมากที่สุด จากสาเหตุอะไรครับ? ช่วยแก้ไขมันได้ไหม? ตอนนี้บางต้นเริ่มเห็นแววน้ำยางออกมาดีมากๆ แล้วละครับ คือกรีดสองวันเราต้องแคะออก (วันนี้ผมกรีดวันที่สอง ตกใจเห็นน้ำยางเกือบล้นถ้วยอยู่หลายต้นแล้วละครับ) ไม่งั้นวันที่สามร้นจอกใบใหญ่สุดซะแล้วละครับ
แล้วมีอยู่ต้นหนึ่งน้ำยางออกมาเป็นสีชมพูทุกวันเลยครับ อ. โก้ เคยพบแบบนี้บ้างไหม?
สรุปแล้วมีดเบตงคมมีดทนดีกว่ามีดทุ่งสงซะแล้วละครับ
ผมไม่เคยใช้มีด "ไทยทำ" (ทุ่งสง) ครับ เคยเล่าไปแล้วว่าหลังจากใช้มีดเบตงแล้วไม่เปลี่ยนยี่ห้ออีกเลย มีดไทยทำ เจ้าของบอกเองครับเป็น OEM ที่ต้องการให้เหมือนมีดเบตงครับ
แต่ที่ส่งไปเพราะจะได้ลองมีดหลายๆแบบ เผื่อถูกมือครับ ^-^
ผมมีคำถาม อ. โก้ สักหน่อย ตอนนี้ผมพบว่าบางต้น วันที่สามได้น้ำยางมากที่สุด บางต้นวันที่สองมากที่สุด บางต้นก็วันแรกมากที่สุด จากสาเหตุอะไรครับ?
ต้นยางยังตั้งหลักไม่ติดครับ....อธิบายยังไงดี....อยู่ในช่วงปรับตัวน่ะครับ ;D
ช่วยแก้ไขมันได้ไหม?
ไม่ต้องช่วยครับ เดี๋ยวผ่านไปอีกสักเดือน เช้าที่3จะมากที่สุด(เกือบ)ทุกต้นเองครับ....ปีถัดไปจะใช้เวลาน้อยกว่านี้ครับ หรือเช้าที่3จะออกมากที่สุดเลย ไม่มีช่วงปรับตัวแบบนี้ครับ
ตอนนี้เช้าที่3 ปริมาณน้ำยางเป็นอย่างไรบ้าง มากกว่าเช้าที่2(บ้าง)หรือยังครับ
แล้วมีอยู่ต้นหนึ่งน้ำยางออกมาเป็นสีชมพูทุกวันเลยครับ อ. โก้ เคยพบแบบนี้บ้างไหม?
ของผมตอนกรีดเองปีแรก เป็นแบบนี้อยู่หลายต้น เคยถามๆแล้ว คำตอบไม่ชัด แต่พอสรุป(ประมวลจากคำตอบของหลายๆคน)ได้ว่า ต้นยางถูกยาเร่งน้ำยาง หรือเป็นเชื้อรา 2อย่างนี้ครับ
เดี๋ยวหายเองครับ อาจเป็นอยู่ทั้งปีนะครับ ไม่ต้องตกใจ น้ำยางยังออกปกติครับ
ไม่ทราบว่าเค้ารับตีทำเป็นมีดโกนหนวดได้ไหม?
ส่วนใหญ่โรงตีมีดกรีดยางเค้าไม่รับทำ(อย่างอื่นทุกอย่าง)ครับ เคยถามเจ้านึงที่ผมเคยใช้อยู่ มีดคมมากๆๆๆๆ จนอยากให้เค้าตีเป็นมีดโกนแบบพี่นี่แหละครับ ;D
คิวยาวครับ เห็นเค้าทำงานแล้วเห็นใจ เลยเลิกใช้ไปครับ ;D ......น้ำหนัก+ขนาดด้ามไม่ได้ด้วยครับ ต้องมาโมเอา แต่เดิมๆนี่กรีดยางอ่อนดีมากๆครับ จำไม่ได้ว่า 180หรือ220บาท (เบตงตอนนี้ 100บาท)
ที่ไม่ส่งไป เพราะได้แค่ชุดแรกชุดเดียว พี่หาใช้ต่อลำบากน่ะครับ
วันนี้ผมเอามีดที่ผมลับถ่ายรูปมาให้ดูด้วย ผมไม่สามารถลับได้โค้งมลเหมือนที่ อ. โก้ ทำมา (แนวเส้นสีแดง) ผมเลยฝนให้บางกว่าและปาดปลายคมมีดตรงๆ แบบในรูปน่ะครับ (แนวเส้นสีฟ้า) แต่รู้สึกว่ามันก็คมดี และเวลาคมครั้งต่อไป ก็แค่เอาหินละเอียดลูปเบาๆ ไม่กี่ครั้ง แล้วก็ฝนกับไขวาฬก็ใช้ได้แล้วละครับ
กระบี่อยู่ที่ใจ ปรับเปลี่ยนท่วงท่าได้ตามสถานการณ์ ;D เยี่ยมครับ O0
กว่าผมจะคิดได้แบบพี่ ต้องเลียนแบบลักษณะมีดของคนอื่นสารพัดรูปแบบ กว่าจะรู้ว่าลักษณะมีดอยู่ที่กรีดแบบไหน+ถนัดแบบไหน เล่นเอาแทบร้องไห้เลยครับ 2f
เรื่องอื่นค่อยมาเล่านะครับ(รอกล้องอยู่ด้วย) ไม่มีภาพประกอบ
-
เรื่องฝนมีดนี่เป็นอะไรที่ผมคิดว่าผมคงทำไม่ได้แน่ๆ เลย ในช่วงแรกๆ ครับ ฝนเท่าไรมันก็ไม่ได้อย่างใจคิด คิดว่าชาตินี้เราคงต้องจ้างเค้าแน่ๆ แต่พอทำได้ก็คิดอีกอย่างว่ามันง่ายมากๆ ถ้าเราจับหลักได้ และนิ่งพอ (การทำซ้ำแนวเดิม เหมือนวงสวิงกอล์ฟ) แต่ผมก็ยังไม่หยุดคิดว่าจะพัฒนาไปเรื่อยๆ ครับ การลับมีดดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไรที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกได้ ซึ่งก็เหมือนการตีกอล์ฟอยู่อีกนั่นแหละ ผมคิดว่าการฝนมีดคล้ายลายเซนต์ครับ แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน การเขียนการตะหวัดมือให้มีลายเส้นออกมาจะแตกต่างกัน การฝนมีดก็เหมือนกัน ผมไม่สามารถทำโค้งแบบ อ. โก้ ได้เป็นแนวสะม่ำเสมอสวยงามได้ ผมมีสามารถแค่แทงมีดแบบตรงๆ เท่านั้น ซึ่งก็เหมือนๆ กับว่าผมเขียนวงกลมได้ไม่สวยคือมันอาจไม่ค่อกลมเหมือนกันทุกวงที่เขียน แต่ผมลากเส้นตรงหรือเส้นเฉียงทำมุมได้องศาและตรงเหมือนๆ กันได้ดีทุกๆ เส้นน่ะครับ
ตอนนี้น้ำยางวันที่สามเริ่มมีหลายต้นออกมาดีมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วละครับ ไม่น่าเชื่อเลย ตอนนี้น้ำยางเริ่มทำให้มีกำลังใจกรีดขึ้นมาอีกเยอะเลยครับ ตอนนี้มีพวกต้นที่กรีดสองวันเต็มถ้วยไซร์ใหญ่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ที่นี่ช่วงหน้าฝนหลายๆ คนก็ขายขี้ยางไม่ทำแผ่นกันเหมือนกันครับ (พวกขี่เกลียด) แต่ราคาตอนนี้ 35 บาท (เมื่อวานนี้ครับ อาทิตย์ก่อนยังขายได้ 50 บาทอยู่เลย) ถ้าราคานี้คงเก็บไว้ก่อนดีกว่า หรือต้องหาทางหาคนช่วยเก็บน้ำยางไปจ้างเค้ากรีดแผ่นละห้าบาทเองจะได้เก็บไว้ขายตอนราคาดีๆ (ผมเก็บเองไม่ไหวจริงๆ ครับ เคยลองวันเดียว ผมปวดหลังเป็นอาทิตย์ มันทรมานไม่คุ้มครับ แต่ตอนนี้คนงานเก็บถั่วได้วันละพันเค้าไม่มาเก็บให้เรา)
ทางโน้นฝนซาลงแล้วหรือครับ ผมขึ้นมาอยู่เมืองเหนือ ตอนแรกแรกก็ตกใจเรื่องของลมฤดูร้อนมากๆ เลยละ มันน่ากลัวมากๆๆๆๆๆๆ ผมไม่เคยเจอในภาคกลางและภาค ตะวันออก แบบนี้มาก่อนเลย ขอให้สวน อ. โก้ ปลอดภัยนะครับ
-
ได้รับกาแฟแล้วนะครับ แม่บ้านคิดว่าเป็นของDIY ;D เอาไปไว้ให้ในห้องเก็บของ (( ขอบคุณมากครับพี่
เรื่องปวดหลังเป็นกันแทบทุกคนครับ มากบ้างน้อยบ้างว่ากันไปตามอายุ-สังขารครับ
เดี๋ยวพอยางหน้าต่ำ ประมาณเอวลงมา ก็ปวดหลังอีกครับ(ไม่เก็บน้ำยางก็ปวด) ช่วงนี้จะใช้เวลาอยู่ราวๆ2เดือนครึ่ง-3เดือนครึ่ง
พอยางหน้านั่ง(ต้องนั่งยองๆกรีด)ก็จะปวดต้นขาอีกครับ(ถึงได้ถามว่าออกกำลังกายแบบไหนอยู่ และให้กระโดกบไว้แต่เนิ่นๆ ;D) ช่วงนี้ระยะเวลาราวๆ3เดือนครึ่งครับ
เสียดายของพี่ไม่ได้เปิดกรีดเองตั้งแต่ตอนแรก จะได้ยืดระยะออกไปได้อีกหน่อย อดทนหน่อยครับ (ผมคิดเอาว่า 3ปี-4ปี มีรอบเดียว ปวดซะให้คุ้ม 2f )
เรื่องความโค้งมนของคมมีด อยู่ที่แต่งหินครับ(ผมไม่ได้เขียนลงรายละเอียดเรื่องนี้ไว้) แต่
เมื่อลับไปนานเข้าๆหินจะทำให้คมมีดโค้งเองครับ....สาเหตุเพราะหินเป็นร่องครับ (โค้งจนรำคาญไปเลย ต้องแต่งหินใหม่ให้แบนๆ มีร่องหน่อยๆ) อันนี้ว่ากันที่คมมีดนะครับ
ถ้าพี่หมายถึงโค้งที่ "ริมคลอง" อันนั้นอยู่ที่ความหนาของหินครับ หินต้องดูอย่าให้ปลายของสันโด่งออกมา(เพราะไสหินไม่สุด)นะครับ ไม่งั้นปลายที่โด่งนั่นจะไปลบหน่อมีดครับ
เรื่องลับมีด คงไม่มีอะไรแนะนำแล้วครับ
-
ผมเป็นคนที่ชอบใช้หลังหมีดแนบกับต้น แนวของคมมีดที่ใช้งานจริงๆ จะพบว่าไม่ได้ออกไปจากเดือยของมีด ซะส่วนใหญ่ เพราะจากที่สังเกตุดีๆ แล้ว ยางผมเปลือกค่อนข้างบางมากๆ มีเพียงไม่กี่ต้นที่มันหนาถึง 4 มิลลิเมตร และส่วนมากเนื้อจะนิ่มกรีดผ่านเนื้อง่าย (หลังจากลับมีดได้ดีขึ้น มีความรู้ถึงความแตกต่างได้ชัดเจน) มีอยู่ไม่เกินสิบต้นที่เนื้อแข็งและสากมากๆ (มีคนบอกว่ายางพันธ์ 1001 จะเป็นแบบนี้ ซึ่งถ้าต้นยางเป็นแบบนี้ทั้งหมด การกรีดจะเหมื่อยมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยละ ตอนเริ่มกรีดใหม่ๆ ผมไม่เคยมีความรู้สึกจับได้ถึงความละเอียดอ่อนของความแตกต่างพวกนี้ละครับ ยิ่งกรีดยิ่งรู้ ยิ่งมีทักษะมากขึ้นจริงๆ ครับ นึกถึง อ. โก้ ที่เคยคุยๆ ถึงฟิลลิ่งพวกนี้มาแล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยเชื่อ แต่เดี๋ยวนี้เชื่อแล้วครับ)
ผมแปลกใจอยู่อีกอย่างที่หลายๆ คนบอกว่ายางกรีดปีแรกน้ำยางไม่ดี แต่มีต้นที่ผมเพิ่งจะกรีดปีนี้ น้ำยางดีกว่าหลายๆ ต้นที่กรีดมาแล้วสามปีซะอีกละครับ ถึงต้นมันจะเล็กกว่าพวกที่กรีดก่อนมัน แต่น้ำยางมากกว่าเป็นเท่าตัวเลยก็ยังมี (หรือต้นเก่ายังรอท่าที เพราะเปิดหน้ายางยังไม่ครบหนึ่งเดือน เนื่องจากมีการหยุดยาวถึงสามวันอีกด้วย นับจากวันหยุดยาวนี้ ได้กรีดต่อมาอีกแค่ 7 มีดวันนี้เอง) ผมเขียนลงในนี้ก็เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลของผมเอง และเผื่อเพื่อนที่สนใจได้อ่านกันนะครับ
วันนี้เป็นวัดกรีดวันที่หนึ่งหลังหยุดมาวันนึง หลายๆ ครั้งแล้วพบว่า ถ้ามีการหยุด แล้วเราเข้ามากรีดวันแรก จะพบว่าเยื่อเจริญปริแตกออกมาดังรูปบนซ้ายครับ เหมือนเราหยุดแล้ว น้ำยางมันเคยไหล เมื่อไม่มีทางออก ก็เลยละเบิดเป็นภูเขาไฟออกมาแบบนั้น ถ้าเป็นแบบนี้ พวกต้นพวกนี้ถ้ามีหลายๆ ต้นน่าจะจัดการกรีดเป็นกรีด 4 วันหยุดวันซะเลย (พูดเล่นครับ จริงๆ แล้วขี้เกลียดคงไม่ทำแน่ๆ)
-
เอาซะก่อนเผื่อลืม ;D คราวหน้าขอรูปหน้ายางแบบลอกขี้เส้นออกแล้วนะครับ แบบนี้ได้แค่เดา
เรื่องเปลือกบาง ของพี่ชายผม(ลูกพี่ลูกน้องที่สอนลับมีดให้ผม)ก็เป็นแบบพี่ว่ามา บ่นงุมงำอยู่เรื่องเปลือกบางด้วยครับ
ดินก็แบบเดียวกัน แต่ไม่ถึงปุ๋ย(ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง ปุ๋ยผสมเองบ้าง ฯลฯ) ของพี่ไม่ทราบประวัติสูตรปุ๋ย เลยเดาปัญหายากครับ
ของพี่แปลงนี้เป็น 600....ปกติ600เปลือกจะหนา หนาตั้งแต่เปลือกแรก ซ้ำเปลือก(ซ้ำหน้า)แล้วเปลือกก็หนาดี(มีอัตราการงอกใหม่ของเปลือกดี)...
เหลืออีก8-11ปีถึงจะซ้ำหน้า ยางต้นโตขึ้น(เร็วกว่าตอนที่ยังไม่เปิดกรีด)เปลือกก็หนาขึ้นเองครับ...ตอนนี้คงทำได้แค่ใส่ปุ๋ยให้ดีตามที่เคยคุยไว้แค่นั้นครับ
มาถึงเรื่องการกรีด
ของพี่ตีวงเลี้ยวแคบไปครับ...วงเลี้ยวที่ว่าหมายถึงส่วนของลำต้นที่มันโค้งน่ะครับ
ของพี่พอถึงส่วนโค้งปุ๊บ ก็หักเลี้ยวทันที แบบนั้นจะทำให้มีดกิน(บาด)หน้ายางที่กรีดไปเมื่อ1-4วันก่อนครับ
ที่ดีต้องกรีดตรงๆให้เลยส่วนโค้งมาหน่อยนึงแล้วค่อยหักเลี้ยวแบบกว้างๆครับ แต่ถ้ากรีดตรงๆเลยส่วนโค้งมามากไปหน้าจะห้อย(องศามาก) ต้องระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ไม่เป็นไรครับเพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน เดี๋ยวก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ
....
ของพี่ยังเกร็งๆอยู่กับเยื่อเจริญ...เอาแบบนี้ครับ ลืมเรื่องเยื่อเจริญไปก่อน กรีดให้ไม่เข้าแก่นก่อน
กรีดให้ขี้ไม้บางไว้ก่อน ผ่านไปสัก6มีด ให้ต้นยางปรับตัว :) ค่อยมาเปรียบเทียบปริมาณน้ำยางกับที่กรีดอยู่แบบนี้
อาจเปรียบเทียบอย่างไม่เป็นธรรมนัก(เพราะเข้าช่วงน้ำยางร่วงแล้ว) ถ้าได้ปริมาณน้ำยางเท่าๆกับตอนนี้ก้ใช้ได้แล้ว แต่ก็สบายใจได้ว่ากรีดได้บางและไม่เข้าแก่นครับ
พอรู้สึกว่าชินมือแล้ว ลองกรีดให้เข้าเยื่อเจริญ แล้วเปรียบเทียบปริมาณน้ำยางอีกที
จริงๆแล้วบ้านผมเค้าเรียก "ถึง(กระ)ดูก" หรือ"เข้า(กระ)ดูก" ซึ่งน่าจะตรงความหมายมากกว่า"ถึงแก่น"หรือ"เข้าแก่น) เพราะแก่นมันอยู่กลางลำต้น 2f แต่เข้าใจตรงกันแล้วก็ไม่เป็นไรครับ
น้ำยางที่ไหลออกมาจากแผลกรีดนั่นปกตินะครับ แม้ผ่านมาเป็นปีแล้วก็ยังไหลออกได้ครับ(เพราะมีรอยปริ-แผล ด้วยสาเหตุต่างๆ เช่นลมโยกจนแผลปริ โดนหินกระเด็นใส่ ฯลฯ)
ตอนนี้คอยสังเกตุปริมาณน้ำยางเช้าที่3 เปรียบเทียบกับเช้าแรก และเช้าที่2ไว้นะครับ
.........
ขอค้างเรื่องปาล์มเอาไว้ก่อนนะครับยังไม่มีกล้อง
-
เรียน อ. โก้ ครับ เมื่อเช้าไปกรีดยาง ไปพบคนรับจ้างกรีดยาง (โดยบังเอิญ) ที่ไปอยู่ใต้มาเกือบยี่สิบปี สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจาก อ. โก้ นั้น เค้าได้รับซึมทราบมาแล้วทั้งหมด เห็นด้วยและเข้าใจกับสิ่งที่ผมทำ และไม่เห้นด้วยกะสิ่งที่คนที่นี่ทำ คือเค้ารับกรีดให้กับเจ้าของสวนยางที่นี่เจ้าหนึ่ง ซึ่งเค้าต้องทำตามเจ้าของ โดยที่เค้าไม่เห้นด้วยเลยแม้แต่น้อย พอคุยกันแบบผมพูดออกมาเล็กน้อย เค้าเข้าใจไปหมดทุกอย่าง ก็เลยไม่ต้องคุยกันมาก แล้วผมรู้สึกยินดีมากที่เค้ารับกรีดให้ผมทั้งหมด (ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะให้เค้าทำแค่เป็นแผ่นเท่านั้น) คือผมมีความจำเป็นต้องหอบเครื่องคั่วกาแฟ ลงมาอยู่ที่อยุธยาเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่อยู่พอดี ช่วงนี้ผมคงปล่อยให้เค้ากรีดไปก่อน จากตามที่ อ. โก้ แนะนำ ช่วงหน้าหนาวผมค่อยกลับขึ้นมากรีดเองต่อละครับ คือผมก็ยังรักในการทำสวนยางด้วยตัวเองอยู่นะครับ แต่อาจทำไม่มากนัก พอเอาไว้ศึกษาและปรับปรุงสวนยางของผม ด้วยการสัมผัสกับของจริง ให้สวนยางของผมดียิ่งขึ้นไปอีกจากของชาวบ้านที่นี่
แต่ผมคงต้องขอคำปรึกษาต่อไปนะครับ วันนี้ไม่ได้เอากล้องไปพรุ่งนี้จะไปถ่ายรูปให้ครับ d_d :drunk
-
เอารูปมาให้ อ. โก้ วิจารย์ฝีมือการกรีดยางของผม ตามที่ อ. ขอมาครับ
-
เอารูปมาให้ อ. โก้ วิจารย์ฝีมือการกรีดยางของผม ตามที่ อ. ขอมาครับ
หน้ายางไม่เห็นเส้นวันเป็นธรรมชาติของการกรีดแบบหลังมีดเข้าหาลำต้นครับ
เส้นวันคือรอยกรีดที่เห็นและนับได้เลยว่ากรีดมากี่วันแล้วครับ
เริ่มหัดกรีดก็กรีดแบบนี้(ที่พี่กรีดอยู่)ก่อนถูกแล้วครับ พอชินมือดีแล้ว(กรีดไม่เข้าแก่น-หน้าสวย เป็นรอยกรีดสม่ำเสมอ-ไม่เป็นคลื่นเป็นลอน)ค่อยเปลี่ยนไปกรีดแบบเห็นเส้นวัน
คนที่กรีดดีๆเก่งๆจะกรีดเห็นเส้นวันกันทุกคน เพราะกรีดง่าย-เร็ว-ได้น้ำยางมากกว่า เปลือกยางงอกใหม่สม่ำเสมอกว่า ของผมเพิ่งกรีดแบบเห็นเส้นวันเอาเมื่อตอนกรีดเข้าปีที่3ไปแล้ว เพราะน้ำยาง%สูง"หาก"ง่ายครับ
กรีดแบบเห็นเส้นวันดีกว่าตรงที่ให้น้ำยางมากกว่า เพราะรอยกรีดจะสม่ำเสมอกว่ากันมาก(แต่ถ้าไม่เก่งจริง หรือ แบนมีด(ตะแคงมีดนิดๆ)มากเกินไปจะเข้าแก่นง่ายกว่า ถ้าน้ำยาง%สูงหน่อยก็"หาก"ง่าย)
................
หน้ายางของพี่ บอกได้ว่า "ซอยห่าง"ไปครับ แก้โดยกรีดแบบหักข้อมือครับ (แต่ตอนแรกๆจะเมื่อยข้อมือหน่อย) "ซอยถี่"ได้น้ำยางเท่าๆกับกรีดเห็นเส้นวัน แต่เปลือกงอกใหม่สู้แบบเห็นเส้นวันไม่ได้ครับ
...............
ลูกจ้างกรีดยาง หาคนที่ซื่อสัตย์ยาก(มาก)ครับ ต้องเตรียมใจกับเรื่องนี้ไว้หน่อย+ต้องเข้าไปดูบ่อยๆ(ปรามๆไว้ในตัว)
ของผมก่อนผมจะกรีดเอง เอาขี้เส้นขี้ไม้ใส่ถ้วยน้ำยางไว้ เพื่อให้ได้ขี้ยางมากๆ(ไม่ต้องแบ่งกับเจ้าของสวน) DRC อยู่ที่36-38 ขี้ยางแต่ละวันหิ้วกลับบ้านแขนห้อยเชียว
แต่พอผมกรีดเองขี้ยางแต่ละวันได้ไม่ถึงครึ่งถัง DRC ก็อย่างที่เห็นครับ 41-44ตลอดปี นี่ขนาดสวนอยู่ติดบ้านเลยนะครับ(แต่ไม่จ้ำจี้จ้ำไชอะไร)
ทางออกที่ดี ก็คุยกันก่อนให้หมดแต่เนิ่นๆครับ แบ่งอย่างไร-เท่าไหร่-จ้างอย่างไร ฯลฯ จะได้ไม่มีปัญหา แนะนำว่า ให้แบ่งขี้ยางด้วย ดูว่าเขี้ยวหน่อยแต่ป้องกันอะไรๆได้หลายอย่างครับ
-
สุดยอดจริงๆ ครับ ถูกต้องทุกอย่างเลยครับ ฝีมือผมคงห้าปีแหละถึงจะเอียงมีดได้ เคยลองดูแล้วมันยากมั๊กๆๆๆๆๆๆๆ (หมายถึงต้องกรีดแบบถูกต้องสมบูรณ์แบบนะ)
ผมไม่ถนัดซอยสั้นๆ น่ะครับ ชอบกระตุกยาวๆ มากว่า กลับมาจากบ้านที่อยุธยา ก็ว่าจะเข้าไปช่วยเค้ากรีดด้วย จะพยายามหัดหักข้อมือดูนะครับ
ขอข้อมูลที่เป็นตัวเลขเลยได้ไหมครับ เกี่ยวกับการจ้างน่ะครับ เช่นตอนนี้แบ่ง 60/40 เราออกค่าปุ๋ยแต่เค้าใส่ให้ คุยกันแค่นี้ ขอข้อมูลเป้นตัวเลขที่ละเอียดหน่อยนะครับ ผมไม่มีตัวเลขอยู่ในหัวเลยกะไม่ถูกครับ
-
ถ้าเอาใจผมเป็นที่ตั้งนะ ผมเอาแบบนี้ครับ
กรีดเองครึ่งนึง(คงราวๆ5-6ไร่? หรือใช้เวลากรีดประมาณ3ชั่วโมง) ที่เหลือจ้างเค้ากรีด อย่าให้น้อยกว่าครึ่งนึง ให้เค้าเก็บ+ทำแผ่นให้ทั้งหมด(ยังไม่ต้องให้ค่าแรงเก็บ+ทำแผ่นที่พี่กรีดเอง)
แบ่ง60/40 ขี้ยางแบ่งครึ่ง
น้ำส้ม+จักรรีดยางของเรา(จักรรีดยางต้องติดมอเตอร์ให้เค้าด้วย....ถ้าไม่มีไฟฟ้า ขอมิเตอร์เพื่อเกษตร)-ค่าไฟเราออก
ปุ๋ยเงินเรา-แรงเค้า-เอาไปส่งให้ถึงสวน
ถางหญ้าเครื่อง+น้ำมันของเรา-แรงเค้า(ถ้าจ้างออกคนละครึ่ง)
ตากยาง-เอายางมาเก็บในโรง+เอาขึ้นราว แรงเค้า โรงเรา
ถามเค้าดูก่อนไหวมั๊ย ถ้าไม่ไหวค่อยเพิ่มในส่วนจ้างเก็บ+ทำแผ่น(ในส่วนที่พี่กรีดเอง)คิดกันเป็นวันกรีด ไร่ละ10-15บาท ค่าทำแผ่น(พี่บอก)5บาท/แผ่น ตากยาง-เอายางมาเก็บในโรง+เอาขึ้นราวยังอยู่ที่เค้าทั้งหมด
แบบนี้จะมีรายได้เพิ่ม(จากการกรีดของตัวเอง และ จากการป้องปราม)วันกรีดหนึ่ๆงเป็นพัน ปีนึง(10เดือน กรีด3วันหยุด1วัน)ผมว่าเกิน2แสนครับ
ทำได้แบบนี้เจ้าของสวนจะมีรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว มากกว่าคนรับจ้างกรีดแน่นอนครับ
เรื่องเหนื่อย-ล้าไม่ต้องกลัวครับ กรีดอย่างเดียว พักนิดหน่อยก็หายแล้ว(อย่าเก็บเด็ดขาด) มีแรงไม่ง่วงซึม มีเวลาตอนกลางวันทำโน่นทำนี่ได้ปกติครับ(ลับมีดแค่10-15นาที) ที่สำคัญอย่านอนดึกมาก
.............
ดูๆเหมือน"เขี้ยว"นะ แต่ไม่เลยครับ ทำไม?
1. เป็นยางอ่อนกรีดง่าย-เร็ว-ไม่เหนื่อย จักรรีดยางก็ติดมอเตอร์ให้(ติดจักรทั้ง2ตัวก็ยังได้)
2. เป็นยางอ่อน กรีดได้(น้ำยางดี)ทุกต้น-เจ้าของดูแลใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ....หมายถึงเค้าจะได้เงินจากส่วนแบ่ง 60/40 ในจำนวนที่มากขึ้น(คืออย่ามองที่60/40 ขี้ยางแบ่งครึ่งอย่างเดียว)
3. ...ทั้งหมดที่ว่าไป เค้ามีรายได้มากกว่ากรีดแบ่ง 50/50 ขี้ยางได้เจ้าของสวน ของสวนอื่น(หรือยางแก่)เสียอีก
พี่เคยบอกว่าที่นั่นมีจ้างกรีดกันเป็นต้น อันนี้ได้ไม่คุ้มเสียครับ (กรีดไม่ดี/หน้ายางเสีย-ได้น้ำยางน้อย)
เป็นแค่แนวทางนะครับ
-
อ. โก้ ช่วยผมได้เยอะเลย เดี๋ยวจะเอาไปนิโคซิเอทดูครับ เค้าเคยอยู่ทางใต้มาเกือบยี่สิบปี น่าจะรู้ว่าทางโน้นจะคิดกันประมาณนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความคิดของเค้า
คนนี้กรีดยางดีมากๆ เมื่อเย็นมีญาติมาบอกว่า เค้าเคยเห็นคนนี้กรีดมาแล้ว ผิวหน้ายางเรียบเสมอดีมากๆ กรีดแล้วหน้าสวยที่สุดเท่าที่เค้าเคยเห็นมาเลยละ ทำให้ผมเบาใจไปได้เยอะ รอให้เค้ากรีดไปสักพักผมจะถ่ายรูปหน้ายางมาให้ดูครับ
-
สวัสดีครับพี่ pinij ผมเพิ่งเจอกระทู้นี้เกี่ยวกับยางพารา เพิ่งปลูกเสร็จไป 10 ไร่ เสร็จเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหลือที่อีก 16 ไร่ ต้องตัดยูคาออกก่อน กะจะปลูกให้หมด ช่วงเริ่มต้นนี้พี่มีอะไรจะแนะนำบ้างมั๊ยครับขอความรู้หน่อยครับ ประเภทมือใหม่ซิงๆๆ อย่างการบำรุงรักษาตอนแรกจะต้องทำอะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ
-
]v'vjkoc9jgibj,cidmujz,86pot8iy[ m6dvpjk'muj5k,vp^j.oouhmyh's,f8iy[ d_d :drunk
-
ขอบคุณครับ กว่าจะแกะลายแทงได้ ต้องกลับไปอ่านในหน้าแรกๆ เดี๋ยวมีอะไรผมขออนุมญาตปรึกษาน่ะครับ
-
เอ้า! ทำไม่มันเป็นซะอน่างนี้ ขออภัยตาไม่ค่อยดี มองไม่ชัดแล้วที่แย่คทอไม่ได้อ่านกดเอ็นเตอร์เลย แลเมื่อรีบด้วย
ขอให้อ่านที่ผมคุยกะ อ. โก้ นะครับ ทุกอย่างอยู่ในนี้แหละ และผมก็คิดที่จะปลูกอีกอยู่เหมือนกัน และมีความคิดแวกแนวอีกแระ...คือผมจะปลูกให้ช่องว่างระหว่างต้นเท่าๆ กัน คือ 4x4 หรือ 4.5x4.5 เมตร เพราะผมดูต้นยางที่หักแล้วพบว่า สวนที่ปวกตามแนวลมจะไม่หักเลยซักต้น ต้นที่ขวางลมจะหักกันเยอะ ทีนี้ปัญหาคือ ลมที่พัดแรงๆ นั้นมันมีสองทิศละซิ ประมาณตั้งฉากกันด้วย ดังนั้นต้นที่ว่าไม่หักในลมพายุมาวันแรก แต่ก็จะไปหักในครั้งที่สองตอนที่ลมเปลี่ยนทิศละครับ อ. โก้ คิดว่าการปลูกแบบสี่เหลี่ยมด้านเท่าจะมีปัญหาอะไรที่เห็นว่าไม่สมควรที่จะทำบ้างไหมครับ?
-
ถ้ารอบข้างแปลงปลูกเราปลูกสะเดาช้างไปพร้อมกันจะดีมั๊ยครับ สะเดาช้างโตเร็วมันจะช่วยกั้นลมได้มั๊ยครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-49D7_4FE3FE90.jpg)
เมื่อคืนลองโมปรีโฟโนที่ตีราคาไว้ 2 บาทมาโมใหม่ ผมว่าเสียงมันบางลงอย่างชัดเจน แต่มิติความความคมชัดมันเพิ่มขึ้น ทำไม่มันมีดีแต่ต้องมีเสียแบบนี้ทุกทีเลยนะ
คือผมถอดเอาซีที่เป็นอีเล็กโตไลท์ออก เอาซีสีส้มมาไว้ข้างบนแผ่นปรินท์ครับ ผมพยายามแกะวงจรออกมาตามรูป แต่จนด้วยเกล้าว่า สายตาผมไม่สามารถอ่านค่าอาร์ออกมาได้และตัวหนังสือไอซีด้วย มองเห็นแต่ค่าซีครับ แต่ถ้าใครสนใจผมจะไปหาแว่นขยายมาส่องให้ครับ
ผมลองเอามาขยายหัวเข็ม Dynavectoe 10x5 เป็นเอ็มซีไฮห์โวลท์ 2.5mV ผมคิดว่าเสียงมันออกมาเยี่ยมเลยทีเดียวละครับ ผมป้อนไปด้วยลิเนียร์เพาเวอร์ซับไฟย์ 5 โวลท์ ลองเพิ่มลดโวลท์ดูก็พบว่าไดนามิคเป็นมากขึ้นและลดลงตามโวลท์ (พอเพาร์เวอร์ผมปรับได้) ผมคิดว่ามันมีดีตรงนี้แหละคือประบไดนามิคได้ตามใจชอบ กะว่ากลับบ้านอยุธยา จะเอาไปชนกะปรีแคทซะหน่อย
สะเดาถ้าทนแรงลมได้มันก็น่าจะช่วยได้นะครับ
-
ห้องน้ำผมมาถึงนี่แล้ว ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะปูพื้นอ่างล้างหน้าเลยขอบผนังกำพงห้องหรือประตูดีไหม? หรือเอาอ่างแก้วใสวางเลยตรงประตูดังในรูปจะดีกว่า (อ่างแก้วซื้อมานานแล้วจะได้มีโอกาศเอามาใช้ซะทีด้วย) คุณสันติหรือเพื่อนๆ ช่วยตัดสินใจให้หน่อย
(http://s2.uppic.mobi/image-3E88_4FE407E0.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-6EB8_4FE407E0.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-DAF4_4FE407E0.jpg)
-
สวยทั้งสองแบบครับ วางเฉียงแบบนี้ยังไม่เคยเห็นใครทำ
พี่ต้องใช้อ่างแบบวางบนเค้าเตอร์เพราะไม่สามารถเจาะฝังก้นอ่างล้างหน้าแบบทั่วๆไปได้
ถ้าเป็นผมจะเลือกแบบที่ใช้ของที่มีอยู่แล้ว หรือถ้าต้องซื้อก็พยายามให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด
แกรนิโต้ขายกล่องละ 4 แผ่น ถ้าใช้ 60x60 จะมีรอยต่อให้เห็น ถ้าใช้ 80x80 หาซื้อยากกว่าและอาจจะมีเศษเหลือทิ้งมาก
ใช้หินแท้ (หินอ่อนหรือแกรนิต)สวยกว่าแต่ก็ดูแลรักษายาก นานๆไปจะเป็นคราบน้ำ
ยังไม่ได้วางท่อน้ำทิ้งของอ่างล้างหน้าใ่ช่ใหมครับ
-
ที่ต้องวางผนังห้องเก็บของนี้เฉียง ก็เพราะความจำเป็นครับ เพื่อพื้นที่รอบๆ โถซักโคกดูกว้างขวางขึ้น ถ้าทำเป็นห้องสี่เหลี่ยม ถ้าคนนั่งกางขากว้างๆ มันจะเกือบๆ ติดหัวเข่า ถ้าคนนั่งขายาวมากๆๆๆ พี่ก็เลยไม่เน้นความกว้างของห้องเก็บของนี้ ขอแค่เป็นที่รองรับอ่างและดูดีก็พอใจแล้วละครับ (ด้วยความจำเป็นเพราะห้องน้ำมันเล็กด้วย)
อ่างแก้วต้องวางก้นมันติดผิวกระเบื้องถูกต้องครับ ใช้แบบนี้ก็ดีอีกอย่างคือถ้าเราก้มแถวนี้ (เผื่อหาของที่ทำล่วง) เมื่อเงยขึ้นมาจะไปโดนขอบพื้นห้องนี้แล้วหัวแตก (ถ้าทำเป็นพื้นยื่นออกมา) เพราะอ่างที่เป็นแก้วมีส่วนที่เลยออกมา (ที่ขอบอ่างต้องเลยออกมาก็เผื่อไม่ให้เราต้องโค้งตัว ตามที่คุณสันติแนะนำมา) มันจะโค้งเป็นระฆังหงายขึ้น
แกนนิสโต้ 80x80 ต้องหาซะแล้วละครับ (เพิ่งรู้ว่ามีไซซ์นี้นะเนี่ย ทำไม? คุณสันติรู้เรื่องอุปกรณ์ทำบ้านเยอะจัง ปรึกษาไม่ผิดเวปเลยเรา) เดือนหน้าจะกลับบ้านอยุธยา อาจไปเดินหาแถวๆ หินกองครับ
ท่อระบายอยู่ตรงมุมล่างของท้ายอ่างอาบกับกำแพงครับ ใช้ท่อเดียวกัน พึ่งนึกได้ตอนหลังว่า เวลาล้างหน้า น้ำจากส่วนนี้จะไหลขึ้นสะดืออ่างอาบหรือเปล่า? แต่น่าจะแก้ปัญหาโดยปิดสะดืออ่างตอนไม่ใช้ตลอดเวลา หวังว่ามันคงไม่มีแรงดันไปยกที่ปิดขึ้นมานะ เพราะตรงสะดืออ่างล้างหน้าก็มีรูกันเศษผงทำให้น้ำไหลลงไม่แรงนัก คงต้องลุ้นกันอีกที่ตอนใช้งานละครับ การคิดทำอะไรเอง ไม่ดีตรงนี้แหละ มันมีบางอย่างที่เราไม่คาดคิด ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันตลอดเวลาครับ ดูเหมือนมันง่ายๆ แต่ทุกอย่างมีปัญหาซ่อนเร้นที่เราคาดไม่ถึงเยอะครับ (ไม่อยากปวดหัวจ้างมืออาชีพทำดีกว่าครับ) แต่ผมได้คำแนะนำดีๆ แบบที่ผมไม่คาดคิดและไม่ทราบมาก่อน จากคุณสันติและเพื่อนๆ ในนี้เยอะครับ
-
ถ้ารอบข้างแปลงปลูกเราปลูกสะเดาช้างไปพร้อมกันจะดีมั๊ยครับ สะเดาช้างโตเร็วมันจะช่วยกั้นลมได้มั๊ยครับ
เดี๋ยวนี้กองทุนฯ อนุญาตให้ปลูกพืชอื่นในสวนยางได้แล้ว(สำหรับสวนที่ขอทุนฯ)
ถ้าปลูกพร้อมกัน ต้องปลูกสะเดาช้าง(ทางนี้เรียกต้นเทียม)รอบๆแปลง ให้ห่างหน่อยครับ 2แถวยาง/เทียม 1ต้นครับ
ถ้าอยากปลูกเยอะ2-3ปีแล้วค่อยปลูกต้นเทียมตามหลังต้นยางครับ ต้นเทียมสู้ร่มต้นยางได้ ต้นยางสู้ร่มต้นเทียมไม่ได้ครับ
ยางที่อายุ5ปี หรือเปิดกรีดแล้ว ปลูกระหว่างแถวก็ได้ แต่ต้องห่างนิดนึง อย่างน้อย5ต้นยาง/เทียม1ต้น
15-20ปี โค่นต้นเทียมรับตังค์ได้แล้วครับ เชียร์ครับ
-
เอ้า! ทำไม่มันเป็นซะอน่างนี้ ขออภัยตาไม่ค่อยดี มองไม่ชัดแล้วที่แย่คทอไม่ได้อ่านกดเอ็นเตอร์เลย แลเมื่อรีบด้วย
ขอให้อ่านที่ผมคุยกะ อ. โก้ นะครับ ทุกอย่างอยู่ในนี้แหละ และผมก็คิดที่จะปลูกอีกอยู่เหมือนกัน และมีความคิดแวกแนวอีกแระ...คือผมจะปลูกให้ช่องว่างระหว่างต้นเท่าๆ กัน คือ 4x4 หรือ 4.5x4.5 เมตร เพราะผมดูต้นยางที่หักแล้วพบว่า สวนที่ปวกตามแนวลมจะไม่หักเลยซักต้น ต้นที่ขวางลมจะหักกันเยอะ ทีนี้ปัญหาคือ ลมที่พัดแรงๆ นั้นมันมีสองทิศละซิ ประมาณตั้งฉากกันด้วย ดังนั้นต้นที่ว่าไม่หักในลมพายุมาวันแรก แต่ก็จะไปหักในครั้งที่สองตอนที่ลมเปลี่ยนทิศละครับ อ. โก้ คิดว่าการปลูกแบบสี่เหลี่ยมด้านเท่าจะมีปัญหาอะไรที่เห็นว่าไม่สมควรที่จะทำบ้างไหมครับ?
ถี่เกินไปครับ มากด้วยครับพี่
ระยะห่างระหว่างแถวต่ำสุด6เมตรสำหรับดินเลว 8เมตรสำหรับดินดีจริงๆ แถวห่าง7เมตรกำลังสวย คนแถวบ้านที่ปลูกแถวห่าง6เมตรตอนนี้เปิดกรีดแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคิดผิด
1เส้น(40เมตร) แถวห่าง7เมตร ได้5แถว(เหลือด้านเข้าและออกไว้ด้านละ 2.5เมตร)
1เส้น(40เมตร) ระยะห่าง/ต้น3เมตร ได้ 13ต้น/แถว(เหลือไว้ด้านละครึ่งเมตร)
แต่ละร่องระหว่างแถวปลูกได้1ต้น 5แถวมีร่องระหว่างแถว4ร่อง ปลูกระหว่างแถวหัว ระหว่างแถวท้ายได้8ต้น
1ไร่(40X40เมตร)ปลูกระบบ7X3ได้ทั้งหมด73ต้น ปลูกระบบอืนก็คิดแบบนี้ครับ(เหลือเข้า-ออกต่ำสุด2เมตร กันคนนินทา ไปไหนมาไหนละแวกบ้าน(สวน)เดินยืดอกได้เต็มที่)
เรื่องลมไม่มีความรู้ครับ :D
-
อยากรู้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยครับ ว่าปลูกห่าง 6 เมตร แล้วมันแย่อย่างไรบ้าง? คืออยากรู้เพื่อหาทางแก้ไขครับ เพราะของผมก็ปลูกสวนใหม่ที่อยู่ไกล้บ้านห่างแค่ 6.5 เมตรเท่านั้น (ส่วนสวนใหม่ที่ตีนเขาก็ปลูกห่าง 7 เมตร)
แสงแดดไม่พอหรือครับ?
แต่ถ้ารากมีพื้นที่หากินไม่พอนี่ผมคิดว่าการใส่ปุ๋ยเพิ่มก็น่าจะช่วยได้นะครับ(?)
วันนี้ผมไปพบกับสวนที่เค้าปลูก 4.5x2.5 m เมตรมาแล้ว ยางสิปสองปีวัดรอบต้นได้สามคืบกว่าๆ ของผมกันเลยละครับ เห็นน้ำยางในถ้วยแล้วไม่ใช่น้อยๆ เลยด้วยเหมือนกัน มากกว่าของผมเยอะเลยละ เรื่องนี้อาจเป็นที่ที่ด้วยไหมครับ? คือสวนนี้ใกล้โรงเรียนลูก ขับรถผ่านมาหลายครั้งก็ให้รู้สึกว่าเค้าปลูกต้นมันติดกันจัง เลยลองไปเดินนับเก้าดู ซะจริงๆ (1 ก้าวของผม 1m +/- 0.05)
ทำให้ซักอยากลอง 4.5 คูณ 2.5 ดูบ้างซักสวนหนึ่งซะแล้ว เพราะที่ไม่ได้ไกลกันนักด้วย สภาพพื้นที่คล้ายๆ กันด้วย ที่ผมอยากจะลองเพราะสวนนี้ก็ใหญ่มากอยู่นะครับ เท่าที่ดูรอบๆ ไม่พบว่ามีต้นที่หักซักต้นเดียว (นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากได้ เพราะการที่ปลูกไปแล้ว 7-8 ปี สวนบางสวนหักกัน 10%-95% คือพันต้นหัก 100 ถึง 950 ต้น ก็เป้นเรื่องที่น่าเสียดาย ซึ่งถ้าปลูกถี่แล้งถึงมันจะให้น้ำยางน้อยไปซักนิด (คิดโดยรวมต่อไร่นะ ผมคิดว่ามากต้นกว่า ก็อาจมีโอกาศได้น้ำยางมากกว่านะครับ แต่ที่แน่ๆ สวนที่ผมไปดูวันนี้ เสียดายไม่พบเจ้าของสวน เค้าได้น้ำยางต่อไร่มากกว่าผมแน่นอนพันเปอร์เซนต์เลยละครับ) สวนนี้ทำให้ผมเป็นงงจริงๆ ?????????? เสียดายที่วันนี้ไม่ได้เอากล้องไป จะถ่ายรูปมาให้ได้ดูกันจะจะจะ!!!!!
-
ความจริงเรื่องนี้เคยบอกไปทีนึงแล้ว พูดซ้ำอีกทีก็แล้วกันนะครับ
ดินเลวปลูกถี่ ดินดีปลูกห่าง อยู่ที่ตรงนี้ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเป็นแบบข้างล่างเสมอไป
แถวห่าง6เมตร ได้จำนวนต้น/ไร่มากกว่าจริง
ได้ปริมาณน้ำยาง/ไร่มากกว่าไม่เสมอไป ทำไม? ช่วงยางยังเล็กอยู่ใบยางแต่ละแถวยังไม่เกยกันพอทำเนา แต่พอใบยางแต่ละแถวเกยกันแล้ว :cry2
จะรู้ได้อย่างไร? จากการสังเกตุต้นที่ซ่อมช้า(หรือต้นที่โตไม่ทันต้นอื่น)แล้วใบไป"ซอน"(แทรกอยู่ข้างล่าง)ใบของต้นสูงกว่า ตอนเล็กๆน้ำยางออกดี(เพราะยังโล่งอยู่)แต่โตขึ้นมาแล้ว :cry2 ลองสังเกตุดูนะครับ
อายุกรีดของยางตอนเล็กกับตอนโตต่างกันมากกกกครับ ทีนี้ยาง10ไร่ปลูกแบบ2.5X6 กรีด/เก็บ เพื่อให้ได้น้ำยางเท่ากับ 3-4ใน5ส่วน ของปลูก3X7 ไม่ใช่เรื่องสนุกนะครับ(เหนื่อยทั้งตัวทั้งใจ)
ต้นยางแน่น(จำนวนต้น/ไร่ มาก)หน้ายางแห้งช้ากว่า กรีดได้จำนวนวัน/ปีน้อยกว่า มีโอกาสเป็นรามากกว่า
ฯลฯ
กว่าจะได้ตัวเลข3X7 หรือ3X6ในพื้นที่ดินเลว(ส่วนใหญ่เป็นที่นา) ทั้งนักวิชาการศูนย์ทดลองฯทั้งเกษตรกร ทดลองให้เราแล้วเบ็ดเสร็จครับ
เรื่องแบบนี้ไม่ต้องไปพิสูจน์ซ้ำหรอกครับ ชาวบ้านชาวสวน(รวมทั้งสวนผลไม้)ทราบกันดีอยู่แล้ว ที่ยังปลูกๆกันอยู่ก็เพราะดื้อกันทั้งนั้นครับ
คำถามทิ้งไว้ให้คิดครับ...
ถ้าต้องการจำนวนต้น/ไร่มาก ทำไม่ไม่ปลูกให้ถี่กว่านั้นล่ะครับ 2.5X2.5 เพราะไหนๆ ระยะห่างแต่ละต้นก็ห่าง2.5 อยู่แล้ว
-
สวนที่ผมไปพบก็เป็นแบบที่ อ. โก้ ว่ามาเลยครับ ตอนนี้ต้นยังแค่สิบปี จากที่สังเกตดูยอดของมัน และยอดก็สูงมากๆ อีกด้วย และก็พบว่าใบมันไม่เกยกัน (ดูเหมือนกิ่งก้านและใบน้อยกว่าสวนผมเป็นเท่าตัว) ไม่เหมือนสวนของผมที่มีอายุแค่แปดปี ทั้งที่มีต้นที่ต่ำกว่าแต่ใบเกยซ้อนกัน กิ่งยอดและใบเยอะกว่ามากๆ ช่วงช่องว่างที่ห่างเจ็ดเมตรกิ่งใบก็ยังเกยซ้อนกัน
จากที่บอกมาเรื่องสวนที่ผมไปเจอนี้ พอช่วงสิห้าถึงสามสิบปีอาจได้น้ำยางลดลง ซึ่งช่วงนี้ควรเป็นช่วงที่ได้ผลผลิตสูงสุด
แต่ตอนนี้แย่จริงๆ ครับ ราคายางแบบนี้ผมคงให้คนกรีดทำแผ่นเก็บไว้รอราคาขึ้นซะแล้วละครับ ก็ไม่รู้เมื่อไรมันจะขึ้นถึงร้อยกว่าอีก แต่ก็มีดีบางอย่างกะผมเหมือนกัน คือเผื่อมีคนขายสวนที่กรีดได้แล้วราคาถูกลงมาอีก จะได้ช้อนซื้อซะ ไม่ต้องมาเลี้ยงต้นเล็กๆ ให้เสียเวลา
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A758_4FF2BA31.jpg)
ติดค้างไว้ว่าจะถ่ายรูปสวนที่ปลูกต้นชิดกันมากๆ มาให้ดูกันน่ะครับ วันนี้ไปเที่ยว รร ลูกชายมาเลยเวะถ่ายมาให้ดูครับ สวนนี้ดูแล้วก็เห็นว่ามีหลายไร่อยู่ แต่เจ้าของปลูกซะชิดกันไปเลย ระยะระหว่างเส้นทแยงมุมยังแค่ 3.8m เท่านั้นเองละครับ สวนนี้ผมคงต้องติดตามดู จนกว่าต้นมันจะถูกโค่นละครับ ผมคงไม่กล้าเสี่ยงปลูกชิดๆ แบบนี้ ณ เวลานี้ รออีกซักสิบห้าปี คือถ้าช่วงต่อไปนี้ถึงอายุต้นยาง 30 ปี คงได้ผลสรุปว่าสมควรทำตามหรือไม่ควร? O0 :giveup
-
เรื่องสวนยางผมได้อาจารย์ช่วยเหลือให้คำแนะนำจนได้รับความรู้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และผมได้ผ่านอุปสรรค์ต่างไปแล้ว โดยตอนนี้ยกให้มือหนึ่งของหมู่บ้านกรีดให้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว หากผมจะกลับมาสนุกกันต่อกับมันภายหลังค่อยมาว่ากันใหม่ หรือพบปัญหาก็จะยกขึ้นมาถามใหม่ ต้องของขอบพระคุณอาจารย์โก้มากๆ เลยครับ ที่ให้คำแนะนำดีกับผม ขอบคุณมากๆ อีกครั้งครับ
ตอนนี้ผมมีเวลากลับมาฟังเพลงอย่างมีสมาธิอีกครั้ง และรู้สึกว่าห้องฟังใหม่ที่บ้านเมืองเหนือนี้นั้น ให้ผมได้เปลี่ยนความคิดในเรื่องของการเล่นการฟังใหม่ ก็เลยอยากจะเอาประสบการณ์นี้มาเล่าให้เพื่อนฟัง เผื่อว่ามันอาจมีประโยชน์บ้างเล็กๆ น้อย ต่อเพื่อนในนี้นะครับ
ก่อนอื่นเลยผมเห็นชัดเจนเลยว่าโปรแกรมฟรีๆ ของ Foobar ยังฟังห่างจากโปรแกรมที่ต้องจ่ายตังค์ซื้อมาเป็นอย่างมากครับ แม้จะเซ็ทแบบเต็มที่แล้วก็ตาม เสียงมันจะทำกว่าโปรมซื้อเยอะมากๆๆๆ ที่จริงชุดก็ชุดเดิมๆ แต่เมื่อก่อนผมยังคลุมเครือถึงความแตกต่าง แต่เปลี่ยนห้องดีขึ้นนี่มันฟ้องเป้นอย่างมากเลยละครับ (แม้ห้องตอนนี้ยังไม่ได้ทำแบบสุดๆ นะครับ เพราะก็ยังพบบางความถี่ที่ยังมีล้นเกินอยู่บ้าง)
ใครเสียบซาวด็การด์เพิ่ม ขออย่าได้ลงตัวไดรว์เวอร์ของซาวด์เมนบอร์ดนะครับ ผมเอาออกแล้วมันเห็นผลดีขึ้นครับ (อ้อ! ลืมบอกไปว่าที่คุยคือการเล่นผ่านคอมป์นะครับ)
อีกข้อที่เห็นผลมากๆ อีกอย่างคือ การที่เรามีโวลลุ่มปรับเกนสองจุด คือของผมมีโวลลุ่มคอนโทรลที่ แพทซ์มิก ของ EMU1212m แล้วผมเล่นเพลงด้วย Wavelap มันก็มีโวลลุ่มให้อีกที่หนึ่งในการปรับความดังของเสียง เนื่องจากโวลลุ่มของ Wavelab มันปรับนิดเดียวก็ดังแรงมากๆๆ ปรับให้เสียงดังพอดีที่เราต้องการยากกกกกส์ ผมเลยไปลดเสียงโวลลุ่มที่ แพทซ์มิก ของ EMU1212m แล้วผมก็ไปเร่งดวลลุ่มที่ Wavelap มันมันระดับความดังได้ละเอียดดีมากๆ เลยในทีนี้ แต่.......................สิ่งที่พบกลับเรวร้ายลงคือ ต่อให้เร่งเสียงดังแรงมากๆ แต่เสียงขาดไดนามิค ความสดของเสียงหายไปเยอะมากๆ ที่เขียนมานี้ก็เพื่อถ้าใครมีโวลลุ่มสองที่แบบผม ให้ทดลองหาจุดเหมาะสมที่ชอบที่สุดดูเอานะครับ
สุดท้ายนี้มีภาพเล็กๆ น้อยที่เอาไปลงในเฟสบุ๊ก ก็เลยอยากจะเอามาลงในนี้ด้วยครับ รูปส่วนมากอธิบายด้วยตัวมันเองอยู่แล้วนะครับ ถ้าไม่เข้าใจก็เข้ามาคุยกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-DBAC_4FF7D055.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-A3D1_4FF7D055.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-4C8C_4FF7D055.jpg)
-
คนที่ผมจ้างกรีดมาหลายวันแล้ว เอามาให้อาจารย์โก้ดูหน่อย ผมว่าฝีมือเค้าใช้ได้เลยละครับ คือดีกว่าผมเยอะ
แล้วไปเจออีกสวนที่ผมเคยบอกให้ลดระยะกรีดให้เหลือ ¼ รู้สึกว่าเค้าเพิ่งจะทำได้สองสามครั้งเอง แต่ผมบอกไว้เป็นเดือนแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-5913_4FF7F7DB.jpg)
-
ความพิถีพิถันของคนเรามีไม่เท่ากัน ดังนั้นเครื่องเล่นแผ่นเสียงจึงไม่มีความจำเป็นสำหรับบางท่านครับ เหมือนกับรสชาติของกาแฟ ที่แต่ละคนย่อมมีความพิถีพิถันในการเลือกดื่มไม่เท่ากัน เช่นเดียวกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-4477_4FF90E55.jpg)
-
สวนที่ผมไปพบก็เป็นแบบที่ อ. โก้ ว่ามาเลยครับ ตอนนี้ต้นยังแค่สิบปี จากที่สังเกตดูยอดของมัน และยอดก็สูงมากๆ อีกด้วย และก็พบว่าใบมันไม่เกยกัน (ดูเหมือนกิ่งก้านและใบน้อยกว่าสวนผมเป็นเท่าตัว) ไม่เหมือนสวนของผมที่มีอายุแค่แปดปี ทั้งที่มีต้นที่ต่ำกว่าแต่ใบเกยซ้อนกัน กิ่งยอดและใบเยอะกว่ามากๆ ช่วงช่องว่างที่ห่างเจ็ดเมตรกิ่งใบก็ยังเกยซ้อนกัน
จากที่บอกมาเรื่องสวนที่ผมไปเจอนี้ พอช่วงสิห้าถึงสามสิบปีอาจได้น้ำยางลดลง ซึ่งช่วงนี้ควรเป็นช่วงที่ได้ผลผลิตสูงสุด
แต่ตอนนี้แย่จริงๆ ครับ ราคายางแบบนี้ผมคงให้คนกรีดทำแผ่นเก็บไว้รอราคาขึ้นซะแล้วละครับ ก็ไม่รู้เมื่อไรมันจะขึ้นถึงร้อยกว่าอีก แต่ก็มีดีบางอย่างกะผมเหมือนกัน คือเผื่อมีคนขายสวนที่กรีดได้แล้วราคาถูกลงมาอีก จะได้ช้อนซื้อซะ ไม่ต้องมาเลี้ยงต้นเล็กๆ ให้เสียเวลา
ข้อสงสัยและคำตอบอยู่ที่สวนนี้(ที่พี่ถ่ายรูปมา)หมดแล้วครับพี่...
ปลูกถี่ไป ก็จะเกิดปัญหาแบบนี้แหละครับ ต้น"หลวด"(สูงแต่ไม่โต)เหมือนคนมากๆอยู่ไปอยู่ในที่แคบๆก็ต้องเขย่งขึ้นสูดอากาศ...ต้นไม้อยู่ที่แคบๆ(บังแสงกัน)ก็ต้อง"หลวด"ขึ้นไปหาแสงครับ
คนมากๆอยู่ในที่แคบๆเบียดเสียดกัน ต้องหุบแขนหุบไหล่ ต้นไม้ก็เหมือนกันครับ กิ่งก้านแผ่ขยายไม่ได้ พอกิ่งก้านแผ่ขยายไม่ได้ใบก็น้อย ใบเปรียบเหมือนโรงครัว(เคยพูดไปแล้ว) โรงครัวไม่ดีอย่างอื่นก็แย่ตามครับ
.........
ดินเลวที่ว่าไว้ ผมยังไม่ได้ลงรายละเอียดไป
ดินเลวสำหรับปลูกยาง ชัดๆเลยก็เป็นดิน(ทำ)นามาก่อน...แล้วมันเป็นดินเลวได้ยังไง ธาตุอาหารน้อย?...ไม่ใช่ครับ
1. ที่นา ต้องยกร่องปลูกยาง(เพื่อกันเรื่องต้นยางจมน้ำ) หน้าดินถูกพลิกอยู่ข้างล่าง(ลึก) ระหว่างแถวก็ต้องเป็นท้องร่อง ลองนึกภาพตามนะครับ รากก็หากินได้แค่คันร่องเท่านั้น
2. ที่ๆขุดหน้าดินขาย อันนี้คงไม่ต้องอธิบายมากนะครับ
ดินเลวสำหรับต้นยางมีไม่มากครับ ให้ชัดจริงๆต้องวิเคราะห์ดิน ถ้าไม่วิเคราะห์ดินก่อนปลูก ให้ปลูกห่างไว้ก่อนดีที่สุดครับ
-
ผมยังติดตามอยากรู้เรื่องปริมาณน้ำยางเช้าที่3ของพี่อยู่นะครับ
ทางนี้ฝนตกหลายวันแล้ว เป็นฝนรำคาญ(ตกไม่หนัก)เสียมากกว่าครับ ก็เลยมีเวลาทำโน่นทำนี่ได้
นี่ก็ยกร่องปลูกผักเพิ่มอีกหน่อย....ผักก็เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องปลูกถี่ปลูกห่างครับ ;D
เอามาเป็นเรื่องเดียวกันได้เนอะ 2f
-
ผมขอแชร์ด้วยคนนะครับ อ่าน ๆ แล้ว อยากจะช่วยบอกในสิ่งที่ผมเจอครับ ส่วนตัวผมเองไม่มีสวนยางครับ แต่อาศัยอ่านมา ฟังมา เห็นมา สาเหตุหนึ่งที่ผมเจอของการโค่นล้มของยางมาจากต้นตอครับ
อธิบาย คือตอนนี้เราไม่มีเมล็ดยางพื้นเมืองมาเป็นต้นตอในการติดตานะครับหรือมีก็หายากมาก ๆ เพราะฉะนั้นแปลงเพาะต่าง ๆ ก็เอาเมล็ดที่ร่วงจากแปลงที่กรีดอยู่นั่นแหละมาเพาะชำ พอต้นโตได้ขนาดก็ไปเอาตาจากศูนย์เพาะชำตายาง หรือบางแปลงก็มีแปลงตาของตนเองซึ่งเป็นพันธ์ 600 บ้าง 251 บ้าง มาติดตาลงบนต้นตอที่เก็บเมล็ดที่ร่วงจากในแปลง ซึ่งเป็นเมล็ดของ 600 หรือ 251 เอง นั่นหมายถึง เขาเอายอด600 มาติดต้นตอ 600 หรือเอายอด 251 มาติด ต้นตอ600 แล้วผลที่ได้รับหลังเอายางมาปลูกคือ ระบบรากซึ่งเป็นของ 600 นั้นเป็นที่ทราบกันอยู่ครับว่า ไม่แข็งแรง โค่นล้มง่าย และค่อนข้างอ่อนไหวต่อโรค เลยทำให้เกิดปัญหาตามมาครับ ในเมื่อมีปัญหาก็ก็มีวิธีแก้ครับ หากบ้านใครมียางพื้นเมืองต้นเดิม ๆ เลือกเอาต้นที่ต้นสวย น้ำยางออกดีเก็บเมล็ดมันมาครับ ปลูกลงในหลุมเลยครับ พอโตได้ขนาดก็จัดการติดตาเป็น 600 หรือ251 ตามชอบครับ
-
ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้นะครับว่า แอมป์ตัวนี้สัญชาติล้านนา ตอนที่ขึ้นมาอยู่เมืองเหนือเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ผมตั้งใจทำแอมป์ตัวนี้เพื่อจะใช้ขับ QUAD ESL 63 ที่ Stack กันสองคู่ ดังนั้น QUAD II (ทำเรียนแบบนะ) แค่ 18W จึงขับได้ไม่เต็มที่ จึงคิดทำแอมป์ตัวนี้ขึ้นมา แต่มันไม่ได้ผลเพราะมันขับความถี่ลงมาได้ต่ำมากๆ ลำโพงควอดรับไม่ได้ มันดังพรึดๆ เวลาเสียงเบสต่ำๆ ออกมา (เจ้าแอมป์ควอดตัวเรียนแบบใช้เอาท์พุท Zebra เบสต่ำๆ ไม่มีจึงขับได้ดี แต่มันมีแรงน้อยไปหน่อย) มันจึงถูกเก็บยาวมาเกือบห้าปีหลังจากใช้ไปไม่ถึงสิบซั่วโมง
วันนี้ผมเอา 6550 ของ GE และ 12BH7 ของ Synvania (ยังหาเบรกเพลทของยุโรบไม่พบ มาจะเอามาแทนดูอีกที) 7308 เป็นไวท์ลาเบลของเอ็มเฟอร์เร็ก มาใส่ลงไปและเบรินมาได้สองอาทิตย์กว่าๆ แบบไม่ปิดกันเลยละ วันแรกๆ ฮัมหึงเลย แต่ตอนนี้ ต้องเอาหูแนบลำโพงถึงจะได้ยินเสียงฮัมและซ่าๆ เบาๆ ครับ
งันนี้ผมเลยเอาความชอบส่วนตัวมารายงานผลของแอมป์ทั้งสามตัวที่ผมเคยใช้ฟังมาค่อนข้างเป็นเวลานานจะจำเสียงของมันขับลำโพงโฟกัสสะแต็กนี้ได้เป็นอย่างดี และเทียบกับตัวใหม่นี้มาให้อ่านเพื่อเป็นแนวทางในการคิดจะทำหรือจะซื้อแอมป์มาใช้กันนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-AD45_4FFBAA17.jpg)
เรื่องยางเดี๋ยวมาคุยต่อครับ
-
อ. โก้ พูดถึงเอานามาทำสวนยาง ผมคิดถึงบ้านที่ อย เลยละ ถ้าผมจะปลูกยางโดยยกร่องสูงขึ้นมาแค่ 50 เซนต์นี่ ถือว่าพ้นน้ำไปแล้วประมาณ 20 เซนต์เลยละครับ ว่าแต่ระดับน้ำใต้ดินแถวบ้านผม จากที่เคยขุดบ่อลึก 6 เมตร์ มาไร่นึง จะพบว่ามีน้ำซึมเข้ามาห่างจากผิวดิน 2.5 เมตร์เห็นจะได้ ไม่ทราบว่ามันจะสามารถเอามาปลูกยางได้ไหมครับ? หรืออากาศไม่หนาวพออีก?
ตอนนี้ปริมาณน้ำยางวันที่สองกับวันที่สามใกล้เคียงกันแล้วครับ (ได้แค่นี้ก็เยี่ยมมากละครับ) ก็คงเพราะเหตุนี้แหละ เจ้าของสวนที่ผมเคยไปบอกให้กรีดสามหยุดหนึ่ง แล้วก็ลดหน้ายางเหลือ ¼ เค้าถึงพึ่งจะทำตามเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง เมื่อก่อนเค้ากรีดวันเว้นวันอยู่ ปรากฏว่าสรุปยอดเดือนนึง ผมได้น้ำยางมากกว่าเค้าอีกละครับ
แถวเมืองเหนือไม่มีต้นแม่เป็นยางพื้นเมืองละครับ คงต้องให้อาจารย์หาเม็ดแล้วเพราะไปจ้างเค้าติดตาให้ละครับ
-
ใครที่คิดว่าคนฟังแผ่นเสียงที่อัดมายุคโบราณเมื่อ 50 60 ปีโนจะไม่ได้ยินเสียงที่ความถี่ 20kHz กัน เพราะคิดแบบผิดๆ ไปว่าแผ่นเสียงไม่สามารถเก็บความถี่ได้เพียงพอ หรือ หัวเข็มจะไม่สามารถเก็บเอาความถี่ถึงขนาดนี้ขึ้นมาจากแผ่นเสียงได้ นั้น เป็นความคิดที่ผิดครับ
แต่ขอบอกซะก่อนว่าจริงแล้วทั้งแผ่นและหัวเข็มดีๆ สามารถเก็บความถี่ได้ถึง 50kHz กันมานานแล้วละครับ
วันนี้ผมนั่งฟังเพลงที่อัดมาจากแผ่นเสียงด้วยฟอร์แมท 24/192 เอามาเพลย์เบคฟังไปพร้อมกับดู Spectrum Plot ไปด้วย มันเห็นออกมาชัดเจนว่าตนสมัยหกสิบปีที่แล้วเค้าอัดเพลงกันไว้ได้ครอบคลุมเสียงที่หูของมนุษย์เราได้ยินกันแล้วละครับ เลยเอามายืนยันให้ดูกันน่ะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-763D_500249F5.jpg)
-
เดี๋ยวบางคนจะหาว่าที่สะเป็กตั้มโชว์แอมปิจูดที่ 20kHz นั้นมันเป็น Noise ไปซะ ผมเลยเอาเพลงจากแผ่นเสียงที่อัดมาด้วยกัน เอามาเทียบให้ดูกันด้วยนะครับ
ภาพสะเป็คตั้มข้างบนอันแรกนั้นเป็นเพลงคลาสสิก ที่ซึ่งเมื่อก่อนนี้ (ยุคฟิ๊พตี้ท์) การอัดเพลงคลาสสิกจะทำกันแบบเศรษฐีทำคือใช้แต่อุปกรณ์การอัดดีๆ ระดับสุดยอดมาใช้ แต่พวกเพลงป๊อปอาจจะอัดกันตามห้องในตึกแถวเล็กๆ ใช้อุปกรณ์ราคาถูกกว่า ผลจึงออกมาว่าเพลงป๊อปยุคนั้น แม้แต่เพลงของคลิฟริชาดท์ก็ยังอัดกันด้วยความถี่ช่วงแคบๆ ไม่พบว่ามีความถี่สูงถึง 20kHz เหมือนกับแผ่นเพลงคลาสสิก
แต่เพลงแจ็สที่คนฟังระดับสูงขึ้นมาก็จะอัดกันดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเหมือนกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-8787_50026147.jpg)
-
วันนี้ผมลองโมใส่ซีออยล์ไบเค็บเข้าไปในวงจรตรงจุดขาออกของปรีโฟโน่ (ที่มีราคา 2 บาท) ดูครับ ผมก็ว่าเสียงมันทึบลง เลยหาวิธีคอนเฟิร์มหูของตัวเอง เครื่องมือวัดก็สามารถบอกเราได้ว่าเสียงมันทึบจริงๆ นะครับ บางคนอาจไม่เชื่อถือเครื่องมือวัดพวกนี้ แต่ผมคิดว่าถ้าเรารู้จักใช้มัน มันสามารถเปรียบเทียบเสียงของเครื่องที่เราทำกันได้ละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-223D_5005766E.jpg)
-
อ. โก้ พูดถึงเอานามาทำสวนยาง ผมคิดถึงบ้านที่ อย เลยละ ถ้าผมจะปลูกยางโดยยกร่องสูงขึ้นมาแค่ 50 เซนต์นี่ ถือว่าพ้นน้ำไปแล้วประมาณ 20 เซนต์เลยละครับ ว่าแต่ระดับน้ำใต้ดินแถวบ้านผม จากที่เคยขุดบ่อลึก 6 เมตร์ มาไร่นึง จะพบว่ามีน้ำซึมเข้ามาห่างจากผิวดิน 2.5 เมตร์เห็นจะได้ ไม่ทราบว่ามันจะสามารถเอามาปลูกยางได้ไหมครับ? หรืออากาศไม่หนาวพออีก?
ตอนนี้ปริมาณน้ำยางวันที่สองกับวันที่สามใกล้เคียงกันแล้วครับ (ได้แค่นี้ก็เยี่ยมมากละครับ) ก็คงเพราะเหตุนี้แหละ เจ้าของสวนที่ผมเคยไปบอกให้กรีดสามหยุดหนึ่ง แล้วก็ลดหน้ายางเหลือ ¼ เค้าถึงพึ่งจะทำตามเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง เมื่อก่อนเค้ากรีดวันเว้นวันอยู่ ปรากฏว่าสรุปยอดเดือนนึง ผมได้น้ำยางมากกว่าเค้าอีกละครับ
แถวเมืองเหนือไม่มีต้นแม่เป็นยางพื้นเมืองละครับ คงต้องให้อาจารย์หาเม็ดแล้วเพราะไปจ้างเค้าติดตาให้ละครับ
ที่ทำนาเดิม จะยกร่องปลูกยาง เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ กว่าจะได้ผลดี ก็ต้องโค่นปลูกใหม่รอบ2ไปแล้ว ถ้ามีแหล่งขาย ปาล์มจะเหมาะกว่าครับ ถ้าจะทำจริงๆ ผมไม่มีคำแนะนำใดๆครับ จนปัญญา คนที่ทำอยู่เพราะทำไปแล้วก็ทนๆเอาครับ
เรื่องเม็ดยางพาราพื้นเมือง+กิ่งตาพันธุ์เป็นธุระให้ได้ครับ ยินดีครับ
-
อ. โก้ ว่าจะเอาเรื่องสวนปาร์มมาคุย รอฟังอยู่นะครับ บ้านผมที่ อย ติดเขต สระบุรี น้ำไม่ท่วม น่าลงปาร์มไหมครับ?
-
อ. โก้ ว่าจะเอาเรื่องสวนปาร์มมาคุย รอฟังอยู่นะครับ บ้านผมที่ อย ติดเขต สระบุรี น้ำไม่ท่วม น่าลงปาร์มไหมครับ?
พยามรวบรวมข้อมูลอยู่น่ะครับ ที่มี(ความรู้)อยู่ตอนนี้น้อยมากๆครับ
รวบรัดตัดความไปที่ ที่นาปลูกปาล์มดีกว่ายางฯ,ที่ดินมากปลูกปาล์มดีกว่ายาง(ระบบจ้างทั้งหมดเหมือนกัน)ก่อนนะครับ
-
อยากทราบข้อเท็จจริงจากเจ้าของสวนตัวจริงมากกว่านักวิชาการนะครับ คืออยากทราบผลผลิตต่อไร่ ของในแต่ละปีเท่าไรครับ ขอเป็นช่วงตั้งแต่เริ่มเก็บผลจนต้องตัดต้นทิ้งนะครับ ที่อำเภอก็มีโรงงานผลิตน้ำมันจากรำข้าวอยู่หลายโรง ถ้าชวนพวกเพื่อนบ้านปลูกกันเยอะๆ โรงงานอาจเพิ่มไลน์มาผลิตจากน้ำมันปาร์มบ้างนะ? แต่คิดว่าพื้นที่ ที่ไม่ได้โดนน้ำท่วมแบบของผมคงมีให้ปลูกปาร์มได้ไม่มากนัก (อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม? ถ้าได้ก็จะมีพื้นที่เพิ่มเข้ามาอีกพอสมควรครับ)
คือผมอยากจะเอาพื้นที่นามาทำสวนซักครึ่งนึงเหมือนกัน (ถ้าแถวบ้านผมปลูกปาร์มได้ คนทำนาจะได้ลดลง ราคาข้าวจะได้สูงขึ้นมากๆ) อยากกระจายความเสี่ยงอีกด้วยเพราะผมจะได้มีสามรายได้ ถ้าอะไรมันตกต่ำ เช่นกรณีถ้ามันต่ำสองอย่างที่เราปลูก ก็น่าจะมีอะไรที่มันสูงอยู่ซักอย่างนึงก็ยังดี คือผมไม่คิดที่จะให้ลูกๆ เข้าทำงานบริษัทแบบผมอีกแล้ว
คนทำบริษัทเป็นลูกจ้างไม่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัวมากนัก ถ้ารับเงินเดือนแสนกว่าบาท ผมคิดว่ามีสวนยางแค่ 20 ไร่ ยังมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุขมากกว่ากันเยอะครับ ผมขอให้แค่ลูกมีการศึกษาที่ดี เพื่อจะมีวิสัยทัศน์ที่ดี แค่นั้นผมคิดว่าเค้าใช้ชีวิตได้มีความสุขมากกว่าการเป็นลูกจ้าง
-
อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม
ถ้าถามมาอย่างนี้พอตอบให้ได้ครับ คือไม่ทราบจะเรียบเรียงอย่างไร
ทนได้ครับ เคยเห็นที่ นาท่วมเหนือ ตรัง เส้น403 จมน้าอยู่เป็น10วัน ยังไม่ตายครับ
ปาล์มปลูกง่ายเหมือนปลูกมะพร้าว ไม่ต้องขุดหลุมก็ยังได้ แต่การดูแลรักษาหลังปลูกแล้ววุ่นวายกว่ายางฯมาก เพราะศัตรูเยอะกว่า ทั้งหนูทั้งแมลง
ปาล์มปลูกเป็นแถวเหมือนยางฯ แต่จะออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะห่างแต่ละต้นทั้งแถวเดียวกันและแถวถัดไปห่าง9เมตรเท่ากันหมดครับ
แถวแต่ละแถวห่างกัน 7.8เมตร เมื่อคิดตามสูตรสามเหลี่ยมมุมฉาก(ท..พีธากอรัส) ก็จะได้ประมาณ9เมตร แถวที่2จะร่นเข้ามา4.5เมตร แถวที่3ตรงกับแถวแรก เป็นแบบนี้สลับไปเรื่อยๆครับ
. . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
-
อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม
ถ้าถามมาอย่างนี้พอตอบให้ได้ครับ คือไม่ทราบจะเรียบเรียงอย่างไร
ทนได้ครับ เคยเห็นที่ นาท่วมเหนือ ตรัง เส้น403 จมน้าอยู่เป็น10วัน ยังไม่ตายครับ
ปาล์มปลูกง่ายเหมือนปลูกมะพร้าว ไม่ต้องขุดหลุมก็ยังได้ แต่การดูแลรักษาหลังปลูกแล้ววุ่นวายกว่ายางฯมาก เพราะศัตรูเยอะกว่า ทั้งหนูทั้งแมลง
ปาล์มปลูกเป็นแถวเหมือนยางฯ แต่จะออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะห่างแต่ละต้นทั้งแถวเดียวกันและแถวถัดไปห่าง9เมตรเท่ากันหมดครับ
แถวแต่ละแถวห่างกัน 7.8เมตร เมื่อคิดตามสูตรสามเหลี่ยมมุมฉาก(ท..พีธากอรัส) ก็จะได้ประมาณ9เมตร แถวที่2จะร่นเข้ามา4.5เมตร แถวที่3ตรงกับแถวแรก เป็นแบบนี้สลับไปเรื่อยๆครับ
. . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
ปลูกแบบสามเหลี่ยมมุมฉากกับสีเหลี่ยมจัตุรัสมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ
-
อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม
ถ้าถามมาอย่างนี้พอตอบให้ได้ครับ คือไม่ทราบจะเรียบเรียงอย่างไร
ทนได้ครับ เคยเห็นที่ นาท่วมเหนือ ตรัง เส้น403 จมน้าอยู่เป็น10วัน ยังไม่ตายครับ
ปาล์มปลูกง่ายเหมือนปลูกมะพร้าว ไม่ต้องขุดหลุมก็ยังได้ แต่การดูแลรักษาหลังปลูกแล้ววุ่นวายกว่ายางฯมาก เพราะศัตรูเยอะกว่า ทั้งหนูทั้งแมลง
ปาล์มปลูกเป็นแถวเหมือนยางฯ แต่จะออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะห่างแต่ละต้นทั้งแถวเดียวกันและแถวถัดไปห่าง9เมตรเท่ากันหมดครับ
แถวแต่ละแถวห่างกัน 7.8เมตร เมื่อคิดตามสูตรสามเหลี่ยมมุมฉาก(ท..พีธากอรัส) ก็จะได้ประมาณ9เมตร แถวที่2จะร่นเข้ามา4.5เมตร แถวที่3ตรงกับแถวแรก เป็นแบบนี้สลับไปเรื่อยๆครับ
. . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
น่าสนแฮะ! เดี๋ยวกลับบ้าน อย ครั้งนี้ ต้องลองสอบถามหาเพื่อนร่วมด้วยซักสองสามเจ้าดูก่อนนะครับ ถ้ามีคนเอาผมก็คิดว่าน่าลุยเหมือนกัน คงจะดีกว่าปลูกข้าวปีละสองครั้งละมังครับ?
-
อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม
ถ้าถามมาอย่างนี้พอตอบให้ได้ครับ คือไม่ทราบจะเรียบเรียงอย่างไร
ทนได้ครับ เคยเห็นที่ นาท่วมเหนือ ตรัง เส้น403 จมน้าอยู่เป็น10วัน ยังไม่ตายครับ
ปาล์มปลูกง่ายเหมือนปลูกมะพร้าว ไม่ต้องขุดหลุมก็ยังได้ แต่การดูแลรักษาหลังปลูกแล้ววุ่นวายกว่ายางฯมาก เพราะศัตรูเยอะกว่า ทั้งหนูทั้งแมลง
ปาล์มปลูกเป็นแถวเหมือนยางฯ แต่จะออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะห่างแต่ละต้นทั้งแถวเดียวกันและแถวถัดไปห่าง9เมตรเท่ากันหมดครับ
แถวแต่ละแถวห่างกัน 7.8เมตร เมื่อคิดตามสูตรสามเหลี่ยมมุมฉาก(ท..พีธากอรัส) ก็จะได้ประมาณ9เมตร แถวที่2จะร่นเข้ามา4.5เมตร แถวที่3ตรงกับแถวแรก เป็นแบบนี้สลับไปเรื่อยๆครับ
. . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
ช่วยเสริมอาจารย์โก้
ทนได้ครับยกเว้นท่วมถึงยอดปาล์ม 3 วันก็ไม่รอดแล้วครับ ถ้าท่วมถึงลูกปาล์ม ลูกเน่าหมดครับ
อยากทราบว่ามันพอทนน้ำท่วมซักอาทิตย์นึงได้ไหม
ถ้าถามมาอย่างนี้พอตอบให้ได้ครับ คือไม่ทราบจะเรียบเรียงอย่างไร
ทนได้ครับ เคยเห็นที่ นาท่วมเหนือ ตรัง เส้น403 จมน้าอยู่เป็น10วัน ยังไม่ตายครับ
ปาล์มปลูกง่ายเหมือนปลูกมะพร้าว ไม่ต้องขุดหลุมก็ยังได้ แต่การดูแลรักษาหลังปลูกแล้ววุ่นวายกว่ายางฯมาก เพราะศัตรูเยอะกว่า ทั้งหนูทั้งแมลง
ปาล์มปลูกเป็นแถวเหมือนยางฯ แต่จะออกมาเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะห่างแต่ละต้นทั้งแถวเดียวกันและแถวถัดไปห่าง9เมตรเท่ากันหมดครับ
แถวแต่ละแถวห่างกัน 7.8เมตร เมื่อคิดตามสูตรสามเหลี่ยมมุมฉาก(ท..พีธากอรัส) ก็จะได้ประมาณ9เมตร แถวที่2จะร่นเข้ามา4.5เมตร แถวที่3ตรงกับแถวแรก เป็นแบบนี้สลับไปเรื่อยๆครับ
. . . . . . . . . .
. . . . . . . . .
ปลูกแบบสามเหลี่ยมมุมฉากกับสีเหลี่ยมจัตุรัสมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ
ปาล์มยึดถือการไม่ซ้อนทับกันของทรงพุ่มเป็นหลัก แนวปลูกที่ดีที่สุดคือ ตั้งแถวเหนือ-ใต้ แต่ละต้นได้รับแสงอย่างเพียงพอ ด้วยระยะทรงพุ่มที่เท่ากัน ปลูกรูปสามเหลี่ยมจึงได้จำนวนต้นมากกว่าครับ
อาจจารย์โก้บ้านอยู่แถวไหนครับ ผมไปนคร 3 เดือนครั้ง เผื่อหนีเมียไปเที่ยวบ้าง ;D
-
ผมขอแชร์ด้วยคนนะครับ อ่าน ๆ แล้ว อยากจะช่วยบอกในสิ่งที่ผมเจอครับ ส่วนตัวผมเองไม่มีสวนยางครับ แต่อาศัยอ่านมา ฟังมา เห็นมา สาเหตุหนึ่งที่ผมเจอของการโค่นล้มของยางมาจากต้นตอครับ
อธิบาย คือตอนนี้เราไม่มีเมล็ดยางพื้นเมืองมาเป็นต้นตอในการติดตานะครับหรือมีก็หายากมาก ๆ เพราะฉะนั้นแปลงเพาะต่าง ๆ ก็เอาเมล็ดที่ร่วงจากแปลงที่กรีดอยู่นั่นแหละมาเพาะชำ พอต้นโตได้ขนาดก็ไปเอาตาจากศูนย์เพาะชำตายาง หรือบางแปลงก็มีแปลงตาของตนเองซึ่งเป็นพันธ์ 600 บ้าง 251 บ้าง มาติดตาลงบนต้นตอที่เก็บเมล็ดที่ร่วงจากในแปลง ซึ่งเป็นเมล็ดของ 600 หรือ 251 เอง นั่นหมายถึง เขาเอายอด600 มาติดต้นตอ 600 หรือเอายอด 251 มาติด ต้นตอ600 แล้วผลที่ได้รับหลังเอายางมาปลูกคือ ระบบรากซึ่งเป็นของ 600 นั้นเป็นที่ทราบกันอยู่ครับว่า ไม่แข็งแรง โค่นล้มง่าย และค่อนข้างอ่อนไหวต่อโรค เลยทำให้เกิดปัญหาตามมาครับ ในเมื่อมีปัญหาก็ก็มีวิธีแก้ครับ หากบ้านใครมียางพื้นเมืองต้นเดิม ๆ เลือกเอาต้นที่ต้นสวย น้ำยางออกดีเก็บเมล็ดมันมาครับ ปลูกลงในหลุมเลยครับ พอโตได้ขนาดก็จัดการติดตาเป็น 600 หรือ251 ตามชอบครับ
จริงของป๋าT ครับ ต่อให้อีกนิด เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ารากแก้วของไม้ยืนต้นเป็นเสมือนเสาเข็มของบ้าน ยางพาราปัจจุบัน โดนตัดรากแก้วหลังจากติดตาประมาณ 1 เดือนแล้วจึงนำมาชำถุง เหลือรากแก้วแค่ศอก โดยเฉพาะ251 ทรงพุ่มใหญ่ ล่าสุดของผมโดนไป 56 ต้น ร้องไม่ออกครับท่าน ที่สำคัญที่สุดเกือบทุกแปลงกล้ายางใช้ยาฆ่าหญ้าแบบดูดซึมแทบทุกเดือน ผมยังเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้ยางชำถุงอ่อนแอลงทุกวัน
-
ปลูกแบบสามเหลี่ยมมุมฉากกับสีเหลี่ยมจัตุรัสมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ
ปาล์มต้องโดนแดดจัดๆถึงจะออกลูก ลูกใหญ่
ข้อดีของการปลูกรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ก็คือไม่ว่าจะมองทางไหนแต่ละต้นจะห่างกัน 9เมตรเท่ากันหมด โอกาสรับแสงเท่ากันทุกต้นครับ
อาจจารย์โก้บ้านอยู่แถวไหนครับ ผมไปนคร 3 เดือนครั้ง เผื่อหนีเมียไปเที่ยวบ้าง ;D
แถวหน้าโรงปูนครับ หลัก กม.8 เป๊ะ ฝั่งไปทุ่งสงนะครับ ซอยคลองทรายติดกับปั๊ม NGV เข้าซอยมาราว300เมตร บ้านที่มีถังประปาสีน้ำเงิน(มองเห็นตั้งแต่บนถนนใหญ่)ผ่านมาก็แวะกินน้ำกินกาแฟนะครับ
-
ดูแล้วหาบ้านได้ไม่ยากเลย ถ้าลงใต้เมื่อไรขอแวะพักรถแน่ครับ
-
ปลูกแบบสามเหลี่ยมมุมฉากกับสีเหลี่ยมจัตุรัสมีข้อดีข้อเสียอย่างไรครับ
ปาล์มต้องโดนแดดจัดๆถึงจะออกลูก ลูกใหญ่
ข้อดีของการปลูกรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก ก็คือไม่ว่าจะมองทางไหนแต่ละต้นจะห่างกัน 9เมตรเท่ากันหมด โอกาสรับแสงเท่ากันทุกต้นครับ
อาจจารย์โก้บ้านอยู่แถวไหนครับ ผมไปนคร 3 เดือนครั้ง เผื่อหนีเมียไปเที่ยวบ้าง ;D
แถวหน้าโรงปูนครับ หลัก กม.8 เป๊ะ ฝั่งไปทุ่งสงนะครับ ซอยคลองทรายติดกับปั๊ม NGV เข้าซอยมาราว300เมตร บ้านที่มีถังประปาสีน้ำเงิน(มองเห็นตั้งแต่บนถนนใหญ่)ผ่านมาก็แวะกินน้ำกินกาแฟนะครับ
ว่างๆจะแวะไปกินกาแฟครับ :clap
-
:)ผมก็ต้องแวะแล้ว เดือนเม.ย ต้องไปเซ่งเม็งอยู่แล้ว
-
:)ผมก็ต้องแวะแล้ว เดือนเม.ย ต้องไปเซ่งเม็งอยู่แล้ว
หวัดดีครับพี่สงค์ สบายดีนะครับ ไม่ได้คุยกันนานเลย ปีหน้าผมคงจะได้ลงไปเที่ยวทางปักษ์ใต้กันบ้างละครับ เพราะลูกชายคนเล็กคงสองขวบกว่า ผมคงเที่ยวแบบลุยๆ กันได้แล้ว คิดว่าคงต้องวางแผนให้รถวิ่งผ่านไปทางบ้าน อ. โก้ แน่นอนเหมือนกันละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-9C2A_503DD813.jpg)
รูปถ่ายเช้าวันนี้ครับ เอามาให้ อ. โก้ ดูว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง? ที่นี่ฝนตกเกือบทุกวัน เพราะอยู่ใกล้เขาครับ ไม่เหมือนในตัวจังหวัดพะเยาหรือที่ลำพูนที่เคยอยู่ ฝนไม่ค่อยตกมากเหมือนที่นี่ เลยวันหยุดเยอะ ยังสรุปอะไรออกมาให้แน่ชัด เกี่ยวกับวันที่สองกับสามว่าใครจะได้มากกว่ากัน เพราะบางครั้งมันต้องหยุดวันที่สองบ้าง วันที่สามของการกรีดบ้าง มั่วกันไปหมดน่ะครับ แต่ตอนนี้ได้น้ำยางออกมาเป็นแผ่นเข้าสู่สภาวะปรกติของช่วงนี้แล้วคือประมาณ 18 ต้นต่อหนึ่งแผ่น (1.1-1.3 กก น้ำหนักยางแผ่นที่ตากแดดไว้ได้ 7 วันครับ) ตอนนี้ขายผ่านระบบสหกรณ์ได้ประมาณ 96 กว่าบาท ถือว่าราคาใช้ได้เลยละ
ไม่ทราบว่าทางโน้นกรีดหน้าไปได้ถึงคืบหรือยังครับ แล้วขายน้ำยาง กก ละเท่าไรครับ? อยากเห็นรอยแผลที่กรีดโดยฝีมือ อ. โก้ เหมือนกัน ถ้าไม่ลำบากนักขอชมด้วยครับ
-
อ. โก้ คงยังไม่ได้เข้ามาอ่าน เช้านี้ผมเอารูปไปให้คนที่ขายปุ๋ยโคโตซานดู เข้าบอกว่าผมใส่ปุ๋ยให้ต้นยางมากเกินไป เปลือกจึงแตก เพราะมันเป็นโรคคนรวยครับ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่าใส่ปุ๋ยมากเกินก็ไม่ดี :cry2
-
อ. โก้ คงยังไม่ได้เข้ามาอ่าน เช้านี้ผมเอารูปไปให้คนที่ขายปุ๋ยโคโตซานดู เข้าบอกว่าผมใส่ปุ๋ยให้ต้นยางมากเกินไป เปลือกจึงแตก เพราะมันเป็นโรคคนรวยครับ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่าใส่ปุ๋ยมากเกินก็ไม่ดี :cry2
คำถาม
หนักตัวไหน....
คิดต่อ ทำอย่างไร...
คิดต่อ เมื่อไหร่...
หน้ายางครับ ฝนตกหลายวัน+ติดงานแต่ง เพิ่งเปิดกรีดเช้าวันแรกครับ
ไม่กด(แซะ)หน้ากดหลังครับ
(http://i1150.photobucket.com/albums/o609/agogo146/yp.jpg)
(http://i1150.photobucket.com/albums/o609/agogo146/yp1.jpg)
ต้นปริ นอกจากหนักปุ๋ยแล้ว ยังมีเรื่องชุ่มน้ำ(น้ำไม่สเด็ด)อีกอย่างด้วยครับ น้ำไม่สเด็ดคือ...ระหว่างแถวไม่มีร่อง(หรือร่องตื้นเกินไป)น่ะครับ
-
น้ำไม่มีอยู่แถวนั้น และไม่มีแอ่งให้น้ำขังด้วย ที่เป้นหลังเต่าครับ
ตอนหลังนี้ผมใช้ปุ๋ยแค่ที่ใช้กะต้นยางอ่อนแล้วนะครับ
แล้วจะทำไงดีอ่ะครับ แต่ที่แน่ๆ คงหยุดให้ปุ๋ยไปก่อนนะครับ :help
-
น้ำไม่มีอยู่แถวนั้น และไม่มีแอ่งให้น้ำขังด้วย ที่เป้นหลังเต่าครับ
ตอนหลังนี้ผมใช้ปุ๋ยแค่ที่ใช้กะต้นยางอ่อนแล้วนะครับ
แล้วจะทำไงดีอ่ะครับ แต่ที่แน่ๆ คงหยุดให้ปุ๋ยไปก่อนนะครับ :help
ไม่ถูกครับ
ความรู้เรื่องNPKที่ให้ไปนั่นแหละเอามาใช้ครับพี่ ปรับตัวหน้า+หลังลงครับ ปุ๋ยราคาต่ำลงด้วยครับ
ราคาน้ำยางทางนี้(สหกรณ์) 98บาทครับ น้ำยางจากข้างนอกกำลังถล่มสหกรณ์ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ เดี๋ยวพอราคาดี คงกลับไปกันหมด :giveup
-
เมื่อวานก่อนก็เพิ่งไปขายมา 98 บาท (ถูกหักจาก 100 ไปสองบาท) เหมือนกันครับ เรื่องปุ๋ยก็ตาม อ. แนะครับ d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อเช้าออกไปดูสวนยาง เห็นยางสวนหนึ่งอายุสามปีเจ้าของยืนอยู่ที่สวนพอดี เห็นลูกยางเต็มต้นเลย เจ้าของสวนบอกว่าใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ครับ สวนนี้เค้าแบ่งยางออกเป็นสองส่วน อีกส่วนไม่พบลูกยางมากเท่าอีกส่วนที่ว่ามาครับ (เจ้าของรายนี้ดูเค้าเป็นคนชอบทดลองดี)
เรื่องของเรื่องคือ ส่วนที่ใส่สูตรสิบห้าเต็มที่ ต้นยางมันโตและสูงใหญ่กว่าที่เค้าใส่ปุ๋ยยางอ่อนตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ มันต่างกันทุกต้นเป็นอย่างมากเลยครับ ไม่ได้เอากล้องไปเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เจ้าของสวนยังบอกว่า ส่วนนี้เค้าจะใส่ 16-16-16 เพิ่มเข้าไปอีก คือเหตุผลของเค้าบอกว่า ยางยังไม่กรีด ขอให้มันโตก่อนเป้นใช้ได้ พอกรีดค่อยมาว่ากันอีกทีว่าจะใส่ปุ๋ยอะไร
ผมเจอแบบนี้ถึงกับอึ่งในเหตุผลของเค้า อ. โก้ คิดเห็นประการใดครับ
แล้วที่ว่าจะให้ผมใส่ปุ๋ยต่อไป ผมรู้ว่า N ช่วยเลี้ยงลำต้น (ถูกหรือปล่าวนี่?) แล้วต้นมันแตกแบบนี้ ผมไม่เคยเรียนรู้เรื่องเรื่องนี้มาก่อนครับว่า มันควรจะลดหรือเพิ่มกันแน่? ถ้าให้เดาคือควรลดตัวนี้ลงไปอีกใช่หรือไม่ครับ?
-
เมื่อวานก่อนก็เพิ่งไปขายมา 98 บาท (ถูกหักจาก 100 ไปสองบาท) เหมือนกันครับ เรื่องปุ๋ยก็ตาม อ. แนะครับ d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อเช้าออกไปดูสวนยาง เห็นยางสวนหนึ่งอายุสามปีเจ้าของยืนอยู่ที่สวนพอดี เห็นลูกยางเต็มต้นเลย เจ้าของสวนบอกว่าใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ครับ สวนนี้เค้าแบ่งยางออกเป็นสองส่วน อีกส่วนไม่พบลูกยางมากเท่าอีกส่วนที่ว่ามาครับ (เจ้าของรายนี้ดูเค้าเป็นคนชอบทดลองดี)
เรื่องของเรื่องคือ ส่วนที่ใส่สูตรสิบห้าเต็มที่ ต้นยางมันโตและสูงใหญ่กว่าที่เค้าใส่ปุ๋ยยางอ่อนตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ มันต่างกันทุกต้นเป็นอย่างมากเลยครับ ไม่ได้เอากล้องไปเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เจ้าของสวนยังบอกว่า ส่วนนี้เค้าจะใส่ 16-16-16 เพิ่มเข้าไปอีก คือเหตุผลของเค้าบอกว่า ยางยังไม่กรีด ขอให้มันโตก่อนเป้นใช้ได้ พอกรีดค่อยมาว่ากันอีกทีว่าจะใส่ปุ๋ยอะไร
ผมเจอแบบนี้ถึงกับอึ่งในเหตุผลของเค้า อ. โก้ คิดเห็นประการใดครับ
แล้วที่ว่าจะให้ผมใส่ปุ๋ยต่อไป ผมรู้ว่า N ช่วยเลี้ยงลำต้น (ถูกหรือปล่าวนี่?) แล้วต้นมันแตกแบบนี้ ผมไม่เคยเรียนรู้เรื่องเรื่องนี้มาก่อนครับว่า มันควรจะลดหรือเพิ่มกันแน่? ถ้าให้เดาคือควรลดตัวนี้ลงไปอีกใช่หรือไม่ครับ?
1. เปลือกแตก....
แตกที่เปลือก หรือแตกที่หน้ายางที่กรีดแล้วครับ
2. ไม่ทราบอายุยาง ตอบยากอยู่ครับ 15-15-15 ราคาพอๆ กับ 20-8-20 :D
-
เมื่อวานก่อนก็เพิ่งไปขายมา 98 บาท (ถูกหักจาก 100 ไปสองบาท) เหมือนกันครับ เรื่องปุ๋ยก็ตาม อ. แนะครับ d_d :drunk
อ. โก้ ครับ เมื่อเช้าออกไปดูสวนยาง เห็นยางสวนหนึ่งอายุสามปีเจ้าของยืนอยู่ที่สวนพอดี เห็นลูกยางเต็มต้นเลย เจ้าของสวนบอกว่าใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ครับ สวนนี้เค้าแบ่งยางออกเป็นสองส่วน อีกส่วนไม่พบลูกยางมากเท่าอีกส่วนที่ว่ามาครับ (เจ้าของรายนี้ดูเค้าเป็นคนชอบทดลองดี)
เรื่องของเรื่องคือ ส่วนที่ใส่สูตรสิบห้าเต็มที่ ต้นยางมันโตและสูงใหญ่กว่าที่เค้าใส่ปุ๋ยยางอ่อนตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ มันต่างกันทุกต้นเป็นอย่างมากเลยครับ ไม่ได้เอากล้องไปเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เจ้าของสวนยังบอกว่า ส่วนนี้เค้าจะใส่ 16-16-16 เพิ่มเข้าไปอีก คือเหตุผลของเค้าบอกว่า ยางยังไม่กรีด ขอให้มันโตก่อนเป้นใช้ได้ พอกรีดค่อยมาว่ากันอีกทีว่าจะใส่ปุ๋ยอะไร
ผมเจอแบบนี้ถึงกับอึ่งในเหตุผลของเค้า อ. โก้ คิดเห็นประการใดครับ
แล้วที่ว่าจะให้ผมใส่ปุ๋ยต่อไป ผมรู้ว่า N ช่วยเลี้ยงลำต้น (ถูกหรือปล่าวนี่?) แล้วต้นมันแตกแบบนี้ ผมไม่เคยเรียนรู้เรื่องเรื่องนี้มาก่อนครับว่า มันควรจะลดหรือเพิ่มกันแน่? ถ้าให้เดาคือควรลดตัวนี้ลงไปอีกใช่หรือไม่ครับ?
1. เปลือกแตก....
แตกที่เปลือก หรือแตกที่หน้ายางที่กรีดแล้วครับ
2. ไม่ทราบอายุยาง ตอบยากอยู่ครับ 15-15-15 ราคาพอๆ กับ 20-8-20 :D
1. เปลือกแต่หน้ายางที่กรีด ดูในรูปที่ผมโพ๊ทไว้ข้างบน เป็นเฉพาะช่วงที่ผมกรีด ช่วงที่จ้างเค้ากรีดไม่เป้น หรือผมกรีดไม่ดีครับ
2. รอดูผลกันต่อไปนะครับ ว่าตอนเค้ากรีดผลจะออกมาอย่างไร
วันนี้ไปคุยกะคนปลูก 251 บอกว่าต้องกรีดวันเว้นวัน ทำสามวันหยุดหนึ่งวัน แบบ 600 ของผมไม่ได้ครับ ตอนนี้ผมแฮบปี่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลย กรีดสามหยุดหนึ่ง ได้ยางแผ่นรวมที่หนึ่งเดือนเหมือนกัน ผมได้มากกว่าคนอื่นแล้วละครับ c) :victory O0 c) ต้องขอขอบพระคุณ อ. โก้ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยที่แนะนำให้ทำแบบนี้ครับ
-
1. แตกที่หน้ายาง ปกติครับ ไม่ใช่โรค สาเหตุเป็นได้หลายอย่าง สภาพอากาศร้อน(ฝนน้อย-ทิ้งช่วง)เป็นสาเหตุหลักครับ
นั่นอธิบายได้ว่า หน้ายางที่พี่กรีดมันแตก(เพราะยังอยู่ในระยะเปิดกรีด ฝนยังน้อยอยู่) ส่วนที่จ้างกรีดมันไม่แตกครับ
ถ้าแตกที่เปลือก(เปลือกกระเทาะ)เป็นสัญญาณอันตรายกับปริมาณน้ำยาง น้ำยางไหลไม่หยุดเป็นสัญญาณอันตรายกับต้นยาง(เป็นเชื้อราไฟทอปธอร่า ยืนตาย)ครับ
-
เฮ้ย! โล่งออกไป d_d :drunk
-
คอกาแฟ เข้ามาอ่าน ได้ความรู้เพียบเลยครับ ;D
-
คอกาแฟ เข้ามาอ่าน ได้ความรู้เพียบเลยครับ ;D
อยากลองชิมก็ส่งที่อยู่มาหลังไมค์ได้นะครับ d_d :drunk
-
คอกาแฟ เข้ามาอ่าน ได้ความรู้เพียบเลยครับ ;D
อยากลองชิมก็ส่งที่อยู่มาหลังไมค์ได้นะครับ d_d :drunk
หวัดดีครับพี่ ไม่ได้เข้ามานานหากระทู้ไม่เจอ 5555555
-
คอกาแฟ เข้ามาอ่าน ได้ความรู้เพียบเลยครับ ;D
อยากลองชิมก็ส่งที่อยู่มาหลังไมค์ได้นะครับ d_d :drunk
หวัดดีครับพี่ ไม่ได้เข้ามานานหากระทู้ไม่เจอ 5555555
เอาด้วยไหม? วันนี้มีคั่วส่งให้หลายเจ้า
-
(http://s2.uppic.mobi/image-CC5E_506BE775.jpg)
เอาลิเนียร์อาร์มใกล้ได้ฟังแล้วมาให้ดูกันครับ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-CE20_50683E00.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-C785_50695CE3.jpg)
ผมทำ Clearance ระหว่าง Air Bearing กับเพลาไว้น้อยมากๆ ลองอัดลมแค่ 3 Bar เข้าไป ตัวอาร์มมันเป็นอิสระจากเพลาอย่างมาก จนมันวิ่งไปมาซุกซนมากๆ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเช่นกันในการปรับระดับเพลาให้ขนานกับพื้นโลกจริงๆ อาร์มมันถึงจะหยุดอยู่นิ่งๆ กับที่ได้ ผมคิดว่าคงจะมีแต่ Magnatic Bearing ที่จะไหลหลื่นได้ดีเท่ากับ Air Bearing ละครับ แต่ Magnatic Bearing จะมีปัญหาในเรื่องของเส้นแรงแม่เหล็ก ที่ถ้าคุมไม่ดีมันอาจเข้าไปกวนกับสนามแม่เหล็กในหัวเข็มของเราได้
Air Bering ตัวนี้ผมคิดว่าจะใช้แรงดันลมแค่ 1 Bar กว่าๆ ก็น่าเวิร์คแล้วละครับ (เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าแบรริ่งมันวิ่งแบบลื่นจนมากเกินไปหน่อย การลดแรงดันลมลงมา อาจเหมือนการแดมป์ให้อาร์มมันเคลื่อนที่วิ่งเข้าไปยังร่องเสียงส่วนในได้เสถียรดีขึ้น) การทำให้ Clearance ระหว่างแบรริ่งกับเพลาน้อยมากๆ นี้ มีข้อดีคือ ผมได้ลองเอาลมจากที่ปั๊มลมที่ใช้กับปืนยิงตาปูอัตโนมัตที่เป็นแค่ถังพักลมเล็กๆ เป่าลมทั้งไว้เป็นชั่วโมง Pressure ของลมในถังลดไปนิดหน่อย (หยุดปั๊มนะครับ) คิดว่าถ้าใช้ถังนี้มาเล่นกะมันแล้ว เราอาจเล่นกันสามวันสามคืน ลมก็คงยังไม่หมดถัง เผลอๆ อาจเล่นกันได้เป็นอาทิตย์ละครับ (ของนอกขนาดแพงๆ ยังต้องปั๊มลมอัดกันต่อเนื่องตลอดเวลา จนต้องหาห้องเก็บเสียงของปั๊มลมที่ดังมากกันดูวุ่นวาย แต่ของผมแค่ปั๊มครั้งเดียว เล่นได้จนหูแฉะกันเลยละ)
คนเล่นเทิร์นที่เป็น DIYer น่าทำกันเล่นครับ มุมต่างๆ ในช่วงที่หัวเข็มวิ่งอยู่บนแผ่นจะถูกต้องจากร่องนอกจนถึงร่องในสุดครับ เหมือนตอนเครื่องกัดแผ่น กัดแผ่นออกมาให้เราฟังกันนะครับ พวก Pivot Arm ต่อให้แพงขนาดไหน? ก็จะได้ความถูกต้องของเสียงไม่ดีเท่าเราครับ
-
ผมก็คิดอยากจะทำโทนอาร์มแบบนี้อยู่ครับ กำลังสะสมความรู้ พร้อมอุปกรณ์อยู่
http://www.youtube.com/v/npUeDaOgBdo
-
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.240
พี่มุมลองเข้าไปอ่านในนี้ดูก่อนนะครับ ถ้าสงสัยอยากรู้อะไรก็เขียนมาถามกันได้ครับ ผมอยากให้พวกเราได้ทำลิเนียร์อาร์มใช้กันเอง ต้นทุนค่าอลูมิเนียมและเพลาสะแตนเลสส์กลวงที่ผมซื้อจากร้านของเก่า รู้สึกว่าราคารวมแล้วไม่เกิน 300 บาทเองครับ แต่ค่ากลึงผมไม่เสียเพราะให้หลานกลึงให้ แต่งานกลึงต้องละเอียดมากนะครับ บอกเค้าให้ทำให้ละเอียดที่สุดๆ เรื่องราคาเราไม่เกี่ยงเค้าจะได้ทำแบบสุดฝือมือให้เรา
(http://s2.uppic.mobi/image-918E_506F907B.jpg)
Support ตัวจริงผมรอสั่งกลึงด้วยสะแตนเลส์สให้แข็งแรงและต้องหนักมากๆ อีกด้วยครับ (อันนี้เอาไอเดียที่สามารถปรับการก้มเงยของเพลาเป็นแบบให้ช่างกลึงครับ แค่ทดลองประกอบมาให้ดูกันเล่นๆ นะครับ) ผมคิดไว้ว่าจะเอาสายไฟและท่อลมขึ้นทางฝั่งด้านปลายเพลาเพื่อไม่ให้แกะกะตอนปรับ VTA (ผมอาจทำมอเตอร์ไดร์วแล้วใช้รีโมทปรับโดยที่เรานั่งฟังอยู่ที่เก้าอี้กันเลย) แต่ผมจะยกให้ท่อลมและสายสัญญาณให้สูงกว่าเพลาของอาร์ม (ณ จุดกลึ่งกลางการวิ่งกลับไปกลับมาของแบรริ่ง) เพื่อลดผลในการลดแรงกระทำจากท่อลมและสายสัญญาณ ผมคิดว่าการวางท่อลมของคูซม่านั้นท่อลมเวลามีแรงดันภายในแล้วมันจะทำให้มันพยายามจะเป็นท่อตรงๆ ซึ่งผมคิดว่าจะมีผลในการเคลื่อนที่ของแบรริ่งมากกว่าการที่ผมจะโรยตัวท่อลมลงมาจากด้านบนในแนวดิ่ง แต่ก็คงต้องให้มันโค้งงอบ้างเพื่อการให้เกิดการเคลื่อนตัวเข้าในแผ่นและออกนอก แต่ผมก็ยังคิดว่าแรกกระทำของท่อลมจะน้อยกว่าของคูซม่าที่งอกัน 180 องศากันเลย ซึ่งท่อลมของผมอาจโค้งงอไม่ถึง 90 องศาด้วยซ้ำไป d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-1029_50725D55.jpg)
ใครรู้แหล่งซื้อสายร้อยในอาร์มหรือมีเหลือๆ ผมจะขอแบ่ง คือผมต้องการซักสองเมตรครับ ช่วยชี้แหล่งซื้อให้หน่อยครับ :help
-
สนใจการทำมากเลย ครับ วันนี้เจ้า Robot ผมร้องเพลงแล้ว ครับ :)
(http://image.ohozaa.com/i/745/FcKH3y.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnzdffxrIe7iLYfy)
(http://image.ohozaa.com/i/686/ZQkFgS.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnzd3yeWm3PLXBNj)
(http://image.ohozaa.com/i/f71/C7Sm6U.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnzcIDuHCNxMPm8j)
-
อาร์มเจ๋งครับพี่ ช่วยถ่ายตรงจุดหมุนชัดๆ หน่อย (Pivot) อยากเห็นกลไกปรับค่า Anti Skecting น่ะครับ แล้วทำไมมัน9hv'ระโยงระยางแบบนั้น ช่วยอะธิบายถึงการทำงานแต่ละชิ้นส่วนของอาร์มด้วยก็จะดีครับ ชอบตรงหัวสูบลมรถน่ะครับ มันทำหน้าที่อะไรครับ?
จานหมุนแบบสองล้อวิ่งสวนกันแบบนี้ (สงสัยจะทำตามแบบของแบรนดังยี้ห้อหนึ่งแน่ๆ) ผมคิดว่าเค้าทำเพื่อให้ดูมันยุ่งยาก จะได้ขายได้แพงๆ แล้วก็คุยสับพระคุณว่ามัน จะช่วยกันสลายพลังงานลดอาการสั่นสะเทือนจากการไม่บาลานซ์กันของเพลทเตอร์
แต่ผมกลับคิดว่าสองจานแบบนี้ มันจะก่อปัญหาการสั่นมากกว่าจานเดี่ยวอันเดียวซะอีกละครับ เพราะถ้าเราทำบานซ์ให้เหลือค่า Residue Unbalnce อยู่เท่าๆ กับแบบใช้จานเดียว (Residue Unbalnce จะอย่างไรมันก็ยังจะมีค่าการ Unbalance อยู่จำหนึ่งเสมอ จะเหลือเท่าไร? ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องและคนทำว่าเจ๋งแค่ไหน? ไม่มีทางทำจนมีค่าเท่าศูนย์ครับ เพราะผมทำงานด้านนี้มาเกือบสามสิบปี ก็ยังไม่เคยเจอใครที่จะสามารถทำบาลานซ์จนเหลือค่าอันบาลานซ์เป็นศูนย์ได้เลย)
ให้ลองคิดว่าถ้าจะเริ่มหมุนของจานทั้งคู่นี้ มีตำแหน่งที่น้ำหนักไม่บาลานซ์ เกิดมาพอดีอยู่ใกล้ๆ กัน เวลามันวิ่งไปอีกรอบมันก็จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้มันก็จะเกิดการสั่นที่มากกว่าการใช้จานเดียวไงครับ
แต่ถ้าเราดวงดี จุดที่หนักมันอยู่ 90 องศากัน ใช่...มันก็จะหักล้างเฉลี่ยกันได้ ดังนั้นถ้าเราจะให้ได้ประโยชน์จากการใช้สองจานวิ่งสวนกัน เราต้องรู้ว่าจะที่หนักของแต่ละจานอยู่ตรงไหน? ซะก่อนแล้วก็จับให้อยู่ 90 องศากันซะ ซึ่งมันก็จะสั่นแบบ Flutuate คือขึ้นๆ ลงๆ ผมว่าการทำแบบนี้ไม่เวิร์คเท่าการทำแผ่นเดียวแล้วทำบานลานซืให้ดีที่สุด จะดีกว่าละครับ (คือถ้ามันดีจริง คงมีหลายๆ แบรนยอมซื้อลิกสิทธิ์ทำตามไปแล้วละครับ ผมก็เห็นมีอยู่แค่ยี่ห้อเดียวเท่านั้นเอง)
ผมไม่ทราบว่าพี่มุมฯ หรือของยี่ห้อแบรนดังที่ทำขาย จะมีการมาร์คจุดหนักไว้ให้ปรับให้มันอยู่ 90 องศากันก่อนการเล่นทุกครั้งหรือไม่?
ผมคิดว่าคำแนะนำนี้อาจเป็นประโยขน์ต่อพี่มุมฯ หรือบริาทที่ทำเพลทเตอร์คู่แบบนี้ออกมาขาย ถ้ายังไม่มาร์คจุดหนักกัน ก็จัดการทำซะ วิธีทำคือเราอาจเอียงแล้วหมุนหลายๆ ครั้งเพื่อหาจุดที่ตกลงอยู่ข้างล่างสุด นั่นละคือจุดหนักที่ควรเอาไว้ให้อยู่ 90 องศาด้วยเพื่อเฉลี่ยการสั่นให้ลดลง เพราะถ้าอยู่ตรงข้ามกันจุดหนักมันก็จะมีโอกาศกลับมาเจอกันอีก ใครซื้อของนอกมาเค้าอาจจะทำบาลานซ์มาดี วิธีแบบสะเตติกบาลานซ์อาจไม่ได้ผล คุณอาจต้องเอามันไปใส่เครื่องบาลานซิ่งเมซซีนเพื่อเช็คหาให้ก็ได้ครับ) มิฉะนั้นท่านอาจเจอการสั่นเป็นสองเท่าได้ หรือก็อาจจะสั่นน้อยกว่ก็เป็นได้นะครับ ซื้อของแพงแล้วยังต้องมาเสี่ยงดวงใช้ของกันแบบนี้ผมถือว่าไม่คุ้มครับ
ปล. ผมอยากรู้จริงๆ ว่าเค้ามีมาร์คไว้ให้ตามที่ผมว่าไหม? ใครเคยเห็นตัวเป็นๆ อย่าลืมดูหรือถามคนขายให้ผมด้วยนะครับ
ลิเนียร์อาร์มของผมวันนี้ลองเอาลมเข้าดูอีกครั้งให้มั่นใจ โดยลองผิวปากเบาๆ ห่างหัวเข็มเกือบคืบ อาร์มก็ลื่นปื๊ดเลยละครับ ก็หมดห่วงเรื่องการที่อาร์มจะเลื่อนเข้าออกแบบทำให้สัญญาณทั้งซ้ายขวาไม่เท่ากันไปแล้วละครับ ผมไม่จำเป็นต้องเอียงเพลาด้านปลายเพลาให้ตกลงเล็กน้อยเพื่อให้อาร์มวิ่งเข้าวงในของแผ่นตามที่คิดไว้แต่แรกแล้ว คือตอนนี้ผมคิดได้แล้วว่า แค่ผมดันเลื่อนเพลาไปข้างหน้าตามแนวชี้ของก้านอาร์มหรือหัวเข็มไปเพียงเล็กน้อยมันก็จะมีแรงพาอาร์มเข้าไปร่องในได้แระ!!!!! (แรงจากส่วนโค้งคล้ายที่เกิดกับไพว็อทอาร์ม แต่มันน้อยกว่าอาจแค่เพียงหนึ่งส่วนร้อยเท่าของไพว็อทอาร์ม) คือถ้าสัญญาณทั้งสองฝั่งไม่เท่ากันที่เกิดจากฟริกซั่นของแอร์แบรริ่ง (ที่น่าจะมีอยู่บ้างเพราะผมเน้นอาร์มยาวหน่อย เพื่อเวลาเจอแผ่นที่บิดงอเล็กน้อย มุม VTF/SRA จะได้ไม่เปลี่ยน) ผมก็แค่ขยับเพลาลื่นตามแนวระนาบเข้าออกจากแนวตั้งฉากจากจุดศูนย์กลางแค่นั้นก็จะทำให้สัญญาณซีกซ้ายและขวาผมเท่ากัน ผมน่าจะไม่มีปัญหาอะไรที่เป็นกังวนกับอาร์มตัวนี้อีกแระ
-
อาร์มเจ๋งครับพี่ ช่วยถ่ายตรงจุดหมุนชัดๆ หน่อย (Pivot) อยากเห็นกลไกปรับค่า Anti Skecting น่ะครับ แล้วทำไมมัน9hv'ระโยงระยางแบบนั้น ช่วยอะธิบายถึงการทำงานแต่ละชิ้นส่วนของอาร์มด้วยก็จะดีครับ ชอบตรงหัวสูบลมรถน่ะครับ มันทำหน้าที่อะไรครับ?
จานหมุนแบบสองล้อวิ่งสวนกันแบบนี้ (สงสัยจะทำตามแบบของแบรนดังยี้ห้อหนึ่งแน่ๆ) ผมคิดว่าเค้าทำเพื่อให้ดูมันยุ่งยาก จะได้ขายได้แพงๆ แล้วก็คุยสับพระคุณว่ามัน จะช่วยกันสลายพลังงานลดอาการสั่นสะเทือนจากการไม่บาลานซ์กันของเพลทเตอร์
แต่ผมกลับคิดว่าสองจานแบบนี้ มันจะก่อปัญหาการสั่นมากกว่าจานเดี่ยวอันเดียวซะอีกละครับ เพราะถ้าเราทำบานซ์ให้เหลือค่า Residue Unbalnce อยู่เท่าๆ กับแบบใช้จานเดียว (Residue Unbalnce จะอย่างไรมันก็ยังจะมีค่าการ Unbalance อยู่จำหนึ่งเสมอ จะเหลือเท่าไร? ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเครื่องและคนทำว่าเจ๋งแค่ไหน? ไม่มีทางทำจนมีค่าเท่าศูนย์ครับ เพราะผมทำงานด้านนี้มาเกือบสามสิบปี ก็ยังไม่เคยเจอใครที่จะสามารถทำบาลานซ์จนเหลือค่าอันบาลานซ์เป็นศูนย์ได้เลย)
ให้ลองคิดว่าถ้าจะเริ่มหมุนของจานทั้งคู่นี้ มีตำแหน่งที่น้ำหนักไม่บาลานซ์ เกิดมาพอดีอยู่ใกล้ๆ กัน เวลามันวิ่งไปอีกรอบมันก็จะกลับมาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งตรงนี้มันก็จะเกิดการสั่นที่มากกว่าการใช้จานเดียวไงครับ
แต่ถ้าเราดวงดี จุดที่หนักมันอยู่ 90 องศากัน ใช่...มันก็จะหักล้างเฉลี่ยกันได้ ดังนั้นถ้าเราจะให้ได้ประโยชน์จากการใช้สองจานวิ่งสวนกัน เราต้องรู้ว่าจะที่หนักของแต่ละจานอยู่ตรงไหน? ซะก่อนแล้วก็จับให้อยู่ 90 องศากันซะ ซึ่งมันก็จะสั่นแบบ Flutuate คือขึ้นๆ ลงๆ ผมว่าการทำแบบนี้ไม่เวิร์คเท่าการทำแผ่นเดียวแล้วทำบานลานซืให้ดีที่สุด จะดีกว่าละครับ (คือถ้ามันดีจริง คงมีหลายๆ แบรนยอมซื้อลิกสิทธิ์ทำตามไปแล้วละครับ ผมก็เห็นมีอยู่แค่ยี่ห้อเดียวเท่านั้นเอง)
ผมไม่ทราบว่าพี่มุมฯ หรือของยี่ห้อแบรนดังที่ทำขาย จะมีการมาร์คจุดหนักไว้ให้ปรับให้มันอยู่ 90 องศากันก่อนการเล่นทุกครั้งหรือไม่?
ผมคิดว่าคำแนะนำนี้อาจเป็นประโยขน์ต่อพี่มุมฯ หรือบริาทที่ทำเพลทเตอร์คู่แบบนี้ออกมาขาย ถ้ายังไม่มาร์คจุดหนักกัน ก็จัดการทำซะ วิธีทำคือเราอาจเอียงแล้วหมุนหลายๆ ครั้งเพื่อหาจุดที่ตกลงอยู่ข้างล่างสุด นั่นละคือจุดหนักที่ควรเอาไว้ให้อยู่ 90 องศาด้วยเพื่อเฉลี่ยการสั่นให้ลดลง เพราะถ้าอยู่ตรงข้ามกันจุดหนักมันก็จะมีโอกาศกลับมาเจอกันอีก ใครซื้อของนอกมาเค้าอาจจะทำบาลานซ์มาดี วิธีแบบสะเตติกบาลานซ์อาจไม่ได้ผล คุณอาจต้องเอามันไปใส่เครื่องบาลานซิ่งเมซซีนเพื่อเช็คหาให้ก็ได้ครับ) มิฉะนั้นท่านอาจเจอการสั่นเป็นสองเท่าได้ หรือก็อาจจะสั่นน้อยกว่ก็เป็นได้นะครับ ซื้อของแพงแล้วยังต้องมาเสี่ยงดวงใช้ของกันแบบนี้ผมถือว่าไม่คุ้มครับ
ปล. ผมอยากรู้จริงๆ ว่าเค้ามีมาร์คไว้ให้ตามที่ผมว่าไหม? ใครเคยเห็นตัวเป็นๆ อย่าลืมดูหรือถามคนขายให้ผมด้วยนะครับ
ลิเนียร์อาร์มของผมวันนี้ลองเอาลมเข้าดูอีกครั้งให้มั่นใจ โดยลองผิวปากเบาๆ ห่างหัวเข็มเกือบคืบ อาร์มก็ลื่นปื๊ดเลยละครับ ก็หมดห่วงเรื่องการที่อาร์มจะเลื่อนเข้าออกแบบทำให้สัญญาณทั้งซ้ายขวาไม่เท่ากันไปแล้วละครับ ผมไม่จำเป็นต้องเอียงเพลาด้านปลายเพลาให้ตกลงเล็กน้อยเพื่อให้อาร์มวิ่งเข้าวงในของแผ่นตามที่คิดไว้แต่แรกแล้ว คือตอนนี้ผมคิดได้แล้วว่า แค่ผมดันเลื่อนเพลาไปข้างหน้าตามแนวชี้ของก้านอาร์มหรือหัวเข็มไปเพียงเล็กน้อยมันก็จะมีแรงพาอาร์มเข้าไปร่องในได้แระ!!!!! (แรงจากส่วนโค้งคล้ายที่เกิดกับไพว็อทอาร์ม แต่มันน้อยกว่าอาจแค่เพียงหนึ่งส่วนร้อยเท่าของไพว็อทอาร์ม) คือถ้าสัญญาณทั้งสองฝั่งไม่เท่ากันที่เกิดจากฟริกซั่นของแอร์แบรริ่ง (ที่น่าจะมีอยู่บ้างเพราะผมเน้นอาร์มยาวหน่อย เพื่อเวลาเจอแผ่นที่บิดงอเล็กน้อย มุม VTF/SRA จะได้ไม่เปลี่ยน) ผมก็แค่ขยับเพลาลื่นตามแนวระนาบเข้าออกจากแนวตั้งฉากจากจุดศูนย์กลางแค่นั้นก็จะทำให้สัญญาณซีกซ้ายและขวาผมเท่ากัน ผมน่าจะไม่มีปัญหาอะไรที่เป็นกังวนกับอาร์มตัวนี้อีกแระ
แนวคิดของผู้ออกแบบไม่เหมือนใครในโลก ทำให้ผมเกิดความสนใจ ในหลายเรื่อง ๆ แต่สุดท้าย หลังจากการทดลอง (สร้างเครื่องนี้เป็นเครื่องที่ 2) แนวคิดอันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของทฤษฎีของนิวตัน ที่ผมเคยเรียนมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ครับ หลักคิดง่าย ๆ ของผู้ออกแบบ คือ การสลายเรโซเน้นซ์แต่จุด ให้อยู่กับที่ เริ่มตั้งแต่ตัวสร้างพลัง คือมอเตอร์ ส่งพลังงาน ผ่านมูเล่ย์ ไป จนถึงตัวรับพลังงานคือ เพลทเตอร์ ซึ่งมีการวางที่ไม่เหมือนใครในโลก และ แถมยังต้องวางเพลทเตอร์ถึง 2 ชุด ตรงนี้เอง ทำให้ผมคิดไปถึงรถไต่ถังว่า ทำไมจึงต้องเกิดแรงเวี่ยง 2 ชุด ในพลังงานชุดเดียวกัน เมื่อแรงหมุนด้วยพลังงานเพียงชุดเดียว พอถึง ณ จุด ๆ หนึ่ง จะเกิดการบารานส์ขึ้น คล้ายกับช่องว่างของพลังงาน หรือ การหนีศูนย์พลังงาน วัสดุจะไม่เกิดแรงดึงกันขึ้น สมัยเป็นเด็ก ผมเคยเล่น คือ ใช้มือเราจับมือเพื่อน แล้วก็ใช้แรงเวี่ยงหมุนเพื่อนรอบตัวเรา เราเพียงใช้แรงนิดหนึ่ง เวี่ยงเพื่อนออกไป เจ้าเพื่อนก็จะหมุนลอยอยู่รอบตัวเรา โดยที่เราใช้แรงไม่มาก เข้ากฎของนิวตันเลย แนวคิดอัน ผู้ออกแบบเอามาใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงของเค้า คือใช้มอเตอร์มีกำลังที่ไม่มาก ไปขับเพลทเตอร์ที่มีความหนักถึง 3-4 กก. /เพลทเตอร์ ประการที่ 2 การออกแบบโทนอาร์ม ก็เช่นกัน อาศัยแรงกด ไม่เหมือนกับ โทนอาร์มอาร์มที่เราเล่น ๆ เล่น กันทั่ว ๆ ไป เค้ากับอาศัยแรงกดเป็นตัวควบคุมการหมุนจองหัวเข็ม ก็เหมือนกับคุณ PINIJ ออกแบบโทนอาร์มนั้นแหละครับ แต่ที่สำคัญคือ พลัง หรือ แรงกดที่ส่งไปที่ปลายเข็ม จะต้องบารานศ์กันที่สุด กับหัวเข็ม ๆ จึงจะวิ่งบนล่องแผ่นเสียงลิเนียที่สุดเช่นกัน ดังนั้นโทนอาร์มแบบนี้ เมื่อปรับแรงน้ำหนักให้บารานส์กันตั้งแต่ออกแบบ แทบจะไม่ต้องไปปรับอะไรอีกเลย ง่าย แต่ดีครับ เสียงที่ได้จากการทำงานเครื่องเล่นแผ่นเสียงลักษณ์นี้ จึงนิ่ง และ ให้รายละเอียดที่จัดเจนมากครับ ผมฟังเพลงหลาย ๆ แผ่น ต้องบอกเลยครับ ว่าแนวคิดเจ้าเครื่องแผ่นแผ่นเสียง ของนักคิดท่านนี้ สุดยอดจริง ๆ
(http://image.ohozaa.com/i/g11/F6EYSe.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCvjUN8EPcdR4qS)
ของคุณครับที่ช่วยเสนอชี้แนะ และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ครับ
จุดหาน้ำหนักที่ 90 องศา คุณวิทยา เคยบอกวิธีทำง่าย ๆ แบบโบราณ คือ การหมุนเพลทเตอร์แบบตั้งฉาก หลาย รอบ แล้ว มาร์คไว้ว่าแต่ระจุดที่หมุนเพลทเตอร์อยู่ตรงไหน แล้วค่อยจัดการเรื่องถ่วงน้ำหนัก ของคุณวิทยา ก็ง่ายดี และได้ผลดีครับ
(http://image.ohozaa.com/i/fa0/MMaDZW.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCzbyqalxucDqJy)
(http://image.ohozaa.com/i/f19/AtVLmq.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCUxX05JUlfB4CF)
(http://image.ohozaa.com/i/fb7/ZnhluI.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCTu0XeZQdbqIHZ)
หมายเหตุ บางจุดผมก็ใส่ความคิดผมลงไปด้วยครับ หลังจากเจอปัญหาในการทำเครื่องแรก จึงนำมาแก้ไขในเครื่องที่ 2 และ ยังมีจุดที่ต้อง ทำให้สมบูรณ์ คือ การเอามอเตอร์ไปอยู่นอกแท่น
(http://image.ohozaa.com/i/226/1UjW4j.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCSmT6fHzhBKek9)
(http://image.ohozaa.com/i/64a/4WufYK.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCRRGYeKrlpP5Jb)
(http://image.ohozaa.com/i/e2b/AhWWTV.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wnCRhT7m6LD3JK6S)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-078C_507380D3.jpg)
แนวคิดของผู้ออกแบบไม่เหมือนใครในโลก ทำให้ผมเกิดความสนใจ ในหลายเรื่อง ๆ แต่สุดท้าย หลังจากการทดลอง (สร้างเครื่องนี้เป็นเครื่องที่ 2) แนวคิดอันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของทฤษฎีของนิวตัน ที่ผมเคยเรียนมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ครับ หลักคิดง่าย ๆ ของผู้ออกแบบ คือ การสลายเรโซเน้นซ์แต่จุด ให้อยู่กับที่
ไม่มีทางเป็นไปได้ครับ ที่วิธีนี้จะสลายรีโซแนนซ์ของวัสดุให้หายไปไหนได้ด้วยงิธีนี้นะครับ ถ้ามวลของสองเพลทเตอร์นี้เท่าๆ กัน การทำแบบนี้มันจะมีสิทธิให้เกิดผลจากรีโซแนนซ์รุนแรงมากขึ้นอีกเท่าตัว ถ้า Phase ของการสั่นมันไปพร้องกันพอดีซะด้วยซ้ำไปนะครับ ผมมไม่คิดว่าคนทำหรือคนออกแบบนี้จบวิศวะเครื่องกลเป็นแน่ครับ เพราะดูจากการออกแบบแล้วเค้าไม่ได้เข้าใจหลักของเรื่องในตำราไดนามิคเลย ผมเห้นบ่อยๆ ที่การออกแบบพวกเครื่องเสียงโดยเฉพาะเทิร์นเทเบิ้นที่ไม่ได้ถูกถูกออกแบบโดยวิศวะกรเครื่องกลเป็นแน่หลายๆ ยี่ห้อ (ใครอยากทราบพีเอ็มคุยกันได้ครับ) หรือถ้าใช่วิศวะกรเครื่องกล ก็แสดงว่าเค้าผู้นั้นไม่มีคุณธรรม เพราะเป้นการออกแบบมาเพื่อต้องการขายอุปกรณ์ที่จะต้องโมฯ เปลี่ยนกันภายหลังให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วพวกเค้าก็ได้ตังค์เข้ากระเป๋าเค้ามากขึ้น ที่อาจขายเทิร์นไปแล้ว คนใช้ใช้ได้ดีโดยไม่ต้องโมต่อในภายหลัง โดยทั้งที่ถ้าทำดีๆ แล้ว มันก็ไม่ได้เพิ่มต้นทุนอะไรมากนัก
แต่ที่ผมพูดมาในช่วงหลังไม่เกี่ยวกะเทิร์นที่ทำแบบนี้นะครับ เทิร์นตัวนี้คือคนออกแบบใช้หลักคิดเอาเอง ไม่ใช่ใช้หลักวิชาการที่ถูกต้องครับ
เริ่มตั้งแต่ตัวสร้างพลัง คือมอเตอร์ ส่งพลังงาน ผ่านมูเล่ย์ ไป จนถึงตัวรับพลังงานคือ เพลทเตอร์ ซึ่งมีการวางที่ไม่เหมือนใครในโลก และ แถมยังต้องวางเพลทเตอร์ถึง 2 ชุด ตรงนี้เอง ทำให้ผมคิดไปถึงรถไต่ถังว่า ทำไมจึงต้องเกิดแรงเวี่ยง 2 ชุด ในพลังงานชุดเดียวกัน เมื่อแรงหมุนด้วยพลังงานเพียงชุดเดียว พอถึง ณ จุด ๆ หนึ่ง จะเกิดการบารานส์ขึ้น คล้ายกับช่องว่างของพลังงาน หรือ การหนีศูนย์พลังงาน วัสดุจะไม่เกิดแรงดึงกันขึ้น สมัยเป็นเด็ก ผมเคยเล่น คือ ใช้มือเราจับมือเพื่อน แล้วก็ใช้แรงเวี่ยงหมุนเพื่อนรอบตัวเรา เราเพียงใช้แรงนิดหนึ่ง เวี่ยงเพื่อนออกไป เจ้าเพื่อนก็จะหมุนลอยอยู่รอบตัวเรา โดยที่เราใช้แรงไม่มาก เข้ากฎของนิวตันเลย แนวคิดอัน ผู้ออกแบบเอามาใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงของเค้า คือใช้มอเตอร์มีกำลังที่ไม่มาก ไปขับเพลทเตอร์ที่มีความหนักถึง 3-4 กก. /เพลทเตอร์
ไม่ใช่ผมออกเขียนขัดคอนะครับ ที่ผมเขียนนั้นเป้นหลักวิชาการ ที่อยากจะอธิบายให้พี่มุมได้เข้าใจอย่างถูกต้องเท่านั้น การที่พี่ทำเพลทเตอร์สองอันห่างจากเครื่องต้นแบบที่เค้าทำไว้จะทำให้เกิดผลตามรูปภาพที่ผมเอามาให้ดูนี้ หนักหนาสาหัดมากกว่าเทิร์นต้นแบบที่พี่มุมไปเห็นมานะครับ ไม่ว่าเพลทเตอร์ทั้งสองจะหมุนสวนทางหรือทางเดียวกัน ถ้ามันยิ่งห่างกันมันก็จะเกิดอาการสั่นโยกตัวมากขึ้นเหมือนการเต้นแบบยักย้ายสะโพงของระบำฮาวายมากยิ่งขึ้นนะครับ
แล้วยิ่งพี่มุนทำบาลานซ์ด้วยวิธีสะแตติก (คือแต่จับหมุนแล้วก็ถ่วงน้ำหนักเอา) มันเป็นการทำบาลานซ์ที่แย่ที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นค่า Residue Unbalance จะเหลืออยู่สูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าเทียบกันเอาเข้าเครื่องปั่นที่เรียกว่าทำแบบไดนามิกบาลานซ์น่ะครับ
หลายๆ คนอาจคิดว่า การอันบาลานซ์ของเพลทเตอร์เป็นความถี่ต่ำมากๆ ไม่ขึ้นไปถึงความถี่เสียงที่เราได้ยินไม่ต้องไปสนใจมัน บางคนอาจจะเห็นอาการลำโพงกระเพิ่มวิ่งเข้าวิงออกด้วยระยะที่น่ากลัวกลวยลำโพงจะหลุดออกมาทั้งยวงเวลาเล่นเทิร์นเทเบิ้น สาเหตุอาจเกินจากกานอันบาลานซ์นี้ก็เป็นได้เช่นเดียวกับการจับคู่อาร์มกับหัวเข้มไม่ดีเช่นกันนะครับ คือพอเทิร์นเขย่ามันก็ไปเขย่าหัวเข็มต่อด้วยเช่นกันนะครับ เพราะหัวเข็มก้านมันอ่อนมากๆ เทิร์นเขย่าเล็กน้อย เราอาจมองไม่เห็นการเขย่าหรือสั่นตัวช้าๆ ของมันแบบนี้ได้ แต่มันก็สามรถไปขยายจากแอมป์ไปออกที่ลำโพงให้เราเห็นได้น่ะครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-0DA4_5073C2BB.jpg)
-
ผมทำความยาวของแขนลิเนียร์อาร์มเท่ากับ SME V ครับ วันนี้ลองเอามาวางเข้าที่เข้าทางดู รู้สึกว่าก้านอาร์มมันจะยาวไปหน่อย คือถ้าใช้งานจริงมีปัญหาเรื่องการแท็กกิ้งค่อยตัดแขนอาร์มให้สั้นลง คือผมลองใช้ปากเปล่าลมใส่ตรงหัวเข้มแล้วมันวิ่งดี เลยขอลองแบบยาวๆ เพื่อให้ค่า VTA/SRA คงที่ดีๆ ไว้ก่อน ผมยังไม่ได้สามารถลองเล่นกับแผ่นจริงๆ เพราะต้องยกอาร์มไปลองเป่าลมกันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์ รอซื้อปั๊มลมมาใช้เองก็คงได้ลองจริงจังกันอีกครั้ง
(http://s2.uppic.mobi/image-CAEB_5073D12B.jpg)
และขอเอาวิธีทำให้อาร์มแท็กกิ้งกับร่องดีขึ้น แล้วทำให้ได้เสียงที่ดีขึ้นด้วยวิธีคล้ายกับการใช้ Heavy Weigth มาให้ดูกันด้วยนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-C2A2_5073D12B.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-078C_507380D3.jpg)
แนวคิดของผู้ออกแบบไม่เหมือนใครในโลก ทำให้ผมเกิดความสนใจ ในหลายเรื่อง ๆ แต่สุดท้าย หลังจากการทดลอง (สร้างเครื่องนี้เป็นเครื่องที่ 2) แนวคิดอันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของทฤษฎีของนิวตัน ที่ผมเคยเรียนมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ครับ หลักคิดง่าย ๆ ของผู้ออกแบบ คือ การสลายเรโซเน้นซ์แต่จุด ให้อยู่กับที่
ไม่มีทางเป็นไปได้ครับ ที่วิธีนี้จะสลายรีโซแนนซ์ของวัสดุให้หายไปไหนได้ด้วยงิธีนี้นะครับ ถ้ามวลของสองเพลทเตอร์นี้เท่าๆ กัน การทำแบบนี้มันจะมีสิทธิให้เกิดผลจากรีโซแนนซ์รุนแรงมากขึ้นอีกเท่าตัว ถ้า Phase ของการสั่นมันไปพร้องกันพอดีซะด้วยซ้ำไปนะครับ ผมมไม่คิดว่าคนทำหรือคนออกแบบนี้จบวิศวะเครื่องกลเป็นแน่ครับ เพราะดูจากการออกแบบแล้วเค้าไม่ได้เข้าใจหลักของเรื่องในตำราไดนามิคเลย ผมเห้นบ่อยๆ ที่การออกแบบพวกเครื่องเสียงโดยเฉพาะเทิร์นเทเบิ้นที่ไม่ได้ถูกถูกออกแบบโดยวิศวะกรเครื่องกลเป็นแน่หลายๆ ยี่ห้อ (ใครอยากทราบพีเอ็มคุยกันได้ครับ) หรือถ้าใช่วิศวะกรเครื่องกล ก็แสดงว่าเค้าผู้นั้นไม่มีคุณธรรม เพราะเป้นการออกแบบมาเพื่อต้องการขายอุปกรณ์ที่จะต้องโมฯ เปลี่ยนกันภายหลังให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วพวกเค้าก็ได้ตังค์เข้ากระเป๋าเค้ามากขึ้น ที่อาจขายเทิร์นไปแล้ว คนใช้ใช้ได้ดีโดยไม่ต้องโมต่อในภายหลัง โดยทั้งที่ถ้าทำดีๆ แล้ว มันก็ไม่ได้เพิ่มต้นทุนอะไรมากนัก
แต่ที่ผมพูดมาในช่วงหลังไม่เกี่ยวกะเทิร์นที่ทำแบบนี้นะครับ เทิร์นตัวนี้คือคนออกแบบใช้หลักคิดเอาเอง ไม่ใช่ใช้หลักวิชาการที่ถูกต้องครับ
เริ่มตั้งแต่ตัวสร้างพลัง คือมอเตอร์ ส่งพลังงาน ผ่านมูเล่ย์ ไป จนถึงตัวรับพลังงานคือ เพลทเตอร์ ซึ่งมีการวางที่ไม่เหมือนใครในโลก และ แถมยังต้องวางเพลทเตอร์ถึง 2 ชุด ตรงนี้เอง ทำให้ผมคิดไปถึงรถไต่ถังว่า ทำไมจึงต้องเกิดแรงเวี่ยง 2 ชุด ในพลังงานชุดเดียวกัน เมื่อแรงหมุนด้วยพลังงานเพียงชุดเดียว พอถึง ณ จุด ๆ หนึ่ง จะเกิดการบารานส์ขึ้น คล้ายกับช่องว่างของพลังงาน หรือ การหนีศูนย์พลังงาน วัสดุจะไม่เกิดแรงดึงกันขึ้น สมัยเป็นเด็ก ผมเคยเล่น คือ ใช้มือเราจับมือเพื่อน แล้วก็ใช้แรงเวี่ยงหมุนเพื่อนรอบตัวเรา เราเพียงใช้แรงนิดหนึ่ง เวี่ยงเพื่อนออกไป เจ้าเพื่อนก็จะหมุนลอยอยู่รอบตัวเรา โดยที่เราใช้แรงไม่มาก เข้ากฎของนิวตันเลย แนวคิดอัน ผู้ออกแบบเอามาใช้กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงของเค้า คือใช้มอเตอร์มีกำลังที่ไม่มาก ไปขับเพลทเตอร์ที่มีความหนักถึง 3-4 กก. /เพลทเตอร์
ไม่ใช่ผมออกเขียนขัดคอนะครับ ที่ผมเขียนนั้นเป้นหลักวิชาการ ที่อยากจะอธิบายให้พี่มุมได้เข้าใจอย่างถูกต้องเท่านั้น การที่พี่ทำเพลทเตอร์สองอันห่างจากเครื่องต้นแบบที่เค้าทำไว้จะทำให้เกิดผลตามรูปภาพที่ผมเอามาให้ดูนี้ หนักหนาสาหัดมากกว่าเทิร์นต้นแบบที่พี่มุมไปเห็นมานะครับ ไม่ว่าเพลทเตอร์ทั้งสองจะหมุนสวนทางหรือทางเดียวกัน ถ้ามันยิ่งห่างกันมันก็จะเกิดอาการสั่นโยกตัวมากขึ้นเหมือนการเต้นแบบยักย้ายสะโพงของระบำฮาวายมากยิ่งขึ้นนะครับ
แล้วยิ่งพี่มุนทำบาลานซ์ด้วยวิธีสะแตติก (คือแต่จับหมุนแล้วก็ถ่วงน้ำหนักเอา) มันเป็นการทำบาลานซ์ที่แย่ที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นค่า Residue Unbalance จะเหลืออยู่สูงมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าเทียบกันเอาเข้าเครื่องปั่นที่เรียกว่าทำแบบไดนามิกบาลานซ์น่ะครับ
หลายๆ คนอาจคิดว่า การอันบาลานซ์ของเพลทเตอร์เป็นความถี่ต่ำมากๆ ไม่ขึ้นไปถึงความถี่เสียงที่เราได้ยินไม่ต้องไปสนใจมัน บางคนอาจจะเห็นอาการลำโพงกระเพิ่มวิ่งเข้าวิงออกด้วยระยะที่น่ากลัวกลวยลำโพงจะหลุดออกมาทั้งยวงเวลาเล่นเทิร์นเทเบิ้น สาเหตุอาจเกินจากกานอันบาลานซ์นี้ก็เป็นได้เช่นเดียวกับการจับคู่อาร์มกับหัวเข้มไม่ดีเช่นกันนะครับ คือพอเทิร์นเขย่ามันก็ไปเขย่าหัวเข็มต่อด้วยเช่นกันนะครับ เพราะหัวเข็มก้านมันอ่อนมากๆ เทิร์นเขย่าเล็กน้อย เราอาจมองไม่เห็นการเขย่าหรือสั่นตัวช้าๆ ของมันแบบนี้ได้ แต่มันก็สามรถไปขยายจากแอมป์ไปออกที่ลำโพงให้เราเห็นได้น่ะครับ
ขอบคุณครับ ที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้ ผมกำลังศึกษาการทำงานของผู้คิดว่า เค้าคิดอย่างไรกับโครงงานฯแบบนี้ หลายเรื่อง หลายอย่าง ต้องทำความเข้าใจไปพร้อมกับการทดลอง ผมเองไม่สามารถตั้งสมุติฐานได้ว่า เหตุจงใจที่ผู้ออกแบบกระทำแบบนี้ เค้าคิดอย่างไร หลังจากที่มาทำด้วยตัวเองจึงรู้ปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางการแก้ไข วิ่ง
เข้า วิ่งออกโรงกลึง จนช่างเริ่มออกอาการเหนื่อยกับผมแล้ว แต่ก็ดีครับ ผมเรียนรู้การแก้ไขไปด้วย พร้อมไปกับการสร้างเครื่องในลักษณะเช่น หากยังพอมีกำลังทรัพย์ ผมเองน่าจะสร้างตัวที่ 3 อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเมื่อเช่านี้ก็ไปโรงกลึงอีกแล้วครับ
ขอบคุณ คุณ PINIJ ที่ช่วยนำเสนอบางแง่มุมทำให้ผมเกิดไดเดีย บางอย่างขึ้นมาเพิ่มเติม :)
.............ลองชมที่เวลา 1.21 นาทีดูครับ ............ ว่าเค้าแก้ปัญหาอย่างไร กับ การสั่นของเพลทเตอร์
http://www.youtube.com/v/Jt2-6aq6g-Y
-
วันนี้มีอาจารย์สอนไวโอลินผ่านมาดื่มกาแฟที่ร้าน เลยเอาของเราขึ้นมาปัดฝุ่น ให้เค้าสอนให้ซะเลย ลองเข้ามาเล่นในห้องฟังแล้วเล่นเทียบกับชุดของเรา เลยถือโอกาศปรับความดังของเสียงให้มันเท่าๆ กันซะเลย จริงๆ แล้วความดังก็พอๆ กะที่ผมฟังอยู่ปรกติทุกวันนั่นแหละ แต่ผมไปฟังบ้านใครผมต้องเร่งเสียงมากขึ้นเกือบทุกบ้านเลยนะครับ เสียงถึงจะได้ยินเท่าที่ผมฟังโดยปรกติ ผมเป็นคนฟังเพลงค่อนข้างดังกว่าชาวบ้านแน่ๆ ครับ (เล่นเองเทียบเสียงกับชุดของเราเองไม่ได้ เพราะเสียงไวโอลินมันอยู่ใกล้หูเรามากเกินไป มันไม่เหมือนคนอื่นเล่นแบบยืนตรงระหว่างกึ่งกลางลำโพงน่ะครับ) ผมก็ว่าชุดผมเล่นเสียงไวโอลิน ได้ใกล้เสียงจริงพอสมควรเลยละครับ มีไดนามิคทานเซี้ยนของเสียงได้ออกมาสดใกล้เคียงกัน เมื่อฟังจากแผ่นดำผ่านผ่านปรีเข้าแอมป์ตรงๆ ไม่ผ่านคอมป์นะครับ แต่พอเล่นจากคอมป์ไฟร์ดอทเวฟ 32bit 192 kbps พบว่ามันยังห่างเสียงจริงกว่าการใช้แผ่นดำเล่นครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-268C_507549C4.jpg)
ปล. พี่มุมผมติดตั้งวินโด้ใหม่แล้วดูคลิปที่เอามาให้ดูไม่ได้ครับ (มันเป็นสีขาวๆ เท่าานั้น) ช่วยอธิบายให้ฟังด้วยครับ ว่าเค้าแก้อย่างไร?
-
วันนี้ผมได้ชมการทำกาแฟจากขี้ของชมด โอ้โฮ้ กก. ละ 100,000 บาท เฉพาะขี้เท่านั้น สำเร็จเป็นกาแฟดื่มแก้ว ๆ ละ 1,500 บาท แม้เจ้า.... ทำไมจะกล้าดื่มครับ ไม่ใกล้ ไม่ไกล จังหวัดกาญจนบุรี นี้เอง จะหาโอกาสไปเที่ยว และไปขอสูดกลิ่นกาแฟแก้วละ 1,500 บาท ขอเพียงสูดกลิ่นนะครับ :) คุณPINIJ ไม่ทดลองดูบ้างหรือครับ
การแก้ปัญหาของเค้า แนวคิดง่าย ๆ แบบนี้ครับ โดยใช้แม่เหล็ก พลักกัน ทำให้เพลทเตอร์ ถูกยกลอย ทั้งเพลทเตอร์ตัวบน และ ตัวล่าง เมื่อวัสดุลอยตัวแล้ว เจ้าเรโซเน้นซ์ที่เกิดขึ้นบนแท่น ก็ยากที่จะถูกถ่ายเทไปถึงเพลทเตอร์ ส่วนการหมุนสวนทางกัน เป็นการรักษาสมดุลย์ของแรงหมุนของเพลทเตอร์ ตรงนี้ก็มีจุดที่ลิเนียเรื่องความสูงเหมือนกัน กับ แกนแบริ่ง เมื่อเราปรับระดับความสูงอย่างสมดุลย์กับการหมุน ก็จะเกิดเรโซเน้นซ์น้อยที่สุด หรือ อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
http://www.youtube.com/v/BJg3jLuPshk
http://www.youtube.com/v/PfZUmbxzUM4
-
วันนี้ผมได้ชมการทำกาแฟจากขี้ของชมด โอ้โฮ้ กก. ละ 100,000 บาท เฉพาะขี้เท่านั้น สำเร็จเป็นกาแฟดื่มแก้ว ๆ ละ 1,500 บาท แม้เจ้า.... ทำไมจะกล้าดื่มครับ ไม่ใกล้ ไม่ไกล จังหวัดกาญจนบุรี นี้เอง จะหาโอกาสไปเที่ยว และไปขอสูดกลิ่นกาแฟแก้วละ 1,500 บาท ขอเพียงสูดกลิ่นนะครับ คุณPINIJ ไม่ทดลองดูบ้างหรือครับ
อยากลองดูเหมือนกันครับ ตอนนี้ผมก็ได้ปลูกกาแฟไว้เก็บผลเองแล้ว และจะได้มั่นใจอย่างแท้จริงว่ากาแฟของเราจะเป็น Organic Coffee ที่แท้จริง (ที่ซื้อจากคนอื่นมาขายผมยังไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซนต์เหมือนเราปลูกเอง)
อีกสองอาทิตย์ผมก็ได้นัดเพื่อนไว้ว่าจะขึ้นไปดูเค้าเลี้ยงชมดที่ดอยช้างอยู่เหมือนกันครับ ปัญหาเยอะครับ ส่วนมากคือมันชอบกัดกันตายน่ะครับ และมันตื่นคนแบบวิ่งกระแทกกรงจนจมูกเป็นแผลแล้วก็จะตายก็อีกสาเหตุหนึ่ง แต่ตอนนี้คนที่กินกาแฟผมที่เคยกินของดอยช้างมาแล้ว ยังบอกว่าที่ก้นแก้วของกาแฟผมมีความหวานหอมมากกว่าของดอยช้างนะครับ (แต่ต้องชงแบบกดให้การไหลของน้ำให้ไหลออกมาเป็นหยดๆ 1 Oz นี่อาจใช้เวลาเกือบนาทีกันเลยทีเดียว (กาแฟผมถึงจะใช้เวลาน้ำร้อนไหลลงแก้วนานกว่ามาตรฐาน แต่มันจะไม่มีกลิ่นไหม้ครับ) ยิ่งลีดน้ำออกมาเป็นหยดมันก็ยิ่งจะได้มวลเนื้อของกาแฟมากขึ้น (คือคนกินแค่ 1 ออนซ์แบบริสเทร็ทโต้เราก็ต้องลีดมวลสารในผงกาแฟลงไปในแก้วให้หมดครับ ถ้าใครดื่มที่ 2 ออนซ์ แบบเอสเพรสโซ่ ก็ปล่อยน้ำไหลตามปรกติ)
การแก้ปัญหาของเค้า แนวคิดง่าย ๆ แบบนี้ครับ โดยใช้แม่เหล็ก พลักกัน ทำให้เพลทเตอร์ ถูกยกลอย ทั้งเพลทเตอร์ตัวบน และ ตัวล่าง เมื่อวัสดุลอยตัวแล้ว เจ้าเรโซเน้นซ์ที่เกิดขึ้นบนแท่น ก็ยากที่จะถูกถ่ายเทไปถึงเพลทเตอร์
พี่ยังเข้าใจตรงนี้ผิดครับ รีโซแนนซ์มันอยู่ในเพลทเตอร์ครับ ไม่ใช่จากการถ่ายเทจากแท่นเข้าไป และจากแท่นมันก็มีเป็นค่าของแท่นเอง และจริงๆ แล้วการหมุนช้าๆ ระดับ 33.3 rpm การหมุนยังไม่น่าจะขึ้นไปถึงค่ารีโซแนนซ์ของมันเลยด้วยนะครับ เรื่องรีโซแนนซ์จึงยังไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เรื่องบันทัดข้างล่างนี่ละเกี่ยวเป็นอย่างมากครับ
ส่วนการหมุนสวนทางกัน เป็นการรักษาสมดุลย์ของแรงหมุนของเพลทเตอร์
ไอ้ที่ว่าวิ่งสวนทางแล้วมันรักษาค่าสมดุลย์ของเพลทเตอร์นี่แหละ ที่ผมว่ามันเป็นคำพูดของคนที่ไม่รู้เรื่องนี้จริง มันดูเหมือนเป้นแบบนั้น แต่ไม่ใช่ครับ ลองกลับย้อนไปอ่านสิ่งที่ผมเขียนไว้แล้วอีกครั้ง ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามที่เค้าว่ามาครับ การสร้างล้อเพลทเตอร์ขึ้นมาอีกล้อหนึ่งนี่มันเป็นการเพิ่มให้การสมดุลย์มันแย่ลงครับ ลองคิดง่ายๆ สมมุติว่าเรามีล้อเดียวมันก็จะแกว่งหรือสั่นอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว จากที่ผมเคยบอกว่าไม่มีใครทำบาลานซ์ให้เป้นศูบย์ได้ครับ แล้วลองคิดดูว่าถ้าเอาอีกล้อมาวิ่งบนเพลาเดียวกันดู แล้วคิดต่อไปว่าเวลาที่จุด Unbalance นั้นมันหมุนมาตรงกันหรือเจอกันทั้งสองเพลทเตอร์ การสั่นก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวน่ะครับ แล้วมันก็จะเกิดอาการสั่นๆ มากๆๆ กว่าการใช้เพลทเตอร์อันเดียว แล้วก็จะหายๆ ไป กลับไปกลับมาแบบนี้ไปเรื่อยๆ น่ะครับ (Fluctuation)
ตรงนี้ก็มีจุดที่ลิเนียเรื่องความสูงเหมือนกัน กับ แกนแบริ่ง เมื่อเราปรับระดับความสูงอย่างสมดุลย์กับการหมุน
ปรับความสูงหรือความห่างอย่างไรก็ไม่มีจุดดีขึ้นครับ มีแต่ว่ายิ่งวางห่างกันโมเมนตั้มของการแกว่งก็จะมากขึ้นตามครับ ให้นึกถึงภาพการส่ายหน้าอกและสะโพงของนักเต็มระบำฮาวายหรือพวกอินเดียนะครับ ซึ่งมันจะไปกันคนละทาง เต้นไม่เป็นอาจล้มง่ายๆ แต่ถ้าเราส่ายแต่สะโพงอย่างเดียวโอกาศเต้นแล้วล้มจะยากกว่าน่ะครับ
ก็จะเกิดเรโซเน้นซ์น้อยที่สุด หรือ อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
ผมคิดว่าการหมุนแค่ 33.3 rpm ของเพลทเตอร์ยังไม่ถึงกับขึ้นไป Excite เจ้ารีโซแนนซ์ที่ค่ามันน่าจะสูงกว่า 33.3 cpm ครับ หรือแค่ 0.5Hz เอง ค่ารีโซแนนซ์ของแท่นเทรินที่มีราคาแพงยังแค่ 3-5Hz นะครับ แต่พวกเทิร์นถูกๆ นี่อาจขึ้นไปถึง 10Hz กว่าก็เป็นได้ครับ เพราะฉะนั้นความเร็วในการหมุนขนาดนี้ ผู้เขียนคนนั้นไม่ความจับเอามาเป็นประเดนในการโฆษณาชวนเชื่อในการขายสิ้นค้าครับ การเขียนนี้คือการลหอกคนที่ไม่มีความรู้ครับ โดยการเอาเรื่องที่คนมักจะเกรงกลัวกันมากๆ คือเรื่องของรีโซแนนซ์ แต่จริงๆ แล้วกรณีนี้มันเกี่ยวกันน้อยมากๆ จนไม่น่าเอามาคิดครับ
ถ้าจะคิดกันในเรื่องของรีโซแนนซ์คืออยู่ที่ตัวอาร์มครับ คนที่เล่นอาร์มและหัวแพงๆ กับชุดดีๆ ถึงบอกกันว่าหัวนี้ไม่เหมาะกับอาร์มนี้ นี่คือเรื่องที่รีโซแนนซ์เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเต็มๆ ครับ ให้ลองอ่านดูว่ามันเกี่ยวข้องอย่างไรให้อ่านข้างล่างนี้ดูนะครับ
(เคดิดลิงค์ของ SME ที่เขียนไว้) :-
With one compliance unit (lcu) equivalent to l x l0-6 cm.dyne, a low-to-moderate compliance design has a relatively stiff stylus cantilever suspension in the 8-15cu range. The medium compliance range runs approximately from 15 to 25cu, while very softly suspended cantilevers fit in the high compliance range, from 25 to 50cu. In the bad old days when low frequency trackability was just about the only well-regarded performance parameter, cartridge compliances over 60cu were achieved, the Empire ZX1000, for example.
In an ideal world, tonearms would be well-matched to specific ranges of pickup compliance, assuring the customer of optimum performance from both. SME chased the high trackability dragon with their ultra low mass Series III, which employed nitrogen hardened titanium and carbon fibre technology. While it was expensive to tool up, the arm sold in large numbers, due to its affordable pricing.
Depending on the precise set up, the Series III offered an effective mass in the 5-7g range, optimum for cartridges in the 25-50cu region. When cartridges offering a better subjective performance emerged, cartridges with a lower compliance, SME offered a ballast weight to increase the arm's effective mass, but this was tantamount to shutting the stable door after the horse had bolted. An arm must be totally engineered for the target effective mass, if the performance is to be maximised. Lower compliance cartridges feed more vibrational energy into the arm, and this can only be dealt with using a structure of superior rigidity and resonance control. Simply adding mass to the headshell of a lightweight arm could make things worse. If a higher mass is required, the designer must exploit this engineering resource to give the best possible structure.
Some readers may be wondering why the arm mass needs to be matched to the cartridge compliance. It's a long story, but was thoroughly researched by Shure. Briefly, the total moving mass, made up of the cartridge and that of the arm seen by the cartridge - the effective mass' or moment of inertia - in combination with the spring of the cartridge cantilever suspension results in a mechanical resonance, capable of oscillating or vibrating as the groove is dragged past the stylus. Such a resonance will result in an undesirable, non-musical low frequency output from the cartridge, and worse still, it can impair the stability and the tracking behaviour of the pickup. The worst effects can be ameliorated by some form of arm damping, perhaps by means of a viscous fluid filled dashpot, which reduces the amplitude of the rise in output at resonance, but the alternative, of applying damping to the cartridge suspension, results in even worse tracking on difficult recorded passages.
If the arm/cartridge resonance is on the high side, above 15Hz, say, it will begin to affect sound quality in the bass. Conversely, the tracking is secure and recovers quickly from vibration or shock. If this resonance is too low, lower than 8Hz, the cartridge wobbles alarmingly and is unduly excited by minor warps - Shure's work showed that this has a maximum content around 6Hz. Close examination at such a condition will show the pickup perpetually vibrating at its resonance frequency. A further problem arises with the best-sounding turntables, which generally employ a floating, spring-suspended subchassis. These chassis systems have their own resonances in the 2.5Hz to 5Hz region. For arm/cartridge resonances below 8Hz, the proximity is too great and unwanted energy coupling often occurs, worsening stability and increasing the overall turntable flutter, an unpleasant rapid variation in musical pitch.
Thus 10-12Hz is the ideal region in which to place the arm/cartridge resonance, requiring matching of the arm mass with the cartridge compliance; arm damping will help to extend the range of compatibility, but only so far. Arm damping should be used at a sensibly low level, just enough to take the edge off the resonance magnification factor or 'Q', reducing it from 15 to 4-8, say. Excessive damping adds additional loading to the stylus tip, unbalancing the left and right groove contact forces and disturbing the channel balance as the damping attempts to prevent the cartridge from following minor warps and related disc eccentricities
So we come to the SME Series V - better late than never - potentially a statement of the arm designer's art and a tonearm designed for the finest modern cartridges, virtually hand-built, moderate-compliance, moving-coils. The selling price has risen above the initial target, the 'V' sells for more than £1200 - without any doubt a fantastic price for a tonearm. However, its stake on SME's traditional claim, 'The best tonearm in the world', is supported by an exceptional standard of design - technology, engineering and aesthetics directed towards versatility, compatibility, but above all, sheer performance.
A medium-to-high mass arm, with a 10-11g effective mass, its use of materials has been optimised to provide maximum structural resonance control and rigidity. The latter is essential to hold the cartridge firmly so that as much musical groove information as possible is transformed to its electrical equivalent and fed to the preamplifier. Satisfying this requirement for rigidity and simultaneously allowing for the cartridge to move freely in two axes is a major problem which all arm designers have to solve. Their in finding a solution which remains consistent in production, largely determines how well the arm will perform subjectively in the real world.
To quote SME in their excellent instruction manual for the 'V': 'in theoretical terms an ideal pickup arm is supposed to be perfectly unyielding in four out of six possible degrees of freedom. That is, all except the two linear dimensions in which the music signal is generated by groove modulation. In those two linear dimensions, an ideal arm is supposed to act as a pure mass'.
SME do not claim to have achieved this; rather, they believe that they have approached closer to this paradigm than before. 'Pure Mass' implies that no compliance or potential for flexure exists. If realised, such an arm would be totally non-resonant, except at subsonic frequencies, and would be devoid of frequency imbalance or coloration.
Arms typically exhibit flexure in several parts of the structure, sometimes at surprisingly low frequencies. Detachable headshell models generally 'sing' between 200Hz and 300Hz, due to the headshell/arm joint. Arms with decoupled counterweights can run into trouble at frequencies as low as 50Hz. Poorly designed main beams, or for that matter bearing assemblies, can introduce a series of resonances from a few hundred Hertz upwards. The Linn Ittok LVII is an early classic design which has stood the test of time. It avoids most pitfalls, and has been the model for later designs. The Swiss Breuer predated the Ittok, but was always regarded as too costly - little would we have guessed that the ultimate SME would cost very much more!
The new SME arm aims to solve a major headache in one bold stroke, one already partially addressed by Roy Gandy in his Rega RB300. This is to remove all the usual bonds between headshell and armtube, tube and pivot assembly, assembly and counterweight. By doing this, a number of potential weaknesses are eliminated. The SME designer chose to make the main beam a massive-looking affair of heavily-tapered, relatively thin-wall, magnesium alloy, cast in one piece with the substantial cartridge mounting platform, bearing assembly and the rear gantry and track for the counterweight. The large diameter of the cast beam maximises the torsional stiffness, while the strong taper to the headshell exerts a firm grip on any possible bending vibration modes.
Following various reports obtained during prototype testing, it was decided that the counterweight be clamped tightly in position after alignment, eschewing the rubber coupling often employed to try to lower the amplitude of midband resonances. In the event, such compromised damping was not required. Ideally, the counterweight material should be of high density, allowing its mass to be concentrated physically to allow placement close to the pivot/bearing position. This minimises self resonance and lowers its contribution to the effective mass, allowing more mass to be used to reinforce the main arm beam. To help realise this goal, SME chose to employ a tungsten block, optimally dimensioned. (Rega also use tungsten for their RB300 counterweight.)
In their previous designs, SME aimed at providing very low bearing friction in the two required planes of motion, employing a small precision ballrace for the horizontal motion and a gravity loaded knife-edge bearing for the vertical. Recognising that lower compliance cartridges impart significant acceleration to the arm, SME resolved to use ballrace bearings for both planes. In the case of inexpensive designs, these are generally left on the slack side to ensure low friction. Any trace of play, however, can have dire subjective consequences, the general effect being a grainy imprecision in the treble, an additional degree of sibilance on vocals, and in some cases a brittle brightness at high frequencies.
The new SME, as with other great tonearms, had to be devoid of any play. However, strong bearings require a degree of pre-load tension to take up any slackness and stiffen the operating assembly.
To sustain these forces without any brinelling, or indentation, of the bearing surfaces, high-load, large-size, stainless steel ballrace assemblies are used.
In harmony with these strong bearings, the whole pivot assembly, yoke and pillar, are substantial in size so as not to prejudice the overall rigidity. An ingenious lathe-like double-jaw clamp locks the pillar into a pair of guides which run between the main mounting bars of the bedplate. Once the arm has been positioned after lateral stylus overhang and height alignment, the whole assembly is locked together with a ball-head socket wrench. A rack and pinion drive allows precise overhang adjustment.
This rigid construction, as with the lttok, Breuer, Sumiko, Zeta and a few other models, means that a substantial degree of audio range energy from the cartridge is communicated to the arm baseplate and hence to the turntable chassis, an important point which will be considered later. As we shall see, it may strongly affect the ideal choice of turntable.
Nominally compatible with the earlier SME arm baseplates, the fixing centres for the four screws and the familiar oval armboard cutout are the same. Thereafter, some differences emerge. Unlike its predecessors, which used a compliant rubber grommet mounting, the 'V' is rigidly bolted to the turntable, and the through bolts need clearance below the chassis. Care must be taken with the Linn, for example. Another minor difficulty concerns the current LP12's corner plinth reinforcements: that nearest the arm fouls the 'V's leadout assembly and needs careful paring away.
A conventional logarithmic frequency scaling has been adopted for fig.2 to show up the low frequency behaviour more clearly. The arm was tested on an Oracle Delphi, and it must be noted that some of the measured effects are due to the Oracle's chassis and armboard resonances. That at 1 kHz, for example is suspected to be due to the Oracle. The lowest frequency mode is probably due to the counterweight and is quite moderate. The main arm modes occur at approximately 1.3kHz and 1,6kHz, indicating a very rigid, well damped structure. (The best arms tested so far have shown torsional modes below 1kHz, sometimes as low as less than 500Hz.)
The effective mass was estimated at around 10.5gm, somewhat dependent on the mass of the cartridge counterbalanced and the choice of mounting hardware. Stainless steel socket-head bolts are preferred for mounting the cartridge, but add 1-I.5g of mass. The geometric alignment was rated highly, while the arm's dynamic stability and lack of structural resonance resulted in superior pickup tracking. With the signal excellently screened, hum levels were low with test cartridge (a van den Hul MC1 0).
Bearing friction was moderate, at 40mg lateral. This was not the lowest I have measured but accorded with the alignment required for zero play. In the vertical plane it was 10mg or less. Given a sensible playing downforce of 1.25g or more, these friction values are negligible. Set to 1.5g, bias compensation at the innermost grooves was appropriate for an elliptical or similar stylus (the range allowed covers 180-225mg). At the rim the force was marginally low, but should not result in any noticeable ill effects.
The downforce dial proved to be correctly calibrated, while the cue operated well with negligible lateral drift and sensible descent and ascent rates. A generous range of subsonic damping was available; on audition its use at the first calibration was thought sufficient.
Sound quality
We had the opportunity to sample the 'V' in three great turntables, a current Linn LP12, the latest, and in my view, much-refined Oracle Delphi, and the massive West German Audiolabor Konstant. Cartridges used included the vdH MC1 B and MC10 and the Koetsu Red. A wide range of amplification was available during the test period, including the Audio Research SP-11/M-100 and the conrad-johnson Premier 3/4. Earlier listening had taken place with the Cyrus Two; while on the face of things this modest amplifier seems an inappropriate companion, the superior quality of the 'V' was more than obvious.
Perhaps I should admit straight away that the SME Series V was very much my kind of tonearm. I have used and respected the lttok for years, dabbled with Alphasons and Zetas, but have felt the need for something capable of truly great performance. Yet another model with a differently shaded view of the truth was not enough.
The 'V' redefines the art of pivoted tonearm sonic performance. It is possible to extemporise on various specific aspects of quality relative to other models, but one simple test will readily reveal its greatest strength. A well-recorded, wide-range singing voice will suffice: one experiences an almost revelatory exposition of articulation and clarity, notable for its uniform texture over the vocal range, freedom from 'edge', sibilance or unnatural emphasis, and superb placement in the central stereo stage. This fine vocal neutrality is its key attribute, and only later do the fine details of its overall performance make their presence known. Slowly the listener has a dawning awareness of the coherent musical control exerted by this arm.. This control was contiguous over the entire frequency range, from low bass to high treble, All areas seem to be given fair weight and balance, which was held both in terms of tonal quality and in the stability and coherence of the stereo image.
Images were reproduced with exceptional width and depth, with fine perspective layering and little spatial distortion, ambience and space lying around and beyond the frontal stage. Coloration was as low as expected, an aspect which supports the recognition of its relaxed transparency, again this well maintained over the entire frequency range.
While the above comments represent a distillation of its 'absolute' performance, it is affected by the choice of motor unit. Of those tried, each showed specific effects. On the Oracle, the bass was very fine and the clamp/mat system exploited the arm's transparency and low coloration to the full. Some clouding of information was apparent in the midrange, perhaps due to the outrigger type arm mounting platform. On the Audiolabor, the low bass was excellent, strong but dry, while the upper bass was not differentiated to the same standard. In the upper mid and lower treble. the arm sound hinted at excess brightness with a loss of stereo depth. This turntable uses a massive, heavy metal subchassis, and energy reflections at the mounting were felt to be responsible. Nevertheless, the standard was very good.
Perhaps it was logical that the Linn should have turned out to be the best all rounder. In a sense optimised for the lttok, the LP12 handled the SME, which is relatively similar mechanically, very well. On the Linn, the 'V' appeared optimally terminated with the standard, composite fibre, mounting board, While the upper bass was marginally bumpy, low frequencies were tuneful and well extended. The midrange was at its most even, and balanced well with the treble. Ultimately, this was the most satisfying combination. Other players need to be tried and hopefully the industry will build up some experience here.
-
เรื่องการ DIY เทิร์น ผมคิดว่าเราอย่าไปสนใจว่าเพลทเตอร์จะหมุนแล้วไปทำให้เกิดรีโซแนนกันเลย เพราะการหมุนมันรอบต่ำมากจนไม่สามารถไปถึงค่ารีโซแนนของแท่นหรือของจานที่หมุนครับ ขอให้พวงกับการไม่บาลานซ์ของจานหมุนอย่าง้เดียวพอครับ
ส่วนเรื่องแท่นนั้นให้ห่วงเรื่องค่ารีโซแนนซ์ของตัวมันเองที่ควรจะทำให้มันอยู่ที่ 2.5-5Hz จะดีที่สุดครับ ซึ่งค่านี้มันต่ำมากไม่เข้าไปถึงความถี่ของเสียงอีกด้วย แต่เราก็ต้องมีการแดมป์แอมป์ปิจูดที่ 2.5-5Hz นี้ลงให้ได้มากที่สุดด้วยนะครับ มิเช่นนั้นลำโพงเราก็จะกระพือได้ ถ้าทำได้ครบตามนี้ก็ถือว่าเทิร์นที่ทำเองเยี่ยมแล้วละครับ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-F0CC_507631AC.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-A073_507631AC.jpg)
-
ผมได้ชมการเลี้ยงชมดของเมืองกาญจนบุรี รู้สึกว่าชมด จะเชื่องมาก ๆ ครับ ชนิดว่านักข่าวที่ไปทำสารคดี เข้าไปอยู่กับชมดในกรง เจ้าชมด ขึ้นไปปีนป่ายบนตัวนักข่าว แล้วเจ้าของผู้เลี้ยง ก็พานักข่าวไปยังกรงที่ชนดถ่ายมูลฯ แล้วพานักข่าวเก็บมูลชมด โดยมีเจ้าตัวชมด เวียนวนอยู่กับนักข่าว เห็นภาพแล้ว น่ารักจริง ๆ ครับ
มูลของชมด มัเมล็ดกาแฟเต็มไปหมด เห็นภาพแล้ว ไม่น่าดื่มเลยครับ แต่พอมาเป็นกาแฟแล้ว แก้วละ 1,500 บาท นี้ซิ :)
ปกติ ผมจะดื่มกาแฟดำ วัน 3-4 ถ้วย บางวันแถมก่อนจะนอนด้วย 1 ถ้วย ผมว่าผมขาดกาแฟดำไม่ได้ ยิ่งช่วงที่ใช่ความคิดมาก ๆ ยิ่งดื่มถี่ เคยถามหมอเหมือนกันครับ ว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ หมอเพียงบอกให้ผมเพา ๆ หน่อย
ดีจริง ๆ ครับ ที่ได้พูดคุยกับ PINIJ ว่าหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่เป็นข้อเท็จจริง และที่ผมกำลังทดลองทำอยู่หลาย ๆ แบบ สุดท้าย ผมเองต้องแยกแบริ่ง ออกเป็น 2 ชุด แต่ละชุดใช้เฉพาะเพลทเตอร์ ระหว่างเพลทเตอร์บน และ แผ่นล่าง กว่าจะทำเสร็จ ก็เล่นเอาโรงกลึงสายหน้า ยังไงก็ต้องทดลองต่อไปครับ เพื่อเรียนรู้ไปสู่การพัฒนา
วันหน้าต้องขอชิมกาฟาดำคุณ PINIJ บ้างครับ
-
แสดงว่ามันเป็นชมดที่เกิดจากในกรงไม่ใช่ชมดป่าที่ไปดักมาเลี้ยงครับ ผมอยากได้มากเลย ไม่ทราบว่าเค้าจะขายให้ไหม? ผมคิดว่ามันน่าจะเพิ่มความหอมหวานจากกาแฟปรกติขึ้นไปอีก
แต่กาแฟนี่การเนื้อดินที่ปลูกมีผลต่อรสชาติมากๆ เหมือนกัน แหล่งที่ผมขึ้นไปจ้างเค้าเก็บแบบคัดแต่เม็ดที่แดงๆ เท่านั้น แล้วเอามาแซ่น้ำกันวันนั้น รุ่งขึ้นก็เอาตากแดดกันเลยนั้น ถ้าผมไปเก็บที่สวนคนละฝั่งเขาที่ดินสีดำรสชาติก็ไม่ได้เรื่อง ผมเหมาสวนอยู่สวนเดียวที่มีดินสีแดงเท่านั้น รสชาติกาแฟถึงจะมีรสหวานและหอมมากกว่าครับ เหมือนสัปรดใครขึ้นไปนางแล ให้ลองเข้าไปซื้อฝั่งขวามือดูดินฝั่งนี้สีดำสัปรดจะเปรี้ยว ต้องซื้อฝั่งซ้ายมือดินจะสีแดง สัปรดจึงจะหวานแบบไม่มีรสเปี้ยวเลยแม้แต่น้อยครับ (ผมก็ใช้วิธีดูสีดิน แล้วเอาไปใช้กับกาแฟ พอดีผลลัพท์มันออกมาตรงกัน O0) ตอนนี้ผมก็ลองเอามาปลูกที่ภูซางดู วันข้างหน้าอาจมีสัปรดภูซางดังขึ้นมาเหมือนนางแลอีกที่ครับ
-
รู้สึกว่าเจ้าของฟาร์มกาแฟชื่ออนุวัฒฯ นามสกุลผมจำไม่ได้ครับ เค้ามีชมด หลายสิบตัว เท่าที่ดูกรง น่าจะเป็นร้อยครับ มีชมดที่เลี้ยงไว้ 3 ชนิด ก็จำไม่ได้อีกว่าแต่ละชนิดมีชื่อว่าอะไร ผมเองก็สนใจครับการเลี้ยงสัตว์ แต่คงไม่ไหวแล้ว อายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็พอกับอาชีพที่ทำอยู่ก็น่าจะทำไม่ไหวแล้ว ขืนไปทำอะไรมากมาย เวลาที่จะให้กับตัวเองน้อยลงไปอีก
เรื่องของเสียงเพลง เป็นสิ่งที่ทำให้อารมณ์ของเราสงบ และ สร้างบรรยากาศด้านอารมณ์ ผมว่าเป็นเรื่องดีครับ ทุกวันนี้ผมใช้เวลาฟังเพลงมากกว่าทำงานอื่น เพราะเพลงเป็นเพื่อนที่ดี สิ่งที่เก็บสะสม หรือ หามาทั้งชีวิต วันนี้ เราได้นำมาใช้งานแล้วครับ
สำหรับงาน Diy ปัจจุบันถือเป็นงานอดิเลกทำไปแก้เหงา ยามวัยเกษียรณเท่านั้นครับ ทำเพื่อให้สมองได้สร้างจินตนาการด้านความคิด หรือ พูดง่าย ๆ คือ ให้สมองได้ออกกำลัง เพื่อยามวัยชรา สมองเราจะใช้งานได้ดี จะได้ไม่หลง ๆ ลืม ๆ มากครับ
อากาศทางภาคเหนือยังไงบ้างครับ ขณะนี้ปลายฝน ตนหนาวเข้ามาแล้ว บรรยากาศทางภาคเหนือคงจะสวยงาม และก็อากาศดีมาก ๆ ด้วย นึกถึงสมัยที่ย้ายไปรับราชการที่โน้น รู้สึกดี ๆ จริง ๆ ครับ
-
รู้สึกว่าเจ้าของฟาร์มกาแฟชื่ออนุวัฒฯ นามสกุลผมจำไม่ได้ครับ เค้ามีชมด หลายสิบตัว เท่าที่ดูกรง น่าจะเป็นร้อยครับ มีชมดที่เลี้ยงไว้ 3 ชนิด ก็จำไม่ได้อีกว่าแต่ละชนิดมีชื่อว่าอะไร ผมเองก็สนใจครับการเลี้ยงสัตว์ แต่คงไม่ไหวแล้ว อายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็พอกับอาชีพที่ทำอยู่ก็น่าจะทำไม่ไหวแล้ว ขืนไปทำอะไรมากมาย เวลาที่จะให้กับตัวเองน้อยลงไปอีก
สำหรับผมถ้าชมดเลี้ยงไม่ยากก็อยากเลี้ยงเหมือนกัน เพราะมันจะทำให้มูลค่ากาแฟผมเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวน่ะครับ คือผมอยากจะวางรากฐานให้เจ้าสองตัวเล็กๆ ของผม เพิ่งจะขวบครึ่งกะสี่ขวบเอง จะได้เรียนจบแล้วไม่ต้องไปเป็นขี้ค่าใครเหมือนพ่อน่ะครับ ขอดิ้นอีกซักเฮือกนึงครับ แต่ทุกวันนี้ผมก็มีเวลาฟังเพลงมากกว่าสิบชั่วโมงต่อวันอยู่แล้วละครับ
ถ้าผมขึ้นไปดูที่บนดอยช้างและคิดว่าจะขอซื้อเค้ามาซักสองสามคู่ ถ้าไม่ได้ผมอาจต้องไปเที่ยวเมืองกาณจ์ซะแล้ว
เรื่องของเสียงเพลง เป็นสิ่งที่ทำให้อารมณ์ของเราสงบ และ สร้างบรรยากาศด้านอารมณ์ ผมว่าเป็นเรื่องดีครับ ทุกวันนี้ผมใช้เวลาฟังเพลงมากกว่าทำงานอื่น เพราะเพลงเป็นเพื่อนที่ดี สิ่งที่เก็บสะสม หรือ หามาทั้งชีวิต วันนี้ เราได้นำมาใช้งานแล้วครับ
ผมคิดว่าแผ่นดำเป็นอะไรที่สุดยอดเลย ณ วันนี้ ผมทดลองอัดเพลงจากแผ่นดำไว้ฟังเอง ผมรู้ชัดเลยว่าเสียงที่อัดแค่ 16/192 นั้นมันแตกต่างจาก 32/192 มากมายขนาดไหน ผมขอเทียบให้เห้นภาพชัดๆ ว่า
เสียงจากแผ่นดำเหมือนเสียงฟ้าผ่าที่มีทั้งความแรงคือดังมากๆ และมีทั้งความเร็วคือ มีความฉับพันสูงหรือทานเซี้ยนสูง จากที่ผมทดลองอัดเป็นไฟร์ดิจิต้อน 16bit (S/N น้อยกว่า 100dB) มันให้เสียงได้แค่ชุดคอมโป้เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับ 32bit (S/N คงประมาณ120dB) จะเหมือนชุดละครึ่งล้านละกัน แล้วผมคิดว่าถ้าจะให้เสียงของทางด้านฝั่งดิจิตัลมีลักษณะทุกอย่างเท่าเสียงจากแผ่นดำที่เล่นผ่านเทิร์นและหัวเข็มดีๆ แล้ว เราจะต้องอัดกันที่ 64bit S/N น่าจะไปได้ถึง 150dB) กันละครับ แต่การอัดช่วงแรกๆ ที่เคยเอาไฟร์มาให้ทดลองฟังกันนั้น S/N เหลือแค่ 50dB ตอนเราเร่งฟังระดับ 80dB เราก็จะได้ยินเสียงน๊อสย์เข้ามาด้วย 30dB ฉะนั้นใครจะอัดเพลงจากแผ่นดำ ควรลงการ์วด์ลงดิน ณ จุด ใกล้จุดที่สัญญาณต่ำสุดที่ตัวคอมป์นะครับ และช่วงที่อัดจะต้องเหลือ Gap ของ S/N ให้มากกว่า 100dB ให้ได้ ตอนนี้ผมได้เต็มที่คือ 120dB ตามสะเป็คของการ์ดอีมูที่ใช้ เสียงเบ็คกราว์ดเงียบเท่าจะการเล่นตรงจากแผ่นได้แล้ว แต่ผมคงต้องรอการ์ดเสียงที่ขึ้นถึง 64bit ที่มี S/N 150dB ออกมาวางขายซะก่อน ณ เวลานั้นคงต้องงัดแผ่นดำขึ้นมาอัดใหม่กันอีกครั้ง
การอัดแล้วฟังจากไฟร์ดิจิตัลทำให้เราเก็บสะภาพแผ่นให้คงทนยาวนานขึ้นไปได้นะครับ ขอแนะนำให้คนมีแผ่นดำดีๆ ลองทำกันเล่นดูครับ
สำหรับงาน Diy ปัจจุบันถือเป็นงานอดิเลกทำไปแก้เหงา ยามวัยเกษียรณเท่านั้นครับ ทำเพื่อให้สมองได้สร้างจินตนาการด้านความคิด หรือ พูดง่าย ๆ คือ ให้สมองได้ออกกำลัง เพื่อยามวัยชรา สมองเราจะใช้งานได้ดี จะได้ไม่หลง ๆ ลืม ๆ มากครับ
โรคสมองเสื่อมนี่เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ผมก็กลัวๆ อยู่เหมือนกัน ก็พยายามหาทางปรับปรุงชุดที่ใช้อยู่ให้มันดียิ่งๆ ขึ้น เพื่อแก้อาการของโรคนี้ด้วยละครับ พร้อมกับดื่มกาแฟสด (ดำ หรือโอยั๊วที่ไม่ไส่ทั้งน้ำตาลและนมหรือคอฟฟี่แมทแบบพี่แหละ) วันละสองแก้วตอนเช้ากับกลางวัน (แก้วละ 1 OZ เรียกว่า Ristratto คือเหมือนเราคั้นเอาแต่หัวกระทิออกมาดื่ม ส่วนหางมันภรรยาผมคออ่อนเลยขอรับช่วงหางกระทิไปทำกาแฟเย็นใส่นมสดแบบจางๆ ดื่มต่อละครับ) ผมว่าจะเลิก DIY ก็ไม่สามารถเลิกได้ซักที อยากจะฟังเพลงอย่างเดียว แต่ถ้าไม่ทำ เมื่อรู้ว่าเรายังทำให้ของมีมีอยู่ช่วยให้ชุดเราเสียงดีขึ้น ก็เลยมีพลังลุยกันต่อน่ะครับ
ผมยังมีอีกสองโปรเจ็คใหญ่ๆ ที่รออยู่คือ 211 PP Amp 200W กะ Air Bearing Linear Arm ครับ โปรคเจ็คหลังใกล้เสร็จละ แต่โปรเจ็คแรก ของพร้อมแล้ว รอนายช่างประสานพัน OPT ให้แล้วเสร็จก็คงได้ฟังเสียงกันละ แต่ด้วยใจรักเสียงเพลง บางขณะชั่ววูปของความคิด ก็ยังอยากจะได้ลำโพงตั้งพื้นดีๆ อีกซักคู่ (ผมคงซื้อเพราะไม่เคยฟังลำโพงที่พวกเราทำกันเอง ผ่านคอริไฟร์ผมซักคู่เดียว) ที่จริงผมก็ยังมีงบลับ (ที่ไม่บอกให้ ผบ รู้) ในส่วนที่เหลือจากการซื้อสวนยางไว้ก้อนใหญ่พอสมควร แต่มาคิดอีกทีเอาเก็บไว้เป็นเบคอับให้เจ้าสองตัวน้อยๆ จะดีกว่า เห็นแก่ตัวเอามาใช้คนเดียว ของพวกนี้ได้ฟังกันจริงๆ ไม่ถึงเดือนมันก็เบื่อได้แล้ว หรืออย่างมากปีนึงก็ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของมันซะแล้ว คนมี ผบ เป็นถึงนางงามจักรวาล เค้ายังเลิกกันเลยตั้งหลายคู่แล้ว เพราะฉะนั้นของพวกนี้ พวกเราทำกันเองได้ในราคาถูก แต่ก็ถูกใจเราได้ มีความรู้สึกที่ดีๆ มีความสุขมากๆ ที่ไม่ต่างจากคนทำไม่เป้นซื้อของแพง ถือว่าโชคดีแล้วครับ
เสียงดีหรือไม่ อยู่ที่ใจเราเป้นสำคัญครับ ไม่ต้องทำเสียงให้คนอื่นชอบนั่นคือคนเก่งที่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองครับ
อากาศทางภาคเหนือยังไงบ้างครับ ขณะนี้ปลายฝน ตนหนาวเข้ามาแล้ว บรรยากาศทางภาคเหนือคงจะสวยงาม และก็อากาศดีมาก ๆ ด้วย นึกถึงสมัยที่ย้ายไปรับราชการที่โน้น รู้สึกดี ๆ จริง ๆ ครับ
เรื่องอากาศที่ภูซางนี่เหนือกว่าเชียงใหม่และลำพูนเยอะเลยละครับ (เชียงรายห่างตัวจังหวัดพะเยาร้อยโล บ้านผมก็ห่างตัวจังหวัดร้อยโลมาทางเหนือเมหือนกัน อากาศจึงหนาวเย็นเท่าเชียงราย แต่การอยู่ใกล้เขาทำให้รู้สึกเย้นกว่าเชียงราย แม้แต่หน้าร้อนครับ) อากาศตอนนี้กลางคืนต้องห่มผ้าสองชั้นกันแล้ว อุณหภูมิกลางคืน ตอนนี้ บวกลบ 20 องศาซีครับ กลางวันในห้องที่ฟังเพลงก็ราวๆ 24-25 องศาครับ ข้างนอกบนบ้านประมาณ 28-29 องศาครับ ใส่เสื้อยืดจะรู้สึกสะบายๆ ดี มีลมหนาวโชยมารู้สึกดีมากๆ เลยครับ กลางคืนที่ผ่านมามองดูดวงจันทร์ดวงใหญ่มากๆ และท้องฟ้าใสชัดเจน ช่วงนี้ก็มองเห็นดวงดาวเหมือนจะหยิบกันได้เลย (ผมเอาเปลยวนผูกระหว่างชายคาบ้านสองหลังนอนดูท้องฟ้าตอนกลางคืน ผมชอบท้องฟ้าเมืองเหนือมากๆ มันมองดูสวยกว่าอยู่ที่ภาคกลางเยอะเลย) ผมกลับไปบ้านอยุธยา ถ้าออกจากห้องแอร์ เหงื่อจะซึมอยู่ตลอดเวลา นี่คือสาเหตุที่คนเหนือส่วนใหญ่บ่นกัน เมื่อลงไปอยู่ข้างเมืองใต้ด้วยความจำเป็นที่ต้องไปหากินกัน
คนที่นี่เมื่อก่อนเงินหายากครับ ค่าแรงถูก เมื่อก่อนถ้าเค้าว่างจากการทำเกษตรจะลงไปหากินที่เมื่องข้างล่างกันเยอะ (แต่ตอนนี้ทำสวนยางกันได้สวนยางกันได้ก็เศรษกิจก็เริ่มดีขึ้น) แต่ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารที่นี่จะถูกมากๆ น่าขึ้นมาหาที่ทางอยู่นะครับ ข้าวเหนียวมูลหน้าสังขยา ผมมาตอนแรกห่อละสองบาท (ห่อใหญ่เท่า กทม ขายสิบบาท อร่อยเท่ากัน) แต่ตอนนี้ขึ้นเป็นสองห่อห้าบาทซะแล้ว ก็ยังถือว่าถูกมากๆ อยู่ดี ตอนเช้ายังมีข้าวทำใส่ก่องพวกข้าวมันไก่ (ข้างๆ ผมเองแหละที่ทำออกไปขาย) กล่องละสิบบาท สำหรับผมถ้าจะกิน ก็สองกล่องอิ่มเหมือนกัน (แต่ผมไม่ชอบกินไก่ซะอีก)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-794D_50699F52.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-DC51_507906C6.jpg)
ก่อนนหน้านี้ผมค่อนข้างจะดูถูกแผ่นดำที่อัดจากเมกาว่าเสียงด้อยกว่าฝั่งยุโรป โดยเฉพาะแผ่นดำของเด็คค่าของอังกฤษผมให้มาเป็นที่หนึ่ง และแผ่นด๊อยซ์แกรมโมโฟรนที่มีดอกทิวลิปล้อมรอบลาเบลเป็นวงแหวนนั้นคือสุดยอดแผ่นของผม
แต่วันนี้ผมมาเจอแผ่นเมกาที่เหนือกว่าแผ่นแองเจลที่ซะแล้ว เสียงอัดที่เมกามีทั้งไดนามิคเร็งค์และทานเซี้ยนสูงกว่าเยอะมากๆ เลย
เพลงนี้คือเพลงโปรดเพลงหนึ่งของผม ผมจึงมีคนเล่นแผ่นนี้ที่เป็นแผ่นดำถึงสิบกว่าคนเล่น แต่สองแผ่นนี้ดีที่สุดนะครับ
ที่ผมพลาดอย่างแรงคือ ผมมีแผ่นเมกาอยู่ในบ้านผมมาตั้งนานนมแล้ว แต่กลับไม่เคยเปิดฟังด้วยคิดว่าแผ่นกามันจะห่วยๆ เหมือนกัน แล้วก็เลยคิดว่าแผ่นเองเจิ้นที่ท่านเซอร์บีซั่มคุมวงของอังกฤษนั้นทำเพลงนี้ดีที่สุดแล้ว แต่วันนี้ผมพบว่าวงเยอร์มันที่อัดแผ่นโดยเมกานั้นคุมวงให้ความรู้สึกและอารมย์เข้าถึงเพลงนี้กว่าวงอักฤษเป้นเท่าตัวด้วยกันเลยละ ลองหาสองแผ่นนี้มาฟังเทียบกันดูแล้วจะรู้ว่าแผ่นดำนั้นมันสุดยอดอย่างไร? เพลงนี้มองเห็นนักเล่นดนตรีแบบแยกเยะกันชัดเจนเหมือนคนวางหมากรุกที่วางจัดแถวกันอย่างมีระเบียบเรียบร้อยไม่มีการวางซ้อนกัน โดยเฉพาะแผ่นท่านเซ่อร์นั้นถึงเล่นอ่อนกว่าแต่การวางชิ้นดนตรีจะเห็นช่องว่างชัดเจนกว่า เสียงเบสก็คุมดีกว่า แต่อารมรมย์เพลงและความสดแผ่นเมกากินขาดครับ
เพลงเบอร์นี้ผมเคยลองฟังจาก CD หรือจากซีดีที่อับแซมปลิ่งมาแล้ว ชิ้นดนตรีต่างๆ ถูกเรียงซ้อนกันอย่างชัดเจน มั่วกันไปหมดนะครับ (ห่างแผ่นดำเยอะครับ) ดังนั้นเพลงนี้ไม่ต้องไปหวังจะฟังได้ดีจากในในยูทูปครับ (ถ้าใครชอบใจเสียงในยูทูปแล้ว ขอบอกว่านั่นคือเสียงระดับชั้นอนุบาลแค่นั้น ส่วนเสียงจากแผ่นดำถึงจะระดับสำเร็จปรินญาเกียรนิยมครับ) แผ่นคู่นี้ต้องหาแผ่นดำมาฟังเท่านั้นครับ แม้เทิร์นคุณจะถูกหรือแพงมันจะให้อารมย์ของเพลงที่ดีกว่าแผ่นซีดีแน่นอนครับ (ถ้าเจอแผ่นคู่นี้ราคาที่ท่านสู้ไหวก็ใส่ได้เลยครับ)
ชุดเครื่องเสียงของผม พบว่าเสียงข้างซ้ายมีเสียงดัง ก็อดๆ... เป็นบางเวลาไม่แน่นอนมาหลายวันแล้ว วันนี้เลยไล่เช็คตั้งแต่เพาเวอร์แอมป์ไล่ขึ้นมา เลยถือโอกาสปรับไบเอสด้วยซะเลย (ขอแนะนำคนใช้แอมป์พุทพุลล์ สมควรปรับกันทุกครึ่งปีนะครับ ผมพบว่าอาร์ที่เป็นแบบคาร์บอนคอมโพสิทมันยืดค่าเล็กน้อยไปเรื่อยๆ ครับ ต้องปรับเปลี่ยนกันทุกครึ่งปี ปรับแล้วเห็นชัดว่าเสียงมีความชัดใสและถูกต้องยิ่งขึ้นมาก่อยปรับครับ) แต่ต้นเหตุที่แท้จริงที่เสียงดัง ก็อดๆ... กลับมาเป็นที่ขาไอซีของซาวด์การ์ดอีมูที่เป็นภาคบัปเฟอร์หลวม แค่จับยัดให้ลึกลงก็เงียบไปเลยครับ
พรุ่งนี้จะมีอีกคู่มาบอกเล่ากันใหม่...รับประกันว่าสุดยอดไม่แพ้แผ่นคู่นี้ แต่เป็นของค่ายเทแลกของพวกออร์ฟายร์เขียนเชียรกันกับค่ายทั่วๆ ไปข้างถนนแบกะดิน แผ่นละร้อยกว่าบาท แต่เกทับแผ่นที่ห้างเยาฮันตั้งราคตาไว้เกือบหมื่นแบบทิ้งกันหลุดรุ่ยแบบรุ่งริ่งกันเลยละครับ
-
ผมเองพึ่งกลับมาฟังแผ่นดำไม่กี่เดือนมานี้เองครับ หนีห่างไปร่วม 30 ปี มั่วแต่ไปหลงเสียง สีเเสงที่หลอกหู หลอกตา วันนี้พบสัจจธรรมแล้วครับ ว่า เจ้าแผ่นดำ คือ ที่สุด ของที่สุด ผมจับแผ่นเสียง และ CD อัลบั๊มเดียวกัน มาชนกัน สู้เจ้าแผ่นดำไม่ได้ ชนิดว่าทิ้งกันห่างไกล คงกลับมาเล่นแผ่นเหมือนเดิมแล้วครับ
-
แผ่นคู่นี้เป็นอีกแผ่นที่ให้ชัดเจนว่าแผ่นรุ่นที่ผลิตในยุคของคำว่าออร์ดิโอฟาห์ยรุ่งเรืองนั้น มันให้เสียงที่แย่มากๆ เมื่อเทียบกับแผ่นรุ่นเก่าๆ ยุคแค่คำว่า "ไฮไฟ" รุ่งเรื่องครับ คือผมอยากจะบอกว่าพออัดเสียงกันด้วยคอมป์ โดยไม่ใช้มาสเตอร์เทปแล้ว แผ่นดำที่ออกมาขายกันหลังจากนั้น ความสดของเสียงของมันก็ไม่ต่างเสียงจากแผ่น CD ครับ เราโดนพวกนักเขียนยุคที่ใช้คำว่าออร์ดิโอฟาห์ยเกินขึ้นมาในโลกหลอกพวกเราว่า CD เสียงดีกว่าแผ่นดำรุ่นเก่า (ซึ่งมันเป็นข้อเขียนที่โกหกกันชัดๆ ซึ่งผมก็ยังจำได้ว่า ตอนนั้นคงสามสิบกว่าปีหรือเกือบสี่สิบปีมาแล้ว ผมเคยเปิดแผ่น CD ของเซวฟิวล์แลปสิบสามเทียบกันกันระหว่างแผ่นดำของเค้า ก็พบว่าปลายแหลมของแผ่น CD มันกุดไปอย่างชัดเจน ผมเลยไม่เชื่อที่พวกนี้เขียนตั้งแต่นั้นมา และผมก็เก็บแผ่นดำกับลูกพี่ผมที่ฟังเทียบอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นแผ่นดำถูกมากๆ ) คงต้องรอกันจนมี Sound Card หรือ DAC ที่เล่นได้ถึง 64bit โน่นแหละครับ ที่ไดนามิคหรือความสดของเสียง "อาจจะ" เทียบเท่ามาสเตอร์เทปที่ใช้อัดเพลงลงแผ่นดำละครับ
ที่จริงนอกจากการที่ซ๊ดีแค่ 16/44.1 จะน้อยไปแล้ว การใช้คอมป์อัดพร้อมการปรับแต่งเพลงโดยใช้โปรแกรมยังมีผลให้เสียงขายความเป็นธรรมชาติและผิดเพี้ยนไปอีกเยอะเลย ถ้าใครเคยฟังเสียงเปียโนตัวจริงๆ บ่อยๆ ก็จะรู้ว่าทั้งฮาร์โมนิคและเสียงก้องในตัวเรือนเปียโน ได้ถูกโปรแกรมขัดเกลาออกไปจนเฮี่ยนทั้งหมด การอัดเสียงที่ดีมันจบไปหลังจากอัดกันด้วยคอมป์แทนมาสเตอร์เทปแล้วละครับ ถ้าจะหาแผ่นดำที่มีคุณภาพดีจริงๆ ขอแนะนำให้หารุ่นที่ยังคงใช้มาสเตอร์เทปอัดลงแผ่นเท่านั้นนะครับ รอ 64bit เกิดและคนทำเพลงรู้ว่าไม่ควรไปยุ่งกับเสียงที่อัด ไม่ต้องปรับแต่งมันเพิ่มหลังขากอัดเสียงไปแล้ว แล้วก็เอาไฟร์ยเพลงนั้นออกมาขาย ถึงตอนนั้นแผ่นดำคงอาจสู้ระบบดิจิตัลเค้าไม่ได้ แต่คนสูงอายุก็คงไม่สนเพลงใหม่ๆ ก็ขอให้ท่าน สว ทั้งหลายล่าแผ่นดำในยุคของท่านให้สนุกก็แล้วกันละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F3F0_50797D77.jpg)
แผ่นนี้ฝีมือชอร์เทียบกับเด็กที่ยังไม่เข้าอนุบาลเลยด้วยซ้ำไป เมื่อเทียบกับคนแต่งเล่นเพลงของตัวเองแบบนี้เข้า และเสียงของเทแลกทึบซึมเซาจ๋อยไปเลยละ เมื่อเทียบกะแผ่นราคาร้อยกว่าบาทจากข้างถนน (ผมเคยเห็นราคานี้จริงๆ ครับ ที่พันทิบใหม่ แต่แผ่นของผมมีอยู่ในบ้านมานานแล้ว จนจำไม่ได้ว่าผมซื้อหรือคุณพ่อซื้อเก้บไว้ให้)
เพลงนี้มีให้ฟังในยูทูปครับ แต่แน่นอนเสียงกันกับแผ่นดำประมาณ 100 (ร้อย) เท่าครับ เพลงนี้ละที่ผมเคยคิดชั่ววูปว่าจะหาลำโพงคู่ละล้านอีกสักคู่ดีไหม? แต่กลัวลำโพงราคาแค่นี้จะมีเสียงกลางและปลายแหลมไม่ดี หรือทำให้เราชอบได้เท่าเจ้าโฟกัสสะแต็กที่ใช้อยู่ในขณะนี้น่ะครับ ก็เลยสรุปเก็บเงินไว้ให้ลูกดีกว่า เพราะเสียงเบสที่ 30Hz (ผมดูจาก Waveform นะครับ ไม่ได้มั่วมาคุย) มันก็มีให้ได้ยินออกมาชัดเจนแม้ว่ามันอยู่ที่ -6dB ก็ตาม (อันนี้มั่วเอาเองครับ ไม่รู้ว่า -6dB หรือ -12dB แต่ผมก็ได้รับความรู้ ผมจับได้ทั้งทางรูหูและทางผิวหนังว่าความถี่ระดับ 30Hz มันมาถึงผมจริงๆ แต่อาจรู้สึกไม่สะใจเท่าลำโพงใหญ่ๆ เค้า) แต่ทำใจให้มันพอใจซะก็ฟังเพลงเพราะขึ้นอีกเยอะแระ
แต่ปลายปีนี้ผมก็ว่าจะลงไปฟังลำโพงรุ่นใหม่ๆ เพื่อตัดสินใจกันอีกครั้ง ลำโพงที่เหมาะที่จะเอามากะเพลงคลาสสิกจริงๆ นั้นหากันได้ไม่ใช่ง่ายๆ แน่ๆ ครับ ต้องเสียงกลางเหมือนเสียงเปียโนหรือไวโอลินจริงๆ แต่ที่สำคุญที่สุดต้องให้บรรยากาศของเพลงคลาสสิกได้ครบถ้วนด้วย ซึ่งลำโพงส่วนส่วนมากที่ผมฟังมักให้ได้แค่อย่างเดียว คือผมขอยกตัวอย่างเช่น QUAD ESL 63 จับสองคู่มาสะแต็กกันวางห่างกัน 10 เมตร ในห้องใหญ่ๆ เพดาลสูงๆ แล้วมันจะให้บรรยากาศของเพลงคลาสสิกได้มากที่สุดเท่าที่เคยฟังจากลำโพงทุกคู่ที่ผ่านสองรูหูมาทั้งหมดในชีวิตที่ผ่านมา แต่มันก็ยังขาดไดนามิกเป็นอย่างมาก และให้เสียงเบสไม่สะใจเลย มันก็มีเสียงออกมา แต่ไม่มีพลังครับ
VOT ไดนามิคดี ดีทั้งเร็งค์และทานเซี้ยนเลยด้วยละ แต่เบสล่างๆ ไม่มี (มีเสียงก้องจากปากฮอร์นออกมาให้ได้ยินคือข้อเสียอีกข้อเมื่อเทียบกะ ESL) ผมอาจทำตู้สับ 211 (เพราะผมมีดอก 515B 16 โอมห์ อีกสองคู่) ให้มันเมื่อเอามันมาติดตั้งในบ้านดินปีหน้านี้
FOCUS สะแต็ก ไดนามิคแพ้ VOT แต่เบสล่างลงลึกกว่าอย่างชัดเจน เสียงเสียงก้องในตู้สำหรับหูคนที่ฟัง ESL มาแล้วก็บอกว่ามันมีความน่ารำคาญอยู่ เหตุผลข้อนี้คือสาเหตุหนึ่งที่ยั้งความตั้งใจการซื้อลำโพงคู่ใหม่ของผมด้วย จะเล่นเม็กกี้รุ่นใหญ่เคยฟังที่โซโก้มาแล้วก็ไม่ผ่านเมื่อฟังกะเพลงคลาสสิกอย่างสองเพลงหลังนี้น่ะครับ
กลับมานั่งคิดดูแล้วมันอาจจะมีลำโพงคู่ละหลายล้านนั่นแหละมั้งถึงจะทำให้ถูกใจได้ อย่าง MBL รุ่นใหญ่มั๊ง?...(ยังไม่เคยฟัง แต่อยากฟังจัง! เห็นใครๆ ก็ว่ามันเสียงดี) แต่เงินหรือบุญของผมยังไม่อาจเอื่อมถึงมันซะอีก (พวกวัตต์ปั๊ปปี้นี่เห็นคู่ละล้านแล้วมั้ง ตัวนี้เคยฟังเสียงกันมาแล้วมันก็ยังห่างความเหมือนจริงในการเล่นเพลงคลาสสิกเยอะครับ)
-
อ่านแล้วเพลินเลย เขียนได้เป็นหน้าๆ ;D ผมพิมพ์ที2บรรทัดจบ 2f. ความสามารถแท้ๆๆๆๆ
-
แนวการฟังเพลงของคุณPINIJ น่ากลัวกระเป๋าจริง ๆ ครับ ผมเองเอาแต่รู้สึกผ่อนคลาย และเพลินไปตามเสียงเพลงก็คงเอาแค่นี้ ไม่อยากไปไกลมาก
การจะได้อะไรที่ดี ๆ ก็คงต้องอาศัยงบประมาณเป็นหลักแสน หลักล้าน บาท ครับ
ผมกำลังคิดที่จะทำอะไรเล่น ๆ อีกชิ้น คือ เครื่องเล่นแผ่นดำอีกนั้นแหละครับ เพราะยังคาใจเจ้าเครื่องแบบนี้ คุณPINIJ มีอะไรดี ๆ ที่จะนำเสนอ หรือ แนะนำผมบ้างมั๊ยครับ
เผื่อมีอะไรดี ๆ ใส่เข้าไปด้วย
(http://image.ohozaa.com/i/f8c/Q0xdwv.gif) (http://image.ohozaa.com/view2/wmWDtK4i1qmrceMj)
(http://image.ohozaa.com/i/08f/7qKeVJ.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wmWGDMjqPFRGfOyY)
-
ถ้าทำได้ตามนี้ หมายถึงเหลี่ยมมุมความโค้งมล ต้องประณีตกันอย่างสุดๆ ครับ ถ้าให้ผมแนะนำต่อยอกจากรูปนี้นะครับ ให้พี่หามอร์เตอร์ที่เล็กกว่านี้ก็ได้ (ราคาจะได้ถูกลง) ที่เท่าๆ กันสักสามตัว วางสามจุด มราขับแล้วผมคิดว่าเราจะไดะได้ความราบลื่นเสถียรคงที่ของการหมุนดีกว่าใช้ตัวใหญ่ตัวเดียว ที่มันจะมีการกระตุกเล็กน้อยตอนขดลวดในตัวมอเตอร์มันตัดกันเพื่อให้เกิดการหมุน (หูเรารับรู้ได้ครับ ฝรั่งก็คุยถึงเรื่องนี้ครับ มอเตอร์บางตัวแก้โดยเอาผ้าสักหลาดไปเบคไว้ที่เพลงด้วยแรงเล็กน้อยที่สม่ำเสมอก็เป็นวิธีที่ช่วยได้เหมือนกัน คือถ้าจะใช้มอเตอร์ใหญ่ตัวเดียวนะครับ)
การใช้มอเตอร์แค่สองตัวยังดีกว่าใช้ตัวเดียวผมเคยไปพิสูนจ์มาแล้วที่บ้านเพื่อนแถวสะพานควาย ว่าสองตัวดีกว่าใช้ตัวเดียวจริงครับ แต่ถ้าได้สามตัวก็จะดีกว่า (ใช้มอเตอร์เอซีที่กลึงพูเล่ห์กันหลายครั้งกว่ารอบถึงจะได้ตรงเป๊ะๆ และใช้ตัวคุมไฟเอซีแบบถูกๆ รอบก็นิ่งสุดๆ แล้วละครับ)
งานเทิร์นเป้นงานละเอียดถ้าจะให้ดีเรื่องรีโซแนนซ์ต้องศึกษาให้เข้าใจจริงๆ ทั้งตัวเทิร์นและก้านอาร์ม มิฉะนั้นเดินผิดทางก็ไม่ได้ผล แม้รูปลักณ์จะดูสวย คือสวยแต่รูปจูบไม่หอม น่ะครับ แล้วจะหวังคุณภาพเสียงระดับไหน? ก็ขึ้นกะเงินลงทุนที่หัวเข็มครับ แต่ไม่มีความจำเป้นใดๆ ที่ใช้ชุดเครื่องและลำโพงคุณภาพต่ำ แล้วไปใช้หัวเข็มแพงก็ไม่ได้รับประโยชน์ แต่ถ้าใครเล่นชุดแพงๆ แล้วไปใช้หัวเข็มถูกก็จบเช่นกัน หัวยิ่งแพงไดนามิคเร็งและไดนามิคทานเซี้ยนก็จะยิ่งมากตามเสมอครับ และยิ่งหัวยิ่งโลว์โวลท์ก็ยิ่งให้รายละเอียดได้สูงมากขึ้นเท่านั้นครับ แต่ขอให้จ่ายค่าหัวตามความเหมาะสมของชุดที่ใช้เป็นการดีที่สุดครับ
อ้อ! ลืมไปเข็มดีเหมาะกะแผ่นที่อัดมาดีๆ เท่านั้นนะครับ อยากจะบอกอีกครั้งว่าแผ่นที่ดีที่สุดอยู่ในช่วงปี 1948-1962 ครับ ที่ใช้หลอดในการอัดเสียงกัน พอขึ้นมาเริ่มใช้ทานซิสเตอร์ที่เพิ่งจะค้นคิดใหม่ๆ Slew Rate มันยังห่างไกลหลอด เสียงที่อัดผ่านเครื่องทานซิสเตอร์เลยหมดคุณค่าสำหรัยผมไปเยอะเลยละ (แต่ตอนหลังทานซิสเตอร์เร็วขึ้นก็ดีขึ้นมาห่อย แต่มาจบหมดคุณค่าตอนใช้คอมป์อัดเพลงซะอีก เสียงมันถูกคอมป์ขัดเกลาและคุณภาพเสียงเสียหายทุกรูปแบบ) ใช้หัวดีๆ ชุดเครื่องเสียงดีๆ จะเห็นความแตกต่างที่ผมว่ามานี้ชัดเจนมากๆ ครับ (แต่หลังปี 1962 กฌอาจมีบางเจ้าที่ยังใช้หลอดอัดเสียงอยู่นะครับ แต่ต้องศึกษาค้นหากันยากซักหน่อย) และพอมาถึงยุคที่ใช้คอมป์ทำเพลงแทนเทปอันนี้คือการจบหมดความน่าสนใจสำหรับผมไปหมดแล้ว เพลงยุคคอมป์อัดเสียงรอซื้อไฟร์เพลงมาฟังจะดีกว่า (แต่คงไม่ได้ตังค์ผมหล๊อก! เพราะผมไม่ฟังเพลงใหม่ๆ อยู่แล้ว)
-
อ่านแล้วเพลินเลย เขียนได้เป็นหน้าๆ ;D ผมพิมพ์ที2บรรทัดจบ 2f. ความสามารถแท้ๆๆๆๆ
เวลาผมว่างเยอะครับ เลยอยากจะแซร์สิ่งดีๆ ที่ได้เรียนรู้ว่าให้พวกเราฟังกัน
วันนี้ผมขอแนะนำแผ่นเพลงคลาสิกที่สุดยอดเพลงหนึ่งที่ผมชอบมากๆ และแผ่นนี้คือคอนดักเตอร์ที่ผมชอบมากที่สุดในโลก เล่นเพลงนี้ได้ดีที่สุดในโลกของผมอีกนั่นแหละ แต่บางครั้งฝีมือวงที่ไปคุมไม่ถึงก็อาจเจอผลงานของคอนดักท่านนี้ที่ไม่ค่อยดีในบางครั้ง จากที่เล่นปลายเดือนมกราคม (วันที่ 27) กับวงเวียนนาท่านอาจไม่ชอบใจมากนัก ก็เลยไปคุมวงเบอร์ลินอีกครั้งในต้นเดือนกุมภาพันธ์ (วันที่ 10) ปี 1952 ซึ่งเล่นห่างกันสองอาทิตย์เอง
ถ้าเจอแผ่นที่เล่นกับวงเวียนนาไม่ต้องไปเสียงตังค์ซื้อมานะครับ แต่ถ้าเจอที่เล่นกะวงเบอร์ลินแผ่นด๊อซ์ยให้รีบตะครุบครับ อัดเสียงดีมากๆ ถ้าใครเปิดแผ่นนี้แล้วบอกว่าเสียงไม่ได้ให้เปลี่ยนเครื่องเสียงชุดนั้นได้แล้วละครับ หรือหาคอขวดให้พบโดยเร็ว เพลงนี้ผมเล่นกะโฟกัสสะแต็กยังไม่สะใจเท่าเล่นกะ VOT ครับ เสียงช่วงเวลาที่ประมาณนาทีที่ 2 นาที กับ 27 วินาที เป็นเสียงที่ดนตรีทุกชิ้นเล่นไล่เสียงดังมากขึ้นไปเรื่อยๆ มันจะดังแบบมีทานเซี้ยนที่สูงมากๆ คล้ายเสียงฟ้าผ่าก็ไม่ปานกันเลยละครับ ผมขนหัวลุกเมื่อฟังจากลำโพง VOT ครับ แต่พอฟังกับเจ้าโฟกัสกับรู้สึกเฉยๆ ธรรมดามากเลยครับ เพราะฉะนั้นลำโพงที่เล่นกะเพลงคลาสสิกได้ดี ต้องเน้นไดนามิคทานเซี้ยนดีๆ แล้วตามด้วยไดนามิคเร็งค์ดีๆ ไม่งั้นฟังไม่มันส์แบบสุดๆ จนถึงระดับขนหัวลุกได้ครับ
แล้วเพลงนี้ให้ฟัง ณ ช่วงเวลาที่อัดเสียงขึ้นไปสุดๆ จบลง จะเป็นลีลาที่อ้อยอิ่ง ซึ่งก็ไม่มีคอนดักเตอร์คนไหนทำได้อ่อยอิ่งต่อเนื่องแบบไม่มีการทำให้เราสะดุดในอารมย์ มันจะมีการเล่นต่อเนื่องของเครื่องเป่าที่เค้าคลอเกี่ยวกระวัดพูกพันกันไปตลอดเวลาจนถึงนาที่ 3:15 ครับ และบอกได้เลยว่าการเอาเพลงจากยูทูปมาฟังไม่มีทางได้อรรรถเทียบเท่ากะแผ่นดำของด๊อซ์ยแผ่นนี้แน่นอนครับ ที่ผมบอกอย่างมั่นใจเพราะผมมีเพลงที่อัดมาจากยูทูปหรือตามเนทเยอะมาก เรียกว่าหลายหมื่นเพลง ส่วนมากเอามาฟังแค่กล่อมบ้านเวลาทำงานอื่นๆ ไปด้วย แต่ถ้าจะมานั่งแบบนั่งฟังอย่างตั้งใจเหมือนไปดูกันในคอนเสิร์ทฮอร์นก็ต้องแผ่นดำเท่านั้นละครับ แต่ถ้าใครเปิดแผ่นดำแล้วทำงานไปด้วยผมถือว่าเสียของครับ ไม่คุ้มค่าสึกของร่องแผ่นเสียงครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-CB97_507B974A.jpg)
-
ถ้าทำได้ตามนี้ หมายถึงเหลี่ยมมุมความโค้งมล ต้องประณีตกันอย่างสุดๆ ครับ ถ้าให้ผมแนะนำต่อยอกจากรูปนี้นะครับ ให้พี่หามอร์เตอร์ที่เล็กกว่านี้ก็ได้ (ราคาจะได้ถูกลง) ที่เท่าๆ กันสักสามตัว วางสามจุด มราขับแล้วผมคิดว่าเราจะไดะได้ความราบลื่นเสถียรคงที่ของการหมุนดีกว่าใช้ตัวใหญ่ตัวเดียว ที่มันจะมีการกระตุกเล็กน้อยตอนขดลวดในตัวมอเตอร์มันตัดกันเพื่อให้เกิดการหมุน (หูเรารับรู้ได้ครับ ฝรั่งก็คุยถึงเรื่องนี้ครับ มอเตอร์บางตัวแก้โดยเอาผ้าสักหลาดไปเบคไว้ที่เพลงด้วยแรงเล็กน้อยที่สม่ำเสมอก็เป็นวิธีที่ช่วยได้เหมือนกัน คือถ้าจะใช้มอเตอร์ใหญ่ตัวเดียวนะครับ)
การใช้มอเตอร์แค่สองตัวยังดีกว่าใช้ตัวเดียวผมเคยไปพิสูนจ์มาแล้วที่บ้านเพื่อนแถวสะพานควาย ว่าสองตัวดีกว่าใช้ตัวเดียวจริงครับ แต่ถ้าได้สามตัวก็จะดีกว่า (ใช้มอเตอร์เอซีที่กลึงพูเล่ห์กันหลายครั้งกว่ารอบถึงจะได้ตรงเป๊ะๆ และใช้ตัวคุมไฟเอซีแบบถูกๆ รอบก็นิ่งสุดๆ แล้วละครับ)
งานเทิร์นเป้นงานละเอียดถ้าจะให้ดีเรื่องรีโซแนนซ์ต้องศึกษาให้เข้าใจจริงๆ ทั้งตัวเทิร์นและก้านอาร์ม มิฉะนั้นเดินผิดทางก็ไม่ได้ผล แม้รูปลักณ์จะดูสวย คือสวยแต่รูปจูบไม่หอม น่ะครับ แล้วจะหวังคุณภาพเสียงระดับไหน? ก็ขึ้นกะเงินลงทุนที่หัวเข็มครับ แต่ไม่มีความจำเป้นใดๆ ที่ใช้ชุดเครื่องและลำโพงคุณภาพต่ำ แล้วไปใช้หัวเข็มแพงก็ไม่ได้รับประโยชน์ แต่ถ้าใครเล่นชุดแพงๆ แล้วไปใช้หัวเข็มถูกก็จบเช่นกัน หัวยิ่งแพงไดนามิคเร็งและไดนามิคทานเซี้ยนก็จะยิ่งมากตามเสมอครับ และยิ่งหัวยิ่งโลว์โวลท์ก็ยิ่งให้รายละเอียดได้สูงมากขึ้นเท่านั้นครับ แต่ขอให้จ่ายค่าหัวตามความเหมาะสมของชุดที่ใช้เป็นการดีที่สุดครับ
อ้อ! ลืมไปเข็มดีเหมาะกะแผ่นที่อัดมาดีๆ เท่านั้นนะครับ อยากจะบอกอีกครั้งว่าแผ่นที่ดีที่สุดอยู่ในช่วงปี 1948-1962 ครับ ที่ใช้หลอดในการอัดเสียงกัน พอขึ้นมาเริ่มใช้ทานซิสเตอร์ที่เพิ่งจะค้นคิดใหม่ๆ Slew Rate มันยังห่างไกลหลอด เสียงที่อัดผ่านเครื่องทานซิสเตอร์เลยหมดคุณค่าสำหรัยผมไปเยอะเลยละ (แต่ตอนหลังทานซิสเตอร์เร็วขึ้นก็ดีขึ้นมาห่อย แต่มาจบหมดคุณค่าตอนใช้คอมป์อัดเพลงซะอีก เสียงมันถูกคอมป์ขัดเกลาและคุณภาพเสียงเสียหายทุกรูปแบบ) ใช้หัวดีๆ ชุดเครื่องเสียงดีๆ จะเห็นความแตกต่างที่ผมว่ามานี้ชัดเจนมากๆ ครับ (แต่หลังปี 1962 กฌอาจมีบางเจ้าที่ยังใช้หลอดอัดเสียงอยู่นะครับ แต่ต้องศึกษาค้นหากันยากซักหน่อย) และพอมาถึงยุคที่ใช้คอมป์ทำเพลงแทนเทปอันนี้คือการจบหมดความน่าสนใจสำหรับผมไปหมดแล้ว เพลงยุคคอมป์อัดเสียงรอซื้อไฟร์เพลงมาฟังจะดีกว่า (แต่คงไม่ได้ตังค์ผมหล๊อก! เพราะผมไม่ฟังเพลงใหม่ๆ อยู่แล้ว)
ขอบคุณครับ ที่ช่วยนำเสนอในแง่มุมที่ดี ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องมอเตอร์ เทินเทเบิ้ลตัวที่ผ่านมา ผมเองเปลี่ยนมอเตอร์ ไปแล้วถึง 4 ตัว เจ้ามอเตอร์มีผลต่อเสียงอย่างมาก ตัวสุดท้ายที่ผมเปลี่ยนเข้าไป ต้องตลึงกับเสียงเบส ครับ 3 ตัวที่ผ่านมา บางตัวให้เสียงสูงดีบ้าง เสียงกลางดีบ้าง แต่ตัวสุดท้าย เปลี่ยนเสร็จ ไม่รู้ความถี่ต่ำมันยกขึ้นมาได้ยังไง เล่นเอาลำโพงตอบสนองย่านความถี่ต่ำลงได้ลึกมาก ๆ ผมก็ งง ๆ อยู่ครับ ยังไม่สิ้นสงสัย ทดลองเปลี่ยนมอเตอร์ตัวเดิม ที่เปลี่ยนไปออกแล้ว กลับเข้าไปใหม่ ปรากฏว่าเสียงต่ำยังสู่ตัวสุดท้ายไม่ได้ ก็พอจะสรุปเบื่ยงต้นว่า มอเตอร์ผมผลต่อเสียงเช่นกัน ผมยังไม่ได้ทดลองใช่มอเตอร์ไฟ เอซี แบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบโบราณ ผมว่าน่าจะมีผลแน่ ๆ ไม่มากก็น้อย
และก็เป็นเรื่องจริงอีกครับ คือมอเตอร์ยิ่งกำลังมาก แรงบิดยิ่งมาก สิ่งผลต่อเรโซเน้นซ์มากเช่นกัน ผมกำลังทดลองใช้มอเตอร์ตัวเล็ก กำลังน้อย ๆ อยู่ ก็พอดีคุณPINIJ แนะนำเข้ามาพอดีว่าควรจะใช้ตัวเล็ก ๆ ถึง สามตัว ดีเลยครับ น่าสนใจครับ เครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ผมจะทดลองใช้มอเตอร์ขับสัก 3 ตัว คงต้องออกแบบมู่เล่ย์ใหม่ และเสริมแกนแบริ่ให้ใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม
http://www.youtube.com/v/qjPn8syttoQ
เครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้
http://www.youtube.com/v/YWFyrnwNCF8
พึ่งเห็นการพัน OPT และหัวเข็มฯ เค้า
http://www.youtube.com/v/PkYZOqWAh24
รุ่นพี่เคยสอนผม ผมมักจะละเลยอยู่เสมอ แค่นี้เรายังเราทำไม่ได้ แล้วจะเอาดีได้ยังไง K]
http://www.youtube.com/v/HHT0ojbjyyM
-
ผมคิดว่าพี่มุมคงจ่ายไปกี่ตังค์ ที่ได้ลองแล้วก็รู้ได้ว่าเสียงมันเปลี่ยนด้วยแค่การเปลี่ยนมอเตอร์แค่ไม่กี่บาทเอง
แต่พี่รู้ไหมว่าพวกคนคนมีตังค์เยอะๆ เค้าไม่ใช้หัวสมองคิดกันแบบพี่ เช่นพวกสาวกลินน์เค้าต้องจ่ายการเปลี่ยนรื่องภาคขับการหมุนเพลทเตอร์แต่ละครั้งเป็นแสนบาท ซึ่งก็ได้ความรู้เท่าพี่เช่นกัน ขอให้ภูมิใจในสิ่งที่พวกเราชาว DIYer ทำกันนี้ ลงทุนถูกแต่ก็เรียนเรียนรู้ไม่ต่างจากพวกจ่ายกันแพงๆ ทำให้ไทยเรายิ่งขาดดุลการค้า
การใช้มอเตอร์สามตัว ผมให้วางเป็นมุมสามเหลี่ยมด้านเท่านะครับ ซึ่งพี่จะออกแบบเพลาและแบริ่งให้เล็กลงกว่าเดิมก็ยังได้นะครับ เพราะแรงมันจะดึงหักร้างกันจนไม่เกิดแรงดึงหนีศูนย์เหมือนการใช้มอเตอร์ตัวเดียว ถ้าหามอเตอร์สามตัวไม่ได้ก็ใช้แค่สองตัววางตรงข้ามกันก็พอได้นะครับ
ยิ่งใช้มอเตอร์ใหญ่มากๆ แล้วเพลทเตอร์เบาๆ มอเตอร์ที่เราเห็นว่ามันหมุนเร็วๆ นั้นอย่างคิดว่ามันวิ่งอย่างราบเรียบนะครับ การตัดเส้นแรงแม่เหล็กระหว่างสะเตเตอร์กับโรเตอร์มันจะมีการกระตกเล็กๆ ซึ่งมันจะส่งผลให้เพลทเตอร์วิ่งแบบกระตุกๆ ไปตลอดเวลาน่ะครับ (เรื่องนี้มีฝรั่งเค้าวัดกันมาแล้ว) มันเป็นการสั่นกระตุกจากเส้นแรงแม่เหล็กของมอตอร์ครับ ไม่ใช่จากรีโซแนนซ์ที่พี่ว่ามานะครับ
ผมเคยเห็นเทิร์นที่แพงมากๆ ระดับหลายล้านบาท ยี่ห้อหนึ่งใช้มอเตอร์ถึงสี่ตัวกันเลยละ ผมคิดว่าเทิร์นแบบนี้ถึงจะแพงแต่แพงแบบมีเหตุผลครับ แต่เทิรืนที่ใช้เพลทเตอร์สองอันหมุนกลับทิศกันแล้วมาตั้งราคาขายแพงๆ แบบนี้ถือว่าแพงแบบไม่มีเหตุผล เพราะมันทำให้เกิดผลเสียซะมากกว่า แล้วก็มาโฆษณาแบบรถขายยาเมื่อก่อนโน้น อย่าไปเชื่อเจ้าพวกนี้ครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนยุคเชื่อรถขายยาครับ
-
ผมเองไม่ค่อยรู้เรื่องสิ่งเหล่านี้ครับ เราไม่ได้เรียนมา ก็ค่อย ๆ ใช้ความพยายาม ขยับจุดทำงานต่าง ๆ เพื่อศึกษาว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเมื่อเราเปลี่ยนจุดทำงานของมัน ปรากฏว่าได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง รื้อเข้า รื้อออก จากเครื่องดี ๆ เริ่มมีอะไรผุด ๆ โผ่ ๆ แล้ว ครับ เมื่อวานทดลองเอามอเตอร์ไปอยู่นอกแท่น ก็เห็นผลดีหลาย ๆ อย่าง คงนำไปต่อยอดเตรื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องที่จะทำใหม่ครับ ยิ่งทำ ยิ่งได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ผมเริ่มเตรียมงานการออกแบบเพลา แบริ่ง แล้วครับ ออกแบบเสร็จก็คงไปอาศัยโรงกลึงเจ้าเก่า ให้เค้ามองหน้าเราต่อไป :-\
(http://image.ohozaa.com/i/ga6/Kwxvpe.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woyzIwBnoWnpEDwv)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A932_507D13FC.jpg)
พี่มุมน่าลองทำอาร์มแบบนี้ดูนะครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A932_507D13FC.jpg)
พี่มุมน่าลองทำอาร์มแบบนี้ดูนะครับ
น่าสนใจมากเลยครับ กำลังหาแบบโทนอาร์มความยาวประมาณ 24 นิ้ว อยู่ครับ วันนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะใช้มอเตอร์ 3 ตัว หรือ 2 ตัวดีครับ เพราะนึกไปถึงโลจิดควบคุมมอเตอร์ ชุดละ 1,500 บาท หากใช้มอเตอร์ 3 ตัว ก็ 3 ชุด หากมีทางเลือก ขอเพียงมอเตอร์เพียง 2 ตัว แต่ขอปรึกษาช่างก่อนว่าใช้ชุดควบคุมมอเตอร์ เพียงชุดเดียว สามารถความคุมมอเตอร์ 3 ตัว ได้หรือไม่
(http://image.ohozaa.com/i/f3d/dTgf44.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woAV6E35QKuhbolf)
(http://image.ohozaa.com/i/235/h7oVtj.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woASmQeq1qTrB8dQ)
(http://image.ohozaa.com/i/970/vJ2t72.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woATG1mAXBzEhvpp)
(http://image.ohozaa.com/i/aa5/4ZzmRv.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woAUqszW6ARHhcdV)
-
สอบถามคุณPINIJ เพิ่มเติมหน่อยครับ ว่า โทนอาร์ม เราจะใช้วัสดุประเภทใด โลหะ หรือ ไม้ และหรือ ไฟเบอร์ จึงจะเหมาะสมกับการนำมาทำโทนอาร์มครับ และประเภทมีน้ำหนักมาก หรือ มีน้ำหนักเบา ดีครับ
(http://image.ohozaa.com/i/53a/rwrldM.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/woEQ6IzNiuSKLKak)
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
อุปกรณ์เครื่องบิน เบา แต่แข็งมาก ๆ ครับ เลื่อยตัดเหล็กไม่ระคายเนื่ออลูมิเนียมเหล่านี้ครับ หากใช้ที่ตัดไฟเบอร์ จะละลายไม่ได้รูปครับ
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
อุปกรณ์เครื่องบิน เบา แต่แข็งมาก ๆ ครับ เลื่อยตัดเหล็กไม่ระคายเนื่ออลูมิเนียมเหล่านี้ครับ หากใช้ที่ตัดไฟเบอร์ จะละลายไม่ได้รูปครับ
จะขอแบ่งมาลองทำเล่นดูบ้าง มีพอแบ่งไหมครับ
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
อุปกรณ์เครื่องบิน เบา แต่แข็งมาก ๆ ครับ เลื่อยตัดเหล็กไม่ระคายเนื่ออลูมิเนียมเหล่านี้ครับ หากใช้ที่ตัดไฟเบอร์ จะละลายไม่ได้รูปครับ
จะขอแบ่งมาลองทำเล่นดูบ้าง มีพอแบ่งไหมครับ
ผมทำโทนอาร์มตามคำแนะนำคุณPINIJ ได้รูป ได้ร่างแล้ว โอ้โฮ้ ยาวดีจริง ๆ ครับ ผมมองดูที่แท่นเพลทเตอร์ จะเอายังไงนี้ ดู ๆ แล้ว เก่ ๆ กัง ๆ ยังไงไม่รู้
สงสัยต้องทำเครื่องเล่นในระดับ High-end แล้วมั้งครับ เพราะโทนอาร์มยาวได้ใจดีเหลือเกิน
อุปกรณ์คุณPINIJ จะใช้อะไรก็บอกก็แล้วกันครับ
(http://image.ohozaa.com/i/gfb/2jayVD.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woK4T932y1wECUcP)
(http://image.ohozaa.com/i/gf0/SQmTai.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woK6onsp7ESZ4gjs)
(http://image.ohozaa.com/i/cf7/y7EwGs.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woK827m8vlp83bhe)
-
ขอบคุณครับ ที่ช่วยนำเสนอในแง่มุมที่ดี ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องมอเตอร์ เทินเทเบิ้ลตัวที่ผ่านมา ผมเองเปลี่ยนมอเตอร์ ไปแล้วถึง 4 ตัว เจ้ามอเตอร์มีผลต่อเสียงอย่างมาก ตัวสุดท้ายที่ผมเปลี่ยนเข้าไป ต้องตลึงกับเสียงเบส ครับ 3 ตัวที่ผ่านมา บางตัวให้เสียงสูงดีบ้าง เสียงกลางดีบ้าง แต่ตัวสุดท้าย เปลี่ยนเสร็จ ไม่รู้ความถี่ต่ำมันยกขึ้นมาได้ยังไง เล่นเอาลำโพงตอบสนองย่านความถี่ต่ำลงได้ลึกมาก ๆ ผมก็ งง ๆ อยู่ครับ ยังไม่สิ้นสงสัย ทดลองเปลี่ยนมอเตอร์ตัวเดิม ที่เปลี่ยนไปออกแล้ว กลับเข้าไปใหม่ ปรากฏว่าเสียงต่ำยังสู่ตัวสุดท้ายไม่ได้ ก็พอจะสรุปเบื่ยงต้นว่า มอเตอร์ผมผลต่อเสียงเช่นกัน ผมยังไม่ได้ทดลองใช่มอเตอร์ไฟ เอซี แบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบโบราณ ผมว่าน่าจะมีผลแน่ ๆ ไม่มากก็น้อย
และก็เป็นเรื่องจริงอีกครับ คือมอเตอร์ยิ่งกำลังมาก แรงบิดยิ่งมาก สิ่งผลต่อเรโซเน้นซ์มากเช่นกัน ผมกำลังทดลองใช้มอเตอร์ตัวเล็ก กำลังน้อย ๆ อยู่ ก็พอดีคุณPINIJ แนะนำเข้ามาพอดีว่าควรจะใช้ตัวเล็ก ๆ ถึง สามตัว ดีเลยครับ น่าสนใจครับ เครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ผมจะทดลองใช้มอเตอร์ขับสัก 3 ตัว คงต้องออกแบบมู่เล่ย์ใหม่ และเสริมแกนแบริ่ให้ใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม
:victory :victory :victory :victory
การได้เสียงในลักษณะต่าง ๆ กัน คือ การทำงานของเครื่องยังไม่ตรงสปีดของแผ่นครับ เช่น ถ้าได้โทนกลางแหลมนำมา ก็แสดงว่าสปีดเร็ว ส่วนถ้าได้เสียงช้านุ่มลึกยืด ๆ อะไรนี่ สปีดยังต่ำกว่ามาตราฐานครับ :victory :victory
-
ขอบคุณครับ ที่ช่วยนำเสนอในแง่มุมที่ดี ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเรื่องมอเตอร์ เทินเทเบิ้ลตัวที่ผ่านมา ผมเองเปลี่ยนมอเตอร์ ไปแล้วถึง 4 ตัว เจ้ามอเตอร์มีผลต่อเสียงอย่างมาก ตัวสุดท้ายที่ผมเปลี่ยนเข้าไป ต้องตลึงกับเสียงเบส ครับ 3 ตัวที่ผ่านมา บางตัวให้เสียงสูงดีบ้าง เสียงกลางดีบ้าง แต่ตัวสุดท้าย เปลี่ยนเสร็จ ไม่รู้ความถี่ต่ำมันยกขึ้นมาได้ยังไง เล่นเอาลำโพงตอบสนองย่านความถี่ต่ำลงได้ลึกมาก ๆ ผมก็ งง ๆ อยู่ครับ ยังไม่สิ้นสงสัย ทดลองเปลี่ยนมอเตอร์ตัวเดิม ที่เปลี่ยนไปออกแล้ว กลับเข้าไปใหม่ ปรากฏว่าเสียงต่ำยังสู่ตัวสุดท้ายไม่ได้ ก็พอจะสรุปเบื่ยงต้นว่า มอเตอร์ผมผลต่อเสียงเช่นกัน ผมยังไม่ได้ทดลองใช่มอเตอร์ไฟ เอซี แบบเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบโบราณ ผมว่าน่าจะมีผลแน่ ๆ ไม่มากก็น้อย
และก็เป็นเรื่องจริงอีกครับ คือมอเตอร์ยิ่งกำลังมาก แรงบิดยิ่งมาก สิ่งผลต่อเรโซเน้นซ์มากเช่นกัน ผมกำลังทดลองใช้มอเตอร์ตัวเล็ก กำลังน้อย ๆ อยู่ ก็พอดีคุณPINIJ แนะนำเข้ามาพอดีว่าควรจะใช้ตัวเล็ก ๆ ถึง สามตัว ดีเลยครับ น่าสนใจครับ เครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ผมจะทดลองใช้มอเตอร์ขับสัก 3 ตัว คงต้องออกแบบมู่เล่ย์ใหม่ และเสริมแกนแบริ่ให้ใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม
:victory :victory :victory :victory
การได้เสียงในลักษณะต่าง ๆ กัน คือ การทำงานของเครื่องยังไม่ตรงสปีดของแผ่นครับ เช่น ถ้าได้โทนกลางแหลมนำมา ก็แสดงว่าสปีดเร็ว ส่วนถ้าได้เสียงช้านุ่มลึกยืด ๆ อะไรนี่ สปีดยังต่ำกว่ามาตราฐานครับ :victory :victory
ถูกต้องอย่างที่คุณRabbit-Hunter ว่ามาครับ ช่วงนี้เป็นการสร้างเรื่องเล่นแผ่นเสียงเพื่อศึกษาทำความเข้าใจในระบบต่าง ๆ ของเครื่องเล่นแผ่นเสียง ความคิดในหลาย ๆ เรื่อง ยังไม่ตกพลึก ผมได้ให้ช่างอิเลคทรอนิกส์ออกแบบโลจิกความคุมมอเตอร์ที่ 33.3 รอบ ซึ่งตรงนี้รอบจะนิ่งอยู่ที่ 33.3 รอบ แต่ในเบื้องต้นการทดลอง ผมใช้วงจรความคุมมอเตอร์ชนิดควบคุมความเร็วมอเตอร์ได้ โดยอาศัยการฟังเสียงเป็นหลัก แม้จะมี + - ไปบ้าง แต่ก็ไม่มาก ผมพอสรุปในเบื้องต้นแล้วว่า มอเตอร์มีผลต่อเสียง จะเหตุผลใดนั้น ผมยังไม่เจอะลึกประเด็นนี้ลงไป แต่รู้ว่าเมื่อเปลี่ยนมอเตอร์ที่มีกำลังต่างกันเข้าไป แม้รอบจะเท่ากัน (ผลจากการฟังเสียง) เสียงเปลี่ยนครับ
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
อุปกรณ์เครื่องบิน เบา แต่แข็งมาก ๆ ครับ เลื่อยตัดเหล็กไม่ระคายเนื่ออลูมิเนียมเหล่านี้ครับ หากใช้ที่ตัดไฟเบอร์ จะละลายไม่ได้รูปครับ
จะขอแบ่งมาลองทำเล่นดูบ้าง มีพอแบ่งไหมครับ
อุปกรณ์คุณPINIJ จะใช้อะไรก็บอกก็แล้วกันครับ
ผมอยากได้แท่งปีกเครื่องบินที่ว่าเลื่อยตัดไม่ได้น่ะครับ ขอขนาดที่ผมเอามากลึงแล้วได้ขนาดเท่าท่อน้ำพีวีซีขนาดครึ่งนิ้วก็พอครับ ยาวซักหกนิ้ว พอหาได้ไหมครับ?ผมจะเอามาทำลิเนียร์อาร์มอีกซักสองสามตัวครับ (เพราะผมยังแท่นเทิร์นว่างอยู่สามสี่แท่น)
-
เบาสุด เหนียวสุด แข็งสุด (ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินก็ใช้ได้ครับ แต่อย่าเอาที่เป้นเหล็กมานะ)
เล่นอุปกรณ์เครื่องบินเลยหรือครับ
ผมเคยอ่านว่าพี่เก็บชิ้นส่วนมันไว้เยอะนี่หน่า! พวกแม็กนิเซี่ยม อลูมิเนี่ยมแอนลอยที่สูตรผสมให้มันแข็งและเนียวเป้นใช้ได้ทั้งหมดละครับ เพราะผมว่ามันไม่แพงนักและก็เบาดีด้วย เพราะถ้าเราใช้วัสดุหนักๆ โมเมนต์ตั้มมันจะสูงจึงไม่ดีครับ
อุปกรณ์เครื่องบิน เบา แต่แข็งมาก ๆ ครับ เลื่อยตัดเหล็กไม่ระคายเนื่ออลูมิเนียมเหล่านี้ครับ หากใช้ที่ตัดไฟเบอร์ จะละลายไม่ได้รูปครับ
จะขอแบ่งมาลองทำเล่นดูบ้าง มีพอแบ่งไหมครับ
อุปกรณ์คุณPINIJ จะใช้อะไรก็บอกก็แล้วกันครับ
ผมอยากได้แท่งปีกเครื่องบินที่ว่าเลื่อยตัดไม่ได้น่ะครับ ขอขนาดที่ผมเอามากลึงแล้วได้ขนาดเท่าท่อน้ำพีวีซีขนาดครึ่งนิ้วก็พอครับ ยาวซักหกนิ้ว พอหาได้ไหมครับ?ผมจะเอามาทำลิเนียร์อาร์มอีกซักสองสามตัวครับ (เพราะผมยังแท่นเทิร์นว่างอยู่สามสี่แท่น)
ดูแล้วครับ อลูมิเนียมแบบเป็นแท่ง ๆ ไม่มีครับ การแด้มจุดแต่ละจุด เค้าจะใช้อลูมิเนียมตัว C แด้มและใช้มุดยิงถี่ ๆ ครับ
ถามต่อครับ หากเราจะทำทั้งเพลทเตอร์ และ โทนอาร์มสูง ๆ แบบนี้ จะดีมั๊ยครับ
(http://image.ohozaa.com/i/f88/iAARPO.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woPU9XQLuZVEro3F)
(http://image.ohozaa.com/i/5f7/gxZJrN.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woPPYtpxVLHJGBwT)
-
:victory :victory :victory
ดูแล้วครับ อลูมิเนียมแบบเป็นแท่ง ๆ ไม่มีครับ การแด้มจุดแต่ละจุด เค้าจะใช้อลูมิเนียมตัว C แด้มและใช้มุดยิงถี่ ๆ ครับ
ถามต่อครับ หากเราจะทำทั้งเพลทเตอร์ และ โทนอาร์มสูง ๆ แบบนี้ จะดีมั๊ยครับ
(http://image.ohozaa.com/i/f88/iAARPO.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woPU9XQLuZVEro3F)
(http://image.ohozaa.com/i/5f7/gxZJrN.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/woPPYtpxVLHJGBwT)
:victory :victory :victory
ดูแล้วมันจะสูงเกินไปไหมพี่มุม หรือแสงเงามันหลอกตาน่ะ ถ้าทำศูนย์ไม่ดีทำให้แกว่งเข้าไปอีก เพลทเตอร์เป็นไม้อีก ไม่รู้ทั้งชิ้นมีความหนาแน่นของเนื้อไม้เท่ากันไหม สงสัยต้องให้ช่างถ่วงล้อรถยนต์เข้ามาช่วยเช็คศูนย์อีกแหละ ;) ;) ;) เครื่องควบคุมมอเตอร์ที่พี่มุมสั่งเขาออกแบบ ให้รอบได้ 33.3 ให้เขาออกแบบการเพิ่มและลด พิท ความเร็วได้อีกนิดหน่อยสิครับ เผื่อรอบมันมาเพี้ยนระหว่างการทดรอบของแกนหมุนหลาย ๆ ต่อครับ พวกเรื่องนี้ปรึกษาคุณพินิจได้ เขาเป็นเซียนเครื่องกล น่ะครับ :yahoo :yahoo :yahoo ขออีกนิดนะครับพี่มุม ไหน ๆ ก็เดินทาง เสียงบประมาน ได้ความรู้สะสมมาขนาดนี้แล้ว น่าจะลืมภาพเก่า ๆ ของคนอื่นของเครื่องยี่ห้ออื่น แล้วมาสร้างโมเดลของพีมุมเอง ออกแบบในแนวของพี่มุมเอง สร้างในคอนเซปของพี่เองครับ น่าสนุกนะครับ :victory :victory :victory การแก้ปัญหาจากโมเดลของคนอื่นโดยไม่มีลายแทงว่ายากแล้ว แต่แก้ปัญหาจากที่เราสร้างจากแนวคิดของเรายากกว่าสนุกกว่า ;D ;D ;D :victory :victory
-
ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ น่าจะมีทิ๊ปหลาย ๆ เรื่อง ที่เริ่มฉีกแนวเค้าออกไปครับ ถึงแม้หน้าตายังเหมือนเค้าอยู่ แต่โครงสร้าง กลไก ไม่เหมือนครับ จับแนวคิดของเครื่องเล่นแผ่นเสียงของลินส์ ที่เค้าเขียนบทบความไว้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เอามาทดลองทำดู ว่ามันได้ผลหรือไม่ครับ แต่ก็แปลก เมื่อลินส์เค้าคิด แต่เครื่องเล่นแผ่นเสียงของลินส์กลับไม่ใช้หลักการอันนี้ หรือ ว่าไม่ได้ผล
ผมคิดว่าจากรูปพี่ทำนี้นั้นไม่ได้เอาแนวคิดที่ดีของลินส์เค้ามาใช้เลยสักนิดเดียวนะครับ สิ่งที่พี่ดัดแปลงแล้วคิดว่าดีขึ้นนั้น แต่จริงๆ แล้วผมมองว่ามันแย่ลงไม่ได้ดีขึ้นในหลายๆ จุดหลายๆ เรื่องครับ คือผมมองดูแล้วชิ้นส่วนของอาร์มมันแยกชิ้นกันเยอะเกินไปน่ะครับ ลองทำแบบเรียบง่ายไม่ให้ดูลุ่มหล่ามแบบนี้จะดีกว่านะครับ (ผมเห้นพี่ถามมา และขอคำแนะนำจากผมเป็นคนชอบพูดตรงๆ นะครับ ผมว่าตามที่ผมรู้จากการอ่านเกีี่ยวกับเรื่องของการสร้างอาร์มและสิ่งที่ได้ศึกษามาตอนเรียน เพราะการพูดแบบอ้อมค้อมผมใช้ไม่คำพูดแบบนั้นไม่เป็นจริงๆ)
ผมคิดว่าพี่ลองดูรูปที่ผมเขียนแล้วทำตามนั้นเลยมันน่าจะให้อะไรที่เหนือกว่าอาร์มที่เป็นไฟว็อทที่มีก้านอาร์มยาว 12 นิ้วที่วางขายในท้องตลาดระดับราคาหลายหมื่่นบาทซะด้วยซ้ำไป
อาร์มอย่าทำเป็นหลายท่อนแบบนั้นครับ ถ้าทำมากท่อน ก็ต้องมีเหตุผลที่ดี สามารถอธิบายได้ว่า แต่ละชิ้นที่ใช้มันให้ประโยขน์อะไร? การจะทำอะไรขึ้นมา ต้องมีเหตุผลอธิบายได้ครับ ผมอาจคิดไม่ถึงพี่ก็ได้ พี่ลองบอกเหตุผลที่ว่าทำไม? ต้องมีอาร์มสองอันซ้อนกันแบบนั้นออกมาให้ฟังหน่อย มันอาจมีเหตุผลที่น่าจะทำอย่างอื่นแล้วให้อะไรได้มากกว่าแบบที่พี่ทำอยู่นี้ก็ได้นะครับ ผมอยากจะบอกว่าตามที่พี่ทำนั้นมันจะเกิดปัญหาเรื่องรีโซแนนซ์อย่างมากและควยคุมและแก้ปัญหายากด้วย ลองหาวัสถุใหม่แล้วทำง่ายๆ ตามที่ผมออกแบบ ผมคิดว่ามันน่าจะเวิร์คกว่าครับ
ไม่แน่ผมอาจจะทำตามแบบของผมออกมาให้ดูกันซักอัน และพิสูจน์ให้เห็นว่ามันน่าจะดีกว่าอาร์ม 12 นิ้ว
เรื่องการเช็กรอบการหมุนให้ทำแบบนี้ครับ ก่อนอื่นให้เช็คไฟบ้านก่อนว่าอยู่ในช่วง 210-230v หรือไม่? ถ้าไม่หาทางพันหม้อแปลงเพื่อปรับไฟให้มันได้ซะ เพราะถ้าไฟตกมากๆ เกินนี้รอบจะเปลี่ยนได้ ของผมเคยเจอมันตกไปอยู่ที่ 190v เอง (ช่วงหัวค่ำ แล้วบ้านผมอยู่ไกลแปลงของการไฟฟ้าด้วย) ขนาดผมใช้ตัวคุมรอบของเทิร์นรุ่น SME 30 ตัวท็อปที่ราคาล้านกว่า รอบยังตกเลยครับ
การเช็ครอบว่าตรงจริงไหม? ผมไม่ค่อยเชื่อเจ้าเทคโคมิเตอร์บางตัวซักเท่าไร (แต่จริงแล้วไม่มีใช้อ่ะ) ให้พี่มุมใช้นาฬิกาที่มีเข็มวินาทีจับเวลา หรือใช้มือถือที่จับเวลาได้จับเวลาที่ 3 นาที เทิร์นมันจะต้องหมุนได้ 100 รอบพอดี
หรือพี่จะสังเกตตำแหน่งของเพลทเตอร์ให้ดีๆ อาจหาอะไรเบาๆ มองเห็นชัดๆ ก็ได้วางบนริมเพลทเตอร์ แล้วก็ให้มันหมุน เราต้องเริ่มจับเวลาว่ามันอยู่ตรงไหนเป๊ะๆ แล้วดูว่าครบ 1 นาที มาร์คที่เราวางของไว้นั้น มันจะต้องหมุนเลยไปอีก หนึ่งส่วนสามรอบ ก็ได้เช่นกันนะครับ (วิธีนี้ต้องหูตาไวหน่อยนะครับ)
ถ้ารอบช้าไปก็ให้ใช้เทปใสพันเพิ่มขนาดที่พูเล่ให้โตมากขึ้น พอรอบไปก็ถอดพูเล่ไปให้ช่างกลึง กลึงอันใหม่โตเท่าที่เราพันเทปไว้แหละครับ ถ้ารอบเร็วไปก็ให้ใช้ตะใบเล็กๆ หรือกระดาษทรายเข้าไปลู่ที่พูเล่หมุนมอเตอร์ขัดให้ความโตมันเล็กลง (ระวังอย่าให้เศษตะไบที่เป็นเหล็กหล่นเข้าไปในแกนมอเตอร์ ระวังให้ดีๆ นะครับ)
-
แต่ก็แปลก เมื่อลินส์เค้าคิด แต่เครื่องเล่นแผ่นเสียงของลินส์กลับไม่ใช้หลักการอันนี้ หรือ ว่าไม่ได้ผล
ที่เขาไม่ใช้กับเครื่องคอมเมอร์เชียลอาจจะเพราะเหตุผลอื่นก็ได้ครับ อาจจะต้นทุน การควบคุมมาตรฐาน การตลาด ฯลฯ
ซึ่งการทำเครื่องแบบ DIYer (วิจัย+ทดลอง) จะไม่อยู่ในข้อจำกัดเหล่านั้นครับ ... สู้ๆ :victory
ปล. สนับสนุนเหตุผลของคุณพรานกระต่ายครับว่ายกสูงความมั่นคงมันจะลดลง
-
สูงแบบนี้ไม่ดีเหมือนรถสูงๆ มันโงนเงนล้มง่ายครับ แต่ไม่ใช่มันล้มนะ คือมันจะไม่นิ่งเสถียรน่ะครับ และอย่างให้ก้านอาร์มรังรังแบบนั้นครับ ควรเอาแบบแขนเดียวแน่นหนาและไม่ควรยึดน็อต เชื่อมได้เชื่อม เพราะน็อทคายตัวแล้วทุกอย่าจะผิดพลาดไปหมดครับ
ส่วนเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ น่าจะมีทิ๊ปหลาย ๆ เรื่อง ที่เริ่มฉีกแนวเค้าออกไปครับ ถึงแม้หน้าตายังเหมือนเค้าอยู่ แต่โครงสร้าง กลไก ไม่เหมือนครับ จับแนวคิดของเครื่องเล่นแผ่นเสียงของลินส์ ที่เค้าเขียนบทบความไว้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เอามาทดลองทำดู ว่ามันได้ผลหรือไม่ครับ แต่ก็แปลก เมื่อลินส์เค้าคิด แต่เครื่องเล่นแผ่นเสียงของลินส์กลับไม่ใช้หลักการอันนี้ หรือ ว่าไม่ได้ผล
ผมคิดว่าจากรูปพี่ทำนี้นั้นไม่ได้เอาแนวคิดที่ดีของลินส์เค้ามาใช้เลยสักนิดเดียวนะครับ สิ่งที่พี่ดัดแปลงแล้วคิดว่าดีขึ้นนั้น แต่จริงๆ แล้วผมมองว่ามันแย่ลงไม่ได้ดีขึ้นในหลายๆ จุดหลายๆ เรื่องครับ
ผมคิดว่าพี่ลองดูรูปที่ผมเขียนแล้วทำตามนั้นเลยมันน่าจะให้อะไรที่เหนือกว่าอาร์มที่เป็นไฟว็อทที่มีก้านอาร์มยาว 12 นิ้วที่วางขายในท้องตลาดระดับราคาหลายหมื่่นบาทซะด้วยซ้ำไป
อาร์มอย่าทำเป็นหลายท่อนแบบนั้นครับ ถ้าทำมากท่อน ก็ต้องมีเหตุผลที่ดี สามารถอธิบายได้ว่า แต่ละชิ้นที่ใช้มันให้ประโยขน์อะไร? การจะทำอะไรขึ้นมา ต้องมีเหตุผลอธิบายได้ครับ ผมอาจคิดไม่ถึงพี่ก็ได้ พี่ลองบอกเหตุผลที่ว่าทำไม? ต้องมีอาร์มสองอันซ้อนกันแบบนั้นออกมาให้ฟังหน่อย มันอาจมีเหตุผลที่น่าจะทำอย่างอื่นแล้วให้อะไรได้มากกว่าแบบที่พี่ทำอยู่นี้ก็ได้นะครับ ผมอยากจะบอกว่าตามที่พี่ทำนั้นมันจะเกิดปัญหาเรื่องรีโซแนนซ์อย่างมากและควยคุมและแก้ปัญหายากด้วย ลองหาวัสถุใหม่แล้วทำง่ายๆ ตามที่ผมออกแบบ ผมคิดว่ามันน่าจะเวิร์คกว่าครับ
ไม่แน่ผมอาจจะทำตามแบบของผมออกมาให้ดูกันซักอัน และพิสูจน์ให้เห็นว่ามันน่าจะดีกว่าอาร์ม 12 นิ้ว
เรื่องการเช็กรอบการหมุนให้ทำแบบนี้ครับ ก่อนอื่นให้เช็คไฟบ้านก่อนว่าอยู่ในช่วง 210-230v หรือไม่? ถ้าไม่หาทางพันหม้อแปลงเพื่อปรับไฟให้มันได้ซะ เพราะถ้าไฟตกมากๆ เกินนี้รอบจะเปลี่ยนได้ ของผมเคยเจอมันตกไปอยู่ที่ 190v เอง (ช่วงหัวค่ำ แล้วบ้านผมอยู่ไกลแปลงของการไฟฟ้าด้วย) ขนาดผมใช้ตัวคุมรอบของเทิร์นรุ่น SME 30 ตัวท็อปที่ราคาล้านกว่า รอบยังตกเลยครับ
การเช็ครอบว่าตรงจริงไหม? ผมไม่ค่อยเชื่อเจ้าเทคโคมิเตอร์บางตัวซักเท่าไร (แต่จริงแล้วไม่มีใช้อ่ะ) ให้พี่มุมใช้นาฬิกาที่มีเข็มวินาทีจับเวลา หรือใช้มือถือที่จับเวลาได้จับเวลาที่ 3 นาที เทิร์นมันจะต้องหมุนได้ 100 รอบพอดี
หรือพี่จะสังเกตตำแหน่งของเพลทเตอร์ให้ดีๆ อาจหาอะไรเบาๆ มองเห็นชัดๆ ก็ได้วางบนริมเพลทเตอร์ แล้วก็ให้มันหมุน เราต้องเริ่มจับเวลาว่ามันอยู่ตรงไหนเป๊ะๆ แล้วดูว่าครบ 1 นาที มาร์คที่เราวางของไว้นั้น มันจะต้องหมุนเลยไปอีก หนึ่งส่วนสามรอบ ก็ได้เช่นกันนะครับ (วิธีนี้ต้องหูตาไวหน่อยนะครับ)
ถ้ารอบช้าไปก็ให้ใช้เทปใสพันเพิ่มขนาดที่พูเล่ให้โตมากขึ้น พอรอบไปก็ถอดพูเล่ไปให้ช่างกลึง กลึงอันใหม่โตเท่าที่เราพันเทปไว้แหละครับ ถ้ารอบเร็วไปก็ให้ใช้ตะใบเล็กๆ หรือกระดาษทรายเข้าไปลู่ที่พูเล่หมุนมอเตอร์ขัดให้ความโตมันเล็กลง (ระวังอย่าให้เศษตะไบที่เป็นเหล็กหล่นเข้าไปในแกนมอเตอร์ ระวังให้ดีๆ นะครับ)
-
ผมขอแชร์ประสบการณ์นิดหนึ่งครับ ในเรื่องของการทำ TT ผมไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่ แต่ดูผิวเผินในลักษณะการทำงานของ TT จะเหมือนกับหลักการทำงานของ Hard disk ผมเคยมีประสบการณ์ในการทำงานใน Lab สำหรับการวัด resonance ที่เกิดใน Hard disk จริงๆแล้วผมมองว่าการ DIYER อย่างเราๆ นั้นไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องของ resonance ได้ทั้งหมดและ เราไม่มีเครื่องมือพอที่จะวัดออกมาเป็นค่าได้ คือช่วยลดได้ แต่ไม่มีทางหมด เพราะสิ่งที่เราทำนั้นมี
1. tolerance ประมาณหนึ่งในส่วนตั้งแต่การทำชิ้นส่วนต่างของเรา ซึ่งเราไม่สามารถคอนโทรล tolerance ให้อยู่ในค่าที่ต่ำตาม spec ที่เราต้องการได้ อันนี้ก็จะมีผลต่อ resonance
2. เรื่องของการประกอบ ตั้งแต่การขัน screw ซึ่งจริงๆ แล้วเราอาจจะเห็นว่ามันไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้วมันส่งผลต่อค่า resonance ใน hard disk นี่เห็นได้อย่างชัดเจน แค่ใช้ค่า torque ที่แตกต่างกันยังส่งผลในแง่ของ resonance
3. ผมเข้าใจว่า TT ความเร็วรอบในการหมุนค่อนข้างต่ำ ความเร็วลมที่ปะทะไม่น่าจะมีผลมากนักต่อ Tone arm แต่การสั่นสะเทือนจากการหมุนที่ไม่ balance ของ จานหมุนแผ่นน่าจะมีผลมากกว่า คือการสั่นสะเทือนนี้สามารถส่งผมได้โดยตรงต่อหัวเข็ม น่าจะค่อนข้างมีผลต่อเสียงที่ได้
การ design arm แบบชิ้นเดียวและแข็งแรงแบบที่คุณ PINJ นั้นน่าจะเป็นทางออกที่ดีในเรื่องของการลด tolerance จาก part assembly ได้เป็นอย่างดี และในการ design plate หมุนให้ balance นั้นจะส่งผมต่อการอ่านของหัวเข็มมากเช่นเดียวกัน ในการ design ของ Hard disk นั้นเราจะเห็นว่าเค้าจะไม่ lock แผ่น media ด้วย screw ตรงกลางเพียงตัวเดียว แต่เค้าจะใช้ screw อย่างน้อย 3 ตัวรักษาระยะห่างที่เท่ากันขันด้วย torque ที่เท่ากันเพื่อการ balance แผ่น media อีกอย่างลองเสียบ hard disk ให้หมุนแล้วลองเอียงซ้ายขวาดูครับ จะเห็นว่าเกิดแรงต้านเพื่อรักษา balance ที่เกิดจากการ design หลายๆ อย่าง
ผมเลยคิดว่าการที่เราคำนึงถึง resonance มากไปอาจจะไกลเกินกว่าที่เราจะเข้าใจมันได้ และสำหรับ DIYER เราก็ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะสามารถพิสูจณ์ได้ว่ามันดีหรือไม่ นอกจากหูเรา ผมก็เลยคิดว่าอย่าไปซีเรียสตรงนั้นมาก เอาเป็นว่า part ยิ่งน้อยข้อต่อยิ่งน้อย screw ยิ่งน้อย การหมุนของจานหมุนที่ balance จะส่งผลต่อ resonance ให้น้อยตามไปด้วยครับ ขอแชร์ประสบณ์การเพียงเท่านี้ ผิดถูกประการใดลองไตร่ตรองและแย้งได้ครับ :)
-
ถูกต้องทุกประการตามที่ท่านว่าเลยครับ มาคุยบ่อยๆ นะครับ ผมจะได้ไม่ต้องเขียนเยอะ คุณ Monalisa เรียบเรียงถ้อยคำ และมีคำอธิบายที่ดีกว่าผมซักร้อยเท่า ผมก็อยากจะเขียนเป็นแบบนี้ แต่ใจมันไวกว่ามือที่พิมพ์ บางครั้งชอบรวดลัดคิดว่าคนอ่านรู้แล้ว กลับมาอ่านที่ตัวเขียนก็ยังงงเลย 5555
งั้นผมขออธิบายข้อดีของอาร์มที่ผมเขียนเอามาให้พี่มุมทำต่อนะครับ เผื่อว่าจะโน้มน้าวให้พี่มุมมาทำสิ่งที่ผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่าที่พี่กำลังทำอยู่น่ะครับ และมันน่าจะง่ายกว่าที่พี่จะทำซะอีก
ทีจริงแขนช่วง 20 นิ้วนั้น พี่จะให้โลหะอะไรก็ได้ เหล็กหรือสะแตนเลสส์ก็ได้ (แต่ช่วงอาร์มสั้น 6 นิ้วนั้นใช้โลหะเบาๆ เป็นดีที่สุดครับ) เพราะถ้ามันหนักมากพี่ก็ใช้แบรริ่งที่รับน้ำหนักตรงนี้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ขอให้ช่วงพลาดผ่านแบรริ่งเป็นชิ้นเดียวกันโดยตลอดเป็นดีที่สุดครับ (อย่าต่อกันแบบที่พี่ทำเลย ตามที่คุณ Monalisa ว่ามานั้นถูกต้องมากๆ เลยละครับ แรงขันน็อตไม่เท่ากัน หรือเกิดวันหน้ามันคลายตัวก็มีผลต่อการเปลี่ยนค่ารีโซแนนซ์แล้ว พอมันคลายตัวเสียงเปลี่ยนหรือเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น แล้วถ้าพี่มีการจุดแบบนี้หลายจุด หากันตาลายครับ) และตรงจุดยึดแบริ่งต้องขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพื่อให้มันแข็งแรงตรงจุดนี้ เพราะมันต้องรับแรงจากลวดสะลิงที่ผมให้มีไว้นั้น คือผมต้องการจะทำให้มันขันปรับแต่งความดึงได้ด้วย ซึ่งการขันให้ดึงหย่อนนั้นมันจะสามารถทำให้เราปรับค่า Resonance ของอาร์มส่วนนี้ได้น่ะครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะทำให้มันออกมาดี ไม่ใช่แค่พอให้มันดังแค่นั้น เราจะทิ้งภาคทฤษฏีกันไม่ได้เลยทุกงานที่เราทำกันนะครับ อาร์มทั้งระบบของมันควรจะมีค่า Resonance อยู่ที่ 8-12 นะครับ มิฉะนั้นมันจะมีผลต่อเสียงเป็นอย่างมาก เมื่อเอาไปเล่นกะหัวเข็มดีๆ กับชุดลำโพงดีๆ ครับ รอ Air Bearing Linear Arm ของผมร้องเพลงได้ ผมอาจลองทำแบบนี้เล่นซักตัว แล้วเอามาเทียบกับ Linear Arm ดู ว่าอันไหน? จะเจ๋งกว่ากัน (แต่ผมว่ามันคงจะเกะกะน่าดูสำหรับอาร์มยาวๆ นะครับ ว่าแล้วก็ลุยงานทำลิเนียร์อาร์มต่อดีกว่า)
แต่ถ้าคิดว่าพี่จะทำเอาแค่ฟังกันเพลินๆ ไม่ได้หวังเรื่องคุณภาพ เอามันส์ลูกเดียว ก็ลุยต่อไปโลดครับ
-
:victory :victory เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งไปปัญหาปลายทางเรื่องอื่นเลย เอาเรื่อง แมคคานิคและการหมุนช่วยพี่มุมก่อน เดี๋ยวสับสนกันไปใหญ่ รอบนิ่งเมือไรค่อยคิดทำอย่างอื่น ก็คงมีกระทู้นี้ที่เดียวที่คุยปัญหาทางด้านเทคนิคได้บ้าง นอกนั้นก็ เออ ออ ๆ เยี่ยมครับพี่ ประมาณนั้น :victory :victory ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ ก็เท่าว่าสำเร็จไปแล้ว กว่า 80 เปอร์เซน ที่เหลือก็เพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้นเองครับ ;D ;D ;D แต่บางทีน้ำจิ้ม มันดันแพงกว่าไก่ย่างทั้งตัว 2f 2f 2f d_d d_d d_d :victory :victory :victory :victory
-
ผมเริ่มมีอาการเวียน ๆ แล้ว ครับ แนวคิดโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ คือ วัสดุชนิดเดียวกัน เวลาสั่น ก็สั่นตามกันหมด หากวัสดุต่างชนิดกันมาอยู่ด้วยกัน ด้วยคุณสมบัติทางโมเลกุลที่ไม่เหมือนกัน การถ่ายเทเเรงสั่น และการรับแรงสั่น จึงไม่เท่ากัน หรือ อาจจะถึงกับหักร่างกันไปเอง ด้วยเหตุผลอันนี้ ผมก็เลยจับมาใช้เล่น ๆ กับ โทนอาร์ม รูปแบบประหลาด แบบนี้ เป็นเรื่องเบสิคทางวิทยาสตร์เท่านั้น ส่วนเรื่องทฤษฎีการออกแบบทางเครื่องเล่นแผ่นเสียง นั้นคงจะไม่ใช้ แน่นอนครับ
- ส่วนแนวคิดของลินส์ คือ เรื่องแบริ่งครับ แบริ่งสมัยนี้ที่ทำ ๆ กัน คือ กระบอก 2 ชิ้น ทำงานร่วมกับ วัสดุทรงกลม ส่วนแนวคิดเดิม ๆ คือการใช้ลูกปืนช่วยรับน้ำหนักเพลทเตอร์ และ แบริ่ง ผมก็เลยทดลองนำแนวคิดนี้มาทำกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องนี้ เมื่อทำเสร็จทดลองหมุนเพลทเตอร์ดูปรากฏว่าหมุนได้นานทีเดียว กว่าจะหยุด คิดว่าน่าจะใช้ได้
- ส่วนโทนอาร์มตามที่คุณ PINIJ ออกแบบให้นั้น หลังจากเครื่องนี้เสร็จ คงนำมาทดลองครับ เพราะโทนอาร์มต้องการพื้นที่มากพอสมควร ยาวได้ใจเลยครับ 25-26 นิ้ว เมื่อวานมือไปโอนเข้า หมุนเป็นไบพัดเฮริคอปเตอร์เลย ตอนนี้ต้องแยกร่างวางไว้ก่อน
- ดีเลยครับ ที่หลาย ๆ ท่านให้ความสนใจ มาช่วยกันแชร์ความรู้ และแสดงความคิดเห็น ผมว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ รวมทั้งตัวผมเองด้วยครับ ที่ต้องพยายามเก็บเกี่ยวความรู้ เพื่อนำไปทดลองทำต่อไป
- เพราะยังไงผมก็ต้องทำเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องที่ 3 ต่อ จากเครื่องนี้ครับ ซึ่งขณะนี้วัสดุที่ทำเพลทเตอร์เครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องที่ 3 กำลังเดินทางมาแล้วครับ
-
ผมเองต้องขอขอบคุณคุณPINIJ คุณ Rabbit-Hunter และคุณmonalisa ที่ช่วยให้ผมเดินถูกทาง และมองเห็นภาพงานการสร้างชุดควบคุมการหมุนฯ การแก้ปัญหาโทนอาร์ม แบบชัดเจน เป็นรูปธรรม ประเด็นเรื่องโทนอาร์ม และระบบการหมุนของมอเตอร์ ก็ผ่านไปด้วยดี ต่อไป คือ
กลไกล โครงสร้างของเพลาหมุน หรือ แบริ่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการหมุน ซึ่งเพลา หรือ แบริ่ง จะทำงานร่วมกับแผ่นเพลท หรือ เพลทเตอร์ ตรงนี้ผมเองจะขึ้นงานเครื่องเล่นแผ่นเสียงเครื่องที่ 3 ยังไงดี ขอคำแนะนำด้วยครับ
(http://image.ohozaa.com/i/246/5reUZe.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wp3e3tbV6boHKS3i)
(http://image.ohozaa.com/i/7d0/0RMkYW.gif) (http://image.ohozaa.com/view2/wp3eB9aI2rVc5rZL)
(http://image.ohozaa.com/i/a3f/yJVy4r.gif) (http://image.ohozaa.com/view2/wp3f6Hhphk5nYXoP)
-
:victory :victory เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งไปปัญหาปลายทางเรื่องอื่นเลย เอาเรื่อง แมคคานิคและการหมุนช่วยพี่มุมก่อน เดี๋ยวสับสนกันไปใหญ่ รอบนิ่งเมือไรค่อยคิดทำอย่างอื่น ก็คงมีกระทู้นี้ที่เดียวที่คุยปัญหาทางด้านเทคนิคได้บ้าง นอกนั้นก็ เออ ออ ๆ เยี่ยมครับพี่ ประมาณนั้น :victory :victory ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ ก็เท่าว่าสำเร็จไปแล้ว กว่า 80 เปอร์เซน ที่เหลือก็เพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้นเองครับ ;D ;D ;D แต่บางทีน้ำจิ้ม มันดันแพงกว่าไก่ย่างทั้งตัว 2f 2f 2f d_d d_d d_d :victory :victory :victory :victory
เมื่อวานผมรู้สึกดีใจมากๆ เลยนะครับ ที่เห็นคุณ Monalisa ที่ไม่เคยเข้ามาคุยกะผมเลยสักครั้งเดียว และเป็นคนที่น่าเชื่อถือและรู้จริง เพราะดูจากข้อเขียนและดูจากประสบการณ์ที่เคยทำมาก่อน แต่ได้เข้ามาเสริมช่วยความคิดเห็นของผม ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น
แล้ววันนี้ก็ดีใจที่ยังมีนายพานเข้ามาย้ำกันอีกครั้ง
เท่าที่ผมอ่านข้อเขียนต่างๆ ใช่เลยครับ มีแต่ยุให้ทำกันโดยไม่มีการเตือนกัน บางครั้ง ผมก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้อง และคนยุก็รู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังยุ อาจเพราะกลัวคนทำเสียหน้า หรือเพราะอยากให้คนทำได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือคนยุอยากได้ความมั่นใจว่าที่เค้าทำต้องออกมาไม่ดีอย่างที่เค้าคิดไว้หรือไม่?
แต่ผมคิดว่าการทดลองที่ไม่ควรทดลองที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่ามันไม่ค่อยดี ไม่ควรทำซ้ำ ทำให้เสียทั้งทรัพย์เสียทั้งเวลาครับ ควรบอกกันไปเลยครับ
อ้อ! คิดได้อีกข้อคือ การคนไม่กล้าเตือนกัน อาจเพราะกลัวคนทำไม่เชื่อ เลยไม่เตือนกัน การเข้ามาช่วยแบบคุณ Monalisa และท่านนายพานจะช่วยให้คนที่ไม่มีความรู้ แต่ยังดื้อ กลับมายอมรับนะครับ เพื่อนเราก็จะไม่เสียทั้งเวลาและทรัพย์ที่ไม่ควรเสียไป
และผมยังอ่านพบว่าหลายๆ คนทำจากความเชื่อเท่านั้น ทำโดยไม่ได้ศึกษากันอย่างท่องแท้ คนไทยเกลียดการอ่านและการพูดคุยด้านวิชาการกันลึกๆ ไม่เหมือนในเวปฝรั่ง ที่บ้านเค้าเจริญกว่าเราก็เพราะเค้าคิดเป็น และคิดแบบมีแบบแผนครับ
ตอนนรี้บ้านเราจะเปิดเสรีมากขึ้น อีกสองสามปีจะเปิดอาเชี่ยนแล้ว บางคนอาจไม่ทราบว่าตอนนี้การศึกษาของคนเวียดนามโดยส่วนใหญ่เหนือไทยเราไปเยอะเลยนะครับ ลาวกำลังเน้นเรื่องนี้กันเป้นอย่างมาก แล้วผมดูจากจานดาวเทียม พม่าอาจจะมีคนรุ่นใหม่ที่การศึกษาและภาษาอังกฤษเหนือเราไปอีกประเทศหนึ่งแล้ว
เราจะเอาอะไรไปสู้กับเค้าถ้าเราเปิดกาค้าเสรี คนไทยสักกี่คนที่พูดภาษาอังกฤษได้ พูดไม่ได้ก็ไม่แย่งทำงานระดับสูงในต่างประเทศเอาเงินกลับบ้านเราไม่ได้ ไปได้แค่กรรมกร ได้เงินกลับมาไม่คุ้มค่าเหนื่อยกัน ภาคโรงงานตอนนี้มีพม่า อินเดีย เข้ามากินเงินเดือนสูง ๆ ในบ้านเราเยอะนะครับ แต่คนไทยสักกี่คนที่ไปกินเงินเดือนสูงที่บ้านเค้าเอาเงินกลับบ้านเรากันบ้าง
ไม่ต้องดูอะไร? หลายคนที่มีตังค์เสียค่าโง่ซื้อเครื่องเสียงแพง ๆโดยไร้เหตุผลไปเท่าไร? แค่แผ่นโลหะลองเทิร์นแผ่นบางนิดเดียว ซื้อกันได้อย่างไร แผ่นละเป็นแสนบาท ไร้เหตุผลสิ้นคิดกันซะจริงๆ (ผมคิดว่ามันไม่ได้มีอะไรหลอกครับ แค่ใช้แผ่นนี้แล้วรีโซแนนซ์มันเปลี่ยนไปเท่านั้น เสียงก็เปลี่ยนแล้วครับ เทิร์นไวต่องเรื่องนี้มากๆ ครับ อย่างที่คุณ Manisa บอกครับ แค่ไขน็อทไม่เท่ากันเสียงก็เปลี่ยนได้แล้ว)
พวกเราควรตื่นตัวเรื่องการศึกษา มองอะไรให้เป็นวิทยาศาสตร์กันมากขึ้นนะครับ ไศยศาสตร์ มันควรจบกันไปแล้วครับ
และอีกเรื่องคือเมื่อก่อนผมไม่เคยสนใจการเมืองเลย แต่พอมาดูโทรทัศน์วันหนึ่งเค้าบอกว่า พวกนักการเมือง มันทำให้การเมืองเป็นน้ำเน่า ให้คนดีๆ คนเก่งๆ เกลียดการเมือง ไม่สนใจการเมือง พวกมันก็ถลุงกันได้เต็มที่ ผมคนหนึ่งละคิดว่า ต่อไปนี้คงต้องสนใจการเหมือนกันเป้นอย่างมาก โดยเฉพาะการเมืองท้องถิ่นก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการสอดส่องการใช้เงินภายในหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ รวมทั้งการบริหารการจัดการของระบบการปรกครองท้องถิ่น ที่ผมคิดว่าพวกเต้าล้านปียังอยู่ในระบบนี้อยู่พอสมควร ที่มีความคิดแคบๆ และผิดๆ อยู่ในสมองเยอะ เพราะผมเห็นหลายๆ โครงการของหมู่บ้านที่ลงทุนไปแล้ว จอดอยู่นิ่งๆ ไม่มีการนำเอามาใช้ประโยชน์ ตอนนี้ผมก็กำลังจะคิดระบบพลังงานน้ำช่วยหมู่บ้านให้ใช้ไฟฟ้าบนถนนกันฟรีๆ อยู่น่ะครับ
-
มาว่ากันต่อกับสิ่งที่พี่มุมเอามาถาม จากประสบการผมพบว่าเสียงที่เหมือนวงออร์เคสต้าเข้ามาเล่นในบ้านผมมากที่สุดคือการใช้เทิร์นที่ใช้เกียรขับครับ แต่ปัญหามันมี ขนาดที่เอาพลาสติกมาทำมันก็ยังมีอาการสั่นของเฟืองช่วงเข้ามาขบกัน (แต่มันแก้ไขได้นะครับ เพราะผมแก้สำเร็จมาแล้ว และก็จะทำลิเนี่ยร์อาร์มให้มันนี่แหละครับ)
พี่มุมครับแค่สายพานขับช่วงเดียวเสียงมันยังยืดหยุ่นสูงแล้วถ้าใช้สายพานถึงสองชั้นมันจะไปกันใหญ่นะครับ
ที่เค้าต้องการมีล้อช่วยแรง (Flywheel) นี้ก็เพราะมอเตอร์มันหมุนแล้วเกิดอาการกระตุกอยู่ตลอดเวลาไงล่ะครับ มันจึงเป็นเรื่องจริงที่ บริษัทที่มีวิศวกรเก่งๆ เค้ารู้และมีการออกแบบ Flywheel มาแก้อาการนี้ แต่ขอบอกก่อนว่าฝีมือการทำเค้าเหนือชั้น เค้าละเอียดกว่าเราเยอะครับ เค้าทำได้ แต่เราทำไม่ได้ครับ เพราะทำแล้วรูปร่างมันเหมือนเค้า แต่การใช้งานมันอาจแย่มากขึ้นกว่าไม่ทำแบบนั้นครับ อย่างที่คุณ Monalisa บอกมาค่า Tolerance ร้านกลึงบ้านเราทำไม่ได้อย่างเค้าแน่น การทำ Balancing ไม่ถึงระดับที่เค้าทำ เพราะฉะนั้น เค้าทำได้ แต่เราไม่ควรทำตามครับ (ผมเกลียดมากๆ พวกคนที่ทำโคลนนิ่งคนอื่นแค่เปลือกนอกเท่านั้น แสดงคนๆ นั้น มีดีแค่เปลือกนอกเท่านั้น ข้างในเป็นโพลง จึงชอบทำตามคนอื่นแค่หลอกลวง แต่ถ้าทำแบบเอาการคำนวณมาคุยแบบรู้จริง ไม่ใช่มั่วๆ นะ แบบนั้น ผมขอชมเชยนะครับ)
ถ้าจะใช้สายพาน ขอให้พี่มุมหามอเตอร์ดีๆ มาหลายๆ ตัว น้ำหนักของ Rotor หลายๆ ตัวก็แทนเจ้า Flywheel นี้ได้เช่นกันครับ แล้วตามที่บอกมอเตอร์ยิ่งหลายตัวช่วยกันขับมันก็จะ Smoot และ Stable มากขึ้นได้เท่าของแพงๆ ที่ขายกันได้น่ะครับ (ผมพยามเริ่มใช้ภาษาเพื่อให้พวกเราได้คุ้นกันนะครับ แปลไม่ออก ก็หัดเปิดดิกกันดูเอานะครับ) แล้วการใช้มอเตอร์หลายตัว Pulse ที่เกิดจากเส้นแรงแม่เหล็กดันให้ Rotor หมุนมันจะเสริมต่อเนื่องให้การหมุนมันราบลื่นมากขึ้น (ผมคิดว่าพอทำอาจต้องมีการขยับและทดลองฟังเสียงกันด้วย ถึงจะโอกาศน้อยมากๆ ที่เส้นแรงมันจะพอดีเสริมตรงกันเป๊ะ ซึ่งมันก็จะทำให้เกิดการกระมากขึ้นอีกเท่ากับจำนวนมอเตอร์ที่เอาเพิ่มละครับ) และการใช้สายพานหลายเส้นการยืดหยุนของเสียงจากสายพานก็จะหายไปด้วยนะครับ
ผมขอบอกอีกครั้งหนึ่งว่า การขับเทิร์นด้วยสายพานเส้นเดียวเล็กๆ แบบของเทิร์น SME 10 ที่ผมใช้อยู่นั้น เสียงห่วยกว่าเทิร์นแบบเกียร์ไดร์วราคาห้าพันบาทที่ติดตั้งหัวเข้มราคาหลักพันบาท แต่ขณะที่ SME 10 ตัวละหลายแสน อาร์มเปลี่ยนรุ่นใหม่อีกแสนกว่า แล้วผมยังติดตั้งหัวเข็นราคาแสนกว่าบาทซะอีกละครับ เรื่องนี้มีเพื่อนสามสี่คนของผมมาพิสูนจ์แล้วถึงกับอึ้งและทึ่งมากๆ กันมาแล้วละครับ ขอยืนยันอีกครั้งว่าที่เขียนมานี้ไม่ได้ล้อเล่น แต่มันเป็นเรื่องจริงครับ
-
มาว่ากันต่อกับสิ่งที่พี่มุมเอามาถาม จากประสบการผมพบว่าเสียงที่เหมือนวงออร์เคสต้าเข้ามาเล่นในบ้านผมมากที่สุดคือการใช้เทิร์นที่ใช้เกียรขับครับ แต่ปัญหามันมี ขนาดที่เอาพลาสติกมาทำมันก็ยังมีอาการสั่นของเฟืองช่วงเข้ามาขบกัน (แต่มันแก้ไขได้นะครับ เพราะผมแก้สำเร็จมาแล้ว และก็จะทำลิเนี่ยร์อาร์มให้มันนี่แหละครับ)
พี่มุมครับแค่สายพานขับช่วงเดียวเสียงมันยังยืดหยุ่นสูงแล้วถ้าใช้สายพานถึงสองชั้นมันจะไปกันใหญ่นะครับ
ที่เค้าต้องการมีล้อช่วยแรง (Flywheel) นี้ก็เพราะมอเตอร์มันหมุนแล้วเกิดอาการกระตุกอยู่ตลอดเวลาไงล่ะครับ มันจึงเป็นเรื่องจริงที่ บริษัทที่มีวิศวกรเก่งๆ เค้ารู้และมีการออกแบบ Flywheel มาแก้อาการนี้ แต่ขอบอกก่อนว่าฝีมือการทำเค้าเหนือชั้น เค้าละเอียดกว่าเราเยอะครับ เค้าทำได้ แต่เราทำไม่ได้ครับ เพราะทำแล้วรูปร่างมันเหมือนเค้า แต่การใช้งานมันอาจแย่มากขึ้นกว่าไม่ทำแบบนั้นครับ อย่างที่คุณ Monalisa บอกมาค่า Tolerance ร้านกลึงบ้านเราทำไม่ได้อย่างเค้าแน่น การทำ Balancing ไม่ถึงระดับที่เค้าทำ เพราะฉะนั้น เค้าทำได้ แต่เราไม่ควรทำตามครับ (ผมเกลียดมากๆ พวกคนที่ทำโคลนนิ่งคนอื่นแค่เปลือกนอกเท่านั้น แสดงคนๆ นั้น มีดีแค่เปลือกนอกเท่านั้น ข้างในเป็นโพลง จึงชอบทำตามคนอื่นแค่หลอกลวง แต่ถ้าทำแบบเอาการคำนวณมาคุยแบบรู้จริง ไม่ใช่มั่วๆ นะ แบบนั้น ผมขอชมเชยนะครับ)
ถ้าจะใช้สายพาน ขอให้พี่มุมหามอเตอร์ดีๆ มาหลายๆ ตัว น้ำหนักของ Rotor หลายๆ ตัวก็แทนเจ้า Flywheel นี้ได้เช่นกันครับ แล้วตามที่บอกมอเตอร์ยิ่งหลายตัวช่วยกันขับมันก็จะ Smoot และ Stable มากขึ้นได้เท่าของแพงๆ ที่ขายกันได้น่ะครับ (ผมพยามเริ่มใช้ภาษาเพื่อให้พวกเราได้คุ้นกันนะครับ แปลไม่ออก ก็หัดเปิดดิกกันดูเอานะครับ) แล้วการใช้มอเตอร์หลายตัว Pulse ที่เกิดจากเส้นแรงแม่เหล็กดันให้ Rotor หมุนมันจะเสริมต่อเนื่องให้การหมุนมันราบลื่นมากขึ้น (ผมคิดว่าพอทำอาจต้องมีการขยับและทดลองฟังเสียงกันด้วย ถึงจะโอกาศน้อยมากๆ ที่เส้นแรงมันจะพอดีเสริมตรงกันเป๊ะ ซึ่งมันก็จะทำให้เกิดการกระมากขึ้นอีกเท่ากับจำนวนมอเตอร์ที่เอาเพิ่มละครับ) และการใช้สายพานหลายเส้นการยืดหยุนของเสียงจากสายพานก็จะหายไปด้วยนะครับ
ผมขอบอกอีกครั้งหนึ่งว่า การขับเทิร์นด้วยสายพานเส้นเดียวเล็กๆ แบบของเทิร์น SME 10 ที่ผมใช้อยู่นั้น เสียงห่วยกว่าเทิร์นแบบเกียร์ไดร์วราคาห้าพันบาทที่ติดตั้งหัวเข้มราคาหลักพันบาท แต่ขณะที่ SME 10 ตัวละหลายแสน อาร์มเปลี่ยนรุ่นใหม่อีกแสนกว่า แล้วผมยังติดตั้งหัวเข็นราคาแสนกว่าบาทซะอีกละครับ เรื่องนี้มีเพื่อนสามสี่คนของผมมาพิสูนจ์แล้วถึงกับอึ้งและทึ่งมากๆ กันมาแล้วละครับ ขอยืนยันอีกครั้งว่าที่เขียนมานี้ไม่ได้ล้อเล่น แต่มันเป็นเรื่องจริงครับ
เป็นเรื่องดี ๆ อีกแง่มุมที่น่าสนใจ ของแพงบางครั้งก็ใช้ว่าจะดีเสมอไป ถ้าเราใช้ไม่เป็น และไม่ถูกต้อง ของถูก ปรับปรุง ปรุงแต่ง บางครั้งพบว่า สิ่งดี ๆ ถูกซ้อนเอาไว้ แล้วเราเขี่ยมันออก แล้วสิ่งดี ๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เราเห็น
ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด หากไม่เริ่มต้น ก็ไม่จุดสิ้นสุดเหมือนกัน เป็นสัจจธรรม ที่เกิดมาแล้ว ต้องดับไป ไม่มีอะไรจีรังหยั่งยืน แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ ความคิด ความอ่าน ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบเสอะหาต่อไป บ้านเราเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ทำอะไรแล้วไม่จดบันทึกเอาไว้ ปล่อยให้สูญหายตามกาลเวลาไป
เปิดประชาคมอาเชียนเมื่อไหร่ ผมยังมองดูว่าประเทศไหน เค้าจะมาคบกับเราอย่างสนิทใจ เพราะการเมืองไทย และ ระบบราชการไทย ตลอดจนความคิดบางอย่างของคนไทยเรา สู้บ้านใกล้เรือนเคียงเค้าไม่ได้
แรงงานจากกรรมกรบ้านเราที่เป็นคนไทย ปัจจุบันก็หายาก ต่อไปแทบจะไม่มีแล้ว งานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะไปจ้างใคร เปิดประชาคมอาเซียนเมื่อไหร่ แรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่มาทำงานในบ้านเราเค้ากลับบ้านหมด บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีฐานผลิตในบ้านเรา เจอค่าจ้างแรงงานวันละ 300 บาท ทั่วประเทศ เค้าคงค่อย ๆ ย้ายฐานผลิตไปที่ประเทศเพื่อนบ้านหมด เพราะค่าแรงถูกกว่าครึ่งหนึ่งของเรา สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ แทนลูกหลานเราแล้วครับ
เค้าได้จัดลำดับ 10 ชาติ อาเซียนว่าแต่ละประเทศ มีจุดดี จุดด้อยอย่างไร ประเทศไทย ถูกจัดไว้ท้ายสุด คือ มีหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์เท่านั้น เศร้าครับ
-
มาว่ากันต่อกับสิ่งที่พี่มุมเอามาถาม จากประสบการผมพบว่าเสียงที่เหมือนวงออร์เคสต้าเข้ามาเล่นในบ้านผมมากที่สุดคือการใช้เทิร์นที่ใช้เกียรขับครับ แต่ปัญหามันมี ขนาดที่เอาพลาสติกมาทำมันก็ยังมีอาการสั่นของเฟืองช่วงเข้ามาขบกัน (แต่มันแก้ไขได้นะครับ เพราะผมแก้สำเร็จมาแล้ว และก็จะทำลิเนี่ยร์อาร์มให้มันนี่แหละครับ)
พี่มุมครับแค่สายพานขับช่วงเดียวเสียงมันยังยืดหยุ่นสูงแล้วถ้าใช้สายพานถึงสองชั้นมันจะไปกันใหญ่นะครับ
ที่เค้าต้องการมีล้อช่วยแรง (Flywheel) นี้ก็เพราะมอเตอร์มันหมุนแล้วเกิดอาการกระตุกอยู่ตลอดเวลาไงล่ะครับ มันจึงเป็นเรื่องจริงที่ บริษัทที่มีวิศวกรเก่งๆ เค้ารู้และมีการออกแบบ Flywheel มาแก้อาการนี้ แต่ขอบอกก่อนว่าฝีมือการทำเค้าเหนือชั้น เค้าละเอียดกว่าเราเยอะครับ เค้าทำได้ แต่เราทำไม่ได้ครับ เพราะทำแล้วรูปร่างมันเหมือนเค้า แต่การใช้งานมันอาจแย่มากขึ้นกว่าไม่ทำแบบนั้นครับ อย่างที่คุณ Monalisa บอกมาค่า Tolerance ร้านกลึงบ้านเราทำไม่ได้อย่างเค้าแน่น การทำ Balancing ไม่ถึงระดับที่เค้าทำ เพราะฉะนั้น เค้าทำได้ แต่เราไม่ควรทำตามครับ (ผมเกลียดมากๆ พวกคนที่ทำโคลนนิ่งคนอื่นแค่เปลือกนอกเท่านั้น แสดงคนๆ นั้น มีดีแค่เปลือกนอกเท่านั้น ข้างในเป็นโพลง จึงชอบทำตามคนอื่นแค่หลอกลวง แต่ถ้าทำแบบเอาการคำนวณมาคุยแบบรู้จริง ไม่ใช่มั่วๆ นะ แบบนั้น ผมขอชมเชยนะครับ)
ถ้าจะใช้สายพาน ขอให้พี่มุมหามอเตอร์ดีๆ มาหลายๆ ตัว น้ำหนักของ Rotor หลายๆ ตัวก็แทนเจ้า Flywheel นี้ได้เช่นกันครับ แล้วตามที่บอกมอเตอร์ยิ่งหลายตัวช่วยกันขับมันก็จะ Smoot และ Stable มากขึ้นได้เท่าของแพงๆ ที่ขายกันได้น่ะครับ (ผมพยามเริ่มใช้ภาษาเพื่อให้พวกเราได้คุ้นกันนะครับ แปลไม่ออก ก็หัดเปิดดิกกันดูเอานะครับ) แล้วการใช้มอเตอร์หลายตัว Pulse ที่เกิดจากเส้นแรงแม่เหล็กดันให้ Rotor หมุนมันจะเสริมต่อเนื่องให้การหมุนมันราบลื่นมากขึ้น (ผมคิดว่าพอทำอาจต้องมีการขยับและทดลองฟังเสียงกันด้วย ถึงจะโอกาศน้อยมากๆ ที่เส้นแรงมันจะพอดีเสริมตรงกันเป๊ะ ซึ่งมันก็จะทำให้เกิดการกระมากขึ้นอีกเท่ากับจำนวนมอเตอร์ที่เอาเพิ่มละครับ) และการใช้สายพานหลายเส้นการยืดหยุนของเสียงจากสายพานก็จะหายไปด้วยนะครับ
ผมขอบอกอีกครั้งหนึ่งว่า การขับเทิร์นด้วยสายพานเส้นเดียวเล็กๆ แบบของเทิร์น SME 10 ที่ผมใช้อยู่นั้น เสียงห่วยกว่าเทิร์นแบบเกียร์ไดร์วราคาห้าพันบาทที่ติดตั้งหัวเข้มราคาหลักพันบาท แต่ขณะที่ SME 10 ตัวละหลายแสน อาร์มเปลี่ยนรุ่นใหม่อีกแสนกว่า แล้วผมยังติดตั้งหัวเข็นราคาแสนกว่าบาทซะอีกละครับ เรื่องนี้มีเพื่อนสามสี่คนของผมมาพิสูนจ์แล้วถึงกับอึ้งและทึ่งมากๆ กันมาแล้วละครับ ขอยืนยันอีกครั้งว่าที่เขียนมานี้ไม่ได้ล้อเล่น แต่มันเป็นเรื่องจริงครับ
เป็นเรื่องดี ๆ อีกแง่มุมที่น่าสนใจ ของแพงบางครั้งก็ใช้ว่าจะดีเสมอไป ถ้าเราใช้ไม่เป็น และไม่ถูกต้อง ของถูก ปรับปรุง ปรุงแต่ง บางครั้งพบว่า สิ่งดี ๆ ถูกซ้อนเอาไว้ แล้วเราเขี่ยมันออก แล้วสิ่งดี ๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เราเห็น
ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น และ จุดสิ้นสุด หากไม่เริ่มต้น ก็ไม่จุดสิ้นสุดเหมือนกัน เป็นสัจจธรรม ที่เกิดมาแล้ว ต้องดับไป ไม่มีอะไรจีรังหยั่งยืน แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ ความคิด ความอ่าน ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบเสอะหาต่อไป บ้านเราเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ทำอะไรแล้วไม่จดบันทึกเอาไว้ ปล่อยให้สูญหายตามกาลเวลาไป
เปิดประชาคมอาเชียนเมื่อไหร่ ผมยังมองดูว่าประเทศไหน เค้าจะมาคบกับเราอย่างสนิทใจ เพราะการเมืองไทย และ ระบบราชการไทย ตลอดจนความคิดบางอย่างของคนไทยเรา สู้บ้านใกล้เรือนเคียงเค้าไม่ได้
แรงงานจากกรรมกรบ้านเราที่เป็นคนไทย ปัจจุบันก็หายาก ต่อไปแทบจะไม่มีแล้ว งานเล็ก ๆ น้อย ๆ จะไปจ้างใคร เปิดประชาคมอาเซียนเมื่อไหร่ แรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่มาทำงานในบ้านเราเค้ากลับบ้านหมด บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีฐานผลิตในบ้านเรา เจอค่าจ้างแรงงานวันละ 300 บาท ทั่วประเทศ เค้าคงค่อย ๆ ย้ายฐานผลิตไปที่ประเทศเพื่อนบ้านหมด เพราะค่าแรงถูกกว่าครึ่งหนึ่งของเรา สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ แทนลูกหลานเราแล้วครับ
เค้าได้จัดลำดับ 10 ชาติ อาเซียนว่าแต่ละประเทศ มีจุดดี จุดด้อยอย่างไร ประเทศไทย ถูกจัดไว้ท้ายสุด คือ มีหน้าที่เพียงประชาสัมพันธ์เท่านั้น เศร้าครับ
ผมเสียดายเงินที่ลงทุนไปกลับตัวเทิร์นและอาร์มครับ แต่หัวเข็ม ของแพงดีกว่าของถูกจริงครับ
ลืมพูดถึงการทำแบริ่งไป เทิร์นส่วนใหญ่ทำแบบรูปบนเพราะทำง่าย ดูแลง่าย และจริงๆ แล้วแผ่นบิดงอและรูแผ่นดำเยื้องศูนย์กลางมีค่ามากกว่า Clearance จากตามรูปที่แสดงนะครับ
แต่รูปล่างตามหลักวิชามันดีกว่าแน่ แต่ทำยากกว่าเพราะต้องทำร่องเฉียงๆโดยรอบที่เพลาเพื่อให้น้ำมันขึ้นไปเลี้ยงแบริ่งตัวบนที่เป็นลูกปืนกลมๆ หรือหน้าสำหรับข้างบนที่ต้องรับแรงสูงมาก ถ้าน้ำมันแห้งหรือร่องปั่นน้ำมันขึ้นอุดตันแบริ่งตัวบนก็พังครับ
เรื่องนี้ผมขอเลือกแบบแรกครับ
ขอถาม อ. โก้เรื่องสวนยางด้วยครับ เมื่อกี๊นี้คนกรีดมาบอกว่า วันที่สามได้ปริมาณน้ำยางพอๆ กับวันที่สอง แต่น้ำเลี้ยงมากกว่าเนื้อยาง มันจะไม่คุ้มต้นยางจะโทรมเร็วไหมครับ รอกรีดสามหยุดหนึ่ง รอให้ต้นมันโตกว่านี้อีกหน่อยดีไหม? คือลดเหลือกรีดสองหยุดหนึ่ง เอาไงดีครับ? หรือควรใส่ปุ๋ยอะไรช่วยได้ครับ (คือผมไม่เน้นเงิน อยากให้ต้นยางโตมากกว่า รอเก็บผลแบบกันเต็มที่ตอนหลังจะดีกว่าครับ)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-04CD_5083B4F7.jpg)
วันนี้ลองเขียนรอย Tracking ของอาร์มรัศมี 9 และ 24 นิ้ว ดู เห็นแล้วน่าทำอาร์มยาวๆ ดูซักอันเหนือนกัน เพราะดูแล้วมันไม่ต่างลิเนียร์อาร์มซักเท่าไร แต่เจ้า 9 นิ้ว องศาการเกาะร่องผิดไปเยอะเลย
แต่ไม่เอาแบบแกนเดี่ยวตรงๆ จากจุด Pivot ไปยังปลายเข้ม เพราะโมเมนตั้มเยอะ คงเอาไปใช้งานแบบไม่สะบายใจเป็นแน่ (กลัวร่องเสียงแผ่นดีๆ สึก) ไหนๆ ก็จะทำแบบพิสดารกันแล้วก้ควรให้มันใช้งานได้ดีด้วย ไม่ใช่เอามันส์ หรือดีแต่เท่ห์ แต่ทำแล้วไม่กล้าเล่นกะแผ่นดีๆ เพราะกลัวร่องแผ่นเสียงพัง แล้วเราจะไปได้ประโยชน์อะไรกับเงินและแรงที่เราลงทุนไปแล้วล่ะ นับเป็นเรื่องการสูนย์เสียเป็นอย่างมาก ผมไม่เห็นด้วยทุกประการณ์กับงานที่จะทำแล้วรู้ๆ อยู่ว่ามันไม่ดีก็ยังดื้อรั้นที่จะทำ (คนที่ชอบคิดแบบนี้ มีในบ้านเราเยอะด้วยนะครับ)
ผมจะทำตามรูปที่ผมร่างให้พี่มุนทำนั่นแหละ เหตุผลคือ
1. การเคลื่อนตัวไปมาในแนวราบ (Horizoltal) แบบสวิงไปสวิงมาน้อยมากๆ อาจมีจากแผ่นเจาะรูไว้เยื้องศูนย์เล็กน้อย (มีแผ่นยี่ห้อถูกๆ เท่านั้นที่เจาะรูไว้ไม่ดี แผ่นของผมไม่พบอาการแกว่งเข้าออกของหัวเลย มีแต่ขึ้นลงจากแผ่นโก่งบางแผ่นเท่านั้น) ฉะนั้นจึงไม่กลัวโมเมนตั้มที่สูงมากๆ ของอาร์มที่ยาวมากๆ ที่จะทำขึ้นมา กับปัญหาเรื่องโมเมนตั้มสูงมากๆ ในแนวนอนนี้
2. แรงเสียดทานต้านการเคลื่อนตัวในแนวนอนมีมากเนื่องจากแบริ่งอาจจะใหญ่ แต่เราก็ได้เปลี่ยบเชิงกลเมื่อเทียบกับอาร์มสั้นถึงสามเท่า (9 กับ 24) จึงตัดปัญหาเรื่อง Friction ในการเคลื่อนตัวหมุนอาร์มตามแนวนอนออกไปได้อีก
3. ผมจะออกแบบเสาที่ใช้ขึงลวดสะลิงขึงผ่านมันให้ปรับความสูงได้ เพราะฉะนั้น ผมสามารถปรับค่ารีโซแนนซ์ให้อยู่ระหว่าง 10-12 ได้ไม่ยาก (การขึงสะลิงจะทำให้เราได้ความเสถียรนิ่ง ไม่มีอาการสั้นตัว ของอาร์มช่วงนี้มากขึ้น อาร์ม Dynavector ที่คล้ายแบบนี้ไม่กล้าทำเพราะกลัวไม่สวยแล้วขายไม่ออก แต่เราทำใช้เองเพื่อคุณภาพสุดๆ จึงไม่สนใจความเกะกะตรงนี้) ถ้าคำนวณน้ำหนักอาร์มและค่าคงที่ความเป็นสะปริงของมันไว้ล่วงหน้า (การคำนวณเรื่องนี้คงต้องให้ได้วัสดุที่จะทำก้านอาร์มที่ยาว 24 นิ้วมาได้ซะก่อน ก็คงเน้นที่ความเหนียวและน้ำหนักเบาๆ ไว้ก่อน)
การออกแบบอาร์มช่วงติดหัวเข็ม คงใช้หลักการเดียวกับอาร์มทั่วๆ ไป คือเบาสุดๆ โมเมนต์ตั้มน้อยสุดๆ เพื่อลดการสึกของร่องแผ่น เรื่องแบริ่งคงทำได้แบบง่ายๆ มากเพาะเราแค่ออกแบบให้หัวเข็มกระดกขึ้นลงตามแนวดิ่งเท่านั้น ความยาวก้านอาร์มช่วงนี้คิดว่าจะยาว 6-9 นิ้วครับ ถ้าสั้นไปเวลาเจอจานแผ่นเสียงที่โก่งมากๆ จะทำให้มุน VTA/SRA เปลี่ยนค่าเยอะ ทำให้เสียงแกว่งได้ครับ (ถ้าชุดดีๆ จะฟังออกสะบายครับ ระหว่าที่เล่นแผ่นที่เรียบกับไม่เรียบด้วยอาร์ม 9 นิ้ว แต่อาร์ม 12 นิ้ว จะฟังได้เสียงที่ราบเรียบดีกว่า)
-
สวัสดีครับพี่ PINJ, พี่มุม, พี่ Rabbit Hunter ผมชอบอ่านบทความการทดลองต่างๆ ของทั้งสามท่านมาก ทั้งเรื่องเกี่ยวกัยเครื่องเสียงหรือเรื่องอื่นๆ อย่างเรื่องยางเรื่องกาแฟของพี่ PINJ ผมชอบการ DIY ต่างๆ หรือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง หรือครูพักลักจำเอา เห็นเค้าทำก็ลองมาทำด้วนตัวเองบ้าง ลองผิดลองถูกไป เดี่ยวก็รู้เอง อย่างเช่นเรื่องบ้านผมไม่ค่อยชอบจ้างช่างมาทำเท่าไหร่ ตรงไหนทำเองได้ก็จะทำ ทำไปเรื่อยๆ จ้างช่างแล้วไม่ค่อยจะถูกใจ หาช่างที่ได้ดั่งใจยาก ระบบไฟที่บ้านผมก็จัดการเอง วางระบบไฟเอง ต่อเองเดินเอง ผมไม่ได้จบทางไฟฟ้าโดยตรงแต่อาศัยดูเพื่อนที่จบช่างไฟฟ้า สมัยเรียน ปวช เค้าทำ สงสัยตรงไหนก็ถามเอา พูดถึงเรื่องช่าง ช่างที่ผมเคยเจอส่วนใหญทำเอาสะดวกตัวเอง ตรงไหนลักไก่ได้ก็จะทำ เลยไม่ได้ดั่งใจจริงๆ จริงๆ แล้วช่างฝีมือบ้านเรามีเยอะมาก ผมอยากเห็นช่างทำงานในลักษณะที่ทีการคำนวนบ้าง ไม่ต้องเอาแบบที่มันซับซ้อน เอาแค่บวก ลบ คุณ หาร บ้างก็พอ มีการคิดอย่างเป็นแบบแผน มองออกว่าจะเริ่มต้นยังไง ทำอะไรก่อนหลัง มีการคิดอย่างเห็นระบบไม่ลืมนั้นลืมนี้แล้วต้องมาทุบทิ้งทีหลัง ทำแล้วผลที่ได้จะลงตัวมากที่สุด
เรื่องของ TT ผมไม่มีความรู้มากนักหรือแม้แต่เรื่องเครื่องเสียง แอมป์ต่างๆ ก็ไม่ได้มีความรู้มากนัก ทำเป็นแค่งานอดิเรก แก้เบื่อ แต่ผมเห็นการทำงานของ TT นั้นคอ่นข้างจะเหมือนการทำงานของ HD ซึ่งผมเองพอมีความรู้อยู่บ้าง จริงๆแล้วในแง่ของการ design HD นั้น ในเรื่องของ Mechanical design (ขอพูดถึง Arm นะครับขอรวมถึงหัวอ่านด้วย เพราะเมื่อเราเอามา assembly แล้วเราจะคิดเป็นชิ้นเดียวกัน) นั้นคำจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องของ resonance เป็นอย่างมาก ผมขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ
1. ธรรมชาติของวัสดุจะมีความถี่ธรรมชาติของตัวมันเองอยู่แล้ว และความถี่ธรรมชาติของวัสดุมีหลายค่า แต่ละค่าจะทำให้เกิดการรูปของการสั่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อเป็น arm ที่ assembly แล้วการสั่นที่เกิดจากชิ้นใดชิ้นหนึ่งจะส่งผลต่อทุกชิ้น แม้กระทั่งการใส่ bearing ชนิดของ bearing, friction ของ bearing ที่ arm เองก็จะส่งผลทั้งหมดต่อการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบน arm ทั้งชิ้น
2. ต้องหลีกเลี่ยงให้ความถี่ที่เกิดขึ้นในระบบของเราไปตรงกันความถี่ธรรมชาติของวัสดุนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดการสั่นพ้อง หรือที่เราเรียกว่า resonance ในแง่ของ arm เมื่อเกิด resonance เกิดขึ้น อาจจะทำให้เกิดการ off track ของการอ่าน แต่ทั้งนีจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการสั่นของวัตถุที่เกิด resonance ที่ความถี่นั้นๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ความถี่ที่ 5kHz ทำให้เกิดการ sway หรือความถี่ที่ 10kHz ทำให้เกิดการ torsion รูปแบบที่เกิดแต่ละความถี่จะแตกต่างกัน หรือใกล้เคียงกันในบางรูปแบบที่ความถี่ใกล้ๆกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะส่งผลต่อการอ่าน หรือทำให้เกิดการ modulation ของสัญญาณที่อ่านได้ ข้อนี้ยากมากๆ ที่เราจะรุ้ได้ว่าความถี่ธรรมชาติของวัสดุหรือ arm ของเรามีอยูตรงไหนบ้าง
3. designer จะได้รูปแบบที่เกิดขึ้นหลักๆจากการทำ simulation จำลองใน computer ทำให้รู้ลักษณะรูปแบบของการเกิดในแต่ละความถี่ อันนี้ก็ยากมากๆอีกสำหรับอย่างเราๆ ที่จะทำได้ แต่ก็ต้องมีคนที่ทำได้
จาก 3 ข้อในข้างต้นจะแสดงให้เห็นถึงความยากของการ design arm นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมการออกแบบน้อยชิ้นจริงดีกว่ามากชิ้นในความคิดของผม ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นที่เกิดจากpart ต่างให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ในการทำงานของ HD นั้น หัวอ่านจะบินอยู่เหนือแผ่น media โดยอาศัยลมที่เกิดจากการหมุนของแผ่นและ air flow ที่เกิดขึ่นในระบบปิด ความเร็วรอบของ motor ค่อนข้างสูง ถ้าเราคิดว่าแผ่น media ใน HD เมื่อ assembly แล้ว balance จริงๆแล้ว balance คือสามารถวัดออกมาและมี spec ระบุ ด้วยความเร็วรอบที่ค่อนข้างจะคงที่มากจะทำให้หัวอ่านบินอยู่เหนือ media ด้วยระยะห่างที่ค่อยข้างจะคงที่
ส่วนในการทำงานของ TT นั้น ผมขอคิดไปเองว่าจะต้องมีการสัมผัสระหว่างหัวอ่านและแผ่น (ไม่มี TT และไม่เคยฟัง ;D) เพราะฉนั้น การไม่ balance ของ plate ที่หมุนจะส่งผลต่อการอ่านค่อนข้างมากใน HD จะใช้ motor drive แผ่น media โดยตรง โดยไม่มีกลไกใดๆ และบ่าของ motor ที่รองรับแผ่น media ได้ระนาบมากๆ ในส่วนตัวผมคิดว่าการ drive โดยใช้สายพานขับข้างเดียวนั้นจะไม่ค่อยได้ balance เท่าไหร่ เหมือนการถูงดึงอยู่ฟั่งเดียว จะเกิด force ที่ bearing ในทิศทางตรงกันข้างของการดึง ถ้าเราคิดเหมือน spring แทนสายพาน การใช้ motor หลายตัวน่าจะทำให้ balance มากขึ้น แต่ตำแหน่งของ motor ตรงอยู่ในทิศทางที่ balance กัน น่าจะทำให้เกิดการสมดุลของแรงดึง แต่ปัญหาคือเราจะหา motor ที่รอบเท่ากันเป๊ะได้อย่างไร ผมเลยคิดการขับด้วย motor โดยตรงหรือการใช้ gear ขับน่า balance ค่อนข้างดีกว่าการใช้สายพานดึง เพราะเราขับจากแกนกลางของ plate โดยตรง
ผมไม่แน่ใจว่าความหนาของแผ่นเสียงรวมถึงร่องเสียงนั้นสม่ำเสมอรึเปล่า แต่แผ่น media ใน HD ค่อนข้างจะสม่ำเสมอมาก ถ้าไม่สม่ำเสมอนี่ก็จะยากกับการรักษา balance ของการอ่านขณะแผ่นหมุน อันนี้น่าจะเป็นหัวใจอีกอันหนึ่งเหมือนกัน รึเปล่า ขอไปลองคิดลองหาข้อมูลของ TT ก่อนครับ
ผิดถูกประการใดสามารถโต้แย้งและชี้แจงได้ครับ สิ่งที่ผมกล่าวมาอาจจะไม่ถูกต้อง เพราะยังไม่เคยฟัง TT เลย และไม่มี ไม่เคยทำด้วย แต่เอาประสบณ์การในเรื่อง HD มาแชร์กันครับ ยินดีและเปิดใจรับฟังทุกความคิดเห็นครับ:)
-
พี่มุม...ทำTTเสร็จแล้วส่งข่าวหน่อยนะครับ จะขอไปฟังหน่อย... สุดยอดครับ O0
-
ผมชอบการ DIY ต่างๆ หรือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง หรือครูพักลักจำเอา เห็นเค้าทำก็ลองมาทำด้วนตัวเองบ้าง ลองผิดลองถูกไป เดี่ยวก็รู้เอง อย่างเช่นเรื่องบ้านผมไม่ค่อยชอบจ้างช่างมาทำเท่าไหร่ ตรงไหนทำเองได้ก็จะทำ ทำไปเรื่อยๆ จ้างช่างแล้วไม่ค่อยจะถูกใจ หาช่างที่ได้ดั่งใจยาก ระบบไฟที่บ้านผมก็จัดการเอง วางระบบไฟเอง ต่อเองเดินเอง ผมไม่ได้จบทางไฟฟ้าโดยตรงแต่อาศัยดูเพื่อนที่จบช่างไฟฟ้า สมัยเรียน ปวช เค้าทำ สงสัยตรงไหนก็ถามเอา พูดถึงเรื่องช่าง ช่างที่ผมเคยเจอส่วนใหญทำเอาสะดวกตัวเอง ตรงไหนลักไก่ได้ก็จะทำ เลยไม่ได้ดั่งใจจริงๆ จริงๆ แล้วช่างฝีมือบ้านเรามีเยอะมาก ผมอยากเห็นช่างทำงานในลักษณะที่ทีการคำนวนบ้าง ไม่ต้องเอาแบบที่มันซับซ้อน เอาแค่บวก ลบ คุณ หาร บ้างก็พอ มีการคิดอย่างเป็นแบบแผน มองออกว่าจะเริ่มต้นยังไง ทำอะไรก่อนหลัง มีการคิดอย่างเห็นระบบไม่ลืมนั้นลืมนี้แล้วต้องมาทุบทิ้งทีหลัง ทำแล้วผลที่ได้จะลงตัวมากที่สุด
มีความคิดคล้ายๆ กันครับ ทำเองถูกใจเรามากกว่าจ้างแล้วเบื่อที่จะต้องมานั่งจี้เองตลอดเวลา สู้เราจ้างแรงงานมาทำให้รายวัน แล้วคุมเองทั้งหมด ผลงานออกมาถูกใจเรามากกว่า และได้คุณภาพงานดีกว่าอีกด้วย
เรื่องของ TT ผมไม่มีความรู้มากนักหรือแม้แต่เรื่องเครื่องเสียง แอมป์ต่างๆ ก็ไม่ได้มีความรู้มากนัก ทำเป็นแค่งานอดิเรก แก้เบื่อ แต่ผมเห็นการทำงานของ TT นั้นคอ่นข้างจะเหมือนการทำงานของ HD ซึ่งผมเองพอมีความรู้อยู่บ้าง จริงๆแล้วในแง่ของการ design HD นั้น ในเรื่องของ Mechanical design (ขอพูดถึง Arm นะครับขอรวมถึงหัวอ่านด้วย เพราะเมื่อเราเอามา assembly แล้วเราจะคิดเป็นชิ้นเดียวกัน) นั้นคำจะค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องของ resonance เป็นอย่างมาก ผมขอแยกเป็นข้อๆ ดังนี้นะครับ
อธิบายได้ดีมากตามตำราเป๊ะ รวมทั้งข้อความข้างล่างทั้งหมดเลยด้วยนะครับ ขอยืนยันว่าอ่านแล้วขอให้เชื่อและนำไปใช้ได้เลย
1. ธรรมชาติของวัสดุจะมีความถี่ธรรมชาติของตัวมันเองอยู่แล้ว และความถี่ธรรมชาติของวัสดุมีหลายค่า แต่ละค่าจะทำให้เกิดการรูปของการสั่นที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อเป็น arm ที่ assembly แล้วการสั่นที่เกิดจากชิ้นใดชิ้นหนึ่งจะส่งผลต่อทุกชิ้น แม้กระทั่งการใส่ bearing ชนิดของ bearing, friction ของ bearing ที่ arm เองก็จะส่งผลทั้งหมดต่อการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นบน arm ทั้งชิ้น
ชิ้นส่วนที่นำมาประกอบกันนี้เราเรียกว่า System หนึ่ง ที่มีค่า K หรือ Stiffness ที่เกิดจากแบรริ่งที่อาจเป็นแบบ Anti-Friction หรือเป็น Bush Bearing ก็แล้วแต่ วิธีการหาค่าโดยวิธีคำนวนเป็นข้อมูลเบื่องต้นเท่านั้น เราอาจต้องวัดค่า Resonance จากการทดลองวัดจริงๆ ทั้งระบบกันอีกครั้ง ด้วยเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนที่ให้ผลออกมาเป็น Spectrum Plot ที่จะบอกค่า Resonance ของระบบนั้นๆ ครับ (ที่จริงยังมีวิธีอื่นๆ อีก แต่ไม่อยากเขียนเพราะเกินความจำเป้นที่พวกเราต้องรู้)
2. ต้องหลีกเลี่ยงให้ความถี่ที่เกิดขึ้นในระบบของเราไปตรงกันความถี่ธรรมชาติของวัสดุนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดการสั่นพ้อง หรือที่เราเรียกว่า resonance ในแง่ของ arm เมื่อเกิด resonance เกิดขึ้น อาจจะทำให้เกิดการ off track ของการอ่าน แต่ทั้งนีจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของการสั่นของวัตถุที่เกิด resonance ที่ความถี่นั้นๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ความถี่ที่ 5kHz ทำให้เกิดการ sway หรือความถี่ที่ 10kHz ทำให้เกิดการ torsion รูปแบบที่เกิดแต่ละความถี่จะแตกต่างกัน หรือใกล้เคียงกันในบางรูปแบบที่ความถี่ใกล้ๆกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะส่งผลต่อการอ่าน หรือทำให้เกิดการ modulation ของสัญญาณที่อ่านได้ ข้อนี้ยากมากๆ ที่เราจะรุ้ได้ว่าความถี่ธรรมชาติของวัสดุหรือ arm ของเรามีอยูตรงไหนบ้าง
เช่นเดียวกันเมื่อเราออกแบบอาร์มขึ้นมาแล้วเราต้องหาหัวเข็มมาให้ แล้วทำให้ทั้งระบบ (คือตัวอาร์มกับหัวเข็ม เราต้องออกแบบให้เมื่อรวมกับหัวเข็มแล้วควรมีค่า Resonance อยู่ระหว่าง 10-12 เป็นดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปกวนเสียงที่เราได้ยินจากลำโพงครับ ในอุดมคติคือปลายเข็มจะสั่นอย่างเดียวเพื่อตัดกับสนามแม่เหล็กที่ยึดติดกับเรือนเข็ม ลองคิดดูว่าถ้าเรือนเข็มมันก็สั่นด้วยรีโซแนนซ์ การตัดสนามแม่เหล็กมันจะให้ค่าผิดๆ ออกมาน่ะครับ)
ในการทำงานของ HD นั้น หัวอ่านจะบินอยู่เหนือแผ่น media โดยอาศัยลมที่เกิดจากการหมุนของแผ่นและ air flow ที่เกิดขึ่นในระบบปิด ความเร็วรอบของ motor ค่อนข้างสูง ถ้าเราคิดว่าแผ่น media ใน HD เมื่อ assembly แล้ว balance จริงๆแล้ว balance คือสามารถวัดออกมาและมี spec ระบุ ด้วยความเร็วรอบที่ค่อนข้างจะคงที่มากจะทำให้หัวอ่านบินอยู่เหนือ media ด้วยระยะห่างที่ค่อยข้างจะคงที่
ส่วนในการทำงานของ TT นั้น ผมขอคิดไปเองว่าจะต้องมีการสัมผัสระหว่างหัวอ่านและแผ่น (ไม่มี TT และไม่เคยฟัง)
ผมไม่แน่ใจว่าความหนาของแผ่นเสียงรวมถึงร่องเสียงนั้นสม่ำเสมอรึเปล่า แต่แผ่น media ใน HD ค่อนข้างจะสม่ำเสมอมาก ถ้าไม่สม่ำเสมอนี่ก็จะยากกับการรักษา balance ของการอ่านขณะแผ่นหมุน อันนี้น่าจะเป็นหัวใจอีกอันหนึ่งเหมือนกัน รึเปล่า ขอไปลองคิดลองหาข้อมูลของ TT ก่อนครับ
แสดงว่าไม่เคยเห็น TT จริงๆ ผมจะขออธิบายการทำให้เกิดเสียงของ TT ให้คุณ Monanisa ทราบสั้นๆ พอสังเขปนะครับ
ขออธิบายถึงแผ่นเสียงก่อน ความหนาของแต่ละแผ่นไม่เท่ากัน มีอยู่สี่ห้าความหนาได้ละมัง? แต่เรื่องนี้ไม่สำคุณเพราะเรามีการปรับเค้าเรียกว่า VTA ให้ยกจุดหมุนของก้านอาร์มขึ้นเพื่อให้อาร์มขนานกับแผ่นได้ทุกความหนาครับ แต่ปัญหาจริงๆ คือแผ่นมักจะโก่งซะเป็นส่วนมาก เวลาเล่นหัวเข็มจะพาปลายอาร์มแกว่งตัวขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาครับ ลองคิดเทียบกับการขับรถขึ้นลงคอสะพานสูงๆ ก็แล้วกันนะครับ แล้วก้านเข็มยังแกนนิดเดียวบอบบางมากๆ (หักง่ายด้วย) การออกแบบให้อาร์มหนักโมเมนต์สูงมากๆ นอกจากก้านเข็มจะหักแล้ว ร่องแผ่นเสียงก็จะสึกอย่างรวดเร็ว และถ้าเราทำก้านอาร์มมีค่ารีโซแนนซ์ไปตรงแถวความถี่ของการวิ่งขึ้นลงหรือการโบกขึ้นลงของแผ่น มันก็จะเหมือนรถยนต์ที่โชคซ์แอปซอบเบอร์เสียง เวลาวิ่งลงสะพานหรือเจอหลุมมันก็จะกระเด่งไม่ยอมหยุดง่ายๆ หัวเข็มก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าออกแบบอาร์มไม่ดีฟรุ๊กไปตรงค่ารีโซแนนซ์นี้เจอปัญหานี้แน่ๆ ครับ เมื่อหัวเข็มสั่นด้วยรีโซแนนซ์เสียงมันก็จะเพี้ยนแล้วละครับ
เพราะการทำงานของ TT คือเราจะเอาสัญญาณเสียงจากร่องเสียงที่มีการกัดร่องที่มีความถี่ตั้งแต่ 15Hz-50Hz กันเลยที่เดียว ที่ซาแนลฝั่งซ้ายและขวาแยกออกจากกัน ดังนั้นหัวเข็มจะต้องขนานไปกับแผ่นเสียงที่คดงอบิดตัวให้ดีที่สุดตลอดเวลาที่เล่นเพลง หัวใจสำคัญของ TT ก็คืออาร์มต้องออกแบบให้ดีที่สุด คือ เบาสุด (เพื่อลดการสึกหลอแผ่นที่แสนรัก แต่อาจไม่เกี่ยวกับเสียง) ฟริกซั่นน้อยสุด โมเมนตั้มน้อยสุด รีโซแนนซ์ควรมีการแดมป์ให้ดีที่สุด (บางตัวใช้น้ำมันในการแดมป์ครับ) ฯ (ยังนึกไม่ออก)
-
เรียนถามคุณ PINIJ หน่อยครับ ว่าเจ้าโทนอาร์มแบบนี้ มีหลักการทำงานยังไง ผมสนใจแบบนี้ ยากทำดูบ้างครับ ยิ่งว่าไปตามททฤษฎี ยิ่งดีครับ จะได้เดินได้ถูกทางขึ้น น่าจะเป็นแบบเดียวกับของคุณPINIJ
http://www.youtube.com/v/Qmg5z-3CgH8
http://www.youtube.com/v/jyIZ3g5fQA8
-
ผมขอแนะนำให้ดูและทำงาน DIY ต่างๆ ว่ามันน่าจะดีกว่าอันอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งคือ ดูของชิ้นนั้นว่าของยี่ห้อแพงๆ เค้าทำแบบนั้นกันกี่เจ้าครับ ลิเนียร์อาร์มแบบของผมนั้นเทิร์นที่แพงที่สุดในโลกก็ยังใช้แบบนี้ ร็อคพ็อทกับกูดม่า ก็ทำครับ
ที่เอามาให้ดูนั้นเป็นอาร์มแบบระดับเริ่มต้นครับ เด็กๆ เค้าทำกันอย่าไปสนใจมันเลย การทำเป็นแอร์แบรริ่งทรงกลม ความกลมของแยรริ่งและเพลามันทำให้เกิดความสมดุลย์เกิดการบาลานซ์ภายในตัวของรูปทรงนี้อยู่แล้วครับ แล้วลองคิดถึงตัวที่เอามาให้ดูนะครับ ถ้าพี่ตัดเหล็กฉากทำให้น้ำหนักไม่ได้ศูนย์พอลมดันตรงจุดที่หนักกว่ามันก็จะเกิดอาการกระเพิ่มของก้านอาร์มได้นะครับ หรือเกิดการบิดเบี้ยวของเหล็กฉากเพียงเล็กน้อย การกลึงรูปทรงกลมทำให้เราได้ศูนย์ต่างดีกว่าครับ และอีกอย่างที่อยากจะบอกว่าไม่ควรทำตามคือ พวกเจาะท่อลมที่เพลาครับ กลัวจะยกเอามาให้เลือกอีก แบบนี้อาร์มเจาะรูในท่อเพลาพอแบรริ่งผ่านรูมันจะเกิดแรงต้านทำให้อาร์มวิ่งตามแนวเพลาไม่ราบเรียบครับ
สรปแล้วถ้าจะทำลิเนียร์อาร์มทำตามเจ้ากูดม่าและร็อกพ็อทที่ตัวละสิบกว่าล้านบาทจะดีที่สุดครับ
-
ผมขอเอาวิธีการคำนวณการเลือกหาหัวเข็มที่เหมาะสมมาติดตั้งกับอาร์มที่ท่านใช้อยู่ เพื่อให้ได้ Performance สูงสุดที่ควรจะได้จากการเล่นแผ่นดำให้ออกมาได้เสียงที่ดีที่สุด สมควรต้อง (MUST) ให้ความสนใจต่อการคำนวณนี้กันนะครับ :-
จากสูตร:-
FR = 159 ÷ Sqrt[C (MC + EMA)]
Where: (ผมขอเอาอาร์ม SME Series V แมทซ์กับ หัวเข็ม Koetsu Rosewood Signature ที่ผมใช้อยู่มาเป็นตัวอย่างนะครับ)
FR = System Resonance Frequency (จะต้องให้อยู่ระหว่างค่า 8-12 หัวเข็มนั้นๆ จึงเหมาะกับอาร์มครับ)
C = Cartridge compliance in mm/N (Spec หัวเข็มจะบอกไว้ครับ) เป็น 15mm/N
MC = Mass of cartridge (น้ำหนักหัวเข็ม) เป็น 6 g.
EMA = Effective Mass of tonearm (Spec ของอาร์มจะมีบอกไว้ครับ) เป็น 10.5 g.
FR = 159 ÷ Sqrt[15(6 + 10.5)] = 159 ÷ Sqrt[240] = 159 ÷ 15.73 = 10.11Hz
ค่า FR ที่ดีที่สุดจริงๆ เมื่อเราคำนวณออกมาแล้วควรอยู่ระหว่าง 10-11 ครับ ถ้ามันอยู่นอกเขตุนี้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ก็ให้กลับไปอ่านในหน้าที่ผ่านมาของบริษัทที่ทำเทิร์นยี่ห้อ SME เขียนอธิบายไว้นะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-0103_507F77B0.jpg)
-
ผมขอแนะนำให้ดูและทำงาน DIY ต่างๆ ว่ามันน่าจะดีกว่าอันอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งคือ ดูของชิ้นนั้นว่าของยี่ห้อแพงๆ เค้าทำแบบนั้นกันกี่เจ้าครับ ลิเนียร์อาร์มแบบของผมนั้นเทิร์นที่แพงที่สุดในโลกก็ยังใช้แบบนี้ ร็อคพ็อทกับกูดม่า ก็ทำครับ
ที่เอามาให้ดูนั้นเป็นอาร์มแบบระดับเริ่มต้นครับ เด็กๆ เค้าทำกันอย่าไปสนใจมันเลย การทำเป็นแอร์แบรริ่งทรงกลม ความกลมของแยรริ่งและเพลามันทำให้เกิดความสมดุลย์เกิดการบาลานซ์ภายในตัวของรูปทรงนี้อยู่แล้วครับ แล้วลองคิดถึงตัวที่เอามาให้ดูนะครับ ถ้าพี่ตัดเหล็กฉากทำให้น้ำหนักไม่ได้ศูนย์พอลมดันตรงจุดที่หนักกว่ามันก็จะเกิดอาการกระเพิ่มของก้านอาร์มได้นะครับ หรือเกิดการบิดเบี้ยวของเหล็กฉากเพียงเล็กน้อย การกลึงรูปทรงกลมทำให้เราได้ศูนย์ต่างดีกว่าครับ และอีกอย่างที่อยากจะบอกว่าไม่ควรทำตามคือ พวกเจาะท่อลมที่เพลาครับ กลัวจะยกเอามาให้เลือกอีก แบบนี้อาร์มเจาะรูในท่อเพลาพอแบรริ่งผ่านรูมันจะเกิดแรงต้านทำให้อาร์มวิ่งตามแนวเพลาไม่ราบเรียบครับ
สรปแล้วถ้าจะทำลิเนียร์อาร์มทำตามเจ้ากูดม่าและร็อกพ็อทที่ตัวละสิบกว่าล้านบาทจะดีที่สุดครับ
ขอบคุณครับ สงสัยจะต้องเบรคงานโทนอาร์มแบบลิเนียไว้ก่อน หันไปทำอาร์ม เจ้าก้านยาวของคุณPINIJ ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาศึกษา ทบทวนทำความเค้าใจอาร์มแบบลิเนียให้ถ่องแท้ จนเกิดความมั่นใจว่าทำได้ แล้วค่อยมาพิจารณาใหม่ครับ
ผมชุกคิดถึง สิ่งที่คุณ PINIJ พูดถึงเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ใช้เพลาขับเพลทเตอร์แล้วเสียงดี ผมคิดว่าส่วนหนึ่งของตัวประกอบนั้น คือ มอเตอร์ เอซี วันนี้ผมทดลองเอามอเตอร์ เอซี เก่า ๆ หลาย ๆ ตัวมาทดลอง น่าจะเป็นไปได้ว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่นเก่าที่เสียงดี เพราะใช้มอเตอร์ไฟเอซี เหล่านี้แน่ ๆ ครับ เพราะรอบที่หมุนค่อนนิ่ง และเสถียรดีมาก เสียงดังจากมอเตอร์ก็แทปไม่มี แต่ถ้าจะเอามาใช้งานขับเพลทเตอร์ ความยากคือ เรื่องมูเล่ย์
-
:clap :clap ต้องขอยกย่อง ว่ากระทู้นี้ ให้ความรู้ขั้นเทพจริงๆครับ ทั้ง อ.pinij และ อ.มุมคนรักหลอด รอเพียงแค่เวลาที่ผลงานของแต่ละท่านจะเข้าสู่ตลาดโลก วงการ T T คงได้ช็อคแน่ครับ ทั้ง ลินนท์ ทั้ง โคม่า. ผมขอเข้ามาหาความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครับหากวันไหนมีกระสุนพออาจจะขอ อาจารย์ทั้งสองท่านสร้าง T T ขั้นเทพตามหลักการที่กล่าวมา เก็บไว้ใช้สักตัว รอติดตามผลงานเสมอครับ
ด้วยความเคารพ
-
เรียนคุณPINIJ พรุ่งนี้ผมจะไปร้านของคลองถม ไปหาอุปกรณณ์ของผม+ของที่คุณPINIJ ที่ต้องการฯ มาเตรียมไว้เนิ่น ๆ ว่าจะทำอาร์มลิเนียแบบคุณ PINIJ หากคุณPINIJ ไม่สงวน ผมขอรายละเอียดวาดรูป การทำงานฯ แบบที่คุณ PINIJ วาดรูปการคำนวณหัวเข็มลงบนแผ่นกระดาษชัด ๆ เพื่อเอามาคิดตาม คงต้องใช้เวลาบ้าง แต่ก็ต้องพยายาม
-
:clap :clap ต้องขอยกย่อง ว่ากระทู้นี้ ให้ความรู้ขั้นเทพจริงๆครับ ทั้ง อ.pinij และ อ.มุมคนรักหลอด รอเพียงแค่เวลาที่ผลงานของแต่ละท่านจะเข้าสู่ตลาดโลก วงการ T T คงได้ช็อคแน่ครับ ทั้ง ลินนท์ ทั้ง โคม่า. ผมขอเข้ามาหาความรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครับหากวันไหนมีกระสุนพออาจจะขอ อาจารย์ทั้งสองท่านสร้าง T T ขั้นเทพตามหลักการที่กล่าวมา เก็บไว้ใช้สักตัว รอติดตามผลงานเสมอครับ
ด้วยความเคารพ
ทำให้ผมมีกำลังใจ d_d
(http://s2.uppic.mobi/image-1C25_50873C20.jpg)
รูปสมสมบูณร์แบบอาร์มพร้อมเทิร์นคงเป็นตามรูปนี้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-681C_50873C20.jpg)
นี่คือภาพที่ทำแล้วหยุดดองไว้เมื่อสองหรือสามปีที่แล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-81AB_50873C20.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-9986_50873C20.jpg)
ขอแนะนำให้หาเพลาที่เป็นสะแตนเลสส์ให้ได้ซะก่อนแล้วค่อยกลึงแบรริ่งให้เหมาะกับเพลานะครับ ผมได้เพลาจากแกนระบบนิวเมติกที่แถวๆ วรจักรมั้ง? อันละร้อยเดียวครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-228F_50873C20.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-BB79_50873D64.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-867B_50873D64.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-C5C7_50873D64.jpg)
แขนของหัวอ่าน HDD ที่ผมคิดว่าอาจเอามาเป็นฐานแบรริ่งให้กับอาร์มก้านยาว 24 นิ้วของผมละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-5091_50873D64.jpg)
นี่ละคือตัวเทิร์นที่เป็นแรงใจให้ผมทำแอร์แบรรริ่งครับ มอเตอร์ขับสองตัววางใกล้ๆ กัน แต่ตอนหลังผมแนะนำให้วางตรงข้ามกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-C9BA_50873D64.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-4CD6_508743AC.gif)
ดูการอ่านร่องของไพว็อทอาร์มที่สั้นๆ ดูซิครับ มันเป้นอะไรที่ไม่น่าใช้เลยละ ปัญหาที่จะทำให้มุมต่างๆ ผิดพลาดเยอะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-75E6_508743AC.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-FF36_508743AC.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-5317_508743AC.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-A6EC_508743AC.jpg)
ขออธิบายภาพท้ายสุดนี้เลย ผมแกล้งหักส่วนโคร้งตรงปลายอาร์มให้มันตั้งฉากกันไปเลย จะได้เห็นว่ากันชัด ดูง่ายๆ ว่า พอเราใส่แผ่นที่หนาไม่เท่ากัน ตามที่เราต้อง VTA ไว้ดีแล้วนั้น มันจะทำให้มุม Azimuth ผิดไปในทันที แล้วมุนนี้มีผลต่อเสียงมากซะด้วยละครับ
-
ดูรูปกันไปก่อนนะครับ แล้วจะมาอธิบายให้ฟังทีหลัง 9 โมงถึงบ่ายสี่โมง ไฟฟ้าจะมาปรับปรุงระบบไฟหมู่บ้านผม ก็หวังว่าไฟบ้านผมช่วงตอนหัวค่ำจะไม่ตกมากๆ เหมือนก่อน
ปล. อย่าใช้คำว่า อ. นำหน้าชื่อผมนะครับ ผมยังรู้ไม่ถึงระดับนั้นน่ะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-B34E_50874575.jpg)
แบบที่เป่าลมเข้าในท่อไม่ดีครับ (รูปร่างก็ใช่นะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-C460_50874575.jpg)
แล้วก้านสั้นๆ แบบนี้ เจอแผ่นดำโก่งมากๆ เล่นไม่ได้ครับ เสียงเพลงอาจเป็นเสียงแมวกัดกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-4861_50874575.jpg)
อันนี้ให้แบรริ่งอยู่กับที่แล้วเพลาคลื่นที่ ลองคิดดูเพลาไปทางโน้นไปทางนี้ ความสมดุลย์ไม่มีเลย สรุปแบบนี้ก็ไม่น่าทำครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-91CA_50874575.jpg)
-
ให้ลองคิดในเรื่องของมุม Azimuth กันดูดีๆ นะครับ ถ้าเราเกิดต้องการปรับน้ำหนักหัวเข็มใหม่ (VTF) จะทำให้เข็มยกตัวขึ้นและกดลงเมื่อเราลดค่าและเพิ่มค่า VTF นะครับ ที่ให้คิดกันดีๆ คือมันจะส่งผลให้มุม Azimuth เปลี่ยนไปด้วย มิติ ซาวด์สะเต็จผิดไปเลยละครับ เสียงอาจเทไปด้านใดด้านหนึ่ง ตามมุม Azimuth ที่เอียงไปแถบใด (ให้ดูรูปมุม Azimuth ประกอบ) เสียงเทหนักไปด้านหนึ่งด้านใดอาจเกิดจากเราตั้งค่า Anti Skecting ก็เป็นได้ ดังนั้นเสียงเทต้องหาต้นเหตุให้ถูกต้องไม่งั้นก้จะแก้ผิดละครับ
หรืออีกกรณีหนึ่งที่ ถ้าเราประบ VTA มุม Azimuth ก็จะผิดอีกแล้วละครับ เราต้องปรับมันตามให้ถูกต้องกันใหม่อีก ไม่งั้นเสียงเทกระจาดออกนอกเส้นทางอีก เพราะเพียงมันเอียงผิดไปนิดเดียวตามในรูป เสียงที่ออกมาทั้งซาแนลก็ผิดเพี้ยนแตกต่างกันเกินจะคาดเดาได้แล้วละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-5C3B_5087DDB5.jpg)
แต่อาร์มแบบลิเนียร์จะไม่มีผลต่อการปรับที่ว่ามาเลยละ อาร์มลิเนียร์ ไม่ต้องเป็นคนที่ละเอียดนัก ก็ปรับได้อย่างง่ายๆ เสียงก็ออกมาดีได้
โปรเจ็คนี้จากข้อความในลิงค์ข้างล่างนั้นผมดองมาสามปีแล้ว ถ้าอย่างนั้นโปรเจ็คลิเนียร์อาร์มจริงๆ ผมดองมาเกือบสิบปีแล้วละครับ ลองอ่านข้อมูลในนั้นดูนะครับ มีข้อมูลหลายส่วนที่ผมไม่ได้เขียนลงในนี้ครับ
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.220
ขอคุยต่อเรื่องของมุม Azimuth อีกนิด ที่ผมเขียนไว้ตอบที่ผ่านมา บางคนอาจบอกว่า ก็ผมไม่เคยปรับ VTA เลยสักครั้งเดียว (คือการยกหรือกดตรงจุดหมุนของอาร์ม อาร์มแพงๆ รุ่นหลังๆ ส่วนมากจะมีให้ปรับกันได้ขณะเล่นแผ่นกันเลย) ก็เลยไม่กลัวมุม Azimuth ว่ามันจะผิดไปตามที่ผมว่าไว้ เป้นความคิดที่ผิดนะครับ
การไม่ปรับ VTA ให้ถูกต้องตามความหนาของแผ่นที่แต่ละแผ่นไม่เท่ากัน นั่นแหละคือทำให้มุม Azimuth ผิดละครับ (คือมันอาจถูกต้องอยู่กับแผ่นที่มีความหนาอันหนึ่ง แต่อีกสามสี่ระดับความหนาที่แตกต่าง มุม Azimuth ก็จะผิดทั้งหมดกับแผ่นส่วนนี้ละครับ จึงมีการถามออกมาเสมอๆ ว่า ทำไม? เล่นบางแผ่นถึงดี บางแผ่นถึงไม่ดี? ปัญหาหนึ่งคือเจ้ามุมนี้แหละครับ ฉะนั้นเราต้องปรับ VTA กับทุกแผ่นที่เล่นให้ถูกต้องแล้มุม Azimuth จะถูกต้อง เสียงก็จะออกมาสมบูรณ์แบบสุดๆ ครับ
คนเล่นเทิร์นต้องเป้นคนที่มีความละเอียดและรักมันเท่านั้น แล้วท่านก็จะได้ฟังเสียงที่ 24/192 จากห้องอัดเสียงทำได้ดีไม่เท่ามันละครับ แต่..........ท่านต้องมีแผ่นดำที่ดีด้วยนะ แผ่นดำเสียงแย่กว่าแผ่นซีดีมีเยอะกว่าแผ่นที่ดีๆ หลายสิบเท่า ฉะนั้นหากท่านจะเล่นแผ่นดำ ท่านต้องอย่าลืมงบที่ต้องใช้มากกว่าท่านซื้อเทิร์นอีกหลายสิบเท่าตัวด้วยนะครับ ซื้อแผ่นถูกๆ มาเล่นไม่คุ้มครับ อย่าเล่นตามเพื่อนหากไม่คิดลงทุนกับแผ่นดำดีๆ ครับ ผมขอเตือนให้คิดให้ดีก่อนที่จะกระโดดลงมาครับ
คนที่จะเล่นเทิร์นต้องใจรักจริง และควรหาความรู้ให้พร้อมก่อนการลงทุนครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-12FA_508B6F24.jpg)
วันนี้ผมมีเรื่องมาเตือนร้านขายกาแฟ หรือคนที่มีเครื่องชงแบบเอสเพรสโซ่ไว้ชงดื่มเองที่บ้านด้วยนะครับ
เมื่อวานที่ยึดด้ามอัดตามในรูปของผมได้แตกร้าวเหมือนรุ่นที่เป็นพาสติกไปซะแล้ว (ที่ตอนหลังผมใช้สะแตนเลสส์กลึงใส่แทน).............
ด้วยผมคิดว่ามันเป็นสะแตนเลสส์คงไม่แตกง่ายๆ กับแรงดันน้ำร้อนแค่ 12 Bar แต่พอเห็นรอยแตกก็เลยรู้ว่ามันเป็นแค่ทองเหลืองซุบโคเมี่ยมทำมาหลอกเรา เพราะถ้าเป็นสะแตนเลสส์คงทำการกลึงขึ้นรูปยากมากๆ เค้าเลยใช้ทองเหลืองมาทำแทน
ให้ลองเอาตะใบมาถูดูนะครับ ถ้าเป็นทองเหลืองแบบผม (ผมคิดว่าส่วนมากน่าจะเป็นทองเหลืองซะมากกว่า) ก็ขอให้ระวังอย่าใช้แรงอัดหมุนตัวด้ามอัดให้แน่นมากนัก ที่ผมต้องหมุนจนแน่นเกินเหตุเนื่องจาก "ซิลด์ยาง" ข้างในมันแข็งจากการใช้งานนานเกินควรครับ (ครึ่งปีก็เริ่มแข็งควรเปลี่ยนกันได้แล้วนะครับ) มันจะมีน้ำ Leak ออกมาเลยต้องหมุนอัดด้ามอัดมากขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำร้อนมัน Leak การขั้นจะต้องใช้แรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะซิลด์ยางมันก็แข็งขึ้นเรื่อยๆ กันน้ำไม่ค่อยจะอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน (เนื่องจากบ้านผมอยู่หลังเขา หาอะไหล่ซินด์ยางมาเปลี่ยนไม่ได้) ผมเลยขันจนมันแตกนี่แหละครับ (ไม่ใช่แตกเพราะการอัดน้ำลงมา แต่แตกตอนขันเพื่อต้องการให้มันแน่นนะครับ)
ผมคล้ายจะเคยอ่านว่าใครในนี้เคยซื้อเครื่องชงมาใหม่ๆ นำมาใช้ไม่กี่วันน้ำร้อนเริ่ม Leak ออกมาแล้ว นั่นแสดงว่าเครื่องนั้นถูกเอาไปงานมาก่อนเป็นเวลาเกือบปี แล้วเอามาหลอกขายเป็นเครื่องใหม่ละมัง?
งานนี้ต้นเหตุคือแค่เราเปลี่ยนซิลด์ยางอันละร้อยกว่าบาททุกหกเดือนก็จะไม่เกิดปัญหานี้ (ที่จริงกะว่าสิ้นปีก็จะไปซื้อที่เชียงใหม่อยู่แล้วเซียว!) ไม่ยอมจ่ายเลยต้องสั่งกลึงกันใหม่ใช้สะแตนเลสส์ทำ ต้องจ่ายกันพันกว่าบาทละครับ
-
หางานให้คุณ PINIJ มาช่วยแก้ไข เพราะไปหาของไม่ได้อะไรติดไม้ ติดมือมาเลยครับ สวรรค์ของชาว DIY เมื่อร่วม 5-6 ปี ปัจจุบันไม่มีอีกแล้วครับ สำหรับคลองถม
ผมเริ่มขึ้นรูปอาร์ม ลิเนียร์ แบบง่าย ๆ เพื่อศึกษา และทำความความเข้าใจ ยังไงคุณPINIJ ช่วยแก้ไขด้วยครับ
ของที่มีก็ตามมีตามเกิด หาอะไรมาได้ก็จับมาใส่เพื่อให้เป็นรูป เป็นร่างครับ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าระบบขับลม จะทำยังไง ยังคิดไม่ออก ตอนนี้ทำแค่ที่พัก โทนอาร์มไปก่อน
-
:victory :victory แซวกันเล่นอีกทีนะ อย่าโกรธกันนะ :victory :victory ในเรื่องของการหมุนยังไงมันก็ยังไม่ลิเนียร์ แล้วจะมาทำโอนอาร์ลิเนียร์ทำไมกันเนี่ย ;D ;D โทนอาร์มลิเนียร์ มันเป็นเหตุผลที่มีเหตุผล แต่เข้าใจยาก พัฒนายาก มั๊ก ๆ เอาแบบคานคลาสลิคดีกว่าม๊ะ เอาแบบว่าหนักเบาแล้วแต่ละคนชอบ O0 O0 O0 ถ้าแบบลิเนียร์แล้วหาจุดลงตัวที่เราจะควบคุมคุณภาพมันยากมาก ๆ ครับ เพราะทุกแผ่นเสียงมีคุณภาพไม่เท่ากันและไม่เหมือนกันครับ :victory :victory
-
วันนี้นับว่าเป็นเกียรติของร้านกาแฟภูภีมที่ได้ต้อนรับท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฏรพร้อมคณะที่ตั้งใจมาเยี่ยมชิมกาแฟที่ร้าน โดยได้รู้จักร้านจากในเวปแห่งนี้ คาดว่าครั้งหน้าคงจะได้มีโอกาศต้อนรับท่านด้วยกาแฟที่มีรสชาติเต็มร้อยเปอร์เซนต์ เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านรองชอบกาแฟดำ แต่เครื่องชงวันนี้ไม่พร้อมซะได้ (คงเป็นกลางอาทิตย์เพื่อนคงจะซื้อซิลด์ยางส่งมาให้) การชงกาแฟสด ถ้าทำปริมาตรไม่เหมาะกับเวลาถือว่าจบครับ กำลังคิดว่าจะหยุดขายสักสองสามวันจะดีกว่าเสียชื่อ (ผบ ว่ามาแบบนี้)
(http://s2.uppic.mobi/image-696D_508D3563.jpg)
ช่วงนี้มีแขกหลายท่านที่ชื่นชอบในรสชาติของกาแฟที่ดีจริงๆ มีรสนิยมในการดื่มแบบพิถี่พิถันมากๆ คิดว่าต่อไปบ้านเราคงมีคนที่มีรสนิยม โดยสามารถรับรู้และแยกแยะระดับคุณภาพของกาแฟกันได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันก่อนก็มีฝรั่งที่เข้ามาดื่มและก็ติดใจกลับไป แต่จะกลับมาอีกครั้งซึ่งทำให้ผมต้องหนักใจกับฝรั่งคนนี้เป็นอย่างมากคือ เค้าต้องการจะมาเล่นกีต้าคลาสสิกกับเราที่ไม่ค่อยได้ซ้อมมือเลย
วันนี้ผมเลยหยิบเพลงกีต้าร์คลาสสิกแผ่นหนึ่งมาแนะนำ ให้หาเอามาทดลองฟังกันดูนะครับ แผ่นนี้ถือว่าเป็นแผ่นสุดยอดแผ่นหนึ่งสำหรับผมครับ คือแผ่นนี้ทั้งฝีมือคนเล่นระดับสุดยอด และแผ่นนี้ยังอัดแผ่นได้เสียงออกมาดี อย่างสุดยอดอีกด้วยละครับ เท่าที่ผมฟังเสียงกีตาร์จากแผ่นเสียงหรือแผ่นซีดีที่ผมมีอยู่รวมทั้งแผ่นพวกออดีโอฟาร์ยด้วย ยังไม่เคยพบแผ่นไหนอัดเสียงได้ออกมาเป็นธรรมชาติเท่าแผ่นนี้นะครับ เจอแผ่นนี้ที่ไหน ให้รีบตะคุบไว้ได้เลยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F518_508D3563.jpg)
-
ผมคิดว่าถ้าพี่มุมใช้มอเตอร์เอซีสองตัวนั้นกับเพลทเตอร์ไม้ขนาดนั้น มันน่าจะทำให้การหมุนเสถียรได้พอควรแล้วละครับ คือผมเทียบขนาดกับของเพื่อนที่สะพานควายให้แท่งไม้แดงซึ่งน่าจะใหญ่กว่าของพี่มุมสักสี่หรือห้าเท่า หรือมันคงจะหนักกว่าสี่หรือห้าเท่าเช่นกัน แตปัญหามันอยู่ที่ว่าพี่มุมจะกลึงขนาดพูเล่ขับสายพานให้ได้รอบพอดีหรือไม่เท่านั้นแหละ เพราะจากการได้ฟังเทิร์นของเพื่อนที่ใช้ลิเนียร์อาร์มยี่ห้ออีทีกะหัวโคอีสุเบลค ผมก็ว่ามันเป็นเทิร์นที่เสียงดีมากๆ ตัวหนึ่งที่ของนอกแพงๆ หลายตัวได้อายเหมือนกันละครับ
พี่มุมลองหาก้านนิวเมติกโตครึ่งนิ้วที่แถวๆ วรจักรจะมาขายอยู่เยอะนะครับ แล้วก็เอาแบบของผมที่เอารูปมาให้ดูนั้น ไปให้ร้านกลึงทำตามก็ได้แล้วนี่ครับ การใช้ลูกปืนแบบที่เอามาให้ดู ผมคิดว่าความฝืดมันสูงเกิน เดี๋ยวอาร์มจะไม่วิ่งตามร่องแผ่นนะครับ หรือลองทำแล้วถ้าใช้ลมจากการผิวปากใส่ตรงหัวเข็ม (ลองติดตั้งหัวเข็มแล้วถึงลองเป่าดูนะครับ) ถ้าเจ้าลิเนียร์อาร์มไม่เคลื่อนแบบคล่องๆ มันจะใช้ไม่ได้นะครับ การใช้ Air Bearing ก็เพื่อให้ Friction ตรงนี้มันเข้าใกล้ 0 มากที่สุด (ผมก็คิดว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้อากาศเป็นแบรริ่งอย่างนี้อีกแล้วละครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-11BB_508D4F36.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-7B96_508D4F36.jpg)
ตัวนี้แพงที่สุดในโลกมั้ง?
(http://s2.uppic.mobi/image-EB55_508D4F36.jpg)
-
:victory :victory แซวกันเล่นอีกทีนะ อย่าโกรธกันนะ :victory :victory ในเรื่องของการหมุนยังไงมันก็ยังไม่ลิเนียร์ แล้วจะมาทำโอนอาร์ลิเนียร์ทำไมกันเนี่ย ;D ;D โทนอาร์มลิเนียร์ มันเป็นเหตุผลที่มีเหตุผล แต่เข้าใจยาก พัฒนายาก มั๊ก ๆ เอาแบบคานคลาสลิคดีกว่าม๊ะ เอาแบบว่าหนักเบาแล้วแต่ละคนชอบ O0 O0 O0 ถ้าแบบลิเนียร์แล้วหาจุดลงตัวที่เราจะควบคุมคุณภาพมันยากมาก ๆ ครับ เพราะทุกแผ่นเสียงมีคุณภาพไม่เท่ากันและไม่เหมือนกันครับ :victory :victory
ขอบคุณครับ ที่มาช่วยกันพูด ๆ ช่วยกันคุย ครับ ถือว่าพูดคุยกันเพื่อให้เกิดปัญญา เรื่องเครื่องเล่นแผ่นเสียง ณ ถึง เวลานี้ ต้องกลับมาแก้ไขอะไรอีกหลาย ๆ อย่างครับ ว่า
ดีซี มอเตอร์ มาถึงตรงนี้แล้ว ไม่เสถียรเท่ากับ เอซี มอเตอร์ คงต้องหาวิธีว่า ทำอย่างไรจะเอา เอซี มอเตอร์มาใช้งานให้ได้ครับ เมื่อเพลทเตอร์หมุนได้รอบที่เสียรแล้ว ก็น่าจะมีชัยไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว อย่างที่คุณ Rabbit-Hunter เคยพูดเอาไว้ หลาย ๆ เรื่อง ยังไม่ตกพลึกครับ หาเหตุ และผลต่อไปเรื่อย ๆ ครับ วันหนึ่งเราคงพบสัจธรรม ยิ่งทำยิ่งได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างไปกับการปฏิบัติ ครับ อย่างโบราณว่าไว้ไม่มีผิดเลยครับ "สิบปากว่า ไม่เท่า 2 ตาเห็น 2 ตาเห็นไม่เอามือคลำ" ผมเองพึงเข้าชั้นอนุบาล ยังต้องอาศัยท่านผู้รู้หลาย ๆ ท่านมาช่วยชี้แนะ และนำเสนอ :)
-
วันนี้ผมนั่งแกะเพลงจากกีต้าร์คลาสสิกจากแผ่นที่แนะนำไปเมื่อวานนี้มาครึ่งวัน ตอนบ่ายเลยขอเปิดไวโอลินฟังเพื่อเปลี่ยนรสชาติกันบ้าง เมื่อฟังท่านไครส์เล่อร์เล่นเพลงแผ่นนี้ให้ฟังแล้ว วันนี้ผมเลยขอตัดสินใจขอยกให้เค้าเป็นเบอร์หนึ่งของผมอย่างเป็นทางการอีกคนหนึ่ง โดยชอบเท่ากับเบอร์หนึ่งเก่าอย่างท่านฮูเบอร์มัน แต่เป็นการเล่นแบบคนละสะไตย์กันไปเลยนะครับ
ท่านฮูเบอร์มันนั้นผมขอเทียบกับรถยนต์ยี่ห้อบูกัตตี้ครับ ที่ทั้งแรง ทั้งเร็ว และโลดโผนโจรทยาน ฟังสนุกน่าจะเหมือนขับรถบูกัตตี้รุ่นที่มีหนึ่งพันแร้งม้าละครับ (ไม่เคยขับนะครับ แค่คาดเดาเอา)
ส่วนสะไตย์การเล่นของท่านไครส์เล่อร์นั้น ผมขอเปรียบเหมือนการได้นั่งรถยนต์โรย์สะลอยล์ครับ คือนิ่ง นิ่มนวล ลุ่มลึก สุขขุมไม่ฉูดฉาด เสียงไวโอลินของท่านส่วนมากจะฟังได้สะบายๆ แบบเพื่อเป็นการผ่อนคลายได้ดีมากๆ ผมมีความรู้สึกว่านี้แหละคือเสียงไวโอลินที่เป็นสำเนียงของผู้ดีเป็นที่สุด ผมก็ฟังนักเล่นละดับตำนานมาก็มากโขอยู่ แต่ละคนก็เล่นกันตามสะไตย์ที่มีเอกลักษ์เป็นของตัวเอง เล่นเพลงเดียวกันยังให้อารมย์ที่ต่างกัน แต่คนนี้ผมก็ฟังสลับกับท่านอื่นๆ มาตลอด ก็ถึงเวลาที่ผมพอจะสรุปออกมาตามความชอบได้ว่าท่านเล่นได้ถูกใจผมเป็นที่สุดอีกท่านหนึ่งได้ ถือเป็นมาตรฐานระดับอยู่บนหิ่ง คือท่านน่าจะอัดเสียงลงแผ่นพร้อมๆ สมเด็จโต สร้างพระสมเด็จขึ้นมา คศ ที่ท่านผู้นี้เริ่มอัดแผ่นคือ 1910 ครับ เพราะฉะนั้นท่านจึงเป็นนักเล่นฝีมือระดับตำนานที่สุดยอดคนหนึ่ง แผ่นที่ผมยกมาให้ลองหามาฟังนี้เป็นแผ่น RCA ที่อัดเสียงมาระดับพอฟังได้ เพราะเป็นการเล่นที่นานๆ มากแล้ว อัดเสียงได้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ขอให้ฟังกันที่ฝีมือการสีไวโอลินครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-C53D_508E205F.jpg)
-
ฟังเพลงท่าน Bach แล้วมันส์ติดลมจริงๆ อดใจไม่ได้ต้องไปค้นมาฟังอีกแผ่นหนึ่งจนได้ แผ่นนี้ผลิตและอัดที่ Czeck ครับ แผ่นนี้ผมให้ Song&Sound 10 เต็มอีกเช่นกันครับ (เพลงคลาสสิกที่อัดมาจากประเทศนี้ส่วนมากเสียงจะออกมาสดมากๆ มีความชัดใสมากๆ อีกด้วยครับ แผ่นดำจากประเทศนี้ไม่ค่อยผิดหวังครับ) ประเทศนี้เทคโนเยี่ยมและวัตนธรรมการฟังเพลงสุดยอดครับ ห่างกันไม่เกินร้อยเมตรมีคอนเสิร์ทฮอลล์ทั้งเล็กและใหญ่มากกว่าสีที่มั๊ง มีคนขายตั๋วเข้าชมเพลงคลาสสิกแต่งชุดบาโรคออกมาขายที่หน้าฮอลล์กันเลยด้วย ฮอลล์บางฮอลล์ยังใช้โต๊ะนั่งเป็นไม้ก็ยังมี บ้านเรือนเก่าๆ บรรยากาศน่าเที่ยวมากๆ ครับ ถ้าชอบเพลงคลาสสิกที่นี่น่าเที่ยวมั๊กๆๆๆๆ ที่นี่ไม่แพ้ออสเตรียครับ ก่อนเป็นคอมมูนิสม์มีคนเล่นเก่งๆ วงดีๆ มาเล่นและอัดเพลงกันเยอะมาก ก่อนนี้ของถูกกว่าบ้านเราซะอีก (แต่เดี๋ยวนี้แพงมากแล้ว หลังใช้เงินยูโร) ผมเคยไปย่ำฟังเพลงอยู่ที่นี่สองอาทิตย์ และคิดว่าชีวิตนี้อยากจะพาลูกๆ ไปเที่ยวที่นี่และออสเตรียอีกซักครั้ง (ผมว่ายุโรปที่ผมชอบที่สุดคือที่นี่และอิตาลี่ครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-6EC1_508E3A30.jpg)
จากรูปลาเบลให้อ่านจากบันทัดล่างขึ้นบนนะครับ Czeck อ่านหนังสือจากหน้าหลังย้อนกลับมาหน้าแรกของเราครับ
-
;D
วันนี้ผมนั่งแกะเพลงจากกีต้าร์คลาสสิกจากแผ่นที่แนะนำไปเมื่อวานนี้มาครึ่งวัน
แกะเพลงใหน นิ้วยังไปไหวไหมครับพี่
-
;Dวันนี้ผมนั่งแกะเพลงจากกีต้าร์คลาสสิกจากแผ่นที่แนะนำไปเมื่อวานนี้มาครึ่งวัน
แกะเพลงใหน นิ้วยังไปไหวไหมครับพี่
ของบาคครับ ฝรั่งคนนี้ชอบบาคมากๆ และชอบเล่นกีตาร์เพลงของบาค รู้สึกว่าแกจะใช้กีต้าร์กิ๊บสันซะด้วย เดือนหน้าคงได้เจอกัน แต่เราคงฝีมือห่างชั้นกะเค้าเป็นสิบเท่าแน่ๆ
-
ผมได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้อยู่ตลอดติดตามตั้งแต่เรื่องกาแฟ ยาง ทำบ้านดิน ฯลฯ
กระทู้นี้เป็นคลังความรู้กระทู้หนึ่ง และได้รู้เรื่องturntable ที่คิดอยากทำ เพราะยังไม่มี และไม่มีเงินซื้อแบบแพงๆมาฟัง
เพราะตอนนี้ผมมีแผ่นที่นอนเล่นอยู่ที่บ้านแบบพักร้อน 30-40 แผ่น อยากให้มันร้องเพลงให้ฟังได้บ้าง
อยากถามพี่พินิจว่า ช่องว่างระหว่างแกนกับท่ออะลูมิเนียมกลึง นั้น เราทำห่างเท่าไหร่ครับ และต้องปล่อยให้ลมออกมาเยอะมั๊ยครับ
พอดีผมมีแท่น turntable เก่าๆของ VECTOR ที่พอหมุนได้อยู่ครับ เผื่อจะลองทำเอาไว้ฟังยามเหงาๆ เพลงเก่าๆทำให้คิดถึงสมัยๆเด็กๆดีครับ :black_eye
-
ผมได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้อยู่ตลอดติดตามตั้งแต่เรื่องกาแฟ ยาง ทำบ้านดิน ฯลฯ
กระทู้นี้เป็นคลังความรู้กระทู้หนึ่ง และได้รู้เรื่องturntable ที่คิดอยากทำ เพราะยังไม่มี และไม่มีเงินซื้อแบบแพงๆมาฟัง
เพราะตอนนี้ผมมีแผ่นที่นอนเล่นอยู่ที่บ้านแบบพักร้อน 30-40 แผ่น อยากให้มันร้องเพลงให้ฟังได้บ้าง
อยากถามพี่พินิจว่า ช่องว่างระหว่างแกนกับท่ออะลูมิเนียมกลึง นั้น เราทำห่างเท่าไหร่ครับ และต้องปล่อยให้ลมออกมาเยอะมั๊ยครับ
พอดีผมมีแท่น turntable เก่าๆของ VECTOR ที่พอหมุนได้อยู่ครับ เผื่อจะลองทำเอาไว้ฟังยามเหงาๆ เพลงเก่าๆทำให้คิดถึงสมัยๆเด็กๆดีครับ :black_eye
น้อยที่สุดเท่าที่ช่างจะทำให้ได้ โดยที่มันสามารถเลื่อนไปมาได้อย่างอิสระครับ ของผมสั่งช่างให้ทำแบบนี้ครับ ไม่ได้วัดค่าครับ น่าเอา Vector ออกมาโชว์ตัวหน่อย เพื่อช่วยกันซ่อมให้มันร้องเพลงได้ครับ d_d :drunk
-
ของบาคครับ ฝรั่งคนนี้ชอบบาคมากๆ และชอบเล่นกีตาร์เพลงของบาค รู้สึกว่าแกจะใช้กีต้าร์กิ๊บสันซะด้วย เดือนหน้าคงได้เจอกัน แต่เราคงฝีมือห่างชั้นกะเค้าเป็นสิบเท่าแน่ๆ
BWV 996; Lute Suite in E minor
1. Praeludio
2. Allemande
3. Courante
4. Sarabande
5. Bourrée
6. Gigue
ท่อนที่นิยมเล่นกันคือ Allemande และ Bourrée
ผมเดาว่าที่พี่กำลังแกะคือ Allemande
-
ของบาคครับ ฝรั่งคนนี้ชอบบาคมากๆ และชอบเล่นกีตาร์เพลงของบาค รู้สึกว่าแกจะใช้กีต้าร์กิ๊บสันซะด้วย เดือนหน้าคงได้เจอกัน แต่เราคงฝีมือห่างชั้นกะเค้าเป็นสิบเท่าแน่ๆ
BWV 996; Lute Suite in E minor
1. Praeludio
2. Allemande
3. Courante
4. Sarabande
5. Bourrée
6. Gigue
ท่อนที่นิยมเล่นกันคือ Allemande และ Bourrée
ผมเดาว่าที่พี่กำลังแกะคือ Allemande
ถูกต้องเลยคร้าบบบบบบบบบบบบบบ d_d :drunk
แต่ในแผ่นนี้เพะราะๆ ทั้งนั้นเลยละ :secret O0 :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-CD21_508F624F.jpg)
มีคนสนใจบ้านดิน ผมเลยถ่ายรูปการก่อกำแพงสองรูปแบบมาให้ชมครับ ผมทำแบบเป็นบล็อกขนาดซีเมนต์บล็อกแล้วไม่สำเร็จครับ ผ่านมาหนึ่งปีมันก็แตกร้าวดังรูปบน
แต่พอผมก่อแบบทำเป็นตัวกำแพงเลยมันกับดีคือไม่มีการแตกร้าวเลยแม้แต่น้อยดังรูปล่างครับ ขณะที่ผมใช้ส่วนผสมเเท่าๆ กันคือใช้ดินเหนียวมีปริมาตรเท่ากับแกลบแล้วใส่ทราบลงไปสิบเปอร์เซนต์ครับ
ที่ผมหยุดพักการทำไปเพราะเหตุสองประการ คือหนึ่งต้องการให้ดินยุบจนอยู่ตัว คือมันผ่านมาสองฝนแล้ว ฝนแรกจากที่ถมไว้สูงหนึ่งเมตร ผิวดินมันยุบลงประมาณสิบห้าเซนต์ และฝนสองยุบลงไปอีกประมาณห้าเซนต์ครับ
เหตุผลที่สองคือต้องการจะดูว่าที่ก่อกำแพงไปแล้วนั้นมันจะแตกร้าวไหมด้วย เพราะผมแค่อ่านหนังสือ ไม่ได้ไปฝึกปฏิบัติกับที่เค้าทำๆ กัน ปีนี้พอหมดฝนดีๆ แล้วผมคงลุยต่อให้แล้วเสร็จละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-137A_508F6161.jpg)
-
เค้าจะให้พี่เล่นไวโอลินแล้วเค้าจะเล่นกีต้าร์เลยลองเอาแผ่นนี้มาฟัง แต่ยังหาโน๊ตไม่ได้เลย ไวโอลินถ้าจะเล่นต้องเห็นโน๊ตครับ
แผ่นนี้เสียงดีเล่นดีอีกเช่นกันขอแนะนำว่าถ้าเจอเก็บกลับบ้านด้วยนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-8CEF_508F62EB.jpg)
-
เค้าจะให้พี่เล่นไวโอลินแล้วเค้าจะเล่นกีต้าร์เลยลองเอาแผ่นนี้มาฟัง แต่ยังหาโน๊ตไม่ได้เลย ไวโอลินถ้าจะเล่นต้องเห็นโน๊ตครับ
อ้าว...เข้าใจผิดคิดว่าพี่จะเล่นกีต้าร์คลาสสิค
หาโน๊ตเรื่องเล็ก แต่มันเป็นโน๊ตกีต้าร์นะครับ
http://classicalguitar.homeip.net/files/BWV996_2.pdf (http://classicalguitar.homeip.net/files/BWV996_2.pdf)
-
เค้าจะให้พี่เล่นไวโอลินแล้วเค้าจะเล่นกีต้าร์เลยลองเอาแผ่นนี้มาฟัง แต่ยังหาโน๊ตไม่ได้เลย ไวโอลินถ้าจะเล่นต้องเห็นโน๊ตครับ
อ้าว...เข้าใจผิดคิดว่าพี่จะเล่นกีต้าร์คลาสสิค
หาโน๊ตเรื่องเล็ก แต่มันเป็นโน๊ตกีต้าร์นะครับ
http://classicalguitar.homeip.net/files/BWV996_2.pdf (http://classicalguitar.homeip.net/files/BWV996_2.pdf)
เล่นทั้งคู่อยู่ครับ ที่จริงยังมีสะล้อกับซึงด้วย แล้วแต่อารมย์ครับ ถ้า อ. สะล้อกับซึงมาหาที่บ้านก็เล่นซึงกะสะล้อครับ ตอนนี้เพิ่งเจอฝรั่งเล่นกีต้าร์เพลงคลาสิกแวะมากินกาแฟที่ร้านแล้วคุยกัน เลยเกิดการนัดหมายกันขึ้นในเดือนหน้าครับ d_d :drunk คุณสันติไม่ขึ้นมาเที่ยวเมืองเหนือหน้าหนาวนี้บ้างหรือ? แวะมาพักที่บ้านได้เลยครับ d_d :drunk
-
:victory :victory :victory นาน ๆ หยิบแผ่นระดับอ้างอิงมาฟังที เพื่อการทดสอบปรีแอมป์แบบ Balanced + AMP เป็นแผ่นที่ค่าย Altec เอามาทำใหม่ เพื่อทดสอบระบบสตูติโอ ฟังทีแรกตกใจเลย ทำไมเสียงมัน FLAT ราบเรียบซะขนาดนั้น มีโอกาสสอยมาฟังปรับจูนระบบ เครื่อง และลำโพงดูครับ :victory :victory
-
รูปปกด้านในครับ d_d d_d
-
รายชื่อศิลปินที่หยิบเอามาใส่ในอัลบั้มครับ d_d d_d
-
มีแผ่นนี้ต้องตามหา VOT เอามาครอบครองซะแล้วละครับ แล้วจะรูว่า มีบางอย่างที่ลำโพงคู่ละ ต่อให้หลายๆ ล้านเลย ก็ยังทำไม่ได้ดีเท่ามัน นั่นคือ Transient Dynamic ครับ ตั้งแต่ความถี่ 60Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz กันเลยละ เสียงเครื่องเป่านั้น ผมคิดว่าเจ้าลำโพงแอดวานการ์ดยังทำไม่สดเหมือนจริงเท่ามัน น่าสนใจมากแผ่นนี้ ถ้าไม่เอามาให้ดูผมคงไม่รู้ว่า แอลเท็กก็ทำแผ่นทดสอบออกมากะเค้าด้วยเหมือนกัน
วันนี้ผมรอซีลว์ยางเครื่องการแฟที่ส่งแค่จากเชียงใหม่เมื่อวันพฤหัสแบบอีเอ็มเอส ยังไม่มาถึงบ้านเลย เซ็ง! ปณ. ไทยมากๆ เลย แต่คาดว่าวันจัทร์คงถึงครับ สำหรับผู้ที่โทรมาถามถ้าจะเข้ามาชิมช่วงบ่ายๆ ของวันจันทร์น่าจะเข้ามาได้เลยครับ (ตอนนี้กลิ่นหอมหวานไม่มีมาให้ดมกันเลยละ ไม่ต้องพูดถึงรสหวานนะครับ ยังไม่มีออกมาเลยซักนิดเดียว เพราะฉะนั้นการชงด้วยเครื่องที่ดีและคนที่ชงเป็นเท่านั้น ถึงจะได้กาแฟรสชาติที่ดีด้วย เม็ดกาแฟดีอย่างเดียวไม่พอนะครับ ดังนั้นช่วงนี้ที่เครื่องผมทำแรงดันไม่ได้มากตามกำหนด กาแฟผมที่ผมดื่มก็ไม่ต่างจากน้ำล้างถ้วยเลยครับ) วันนี้ผมมีความรู้เพิ่มที่ได้ทดลองมาหลายครั้งพอสรุปได้ว่ามันน่าจะเป็นของจริงเกี่ยวกับวิธีชงการแฟให้อร่อยนะครับ
1. การแฟที่คั่วใหม่ๆ นั้น 1-2 อาทิตย์ (พวกที่ซื้อตามร้านที่ถูกเก็บตกค้างไว้เป็นเดือนคงไม่ได้พบสิ่งนี้นะครับ) คือการที่เราจะชงกาแฟให้อร่อยแบบสุดๆ นั้น เราต้องเป็นคนที่ช่างสังเกตุอย่างละเอียดละออมากๆๆๆๆๆ และเราต้องสามารถปรับวิธีการชงให้เข้ากับเม็ดกาแฟที่มีอยู่ให้ได้ ไม่ว่ามันจะเป็นรูปแบบไหน? หรือคั่วมาแบบไหน? (เมื่อก่อนผมชอบว่าร้านที่คั่วมาให้ ไม่ค่อยจะออกมาแบบสม่ำเสมอเหมือนกันทุกๆ ครั้ง ซึ่งพอทำเองมารู้ว่ามันทำยากมากๆ ครับ สภาพแวดล้อม อารมย์คนคั่วยังมีผลกะทบต่อการคั่ว) กาแฟที่คั่วใหม่ๆ ผมสังเกตุว่าพอบดออกมามันจะฟูมากๆ ครับ แค่ทิ้งแทมเปอร์ลงไปโดยไม่ต้องใช้แรงกดก็เพียงพอแล้ว พอวางแทมเปอร์ลงไปมันจะว่ามันหยุ่นหนุ่มมือเราสุดๆ แทมเปอร์จะลดระดับลงไปมากกว่ากาแฟที่คั่วไว้เกินสองอาทิตย์เป็นอย่างมากเลยละ กาแฟที่คั่วทิ้งไว้เกินสองอาทิตย์เราต้องใช้แรงกดลงที่แทมเปอร์เล็กน้อยด้วย และเพิ่มน้ำหนักตามเวลาที่เราคั่วทิ้งไว้นานออกไปอีกด้วย ถึงจะได้กาแฟที่ทำได้ตามเวลา ซึ่งได้รสชาติดีที่สุดครับ
สรุปคือเราต้องสังเกตุปรับแรงกดตามเวลาที่เราได้กาแฟมาครับ แต่พวกเม็ดที่ถูกที่ทิ้งไว้นานเป็นเดือนๆ พวกนี้อาจถึงจุดที่มันแย่มากๆ จนการฟูของผงมันนิ่งแล้วก็เป็นได้นะครับ (คือมันไม่ฟูเหมือนคั่วใหม่ๆ) ที่ผมพูดถึงนี่คือกาแฟที่คั่วแล้วส่งให้กันวันนนั้นเลย ตอนหลังนี้ผมจะใช้วิธีคั่วเสร็จแล้วใส่ถุงส่งกันวันนั้นเลย โดยเจาะรูเล็กๆ ไว้มุมถุง (ไปถึงควรเอาเตารีด รีดปิดซะด้วย ห้ามลืมนะครับ) ให้มันระบายแก็สระหว่างที่เดินทางหาผู้รับแค่วันเดียวเท่านั้น (แต่ส่งอีเอ็มเอสไปเกาะพงันอาจใช้เวลาเป็นอาทิตย์ คงเสียเปรียบหน่อยครับ) และสรุปอีกเรื่องคือคนชงที่เก่งจะต้องชงแก้วแรกกับกาแฟที่ได้รับใหม่ๆ ซึ่งสภาพอาจไม่เหมือนเดิม (ผมพยายามคั่วอย่างที่สุด ถึงอย่างไรมันก็ยังมีการเบี่ยงเบนครับ) แล้วต้องสามารถทำปริมาณและเวลาให้ได้ ในแก้วที่สองครับ
2. สิ่งที่ผมพบอีกเรื่องคือการดูการไหลของน้ำกาแฟครับ การไหลควรจะออกมาเป้นหางหนูเล็กๆ เสมอต้นเสมอปลาย กาแฟแก้วนั้นถึงจะอร่อยที่สุดนะครับ
2.1 ถ้าไหลเป็นหยดๆ ก่อนแล้วถึงออกมาเป็นหางหนูในตอนหลัง แสดงว่าท่านบดผงกาแฟละเอียดเกินไป แต่ใช้แรงกดแทมเปอร์พอดีครับ (ให้ค่อยๆ ลองปรับให้หยาบอีกนิด)
2.2 น้ำกาแฟไหลลงมามากแล้วถึงน้อยลงเป็นหางหนูทีหลัง แสดงว่าท่านบดผงกาแฟหยาบไป แต่กดแทมเปอร์พอดี (ให้ปรับผงกาแฟให้ละเอียดขึ้นอีกนิด)
2.3 น้ำไหลเป็นหางหนูตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปริมาณที่ต้องการ (ถ้าสังเกตุให้ดีๆ น้ำที่ไหลเราจะเห็นเป็นเส้นไหลเป็นเกียวคล้ายสปริงที่เป็นขดมากๆ ช่วงแรกและคลายเกียวเมื่อห่างจากปลายท่อน้ำไหล) คือนั่นคือท่านได้รสชาติเกือบจะสุดยอดแล้วละครับ แต่ยังมีอีกนิดที่มันจะมีรสชาติออกมาดีจริงๆ คือ เมื่อถอดด้ามอัดออกมาน้ำต้องไม่มีค้างอยู่บนฟิลเตอร์เลยแม้แต่น้อยนะครับ ตรงนี้ละเป็นสิ่งที่ยากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผมยังจับฟิลลิ่งของแรงกดตรงนี้ยังได้ 50-50 ครับ คือเราใช้แรงกดที่ถูกต้องจริง (ถ้าเผลอไม่ใส่ใจในการชงเมื่อไร มีน้ำขังทุกทีเหมือนกันครับ) เราต้องเกลี่ยผงกาแฟก่อนที่จะกดให้เสมอจริงๆ (มิฉะนั้นมันจะแน่นกันเป็นจุดๆ สังเกตุด้วยว่าหางปล่อยน้ำควรไหลทั้งสองฝั่งเท่าๆ กัน กรณีที่ของผมมีสองหางน่ะครับ เราต้องตั้งเครื่องชงให้ได้ระดับก่อนด้วยนะครับ เรื่องนี้ตอนเรียนชงกาแฟ อ. ก็สอนให้สังเกตครับ แต่ผมไม่ค่อยเชื่อ แต่ตอนนี้เชื่อแล้วละครับ กาชงกาแฟเป้นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ที่เราจะต้องปฏิบัติตามและเกตุมากกว่าการเล่นก็อล์ฟครับ) และเราต้องกดอย่างตรงๆ (ไม่เอียงแทมเปอร์)
-
มีแผ่นนี้ต้องตามหา VOT เอามาครอบครองซะแล้วละครับ แล้วจะรูว่า มีบางอย่างที่ลำโพงคู่ละ ต่อให้หลายๆ ล้านเลย ก็ยังทำไม่ได้ดีเท่ามัน นั่นคือ Transient Dynamic ครับ ตั้งแต่ความถี่ 60Hz ขึ้นไปจนถึง 22kHz กันเลยละ เสียงเครื่องเป่านั้น ผมคิดว่าเจ้าลำโพงแอดวานการ์ดยังทำไม่สดเหมือนจริงเท่ามัน น่าสนใจมากแผ่นนี้ ถ้าไม่เอามาให้ดูผมคงไม่รู้ว่า แอลเท็กก็ทำแผ่นทดสอบออกมากะเค้าด้วยเหมือนกัน
;D ;D ;D VOT คงไม่มีปัญญาครอบรองซะแล้ว ;) ;) ถ้ามีกะตังเหลือว่าจะเอาไปซื้อไร่ข้าง ๆ ไร่พี่พินิจ แล้วปลูกแตงโมพันธ์นี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย O0 O0 เป็นแตงโมนะ อย่าคิดเป็นอย่างอื่น :nono :nono ไปค้นหาข้อมูลมาว่าเป็นพันธ์ ไดอาน่า แหม๋.....คนพัฒนาพันธ์ก็ทำไปได้ ;D ;D ;D ;D
-
O0 O0 O0
-
;D ;D ;D ;D รสชาติ หวานกรอบครับ ผมกินแล้วยังติดใจเลย O0 O0 O0
-
ขอนอกเรื่องหน่อยครับ พี่ PINIJ ปลูกยางไว้ที่จังหวัดใดครับ ขออภัยที่ไม่ได้อ่านกระทู้ก่อนหน้ามันเยอะจัด ;D เป็นทางเหนือรึเปล่าครับ พอดีผมสนใจจะลองปลูกปาล์มทางภาคเหนือดูบ้าง แต่เหมือนว่าต้องอาศัยน้ำพอสมควรทั้งในช่วง 2 ปีแรก จนถึงออกผล ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องระบบน้ำหยดอยู่ครับ ถ้าจะให้ไปรอดในภูมิอากาศที่แห้งแล้งในหน้าร้อนต้องเป็นวิธีการนี้และครับ :)
-
แตงโมตอนนี้แถวบ้านผมดังพอๆ กับแตงโมสุโขทัยแล้วละครับ ชาวบ้านหลายคนที่นี่รวยด้วยสวนแตงโมครับ แต่ไม่เคยเห็นพันธ์นี้มาก่อนเลย ผมชอบแตงโมสีเหลืองครับ มันหอมดี แต่หลังๆ มานี้มันไม่ค่อยหอมหวานเหมือนรุ่นก่อนๆ เลยเลิกซื้อกิน (ผมคนชอบกินแตงโมมากๆ ครับ ผมจะสั่งให้ชาวบ้านที่รู้จักปลูกพิเศษไว้ให้ผมสองสามกอ เอาแบบห้ามใส่สารเร่งสีหรือเร่งความหวานครับ ตอนนี้ยังมีอยู่อีกสามลูกใหญ่ๆ ครับ อยู่ที่นี่มีแตงโมกินทั้งปีราคาถูกมากๆ ลูกใหญ่สุด กก ละ 8 บาทเอง เดี๋ยวจะลองจดชื่อพันธ์ไปให้คนแถวนี้เค้าทดลองปลูกดูครับ (อยากพิสูตรความหวานกรอบของมันดูเหมือนกัน)
VOT ตามร้านของเก่า ไม่เจอบ้างเลยหรือครับ? บางชุดของผมก็ได้มาจากร้านของเก่านี่แหละ บางชุดก็ได้ที่ตลาดนัดครองถมแถวๆ เมืองชนบุรี บางชุดก็ได้จากแถวๆ หน้าโรงหนังแถวๆ บ้านฉาง แล้วก็ได้จากช่างซ่อม VOT ของโรงหนังก็มี ลองหาๆ ดูครับ เพื่อจะฟรุ๊กๆ เจอเหมือนผม
ผมอยู่ อ. ภูซาง จ. พะเยาครับ ที่นี่บางส่วนเป็นภูเขาและบางส่วนเป็นหนองน้ำ จึงมีทั้งคนปลูกยางและปาล์มกันเยอะมาก (แต่รู้สึกว่าที่ อ. เทิงจะปลูกปาล์มเยอะกว่า เป็นเขตพื้นทีติดต่อกันน่ะครับ) ที่นี่ผมก็มีเพื่อนที่ปลูกทั้งปาล์มและยางครับ แต่ตอนนี้เค้ากำลังจะเอาสละอินโดหรืออะไรนี่แหละมาทดลองปลูกอยู่ครับ และก็จะเอากาแฟมาปลูกอีกด้วย แกบอกว่าลดความเสี่ยง เผื่อบางอย่างราคาตก ก็เป็นความคิดที่ดีครับ (คือแกมีที่เยอะ มีทั้งที่ที่น้ำขังได้ทั้งปี และที่ดอนเป็นเนินเขา) ฝรั่งคนที่จะมาเล่นกีต้าร์คลาสสิกกะผมนั้นเค้าขายปุ๋ยให้กับสวนปาล์มครับ เป็นปุ๋ยสมัยใหม่ที่มีการส่งถ่ายประจุอีอ่อนหรืออีเล็กตรอนกันด้วย (ผมฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนักน่ะครับ เพราะศัพท์แสงเรื่องการเกษตรผมไม่ค่อยจะรู้) เค้าจะมาเก็บข้อมูลแถวๆ บ้านผมอยู่ประมาณหนึ่งอาทิตย์ของทุกๆ เดือน ถ้าอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับปาล์มจะสอบถามเค้าให้ได้ครับ เห็นว่าจะลองปลูกปาล์มทางภาคเหนือแสดงว่ามีที่อยู่เมืองเหนือแน่ๆ อยู่ตรงไหนครับ?
ช่วงเวลาอายุของคนเราบางคน มันก็เกือบๆ ร้อย แค่ครึ่งทางแค่นั้นของผม ความคิดและอารมย์มันเปลี่ยนไปตลอดเวลา บางครั้งหลุดออกไปคนละขั้วกันเลยเหมือนกัน เมื่อปีที่แล้วผมมีความสุขกับ QUAD ESL 63 Stack กันเป็นอย่างมาก ฟังฟอร์แมทอะไรก็เพราะดีไปหมด เอ็มพีสามหรือไฮเรสฟังแล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย ทุกเพลงที่มีอยู่หลายหมื่นเพลงเพราะไปทั้งหมด (คือมีอยู่หลายหมื่นซิมโพนี่เพลงที่ความยาวน่าจะมากกว่าเพลงธรรมดาซักเกือบสิบเทามัง) ฟังแบบสะบายๆ มันก็สุขไปอย่างนึง
ตอนนี้ซิมโฟนี่ที่อัดมาดี (ต้องมากๆ ด้วย) ที่ฟังแล้วยอมให้มันผ่านเข้ามาในหูได้คงเหลือไม่กี่พันซิมฯ ละมัง การฟังอย่างพิถีพิถันกับชุดเครื่องเสียงไฮเอ็นที่เซ็ทอับกันอย่างดี มันก็เกิดความสะใจสุขไปอีกแบบนึงไม่ด้อยไปกว่ากันเลย แต่มันยังแถมได้ความสะใจของเสียงที่ออกมาแบบ อเมซซิ่งจนขนหัวลุก ถึงขนาดหลั่งสารเอนโดฟินได้มากกว่าฟังแบบสบายๆ ซะอีกด้วย ใครว่าฟังเพลงแบบนี้แล้วเครียส (แต่ถ้ายังไม่ได้ชุดที่เสียงที่ถูกใจก็อาจเครียสได้มั๊ง ผมผ่านจุดนี้ไปแล้ว) แต่สำหรับผมแล้วไม่เลย มันมันส์กว่าการฟังแบบเรื่อยๆ เฉื่อยๆ แบบฟังอะไรก็เพราะไปหมดซะอีก
แต่สิ่งที่เปลี่ยนอีกในที่ผ่านมาเร็วๆ นี้คือ ผมเริ่มเบื่อเพลงที่มีเนื้อหาเหมือนระครน้ำเน่า ที่มีเรื่องราวของชีวิตตัวละครไม่กี่ตัว เป็นเรื่องส่วนตัวของคนแต่งบ้าง ที่ต้องให้เราตามศึกษาว่าจริงๆ เพลงเพลงนั้นๆ มันแสดงถึงบทอะไรกันแน่ อย่างเพลงของลุงบรามห์เบอร์หนึ่ง หลายคนว่าคือเพลงนี้แสดงความยิ่งใหญ่ แต่บางคนกลับบอกว่ามันเป็นตอนเศร้าของบรามห์ตะหาก ซึ่งมันก็คล้ายละครชีวิตน้ำเน่าสำหรับความรู้สึกของผมในขณะนี้ละครับ มันเริ่มน่าเบื่อจนไม่ยากเปิดหลังจากที่ลองมาฟังเพลงของบาคที่ไม่ใช่เรื่องเหมือนละครแบบพวกนี้ มันอาจเป็นเพลงที่แต่งเล่นกันในโบธท์ให้พระเจ้าฟัง ฟังแล้วไม่ต้องไปคิดมาก (เริ่มกลับไปเป็นรูปแบบไม่คิดมากกับเสียงชองชุดเครื่องเสียงที่ใช้ แต่ตอนนี้กลับกายเป็นไม่ต้องการคิดถึงเรื่องราวของคนอื่น) ฟังและรับความเพราะของตัวโน๊ตอย่างเดียว และการแต่งที่เป็นแบบแผน แบบร้อยแก้วร้อยกรองปานนั้น
และนอกจากนี้เพลงที่ออกมาในรูปแบบของการกล่าวถึงธรรมชาติ กับทำให้น่าฟังมากยิ่งขึ้น ถ้าใครถามว่าผมชอบไวโอลินคอนฯ ของใคร ขอตอบว่าตอนนี้ชอบของปู่ซิลิบิอุสมากที่สุดครับ แกบรรยายให้เห็นถึงประเทศของแกได้ชัดเจนมากๆ คือมีทั้งความหนาวเย็นยะเยือก หม่านหมอก ปรกคุม ท้องน้ำในทะเลสาปที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะแกล่งต่างๆ อย่างมากมาย และแม้แต่เพลงฟินแลนด์เดียของแกก็น่าฟังเพราะไม่ได้กล่าวถึงแค่ตัวละครสองสามตัวแบบน้ำเน่า แต่แกกลับปลุกละดมคนทั้งประเทศกันเลยทีเดียว
ที่เขียนมานี้อยากให้ลองหาเพลงของแกมาฟังดูครับ หาวงรัซเซียกะคนรัซเซียมคุมวงจะได้ความรู้สึกลึกซึ่งกว่าพวกเมกาหรือยุโรปครับ (ความรู้สึกส่วนตัว) อ้อ! แล้วเพลงของท่านโชติก็น่าสนใจเหมือนกัน ไม่มีละคนน้ำเน่าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพลงกอัดมาดีเป็นส่วนมากเหมือนกัน ซิสเต็มถึงๆ นี่ ฟังซะใจ ถึงขนหัวลุกครับ แต่ต้องวงและคนคุมเป็นรัสเซียนเท่านั้น
(เหมื่อยแขนและคอกะการซ้อมไวโอลินเลยเขียนซะเยอะเลย)
พอละไปรษณีมาแล้ว c) c) c)
-
บ้านภรรยาอยู่ อ.เสริมงาม ลำปางครับ บ้านผมเองอยู่ใต้ แต่มาทำงานที่โคราช ลงหลักปักฐานที่นี่ บ้านผมที่ใต้เองก็ปลูกยางพาราและปาล์ม ก่อนหน้านี้เป็นสวนเงาะเป็นหลัก และมีผลไม้อื่นบ้าง เช่นทุเรียน มังคุด จำปาดะ แต่ผลผลิตที่ได้จากสวนผลไม้จะขึ้นอยู่กับฝนฟ้า อากาศเป็นอย่างมาก ปกติเงาะที่สวนจะออกผลก่อนสวนคนอื่น เนื่องจากมีขั้นตอนทำให้ออกดอกก่อน ที่เป็นกรรมวิธีสืบทอดจากปู่ของผม แต่หลังๆ ผลผลิตที่ได้ไม่ค่อยจะดี เนื่องจากฝนฟ้าแปรปรวน ช่วงที่ออกดอกและเริ่มเป็นลูกต้องเริ่มรดน้ำ บางปีก็แล้งมาก ขาดน้ำทั้งที่สวนอยู่ใกล้กับน้ำตก อีกทั้ง ต้องตัดแต่งกิ่งหลังจากที่เก็บผลเสร็จเพื่อที่จะให้ต้นสร้างความสมบูรณ์ขึ้นมาอีกและเรื่องของการหาคนงานเก็บผล ซึ่งค่อนข้างจะหายากเพราะยางราคาดี คนเลยไปรับจ้างกรีดยางกันเยอะ พ่อของผมเลยเปลี่ยนใจมาปลูกยางพาราแทน อีกปีสองปีก็จะได้กรีดแล้ว เหตุผลที่ผมจะลองไปปลูกปาล์มทางภาคเหนือเนื่องจากว่า ยังพอมีที่ทางว่างเปล่ายังไม่ได้ทำอะไร นอกจากปลูกสัก ก็เลยอยากทดลองดู ส่วนแหล่งน้ำอยู่ติดใกล้กับฝาย แต่คงต้องหาวิธีการเอาน้ำมาใช้ประโยชน์สูงสุด เพราะหน้าแล้งทางเหนือน่าจะโหดร้ายพอๆกับทางอีสาน คือฝนทิ้งช่วงนาน ส่วนทางใต้แม้ว่าจะหน้าแล้ว แต่ก็ยังพอมีฝนตกบ้าง
ผมวางแผนที่จะเริ่มทำในปีสองปีนี้ เผื่อให้ผลผลิตที่ดี และเผื่อไว้ว่าในอนาคตผมเริ่มเบื่อความเป็นมนุษย์เงินเดือน แม้ว่าตอนนี้ผมอายุยังไม่มาก แต่ก็อยากไปลองทำอะไรที่เป็นความคิดของตนเองบ้าง ได้ใช้ความคิดของตนเองทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการตัดสินใจของคนอื่น ทั้งที่ตัวเองเป็นคนทำและเห็นอยู่ว่ามันเป็นอย่างไร เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เราก็จะมีความสุขที่ได้ทำ ความเครียดลดลง ได้เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น โรคภับไข้เจ็บน้อยลง คงจะดีกว่าการทำงานเพื่อเก็บเงินไว้รักษาตัวเอง ;D แต่ผมยังเบื่อตอนนี้ไม่ได้เพราะมีภาระและต้องวางรากฐานไว้เสีนก่อน เมื่อรากฐานที่เราทำไว้มั่นคงแล้ว ค่อยว่ากันอีกที ;D
ผมรบกวนพี่ PINIJ ถามเรื่องพันธุ์ปาล์มที่ปลูกทางภาคเหนือหน่อยครับ ว่าเค้าปลูกสายพันธุ์อะไร ผลผลิตที่ได้เป็นอย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ
-
Victor รุ่นเก่าๆ รอบตรงครับ
(http://image.ohozaa.com/i/g7a/wh6Zab.JPG)
(http://image.ohozaa.com/i/06d/WlbEiQ.JPG)
อยากเปลี่ยนเป็นแบบนี้จังครับ
(http://image.ohozaa.com/i/ac4/TPEu7o.jpg)
เพราะว่ามีแบบนี้แล้ว
(http://image.ohozaa.com/i/87e/ZXuePY.JPG)
รึว่าจะทำแบบนี้
(http://image.ohozaa.com/i/92f/OIn0dM.jpg)
รึจะจัดเต็มแบบนี้
(http://image.ohozaa.com/i/60f/2x2FdI.jpg)
สะสมอุปกรณ์เตรียมเริ่มต้น จะทำซะทีเอาอาร์มลมเลยดีกว่า
(http://image.ohozaa.com/i/606/dwwkHU.JPG)
เอาแบบพี่พินิจลงไว้ไปลองทำดูปรับปรุงนิดหน่อย
(http://image.ohozaa.com/i/7c9/IRNA18.JPG)
เดี๋ยวจะทำบ่าตรงรูลมให้ สโลป และที่บากไว้เอาไว้ใส่โอลิงครับ :black_eye
ลองเป่าลมเข้าไปวิ่งปู๊ดป๊าดเลย เหลือเริ่มลงมือล่ะทีนี้
สำหรับหัวเข็มหาอะไรมาใส่ดีครับ สำหรับการเริ่มต้น ผมทำตามความเข้าใจเท่านั้น มีอะไรแนะนำหน่อยครับ
เพราะตอนนี้อยากเอาแผ่นที่มีเอามาฟังแล้วครับ
-
เอ่อ ถามพี่พินิจอีกหน่อย อาร์มลมที่ทำ เวลาเอาลมเข้าไป ถ้าลมแรงเกินไฟมันจะติด ลมพอดีถึงจะรื่น ไม่ทราบปกติมั๊ยครับ ช่อง มันฟิตพอดี กับแกน
-
เรียนคุณโมนาลิซ่า เดี๋ยวผมจะถามเพื่อนว่าเค้าปลูกปาล์มพันธ์อะไรให้นะครับ คนนี้เป็นอาจารย์เก่า ก่อนแกจะทำอะไรก็เป็นคนที่ศึกษากันก่อนตัดสินใจเป็นอย่างดี จึงไม่น่าพลาดครับ และรอฝรั่งมาก็จะถามให้อีกครั้งนะครับ
เรียนคุณ WMM มันต้องแบบนี้รวดเร็วทันใจ แรงดันลมที่ใช้ควรมีความสม่ำเสมอมากๆ นะครับ ทางที่ดีคือควรใช้ถังพักใบใหญ่ๆ (แบบที่ช่างปะยางใช้ก็ได้ หาซื้อแบบถนนมือสองลูกละไม่กี่ตังค์) และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ วาล์วปรับแรงดันนะครับ เพราะเราจะสามารถปรับแรงดันเข้าแบรริ่งเราให้ได้จุดที่เหมาะสมที่สุดได้ครับ ของผมปรับลงมาประมาณ 1-2 bar ก็เลื่อนกำลังดีครับ อ้อ! อย่าลืมซื้อกรองดักความซื้นด้วยนะครับ ใช้สองชั้นเลยก็ดีครับ
ขอถามมั่ง หาสายสัญญาณเส้นเล็กๆ ได้ยัง? ผมยังหาไม่ได้เลยครับ ควรเล็กมากๆ เพื่อไม่ให้มีผลต่อการเลื่อนตัวนะครับ เรื่องหัวเข็มก็เอาราคาถูกๆ ลองดูก่อนจะปลอดภัยดีนะครับ เมื่อมันสมบูรณ์ดีค่อยใช้ของแพงตามชอบใจ
คุณ WMM เอาเพลาเล็กๆ รูปที่สี่มาให้ดูผมเลยเกิดไอเดียเพิ่มเข้ามาอีกว่า ถ้าเราใช้เส้นหลวดสะแตนเลสส์เส้นเล็กๆ แค่ 1mm มาขึงให้ดึงมากๆ (ด้วยโครงสร้างการดึงลวดให้ตึงในรูปที่ 4 ของคุณ WMM ออกแบบทำเกียวให้การขันสองแกนนั้นให้ดีมันจะปรับความดึงได้เลยด้วยละครับ คือแกนกลางให้มันเบ่งออกได้ หรือตัวนอกให้มันหดเข้าได้ ก็จะทำให้ลวดตึงได้มากๆ ตามต้องการครับ) แล้วหาแกนทองแดงที่มีผสมของกาไฟร์ (เพื่อให้มันหลื่น แบบพวกบูซห์พัดลมใช้) เจาะรูเล็กๆ ร้อยลวดสะแตนเลสส์ ผมคิดว่าความฝืดมันคงเหลือน้อยมากๆ เพราะจุดสำผัสมันนิดเดียว ด้วยมีขนาดแค่ 1mm ผมคิดว่าวิธีนี้ก็น่าจะเวิร์คเหมือนกันนะครับ ใครเป็นหนูลองยานี้ให้ทีครับ
การทำแอร์แบรริ่ง อย่างใช้เพลาเล็กๆ นะครับ มันจะรับแรงได้น้อยเกินไป เดี๋ยวใช้งานแล้วมันจะไม่วิ่ง ซักขนาดครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้วน่าจะพอเหมาะครับ
-
ผมว่าจะหา ชุดสูบลมยางรถยนต์แบบเล็กๆ แล้ว หาถังเก็บลมด้วยครับ
แกนอาร์มลมผมได้ ครึ่งนิ้วพอดีครับ พี่พินิจ ผมทำตามแบบที่พี่เขียนไว้ ค่าช่างกลึง เค้าทำให้ทั้งวันตามคำบอกผม(ผมไปเฝ้าเค้าทำ)
หมดไป 350 บาท ทั้งกลึง ลูกต่างๆ
สายเล็กๆผมยังหาไม่ได้เลยครับ ผมว่าจะเอาลวดทองแดงเส้นเล็กๆ พวกลวดเยอร์มัน สี แดงๆ น่าจะอ่อนดีครับ
ส่วนรูปที่ 4 ผมว่าจะเอามาประกอบกับส่วนแกน ทำเป็นคานยกอาร์มหัวเข็มครับ ส่วน แบริ่งที่เห็น กะเอาไว้ให้สายยางลมเข้ากับสายจากหัวเข็มเกาะ
ให้มันเลื่อนตาม อาร์มได้ครับ
หัวเข็มกับเฮดเซล ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงครับ พี่พินิจพอมีแนวทางให้ผมบ้างหรือปล่าวครับ
อีกอย่างผมกำลังจะทำ ปรีโฟโน ใช้หลอดเบอร์ #27 ครับ ไม่รู้จะออกหมู่รึจ่า เห็นเค้าว่าฮัมซาตาน
-
ขอถามมั่ง หาสายสัญญาณเส้นเล็กๆ ได้ยัง? ผมยังหาไม่ได้เลยครับ ควรเล็กมากๆ เพื่อไม่ให้มีผลต่อการเลื่อนตัวนะครับ เรื่องหัวเข็มก็เอาราคาถูกๆ ลองดูก่อนจะปลอดภัยดีนะครับ เมื่อมันสมบูรณ์ดีค่อยใช้ของแพงตามชอบใจ
สายของ Mouse พวก Note book ตัวเล็ก ๆ ไง มี 4 เส้นพอดี ยิ่งได้ Mouse ตัวเล็ก ๆ สายก็เล็กตาม และ ยาวได้น่าจะเป็นไปตามความพอใจ ครับ d_d d_d d_d
-
อีกอย่างเราจะใช้ปั๊มลมแบบไหนดีครับ
ผมว่าจะลองหาถังลมที่ รพ. เอาไปใช้ก่อน แต่เวลาเปิดอาจมีเสียงหอนได้ง่ายๆ :black_eye
-
วันนี้ได้ซิลด์ยางมาแล้ว แต่ผมจำได้ว่ามันคนละสีกับตัวเก่า ซึ่งน่าจะเป็นสีใสๆ แต่พอใช้ๆ ไปมันเป็นสีดำและแข็งเป๊กดังในรูปละครับ มันน่าจะบางกว่าเล็กน้อย (ดันสั่งซื้อมาซะสองตัว) เลยอัดน้ำกาแฟให้เข้มข้นได้ไม่ดีเท่าเก่า คงต้องหาทางโมฯ ตรงเขี้ยวยึดด้ามอัดให้มันติดแน่นกดซิลด์มากขึ้น (ผมเคยเอาเกรจติดจับดูนานมาแล้ว ถ้าอัดผงกาแฟจนน้ำไหลเป็นหยดๆ Pressure จะขึ้นถึงประมาณ 12 bar ถ้าเป็นเกียวจะประมาณ 10 bar แต่ถ้า ชงกาแฟเย็นเราจะกดเบามากๆ เพื่อยิงน้ำกาแฟยาวๆ ก็จะใช้ประมาณ Pressure 8 bar ครับ (แต่ละเครื่องนั้น Pressure อาจไม่เท่ากันนะครับ ขึ้นอยู่กับระดับการคั่วเม็ด พื้นที่หน้าตัดฟิลเตอร์รวมทั้งรูปทรงจำนวนรูของฟิลเตอร์ ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน)
(http://s2.uppic.mobi/image-ED59_50973DC6.jpg)
ใครคิดว่าเล่น CD แล้ว อายุมันเป็นอะนันธ์ ลองดูหลักฐานชิ้นนี้ครับ นี่คือแผ่นทองที่ซื้อมาราคา 1500 บาท กล่องของมันทำแบบสวยหรูดูมีคุณค่า (ไม่อยากถ่ายรูปแผ่นมาให้ดูกลัวจะเป็นการประจานกันเกินไป) และผมยังมีแผ่นที่เป็นแบบนี้ของค่ายดังๆ อีกหลายแผ่นที่ซื้อมาราคาพันกว่าบาททั้งนั้นครับ แต่แผ่นดำที่คุณพ่อผมซื้อเก็บไว้ให้ผมตั้งแต่ผมยังไม่เกิด บางแผ่นยังฟังแบบไม่มีเสียงเป๊าะเป๊ะแต่แต่แอะเดียวครับ
แล้วที่สำคัญรายละเอียดปลายแหลมของแผ่นดำนั้น ยังเป็นฝอยละเอียดทิ้งห่างแผ่น CD ไปหลายขุม ผมเคยไปอ่านเจอในเวปทั่วๆ ไป มีคนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า CD ให้ปลายแหลม และเสียงที่ดีกว่าแผ่นดำ ผมยังคิดว่าในนี้ยังอาจมีคนที่ชอบคิดเอง เออเอง ไม่เคยฟังแผ่นดำดีๆ ด้วยชุดดีๆ แล้วเหมาว่า ของยุคใหม่อย่างเช่น CD หรือ SACD นั้นมันเหนือกว่าแผ่นดำอยู่ คนแบบนี้น่าจะยังมีที่คิดแบบนี้อยู่อีกเยอะ เลยขอเอาหลักฐานนี้ออกมาให้เห็นกันนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-1B95_50973DC6.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-37A2_50973DC6.jpg)
แกนอาร์มลมผมได้ ครึ่งนิ้วพอดีครับ พี่พินิจ ผมทำตามแบบที่พี่เขียนไว้ ค่าช่างกลึง เค้าทำให้ทั้งวันตามคำบอกผม(ผมไปเฝ้าเค้าทำ)
หมดไป 350 บาท ทั้งกลึง ลูกต่างๆ
อยู่แถวไหน? ทำไม? ค่าแรงมันถูกจัง! ค่าแรงอย่างเดียวขั้นต่ำเดี๋ยวนี้มันก็ 300 บาทแล้วไม่ใช่หรือ? อย่างช่างกลึงมันต้องมากกว่านี้นะ แล้วค่าเสื่อมเครื่องกลึงอีก ผมอยากมีช่างกลึงแบบนี้ใกล้ๆ บ้านจัง ผมคงสร้างอะไรเล่นอีกหลายชิ้นเลยละ
สายเล็กๆผมยังหาไม่ได้เลยครับ ผมว่าจะเอาลวดทองแดงเส้นเล็กๆ พวกลวดเยอร์มัน สี แดงๆ น่าจะอ่อนดีครับ
ผมอยากได้เป็นสายซิลด์ด้วยน่ะครับ กันฮัม....และสารพัดกันเช่นพวกน๊อสส์ต่างๆ ด้วย ผมเจอสายจากเทิร์นทอร์เรนส์เป็นสายซิลด์ติดเครื่องมามันยังฮัมเลย ผมต้องหาสายซิลด์ที่หุ้มถักแบบหนาแน่นมากกว่ามันถึงกันน๊อสส์ได้ดีขึ้น อ้อ! ผมเล่น MC โลว์โวลท์ด้วยนะครับ มันต้องขยายสัญญาณแรงกว่าแบบหัว MM ครับ งั้น! รอให้คุณ WMM ลองสายทองแดงดูก่อนดีกว่า
ส่วนรูปที่ 4 ผมว่าจะเอามาประกอบกับส่วนแกน ทำเป็นคานยกอาร์มหัวเข็มครับ ส่วน แบริ่งที่เห็น กะเอาไว้ให้สายยางลมเข้ากับสายจากหัวเข็มเกาะ
ให้มันเลื่อนตาม อาร์มได้ครับ
ความคิดนี้อาจไม่ดีที่สุดครับ คือตัวแบรริ่งก้ยังต้องใช้แรงดึงให้อีกส่วนวิ่งตามมันอยู่ ผมคิดว่าถ้าเราโยงสายลมและสายไฟที่อ่อนๆ มากๆๆๆ โยง ลงมาจากข้างบนมันน่าจะมีผลตรงนี้น้อยกว่าครับ
หัวเข็มกับเฮดเซล ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงครับ พี่พินิจพอมีแนวทางให้ผมบ้างหรือปล่าวครับ
ดูตามรูปแบบของผมได้เลยครับ แล้วเจาะรู้ลดน้ำหนักของมันให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่มันยังแข้งแรงอยู่นะครับ ที่จริงอยากแนะนำให้เปลี่ยนหัวจุ๊บลมเข้าแบรริ่งเป็นอะลูมิเนียมหรือพลาสติก มันจะเบากว่านะครับ (ผมใช้พลาสตริกครับ)
อีกอย่างผมกำลังจะทำ ปรีโฟโน ใช้หลอดเบอร์ #27 ครับ ไม่รู้จะออกหมู่รึจ่า เห็นเค้าว่าฮัมซาตาน
การขยายเกนสูงๆ หลอดนี้จะเหมาะหรือครับ 6DJ8 อาร์เพลทต่ำดีการส่งผ่านความถี่จะดี แต่มีเกนต่ำครับ 12AX7 เกนดีมากๆ แต่อาร์เพลทมันสูงครับ ทุกหลอดมีดีมีเสีย เลือกเอาตามของที่มีอยู่ครับ
สายของ Mouse พวก Note book ตัวเล็ก ๆ ไง มี 4 เส้นพอดี ยิ่งได้ Mouse ตัวเล็ก ๆ สายก็เล็กตาม และ ยาวได้น่าจะเป็นไปตามความพอใจ ครับ
มันมีซิลด์ไหม? ถ้ามีละก็เยี่ยมเลยละ (ที่ถามเพราะกลัวซื้อมาตัดแล้ว แห้ว อ่ะครับ)
อีกอย่างเราจะใช้ปั๊มลมแบบไหนดีครับ
ผมว่าจะลองหาถังลมที่ รพ. เอาไปใช้ก่อน แต่เวลาเปิดอาจมีเสียงหอนได้ง่ายๆ
โปรเจ็คผมก้รอปั๊มลมถูกๆ ดีๆ อยู่น่ะครับ กะว่าถ้าขึ้นไปเชียงใหม่ จะไปเดินหาแถวตลาดซันเดย์มาร์เก็ทหลังโรงเรียนปรินส์ฯ มีปั๊มลมแบบร้านเติมมอร์เตอร์ไซร์ใช้ ราคาไม่กี่ตังค์ครับ แบบว่าเราจะปล่อยให้ปั๊มเดินจนเต็มถังแล้วถึงหยุดมอร์เตอร์ แล้วค่อยเล่นแผ่น เราก็จะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากปั๊มครับ เคยลองแล้วว่าเล่นกันได้เป็นวันๆ เลยครับ ถ้าอย่างไร ปั๊มแบบไหนไม่สำคัญ ของให้ถังรับแรงดันลมและมีขนาดไม่น้อยกว่าถังลมที่ผมว่ามาเป็นพอครับ อย่าไปเอาแบบเล่นไปด้วยปั๊มแรงดันน้อยๆ แบบปั๊มตู้ปลาคือทำงานไปด้วยเล่นเพลงไปด้วยนะครับ เดี๋ยวเสียงดังของปั๊มจะทำให้เสียอาร์มในการฟังเพลงครับ
-
อ้างถึง
สายของ Mouse พวก Note book ตัวเล็ก ๆ ไง มี 4 เส้นพอดี ยิ่งได้ Mouse ตัวเล็ก ๆ สายก็เล็กตาม และ ยาวได้น่าจะเป็นไปตามความพอใจ ครับ
มันมีซิลด์ไหม? ถ้ามีละก็เยี่ยมเลยละ (ที่ถามเพราะกลัวซื้อมาตัดแล้ว แห้ว อ่ะครับ)
d_d d_d ไม่มีน่ะครับ แต่ที่ใส่ในเครื่องส่วนใหญ่ก็เป็นสายไม่มีชิลด์ ครับ เป็นสายเดี่ยว ๆ ร้อยมาตามแขนอาร์มเลย แต่ฮัมจากสายยังไม่น่ากลัวฮัมจากกราว์ดลูปน่ะ :victory :victory
-
แกนอาร์มลมผมได้ ครึ่งนิ้วพอดีครับ พี่พินิจ ผมทำตามแบบที่พี่เขียนไว้ ค่าช่างกลึง เค้าทำให้ทั้งวันตามคำบอกผม(ผมไปเฝ้าเค้าทำ)
หมดไป 350 บาท ทั้งกลึง ลูกต่างๆ
อยู่แถวไหน? ทำไม? ค่าแรงมันถูกจัง! ค่าแรงอย่างเดียวขั้นต่ำเดี๋ยวนี้มันก็ 300 บาทแล้วไม่ใช่หรือ? อย่างช่างกลึงมันต้องมากกว่านี้นะ แล้วค่าเสื่อมเครื่องกลึงอีก ผมอยากมีช่างกลึงแบบนี้ใกล้ๆ บ้านจัง ผมคงสร้างอะไรเล่นอีกหลายชิ้นเลยละ
=ที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิครับ ขึ้นเหนือครานี้ อาจขออนุญาต ไปเยี่ยมพี่พินิจ ไปชิมกาแฟ บ้างนะครับ เพราะผมไปเที่ยวเหนือบ่อยๆ
สายเล็กๆผมยังหาไม่ได้เลยครับ ผมว่าจะเอาลวดทองแดงเส้นเล็กๆ พวกลวดเยอร์มัน สี แดงๆ น่าจะอ่อนดีครับ
ผมอยากได้เป็นสายซิลด์ด้วยน่ะครับ กันฮัม....และสารพัดกันเช่นพวกน๊อสส์ต่างๆ ด้วย ผมเจอสายจากเทิร์นทอร์เรนส์เป็นสายซิลด์ติดเครื่องมามันยังฮัมเลย ผมต้องหาสายซิลด์ที่หุ้มถักแบบหนาแน่นมากกว่ามันถึงกันน๊อสส์ได้ดีขึ้น อ้อ! ผมเล่น MC โลว์โวลท์ด้วยนะครับ มันต้องขยายสัญญาณแรงกว่าแบบหัว MM ครับ งั้น! รอให้คุณ WMM ลองสายทองแดงดูก่อนดีกว่า
=โปรเจค นี้ ไปเรื่อยๆครับ
ส่วนรูปที่ 4 ผมว่าจะเอามาประกอบกับส่วนแกน ทำเป็นคานยกอาร์มหัวเข็มครับ ส่วน แบริ่งที่เห็น กะเอาไว้ให้สายยางลมเข้ากับสายจากหัวเข็มเกาะ
ให้มันเลื่อนตาม อาร์มได้ครับ
ความคิดนี้อาจไม่ดีที่สุดครับ คือตัวแบรริ่งก้ยังต้องใช้แรงดึงให้อีกส่วนวิ่งตามมันอยู่ ผมคิดว่าถ้าเราโยงสายลมและสายไฟที่อ่อนๆ มากๆๆๆ โยง ลงมาจากข้างบนมันน่าจะมีผลตรงนี้น้อยกว่าครับ
=ครับ จะเอามาปรับปรุง ทำตามคำแนะนำครับ
หัวเข็มกับเฮดเซล ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงครับ พี่พินิจพอมีแนวทางให้ผมบ้างหรือปล่าวครับ
ดูตามรูปแบบของผมได้เลยครับ แล้วเจาะรู้ลดน้ำหนักของมันให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่มันยังแข้งแรงอยู่นะครับ ที่จริงอยากแนะนำให้เปลี่ยนหัวจุ๊บลมเข้าแบรริ่งเป็นอะลูมิเนียมหรือพลาสติก มันจะเบากว่านะครับ (ผมใช้พลาสตริกครับ)
=หาจุกพลาสติกแบบไหนมาใส่ครับ พี่พินิจ ถ่ายรูปให้ผมดูหน่อยจะได้ลองหา
อีกอย่างผมกำลังจะทำ ปรีโฟโน ใช้หลอดเบอร์ #27 ครับ ไม่รู้จะออกหมู่รึจ่า เห็นเค้าว่าฮัมซาตาน
การขยายเกนสูงๆ หลอดนี้จะเหมาะหรือครับ 6DJ8 อาร์เพลทต่ำดีการส่งผ่านความถี่จะดี แต่มีเกนต่ำครับ 12AX7 เกนดีมากๆ แต่อาร์เพลทมันสูงครับ ทุกหลอดมีดีมีเสีย เลือกเอาตามของที่มีอยู่ครับ
=งั้นผมทำเบอร์ 12ax7 ดีกว่า มี Phillips อยู่คู่ 1 ไม่งั้นก็อาจทำ solid เบอร์ AD797 ฟังไปก่อนครับ
สายของ Mouse พวก Note book ตัวเล็ก ๆ ไง มี 4 เส้นพอดี ยิ่งได้ Mouse ตัวเล็ก ๆ สายก็เล็กตาม และ ยาวได้น่าจะเป็นไปตามความพอใจ ครับ
มันมีซิลด์ไหม? ถ้ามีละก็เยี่ยมเลยละ (ที่ถามเพราะกลัวซื้อมาตัดแล้ว แห้ว อ่ะครับ)
=ผมเห็นสายที่ฝรั่งใช้ส่วนมากเหมือนสายที่พันคอยด์ ของวิทยุ สมัยเก่าๆเลย ไม่รู้ใช่หรือปล่าวครับ แต่สายหูฟัง ผมว่าก็น่าสน จะลองหามาทำดูครับ
อีกอย่างเราจะใช้ปั๊มลมแบบไหนดีครับ
ผมว่าจะลองหาถังลมที่ รพ. เอาไปใช้ก่อน แต่เวลาเปิดอาจมีเสียงหอนได้ง่ายๆ
โปรเจ็คผมก้รอปั๊มลมถูกๆ ดีๆ อยู่น่ะครับ กะว่าถ้าขึ้นไปเชียงใหม่ จะไปเดินหาแถวตลาดซันเดย์มาร์เก็ทหลังโรงเรียนปรินส์ฯ มีปั๊มลมแบบร้านเติมมอร์เตอร์ไซร์ใช้ ราคาไม่กี่ตังค์ครับ แบบว่าเราจะปล่อยให้ปั๊มเดินจนเต็มถังแล้วถึงหยุดมอร์เตอร์ แล้วค่อยเล่นแผ่น เราก็จะไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากปั๊มครับ เคยลองแล้วว่าเล่นกันได้เป็นวันๆ เลยครับ ถ้าอย่างไร ปั๊มแบบไหนไม่สำคัญ ของให้ถังรับแรงดันลมและมีขนาดไม่น้อยกว่าถังลมที่ผมว่ามาเป็นพอครับ อย่าไปเอาแบบเล่นไปด้วยปั๊มแรงดันน้อยๆ แบบปั๊มตู้ปลาคือทำงานไปด้วยเล่นเพลงไปด้วยนะครับ เดี๋ยวเสียงดังของปั๊มจะทำให้เสียอาร์มในการฟังเพลงครับ
[/quote]
=จะลองเอาถังลม ของ รพ. มาลองก่อนแก้ขัดครับ
หัวเข็มผมหาซื้อถูกมาลองก่อนดีกว่า :black_eye
-
แต่ฮัมจากสายยังไม่น่ากลัวฮัมจากกราว์ดลูปน่ะ
ผมว่ากราวด์ลูปน่ากลัวน้อยกว่านา เพราะผมยังแก้อาการฮัมจากสายของอาร์มทอรเรนส์ยังเหลือน๊อยส์อยู่อีกมากกว่า 50dB ซะมัง ขณะที่อาร์มของ SME Series V นั้นน๊อยส์ของมันเป็นศูนย์คือไม่มีออกมาให้เห้นกันเลยละครับ (ผมใช้ EMU1212m ที่ผมใช้เก็บเสียงจากแผ่นดำเป็นตัวแสดงค่าที่บอกมาแล้วนั้นนะครับ ไม่ได้มั่วๆ ตอบ)
และก่อนหน้านี้ตัว EMU1212m เองก็เกิดกราวด์ลูปมีน้อยส์อยู่เกือบ 30dB ด้วย และรวมทั้ง Windows ที่ใช้มานานมีไวรัสแอบอยู่มันก็ทำให้เกิดน๊อยส์ได้เหมือนกัน ต้องลงวิโด้ใหม่ถึงน๊อยส์หมดไป ฉะนั้นใครมี EMU1212m ที่เค้าบอกว่า S/N 120dB อาจไม่เป้นดังสะเป็กที่เค้าว่าไว้ก็เป็นได้ ถ้าคุณไม่แก้ปัญหากราวด์ลูปและลงวิโด้ใหม่ แล้วคอมป์ตัวนั้นห้ามเอามาเล่นเนท หรือลงโปรมแกรมอื่นลงไปในคอมป์ตัวนั้นอีกด้วยอย่างเด็ดขาด แล้วมันถึงจะมี S/N 120dB ตามที่สะเป็กว่ามา ผมก็เพิ่งจะรู้เรื่องนี้ในปีนี้เอง ลองเข้าไปอ่านในี้ดูครับ ว่ารายละเอียดผมเจออะไรบ้างตามที่ผมคุยอย่างหยาบๆ ให้ฟังมาแล้วนี้
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.1100
ให้ลองอ่านหน้านี้ย้อนหลังไปนะครับ หน้านี้คือผมทำการแก้ไขแล้วเสร็จ อัดเพลงได้อย่างไม่มีเสียงรบกวนในช่วงตอนที่เพลงเบาๆ ครับ
ที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิครับ ขึ้นเหนือครานี้ อาจขออนุญาต ไปเยี่ยมพี่พินิจ ไปชิมกาแฟ บ้างนะครับ เพราะผมไปเที่ยวเหนือบ่อยๆ
เชิญครับ ผมคิดว่าจะรอให้ลูกคนเล็กโตเท่าเท่าคนโตในขณะนี้ซะก่อน คือคิดว่าเค้าจะได้รู้และจำได้ในตอนโตว่าเราเคยพาไปเที่ยวที่ไหนได้บ้าง และเพราะตอนนี้เจ้าคนเล็กยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ยังอ้อนแบบไร้เหตุผลอยู่ครับ) ผมวางแผนไว้ว่าจะเที่ยวให้ทั่วในเมืองไทย ตามจังหวัดที่ยังไม่เคยไปให้ครบทุกจังหวัดน่ะครับ (แบบอยู่กันนานๆ ในช่วงหน้าหนาวที่อากาศดีๆ เพราะผมจะโฮมสคูลล์ลูกไม่ห่วงเรื่องโรงเรียนอยู่แล้ว) คงมี จ. ชัยภูมิ อยากไปดูดอกกระเจียวบานครับ (อาจขอแวะไปเที่ยวหาบ้างในช่วงนั้น) จ. เลย อยากขึ้นภูกระดึงครับ จ. นครพนม อยากไปไหวพระธาตุพนมและดูงานแห่เทียน อ. อุบล ยังไม่รู้ว่าจะดูอะไร? (มีงานบั้งไฟที่น่าดูละมัง?) จังหวัดทางภาคนี้ที่ผมยังไม่เคยไปเที่ยวครับ และอยากไปเที่ยวซ้ำที่ จ. อุดร ด้วยเพราะชอบหลายๆ อย่างที่นั่น และ จ. โคราช จ. ขอนแก่น ก็คิดอยากกลับไปเที่ยวอีกเหมือนกัน อ้อ! หลวงปู่หมั่น จ. สกลนคร ก็ยังไม่เคยไป และ ฯ (ยังคิดไม่ออก)
(http://s2.uppic.mobi/image-F0F4_5097713C.jpg)
หาจุกพลาสติกแบบไหนมาใส่ครับ พี่พินิจ ถ่ายรูปให้ผมดูหน่อยจะได้ลองหา
มันไม่ได้มีอะไรมากเลยครับ ผมหาท่อน้ำเกลือของโรงบาลนั่นแหละ มันจะมีตรงช่วงที่ติดกะถุงมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยนึง (ตรงกระเปาะที่เรามองเห็นน้ำเกลือมันหยดน่ะครับ ผมตัดสาย ณ ตรงจุดนี้ครับ) ผมก็ตัดแล้วเสียบเข้ารูแบรริ่ง เอากราวตราช้างหยอดก็อยู่แล้วละครับ แรงดันแค่สองบาร์เองนะครับ ไม่ต้องใช้ถึงขนาดเป็นทองเหลืองหัวอัดจารบีแบบนั้นก็อยู่เหลือเฟือแล้วครับ น้ำหนักแบรริ่งมากทำให้โมเมนต์ออฟอินเนอร์เซียมันสูงขึ้นมาอีกจากน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามาของมันน่ะครับ เราควรลดน้ำหนักในส่วนของแบรริ่งและอาร์มให้มากที่สุดครับ อาร์มผมก็ใช้ท่ออะลูมิเนียมกลวงๆ ครับ แล้วใช้ไม้สักเหลาที่ยึดหัวเข็มเสียบหมุนทำเป็นเกียวเข้าไป หมุนขันให้แน่นพอสมควรด้วยนะครับ (เราสามารถบิดปรับมุมอะซิมุธห์ตรงการขันมันเข้าไปให้แน่นๆ นี่แหละ ดูตามในรูปที่ผ่านมาของผมเอาเองนะครับ) เพื่อนให้ก้านการ์ไฟร์ไม่ก็อล์ฟมา ผมทำหายตอนย้ายบ้านไปซะแล้ว ผมคิดว่าถ้าคุณมีก็น่านำมาใช้มากกว่าเพราะมันเรียวเป็นเทเปอร์ถูกต้องตามหลักวิชาการ ดีกว่าทรงกระบอกทรงตรงๆ แบบที่ผมทำครับ (ถ้าผมไปเชียงใหม่ก็ว่าจะไปหาซื้อก้านการ์ไฟร์ไม้ก็อล์ฟมือสองมาเปลี่ยนเหมือนกัน)
งั้นผมทำเบอร์ 12ax7 ดีกว่า มี Phillips อยู่คู่ 1
แล้วหาเก้าขาอีกหลอด ทำเป็น Cathod Follower นะครับ เพื่อลดค่าอิมพิแดนซ์ขาออกให้น้อยลง และ CF ยังช่วยดันสั่งสัญญาณให้มันส่งผ่านสายอินเตอร์คอนเน็คไปได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยนะครับ
-
ขอบคุณพี่ พินิจมากครับ สำหรับคำแนะนำที่ดีๆ
เอ่อ.... พูดเรื่องสาย ผมเห็นในเวปฝรั่งเค้าเอาสายเม้า มาแทนสายเดิม PR 3 บอกว่าเสียงดีกว่าสายเดิม จะลองดูบ้างครับ
(http://image.free.in.th/z/im/pa129787x.jpg)
บ้านผมตอนเช้าช่วงนี้ครับ อากาศดีพอสมควร แต่ที่จริงบ้านผมอยู่ใกล้หนองน้ำใหญ่ อากาศตอนกลางคืน สบายๆ 25-28 องศา ตลอด ไม่ต้องติดแอร์ครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-613D_5097CD8C.gif)
เอา 12AX7 ล้วนๆ มาให้ดูครับ ของโมเดลเจ็ด ผมว่าน่าลองทำดูเหมือนกัน เคยได้ยินเค้าว่ากันว่ามันให้เสียงใช้ได้เลยทีเดียว
บ้านมีบริเวณหน้าบ้านกว้างขวางน่าอยู่จริงๆ ครับ บ้านที่ผมอยู่ปัจจุบัน เป็นอะไรที่ผมรู้สึกอึดอัดมากๆ เพราะที่ทางมันขยายออกไปทางไหนไม่ได้ บ้านอยู่ติดกันไปหมด ในชีวิตก็เพิ่งเคยมาอยู่บ้านแบบแคบๆ ที่สุดก็ที่นี่แหละครับ เวลาออกจากบ้านไปเจอบ้านคนอื่นเค้ามีหน้าบ้านกว้างๆ แล้วคิดว่า ทำไมเราไม่หาเมียที่เค้ามีบ้านที่มีเนื้อที่หน้าบ้านกว้างๆ บ้างนะเรา แต่คงเปลี่ยนกันไม่ได้แล้วละ เพราะลูกสองไปแล้ว 5555
ตอนนี้ที่ผมอยู่ตอนกลางคืนก็เริ่มมีต่ำกว่า 20 องศาเป็นบางวันแล้วละครับ ผมมีบ้านหลายหลังที่มีเนื้อที่มากๆ และสภาพบ้านดีกว่านี้เยอะ แต่กลับไม่ได้อยู่ ผมกลับมาอาศัยอยู่ในรูหนูที่ภูซางนี่ก็เพราะอากาศที่นี่มันดีกว่าบ้านที่จังหวัดอื่นๆ และเมียเกิดที่นี่ด้วยน่ะครับ ที่จริงบ้านที่ปาย กะ ไชรปราการ ก็อากาศดีเหมือนกัน แต่อยู่แล้วมันเหงาเพราะไม่มีเพื่อน ที่นี่มันดีกว่าตรงที่ยังมีเพื่อนของแฟนที่เค้าเรียนด้วยกันมาตอนเด็กๆ เยอะ มีสังคมที่สนิดสนมไปมาหาสู่กันตลอดเวลา และผมก็อยากจะเลี้ยงลูกในสภาพชาวบ้านระดับรากหญ่าคนหนึ่งเท่านั้น เผื่อพวกเค้าจะได้มีแรงถีบส่งตัวเองได้มากกว่าการอยู่ในสภาพแท้จริง ที่มีแค่สถานะแค่ปานกลางเท่านั้น ที่ไม่ถึงกะจนหรือถึงกะรวยมากๆ เลยขอเลือกเลี้ยงลูกแบบให้เค้ารู้ว่าเราไม่มีอะไรเลยดูบ้าง อยากได้อะไรก็ไม่ค่อยจะได้ แต่มันก็ยากอยู่ตรงที่ว่า เราว่าเราก็ทำตัวแย่มากๆ แล้ว แต่รอบๆ ตัวเรามันยิ่งแย่กว่า เลยยังไม่รู้ว่าความคิดนี้มันจะใช้ได้ผลอยู่หรือไม่เท่านั้นเอง แต่เค้าก็จะเห็นเมื่อเราไปอยู่ที่บ้านระยองหรือบ้านที่อยุธยาความเป็นอยู่มันก็จะผิดกันเยอะ ลูกคนโตก็จะมีคำถามเหมือนกันว่า ทำไม? เค้าไม่มี แต่เด็กรุ่นเดียวกันกับมีของดีๆ ให้เล่นเยอะแยะ แบบทิ้งๆ ขว้างๆ มากกว่า การเลี้ยงลูกเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ บางครั้งผมก็เลือกทางเดินไม่ถูกเหมือนกัน บางคนอาจไม่ค่อยสนใจเรื่องลูกกันสักเท่าไรนัก แต่สำหรับผมชีวิตคือลูกครับ ทั้งลูกรุ่นก่อนก็รักและห่วงใยมากๆ อยู่ถึงเค้าจะโตกันหมดแล้วก็ตาม
เห็นชาวบ้านที่นี่ทำแต่งานในไร่ในนา ตั้งแต่เช้ายันเย็นเพื่อหาเงินให้ลูกได้เรียนเพราะตัวเองไม่ได้เรียน แต่เพราะความที่ไม่มีความรู้ที่จะสอนลูก เด็กมันมั่วกันอยู่ที่บ้านทำงานการไม่เป็น ไม่รู้ว่าอะไรดีหรือชั่ว น่าเป็นห่วงอนาคตของเด็กพวกนี้มากๆ ครับ มีข่าวรั่วไหลมาว่าเด็กในโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่ง เด็กหกสิบเปอร์เซนต์ให้เลือดแล้ว ไม่ผ่าน มันน่ากลัวมากๆ เลย นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่ยอมให้ลูกไปเสี่ยงในภาคการเรียนปรกติ เรื่องนี้เท่าที่สังเกตุมาเด็กนักเรียนในภาคกลางไม่น่ากลัวเท่าภาคนี้ครับ และภาคอื่นๆ ของบ้านเรา เท่าที่เคยไปอยู่มาก็ไม่เลวร้ายเท่าภาคนี้ ที่ผมเขียนก็หวังว่าอาจมีคนภาครัฐเข้ามาอ่านและเอาจริงเอาจังในนี้ขึ้นมาบ้าง และอีกเรื่องคือเรื่องยาเสพติดของเด็กนักเรียนที่มีอยู่มากๆ อีกด้วย เนื่องจากเท่าที่ผมดูแล้วรัฐไม่มีความจริงจังในเรื่องนี้กันเลย
-
ขอบคุณมากสำหรับวงจรครับพี่
ผมเห็นด้วยกับพี่ที่ต้องการให้ลูกเรียนแบบอยู่บ้าน ผมก็มีความคิดอยากสอนลูกแบบนี้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าผมมีภาระที่ต้อง
รับจ้างทำงานเป็น ข้าราชการ เลยไม่มีเวลาที่จะดูแลเค้าได้เท่าไหร่....ผมก็มีเด็กๆ 2 รุ่นเหมือนกันครับ รุ่นแรก กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย
ดีที่รุ่นนั้นผมเลี้ยงแบบฟุบเฟ่ คืออยากกินไรหากินอยากเรียนไรหาเรียน เราแค่คอยชี้แนะติเตือน ให้อยู่ในช่องทาง แต่ก็เป็นเด็กดีและฉลาดเอาตัวรอดได้
ส่วนอีกรุ่นกำลังเรียนอยู่ ป.3 กับ ป.4 หลานกับลูก (เอาหลานลูกสาวน้องแฟนมาเลี้ยง) ผมมีความรู้สึกว่าเด็กรุ่นใหม่นี้โง่ไม่ฉลาดเท่ารุ่นใหญ่เค้า
เลิกโรงเรียนมาวิ่งเข้าเล่นเกมส์น้าจอคอมส์ ทำอะไรเองไม่เป็นต้องรอให้รับหยิบยื่นเข้าปากให้ เหมือนปลาทองในตู้ปลา ว่ายวนเวียนรอเจ้าของเอาเหยื่อมาให้กิน
ส่งไปเรียนพิเศษก็แล้ว เรียนโรงเรียนก็แล้วเหมือนไม่ได้ความรู้ก้าวหน้ามาเลย ท่องสูตรคูณยังไม่เป็น อ่านหนังสือยังไม่แตก
ผมตัดสินใจเริ่ม จะลงมือสอนลูกและหลานด้วยตัวเองตั้งแต่พรุ่งนี้ เพราะนัดแล้วเลิกเรียนให้เตรียมตัวไว้ผมเลิกงานมาจะมาสอนพิเศษ ทั้งด้าน IQ และEQ ไปพร้อมๆกัน
ผมทำงานโรงพยาบาลอยู่กับความเจ็บความไข้ เห็นคนเกิดแก่เจ็บตาย ทุกวัน เห็นคนทุกข์ยากส์ลำบาก เห็นคนด้อยโอกาส มันทำให้ผม คิดว่า คนเรานั้นมี
วังวนของชีวิต อยู่แค่ ไม่กี่อย่างเอง ให้มีกิน ให้ได้ปลดทุกข์ออก ให้ได้ปลดเบื้องทางกามอารมณ์ ให้ได้นอนพัก 4 อย่างนี้เป็นหลัก สำหรับตัวเราเอง
ส่วนเรื่องลูกครอบครัว และความสุขส่วนตัวของเรา(สิ่งที่ชอบที่อยากทำ) มันก็เพิ่มเข้ามาแต่ละคนไม่เท่ากัน ผมจะพยายามตัดวงจรที่ทำอยู่ตรงนี้ให้ได้
เรื่องการทำมาหากิน เพราะเราทำงานทุกวันนี้ก็เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายเพื่อแลก การกินอยู่ที่ดี ผมจะพยายามเลิกหาเงินมาซื้อกิน
แล้วสร้างสิ่งที่กินแทน อยากกินอะไรก็สร้างก็ปลูกสิ่งนั้น ตอนนี้ผมเริ่มปลูกในสิ่งที่อยากกิน เมื่อเวลาเหมาะสมผมก็จะเกษียญตัวเองออกจากงานประจำ
มาทำไร่ทำสวนสร้างในสิ่งที่บรรพบุรุษเคยทำมา คิดแล้วคงจะสนุก เปิดเพลงโจ๊ะกลางนากลางสวน ด้วยเครื่องหลอด กับเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เราทำเองคงจะสนุกดี
เอาแสงแดดเอาแรงลมมาเป็นพลังงาน เอาขยะมาเป็นพลังงานเป็นปุ๋ย ผมจะเป็นชาวนาชาวไร่ แต่จะพยายามเพิ่งตนเองโดยใช้สมองในการทำทุกๆอย่าง จะเอาความรู้
ที่ได้เรียนมาใช้ จะเอาเยื่องแต่ไม่เอาอย่าง.....ชาวนารุ่นก่อน
ตอนนี้พยายามจะเริ่มด็อปตัวเองและครอบครัวลง ให้ดำรงอยู่ได้อย่างไม่ฟู่ฟ่า จะพยายาม ทำอะไรให้พอเหมาะ
อยู่แบบ พอกิน พอใช้ พอเพียง พอใจ...
-
(http://s2.uppic.mobi/image-F6D3_5098094F.gif)
ถ้าทำตามวงจรนี้ควรเตรียมวางแผนเรื่องการโมฯ ไว้ล่วงหน้าด้วย คือแต่ละสะเต็จ ให้ใช้หลอดคนละหลอดกันไปเลย อย่าทำแบบสะเต็จหนึ่งและสองอยู่ในหลอดเดียวกัน เพราะเราต้องมีหลอดคู่เหมือนหนึ่งคู่ ถึงจะมาใช้งานนี้ได้ แต่ถ้าเป็นแบบที่ผมว่าคุณอาจมีสามหลอดนี้ คนละยี่ห้อก็เอามาใช้ได้ ลองสลับตำแหน่งปรับเสียงเล่นก็ได้ และจะยังสามารถโมตามแบบวงจรข้างล่างนี้ได้อีก ลด Cap Coupling ตัวหนึ่งก็สามารถลด Phase Shift ไปได้อีกจุดหนึ่งละครับ มันน่าจะเห็นอะไรที่ดีขึ้นมาได้อีกพอสมควรจากการโมฯ ครั้งนี้
ผมตัดสินใจเริ่ม จะลงมือสอนลูกและหลานด้วยตัวเองตั้งแต่พรุ่งนี้ เพราะนัดแล้วเลิกเรียนให้เตรียมตัวไว้ผมเลิกงานมาจะมาสอนพิเศษ ทั้งด้าน IQ และEQ ไปพร้อมๆกัน
เด็กชั้นประถม ช่วงนี้ยังอยู่กับเรา ถ้าปล่อยไปเรียนพิเศษตามเพื่อนเค้าก็จะออกห่างจากเราออกไปเรื่อยๆ จนติดเพื่อน แล้วจะคุมกันยาก ถ้าได้เพื่อนดี ก็นับว่าเป็นบุญของเค้า ถ้าเจอเพื่อนเก ก็ถือว่าเป็นกรรมของเค้าและเราครับ ผมดีใจมากครับ อย่างน้อยที่ผมเขียนไปแล้วทำให้คุณ WMM ตัดสินใจเข้าใกล้ชิดลูกหลายมากขึ้น ผมก็เพิ่งจะคิดเรื่องนี้มากๆ ก็ช่วงหลังมานี่แหละ คือตอนแรกๆ มาอยู่ก้มองอะไรมันดีไปหมด พอเริ่มมองเห็นสิ่งไม่ดีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ก็เลยต้องคิดหนักเหมือนกัน
นับว่าเด็กยังโชคดีที่พ่อแม่มีความรู้ แต่คนแถวๆ บ้านที่ผมเข้ามาอยู่นี้ ผมแทบไม่เชื่อว่ามันจะแย่กันถึงขนาดนี้ พ่อแม่จบแค่คงจะชั้นประถม ตอนนี้ก็พอมีสะตางค์ แต่สอนลูกไม่เป็น คือคงไม่สอนกันเลย เพราะไม่มีจิตรวิทยาและความรู้ บางบ้านก็ค่อนข้างมีอันจะกินมากๆ ด้วย แต่ก็ยังมุ่งแต่ทำงานหาเงินเพื่อให้ลูกซื้อของฟุ่มเฟือยต่างๆ เล่นเกม กินเหล้า และรวมทั้งยาเสพติด ทั้งๆ ที่รู้พ่อแม่ก็รู้ว่าลูกติดยา แต่ลูกเค้าโตมากจน ไม่เชื่อพ่อแม่ซะแล้ว เค้าก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร ปล่อยลูกไปตามยะถากรรม (ผมพบเด็กแบบนี้เยอะครับ บางครั้งเด็กพวกนี้ก็น่ากลัวมากๆ เมื่ออยู่กันเป็นแก็งค์) เด็กบางคนผมเคยเห็นเป็นเด็กที่ดีมากๆ แต่พ่อแม่ปล่อยปะละเลย ทำแต่งานหาเงินอย่างเดียว เด็กก็เล่นไปตามบ้านเพื่อน บ้านโน้นบ้างบ้านนี้บ้าง จนไปตั้งกันเป็นแก็งค์เริ่มต้นดื่มเหล้ากัน และก็ตามด้วยยาเสพติด
แต่เด็กดีก็มีนะครับ ถ้าคิดๆ ประมาณกันดูแล้วมีเด็กน่าห่วงเยอะมากๆ มีตั้งแต่ระดับไม่มากนักเช่นแค่ติดเกมแบบไม่เชื่อฟังพ่อแม่ที่ห้ามไม่ให้เล่น แล้วมันก็จะเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสังคมของที่นี่มากๆ เลยคิดเล่นๆ ดูเองว่าถ้าจะจัดการตรงนี้ให้ดีขึ้นมาได้ ก็อาจด้วยการใช้กฏหมายการลงโทษผู้ปรกครองเด็กให้หนักๆ ถ้าใครปล่อยลูกให้ทำผิดแบบนี้ ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้ เพราะเด็กที่เสียส่วนมากเท่าที่เห็นคือผู้ปรกครองละเลยไม่สนใจ เอาแต่ทำงานอย่างเดียว ผมไม่เคยเห็นที่ไหน เด็กดื่มเหล้ามั่วสุมกันในบ้านแล้วผู้ปรกครองยังไม่ดุว่า (คือเข้าไปทำไร่นาเลยไม่อาจไม่รู้) ต้องให้ชาวบ้านมาว่าแทนเพราะเมาแล้วทะเลาะกันเอง เด็กหลายคนที่นี่มีแบบที่พ่อแม่ไม่เคยให้ช่วยทำงานในไร่นาในวันหยุดแม้แต่นิดเดียว หลังจากที่พ่อแม่ทำงานเสร็จ ผมก็เห็นต้องมาหุงหาข้าวกินกันเองสองคนผัวเมีย ปล่อยให้อยู่บ้านกันเฉยๆ ในวันเสาร์ อาทิตย์ ผมก็เคยบอกให้เค้าบอกให้ลูกไปช่วยซะบ้าง จะได้รู้ว่าเราทำงานเหนื่อยอย่างไร แต่สำหรับเด็กบางคนจะขึ้นมอปลายกันแล้ว พ่อแม่จะไปสั่งให้ทำก็คงยากมากๆ ผมเลยไม่รู้จะช่วยเค้าอย่างไรเหมือนกัน แล้วดูเค้าก็ไม่ต้องการให้เราช่วยอีกด้วย ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย
ผมเคยอยู่แต่ในเมือง ไม่เคยคิดเลยว่า สังคมที่นี่จะเลี้ยงดูเด็กกันแย่มากๆ ถึงขนาดนี้ แต่ผมก็ไม่อยากโทษพ่อแม่มากนัก อาจเพราะไม่มีความรู้ แล้วยิ่งพ่อแม่ที่อายุ 30 กว่าๆ เป็นเด็ก ที่ผมคิดว่าคงไม่ได้เรียนวิชาหน้าพลเมืองเหมือนรุ่นที่ผมเคยเรียนที่สอนถึงหน้าที่ของตนว่าควรทำอะไรต่อใครในบ้านอย่างไรกันบ้างเช่นลูกควรทำอย่างไรให้กับพ่อแม่ พ่อแม่ควรเลี้ยงลูกอย่างไร? ผมยังจำหนังสือเรียนได้หลายๆ เรื่องเช่นเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน เป็นเรื่องที่ดีที่พ่อแม่เอามาใช้ได้เลย ผมคิดว่านักเรียนรุ่นหลังๆ ที่มีอายุ 30 กว่าๆ อาจไม่ได้เรียนเรื่องพวกนี้ตอนชั้นประถมกันละมัง
เจอสังคมแบบนี้เข้า บางคั้งผมก็คิดว่าเราอาจต้องย้ายบ้านอีกซะแล้ว ออกไปซื้อบ้านใกล้ๆ ตัวเมืองเชียงรายอยู่ใหม่ดีกว่าละมัง เสาร์อาทิตย์ค่อยกลับมาเที่ยวที่นี่ค่อยเข้ามาอยู่กันสองวันพอ แต่ที่นี่ก็มีดีหลายอย่าง รวมทั้งจิตใจที่ดีของชาวบ้านที่นี่ ไม่มีการลักโขมย (มีแค่ครั้งเดียว แต่จับได้ตอนนี้ก็เลยหายไป คือเด็กติดยาลักยางที่ตากไว้ริมๆ รั้ว) อากาศดี ฯลฯ แต่จริงๆ แล้วคนอื่นเค้าก็ยังอยู่กันได้อย่างมีความสุขนี่หน่า ระวังแค่เรื่องลูกของเราให้ดีๆ หน่อยก็เท่านั้น สุภาษิทเค้ายังบอกว่า "น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย" แต่ที่นี่อากาศดีจริงๆ ครับ ไม่ใช่ "น้ำร้อน" แน่ๆ แต่ที่แน่ๆ คือที่ผมเคยคิดว่าจะออกไปปลูกบ้านหลังใหญ่ๆ ใช้ที่เยอะๆ อีกซักหลังในที่อีกแปลงหนึ่งนั้น คงต้องยกเลิกโครงการแล้วละครับ สำหรับที่นี่คงหมกกันอยู่ในรูที่ตรงนี้แหละ และอาจต้องหาที่ใหม่สำรองไว้แถวในเมืองเชียงรายซะแล้ว
วันนี้ทดลองเครื่องชงกาแฟซึ่งยังปรับไม่ได้เข้าที่เข้าทาง ดื่มกาแฟหลายแก้วแล้วมันไม่ง่วงนอนเลยซักนิดเดียว แล้วผลการชงก็ยังไม่เจอกลิ่นหอมหวานๆ ออกมาซักนิดเดียว เรื่องรสหวนก้นแก้วคงไม่พูดถึงกัน มันขมอย่างเดียวเลย ทำให้คิดไปว่าแล้วคนที่ซื้อเราไป ถ้าชงไม่เป็น หรือเครื่องชงปรับไว้ไม่ดี กาแฟเรามันจะออกมาอร่อยได้หรือนี่? แต่หลายคนก้บอกว่ามันดีกว่าของคนอื่นก็ถือว่าจะพอใช้ได้ แต่จะดีแค่ไหน? อันนี้ผมเลยคิดว่า คงต้องหาเวลาตะเวณไปพิสูจน์กันดูบ้างซะแล้ว พรุ่งนี้คงต้องเอาเครื่องไปเข้าโรงกลึง เพราะปรับเท่าไรก็ทำเวลาไม่ได้ เพิ่งรู้ว่าเครื่องชงมันก็รวนเป็นเหมือนกัน เพราะที่เห็นชัดเจนคือทางด้านฟิกสิกของเครื่องชงนั้นมันผิดไปจากเดิมมากๆ ที่คาดไว้คือซิลด์ที่เอามาเปลี่ยนไม่ใช่รุ่นของมัน หรือที่ยึดด้ามอัดมันยืดตัวต้องเอาไปให้โรงกลึงเชื่อมพวกแล้วกลึงกันใหม่ คนที่นัดกันไว้ถ้าอ่านในนี้แล้วก็อย่าเพิ่งมานะครับ ขอเลื่อนไปอีกซักสองสามวันครับ d_d :drunk
-
สวัสดีครับ น้าพินิจ น้า wim , วันนี้ผมต้องตื่นแต่ตี 5 มานั่งทำ report เพื่อ meeting ตอนเช้าทุกอาทิตย์เป็นอย่างนี้หกปีแล้วครับ :nonono เป็นลูกจ้างเขาก็ยังงี้แหละครับ ทำไงได้ครับก็เพื่อไอ้ตัวเล็กตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว กะว่าอีกห้า-หกปีก็จะออกงานแล้วครับ
มาพูดเรื่องสังคมนะครับ ผมเป็นเด็กที่เรียนบ้านนอก ป1-ม3 สมัยนั้น(สมัยนี้คงไม่ต่างกัน) มีเก้งส์รุ่นพี่รุ่นน้อง วัยรุ่นบ้านนี้ทะเลาะบ้านนั้นถ้าใครเข้าไปอยู่ในกลุ่มก็มีแต่ความหายนะ วันๆไม่คิดที่จะเรียน ถึงจะเป็นโรงเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนเป็นเก็งส์ มั่วสุมสูบบุหรี่ในโรงเรียน เลิกเรียนขับรถซิ่ง พ่อแม่บางคนไปทำงานต่างประเทศมีเงินให้ลูกใช้จ่าย มอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ออกมามันเปลี่ยนตลอด เรายังโหนรถสองแถวบางครั้งก็ปั่นจักรยานไปอยู่เลย :'(
สุดท้ายก็เหมือนเรื่องพ่อแม่รังแกฉันเด็กคนนั้นมีเงินใช้จ่ายเกินตัวคบเพื่อนไม่ดี(ตัวเขาก็ไม่ดีด้วย) ตั้งเก็งส์อัณพาลขายยาเสพติด สุดท้ายก้ไม่รอด ได้ไปเรียนในคุกน่าสัก 20ปีได้ คิดดูครับถ้าลูกเราไปอยู่ในก้วนนั้นอาจจะถูกหางเลขไปก็ได้ แต่สำหรับผมไม่เอาครับเป็นเด็กเรียนแต่ทำไมไม่เก่งหนอ ;D เอาไว้มาเล่า ปวช ปวส และ ปริญญาตรีต่อนะครับ
-
วันนี้ผมเอาแผ่นเสียงเน่าๆเก่่าๆ 20 กว่าแผ่น มาที่ทำงานด้วยกะว่าถ้ามีเวลาว่างจะแว๊บเข้าห้องน้ำ
เอาแผ่นไปล้าง คงต้องล้างแบบ ใส่น้ำยาล้างจานแน่ๆ แล้วค่อยเอา น้ำยาดันฝุ่นเช็ดอีกรอบ ไม่รู้ล้างแบบนี้จะถูกหรือเปล่า
เพราะแผ่นพวกนี้ไม่ได้ลงเข็มมาน่าจะ 20 กว่าปีได้ครับ :black_eye
เด็กสมัยนี้ เมื่อก่อนแถวบ้านผมอยู่ชานเมืองคือติดทุ่งนา แต่ตอนนี้เมืองล้อมเข้าหา กลายเป็นบ้านในเมืองซะแล้ว
ทุกวันพฤหัสจะมีตลาดนัด มาตั้งใกล้บ้านไม่เกิน 100 เมตร คนพลุกพล่าน แล้วจะมีบ้านพักบ้านเช่าขึ้นบริเวณนี้เพียบ
จากเป็นบ้านที่สงบ ตอนนี้มีนักเรียนกินเหล้า มั่วกันเสร็จ ขับรถแต่งท่อเสียงดังๆทั้งคืน
สงสัยต้อง หาทางออกไปอยู่กลางทุ่ง ในสวนซะแล้ว เมื่อเกษียญตัวเองจะได้ตื่นมาทำไรก๊อกๆแก๊กๆ ทำไร่ทำสวนไป
แต่ว่าที่นาที่สวนตอนแรกๆก็อยู่กลางทุ่งแต่ตอนนี้ก็โดนเมืองล้อมอีกแล้ว ที่ใกล้ๆกันเขาถมที่ขาย 2 ไร่ 3 ล้าน โหย
กลายเป็นนาถูกเมืองล้อมอีกแล้ว :D
แถวบ้านที่ผมอยู่ไม่มีปัญหาเรื่องลักเล็กขโมยน้อย อาชญากรรมหนักๆไม่มี มีแต่ยาบ้า เยอะมาก เหมือนเป็นแหล่งพักยาเลยล่ะ
แถวมีผู้มีอำนาจถือกฏหมาย น่าจะดูแลเพราะเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอะไร..... เมืองลับแล.... ใครเป็นเจ้าใหญ่นายโตย้ายมาอยู่ที่นี่
เค้าว่ากันว่ามาแต่ตัว แต่ตอนกลับต้องเหมารถสิบล้อขนของส่ง 2-3 คันรถ
ชุมแพ คนชุมแพ มากู้เงินคนภูเขียวไปค้าขาย เมื่อก่อนสมัยเด็ก ที่นี่มีแม้กระทั่งร้านปืนขาย มีบ่อนขนาดใหญ่
มีโรงเลื่อย ค้าไม้เถื่อน
จนมีหนังเรื่อง "เจ้าพ่อภูเขียว"
(http://www.bkkdrama.com/images/1302080546.jpg)
"ชุมแพพลเมืองหนาแน่น ดินแดนเขตแคว้นภูเวียง ภูเขียวอยู่ทิศเฉียงๆ คนแน่นเมืองคือเกษตรสมบูรณ์ "
เมื่อก่อน ภูเขียว = เกษตรสมบูรณ์ แต่ทางการแต่งตั้งส่งชื่อมาสลับกัน เลยเปลี่ยนจาก เกษตรสมบูรณ์ เป็นภูเขียว
-
สวัสดีครับ น้าพินิจ น้า wim , วันนี้ผมต้องตื่นแต่ตี 5 มานั่งทำ report เพื่อ meeting ตอนเช้าทุกอาทิตย์เป็นอย่างนี้หกปีแล้วครับ เป็นลูกจ้างเขาก็ยังงี้แหละครับ ทำไงได้ครับก็เพื่อไอ้ตัวเล็กตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว กะว่าอีกห้า-หกปีก็จะออกงานแล้วครับ
ผมก็เคยนั่งวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนและเสียงของเครื่องจักรมายี่สิบกว่าปีเหมือนกัน ตอนนี้กลับมานั่งวิเคราะห็เสียงจากชุดเครื่องเสียงของเราเองอย่างเดียวที่บ้านสนุกกว่ากันเยอะครับ ดีครับคนเราควรมีการวางแผนชีวิตล่วงหน้าให้ดี แล้วพยายามทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้
มาพูดเรื่องสังคมนะครับ ผมเป็นเด็กที่เรียนบ้านนอก ป1-ม3 สมัยนั้น(สมัยนี้คงไม่ต่างกัน) มีเก้งส์รุ่นพี่รุ่นน้อง วัยรุ่นบ้านนี้ทะเลาะบ้านนั้นถ้าใครเข้าไปอยู่ในกลุ่มก็มีแต่ความหายนะ วันๆไม่คิดที่จะเรียน ถึงจะเป็นโรงเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนเป็นเก็งส์ มั่วสุมสูบบุหรี่ในโรงเรียน เลิกเรียนขับรถซิ่ง พ่อแม่บางคนไปทำงานต่างประเทศมีเงินให้ลูกใช้จ่าย มอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ออกมามันเปลี่ยนตลอด เรายังโหนรถสองแถวบางครั้งก็ปั่นจักรยานไปอยู่เลย
สุดท้ายก็เหมือนเรื่องพ่อแม่รังแกฉันเด็กคนนั้นมีเงินใช้จ่ายเกินตัวคบเพื่อนไม่ดี(ตัวเขาก็ไม่ดีด้วย) ตั้งเก็งส์อัณพาลขายยาเสพติด สุดท้ายก้ไม่รอด ได้ไปเรียนในคุกน่าสัก 20ปีได้ คิดดูครับถ้าลูกเราไปอยู่ในก้วนนั้นอาจจะถูกหางเลขไปก็ได้ แต่สำหรับผมไม่เอาครับเป็นเด็กเรียนแต่ทำไมไม่เก่งหนอ เอาไว้มาเล่า ปวช ปวส และ ปริญญาตรีต่อนะครับ
ผมเคยคุยกับเด็กเรียนในโรงเรียนดังๆ ที่เชียงใหม่มาหลายคน บางคนเล่าเรื่องที่เจอมากับตัวเอง และเห้นคนอื่นโดนเด็กรุ่นใหญ่กว่าบังคับ ให้ทำสิ่งไม่ดีต่างๆ แล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากๆ กับเด็กเล็กๆ ที่ถูกขู่จนไม่กล้าที่จะบอกกับพ่อแม่หรือครู โชคดีที่ของเด็กที่คุยด้วยว่าเค้าหลบหรือโดนบังบังในสิ่งที่ไม่รุนแรงนักคือแค่โดนรุ่นพี่รีดไถเงินเท่านั้น เลยคิดว่าถ้าลูกเราไปจังหวะโชคร้ายเจอเด็กโตบังคับให้เสพยาแบบที่เด็กเอามาคุยให้ฟังแล้วน่ากลัวมากๆ เลย และยังมีเรื่องของเด็กหญิงแก่นๆ เรียกเด็กผู้ชายไปจัดการ (คงจะรู้นะครับว่าอะไร) แล้วถ้าเกิดลูกเราไปเจอเชื้อเฮซไอวีละก็หมดอนาคตแน่ๆ แต่เรื่องแบบนี้ส่วนมากจะเป็นเด็กเกและเป็นใจให้กันด้วยอยู่แล้ว
อยู่ที่นี่ผมเจอแบบสาวจีบหนุ่มเยอะ แต่ตอนอยู่เชียงรายสามปีเจอแบบพ่อแม่ของเด็กผู้ชายต้องเลี้ยงดูและส่งลูกสาวคนอื่นให้เรียนหนังสือพร้อมลูกชายตัวเองไปด้วยกันเยอะมากๆ ที่ระยอง อยุธยา หรือใน กทม ไม่มีแบบนี้ครับ มาใหม่ๆ เป็นงงมากเหมือนกัน แต่คนที่นี่เค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆ กัน ยกเว้นผู้ปรกครองที่มีความรู้ ที่เป็นครู หรือข้าราชการ พวกนี้จะเลี้ยงดูลูกกันเป็นอย่างดี แตที่นี่พ่อแม่ที่มีการศึกษาสูงมีน้อยมากๆ ครับ ไม่น่าเชื่อว่าข้างๆ บ้านผม ยังมีหมอรักษาฟันผุด้วยการเอาตัวอะไรไม่รู้ (เล่นกล) ออกมาจากปากคนไข้ ก็ยังหาเงินใช้ได้ และพวกหมอรดน้ำมนต์แก้ไข้ แก้โรคปวดตามร่างกายก็ยังมีคนข้างๆ ผมอีกนั่นแหละไปรักษากัน ขับรถผ่านหน้าโรงบาลตำบลยังไม่แวะแวะรักษา
แต่คนที่นี่ก็ดีมากๆ ในเรื่องของการเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่จะไม่ได้เห็นกันใน กทม เหมือนกัน
วันนี้ผมเอาแผ่นเสียงเน่าๆเก่่าๆ 20 กว่าแผ่น มาที่ทำงานด้วยกะว่าถ้ามีเวลาว่างจะแว๊บเข้าห้องน้ำ
เอาแผ่นไปล้าง คงต้องล้างแบบ ใส่น้ำยาล้างจานแน่ๆ แล้วค่อยเอา น้ำยาดันฝุ่นเช็ดอีกรอบ ไม่รู้ล้างแบบนี้จะถูกหรือเปล่า
เพราะแผ่นพวกนี้ไม่ได้ลงเข็มมาน่าจะ 20 กว่าปีได้ครับ
ผมมีแผ่นที่เก็บนานกว่านี้ แต่เสียงไม่เสียงเปาะแป๊ะออกมาก็ยังมีนะครับ แสดงว่าเก็บไว้ปล่อยให้ฝุ่นเข้าไปได้
ชุมแพ คนชุมแพ มากู้เงินคนภูเขียวไปค้าขาย เมื่อก่อนสมัยเด็ก ที่นี่มีแม้กระทั่งร้านปืนขาย มีบ่อนขนาดใหญ่
มีโรงเลื่อย ค้าไม้เถื่อน
จนมีหนังเรื่อง "เจ้าพ่อภูเขียว"
คล้ายๆ เคยดูหนังกลางแปลง ผมนึกว่าชุมแพอยู่แถวๆ นครสวรค์ซะอีก (ชุมแพ ชุมแสง นึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ กัน) แท้ๆ อยู่ไกลถึงชัยภูมิ
วันนี้เอาเครื่องชงกาแฟไปร้านกลึงเชื่อมปรับแต่งนิดหน่อย เอากลับมาลองชงที่บ้าน ชงกาแฟร้อนได้ 90% ละครับ (คือยังทำระดับน้ำกาแฟไหลออกมาเป็นหยดๆ ไม่ได้) กลับมาเลยได้ขายประเดิมลูกค้ารายใหม่ที่เป็นทันตแพทย์ ท่านเป็นทั้งคอกาแฟและใช้แอมป์ยี่ห้อ Krell เหมือนกันซะด้วย ถ้าเข้ามาอ่านในนี้แล้ว หากมีเวลาก็เข้ามาคุยกันได้นะครับ และจะมาอีกวันไหนโทรมาก่อนตามเบอร์หน้าถุงกาแฟ ผมจะได้วอร์มเครื่องหลอดไว้รอ เพื่อฟังเสียงที่ใสกว่าวันนี้นะครับ
http://thaiaudioclub.net/board/index.php?PHPSESSID=c1cc02e1e9fb9269580f0b532776bf67&topic=13403.0 ดูเทิร์นในนี้ครับ อลังการ์ณงานสร้างจริงๆ แต่ผมมีแอบดีใจ ที่เทิร์นหลายๆ ตัวในนั้นใช้อาร์มตัวที่ผมใช้อยู่ในตอนนี้ แต่มันจะต้องถูกสยบด้วย Air Bearing Arm ตัวใหม่ของผม :whistling
-
สวัสดีครับ น้าพินิจ น้า wim , วันนี้ผมต้องตื่นแต่ตี 5 มานั่งทำ report เพื่อ meeting ตอนเช้าทุกอาทิตย์เป็นอย่างนี้หกปีแล้วครับ เป็นลูกจ้างเขาก็ยังงี้แหละครับ ทำไงได้ครับก็เพื่อไอ้ตัวเล็กตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว กะว่าอีกห้า-หกปีก็จะออกงานแล้วครับ
ผมก็เคยนั่งวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนและเสียงของเครื่องจักรมายี่สิบกว่าปีเหมือนกัน ตอนนี้กลับมานั่งวิเคราะห็เสียงจากชุดเครื่องเสียงของเราเองอย่างเดียวที่บ้านสนุกกว่ากันเยอะครับ ดีครับคนเราควรมีการวางแผนชีวิตล่วงหน้าให้ดี แล้วพยายามทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้
มาพูดเรื่องสังคมนะครับ ผมเป็นเด็กที่เรียนบ้านนอก ป1-ม3 สมัยนั้น(สมัยนี้คงไม่ต่างกัน) มีเก้งส์รุ่นพี่รุ่นน้อง วัยรุ่นบ้านนี้ทะเลาะบ้านนั้นถ้าใครเข้าไปอยู่ในกลุ่มก็มีแต่ความหายนะ วันๆไม่คิดที่จะเรียน ถึงจะเป็นโรงเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนเป็นเก็งส์ มั่วสุมสูบบุหรี่ในโรงเรียน เลิกเรียนขับรถซิ่ง พ่อแม่บางคนไปทำงานต่างประเทศมีเงินให้ลูกใช้จ่าย มอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ออกมามันเปลี่ยนตลอด เรายังโหนรถสองแถวบางครั้งก็ปั่นจักรยานไปอยู่เลย
สุดท้ายก็เหมือนเรื่องพ่อแม่รังแกฉันเด็กคนนั้นมีเงินใช้จ่ายเกินตัวคบเพื่อนไม่ดี(ตัวเขาก็ไม่ดีด้วย) ตั้งเก็งส์อัณพาลขายยาเสพติด สุดท้ายก้ไม่รอด ได้ไปเรียนในคุกน่าสัก 20ปีได้ คิดดูครับถ้าลูกเราไปอยู่ในก้วนนั้นอาจจะถูกหางเลขไปก็ได้ แต่สำหรับผมไม่เอาครับเป็นเด็กเรียนแต่ทำไมไม่เก่งหนอ เอาไว้มาเล่า ปวช ปวส และ ปริญญาตรีต่อนะครับ
ผมเคยคุยกับเด็กเรียนในโรงเรียนดังๆ ที่เชียงใหม่มาหลายคน บางคนเล่าเรื่องที่เจอมากับตัวเอง และเห้นคนอื่นโดนเด็กรุ่นใหญ่กว่าบังคับ ให้ทำสิ่งไม่ดีต่างๆ แล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากๆ กับเด็กเล็กๆ ที่ถูกขู่จนไม่กล้าที่จะบอกกับพ่อแม่หรือครู โชคดีที่ของเด็กที่คุยด้วยว่าเค้าหลบหรือโดนบังบังในสิ่งที่ไม่รุนแรงนักคือแค่โดนรุ่นพี่รีดไถเงินเท่านั้น เลยคิดว่าถ้าลูกเราไปจังหวะโชคร้ายเจอเด็กโตบังคับให้เสพยาแบบที่เด็กเอามาคุยให้ฟังแล้วน่ากลัวมากๆ เลย และยังมีเรื่องของเด็กหญิงแก่นๆ เรียกเด็กผู้ชายไปจัดการ (คงจะรู้นะครับว่าอะไร) แล้วถ้าเกิดลูกเราไปเจอเชื้อเฮซไอวีละก็หมดอนาคตแน่ๆ แต่เรื่องแบบนี้ส่วนมากจะเป็นเด็กเกและเป็นใจให้กันด้วยอยู่แล้ว
อยู่ที่นี่ผมเจอแบบสาวจีบหนุ่มเยอะ แต่ตอนอยู่เชียงรายสามปีเจอแบบพ่อแม่ของเด็กผู้ชายต้องเลี้ยงดูและส่งลูกสาวคนอื่นให้เรียนหนังสือพร้อมลูกชายตัวเองไปด้วยกันเยอะมากๆ ที่ระยอง อยุธยา หรือใน กทม ไม่มีแบบนี้ครับ มาใหม่ๆ เป็นงงมากเหมือนกัน แต่คนที่นี่เค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆ กัน ยกเว้นผู้ปรกครองที่มีความรู้ ที่เป็นครู หรือข้าราชการ พวกนี้จะเลี้ยงดูลูกกันเป็นอย่างดี แตที่นี่พ่อแม่ที่มีการศึกษาสูงมีน้อยมากๆ ครับ ไม่น่าเชื่อว่าข้างๆ บ้านผม ยังมีหมอรักษาฟันผุด้วยการเอาตัวอะไรไม่รู้ (เล่นกล) ออกมาจากปากคนไข้ ก็ยังหาเงินใช้ได้ และพวกหมอรดน้ำมนต์แก้ไข้ แก้โรคปวดตามร่างกายก็ยังมีคนข้างๆ ผมอีกนั่นแหละไปรักษากัน ขับรถผ่านหน้าโรงบาลตำบลยังไม่แวะแวะรักษา
แต่คนที่นี่ก็ดีมากๆ ในเรื่องของการเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่จะไม่ได้เห็นกันใน กทม เหมือนกัน
วันนี้ผมเอาแผ่นเสียงเน่าๆเก่่าๆ 20 กว่าแผ่น มาที่ทำงานด้วยกะว่าถ้ามีเวลาว่างจะแว๊บเข้าห้องน้ำ
เอาแผ่นไปล้าง คงต้องล้างแบบ ใส่น้ำยาล้างจานแน่ๆ แล้วค่อยเอา น้ำยาดันฝุ่นเช็ดอีกรอบ ไม่รู้ล้างแบบนี้จะถูกหรือเปล่า
เพราะแผ่นพวกนี้ไม่ได้ลงเข็มมาน่าจะ 20 กว่าปีได้ครับ
ผมมีแผ่นที่เก็บนานกว่านี้ แต่เสียงไม่เสียงเปาะแป๊ะออกมาก็ยังมีนะครับ แสดงว่าเก็บไว้ปล่อยให้ฝุ่นเข้าไปได้
ชุมแพ คนชุมแพ มากู้เงินคนภูเขียวไปค้าขาย เมื่อก่อนสมัยเด็ก ที่นี่มีแม้กระทั่งร้านปืนขาย มีบ่อนขนาดใหญ่
มีโรงเลื่อย ค้าไม้เถื่อน
จนมีหนังเรื่อง "เจ้าพ่อภูเขียว"
คล้ายๆ เคยดูหนังกลางแปลง ผมนึกว่าชุมแพอยู่แถวๆ นครสวรค์ซะอีก (ชุมแพ ชุมแสง นึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ กัน) แท้ๆ อยู่ไกลถึงชัยภูมิ
วันนี้เอาเครื่องชงกาแฟไปร้านกลึงเชื่อมปรับแต่งนิดหน่อย เอากลับมาลองชงที่บ้าน ชงกาแฟร้อนได้ 90% ละครับ (คือยังทำระดับน้ำกาแฟไหลออกมาเป็นหยดๆ ไม่ได้) กลับมาเลยได้ขายประเดิมลูกค้ารายใหม่ที่เป็นทันตแพทย์ ท่านเป็นทั้งคอกาแฟและใช้แอมป์ยี่ห้อ Krell เหมือนกันซะด้วย ถ้าเข้ามาอ่านในนี้แล้ว หากมีเวลาก็เข้ามาคุยกันได้นะครับ และจะมาอีกวันไหนโทรมาก่อนตามเบอร์หน้าถุงกาแฟ ผมจะได้วอร์มเครื่องหลอดไว้รอ เพื่อฟังเสียงที่ใสกว่าวันนี้นะครับ
http://thaiaudioclub.net/board/index.php?PHPSESSID=c1cc02e1e9fb9269580f0b532776bf67&topic=13403.0 ดูเทิร์นในนี้ครับ อลังการ์ณงานสร้างจริงๆ แต่ผมมีแอบดีใจ ที่เทิร์นหลายๆ ตัวในนั้นใช้อาร์มตัวที่ผมใช้อยู่ในตอนนี้ แต่มันจะต้องถูกสยบด้วย Air Bearing Arm ตัวใหม่ของผม :whistling
เทินเทเบิ้ล ราคาเป็นล้านบาท ยังใช้โทนอาร์มแบบแขนอยู่ น่าคิด ครับ
-
ชุมแพ เป็นอำเภอเอกของขอนแก่น ห่างจากภูเขียวที่เป็นอำเภอเอกของชัยภูมิ 20 กิโลเมตรครับ
แถวนี้ตอนนี้กำลังมีปัญหาให้ภาครัฐ ช่วยกันแก้ไขอยู่ครับ "ปัญหาเด็กหญิงแม่" มีปัญหาเด็กเก็บแต้ม และตบตีกันเพื่อแย่งชายกัน
สมัยผมเป็นเด็กๆ ทำไมชีวิตผมผ่านช่วงนี้มาได้ยังไงไม่รู้ รู้สึกว่าเมื่อก่อนอยู่ ม.6 ยังเป็นเด็กๆกันอยู่เลย ไม่กล้าแม้่กระทั่งจะนัดสาว เพราะกลัวครูฝ่ายปกครอง
สมัยนี้เด็กมัธยมเช่าบ้านอยู่ด้วยกันเลย ผมต้องคอยชี้แนะและบอกเหตุผลถึลความถูกต้องให้ลูกหลานฟัง ให้เค้าคิดเอาเองว่ามันสมควรหรือไม่ :black_eye
เรื่องอาร์มลม ตอนนี้ผมเริ่มหาแกนมาทำ อาร์มได้แล้ว ไปปิ๊ง เบ็ดตกปลาครับ ที่เป็น แกรไฟต์ กับคาร์บอน รูปลักษณ์สวยงามดีทีเดียว ส่วยแกนถ่วงด้านหลังก็ไปเจอหลักเต็นท์นอน
ที่เป็นแกรไฟต์ ได้ขนาดพอดีเลย แต่มองๆแล้ว ผมว่า แกนลมผมมันจะเล็กไป เดี๋ยว ไปเดินมองๆแถวโรงซ่อมบำรุงไปหา แกนสแตนเลส ขนาดใหญ่กว่าที่มี แล้วหาอะลูมิเนียม
มาให้ช่างกลึงทำให้ใหม่อีกสักอันดีกว่า
ผมกำลังหาวิธีทำตัวจับแกนลมแบบพี่พินิจ แต่หาอะลูมิเนียมไม่ได้ สงสัยคงต้องเอา อะคริลิกทำเอาครับ พยายามจะให้น้ำหนักเบาๆ ตามที่พี่พินิจ แนะนำครับ
-
กำลังจะทำงาใหญ่เหรอ นั่งอ่านมา 3-4 วันแล้ว อาจารย์พินิจให้ความรู้ได้มากทีเดียว ผมมองดูแกนที่ใช้ทำอาร์มทำให้ผมนึกถึงแกนเหล็กของปริ๊นเตอร์หัวกระแทกที่มันผูกติดกับหัวปริ๊นวิ่งไปมาคล้ายกับอาร์มลมที่เห็นน่าจะเอามาใช้ได้น่ะครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-F2D3_5099F49F.jpg)
น่าเอามาลองเล่นดูนะครับ ผมมีไอเดียให้ดังนี้ครับ จากที่ผมมีเทิร์นของ B&O ที่เป็นลิเนียร์อาร์มเล่นอยู่ตัวหนึ่ง ผมทึ่งในการออกแบบและความคิดง่ายๆ ของเค้ามากเลย ตัวเทิร์นให้เสียงที่สะมูทดีมากๆ ด้วย แต่ติดที่หัวเข็มที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ของยี่ห้ออื่นได้ทำให้เทิร์นเค้า สู้เทิร์นอื่นๆ ไม่ได้ (หัวเข็มเค้ามีมีไดนามิคเร็งค์ด้อยกว่าหัวดีๆ อย่างโคอีสุของผมมากๆ ผมเลยจอดทิ้งเค้าวางไว้เฉยๆ แต่มวลเนื้อเสียงอวบหนาดีมากครับ ถ้าฟังแบบพวกคอมิวสิกเลิฟเวอร์คงชอบมันแน่ๆ ครับ)
มาว่าถึงการทำงานของก้านอาร์ม เค้าออกแบบให้ก้านอาร์มเบาที่สุด เพื่อลดแรงเฉื่อยในการเคลื่อยตัวของอาร์มครับ (ในรูปผมถอดหัวเข็มออกนะครับ) แล้วให้ปายอาร์มมันโยกตัวได้เล็กน้อยประมาณ 1mm ตามรูป เพื่อตรงส่วนโคนอาร์มจะไปชนสวิทซ์ให้มันเกิดการต่อเปิดให้ไฟไปเลี้ยงมอเตอร์ไดร์วขยับโคนตัวอาร์มเลยร่องเสียงไปนิดหนึง แล้วหน้าสำผัสของสวิทซ์มันก็ผะออกจากกัน (อาจต้องหาสวิทซ์ที่สำผัสแค่เพียงเบาๆ ก็ทำงานทั้งปิดและเปิดวงจรได้แล้วนะครับ) พอปายเข็มเลื่อนเข้าวงในต่อไปอีก ก็จะพาสวิทซ์เข้าไปชนต่อกันอีกครั้ง แล้วก็วนลูปไปเรื่อยๆ ครับ ผมฟังดูแล้วเสียงต่อเนื่องจับการโยกตัวเล็กน้อยที่ปายอาร์มไม่ได้เลยละครับ (ผมคิดว่าหูผมค่อนข้างหาเรื่องกับสิ่งผิดปรกติของเสียงมากๆ แล้ว ก็ยังจับพิรุสนี้ไม่ได้ และซิสเต็มผมคิดว่ามันก็เที่ยงตรง สามารถฟ้องสิ่งผิดปรกติเล็กๆ ได้ดีมากๆ ด้วย)
งานนี้ไม่น่ายากหาจุดในวงจรขับเคลื่อนหัวปรินท์ของเครื่องปรินท์เตอร์ให้พบ แล้วก็เอาสวิทซ์ที่ให้ทำนี้ไปตัดต่อวงจรตรงนั้นก็น่าจะใช้สั่งงานได้แล้วละครับ ผมคิดว่าการสั่งงานการเคลื่อนตัวของหัวปรินท์เตอร์นั้นค่อนข้างจะเม่นยำและเที่ยงตรงมากๆ และคงจะไม่มีให้มีแรงเฉื่อยมากนัก คือผมกลัวการสั่งให้เคลื่อนเลื่อนตัวมากเกิน 1mm น่ะครับ งานนี้สำคัญที่ต้องหาสวิทซ์ที่จะนะมาใช้ต้องตัดและต่อไวๆ คือแตะนิดเดียววงจรต้องต่อกัน และพอต่อแล้วเมื่อเกิดการถอยออกนิดเดียวมันต้องทำให้วงจรจากกันอย่างรวดเร็วให้ได้ แค่นี้ก็น่าจะไปกันได้แล้วละครับ หรือถ้ามีความรู้เรื่องอีเล็กโทรนิคดีๆ อาจใช้ระบบ Proximetor Switch หรือ Infared Switch ก็น่าจะดีครับ
-
สวัสดีครับ น้าพินิจ น้า wim , วันนี้ผมต้องตื่นแต่ตี 5 มานั่งทำ report เพื่อ meeting ตอนเช้าทุกอาทิตย์เป็นอย่างนี้หกปีแล้วครับ เป็นลูกจ้างเขาก็ยังงี้แหละครับ ทำไงได้ครับก็เพื่อไอ้ตัวเล็กตอนนี้ก็ห้าเดือนแล้ว กะว่าอีกห้า-หกปีก็จะออกงานแล้วครับ
ผมก็เคยนั่งวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนและเสียงของเครื่องจักรมายี่สิบกว่าปีเหมือนกัน ตอนนี้กลับมานั่งวิเคราะห็เสียงจากชุดเครื่องเสียงของเราเองอย่างเดียวที่บ้านสนุกกว่ากันเยอะครับ ดีครับคนเราควรมีการวางแผนชีวิตล่วงหน้าให้ดี แล้วพยายามทำให้ได้ตามที่วางแผนไว้
มาพูดเรื่องสังคมนะครับ ผมเป็นเด็กที่เรียนบ้านนอก ป1-ม3 สมัยนั้น(สมัยนี้คงไม่ต่างกัน) มีเก้งส์รุ่นพี่รุ่นน้อง วัยรุ่นบ้านนี้ทะเลาะบ้านนั้นถ้าใครเข้าไปอยู่ในกลุ่มก็มีแต่ความหายนะ วันๆไม่คิดที่จะเรียน ถึงจะเป็นโรงเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนเป็นเก็งส์ มั่วสุมสูบบุหรี่ในโรงเรียน เลิกเรียนขับรถซิ่ง พ่อแม่บางคนไปทำงานต่างประเทศมีเงินให้ลูกใช้จ่าย มอเตอร์ไซด์รุ่นใหม่ออกมามันเปลี่ยนตลอด เรายังโหนรถสองแถวบางครั้งก็ปั่นจักรยานไปอยู่เลย
สุดท้ายก็เหมือนเรื่องพ่อแม่รังแกฉันเด็กคนนั้นมีเงินใช้จ่ายเกินตัวคบเพื่อนไม่ดี(ตัวเขาก็ไม่ดีด้วย) ตั้งเก็งส์อัณพาลขายยาเสพติด สุดท้ายก้ไม่รอด ได้ไปเรียนในคุกน่าสัก 20ปีได้ คิดดูครับถ้าลูกเราไปอยู่ในก้วนนั้นอาจจะถูกหางเลขไปก็ได้ แต่สำหรับผมไม่เอาครับเป็นเด็กเรียนแต่ทำไมไม่เก่งหนอ เอาไว้มาเล่า ปวช ปวส และ ปริญญาตรีต่อนะครับ
ผมเคยคุยกับเด็กเรียนในโรงเรียนดังๆ ที่เชียงใหม่มาหลายคน บางคนเล่าเรื่องที่เจอมากับตัวเอง และเห้นคนอื่นโดนเด็กรุ่นใหญ่กว่าบังคับ ให้ทำสิ่งไม่ดีต่างๆ แล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากๆ กับเด็กเล็กๆ ที่ถูกขู่จนไม่กล้าที่จะบอกกับพ่อแม่หรือครู โชคดีที่ของเด็กที่คุยด้วยว่าเค้าหลบหรือโดนบังบังในสิ่งที่ไม่รุนแรงนักคือแค่โดนรุ่นพี่รีดไถเงินเท่านั้น เลยคิดว่าถ้าลูกเราไปจังหวะโชคร้ายเจอเด็กโตบังคับให้เสพยาแบบที่เด็กเอามาคุยให้ฟังแล้วน่ากลัวมากๆ เลย และยังมีเรื่องของเด็กหญิงแก่นๆ เรียกเด็กผู้ชายไปจัดการ (คงจะรู้นะครับว่าอะไร) แล้วถ้าเกิดลูกเราไปเจอเชื้อเฮซไอวีละก็หมดอนาคตแน่ๆ แต่เรื่องแบบนี้ส่วนมากจะเป็นเด็กเกและเป็นใจให้กันด้วยอยู่แล้ว
อยู่ที่นี่ผมเจอแบบสาวจีบหนุ่มเยอะ แต่ตอนอยู่เชียงรายสามปีเจอแบบพ่อแม่ของเด็กผู้ชายต้องเลี้ยงดูและส่งลูกสาวคนอื่นให้เรียนหนังสือพร้อมลูกชายตัวเองไปด้วยกันเยอะมากๆ ที่ระยอง อยุธยา หรือใน กทม ไม่มีแบบนี้ครับ มาใหม่ๆ เป็นงงมากเหมือนกัน แต่คนที่นี่เค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆ กัน ยกเว้นผู้ปรกครองที่มีความรู้ ที่เป็นครู หรือข้าราชการ พวกนี้จะเลี้ยงดูลูกกันเป็นอย่างดี แตที่นี่พ่อแม่ที่มีการศึกษาสูงมีน้อยมากๆ ครับ ไม่น่าเชื่อว่าข้างๆ บ้านผม ยังมีหมอรักษาฟันผุด้วยการเอาตัวอะไรไม่รู้ (เล่นกล) ออกมาจากปากคนไข้ ก็ยังหาเงินใช้ได้ และพวกหมอรดน้ำมนต์แก้ไข้ แก้โรคปวดตามร่างกายก็ยังมีคนข้างๆ ผมอีกนั่นแหละไปรักษากัน ขับรถผ่านหน้าโรงบาลตำบลยังไม่แวะแวะรักษา
แต่คนที่นี่ก็ดีมากๆ ในเรื่องของการเอื่อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่จะไม่ได้เห็นกันใน กทม เหมือนกัน
วันนี้ผมเอาแผ่นเสียงเน่าๆเก่่าๆ 20 กว่าแผ่น มาที่ทำงานด้วยกะว่าถ้ามีเวลาว่างจะแว๊บเข้าห้องน้ำ
เอาแผ่นไปล้าง คงต้องล้างแบบ ใส่น้ำยาล้างจานแน่ๆ แล้วค่อยเอา น้ำยาดันฝุ่นเช็ดอีกรอบ ไม่รู้ล้างแบบนี้จะถูกหรือเปล่า
เพราะแผ่นพวกนี้ไม่ได้ลงเข็มมาน่าจะ 20 กว่าปีได้ครับ
ผมมีแผ่นที่เก็บนานกว่านี้ แต่เสียงไม่เสียงเปาะแป๊ะออกมาก็ยังมีนะครับ แสดงว่าเก็บไว้ปล่อยให้ฝุ่นเข้าไปได้
ชุมแพ คนชุมแพ มากู้เงินคนภูเขียวไปค้าขาย เมื่อก่อนสมัยเด็ก ที่นี่มีแม้กระทั่งร้านปืนขาย มีบ่อนขนาดใหญ่
มีโรงเลื่อย ค้าไม้เถื่อน
จนมีหนังเรื่อง "เจ้าพ่อภูเขียว"
คล้ายๆ เคยดูหนังกลางแปลง ผมนึกว่าชุมแพอยู่แถวๆ นครสวรค์ซะอีก (ชุมแพ ชุมแสง นึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ กัน) แท้ๆ อยู่ไกลถึงชัยภูมิ
วันนี้เอาเครื่องชงกาแฟไปร้านกลึงเชื่อมปรับแต่งนิดหน่อย เอากลับมาลองชงที่บ้าน ชงกาแฟร้อนได้ 90% ละครับ (คือยังทำระดับน้ำกาแฟไหลออกมาเป็นหยดๆ ไม่ได้) กลับมาเลยได้ขายประเดิมลูกค้ารายใหม่ที่เป็นทันตแพทย์ ท่านเป็นทั้งคอกาแฟและใช้แอมป์ยี่ห้อ Krell เหมือนกันซะด้วย ถ้าเข้ามาอ่านในนี้แล้ว หากมีเวลาก็เข้ามาคุยกันได้นะครับ และจะมาอีกวันไหนโทรมาก่อนตามเบอร์หน้าถุงกาแฟ ผมจะได้วอร์มเครื่องหลอดไว้รอ เพื่อฟังเสียงที่ใสกว่าวันนี้นะครับ
http://thaiaudioclub.net/board/index.php?PHPSESSID=c1cc02e1e9fb9269580f0b532776bf67&topic=13403.0 ดูเทิร์นในนี้ครับ อลังการ์ณงานสร้างจริงๆ แต่ผมมีแอบดีใจ ที่เทิร์นหลายๆ ตัวในนั้นใช้อาร์มตัวที่ผมใช้อยู่ในตอนนี้ แต่มันจะต้องถูกสยบด้วย Air Bearing Arm ตัวใหม่ของผม :whistling
เทินเทเบิ้ล ราคาเป็นล้านบาท ยังใช้โทนอาร์มแบบแขนอยู่ น่าคิด ครับ
ไม่ต้องไปคิดแล้วครับ หรือถ้าจะคิดก็ลองคิดแบบนี้นะครับ :-
เทิร์นราคาสิบกว่าล้านก็ยังใช้ลิเนียร์อาร์ม มันน่าคิดกว่านะครับ
แค่คิดง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลยก็ได้มีสองหัวข้อสำคัญของเหตุผลครับ
1. มีใครอยากจะทำของที่ทำยาก และยุ่งยากมากกว่าออกมาขายครับ ไหนจะต้องทำปั๊มที่ต้องเก็บเสียงได้ดี ไหนจะต้องกลัวเรื่องแมนแทนแนนหลังขาย โอ! แค่ติดแต่นี้ ถ้าผมเป็นเจ้าของบริษัททำเทิร์นผมก็ไม่ทำอาร์มลิเนียร์อาร์มออกมาขายใช้ร่วมกับเทิร์นที่จะขายแน่ๆ ละครับ ทำของง่ายๆ ต้นทุนถูกๆ ก็ขายได้ จะทำของยากๆ ขายไปทำไม จ้างคนเขียนโฆษณาหน่อยก็ขายได้แล้ว อาร์ม SME V ที่เห็นวางอยู่หลายๆ ตัวนั้น เพราะเค้าน่าจะเป้นสะปอนเซอร์งานนี้ด้วยละมั้ง? ไม่ใช่มันดีเด่อะไรหลอกครับ ผมกล้าพูดแบบนี้ก็เพราะผมใช้มันอยู่ อาร์มราคาสองสามแสนมันไม่ได้วิเศษอะไรซักเท่าไร? ที่เราทำๆ กันเล่นนี้นั้น อาจจะมีบางตัวที่ทำมาแล้วเกิดฟรุ๊ก ที่มีค่ารีโซแนนซ์ไปได้เสียงที่อาจยอดเยี่ยมกว่าอาร์มแพงๆ ก็เป็นได้เช่นกันนะครับ แต่อาร์มที่พวกเราทำอาจจะไม่ได้โชว์ศักย์ภาพได้เต็มที่ เพราะมาอยู่ในชุดกระจอกที่บ้านของพวกเรา ไม่ได้ไปอยู่ในชุดเครื่องแอมป์และลำโพงที่ชุดละหลายสิบล้านเหมือนเทิร์นแพงๆ พวกนั้นนี่ ฉะนั้นการที่เราจะเปลี่ยนหรือทำอาร์มที่ปรับความถี่รีโซแนนซ์ของมันได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถจูนเสียงให้ไปเหมือนอาร์มแพงๆ ยี่ห้ออะไรก้ได้ หลักการเบื้องต้นมีมันความลับอยู่แค่นี้เองละครับท่าน
2. จะอย่างไรก็ตาม ทางหลักวิชาทางฟิสิกษ์ที่เห็นๆ กันอย่างชัดเจนที่ผมเคนเอารูปมาลงการเขียนรัศมีแค่ 9 นิ้วมาแล้วว่า Pivot Arm มันให้มุมของหัวเข็มเพี้ยนไปตั้งแต่เริ่มต้นวางหัวเข็มไปแล้ว มันมีจุดที่ถูกต้องแค่เป้นจุดเล็กๆ สองจุดเท่านั้นเอง แล้วมันจะดีหรือถูกต้องไปอย่างไรกันล่ะครับ ถ้าคิดออกมาเป้นเปอร์เซนต์ของช่วงที่อาร์มแบบนี้ให้เสียงที่ถูกต้อร้อยเปอร์คือมีช่วงเวลาแค่ 0.00000000000000001% แค่นั้น (คือมันมีจุดถูกต้องจริง ๆ แค่ปลายดินสอจิ้มสองครั้งเอง)
-
เมื่อวานเข้าไปในหอผู้ป่วย ไปหาแฮ๊บเอาที่เสียบน้ำเกลือมาแล้ว ถอดแกนทองเหลืองที่เป่าลมเข้า เอาพลาสติกเสียบเข้าไปได้พอดีเลย
เดี๋ยวตอนนี้กำลัง เอา อะคริลิกมาทำ ที่จับอาร์มกับแกนท่ออาร์มลม ส่วนแขนอาร์ม ผมกำลังมองหาคันเบ็ดที่หักแล้ว เอามาลองทำครับ ;D
-
แถวนี้ตอนนี้กำลังมีปัญหาให้ภาครัฐ ช่วยกันแก้ไขอยู่ครับ "ปัญหาเด็กหญิงแม่" มีปัญหาเด็กเก็บแต้ม และตบตีกันเพื่อแย่งชายกัน
สมัยผมเป็นเด็กๆ ทำไมชีวิตผมผ่านช่วงนี้มาได้ยังไงไม่รู้ รู้สึกว่าเมื่อก่อนอยู่ ม.6 ยังเป็นเด็กๆกันอยู่เลย ไม่กล้าแม้่กระทั่งจะนัดสาว เพราะกลัวครูฝ่ายปกครอง
สมัยนี้เด็กมัธยมเช่าบ้านอยู่ด้วยกันเลย ผมต้องคอยชี้แนะและบอกเหตุผลถึลความถูกต้องให้ลูกหลานฟัง ให้เค้าคิดเอาเองว่ามันสมควรหรือไม่
การเก็บแต็มเมื่อก่อนตอนยังไม่ขึ้นเหนือผมก็ไม่เชื่อ น่าจะมีคนพูกเว่อร์เกินเหตุ แต่วันนี้ได้พบ ได้เห็นแล้ว เริ่มจะเชื่อ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะยังไม่เห็นกะตา แต่เห็นพฤติกรรมการมั่วสุมกินเหล้าของเด็กๆ ที่ไม่มีผู้ใหญ่แล้วน่ากลัวครับ การขาดสติตอนเมามันทำอะไรได้ทุกอย่าง เรื่องเซ็กผมไม่อยากว่ามันเป็นธรรมดา แต่การป้องกันโรคอันนี้สำคัญ การที่ผมแอบบรู้มา (ก็ยังไม่เชื่อ แต่ก็อยากจะเชื่อเพราะครูที่ในโรงเรียนนั้นเอามาเล่าให้เพื่อนผมฟังอีกที ก็ไม่ใช่ข้อมูลโดนตรงซะอีก แค่เพียงปากต่อปากเท่านั้น) ถ้าโรงเรียนปรกปิดเรื่องนี้ ไม่ให้ผู้ปรกครองทราบ หรือทางหน่วยงานที่ดูแลก็ช่วยกันปิดบังซะอีก พ่อแม่ก็ไม่รู้ ไม่เพิ่มความระมัดระวังบุตรหลานของตัวเองให้มากยิ่งๆ ขึ้น โอกาศที่ 60% ของเด็กนักเรียนที่ให้เลือดแล้วใช้ไม่ได้ ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกน่ะครับ ผมไม่อยากให้เป้นเช่นนั้นเลย เรื่องนี้ควรเปิดเผยและมีการแก้ไขอย่างจริงจังจากภาครัฐและผู้ปรกครองโดยตรงอีกด้วย นี่คือสิ่งที่น่ากลัวในอนาคตของลูกหลานคนไทยทั้งชาติ ที่เราจะต้องใช้ยาและค่าใช้จ่ายให้พวกเค้าอีกเท่าไร? และเด็กควรเป็นคนที่มีคุณภาพของผู้ใหญ่ที่พร้อมที่จะทำให้บ้านเมืองก้าวหน้า นั้นจะเป้นอย่างไร์ ที่ผมเขียนมานี้พอมานั่งอ่านดู ก้ไม่รู้ว่าคนเมืองเหนือจะเกลียดผมหรือไม่? แต่ผมเขียนด้วยความปราถนาดีที่จะให้พวกเราทุกๆ ที่ได้ละวังและดูแลลูกหลานของท่านให้ดียิ่งๆ ขึ้น ซึ่งถ้าทุกๆ คนระวัง ผู้ปรกครองเด็กดีๆ ทุกคนก็จะสะบายใจขึ้นด้วย ซึ่งรวมทั้งผมด้วย ที่จริงผมก้อยากจะปล่อยลูกของผมออกไปเรียนภาคปรกติแบบเสี่ยงเอา (ซึ่งใครละจะไปรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกะลูกเรา ถ้าไปอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยน่าไว้ใจแบบนี้ หรือว่าผมคิดมากไป บางครั้งผมก็ยังกลับมาคิดว่าคนอื่นยังไม่วิตกอะไรเลย แต่ผมขอบอกว่าผมเป็นคนที่รักลูกมากๆ อาจมากกว่าคนอื่นๆ จากที่เห็นๆ รอบๆ ตัวเท่านั้นเองละครับ)
เรื่องอาร์มลม ตอนนี้ผมเริ่มหาแกนมาทำ อาร์มได้แล้ว ไปปิ๊ง เบ็ดตกปลาครับ ที่เป็น แกรไฟต์ กับคาร์บอน รูปลักษณ์สวยงามดีทีเดียว ส่วยแกนถ่วงด้านหลังก็ไปเจอหลักเต็นท์นอน
ที่เป็นแกรไฟต์ ได้ขนาดพอดีเลย แต่มองๆแล้ว ผมว่า แกนลมผมมันจะเล็กไป เดี๋ยว ไปเดินมองๆแถวโรงซ่อมบำรุงไปหา แกนสแตนเลส ขนาดใหญ่กว่าที่มี แล้วหาอะลูมิเนียม
มาให้ช่างกลึงทำให้ใหม่อีกสักอันดีกว่า
ผมกำลังหาวิธีทำตัวจับแกนลมแบบพี่พินิจ แต่หาอะลูมิเนียมไม่ได้ สงสัยคงต้องเอา อะคริลิกทำเอาครับ พยายามจะให้น้ำหนักเบาๆ ตามที่พี่พินิจ แนะนำครับ
เคยมีเพื่อนให้คันเบ็ดมาเหมือนกัน แล้วผมก็ทำมันหายพร้อบกับก้านไม้ก็อล์ฟครับ อะคิลิกหนักและเปาะกว่าอะลูมิเนียมไม่แนะนำครับ ให้ดูรูปเฉพาะส่วนที่ยึดตามในลิงค์ไทยเอวีดูจะเห้นรายละเอียดการกลึงส่วนนี้ครับ ผมกลึงแล้วก็ผ่าทำแกปเพื่อขันแน่นกับแบรริ่งด้วยแกนที่อยุ่ด้านตัวถ่วงน้ำหนักน่ะครับ แล้วเจาะรู และเจียรปรับแต่งเพื่อลดน้ำหนักงานส่วนนี้ให้มันดูสวยงาม แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วละครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-719E_509A65A7.jpg)
ระบบรองรับการสั่นสะเทือนจากพื้นนั้น ผมเห็นการออกแบบของเทิร์นแพงๆ บางตัวแล้วก็อยากจะขำครับ (รวมทั้งระบบจานหมุนเพลทเตอร์ด้วย)
ผมทำงานด้านวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ของระบบโครงสร้าง ของระบบท่อส่งแก็สใหญ่ ที่สั่นมากๆ จากรีโซแนนซ์ ของโรงงานที่มูลค่าหลายแสนล้านบาทแล้วในปัจจุบัน ฉะนั้นเครื่องมือวิเคราะห์แพงๆ เครื่องละหลายๆ ล้านบาท ก็เคยใช้มาหลายสิบตัว และการได้ผ่านการอบรมย์และมีประสบการเรื่องเกี่ยวกับพวกนี้กว่า 20 ปี แก้ปัญหาต่างๆ ในโรงงานในเรื่องของปัญหาการสั่นสะเทือนมาหลายๆ รูปแบบ รวมทั้งการออกแบบโครงสร้างการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อไม่ให้เกิดการสั่นสะเทือนมาแล้วหลายตัว รวมทั้งเครื่องบาลานซิ่งแมทซีนที่จะต้องออกแบบให้มัน Free of Vibration จริงๆ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการออกแบบเทิร์นละครับ เพราะฉะนั้น แค่ความสั่นสะเทือนของเทิร์นขึ้นมาทางพื้น จึงเป็นแค่ปัญหาจิ๊ปๆ ของผมเท่านั้น ผมจึงมองออกว่าวิศวกรของบริษัททำเทิร์นหลายๆ บริษัทเป็นแค่เด็กๆ หัดออกแบบกันเท่านั้นเองละครับ หรือเด็กรุ่นใหม่ที่จบเครื่องกลมาจะลองภูมิในเรื่องนี้ผมดูในนี้ก็ได้ และผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ จะเจ๋งในวิชา Vibration กันซักขนาดไหนด้วย? ลองแสดงตัวออกมาก็ยินดีที่จะได้รู้จักกันไว้นะครับ
ผมจึงใช้สิ่งที่ได้ประสบมาในการทำงานในการเลือกเทิร์นของผมดังนี้ (ที่จริงผมก็ไปแอบอ่านในเวปแอสซีรั่ม ไม่ใช่คิดเงทั้งหมด) ว่า SME 10 ถ้าเอาอาร์มของรุ่นใหญ่มาใส่มันจะเสียงดี ไม่ต่างจากรุ่นใหญ่ชักเท่าไร รุ่นใหญ่ล้านกว่าผมเลยไม่มีปัญญาซื้อ ก็เลยเอาแค่อาร์มและเครื่องคุมรอบของรุ่นใหญ่มาใช้กับรุ่นเล็กสุดของเค้า แล้วก็ใช้ยางในตุ๊กๆ มาลองใต่แผ่นหินอ่อน คำนวณน้ำหนักหินกะเทิร์นแล้วอัดลมให้แผ่นหินอ่อนที่วางเทิร์นแล้วสั่นที่ 2-5 Hz ตามรุ่นใหญ่ที่เป้นแบบนี้ เท่านี้ผมก็ได้เทิร์นในราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แต่คุณภาพไม่แตกต่างจากรุ่นใหญ่ครับ ใครจะใช้วิธีของผมในการซื้อเทิร์นอย่าง Rega แล้วเอายางในรถยนต์มาทำแบบผมก้จะได้เทิร์นที่ตัดปัญหาการสั่นจากพื้นได้เช่นกัน คุณภาพเสียงก็ขึ้นอยู่กับ Rega ครับ แต่จะไม่มีเสียงแปลกปลอมจากการสั่นของพื้นไปออกที่ลำโพงแนนอนครับ
แต่เชื่อหรือไม่ว่าเทิร์นตัวนี้กลับให้เสียงเหมือนวงเข้ามาเล่นจริงในห้องแพ้เทิร์นที่ใช้เกียร์ไดร์ว (ผมลืมคิดถึงข้อนี้ไป) จริงๆ เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ครับ แต่ไม่ใช่ลำโพงทุกคู่จะทำให้เห้นความแตกต่างนี้ได้ เจ้าโฟกัสหกแปดสะแต็กยังทำให้เห็นความต่างแค่นิดเดียว (คงไม่ต้องพูดถึงลำโพงไดนามิดธรรมดาทั่วๆ ไป) ต้องลำโพงที่สามารถทำความเร็วความเร่งของเสียงได้ดีมากๆ อย่าง VOT หรือลำโพงลักษณะการออกแบบ แบบนี้เท่านั้น ถึงจะเห็นผลของเทิร์นที่ขับด้วยเกียร์ไดร์วแบบในรูปข้างล่างนี้ ซึ่งมันดีกว่าเบลท์ไดร์วแบบขาดกระจุยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-62AF_509A65A7.jpg)
-
วันนี้ตอนเย็น เฝ้าคิดหาอะลูมิเนียม เอามาทำตัวจับอาร์มติดกับแกนลมแบบพี่พินิจแนะนำ ยังหาอะลูแท่งหนาๆไม่ได้
สงสัยต้องหาไม้สนเบาๆทำไปก่อนเป็นแน่......
ตามอ่านที่พี่พินิจเขียนแล้วได้ความรู้มากๆ เดี๋ยวผมไปหายางในรถตุ๊กมาลองบ้างดีกว่า ว่าแต่ว่าเราจะเป่าลมเข้าไปเท่าไหร่ครับ ถึงจะได้ความถี่ตามที่พี่บอกมา
และถ้าแถวบ้านผมไม่มียางรถตุ๊กๆ ผมจะหายางรถ พวกชาลี มาทำได้หรือเปล่าครับ :black_eye
-
ได้ครับ ยางในรถอะไรก็ได้ครับ ผมเห็นในเวปเค้าใช้ยางสามวงทำ ผมไม่แนะนำเพราะมันปรับให้เกิดการกระเด่งขึ้นลงของแผ่นหินอ่อนในเสมอขนานกับพื้นโลกยาก เพราะต้องปรับลมยางถึงสามวงให้เหมาะสม ถ้าใช้วงเดียวแค่ขยับแผ่นหินอ่อนให้ CG มันอยู่กลางวงยางก็โอเคแล้วละครับ (ควรหาวงยางที่เป่าแล้วมันพองเสมอๆ กันโดยรอบถึงจะดีนะครับ) แล้วลองหาแผ่นไม้วางบนมันแล้วใช้น้ำหนักหนึ่งหรือสองกิโลไปวาง แล้ววัดว่ามันหยุบตัวลงไปเท่าไรเอามาหาค่า K เพื่อคำนวณหารน้ำหนักแผ่นหินอ่อนที่เหมาะสมเมื่อรวมกับน้ำหนักเทิร์นของเราซึ่งจะเป็นค่า m ครับ ส่วนค่า RF ให้ใช้ตัวเลข 3 Hz ครับ ผมเอาสูตรมาลงให้ดูไปแล้ว ลองทำดูถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็สอบถามมาได้ครับ
d_d :drunk
-
เมื่อเช้าก่อนมาทำงานผ่านร้านซ่อมเลยแวะดูยางรถเห็นยางในรถ ชาลี เมื่อสูบยางแล้วพองออกน่าจะเล็กกว่า ยางของตุ๊กๆนิดหน่อย
น่าจะใช้ได้ ตอนนี้ก็เหลือแต่มาหาค่าและไปหาซื้อแผ่นหินอ่อนมาวางทำแท่นเท่านั้น :black_eye ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆ O0
-
เมื่อเช้าก่อนมาทำงานผ่านร้านซ่อมเลยแวะดูยางรถเห็นยางในรถ ชาลี เมื่อสูบยางแล้วพองออกน่าจะเล็กกว่า ยางของตุ๊กๆนิดหน่อย
น่าจะใช้ได้ ตอนนี้ก็เหลือแต่มาหาค่าและไปหาซื้อแผ่นหินอ่อนมาวางทำแท่นเท่านั้น :black_eye ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีๆ O0
อย่าเพิ่งไปซื้อแผ่นหินอ่อนมานะครับ ให้หาไม้อัดเบาๆ มาวางแล้วเอาน้ำใส่ถุงหนักหนึ่งโลต่อถุง มาสักสามถุง แล้วหาที่เรียบๆ และต้องได้ระดับด้วย (เอาระดับน้ำจับเช็คให้ดี) แล้วเอาไม้อัดวางลงวัดสี่มุมของแผ่นไม้อัดกับพื้นจดค่าไว้ (ต้องปรับเลื่อนให้ทุกมุมของแผ่นไม้อัดอ่านอ่านค่าได้เท่ากัน และเมื่อวางถุงน้ำก็ต้องวางให้ทุกมุมห่างพื้นเท่าๆ กันทุกครั้งด้วย) จดค่าระยะห่างจากพื้นมาสามค่าที่วางน้ำลงไป 1, 2 และ 3 ถุง (น้ำต้องชั่งให้ได้หนึ่งโลพอดีแป๊ะนะครับหรือคือน้ำหนึ่งลิตรนั่นเอง) แล้วลองคำนวณในสูตรหาค่าดูเองก่อน (ดูสูตรให้ดีค่า RF กับค่า โอเมก้าเอ็นมันคนละหน่วยนะครับ) แล้วค่อยไปหาซื้อแผ่นหินอ่อนจะได้รู้ว่าเราจะต้องซื้อแผ่นที่หนักเท่าไร? เมื่อลบจากค่าน้ำหนักเทิร์นของเราแล้วนะครับ (สูบลมระดับกลางๆ เพื่อให้เราปล่อยลมออกและเพิ่มลมเข้าไปอีกได้นะครับ)
ที่จริงผมก่อนจะเขียนคุยตัวเองออกไป ก็รู้สึกกลัวว่ากลัวคนจะคิดว่าเราคุยโอ้อวด แต่บางครั้งพวกเรามักเชื่อแต่ฝรั่งกันมากกว่าคนไทยด้วยกัน ผมเลยจำต้องเขียน (คิดไว้หลายวันแต่ไม่กล้าเอาลง) เพื่อให้มีการเชื่อถือคนไทยที่มีความรู้เรื่องนี้ก็มีเยอะไป แต่เค้าอาจไม่แสดงตัว ฝรั่งไม่ได้เก่งกันทุกคนเสมอไป ถ้าเราเข้าไปอ่านเวปต่างประเทศก็จะรู้ว่าเค้าก็คุยกันแบบผิดๆ เยอะเหมือนกัน
ปล. ลืมเขียนต่ออีกนิดที่ตั้งใจจะบอกพวกเราไว้ว่า เห็นเค้าทำอะไร ถ้าจะทำตามเค้า เราต้องศึกษาให้ละเอียด ไม่ใช่มุ่งแต่ทำให้รูปแบบเหมือน แต่ไม่รู้หลักการหรือทฟษฏีว่ามันเป็นอย่างไร? ทำไปแล้วมันจะเสียสะตางค์ไปโดยเปล่าประโยชน์ ผมรู้และเห้นพวกเรามักทำเรื่องแบบนี้กันเยอะ
นี่แหละถึงเตือนคุณ WMM ว่าอย่าเพิ่งซื้อแผ่นหินอ่อน รอคำนวณตามหลักการก่อนจะได้ผลดีตามที่ต้องการครับ มิฉะนนั้นถ้าความถี่ RF ไม่ได้ 2-5 Hz มันดัดเข้าไปในช่วงเลย 20 Hz ละก็มันจะเข้าไปกวนเสียงเพลงในทันที สิ่งที่ทำและลงทุนไปแล้วคิดว่ามันจะดี กลับกลายเป็นเสียครับ (ทุกงานที่เราทำๆ กันมัน มีเรื่องแบบนี้เสมอ ฉะนั้นการทำตามคนอื่นให้ดูเหมือนแต่มันไม่ใช่ อย่าไปทำครับ พวกที่ชอบก็อปตามชาวบ้านแบบไม่รู้เรื่อง คนที่รู้เค้าจะขำเอา)
-
ผมจะค่อยๆ ศึกษาไปเรื่อยๆก่อนครับ ไม่รีบร้อนครับ เพราะว่าผมถือคติ "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม" อิอิพูดใด้ดูดี ที่แท้เป็นงานดองซะมากกว่าครับ
ขอบคุณพี่พินิจมากๆ ถ้ามีโอกาสจะแวะไปชิมกาแฟครับ ผมชอบดื่มกาแฟเหมือนกันแต่เพิ่งเริ่มครับ เพราะเมื่อก่อนก็ดื่มเฉพาะกาแฟ สำเร็จรูป
พอมีโอกาสได้ขึ้นเหนือ ไปเที่ยวเลยหาแวะดื่มรู้สึกว่ากาแฟสด มันหอมละมุนกว่ากาแฟสำเร็จรูปมาก และแต่ละที่ก็รสชาติต่างกันไป เลยทำให้ผมพอแยกแยะ
รสชาติของกาแฟได้ พอสมควร แต่ไม่ถึงกับเก่ง ผมชอบรสชาติ กาแฟ ดาว ที่อยู่ฝั่งลาว ร้านในสุวรรณเขตครับ ผมว่าเค้าชงได้รสชาติหอมละมุน พอเหมาะกับที่ผมชอบเลย O0
แต่อยากจะลองกาแฟที่พี่พินิจคั่วบ้าง แต่เสียดายที่ยังไม่มีเครื่องชงกาแฟ และเครื่องบดกาแฟ เคยคิดอยู่ครับว่าจะซื้อ ก็เพราะได้เข้ามาอ่านในกระทู้นี้แหละ เลยเริ่มชอบเรื่องกาแฟ
จนตอนนี้ผมเอากาแฟพันธ์ อะลาบิก้า มาปลูกไว้ที่สวน7-8 ต้น เอาไว้ดูสวยงามเฉยๆแหละ ครับ
ผมเคยอ่านอยู่นะเรื่องที่พี่เขียน เรื่องการคำนวณค่า RF แต่จำไม่ได้ว่าอ่านจากกระทู้ไหน และเคยอ่านเรื่องที่พี่เขียนไว้ตั้งแต่ตอนสร้างบ้านใหม่ๆ ที่ต่อขาลำโพงไฟฟ้า ที่ถ่ายรูปกล้วยไม้ห้วยไว้ที่ชายคา
ผมเลยลืมว่ามันอยู่ที่ไหนครับ แฮะๆๆ.....
อีกอย่างช่วยขยายเรื่อง pre phono m7 วงจรที่พี่เอามาแนะนำให้ผมทำหน่อยครับ ตรงที่ว่า ให้ หลอด stage#2 ให้ยกไฟใส้หลอด 160V ไฟจุดใส้หลอดหรือไฟอะไรครับ ผมงงๆ :D
-
ดีแล้วที่ถ้าไม่เข้าใจก็ถามมาแบบนี้ ดีกว่าไปทำเล่นแบบไม่รู้ แล้วจะมางงๆ ว่าทำใมหลอดเราก็ซื้อใหม่มันถึงเสื่อมเร็วจัง
คือเค้าจะมีข้อกำหนดในดาต้าซีทว่าหลอดแต่ละเบอร์ทนแรงดันที่แตกแต่งระหว่างคาโทดกับไส้หลอดเท่าไร? 12AX7 ถ้าจำไม่ผิดคือ 100v มั้ง? แต่ลองดูวงจรที่โมฯ ให้เสียงดีขึ้น จะเห็นว่าไฟที่คาโทดมัน 155v ครับ เลยให้ยกไฟตรงขึ้นเป้น 160v ยกเกินไว้นิดนึงเสียงดีครับ โดยเอาไปบีบวกมาแบ่งด้วยวงจรดิไวเด่อร์คือแบ่งไฟด้วยอาร์สองตัวตามในรูปให้ได้โวลท์ที่ต้องการออกมาแล้วเอาไปใส่ที่ตรงใส้หลอดที่จะยกแรงดันคาโทด โดยซื้ออาร์เกือกม้ามาค่อมขาไส้หลอดค่าซัก 100 โอมห์ แล้วเอาไฟ 160v ใส่ตรงขากลางของอาร์เกือกม้าครับ ดูรูปที่ผมเคยทำแต่ไม่ใช่วงจรนี้เป็นตัวอย่างดูก่อน ถ้ายังไม่เข้าใจ วันหลังผมว่างๆ จะเขียนวงจรของโมเดิลเจ็ดให้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-B4EC_509B66D1.gif)
เรื่องการคำนวณผมว่าเอามาลงเมื่อสองสามหน้าก่อนหน้านี้ละน้า...ลองหาดูนะครับ ถ้าไม่เจอรอผมว่างมากๆ แล้วจะหาให้ครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-0103_507F77B0.jpg) d_d :drunk สูตรครับ
-
ว่างๆ จะเขียนวงจรของโมเดิลเจ็ดให้ครับ
เชียร์ M7 1 คนครับ ผมมีดาต้าแบบที่พี่เขียนไว้แต่ไม่เข้าใจเพราะมันแค่ซีกเดียวนั่งงงอยู่ ตัวลายพีซีบีก็มีครับแต่อยากจะทำแบบฮาร์ดวาย
-
(http://s2.uppic.mobi/image-8602_509BAC2C.gif)
-
ว้าว........เป็นอย่างที่คิดครับ แต่กลัวจะเข้าใจผิด.....
เดี๋ยวรวบรวมอุปกรณ์จะค่อยๆทำ จะไม่ให้อาจารย์ผิดหวังเลยครับ O0
แต่ผมมี LM4562 1 คู่ กับ AD797 1 คู่ นอนเล่นอยู่บ้าน อยากเอามาทำปรีโฟโนฟังบ้าง ไม่รู้จะเป็นยังไงกำลัง คิดเอา
AD797 เป็น stage #1 แล้ว เอา LM4562 มาเป็นstage #2 กำลังคิดวงจรและดูdatasheet ของ LM4562 อยู่ครับ ส่วนวงจรของ AD797 มีแล้วครับ
เห็นเห็นเค้าเอา EN5532 เอามาต่อ AD797 ครับ
(http://www.diyaudio.com/forums/attachments/analogue-source/236332d1313864612-search-cheap-phono-preamp-aurak_2_3_schematic.jpg)
http://www.diyaudio.com/forums/analogue-source/195008-search-cheap-phono-preamp.html (http://www.diyaudio.com/forums/analogue-source/195008-search-cheap-phono-preamp.html)
แต่จะทำอะไรให้ศึกษาก่อนตามพี่บอกเลยต้องค่อยดูครับ
-
แนะนำเพิ่ม สมมุติหลอดหน้าเป็น RCA ตามในรูป ให้ใช้ขา 1, 2 และ 3 ซีกซ้าย แล้วขา 6, 7 และ 8 กับซีกขวา
แล้วให้หลอด Synvania ที่อยู่ 2nd Stage ใช้ขา 6, 7 และ 8 เป็นซีกซ้าย และ ขา 1, 2 และ 3 กับซีกขวา
หลอดหลังสุด RFT ให้ใช้ขา 1, 2 และ 3 ซีกซ้าย แล้วขา 6, 7 และ 8 กับซีกขวา (เหมือนหลอดแรก)
เพื่ออะไร? ก็เพื่อว่า ถ้าเรามีหลอดที่เกนภายในหลอดเดียวกันไม่ค่อยเท่าๆ กัน เราสามารถสลับหลอดแล้วอาจได้เกนโดนรวมใกล้เคียงกันได้นะครับ จากประสบการของผมเคยเจอมาแล้ว การเลเอ๊าท์แบบนี้ ดีกว่าการทำเหมือนกันทั้งหมด และการทำแบบนี้เราสลับเปลี่ยนตำแหน่งหลอดก็เปลี่ยนเสียงได้อีกด้วย ลองทำดูนะครับ
ผมไม่ถนัดเรื่องโซลิดสะเต็ทครับ เลยให้คำแนะนำไม่ถูก แต่ประสบการผมรู้แต่ว่า หลอดให้เสียงสดเหมือนจริงมากกว่าเท่านั้น อาจเนื่องจากความไวหรือความรวดเร็วในการวิ่งของสัญญาณเสียงมันเร็วกว่ามากๆ ถ้าพูดถึงยุคเริ่มแรกของโซลิด และถึงวันนี้โซลิดก็ยังวิ่งไม่เร็วเท่าหลอดอยู่ดี ผมเลยชอบที่จะเล่นหลอดตั้งแต่ภาคโฟโนยันเพาเวอร์แอมป์ที่เป็นแบบพุทพูลมากกว่า ที่คนกว่าหลอดไม่ดี ลองเช็คให้ดีๆ ก็จะรู้ว่าเครื่องหลอดดีๆ มากๆๆๆๆ นั้น มันแพงจนคนเล่นกันไม่ได้ ก็เลยว่าเครื่องหลอดถูกๆ แย่กว่าโซลิด ลองหาหลอด NOS และวงจรดีๆ มาทำเล่นแล้วจะรู้ว่าหลอดนั้นมันสุดยอดจริงๆ นะครับ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับลำโพงที่เราใช้ด้วย ถึงลงทุนหลอดดีๆ แพงๆ เกินไป มันก็ไม่คุ้ม ก็ขอให้เลือกเอาตามระดับของลำโพงที่เราใช้ นับเป็นสิ่งที่เรียกว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ (อ้อ! ลืมไปภาค Front ก็สำคัญ เลือกหลอดตามภาคนี้ด้วยก็แล้วกัน หลอดดีมากๆ ถึงควรเหมาะกับเทิร์นและอาร์มและหัวเข้ม ที่ดีมากๆ เท่านั้น)
วันนี้มีชาวบ้านเอาถั่วลิสงที่เพิ่งขุดเอามาให้เราต้มกินเป็นคนที่สิบกว่าแล้ว พบว่ารสหวานของถั่วไม่เท่ากันครับ มีรสหวานมากๆ จนแทบไม่น่าเชื่อ (ปีที่แล้วผมก็เคยเอาลงไปฝากคนเมืองล่าง ก็บอกแปลกใจกันทุกคนว่า ไม่เคยกินถั่วลิสงที่หวานถึงขนาดนี้มีก่อน) และมันก็ยังมีของบางเจ้าก็จืดซืดมีแต่รสมันอย่างเดียวก็มี ผมเลยพาลไปนึกถึงกาแฟและสับปะรดอีกแล้ว ที่พบว่าหมู่บ้านเดียวกันรสชาติยังห่างกันไกลเหมือนถั่วลิสงอีกชนิดหนึ่ง ก็ต้องลองเช้คกันอีกปีว่าปีหน้าเจ้าเก่าจะทำสถิติหวานเหมือนเก่าหรือไม่? ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าจะต้องไปซื้อถั่วเจ้าไหน? เอาลงไปฝากคุณแม่ที่อยุธยา และลูกๆ ที่ระยอง
ถ้าใครชอบกินถั่วลิสงคั่ว ต้องขึ้นมาซื้อช่วงนี้เอาไปคั่วแล้วเก็บซิลด์ไว้กินกันได้ตลอดปีนะครับ ถั่วช่วงนี้เค้าปลูกกันน้อยแค่ปลูกไว้ทำพันธ์ช่วงหน้าปรกติของมันที่ถั่วช่วงนั้นจะจืดชืดเป็นอย่างมากกันทุกเจ้าอีกด้วย (ช่วงขุดช่วงนั้นฝนตกมากๆ ด้วย เลยอาจทำให้ถั่วจืดไปเพราะโดนฝนก็เป็นได้) เพราะฉะนั้นคนทั่วๆ ไป จะได้กินถั่วที่จืดซืดมากๆ กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะถั่วจะออกขายเข้าสู่ตลาดมากๆ ช่วงนั้นเท่านั้น สำหรับผมถั่วหน้านั้นผมจะไม่กินครับ
พอดีผมพึ่งจะเข้าไปอ่านเจอว่าเวปนี้ก็มีการทำเอ็มเจ็ดกัน
ผมมีแง่นคิดให้คุณ WMM และคุณภูเขียวว่า ถ้าคิดว่าลำโพงเราราคาไม่แพงนัก ดังนั้นพวกไดนามิคต่างมันจะสู้ลำโพงแพงๆ เค้าไม่ได้ การเพิ่มไดนามิคให้เสียงเข้าใกล้ของแพงเข้าไปอีก วิธีหนึ่งคือการ Direct Coupling เจ้าเอ็มเจ็ดซะ ตามที่ผมแนะนำครับ และอีกอย่างที่อยากให้ลองทำดูคืออัดไปบีบวกเพิ่มเข้าไปอีกอาจ 300-400 ก็ยังได้ครับ ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่ไฟบีบวกจะต้องเท่าเค้าแป๊ะๆ ครับ) คือใครทำแล้วไฟสูงไปก็ไม่ต้องไปลดนะครับ แต่ C ที่ภาคจ่ายไฟต้องเปลี่ยนให้รับโวลท์สูงตามไปด้วย อาจซื้อ C ที่ทนได้ 450v กันไปเลยนะครับ
ทำไม่เอ็มเจ็ดถึงไม่ต้องการไดนามิคมากนัก อาจเพราะลำโพงรุ่นเก่าเกิดพร้อมมันนั้น เป็นลำโพงที่มีความไวสูงๆ เป็นส่วนมาก เข้าใกล้ หรือเกิน 100dB/w/m กันเกือบทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราควรปรับวงจรให้เหมาะกับลำโพงของเราจึงจะถูกต้องมากกว่า และเห้นมีคนบอกว่า ปรีรุ่นนี้อาจต้องปรับโทนบาลานซ์จากปุ่มทุ้มแหลมด้วย ถึงได้เสียงที่ฟังแล้ว Flat ฉะนั้นไม่จำเป็นต่องหา C หรือ R เหมือนเค้าก็ได้ เพราะมันก็เพี้ยนอยู่แล้ว ให้ค่อยๆ ปรับค่า C และ R ของภาค RIAA กันภายหลังเอา และผมก็พบว่าจากทำปรีโฟโนนั้น เราต้องหา R และ C ค่าใหม่มันจึงจะเหมาะสมกับชุดและความชอบของเรามากกว่าค่าที่ทำตามเค้าครับ
-
วันนี้ผมต้องเดินทางเข้าไปประชุมที่จังหวัดเรื่องการเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคคอตีบ เลยไม่ได้เข้ามาดูกระทู้
พอกลับบ้านมาถึงก็ทำแท่นเทิร์นใหม่เลย....ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำให้ผมเดินไปถูกที่ถูกทาง โดยสอนให้ผมตกปลาเป็น
ไม่ได้สอนให้ไปซื้อปลาตลาดมาต้มกิน....ลำโพงผมกำลังทำ SEAS 10 นิ้วครับครับ ส่วนแอมป์ ก็มี randall กับ st70 กับที่ฟังหลักก็เป็นเจ้า LM3875 ครับ
(http://image.free.in.th/z/ix/p8159716.jpg)
กะทำแบบนี้ครับ
(http://www.troelsgravesen.dk/PMS_files/PMS_design_1_800.jpg)
http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,9058.0.html (http://www.audiodiyclub.net/index.php/topic,9058.0.html)
ตอนนี้ฟังfullrage ของ mark audio 4 นิ้วอยู่ครับ ส่วนสายสัญญาณ สายลำโพง สายไฟ ก็ซื้อมาทำเองหมดครับ นอกจาก DIY เครื่องเสียงผมยัง DIY บ้านกับห้องดูหนังฟังเพลงเองด้วยครับ
ผมน่าจะคุยกับพี่ตั้งนานแล้วไม่งั้นได้คำนวณ ห้องและคำนวณค่าต่างๆก่อนลงมือทำห้องเป็นแน่
http://www.thaidiyaudio.net/index.php?topic=4036.0 (http://www.thaidiyaudio.net/index.php?topic=4036.0)
(http://image.free.in.th/z/in/p1010109x.jpg)
(http://image.free.in.th/z/il/p8059685x.jpg)
(http://image.free.in.th/z/if/p8059684x.jpg)
ซุ่มทำพวกนี้อยู่ครับ หาของเล่นไปเรื่อยๆ เก็บไว้แจกลูกหลาน
(http://upic.me/i/fb/pa069780x.jpg)
ตอนนี้ ผมมีหลอด 12AX7 phillips รุ่น จานดิส อยู่คู่หนึ่ง ต้องหาอีกหลอดมาเป็นแน่ สงสัยคงเป็น มิสซูซิตะ ปรอทเฉียง เพราะเคยมีอยู่ ต้องค้นหาก่อนครับ
หัวเข็มกะซื้อถูกๆก่อน พอได้จังหวะเครื่องลงตัวค่อยขยับขยาย จะทำให้แผ่นที่วางอยู่บ้านร้องเพลงได้ก่อน ค่อยว่ากันในเรื่องต่อไป
วันนี้ผมทำแท่นให้เจ้า victor ใหม่ เอาแบบจ๊าบๆเลย แท่นเก่าผุแล้ว เลยตัดปะ ปุ ซ่อม ยังกะอู่รถ ฉวยโอกาสทำตอน2 ทุ่มกว่าๆ จนถึง 6 ทุ่ม โป๊ะสีเสร็จพอดี
รอพรุ่งนี้ ขัดให้เรียบแล้วค่อยทำสีต่อไป ว่าจะทำสีชมพูหรือ เขียวหวานๆ เสียงจะได้หวานตามสี
-
เห็นของเล่นแล้วเยอะแยะ น่าสนุกครับ แต่ยังสงสัยดังนี้?
ห้องฟังเพลงเป็นผนังปูนบรุไม้ใช่ไหมครับ? ถ้า...แล้วทำเองได้แบบนี้เลยหรือ? ดูดีครับ แต่ดูเหมือนเป็นห้องซับเสียงกลางและสูงมากไปหน่อย แต่เสียงเบสยังมองไม่เห็นว่ามีอะไรซับเสียงต่ำๆ ครับ เสียงเบสไม่อื่ออึงหรือ?
ดอกลำโพงที่จะทำ ก่อนทำต้องดูสะเป็กก่อนนะครับ ว่ารุ่นนี้เหมาะกับตู้แบบไหน? ถ้าทำผิดสะเป็ก ผลที่ได้มันจะไม่คุ้มน่ะครับ
เห็นมี ไดนาคิท 70 ซึ่งน่าจะเป็นพุทพูลล์ อยากให้หาหลอด 12AX7 อีกสี่หลอด มาทำเป็นแบบวงจรบาลนซ์น่ะครับ แล้วเอามาลองจ้ำต้องตรงเข้าเจ้า 70 โดยไม่ผ่านภาค Phase Spliter ดู แล้วจะรู้ว่า ภาค Phase Spliter ของเครื่อง PP Amp (หรือวงจรแยกเฟสของโซลิดก็ตาม) นั้นมันลดทอนเสียงดีๆ ออกไปเยอะเลยละครับ เรื่องนี้ลองถามท่านนายพานล่ากระต่ายดู ผมลองมาเกือบสิบปีแล้ว เอาไปเขียนไว้ที่ไทยเอวีแต่ไม่มีคนสนใจ เมื่อวานเข้าไปอ่านกระทู้ท่านนายพานก็เห็นว่าโดยวงจรบาลานซ์เล่นงานไปอีกคนหนึ่งแล้ว 5555555555
-
ห้องเป็นฝาผนังปูนครับ แล้วบุไม้ ออกแบบแล้วจ้างช่างทำช่วยกันกับช่างครับ เพราะทำเองคนเดียวไม่ไหว และไม่มีเครื่องมือ
ส่วนผนังที่เห็นบางส่วนเป็นไม้อัดบุพองน้ำแล้วห่อด้วยผ้าครับ พอดี ห้องประชุมโรงพยาบาลผมเขารื้อ ผมเลยไปขอในส่วน
ไม้อัด ไม้โครงกับอัดฟองน้ำบุผนังครับ ได้มาแบบนี้เลยเอามาแปะข้างฝาบ้านเลยครับ ย่อขนาดลงจากห้องประชุม
ทำตอนเย็นหลังเลิกงาน กับช่างเกือบเดือนครับ :black_eye
ผมไม่ได้เรียนมาทางช่างแค่เห็นมันสวยเลยทำไปแบบนี้เลยครับ แต่เสียงที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจครับ เสียงดีกว่าเมื่อก่อนที่ไม่บุครับ
ตอนนี้กำลังศึกษาในสิ่งที่จะทำ ตามคำแนะนำพี่ เพราะผมแค่ทำไปเพราะชอบ ไม่ได้เรียนมาเลยไม่ลึกซึ้งในเรื่องวงจรครับ
เมื่อก่อนจะทำอะไรก็ลอกๆเขาไปก่อน พอโดนวางยา หรือติดขัดอะไรก็งมไปครับ ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่า เราต้องศึกษาการทำงานของวงจรก่อน
ก่อนที่จะทำ เพราะว่าแต่ละวงจรเราไม่จำเป็นทำตามเขาเป๊ะๆ เลย เราดัดแปลงได้ ทำที่เราอยากทำ ว่าจะไบอัสเท่าไหร่ ตัดอะไร เอาอะไรใส่
ศึกษาไปมาเริ่มจะสนุกแล้วครับ เมื่อก่อนทำแค่มีเสียงออกมาก็ดีใจแทบขาดใจ c)
เรื่องวงจรบาลานซ์เดี๋ยวจะเข้าไปศึกษาดูครับ :victory
-
ขอนอกเรื่องหน่อยครับ พี่ PINIJ ปลูกยางไว้ที่จังหวัดใดครับ ขออภัยที่ไม่ได้อ่านกระทู้ก่อนหน้ามันเยอะจัด ;D เป็นทางเหนือรึเปล่าครับ พอดีผมสนใจจะลองปลูกปาล์มทางภาคเหนือดูบ้าง แต่เหมือนว่าต้องอาศัยน้ำพอสมควรทั้งในช่วง 2 ปีแรก จนถึงออกผล ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องระบบน้ำหยดอยู่ครับ ถ้าจะให้ไปรอดในภูมิอากาศที่แห้งแล้งในหน้าร้อนต้องเป็นวิธีการนี้และครับ :)
ติดตามให้ทุกวัน วันนี้เพื่อนที่รู้จักกันเพิ่งกลับจากต่างจังหวัดก็เลยเพิ่งจะได้คุยกันนะครับ
จากการสอบถ้าเรื่องพันธ์ปาล์มได้คำตอบมาดังนี้ครับ พันธุ์สุราช 7 ดีที่สุดครับ รองลงมาคือ อูติ และ ซีลาด ครับ มีการทดลองปลูกและเก็บผลผลิตได้เแล้วในพื้นที่เมืองเหนือ ตอนนี้ทั้งจังหวัดเชียงรายมีผลผลิต 200 ตันต่อเดือน มีโรงหนีบที่แม่สายครับ
ส่วนพันธ์ คอมแพท และกำยันดี เพิ่งอยู่ระหว่างการทดลองปลูก ผลผลิตยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรครับ
สอบถามเรื่องการใช้ปุ๋ย แกบอกว่ายังสรุปได้ไม่ชัดเจนครับ เลยไม่อยากจะคุยออกมาให้ฟัง คงต้องรอข้อมูลจากฝรั่งชาวแคนนาดาที่จะมาหาผมเร็วๆ นี้นะครับ (ฝรั่งคนนี้ฟังภาษาแกยากมากๆ)
-
เรื่องวงจรบาลานซ์เดี๋ยวจะเข้าไปศึกษาดูครับ :victory
ผมอยากทำวงจรนี้ขึ้นมาเทียบกับปรี CAT ที่ผมใช้อยู่ครับ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-09E4_509E0DC3.jpg)
-
แวะเข้ามาเตือนครับพี่...
จวนถึงเวลาใส่ปุ๋ยแล้วนะครับ ดูฝนฟ้าให้ดีๆกะว่าไม่มีฝนหนักๆใน 7วันหลังใส่ปุ๋ยนะครับ
-
แวะเข้ามาเตือนครับพี่...
จวนถึงเวลาใส่ปุ๋ยแล้วนะครับ ดูฝนฟ้าให้ดีๆกะว่าไม่มีฝนหนักๆใน 7วันหลังใส่ปุ๋ยนะครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเตือน ผมใส่ไปแล้วเมื่อเดือนที่แล้วครับ คือผมเคยมีเขียนถามเมื่อประมาณหนึ่งเดือนมาแล้วครั้งหนึ่งว่า วันที่สามปริมาณน้ำยางเท่าวันที่สอง แต่น้ำหนักเนื้อยางหายคือคงมีแต่น้ำเลี้ยงออกมาเยอะ (คือทำแห้งแล้วน้ำหนักลดน้อยกว่าวันที่สองของการกรีด)
เห็นอาจารย์เหงียบไป ผมเลยสั่งใส่ปุ๋ยไปแล้วตอนนั้นครับ ตอนนี้เนื้อยางวันที่สองมีน้ำหนักกลับมาเป็นปรกติแล้วครับ ขอขอบพระคุณอีกครั้งครับ ที่ยังไม่ลืมกัน
-
(http://uppic.mobi/image-DC76_4D836E7F.jpg) งั้น! มาว่ากันเรื่องไสยศาสตร์กันต่อละกัน (ปรกติผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ) แต่เรื่องสถิติของนักวิทยาสาสตร์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น ก็ยอมรับของเค้าเอาเก็บมาคิดอยู่บ้างเหมือนกัน O0
วันนี้แฟนเรียกให้ออกไปดูทางทิศเหนือ เพราะเค้าตกใจเรื่องสีของท้องฟ้า ว่าดูมันน่ากลัว เหมือนเกิดไฟไหม้อยู่บนภูเขา (ภูเขาจริงอยู่ข้างล่างนะครับ) ที่เห็นคล้ายๆ ภูเขาถูกไฟไหม้นั้คือก้อนเมฆครับ มันดูใหญ่โตกว้างขวางเหมือนจริงมากๆ (กล้องเริ่มไม่ดี ภาพไม่ค่อยชัดครับ) ดูแล้วทำให้รู้สึกไปต่างๆ นาๆ ไม่อยากคิดมากครับ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็เพิ่งเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนออกมาได้น่ากลัวมากๆ ก็วันนี้แหละครับ นี่ถ้าพวกโหนมาเห้นคงเอาไปทำนาย ไปได้เรื่อยเปลื่อย เมฆก็คือละอองน้ำครับ จังหวะพอดีที่ทำให้มันดูน่ากลัวได้ (ภาพจริงก็ดูน่าสะพึงกลัวมากๆ เหมือนกันละครับ ผมต้องเพ่งพินิจ ถึงรู้ว่านั่นไม่ใช่ไฟที่ไหม้อยู่บนภูเขาอย่างใหญ่โตอะไรปานนั้น จริงๆ ละครับ)
ผมเห็นแต่รูปนี้มาสองสามวันแล้วคิดในใจว่า สงสัยพม่าจะแผ่นดินไหวเร็วนี้อีก ผมไม่อยากเอามาให้ดูเพราะกลัวมันจะเกิด แต่แล้วมันก็เกิดขึ้นอีก จริงๆ หรือถ้ามีท้องฟ้าสีนี้ จะเกิดแผ่นดินไหว แล้วคอยดูกันต่อไป
(http://s2.uppic.mobi/image-01E4_509F9039.jpg)
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=6455.new#new
-
จากvictor TD-29 ที่หาข้อมูลทางเน็ตไม่ได้ มองๆไปเลยอยากเปลี่ยนรูปแบบ
(http://image.ohozaa.com/i/06d/WlbEiQ.JPG)
ทำอยู่ วันกว่าๆ ก็ออกมาแบบนี้
(http://image.ohozaa.com/i/g19/6Pf47X.jpg)
ด้านล่างใส่สไปค์ซะหน่อย
(http://image.ohozaa.com/i/f84/RPt63w.jpg)
ลองประกอบดู เดี๋ยวลองประกอบอาร์ม ลงแท่นต่อ
(http://image.ohozaa.com/i/6ed/mK1RjY.jpg)
(http://image.ohozaa.com/i/5dc/Qtw5l9.jpg)
รับสมาชิกใหม่เข้าบ้านอีกแท่น dual 455
(http://image.ohozaa.com/i/02e/3XzR2N.jpg)
เรื่องท้องฟ้า พอดูภาพที่นำมาลงผมนึกถึง อุกาฟ้าเหลือง จะเกิดพายุใหญ่ขึ้น
-
อากาศช่วงนี้สวิงยังไงไม่รู้ กลางวันร้อนจัด หัวค่ำฟ้าร้องฟ้าแลบเหมือนฝนจะตก ตกดึกลมแรง พอเช้าๆ อากาศหนาวๆ หมอกลง
แทบจะ 3 ฤดูในวันเดียวเลย :D
-
(http://s2.uppic.mobi/image-DE76_50A05521.gif)
(http://s2.uppic.mobi/image-F80B_50A05521.gif)
-
ว้าว............12AX7 4 คู่ เสียดายถ้าเป็นเมื่อก่อนผมมีหลอด 12AX7 อยู่หลายสิบหลอด ขายกินไปเกือบหมดแล้ว
น่าสนใจมากครับ วงจรนี้
-
เมื่อวานลองนั่งเช็คหลอดที่ตัวเองซื้อไว้ นึกว่ามีแค่ มิตซูปรอทเฉียง 2 หลอด ไปเจอ เทลเล 3 หลอด จำไม่ได้ว่าซื้อมาตอนไหน นึกไปมาอ๋อจะซื้อมาทำ เอ็ม 7 3 หลอดนั่นเอง ซ๊อคเก็ท 9 ขา ดันไปซื้อเป็นแบบลงแผ่นพีซีบีซะนี่ พอมาอ่านเจอวงจรแบบ 4 หลอดบาลานซ์ที่พี่พินิจลงใหม่ เริ่มลังเลแล้ว ตัวนี้ต่อตรงเข้ากับเพาว์เวอร์แอมป์โดยตรงเลยหรือเปล่าครับ หรือต้องมีปรีคั่นอีกตัว หม้อแปลงผมมีหม้อแปลงที่ใช้ทำแอมป์ เอสที 70 เหลือที่ 1 ตัวน่าจะเป็นไฟออก 280-0-280 3.15,3.15 50-0 คิดว่าน่าจะเป็นสเป็คนี้ไม่ทราบว่าเอามาใช้ได้มั๊ยครับ อีกอย่างหลอดเรคติไฟเออร์ ผมมี 5วี4จี หลายหลอดอยู่ พอจะเอามาทำภาคจ่ายไฟได้มั๊ยครับ ขอบคุณครับ
-
ECC88 = 6DJ8 นะครับ (สงสัยจะดูชื่อหลอดแรกไม่ละเอียด) วงจรนี้ถ้าใช้หัวเข็ม MM Sensitivity 2.5 mV ต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์ที่มีโวลลุ่มได้เลยละครับ
แต่ถ้าเล่นหัวเข็ม MC Sen. 0.25mV ก็อาจได้เหมือนกัน แต่อาจต้องเร่งโวลุ่มมากหน่อยนะครับ เพราะ 6DJ8 ที่เอาใส่เพิ่มข้างหน้าวงจรนี้น่าจะได้เกนขยายเพิ่มจากวงจรของ M7 อีกประมาณ 20 เท่า (คือถ้า M7 ทำได้ 2 V peak ตามมาตราฐานกับหัว MM) เมื่อเล่นกะหัว MC 0.25mV วงจรนี้ก็จะมีแรงดันขับภาคต่อไปได้เท่ากับ 4Vp ซึ่งผมคิดว่ามันสามารถต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์ได้เลยละ
หม้อแปลงที่คุณภูเขียวมีอยู่นั้นใช้ได้เลยครับ แต่ต้องซื้อหม้อแปลงลูกเล็กๆ 6v เพื่อมาใช้กับหลอดที่จะยกไฟที่ไส่หลอดด้วย (หรือถ้าใครมีหม้อที่พันใช้ไส้หลอดมาสองชุดแล้ว ขดยกไฟสูงต้องแยกใช้กับหลอดนี้หลอดที่ยกไฟไส้หลอดนี้หลอดเดียวเท่านั้นนะครับ) ถ้าได้หลอด 12AX7 เทเลนี้เยี่ยมเลยละครับ ใช้กับคู่หน้าพอครับ ภาค Cathod Follower ใช้หลอดถูกๆ ดีกว่า ใช้หลอดเทเลทำภาค CF เสียดายเหมือนเอาหลอดดีๆ มาเผ่าทิ้งนะครับ (หลอดตรงจุด CF นี้มีผลต่อเสียงน้อยมากๆ ครับ) ขอแนะให้เอาหลอดมิสซูใส่ลงให้ภาคหลังสุดครับ
ที่จริงวงจรหลังของผมนี้ใครไม่มีปรีแอมป์เพื่อต่อกะเพาเวอร์แอมป์ ใช้วงจรนี้แล้วไม่ต้องไปต่อปรีแอมป์ก็น่าจะได้เกนเหลือๆ ถ้าเล่นกับหัว MM ครับ
-
ECC88 = 6DJ8 นะครับ (สงสัยจะดูชื่อหลอดแรกไม่ละเอียด) วงจรนี้ถ้าใช้หัวเข็ม MM Sensitivity 2.5 mV ต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์ที่มีโวลลุ่มได้เลยละครับ
จริงด้วย เบิ่งมองเห็น เพราะมองเป็น ECC83 หมดเลย :black_eye
-
(http://s2.uppic.mobi/image-23F8_50A0929D.jpg)
หลอด Svetlana ที่เห็นในรูปใช้ในช่วงทดลองตอนเริ่มทำ พอเข้าที่ใช้หลอด 6550 ของ GE เสียงกลางเนียนและมีรายละเอียดปลายแหลมดีขึ้นอีกมาก ผมอัดโวลท์และกระแสเต็มที่ตามดาต้าซีทที่เค้าบอกไว้ว่ามันจะได้กำลังถึง 100W แต่ผมไม่เคยเช็คจริงๆ กันอีกครั้งนะครับ
กล่องดำสูงกว่าคือหม้อแปลงที่ TS Audio ทำให้ และกล่องที่ต่ำกว่าก็ซื้อที่ครอบ OPT Lundaulh ก็สั่งมาจาก TS เช่นกัน หม้อแปลงเล็กๆ ที่ยังหากล่องครอบไม่ได้คือ หม้อแปลงโชคซ์ ก่อนเข้าภาคไดร์วครับ
ใครยังไม่ทำเพาเวอร์แอมป์ผมคิดว่าภาคปรีโฟโนแบบบาลานซ์สามารถทำในแท่นเพาเวอร์นี้ได้เลย เอาโวลสุ่มใส่ขั้นกลางก็เล่นแผ่นดำได้เสียงที่ไพเราะกว่าการใช้ภาค Phase Spliter กับ PP Amp ครับ
แต่ถ้าใครชอบเสียงแบบ SE ก็ลดค่าค่าหลอดไปได้ครึ่งนึงละครับ แต่ค่า OPT ดีเท่าๆ กัน ของ SE ก็อาจแพงกว่าเท่าตัวนะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-310B_50A09BE0.jpg)
จากที่ผมมี Krell KSA 250 เป็นตัวอ้างอิงในการปรับจูนแอมป์ที่ผมทำเองอยู่ ผมคิดว่า 211 SE Amp ที่ใช้ไฟบีบวก 1,410V ที่ทำไปแล้วนั้น ในเรื่องของพละกำลังยังห่างจากแครลล์เยอะ แต่ 6550 PP Amp ไฟบีบวก 562V ที่ลองเปิดฟังกับลำโพง FOCUS FS 68 Signature ที่เอามาจับขนานกันสองคู่เหลือ Imp น่าจะข้างละ 4 โอมห์ กำลังที่ได้แทบจะพอๆ กันกับ KSA 250 เลยละครับ (มีฝรั่งยืนยันว่ารุ่นนี้ให้กำลังมากกว่า Krell FBP 300 ตัวที่ออกมารุ่นหลังของเค้าซะด้วย) ฉะนั้น 100W PP Amp หลอด อาจเท่ากับ 200W ของโซลิดครับ แต่แครลล์มัน 250W เลยดูเหมือนกำลังดีกว่านิดๆ (แบบแทบจับกันไม่ได้) แต่ถ้าพูดถึงราคาที่เราทำเองมันต่างกันตั้งสิบเท่า (แล้วเสียงหลอดฟังดีกว่าโซลิดอีกด้วย) OPT ของ LunDauhl 18,000 บาท (ของนอกเลยแพงหน่อย จริงๆ แล้ว PP OPT พันเองแล้วเสียงดีง่ายกว่า SE OPT เราพันกันเองครับ) หลอดตีซะ 10,000 บาท C&R 1,000 บาท หม้อแปลงเพาเวอร์ 1,200 บาท อื่นๆ ตีรวมแล้วสามหมื่นบาทบวกลบนิดหน่อย ผมคิดว่าดีกว่าซื้อเครื่องคอมเมอร์เซียนโซลิดจากต่างประเทศระดับราคาสามแสนบาทมาใช้ครับ
ตอนนี้เจ้า Krell KSA 250 เลยถูกจอดสนิด โดนคุมผ้าไว้อีกแล้วละครับ
-
ผมมี EL34GE เกนเท่ากันหมด ตอนนี้อยู่ใน st 70 พอจะดัดแปลงวงจร บาลานซ์จับยัดเข้าไปใน st 70 ได้มั๊ยครับตอนนี้ใช้วงจรของblackburn อยู่ครับ
(http://image.ohozaa.com/i/5e3/3pJGu6.jpg)
-
ผมมีความเห็นว่าถ้าเรามีเครื่องินเท็จระดับตำนาญแบบนี้แล้ว รักษาความเป็นเดิมๆ ของมันไว้จะดีกว่าครับ
ตามวงจรผมนั้น ถ้าจะเอาหลอด EL34 และ 6SN7 ทำแท่นใหม่ โดยยืมหลอดหลอดจาก ST 70 ไปใช้ก็ได้นะครับ แล้วลากสายมาใช้ OPT ของ ST 70 ก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมากนัก
ผมคิดว่าวงจรของ ST 70 ก็งั้นๆ เสียงดีคงมาจาก OPT ของเค้ามากกว่าละมัง? เพราะเสียงของแอมป์หลอดขึ้นอยู่กับ OPT ซะเป้นส่วนมาก
ผมคิดว่าถ้าทำวงจรตามผมโดยเอาหลอดที่มีอยู่ไปใช้แทน 12BH7 กะ 6DJ8 (7308) ได้เลยครับ โดยวางซ็อคเก็จแปดพินลงไปเท่านั้นเอง อุปกรณ์ R & C ผมดูแล้วน่าจะใช้กันได้ อาจมีภาคหน้าที่ต้องเปลี่ยนบ้างเท่านั้น ถ้าจะทำจริงๆ ผมก็จะเขียนวงจรใหม่ให้ได้ครับ โดยผมมั่นใจมากๆ ว่า หากทำปรีเป็น Full Balanced แล้วต่อตรง จะให้เสียงที่ดีกว่า STm 70 ที่ใช้ Phase Spliter แบบนี้นครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-0798_50A0D455.jpg)
ประมาณนี้ครับ แบบนี้ไม่ต้องใช้ปรีอีกแน่นอนครับ ต่อจากโฟโนได้เลย แต่อย่าลืมใส่โวลุ่ม (ผมลืมใส่ให้ครับ)
-
ทำครับพี่เดี๋ยวจะลองทำตามวงจรที่พี่ให้ครับ
แล้วทำปรีบาลานซ์ ด้วยเลยเพราะตอนนี้หาหลอด 12AX7 ได้มาเพิ่มแล้วครับ
เอ่อผมมี หลอดเบอร์ 27 4 หลอด เอามาทำปรีบารานซ์ได้มั๊ย ถ้าทำได้วงจรควรจะเป็นแบบไหนครับ
ไหนๆก็จะเปลี่ยนทางมาลองเล่นบารานซ์แล้วก็จะทำทั้งหมดเลย
อีกอย่างจะทำปรีไว้ขับ เจ้า passlab aleph4 ด้วยเพราะมีช่องต่อ บารานซ์ ด้วย
-
ขอทิวดาต้า เพลทเคริบด้วยครับ ผมหาไม่พบ
-
(http://www.triodeel.com/27p1.gif)
(http://www.triodeel.com/27p2.gif)
หามาให้แล้วครับพี่ datasheet ใช่ตัวนี้มั๊ยครับ
-
เดี๋ยวเย็นนี้ ทำ บารานซ์ ยัดใส่ st70 ดูครับ
-
เดี๋ยวเย็นนี้ ทำ บารานซ์ ยัดใส่ st70 ดูครับ
ผมเห็นสะเป็กของหลอดเบอร์ 27 แล้วเสียดายของ ถ้าจะเอามาวางตรงไดร์วหลอดเวอร์ 6SN7 หน้าหลอด EL34 ครับ (ใช้สี่หลอดพอดี) ที่จริงถ้ามันเอาไปไดร์วหลอด 300B PP Amp ผมจะไม่รู้สึกเสียดายมันซักนิดเดียว ถ้าเอามาทำปรีก็เสียดายสู้เอามาทำหลอดเพาเวอร์ขับ VOT ผมซะยังดีกว่า 55555555555 (ได้มาจากไหน? อยากได้มั่งครับ และอยากรู้ว่าได้เท่าไร?)
แล้วตอนนี้มีหลอดอะไร ที่จะมาทำบาลานซ์ตรงภาคข้างหน้าให้กับ ST 70 แล้วหรือยังครับ ถ้ามีจะใช้หลอดอะไร? จะได้ปรับวงจรให้ตรงๆ กับหลอดที่จะใช้ให้ครับ
ดูคุณ WMM ใจถึงเหมือนผมเลย คือผมก็โมฯ ปรี QUAD 22 ซึ่งเป็นวินเท็จรุ่นก่อนเจ้า ST 70 อีกละมัง? เดิมมันใช้ 12AX7 ในภาคนี้ หลอดเบอร์นี้ให้เสียงโปร่งบาง รายละเอียดสุดยอด (ถ้าทำเป็น Anode follwer ปรกติทั้วๆ ไปนะครับ) ผมไม่ค่อยชอบ คือผมชอบความอวบอิ่ม เสียงใหญ่โตกว่าของ 6DJ8 ก็เลยเอาไปเสียบแทน 12AX7 และแปลงวงจรเค้าซะไม่เหลือของเดิมไว้เลย แต่ยังคงใช้ภาคโทนคอนโทนที่เยี่ยมยอดของ QUAD คงอยู่เหมือนเดิมเท่านั้น แล้วก็พบว่รามันได้เสียงที่ออกมาถูกใจกว่าวงจรเดิมๆ กับหลอดเบอร์อย่าง 12AX7 เป็นอย่างมากเลยด้วย ถือว่าเป็นการโมฯ ที่ออกมาแล้วของที่ซื้อมายังถูกใช้งานครับ เพราะถ้าใช้ของเดิมๆ ผมคงซื้อมาเก็บอย่างเดียว เพราะพอเปิดแล้วมันไม่ใช่เสียงที่ถูกใจน่ะครับ
ถ้าทำ ST 70 เป็นบาลานซ์ แล้วใช้ปรีบาลานซ์ จะเห็นผลดีขึ้นแน่นอนครับ มิติ ซาวด์สะเต็จ จะแยกแยะชิ้นดนจรีหลายๆ ได้ดียิ่งขึ้น หรือแม้แต่ชิ้นเดียวก็ดีขึ้นครับ คือมีเพื่อนเข้ามาฟังนักร้องโอเปล่า ปรกติก่อนที่ผมต่อสัญญาณออกจาก EMU1212M แบบ Unbalanced เสียงนักร้องแค่ยืนร้องอยู่เป็นเนวตรงกลางระหว่างลำโพงเท่านั้น เมื่อผมต่อใหม่เป็นสาย Balanced เสียงนักร้องแต่ละคนเพื่อนบอกแยกแยะจุดตำแหน่งยืนของแต่ละคนชัดเจนมากยิ่งขึ้น และรับรู้เลยว่านักร้องบางคนมีการหันหน้าหรืออาจโยกตัวไปมาเล็กน้อยแบบจับได้อย่างชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านั้นเพื่อนบอกว่าไม่มีอาการเหล่านี้ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยครับ (ผมเซ็ทลำโพง DPoLS ด้วยนะครับ เมื่อห้องดีแล้วควรหัดการปรับเซ็ทลำโพงให้เสียงออกมาดีด้วยนะครับ เรื่องการเซ็ทลำโพงนั้นให้เข้าไปดูการเซ็ท DPoLS ของเฮีย Meng ในไทยเอวีเอาเองนะครับ คือเรื่องมันยาวและรายละเอียดมันเยอะมากๆ ครับ แต่ถ้าทดลองแล้วพบปัญหาอะไร เอามาถามในนี้ ผมจะตอบให้ได้ครับ หรือถ้าตอบไม่ได้ก้จะถามเฮียแกให้ได้เช่นกันครับ)
-
ขอบคุณมากครับพี่ ค่อยๆทำไปครับ เดี๋ยววันนี้เข้าไปเล่น st70 ก่อนครับ
ผมมีหลอดเบอร์ EL34 GE 12AX7 #27 6sn7
PSE EL34 ครับ
(http://image.free.in.th/z/iw/p5239060.jpg)
ST70 วิลเลี่ยมสัน
(http://image.free.in.th/z/ig/p5173290.jpg)
ST70 ตัวเดิมๆ
(http://image.free.in.th/z/iz/pb250001.jpg)
ST70 blackburn
(http://image.free.in.th/z/iw/p5239040.jpg)
มีหลอดแค่เท่านี้ครับ นอกนั้นขายกินไปหมดแล้ว เมื่อก่อนมีหลอดสัก ลังกว่าๆ ครับ :black_eye
ผมมีหลอดเฉพาะหลอดที่เค้าใช้กันในเครื่องหลอด PA ครับเพราะผมหาหลอดตามร้านซ่อมเก่า มาเก็บไว้ หลอดดีๆแพงๆ ไม่มีครับ :black_eye
อยากได้หลอดไหนถ้าช่วงมีเงินก็ซื้อไว้บ้างครับ อยากฟังหลอด 300 PP บ้างครับ แต่ต้องรอเก็บอุปกรณ์ไปเรื่อยๆครับ
-
ขอทราบความเป็นมาของ ST 70 ทั้งสามตัวหน่อยครับ เช่น ทำเอง หรือซื้อมาแบบสำเร็จ ความแตกต่างของเสียงจากความรู้สึกส่วนตัวที่ได้รับฟัง? ระดับความชอบ ผมคิดว่าตัวที่ชอบน้อยที่สุด น่าจับเอามาโมฯ ทำเป็นวงจรบาลานซ์ซะเลย ดูซิมันจะดีกว่าตัวที่ดีที่สุดหรือไม่?
-
ตัวrandall EL34PSE เสียงดีสุดปลายแหลมพริ้วดีเสียงชัดเจน ผมชอบตัวนี้ที่สุด
output แสงทองครับ ส่วนหม้อไฟ เครื่องงานวัด 8 หลอด
รองลงมา st70 วงจร blackburn เสียงอวบใหญ่ดี ฟังเพลงโจ๊ะสนุก
ต่อมา st70 วิลเลี่ยมสัน ผมรื้อตัวนี้มาทำblackburn เสียงแนวเดียวกับ blackburn แต่ผมชอบเสียงของวงจรblackburn ฟังสบายกว่าครับ
3 ตัวนี้ทำเองครับ ที่จริง2 ตัวสิ รื้อวงจรวิลเลี่ยมสันแล้ว
ส่วนตัวเดิมๆ ฟังแล้วเสียงสู้ ตัวโมไม่ได้ เพราะตัวโมผมทำภาคไฟใหม่หมดตามวงจรอัพเกรทของ st 70
ที่จริงเครื่องเดิมผม มี 2 เครื่องมีผู้ใหญ่ให้มา แต่ขายกินไปซะเครื่องครับ เก็บไว้ฟังเทียบเสียงเดิมๆ 1 เครื่อง
ที่ทำหลายเครื่องเพราะ พี่ davit ทำแท่นออกมาให้เล่นเลยลองทำเล่นไปเรื่อยอีกอย่างคือหลอดเบอร์ EL34 GE ช่วงนั้นผมมีเพียบเลย :black_eye
แต่ตอนนี้หมดแล้วครับเหลือเท่าที่เห็น อยากลองโมเอาบารานซ์ใส่ st70 บ้าง จะเป็นเสือติดปีกปล่าว ฟังเพลงโจ๊ะคงจะสะใจดี ^-^
-
หากดูดาต้าไปเรื่อยๆสงสัยจะไม่ได้ทำปรีโฟโนแห๋งเลยผม ตกลงผมจะลองทำ เอ็ม 7 ตัว3หลอดก่อนครับเพราะดูแล้วมันสามารถโมเป็นตัวบาลานซ์ได้ มพี่พินิจครับ เมื่อเช้ามีคนเอาหม้อแปลงมาให้ 1 ตัว เป็น ไฟเข้า 220 ไฟออก 12 โวลท์ 100 วีเอ จะเอาไปจุดไส้หลอดทั้ง3หลอดได้มั๊ยครับ ผมใช้หลอดเรคฯเป็น 5วี4จี พอจะเขียนภาคจ่ายไฟว่าต้องใช้ซีใช้อาร์ค่าเท่าไหร่ ขอบคุณครับ
-
5v4 ทำแบบนี้ก็ได้พี่ต่อ หม้อที่มีทำได้ครับพี่ต่อ เดี๋ยวทำแบบผมผมก็มีหม้อไฟ คล้ายๆพี่ครับ เราปรับลดไฟเอาไม่ต้องซื้อใหม่
(http://upic.me/i/5z/b35v4.jpg)
หรือว่าจะหาหม้อแปลง มาทำแบบนี้ก็ได้ครับ
(http://upic.me/i/yg/chock.jpg)
ไม่งั้นมารอพี่พินิจ เขียนวงจรให้ :black_eye
-
ECC88 = 6DJ8 นะครับ (สงสัยจะดูชื่อหลอดแรกไม่ละเอียด) วงจรนี้ถ้าใช้หัวเข็ม MM Sensitivity 2.5 mV ต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์ที่มีโวลลุ่มได้เลยละครับ
แต่ถ้าเล่นหัวเข็ม MC Sen. 0.25mV ก็อาจได้เหมือนกัน แต่อาจต้องเร่งโวลุ่มมากหน่อยนะครับ เพราะ 6DJ8 ที่เอาใส่เพิ่มข้างหน้าวงจรนี้น่าจะได้เกนขยายเพิ่มจากวงจรของ M7 อีกประมาณ 20 เท่า (คือถ้า M7 ทำได้ 2 V peak ตามมาตราฐานกับหัว MM) เมื่อเล่นกะหัว MC 0.25mV วงจรนี้ก็จะมีแรงดันขับภาคต่อไปได้เท่ากับ 4Vp ซึ่งผมคิดว่ามันสามารถต่อเข้าเพาเวอร์แอมป์ได้เลยละ
หม้อแปลงที่คุณภูเขียวมีอยู่นั้นใช้ได้เลยครับ แต่ต้องซื้อหม้อแปลงลูกเล็กๆ 6v เพื่อมาใช้กับหลอดที่จะยกไฟที่ไส่หลอดด้วย (หรือถ้าใครมีหม้อที่พันใช้ไส้หลอดมาสองชุดแล้ว ขดยกไฟสูงต้องแยกใช้กับหลอดนี้หลอดที่ยกไฟไส้หลอดนี้หลอดเดียวเท่านั้นนะครับ) ถ้าได้หลอด 12AX7 เทเลนี้เยี่ยมเลยละครับ ใช้กับคู่หน้าพอครับ ภาค Cathod Follower ใช้หลอดถูกๆ ดีกว่า ใช้หลอดเทเลทำภาค CF เสียดายเหมือนเอาหลอดดีๆ มาเผ่าทิ้งนะครับ (หลอดตรงจุด CF นี้มีผลต่อเสียงน้อยมากๆ ครับ) ขอแนะให้เอาหลอดมิสซูใส่ลงให้ภาคหลังสุดครับ
ที่จริงวงจรหลังของผมนี้ใครไม่มีปรีแอมป์เพื่อต่อกะเพาเวอร์แอมป์ ใช้วงจรนี้แล้วไม่ต้องไปต่อปรีแอมป์ก็น่าจะได้เกนเหลือๆ ถ้าเล่นกับหัว MM ครับ
:cry2 :cry2 ขยายเพิ่มอีก 20 เท่า + M7 อีก 50 กว่าเท่า สองอันรวมกัน 70 กว่าเท่าต่อช่อง ถ้าเล่นแบบ Balance สัญญานทั้ง 2 ข้างจะมารวมกันแล้วได้สัญญานเอ้าพุทเป็น 2 เท่าของสัญญานปกติเลยนะ เท่าที่ทดสอบมา ;D ;D ถ้าจะทำแบบโมเดลของพี่ ผมว่าหาปรี Phono ที่เกนตำลงมาซักครึ่งครับ แล้วปัญหาเรื่องการแยกเฟสภาคหน้า ก็น่าสนใจน่ะทางที่ดีที่สุดคือหาหม้อแปลงอินพุท แต่หามาได้แล้วด้วยปัญหาสัญญานในการขับหม้อแปลงค่อนข้างเบามาก ๆ ความถี่ที่ได้ออกมาจะได้ความถี่อยู่ช่วงกลาง ๆ ซะมากว่าไม่ได้มาทั้งทางด้านต่ำสุดและสูงสุด จะเห็นบททดสอบหม้อแปลงของคนอื่น ๆ ว่า มันตอบสนองความถี่ตรงกลางเป็นธรรมชาติดีเยี่ยมประมาณนั้นครับเรื่องความถี่ต่ำและสูงไม่ค่อยมีบทวิเคราะห์ทดสอบ จะพันเองก็เหงื่อตกเลย :cry2 :cry2 และปัญหาอีกเรื่องเลยที่จะเจอตั้งแต่เริ่มแรกคือเรื่อง กราว์ดลูป ตรงนี้ต้องลองต่อกราว์วางระบบกราว์ดในการเชื่อมต่อแบบต่าง ๆ ดูครับ ของผมที่ทำกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องกราว์ลูปทั้งระบบก็หน้ามืดเลย เวลาทดสอบว่ามันลูปกันไหมแต่ละชั้นทำได้ง่าย ๆ คือ เปิดเพาว์เวอร์แอมป์ก่อนถ้ามันใจว่าแอมป์ชัวร์แล้วแบบดีที่สุดต้องไม่มีเสียงอะไรออกมาเลย ถ้ายังเกิดได้ยินเสียงฮัมเล็ก ๆ เสียงซ่าซิสสื เสียงออสซิลเลสแก้ให้หมดก่อน แล้วค่อย ๆ ต่ออุปกรณ์เชื่อมต่อภาคหน้าทีละชิ้น ทีละวงจรโดยภาคหน้ายังไม่ต้องเสียบไฟเข้า หาระบบกราว์เกิดการลูปกันจะส่งสัญญานเสียงฮัมออกละโพงให้ได้ยินทันทีครับแม้ยังไม่เปิดโวลลุ่ม ก็ต้องแก้ระบบกราว์ดในภาคนั้น ๆ ให้หายก่อนครับ :secret :secret :secret d_d d_d d_d
-
หายหน้าไปหลายวัน ผมได้มีโอกาศเข้าวัด ปลงถึงชีวิตบ้างครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องของสังขาล ในโลกแห่งความจริงไม่มีอะไรจีรังหยั่งยื่น สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
ผมไปเห็นชาวบ้าน ชนบท ฯ ที่ไปทำบุญฯ ถอดกฐิน ชาวบ้านเค้าต่างมีใจทำอาหาร ของหวาน ของคาว มาให้ ผู้มาทำบุญ กินฟรี ๆ กัน แล้ว รู้สึกถึงสิ่งดี ๆ ที่สังคมไทยเรายังมีอยู่ นี้แหละคือ จุดแข็งของสังคมไทยเรา ยากที่ชาติอื่นในโลกจะมีแบบนี้ ทีแรกผมมีความหวั่นคิดไปว่า เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว เราจะสู่ใครเค้าได้ (ลูก เหลน หลาน) มองหาเหตุผลก็แทปไม่เจอเลย นึกน้อยใจที่สังคมไทยเรา ไม่เป็นประเทศราชย์ จึงขาดเทคโนโลยี่ มาจุนเจือสังคมไทยเรา คนไทยเราถูกหลอกตั้งแต่ ชนบท ถึงคนในเมืองหลวง ถูกยัดเยียด อะไร ต่อ มิอะไร ให้ เราจำต้องทำ ต้องปฏิบัติ ทั้งกฏ ระเบียบ จน สังคม เลอะเทอะเป็นโจ๊ก ไปแล้ว เอาล่ะ เมื่อมีสิ่งดี ๆ เราควร จะเก็บ รักษาเอาไว้
-
มาชื่นชมฝีมือ พี่มุมฯ ในแง่หาจับสิ่งของเหลือใช้มาประกอบกันให้มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ :clap
สุดยอดเรื่องความคิดสร้างสรรค์และมุมมอง O0
หนึ่งในวาทะอมตะของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
คือ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (imagination is more important than knowledge)
สู้ๆครับ :victory
-
มาชื่นชมฝีมือ พี่มุมฯ ในแง่หาจับสิ่งของเหลือใช้มาประกอบกันให้มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ :clap
สุดยอดเรื่องความคิดสร้างสรรค์และมุมมอง O0
หนึ่งในวาทะอมตะของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
คือ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (imagination is more important than knowledge)
สู้ๆครับ :victory
ขอบใจหลาย ๆ เด้อ... :)
วันนี้ได้มา อีก 2 ชิ้น เป็นวาวส์ เร่งแรงลม เพิ่ม-ลด แรงลมได้ และ ที่พักลม สามารถปรับแรงดันได้อีก เหมาะเลย ขณะนี้ยังขาดถังเก็บลมเท่านั้น
-
ถ้ารู้จักคนทำงานรพ. หรือมีญาติที่มีถังอ๊อกซิเจนเอาแบบเล็กๆก็ได้ครับลองเอามาเปิดใช้ก่อน
เพราะผมลองเอาแบบถังเล็กมาใช้ ดีที่มันมีวาร์วที่สามารถปรับแรงดันได้ เอามาลองตั้งหลายวันแล้ว แรงลมยังไม่ตกเลย
แต่คงต้องหากรองแห้งมาใส่สัก 2 ชั้น เพราะมีน้ำมากับลมเยอะเลยครับ :black_eye
-
หายหน้าไปหลายวัน ผมได้มีโอกาศเข้าวัด ปลงถึงชีวิตบ้างครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องของสังขาล ในโลกแห่งความจริงไม่มีอะไรจีรังหยั่งยื่น สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
ผมไปเห็นชาวบ้าน ชนบท ฯ ที่ไปทำบุญฯ ถอดกฐิน ชาวบ้านเค้าต่างมีใจทำอาหาร ของหวาน ของคาว มาให้ ผู้มาทำบุญ กินฟรี ๆ กัน แล้ว รู้สึกถึงสิ่งดี ๆ ที่สังคมไทยเรายังมีอยู่ นี้แหละคือ จุดแข็งของสังคมไทยเรา ยากที่ชาติอื่นในโลกจะมีแบบนี้ ทีแรกผมมีความหวั่นคิดไปว่า เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว เราจะสู่ใครเค้าได้ (ลูก เหลน หลาน) มองหาเหตุผลก็แทปไม่เจอเลย นึกน้อยใจที่สังคมไทยเรา ไม่เป็นประเทศราชย์ จึงขาดเทคโนโลยี่ มาจุนเจือสังคมไทยเรา คนไทยเราถูกหลอกตั้งแต่ ชนบท ถึงคนในเมืองหลวง ถูกยัดเยียด อะไร ต่อ มิอะไร ให้ เราจำต้องทำ ต้องปฏิบัติ ทั้งกฏ ระเบียบ จน สังคม เลอะเทอะเป็นโจ๊ก ไปแล้ว เอาล่ะ เมื่อมีสิ่งดี ๆ เราควร จะเก็บ รักษาเอาไว้
คนทำขนมหวานต้องคนโซนจังหวัดแถบนี้ ทำขนมหวานได้อร่อยมากครับ :) :) :) แต่บ้านริมน้ำเนี่ยเป็นความฝันมากครับ แต่คิดไปคิดมา เกือบซื้อหลายทีละ แต่ด้วยความที่มีที่ติดริมแม่น้ำ มันก็เป็นความเจ็บปวดใจทุกที โดนแม่น้ำเซาะทุกปีจนจะไม่เหลือ คิดไปคิดมาจะสร้างบ้านซักหลังชมสายธารตรงนั้นน้ำก็กัดเซาะ หลายคนก็ดูหมิ่นว่าไปรุกที่สาธารณะทั้งที่เป็นที่ของเราแท้ ๆ :cry2 :cry2 โดนประนามจากสังคมและพวก NGO อีก ;D ;Dเลยต้องปล่อยให้มันเลยตามเลยถูกสายน้ำและเวลากัดเซาะพังตามกาลเวลาและธรรมชาติเหลือแต่โฉนด ;D ;D d_d d_d
-
คนทำขนมหวานต้องคนโซนจังหวัดแถบนี้ ทำขนมหวานได้อร่อยมากครับ :) :) :) แต่บ้านริมน้ำเนี่ยเป็นความฝันมากครับ แต่คิดไปคิดมา เกือบซื้อหลายทีละ แต่ด้วยความที่มีที่ติดริมแม่น้ำ มันก็เป็นความเจ็บปวดใจทุกที โดนแม่น้ำเซาะทุกปีจนจะไม่เหลือ คิดไปคิดมาจะสร้างบ้านซักหลังชมสายธารตรงนั้นน้ำก็กัดเซาะ หลายคนก็ดูหมิ่นว่าไปรุกที่สาธารณะทั้งที่เป็นที่ของเราแท้ ๆ :cry2 :cry2 โดนประนามจากสังคมและพวก NGO อีก ;D ;Dเลยต้องปล่อยให้มันเลยตามเลยถูกสายน้ำและเวลากัดเซาะพังตามกาลเวลาและธรรมชาติเหลือแต่โฉนด ;D ;D d_d d_d
[/quote]
ถ้าเรามาพิจารณาวิถีชีวิต ซึ่งเป็นรากเหง่าของสังคมไทยเรา สถานที่ผมถ่ายรูปมาใช้ชม หากเราจะอนุรักษ์ไว้เพียงสร้างเป็นเขื่อนหินกั้นน้ำ เหมือนชาวบ้านเค้าใช้ภูมิปัญญาเดิม ๆ แก้ปัญหา ก็เป็นวิถีชีวิต ที่น่าดู น่าชม นักท่องเที่ยวเค้าอยากมาเห็นวิถีชีวิตไทยเราแบบนี้ครับ วันหนึ่งบ้านที่อยู่ริมคลอง ถูกนักธุรกิจขว้านซื้อที่ดินสวนมะพร้าวริมน้ำ แล้วเอาไปสร้างตึก สร้างโรงแรม ทำให้สิ่งเดิม ๆ ความเป็นอยู่ของรูปแบบเดิม ๆ รากเหง่าหาย ไป นักท่องเที่ยวเค้าคงไม่อยากดู ไม่อยากไปเห็น แต่ถ้าเป็นรูปแบบเดิม ๆ พายเรือ ดูสองริมฝั่ง เห็นบ้านเรือนไม้ เก่า ๆ ผุบ้าง แต่นี้คือ "สังคมเก่า" ซึ่งนับวันจะหาดูไม่ได้อีกแล้ว ก็เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ "ดำเนินสะดวก" ต่อไปเราคงไม่เห็น "ตลาดน้ำดำเนินสะดวก" กันอีกแล้ว เพราะความเจริญแบบไร้ทิศทาง + ระบบราชการ + การเมืองแบบไทย ๆ เรานี้ จะทำให้รูปแบบสังคมไทย ที่พูดติดปากคำว่า" ในน้ำ มีปลา ในนามีข้าว" ไม่เหลืออีกแล้วครับ พอพูดคำนี้ นึกถึงบ้านคุณ PINIJ ที่เค้าทำฟาร์ม "บุญรอด" หรือ สิงค์ปาร์ค อยู่ที่บ้านแม่กรณ์ ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไม่ทราบว่าคุณ PINIJ เคยเข้าไปดูหรือเปล่า ผมว่าถ้านักธุรกิจไทยเราทำแบบนี้ บ้านเราไปไกล และ สามารถเลี้ยงคนทั้งโลกได้สบาย นี้เราเองทิ้งรากเหง่า ไปตามกระแสโลก ซึ่งกระแสเหล่านั้น กำลังส่งผลให้ ทั้งอเมริกา ยุโรปกำลัง พบความวิบัติ ทั้งภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจ ตลอดจนทางสังคม เรานี้ไม่จำจริง ๆ บทเรียนปี 2540 ทำให้เศรษฐี ร้อยล้าน พันล้านฆ่าตัวตายมาแล้ว ที่ไม่ตาย ชีวิตก็แทบไม่เหลืออะไร เราก็ยังอยากเล่นกับไฟกันอยู่ ผมว่าอีกไม่นาน บ้านเราเจอแน่ ๆ ครับ เพราะเอาสตังค์เงินคงคลังมาใช้แบบไม่คิดหน้า คิดหลัง
แบบว่า " ฉิบ ... ไม่ว่า ขอข้าได้หน้า " เราจะพากันเหมือน...อเมริกา+ยุโรป+วิกฤต 2540 กันครับ
-
รูปนี้จากตลาดน้ำอโยธยา สำหรับคอกาแฟ
(http://upic.me/t/eu/p1020725.jpg) (http://upic.me/show/41183507)
-
ไม่งั้นมารอพี่พินิจ เขียนวงจรให้
ผมถูกเรียกตัวกลับบ้านอยุธยากระทันหัน เลยหายหน้าไปหลายวันครับ และช่วงเดือนหน้านี้อีกครั้งเลยขอบอกล่วหน้ากันไว้ก่อน
ใช้วงจรตามที่หามาก็ใช้ได้เลยครับ ไอเดียวงจรหลังนี่สุดยอดจริงๆ ผมยังคิดไม่ถึงเลย เราได้ใช้ Isolation Transformer และได้ไฟเลี้ยงไส้หลอดไปพร้อมๆ กันเลย อย่าลืมหม้อแปลง 6v เล็กๆ อีกลูกเอามายกไฟสูงให้หลอดที่เป้นไดเร็กไดร์วอีกลูกหนึ่งด้วยนะครับ
ขยายเพิ่มอีก 20 เท่า + M7 อีก 50 กว่าเท่า สองอันรวมกัน 70 กว่าเท่าต่อช่อง ถ้าเล่นแบบ Balance สัญญานทั้ง 2 ข้างจะมารวมกันแล้วได้สัญญานเอ้าพุทเป็น 2 เท่าของสัญญานปกติเลยนะ เท่าที่ทดสอบมา ถ้าจะทำแบบโมเดลของพี่ ผมว่าหาปรี Phono ที่เกนตำลงมาซักครึ่งครับ
ผมคิดว่าลองทำตามนี้ดูก่อนก็ได้ครับ การลดเกณฑ์ง่ายกว่าการเพิ่มเกณฑ์ครับ คือบางคนอาจทำภาคเพาเวอร์ไว้เกณฑ์ต่ำ ก็จะได้ใช้อัดเข้าไปพอดี แต่ถ้าใครทำภาคไดร์วของเพาเวอร์ไว้สูงแล้วก็ลดสะเต็จที่ใช้ขยายสัญญาณลงได้ภายหลังได้ง่ายๆ น่ะครับ แต่การทำภาคขยายข้างหน้าเพผื่อไว้เป็นสองเท่าของภาคหลัง ผมคิดว่ามันทั้งช่วยลดความเพี้ยน (ถ้าลากโลดไลน์จะเห็นชัดว่าการใช้สัญญาณภาคแรกแบบเต็มๆ มันจะไม่ลิเนียร์) และได้ไดนามิคที่ดีนะครับ ส่วนมากผมจะออกแบบไว้ให้ภาคแรกส่งแบบเหลือๆ ให้ภาคหลังๆ ทุกๆ ลำดับชั้นเป็นสองเท่าเสมอครับ
แล้วปัญหาเรื่องการแยกเฟสภาคหน้า ก็น่าสนใจน่ะทางที่ดีที่สุดคือหาหม้อแปลงอินพุท แต่หามาได้แล้วด้วยปัญหาสัญญานในการขับหม้อแปลงค่อนข้างเบามาก ๆ ความถี่ที่ได้ออกมาจะได้ความถี่อยู่ช่วงกลาง ๆ ซะมากว่าไม่ได้มาทั้งทางด้านต่ำสุดและสูงสุด จะเห็นบททดสอบหม้อแปลงของคนอื่น ๆ ว่า มันตอบสนองความถี่ตรงกลางเป็นธรรมชาติดีเยี่ยมประมาณนั้นครับเรื่องความถี่ต่ำและสูงไม่ค่อยมีบทวิเคราะห์ทดสอบ จะพันเองก็เหงื่อตกเลย
ผมถึงยังแหยงๆ กับการใช้ SUT ในภาคแรกในงบถูกๆ ครับ แต่พวก SUT ระดับหลายๆ หมื่นบาทก็น่าจะโอเคนะครับ อยากได้ SUT ของ WE ครับ ขนาด Sowter ของอังกฤษตามวงจรเห็นคุณประสานซื้อมาใช้พบ Phase Shift ตั้งเยอะเลยถอดใจเหมือนกัน
และปัญหาอีกเรื่องเลยที่จะเจอตั้งแต่เริ่มแรกคือเรื่อง กราว์ดลูป ตรงนี้ต้องลองต่อกราว์วางระบบกราว์ดในการเชื่อมต่อแบบต่าง ๆ ดูครับ ของผมที่ทำกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องกราว์ลูปทั้งระบบก็หน้ามืดเลย เวลาทดสอบว่ามันลูปกันไหมแต่ละชั้นทำได้ง่าย ๆ คือ เปิดเพาว์เวอร์แอมป์ก่อนถ้ามันใจว่าแอมป์ชัวร์แล้วแบบดีที่สุดต้องไม่มีเสียงอะไรออกมาเลย ถ้ายังเกิดได้ยินเสียงฮัมเล็ก ๆ เสียงซ่าซิสสื เสียงออสซิลเลสแก้ให้หมดก่อน แล้วค่อย ๆ ต่ออุปกรณ์เชื่อมต่อภาคหน้าทีละชิ้น ทีละวงจรโดยภาคหน้ายังไม่ต้องเสียบไฟเข้า หาระบบกราว์เกิดการลูปกันจะส่งสัญญานเสียงฮัมออกละโพงให้ได้ยินทันทีครับแม้ยังไม่เปิดโวลลุ่ม ก็ต้องแก้ระบบกราว์ดในภาคนั้น ๆ ให้หายก่อนครับ
ใช่ครับ ตามนั้น ยิ่งถ้าใครต้องการอัดเสียงจากเทิร์นผมขอแนะนำให้ต้องเอาสายดินไปฝังลงไปในดินที่แฉะๆ ลำลงไปสัก 1m นะครับ มันช่วยได้เยอะเลยละ พวกเล่นเทิร์นที่ไม่มีสายดิน ยากส์ที่จะอัดเพลงลง HDD โดยปราศจากน๊อยส์ครับ
หายหน้าไปหลายวัน ผมได้มีโอกาศเข้าวัด ปลงถึงชีวิตบ้างครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องของสังขาล ในโลกแห่งความจริงไม่มีอะไรจีรังหยั่งยื่น สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม
ผมเคยไปนอนโฮมสะเตรย์แถวๆ อัมพวา ไปดูหิงห้อย ยังประทับใจแถวๆ นี้อยู่เลยครับ
เห็นของเล่นใหม่พี่มุมแล้ว ชุดนี้มีแวว ถ้าออกแบบดีๆ ครับ
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (imagination is more important than knowledge)
ชอบคำที่ยกมาและเห็นจริงครับ คือผมเห็นหลายๆ คน คือไม่ใช่คนเดียว มีหลายคนมาก ที่มีความรู้มากกว่าผม แต่ผมเคยฟังแอมป์ที่เค้าทำออกมา แล้วเอาหลายๆ หูมาวัดหรือเอาเครื่องคอมเมอร์เซี่ยนดีมาเทียบ ปรากฏว่าเสียงของแอมป์จากคนที่มีความรู้ดีมากๆ หลายๆ ออกมาไม่ค่อยดีซักเท่าไร!!! การจินตนาการว่าอะไรดี อะไร สวย แล้วถึงคิดทำออกมา โดยถ้าเราไม่รู้ก็อาจจะศึกษาเพิ่มหรือถามผู้ที่รู้มากกกว่าเราได้ แล้วผลงานที่ออกมาก็อาจจะดีกว่าผลงานของคนที่รู้เยอะๆ ได้เช่นกัน การทำเครื่องเสียงให้ดีได้ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ครับ (ผมหมายถึงเสียงนะ ไม่รวมรูปลักณ์ที่เห็นภายนอก)
ถ้ารู้จักคนทำงานรพ. หรือมีญาติที่มีถังอ๊อกซิเจนเอาแบบเล็กๆก็ได้ครับลองเอามาเปิดใช้ก่อน
เพราะผมลองเอาแบบถังเล็กมาใช้ ดีที่มันมีวาร์วที่สามารถปรับแรงดันได้ เอามาลองตั้งหลายวันแล้ว แรงลมยังไม่ตกเลย
แต่คงต้องหากรองแห้งมาใส่สัก 2 ชั้น เพราะมีน้ำมากับลมเยอะเลยครับ
พวกถังลมที่เค้าเอาไว้ใช้กับงานเชื่อมก็ใช้ได้ครับ ใหญ่ดีด้วย เอาไปให้ร้านสูบลมเติมให้ครั้งหนึ่งเล่นได้เป็นเดือนๆ ครับ สำคัญคือตัวเร็กกูเรเตอร์วาวล์ต้องดีๆ หน่อยนะครับ คือต้องปรับแรงดันให้เรียบจริงๆ เราอาจใช้สองชั้นเลยก็ได้ครับ (คือสองตัวปรับลดลงเป็นสองสะเต็ปสำหรับถังลมใหญ่ๆ แรงดันที่อัดแรงดันลมสูงมากๆ )
แต่บ้านริมน้ำเนี่ยเป็นความฝันมากครับ แต่คิดไปคิดมา เกือบซื้อหลายทีละ แต่ด้วยความที่มีที่ติดริมแม่น้ำ มันก็เป็นความเจ็บปวดใจทุกที โดนแม่น้ำเซาะทุกปีจนจะไม่เหลือ คิดไปคิดมาจะสร้างบ้านซักหลังชมสายธารตรงนั้นน้ำก็กัดเซาะ หลายคนก็ดูหมิ่นว่าไปรุกที่สาธารณะทั้งที่เป็นที่ของเราแท้ ๆ
ที่ จ. อุทัย เค้าอนุลักษ์เรือนแพรนะครับ ถ้าเป้นที่เราแล้ว ไม่ต้องไปสนใจใครลุยเลยครับ แล้วเอาชุดเครื่องเสียงลงไปฟังบนผิวน้ำผมว่าเสียงมันคงดังก้องไปทั้งคลองเลยละครับ
รูปนี้จากตลาดน้ำอโยธยา สำหรับคอกาแฟ
ใช้ตุ๊กๆ แบบนี้ก็น่ารักดีครับ สีชมพูซะด้วย ปีนี้ตอนแรกว่าจะเอาโฟล์คไปขายที่ปายกัน จะได้เปลี่ยนบ้านเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนบ้านที่เมืองปายกันบ้าง แต่ลูกคนเล็กยังไม่สองขวบ ยังบอกให้เค้าอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ ถ้าไปขายให้นักท่องเที่ยวเยอะๆ แบบนั้นคงยุ่งนาดู เพราะเคยเจอแบบลูกค้ามาลุมซื้อแล้ว ขายกันสองคนยังขายไม่ทันครับ ลูกค้าเดินหนีเพราะขี้เกลียดยืนรอ
-
:) อ้าวเพิ่งไปอยุธยามาเหรอแล้วก็ไม่บอก จะได้ไปโปกรถ d_d d_d d_dพานักเดินทางไปเลี้ยงโม้กันซะหน่อย และชมวิวเมืองกำแพงเพชร O0 O0 d_d d_d d_d d_d d_d
แล้วปัญหาเรื่องการแยกเฟสภาคหน้า ก็น่าสนใจน่ะทางที่ดีที่สุดคือหาหม้อแปลงอินพุท แต่หามาได้แล้วด้วยปัญหาสัญญานในการขับหม้อแปลงค่อนข้างเบามาก ๆ ความถี่ที่ได้ออกมาจะได้ความถี่อยู่ช่วงกลาง ๆ ซะมากว่าไม่ได้มาทั้งทางด้านต่ำสุดและสูงสุด จะเห็นบททดสอบหม้อแปลงของคนอื่น ๆ ว่า มันตอบสนองความถี่ตรงกลางเป็นธรรมชาติดีเยี่ยมประมาณนั้นครับเรื่องความถี่ต่ำและสูงไม่ค่อยมีบทวิเคราะห์ทดสอบ จะพันเองก็เหงื่อตกเลย
ผมถึงยังแหยงๆ กับการใช้ SUT ในภาคแรกในงบถูกๆ ครับ แต่พวก SUT ระดับหลายๆ หมื่นบาทก็น่าจะโอเคนะครับ อยากได้ SUT ของ WE ครับ ขนาด Sowter ของอังกฤษตามวงจรเห็นคุณประสานซื้อมาใช้พบ Phase Shift ตั้งเยอะเลยถอดใจเหมือนกัน
[/quote]
ปัญหามันอยู่ที่ว่าตอนทดสอบการตอบสนองความถี่ มันทำได้ เพราะว่า มันมีแรงดันและกระแสที่มากพอที่จะขับสัญญานในความถี่ต่าง ๆ ให้ออกมา แต่เวลาใช้งานจริงเราไม่สามารถที่จะควบคุมว่าให้หัวเข็มออกมาทุกความถี่ได้ 2.5 มิลลิโวล์ทเท่ากันทั้งโวล์ทและแรงดันเท่านั้นแหละ :showoff :showoffที่ความถึ่ด้านต่ำและด้านสูงมันจะไม่ค่อยออกมา ส่วนที่ออกมาก็มีแค่อยู่ความถี่แถบกลาง ๆ ส่วนจะไปเล่นของแพงผมว่าผมไม่เอาล่ะ N] N] N] N] ถ้ามันเป็นไปตามโครงสร้างในทัศนคติผม อะหลั่ยแพงดีเลิศแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยตอบสนองอะไรได้ เพราะว่าตามโครงสร้างมันทำไม่ได้น่ะ d_d d_d d_d และอีกอย่าง มันมีไหมเนี่ย ที่หัวเข็มมีพินออกมาเพื่อรองรับแบบ บาลานซ์เลย มีไหมน้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ d_d d_d
-
คล้ายๆ คุณคฤณจะบอกไว้ว่าขั่วบวกลบจากแต่ละซาแนลคือมันเป็นสัญญาณบาลานซ์ให้ออกมาแล้วละครับ :secretข้อแม้คืออย่าต่อขั่วลบลงกราวด์ละกัน :secret
-
พอเจอทางสว่างแล้ว เหล่าบรรดาสาวก Balance ในการโมดิฟายให้สัญญานออกมาแบบ Balance จากหัวมันเลยครับ เดี๋ยวขอทดสอบก่อนมันเป็นไปตามหลักการนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นไปตามนั้น งานนี้มีเฮกันละครับ ;D ;D ;D ;D ขอ้มูลจากเวปนี้ครับ http://www.tubecad.com/2010/03/blog0182.htm :victory :victory :victory
-
:victory :victory เฮีย พินิจ ถอดความด้วย ผมว่าน่าจะลองโมเดลแบบนี้ แล้วลองคำนวนในส่วนไบอัสโหลดลาย เป็น 12AX7 ไหวไหม ผมยังพอมีหลอดเหลืออยู่อีกนิดหต่อยครับ :yahoo :yahoo :yahoo
http://www.tubecad.com/july99/page9.html
-
d_d d_d เตรียมหาแผ่นเสียงสำหรับทดสอบแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คงได้ลองครับ :victory :victory คงต้องเข้าไปแก้ระบบกราว์ดสายในเครื่องนิดหน่อย ของเดิมเขาจั๊มกราว์สัญญานในระบบถึงกันครับ d_d d_d
-
d_d d_d
-
:victory :victory เฮีย พินิจ ถอดความด้วย ผมว่าน่าจะลองโมเดลแบบนี้ แล้วลองคำนวนในส่วนไบอัสโหลดลาย เป็น 12AX7 ไหวไหม ผมยังพอมีหลอดเหลืออยู่อีกนิดหต่อยครับ :yahoo :yahoo :yahoo
http://www.tubecad.com/july99/page9.html
Why have a balanced phono preamp?
Using a balanced preamp with a phono cartridge makes a lot of sense for the same reason it makes a lot of sense to use it with a microphone: immunity from noise. The output signal from a cartridge is miniscule compared to the signal levels coming from a tuner or CD player. Consequently, the gain must be great in a phono preamp, which means that in an unbalanced preamp the noise signal (along with the desired signal) that is superimposed on the leads connecting the cartridge to the preamp will be greatly amplified. But not so in a balanced system. Here the noise, which is common to both the plus and the minus leads, drops out of the amplification process because of the inability of a balanced preamp to amplify what is common to both of its inputs, its common mode rejection ratio (CMRR).
An additional advantage is the inability of a balanced preamp to amplify much of its own power supply noise. As one stage cascades into the next, its portion of power supply noise is treated as a common mode signal and ignored. Even the last stage's noise contribution will tend to cancel in the line amplifier, if that stage is also balanced in design.
ผมก็ว่าวงจรบาลานซ์มันจะสามารถช่วยลดน๊อยซ์ได้ดีกว่าอันบาลานซ์อยู่แล้วละครับ ยิ่งเกนการขยายสูงๆ ผมคิดว่ามันยิ่งจำเป็นต้องใช้วงจรแบบบาลานซ์มากๆ ผมยังไม่เคยเจอปรีโฟโนที่พวกเราทำกันเอง ปราศจากน๊อยซ์กันซักคนเดียว ผมเลยคิดว่าการทำเป็นวงจรบาลานซ์น่าจะแก้ปัญหาน็อยซ์ให้มันเหงียบสนิดลงได้แม้เราเร่งโวลลุ่มที่ปรีแอมป์แบบสุดๆ คือจริงๆ แล้วที่พวกเราทำๆ กันเร่งเสียงแค่ระดับฟังปรกติ เมื่อถึงช่วงเพลงเบาๆ เรายังสามารถได้ยินเสียงน๊อยซ์ออกมาให้รำคาญใจแล้ว (คือพอเพลงเบาๆ นั้น เสียงดนตรีมันยังคงมีเล่นกันต่อ เราก็จะพยามฟังเสียงช่วงนี้ แต่น๊อสซ์มันโผล่มาให้ได้ยินกลบเสียงเบาๆ ของชิ้นดนตรีไปซะเลยเช็ง...กะปรีโฟโนที่เคยทำเองที่เป็นอันบาลานซ์น่ะครับ และช่วงเพลงเบาๆ นี้ คนแต่งต้องการให้เราได้ยิน มันจะเป็นความต่อเนื่องของเพลงคลาสสิกที่มีความสำคัญต่ออารมย์และอรรถรสในการฟังมากๆ) ฉะนั้น S/N สูงๆ ระดับ 150dB มีความสำคัญต่อเพลงคลาสสิกเป็นอย่างมาก คือเราอาจยอมให้ช่วงเพลงเบาๆ มีน๊อสซ์ออกมาได้ 30dB แล้วเราใช้ช่วงสวิง 120dB มันถึงจะฟังเพลงคลาสสิกได้มันส์สะใจครับ
ประสบการนี้ผมเพิ่งรู้สึกได้เมื่ออัดเพลงจากแผ่นดำด้วย 32bit และสามารถปราบน๊อยซ์ให้เหลือเป็นศูนย์ได้กับเจ้า EMU1212m (ตอนแรกน๊อยซ์ฟอร์ออกมาที่ 50dB จากกราวด์ลูปและไวรัสเข้าไปกวนในคอมป์พอลงวิโด้ใหม่และแก้กราวด์ลูปสำเร็จ ถึงรู้ว่า เมื่อก่อนเราโง่อัดเพลงแบบมีน๊อยซ์เข้าไปเต็มๆ ตอนนี้อัดเพลงจากแผ่นดำแล้วเอามาเทียบกับไฟร์ที่อัดไว้เดิมๆ ฟังโดยไม่มีน๊อยซ์มันเงียบสงัดน่าฟังกว่ากันเยอะครับ) ผมคิดว่าวงจรบาลานซ์ของปรีโฟโนน่าจะทำให้พวกเราได้พบว่าเพลงที่ปราศจากน๊อยซ์นั้นมันน่าฟังมากกว่าที่เคยฟังๆ มา มากมายขนาดไหน? ลองดูครับ
จากรูปวงจรข้างล่างผมคิดว่า ตรงส่วนที่ผมวงกลมมันคล้ายวงจรสะปลิทเฟสนะครับ คุณนายพานลองดูอีกทีเพราะผมไม่ค่อยรู้เรื่องอีเล็กฯ มากนัก ผมอาจเข้าใจผิดได้ครับ แต่ผมเห็นตรงนี้แล้วคงไม่สนใจวงจรนี้ละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-94C1_50AB0093.gif)
-
ทดสอบมาให้แล้วครับ เป็นจริงตามนั้น แต่กราว์ดของสัญญานต้องใช้การว์ดตัวเครื่องน่ะครับเสี่ยงต่อการฮัมอยู่เหมือนกัน เพี๋ยวจะลองเชื่อมต่อเข้า M7 ดูสงสัยต้องแก้ระบบกราว์ดอีกนิดหน่อยวันนี้ไม่ทันกะว่าจะลองต่อดูเลย สายสัญญานจากหัวดันขาด นั่งเปลี่ยนซะครึ่งวัน และจัดการแยกระบบการว์ดออกจากกัน โดยใช้สายภายในสายเม้าท์โน๊ตบุ๊คแบบสายเส้นเล็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ นี่แหละครับ ยืนยันว่าใช้ได้ดีไม่มีปัญหาครับ :victory :victory :victory
-
สำหรับการแยกกราว์ดออกมาเพื่อให้ขดลวดจากหัวเกิด เฟส + - จากขดเดียวกัน :victory :victory
-
เร็วดีจัง ลองต่อแบบนี้ให้อีกที ขอบคุณครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-3C9A_50ABA98D.jpg)
ที่ให้ลองเพราะอยากรู้แค่นั้นว่าถ้าต่อแบบนี้มันจะทำงานไหม? เพราะการใช้งานจริงๆ แล้ว ตรงจุดนี้ต้องมี R ต่อไว้อยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเสถียรในวงจร โดยปรกติหัวเข้ม MC จะใช้ R ตรงนี้ตั้งแต่หลักสิบ จนถึงหลักร้อยโอมห์ เพื่อปรับแต่งเสียงให้ถูกใจกัน และโดยปรกติแม้แต่ R ค่าเดียวกันแต่ละยี่ห้อก็ยังให้เสียงที่แตกต่างกัน ดังดัง R ตรงนี้จึงปรับแต่งเสียงได้อีกจุดหนึ่ง สำหรับชุดดีๆ ที่เจ้าของต้องการให้เสียงออกมาถูกใจกันสุดๆ R ตรงจุดนี้จึงใช้ R ที่มีพ่อค้าหัวใส สร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้การนี้โดยเฉพาะและมีราคาแพงมากๆ อีกด้วย :secret
-
เร็วดีจัง ลองต่อแบบนี้ให้อีกที ขอบคุณครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-3C9A_50ABA98D.jpg)
ที่ให้ลองเพราะอยากรู้แค่นั้นว่าถ้าต่อแบบนี้มันจะทำงานไหม? เพราะการใช้งานจริงๆ แล้ว ตรงจุดนี้ต้องมี R ต่อไว้อยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเสถียรในวงจร โดยปรกติหัวเข้ม MC จะใช้ R ตรงนี้ตั้งแต่หลักสิบ จนถึงหลักร้อยโอมห์ เพื่อปรับแต่งเสียงให้ถูกใจกัน และโดยปรกติแม้แต่ R ค่าเดียวกันแต่ละยี่ห้อก็ยังให้เสียงที่แตกต่างกัน ดังดัง R ตรงนี้จึงปรับแต่งเสียงได้อีกจุดหนึ่ง สำหรับชุดดีๆ ที่เจ้าของต้องการให้เสียงออกมาถูกใจกันสุดๆ R ตรงจุดนี้จึงใช้ R ที่มีพ่อค้าหัวใส สร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้การนี้โดยเฉพาะและมีราคาแพงมากๆ อีกด้วย :secret
;D ;D ;D ;D เบื้องต้นทดสอบแล้วยังไม่เวิอร์ค :cry2 :cry2 :cry2 ;D ;D ;D ระบบกราว์ดที่บ้านมีจุดลงดินแล้วทุกจุด และใช้ปลั๊กแบบมีกราว์ดด้วย สัญญานที่ได้มันแผ่วเบาและมีการกวนสัญญานผ่านมาทางกราว์ดอีก :cry2 :cry2 ดูมันเหมือนระบบกราว์ดมันลอย ๆ ลองใช้อินเตอร์เสตจแยก เสียงมันก็ยังไม่ถูกใจ :cry2 :cry2 ทำไงต่อดีว่า หรือว่าจะลองก๊อบวงจรปรีของเขาดู :victory :victory
-
ใจเย็นๆ ครับ คิดให้ดีก่อนทำ คิดผิดแค่เสียเวลา แต่ทำก่ออนิด ต้องเสียงทั้งเวลาและเงินในกระเป๋า
-
ท่านนายพานโดนเสือสมิงจับกินไปแล้วกะมัง? หายเงียบไปเลย d_d :drunk
-
ท่านนายพานโดนเสือสมิงจับกินไปแล้วกะมัง? หายเงียบไปเลย d_d :drunk
;D ;D ;D กำลังพัฒนาระบบตัวเก่าอยู่ โครงการใหม่ค่อยว่ากันใหม่ ;D ;D ;D กะซุมโป่งสอยแผ่นเสียงเพิ่มอยู่ สอยโดน อรวี ชุดที่ยังไม่มี หน้าเวป 1 แผ่น ตามหลังไมค์ยังไมได้ลงแผงมาอีก 3 แผ่นล่ะ :showoff :showoff ลูกพี่อยากได้แผ่นเสียงไทยลูกทุ่งไปฟังเล่นไหมล่ะเดี๋ยวจัดให้ ;D ;D ;D d_d d_d
-
ท่านนายพานโดนเสือสมิงจับกินไปแล้วกะมัง? หายเงียบไปเลย d_d :drunk
;D ;D ;D กำลังพัฒนาระบบตัวเก่าอยู่ โครงการใหม่ค่อยว่ากันใหม่ ;D ;D ;D กะซุมโป่งสอยแผ่นเสียงเพิ่มอยู่ สอยโดน อรวี ชุดที่ยังไม่มี หน้าเวป 1 แผ่น ตามหลังไมค์ยังไมได้ลงแผงมาอีก 3 แผ่นล่ะ :showoff :showoff ลูกพี่อยากได้แผ่นเสียงไทยลูกทุ่งไปฟังเล่นไหมล่ะเดี๋ยวจัดให้ ;D ;D ;D d_d d_d
มีมนต์เมืองเหนือของทูนไหม?
-
ท่านนายพานโดนเสือสมิงจับกินไปแล้วกะมัง? หายเงียบไปเลย d_d :drunk
;D ;D ;D กำลังพัฒนาระบบตัวเก่าอยู่ โครงการใหม่ค่อยว่ากันใหม่ ;D ;D ;D กะซุมโป่งสอยแผ่นเสียงเพิ่มอยู่ สอยโดน อรวี ชุดที่ยังไม่มี หน้าเวป 1 แผ่น ตามหลังไมค์ยังไมได้ลงแผงมาอีก 3 แผ่นล่ะ :showoff :showoff ลูกพี่อยากได้แผ่นเสียงไทยลูกทุ่งไปฟังเล่นไหมล่ะเดี๋ยวจัดให้ ;D ;D ;D d_d d_d
มีมนต์เมืองเหนือของทูนไหม?
N] N] N] มีแต่ไอ้หนุ่มสวนยาง Y] Y] Y]
-
ใครเล่นแค่หัวเข็ม MM วงจรบาลานซ์อันนี้ผมว่ามันง่ายสุดๆ เท่าที่ผมเคยเจอมาแล้วนะครับ จะใช้หลอด 12AX7 ใส่ลงไปก็ได้
หากเล่น MC ก็น่าลองเอา EF86 มาวางที่ตรงหลอดหน้าซะเลย หลอดหลังใช้หลอดอะไรก็ได้
(http://s2.uppic.mobi/image-38B2_50B079BF.jpg)
-
ใครเล่นแค่หัวเข็ม MM วงจรบาลานซ์อันนี้ผมว่ามันง่ายสุดๆ เท่าที่ผมเคยเจอมาแล้วนะครับ จะใช้หลอด 12AX7 ใส่ลงไปก็ได้
หากเล่น MC ก็น่าลองเอา EF86 มาวางที่ตรงหลอดหน้าซะเลย หลอดหลังใช้หลอดอะไรก็ได้
(http://s2.uppic.mobi/image-38B2_50B079BF.jpg)
d_d d_d ลูปนี้เหตุผลดี :) :) เดี๋ยวทดสอบให้ ถ้าเกิดไม่มีการกวนของสัญญานที่มาจากกราว์ด น่าจะลุยต่อกันได้ แต่น่ะจะเอาลูปนี้เฉพาะเป็นปรีและเพื่อแยกเฟส + - ไปพร้อมกัน ส่วน Riaa หลังจากมันแยกและชยายได้แล้วค่อยมาหาทางใส่ตามเส้นทางของมัน :victory :victory :victory
-
มาคิดดูแล้วผมอาจลองทำแบบนี้เล่นดูก่อน เพราะมีทั้งแท่นที่เจาะแล้วพร้อมติดตั้งซ็อคเก็จไว้เรียบร้อย รวมทั้งมีหลอด และภาคจ่ายไฟพร้อมอยู่แล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวคือแท่นต้องรอลงไปเอาที่บ้านอยุธยา (ถ้าขับหัวโคอีสุ MC 0.6mV ที่ใช้อยู่ไม่ไหวค่อยใส่เพิ่มอีกสะเต็จภายหลังก็ยังได้ แต่อนาคตคิดว่าจะเล่นโลว์โวลท์ลงไปถึง 0.2mV คิดว่าการเพิ่มอีกสะเต้จอาจต้องทำในตอนลดโวลท์ลงมาอีกนี่แหละ)
(http://s2.uppic.mobi/image-17CF_50B0D951.jpg)
ผมคิดว่าทำแบบนี้ป้องกันกราวด์ลูปกรณีเรามีกราวด์ที่ปลั๊กเพาเวอร์ไลน์ทุกแท่นนะครับ โดยเราใช้สายคอนเน็กแบบกราวด์ฝั่งตัวต้นทางอย่างเดียว ฝั่งปลายทางปล่อยลอยน่ะครับ
-
วงจรนี้น่าสนใจมั๊กๆ ง่ายดี ผมคงจะทดลองทำจริงๆ เลยกลัวเกนไม่พอ เลยขอปรับไปสูงอีกครั้ง d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-C8D3_50B0F085.jpg)
-
ได้ฤกษ์คั่ว Green Kauai ( $14 / lb.) ผบ.ขนมาให้จาก www.kauaicoffee.com 12 นาที ออกมาได้ medium-dark พอดีเลย c) แต่ที่งงมากๆๆๆๆ คือ Kauai คั่วเองนี้ ต้องตั้งบดให้หยาบมากว่าทุกตัวที่เคยบดมา ราวๆ 20% ได้เลย !! แต่รสชาติสุดยอดจริงๆครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-DDD0_4FFF7732.jpg)
(http://image.free.in.th/z/ib/roast_kauai1.jpg)
(http://image.free.in.th/z/ir/roast_kauai2.jpg)
-
ได้ฤกษ์คั่ว Green Kauai ( $14 / lb.) ผบ.ขนมาให้จาก www.kauaicoffee.com 12 นาที ออกมาได้ medium-dark พอดีเลย c) แต่ที่งงมากๆๆๆๆ คือ Kauai คั่วเองนี้ ต้องตั้งบดให้หยาบมากว่าทุกตัวที่เคยบดมา ราวๆ 20% ได้เลย !! แต่รสชาติสุดยอดจริงๆครับ
ครับผม คุณหมอไม่ลองคั่วให้ไส้กลางเหลืองอีกหน่อย (ที่เห็นตรงกลางเม็กซีกเป็นสีขาวแสดงว่าไส้ในหรือเนื้อภายในเม็ดยังไม่ค่อยสุกครับ) อาจให้กลิ่นหอมอโลม่ามากขึ้นและลดความเปี้ยวไปได้อีกมากทีเดียวนะครับ คือถ้าตรงกลางยังสีออกขาวแบบในรูป สีโดยรอบไม่ควรดำขนาดนี้ ควรจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ลองลดความร้อนลงและใช้เวลาคั่วมากขึ้นดูครับ d_d :drunk
ผมเอาดาต้าของหลอด EF86 ที่เป็นแบบตัวเลขมาใส่ให้ดูเผื่อมีคนต้องการเพิ่มลดเกนก็แค่เพิ่มลดไฟบีบวกได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าอาร์ตามจุดต่างนะครับ (รูปก่อนนี้ผมใช้วิธีลากโลดไลน์ครับ) วงจรปรีโฟโน่แบบบาลานซ์ก็ใช้ได้กับการขยายในภาคต่อไปที่เป็นแบบซิงเกิ้นเอ็นได้นะครับ นอกจากจะได้เกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ที่จะทำให้ได้ไดนามิคมากขึ้นกับภาคต่อไปที่มีเกณฑ์ต่ำ มันยังช่วยลดน๊อยส์ได้อีกด้วยนะครับ ลองทำดูวงจรนี้ไม่ยากเหมือนอย่างที่ผมเคยคิดไว้เมื่อก่อนหน้าที่จะออกแบบวงจรนี้นะครับ หรือใครมีหลอดกระเทยที่เป็นเพนโทดกับไตรโอดอยู่ในหลอดเดียวกันเช่น ECL80, 82 และ ฯ ก็น่าจะประหยัดพื้นที่แท่นปรีโฟโนลงไปได้อีกละครับ :victory O0
(http://s2.uppic.mobi/image-3A50_50B31F70.jpg)
นี่คือผลเสียงของการใช้ Cap Cuopling กันหลายๆ จุด ในวงจรเดียว ที่จริงพวกใช้อินเตอร์สะเต็จก็จะยิ่งเฟสซิฟท์หนักขึ้นไปมากกว่านี้อีกนะครับ แต่ถ้าเรามีเครื่องออสซิโลสโคปวัดแล้วแก้ไขเฟสกลับมาให้ทุกความถี่ตรงกันได้ก็จะดีได้เหมือนกัน
(http://s2.uppic.mobi/image-B1A0_50B19711.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-3A21_50B1D799.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-B0EB_50B1D799.jpg)
-
อีกไม่นานจะมีกาแฟขี้ชมดจาก PhooPheemKoff
(http://s2.uppic.mobi/image-8F44_50B45FA3.jpg)
-
ตัวนี้ เอามาจากไหนครับ น่ารักดี :)
มีกี่ตัวครับพี่พินิจ น่าจะเอามาทั้งตัวผู้ตัวเมีย เผื่อมันเหงาครับ ถ้ามีทั้งตัวผู้ตัวเมีย เผื่อมันมีความรัก กาแฟน่าจะหวานหอมจับใจ....หอมกรุ่นด้วยไอรัก... :P
ตอนนี้ผมกำลัง ซ่อมปรีของ conrad johnson pv10al ให้กับพี่ต่อภูเขียว อยู่ครับ กำลังคิดว่าจะลอกวงจรจริงๆเอาไว้
ดูแล้วเค้ามีทริปเรื่องระบบไฟ ระบบกราวด์ ด้วยนะครับ
-
ตัวนี้ เอามาจากไหนครับ น่ารักดี :)
มีกี่ตัวครับพี่พินิจ น่าจะเอามาทั้งตัวผู้ตัวเมีย เผื่อมันเหงาครับ ถ้ามีทั้งตัวผู้ตัวเมีย เผื่อมันมีความรัก กาแฟน่าจะหวานหอมจับใจ....หอมกรุ่นด้วยไอรัก... :P
ตอนนี้ผมกำลัง ซ่อมปรีของ conrad johnson pv10al ให้กับพี่ต่อภูเขียว อยู่ครับ กำลังคิดว่าจะลอกวงจรจริงๆเอาไว้
ดูแล้วเค้ามีทริปเรื่องระบบไฟ ระบบกราวด์ ด้วยนะครับ
เป็นของเพื่อนบ้านข้างกันครับ เพิ่งจะได้มา วันศุกร์จะให้เพื่อนอีกคนจะกลับบ้านจากบนยอดภู แล้วจะซื้อกาแฟเม็ดสดๆ จากต้นมาลองให้มันกินดูครับ มีอยู่สี่ตัวกำลังท้องอยู่ตัวนึงด้วยครับ
ดูวงจรเป้นไงบ้าง ผมเห็นปรีของจาดิสมานานแล้ว มันเบสิกธรรมดามากๆ ไม่รู้แพงไปได้ไง?
-
ตอนนี้ผมกำลังดูวงจรอยู่ครับ เดี๋ยวจะเทียบกับวงจรในเน็ตแล้วจะเอาวงจรจริงตามเครื่องมาให้ดูกันครับ
แต่ผมว่าวงจรทำแบบง่ายๆครับ แต่เค้าจะเน้นที่ภาคไฟครับ วงจรเหมือนกันตั้งแต่ PV10 PV12 ต่างกันที่ภาคไฟ เองครับ
-
มารู้จักกาแฟขี้ชะมด
อย่างที่ทราบกันดีในหมู่นักชิมกาแฟว่า Kopi Luwak เป็นชื่อเรียกกาแฟที่ถูกชะมดกินเข้าไปแล้วถ่ายออกมา ผู้ที่มีความคิดจะเอามาชงกินเป็นกลุ่มแรกคือชาวอินโดนีเซียแต่เดิมเป็นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ราคาถูก มีชาวอินโด ไปเดินป่า แล้วพบเห็นขี้ชะมด มีกาแฟที่ไม่ถูกย่อย ยังคงเป็นรูปเมล็ดอยู่จึงเกิดความเสียดาย เอามาล้าง และลองคั่วชงทานดู คำว่า Kopi ก็คือกาแฟในภาษาอินโดฯ ส่วน Luwak หมายถึง ชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซียผมจำได้ว่าตอนผมเด็กๆ เคยดูสารคดีกาแฟชนิดนี้วางขายแบกะดินเลย คือชาวบ้านไปเก็บมาจากในป่าเอามาขาย แต่เมื่อตลาดมีความต้องการและราคาสูงทำให้เกิดการเลี้ยงชะมด เพื่อผลิตกาแฟชนิดนี้โดยเฉพาะซึ่งเจ้าชะมดนี่ก้มีพี่น้องในตระกูลเดียวกันเยอะเลยกระจายตัวอยู่หลายประเทศ อย่างในบ้านก็มี อีเห็น หรือ Civet เป็นญาติสนิทกันเลยหน้าตาก้คล้ายๆ กัน และยังกินกาแฟสุกเหมือนกันอีกทำให้บ้านเราก็มีกาแฟชนิดนี้เช่นกัน
การแปรรูปกาแฟขี้ชะมด
หลายคนสงสัยมากว่าหลังจากที่ชะมดมันขี้ออกมาแล้วอยู่ดีๆ มันมาเป็นน้ำกาแฟได้ยังไง ต้องอธิบายคร่าวๆก่อนว่า เมื่อชะมดกินผลกาแฟสุก (Cerry) เข้าไปกระบวนการย่อยของชะมดสามารถย่อยได้แต่เพียงเนื้อของผลสุกแต่ ไม่สามารถย่อยเปลือกแข็งที่หุ้มเมล็ดกาแฟด้านในไว้ได้ดังนั้นเมื่อชะมดอึออกมามันก็เลยยังมีหน้าตาเหมือน กาแฟกะลาทั่วไปแตจะเป็นก้อนอึกองรวมกัน หลังจากนั้นก็นำมาตากแดดให้แห้ง
ไม่ต้องล้าง..จ๊ากกกกกก..หลายคนเริ่มทำหน้าเบ้แล้ว..เมื่อก่อนผมก็รู้สึก แปลกๆ เหมือนกันเลยไม่คิดลองชิมเพราะคิดว่ามันต้องเหม็นอึชะมดชัวร์ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าชะมดที่กินผลกาแฟสุกเป็นชะมดสายพันธุ์ที่กินพืช ดังนั้นอึของมันจะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากเนื้อสัตว์ แต่จะมีกลิ่นหมักจากผลไม้แทน..โอ้ มหัศจรรย์แท้..หลังจากที่แห้งดีแล้ว ก่อนคั่วก็นำมาสีเอาเปลือกกะลาออกเหมือน กาแฟทั่วไปหนำซ้ำเมื่อสีเสร็จแล้วสารกาแฟที่ได้หลังคัดเอาสิ่งสกปรกออกก็ยังเหมือนสารกาแฟทั่วๆ ไปอีกด้วย ทำให้การหาสารกาแฟขี้ชะมดของจริงต้องอาศัยเงินและปัจจัยอีกหลายอย่างกว่าจะได้มา พอมาถึงมือคนคั่วก็ต้องเข้าใจด้วยว่ากาแฟชนิดนี้ต้องคั่วยังไงถึงจะได้รสชาติที่ดีที่สุด ยิ่งกว่านั้นคนชงก้ต้องพิถีพิถันในการชงเช่นกัน
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คนดื่มต้องมีความเข้าใจในกาแฟระดับนึงเลยทีเดียว... ไม่อย่างนั้นจะเหมือนคนไม่ชอบดนตรีแต่ไปนั่งดูคอนเสิร์ตแจ๊สระดับโลกอย่างไงอย่างงั้น
รสชาติที่น่าอัศจรรย์
มาถึงตรงเรื่องของรสชาติเป็นประเด็นที่ผมเห็นว่ามีข้อขัดเเย้งทางข้อมูลมากเลยทีเดียว ที่ว่าขัดเเย้งก็คือมีทั้งคนชื่นชม และคนไม่ชอบกาแฟชนิดนี้ ข้อมูลที่เป็นบทความหรือหนังสือหรือแม้แต่ข่าวทางสื่อต่างล้วนบรรยายเกี่ยวกับกาแฟขี้ชะมดไว้ในทิศทางเดียวกันว่า เป็นกาแฟชนิดพิเศษรสชาติดีกว่ากาแฟธรรมดาและประเด็นหลักๆ ที่ทำให้ถูกพูดถึงคือ ราคาที่แสนแพง แต่ทางด้านข้อมูลในทางลบส่วนมากจะได้มาจากการเล่าถึงประสพการณ์ของนักชิมกาแฟบ้านเราที่ได้มีโอกาศดื่มกาแฟชนิดนี้แล้วไม่เกิดความประทับใจก็จะมีข้อมูลในทางลบออกมามากมายเพราะเกิดจากการคาดหวังมากตั้งแต่ก่อนดื่มว่ามันจะต้องวิเศษอลังการแต่พอดื่มเข้าไปแล้วไม่ได้อย่างที่คิดไว้ก็เลยผิดหวังในส่วนที่ผมมาเล่าถึงเรื่องรสชาติของกาแฟขี้ชะมด ในบทความนี้เป็นเพียงข้อมูลทางด้านรสชาติที่ผมได้รับรู้จากการชิมที่มีพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องรสชาติและกลิ่นเท่าที่ผมมีในวันนี้คือวันที่ 29 มิ.ย. 2554 ซึ่งผมเก็บข้อมูลมาจากการชิมกาแฟที่โรงคั่วของเราในวันที่ 15 พ.ค. 2554 โดยการชิมกาแฟสายพันธุ์อราบิก้า ที่เป็นกาแฟขี้ชะมดเปรียบเทียบกับกาแฟแปรรูปแบบเปียกแต่เป็นกาแฟที่มีพื้นที่การปลูกเดียวกัน (ในนี้ผมจะเรียกว่ากาแฟธรรมดานะครับ) และนำมาคั่วในระดับเดียวกันทั้งหมดสามพื้นที่เพาะปลูกได้แก่ อราบิก้าไทย ดอยช้าง อราบิก้าจากสุมาตรา Linthong และ Kayo การชิมกาแฟในครั้งนั้นนี้มีพี่ๆ เพื่อนๆ มาร่วมชิมด้วย (คลิ๊กเพื่อดูภาพ) จึงได้ข้อมูลของกลิ่นและรสชาติน่าสนใจ ก่อนอื่นผมในฐานะคนคั่วกาแฟชุดนี้ต้องบอกก่อนเลยว่ากาแฟชะมด มีความสะอาดของเมล็ดดิบเหมือนกาแฟที่แปรรูปแบบเปียกคือสะอาดมาก และในบันทึกนี้ผมจะไม่พูดรส และกลิ่นที่เกิดจากการคั่วนะครับ เพราะไม่ได้มาจากตัวกาแฟ ผลที่ได้จากการชิมนั้นทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าแม้จะเป็นกาแฟจากพื้นที่เดียวกันกาแฟชะมดจะมีความแตกต่างจากกาแฟธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด
กลิ่นหรือ Aroma จะมีลักษณะพิเศษคือในกาแฟชะมดทุกตัวที่ชิมกันจะมีกลิ่นคล้ายน้ำหอมระเหยซึ่งจะพบในน้ำหอมเหมือนๆ กัน (อันนี้หลายคนเจอแต่ผมไม่เจอ) และกลิ่นที่เจอในกาแฟชะมดทุกตัวคือกลิ่นผลไม้สุกหวานๆ (Fruity) กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ (Flowery) และสมุนไพร (Herby) แต่จะมีระดับของกลิ่นต่างกันไปใน Kayo Luwak จะพบกลิ่นสมุนไพรชัดกว่าตัวอื่นๆ รองลงมาเป็นกลิ่นผลไม้และดอกไม้แต่ Linthong Luwak จะเจอกลิ่นผลไม้สุกชัดมาก กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ และเกือบไม่เจอกลิ่นสมุนไพรเลย ดอยช้างชะมดเด่นเรื่องกลิ่นดอกไม้ที่สุดหอมเบาๆ แต่ชัดเจนส่วนกลิ่นหอมหวานคล้ายน้ำตาลนั้นมีอยู่ในกาแฟทุกตัวอยู่แล้วทั้งกลิ่นคาราเมลอ่อนๆ ช็อกโกแล็ตนมหวานๆ หรือกลิ่นน้ำตาลเคี่ยวเพราะมันเป็นกลิ่นที่เกิดจากการที่เม็ดกาแฟโดนความร้อนจากการคั่วแต่จะแตกต่างกันตามองค์ประกอบทางเคมีภายในเม็ดกาแฟแต่ละตัว ดอยช้างชะมด โดดเด่นเรื่องกลิ่น ช็อกโกเเล็ตกว่าตัวอื่นๆ ส่วน Linthong Luwak หวานฉ่ำและมีกลิ่นน้ำตาลเคี่ยวหอมมากๆ ทำเอาหลายคนลงคะแนนให้เป็นตัวที่ดีที่สุดของวันนั้นเลย Kayo Luwak หอมหวานคล้ายน้ำตาลเคี่ยวแต่รู้สึกว่าหวานหนักๆ
รสชาติและควารู้สึกที่ได้รับ
สิ่งที่ทุกคนพูดตรงกันหมดคือเรื่องของความกลมกล่อมหรือ Round กาแฟชะมดดอยช้างแตกต่างเหมือนกับไม่ใช่กาแฟไทยเลยทีเดียว ไม่เปรี้ยวโดดหรืออาจกล่าวได้ว่ามี Acidity ต่ำกว่าดอยช้างธรรดา ลักษณะคล้ายกาแฟที่ถูกเก็บบ่ม (Aged) มาเป็นเวลานานและในทุกตัวจะมีความ Balance ที่ดีกว่ากาแฟธรรมดามาก ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมี Body ที่หนักแน่นกว่าในตัว Kayo Luwak จะมีรสขม (Bitter) น้อยกว่า Kayo ธรรมดา ส่วนเรื่อง Aftertest Linthong Luwak หวานฉ่ำติดปากยาวนานกว่าตัวอื่นๆ แต่ทุกตัวมี Aftertest ที่ดีทั้งหมด ออกแนวหวานฉ่ำไม่มีขมติดคอให้รำคาญใจความรู้สึกที่ทำให้กาแฟชะมดทุกตัวต่างจากกาแฟธรรมดา อีกอย่างนึงคือ ความมัน ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความรู้สึกคล้ายน้ำมัน (Oilly) อยู่ในปาก ซึ่งก็เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับทุกคน
และทั้งหมดนี้คือบันทึกเกี่ยวกับรสชาติและกลิ่นของกาแฟขี้ชะมดที่ผมสัมผัสได้ซึ่งยังมีอีกหลายอย่างที่ผมรับรู้ได้แต่อธิบายไม่ถูกถึงความประทับใจในกลิ่นและรสชาติที่ได้รับ แต่ยังมีสิ่งที่หลายๆ คนเจอแต่ผมกลับหาไม่เจอแม้แต่น้อยเช่น ความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเคลือบปากเคลือบลิ้นประมาณนั้น
ชิมไปทั้งหมดเกือบครึ่งโล
ไม่มีอะไรมาเคลือบลิ้นผมเลยแม้แต่น้อย นั่นหมายถึงการรับสัมผัสที่ต่างกันออกไป ดังนั้นผมจึงพูดบ่อยๆ ว่าอย่าตัดสินว่ากาแฟตัวไหนดี ไม่ดี เพาะคนเรามีความชอบที่ต่างกันเนื่องด้วยเพราะการรับสัมผัสและปัจจัยที่นำมาพิจารณาที่ต่างกันนั่นเอง
คัดลอกมาจากข้อความของ อาจารย์ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย
การทำกาแฟขี้ชะมด
นำกาแฟเมล็ดสุกสีแดงให้ตัวชะมดกินโดยเริ่มให้กินตั้งแต่ตัวชะมดอายุประมาณ 1 ขวบ ครึ่ง
จากนั้นเมื่อตัวชะมดขับถ่ายมูลออกมา ก็เก็บมูลชะมดไปตากแดดบนตาข่ายโดยใช้ระยะเวลาในการตากแดด 7-8 วัน
เมื่อมูลชะมดแห้งดีแล้วก็เก็บมูลชะมดพร้อมตาข่ายแขวนไว้ในที่สูง โดยมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เป็นระยะเวลา 9 เดือน
เมื่อครบระยะเวลา 9 เดือน ก็สามารถนำกาแฟขี้ชะมดออกจำหน่ายได้
หมายเหตุ ตัวชะมด 1 ตัว ขับถ่ายมูลออกมา 5 กิโลกรัมต่อปี หลังจากที่หมดช่วงหน้ากาแฟก็ให้ตัวชะมดทานนมหรือกล้วยตามปกติ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-B316_50BC789E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-2993_50BC789E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-ACAA_50BC789E.jpg)
-
d_d d_d 8 - 12 เจอกันที่ ดอยอ่างขาง :yahoo :yahoo :yahoo แล้วมีเส้นทางลัดเลาะไปถึง ภูซาง หรือเปล่าครับพี่จะไปกินชมดผัดเผ็ด ;D ;D O0 O0 O0 แต่ว่า ตลาดขายของเก่าที่โรงเรียนปริ้นที่พี่เคยไปขายกาแฟ เขาเปิดวันไหนน่ะ กะว่าจะนอนคอนโดที่เชียงใหม่ ซักคืนก่อนน่ะครับ
-
ล่าสุดสำหรับอ่างขางคือขึ้นไปเมื่อห้าหกปีแล้วมั๊ง...ถ่ายรูปมาให้ดูมั่ง
ตลาดของเก่าต้องวันเสาร์ ของถึงจะเยอะกว่าวันอาทิตย์ครับ (ของดีๆ อาจถูกซื้อไปแล้วในวันเสาร์) ฝากดูปั๊มลมให้ด้วยครับ (จะเอามาใส่แอร์แบริ่ง)
จากเชียงใหม่มาภูซางได้สองทางคือขึ้นเหนือไปทางเชียงราย เลี้ยงขวาเวียงป่าเป้า ผ่านเวียงเหนือ เข้าพะเยา เลี้ยวขวาไปทางดอกคำใต้ ไปถึงงจุลให้เลี้ยวซ้ายที่จุล วิ่งเข้าหาเชียงคำ แต่ให้ใช้ทางเลี่ยงเมืองเชียงคำ เพื่อไป อ . ภูซาง แต่ไม่ต้องไปถึงอำเภอ ให้เลี้ยวขวาที่ตลาดสบบง 8 กม จะเข้าถึง ต. ทุ้งกล้วยครับ ดูป้าย หมู่ 4 ปากซอย 3 ถึงแล้วจะมองเห็น โฟล์คตู้ หน้าแตงโมสีขาวแดงครับ ว่าจะลงไปบาน อย ต้นเดือนกัน เพราะจะต้องไปโอนที่ดินในวันที่ 19 แต่ถ้ามาจริงจะรอครับ ถ้าไม่มารีบแจ้งด่วนด้วยนะรับ
ได้ขี่ชะมดสามขีดแระ :yahoo :yahoo :yahoo
-
ล่าสุดสำหรับอ่างขางคือขึ้นไปเมื่อห้าหกปีแล้วมั๊ง...ถ่ายรูปมาให้ดูมั่ง
ตลาดของเก่าต้องวันเสาร์ ของถึงจะเยอะกว่าวันอาทิตย์ครับ (ของดีๆ อาจถูกซื้อไปแล้วในวันเสาร์) ฝากดูปั๊มลมให้ด้วยครับ (จะเอามาใส่แอร์แบริ่ง)
จากเชียงใหม่มาภูซางได้สองทางคือขึ้นเหนือไปทางเชียงราย เลี้ยงขวาเวียงป่าเป้า ผ่านเวียงเหนือ เข้าพะเยา เลี้ยวขวาไปทางดอกคำใต้ ไปถึงงจุลให้เลี้ยวซ้ายที่จุล วิ่งเข้าหาเชียงคำ แต่ให้ใช้ทางเลี่ยงเมืองเชียงคำ เพื่อไป อ . ภูซาง แต่ไม่ต้องไปถึงอำเภอ ให้เลี้ยวขวาที่ตลาดสบบง 8 กม จะเข้าถึง ต. ทุ้งกล้วยครับ ดูป้าย หมู่ 4 ปากซอย 3 ถึงแล้วจะมองเห็น โฟล์คตู้ หน้าแตงโมสีขาวแดงครับ ว่าจะลงไปบาน อย ต้นเดือนกัน เพราะจะต้องไปโอนที่ดินในวันที่ 19 แต่ถ้ามาจริงจะรอครับ ถ้าไม่มารีบแจ้งด่วนด้วยนะรับ
ได้ขี่ชะมดสามขีดแระ :yahoo :yahoo :yahoo
ไปทำธุระของพี่ก่อนได้เลยครับพี่ รู้สึกเส้นทางมันจะวก ๆ เวียน ๆ ถ้ามันมีทางต่อไปจาก ดอยอ่างขาง ละก็แจ๋วเลย ครับ แต่ยังไงจะไปให้ทันตลอดของเก่าวันเสาร์ ครับ d_d d_d
-
ผมลืมบอกอีกทางครับ ทางนี้สะดวกขับรถได้เร็ว เพราะมีเกาะกลางถนน คือลงลำปางแล้วย้อนกลับขึ้นพะเยา แต่อาจมีระทางเพิ่มอีก 30 กม (ผมส่วนมากใช้เส้นทางนี้ครับ)
อ้อ! แล้วมีอีกทางที่เมื่อตอนที่ผมยังทำงานที่ระยองจะใช้เส้นทางนี้บ่อยๆ คือ เมื่อผมขึ้นอ่างขาง ผมก็จะไปแม่สายกันต่อ แล้ววิ่งเช้าเชียงแสน แล้วก็ขึ้นเที่ยวภูชี้ฟ้า ลงมาทางเทิง วิ่งต่อมาก็จะผ่าน อ. ภูซาง ได้เช่นกันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F197_50BEDA3A.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2086_50C04EA6.jpg)
ขี้ชะมดท้องเสีย :secret
-
ภูชี้ฟ้าไปเมื่อปีที่แล้ว หนาวมาก หมอกลงยังกะฝนตกปรอยๆ เอารถ 1.4 เกียรธรรมดาขึ้นไปทางฝางเกือบเอาตัวไม่รอด กลับลงมาเปลี่ยนรถเลย
ปีนี้ว่าจะขึ้นเหนือแต่ยังติดเรื่อง พาลูกๆสอบเข้ามหาลัย คงพ้นจากช่วงนี้ไป ไม่รู้ว่าทางเหนือปีนี้หนาวมั๊ย ที่นี่วันนี้อากาศเย็นลงนิด แต่ทุกวันร้อนตับแตก
ขี้ชะมดมันเป็นแบบนี้เหรอครับ ที่เห็นต้องเอาไปล้างตากแล้วสีกระลา ค่อยเอามาคั่วใช่มั๊ยครับ
ต้นกาแฟที่ปลูกไว้ 10 กว่าต้นงามวันงามคืน บางต้นจะสูงเกินหัวเด็กแล้วครับ คงไม่นานจะได้กินเมล็ดแน่ๆ หรือว่ากาแฟที่ผมปลูกจะเป็นกาแฟไร้เมล็ดซะก็ไม่รู้ 2f
-
ภูชี้ฟ้าไปเมื่อปีที่แล้ว หนาวมาก หมอกลงยังกะฝนตกปรอยๆ เอารถ 1.4 เกียรธรรมดาขึ้นไปทางฝางเกือบเอาตัวไม่รอด กลับลงมาเปลี่ยนรถเลย
สงสัยเขียนผิด น่าจะขึ้นอ่างขางมากกว่านะครับ
อ่างขางมีทางขึ้นที่ไม่ชันมากคือจะผ่านบ้านผมด้วย ที่ กม 123 จากเชียงใหม่ (ก่อนถึงไชรปราการเล็กน้อย) มีป้ายทางเข้าวัดถ่ำตับเตา (ผมมีบ้านอยู่หน้าวัดนี้อีกหลังนึง) ถ้าใครรถแรงไม่ค่อยมีให้ขึ้นทางนี้ครับ ขึ้นแบบสะบายๆ ไม่โหเหมือนขึ้นทางฝางครับ
ปีนี้ว่าจะขึ้นเหนือแต่ยังติดเรื่อง พาลูกๆสอบเข้ามหาลัย คงพ้นจากช่วงนี้ไป ไม่รู้ว่าทางเหนือปีนี้หนาวมั๊ย ที่นี่วันนี้อากาศเย็นลงนิด แต่ทุกวันร้อนตับแตก
เดือนที่แล้วฝนตกเลยไม่ร้อนครับ แต่สองวันมานี้เริ่มหนาวมั๊กๆ เช้าวันนี้ที่บ้านมอกลงหนักมากๆ ครับ ใครเที่ยวหนือช่วงต่อนี้ไม่น่าจะเจอฝนอีกแล้วละครับ ขอให้เตรียมเสื้อหนาวกันมาหนาๆ หน่อยละกัน
ขี้ชะมดมันเป็นแบบนี้เหรอครับ ที่เห็นต้องเอาไปล้างตากแล้วสีกระลา ค่อยเอามาคั่วใช่มั๊ยครับ
ปรกติมันเกาะกันเป็นก้อนมากกว่านี้ครับ ช่วงนี้เป็นการเริ่มให้มันกนกาฟเป็นครั้งแรก ต้องให้อาหารตามปรกติเมื่อก่อนหน้านี้ไปด้วย เลยขี้ยังไม่ค่อยจะเป็นก้อน
ผมเห็นในเวปเค้าเก็บขี้มันเป็นก้อนๆ แล้วตากแดดให้แห้ง เก็บไว้ในร่มใส่กระสอบแขวนให้ลมผ่านได้ ยิ่งเก็บทิ้งไว้นานเป็นสองสามปีราคาจะแพงกว่าขายสดๆ ครับ ถ้าจะคั่วก็เอาไปสีเอาเปลือกออก (เปลือกเรียกว่ากะลาครับ มันจะหุ้มเม็ดในไว้อีกชั้นหนึ่ง) แล้วถึงจะคั่วขายได้ครับ เห็นมีร้านขายกาแฟแบบนี้ ตั้งราคากันที่ ถ้าเก็บแห้งไว้ 1 ปี จะชายก้วละ 500 บาท ถ้าเก็บแห้งทิ้งไว้ 2 ปี จะขายแก้วละ 1000 บาท ถ้าเก็บ 3 ปี ขายก้วละ 1500 บาท แสดงว่าช่วงเวลาบ่มนานๆ มีผลต่อรสชาติที่ดีขึ้นเหมือนการบ่มกาแฟปรกติที่ถ้าเก็บไว้ 8 ปี แพงมากกว่าการบ่มแค่ปีเดียวเช่นก้นครับ (การบ่มนานๆ จะลดความเปรี้ยวของกาแฟแบบที่ขายกันตามปรกติลงครับ)
-
ซื้อมอเตอร์ไซร์คันใหม่ (แต่เป็นของเก๋าครับ) มา 1,800 บาท ทำสี ทำเบาะ ไปทั้งหมดอีก 270 บาท กะว่าจะเอาไว้วิ่งซื้อกาแฟสดๆ ทุกวันมาให้ชะมดกินอ่ะครับ ที่ต้องใช้รุ่นนี้เพราะมันทั้งประหยัดและไม่จุกจิก (เจ้าของเดิมบอกว่าซื้อเบลมาใหม่สองคัน ยังมีปัญหาเครื่องไม่ติดบ่อยๆ แต่คันนี้สตาร์ทซึ่งเดียวติดทุกครั้ง) เดี๋ยวว่าจะเอาไปให้เจ้าของเดิมดู บางคนอาจชอบของใหม่ แต่บางครั้งของใหม่อาจไม่ทนเท่าของเก่าๆ เพราะหลายๆ ชิ้นในเครื่องยนต์เป็นพาสติกซะเยอะ แม้แต่รุ่น Supper 700 นี้ ถ้าป้ายบอกรุ่นเป้นพื้นสีแดงจะทนนะครับ ช่างบอกว่ารุ่นหลัง Supper 700 จากนี้ (พื้นจะเป็นที่เขียรชื่อบอกรุ่นจะเป้นสีดำหรือน้ำเงิน อย่าซื้อมาเล่น) กระเดืองวาล์วเป็นพาสติกแล้ว แล้วลองคิดดูว่ารุ่นหลังๆ จากรุ่นพวกนี้ที่เริ่มผลิตในเมืองไทยจะทนซักขนาดไหน?
(http://s2.uppic.mobi/image-EACB_50CADF75.jpg)
อีกคันซื้อมา 2,000 ถ้วน รวมค่าซ่อมค่าสีของรถสองคันนี้ยังไม่ถึง 5,000 ครับ ผมคิดว่าถ้าจะใช้แบบถนอมอีกยี่สิบปีมันคงยังใช้ได้อยู่
(http://s2.uppic.mobi/image-3F25_50CADF75.jpg)
ที่ยกเอามาให้ดูอยากให้คิดว่าการซื้อของถ้าแค่เอามาใช้งานนั้น ไม่จำเป้นต้องลงทุนกับของใหม่ (ที่อาจไม่ดีเท่าของเก่าๆ ด้วยซ้ำไป) แต่ถ้าต้องการซื้อมาเพื่อความเทห์ด้วยก็แล้วไปครับ
-
เมื่อเย็นขับรถแอ่วไปเรื่อยๆ กะลูก ไปเจอคันนี้ตั้งขายไว้หมื่นแปด ก็น่ารักดี (ถ้าลดเหลือหมื่นสองก็อยากเก็บไว้เหมือนกัน แต่เค้าไม่ยอมขายให้อ่ะ!) เครื่องยังเงียบและยังแรงดีมากๆ ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-7C79_50CB0D1E.jpg)
ตัวนี้เจ้ารถของสั่งช่างทำหมดไปเกินสองหมื่นได้แค่นี้เอง ผมว่าไปซื้อตัวบนสีเขียววันหน้าราคาอาจสูงขึ้น ตัวสีม่วงลงทุนไปแล้ว ถ้าคิดจะขายคงอาจจะไม่ได้ทุนค่าทำไปซะละมัง?
(http://s2.uppic.mobi/image-81B6_50CB0D1E.jpg)
-
เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ผมเคยใช้สองรุ่นนี้มาแล้ว แต่เก็บตัวรุ่นเก่าไว้ ตัวรุ่นใหม่พอฝนตกเวลาเบคแล้วรถมันทำท่าจะหมุนละครับ และพวกปีกนกเกนเหล็กเล็กกว่ารุ่นเก่า 3 เท่าตัว (ฉะนั้นชิ้นส่วนทุกส่วนคงบางกว่าประมาณสามเท่าตัว) อัตรากินน้ำมันก็พอๆ กัน แต่ค่าซ่อมรุ่นใหม่แพงกว่า 10 เท่าตัวต่อปี เสียจุกจิกมากๆ อีกตั่งหาก ใช้ปีเดียวขายทิ้งไปเลย เพราะผมไม่รู้ว่าจะเอารถตัวรุ่นใหม่เก็บไว้ทำไม? เพราะตัวเก่ายังซื่อสัตย์พาขึ้นเขาแบบที่ปรกติต้องใช้รถโฟวร์วีลเท่านั้นอย่างเช่นระดับบ้านแม้วบนขุนต้า แต่เจ้าตัวเก่ามันทำได้อย่างสะบายๆ
(http://s2.uppic.mobi/image-8512_50CB16D8.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-8D39_50CB16D8.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-6171_50CB16D8.jpg)
แต่ผมไม่มีบุญได้เป็นเจ้าของรุ่นนี้อ่ะครับ เคยนั่งแต่ของน้าเค้าตั้งแต่เรายังเด็กๆ
(http://s2.uppic.mobi/image-5BE7_50CB16D8.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-8443_50CFC9A9.jpg)
เมื่อวานไปเจอมาอีกคัน (กำลังนิคโคซิเอทครับ) กะว่าคันนี้ถ้าได้มาจะบูรณะให้กลับสู่สะภาพเดิมๆ ให้ได้มากที่สุด (ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงเบื่อเครื่องเสียง หันไปเล่นมอเตอร์ไซร์เก่าๆ ก็สุขไปอีกอย่างครับ แล้วก็ไปเจอรถเก๋งเก่าๆ มาอีกคัน แต่ยังไม่ค่อยโดนครับ)
-
พูดเรื่องรถมอไซค์ เก่าถ้าทำมาแล้วสวยๆอย่าไปจอดที่ไหนโดยไม่มีคนเฝ้าเชียว เผลอแป๊บไม่เกิน 5 นาทีหายเลย
ยิ่งรุ่นสีเขียวๆข้างบนยิ่งหายได้ง่ายๆ :black_eye
-
ถ้าให้ผมเลือกรถมอเตอร์ไซร์รุ่นใหม่ๆ ที่ราคาประมาณห้าหมื่นบวกลบ (เช่นพวกฟิโน่ สะคูปปี้ คลิค) และคันสีเขียว ผมก็ขอเลือกคันเขียวครับ ถ้าข้อแม้เป็นแบบห้ามขายต่อ ให้เอาไปใช้เท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันอาจทนทานและดูเทห์กว่าอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ คุณค่าทางทางจิตรใจสำหรับ ของรุ่นเก่าๆ ที่หายากๆ มันมีค่ามากกว่าของใหม่ๆ ที่ซื้อเมื่อไรก็ได้หลายเท่าตัวครับ
แต่ถ้าให้ซื้อคันเขียวผมก็ไม่เอา เพราะคิดว่าถ้าซื้อรถเก่าตอนนี้ราคาประมาณ 4-6 พัน (สภาพแบบคันใหม่ในรูป ราคาอาจสูงต่ำกว่านี้แล้วแต่รุ่น) แล้วผมเอามา DIY เองคาดว่าลงทุนรวมแล้วไม่น่าเกินหมื่นสองก็น่าจะได้สภาพเหมือนคันสีเขียวได้ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือความมั่นใจว่าเราทำเอง ชัวร์ที่สุด ไม่มีการย้อมแมวมาขาย และได้ความภูมิใจที่ปั้นมันกะมือเรา
(http://s2.uppic.mobi/image-80EA_50D08146.jpg)
ลองเข้าไปอ่านสิบยอดรถมอเตอร์ไซร์ที่คนนิยมที่สุดดูครับ http://www.thailovecar.com/car-news/10-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%84%E0%B9%8C,2614/
ตอนนี้กะลังแกะรอยตามเจ้าจากัวร์สีดำอยู่สองคัน แต่ไม่รู้ว่าบุญจะถึงหรือไม่?
-
พูดถึงจากัวร์ พี่ที่ทำงานมี XJ6 สภาพเดิมๆ อยู่คัน 4 เดือนทีแล้วลูกชายขับตกถนนสภาพเยินหมด เสียดายแทน
-
พูดถึงจากัวร์ พี่ที่ทำงานมี XJ6 สภาพเดิมๆ อยู่คัน 4 เดือนทีแล้วลูกชายขับตกถนนสภาพเยินหมด เสียดายแทน
น่าเสียดายมั๊กๆ ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F345_50D1673F.jpg)
-
ถ้าให้ผมเลือกรถมอเตอร์ไซร์รุ่นใหม่ๆ ที่ราคาประมาณห้าหมื่นบวกลบ (เช่นพวกฟิโน่ สะคูปปี้ คลิค) และคันสีเขียว ผมก็ขอเลือกคันเขียวครับ ถ้าข้อแม้เป็นแบบห้ามขายต่อ ให้เอาไปใช้เท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันอาจทนทานและดูเทห์กว่าอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ คุณค่าทางทางจิตรใจสำหรับ ของรุ่นเก่าๆ ที่หายากๆ มันมีค่ามากกว่าของใหม่ๆ ที่ซื้อเมื่อไรก็ได้หลายเท่าตัวครับ
ก่อนหน้านี้ก็ใช้ fino อยู่บิดสุดๆ ได้แค่ 120 เองไล่ไม่ขึ้นแล้ว ;D แล้วไปเทียบกับคันเก่า YAMAHA VR150 แรงดีจัง
-
ถ้าให้ผมเลือกรถมอเตอร์ไซร์รุ่นใหม่ๆ ที่ราคาประมาณห้าหมื่นบวกลบ (เช่นพวกฟิโน่ สะคูปปี้ คลิค) และคันสีเขียว ผมก็ขอเลือกคันเขียวครับ ถ้าข้อแม้เป็นแบบห้ามขายต่อ ให้เอาไปใช้เท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันอาจทนทานและดูเทห์กว่าอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ คุณค่าทางทางจิตรใจสำหรับ ของรุ่นเก่าๆ ที่หายากๆ มันมีค่ามากกว่าของใหม่ๆ ที่ซื้อเมื่อไรก็ได้หลายเท่าตัวครับ
ก่อนหน้านี้ก็ใช้ fino อยู่บิดสุดๆ ได้แค่ 120 เองไล่ไม่ขึ้นแล้ว ;D แล้วไปเทียบกับคันเก่า YAMAHA VR150 แรงดีจัง
ผมคิดว่าคนขับฟิโน่ได้เกิน 120 นั้นทั้งเก่งและกล้ามากๆ อ่ะครับ (ผมก็เคยขับรุ่นนี้มาแล้วเหมือนกัน) ผมเคยใช้มอเตอร์ไซร์แบบมากๆ มีหลายรุ่นหลายคันที่เคยขับ คือช่วงปี 2520 บวกลบ แล้วก็ไม่ได้จับอีกเลย จนมาปี 2550 บวก ผมก็มาใช้มันอีกเป็นบางครั้ง รู้สึกว่า "รถมอเตอร์ไซร์รุ่นหลังๆ นี้" ผมขับมันแค่ 60 ก็รู้สึกว่ามันเหมือนขับเร็วเท่ากับ 120 ของรถสมัยก่อนโน้น แต่ผมยังสรุปไม่ได้ว่าเราแก่จนกลัวความเร็ว หรือรถมันทำแย่กว่ารุ่นก่อนๆ โน้น กันแน่
ความรู้สึกเหมือนรถสมัยนี้ขับแค่ 60 มันควบคุมแฮนรถไม่ค่อยได้น่ะครับ คือเมื่อขับถึง 60 กว่าๆ เหมือนรถมันเริ่มจะคุมไม่ได้ แฮนรถมันจะเริ่มเบา มีความรู้สึกว่าเหมือนรถเริ่มไม่รอยตัวไม่เกาะกับถนนเหมือนรถรุ่นเก่าๆ ไม่ทราบว่าใครแก่ๆ ที่เคยใช้รถรุ่นใหม่ๆ แล้วมีความรู้สึกแบบผมบ้างไหม?
-
ถ้าให้ผมเลือกรถมอเตอร์ไซร์รุ่นใหม่ๆ ที่ราคาประมาณห้าหมื่นบวกลบ (เช่นพวกฟิโน่ สะคูปปี้ คลิค) และคันสีเขียว ผมก็ขอเลือกคันเขียวครับ ถ้าข้อแม้เป็นแบบห้ามขายต่อ ให้เอาไปใช้เท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันอาจทนทานและดูเทห์กว่าอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ คุณค่าทางทางจิตรใจสำหรับ ของรุ่นเก่าๆ ที่หายากๆ มันมีค่ามากกว่าของใหม่ๆ ที่ซื้อเมื่อไรก็ได้หลายเท่าตัวครับ
ก่อนหน้านี้ก็ใช้ fino อยู่บิดสุดๆ ได้แค่ 120 เองไล่ไม่ขึ้นแล้ว ;D แล้วไปเทียบกับคันเก่า YAMAHA VR150 แรงดีจัง
ผมคิดว่าคนขับฟิโน่ได้เกิน 120 นั้นทั้งเก่งและกล้ามากๆ อ่ะครับ (ผมก็เคยขับรุ่นนี้มาแล้วเหมือนกัน) ผมเคยใช้มอเตอร์ไซร์แบบมากๆ มีหลายรุ่นหลายคันที่เคยขับ คือช่วงปี 2520 บวกลบ แล้วก็ไม่ได้จับอีกเลย จนมาปี 2550 บวก ผมก็มาใช้มันอีกเป็นบางครั้ง รู้สึกว่า "รถมอเตอร์ไซร์รุ่นหลังๆ นี้" ผมขับมันแค่ 60 ก็รู้สึกว่ามันเหมือนขับเร็วเท่ากับ 120 ของรถสมัยก่อนโน้น แต่ผมยังสรุปไม่ได้ว่าเราแก่จนกลัวความเร็ว หรือรถมันทำแย่กว่ารุ่นก่อนๆ โน้น กันแน่
ความรู้สึกเหมือนรถสมัยนี้ขับแค่ 60 มันควบคุมแฮนรถไม่ค่อยได้น่ะครับ คือเมื่อขับถึง 60 กว่าๆ เหมือนรถมันเริ่มจะคุมไม่ได้ แฮนรถมันจะเริ่มเบา มีความรู้สึกว่าเหมือนรถเริ่มไม่รอยตัวไม่เกาะกับถนนเหมือนรถรุ่นเก่าๆ ไม่ทราบว่าใครแก่ๆ ที่เคยใช้รถรุ่นใหม่ๆ แล้วมีความรู้สึกแบบผมบ้างไหม?
ผมว่าเป็นที่อายุมากกว่าครับ 2f
-
รถเล็กขับเร็วเหมือนมันจะปลิวเพราะตัวรถมันเบา อย่างฟีโน่เครื่องมันอยู่ท้ายน้ำหนักล้อหน้ามันเหมือนกับลอย อย่างป๋าพินิจต้องอัดฮาร์เล่ย์ 140 ยังนิ่งอยู่เลย
-
รถตระกูลC ส่วนมากจะซื้อมาวางเครื่องใหม่ครับ ;D
ถ้าน้าPINIJ มีสวนยางแนะนำให้หารถวิบาก ซักคันครับ เผื่ออยากออกไปขี่รถขึ้นเขา c) c)
-
เมื่อก่อน 7-10 ปีที่แล้ว ขี่ 4 สูบ วิ่งที 180-200 บ้าง ดีที่ไม่ตาย เลิกได้ก็ดีใจ คิดถึงเมื่อก่อน คึกคะนองจริงๆ :yucky
-
รถตระกูลC ส่วนมากจะซื้อมาวางเครื่องใหม่ครับ
ถ้าน้าPINIJ มีสวนยางแนะนำให้หารถวิบาก ซักคันครับ เผื่ออยากออกไปขี่รถขึ้นเขา
คันนี้เกิดปี 1958 (2501) ปีผมเกิดพอดี กะว่าจะบูรณะมันให้เหมือนสะภาพเดิมๆ เท่าที่จะหาอุปกรณ์มาให้มันได้ละครับ ที่จริงมันก็ขี่นิ่มดีนะครับ (หมายถึงแรงของรถออกตัวนิ่มนวนกว่า 700 และ 900 Super ที่ได้มาเยอะ ตอนนี้ผมจับมาแล้วสี่พันห้าและก็ชอบขับมันมากกว่าทุกคันเลยอีกด้วยละครับ) เกียร์หนึ่งกดหลัง กดหน้าเป็นเกียร์ว่าง ต้องกดสองทีถึงจะเป็นเกียร์สอง กดอีกทีเป็นเกียร์สาม (แต่จริงๆ แล้ว ขับคนเดียวกดหน้าเป็นเกียร์สองก็ออกตัวปูดแล้วครับ) แต่กลัวทำสวยแล้วเวลาเอาไปโลตัสต้องมีคนคอยดูซะละมัง? เป็นแบบที่คุณ WMM ว่าจอด 5 นาทีอาจหายได้ 5555....
ผมยังมี Yamaha DT100 อีกคันที่เป็นรถสมัยวันรุ่น ยังใช้งานขึ้นเขาได้ดีอยู่ครับ และ Yamaha RXZ(?) 125 ที่มีหม้อน้ำ อีกคันด้วย คันนี้ก็ขี่ดีกว่ารถรุ่นใหม่ๆ เยอะเลย ผมขับ 130 กว่าๆ แบบที่ผมก็ยังไม่รู้สึกกลัวลงข้างทางหรือกลัวเบรคไม่อยู่เหมือนรถรุ่นใหม่ๆ (งั้น ! คุณ Tube Club ดูถูกคนแก่เกินไปแล้วหม้างงงงงงๆๆๆๆๆๆๆๆ ๕๕๕๕๕๕๕๕.....)
โอ! มอเตอร์ไซร์ขับสองร้อย ผมไม่เอาด้วยหลอก หลวงพ่อคูรท่านบอกว่า วิ่งเกินร้อย ท่านก็โดดลงแล้ว เป็นไรเรื่องของมึงงงง...อูไม่เกี่ยว
เมื่อก่อนสมัยเด็กๆ ที่บ้านเคยมี BSA ของอังกฤษ จำได้ว่าสูบเดียวหรือสองสูบลืมไปแล้ว ปลายท่อไอเสียหนาห้ามิลเห็นจะได้ น้าเอาไปชนเละ ซ่อมไม่ไหว (ยังเสียดายจนถึงทุกวันนี้ครับ) แค่เสียงมันดัง ตุ่มๆ แบบทิ้งจังหวะช้าๆ แต่รถนี่วิ่งฉิวเลย ผมไม่เคยได้ยินรถอะไรเสียงเพราะเท่ามันเลยสักคัน (ผมไม่ชอบรถใหญ่หลายสูบแล้วเสียท่อไอเสียรัวติดกันเป้นแบบเสียงรถยนต์ เพราะมีนเป็นมอเตอร์ไซร์ ควรมีแค่สูบเดียวแล้วซีซีมากๆ ก้านสูบยาวๆ แบบ BSA แล้วเสียงเครื่องยนต์ไม่เหมือนเสียงรถมอเตอร์ไซร์ตอนเดินเบา แต่รถวิ่งเร็วครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2A8F_50D31392.jpg)
BSA น่าจะเป็นตัวนี้แหละที่เคยมี เพราะจำกระบังหน้า และท่อไอเสียมีสองท่อ (สองอย่างนี้จำได้แน่นอน) เค้าโครงตัวถังและเครื่องก็คิดว่าไม่น่าจะผิดรุ่นไปจากรุ่นนี้แน่ๆ
(http://s2.uppic.mobi/image-5E93_50D3142C.jpg)
และเจ้า DT 100 สีเดียวกันนี้ แต่ยกสูงกว่านี้อีกเกือบสองนิ้ว โชคซ์หลังใหญ่กว่าตัวนี้ ดูดีกว่าตัวนี้ เพราะแต่งแบบรถแข่ง (รถคันนี้ยังอยู่บ้านอยุธยา จอดไม่มีคนใช้)
และข้างล่างก็เจ้า RZX (?) 125 ตัวนี้ขับบนถนนเรียบๆ 130 ยังรู้สึกเฉยๆ ครับ (แต่ถนนแถวบ้านบางช่วงแย่ คันนี้ไม่เหมาะกะการใช้งานครับ)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2A8F_50D31392.jpg)
BSA น่าจะเป็นตัวนี้แหละที่เคยมี เพราะจำกระบังหน้า และท่อไอเสียมีสองท่อ (สองอย่างนี้จำได้แน่นอน) เค้าโครงตัวถังและเครื่องก็คิดว่าไม่น่าจะผิดรุ่นไปจากรุ่นนี้แน่ๆ
(http://s2.uppic.mobi/image-5E93_50D3142C.jpg)
และเจ้า DT 100 สีเดียวกันนี้ แต่ยกสูงกว่านี้อีกเกือบสองนิ้ว โชคซ์หลังใหญ่กว่าตัวนี้ ดูดีกว่าตัวนี้ เพราะแต่งแบบรถแข่ง (รถคันนี้ยังอยู่บ้านอยุธยา จอดไม่มีคนใช้)
และข้างล่างก็เจ้า RZX (?) 125 ตัวนี้ขับบนถนนเรียบๆ 130 ยังรู้สึกเฉยๆ ครับ (แต่ถนนแถวบ้านบางช่วงแย่ คันนี้ไม่เหมาะกะการใช้งานครับ)
dt100 เอามาทำใหม่ สวยอย่าบอกใครเลยครับ (อะไหล่แท้ยังพอหาได้) c) c) c)
-
ก้าวแรกของงานเอามันกลับสู่ Original อ่ะครับ :whistling :wiggle :yahoo :kicking d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-A331_50D53C58.jpg)
-
ไม่ค่อยได้เข้ามา เห็นมีคุยกันเรื่องปาล์ม ผมพอจะลองผิดลองถูกมาบ้าง ขอร่วมแจมด้วยคนละกัน สำหรับพันธ์ุผมได้ข่าว มีพันธ์ออกมาใหม่ ยังไม่จดทะเบียนพันธ์ครับ ไม่ค่อยมีผลจากความแห้งแล้ง แต่แปลงทดลองอยู่ใต้นะครับ ลองค้น โกลเด้น เทอร์เนร่า ดูนะครับ ตัวใหม่ยังไม่มีชือ แต่ ปรับปรุงและพัฒนามาจากเครือเดียวกันครับ
-
ไม่ค่อยได้เข้ามา เห็นมีคุยกันเรื่องปาล์ม ผมพอจะลองผิดลองถูกมาบ้าง ขอร่วมแจมด้วยคนละกัน สำหรับพันธ์ุผมได้ข่าว มีพันธ์ออกมาใหม่ ยังไม่จดทะเบียนพันธ์ครับ ไม่ค่อยมีผลจากความแห้งแล้ง แต่แปลงทดลองอยู่ใต้นะครับ ลองค้น โกลเด้น เทอร์เนร่า ดูนะครับ ตัวใหม่ยังไม่มีชือ แต่ ปรับปรุงและพัฒนามาจากเครือเดียวกันครับ
ตอนนี้ทั้งปาล์มและยางราคาตกทั้งคู่เลย จะปลูกอะไรกันดี ที่ราคามันจะดีในอนาคตบ้าง? :-\ :-\ :-\
-
ไม่ค่อยได้เข้ามา เห็นมีคุยกันเรื่องปาล์ม ผมพอจะลองผิดลองถูกมาบ้าง ขอร่วมแจมด้วยคนละกัน สำหรับพันธ์ุผมได้ข่าว มีพันธ์ออกมาใหม่ ยังไม่จดทะเบียนพันธ์ครับ ไม่ค่อยมีผลจากความแห้งแล้ง แต่แปลงทดลองอยู่ใต้นะครับ ลองค้น โกลเด้น เทอร์เนร่า ดูนะครับ ตัวใหม่ยังไม่มีชือ แต่ ปรับปรุงและพัฒนามาจากเครือเดียวกันครับ
ตอนนี้ทั้งปาล์มและยางราคาตกทั้งคู่เลย จะปลูกอะไรกันดี ที่ราคามันจะดีในอนาคตบ้าง? :-\ :-\ :-\
ผมว่าจะทดลองปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ดูนะครับพี่พินิจ เพื่อว่าทำให้ออกหน้าแล้งจะได้ราคาดี ;D ปาล์มถึงแม้ว่าทนแล้ง ซึ่งปกติก็ทนแล้งอยู่แล้วเพราะมีแหล่งกำเนิดในทะเลยทราย หรือ ทางแถบตะวันออกกลาง แต่ปาล์มเป็นพืชที่ต้องการน้ำเยอะเพื่อใช้ในการเลี้ยงลูก ซึ่งตอนนี้ผมกำลังคิดว่าปาล์มอาจจะเหมาะกับภูมิประเทศทางภาคใต้ซึ่งฝนตกตลอดทั่งปี ส่วนภาคอื่นปลูกได้เหมือนกัน แต่อาจจะได้ผลต่อปีไม่ดีเท่าภาคใต้ หรือถ้าใครมีแหล่งน้ำดีสามารถหล่่อเลี้ยงได้ทั้งปีก็น่าจะไปได้นะครับ ใครเห็นทางภาคอื่นได้ผลดีก็แชร์ข้อมูลกันได้นะครับ :)
-
ไม่ค่อยได้เข้ามา เห็นมีคุยกันเรื่องปาล์ม ผมพอจะลองผิดลองถูกมาบ้าง ขอร่วมแจมด้วยคนละกัน สำหรับพันธ์ุผมได้ข่าว มีพันธ์ออกมาใหม่ ยังไม่จดทะเบียนพันธ์ครับ ไม่ค่อยมีผลจากความแห้งแล้ง แต่แปลงทดลองอยู่ใต้นะครับ ลองค้น โกลเด้น เทอร์เนร่า ดูนะครับ ตัวใหม่ยังไม่มีชือ แต่ ปรับปรุงและพัฒนามาจากเครือเดียวกันครับ
ตอนนี้ทั้งปาล์มและยางราคาตกทั้งคู่เลย จะปลูกอะไรกันดี ที่ราคามันจะดีในอนาคตบ้าง? :-\ :-\ :-\
ผมว่าจะทดลองปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ดูนะครับพี่พินิจ เพื่อว่าทำให้ออกหน้าแล้งจะได้ราคาดี ;D ปาล์มถึงแม้ว่าทนแล้ง ซึ่งปกติก็ทนแล้งอยู่แล้วเพราะมีแหล่งกำเนิดในทะเลยทราย หรือ ทางแถบตะวันออกกลาง แต่ปาล์มเป็นพืชที่ต้องการน้ำเยอะเพื่อใช้ในการเลี้ยงลูก ซึ่งตอนนี้ผมกำลังคิดว่าปาล์มอาจจะเหมาะกับภูมิประเทศทางภาคใต้ซึ่งฝนตกตลอดทั่งปี ส่วนภาคอื่นปลูกได้เหมือนกัน แต่อาจจะได้ผลต่อปีไม่ดีเท่าภาคใต้ หรือถ้าใครมีแหล่งน้ำดีสามารถหล่่อเลี้ยงได้ทั้งปีก็น่าจะไปได้นะครับ ใครเห็นทางภาคอื่นได้ผลดีก็แชร์ข้อมูลกันได้นะครับ :)
คุณพ่อผมปลูกเล่นๆครับ มะนาวไร้เมล็ด ปลูกในปล่องซีเมนต์ ออกผลตลอดเลยครับ ออกทั้งปี
-
ยางจะดีครับถ้าเราปลูกไม่มาก และลงมือกรีดเอง (ไม่ต้องแบ่งลูกจ้าง) และมีโบนัส ตอนล้มต้นขาย
ปาล์มจะดีถ้ามีฝนชุก หรือมีแหล่งน้ำ ต้นทุนสูงครับ แต่เราเหนื่อย 21 วันครั้งครับ หรือกรณีเราไม่มีเวลาทำเองครับ
มะนาวก็ดี ครับ ถ้าป้องกันและแก้ไขปัญหาโรค หรือ ต้นตายเร็วได้ และทำให้ออกนอกฤดูครับ
ทั้งสามชนิด ผมพอจะเรียนรู้มานิดหน่อยครับ พอจะคุยกันได้บ้างครับในส่วนที่ผมทราบ
แต่ถูกใจสุดบ้านดินครับ เพราะผมคิดว่าน่าจะอยู่สบาย ไม่ร้อนในฤดูร้อน ไม่หนาวในฤดูฝน และหนาว
กำลังเข้ามาอ่านวิธีทำของท่าน เผือได้เอามาใช้
สำหรับเรื่องปาล์มและยางราคาตก ผมคิดว่ายังเป็นแบบนี้อีกหลายรอบครับ ตามทฤษฏี spider web + การเมือง สำหรับราคาพืชผลการเกษตร
จะดีถ้าใช้ระบบกระจายความเสี่ยงมาช่วยครับ คือ เราต้องปลูกมันหลาย ชนิดครับ ยาง ปาล์ม มะนาว ......
-
มะนาวถ้าเอาจริง มีที่แค่ยี่สิบไร่ ทำไม่กี่ปีออกเบนซ์เงินสดป้ายแดงได้เลย เห็นคนทำได้มาแล้วครับ จบวิศวะด้วย แต่หันเหชีวิตไปทำสวนมะนาวประสบความสำเร็จก่อนเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันซะด้วยซ้ำไป แต่ต้องเอาจริงนะครับ (ดูแลคนงานใกล้ชิด) และต้องใช้ยาฆ่าแมลงเยอะมาก O0 :victory
ผมเคยคิดจะทำที่บ้านอยุธยา ทดลองปลูกเล่นๆ จะเอาไว้แค่พอกิน ดูแล้วไม่ใคร่เวิร์ค แม้แต่ตอนนี้จะปลูกกินเองต้นเดียวที่บ้านภูซาง มันยังไม่ยอมโตเลย ทั้งๆ ที่ปลูกผลไม่อื่นๆ มันก็งามดีมากๆ (มะนาวคงไม่ชอบผม :cry2)
บ้านดินปีนี้คิดว่าจะลุยให้แล้วเสร็จครับ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเจอปัญหาที่เราคาดไม่ถึคงอีกหรือไม่? ดูเหมือนไม่ยาก แต่พอทำแล้วมันไม่เชิงง่ายๆ ครับ แล้วจะเอาปัญหาและสิ่งที่ค้นพบมาเล่าให้ฟังครับ d_d :drunk
-
http://www.youtube.com/v/1OBZ2GYCpaI
http://www.youtube.com/watch?v=1OBZ2GYCpaI&feature=youtu.be
ลองต้มกาแฟด้วยหม้อต้มแบบนี้ดูบ้าง
-
หนีหนาวมาพักที่บ้านอยุธยากันอีกครั้ง เลยลองปรับ AA-151 กลับสู่ UL Mode หลังจากที่เพิ่อนมาฟังแล้วว่าเวลาที่ผมเปิดเพลงดังมากๆ ในโมดไตรโอด ดูเหมือนกำลังที่ขับลำโพงแอลเท็ควีโอทีไม่ค่อยจะไหวน่ะครับ (ปรับเสร็จก็อัดเสียงกันเลย ไม่ได้เบิร์นหลังหยุดใช้งานไปเกือบครึ่งปีนะครับ คิดว่าถ้าเบิร์นไปอีก 20 ชม. เสียงจะดีกว่านี้แน่)
ลองเอากลับมาโมดเดิมเปิดเพลงดังๆ มันส์ขึ้นเยอะถึงขนหัวลุกเลยครับ ถ้าท่านฟังจากคลิปแล้วออกมาไม่ดี คงต้องโทษเจ้า โนเกีย รุ่นเก๋า เอ็นเจ็ดสิบสอง อัดเสียงห่วยเองละครับ (เสียงที่อัดเป็นคลิปออกมาแล้ว แย่กว่าเสียงที่ฟังจริง คือมันแย่พอๆ กันกับภาพที่ถ่ายทอดออกมาให้เห็นเบลอๆ ละครับ K]) เพราะฟังจากหูตรงๆ เสียงถึงจะก้องจากการใช้ลำโพงใหญ่เกินไปในห้องเล็ก และได้เปิดเสียงดังเกินสะภาพของห้องที่เล็กมากๆ หน้ากว้างเพียง 3.2 เมตรเท่านั้น ที่จะรับเสียงดังในระดับที่ทดลองการเทสกำลังของแอมป์ในครั้งนี้ได้ และเปิดดังกว่าการฟังปกติอีกด้วย และผนังห้องก็เป็นปูนไม่มีอะคูติกบอร์ดปิดนะครับ แต่เสียงที่ออกมาจากฟังจริงตรงๆ จากลำโพงก็ไม่มีอาการเสียงแตกหรือเสียงพร่าเพี้ยนเหมือนในคลิปแม้แต่น้อย เบสลงได้ลึก หนักแน่นมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร (เมื่อเทียบกับตอนใช้ไตรโอดโมดนะครับ) และงานนี้ไม่มีปรีแคทที่เคยใช้ช่วยแต่งเสียงอีกด้วย ใช้เครื่องเล่นซีดียี่ห้ออนาโคติกราคาพันกว่าบาท โดยต่อตรงเข้าฮีทคิทกันเลย :secret
http://www.youtube.com/v/avgYlbVkryU
http://www.youtube.com/v/5V_EK8e2otM
-
http://www.youtube.com/v/p8j8v3Yr4ss
http://www.youtube.com/v/n5gmPYZtS9g
-
มีเทคนิคการอัดหรือเปล่าครับ เช่น ตัวกล้องต้องห่างลำโพงเท่าไร ผมลองอัดเล่นดูห่างจากลำโพงประมาณ 1 เมตร เสียงที่ออกมา โอเวอร์บูท น่าดูเลยครับ :cry2 :cry2
-
มีเทคนิคการอัดหรือเปล่าครับ?
ถามยังกะผมอัดมาดีงั้นแหละ :-\ :-\ :-\ ถ้าผมใช้ Tascam ก็น่าเป็นได้ แต่นี่ใช้ผมมืถือ NOKIA N72 ที่กำลังใกล้จะพังแระ (ตอนเปิดกล้องถ่ายรูปมันจะแยกเป็นชิ้นๆ ต้องเอามือบีบให้สวิทกล้องมันทำงาน ไม่งั้นจะถ่ายวีดีโอไม่ได้อ่ะครับ :yucky)
ตำแหน่งที่อัดเสียงก็จุดนั่งฟังแหละครับ
-
วันนี้ไปเจอระบบเสียงแบบอันปลั๊ก ทุกซิสเต็มของผม ต้องก้มหัวให้ของเค้าเลยละครับ เชิญลองฟังกันดูครับ :whistling
http://www.youtube.com/v/ew4vjNFYeIA
-
Happy New Year Krub! d_d :drunk
http://www.youtube.com/v/olW6-jhSgMg
-
หนีหนาวมานอนบ้านระยองสองอาทิตย์ นับว่ามาครั้งนี้โชคดีได้ของไปเล่นที่บ้านอยุธยาอีกแระ คือไปเห็นท้ายกระโปงรถว่าลูกเล่นเพย์สาม เลยถามหาเพย์หนึ่งว่าอยู่ไหน? ไปค้นเจอฝุ่นเขอะครับ :yahoo :yahoo :yahoo
ทำไมผมถึงดีใจ :secret ก็เพราะ http://www.6moons.com/audioreviews/leben2/system.html
During all this audio fun, my pal Pete Riggle stopped by with an audio underground digital favorite, the Sony Playstation 1 (Model No. SCPH-1001). I had heard rumors of just how good this particular version of the PS1 is when used as a CD player and was curious to give it a listen. This kid's video game player really does have outstanding audio performance. I'm guessing you'd have to spend more than $6000 on a one-box CD player to equal let alone better it.
(http://s2.uppic.mobi/image-2560_50E92E86.jpg)
ว่าจะเอาไปเทียบกะอะคอนเนติกตัวที่โมสุดๆ ที่อัดคลิปมาให้ฟังแล้วข้างบนแหละครับ แต่อ่านจากหกพระจันทร์แล้ว มันน่าจะเหนือกว่าหลายเท่าตัวแน่ๆๆๆๆ
http://www.stereophile.com/cdplayers/708play/
http://www.avsforum.com/t/1103732/how-would-a-sony-playstation-1-sound-as-a-cd-player
-
....สวัสดีปีใหม่ครับคุณพินิจ...ยังคิดถึงอยู่เสมอครับ.....
bluekite
-
....สวัสดีปีใหม่ครับคุณพินิจ...ยังคิดถึงอยู่เสมอครับ.....
bluekite
เช่นกันครับ d_d :drunk
19-20 มค นี้ ผมคิดว่าจะไปเดินหาอะไหล่เก่ามอเตอร์ไซร์ที่ถนนคนเดินหลังโรงเรียนปรินซ์น่ะครับ (ถ้าวันนั้นว่าง นัดคุยกันแถวๆ ที่ผมเคยขายกาแฟก็ดีครับ) เมื่อก่อนไม่เคยชำเรืองมอง เด๊่ยวนี้เดินไปทางไหน? มองหาแต่ชุดแต่งที่จะเอามาแต่งมอเตอร์ไซร์ครับ
เจ้า C50 ตั้งใจ จะให้ออกมาในรูปนี้ครับ ทั้งสีและรูปลักษ์ คือผมอยากได้สีแปลกๆ จากทั่วๆ ไป และเป็นสีที่ขึมๆ ทึมๆ หน่อย :whistling
(http://s2.uppic.mobi/image-F3B4_50EA5FFB.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-1876_50EA5FFB.jpg)
ไปลองขับคันนี้ของลูกมา มันก็ขี่ดี แต่มันไม่เหมาะกับคนแก่แล้วอย่างเรา และมันแรงเกิน (250cc) กลัวผมเผลอซิ่งแหกโค้งตกเขา :cold
(http://s2.uppic.mobi/image-605B_50EA5FFB.jpg)
-
มีแบบนี้อยู่คันนึง :whistling
-
คันแบบนี้นี้ทำอยู่2ปีกว่าแล้วยังมะเสร็จ K] อะไหล่ขาดหลายอย่างเลยแต่กะว่าจะประกอบไห้เป็นคันก่อน(รูปเอามาจากเนตครับ)
ส่วนซี70อีกคันใช้อยู่ทุกวันตอนนี้เอาปเปลี่ยนเครื่องใหม่เครื่องลูกเก่าเก็บใว้....ต่อทะเบียน 2f
-
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง :o สนใจรถมอเตอร์ไซร์เอามากๆ ไปเห็นโบชัวร์ฮอนด้ารุ่นในรูปข้างล่าง แล้วคิดอยากจะซื้อรถใหม่มาใช้ซักคัน แต่พอไปดูตัวจริง มันดูเล็กกว่าในรูปเยอะ รูปทรงตัวจริงไม่ประทับอะไรเลยแม้แต่น้อย :yucky
(http://s2.uppic.mobi/image-804D_50EAA4BB.jpg)
แต่เมื่อคืนไปทานอาหารนอกบ้านกัน เจอคันนี้แล้วชอบครับ แต่คงไม่ซื้อเพราะไม่รู้เอามาใช้ประโยชน์อะไร?
(http://s2.uppic.mobi/image-8BEE_50EAA4BB.jpg)
-
....สวัสดีปีใหม่ครับคุณพินิจ...ยังคิดถึงอยู่เสมอครับ.....
bluekite
เช่นกันครับ d_d :drunk
19-20 มค นี้ ผมคิดว่าจะไปเดินหาอะไหล่เก่ามอเตอร์ไซร์ที่ถนนคนเดินหลังโรงเรียนปรินซ์น่ะครับ (ถ้าวันนั้นว่าง นัดคุยกันแถวๆ ที่ผมเคยขายกาแฟก็ดีครับ) เมื่อก่อนไม่เคยชำเรืองมอง เด๊่ยวนี้เดินไปทางไหน? มองหาแต่ชุดแต่งที่จะเอามาแต่งมอเตอร์ไซร์ครับ
:yahoo :yahoo เลื่อนมาเป็นวันที่ 26-27 สิ พอดีผมมีธระที่เชียงใหม่ น่ะครับพี่ จะได้เจอกัน ไปเดินตลาดนัดมาครั้งที่แล้ว ได้ 12ax7 เทเลฟูเกน เพลทแบบหยัก มีเครื่องหมายข้าวหลามที่ก้นหลอดมา 3 หลอด หลอดละ 70 บาทต่อแล้วเหลือ 200 บาท ;D ;D ;D ฟังของแพงฟังไม่ค่อยเป็นเดี๋ยวปะขายให้สิ้นแล้วสิ้นเรื่อง ;D ;D แต่แผ่นเสียงไปจับจ่ายที่นั่นไม่ค่อยได้เลยโดยเฉพาะตรงต้นฉำฉาในซอย จับไปมือพองแน่ ๆ ผมก็ทำแบบบิ้อ ๆ ถามไป พี่แกบอกราคาจัดซะเต็มเกินกว่าในเนท 2-3 เท่า ;D ;D d_d d_d d_d d_d d_d
-
"19-20 มค นี้ ผมคิดว่าจะไปเดินหาอะไหล่เก่ามอเตอร์ไซร์ที่ถนนคนเดินหลังโรงเรียนปรินซ์น่ะครับ (ถ้าวันนั้นว่าง นัดคุยกันแถวๆ ที่ผมเคยขายกาแฟก็ดีครับ)"
ยังไม่แน่ใจครับ 19-20 นั้นพรรคพวกที่เชียงรายเห็นว่าจะนัดสัมนากันผมกำลังรอการยืนยันอยู่ครับ ถ้าผมไม่ได้ไปเชียงราย เจอกันคงมีเรื่องให้คุยกันเยอะให้หายคิดถึงเลยเชียวหล่ะครับ....
-
จะพยายามอยู่ให้ถึง 26-27 ครับ d_d :drunk คือลูกชายคนเล็กหมอเชียงใหม่นัดวันที่ 21 ถ้าคุณบลูไครท์ไปเชียงราย เราพบกันอีกอาทิตย์ก็ได้ครับ d_d :drunk
น่าอิจฉาคนกำแพงอยู่ตั้งไกลยังมาเก็บเทเลได้ถึงเชียงใหม่ ผมขายกาแฟอยู่ปีหนึ่งยังไม่เคยเจอเทเลซักคู่นึง K] :cry2
-
มีแบบนี้อยู่คันนึง :whistling
บ่งบอกถึงอายุคนขับ ;D
-
....ปัจจุบันผมใช้คันนี้อยู่ครับ...
-
...รูปนี้เอาไปเขาค้อ-ภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้าเมื่อ 15-17 ธ.ค. 55..น้าDUENG 53 ช่วยดูแลทางเทคนิคให้ครับ
-
...รูปนี้เอาไปเขาค้อ-ภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้าเมื่อ 15-17 ธ.ค. 55..น้าDUENG 53 ช่วยดูแลทางเทคนิคให้ครับ
ไม่มีตุ๊กตาท้ายรถไปด้วยหรือ
-
ผมชอบประมาณนี้ เดี่ยวมีงบคงจัดมาซัดกะเด็กเว้นซะหน่อย ;D
-
..ไม่มีตุ๊กตาท้ายรถไปด้วยหรือ..
... ไม่มีครับแค่สัมภาระก็เต็มแล้วครับ คงไม่มีใครอยากซ้อนมอเตอร์ไซค์ระยะทางไกลๆมั้งครับ....
จะพยายามอยู่ให้ถึง 26-27 ครับ
...ไม่เป็นไรครับน้าPINIJผมมีความตั้งใจจะเอารถคันนี้ไปหาน้าที่ภูซางอยู่เหมือนกัน...ผมตั้งชื่อมันว่าเจ้าเสือน้อย...
น่าอิจฉาคนกำแพงอยู่ตั้งไกลยังมาเก็บเทเลได้ถึงเชียงใหม่ ผมขายกาแฟอยู่ปีหนึ่งยังไม่เคยเจอเทเลซักคู่นึง
.....ของน้าหน่ะสุดยอดอยู่แล้วครับ...
...แต่การที่เราไปซื้อของได้ของ ดีๆ-แปลกๆ มามันมีความสนุกดีเหมือนกันนะครับ..
...ผมกับ น้าduang53 เดินกันแทบทุกอาทิตย์สนุกดีครับ...
....บางทีเจอ น้าsong ก็มีเรื่องคุยกันเยอะแยะไปหมดครับ.........
-
มีแบบนี้อยู่คันนึง :whistling
บ่งบอกถึงอายุคนขับ ;D
2f 2f 2f...
-
......ของคุณหาดใหญ่คลาสสิคคันสีแดง สมัยก่อนนักสังคมสงเคราะห์ใช้อยู่ทางภาคเหนือปีนเขามันส์ครับ ช้าๆนะดู สเตอร์มันซิ!!!!! แต่เขาทดลงพอสมควรล่ะครับ...ตลาดหลังปริซ์นเคยเห็นวิ่งอยู่ 2 คันแต่ไม่มีทะเบียน......
.....ของน้าmonalisaรถโมตาด ใหญ่เกินไปสำหรับผม.....ผมคุมมันยากครับ......
-
......ของคุณหาดใหญ่คลาสสิคคันสีแดง สมัยก่อนนักสังคมสงเคราะห์ใช้อยู่ทางภาคเหนือปีนเขามันส์ครับ ช้าๆนะดู สเตอร์มันซิ!!!!! แต่เขาทดลงพอสมควรล่ะครับ...ตลาดหลังปริซ์นเคยเห็นวิ่งอยู่ 2 คันแต่ไม่มีทะเบียน......
.....ของน้าmonalisaรถโมตาด ใหญ่เกินไปสำหรับผม.....ผมคุมมันยากครับ......
คันนั้นมะใช่ของผมครับ....แต่ผมกะว่าจะทำไห้เมือนคันนั้นครับ 2f
-
ได้เพื่อนชอบมอเตอร์อีกหลายคนเลย d_d :drunk
ดูรถที่คุณโมนาลิซาชอบแล้ว เหมือนสะไตร์เดียวกับผมเลยครับ ความฝันผมยังอยากจะได้ BSA ที่รูปร่างแบบนี้ซักคัน มันคล้ายๆ ทรงเดียวกับกันคันเก่าที่เคยมี (ตอนช่วงผมอายุ 5-6 ขวบมั๊ง?)
-
ได้เพื่อนชอบมอเตอร์อีกหลายคนเลย d_d :drunk
ดูรถที่คุณโมนาลิซาชอบแล้ว เหมือนสะไตร์เดียวกับผมเลยครับ ความฝันผมยังอยากจะได้ BSA ที่รูปร่างแบบนี้ซักคัน มันคล้ายๆ ทรงเดียวกับกันคันเก่าที่เคยมี (ตอนช่วงผมอายุ 5-6 ขวบมั๊ง?)
ไว้คล่องตัวกว่านี้แล้ว จะจัดสักคันเหมือนกันครับ แค่นี้พอครับ ไว้ขับกินลม d_d
-
อยากเห็นรถมอเตอร์ไซร์คันโปรดของเพื่อนๆ ที่ใช้อยู่ และรถคันที่ฝันเฟื่องอยากได้ :) แม้ความจริงโอกาสที่จะได้มันมาครอบครองจะไม่มีเลยก็ตามครับ :cry2 :cry2 :cry2 ของผมก็นี่เลยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-8063_50EE126D.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-BABB_50EE126D.jpg)
d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2A8F_50D31392.jpg)
แต่ที่จริงผมอยากได้ตัวเก่ารุ่นนี้ที่เคยได้นั่งตอนเด็กๆ มากที่สุดครับ สมมุติ (ที่เป็นไปได้ยาก) ถ้าผมได้มันกลับมาผมคง ถอดที่บังลมออกเพราะไม่ชอบ
ผมชอบมอเตอร์ไซร์สูบเดียวซัก 1000cc เครื่องสี่จังหวะที่มีก้านสูบยาวๆ เพราะเสียงมันจะดัง ปุ้งๆ ทิ้งช่วงห่างกันมากๆ เวลาเราขับเร็วๆ ผมยังจำเสียงของมันในอดีดของรถคันนี้ได้ติดหูอยู่เลยว่ามันวิ่งฉิว แต่เครื่องดังเหมือนกำลังเดินเบา (คือรอบต่ำมากๆๆๆๆ)
ปล. รถคันนี้ผมยังจำได้ว่ามันมีท่อไอเสียสองท่อ แต่เครื่องสูบเดียว แล้วใช้หัวเทียนสองหัว แม้มันมีแค่สูบเดียว (ในรูปอาจมองเห็นท่อไอเสียอีกอันไม่ชัด และมองไม่เห็นหัวเทียนที่อยู่อีกฝั่งครับ)
-
แอบซ่อนอยู่ในเล้าไก่ รอวันชุบชีวิต... หลบสายตาคนมานมนานหลายปีแล้ว
(http://image.ohozaa.com/i/cec/O64wHB.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wzE2eP5wtWW7IMRj)
-
แอบซ่อนอยู่ในเล้าไก่ รอวันชุบชีวิต... หลบสายตาคนมานมนานหลายปีแล้ว
มีกะเขาด้วยเหรอพี่ :o
-
แอบซ่อนอยู่ในเล้าไก่ รอวันชุบชีวิต... หลบสายตาคนมานมนานหลายปีแล้ว
(http://image.ohozaa.com/i/cec/O64wHB.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wzE2eP5wtWW7IMRj)
มีกะเขาด้วยเหรอพี่ :o
ของมัก...ฮ่า ..... ยิ่งเจ้านี้ ขณะนี้ชอบยิ่งกว่า "หลอด" อีก กำลังสะสมพันธุ์แท้ ๆ ราคาพอกับ WE300B เลย
(http://image.ohozaa.com/i/079/Dd97sv.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wzE72Xd4XEtfjBMh)
(http://image.ohozaa.com/i/a35/0KGWLW.JPG) (http://image.ohozaa.com/view2/wzE94rGvl9YAABMg)
-
แอบซ่อนอยู่ในเล้าไก่ รอวันชุบชีวิต... หลบสายตาคนมานมนานหลายปีแล้ว
มีกะเขาด้วยเหรอพี่ :o
ของมัก...ฮ่า ..... ยิ่งเจ้านี้ ขณะนี้ชอบยิ่งกว่า "หลอด" อีก กำลังสะสมพันธุ์แท้ ๆ ราคาพอกับ WE300B เลย
เจ้านี่มันคงไม่แพงเพราะกินแล้วแซ่บเหมือนทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์หรอกนะครับ แต่ที่มันแพงเพราะคนเอาไปชนกันมากกว่า ;D
-
มองกันคนละแง่มุม ไก่แจ้ตัวละหลายสตังค์ (เป็นหมื่นบาทก็มี) คงไม่มีใครเอาไก้แจ้ไปชนกันหลอกนะ และอีกอย่างปลากัดก็เช่นกัน ปีหนึ่ง ๆ บ้านเราส่งไปขายต่างประเทศ ทำสตังค์เข้าประเทศหลายล้าน ปลากัดบางตัวราคาตัวละเป็นหมื่น เค้าคงไม่เอาไปกัดกัน หากเรามองในแง่ของความสวยงาม ท่าทีที่โดดเด่น และคุณลักษณะที่พิเศษ อะไรเหล่านี้ ยอมเกิดมูลค่าแก่การเรียนรู้ ศึกษา และชมเพื่อความเพลิดเพลิน หรือทำงานอดิเรก มูลค่าที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ตรงนี้มากกว่า การเอาไปต่อสู่กันเพื่อการพนันขันต่อ..จ้า..
-
.....มอเตอร์ไซค์น้ามุมฯเป็นรุ่นรีเบล 50 ซีซี รึเปล่าครับ....
-
.. K] K]....ว้า ว่าจะโม้ซักหน่อยผิดรุ่นซ่ะละน้ามุมฯ. K] K].
N] N]...ไปถามอาจารย์กูเกิลบอกว่าเป็นรุ่นแจสหน่ะ หน้าแตกไปเลย....... :clap :clap :clap
-
.. K] K]....ว้า ว่าจะโม้ซักหน่อยผิดรุ่นซ่ะละน้ามุมฯ. K] K].
N] N]...ไปถามอาจารย์กูเกิลบอกว่าเป็นรุ่นแจสหน่ะ หน้าแตกไปเลย....... :clap :clap :clap
พรุ่งนี้เจอกันหลังปรินส์หรือเป่าครับ? ตอนนี้ถึงบ้านที่ลำพูนแล้ว พรุ่งนี้ว่าจะไปหลังปรินส์ตั้งแต่เช้าเลย d_d :drunk
-
พรุ่งนี้เจอกันหลังปรินส์หรือเป่าครับ? ตอนนี้ถึงบ้านที่ลำพูนแล้ว พรุ่งนี้ว่าจะไปหลังปรินส์ตั้งแต่เช้าเลย
;D ;D ;D ถ้าเจอหลอด เทเลฟูเก้น หรือ มูลลาด ให้พี่จับมาดูเฉย ๆ ทำตำหนิแล้วม้วนใส่กระดาษวางไว้ :secret :secretอย่าเพิ่งซื้อนะ แล้วบอกคนขายว่าเสาร์หน้าผมจะไปซื้อ ;D ;D ;D
-
พรุ่งนี้เจอกันหลังปรินส์หรือเป่าครับ? ตอนนี้ถึงบ้านที่ลำพูนแล้ว พรุ่งนี้ว่าจะไปหลังปรินส์ตั้งแต่เช้าเลย
;D ;D ;D ถ้าเจอหลอด เทเลฟูเก้น หรือ มูลลาด ให้พี่จับมาดูเฉย ๆ ทำตำหนิแล้วม้วนใส่กระดาษวางไว้ :secret :secretอย่าเพิ่งซื้อนะ แล้วบอกคนขายว่าเสาร์หน้าผมจะไปซื้อ ;D ;D ;D
คนอื่นเค้าเดินห่หลอดพวกนี้กันเป็นสิบๆปี ไม่เคยเจอกัน :cry2 แต่มีคนไปวันเดียวเจอเลย ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว (( (( ((
-
ผมพึ่งกลับขึ้นมาบ้านเมืองเหนือ ขับรถตระเวณดูสวนยางหลายๆ แห่งแถวๆ บ้าน เห็นต้นยางทุกต้นแม้แต่สวนที่ปลูกบริเวณทีมีน้ำซับชื้นๆ อยู่ที่ผิวดิน ใบยางก็ยังเหลืองและน้ำยางเริ่มลดปริมาณลงเหมือนของผม คิดว่าสิ้นเดือนนี้คงจะหยุดกรีดละครับ
ไม่ทราบว่าทางใต้แถวบ้านอาจารย์โก้ ตอนนี้น้ำยางยังไหลดีอยูหรือไม่ครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-F84D_5100E22B.jpg)
มีการทดลองของฝรั่งออกมาแล้วว่า ใบกาแฟ ถ้าเอามาชงดื่มแบบใบชา สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ผลดีกว่าดื่มกาแฟสดซะอีกละครับ ใครเป็นโรคเบาหวานน่าทดลองหามาดื่มดูนะครับ
ผมเคยให้คนที่เป็นโรคเบาหวานดื่มกาแฟสดโดยไม่ใส่นมและน้ำตาล ก็สามารถลดระดับน้ำตาลได้ ผลเท่าสุ่มทดสอบสิบกว่าคน เห็นผลชัดเจนเก้าคน โดยการวัดผลอยู่เกือบครึ่งปี วัดระดับน้ำตาลทุกอาทิตย์จากโรงพยาบาลตำบลครับ จากการที่ยังคงกินอาหารทุกอย่างปกติตามเดิมครับ (ก่อนหน้านั้นทุกคนก็ได้กินยากันมานานหลายปี แต่ระดับน้ำตาลไม่ลด) แต่ผมก็ไม่ขอสรุปว่าเพราะกาแฟอย่างเดียวมันช่วยนะครับ อาจเพราะยาที่คนไข้พวกนั้นกินร่วมกันไปด้วย
(http://s2.uppic.mobi/image-4662_5100E22B.jpg)
-
สวัสดีครับ ไปหลังร.รปริส ได้อะไรติดกลับบ้าน :)ช่วง ก.พ ต้นยางเริ่มผลัดใบ
-
ไม่ได้เดินหลังปลิ๊นส์ปีเดียว ของแพงขึ้นเยอะ และมีของน้อยลง แต่ก็ยังได้โชคหลังมอร์เตอร์ไซร์มาคู่หนึ่ง 150 บาท (ตามในรูปครับ หนึ่งรูปโชว์ของสามสิ่งนะครับ) คาบิวร์เวปลูกหนึ่ง 150 บาทเหมือนกัน ได้อะไหล่รถมาแค่นี้เองครับ อ้อ! เกือบลืมได้แผ่นดำเป็นแผ่นออริจินัลทูลทองใจ ชุดมนต์เมืองเหนือ เสียงดีมากๆ มาแผ่นหนึ่ง ได้มาทั้งหมดแค่นี้แหละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-1CFF_510270F3.jpg)
ไหนๆ ก็แนะนำยาแบบพื้นบ้านแบบสมุนไพรกันไปแล้ว ผมยังมียาอีกสองขนานที่ผมพึ่งจะลองได้ผลมาแล้วกับตัวเองคือ ตำราแรกเป็นยาดองเหล้าที่ผม ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาทนกินเหล้าแบบนี้ แต่ด้วยความปวดหลังมากๆ เลยต้องทนกินจนหมดไปขวดหนึ่งแล้ว ที่เห็นนี้คือขวดที่สองนะครับ ขวดแรกกินหนึ่งก๊งทุกวัน แต่ขวดหลังนี้ ผมเห็นว่าอาการปวดหลังมันลดลงไปเป็นอย่างมาก เรียกว่าเกือบจะหายสนิด (แม้ว่าจะอุ้มลูกมากขึ้นกว่าเดิมซะด้วย) เลยคิดว่าจะทนกินแค่วันเว้นวัน แต่ต่อไปคงดื่มวันเว้นสองวัน และขยายวันหยุดกินไปเรื่อยๆ ละครับ (ที่ต้องลดเพราะ ยาดองตำหรับนี้มันมีมีไซร์เอฟเฟ็กอย่างมากกับชีวิตประจำวัน ใครอยากรู้ว่าคืออะไรต้องคุยหลังไมค์ครับ)
และยาตำหรับที่สองคือใบบัวบกต้มใส่งบน้ำอ้อยให้ออกหวานๆ เล็กน้อยครับ เมื่อก่อนนี้ปกติหน้าหนาวในตอนเช้า เมือผมตื่นขึ้นมาปากจะเหม็นมากๆ และขี้เสล็ดข้นๆ ทุกวัน แต่หลังจากกินไปสองเดือน เสล็ดค่อยๆ หายไปเลยอย่างไม่น่าเชื่อครับ และกลิ่นปากในตอนตื่นนอนก็มีกลิ่นดีมากขึ้นคือไม่เหม็นมากเหมือนก่อนๆ ครับ ตื่นมาไม่มีอาการมวลๆ ในห้องเหมือนก่อนอีกด้วยละครับ (อาการนี้หายก่อนกินยาดองนะครับ)
คนที่แนะนำมาค้าบอกว่า "รางเนื้อ อาจชอบรางยา" ผมเห็นว่าเราก็ปวดหลังมากๆ จนหมอนวดยังช่วยไม่ได้ ก็เลยยอมทนกินมัน ซึ่งจริงๆ แล้วกินแค่สามวันเริ่มก็รู้เลยว่าหลังเราดีขึ้น ปกตินั่งเล่นคอมป์มากๆ นานๆ ก็ยังปวดหลัง ต้องเดินหลังงอๆ อยู่พักหนึ่ง แต่ตอนนี้เล่นเป็นชั่วโมงก็ไม่เป็นไรแระ
-
มายทูเดย์คับวันนี้อร่อยเต้มร้อยแล้วครับ
เครื่องชงราคาประมาณสามหมื่นบาทแบบนี้ ชงอะร่อยได้ไม่แพ้เครื่องราคาแสนได้ครับ
แต่มันจะพังเร็วมากๆ ที่ตัวยึดด้ามอัด เพราะเค้าใช้ทองเหลืองทำเพื่อลดต้นทุน
ถ้าเราจ้างร้านโรงกลึงให้ใช้สะแตนเลสส์กลึงหุ้มปลอกทองเหลืองนี้ มันก็จะทนได้เท่าเครื่องละแสนนะครับ
ค่าสะแตนเลสส์ ๒๐๐ บาท จกร้านของเก่า ค่าจ้างกลึงที่ อ. เชียงคำ ๒๕๐ บาท ค่าเชื่อมด้วยลวดทองเหลือง ๑๐๐ บาท
หลังจากที่เครื่องชงนี้มันไม่สามารทำปริมาตรและเวลาไม่ได้ตามมาตรฐาน (เพราะมีน้ำรั่วออกมาด้านข้าง เลยสร้างแรงดันให้น้ำร้อนผ่านผงกาแฟ ไม่ได้ถึง ๑๐ บาร์)
ผมก็ไม่เห็นกากผงกาแฟออกมาเป็นก้อนคุ๊กกี้แบบนี้นานมากเลย แต่วันนี้ได้เห็นแระ (กาแฟที่เราชงแล้วแก้วไหน เคาะกากออกมาไม่เกาะเป็นก้อน เททิ้งได้เลยครับ น้ำกาแฟแก้วนั้นไม่ต่างจากน้ำล้างแก้วซักเท่าใด!!!)
ใครใช้เครื่องชงราคาถูกๆ ถ้าไม่กลึงที่ยึดด้ามด้ามอัดใหม่ (ราคาค่าแรงและของ ๑๕๐๐ บาท) ก็ใช้วิธีกลึงปลอกสวเอาแบบนี้ก็ได้ครับ ต้นทุนถูกกว่าครึ่งนึง เพราะช่างทำง่านกว่า ความทนทานคงพอๆ กันครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-2008_51071A20.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-AE7C_51071A20.jpg)
-
มีคนสนใจยาดองแก้ปวดหลัง ผมเลยเอารูปใบยาดองมาให้ดูกันชัดๆ ครับ ลองไปหาตามอนามัยที่มีการปลูกพืชสมุนไพรดูนะครับ ต้องใช้ใบเด็ดสดๆ ดองถึงจะได้ผลดี
การอยูอย่างปวดหลังมันแสนจะทรมารอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ผมสะบายแระ (ลืมไปเลยว่าเราเคยปวดหลังครับ) ผมจะกลับไปอยู่บ้านอยุธยาสักพักในอาทิตย์หน้า ถ้าใครสนใจอาจพอแบ่งต้นกล้าที่ไปขอเค้ามานิดหน่อยให้เอาไปปลูกได้ครับ (ส่งทาง ปณ ให้กลัวมันตายอ่ะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-70A8_51075F54.jpg)
-
ผมพึ่งกลับขึ้นมาบ้านเมืองเหนือ ขับรถตระเวณดูสวนยางหลายๆ แห่งแถวๆ บ้าน เห็นต้นยางทุกต้นแม้แต่สวนที่ปลูกบริเวณทีมีน้ำซับชื้นๆ อยู่ที่ผิวดิน ใบยางก็ยังเหลืองและน้ำยางเริ่มลดปริมาณลงเหมือนของผม คิดว่าสิ้นเดือนนี้คงจะหยุดกรีดละครับ
ไม่ทราบว่าทางใต้แถวบ้านอาจารย์โก้ ตอนนี้น้ำยางยังไหลดีอยูหรือไม่ครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-F84D_5100E22B.jpg)
มีการทดลองของฝรั่งออกมาแล้วว่า ใบกาแฟ ถ้าเอามาชงดื่มแบบใบชา สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ผลดีกว่าดื่มกาแฟสดซะอีกละครับ ใครเป็นโรคเบาหวานน่าทดลองหามาดื่มดูนะครับ
ผมเคยให้คนที่เป็นโรคเบาหวานดื่มกาแฟสดโดยไม่ใส่นมและน้ำตาล ก็สามารถลดระดับน้ำตาลได้ ผลเท่าสุ่มทดสอบสิบกว่าคน เห็นผลชัดเจนเก้าคน โดยการวัดผลอยู่เกือบครึ่งปี วัดระดับน้ำตาลทุกอาทิตย์จากโรงพยาบาลตำบลครับ จากการที่ยังคงกินอาหารทุกอย่างปกติตามเดิมครับ (ก่อนหน้านั้นทุกคนก็ได้กินยากันมานานหลายปี แต่ระดับน้ำตาลไม่ลด) แต่ผมก็ไม่ขอสรุปว่าเพราะกาแฟอย่างเดียวมันช่วยนะครับ อาจเพราะยาที่คนไข้พวกนั้นกินร่วมกันไปด้วย
(http://s2.uppic.mobi/image-4662_5100E22B.jpg)
เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปจังหวัดเลยมา เห็นยางที่เค้าปลูกไว้ ใบออกสีน้ำตาลครับ พ่อผมบอกว่า มันเข้าหน้าแล้งกรีดไม่ได้ แล้วครับ น้ำยางน้อย เพราะต้นต้องการน้ำไปเลี้ยงอย่างอื่นแทนแล้วนะครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-B01C_51078D8D.jpg)
ช่วงนี้เริ่มกลับมาสนใจเครื่องเสียงอีแระ...
ไม่รู้ว่ายังมีคนอับแซมปลิ่งจาแผ่นซีดีกันอยู่อีกหรือเปล่า? วันนี้ผมนึกสนุกทดลองทำเล่นดูครับ
พออับเป็น 32/176.4 แล้วเห็นว่ายอดคลื่นเสียงยังสามารถเพ่มเกนขึ้นไปได้อีก จากที่เราเพิ่มิทเรทมันน่ะครับ
เลยจัดการซะตามรูปครับ...
ผลน่ะหรือ?? เสียงชุดที่ผมใช้อยู่เหมือนมันแพงขึ้นอีกซัก...ต้องฟักเงินอีกหลายเท่าตัวเลยละ
...ลองเล่นกันดูครับ ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแต่ทำให้ชุดเราแพงขึ้น...
การทำแบบนี้เสียงดังมากขึ้นจริงอยู่ แต่...มันไม่ดังเหมือนการที่เราเร่งโวลลุ่มเพิ่มขึ้นนะครับ คอนทราดของเสียงมันดีขึ้นด้วย ไม่ใช่มันดังขึ้นอย่างเดียว
ไม่แน่นะครับ dCS หรือแด๊กตัวแพงๆ อาจทำวิธีนี้ซ่อนไว้ข้างนด้วยก็นได้ครับ ลองหา GoldWave โลดมาลองดูครับ แต่ผมใช้เวปแลปทำอ่ะครับ
ปล. ถูกต้องแล้วครับคุณโมนาลิว่า
-
มีคนสนใจยาดองแก้ปวดหลัง ผมเลยเอารูปใบยาดองมาให้ดูกันชัดๆ ครับ ลองไปหาตามอนามัยที่มีการปลูกพืชสมุนไพรดูนะครับ ต้องใช้ใบเด็ดสดๆ ดองถึงจะได้ผลดี
การอยูอย่างปวดหลังมันแสนจะทรมารอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ผมสะบายแระ (ลืมไปเลยว่าเราเคยปวดหลังครับ) ผมจะกลับไปอยู่บ้านอยุธยาสักพักในอาทิตย์หน้า ถ้าใครสนใจอาจพอแบ่งต้นกล้าที่ไปขอเค้ามานิดหน่อยให้เอาไปปลูกได้ครับ (ส่งทาง ปณ ให้กลัวมันตายอ่ะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-70A8_51075F54.jpg)
;D ;D ;D ;D สงสัยที่หายปวด เป็น แอลกอฮอร์ กดทับเส้นประสาทหรือป่าว ;D ;D ;D ขอโทษที ปีนี้กะว่าไปหาจอมยุทธ์ที่ภูซาง ก็ไม่ได้ไปเช่นเคย :cry2 :cry2 :cry2 ไปเชียงใหม่ที่ตลาดนัดโรงเรียนปริ้น งวดนี้ไม่ค่อยได้อะไรเลย แล้วแต่ดวง ได้มาแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เป็น text book ได้มา 3 เล่ม อ่านไม่รู้เรื่อง หนุนหัวนอนก็คงดี ;D ;D+ หนังสือไทยอีกนิดหน่อย text book ได้มาก็เป็นของสำนัก McGraw-hill ได้มาก็มี fundamentals of Electric circuit, Pulse and digital circuit, Elements of Power System Analysis ส่วนพวกหนังสือไทยก็ทั่ว ๆ อีก 5 เล่ม พวกเทคนิค อิเลคทรอนิค เครื่องยนต์ ไฟฟ้าเครื่องกล ที่พวก ปวช ปวส เด็กช่างใช้เรียนกัน มีเก็บไว้ก็ดีครับ ตอนแรกถามคนขายเล่มละเท่าไร คนขายบอกว่าเล่มละ 40 บาท เลยจัดการเก็บใส่ถุงให้คนขายคิดราคาอีกที คนขายบอกทั้งหมด ก็ ร้อยซาว (120) บาท ต่ออีกนิดเหลือ 100 บาทถ้วน ๆ ถือหนังสือซะข้อเมื่อยเลย ;D ;D ;D อีกอย่างเรื่องการซื้อของตลาดของเก่านี่ เห็นแล้วต้องรีบซื้อเลย เพราะว่าหมายตาหม้อแปลงเทอรอยอยู่ลูกนึง ราคาไม่กี่ร้อย กะว่าจะเอามาทำคลาส A เล่น ๆ กะว่าจะซื้อตอนขากลับเพราะมันหนักขี้เกียจถือ ตอนขากลับจะมาซื้อปรากฏว่าคนขายเก็บของหนีแสงอาทิตย์ซะแล้ว เลยแห้วเลย :cry2 :cry2 ใครไปเดินตลาดเชียงใหม่อีกมั่นน่ะ จะได้ฝากไปซื้อซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย :yahoo :yahoo :yahoo :yahoo
-
ร้านนี้ผมได้ของดีๆ ประจำ หนังสือตอนเรียนเครื่องกล เป็นเท็กบุ๊กเล่มละ ๑๐๐ บาทเองหาที่ไหนได้ :secret ได้มาสองกล่องใบใหญ่ๆ เลยครับ
ผมอุสาห์ปรับชุดให้ฟังดีด้วยการเพิ่มเกน จะให้ฟังซะหน่อย รอเก้ออีกแล้วผม
วันนี้ดีใจมากๆ หลังจากนอนไม่หลับมาหลายคืน เพราะดันลืมแผ่นมนต์เมืองเหนือไว้ที่บ้านลำพูน โทรสั่งให้ให้ผู้หญิงแพ็กของอีกด้วย (พี่สาวแฟน) มันจะได้เรื่อง แผ่นปลอดภัยระหว่างขนส่งดีหรือไม่? คาดเดาไม่ถูก...
ส่งอีเอ็มเอสวันศุกร์ เย็นวันอังคารถึงมาถึงบ้าน ให้มันได้อย่างนี้สิ ปณ ไทย
แต่เห็นเทปพลาสติกสีน้ำเงินห้มมาอย่างได้แล้วค่อยเบาใจ แกะออกมา โล่งใจไปเลย
ผมคิดว่าเป็นการแพ็กที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยละครับ เชิญดู...
(http://s2.uppic.mobi/image-AEFB_5107C91E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-986D_5108721A.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-2CB3_5107C91E.jpg)
ไม้ไผ่สองชิ้นนี่คือคนแพ็คทำเกินคำสั่งนะครับ ผมบอกให้เอากระดาษกล่องวางแป๊ะทับสองชั้น งานนี้ดีที่ก้านไม้ไผ่ไม่ปกดจาดแผ่นแตก ((
(http://s2.uppic.mobi/image-3F38_5107C91E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-12B2_5107C91E.jpg)
d_d :drunk
-
ผมลองอัดเพลงมนต์เหนือด้วยหัวเข็มราคาหลักพัน หลักหมื่น และหลักแสน ของผมแล้ว
หากดูเวฟฟอร์มในรูปก็จะเห็นว่ามันตางกัน แล้วเสียงมันก็ต่างกันพอสมควร ฟังจากชุดผม ก็เห็นข้อแตกต่างกันชัดเจนมากๆ
แต่... เงินที่ลงทุนไปกับหัวเข็มแพงๆ บางสิ่งบางอย่างที่ได้มาจากมัน อาจแพ้หัวเข็มถูกกว่าด้วยซ้ำไปครับ
ถ้ามีใครสนใจอยากฟัง ขอให้บอกมาในนี้ผมจะส่งเป็นไฟร์ดอทเวปที่ 32/192 มาให้ แล้วก็ไปแปลงให้เข้ากับชุดที่ใช้
ทุกไฟร์จะมีเกนที่เท่าเสมอกัน และผมก็ปรับไฟร์ที่ได้จาก MP3 เป็นดอทเวฟแซมปลิ่งเท่าที่อัดจากแผ่นดำครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-C763_51088C2C.jpg)
-
วันนี้ทุ่งกล้วยมีหมอกลงเป็นอย่างมาก ตอนนี้เก้าวโมงกว่าแล้ว ยังหนาวมั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (หนาวกว่าเมื่อวันก่อนเยอะเลย) เมื่อวานเมื่อแลงประมาณบ่ายสามโมงมีลมหนาวพัดมาทางทิศเหนือจากประเทศจีน ทำให้รู้สึกหนาวเย็นมากๆ (นึกไว้แล้วเซียวว่าหลังฝนหยุดตกมันจะต้องหนาวขึ้นมาอีก)
อุณหภูมิ ณ เวลานี้ ทั้งในและนอกห้องต่างกันสององศาครับ (เทอร์โมคาลิเบทมาถูกต้องแล้ว)
แล้วที่อื่นๆ เป็นอย่างไรครับ?
(http://s2.uppic.mobi/image-3A35_510B29AD.jpg)
-
วันนี้เช้าๆเชียงราย(แถวๆวัดร่องขุ่น)หมอกลง(จัด)ครับ ตอนนี้อากาศเย็นๆ...
-
อุสาห์หนีหนาวไประอยู่ระยองแล้วเชียว ยังเจออีกจนได้ หนาวมากๆ ก็น่าเบื่อครับ แต่วันนี้ฝนตกอีกเลยไม่หนาวเท่าไร?
วันนี้ต้นยางหน้าบ้านที่ถ่ายรูปมาให้ดูก่อนนี้ออกใบอ่อนกันเต็มต้น เป็นช่อใหญามองเห็นแบบชัดเจนแล้วครับ (คงได้อานิสงฆ์ที่ฝนตกหนักมาสองสามวัน ที่ผ่านมา)ไม่รู้ว่าเจอฝนตกวันนี้ โดนใบที่ยังอ่อนๆ อยู่ ยอดมันจะเน่าตายอีกหรือไม่?
-
วันนี้ผมขอแนะนำสมุนไพรอีกสูตรนึครับ (ได้มาจากร้านที่ดองอร่อยมากๆ ปรกติแต่ละร้านเค้าจะหวงสูตรารดองนี้กันนะครับ แต่ผมไปแอบได้มา)
กระเทียมออร์กานิค ๒๐ โล (ชั่งตอนซื้อแบบยังไม่ปลอกและยังไม่ตัดลำต้น)
น้ำตาลทรายขาว ๘๐๐ กรัม
เกลือไม่ไส่ไอโอดิน ๑ กัมมือ
ต้มน้ำกับน้ำตาลและเกลือให้เดือดปล่อยให้เย็นลงเหลือ ๖๐ องศาซี (ถ้าต้องการกินได้ไวๆ ภายในหนึ่งถึงสองอาทิตย์เปิดกินได้เลย แต่ให้รอให้เย็นสนิดเสียก่อน ถ้าต้องการทิ้งไว้เป็นปี) เทลาดให้ท่วมกระเทียมที่ปลอกและล้างจนสะอาด (ภาชนะบรรจุควรมีขนาดใส่เต็มพอดีเพื่อกดหัวกระเทียมให้จมน้ำเชื่อมทั้งหมด)
ทกุวันนี้ความดันและคอร์เรทเตอร์ร่อนและน้ำตาลอยู่ในระดับปรกติครับ ผมคิดว่าการกินกระเทียมดองทุกวันๆ และกาแฟสด (ไม่ไส่นมและน้ำตาล) คงข่วยได้ส่วนหนึ่ง (ตอนหลังนี้เพิ่มยาดองเหล้า สองวันครึ่งออนซ์ครับ)
แล้วทุกๆ อย่างจะฟิทเปี๊ยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-3FCF_510E13C4.jpg)
-
vespa mp5 ไปอ่านเจอในหนังสือพิมพ์มา ชอบมากมายเลยครับ :o
-
ไม่ว่ารถยนต์ รถมอเตอร์ไซร์ หรือจัรยาน ผมชอบรูปแบบการออกแบบที่โค้งมล ไม่ชอบแบบเหลี่ยมหรือมีการหักมุม เพราะฉะนั้น คันนี้ผมก็ชอบครับ d_d :drunk :victory O0
-
กาแฟขี้ช้างเป็นอย่างไรบ้างครับ....เห็นว่าแพงกว่ากาแฟขี้ชะมด :o และแพงที่สุดในตอนนี้ :o
-
กาแฟขี้ช้างเป็นอย่างไรบ้างครับ....เห็นว่าแพงกว่ากาแฟขี้ชะมด :o และแพงที่สุดในตอนนี้ :o
เมื่อวันก่อนเพื่อนโทรมาชวนให้เลี้ยงแพะและแกะ เพื่อให้มันกินกาแฟครับ แต่ผมเคยลองมาแล้วมันก็งั้นๆ นั่นแหละครับ สำหรับกาแฟขี้ชะมด ผมไม่ได้ชมตัวเองนะครับ แม้แต่เม็ดกลมของดอยช้างเอง หลายคนก็บอกว่าหอมและมีรสหวานกว่ากว่าขี้ชะมดครับ (ถ้าชงเป็น เรื่องนี้สำคัญมากๆ พอๆ กับการคั่วครับ)
-
เป็นข้อความที่ผมเอาลงในเฟสบุ๊กครับ มาคิดอีกทีเลยเอามาให้อ่านในนี้ด้วย เผื่อให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเฟสบุ๊คอ่านน่ะด้วย d_d :drunk
http://www.youtube.com/v/lHN5Y89YqUU
กาแฟเช้านี้ของผมครับ (ด้วยกาแฟสดที่เรียกขานกันว่า Ristratto ที่มีปริมาณน้ำกาแฟแค่ 1 Oz หรือประมาณ 25-30 ml)
เมื่อคืนวานนี้น่าจะเป็นร้านกาแฟที่ได้คุยกันหลายวันมาแล้ว เพิ่งจะแอดเข้ามาเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ก ตามที่ได้คุยกันผมลืมบอกไปว่า จากการที่มีลูกค้าบางคนที่ชอบดื่มกาแฟแบบปริมาณน้อยๆ แบบนี้นั้น เค้าจะมีความต้องการกาแฟที่เข้มข้นมากๆ นะครับ (กาแฟดำเพรียวๆ แค่ 1 Oz ก็เกินพอแล้วสำหรับบางคน ผมเคยเจอฝรั่งขอแค่ 0.8 Oz ครั้งนึงครับ)
ถ้าเราปล่อยน้ำลงมาแรงๆ มันก็จะเต็มแก้วเร็ว โดยที่น้ำร้อนจะยังไม่ทันได้ดึงเอามวลเนื้อของผงกาแฟลงมามากนัก ได้ติดน้ำมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นกาแฟแก้วนั้น มันจะจางเหมือนน้ำล้างแก้วก็ไม่ปานนะครับ เราจึงต้องบดให้ผงละเพียงพอดีและใช้แรงกดที่พอดีอีกเช่นกัน เพื่อให้น้ำร้อนไหลผ่านความฝืดของผงกาแฟที่ถูกบดจนละเอียดพอและอัดน้ำลงมาด้วยเวลาที่พอเหมาะคือ ให้ได้น้ำกาแฟที่ปริมาณ 1 Oz ด้วยการใช้เวลาประมาณ 12 - 25 วินาทีให้ได้ (ถ้าทำเวลาได้ต่ำกว่า 10 วินาทีที่ 1 Oz ควรปล่อยน้ำกาแฟให้ไหลต่อไปเพื่อเอาไว้ไปทำกาแฟเย็นก็ได้ครับ) สำหรับกาแฟเม็ดกลมหรือพีเบอร์รี่ (Preberry) ของผมนั้น การใช้เวลาถึง 25 วินาที ผมรับประกันว่าจะไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้แม้แต่นิดเดียว
การทำให้ได้ตามเป้าหมายนี้ ผมใช้หลักดังนี้คือเราต้องทดลองปรับความละเอียด เพื่อที่จะใช้แรงกดที่ไม่มากนัก ทำให้เราจะได้ควบคุมแรงที่กดเบาๆ นี้ให้ได้เท่าๆ กันทุกครั้ง ซึ่งมันจะง่ายกว่าการใช้แรงกดมากๆ แล้วให้น้ำหนักกดเท่ากันทุกครั้งที่ชงครับ ผมใช้วิธีทำให้ช่างกลึงตัวแทมเปอร์ให้มันหนัก 1 kg พอดี แล้วผมก็แค่วางเบาๆ ลงไปบนผงกาแฟที่ปาดเสมอปาก แล้วหมุนแทมเปอร์สักสองสามรอบเพื่อให้แทมเปอร์ขนานกับก้นฟิลเตอร์เท่านั้น) แล้วที่นี้เราก็มาปรับความละเอียดของการบดเม็ดกาแฟ เพื่อที่จะทำให้น้ำร้อนไหลตามกำหนดเวลาที่ผมว่าไว้ ฟังดูไม่ยากนัก แต่การทำให้ได้เหมือนกันทุกแก้ว ก็ไม่ง่ายนักนะครับ
ถ้าทำได้ตามนั้นแล้ว กาแฟเม็ดกลมที่ผมคั่วและคัดสรรมาแล้ว จะมีทั้งมวลเนื้อและกลิ่นหอมเต็มที่ และที่สำคัญมันยังจะมีความหวานนิดๆ ที่ก้นแก้วให้รู้สึกได้อย่างชัดเจนครับ (โดยไม่ต้องใส่น้ำตาลนะครับ) และการที่จะรู้ว่าเราชงได้สำเร็จดีไหมอีกอย่างคือ กากของผงกาแฟต้องหลอมติดกันอย่างแน่นหนา เคาะออกมายังเป็นก้อนในระดับที่ตกจากที่สูงครึ่งเมตรยังไม่แตกนะครับ (โปรดสังเกตุในรูปยังมีควันลอยขึ้นมาจากกากของกาแฟนะครับ O0 :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-184C_511C3C42.jpg)
-
คุณพินิจ
ขอข้อมูล Facebook หน่อยจะไป add ครับ
-
คุณพินิจ
ขอข้อมูล Facebook หน่อยจะไป add ครับ
MyFacebook https://www.facebook.com/pinij.parnichwatra
หรือให้ค้นชื่อ Pinij Parnichwatra ครับ
:-* ขอให้มีความสุขมากๆ ในวันแห่งความรักนะครับพี่ และทุกๆ ท่านด้วย d_d :drunk
-
คุณPINIJครับ ขอปรึกษากับขอความรู้เรื่องเครื่องชงกาแฟด้วยครับ
กำลังมองๆเครื่องชงในบ้านซักเครื่องที่ดูไว้มี สองตัวนี้ครับรบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ
1.IMAT MOKITA 12/c
2.Lelit :PL041QE http://www.nlcoffee.com/index.php?tpid=0084
ขอบคุณครับ
ปล.ผมทานกาแฟร้อนครับ
-
คุณPINIJครับ ขอปรึกษากับขอความรู้เรื่องเครื่องชงกาแฟด้วยครับ
กำลังมองๆเครื่องชงในบ้านซักเครื่องที่ดูไว้มี สองตัวนี้ครับรบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ
1.IMAT MOKITA 12/c
2.Lelit :PL041QE http://www.nlcoffee.com/index.php?tpid=0084
ขอบคุณครับ
ปล.ผมทานกาแฟร้อนครับ
เครื่องที่ผมใช้ชงในคลิปคือ MOKITA Inox ครับ (ไม่ค่อยเวิร์คครับ เลยไม่อยากจะแนะนำ Imax ที่คิดว่าไม่น่าจะต่างกันมากนัก http://hillkoff.tarad.com/product.detail.php?id=2313086 ลองกลับไปค้นเครื่องที่ผมซื้อมา 250 บาท เอามาโมนิดหน่อย (ที่มีรูปร่างคล้ายยี่ห้อ Electrolux น่ะครับ) ชงง่ายกว่าเยอะครับ เคยเด็กใหม่ที่ไม่เคยชงกาแฟมาก่อนเลย จ้างมาขายตอนช่วงแฟนคลอดลูกสอนวันเดียวยังชงกาแฟอร่อยได้แล้ว
)
เลยอยากจะแนะนำให้เสี่ยงซื้อ Elit มาทดลองดูมากกว่าครับ (ไม่รู้ราคาเท่าไร ถ้าถูกกว่าลุยเลย มันน่าจะของเกรดเดียวกัน) ผมคิดว่าไม่แน่สองยี่ห้อนี้มาจาก OEM เดียวกันนะครับ เพราะดูที่ยึดด้ามอัด (ที่ต่อไปใช้อีก 3 ปี คงต้องทำปลอกสวมแบบที่ผมทำแน่ๆ ครับ ของราคาหมื่นกว่าแค่นี้ก็ต้องทำแบบนี้ละครับ แต่ทำแล้วลงทุนอีกแค่ 500 บาทค่ากลึงรวมค่าสะแตนเลสส์ แล้วใช้ทนเท่าเครื่องละแสนกว่าเหมือนกัน ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดกว่าการซื้อของแพง ที่ดีกว่าในการโชว์รูปรักณ์ของร้านขายเท่านั้น แต่นี่เราแค่ชงกินเอง) และตัวด้ามอัดนี่เหมือนกันแด๊ะเลยละ
เมื่อกินกาแฟร้อนแล้ว ผมอยากจะให้ค่อยๆ หัดกินแบบกาแฟดำ (ไม่ต้องใส่อะไรเพิ่มลงไป) ตอนแรกอาจไม่ชอบ แต่ถ้าลองกินไปสักพัก แล้วจะกลับมากินแบบใส่นมและน้ำตาลอีกไม่ได้แน่นอนครับ ฝรั่งเท่าที่ผมพบ 90% กว่ากินกาแฟดำ แต่คนไทยมากกว่า 90% กินกาแฟใส่นมและน้ำตาลครับ (ที่จริงน่าจะบอกว่ากินนมใส่กาแฟมากกว่า เพราะเน้นทั้งนมและน้ำตาลครับ) กาแฟบ้านเราจึงจะไม่ค่อยพัฒนาเพราะคนบ้านเราไม่ได้เน้นคุณภาพของรสชาติความหอม มวลเนื้อของกาแฟมากนัก เน้นความกลมกล่อมของนมและน้ำตาลกันมากกว่า เอากาแฟที่คั่วราคา 200 กับ 1000 บาทมาชงให้กินกันคนไทยส่วนใหญ่ยังจับรสชาติความแตกต่างไม่ออกกันเลย แต่ถ้ากินกาแฟดำนี่จะเห็นความแตกต่างของต้นทุนกาแฟที่คัดสรรหรือคั่วมาดีหรือไม่ดีชัดเจนกว่าเป็นอย่างมากละครับ
กินแบบนี้จะดีต่อร่างกายเรามากกว่าน่ะครับ เพราะการใส่น้ำตาลถ้าเราเป็นเบาหวานแล้วไม่รู้นี้อันตรายต่อสุขภาพมากๆ แต่ถ้ากินกาแฟดำนี้ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้เลยด้วย (ผมทดลองกับคนหลายสิบคนมาแล้ว เรื่องนี้เชื่อถือได้ครับ) และยังมีผลดีอีกหลายอย่างต่อร่างกายอีกด้วย
-
ผมกินกาแฟร้อนแบบใส่น้ำช้อนเดียว พยายามฝึกกินแบบเพียวๆอยู่ :-X
หรือผมจะเก็บเงินซื้อเจ้าRancilio New Silvia ไปเลยครับ
-
ผมกินกาแฟร้อนแบบใส่น้ำช้อนเดียว พยายามฝึกกินแบบเพียวๆอยู่ :-X
หรือผมจะเก็บเงินซื้อเจ้าRancilio New Silvia ไปเลยครับ
ขอแนะนำให้ค่อยลดน้ำตาลลงเรื่อยๆ สักพักก็จะดื่มกาแฟดำอร่อยกว่าใส่น้ำตาลครับ O0 :victory
ถ้าเครื่องราคาต่ำกว่าแสนผมคิดว่าตัวยึดด้ามอัดเป็นทองทองครับ และอาจต้องเปลี่ยนเมื่อใช้ไปสองสามปี (ถ้าใช้งานหนักๆ แบบผมน่ะครับ) แต่ถ้าปล่อยน้ำแบบชงเย็น หรือเหมือนร้านที่ขายกันทั่วๆ ไป ไม่ทำเป็นหยดแบบผม ก็ใช้ได้ทนครับ แต่กาแฟแก้วนั้นก็จะไม่เข้มข้นที่ 1 ออนซ์ :yucky
Rancilio New Silvia ก็คงไม่แตกต่างกันมั้ง? ที่ยึดด้ามอัดเป็นทองเหลืองครับ ผมคิดว่าลงทุนเครื่องชงไม่ต้องแพง เอางบไปซื้อเครื่อบดซักสองหมื่นห้าจะดีกว่าครับ (เครื่องบดผงที่ทำให้ผงกาแฟละเอียดเสมอกัน จะทำให้ชงได้มวลและกลิ่นมากที่สุดครับ เครื่องชงเรามาโมทีหลังได้ แต่เครื่องบด โมไม่ได้ต้องซื้อดีๆ เลยตั้งแต่ทีแรกครับ)
-
แล้วเครื่องแบบผมโมได้มั้ยครับ ฮาๆๆ ใช้มาจนคุ้มมากๆ
สงสัยไปเชียงใหม่รอบหน้าคงต้องแวะไปชิม และขอความรู้กันแล้วครับ
คอเดียวกันเลย ทั้งเครื่องเสียง กาแฟ
-
แล้วเครื่องแบบผมโมได้มั้ยครับ ฮาๆๆ ใช้มาจนคุ้มมากๆ
สงสัยไปเชียงใหม่รอบหน้าคงต้องแวะไปชิม และขอความรู้กันแล้วครับ
คอเดียวกันเลย ทั้งเครื่องเสียง กาแฟ
เครื่องบดอาจต้องเปลี่ยนใหม่ เครื่องชงผมคิดว่าโมได้ไม่อยากครับ ลงชงแล้วทำคลิปมาให้ดูหน่อยว่าน้ำไหลออกมาเส้นเล็กเต็มที่เท่าที่จะทำได้น่ะ มันเพียงพอหรือยัง? d_d :drunk
-
อ้าว! โพ๊ทไปแล้วกลับมาอ่านดูอีกที เห็นว่าชอบเครื่องเสียงคอเดียวกันด้วย ไอ้ผมมันชอบหลายแนวเลยอยากจะรู้ว่าที่ชอบเป็นแบบไหนกันแน่น่ะครับ?
ก่อนหน้านี้ ปีที่แล้วผมชอบแบบฟังสบายๆ กับ QUAD ESL 63 (Stack ซ้อนกันสองคู่) ฟังอะไรก็เพราะไปหมด
แต่ปีนี้กลับมาฟังอย่างซีเรียสกับเจ้าโฟกัสหกแปดสะแต็กอีกเหมือนกัน เสียงผิดเพี้ยน ฟุ้งเฟ้อ หรือมิติ โฟกัส ไม่ดีก็รับไม่ได้เหมือนกัน (สงสัยเข้าวัยทองความชอบมันเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย)
ผมไม่ได้อยู่เชียงใหม่แล้วครับ มาอยู่ที่แถวๆ ภูชี้ฟ้าครับ และอีกสองสามวันก็จะลงไปอยู่อยุธยายาวละครับ (กลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ครับ เพราะท่านไม่ยอมขึ้นมาอยู่กับผมที่เมืองเหนือ คือคนแก่มักจะรักบ้านเกิด แต่ผมรักที่ที่อยู่แล้วอากาศเย็นสบายๆ มากกว่า บ้านที่ใหม่ อ. ภูซางของผมเย็นสบายตลอดทั้งปีเลยครับ)
ปล. ขอแถมเรื่องเครื่องบดที่เห็นในภาพ เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ไปลองปรับเครื่องนี้บดผงกาแฟแบบละเอียดสุด ๆ แล้ว ที่ร้านค้าแถวๆ ลำปาง ปรากฏว่าผงมันยังไม่ละเอียดพอนะครับ ให้คลายสกรูน็อทหน้าเครื่อง มันสามารถตั้งให้บดผงได้ละเอียดมากขึ้นจากเดิมที่โรงงานตั้งไว้ครับ ลองทำที่ผมแนะนำดูครับแล้วจะพบว่าเมื่อบดผงกาแฟละเอียดขึ้น กาแฟจะอร่อยมากขึ้นครับ แต่...ด้วยเครื่องมันราคาถูกผงที่ได้ละเอียดมากขึ้นก็จริง แต่มันไม่ค่อยจะละเอียดเท่าเสมอกันทุกผงละครับ ฉะนั้นผงที่ใหญ่ก็จะถูกดึงมวลเนื้อออกมาน้อย ดังนั้นมันจึงยังไม่อร่อยเป็นที่สุดของที่สุดอยู่ดี แต่มันก็จะได้รสและกลิ่นดีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะนะครับ จริงๆ เครื่องบดระดับนี้ก็ใช้ได้ดีแล้ว มันก็เหมือนเครื่องเสียงละครับ ส่วนที่เราจ่ายให้ถึงระดับไฮเอ็นนั้นมันต้องจ่ายสูงขึ้นเป็นสิบเท่าแต่เสียงที่ได้หรือรสชาติที่ได้เพิ่มคิดแล้วยังไม่ถึงเท่าตัวครับ ก็เลือกตัดสินใจเลือกซื้อใช้ของตามอัตภาพก็แล้วกันครับ
ตอนนี้ผมกำลังจะโมอีกเครื่องที่ซื้อมา 250 บาทจากถนนหลัง รร ปรินส์ ให้ชงกาแฟได้อร่อยไม่แพ้เครื่องละแสนให้ได้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-A081_511F1409.jpg)
-
เครื่องเสียงผมฟังได้ทั้งหลอดและโซลิต แต่ชอบหลอดมากกว่ามาก ชุดฟังก็ CD-63 + DAC zhulu 2.5 + Int KT88 PP(พี่Diyมดทำให้) + 1SC Clone
แนวเพลงชอบเพลงร้องเป็นหลัก ผู้หญิงยิ่งดี เพลงจีนกลางยิ่งชอบเพราะผมพอฟังจีนกลางออก
เครื่องบดผม คลายสกรูน็อทหน้าเครื่อง จากที่โรงงานตั้งไว้แล้วครับ แต่เครื่องชงนั้นประสิทธิภาพแรงดันไม่ได้ครับ พอบดละเอียดหน่อยมันดันน้ำกาแฟออกมาไว้ไหวครับ
-
ถ้าพอมีหัวทำเองได้อยู่บ้าง ผมแนะนำให้ถอดปั๊ม แล้วไปหาร้านที่ซ่อมเครื่องชงกาแฟ (ร้านขายใหญ่จะรับซ่อมด้วย เช่นฮิวค๊อฟเชียงใหม่ ผมเคยไปดูแล้วมีปั๊มแบบสั่นของอิตารี่แรงดันดีๆ มือสองราคาไม่ถึงสองพันบาทอีกด้วย ผมถามนานแล้วนะสองสามปีมาแล้ว)
ไม่ต้องกลัวส่วนไหนจะพังต่อ คือจุดไหนพังเราก็ไร่เปลี่ยนให้มันรับแรงได้มากขึ้น เท่าที่พบมีแค่ตรงที่ยึดด้ามอัดแหละจะพังก่อนเพื่อนครับ กลึงหุ้มใหม่จ่ายแค่ 500 บาทเท่านั้น ทุกอย่างใช้อีกสิบปีก็ไม่พังครับ (พวกสายน้ำช่วงต่างๆ หรือข้อต่อต่างๆ ของผมยังไม่เคยพบว่ามันรั่วหรือแตกครับ) ลองไปหาปั๊มที่แรงดันเยอะกว่าดู ช่างซ่อมเค้าจะรู้และแนะนำตัวแรงดันมากกว่าให้ได้ครับ
อ้อ! คือก้นถ้วยฟิลเตอร์คุณเจียรออกตามรูปในหน้า 2-4 ของกระทู้นี้ซะ ที่น้ำร้อนมันดันไม่ไหวอาจเพราะรูที่ฟิลเตอร์มันตัน คือเค้าเจาะไว้แค่รูเล็กๆ เท่านั้น กับเครื่องระดับนี้จะเป็นรูเดียวครับ ปาดแล้วคุณอาจไม่ต้องเสียเงินและกาแฟคุณจะอร่อยมากขึ้นอีกหลายเท่าเลยละ ถ้าเจียรปาดแล้วกาแฟยังไม่อร่อยค่อยไปซื้อปั๊มมือสองตามที่ผมแนะนำครับ
-
ขอบคุณครับ ที่ให้คำแนะนำ
-
ขอบคุณครับ ที่ให้คำแนะนำ
http://www.htg2.net/index.php?topic=67076.60
ให้อ่านที่หน้านี้ช่วงท้ายๆ ของหน้าดู ก็จะเห็นว่าผมโมฟิลเตอร์อย่างไรนะครับ รวมทั้งแทมเปอร์ด้วย และหน้าต่อไปจะมีคลิปที่จับเวลาแบบที่ชงแล้วออกมาดีและไม่ครับ d_d :drunk :drunk d_d
ปล. ผมขอเร็กคอมเมนท์อย่างแรงให้ปาดก้นของฟิลเตอร์ตามรูปในหน้าที่สองตามลิงค์ที่เอามาใหดูซะก่อนเป็นอันดับแรกครับ แล้วบดผงกาแฟให้ละเอียดมากที่สุดเท่าที่เครื่องบดจะทำได้ (ไม่ต้องกลัวผงมันจะละเอียดเกินไปด้วยเครื่องที่ใช้อยู่นะครับ ผมลองเล่นกะมันมาแล้ว) แล้วให้ใช้แรงกดแทมเปอร์ให้พอเหมาะพอควร เพื่อให้น้ำกาแฟไหลให้ได้ 2 OZ ด้วยเวลาที่มากกว่า 20 วินาทีขึ้นไปนะครับ (ผมคิดว่าคุณคงดื่ม Espresso ซึ่งจะมีปริมาณ 2 Oz แต่ถ้าจะลองดื่มแบบ Ristratto ก็ปล่อยน้ำแค่ 1 OZ แต่เวลาควรใช้ไม่น้อยกว่า 12 วินาที แต่ถ้าได้เวลา 20 วินาทียิ่งดีครับ)
บางคนอาจไม่เข้าใจว่าทำไม่ผมหรือพวกอิตารี่จึงชอบดื่มกาแฟสดแค่ 1 Oz (Ristratto) แบบที่ต้องทำเวลาได้ด้วยนะ (คือความเข้มข้นต้องมากที่สุด แบบไหลเป็นหยดเลยยิ่งดี) ก็คือ ถ้ากาแฟดี คั่วมาดี ที่ก้นถ้วยในการชงแบบนี้ จะมีรสชาติที่หวานมัน ให้ชวนหลงใหล แต่ถ้าปลอายน้ำเลยต่อไปเป็น 2 OZ (Espresso) มันก็จะมีน้ำส่วนที่เป็นหางกาแฟรวมลงมาในถ้วย เราจะไม่พบรสหวานมันที่ก้นแก้วแล้วละครับ
มีฝรั่งอีกเช่นกันเค้าชอบดื่มกาแฟปริมาณมาก เค้าจะสั่งแบบ Ristratto สองแก้วครับ (แต่นั้นคือผมใช้ฟิลเตอร์ดับเบิ้นซ็อทชงให้สองครั้งนะครับ) การใช้ซิงเกิ้นซ็อทชง Ristratto ก็อาจไม่ได้ความหวานมันมากเท่าดับเบิ้นซ็อทที่กะคร่าวว่าใช้ผงกาแฟหนักประมาณ 18-20g ต่อกาแฟหนึ่งแก้วครับ (ส่วนมากผมเห็นร้านค้าขายกันขี้เหนียวตัวผงกาแฟมากใช้แค่ซิงเกิ้นซ็อทชงให้ลูกค้ากันเป็นส่วนมาก)
-
วันนี้ไม่มีอะไรครับ! แค่งงๆ ตัวเองว่าทำไมวันนี้รู้สึกว่าฟังเพลงชุดของเรามันเสียงเพราะถูกใจเราจ้ง? ตั้งแต่เช้ามาแล้ว (ตอนนี้รู้สึกอิ่มพอแระ) ทั้งๆ ที่มันมีความรู้สึกฟังไม่ได้เรื่องเลยมาทุกวันหลังกลับขึ้นมาจากระยอง จะว่าขึ้นอยู่กับอารมณ์ก็ไม่น่าใช่ เพราะมันก็เหมือนทุกๆ วัน (หรือมีส่วนซ่อนเร้นอยู่) มีใครเป็นแบบนี้กันบ้างไหมครับ? และรู้เหตุผลในเรื่องของความรู้สึกที่เปลี่ยนไปนี้ไหมครับ?
วันนี้ผมเปิดเอ็มพีสามวอร์มเครื่องตั้งแต่เช้ามืด เพลงมันก็เริ่มเพราะถูกใจตั้งแต่เริ่มฟังมาเลยละ เป็นไฟร์เพลงของคุณทูล ทองใจที่ซื้อมาจากพันทิป โดยเลือกเพลงที่อัดมาดีและชอบ มันให้เสียงเท่าที่เอ็มพีสามให้ได้เท่านั้นก็จริง ผมรู้สึกว่าเสียงเป็นธรรมชาติมากๆ เลยละ ไม่ฟุ้งเหมือนแผ่นที่ผ่านมนต์ดำมาที่ฟังจากชุดลำโพงโฟกัสแล้วเสียงฟุ้งเป็นอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับแผ่นเอ็มพีสามจากพันทิปที่ผมได้มาทีหลังนี้
หลังวอร์มก็เล่นแผ่นดำต่อ เสียงธรรมชาติมากๆ กับแผ่นยุคอัดด้วยระบบแอนนาล็อก แต่เมื่อลองฟังท่านบีซั่มกับอีกคน มันทำให้เห็นชัดเลยว่าท่านบีซั่ม ที่เมื่อก่อนเคยชอบมากๆ นั้น เล่นเหมือนเด็กอนุบาลเทียบกับเด็กมหาลัยเลยละ (ตามความรู้สึกส่วนตัวนะครับ) และไฟร์เบิร์ดท่านชอร์แผ่นเทแลกก็ชิดซ้ายให้แผ่นคนแต่งเล่นเองในทุกด้านเช่นกัน
แค่อยากจะบอกว่าวันนี้ผมฟังเพลงม่วนใจสุดๆๆๆๆ...
(http://s2.uppic.mobi/image-205C_5125AEE8.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-DE98_5125AEE8.jpg)
-
ผมสงสัยว่าทำไมอับแซมปลิ่งแล้วมิติเสีย ซาวด์สะเต็จเสีย แต่เสียงมันส์...อย่างเดียวด้วยการเพิ่มเกน ??? ก็เลยลองดาวน์แซมปลิ่งจากเพลงที่อัดจากแผ่นดำยุคฟิฟส์ตี้เป็น CD Redbook และก็อับกลับเป็น 32/192 อย่างเดิม ผมเลยรู้เลยว่าการกลับมาไม่ใช่มันกลับมาที่เก่าแม้จะใช้โปรแกรมเวปแลปอันเดิม (คอมป์ไม่ได้ฉลาดเอากลับไปที่เก่าอย่างที่ผมเคยคิด) นอกจากเฟสเลื่อนแล้วเวปฟอร์มยังมลลงคือจุดพีคมันด็อปลงเป็นอย่างมากครับ (ตามรูป) ซึ่งเราอาจเพิ่มเกนหรือใช้ EQ ในโปรแกรมช่วยแต่งพีคเหล่านั้นให้กลับไปเท่าเก่าหรือจะมากกว่าเก่าก้ยังได้ แต่....... Phase มันไม่ยอมกลับไปที่เดิมนะครับ เพราะฉะนั้นการอับแซมปลิ่งอาจทำให้เสียงบางลงก็ด้วยเหตุฉะนี้ละครับ และมิติ ซาร์วสะเต็จก็จะคลื่นไปจากเดิมด้วย
(http://s2.uppic.mobi/image-293D_51263D37.jpg)
-
MyMorningCoffee (My Half Ristratto 1 / 2 Oz)
ถ้าไม่ใช่ผมคั่วกาแฟขายเอง ผมคงไม่ชงกาแฟแบบนี้ดื่มเป็นแน่ เพราะผมต้องชงถึงสองแก้ว เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำกาแฟที่พอความต้องการของผม คือที่มื้อละ 1 Oz แต่...ผลมันก็ออกมามาคุ้มค่าการลงทุนนะครับ ผมถึงรู้ว่าฝรั่งบางคนมาสั่งให้ผมชงให้เค้าแค่ 0.8 Oz เท่านั้นเอง เพราะที่ 0.5 Oz นี้ รสชาติของกาแฟมันสุดๆ จริงๆ ครับ มันไม่ใช่เข้มข้นจนบางคนคิดว่าคงดื่มไม่ได้ แต่มันกลับตรงกันข้ามเลยละครับ มันกลับมีกลิ่นที่หอมหวานมากขึ้นจากการชงที่ 1 Oz เป็นอย่างมาก (เนื่องจากไม่มีหางกะทิมารวม มีแต่หัวกะทิล้วนๆ จริงๆ) รสมันจะหวานมันตั้งแต่ลิ้นเราสัมผัสในจิบแรกกันเลยละครับ ความขมลดไป ผู้หญิงน่าจะชอบเพราะมันจะมีแต่ความหวานมันและหอมละมุนเข้ามาแทนที่รสขมครับ
แต่....การชงสองครั้งนี้ต้องใช้ผงกาแฟถึง 4 ซ็อทนะครับ ต้นทุนค่าตัวกาแฟคง 30 บาทต่อแก้วไปแล้ว (แก้วหลังที่อัดคลิปเอามาให้ดูกันนี้ ผมเผลอกดแทมเปอร์เบาไปนิดเดียวน้ำไหลลงเร็วไปหน่อย กลิ่นและรสชาติก็ด็อปจากแก้วแรกพอสมควรเหมือนกัน)
http://www.youtube.com/v/yS0zu6nmfDE
-
...คุณพินิจครับ ผมยังไม่ได้ไปเอาซีดีเลยครับ
-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ต้องจัดการกับสุขภาพของแม่
-อาทิตย์นี้ผมต้องไปเชียงรายปฎิบัติภาระกิจของศิษย์เก่าครับ
-เดี๋ยวผมคงขอให้คุณอุเทืองไปรับแล้วสำเนาให้ผมอีกทีนะครับ...
ขอบคุณมากครับ
BLUEKITE
-
...คุณพินิจครับ ผมยังไม่ได้ไปเอาซีดีเลยครับ
-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ต้องจัดการกับสุขภาพของแม่
-อาทิตย์นี้ผมต้องไปเชียงรายปฎิบัติภาระกิจของศิษย์เก่าครับ
-เดี๋ยวผมคงขอให้คุณอุเทืองไปรับแล้วสำเนาให้ผมอีกทีนะครับ...
ขอบคุณมากครับ
BLUEKITE
ขอให้คุณแม่หายไวๆ นะครับ คุณอุเทืองคงจะไปรับอาทิตย์นี้ครับ ผมคุยกันแล้วในพีเอ็มครับ d_d :drunk
-
ผมกลับมาดู Phase Shift จากเวปฟอร์ที่ผมได้ดาวด์แซมปลิ่งและอับแซมปลิ่งกลับไปเท่าเดิมอีกครั้ง ก็พบเริ่งที่น่าตกใจมากๆ และเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าการอับแซมปลิ่งทำไมมันถึงห่วยมากกว่ารูปที่ผมเอามาให้ดูกันครั้งแรก (เพราะฟังแล้วมิติ ซาวด์สะเต็จมันแย่เอามากๆ เมื่ออับกลับขึ้นไปใหม่ จึงเป็นที่มาของการย้อนกลับไปศึกษารูปที่เอามาให้ดูกันก่อนหน้านี้อีกครั้งน่ะครับ)
คือผมกลับมาทำให้ Full Wave ที่ตัดออกมามันมาเสมอกันทุกฟอร์แมท (ดังรูปที่ผมทำใหม่นี้) เราจะเห็นว่าเมื่อผมแปลงลงเป็น CD Format นั้น เวปฟอร์มบางเวป Phase ไม่ Shift นะครับ และมันก็ Shift น้อยมากๆ เลยด้วย (ผมเห้นแบบนี้ผมเลยกลับไปลองฟังไฟร์ที่ลดเป็น 16/44.1 ดู (ก่อนหน้านั้นบอกตามตรงวาผมไม่ได้ทดลองเปิดไฟร์นี้ฟังละครับ) ก็พบว่าถึงความถี่สูงหายไปบ้าง แต่มิติและซาวด์สะเต็จแทบจะไม่แตกต่างกันซักเท่าไรครับ นี่จึงอาจเป็นที่มาของบางคนที่ยังคงยึดถือและยังรักแผ่น CD กันอยู่ ยินดีด้วยสำหรับผู้ที่ยังคอบครองแผ่น CD กันอยู่อย่างเหนียวแน่นครับ (ดีที่ผมยังไม่ขายทิ้งไปทั้งหมดเพราะผมเจอบางแผ่นเสียหาย) และที่แย่อีกจุดหนึ่งคือการอินเทอโปเรทมั่วๆ ของโปรแกรมอับแซมปลิ่งครับ
ตอนนี้ผมเริ่มจะรู้และยอมรับว่า CD Redbook มันยังมีความดีอยู่มาก และมากกว่าการอับแซมปลิ่งด้วยโปรแกรมกันละครับ น่าเสียดายที่ผมยังไม่สามารถคิดถึงเรื่องการพิสูตรเปรียบเทียบ Phase Shift ระหว่างการใช้ซอฟแวร์อับแซมปลิ่งกับการใช้เครื่องฮาร์ทแวร์อับว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน?
ลองดูรูปบนสุดที่ผมอับกลับไปแซมปลิ่งเดิมดูนะครับ มันจะมี Phase Shift ทั้งหลักษณะ LEAD และ Lag นะครับ เพราะฉะนั้น การอับแซมปลิ่งด้วยโปรแกรมถือว่าน่าจะหมดอนาคตสำหรับคอออร์ดิโอฟารย์ไปซะแล้ว แต่ถ้าคนที่นั่งฟังเพลงได้ทุกที่ของบ้าน ฟังแต่เสียงก็เล่นได้ครับ แล้วจะใช้ EQ หรือ การเพิ่ม Gain เพื่อชดเชยการลดลงของบางความถี่ได้ตามแต่อัฐยาศัยครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-D032_5129A758.jpg)
-
ได้ฤกษ์คั่ว Green Kauai ( $14 / lb.) ผบ.ขนมาให้จาก www.kauaicoffee.com 12 นาที ออกมาได้ medium-dark พอดีเลย c) แต่ที่งงมากๆๆๆๆ คือ Kauai คั่วเองนี้ ต้องตั้งบดให้หยาบมากว่าทุกตัวที่เคยบดมา ราวๆ 20% ได้เลย !! แต่รสชาติสุดยอดจริงๆครับ
ครับผม คุณหมอไม่ลองคั่วให้ไส้กลางเหลืองอีกหน่อย (ที่เห็นตรงกลางเม็กซีกเป็นสีขาวแสดงว่าไส้ในหรือเนื้อภายในเม็ดยังไม่ค่อยสุกครับ) อาจให้กลิ่นหอมอโลม่ามากขึ้นและลดความเปี้ยวไปได้อีกมากทีเดียวนะครับ คือถ้าตรงกลางยังสีออกขาวแบบในรูป สีโดยรอบไม่ควรดำขนาดนี้ ควรจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ลองลดความร้อนลงและใช้เวลาคั่วมากขึ้นดูครับ d_d :drunk
ผมเอาดาต้าของหลอด EF86 ที่เป็นแบบตัวเลขมาใส่ให้ดูเผื่อมีคนต้องการเพิ่มลดเกนก็แค่เพิ่มลดไฟบีบวกได้เลย โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าอาร์ตามจุดต่างนะครับ (รูปก่อนนี้ผมใช้วิธีลากโลดไลน์ครับ) วงจรปรีโฟโน่แบบบาลานซ์ก็ใช้ได้กับการขยายในภาคต่อไปที่เป็นแบบซิงเกิ้นเอ็นได้นะครับ นอกจากจะได้เกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ที่จะทำให้ได้ไดนามิคมากขึ้นกับภาคต่อไปที่มีเกณฑ์ต่ำ มันยังช่วยลดน๊อยส์ได้อีกด้วยนะครับ ลองทำดูวงจรนี้ไม่ยากเหมือนอย่างที่ผมเคยคิดไว้เมื่อก่อนหน้าที่จะออกแบบวงจรนี้นะครับ หรือใครมีหลอดกระเทยที่เป็นเพนโทดกับไตรโอดอยู่ในหลอดเดียวกันเช่น ECL80, 82 และ ฯ ก็น่าจะประหยัดพื้นที่แท่นปรีโฟโนลงไปได้อีกละครับ :victory O0
(http://s2.uppic.mobi/image-3A50_50B31F70.jpg)
นี่คือผลเสียงของการใช้ Cap Cuopling กันหลายๆ จุด ในวงจรเดียว ที่จริงพวกใช้อินเตอร์สะเต็จก็จะยิ่งเฟสซิฟท์หนักขึ้นไปมากกว่านี้อีกนะครับ แต่ถ้าเรามีเครื่องออสซิโลสโคปวัดแล้วแก้ไขเฟสกลับมาให้ทุกความถี่ตรงกันได้ก็จะดีได้เหมือนกัน
(http://s2.uppic.mobi/image-B1A0_50B19711.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-7727_512EDA55.jpg)
วันี้เตรียมหลอดลงไปทำที่บ้านอยุธยาละครับ
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-4341_5131C53E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-ED0A_5131C53E.jpg)
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
มีเครื่อวมือ! งั้นพี่รอได้ ว่างเมื่อไรโทรมาได้เลยครับ จะหาสว่านเจาะทองแดงที่เห็นหน่อยนะครับ พี่จะเอาไปทำที่บ้านเลยก็ได้ครับ อยู่แถวๆ ดาวเรืองใช่ไหม?
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
มีเครื่อวมือ! งั้นพี่รอได้ ว่างเมื่อไรโทรมาได้เลยครับ 0884114727 จะหาสว่านเจาะทองแดงที่เห็นหน่อยนะครับ พี่จะเอาไปทำที่บ้านเลยก็ได้ครับ อยู่แถวๆ ดาวเรืองใช่ไหม?
ได้ทุกอย่างเลยครับผม ยกเว้นวันอาทิตย์นอกนั้นผมสะดวกทุกวันถ้ายังไงผมโทรหาพี่ครับ ดอกเจาะผมมีเป็นสเตปดริลล์ไม่รู้จะใช้ได้ไหม
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
มีเครื่อวมือ! งั้นพี่รอได้ ว่างเมื่อไรโทรมาได้เลยครับ 0884114727 จะหาสว่านเจาะทองแดงที่เห็นหน่อยนะครับ พี่จะเอาไปทำที่บ้านเลยก็ได้ครับ อยู่แถวๆ ดาวเรืองใช่ไหม?
ได้ทุกอย่างเลยครับผม ยกเว้นวันอาทิตย์นอกนั้นผมสะดวกทุกวันถ้ายังไงผมโทรหาพี่ครับ ดอกเจาะผมมีเป็นสเตปดริลล์ไม่รู้จะใช้ได้ไหม
งั้นวันจันทร์ก็ได้ครับ กินกั๋วยเตียวเป็ดคุยกะอาเจ็คสักพักก็ไปเจาะรูแผ่นทองแดงกันที่บ้านใครดีล่ะ?
-
คุณพินิจ คั่วกาแฟเองด้วยหรอครับ
ไม่ทราบมีตัวอย่างให้ลองชิมมั้ยครับ หรือจะแบ่งขายก็ได้ครับ
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
มีเครื่อวมือ! งั้นพี่รอได้ ว่างเมื่อไรโทรมาได้เลยครับ 0884114727 จะหาสว่านเจาะทองแดงที่เห็นหน่อยนะครับ พี่จะเอาไปทำที่บ้านเลยก็ได้ครับ อยู่แถวๆ ดาวเรืองใช่ไหม?
ได้ทุกอย่างเลยครับผม ยกเว้นวันอาทิตย์นอกนั้นผมสะดวกทุกวันถ้ายังไงผมโทรหาพี่ครับ ดอกเจาะผมมีเป็นสเตปดริลล์ไม่รู้จะใช้ได้ไหม
งั้นวันจันทร์ก็ได้ครับ กินกั๋วยเตียวเป็ดคุยกะอาเจ็คสักพักก็ไปเจาะรูแผ่นทองแดงกันที่บ้านใครดีล่ะ?
จะทำที่บ้านผมหรือทำที่บ้านพี่ก็ได้ครับผมสะดวกครับ พี่จะไปเอาอะไรที่บ้านเตี่ยครับ เผื่อผมจะไปหามาใช้บ้างไม่ได้เข้าไปนานแล้วเหมือนกันครับ
-
ถ้าพี่พินิจมาทำแถวท่าเรือผมจะขอไปเป็นลูกมือให้ครับ :)
ว่าจะเข้าไปหาอาเจ็กพรุ่งนี้ว่างใหม? จะได้พบกันที่นั่น ถ้าอยากจะตามมาฟัง VOT ก็ได้นะ แต่ต้องหาฟอร์นอะไรก็ได้มาขับมันด้วย d_d :drunk
พรุ่งนี้ผมต้องช่วยภรรยาทำงานจ๊อบหนึ่งวันครับ ถ้าพี่ยังอยู่ที่ท่าเรือขาดเหลือเรื่องเครื่องมือมาเอาที่ผมได้ครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปฟัง Vot สักวันหนึ่งให้ได้ครับ
มีเครื่อวมือ! งั้นพี่รอได้ ว่างเมื่อไรโทรมาได้เลยครับ 0884114727 จะหาสว่านเจาะทองแดงที่เห็นหน่อยนะครับ พี่จะเอาไปทำที่บ้านเลยก็ได้ครับ อยู่แถวๆ ดาวเรืองใช่ไหม?
ได้ทุกอย่างเลยครับผม ยกเว้นวันอาทิตย์นอกนั้นผมสะดวกทุกวันถ้ายังไงผมโทรหาพี่ครับ ดอกเจาะผมมีเป็นสเตปดริลล์ไม่รู้จะใช้ได้ไหม
งั้นวันจันทร์ก็ได้ครับ กินกั๋วยเตียวเป็ดคุยกะอาเจ็คสักพักก็ไปเจาะรูแผ่นทองแดงกันที่บ้านใครดีล่ะ?
จะทำที่บ้านผมหรือทำที่บ้านพี่ก็ได้ครับผมสะดวกครับ พี่จะไปเอาอะไรที่บ้านเตี่ยครับ เผื่อผมจะไปหามาใช้บ้างไม่ได้เข้าไปนานแล้วเหมือนกันครับ
ว่าจะไปเยี่ยมคุยกันเท่านั้นแหละครับ ไปกินก๋วยเตี่ยวเป็ดแล้วค่อยว่ากันอีกที (อยู่เมืองเหนือหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ กินยากครับ เลยอยากกินมันด้วย)
-
ไว้พรุ่งนี้ผมโทรหาพี่ครับ.....แถวท่าเรือก็มีก๋วยเตี่ยวหมูอร่อยๆผมไปกินที่นั่นบ่อยๆเลยครับ แต่ต้องรอนานมากๆ
-
ไว้พรุ่งนี้ผมโทรหาพี่ครับ.....แถวท่าเรือก็มีก๋วยเตี่ยวหมูอร่อยๆผมไปกินที่นั่นบ่อยๆเลยครับ แต่ต้องรอนานมากๆ
กินแล้วครับ วันแรกที่ลงมาถึงอยุธยา
-
รับปากคุณวีระไว้ว่าจะหาแปนลำโพงให้ ผมเข้าไปหาในเวปไทยเอวีไม่ภาพแล้วครับ เพราะภาพเก่าๆ มันหายตอนเวปเปลี่ยนเซิบเว่อร์ใหม่หรืออะไรนนี่แหละ?
โชคดีที่ภาพนี้มันติดมากับ HDD ที่ผมเอาลงมาด้วย
ภาพแรกเป็นแปนของลำโพงที่ฟังวันนี้นะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-B773_5134C47E.jpg)
ภาพหลังนี้ผมคิดเปลี่ยนใจทีหลังว่าจะให้ช่างเปลี่ยนมาทำตามแบบอันหลังนี้ แต่โทรหาช่างช้าไป เค้าบอกว่าตัดไม้ไปแล้ว ผมคิดว่าตู้นี้น่าจะให้เบสลงลึกกว่าตู้ที่ฟังวันนี้นะครับ ลองพิจารณาเลือกทำเอานะครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-1094_5134C47E.jpg)
-
คุณพินิจ คั่วกาแฟเองด้วยหรอครับ
ไม่ทราบมีตัวอย่างให้ลองชิมมั้ยครับ หรือจะแบ่งขายก็ได้ครับ
โอ! ผมต้องขอโทษอย่างแรงเลย ผมอ่านข้าตอบนี้ไปได้อย่างไร? พอมีแบ่งให้ทดลองได้บ้างครับ ปีนี้กาแฟได้มาน้อยมาก คิดว่าจะไม่เพิ่มลูกค้าเพราะกลัวลูกค้าเก่าจะไม่ได้กินกับตลอดปีน่ะครับ
แต่ถ้าจะลองชิมผมอยากจะให้โมตัดก้นฟิลเตอร์ออกซะก่อนนะครับ วันนี้ผมก็ไปจ้างช่างกลึงจัดการมาให้แล้วกับเครื่องชงตัวที่ผมได้มา 250 บาทจากถนนคนเดินน่ะครับ (ดูในรูปก่อนหน้านี้นะครับ)
นี่คือรูปที่ตัดตูดแล้ว (จ้างเค้า 50 บาทครับ มันสวยและดูดีกว่าการใช้หินเจียรออกแบบรูปในหน้าที่สามของกระทู้นี้ครับ) และผมคิดว่าจะเปลือยก้นของมันแบบนี้ เพื่อจะให้เวลาเราฃงจะเห็นน้ำกาแฟค่อยๆ ปิไหลออกจากแต่ละรู แล้วค่อยรวมตัวกันหยดลงมายังแก้วครับ (เคยดูในยูทูปแล้วมันน่าดูมากๆ ตอนที่น้ำกาแฟค่อยหยดไหลลงมาน่ะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-F24F_5134D054.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-6BF1_51356420.jpg)
รูปการทำด้ามอัดตัวใหม่เพื่อโชว์ให้น้ำกาแฟไหลออกมาจากก้นฟิลเตอร์ให้เห็นกันแบบจะจะครับ d_d :drunk
วันนี้ผมจะเอาประสบการณ์สำหรับคนที่มีเครื่องชงกาแฟได้รับรู้คือการทำที่ยึดด้าม ผมแวะเยี่ยมร้านที่ลำปางซึ่งเค้าจ้างช่างทำอันใหม่แทนของเก่าที่เป็นพาสติกดังในรูปสีดำ
เจอปัญหาชงกาแฟออกมาเป็นน้ำล้างแก้วทุกครั้ง แม้ว่าจะชงให้น้ำร้อนไหลลงมาเป็นหยดแล้วก็ตาม (ฉะนั้นผมจึงคิดว่าบางเครื่องที่มีราคาถูกๆ แม้จะเจียรปาดก้นฟิลเตอร์แล้วก็ตาม อาจเจอแบบนี้คือชงเป็นหยดแล้วกาแฟก็ยังจางๆ ไม่มีมวลเนื้อ ไม่มีรสหอมหวาน) จากการค้นหาปัญหากันพักใหญ่ก็พบว่าช่างกลึงทำเขี้ยวล็อกด้ามอัดต่ำจากเดิมไป 1.5 มิลลิเมตร (แต่น้ำก็ไม่ Leak ออกด้านข้างนะ) เราเลยทดลองเอาที่ยึดด้าอัดของผมที่ทำมาได้ระดับที่ถูกต้อง (ผมให้ช่างที่ลำพูนทำให้ 1000 บาทพร้อมวัสดุ แต่ของร้านที่ลำปาง 1500 บาท ผมบอกเพื่อให้รู้ราคากันนะครับ) ปากฏว่าน้ำการแฟออกมาหอมหวานรสชาติเข้มข้นดีเหมือนเดิมครับ
ผมจึงอยากจะสรุปว่าการที่เราเพิ่มช่องว่างเนื้อผงกาแฟมากขึ้นนี้ (จาการที่ช่างกลึงทำมันต่ำลงไป แต่ขอบฝาฟิลเตอร์อาจถูกกดอัดกับหม้อต้มเพียงพอที่น้ำร้อนไม่รั่วออกด้านข้างแล้ว) ด้วยมันจะต้องใช้ปริมาณน้ำร้อนมากขึ้นกว่าเดิมแค่ 1.5mm คูณพื้นที่หน้าตัดฟิลเตอร์ นี้นั้นมันอาจจะ (ผมขอใช้คำว่า อาจจะ เพราะไม่ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง แต่มันก็เป็นไปแล้ว เพราะผมลองชงกันเป็นสิบถ้วย) เสียเวลาเติมให้เต็มก่อนที่จะเกิดแรงดันให้น้ำร้อนผ่านผงกาฟไปลงแก้ว หรือน้ำร้อนออกมาทำให้ผิวผงกาแฟเปียกทั้งที่ยังไม่มีแรงดันลงมาทันทีทันใด ทำให้มันยึดเกาะตัวกันก่อน คือคนชงบอกว่าแรงกดแทมเปอร์เท่าเดิม แต่ดูเหมือนน้ำกาแฟจะไหลลงมาน้อยกว่าปกติครับ แต่จะอย่างไรก็ตาม การให้ช่องว่างมากขึ้นจากเดิม ไม่ดีแน่ๆๆ ผมจึงคิดว่าถ้าเครื่องของใครพบปัญหาที่ว่าเราชงออกมาเป็นหยดแล้ว กาแฟก็ยังเหมือนน้ำล้างถ้วย ก็ให้พยายามหาทางลดปริมาตรของช่องว่างระหว่างผิวผงกาแฟกับหม้อต้มให้น้อยลงอีกน่ะครับ คืออาจกลึงสะแตนเลสส์ใส่เข้าไปก็ได้ ผมยังคิดหาวิธีแก้ไม่ได้ดีกว่านี้ ซึ่งก็อาจต้องดูกันเป้นเคสๆ ไปละครับ และถ้าเพื่อนคนใดมีเครื่องแล้วพบปัญหานี้ก็มาคุยปึกษาหาวิธีกัน ผมก็ยินดีช่วยนะครับ
-
สวัสดีครับ
มีข่าว (ของผม) มาแจ้งนิดหน่อยครับ ปลายเดือนหน้านี้ (เมษาฯ) จะเปิดทำการร้านขายกาแฟสด & Breakfast ณ ร้าน I BAR ติดถนนนราธิวาส ระหว่างซอย 15-17 นะครับ ตั้งแต่ 10.00 - 17.00 น. ชั้นล่างก็ทำการขายอาหาร และ เครื่องดื่มตามปกติ ส่วนชั้นบนก็จะเป็นสตูดิโอ โฮมเธียเตอร์ และ มินิไฮเอนด์ ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่ 18.00 - 02.00 ก็จะเป็นบาร์เหล้า + เบียร์สด d_d ท่านใดว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมเยียนได้นะครับ
ป.ล. มีโซน DIY ด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่คันไม้คันมือ ;)
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-4341_5131C53E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-ED0A_5131C53E.jpg)
ยังไม่เสร็จอีกเหรอพี่ รอลอกอยู่น่ะ :victory :victoryสวัสดีครับ
มีข่าว (ของผม) มาแจ้งนิดหน่อยครับ ปลายเดือนหน้านี้ (เมษาฯ) จะเปิดทำการร้านขายกาแฟสด & Breakfast ณ ร้าน I BAR ติดถนนนราธิวาส ระหว่างซอย 15-17 นะครับ ตั้งแต่ 10.00 - 17.00 น. ชั้นล่างก็ทำการขายอาหาร และ เครื่องดื่มตามปกติ ส่วนชั้นบนก็จะเป็นสตูดิโอ โฮมเธียเตอร์ และ มินิไฮเอนด์ ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่ 18.00 - 02.00 ก็จะเป็นบาร์เหล้า + เบียร์สด d_d ท่านใดว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมเยียนได้นะครับ
ป.ล. มีโซน DIY ด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่คันไม้คันมือ ;)
:victory :victory ร้านนี้น่าไปจังเน๊อะ อย่างผมถ้าได้ไปแล้วคงจมอยู่บางมุมที่สนใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง d_d d_d คงไม่ได้เดินทุกชั้นเป็นแน่แท้ ;D ;D
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
(http://s2.uppic.mobi/image-4341_5131C53E.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-ED0A_5131C53E.jpg)
ยังไม่เสร็จอีกเหรอพี่ รอลอกอยู่น่ะ :victory :victoryสวัสดีครับ
มีข่าว (ของผม) มาแจ้งนิดหน่อยครับ ปลายเดือนหน้านี้ (เมษาฯ) จะเปิดทำการร้านขายกาแฟสด & Breakfast ณ ร้าน I BAR ติดถนนนราธิวาส ระหว่างซอย 15-17 นะครับ ตั้งแต่ 10.00 - 17.00 น. ชั้นล่างก็ทำการขายอาหาร และ เครื่องดื่มตามปกติ ส่วนชั้นบนก็จะเป็นสตูดิโอ โฮมเธียเตอร์ และ มินิไฮเอนด์ ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่ 18.00 - 02.00 ก็จะเป็นบาร์เหล้า + เบียร์สด d_d ท่านใดว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมเยียนได้นะครับ
ป.ล. มีโซน DIY ด้วย สำหรับเพื่อนๆ ที่คันไม้คันมือ ;)
:victory :victory ร้านนี้น่าไปจังเน๊อะ อย่างผมถ้าได้ไปแล้วคงจมอยู่บางมุมที่สนใจเป็นพิเศษเท่านั้นเอง d_d d_d คงไม่ได้เดินทุกชั้นเป็นแน่แท้ ;D ;D
จะพยายามหาเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคอ DIY มาประดับร้านให้มากที่สุดครับ ฟังก์ชั่นเจ็น, สโคป, สเป็คตรัมอนาไลเซอร์ และ Curve Tracer ครับ อาจจะได้ทันพรีเซ้นต์เรื่อง Power JFET สำหรับโปรเจ็คต์ First Watt F6 ที่กำลังจะมาถึงด้วยครับ ปล่อยให้เมืองนอกเขารันกันไปก่อน เราค่อยจิบกาแฟตบท้ายแบบเจ๋งๆ 0)]
-
จะพยายามหาเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคอ DIY มาประดับร้านให้มากที่สุดครับ ฟังก์ชั่นเจ็น, สโคป, สเป็คตรัมอนาไลเซอร์ และ Curve Tracer ครับ อาจจะได้ทันพรีเซ้นต์เรื่อง Power JFET สำหรับโปรเจ็คต์ First Watt F6 ที่กำลังจะมาถึงด้วยครับ ปล่อยให้เมืองนอกเขารันกันไปก่อน เราค่อยจิบกาแฟตบท้ายแบบเจ๋งๆ
สำหรับผม ไม่ต้องเครื่องมือดี ๆ เลยครับ ขอแค่ ไขควง กรรไกร ค้อน และเพาว์เวอร์ เจเฟต งาม ๆ ซักตัว เบียร์ซักลัง d_d d_d แบบเมาแล้วรื้อกระจุย ห้ามคิดค่ารื้อระ ส่วนประกอบกลับให้เจ้าของร้านประกอบเอง d_d d_d ล้อเล่นน่ะ d_d d_d ถ้ามีโอกาสเข้าเมืองกรุงเมื่อไรจะแวะไปใช้บริการ แบบว่ามีที่พักด้วยสิ แจ่มแจ๋วเลย O0 O0 O0
-
จะพยายามหาเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับคอ DIY มาประดับร้านให้มากที่สุดครับ ฟังก์ชั่นเจ็น, สโคป, สเป็คตรัมอนาไลเซอร์ และ Curve Tracer ครับ อาจจะได้ทันพรีเซ้นต์เรื่อง Power JFET สำหรับโปรเจ็คต์ First Watt F6 ที่กำลังจะมาถึงด้วยครับ ปล่อยให้เมืองนอกเขารันกันไปก่อน เราค่อยจิบกาแฟตบท้ายแบบเจ๋งๆ
สำหรับผม ไม่ต้องเครื่องมือดี ๆ เลยครับ ขอแค่ ไขควง กรรไกร ค้อน และเพาว์เวอร์ เจเฟต งาม ๆ ซักตัว เบียร์ซักลัง d_d d_d แบบเมาแล้วรื้อกระจุย ห้ามคิดค่ารื้อระ ส่วนประกอบกลับให้เจ้าของร้านประกอบเอง d_d d_d ล้อเล่นน่ะ d_d d_d ถ้ามีโอกาสเข้าเมืองกรุงเมื่อไรจะแวะไปใช้บริการ แบบว่ามีที่พักด้วยสิ แจ่มแจ๋วเลย O0 O0 O0
ชั้นบนสุดเป็นห้องสูทครับ กะว่าจะตกแต่งแบบ Penthouse นอนข้ามวันข้ามคืนได้เลยครับ :D
-
แบบนี้ไม่ไปไม่ได้แล้วละครับ ดีเลยช่วงนี้ผมกลับมาอยู่บ้านอยุธยากันยาว คิดว่าจะไปเยี่ยมร้านนี้แน่นอนครับ d_d :drunk
เรียนคุณนายพานครับ ได้สว่านคุณฅนหระรีมา งานเจอะที่คิดเป็นงานช้างกลายเป็นหมู ผมเจาะเองไม่ถึง 15 นาทีเสร็จ 5 รูเลยครับ (ใช้สว่านมือไม่ต้องใช้แท่นเจาะก็เจาะได้สบายสำเร็บการใช้ดอกแบบจำไม่ได้แล้วว่าฅนหระรีเรียกว่าอะไรนั่น ขอบคุณมากๆ ครับ) พรุ่งนี้จะถ่ายรูปมาให้ดูครับ รวมถึงวงจร เพื่อพลาดสำหรับหัวเข้ม 0.2mV ใหม่ด้วย :victory
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
ยังไม่เสร็จอีกเหรอพี่ รอลอกอยู่น่ะ :victory :victory
ทำวงจรใหม่เผื่อไว้กลัวขับหัวเข็ม 0.2mV ไม่ไหวครับ ทำฟูลบานซ์นี่นอกจากเปืองหลอดแล้วยังเปืองซ็อคเก็ทอีก
(http://s2.uppic.mobi/image-EED3_5136C207.jpg)
-
ได้มาแล้วครับสดๆ ร้อนๆ ด้ามอัด DIY ราคาค่าสะแตนเลสส์จากร้านรวมเศษที่ระยอง 200 บาท ค่าแรงกลึง 200 บาท ค่าแรงเชื่อมและขัดมัน 100 บาท รวมแล้วผมลงทุนไป 500 บาทเอง ถ้าไปซื้อของใหม่ราคาพันกว่าบาทแล้วไม่เท่ห์เหมือนอันนี้ด้วย
(http://s2.uppic.mobi/image-17FD_5136CD9E.jpg)
-
เดี๋ยวนี้ไม่พันกว่าแล้วครับพี่ ผมเพิ่งถอยมาสดร้อนๆ 2500 กว่าบาท :'( :'(
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
ยังไม่เสร็จอีกเหรอพี่ รอลอกอยู่น่ะ :victory :victory
ทำวงจรใหม่เผื่อไว้กลัวขับหัวเข็ม 0.2mV ไม่ไหวครับ ทำฟูลบานซ์นี่นอกจากเปืองหลอดแล้วยังเปืองซ็อคเก็ทอีก
(http://s2.uppic.mobi/image-EED3_5136C207.jpg)
ขอยืมคอนเส็ป ใช้กับ dac out ด้วยครับพี่
ว่าแต่ อินพุท เทียบกราวนด์ผ่านอะไรครับผม
-
คุณพินิจ คั่วกาแฟเองด้วยหรอครับ
ไม่ทราบมีตัวอย่างให้ลองชิมมั้ยครับ หรือจะแบ่งขายก็ได้ครับ
โอ! ผมต้องขอโทษอย่างแรงเลย ผมอ่านข้าตอบนี้ไปได้อย่างไร? พอมีแบ่งให้ทดลองได้บ้างครับ ปีนี้กาแฟได้มาน้อยมาก คิดว่าจะไม่เพิ่มลูกค้าเพราะกลัวลูกค้าเก่าจะไม่ได้กินกับตลอดปีน่ะครับ
แต่ถ้าจะลองชิมผมอยากจะให้โมตัดก้นฟิลเตอร์ออกซะก่อนนะครับ วันนี้ผมก็ไปจ้างช่างกลึงจัดการมาให้แล้วกับเครื่องชงตัวที่ผมได้มา 250 บาทจากถนนคนเดินน่ะครับ (ดูในรูปก่อนหน้านี้นะครับ)
นี่คือรูปที่ตัดตูดแล้ว (จ้างเค้า 50 บาทครับ มันสวยและดูดีกว่าการใช้หินเจียรออกแบบรูปในหน้าที่สามของกระทู้นี้ครับ) และผมคิดว่าจะเปลือยก้นของมันแบบนี้ เพื่อจะให้เวลาเราฃงจะเห็นน้ำกาแฟค่อยๆ ปิไหลออกจากแต่ละรู แล้วค่อยรวมตัวกันหยดลงมายังแก้วครับ (เคยดูในยูทูปแล้วมันน่าดูมากๆ ตอนที่น้ำกาแฟค่อยหยดไหลลงมาน่ะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-F24F_5134D054.jpg)
แล้วจะรับส่งของกันทางวิธีใดครับ
-
เดี๋ยวนี้ไม่พันกว่าแล้วครับพี่ ผมเพิ่งถอยมาสดร้อนๆ 2500 กว่าบาท :'( :'(
]ลองเอาแนวทางพี่ดูครับ ถูกกว่าดูเทห์กว่าอีกด้วย 555555 :o :o :o ;)
-
ขอเอาอับเดทการทำฟูลล์บาลานซ์ปรีโฟโนมาให้ดูละกัน
เจอปัญาหานิดหน่อยที่ลื้ออุปกรณืออกแล้วก็เลยฟังแผ่นไม่ได้อีกนานละ เพราะตอนแรกคิดว่ามันพอดี ลงอุปกรณ์ลงไปใหม่วันเดียวก็ได้ฟัง แต่พอมาหงายดูมันขาดไปอัดนึง คงต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือเจาะเพิ่มอีกสองอันละครับ และต้องเจาะขยายรูเอ๊าท์พุทใหญ่ขึ้นที่เป็นแบบบาลานซ์อีกคู่นึงด้วย กลายเป็นงานช้างไปซะแล้ว
ยังไม่เสร็จอีกเหรอพี่ รอลอกอยู่น่ะ :victory :victory
ทำวงจรใหม่เผื่อไว้กลัวขับหัวเข็ม 0.2mV ไม่ไหวครับ ทำฟูลบานซ์นี่นอกจากเปืองหลอดแล้วยังเปืองซ็อคเก็ทอีก
(http://s2.uppic.mobi/image-EED3_5136C207.jpg)
ขอยืมคอนเส็ป ใช้กับ dac out ด้วยครับพี่
ว่าแต่ อินพุท เทียบกราวนด์ผ่านอะไรครับผม
อินพุทไม่ต้องลงกราวด์ครับ แต่ถ้าเป็นบั๊บเฟอร์จากหลังแด๊กให้ใช้ขิง อะกิโดกว่าเลือกฟูลบาลานซ์ของเค้าก็มีนะครับ
-
คุณพินิจ คั่วกาแฟเองด้วยหรอครับ
ไม่ทราบมีตัวอย่างให้ลองชิมมั้ยครับ หรือจะแบ่งขายก็ได้ครับ
โอ! ผมต้องขอโทษอย่างแรงเลย ผมอ่านข้าตอบนี้ไปได้อย่างไร? พอมีแบ่งให้ทดลองได้บ้างครับ ปีนี้กาแฟได้มาน้อยมาก คิดว่าจะไม่เพิ่มลูกค้าเพราะกลัวลูกค้าเก่าจะไม่ได้กินกับตลอดปีน่ะครับ
แต่ถ้าจะลองชิมผมอยากจะให้โมตัดก้นฟิลเตอร์ออกซะก่อนนะครับ วันนี้ผมก็ไปจ้างช่างกลึงจัดการมาให้แล้วกับเครื่องชงตัวที่ผมได้มา 250 บาทจากถนนคนเดินน่ะครับ (ดูในรูปก่อนหน้านี้นะครับ)
นี่คือรูปที่ตัดตูดแล้ว (จ้างเค้า 50 บาทครับ มันสวยและดูดีกว่าการใช้หินเจียรออกแบบรูปในหน้าที่สามของกระทู้นี้ครับ) และผมคิดว่าจะเปลือยก้นของมันแบบนี้ เพื่อจะให้เวลาเราฃงจะเห็นน้ำกาแฟค่อยๆ ปิไหลออกจากแต่ละรู แล้วค่อยรวมตัวกันหยดลงมายังแก้วครับ (เคยดูในยูทูปแล้วมันน่าดูมากๆ ตอนที่น้ำกาแฟค่อยหยดไหลลงมาน่ะครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-F24F_5134D054.jpg)
แล้วจะรับส่งของกันทางวิธีใดครับ
ปาดก้นฟิลเตอร์แล้วเอารูปมาให้ดูเมื่อไร? ให้ส่งพีเอ็มที่อยู่มาครับ เพราะถ้าไม่ปาดก้นฟิลเตอร์ เครื่องแบบนี้ไม่มีทางชงกาแฟได้อะร่อยเต็มร้อยครับ ถ้าปาดก้นแล้วโมดีๆ ผมเชื่อว่าอย่างน้องมันควรอะร่อยขึ้นอีกเท่าตัวครับ
-
มีโอกาสได้ไปฟังลำโพงแล้วถูกใจมากๆ O0 O0 O0ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาหาแบบนี้มาเล่นบ้างหรือเปล่าเห็นราคาแล้ววูบๆชอบกลเลยครับ
วันไหนว่างๆจะไปปรึกษาโมเครื่องชงกับพี่ซะหน่อย... :)
-
มีโอกาสได้ไปฟังลำโพงแล้วถูกใจมากๆ O0 O0 O0ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาหาแบบนี้มาเล่นบ้างหรือเปล่าเห็นราคาแล้ววูบๆชอบกลเลยครับ
วันไหนว่างๆจะไปปรึกษาโมเครื่องชงกับพี่ซะหน่อย... :)
เจาะรูง่ายๆ มั๊กๆ เลยครับ พี่ใช้สว่านมือที่ให้ยืมมาแหละเจาะ มันเจาะนิ่มไม่มีอาอารสั่นหรือส่ายเลยแม้แต่นิดเดียว เรากลัวกันไปเองเพราะเห้นมันไม่กลมดดยรอบนั่นเองละครับ
ขอเบอร์คุณวีระทาง PM ด้วยครับ ว่าจะถามว่าซ่อมเนทบุ๊คได้ไหม? คิดว่าจะเข้าไปเอาทีรานเค้าถ้ามันเสร็จแล้วและก็จะเอาสว่านมาคืนให้ด้วย ขอขอบคุณมากๆ อีกครั้งที่ทำให้งานช้างกลายเป้นงานหมูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไปเลย d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-73B5_513801EC.jpg)
ผมค่อยๆ ปรับแก้วงจรไปเรื่อยๆ ตามกำลังปัญญาอันน้อยนิดที่ผมมีอยู่ก่อนที่จะลงมือติตตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ใส่งลงไปบนแท่นปรีโฟโน่ตัวใหม่นี้ ใครเห็นจุดบรกพร่องชวยชี้แนะให้ด้วยนะครับ
ผมกะว่าจะลองใช้ R Catode ดูก่อนที่จะใส่ CCS เข้าไปแทนที่เพื่อเป็นประสบการณ์การฟังข้อแตกต่างครับ (การทำปรีตัวนี้ผมหวังผลกับมันสูงที่สุดเท่าที่เคยทำงาน DIY มาเลยละครับ)
ผมคงต้องเอาปรีตัวนี้ไปฟังเทียบกับ CAT MK 3 ของผมอีกครั้ง ถ้า EF86 สู้ CAT ไม่ได้ก็คงต้องเปลี่ยนไปใช้ ECC803s เข้าไปแทนที่ 2 Stages แรกซึ่งมันคงเป็นการใช้หลอดแบบเดียวกับปรี CAT ไปแล้วน่ะครับ แล้วถ้ายังสู้ไม่ได้อีก ก็คงต้องยอมเหนื่อยเกะวงจร CAT ในภาคนี้มาทำแบบฮาร์ทไวร์ริ่ง ซึ่งผมคาดว่ามันต้องเหนือกว่าปรี CAT ซึ่งเป็นแค่ซิ่งเกดิ้นเอนด์ ไม่ได้เป็นฟูลล์บานซ์แบบตัวนี้ แล้วถ้ามันยังสู้ไม่ได้อีกก็คงต้องการปรี CAT มาอีกตัวเพื่อทำเป็นฟูลล์บาลานซ์ให้ได้เพราะจากที่ผมฟัง PP Amp ที่ใช้ Phase Spliter ไม่ได้อีกแล้ว เพราะรายละเอียดและคงามถูกต้องของเสียงมันห่างกันพอสมควร
-
เกิดสองใจขึ้นมาอีกแระ K] หรือจะทำแบบนี้ก่อนดีกว่า? :D :o และถ้าไม่ดีอีกต่อไปผมอาจต้องไล่วงจรของ Convergent Audio Technology SL-1 Signature MK 3 ที่ใช้อยู่ รู้สึกว่ามันจะใช้วงจรแบบ SRPP หรืออย่างไรนี่แหละ :-\
(http://s2.uppic.mobi/image-8547_51380604.jpg)
-
Robert Deutsch wrote about the SL-1 Signature Mk.III in March 1998 (Vol.21 No.3):
Since it came on the market in 1985, the Convergent Audio Technology SL-1 has undergone six model changes, making the current Signature Mk.III the seventh official version. (There were also several revisions between model changes.) The basic circuitry has remained much the same throughout, with minor evolutionary changes and improvements in execution. The Mk.II update, which I reported on in December 1996 (Vol.19 No.12, p.144), involved beefing up the power supply, changes in circuit-board construction, and improving the mechanical damping.
Now, for the first time, there's a change in the tube complement: the 12AU7 that had previously served as the line-stage input tube (one per channel) has been replaced by a 6922. The 12AU7 and the 6922 use the same socket and same number of pins, but there are changes in the supporting circuitry and basic filament voltage. According to designer Ken Stevens, the 6922 is a better input tube than the 12AU7, and allows the SL-1's noise level to be reduced from -92dB to -112dB (unweighted). Apart from the noise figure, the electrical specifications have stayed the same: gain is within ±0.1dB of the Mk.II; there is no change in rise time, bandwidth, or slew rate. Still, Stevens says the sonic improvement is such that he seriously considered renaming the preamp the SL-2.
Assuming that the sonic improvements are as significant as claimed, the obvious question is, Why he hasn't used this tube before? In fact, the 6922 has been part of the SL-1's tube complement, but not in the line-input stage. The SL-1's design calls for the tube in this spot to have a plate voltage of 175V, and published 6922 specifications state that the maximum allowable plate voltage is 130V. The tube that Stevens now uses as the line-input tube is made by Sovtek in Russia, and has the European designation of E88CC. Although labeled 6922, it hasas Stevens discovered when reading the instruction sheet packed with the tubesa maximum plate-voltage spec of 220V, well within the SL-1's requirements. To accommodate the new tube, the gain was padded down. There are no other circuit changes.
So how does the latest CAT sound? It sounds great! Not having used it with super-sensitive speakers, I hadn't found the previous Mk.II version to be particularly noisy. But the new one is definitely quieter: with the volume set at what corresponds to a loud listening level, I have to have my ear within a few inches of the speaker to hear any noise at all. That's with the line stage. On phono, there's still a bit of hissless than beforebut it's masked when playing music.
Beyond the improvement in S/N ratio, although possibly related to it, the new CAT is more lively yet better behaved than in its previous incarnation. There's a definite improvement in dynamics, and the top is more open and extended, without any vestige of hardness or extra brightness. The resolution of fine detailwhich was already one of the CAT's strengthsis better than ever.
ผมพยายามค้นภาคโฟโน่ของ CAT SL-1 Signature Mk.III ที่เป็นรุ่นที่ผมใช้อยู่เท่าไรก็ไม่เจอครับ (เจอแต่ภาคไลน์) หากคุณ Nutty มีอยู่ถ้ากรุณาส่งมาให้ทางพีเอ็มได้ก็จะขอบพระคุณยิ่งครับ ถึงมันจะเป็นรุ่นที่ใช้ 12AU7 ก็ได้ครับ เด๊ยวผมมาแกะเทียบกับรุ่นของผมจะได้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อย ผมคิดว่าจะอย่างไรการใช้ 6DJ8 แทน 12AU7 ย่อมน่าจะดีกว่า ตามเหตุผลที่คุณ Robert Deutsch ได้กล่าวมาแล้วข้างบนนั่น และราคาขายต่อตอนนี้ก็ยังแพงหว่ารุ่นที่ใช้ 12AU7 อยู่เป็นเท่าตัว (ผมว่าความเก่าใหม่คงไม่ต่างปีกันมากนักเท่าราคาที่มันต่างนะครับ) แล้วเป็นงงว่าถ้ามันดีกว่าจริงราคาขายต่อต้องอย่างน้อยต้องเท่ากันหรือสูงกว่า SL-1 Signature Mk.III ซิ!
-
Robert Deutsch wrote about the SL-1 Signature Mk.III in March 1998 (Vol.21 No.3):
Since it came on the market in 1985, the Convergent Audio Technology SL-1 has undergone six model changes, making the current Signature Mk.III the seventh official version. (There were also several revisions between model changes.) The basic circuitry has remained much the same throughout, with minor evolutionary changes and improvements in execution. The Mk.II update, which I reported on in December 1996 (Vol.19 No.12, p.144), involved beefing up the power supply, changes in circuit-board construction, and improving the mechanical damping.
Now, for the first time, there's a change in the tube complement: the 12AU7 that had previously served as the line-stage input tube (one per channel) has been replaced by a 6922. The 12AU7 and the 6922 use the same socket and same number of pins, but there are changes in the supporting circuitry and basic filament voltage. According to designer Ken Stevens, the 6922 is a better input tube than the 12AU7, and allows the SL-1's noise level to be reduced from -92dB to -112dB (unweighted). Apart from the noise figure, the electrical specifications have stayed the same: gain is within ±0.1dB of the Mk.II; there is no change in rise time, bandwidth, or slew rate. Still, Stevens says the sonic improvement is such that he seriously considered renaming the preamp the SL-2.
Assuming that the sonic improvements are as significant as claimed, the obvious question is, Why he hasn't used this tube before? In fact, the 6922 has been part of the SL-1's tube complement, but not in the line-input stage. The SL-1's design calls for the tube in this spot to have a plate voltage of 175V, and published 6922 specifications state that the maximum allowable plate voltage is 130V. The tube that Stevens now uses as the line-input tube is made by Sovtek in Russia, and has the European designation of E88CC. Although labeled 6922, it hasas Stevens discovered when reading the instruction sheet packed with the tubesa maximum plate-voltage spec of 220V, well within the SL-1's requirements. To accommodate the new tube, the gain was padded down. There are no other circuit changes.
So how does the latest CAT sound? It sounds great! Not having used it with super-sensitive speakers, I hadn't found the previous Mk.II version to be particularly noisy. But the new one is definitely quieter: with the volume set at what corresponds to a loud listening level, I have to have my ear within a few inches of the speaker to hear any noise at all. That's with the line stage. On phono, there's still a bit of hissless than beforebut it's masked when playing music.
Beyond the improvement in S/N ratio, although possibly related to it, the new CAT is more lively yet better behaved than in its previous incarnation. There's a definite improvement in dynamics, and the top is more open and extended, without any vestige of hardness or extra brightness. The resolution of fine detailwhich was already one of the CAT's strengthsis better than ever.
ผมพยายามค้นภาคโฟโน่ของ CAT SL-1 Signature Mk.III ที่เป็นรุ่นที่ผมใช้อยู่เท่าไรก็ไม่เจอครับ (เจอแต่ภาคไลน์) หากคุณ Nutty มีอยู่ถ้ากรุณาส่งมาให้ทางพีเอ็มได้ก็จะขอบพระคุณยิ่งครับ ถึงมันจะเป็นรุ่นที่ใช้ 12AU7 ก็ได้ครับ เด๊ยวผมมาแกะเทียบกับรุ่นของผมจะได้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อย ผมคิดว่าจะอย่างไรการใช้ 6DJ8 แทน 12AU7 ย่อมน่าจะดีกว่า ตามเหตุผลที่คุณ Robert Deutsch ได้กล่าวมาแล้วข้างบนนั่น และราคาขายต่อตอนนี้ก็ยังแพงหว่ารุ่นที่ใช้ 12AU7 อยู่เป็นเท่าตัว (ผมว่าความเก่าใหม่คงไม่ต่างปีกันมากนักเท่าราคาที่มันต่างนะครับ) แล้วเป็นงงว่าถ้ามันดีกว่าจริงราคาขายต่อต้องอย่างน้อยต้องเท่ากันหรือสูงกว่า SL-1 Signature Mk.III ซิ!
สงสาร...กันหน่อยได้มั้ย ใจ...มันรับอีกไม่ไหว... ;D
สางงานเก่าก่อนครับ เดี๋ยวจะค้นลังที่เก็บเอกสารเก่าๆ เอาไว้ ตอนที่แคร็กมันมาทั้งแผ่น
-
ผมพยายามค้นภาคโฟโน่ของ CAT SL-1 Signature Mk.III ที่เป็นรุ่นที่ผมใช้อยู่เท่าไรก็ไม่เจอครับ (เจอแต่ภาคไลน์) หากคุณ Nutty มีอยู่ถ้ากรุณาส่งมาให้ทางพีเอ็มได้ก็จะขอบพระคุณยิ่งครับ ถึงมันจะเป็นรุ่นที่ใช้ 12AU7 ก็ได้ครับ เด๊ยวผมมาแกะเทียบกับรุ่นของผมจะได้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อย ผมคิดว่าจะอย่างไรการใช้ 6DJ8 แทน 12AU7 ย่อมน่าจะดีกว่า ตามเหตุผลที่คุณ Robert Deutsch ได้กล่าวมาแล้วข้างบนนั่น และราคาขายต่อตอนนี้ก็ยังแพงหว่ารุ่นที่ใช้ 12AU7 อยู่เป็นเท่าตัว (ผมว่าความเก่าใหม่คงไม่ต่างปีกันมากนักเท่าราคาที่มันต่างนะครับ) แล้วเป็นงงว่าถ้ามันดีกว่าจริงราคาขายต่อต้องอย่างน้อยต้องเท่ากันหรือสูงกว่า SL-1 Signature Mk.III ซิ!
สงสาร...กันหน่อยได้มั้ย ใจ...มันรับอีกไม่ไหว... ;D
สางงานเก่าก่อนครับ เดี๋ยวจะค้นลังที่เก็บเอกสารเก่าๆ เอาไว้ ตอนที่แคร็กมันมาทั้งแผ่น
งั้น! ผมรอคุณ Nut_ty เลยดีกว่า จะขอเอาวงจร CAT มาลงทำเป็นฟูลล์บาลานซ์ครั้งเดียวจบ d_d :drunk
ไปเจอมา มันจะใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เห็นมี CCS เลยซักตัว :-\ :-\ :-\
(http://s2.uppic.mobi/image-4EA9_5138570A.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-5C60_5138A776.jpg)
คุณนายพานล่ากระต่ายรอก็อปใช่ไหม? จ่ายงานซะเลย ช่วยแก้สิ่งผิดและช่วยเติมให้เต็มด้วยครับ โทษฐานรู้เยอะกว่าผม d_d :drunk หรือถ้าใครรู้ช่วยตามที่เห็นควรครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-73B5_513801EC.jpg)
ผมค่อยๆ ปรับแก้วงจรไปเรื่อยๆ ตามกำลังปัญญาอันน้อยนิดที่ผมมีอยู่ก่อนที่จะลงมือติตตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ใส่งลงไปบนแท่นปรีโฟโน่ตัวใหม่นี้ ใครเห็นจุดบรกพร่องชวยชี้แนะให้ด้วยนะครับ
ผมกะว่าจะลองใช้ R Catode ดูก่อนที่จะใส่ CCS เข้าไปแทนที่เพื่อเป็นประสบการณ์การฟังข้อแตกต่างครับ (การทำปรีตัวนี้ผมหวังผลกับมันสูงที่สุดเท่าที่เคยทำงาน DIY มาเลยละครับ)
ผมคงต้องเอาปรีตัวนี้ไปฟังเทียบกับ CAT MK 3 ของผมอีกครั้ง ถ้า EF86 สู้ CAT ไม่ได้ก็คงต้องเปลี่ยนไปใช้ ECC803s เข้าไปแทนที่ 2 Stages แรกซึ่งมันคงเป็นการใช้หลอดแบบเดียวกับปรี CAT ไปแล้วน่ะครับ แล้วถ้ายังสู้ไม่ได้อีก ก็คงต้องยอมเหนื่อยเกะวงจร CAT ในภาคนี้มาทำแบบฮาร์ทไวร์ริ่ง ซึ่งผมคาดว่ามันต้องเหนือกว่าปรี CAT ซึ่งเป็นแค่ซิ่งเกดิ้นเอนด์ ไม่ได้เป็นฟูลล์บานซ์แบบตัวนี้ แล้วถ้ามันยังสู้ไม่ได้อีกก็คงต้องการปรี CAT มาอีกตัวเพื่อทำเป็นฟูลล์บาลานซ์ให้ได้เพราะจากที่ผมฟัง PP Amp ที่ใช้ Phase Spliter ไม่ได้อีกแล้ว เพราะรายละเอียดและคงามถูกต้องของเสียงมันห่างกันพอสมควร
d_d d_d ปัญหาหนัก ๆ ของมันคือ มันหาจุดเที่ยบกราว์ดในความเป็นจริงไม่ได้น่ะสิที่น่ากลัว คือ ฮัมมาเป็นอันดับแรกเลย ในวงจร ดู ๆ มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เวลาจริง ต่างกันลิบลับ เลย และอีกอย่าง ต้องดึงสัญญานออกมาจากหมุดที่หัวโดยตรงเลย บางรุ่นรู้สึกว่าจั๊มป์สัญญานร่วมลงกราว์ดเลย ต้องไปแก้จุดนั้นด้วยเน้อ ก่อนจะได้สัญญานออกมาเป็นคู่ใครคู่มัน ;D ;D ;D ไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมว่า พันโช๊คหลอกมัน โดยให้โช๊คเป็นจุดเที่ยบกราว์ด โดยให้ขดลวดที่หัวเกาะสัญญานติดอยู่กับโช๊ค แล้วให้โช๊คเป็นตัวเที่ยบการว์ดเป็นไปได้ไหมเนี่ย :victory :victory
-
ใช่เลยครับตามที่ท่านนายพานว่ามาถูกต้องแล้วครับ ถ้าไม่ใส่เฟสมันคงไม่กลับกันอีกด้วย :-\ K] เราอาจใช้ R มาใส่แทนโชคก็คงได้นะครับ ขอตบมือให้ท่านนายพานซะหน่อย :clap :clap :clap รู้สึกว่าคุณวัต๑๒ ก็ถามมาครั้งหนึ่งแล้ว d_d :drunk
วงจรที่ยกมานี้ผมไม่เอาแล้วละครับ ดูมัน Simple ไปกลัวเสียงธรรมดาๆ เกินสู้น้องเหมี้ยวที่ใช้อยู่ไม่ได้ รู้สึกว่าผมจะทำงานนี้เข้ากับคำที่ว่า เริ่มต้นจากลำไม้ไผ่ ไง! กลายเป็นบ้องกันชา ไปซะแล้วคือ เริ่มจาก M7 มาเป็น Fully Balanced แต่ตอนนี้กลายเป็นผมจะทำเป็นปรีโฟโน่ของ CAT SL-1 Signature MK3 ไปแระ! และคิดว่าคงจะทำเป็น Fully Balanced อีกด้วย นี่ละบ้องกันชาของผมไงล่ะ!
ปัญหาผมตอนนี้คือ CAT SL-1 Signature MK3 มันอยู่บ้านที่เมืองเหนือไม่ได้เอาลงมาอยุธยาด้วย เลยแกะดูใส้ลอกวงจรของจริงมันไม่ได้นะจิ! ท่านนายพานพอจะมั่วๆ วงจรตรง FB ได้ไหม? และช่วยแก้ไขวงจรให้ด้วยก่อนที่ผมจะมั่วต่อไปเป็น Fully Balanced อ่ะครับ (ไม่งั้นต้องรออีกสามเดือนที่ผมมีแผนจะขึ้นไปบ้านเมืองเหนืออีกครั้งหนึ่ง)
ไม่ทราบว่าพี่ TC เข้ามาอ่านด้วยหรือไม่? หากพี่มีเวลา เอาวงจร CAT ที่ไม่ครบนี้ ใส่วงจรซิมล์ได้หรือไม่ครับ? แล้วพอจะมั่งค่าในวงจร FB ได้หรือไม่ครับ? ถ้าว่างมากๆ ค่อยทำนะครับ ไม่งั้นผมรออีกสามเดือนค่อยทำกันต่อ
-
ใช้ค่า R มาแทนค่า L มันไม่เวิร์ค ครับลองทดสอบแล้วแล้วการ กวนของสัญญานยังสูง K] K] ต้องเปลี่ยนรูปของวงจรใหม่โดยใช้โครงสร้างเดิม แต่ค่า L ก็ยังไม่ได้ลอง แค่ลองคิดเล่น ๆ ดูน่ะครับ d_d เรื่อง FB ยังไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร ขอให้วงจรเสตจแรกทำงานได้รูปสัญญานออกมาชัดเจน มันทำอะไรได้ตั้งเยอะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน :whistling :whistling
-
ใช้ค่า R มาแทนค่า L มันไม่เวิร์ค ครับลองทดสอบแล้วแล้วการ กวนของสัญญานยังสูง K] K] ต้องเปลี่ยนรูปของวงจรใหม่โดยใช้โครงสร้างเดิม แต่ค่า L ก็ยังไม่ได้ลอง แค่ลองคิดเล่น ๆ ดูน่ะครับ d_d เรื่อง FB ยังไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไร ขอให้วงจรเสตจแรกทำงานได้รูปสัญญานออกมาชัดเจน มันทำอะไรได้ตั้งเยอะ อย่างอื่นค่อยว่ากัน :whistling :whistling
ขอคำอธิบายอย่างละเอียดหน่อยครับ จะทำจริงๆ แล้ว ตอนนี้เจาะรูเพิ่ม เตรียม R ไว้ใส่ลงในวงจรแล้วครับ
ที่จริงถ้าเราทำโชซ์คโดยพันหลายๆ อิมพิแดนซ์ แล้วใช้ซีเล็กเตอร์ค่าที่เหมาะกับหัวเข็มที่ใช้อยู่ได้ก็ดีเหมือนกันละครับ แต่จริงๆ ผมก็อยากจะลองใช้ Composite Resistor ดูก่อน เพราะมันง่ายดีน่ะ ที่คนส่วนมากทำใช้ R ธรรมดา มันจึงฮัมแน่ๆ จากประสบการที่ผมใช้ R แบบคอมโฟสิทกับแอมป์และปรีโฟโนมาหลายตัวก็ไม่พบอัมเลยแม้แต่นิดเดียวครับ
ถ้าคิดว่า R& C ที่ภาค FB หาค่าได้ไม่ยาก ผมขอค่านี้ก่อนเพื่อจะลุยกันเลยละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-393D_513942F9.jpg)
-
แค่ลองคิดดูน่ะครับพี่ ;D ;Dแต่เรื่องใช้รีซิสเตอร์ผมลองทดสอบดูแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นแค่หลักการเบื้องต้นน่ะครับ ที่เหลือเราค้องต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบของมันโดยใช้หลักการวงจรเปรียบเทียบรีซิสเตอร์น่ะครับ :victory :victory :victory
-
แค่ลองคิดดูน่ะครับพี่ ;D ;Dแต่เรื่องใช้รีซิสเตอร์ผมลองทดสอบดูแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นแค่หลักการเบื้องต้นน่ะครับ ที่เหลือเราค้องต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบของมันโดยใช้หลักการวงจรเปรียบเทียบรีซิสเตอร์น่ะครับ :victory :victory :victory
ที่จริงการใช้กริดโชคซ์ตรงจุดนี้ก็น่าจะดีครับ และค่ามันก็น้อยมากๆ ด้วย เพราะคงใช้อิมพิแดนซ์แค่ไม่เกิน 100 โอมห์เท่านั้นกับหัวเข็มระดับ 0.2mV แบบนี้ ตัวโชคซ์คงเล็กนิดเดียวและไม่น่าจะต้องพันแบบหลายรอบ ก็ตกลงตามที่คุณนายพานแนะนำมาก็แล้วกันละครับ
ก็ขอค่า R&C ของวงจร FB ต่อกันเลยละกันครับ จะได้ฟังกัซะที แล้วค่อยๆ ปรับเสียงกันทีหลังอีกครั้งเมื่อผมขึ้นไปเจ้าแมวเมียวลงมาก็อปกันอย่างจริงจัง
-
แค่ลองคิดดูน่ะครับพี่ ;D ;Dแต่เรื่องใช้รีซิสเตอร์ผมลองทดสอบดูแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นแค่หลักการเบื้องต้นน่ะครับ ที่เหลือเราค้องต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบของมันโดยใช้หลักการวงจรเปรียบเทียบรีซิสเตอร์น่ะครับ :victory :victory :victory
ที่จริงการใช้กริดโชคซ์ตรงจุดนี้ก็น่าจะดีครับ และค่ามันก็น้อยมากๆ ด้วย เพราะคงใช้อิมพิแดนซ์แค่ไม่เกิน 100 โอมห์เท่านั้นกับหัวเข็มระดับ 0.2mV แบบนี้ ตัวโชคซ์คงเล็กนิดเดียวและไม่น่าจะต้องพันแบบหลายรอบ ก็ตกลงตามที่คุณนายพานแนะนำมาก็แล้วกันละครับ
ก็ขอค่า R&C ของวงจร FB ต่อกันเลยละกันครับ จะได้ฟังกัซะที แล้วค่อยๆ ปรับเสียงกันทีหลังอีกครั้งเมื่อผมขึ้นไปเจ้าแมวเมียวลงมาก็อปกันอย่างจริงจัง
นั่นแหละที่อยากรู้ พี่ถอดความให้หน่อยสิ ว่า มันต้องใช้ค่าเท่าไร จะได้พันได้ถูกพร้อมผลทดสอบให้ :whistling :whistling ถึงจะไม่เสียอิมพิแดนช์ของหัว น่ะครับ จะได้ทำอะไรได้อีกเยอะในแนวทางของเรา ต้องหาแนวร่วมไว้ก่อน ;D ;D c) c) c)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-021C_513ABDAB.jpg)
ผมคงจะพักโปรเจ็คโฟโน่ไปก่อนเพราะติดที่หาค่า R&C ที่ FB ไม่ได้
อยู่บ้านอยุธยามันว่างมั๊กๆ เพลงก็ไม่อยากฟังกะเครื่องเล่นภาคฟร้อนแค่พันกว่าบาท เลยคิดว่าจะเอา HF ของ 288 มาวัดขนาดเพื่อจะเป็นเป็นแนวทางทดลองทำไดรเวอร์แบบฟิลด์คอล์ยดูบ้าง ติดที่ผมแยกชิ้นส่วนำไม่ออกกลัวของเสียถ้าเฝืนงัดแรงๆ ครับ ใครพอรู้วิธีกระจายแยกชิ้นส่วนมันช่วยบอกหน่อยครับ แล้วผมจะวัดขนาดต่างมาให้ดูกันครับ
ก็ยังงงตรงที่ปากทางเสียงออกแต่ 6cm แต่วอซ์ยคอล์ยขนาดเกือบสามนิ้ว ไม่รู้ว่าเค้าลดขนาดตรงช่วงจุไหน? อย่างไร?
จากที่คุณฅคหรระรีมาฟังลำโพงผมที่บ้านและชวนทำฟิลด์คอล์ย ตอนนั้นผมไม่สนใจ แต่ตอนนี้คิดว่าจะลุยละครับ ถ้าเข้ามาอ่าน อยากจะให้หาร้านกลึงที่ฝีมือดีๆ แถวๆ หระรีให้ทีครับ
-
ที่จริงโรงกลึงแถวในเมืองผมเคยใช้บริการเกือบทุกร้าน ผมยังมองไม่เห็นร้านที่มีคุณภาพดีๆเท่าใหร่
หรืออาจเป็นเพราะว่างานผมรีบด่วนต้องเสร็จในวันเดียวก็เป็นได้ แต่พอจะมีอยู่โรงนึงน่าจะพอแน้นฝีมือได้บ้างคงต้องลองคุยดูก่อนนะครับ
งานนี้ขอเดินตามแบบติดๆกับพี่ด้วยนะครับ ทำนองพี่ทำไรผมทำด้วย 2f
-
ที่จริงโรงกลึงแถวในเมืองผมเคยใช้บริการเกือบทุกร้าน ผมยังมองไม่เห็นร้านที่มีคุณภาพดีๆเท่าใหร่
หรืออาจเป็นเพราะว่างานผมรีบด่วนต้องเสร็จในวันเดียวก็เป็นได้ แต่พอจะมีอยู่โรงนึงน่าจะพอแน้นฝีมือได้บ้างคงต้องลองคุยดูก่อนนะครับ
งานนี้ขอเดินตามแบบติดๆกับพี่ด้วยนะครับ ทำนองพี่ทำไรผมทำด้วย 2f
มีเพื่อนแล้วเรา ตอนนี้พี่ชักคิดว่าคนหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ฟังเพลงเหมือนจริงมากกว่าเราซะอีกละ ลองคิดดูว่ารถยนต์สมัยนี้กะโบราญใครนั่งสบายและปลอดภัยกว่ากัน การสร้างของสมัยก่อนคนยุคหลังทำไม่ได้เพราะติดปัจจัยหลายอย่าง ดูอย่างปิริมิดของอียิปครับ และลองอ่านในนี้ครับ
ยิ่งเข้าไปค้นเรื่องของฟิลด์คอยล์ยิ่งพบความน่าสนใจมากๆ เลยครับ ดูเหมือนคนยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะฟังเพลงได้เหมือนจริงมากกว่าเราฟังกันวันนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งสมัยนั้นเป็นยุคของการลงทุนทำอะไรกันแบบไม่สนใจต้นทุน ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่เหมือนยุคนี้ที่ของออกมาขายทุกอย่างลดต้นทุนแบบสุดๆ โดยอ้างเทคโนโลยี่สมัยใหม่ว่าเยี่ยม รถยนต์ถูกออกแบบโดยโปรแกรมคอมป์ว่าออกมาปลอดภัยอย่างที่สุด แต่พอขับชนเสาไฟฟ้าแค่ความเร็วไม่เท่าไร ตัวเครื่องยนต์ดันมานั่งเบาะหลังรถ คงไม่ต้องถามถึงสภาพคขับกันนะครับ ลำโพงก็เหมือนกันหลังจากเปลี่ยนจากที่ใช้ แอลนิโค เป็นตูดลำโพงมาเป็นแม่เหล็กธรรมดาที่หาง่ายและราคาถูกกว่า ผมว่าเสียงที่ได้ก็ดร็อปลงมาเยอะแล้วละครับ
ที่ผมยกมานี้เค้าคุยกันปี 2006 แต่วันนี้คอไฮเอ็นด์หลายคนวิ่งกลับหลังหาเจ้าวินเทจท์มาเล่นกันมากหน้าหลายตาขึ้น ผมก็คิดว่าลำโพงแบบนี้น่าจะกลับมาฮิทแน่ๆ ครับ ผมยิ่งค้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้รฝู้สึกว่ายิ่งค้นดูเหมือนว่ารู้ว่าเรายิ่งโง่มากขึ้นครับ
Should Field Coil Come Back.mht
.......................................................................
1. 09-23-2006, 12:43 PM #13
Steve Schell
I have been addicted to field coil speakers for about a decade now and have accumulated a house full of them. I have also founded a company with a friend to manufacture field coil compression drivers and horn systems, so my comments here are not impartial in any way.
Field coil drivers tend to have a sort of family sound that one encounters over and over. The sound is very dynamic and compelling, yet relaxed and relaxing to listen to at the same time. It is the basic type of sound that sends us all in search of high efficiency speakers to begin with, but is realized most fully with field coil drivers in my experience. I think that this reflects a more accurate job on the part of the speaker of tracing the delicate audio signal. The most popular theory to explain this is that the magnetic flux in the voice coil gap is less modulated by voice coil currents and is therefore more stable, allowing the movements of the voice coil to more perfectly mirror the input signal. A permanent magnet driver stores a finite amount of energy in its magnetic circuit from the moment it was originally charged. A field coil is usually connected to a low impedance DC power supply however, and does not share this limitation. To my knowledge no one has yet conducted a scientific study to determine whether field coil drivers really do have greater stability of gap flux; I hope to investigate this one of these days.
Many vintage field coil drivers have been in great demand for decades now and sell for high prices due both to their scarcity and fine sound. There are a few companies currently (sorry, pun unavoidable) producing field coil drivers, and the trend is on the rise. I have also corresponded with numerous hobbyists who have taken on the challenge of converting permanent magnet drivers to field coil operation. This is quite feasable for Altec and JBL compression drivers, as their ancestors were field coil units.
Clark, the Altec small format driver began life in 1937 as the Lansing 801, and the large format Altec began as the Lansing 284 in 1934 or 1935. This is covered in the history section of this site- check out the profiles of the Lansing Iconic and the Shearer Horn System. Disassembling and comparing, say, a 1940 Lansing 801 and a 1970 Altec 802 shows many more similarities than differences. Also, the JBL D-175 owes its origins to the Lansing 801, and the JBL 375 was a permanent magnet adaptation of the Western Electric 594A of the late 1930s.
Steve G., the Cogent bass driver is our attempt to revitalize an extremely valid though little explored technology. In 1933 the sound engineers of Bell Telephone Laboratories took on the challenge of attempting to reproduce the sound of a full symphony orchestra, in a large auditorium, for a live audience. By all accounts their efforts were very successful. Beginning with a clean sheet of paper, they designed a very large compression driver (20" diaphragm) to drive a large folded reentrant bass horn to cover the frequencies from 50 to 300Hz. This design approach was not followed by the Shearer Horn team a couple of years later, although many other aspects of the Bell Labs two way horn system, or Fletcher System as it was called, were incorporated into the Shearer Horn. We enjoy many of the design innovations of the Fletcher System in our JBL systems today.
The reluctance of the Shearer team to build a bass compression driver is understandable, as they were attempting to design a practical system for theatres that could be manufactured economically. It is a shame, though, that the concept of the bass compression driver disappeared until its rediscovery by small perfectionist manufacturers in Japan many years later. Those who have heard this technology implemented well marvel at the accurate and lifelike bass that is made possible with this approach.
My partner Rich Drysdale and I have been developing both a midrange / high frequency compression driver and a companion bass compression driver. The Cogent DS-1428 midrange driver is based on the superb RCA MI-1428B compression driver of the late 1930s. Those interested in finding out more about this driver and our attempts to build a modern version can check out my now somewhat dated article on my friend Jonathan Weiss's site here:
http://oswaldsmill.com/id29.html
We have done several things to make our driver more suitable for modern hi fi and home theatre systems, but many basic concepts are carried over from the RCA.
The Cogent DS-1448 bass compression driver is a scaled up version of our 1428. The motor is basically the same, but the diaphragm is larger and the phasing plug is optimized for bass duty. When fitted to an appropriate horn, its performance is pretty darn good, the best bass I've heard so far. This compression driver approach yields clarity, impact and overall naturalness that I have not heard before. Those Bell Labs guys were some smart folks.
My partner Rich and I are planning to begin initial production of the drivers within another month or so. One aspect which has delayed things a bit has been the completion our patent application on the DS-1428 phasing plug, which we feel contains some novel features. This enterprise has been, for the past 2 1/2 years, the most engaging, rewarding, financially draining, wild ride of my life.
I have attached pictures of the two drivers and the two way prototype horn system we recently demoed in Las Vegas.
-
http://en.wikipedia.org/wiki/Compression_driver
A compression driver is a small specialized diaphragm loudspeaker which generates the sound in a horn loudspeaker. It is attached to an acoustic horn, a widening duct which serves to radiate the sound efficiently into the air. It works in a "compression" mode; the area of the loudspeaker diaphragm is significantly larger than the throat aperture of the horn so that it provides high sound pressures. Horn-loaded compression drivers can achieve very high efficiencies, around 10 times the efficiency of direct-radiating cone loudspeakers.
ผมไปอ่านในนี้เค้าบอกว่า Horn-loaded compression drivers can achieve very high efficiencies, around 10 times the efficiency of direct-radiating cone loudspeakers. ถ้าเป็นแบบนี้จริง และถ้าผมทำ FC Driver ได้ในราคา 5-7 พันบาทต่อตัว (DIY เองทั้งหมดยกเว้นงานกลึงและกลวยกระดาษของไทยทำน่าจะซักพันกว่าบาทน่าจะเอาอยู่ วอยซ์คอยล์ผมมีลวดเยอร์มันน่าจะให้ให้ฃ่างซ่อมแอลเท็ครุ่นเก๋าที่ระยองที่รู้จักกันพันให้ได้)
ถ้าผมจะทำแบบสองทางโดยใช้ Driver แบบเดียวกันเป๊ะเลย เพื่อความกลมกลืนของ Phase สียงครับ (แต่วูปเฟอร์แบบกลวย เสียงแหลมแบบโดม จุดตัดความที่ที่เหมาะสมคงต้องอ่านหาความรู้ต่อ) ทำรวมกันแล้ว 20 ตัว ก็แค่แสนกว่าบาท แล้วติดตั้งแบบ OB น่าจะได้ขนาดพื้นที่เท่า QUAD ESL 63 ที่ผมสะแต็กฟังสองคู่พร้อมๆ กันอยู่ในตอนนิ้
ผมคิดว่าเสียงมันน่าจะเร็วเข้าใกล้ดนตรีจริงมกาที่สุดเหมือนข้อดีของลำโพงฮอร์นแบบ VOT เพราะการขยับกลวยลำโพงสั้นๆ เหมือนกันที่มันทำให้เสียงมันเร็จเท่าเสียงจริง แต่... มันจะไม่มีเสียงกล้องจากปากและตู้ลำโพง (ซึ่งขอเรียกมันว่าเสียงที่เป็น Noise เพราะมันถูกสร้งขึ้นจาตัวตู้ลำโพง ไม่ได้มาจากสัญญาณเสียงจากแอมป์ซะหน่อย ผมเลยไม่ใคร่ชอบเสียงลำโพงตู้มากนัก เสียงมันไม่บริสุทธิเหมือนแบบ OB)
ถ้าสามารถทำได้ในราคาที่ว่ามาแล้วผมว่ามันน่าสนใจมากๆ เพราะลำโพงตู้ไดนามิคล้านนึงยังไม่สามรถทำความเร็วของเสียงได้เข้าเสียงเครื่องดนตรีจริงได้เท่า VOT ที่ผมใช้ (แต่ผมยังไม่ชอบมันตรงที่ผมยังได้ยินเสียงกล้องจากปากฮอร์นอยู่) แล้วให้บรรยกาศของเพลงคลาสสิกได้เท่า ESL ของผม โดยปราศจาก Noise หรือ Color จากตัวตู้ (แต่ผมยังไม่ชอบความล่าช้าของเสียงของมันก็ยังห่างจากเสียงจริงเมื่อเทียบกับลำโพงตู้ธรรมดายังไม่ได้เลย)
-
กำลังตัดสินใจกับชุดนี้อยู่ครับ อายุการใช้งาน 2 ปี 60000 บาทหน่อยๆ น่าสนมั้ยครับพี่พินิจ
(http://image.ohozaa.com/i/gb1/Oe442s.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wHs8ULeROYS4TPhp)
(http://image.ohozaa.com/i/553/J95hb9.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wHs99imPrNTUmpIn)
-
กำลังตัดสินใจกับชุดนี้อยู่ครับ อายุการใช้งาน 2 ปี 60000 บาทหน่อยๆ น่าสนมั้ยครับพี่พินิจ
ผมว่าราคาค่อนข้างถูกมากๆ เลยละครับ ถ้าใช้งานปรกติมาแค่สองปีเอง d_d :drunk
-
ค่อยๆ ไล่อ่านเรื่อง FC และ OB ยังไม่เห็นเจอว่าใครจะเอา FC มาทำ OB แบบหลายๆ ดอกแบบผมซักคน จริงๆ แล้วถ้าทำเองต้นทุนมันน่าจะไม่เกินหมื่นบาทต่อดอกก้น่าทำแบบหลายๆ ดอก หรือมันทำเองในราคานี้ไม่อยู่? หรือการเอา FC หลายๆ ดอกมาทำแล้วเสียงไม่ดี?
ซึ่งถ้าหากว่าเรากลัวเบสไม่ลงลึกพอ จากที่ผมอ่านไปเจอว่าวงจรไฟที่ใช้ขับ FC ไม่ดีมันจะฮัมได้ แล้วมีการใช้แบทเตอรี่รถยนต์เข้าไปใช้แทน ซึ่งถ้าเป้นแบบนี้เราทำแอมป์ที่ขับ Sub Woffer ที่มีภาคปรับความถี่และปรับ Phsae อย่างละเอียด แล้วหา C ค่าสูงๆ ใส่สัญญาณความถี่ต่ำเข้าปเสริมความถี่ 20-50hz เข้าไปใน Field Coil ผมว่ามันน่าจะดีกว่าการใช้ EQ (เพราะเกิด Shase Shift) ระหว่างปรีและแอมป์ซะอีก เพราะถ้าเราปรับความถี่ต่ำๆ นี้ให้มี Phase ตรงกับสัญญาณที่เข้าทาง Voice Coil และเข้าที่ Field Coil ที่ความถี่ต่ำๆ นี้ตรงกันพอดีเป๊ะได้ คิดมาถึงตรงนี้แล้วก็มีแรงกระตุ้นให้อยากทำมันมากขึ้นไปอีกซะแล้ว
ผมฟังเพลงสลับลำโพงอยู่สามคู่ Focus68 & QUAD ESL63 และ VOT ALTEC กลับเวียนมาฟัง VOT อีกครั้งพบว่ามันมีเสียงกล้องจากปากฮอร์นจนรู้สึกรำคาญใจมากขึ้น แล้วยังมีเสียง Ringing ฟังออกมาชัดกว่าเดิมเข้าไปอีก พวกมิติต่างๆ การแยกแยะเสียง ยังห่างเจ้าโฟกัสเป้นอย่างมาก ความรู้สึกผ่อนคายในอารมรย์ก็ห่าง ESL มากเช่นกันครับ ประสบการฟังทำให้เรามีความชอบหรือความคิดเรื่องเสียงเปลี่ยนเปลี่ยนไปมากพอสมควรเลยละครับ คงต้องหาทางทำ FC บนแผง OB ให้ได้ละครับ
http://www.youtube.com/v/FOHqXG14yn8
น่าเสียดายวันที่คุณหระรีมาเยี่ยมผมยังซ่อมคอมป์แดลที่ใช้ซาวด์คาร์ดอีมูตัวที่อัดมาให้ฟังกันนี้ยังไม่เสร็จ เสียงดีกว่าเครื่องเล่นตัวละพันกว่าบาทวันนั้นเยอะเลยละครับ
ไปเจอในยูทูปเสียงในรูปแบบของฮอร์นอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหนครับ แต่ผมชอบรายละเอียดเยอะๆ มากกว่าครับ
http://www.youtube.com/v/1NQ95c3gMkc
-
http://www.youtube.com/v/EroTH80uHtg
(http://s2.uppic.mobi/image-1992_514042D4.jpg)
ผมคิดว่าความถี่ที่ส่งออกจากแอมป์เข้าสู้ลำโพงมันมากกว่า 20kHz ไปเยอะเลยนะครับ ผมเพิ่งจะสังเกตุเห็นวันนี้เอง
ผมเปิดฟังเพลงที่อัดอีกครั้งก็พบว่าคลิปแรกมีเสียงนกร้องแทรกอยู่ในเพลงอย่างชัดเจน แต่ตอนนั่งฟังตอนอัดเสียงนกร้องดังแทรกเข้ามาเบากว่านี้มากๆ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียง
นกร้องแทรกอยู่ตลอดเวลา นั่่่นแสดงว่ามือถือโนเกียรรุ่นเอ็นเจ็ดสองนั้นอัดเก็บเสียงข้าง
นอกห้องมากกว่าในห้องซะอีก นี่คือมือถือตัวหนึ่งที่ใช้อัดนะครับ
แต่คลิปสองก็ใช้มือถือรุ่นเดียวกันแต่คนละเครื่องอัด (ผมใช้พร้อมๆ กันสองเครื่องสองเบอร์)
คลิบหลังมีเสียงแก็กๆ แทรกอยู่ตลอดเวลา (ตอนอัดผมก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันดังนะ เพราะต้อง
การให้เสียงเบคกราวด์การอัดเงียบมากๆ และผมก็ไม่ได้ยินเสียงแก็กๆ เ้หมือนที่มีในคลิปด้วย)
ถ้าสังเกตุให้ดีเสียงคลิปหลังดูจะมีเบสลงลึกมากกว่า แต่อาจเกิดจากอัดติดหน้าคอมป์ ใกล้
ลำโพงเข้าไปอีก แสดงว่าตำแหน่งการอัดหรือตัวมือถือคนละตัวก็มีผลต่อเสียงที่อัดที่แตกต่างกันมากๆ
-
ใช้โปรแกรมอะไรมาทำมอนิเตอร์วัดน่ะครับ แล้วเวลาวัดใช้ไมค์จ่อแต่ละลำโพงหรือเปล่าครับ หรือว่าต่อสัญญานผ่านโชว์ผลเฉย ๆ ครับ
-
นอกเรื่องหน่อยเน้อ :yahoo :yahoo พอดีพรุ่งนี้ จะพาลูกไปเที่ยวแถวทะเล โซนที่อยากไปคือ แถว อัมพวา เพชรบุรี ประจวบ มีจุดที่น่าจะไปเที่ยวตรงไหนได้บ้างครับ พอดีมีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น มาสมทบอีก 2 คน เลยให้พักรออยู่กรุงเทพก่อน ให้ตะลุยราตรี กทม .ก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยไปรับที่โรงแรม ครับ ถ้าใครมีแหล่งแนะนำโชว์แบบวิถีไทย แนะนำหน่อยครับ อาจจะไปโฮมเสตย์แถวเมืองเพชรบุรี ชุมชนพวกชาวไทยซ้ง เพราะแม่บ้านเป็นคนไทยซ้ง เลยอยากพาลูก ๆ และเพื่อนไปทัศนาจรครับ :victory :victory
-
ใช้โปรแกรมอะไรมาทำมอนิเตอร์วัดน่ะครับ แล้วเวลาวัดใช้ไมค์จ่อแต่ละลำโพงหรือเปล่าครับ หรือว่าต่อสัญญานผ่านโชว์ผลเฉย ๆ ครับ
เวปแลบหั้าครับ วัดสัญญาณ ออกจากซอฟซ์แวร์ครับ ลำโพงผมไปได้ไม่ถึงไหน แค่ 22kHz เอง แต่มีคนบอกว่าการไม่ใช้ซุบเปอร์ทวีทเตอร์ทำให้บรรยากาศเสียไป อาจเพราะสัญญาณพวกนี้หลุดออกไปน่ะครับ d_d d_d d_d :drunk แถวชายฝั่งแถบนี้ผมไม่รู้เลยแนะนำไม่ได้ครับ รอท่านอื่นช่วยนะ :-\ :-\
-
(http://s2.uppic.mobi/image-EFCB_51412552.jpg)
http://www.azom.com/article.aspx?ArticleID=971 ข้อมูล 416 steel
ผมว่าถ้าเราใช้ 416 ได้ละเยี่ยมเลย (ระยองมีในร้านของเก่าราคาไม่แพงนัก และมันก็จะไม่มีปัญหาเรื่องสนิมอีกด้วย)
ตอนนี้ผมมีวูฟเฟอร์แอลเท็ครุ่น 515 B อยู่ 2 คุ่ และ 416 อีกหนึ่งคู่ (น่าจะเป็นตัวอย่างของแนวเสียงที่จะต้องทำ FC ให้ได้ใกล้เคียงมัน) ต้องทำ FC อีกซัก 10 ดอกเท่านั้นจะรวมเป็น 8 คู่ก็น่าจะได้พื้นที่เท่ากับ QUAD ESL 63 สองคู่วางซ้อนกัน
และมีไดรว์เวอร์เสียงกลางถึงสูง 288 อยู่ 3 คู่ละ คิดว่าจะแบ่งใส่แผงลำโพง OB ข้างละสามดอก ก็ยังไม่รู้ว่าติดตั้งแบบ OB เสียงจะดังพอสมส่วนกับเสียงต่ำข้างละแปดดอกหรือไม่?
(http://s2.uppic.mobi/image-0025_514166F5.jpg)
-
http://www.alibaba.com/product-free/120493442/field_coil_magnet_speaker_made_in.html
ไดร์เวอร์คู่ละล้าน (ไม่รู้ผมคำนวนผิดหรือเปล่า?) ขอเอามาลิงค์มาแปะในนี้ เพื่อกลับเข้ามาดูได้ง่ายๆ ในนี้ครับ d_d :drunk
-
1 Caliber of Throat : 2 inches
2 Diameter of Voice Coil : 4 inches
3 Voice Coil Impedance : 24 Ω(1KHz) 12.5Ω(D.C.)
4 Frequency Response : 300Hz ~10KHz
5 Crossover Frequency : 300Hz
6 Max Input : 25W
7 Field Coil Power Supply : DC24V/1.0A
8 Size(Over All) : W215 x H210 x D159 (mm)
9 Weight : 16.6Kg
ลองไปเปิดตารางลวด 1A ต้องใช้ลวดเบอร์ 21awg(1.2A) พันเกือบ 2000ฟุต
-
1 Caliber of Throat : 2 inches
2 Diameter of Voice Coil : 4 inches
3 Voice Coil Impedance : 24 Ω(1KHz) 12.5Ω(D.C.)
4 Frequency Response : 300Hz ~10KHz
5 Crossover Frequency : 300Hz
6 Max Input : 25W
7 Field Coil Power Supply : DC24V/1.0A ใช้แบทฯ รถยนต์สองตัวพ่วงได้เลย
8 Size(Over All) : W215 x H210 x D159 (mm)
9 Weight : 16.6Kg
ลองไปเปิดตารางลวด 1A ต้องใช้ลวดเบอร์ 21awg(1.2A) พันเกือบ 2000ฟุต
ปัญหาที่เป็นกังวนในตอนนี้ที่ยังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดีคือ การขึ้นรูปไดอะแฟรมครับ ไม่รู้ว่าในท้องตลาดจะมีขนาดที่ 4" หรือไม่? และมีวิธีทำเองให้โตกว่านี้ได้ไหม? (เคยเห็นตามเวปมีบอกวิธีทำมันไหมครับ? เพราะวอยล์คอยไม่ยากมีช่างที่เคยซ่อมลำโพงแอลเท็คอยู่ที่ระยองแกฝีมือดีมากๆ เคยฟังที่แกพันกะของนอกแล้วแทบไม่ต่างกันเลย แต่ต้องใช้ลวดเยอร์มันเท่านั้น เพราะแกลองพันโดยใช้ลวดธรรมดาให้ฟัง มันแตกต่างกันชัดเจนครับ แกใช้ก้องส่องพระส่องดูก็จะเห็นผิวลวดขรุขะต่างกันมาก
-
ที่ผมคิดอยากจะทำไดอะแฟรมเองเพราะได้ไปเห็นภาพนี้ครับ คือถ้ามีแผ่นอะลูมิเนี่ยมแอลลอยที่ผสมแม็กนีเซี่ยมขายนี่ละก็ผมคิดว่าผมทำเองได้เลยละเราจะได้ขนาดทไซร์ความโตของวอยล์คอยที่เราต้องการ คือถ้ามีแผ่นอะลูฯ ที่ว่าเหมือนแผ่น Shim ที่เป็นทองเหลืองหรือสะแตนเลสส์ที่เค้าเอาไว้ปรับอะไลน์เมนต์พวกมอเตอร์ที่ตรงกับปั๊มน่ะครับ แผ่นพวกนี้จะมีขนาดบางมากๆ 0.05mm กันเลยทีเดียว ถ้ามีแผ่นที่เป็นอะลูฯ ด้วยละก็งานนี้เสร็จผมแน่ๆ ใครพอรู้ว่าจะหได้ที่ไหนไหมครับ? คือผมคิดว่าจ้างช่างกลึงแบบแล้วก็ใช้ไฮดลอลิกอัดให้มันเป็นส่วนโค้งเว้าดังรูปได้ไม่ยากเลย ผมคิดว่าคุ้มกว่การซื้อจากนอกครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-37C9_5143D8FD.jpg)
-
http://www.youtube.com/watch?v=DSVXwYaYI7M&feature=youtu.be ของปลอม
http://www.youtube.com/watch?v=ewaiQioK10s&feature=youtu.be ของจริง
การจะรู้ว่าชุดเราด้อยตรงไหน? ให้เอากล้องอัดเสียงจากที่เล่นจริง แล้วมาเปิดอัดอีกครั้งด้วยกล้องอันเดิม เปิดสองไฟร์เทียบกันเราก็จะรู้ว่าชุดเราให้เสียงของชิ้นดนตรีอะไรดีที่สุด และห่วยที่สุดได้ละครับ d_d :drunk
-
ระหว่างที่ยังทำอะไรกะ FC Driver ยังไม่ได้ (รอลงระยองเร็วๆ นี้แหละ) ผมยิ่งฟัง HeatKit 151 ที่เมื่อก่อนก็ว่ามันดีแล้วนะ แต่ตอนนี้ไง! มันเสียงมันตีรวนกันมั่ว คงส่วนหนึ่งที่เราเริ่มฟังเสียง (ไม่ใช่เพลงนะ) เป็นมากขึ้นไปอีก ผมพบว่ารายละเอียดของปลายแหลมที่เห็นชัดที่สุดมันตีกันมั่วมากๆ มิติ ซาวด์สะเต็จ ที่เคยฟังกะเจ้าโพกัสที่บ้านเมืองเหนือจนคุ้นหูกับหลายๆ เพลงที่เอาติดมาเปิดฟังที่นี่ ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันยังห่างเรื่องรายระเอียดกับเจ้าโฟกัส แต่ยังดีที่เสียงมีความสดกว่าเจ้าโฟกัสอย่างเดียวเท่านั้น ฟังแจ็สส์ที่เครื่องดนตรีน้อยชิ้นดี O0 :victory แต่ฟังคลาสสิกตอนโหมหนักๆ จอดไม่ต้องแจวครับ :nono เลยคิดแผนตามนี้ ไม่รู้จะเวิร์คหรือไม่? :help
(http://s2.uppic.mobi/image-DD10_5145DD15.jpg)
โมต่อจากเดิมในนี้ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=70779.msg887295#msg887295
-
(http://s2.uppic.mobi/image-A35C_5147F5C1.jpg)
ผมกำลังจะออกเดินทางไประยองบ่ายวันนี้แระ (มีงานเร่งด่วนต้องรีบออกเดินทางแบบกระทันหัน วผม่าจะเอาสะว่านไปคืนคุณฅนหระรีก่อน ไปเลยต้องรอกลับขึ้นมานะครับ หรือถ้ารีบใช้จะให้น้องเอาไปคืนให็เลยตอนนี้ก็ได้นะครับ)
ไปโน่นคงเจอไม้ก้าปูขนาดสามคนโอบเยอะ เลยคิดว่าจะทำปากฮอร์นดังรูป ไม่ทราบว่าผมใช้เขาความยวัดขนาดแล้วก็ตัดกระดาษไปเทียบของจริงอีกครั้งแบบนี้ ผมอยากจะถามคนที่ทำเครื่อง CNC เองนั้น พอจะสามารถทำฮอร์นแบบผ่าครึ่งซีกแล้วมาประกบกันได้หรือไม่ครับ? โดยที่ผมวัดขนาดทุกจุดโดยรอบไว้ทั้งหมดแล้วด้วย
-
เรื่องสว่นผมไม่รีบร้อนอะไรครับพี่ตามสะดวกเลยครับ ปากฮอร์นไม่แน่ใจว่าหาร้านกลึงกลองแถวอยุธยาค่อยกลึงเอาแล้วค่อยผ่าแยกกันน่าจะหาที่ทำได้ง่ายกว่านะครับพี่
-
เรื่องสว่นผมไม่รีบร้อนอะไรครับพี่ตามสะดวกเลยครับ ปากฮอร์นไม่แน่ใจว่าหาร้านกลึงกลองแถวอยุธยาค่อยกลึงเอาแล้วค่อยผ่าแยกกันน่าจะหาที่ทำได้ง่ายกว่านะครับพี่
ตอนนี้ถึงระยองแระ :drive1 :drive1 :drive1 ถ้ายังไม่ใช้รอผมกลับจะเอาไปคืนละกัน เมื่อวานวันจันทร์พึ่งซื้อดอกสว่านดอกเล็กได้ เลยกะจะส่งสว่านคืนเย็นนี้ แต่ถูกเรียกตัวลงระยองด่วนซะก่อน :P :P :P
พึ่งนึกได้ว่าแถวอะยุธยามีร้านทำกลองยาว เดี๋ยวขึ้นไปอยุธยาคงจะติดไม้ไปสองท่อนเจาะสี่รูเป็นฮอร์นน่าจะเวิร์ค O0 :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-A344_514860EF.jpg)
-
เรื่องCNCที่ระยองก็มีคุณJAYครับพี่พินิจ พี่แกระดับเซียนเลยครับ :secret
-
เรื่องCNCที่ระยองก็มีคุณJAYครับพี่พินิจ พี่แกระดับเซียนเลยครับ :secret
คิดว่าจะไปหาปรึกษาแกดูอยู่เหมือนกันวันนี้ก็ไปตระเวณตามร้านกลึง แต่แพงเกินเหตุ อาจมาลองทำเองดู และได้แนวทางใหม่อีกแล้วครับ :secret
(http://s2.uppic.mobi/image-0581_514C1F0E.jpg)
วันนี้เริ่มว่างแล้ว เลยออกไปคุยกับโรงกลึงแถวๆ มาบตาพุตดู หลายโรงบอกว่าการเจาะซุงท่อนใหญ่ๆ ให้เป็นรูสี่รูตามรูปที่คิดไว้ ทำยากมากด้วยแท่นกลึงธรรมดา แล้วให้ข้อคิดว่าน่าจะทำเป็นปากฮอร์นเล็กๆ เท่ารูที่จะทำตามในรูปถ่าย เค้าทำได้แต่คิดค่าทำปากละพัน ลำโพงสองข้างคาแรงหมื่นสอง แต่ไม่เป็นไร ในโรงงานมีแท่นกลึงลูกแก้ว เดี๋ยวเราให้เด็กกลึงส่วนโค้งเปลือกนอกกะให้ตัวเปลือกฮอร์นหนาซัก 20mm แล้วไปหาจ้างเค้าเจาะส่วนโค้งภายในอีกทีค่าแรงน่าจะถูกลงอีกเยอะ (ตามรูป Alternative II ที่ผมน่าจะทำก่อน อัลเตอร์เนทีบแรกครับ ซึ่งมันจะแพงและยากตรง FD Driver นั่นแหละ) แล้วเอา Low Driver 515 และ 416 ของแอลเท็คทำทำตู้ฮอร์นแบบที่เบสลงลึกๆ หน่อย เพราะกะจะใช้ไดร์วเสียงต่ำสองตัวสองรุ่นนี้ในหนึ่งตู้เบสฮอร์น คิดว่ามันน่าจะให้เสียงดีกว่า VOT ทั่วๆ ไปได้
ถ้ามีปัญญาหาช่างกลึง FD Driver ก็ว่าจะทำ อัลเตอร์เนทีบหนึ่งต่อทีหลัง
(ทุกอย่างคือความฝันเฟื่องมากๆ ของผมครับ แต่อันฯ สอง น่าจะทำได้แน่ๆ)
(http://s2.uppic.mobi/image-EBA5_514C2443.jpg)
ขอเอาลิงค์มาแปะไว้ดูวันหลังเป็นตัวเลือก
http://www.hostboard.com/forums/f700/95289-mid-bass-horn-design-80-800-hz/index15.html
-
ตอนนี้ผมกำลังจะโมอีกเครื่องที่ซื้อมา 250 บาทจากถนนหลัง รร ปรินส์ ให้ชงกาแฟได้อร่อยไม่แพ้เครื่องละแสนให้ได้ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-A081_511F1409.jpg)
ลองชงดูครั้งแรกก็อัดมาให้ดูกันเลยละครับ ดูมันมีแววสู้เครื่องราคาแสนได้แน่นอนละครับ นี่ขนาดผมลองบดหยายๆ ก่อน เพราะกลัวเครื่องมันรับการบดที่ละเอียดมากๆ ซึ่งต้องใช้แรงดันน้ำร้อนสูงมากๆ พรุ่งนี้คิดว่า 15 Sec @0.8 Oz ที่น้ำกาแฟจะไม่ไหลลงมาขนาดนี้ น่าจะค่อยๆ หยดลงมาแบบที่ละหยดได้ จากที่ซิมกาแฟจากการชงในคลิปผมคิดว่ามันทำได้เยี่ยมยอดแล้วละครับ เป็นการยืนยันให้ผมมั่นใจยิ่งขึ้นว่าพวกเครื่องชงราคาไม่ถึงหมื่นก็ชงอร่อยได้ไม่แพ้เครื่องละแสน ถ้าเราโมฯ เป็น และชงเป็น ด้วยเครื่องบดที่ต้องดีหน่อยเท่านั้นเอง (ตอนหลังนี้ผมพบว่าร้านที่ลำปางใช้เครื่องบดเครื่องละสามพันห้า ผมก็ปรับให้น้ำกาแฟรสชาตดีมากๆ เลยละ แต่อาจสู้เครื่องบดที่ราคาเป็นหมื่นบาทไม่ได้นะครับ
http://www.youtube.com/v/UX2rA2yIyHo
-
http://www.youtube.com/v/iSsS9FkXLKk
จากเครื่องชงกาแฟแบบเอสเพรสโซ่ราคา 250 บาทจากตลาตถนนคนเดินเมืองเชียงใหม่ วันนี้ผมเอามาทำที่ยึดด้ามอัดจากพาสติกเป็นสะแตนเลสส์ ตอนนี้มันทำรสชาติได้ไม่ต่างจากเครื่องชงที่มีราคาละแสนกว่าได้แล้วละครับ
น่าเสียดายที่กล้องไม่ดี ไม่สามารถทำให้เห็นตอนช่วงที่น้ำร้อนเริ่มค่อยๆ ซึมแล้วค่อยๆ หยดลงไปยังแก้ว มันน่าดูมากเลยครับ ร้านค้าใดสั่งทำด้ามอัดเปลือยก้นชงเอสเพรสโซ่โชว์ลูกค้าตอนน้ำกาแฟ ค่อยๆ ไหลออกมา ดูแล้วมันได้อารมย์ทางสายตาเพิ่มขึ้นมาอีกนอกเหนือจากทางจมูกและลิ้นครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-021C_513ABDAB.jpg)
ผมคงจะพักโปรเจ็คโฟโน่ไปก่อนเพราะติดที่หาค่า R&C ที่ FB ไม่ได้
อยู่บ้านอยุธยามันว่างมั๊กๆ เพลงก็ไม่อยากฟังกะเครื่องเล่นภาคฟร้อนแค่พันกว่าบาท เลยคิดว่าจะเอา HF ของ 288 มาวัดขนาดเพื่อจะเป็นเป็นแนวทางทดลองทำไดรเวอร์แบบฟิลด์คอล์ยดูบ้าง ติดที่ผมแยกชิ้นส่วนำไม่ออกกลัวของเสียถ้าเฝืนงัดแรงๆ ครับ ใครพอรู้วิธีกระจายแยกชิ้นส่วนมันช่วยบอกหน่อยครับ แล้วผมจะวัดขนาดต่างมาให้ดูกันครับ
ก็ยังงงตรงที่ปากทางเสียงออกแต่ 6cm แต่วอซ์ยคอล์ยขนาดเกือบสามนิ้ว ไม่รู้ว่าเค้าลดขนาดตรงช่วงจุไหน? อย่างไร?
จากที่คุณฅคหรระรีมาฟังลำโพงผมที่บ้านและชวนทำฟิลด์คอล์ย ตอนนั้นผมไม่สนใจ แต่ตอนนี้คิดว่าจะลุยละครับ ถ้าเข้ามาอ่าน อยากจะให้หาร้านกลึงที่ฝีมือดีๆ แถวๆ หระรีให้ทีครับ
คุณPinij ครับ ผมอ่านมาว่า การถอดแม่เหล็ก 288 ต้องใช้การเคาะ เริ่มจากถอนแกนน๊อตที่ไว้ติดตั้ง 288 กับปากฮอร์นออก แล้วหาแท่งเหล็ก/ตะปูขนาดสูงเท่ากันทั้ง 3 ตัว เสียบเข้าไปในรูที่ถอดน๊อต ออก จับ 288 คว่ำหน้า โดยมีแท่งเหล็กทั้ง 3 เป็นเสา แล้วค่อยๆตอกให้แม่เหล็กดันแผ่นเพลตด้านติดตั้งวอยหลุดออกมา ฝรั่งบอกว่าเมื่อตอกโป๊กๆเช่นนี้ alnico จะเสียความเป็นแม่เหล็ก ต้องไป recharge ใหม่เท่านั้น หมายเหตุ ผมยังไม่เคยถอดแม่เหล็ก 288 เองนะครับ ได้ผลอย่างไร post แบ่งปันด้วยครับ
-
ผมคงจะพักโปรเจ็คโฟโน่ไปก่อนเพราะติดที่หาค่า R&C ที่ FB ไม่ได้
อยู่บ้านอยุธยามันว่างมั๊กๆ เพลงก็ไม่อยากฟังกะเครื่องเล่นภาคฟร้อนแค่พันกว่าบาท เลยคิดว่าจะเอา HF ของ 288 มาวัดขนาดเพื่อจะเป็นเป็นแนวทางทดลองทำไดรเวอร์แบบฟิลด์คอล์ยดูบ้าง ติดที่ผมแยกชิ้นส่วนำไม่ออกกลัวของเสียถ้าเฝืนงัดแรงๆ ครับ ใครพอรู้วิธีกระจายแยกชิ้นส่วนมันช่วยบอกหน่อยครับ แล้วผมจะวัดขนาดต่างมาให้ดูกันครับ
ก็ยังงงตรงที่ปากทางเสียงออกแต่ 6cm แต่วอซ์ยคอล์ยขนาดเกือบสามนิ้ว ไม่รู้ว่าเค้าลดขนาดตรงช่วงจุไหน? อย่างไร?
จากที่คุณฅคหรระรีมาฟังลำโพงผมที่บ้านและชวนทำฟิลด์คอล์ย ตอนนั้นผมไม่สนใจ แต่ตอนนี้คิดว่าจะลุยละครับ ถ้าเข้ามาอ่าน อยากจะให้หาร้านกลึงที่ฝีมือดีๆ แถวๆ หระรีให้ทีครับ
คุณPinij ครับ ผมอ่านมาว่า การถอดแม่เหล็ก 288 ต้องใช้การเคาะ เริ่มจากถอนแกนน๊อตที่ไว้ติดตั้ง 288 กับปากฮอร์นออก แล้วหาแท่งเหล็ก/ตะปูขนาดสูงเท่ากันทั้ง 3 ตัว เสียบเข้าไปในรูที่ถอดน๊อต ออก จับ 288 คว่ำหน้า โดยมีแท่งเหล็กทั้ง 3 เป็นเสา แล้วค่อยๆตอกให้แม่เหล็กดันแผ่นเพลตด้านติดตั้งวอยหลุดออกมา ฝรั่งบอกว่าเมื่อตอกโป๊กๆเช่นนี้ alnico จะเสียความเป็นแม่เหล็ก ต้องไป recharge ใหม่เท่านั้น หมายเหตุ ผมยังไม่เคยถอดแม่เหล็ก 288 เองนะครับ ได้ผลอย่างไร post แบ่งปันด้วยครับ
จ๊ะอึ๋ย! ผมเกือบทำร้ายมันไปซะแล้ว ขอบคุณมากๆ ครับ
ผมไปค้นเจอเพื่อนร่วมอุดมการณืที่ใกล้เคียงกัน
(http://s2.uppic.mobi/image-7475_51502E96.jpg)
http://nullspace.us/tt12.html
-
วิธีชงการชงกาแฟให้ได้ Perfect Shot มาให้คุณนัตตี้ดูครับ d_d :drunk
http://www.youtube.com/v/AVkauIwpwmo
(http://s2.uppic.mobi/image-0C90_51513741.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-7004_51513741.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-50EE_51539C02.jpg)
มีคนบอกว่าไม้มะม่วง Cell ของเนื้อไม้มันขัดสานกันแน่น มีคนเอามาทำแจกันขาย ผมเลยลองเอาไม้มะม่วงมาทำปากแตรของฮอร์นดูก่อน
แต่ก็มีอีกคนบอกว่า ไม้นุ่น ทั้งเบาและแตกยาก มีคนเอามาทำกลองยาวรำวงกัน เย็นนี้จะมีคนตัดมาให้ ก็เป็นไม้สองชนิดที่ผมคิดจะลอง
ใครมีความรู้เรื่องไม้ที่จะทำให้ได้เสียงดีๆ ช่วยบอกผมทีครับ :secret d_d :drunk :help
ผมกะว่าจะลองทำเป็นปากฮอร์นสามอันติดกันแบบในรูป Top View ฟังเสียงกันดูก่อน (อาจมีการปรับความหนาบางของกลวยลำโพงที่ให้เสียงออกมาดีที่สุดด้วย คือปากลำโพงชุดนี้คงเป็นแค่หนูทดลอง เพราะสุดท้ายคงต้องกลึงให้บางที่สุด ที่มันคงบางเกินไป) ไม้ไหนที่เสียงดีค่อยหามาทำให้ครบหกช่อง :) :) :)
และผมคิดว่าการที่เรากลึงปากเป็นรูปทรงกลวยกลมแบบนี้ เสียงมันน่าจะพรุ่งออกมาเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า (หรือเปล่า?) คงได้พิสูจน์กันงานนี้ เพราะผมฟังเสียงจากปากฮอร์นของ ALTEC 511B แล้วนั้น รายละเอียดของเสียงมันยังตีกันอยู่พอสมควร มันอาจะมาจากการมีมุมและมีเหลี่ยมที่ส่วนขอบของปากฮอร์น (หรือเปล่า?) :-\ :-\ :-\ ที่จริงถ้าเราใช้ควันเป่าออกมาจากก้นฮอร์นก็จะรู้ได้เหมือนกัน เพราะถ้าเกิดเทอร์โบเรนท์โฟล์วของควันตรงมุมขอบปากก็แสดงว่าเสียงจะเกิดการหมุนวนกวนกันของความถี่ต่างๆ ณ บริเวณนั้นเช่นกัน (ผมคาดการณ์ว่ามันน่าจะเกิดสิ่งที่ผมว่ามาละครับ ซึ่งการถี่บางความถี่พ่นออกมาตรงๆ กับอีกความถี่ที่ต้องหมุนวนเวียนก่อนที่จะออกมาจากปาก ระยะทางเดินมันต่างกัน ทำให้ Phase ของเสียงที่ความถี่ของส่วนที่วนเวียนมันจะช้ากว่าแน่นอนละครับ)
(http://s2.uppic.mobi/image-0581_514C1F0E.jpg)
ย้อนกลับไปคิดถึงตอนฟังลำโพงแอดวันการ์ดที่มีปากกลมๆ คล้ายๆ จำได้ว่าเสียงกล้องสะท้อนแบบเสียงแอคโค่ซ้ำซ้อนน้อยกว่า (ที่คิดว่าอาจเกิดจากการไหลตีรวนกันที่มุมของปากแบบรูปเหลี่ยม) ทำให้มีความถี่เดียวกันที่พ่นออกจากปากตรงๆ กับที่วนม้วนตัวก่อนแล้วถึงพ่นเสียงออกมาตามหลัง เลยฟังเป็นเสียงก้องสะท้อนของปากฮอร์นที่ชัดเจนมากๆ (สรุปคือต้องทดลองฟังดูอีกทีครับ) :D :D :D
-
ผมเชียร์ไม้ขนุนครับมันมีดีทั้งไม้นุ่นและไม้มะม่วงครับ ไม้มะม่วงเหนียวใบมีดต้องคมจริงๆครับ ขอบมุมปากฮอนไม่เกิดเทอร์บูแล้นครับถ้าตรงส่วนที่เป็นแผ่นเรียบ(ผนังแตรแต่ละด้าน) อยู่ในช่วงฟูลลีดีวีล็อป เป่าควันมันไม่มีความถี่ นอกจากเป่าเป็นจังหวะเหมือนเสียงเพลง แต่ถ้ามีความถี่ผมเองก็นึกภาพแพทเทิร์นไม่ออกเหมือนกันครับ(ตอนเรียนเน้นไปทางลามินาโฟลว์5555) แต่ถ้าปากแตรกลมผมว่ามันก็น่าจะไปแบบลามิน่านั่นหละครับ
-
ผมเชียร์ไม้ขนุนครับมันมีดีทั้งไม้นุ่นและไม้มะม่วงครับ ไม้มะม่วงเหนียวใบมีดต้องคมจริงๆครับ ขอบมุมปากฮอนไม่เกิดเทอร์บูแล้นครับถ้าตรงส่วนที่เป็นแผ่นเรียบ(ผนังแตรแต่ละด้าน) อยู่ในช่วงฟูลลีดีวีล็อป เป่าควันมันไม่มีความถี่ นอกจากเป่าเป็นจังหวะเหมือนเสียงเพลง แต่ถ้ามีความถี่ผมเองก็นึกภาพแพทเทิร์นไม่ออกเหมือนกันครับ(ตอนเรียนเน้นไปทางลามินาโฟลว์5555) แต่ถ้าปากแตรกลมผมว่ามันก็น่าจะไปแบบลามิน่านั่นหละครับ
ขอบคุณมากครับ ดีใจที่คนจบใหม่ๆ วิชาการยังอยู่กะตัวเข้ามาคุยด้วย O0 ขอถามต่อว่าที่ฮอร์นบางอันมีใบเบลดกับไม่มีใบเบลด ผลดีผลเสียต่างกันอย่างไร? ส่วนตัวคิดว่าไม่มีน่าจะดีกว่า เพราะใบเบลดอาจทำให้เกิดเทอร์บูแล้นโฟล์เล็กน้อยได้ (?)
วันนี้อบไม้แห้งดีแล้วคิดว่าจะทำปากฮอร์นให้ทันงานที่อ่างศิลา ปรากฏว่าไม่สำเร็จครับ รอบมอเตอร์ของเครื่องที่ใช้งานอยู่มันเร็วเกินไป แม้จะพยายามทำบาลานซ์ให้ดีโดยการเอากบใสให้กลมดีแล้วและทำสะแตติกบาลานซ์แล้วก็ตาม :giveup
(http://s2.uppic.mobi/image-78BE_515660E6.jpg)
http://s2.uppic.mobi/image-78BE_515660E6.jpg
-
ผมเชียร์ไม้ขนุนครับมันมีดีทั้งไม้นุ่นและไม้มะม่วงครับ ไม้มะม่วงเหนียวใบมีดต้องคมจริงๆครับ ขอบมุมปากฮอนไม่เกิดเทอร์บูแล้นครับถ้าตรงส่วนที่เป็นแผ่นเรียบ(ผนังแตรแต่ละด้าน) อยู่ในช่วงฟูลลีดีวีล็อป เป่าควันมันไม่มีความถี่ นอกจากเป่าเป็นจังหวะเหมือนเสียงเพลง แต่ถ้ามีความถี่ผมเองก็นึกภาพแพทเทิร์นไม่ออกเหมือนกันครับ(ตอนเรียนเน้นไปทางลามินาโฟลว์5555) แต่ถ้าปากแตรกลมผมว่ามันก็น่าจะไปแบบลามิน่านั่นหละครับ
ขอบคุณมากครับ ดีใจที่คนจบใหม่ๆ วิชาการยังอยู่กะตัวเข้ามาคุยด้วย O0 ขอถามต่อว่าที่ฮอร์นบางอันมีใบเบลดกับไม่มีใบเบลด ผลดีผลเสียต่างกันอย่างไร? ส่วนตัวคิดว่าไม่มีน่าจะดีกว่า เพราะใบเบลดอาจทำให้เกิดเทอร์บูแล้นโฟล์เล็กน้อยได้ (?)
วันนี้อบไม้แห้งดีแล้วคิดว่าจะทำปากฮอร์นให้ทันงานที่อ่างศิลา ปรากฏว่าไม่สำเร็จครับ รอบมอเตอร์ของเครื่องที่ใช้งานอยู่มันเร็วเกินไป แม้จะพยายามทำบาลานซ์ให้ดีโดยการเอากบใสให้กลมดีแล้วและทำสะแตติกบาลานซ์แล้วก็ตาม :giveup
(http://s2.uppic.mobi/image-78BE_515660E6.jpg)
http://s2.uppic.mobi/image-78BE_515660E6.jpg
ผมว่าถ้าจะให้ดีต้องหาเครื่องที่มีรอบช้าำมากลึงน่าจะง่ายกว่าครับ :)
-
คงต้องจ้างเค้าทั้งหมดละครับ เพราะเครื่องที่มีอยู่สองแท่นเลือกปรับ Pulley ที่ให้ได้รอบต่ำสุดแล้วมันก็ยังเร็วเกินอยู่ดี :cry2 :cry2 :cry2
การเอาแผ่นดักเสียงใส่ลงไปให้เกิดการกระจายเสียงมุมกว้างขึ้น แต่ผมเสียคือเกิด Turbulent Flow ที่ด้านหนึ่งอยู่ดีครับ ตามในรูป
(http://s2.uppic.mobi/image-B992_51578607.jpg)
-
ถ้าทำเป็นโดมคล้ายๆเฟสปลั๊กได้ไหมครับเพราะฮอร์นพี่กลมนิครับ
คงต้องจับทริมเมอร์กับแสตนด์แล้วกัดแทนกบให้บาลานต์ก่อนกลึงไม่รู้จะเวอร์คไหม ใช้กบเราเกลาได้ไม่กลมครับ
-
ถ้าทำเป็นโดมคล้ายๆเฟสปลั๊กได้ไหมครับเพราะฮอร์นพี่กลมนิครับ
คงต้องจับทริมเมอร์กับแสตนด์แล้วกัดแทนกบให้บาลานต์ก่อนกลึงไม่รู้จะเวอร์คไหม ใช้กบเราเกลาได้ไม่กลมครับ
ว่าจะยกไปจ้างโรงกลึงเลยดีกว่า เพราะเครื่องที่ทำใช้มือจับทริมเมอร์งายเก็บสุดท้ายก็คงต้องจ้างโรงวกลึงอีกอยู่ดี
วันที่ไปบ้าน อ. แม็ก หลายคนบอกว่าค่าจ้างทำดอกละพันบาทถูกมากๆ แล้ว และมีคนบอกว่าถ้าทำตามแยกเป็นชิ้นๆ มาต่อกันตามรูปข้างล่างนี้จะง่ายกว่า แต่ผมมาคิดดูแล้วว่าถ้าจุดต่อไม่เท่ากันก็ต้องกลึงล้างกันตลอดท่อแตรอีกครั้งเหมือนกัน
เอาไงดีหว่า? :-\ :-\ :-\
(http://s2.uppic.mobi/image-D38D_5160CC40.jpg)
ผมได้ไม้ขนุนตามที่น้อง NJL แนะนำว่าเอาคุณสมบัติที่ดีของไม้นุ่นและมะม่วงมารวมกัน
-
โปรเจ็คลำโพงฮอร์นของผม ผมคิดอีกครั้งว่าจะทำเรียนแบบ Living Voice VOX ดีกว่า? เพราะมันเป็นลำโพงในฝันที่ผมไปไม่ถึงมัน (สามแสนกว่าเหรียญมั๊ง? ถ้าผมจำไม่ผิด คิดเป็นบาทก็เกือบคู่ละสิบล้านบาทได้) ขอครอบครองแค่รูปแบบก็ยังดี :cry2 :cry2 :cry2
(http://s2.uppic.mobi/image-50C0_515A3A12.jpg)
ผมไม่ชอบทำตาม (การโคลนิ่ง) โดยขาดการศึกษารายละเอียดในเชิงลึกๆ ทางภาคทฤษฏี เพราะจะทำให้เราทำสิ่งนั้นๆ ไม่ได้เหมือนต้นแบบทุกประการ (ดังที่ผมเห็นทั่วๆ โคลนได้แต่รูปร่างภายนอกกันเท่านั้น แต่เสียงยังห่างของจริงต้นแบบไกลมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
http://www.mathworks.com/matlabcentral/fileexchange/26457-simple-acoustic-horn-design-for-amplification
http://www.audioasylum.com/cgi/t.mpl?f=hug&m=134973
ปากแฟร์ของฮอร์นมีหลายรูปแบบครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-FA15_515A59A3.gif)
ขอเอาลิงค์มาเก็บไว้ตรงนี้เพื่อสะดวกในการกลับมาค้นนะครับ
http://www.volvotreter.de/dl-section.htm
http://itishifi.blogspot.com/2011/03/jcs-tractrix-bass-horn-70hz-to-600hz.html
http://www.audioasylum.com/cgi/t.mpl?f=hug&m=132791
http://fullrangedriver.com/singledriver/horninfo.html
http://fullrangedriver.com/singledriver/links.html#horns
อันนี้ดีมากลองเข้าตามไปดูในแต่ละรุ่นจะมีวิธีการสร้างปากฮอรฺ์นเลยด้วย :victory O0
http://www.geocities.jp/arai401204/Horn_Page/Horn_Speakers.html
-
(http://s2.uppic.mobi/image-156F_5163C6A2.jpg)
http://www.goodsoundclub.com/Forums/ShowPost.aspx?PageIndex=1&postID=13235#13235
http://www.goodsoundclub.com/Forums/ShowPost.aspx?PostID=11190
เห็นลำโพงคุณ Romy The Cat แล้วอยากทำตามเหลือเกิน แกเล่นของบางชิ้นตัวเดียวกับที่ใช้ในลำโพงคู่ละ 10 ล้านบาทซะด้วย (แต่ไม่ชอบที่แกเอาลำโพงไดนามิคเข้ามารวมด้วย ผิดคอนเซ็บที่ผมตั้งใจไว้)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-5C60_5138A776.jpg)
คุณนายพานล่ากระต่ายรอก็อปใช่ไหม? จ่ายงานซะเลย ช่วยแก้สิ่งผิดและช่วยเติมให้เต็มด้วยครับ โทษฐานรู้เยอะกว่าผม d_d :drunk หรือถ้าใครรู้ช่วยตามที่เห็นควรครับ
จากที่ผมได้ส่งไม้ที่อบแค่อาทิตย์เดียวเข้าโรงกลึง เพื่อทำปากลำโพงออร์น ปรากฏว่าพอกลึงถึงแกนในไม้ยังเปียกอยู่เลย คงต้องอบต่อให้ครบหนึ่งเดือน :cry2 :cry2 :cry2 คงต้องร้องเพลงรอต่อไปปปปปปปปปปปปปป........ :cry2 :cry2 :cry2
เลยงัดเอาโปเจ็ค CAT Signature MK3 มามั่วกันต่อ โดยหวังที่จะได้เสียงเหนือกว่าตัวจริง :yahoo :wiggle :kicking :wiggle :yahoo มีคนบอกว่าวงจรที่ผมเอามาลงนี้คล้ายตัวจริงมากที่สุดแล้ว ผมก็เลยหวังลมๆ แล้ง ว่าถ้าเรา Direct Coupling ซะ มันน่าจะได้อะไรที่ดีขึ้นกว่าตัวจริง NF เด๊ยวพอได้ยินเสียงแล้วค่อยคำนวณมั่วๆ ใส่ลงไปทีหลังก็น่าจะได้ d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-4BE1_516D2341.jpg)
-
MKII กับ MKIII จะมีการจัดวงจรที่ต่างดันนิดหน่อย สำคัญที่การไฟน์จูน RIAA ต้องให้เสียงมีเนื้อที่เข้มกว่าปกติ ผมจะลองใช้ CCS กับ การบายพาสคู่กัน คิดว่สจะทำให้หลอดราคาปานกลางมีคุณสมบัติขั้นเทพขึ้นมาได้
(http://image.ohozaa.com/i/053/W3TaIY.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wM8EBKc51KOlIWpo)
-
ขอบคุณมั๊กๆ เลยครับ เข้า กทม เมื่อไรจะแวะไปเที่ยวร้านที่เปิดใหม่ครับ d_d :drunk
-
ขอนอกเรื่อพี่พินิจอีกทีครับ :help :help พอดีช่วงนี้กำลังทำการปรับพื้นที่เพื่อปรับปรุงเป็นสวน และการเกษตรอื่น ๆ วางระบบน้ำในไร่ ไปทำการโค่นไม้ไผ่เลี้ยง ขนาดลำเส้นผ่าศูนย์กลางได้ขนาด 2 - 3 นิ้วกว่ามาจำนวนเยอะเหมือนกัน ทีแรกกะว่าจะทำแสลนในการปลูกผัก แต่มันก็คงเหลืออีกมาก เลยคิดว่าจะเอามาทำบ้านไม้โดยใช้ไม่ไผ่ พี่มีแบบบ้านไม้ที่ทำแบบง่าย ๆ ไหมครับ ครั้งแรกกะว่าจะทำบ้านดินเลย มันคงใช้เวลามาก เอาวัสดุที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก่อนครับ :victory :victory
-
ขอนอกเรื่อพี่พินิจอีกทีครับ :help :help พอดีช่วงนี้กำลังทำการปรับพื้นที่เพื่อปรับปรุงเป็นสวน และการเกษตรอื่น ๆ วางระบบน้ำในไร่ ไปทำการโค่นไม้ไผ่เลี้ยง ขนาดลำเส้นผ่าศูนย์กลางได้ขนาด 2 - 3 นิ้วกว่ามาจำนวนเยอะเหมือนกัน ทีแรกกะว่าจะทำแสลนในการปลูกผัก แต่มันก็คงเหลืออีกมาก เลยคิดว่าจะเอามาทำบ้านไม้โดยใช้ไม่ไผ่ พี่มีแบบบ้านไม้ที่ทำแบบง่าย ๆ ไหมครับ ครั้งแรกกะว่าจะทำบ้านดินเลย มันคงใช้เวลามาก เอาวัสดุที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก่อนครับ :victory :victory
เรื่องการออกแบบพวกนี้ผมไม่ถนัดเลยแม้แต่น้อยครับ K] ลองหาดูแบบบ้านอะไรก็ได้ที่ถูกใจเรา ตามในเนทดูเป็นตัวอย่าง แล้วก็โมใส่ไม้ไผ่เป็นวัสดุลงไปแทนเอาซิครับ
-
ขอนอกเรื่อพี่พินิจอีกทีครับ :help :help พอดีช่วงนี้กำลังทำการปรับพื้นที่เพื่อปรับปรุงเป็นสวน และการเกษตรอื่น ๆ วางระบบน้ำในไร่ ไปทำการโค่นไม้ไผ่เลี้ยง ขนาดลำเส้นผ่าศูนย์กลางได้ขนาด 2 - 3 นิ้วกว่ามาจำนวนเยอะเหมือนกัน ทีแรกกะว่าจะทำแสลนในการปลูกผัก แต่มันก็คงเหลืออีกมาก เลยคิดว่าจะเอามาทำบ้านไม้โดยใช้ไม่ไผ่ พี่มีแบบบ้านไม้ที่ทำแบบง่าย ๆ ไหมครับ ครั้งแรกกะว่าจะทำบ้านดินเลย มันคงใช้เวลามาก เอาวัสดุที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ก่อนครับ :victory :victory
เรื่องการออกแบบพวกนี้ผมไม่ถนัดเลยแม้แต่น้อยครับ K] ลองหาดูแบบบ้านอะไรก็ได้ที่ถูกใจเรา ตามในเนทดูเป็นตัวอย่าง แล้วก็โมใส่ไม้ไผ่เป็นวัสดุลงไปแทนเอาซิครับ
:victory :victory ขอบคุณครับพี่พินิจ เดี๋ยวจะลองแบบประหยัดชุดเริ่มต้นดูครับ กะว่าจะเอาแบบบรรพบุรุษชาว ไทย-ลาวซ้งผสมผสานดูก่อน ;D ;D ;D อุตส่าห์เล่นหลอด ฟัง แบบกระเบียดกระเสียน :cry2 :cry2 :cry2 เข้าไปสิงอ่านอยู่เวป กพพ.ไม่กี่เดือนเองซักเริ่มสนุกเข้าเส้น เบียดเงินค่าหลอดจัดไปเกินครึ่งล้านเข้าไปแล้ว ซักเริ่มหัวหงอกเลย :cry2 ;D ;D :victory :victory อีกนิดครับ แถวอำเภอเทิง มีการปลูกหม่อนไหม( มัลเบอร์รี่) กันเยอะไหม อยากได้กิ่งพันธ์ซักมาปลูกซักหน่อยหน่อยน่ะครับ ได้กาแฟพันธ์ดี ๆ อีกซักหน่อยท่าจะดีครับ :yahoo :yahoo :yahoo
-
แถวอำเภอเทิง มีการปลูกหม่อนไหม( มัลเบอร์รี่) กันเยอะไหม อยากได้กิ่งพันธ์ซักมาปลูกซักหน่อยหน่อยน่ะครับ
อันนี้ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยครับ และช่วงนี้ผมคงจะอยู่ที่ระยองและอยุธยายาวเป็นปีๆ อีกด้วย จะไปสืบหาดูให้ก็ไม่ได้น่ะครับ ต้องขออภัย
การปลูกกาแฟพันธ์อะราบิก้า ขนาดบ้านแฟนผมอยู่ห่างจากที่ที่ซื้อใหม่แค่สิบกว่าโล ยังปลูกไม่ได้ผลเลยครับ (พื้นที่อยู่ต่ำกว่าเป็นร้อยเมตร) ปลูกแล้วมันไม่งามครับ แต่ที่ชายเขาที่สูงระดับพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเลที่ซื้อใหม่นั้น กลับโตวันโตคืนสูงท่วมหัวไปแล้วครับ มีคนบอกว่าปีหน้าอาจมีบางต้นออกดอกออกผลให้เก็บเกี่ยวได้บ้างละครับ
กาแฟชอบอากาศเย็น ความซื้นสูงครับ ที่ต่ำๆ และอากาศร้อน ผมคิดว่าถ้าจะปลูกก็ต้องพันธ์โรบัดต้าครับ (ที่จริงต้องฝนตกชุกด้วยถึงจะดีครับ) ที่ที่ซื้อใหม่ของผมฝนตกมากมากที่ของแฟนเท่าตัวครับ d_d :drunk
เมื่อกี๊! คนรับจ้างตัดหญ้าที่สวนโทรมาเบิกเงินค่าแรงบอกว่า "กาแฟของผมบางต้นออกดอกแล้ว" :victory O0 :wiggle :yahoo :whistling
(ก่อนลงมาระยอง เมื่อเดือนกว่าๆ ยังไม่สามารถสังเกตุเห็นตุ่มหรือแววว่ามันจะออกดอกครับ) :-\ :-\ :-\ ผมขึ้นไปเมืองเหนือต้นเดือน พค นี้ แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ d_d :drunk
-
http://lenardaudio.com/education/07_horns.html
เอาพื้นฐานของการเปล่งเสียงของลำโพงฮอร์นมาฝากครับ
Round horns for sound systems are the most efficient and musical with the least distortion. Musical instrument horns are also round and directional. ผมก็เห็นตรงกะเค้ามาแต่แรกครับ ปากฮอร์นและคอหอยของลำโพงฮอร์นที่ดีควรจะเป็นทรงกลวยกลม ไม่ว่าจะเป็น Exponential Tractrix หรือจะเป็น Kugellwellen
ด้วยช่วงนี้ผมอยู่ที่ระยองมีไม้ท่อนใหญ่ ให้ทดลองทำลำโพงฮอร์นเล่นได้หลายรูปแบบ ผมก็เลยคิดทำโครงการลำโพงฮอร์นเป็น Priority แรกครับ (ส่วนลำโพง OB ใช้แผงไม้อัดทำเมื่อไรก็ได้) แล้วผมยังมีความรู้สึกส่วนตัวว่าลำโพงฮอร์นให้เสียงใกล้เสียงดนจริงมากที่สุดในด้านของ Transient Dynamic และคงอีกไม่กี่อาทิตย์คงมีรูปลำโพงฮอร์นมาโชว์ให้ดูครับ (ตอนนี้ไม้กำลังอยู่ในเตาอบ รอให้แห้งให้อยู่ระดับ 4% ครับ) d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-213E_518221F5.jpg)
http://vinylsavor.blogspot.com/2012/01/making-of-field-coil-speaker-part-1.html
ระหว่างรอแท่งไม้ที่เข้าเตาอบไว้มันแห้งสนิด ผมก็ศึกษาอ่านสองเรื่องนี้ (OB & Horn) ไปพรางๆ ก่อน เจออะไรเข้าเค้ากับที่ผมจะทำก็จะเอามาวงไว้ย้อนกลับมาอ่านได้อีกครั้ง
OB แบบข้างบนถือว่าบ้าพอสมควร แต่อาจจะน้อยกว่าผมไปครึ่งนึง ^-^ เพราะผมจะทำ FC ข้างละสิบไดร์เวอร์ :whistling แต่ไอเดียก้นห้องกระจกหนาๆ ให้กับแผง OB ถือว่าเป็นไอเดียที่เยี่ยมมั๊กๆๆๆ O0 :victory
-
พูดถึงจากัวร์ พี่ที่ทำงานมี XJ6 สภาพเดิมๆ อยู่คัน 4 เดือนทีแล้วลูกชายขับตกถนนสภาพเยินหมด เสียดายแทน
น่าเสียดายมั๊กๆ ครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-F345_50D1673F.jpg)
ตามหาตัวข้างบนนี้ตั้งนานยังไม่เจอสวยๆ ซักตัวที่เจ้าของคิดจะขายให้ แล้วตัวสวยๆ มันก็หายากมั๊กๆ (เจ้าของมักจะหวงไม่ยอมขายให้) เนื่องจากผมต้องมีธุระขึ้นเหนือลงใต้บ่อยๆ ในช่วงนี้ เลยจำเป็นต้องหารถอีกคันเพราะซีตรองเริ่มเกๆ (แอร์ไม่ค่อยจะเย็นพอใจ ผบ. ฉะนั้นมันคงอยู่กะผมไม่นานอีกแน่ๆ แล้ว คงเหมือนเจ้า ซีตรอง เอ็กเอ็ม ที่อยู่กันแค่ปีเดียว เพราะอะไหล่แพงและจุกจิกกว่ารุ่นอื่นๆ ของเค้า :nono)
ไปเจอ W124 เจ้าของไม่ได้ใช้เพราะเป็นเกียร์แมนน่วล เลยเข้าสะเป็กเรา (เพราะกะใช้วิ่งทางไกลเท่านั้น เครื่อง 2300 กินแก็ส 11 โล ต่อลิตร ขับ 120-130 นะครับ เผลอๆ ก็ขึ้นร้อยสี่โดยไม้รู้ตัวบ่อยๆ ประหยัดเท่าซีตรองเครื่อง 2000 CC) แต่แฟนบอกว่าคันนี้นั่งสะเทือนมากเขียนคิ้วเขียนตาบนรถไม่ได้ (แม็กสิบเจ็ดขอบยางแค่ 225/45 ไม่เหมือนเจ้าซีตรองที่นิ่มกว่า และผมว่าซีตรองมันขับดีกว่ามั๊กๆๆๆๆ คือขับแล้วเหนือยน้อยกว่ามากในการเดินทางไกลๆ ฉะนั้นเจ้าตัวนี้ก็อาจถูกแทนด้วยดับเบิ้ลยูหนึ่งสี่ศูนย์เร็วนี้เช่นกัน) เมื่อวานก่อนขับลงมาจากเมืองเหนือตาเหลือบไปเจอ W140 เข้า วันนี้เลยหาข้อมูลว่ามันเป็นอย่างไร? ใครเคยใช้ขอความเห็นด้วยครับ (ผมคิดว่าจะซื้อรถใช้ระดับประมาณนี้แค่นั้นละครับ รถใหม่คุณภาพระดับนี้คงไม่อยากจะลงทุนกะมัน เพราะเงินไม่เหลือเฟือเหลือใช้มากนัก เอาเงินไปลงทุนซื้อสวนยางสวนกาแฟดีกว่า :whistling) http://www.sklasseclub.com/webboard/index.php?PHPSESSID=9dad9d760fc321691444fa8459b95730&topic=8949.0
(http://s2.uppic.mobi/image-534C_5195E0C9.jpg)
-
วันนี้ผมขอรบกวนเพื่อนๆ ที่ใช้รถวิ่งทางไกลๆ กันหน่อยครับ ผมอยากรู้รถแต่ละยี่ห้อที่เพื่อนๆ ใช้ (ขออนุญาตคุยเรื่องแบบซะป๊ะหน่อย ด้วยกำลังคิดจะเปลี่ยนรถใหม่อีกคันครับ) มีอัตรากินน้ำมันหรือแก็สกันเท่าไรบ้าง เวลาวิ่งทางไกลหรือนอกเมืองยาวๆ และอยากทราบรอบเครื่องยนต์ต่อความเร็วของมันด้วยละครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-FA04_5199A0ED.jpg)
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=54422
-
http://www.youtube.com/v/RLmSxyrnFxE
ทดสอบเสียงการอัดด้วยมือถือตัวใหมครับ รอกลับบ้านอยุธยาจะลองอัดเสียงจาก ALTEC VOT กับมือถือตัวเก่าเอามาให้ฟังกันอีกครั้ง
-
http://www.roytawan.com/forum/index.php?topic=18698.0
มีเพื่อนถามมาทาง PM แต่ผมเห็นว่าลิงค์ที่ยกมานี้มีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ เลยขออนุญาตเอามาคุยในนี้ คือผมก็เพิ่งจะรู้หรือคิดได้เหมือนกันว่า นอกจากการที่เราจะเจาะเจียรก้นฟิลเตอร์นั้น มันยังสามารถไปซื้อฟิลเตอร์รูตระแกลงเล็กๆ ที่มีขนาดรูสม่ำเสมอของใหม่แบบในลิงค์ได้น่ะครับ และดีกว่าการเจียรตัดก้นซะอีกด้วย เพราะรูก้นฟิลเตอร์ก้นนั้นตระแกลงมันรูใหญ่เกินไปสักหน่อย (ไม่ค่อยดีครับ)
และขอแนะนำอีกครั้งว่าเคร่องบดที่ดีคือบดแล้วขนาดของผงต้องเสมอกัน (ถ้าไม่ผงเล็กจะแทรกระว่างผงใหญ่แล้วมันจะตัดอัดน้ำไม่ออก ถึงออกผงใหญ่ก็ถูกดึงเอาเนื้อและกลิ่นออกไปน้อยกาแฟแก้วนั้นจะเป็นน้ำล้างแก้วครับ) ราคาทีี่ผมเห็นว่าพอใช้ได้คือ หมื่นห้าขึ้นไปครับ เฟืองบดจะถูกยึดด้วยแบริ่งที่มั่่นคงไม่เต้นเข้าออกจากกันจนบดผงออกมาไม่สม่ำเสมอเหมือนตัวที่ราคาต่ำกว่านี้ครับ d_d :drunk
-
ซ็อทที่ภูมิใจ ว่าเรายังวิ่งทันลูกบอล หลังจากเลิกเล่นมาสิบกว่าปี :yahoo เอามาอวดครับ :yahoo ในนี้มีใครเล่นเทนนิสบ้างครับ เห็นคุยกันแค่แบทมินตั้นและขี่จักรยานกันเท่านั้น d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-161D_51AD43F2.jpg)
ไม่ทราบว่าพี่ Song ช่วงนี้อยู่เชียงใหม่หรือเปล่า? ถ้าว่างวันอาทิตย์ที่ 16 พบกันที่หลังปรินซ์ครับ
-
ซ็อทที่ภูมิใจ ว่าเรายังวิ่งทันลูกบอล หลังจากเลิกเล่นมาสิบกว่าปี :yahoo เอามาอวดครับ :yahoo ในนี้มีใครเล่นเทนนิสบ้างครับ เห็นคุยกันแค่แบทมินตั้นและขี่จักรยานกันเท่านั้น d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-161D_51AD43F2.jpg)
น่าจะมีพี่โก้ อีกคนนะพี่ ที่เล่นแต่คงจะหยุดเล่นไปนานแล้วเหมือนกัน:whistling
-
เล่นอยู่ครับ สัปดาห์ละ 3 วัน จันทร์ พุธ ศุกร์
-
เพิ่งลงมารังสิตวันที่2 นี้เอง :)
-
เพิ่งลงมารังสิตวันที่2 นี้เอง :)
พลาดกันอยู่เรื่อยเลยเรา d_d :drunk
คนเล่นเทนนิสน้อยจัง ผมว่ามันสนุกกว่าแบทและขี่จักรยานนะ :drive1
-
ผมเคยเล่นเทนนิสบนโต๊ะครับ ;D
ฟิตจังเลยพี่ ไม่ปวดขาปวดเข่าบ้างเหรอครับ
-
ผมเคยเล่นเทนนิสบนโต๊ะครับ ;D
ฟิตจังเลยพี่ ไม่ปวดขาปวดเข่าบ้างเหรอครับ
ขนาดตีวันแรกยังวิ่งได้เกือบสอง ชม แต่ตอนเช้าปวดไหล่ย่างมากเลย
-
http://naikham.blogspot.com/
มีข้อมูลเรื่องยางพาราที่ดีมากๆ ครับ
เครื่องนี้น่าสนใจมั๊กๆ
http://www.youtube.com/v/J0iyksjorSM
-
http://naikham.blogspot.com/
มีข้อมูลเรื่องยางพาราที่ดีมากๆ ครับ
เครื่องนี้น่าสนใจมั๊กๆ
http://www.youtube.com/v/J0iyksjorSM
เอนกการช่าง....อยู่ที่หาดใหญ่ป่ะพี่คุ้นอะ ???
-
คงต้องสร้างสวนยางสัก1000ไร่ก่อน :) :D
-
คงต้องสร้างสวนยางสัก1000ไร่ก่อน :) :D
คุยกะอาจารย์โก้ทางโทรศัพท์แกบอกว่าราคาแค่หกหมื่นกว่าบาท ขณะที่เครื่องรีดธรรมดาตั้งสามหมื่นแล้วแล้ว มียาง 200 แผ่นก็น่าซื้อมาใช้แล้วละครับ ไม่งั้นงานรีดแผ่นทำสองคนเสร็จที่บ่ายสามบ่ายสี่ครับ d_d :drunk
-
ผมไปงานเครื่องเสียงและอัดคลิปมาลงไว้ในเฟสบุ๊ค (ผมโลดคลิปจากมือถือเข้ายูทูปไม่เป็น) ใครอยากฟังเสียงพอสังเขปลองเข้าไปฟังดูครับ
https://www.facebook.com/pinij.parnichwatra
-
ช็อปกาแฟเล็กๆ ของผมครับพี่พินิจ ขอกาแฟกิโลนึงด้วย ที่อยู่จัดส่งตามเดิม :showoff
(http://image.ohozaa.com/i/2c5/GKTvED.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/wVKO5Qh5GezjGqik)
-
ช็อปกาแฟเล็กๆ ของผมครับพี่พินิจ ขอกาแฟกิโลนึงด้วย ที่อยู่จัดส่งตามเดิม :showoff
กาแฟตอนนี้ไม่มีวัตถุดิบแล้วครับ คนทำให้เข้าไปเที่ยวฮ่องกงด้วยข้อหายาเสบติด 25 ปีโน่นแนะ เซ็งเลยผม K] ตอนนี้หาคนซื้อกาแฟที่เชื่อใจให้ยังไม่ได้ และเค้าต้องมีลานตากมีเครื่องแยกเม็ดกลมฯ อีกด้วย :cry2 :cry2
-
เพิ่งจะอับโลดสำเร็จ ขอเอาคลิปในงาน TAV ของปีนี้มาให้ฟังกันครับ
http://www.youtube.com/v/NBThJ-TIPfo&feature=youtu.be
-
ไม่มีกาแฟดีๆกินกันละครับ แย่เลยครับพี่ :-\
-
อ้าว.... งั้นก็ซวยแล้วสิผม ดันบอกลูกค้าเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าสินค้าจะสั่งมาอีกเร็วๆ นี้
-
เพิ่งจะอับโลดสำเร็จ ขอเอาคลิปในงาน TAV ของปีนี้มาให้ฟังกันครับ คลิปแรกลำโพง Q7 ราคาเท่าเฟอร์รารี่คันหนึ่ง
http://www.youtube.com/v/NBThJ-TIPfo&feature=youtu.beผมอัดด้วยมือถือซัมซุงกาเล็คซี่แกรน แต่ผมมีความรู้สึกว่ามันเสียงบางและแข็งเกร็งมากไปเมื่อเทียบกับ มือถือโนเกียเอ็น 72 ที่อัดแล้วฟังดูผ่อนคลายกว่า
คลิปล่างนี้คือการอัดจากมือถือ Nokia N 72
http://www.youtube.com/v/FOHqXG14yn8
โนเกียอัดเหมือนกัน (ทวิทเตอร์ของลำโพงโฟกัสคู่บนถอดสายออกนะครับ)
http://www.youtube.com/v/mORmoeTWN58
สองคลิปล่างนี้เอามาให้ลองฟังเทียบเพลงเดียวกันอัดด้วยมือถือซัมซุงตัวเดียวกัน ระหว่างลำโพง VOT (และให้ฟังซัมซุงอัดเทียบกัยโนเกียอัดห้องเดียวกันที่คลิปด้านบนด้วยนะครับ) ของผมที่ห้องมันเล็กเกินไปเสียงจะดูก้องมากเกินไปและลำโพง Q7 ครับ
http://www.youtube.com/v/wkpUHlhrn28&feature=youtu.beQ7
http://www.youtube.com/v/445rIScw9cI&feature=youtu.beVOT
และอีกหลายๆ คลิปในงาน TAV 2013 ผมจะค่อยๆ เอาคลิปที่ไปอัดไว้มาลงให้ฟังกันนะครับ มันอาจเป็นคลิปสั้นๆ แต่คิดว่าแค่นี้น่าจะจับแนวเสียงกันได้แล้ว :thumbup:
http://www.youtube.com/v/O4hzy5Ji6aQ&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/sjXMUcDS4gA&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/y_RVF9bJzsg&feature=youtu.be
เอาเพลงจากงาน TAV ของลำโพงต่างๆ ที่ไม่ใช่เปิดเพลงคลาสสิกนะครับ
http://www.youtube.com/v/h7ZZFzRxVrY&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/VnR1XiaH03w&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/IJon45knPGo&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/romO_wuTR_U&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/yu7qTDSvlAI&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/4N7I_OG7ESg&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/hXphO8ruZSE&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/mSt668NEeGA&feature=youtu.be
-
ช็อปกาแฟเล็กๆ ของผมครับพี่พินิจ ขอกาแฟกิโลนึงด้วย ที่อยู่จัดส่งตามเดิม :showoff
กาแฟตอนนี้ไม่มีวัตถุดิบแล้วครับ คนทำให้เข้าไปเที่ยวฮ่องกงด้วยข้อหายาเสบติด 25 ปีโน่นแนะ เซ็งเลยผม K] ตอนนี้หาคนซื้อกาแฟที่เชื่อใจให้ยังไม่ได้ และเค้าต้องมีลานตากมีเครื่องแยกเม็ดกลมฯ อีกด้วย :cry2 :cry2
ทำไงกันดี
-
ไม่มีกาแฟดีๆกินกันละครับ แย่เลยครับพี่ :-\
อ้าว.... งั้นก็ซวยแล้วสิผม ดันบอกลูกค้าเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าสินค้าจะสั่งมาอีกเร็วๆ นี้
ตอนแรกก็งงๆ คนหาและทำกาแฟดิบอยู่เหมือนกัน (เค้าทำกาแฟโอท๊อป ได้ระดับ 4 ดาวเซียวละ) คือว่าโทรติดต่อเค้าทีไรให้ฝากข้อความ แล้วเค้าจะโทรกลับทุกครั้ง แต่ตอนหลังๆ ไม่โทรกลับ ก็เลยวิ่งเข้าไปหาเค้าที่บ้าน ชาวบ้านบอกว่าติดคุกไปซะแล้ว ผมละหนาววูปเลย คือเคยขึ้นดอยไปซื้อกาแฟกับเค้าด้วยหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง โดนตำรวจค้นขาขึ้นดอย (ดีที่ไม่ใช่ขาลง ถ้าเค้าหมกยามาละยุ่งเลย) :P
จะพยายามค้นหาต่อไปครับ จะวิ่งขึ้นไปซื้อเอง ผมก็ยังหาคนเอาเนื้อนอกออก ตากแดดให้ คัดเฉพาะเม็ดกลมให้เรา (กาแฟ 1 ตัน ผมถึงจะได้เม็ดกลม 100โล แล้วเค้าขายส่วนเม็ดซีกให้เราอีกด้วย) ถ้าผมหาคนทำตรงนี้ให้ผมได้ถึงจะได้กินเม็ดกลมกันต่อนะครับ (ผมไปหาเม็ดกลมจากหลายที่มาทดลองคั่วแล้ว แม้บนดอยช้าง ปรากฏว่ามันมีรถฝื่นติดอยู่ครับ ไม่มีกลิ่นหอมหวานและความหวานมันเลยแม้แต่นิดเดียว)
-
แล้วกาแฟที่ผ่านๆมามันกินแล้วติดใจนี่ผมติดกาแฟหรือมันเป็นกาแฟผสม???? :D
55555555
-
แล้วกาแฟที่ผ่านๆมามันกินแล้วติดใจนี่ผมติดกาแฟหรือมันเป็นกาแฟผสม???? :D
55555555
ตอนโดนตำรวจค้นตัวครั้งนั้น ตอนแรกผมคิดว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุและไม่ค่อยมีมารยาทกับผมเอาซะเลย ผมพึ่งเข้าใจวันนี้เองละครับ ว่าเบื้องหลังเค้ามันเป็นแบบนี้นี่เอง
-
เซ็งครับพี่
ผมมาเข้าconferenceอยู่กัวลาลัมเปอร์ได้สี่วันแล้ว ง่วงมากๆ
ประชุมที่นี่ไม่มีcoffee breakให้ วันแรกผมถอนยา ปวดหัวตอนหัวค่ำ รู้เลยว่ากำลังลงแดง คิดถึงพี่ตะหงิดๆเชียว
วันนี้กะจะมาสั่งยาสักโลนึง เซ้งจัดครับ
ยังไงก็ขอบคุณมากครับที่จัดหาของดีสุดๆมาให้เสพครับพี่
-
แล้วผมจะไปหากาแฟกลิ่นอ่อนๆ รสเข้มๆ ได้จากที่ไหนอีกล่ะเนี่ย ต้นเดือนปุ๊บ งานเข้าปั๊บ ((
-
โอ้ ! ต้องขออภัยที่ทำให้เพื่อนต้องเดือดร้อนจริงๆ ครับ สำหรับคุณหมอหมีหมอเหม็ดผมอาจมีให้ถุงสุดท้ายครับ และกับคุณหมออีกท่านหนึ่งด้วย แต่ขอให้รอสักนิดนะครับ :secret
-
:bowdown
-
โอ้ ! ต้องขออภัยที่ทำให้เพื่อนต้องเดือดร้อนจริงๆ ครับ สำหรับคุณหมอหมีหมอเหม็ดผมอาจมีให้ถุงสุดท้ายครับ และกับคุณหมออีกท่านหนึ่งด้วย แต่ขอให้รอสักนิดนะครับ :secret
ขอมาขายที่ร้านก่อนไม่ได้เหรอ :help
-
โอ้ ! ต้องขออภัยที่ทำให้เพื่อนต้องเดือดร้อนจริงๆ ครับ สำหรับคุณหมอหมีหมอเหม็ดผมอาจมีให้ถุงสุดท้ายครับ และกับคุณหมออีกท่านหนึ่งด้วย แต่ขอให้รอสักนิดนะครับ :secret
ขอมาขายที่ร้านก่อนไม่ได้เหรอ :help
อยากให้ทุกๆ คนจริงๆ ครับ แต่ของมันหมดจริงๆ แล้วช่วงนี้ผมลงมาช่วยงานญาติกันที่ระยอง ไม่มีขึ้นไปวิ่งหาซะด้วย ผมก็อดกาแฟมาหลายวันแล้วเหมือนกันครับ ตอนนี้ผมเหลือเม็ดกลมที่ยังไม่คั่วอยู่ประมาณ 7 ขีดครับ คั่วออกมาแล้วคงเหลือไม่ถึงครึ่งโล :cry2 คงแบ่งให้คุณหมอหมีหมอเหม็ด และอีกคุณหมอที่ผมรับปากท่านไว้แล้วน่ะครับ d_d :drunk
-
:bowdown
เรียนคุณหมอครับ PM Box เต็มครับ
เมื่อวานผมคั่วกาแฟให้คุณหมอทั้งสองท่านแล้วเสร็จไปแล้วนะครับ หลังคัดเม็ดซีกออกไปเหลือกาแฟที่จะคั่วน้อยลงไปอีก เป็นไปตามคาดไว้แล้ว ซึ่งการคั่วกาแฟดิบปริมาณน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับขนาดเตาที่ใช้คั่ว ผลการคั่วจะไม่ดีร้อยเปอร์เซนต์ จึงเป็นที่มาของการที่ผมไม่ยอมครั่วส่วนที่เหลือน้อยๆ นี้ ปล่อยให้ตัวเองอดกาแฟมาเป็นเดือนแล้ว
คั่วครั้งนี้จากที่ทดสอบชิมดูเมื่อเช้า คงได้ผลดีระดับประมาญมาณ 70% โดยรวมเท่านั้น (ซึ่งเป็นเหตุให้ส่งคุณ Nutty ไปขายไม่ได้) แต่ผมก็คิดว่ายังดีกว่ากาแฟที่ร้านอเมซอลขายซักเท่าตัวครับ จากที่กลิ่นหอมหวานๆ ลดลงเกือบ 60% (เหลือน้อยมากๆ จากผลที่ปริมาณเม็ดที่คั่วน้อยกว่าที่เคยคั่วประจำครึ่งหนึ่ง) แต่มวลเนื้อลดลงแค่ 10% ครับ ความชุ่มติดอยู่ในลำคอยาวนานตรงนี้ยังเท่าเดิม
จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-938F_51D63224.jpg)
-
โทรศัพท์เข้าศูนย์ออกมาเบอร์เพื่อนๆ ที่เซฟไว้หลังๆ หายเกลี้ยงเลย :cry2 จึงหมดโอกาสโทรถาม อ โก้ :cry2 ขอเอามาถามในนี้เผื่อ อ โก้ผ่านเข้ามาอ่านครับ
คืออยากรู้ว่าในรูปที่เห็นรอยกรีดไปแล้วว่า ส่วนไหนดีกว่ากันครับ เพราะกรีดคนละวิธีครับ
และเปลือกที่กรีดแบบหนาหรือบางดีกว่ากันครับ :help
(http://s2.uppic.mobi/image-6B04_520379E6.jpg)
-
โทรศัพท์เข้าศูนย์ออกมาเบอร์เพื่อนๆ ที่เซฟไว้หลังๆ หายเกลี้ยงเลย
ก่อนทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงกับโทรศัพท์ ควร backup ไว้ก่อนครับ
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.idea.backup.smscontacts (https://play.google.com/store/apps/details?id=com.idea.backup.smscontacts)
ของผมใช้อีกวิธีควบไปด้วยคือเก็บรายชื่อ เบอร์โทร ไว้ใน gmail (เพราะมันเป็นของ google เช่นเดียวกับ android มันน่าจะถ่ายโอนกันได้ราบลื่นสุด)
เมื่อเราลงทะเบียน gmail ในระบบของ android ก็จะสามารถเรียกข้อมูลรายชื่อได้ทันที ไม่ว่าจะเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนซิม ย้ายค่าย
รายชื่อจะไม่หายไปใหน ขออย่างเดียวให้เป็น android เท่านั้นพอ
ตอนเราเพิ่มรายชื่อก็เช่นเดียวกัน โทรสัพท์มันจะถามเราว่าต้องการเก็บรายชื่อใหม่เข้าที่ใหน ซิม, เครื่องโทรศัพท์, หรือ gmail เราก็เลือก gmail ครับ
-
น่าเสียดาย รู้ช้าไปหน่อย :cry2
-
ซ็อทที่ภูมิใจ ว่าเรายังวิ่งทันลูกบอล หลังจากเลิกเล่นมาสิบกว่าปี :yahoo เอามาอวดครับ :yahoo ในนี้มีใครเล่นเทนนิสบ้างครับ เห็นคุยกันแค่แบทมินตั้นและขี่จักรยานกันเท่านั้น d_d :drunk
(http://s2.uppic.mobi/image-161D_51AD43F2.jpg)
น่าจะมีพี่โก้ อีกคนนะพี่ ที่เล่นแต่คงจะหยุดเล่นไปนานแล้วเหมือนกัน:whistling
-
วาวแบกแฮนครอสครอดสุดยอดวันหล้งต้องเชิญมาน็อกกันหน่อยแล้ว ผมเล่นทุกวันครับที่สนามเทนนิสค่ายสุรนารีว้างเรียนเชิญนะครับ O0
-
ดีใจครับที่เจอคนชอบกีฬาชนิดนี้เหมือนกัน ผมว่ามันไม่หนักหรือเบาจนเกินไป สำหรับผู้สูงอายุ (ผมยังเห็นคนหกสิบกว่าหลายคนมาตีกัน) แบทฯ ผมว่ามันต้องสะปีดเร็วเกินไป จักรยานผมขี่นานๆ แล้วชาตรงนั้นครับ เปลี่ยนอานไปหลายอันก็ไม่ดีขึ้น กอล์ปก็เบาเกินไปเรียกเหงื่อไม่ค่อยได้
ถ้ามีโอกาศแวะเวียนไปแถวนั้นจะแวะไปเล่นด้วยครับ ปีนี้ผมอยากไปนอนเล่นที่เมืองเลย ว่าจะแวะนอนทุกจังหวัดที่รถผ่าน :drive1
-
ผมตั้งชื่อกระทู้นี้ไว้คุย ซะป๊ะ คือได้ทุกเรื่อง เพื่อผมกลับมาหาอ่านข้อมูลง่ายดี :secret
วันนี้ผมลองเอาซัมชุงกาแล็กซี่แกรน โลดแอปป์คำนวณหาพื้นที่ดิน เพิ่งทดลองวัดเทียบระยะดูมันก็เพี้ยนไปเยอะแล้ว (ค้นข้อมูลเจอว่า ผ่ายทหาร เพื่อความมั่นคงเลยทำให้เพี้ยนแบบนี้ จริงรึไม่ก็ไม่ทราบ) หรือผมโลดแอปป์ฟรีมาเล่น? ใครเคยเล่นแล้วพบคาดเคลื่อนดีที่สุเดี่เปอร์เซ็นต์ครับ?
คือผมกำลังจะจ้างคน ไถ คลาด และดำนา คนรับจ้างเค้าใช้ GPS จากโทรศัพท์นี่แหละวัด แล้วบอกพวกชาวนาว่าถูกต้องกว่าใช้ เทปวัด (30ม) มาวัด ผมว่าพวกนี้โกงชาวนากันซะละมั๊ง? เพราะชาวเห็นว่าไฮเทคฯ คงจะถูกต้องมากกว่า :black_eye แม้แต่ผมก็ยังเกือบเชื่อถ้าไม่ได้ลอง แตาถึงอย่างไร ผมก็คิดว่าปมจะให้เค้าวัดเทปสามสิบเมตรให้ดูกันก่อนละ
ในนี้มีใครเคยเล่นบ้างครับ เป็นไง? d_d :drunk
-
โมแอมป์มาเยอะแล้ว ครานี้ผมขอโมมีดกรีดยางบ้างละกัน :(
(http://s2.uppic.mobi/image-85E5_5210D46B.jpg)
ตอนแรกว่าจะรอลองตอนเช้า ด้วยความอยากรู้มาก ไปลองมาสองแถว ผมว่ามันมีผล d_d :drive1 รอดูเช้าอีกครั้งแล้วค่อยสรุปจะชัวร์กว่า
-
(http://s2.uppic.mobi/image-281C_521195C4.jpg)
ตอบนี้น่าจะมีคนเข้ามาอ่านแสนห้าซะละมัง?
ผลจากการทดลองมีดกรีดยางที่ผมโมแล้ว สรุปว่าได้ปลดีต่อผมเกินคาดครับ เพราะมันสามารถ ทำให้ต้นตายนึ่ง ที่ผมจัดให้มันเป็น NPL กลับกลายเป็นของดีขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ ผมหมดหวังกลับต้นนี้มานานแล้ว แต่นานๆ ก็กลับมาลองกรีดมันซะทีหนึง แต่น่ำยางมันก็ไม่เคยไหลออกมาให้ชื่นใจเลยสักครั้ง แต่เมื่อเช้านี้ ผมตาค้างกันเลยละครับ นี่แค่หนึ่งชั่วโมงหลังกรีดเท่านั้น พรุ่งนี้มีดสองน่าจะล้นถ้วยเจ็ดร้อยห้าสิบซีซีเป็นแน่
-
(http://s2.uppic.mobi/image-6895_52185727.jpg)
เมื่อมีคนติดตามอ่านตอบหลังของผมอีกเกือบพันครั้ง เลยขอเอาเรื่องยางมาคุยต่อให้ฟัง (ตอนแรกคิดว่าจะหยุดเพราะคุยนอกเรื่องเครื่องเสียง เพราะเรื่องเครื่องเสียง ตอนนี้เบื่อเลยไม่มีเรื่องคุยนาะครับ)
รูปซ้ายมือเป็นยางตายนึ่ง ที่ผมทดลองกรีดแบบปรกติคือกรีดผิวเปลือกลงไปเรื่อยๆ สู่พื้นดิน ปมทดลองกรีดแบบนี้มาหลายตำแหน่งคือกรีดต่อจากแนวเดิมที่คนรับจ้างกรีดทิ้งไว้ ซึ่งน้ำยางก็ไม่ไหล ทดลองเลื่อนลงไปข้างล่างใกล้พื้นดินมันก็ยังไม่ไหลครับ ผมเลยกลับมาทดลองกรีดขึ้นอีกฝั่ง โดยกรีดขึ้นคือกรีดเปลือกด้านบนขึ้นสู่ท้องฟ้าหรือขึ้นสู่ปลายยอดของต้น ก็ปรากฏว่ามันไหลออกมาดีมากๆ จากที่คิดว่ายางต้นนี้คงไม่ให้น้ำยางเราอีกแล้ว
ส่วนรูปขวามือก็เป็นอีกต้นที่ตายนึ่ง ต้นนี้ไม่เหมือนอีกต้นครับ กรีดขึ้นฟ้าที่โคนต้นเหมือนต้นแรก มันก็ไม่ให้น้ำยาง ผมเลยทดลองกรีดขึ้นที่ด้านบนบ้างตามรูป ที่นี้มีนออกดีมากเลยละครับ
ปัญหายางตายนึ่ง ผมอ่านตามเวปมีแต่คนบอกว่ายังไม่มีทางแก้ไข แต่จากการทดลองของผมคิดว่ามันน่าจะแก้ไขได้ด้วยวิธีกรีดขึ้นนี่แหละครับ ตอนนี้ยางตายนึ่งของผมให้น้ำยางมากกว่า 200 กรัม ต่อการกรีดครั้งหนึ่ง ถือเป็นยางที่ให้น้ำยางปรกติแล้วละครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-DF94_52249DEE.jpg)
เมื่อมีคนสนใจอ่านโพ๊ทที่แล้วเป็นพันครั้ง เลยขอเอาข้อมูล ผลการแก้ปัญหายางตายนึ่งมาเล่าต่อ ตอนนี้ต้นที่ตายนึ่งมาเกือบสองปี มันเป็นตั้งแต่ตอนผมหัดกรีดยางใหม่ๆ และจ้างผู้ผ่านการกรีดยางปักษ์ใต้ 20 กว่าปี กรีดต่ออยู่หนึ่งปี (แล้วเค้าก็ไปกรีดสวนตัวเอง) เค้าก็พยายามแก้ให้แต่ไม่สำเร็จ (ได้แค่ย้ายตำแหน่งกรีดไปรอบต้น ไม่ย้ายแบบผมคือต่ำสุดๆ และสูงสุดๆ และใช้วิธีกรีดขึ้นบน แล้วเค้าก็ใส่ปุ๋ยมากเป็นพิเศษให้กับมัน) แต่จากที่ผมทำตามโพ๊ทที่แล้ว ตอนนี้ยางสองต้นนั้นให้น้ำยางเท่ากับพวกต้นที่ให้น้ำยางผมมากที่สุดกันเลยละครับคือกรีดสองมีดเกือบเต็มถ้วย 1 ลิตร ตอนแรกคิดว่าคงจะไหลดีแค่ช่วงแรกๆ ปรากฏว่าไหลดีสม่ำเสมอกว่าต้นไหลดีอื่นซะอีก มันมีการเปลี่ยนต้นไหลดี (ผมยังงงกับพฤติกรรมนี้ของต้นยางอยู่นะครับ พยายามจับ หาต้นเหตุอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่พบครับ)
วันนี้ผมมีทำน้ำหมักกันเชื้อรา จากการอ่านจากเวป มาลองทำตามดู และใช้มาสี่ครั้งแล้ว ได้ผลในการลดเชื้อราดำได้ลดลงครับ แต่มมีบางต้นยังไม่หายขาด วันไหนที่ผมหยุดกรีดคือวันที่ผมเอาน่ำหมักเข้มข้นจากที่หมักในรูปไปฉีดรอยแผลที่กรีดให้ชุ่มแค่นั้นเองครับ ต้นที่เริ่มจะเป็นราดำหายเกลี้ยงครับ ถือว่ายาขนานนี้ได้ผลเลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับ
วิธีทำคือ ผมมีกล้วยอยู่เคลือนึง ลูกกินไม่ทันมันเลยงอมเกินกิน ผมเลยเอามือกำจนมันและแล้วโยนลงถัง เติมน้ำดื่มมี่เรากินนี่แหละ สิบเท่าโดย นน เติม EM เติมกากน้ำตาล ปิดฝาไว้เจ็ดวันมีราขาลอยอยู่ผิวน้ำตามที่เค้าว่าไว้ ตามที่ถ่ายรูปมาให้ดู เดือนนึงผมก็เริ่มเอาออกมาฉีดพ่นกันเลย เพราะผมเริ่มเห็นราดำเริ่มเป็นหลายตนเพิ่ม ที่จริงเค้าให่รอถึงสามเดือน แล้วผสมน้ำฉีดนะครับ แต่ของผมต่องรีบใช้ เลยใส่กันแบบเข้มข้นเพียวๆ ไม่มีการผสมน้ำครับ
-
ผมตั้งชื่อกระทู้นี้ไว้คุย ซะป๊ะ คือได้ทุกเรื่อง เพื่อผมกลับมาหาอ่านข้อมูลง่ายดี :secret
วันนี้ผมลองเอาซัมชุงกาแล็กซี่แกรน โลดแอปป์คำนวณหาพื้นที่ดิน เพิ่งทดลองวัดเทียบระยะดูมันก็เพี้ยนไปเยอะแล้ว (ค้นข้อมูลเจอว่า ผ่ายทหาร เพื่อความมั่นคงเลยทำให้เพี้ยนแบบนี้ จริงรึไม่ก็ไม่ทราบ) หรือผมโลดแอปป์ฟรีมาเล่น? ใครเคยเล่นแล้วพบคาดเคลื่อนดีที่สุเดี่เปอร์เซ็นต์ครับ?
คือผมกำลังจะจ้างคน ไถ คลาด และดำนา คนรับจ้างเค้าใช้ GPS จากโทรศัพท์นี่แหละวัด แล้วบอกพวกชาวนาว่าถูกต้องกว่าใช้ เทปวัด (30ม) มาวัด ผมว่าพวกนี้โกงชาวนากันซะละมั๊ง? เพราะชาวเห็นว่าไฮเทคฯ คงจะถูกต้องมากกว่า :black_eye แม้แต่ผมก็ยังเกือบเชื่อถ้าไม่ได้ลอง แตาถึงอย่างไร ผมก็คิดว่าปมจะให้เค้าวัดเทปสามสิบเมตรให้ดูกันก่อนละ
ในนี้มีใครเคยเล่นบ้างครับ เป็นไง? d_d :drunk
ขนาด GPS แท้ๆ ระดับเป็นหลายหมื่น ยังไม่สามารถนำมาใช้ในงานรังวัดที่ดินได้เลยครับ เพราะค่าผิดพลาดยังได้ระดับเป็นหลายเมตร (ราว 3-5) พวก GPS ติดโทสับน่ะเหรอ ;D
จริงๆไม่ใช่เหตุผลด้านความมั่นคงหรอกครับ เหตุผลจาก ERROR นี่หล่ะ เครื่อง GPS ที่แม่นพอมีเทคนิคหลายอย่างที่ทำให้ราคาแพง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์รวมไปถึงการใช้ซอฟแวร์เพื่อคำนวนให้ ERROR ลดลงไปอีก พวกนี้คือ cost ทั้งนั้น
เอาแค่ต้นไม้บัง GPS ติดโทสับก็ทำดาวเทียมหายไปหลายดวงล่ะ ขนาดฟ้าโปร่งๆ มันยังจับได้ไม่กี่ดวงเล๊ย ;D ;D ;D
-
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาคอนเฟิร์มให้มั่นใจ ก็น่าสงสารชาวนาคนที่ไม่ได้มีโอกาสศึกษา เลยถูกหรอกอยู่ร่ำไป ผมจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกเค้าครับ เพราะได้ยินคุณแม่บอกว่าหลายเจ้ามีที่เพิ่มจากการวัดของพวกใช้เครื่องดำนาแล้วใช้มือถือวัดจีพีเอสคำนวณหาพื้นที่
วันนี้เอาปมเอารูปปรับเปลี่ยนองศาในการกรีดยางแบบตัดเปลือกด้านบนขึ้นไปเรื่อยๆ ใหม่ องศาที่ตั้งมากขึ้นนี้นอกจากทำให้ได้น้ำยางมากขึ้น ยังใช้เวลากรีดน้อยลงเท่าตัว (การกรีดยางเป็นพันต้นนั้นการลดเวลากรีดต้นละสิบวินาที ก็คือลดเวลาเป็นหมื่นวินาทีต่อวันครับ แล้วน้ำยางจะไม่ค่อยไหลบ่าลงจากรอยกรีดไม่ยอมลงถ้วยอีกด้วย :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-F421_522FB7C2.jpg)
-
http://s2.uppic.mobi/image-90E3_523BAC4D.jpg
ตอนนี้ผมลงทะเบียนเป็นเกษตรกรที่อำเภอมาเรียบร้อยแล้ว ก็เลยเริ่มงานของเกษตรกรตัวจริงทำกัน คือปุ๋ยหมัก ดัดแปลงจากสูตรของแม่โจ้ เลยเอามาให้ดูกันนะครับ ยังไม่รู้ว่าจะเวิร์คภหมนะครับ? ก็ติดตามกันต่อไป คือของผมวัสดุหาตามเท่าที่มีปรับเปลียนตามมีตามเกิดครับ แต่ใช้ระบบขี้เกียจ "ไม่มีการกลับพลิกกองปุ๋ย" แบบของแม่โจ้ ตามรูปผมวางหญ้าเป็นชั้นแรก (ที่แฟนทากหญ้ารอบๆ บ้าน) แล้วใส่ขี้วัวแล้วก็ใส่แกลบ (ที่มีเยอะจากโรงสีข้างๆ บ้าน) ตามรูปทำมา 5 ชั้นแล้วหญ้าหมดครับ (ของแม่โจ้ต้องทำให้แล้วเสร็จที่ความสูง 150 เซนต์) ของผมคงต้อรอหญ้าและหาขี้วัวกันต่อไป หรืออาจรอใส่เศษอาหารในบ้านลงไปแล้วก็ใช้แกลบกลบกันแมลงวันและไม่ให้ดูน่าเกียจ ค่อยๆ เพิ่มชั้นไปเรื่อยๆ นี่คือขอแตกต่างจากของแม่โจ้ ที่ยังไม่รู้ว่าเศษหญ้ามันจะเน่าเปลื่อยหรือไม่? ผมเลยใช้ พด 1 ช่วยการย่อย ขณะที่ของแม่โจ้ใช้จุลลินทรีย์จากขี้วัวช่วยในการย่อยสลายครับ แต่จากเช็คอุณภูมิใต้กองอ่านค่าได้ 55 องศาซี ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเวิร์คนะ
(http://s2.uppic.mobi/image-20DD_524390C1.jpg)
ไปได้เม็ดข้าวโพดป่นๆ จากในกองที่เค้าทิ้งไว้ ที่ใต้กองแค่คืบเดียวมันร้อนมากๆ น่าจะหกสิบองศาซีกว่าเพราะเอามือโกยไม่ได้มันร้อน ต้องใช้พั่วโกยตักใส่รถเข็น กะว่าจะเอาใส่ยัดไส้ระหว่างชั้นแทนขี้วัว (เพราะอยากจะรู้ว่าจุลลินทรีย์ตัวนี้จะย่อนสลายดีเท่าขี้วัวหรือไม่? ได้กองสูงเกือบเมตรแระ :whistling :yahoo
ถึงคุณนักล่ากระต่าย หายไปเลยครับ เป็นเกษตรกรแล้วสนุกจนลืมที่นี่แล้วหรือครับ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองบ้างหรือเปล่า? ตอนนี้ผมคิดการใหญ่แล้ว ว่าจะทำปุ๋ยหมักขายเลยดีกว่า เพราะเศษข้าวโพด เศษฟางข้าว ของฟรีทั้งนั้น จ้างแค่รถลากมาทำกอง จ้างคนงานซักสองคนก็น่าจะพอ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-90E3_523BAC4D.jpg)ลืมใส่รูปแบบให้เห็นกันได้สะดวก
การทำปุ๋ยตามแบบแม่โจ้
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?PHPSESSID=av08lcdr5mo8dt3pvfmohgkk87&topic=65928.0
แง่คิดในการเลือกทางเดินของชีวิตสู่ความเป็นอิสระ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?PHPSESSID=jptg9hphfgthcqe9qio3k15195&topic=96213.0
-
มาอัปกระทู้หน่อย คุณพินิจ ได้ผลกระทบจาก แผ่นดินไหว หรือเปล่าครับ
-
มาอัปกระทู้หน่อย คุณพินิจ ได้ผลกระทบจาก แผ่นดินไหว หรือเปล่าครับ
ที่บ้านรับรู้แรงสั่นได้ชัดเจน ตอนสั่นก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน กลัวห้องฟังเพลงที่ก่อกำแพงปูนไว้จะร้าวเหมือนกัน แต่สำรวจแล้วไม่เป็นไรเลยแม้แต่น้อย ส่วนบ้านดินเริ่มก่อผนังเพิ่มในปีนี้ต่อก็ไม่พบปัญหาเช่นกันครับ
หลังจากที่มันสั่นรุนแรงวันที่ 5 จนถึงทุกวันนี้ ถ้าผมนอนติดพื้นในห้องฟังเพลง ยังรับรู้ถึงการสั่นเบาๆ อยู่เป็นครั้งคราวครับ d_d :wiggle
งานบ้านดินถ้าสนใจเข้าไปอ่านได้ในเฟสบุ๊ค เข้าดูรายละเอียดจากลิงค์ที่ผมทำไว้ข้างล่างนะครับ
https://www.facebook.com/pinij.parnichwatra/posts/684043458312911
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=727826490601274&id=100001217881923
สมุนไพรขยายหลอดเลือด
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=491384047650479&set=a.397486063706945.1073741827.100003366649802&type=1&theater
-
;D ;D สวัสดีครับพี่พินิจ ผมก็เพิ่งเริ่มหันมาจับธุรกิจเกษตรอย่างจริงจังน่ะครับ :victory พูดให้ฟังเรื่องปุ๋ยอีกอย่างหนึ่งครับ อาจจะเป็นวิธีทางลัด แต่ทำแล้วได้ผลดี และผมก็แนะนำพวกลูกไร่เผือก ของผมมาแบบนี้เหมือนกันครับ d_d
(http://image.ohozaa.com/i/727/O5W5Fe.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xCrmiJG11yco5CF9)
ในครั้งแรกผมจะใช้วิธีการไถปรับที่เฉย ๆ ให้ได้ระดับเสมอกัน แล้วลงเมล็ดพันธ์ไปในแปลงปลูกเลย อาจจะนอกคอก กับทางทฤษฏี และผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่านน่ะครับ แล้วคลุมด้วยฟางธรรมดานี่แหละ คลุมเสร็จแล้วก็ให้น้ำตามปกติ ป้องกันวัชพืชไปในตัว ครับ เพราะระยะแรกพืชที่ผมปลูกยังไม่รู้จักปุ๋ย มีแต่หญ้าวัชพืชเท่านั้นที่รู้จักกินปุ๋ย พอเริ่มงอกขนาดนี้ผมจะเริ่มใส่ขี้หมูลงไป แล้วตามด้วยปุ๋ยเคมีที่จำเป็นเพื่อเป็นการกระตุ้นการกินปุ๋ยครั้งแรก และ การทำปุ๋ยหมักให้กับพืชแล้วทำการฝังกลบทั้งเคมี ขึ้หมู และฟางข้าวเลย
(http://image.ohozaa.com/i/f3e/x421me.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xCrqeh4xPBdL8o7r)
พืชระยะ 2 เดือน เมื่อได้รับปุ๋ยเคมี และ เศษวัชพืชที่ใช้คลุมแปลง + ขี้หมู ได้รับการฝังกลบ และกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์แล้ว
(http://image.ohozaa.com/i/ef7/RQiXA4.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xCrqTKAl0zioxvLF)
ระยะสร้างกาบใบและใบ
(http://image.ohozaa.com/i/1eb/t9V9FX.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/xCrraLz4CzLaAqf4)
ระยะการสร้างโคนและการสะสมสร้างแป้ง ระยะลงหัว ได้โคนก็ประมาณ ท่อนขา น้ำหนักเฉลี่ยก็อยู่ประมาณ หัวละ 2-3 กิโลครับ แปลงนี้พร้อมเก็บเกี่ยวเดือนกรกฏาคมครับ ;D ;D ;D ;D อันนี้เป็นความบ้า ๆ บอ ๆ ของผมที่ลองคิดทำเอง มันเลยกลายเป็นมาตราฐานของผม และ ลูกไร่เผือกที่ผมดูแลเรื่องการปลูกและรับซื้ออยู่อีก 50 ไร่น่ะครับ(ไม่มีราคาประกันสินค้า ;D ;D ราคาขึ้นลงตามกลไกลตลาด) ถือว่าเป็นโครงงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เรียกน้ำย่อยก่อน เข้าสู่กระบวนการแบบจริงจังน่ะครับ d_d d_d d_d
-
http://youtu.be/YssIhM2NR3c (ช่วงท้ายเพลง)
http://youtu.be/_httUgtf4Ik (ช่วงต้นเพลง)
ลองฟังเสียงนกจริงๆ ที่แทรกเข้ามากับเสียงดนตรี
O0 d_d :drunk :victory
ช่วงนี้กลับบ้านอยุธยาบ่อย :drive1 หลังไมค์บอกพิกัสจีพีเอสหน่อย เผื่อแวะหา อยู่ใกล้เส้นตากหรือเส้นพิษณุโลกครับ
-
เห็นพีพินิจพูดถึงเครื่องรีดยาง เมื่อวานนั่งดูช่อง TPBS มีนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพชุมแพเขาทำเครื่องรีดยางออกมา เป็นแบบ ทรีอินวัน ใช้เวลาน้อย ได้รางวัลด้วยงานประกวดสิ่งประดิษฐ์ ลองดูครับเห็นว่าราคาถูกด้วย
-
เห็นพีพินิจพูดถึงเครื่องรีดยาง เมื่อวานนั่งดูช่อง TPBS มีนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพชุมแพเขาทำเครื่องรีดยางออกมา เป็นแบบ ทรีอินวัน ใช้เวลาน้อย ได้รางวัลด้วยงานประกวดสิ่งประดิษฐ์ ลองดูครับเห็นว่าราคาถูกด้วย
ขอบคุณมากครับ จะลองค้นหา TPBS ในยูทูปครับ
เรื่องของการทำยางแผ่น บางคนมองว่าได้เงินเพิ่มขึ้นเพราะ เก็บไว้รอราคาขึ้นได้ แต่ปีนี้คนเก็บยางแผ่นไว้รอขายจ๋อยครับ ขาดทุน 20-30% ถ้าขายเป็นยางแผ่นทันทีหลังตากแห้งดีแล้วละครับ แต่ถ้าคิดค่าแรงทำแผ่นด้วย อีก10 % จะได้เงินน้อยกว่าคนขายยางก้อนถ้วยเลยซะอีกละครับ
เพราะบ้านผมราคายางแผ่นกะก้อยถ้วยต่างกันประมาณครึ่งนึง แต่น้ำหนักทำแบบก้อนถ้วยมากกว่าทำแผ่นประมาณเท่าตัว ฉนั้น ตอนนี้ผมเลยขายแบบก่อนถ้วยแฮบปี้ครับ แต่ถ้ายางแผ่นราคาสูงมากๆ เกิน 120 ราคาก้อนถ้วยจะไม่ถึงครึ่งยางแผ่น ตอนนั้นน่ารีดครับ แต่ราคาแบบนี้เมื่อไรจะได้เจอกันอีก :(
-
(http://s2.uppic.mobi/image-0AE2_539979F8.jpg)
ผมอับโลดช้ามากๆ ไม่ทราบว่าตัวเลขฝั่งขวามือควรเป็นเท่าไรครับ ผมจะได้โทรไปโวย TOT ได้ถูก ((
-
ควรจะเป็น 512 K (0.5 M) ครับ
(http://www.tothispeed.com/backoffice/upload_editor/SmileTV%20bk(3).jpg)
-
หายไปเกือบครึ่งทั้งสองฝั่งเลยครับ ฝั่งซ้ายบางช่งเหลือแค่ 2 - 3 เองก็มี หลายบ้านบอกว่าต้องโทรไปด่าบ่อยๆ เค้าถึงจะมาทำให้ ด่าสองสามครั้งไม่มา มันเป็นแบบนี้ด้วยหรือ? รัฐวิสหกิจบ้านเรา ((
-
https://m.facebook.com/groups/175322379272215?view=permalink&id=411279659009818&ref=m_notif¬if_t=group_comment&actorid=100000887053142
โม Asus Xonar_D1 ง่ายๆ แค่ใส่ ซี สามตัว เสียงก็สด และมีรายละเอียดมากกว่า EMU 1212m ตอนยังไม่โมแล้วครับ
http://www.asus.com/th/Sound_Cards/Xonar_D1/specifications/
(http://s2.uppic.mobi/image-DB05_53A180F2.jpg)
-
http://www.youtube.com/v/uBm_-VU6SkI&feature=youtu.be
ลองฟังคลิปหลังถึงจุดที่ผมพอใจมันแล้วครับ คิดว่ามันก็ไม่ต่างอีมูของผมที่โมไปแล้ว แต่คาร์ดตัวนี้ราคาถูกกว่าสิบเท่าตัว :victory :yahoo O0
-
โทรศัพท์เข้าศูนย์ออกมาเบอร์เพื่อนๆ ที่เซฟไว้หลังๆ หายเกลี้ยงเลย :cry2 จึงหมดโอกาสโทรถาม อ โก้ :cry2 ขอเอามาถามในนี้เผื่อ อ โก้ผ่านเข้ามาอ่านครับ
คืออยากรู้ว่าในรูปที่เห็นรอยกรีดไปแล้วว่า ส่วนไหนดีกว่ากันครับ เพราะกรีดคนละวิธีครับ
และเปลือกที่กรีดแบบหนาหรือบางดีกว่ากันครับ :help
(http://s2.uppic.mobi/image-6B04_520379E6.jpg)
ผมกรีดจะบางเหมือนรูปบนซ้ายครับ น้ำยางที่ได้จะสู้กรีดเปลือกหนาไม่ได้ แต่อย่างให้หนามากครับ หนาประมาณ 1-1.5 มิล หนามากเปลืองหน้ายาง
ของผมทั้งหมด ประมาณ 280 ต้น ได้น้ำยางดิบประมาณ 30 กิโล (ขายน้ำยางสด)
-
ต้องถามก่อนว่าฝนมิดคนระดับไหนก่อนครับ ถ้าฝนคมระดับโกนขนหน้าแข้งได้ ด้วยการลูบมีดเบาๆ ห้ามกด ผมเคยลองแล้ว กรีดบางตามในรูป ประมาณ 1มม กับกรีดที่ 1.5 มม หรือมากกว่านี้ ได้น้ำยางไม่ต่างกันเลยครับ แต่ก็เคยลองให้คนอื่นฝนมีดให้ (โกนขนไม่เข้า) ต้องกรีดหนา 1.5 มม ถึงจะได้น้ำยางเท่าที่ผมฝนและกรีดหนา 1 มม (ผมเคยอัดคลิปตอนโกนขนหน้าแข้ง แต่หาคลิปไม่พบซะแล้ว) แต่ตอนนี้ผมขี้เกลียดกรีดยางซะแล้ว จ้างคนกรีด ฝีมือเค้าพอใช้ได้ เพราะเราขี้เกลียดก็ต้องยอมครับ ต้นละห้าสิบตังค์
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2F9A_53A7CFC5.jpg)
อยากถามเพื่อนหน่อยครับว่าปรีแอมป์ที่ใช้กันอยู่บนั้น ช่องเทปเอ๊ากับเทปอิน มันเชื่อมต่อถึงกันหรือไม่? ผมคิดว่ามันควรต่อ แต่เครื่องผมมันไม่เชื่อมต่อกันครับ หรือผมคิดผิด?
จุดประสงค์คือผมไม่ต้องการเปิดปรีแอมป์ตัวนี้กรณีผมฟังจากลำโพงคอมป์ผมจะเสียบสายคาไว้ดังรูปเมื่อเปิดสวิสที่ลำโพงคอมป์มันควรจะฟังเพลงเบาๆ ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดปรีที่จะใช้เมื่อเปิดฟังชุดใหญ่เท่านั้น
-
tape in เป็น source หนึ่งของ selector ครับ
tape out เป็น output แบบไม่ผ่าน volumn
ดังนั้นการที่มันต่อ/หรือไม่ต่อถึงกันขึ้นอยู่กับตำแหน่งของ selector switch ครับ
(http://sound.westhost.com/p37-fig2.gif)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-F445_53A7E306.jpg)
คุณสันติทำให้ผมได้คิด เลยลองย้ายด้านอินพุทไปตามรูป แล้วก็โยกสวิสท์ข้างหน้าใหม่ ย้ายตามไป Line 2 โอเคเสียงมาเลยครับ แต่ยังแปลกใจอยู่ที่ช่อง Tape In ทำไมมันใช้ไม่ได้ ช่องนี้ก็เคยใช้เอาสัญญาณเข้ามา มันก็ใช้ได้ แต่ไม่ยอมออก Tape Out หรือเครื่องมันไม่ยอมให้เอาเทปอัดเทปด้วยกัน :-\ :
-
ขอแชร์เรื่องการใช้ Tape in,Tape out ด้วยคนครับคุณพินิจ
เมื่อก่อนเราจะต่อเครื่องอัดเทปที่จุดนี้ครับ คือเอาสัญญาณจากปรีแอมป์ไปเข้าเครื่องอัดเทป ออกจากเครื่องอัดเทปกลับมาเข้าแอมป์
ทีนี้เราก็จะเลือกฟังสัญญาณโดยselect sourceที่เครื่องเทปครับ ว่าจะฟังจาก input(pre) หรือ output(tape)นึกออกไหมครับลองไปดูที่เครื่องเล่นเทปเก่าๆครับ
นั่นคือสาเหตุที่เขาไม่ต่อ Tape in,Tape out ถึงกันที่ปรีครับ ผมอธิบายงงไหมครับ
-
ขอแชร์เรื่องการใช้ Tape in,Tape out ด้วยคนครับคุณพินิจ
เมื่อก่อนเราจะต่อเครื่องอัดเทปที่จุดนี้ครับ คือเอาสัญญาณจากปรีแอมป์ไปเข้าเครื่องอัดเทป ออกจากเครื่องอัดเทปกลับมาเข้าแอมป์
ทีนี้เราก็จะเลือกฟังสัญญาณโดยselect sourceที่เครื่องเทปครับ ว่าจะฟังจาก input(pre) หรือ output(tape)นึกออกไหมครับลองไปดูที่เครื่องเล่นเทปเก่าๆครับ
นั่นคือสาเหตุที่เขาไม่ต่อ Tape in,Tape out ถึงกันที่ปรีครับ ผมอธิบายงงไหมครับ
บอกตามตรงว่าแก่แล้วสมองช้าครับ ยังงงๆ อยู่ครับ แต่พอเห็นอะไรลางๆ แค่นั้น เพราะกำลังงงๆ ในการเลือกสวิสท์ข้างเครื่องต่อ ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้หว่าอยู่ครับ
มีรูปมาให้ดูตอนถ่ายจับจำได้ว่าโยกแบบไหน ดังสองเอ๊าท์ (เสียงด็อป) โยกแบบไหนดังแต่ละเอ๊าท์ เดินสดุดเลยลืม คงต้องไปเปิดเช็คฟังใหม่แล้วจะมาเขียนต่อครับ ดูรูปไปก่อน
(http://s2.uppic.mobi/image-BC34_53A94B37.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-1169_53A97040.jpg)
ขอขอบคุณมากนะครับ คุณ Eak-tubeamp กลับเข้ามาอ่านใหม่เข้าใจแล้วครับ มีกี๊นี้ผมใช้สมองคิดอะไรหลายเรื่องมากจนมันมึน :black_eye เลยได้แต่อ่าน :D สมองคิดอะไรตามที่เขียนมาไม่ได้เลย K] หลังจากไป :drive1 เลยปลอดโปร่งขึ้น Y] :whistling
ตอนนี้เลยคิดแบบสนุกๆ ไปดูแค่โยกไปทางไหนเป็นอะไรเท่านั้น :kicking ผมยังไม่ได้ทดลองเปิดเช็คนะครับ (พรุ่งนี้ถึงจะลองเปิดเช็ค) ว่า โยกสวิสท์ตามลูกศรชี้อันไหนอย่างไรแล้วเสียงออกมาอย่างไร? ใครอยากสนุกลองคิดกันดูเล่นๆ ของผมตามนี้ครับ
บนสุด = เสียงจาก Line (มาจากซาวด์การ์ดคอมป์) ไปออกสายเวนเดนฮูเข้าเพาเวอร์แอมป์หลัีกของผมครับ
กลาง = โยกสวิสท์ขึ้นทั้งคู่ ผมทายว่ามันจะดังทั้งฃุดหลักและลำโพงคอมป์ครับ
ล่าง = จะดังที่ลำโพงคอมป์อย่างเดียว และปิดปรีเสียงก็จะยังมีออกที่ลำโพงคอมป์
ปล. ผมเขียนไปแล้ว และกลับมาคิดใหม่ สองภาพล่างคำตอบควรสลับกันครับ (แต่บอกตามตรงว่าไม่มั่นใจเหมือนกันครับ)
เพื่อนลองคิดดูครับ พรุ่งนี้ผมจะลงไปลองฟังหาคำตอบให้ครับ d_d :drunk
-
http://www.youtube.com/v/2Tb3Ue6ga0E&feature=youtu.be
น้ำไหลแค่รอบนอกฟิลเตอร์เท่านั้น K]
http://www.youtube.com/v/mO9-SkhC-ME&feature=youtu.be
กดแทมเปอร์เอียงทำให้น้ำไหลซีกหนึ่งมากกว่าอีกซีกทำให้กาแฟมีมวลเนื้อบาง (โมมลหัวแทมเปอร์ไปแล้ว) เข้าใกล้น้ำล้างแก้วกาแฟ :nono
http://www.youtube.com/v/Nhchk9z6-8E&feature=youtu.be
โมหัวแทมเปอร์โค้งมลแก้การไหลที่ริมฟิลเตอร์ไปแล้วครับ จะเห็นว่ามันไหลออกมาพร้อมๆ กันเต็มพื้นที่ กาแฟมีมวลเนื้อมากขึ้นอย่างชัดเจนมาก O0 :victory
(http://s2.uppic.mobi/image-BF7E_53AA482F.jpg)
-
ลองดูไดอะแกรมการทำงานของ Tape monitor ตามนี้ครับ
(http://i.imgur.com/4jBA05C.jpg)
Tape in คือสัญญาณจากเครื่องอัดเสียงมาเข้า แอมป์
Tape out คือสัญญาณจากปรีไปเข้าเครื่องอัดเสียง
กรณีที่เราต่อ คอมพิวเตอร์เพื่ออัดเสียงแทนเครื่องเทปตามรูปข้างล่าง
(http://i.imgur.com/ZgchB9z.gif)
หลักการทำงานคือเวลาเราอัดเสียงเราจะฟังจาก input ของปรีแอมป์ไปพร้อมกัน
ทีนี้พอเราอัดเสร็จ เราจะselect สวิทช์ ที่2ทางขวาในภาพที่1 ข้างบนไปตำแหน่ง tape mon(itor) เพื่อเช็คฟังสัญญาณที่อัดไว้โดยเล่นจากเทปหรือคอมพิวเตอร์ครับตอนนี้จะสามารถเลือฟังเสียงที่อัดไปเทียบกับเสียงจากต้นฉบับสลับกันไปมาได้ครับ
นั่นคือหน้าที่การทำงานที่ออกแบบมาครับ ไม่สามารถทำให้สัญญาณเสียงออกมาพร้อมกันที่outputทั้งสองจุดได้เพื่อกันปัญหาสัญญาณกวนกันหรือ feed back ครับ
น่าจะประมาณนี้ครับ ท่านผู้รู้ท่านอื่นมีความเห็นเพิ่มเติมมาแชร์กันได้นะครับ
-
ทำมาให้ดูซะดีเลยครับ ถ้าอยู่ในเฟสบุ๊กคงกด Like ให้ไปแล้วครับ
ปรกติเมื่อก่อนทำแอมป์กะปรีเล่นเองก็ใช้วิธีต่อตรงกันเลย ไม่เคยทำสมบูรณ์แบบนี้ซักทีครับ
(http://s2.uppic.mobi/image-8C74_53ABCCCB.jpg)
SUT แบบเรียบง่ายที่สุด เสร็จสดๆ ร้อยๆ ยังไม่ได้ลองครับ
-
(http://s2.uppic.mobi/image-D87B_53ABF0F9.jpg)
ต่อแบบ Primary Imp. 200 Ohms เล่นกะหัววัว เบสคุมได้ไม่ดี แบบว่าเบิร์นเป็นปีก็ไม่ดีขึ้นครับ ลองต่อแบบ 50 โอมห์ดูบ้าง ถ้าไม่ดีก็ต้องขว้างทิ้งละ ไม่รู้ว่ามีใครเอาไปใช้กับหัวอะไรแล้วมันแมทซ์บ้างครับ
-
ไม่เห็นใครใช้ SUT ตัวนี้แล้วรายงานผลไว้ให้ฟังกันซักคน ใช้กับหัวเข็ม 0.6mV จากที่เร่งโวลลุ่ม 12 ถึง บ่ายโมง ถึงจะได้ความดังพอใจ (ปรกติผมฟังดังกว่าทุกคนที่ผมรู้จัก เพราะผมจะต้องเร่งโวลลุ่มเพิ่มทุกครั้งที่ไปฟังบ้านคนอื่น) เปลี่ยนเป็น 8:30-9:00 ก็ดังเท่ากันแล้วครับ ต่อไพมารี่ขนานกัน เบสคุมได้ดีแล้วครับ แต่เสียงสดแพ้การต่อตรงดีกว่า (รอดูผลหลังเบิร์นจะรายงานผลให้ฟังย่างละเอียดอีกที ตอนนี้บอกได้แค่ไม่ใช้มันยังจะดีกว่า สิ่งดีของมันในตอนนี้มีแค่ได้เกณฑ์เพิ่มเท่านั้นเอง) การใช้ SUT นี้ผมหวังจะซื้อหัวที่มีเซนส์ 0.2mV มาเล่นกะเค้าบ้างน่ะครับ
-
ต้องถามก่อนว่าฝนมิดคนระดับไหนก่อนครับ ถ้าฝนคมระดับโกนขนหน้าแข้งได้ ด้วยการลูบมีดเบาๆ ห้ามกด ผมเคยลองแล้ว กรีดบางตามในรูป ประมาณ 1มม กับกรีดที่ 1.5 มม หรือมากกว่านี้ ได้น้ำยางไม่ต่างกันเลยครับ แต่ก็เคยลองให้คนอื่นฝนมีดให้ (โกนขนไม่เข้า) ต้องกรีดหนา 1.5 มม ถึงจะได้น้ำยางเท่าที่ผมฝนและกรีดหนา 1 มม (ผมเคยอัดคลิปตอนโกนขนหน้าแข้ง แต่หาคลิปไม่พบซะแล้ว) แต่ตอนนี้ผมขี้เกลียดกรีดยางซะแล้ว จ้างคนกรีด ฝีมือเค้าพอใช้ได้ เพราะเราขี้เกลียดก็ต้องยอมครับ ต้นละห้าสิบตังค์
ก็ขนาดโกนชนได้ครับพี่ คมมืดเป็นเงาดำ มีดคมๆ กรีดแบบตวัดข้อมือมันดีนักแล
-
ต้องถามก่อนว่าฝนมิดคนระดับไหนก่อนครับ ถ้าฝนคมระดับโกนขนหน้าแข้งได้ ด้วยการลูบมีดเบาๆ ห้ามกด ผมเคยลองแล้ว กรีดบางตามในรูป ประมาณ 1มม กับกรีดที่ 1.5 มม หรือมากกว่านี้ ได้น้ำยางไม่ต่างกันเลยครับ แต่ก็เคยลองให้คนอื่นฝนมีดให้ (โกนขนไม่เข้า) ต้องกรีดหนา 1.5 มม ถึงจะได้น้ำยางเท่าที่ผมฝนและกรีดหนา 1 มม (ผมเคยอัดคลิปตอนโกนขนหน้าแข้ง แต่หาคลิปไม่พบซะแล้ว) แต่ตอนนี้ผมขี้เกลียดกรีดยางซะแล้ว จ้างคนกรีด ฝีมือเค้าพอใช้ได้ เพราะเราขี้เกลียดก็ต้องยอมครับ ต้นละห้าสิบตังค์
ก็ขนาดโกนชนได้ครับพี่ คมมืดเป็นเงาดำ มีดคมๆ กรีดแบบตวัดข้อมือมันดีนักแล
บ้านอยู่ที่ไหนครับ ยางก้อนถ้วยเก็บแล้วขายเลย ราคาเท่าไร เก็บทิ้งไว้ค้างคืนเดียวเท่าไร บ้านผมพะเยาขายกันเมื่อวานนี้ 26.5 และ 31.5 ตามลำดับครับ
-
BurnBeyer01Dyna10x5: http://youtu.be/CoV7ikQ-NXk
http://www.youtube.com/v/CoV7ikQ-NXk&feature=youtu.be
ผมเบิร์นมันไปได้แผ่นสองแผ่น ผมว่าผมโอเค SUT ราคาสี่ร้อยบาท(?) ราคาไม่แน่ใจครับซื้อทิ้งดองไว้นานแล้ว ผมใช้หัวไดนาเว็คเตอร์เบิร์นแทนหัวที่ตั้งใจจะใช้ครับ หัวที่ตั้งใจจะใช้ถ้าเปิดผมต้องหยอดกระปุกชั่วโมงละยี่สิบบาท แผ่นดีมากๆ เพลงชอบมากๆ ถึงจะใช้มัน SUT ตัวนี้ตั่งใจอีกอย่างว่าจะซื้อหัว Denon 103 มาลองดูกะเค้ามั่ง d_d :drunk
-
(http://s2.uppic.mobi/image-78DC_53ACF0DF.jpg)
ใครใช้ SUT ตัวนี้อย่าลืมใส่อาร์ตรงนี้ ให้ลองเลือกค่าที่การคุมเสียงดีที่สุด ตอนนี้ซักอยากหาพวก SUT ที่ราคาแพงๆ มาเทียบกะมันดูซะแล้ว ลองเปิดแบบตรงไม่ใช้มันกะใช้มัน ความสด การควบคุมเสียงต่างๆ อยู่ในระดับที่ดีมากๆ แม้จะสู้การต่อตรงๆ ไม่ได้ มีหลายคนว่า IT Coupling มี Transparent สูงมากเมื่อเทียบ Cap Coupling แต่มันก็ยังสู้ Direct Coupling ไม่ได้อยู่ดี
เบิร์นมาวันนึงแล้ว ของผ่านการใช้งานมามากแล้วคิดว่าเสียงคงไม่ดีกว่านี้ เสียงคงตามราคาที่ซื้อมาละครับ แต่ผมโชคดีที่หัว Dynavextor 10x5 ผมเคยจะขายทิ้งเพราะเสียงมันสดเกินและคมจัดจ้านเกินไปจนเสียงคล้ายพวกดิจิตัว แต่ตอนต่อผ่านตัวนี้ทำให้มันเหมือนฟังพวกหัวชัวร์เสียงกลางออกแนวอวบใหญ่มีมวลเนื้อมากขึ้น เมื่อก่อนจะดูผอมบางแข็งเก็งครับ แต่มันดีกว่าชัวร์ตรงรายละเอียดเท่าหัว MC High Volt ผมคงต้องหา MC เซนส์ฯ ซัก 0.2mV ที่มีเสียงจัดจ้านมาเข้ากับมันซะแล้ว ก็หวังว่าอาจมีโลว์โวล์ทเอ็มซีเสียงจัดเกินจนต้องขายถูกๆๆ
http://forums.stevehoffman.tv/threads/best-sounding-moving-coil-cartridge-under-500-00.85803/
น่าเอามาลองเล่นกะแผ่นโมโน
http://www.needledoctor.com/Grado-MC-Mono-Cartridge?sc=2&category=269
-
วันนี้ผมอยากแนะนำการเลือกซื้อชุดเครื่องเสียงมาฟังเพลงคลาสสิกให้ได้รสชาติที่ถึงใจและฟังได้อารมย์มันส์สุดๆๆ มันจะทำให้เพลงพวกนี้น่าฟังมากขึ้นอีกเยอะเลยละครับ ผมคิดว่านักเล่นบางท่านแม้จะเล่นเครื่องเสียงมาเป็นหลายสิบปี ก็ยังหลงทางเกี่ยวกับการเลือกชุดที่เหมาะสมกับมัน แม้ชุดที่ใช้จะใช้สายสัญญาณกันเป็นหลักล้านแล้วก็ตาม แต่พอเปิดเพลงคลาสสิกได้รับอารมย์ของเพลงไม่ถึงครึ่งของที่ควรจะเป็น ลำโพงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากพร้อมแอมป์ที่เหมาะกะมันอีกด้วย การเลือกซื้อสองสิ่งนี้ให้ถูกกับเพลงประเภทนี้ง่ายๆ คือ ให้เอาเพลงลักษณะที่มีไดนามิกเรงค์กว้างๆ มีการขึ้นเสียงจากเบาๆ ไปดังสุดๆ แบบเพลงในตัวอย่างนี้ จากคลิปหลังสุดนี้ ให้ท่านฟังช่วงก่อนและหลังวินาทีที่ 0:30 วินาที เสียงสองช่วงนี้ชุดที่ท่านไปขอลองฟังจะต้องทำระดับความดังที่ต่างกันมากๆๆๆๆๆๆ อย่างขัดเจนที่่สุดๆ ชุดที่ผมใช้ในคลิปนี้อาจทำความแตกต่างของเสียงยังไม่ได้เท่าชุดที่บ้านอยุธยา (วันหน้ากลับบ้านหยุดยา จะอัดมาเทียบให้ฟังครับ) ฉะนั้นความสามารถของแต่ละชุดไม่ท่ากัน ลิมิตของชองชุดเครื่องเสียงที่ท่านใช้ จะอยู่ที่ลำโพงและแอมป์ไม่ใช่สายสัญญาณ ที่ผมคิดว่ามันจะช่วยในการฟังเพลงคลาสสิกไม่ได้ดีหรือไม่ เพราะผลจากสายเส้นละร้อยบาทกับเส้นละแสนหรือหลายแสนบาทนั้น มันไม่สามารถช่วยให้ท่านฟังเพลงคลาสสิกได้ดีขึ้นไปสักเท่าไร ไม่เท่ากับการเลือกเปลี่ยนลำโพงและแอมป์ครับ (ถ้าชุดใดเปิดคลิปนี้พบความดังก่อนและหลัง 3.00 วินาที ไม่ต่างกันมากละก็ชุดท่านฟังเพลงคลาสสิก จากรสชาติ 10 ส่วนเหลือแค่ 2 ส่วนครับ คือชุดของท่านจะได้แค่ทำนองและโทนเสียงที่แตกต่างเท่านั้น ความมันส์อีก 8 ส่วนหายไปหมดสิ้นครับ)
http://www.youtube.com/v/MyXweGHOT0E&feature=youtu.be
-
(http://s2.uppic.mobi/image-503F_53B0191C.jpg)
ตอนนี้ใช้สายเงินของท่าน KJ เซียวนะครับ อนาคตกล่องสวยกว่านี้แน่นอนครับ (แต่ไม่รู้เมื่อไร)
ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ทำอะไรต่อกับ SUT ตัวนี้อีกแล้ว และว่าจะเลิกโพ๊ทเพราะมีแต่คนอ่านแต่ไม่มีคนคุยด้วย เลยหมดมุกไม่รู้จะคุยอะไรต่อ แต่วันนี้เห็นเสียงมันใสมีทานสเปอเรนท์ดีขึ้น เลยลองเสียบหัวไดนาเวกเตอร์ตรงๆ แบบไม่ผ่านมันดูอีกครั้ง มันดีขึ้นมาอีกจนต้องเสียบถอดกันสองรอบก็ว่ามันคล้ายๆ กันมาก ผมชอบที่ีทานสเปอเรนท์มันแทบจะไม่ต่างกันจริงๆ แต่เสียบแล้วเหมือนหัวไดนาเวกเตอร์ราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ความที่เคยเกลียดมันที่มีเสียงออกเป็นดิจิตัลมากๆๆ แต่ตอนนี้หายไปสิ้นครับ (คงเหมือน I/V ที่ใช้ IT ขั้น ดีกว่าใช้ R ใส่ตรงนี้) เลยจับใส่กล่องฝาขนมปังให้มันกันสัญญาณแทรก ตอนนี้เลยเงียบฉี่ไปเลย ว่าจะคิดซื้อหัวใหม่คงไม่เอาละ พอใจให้คะแนน 6 จากก่อนหน้า ให้แค่ 4 เพราะถ้าเลยห้าคะแนนผมถือว่ามันสอบผ่าน หัวโคอีสุผมก็ให้คะแนนมันแค่ 8 เท่านั้นจากเต็บสิบครับ คือกลางมันยังขาดเนื้อหนังและความดุดันช่วงวงซิมโฟนี่อับเสียงดังเพิ่มขึ้น มันยังใช้ไม่ค่อยได้ครับ (ทุกอย่างที่ว่ามาเป็นความรู้สึกความชอบส่วนตัวล้วนๆ ครับ) :)
ลองฟังเพลงช้างเด็กๆเดิน เทียบระหว่างหัวโคอีสุที่อัด 32/192 เพย์เบคผ่านซาวด์การ์ดราคาพันกว่าบาทที่ผมโม เทียบกับหัวไดนาผ่านซุทหลังเอาลงกล่องดูนะครับ ตำแหน่งมือตอนที่ใช้อัดคนละที่ (มันอยู่ต่ำกว่าลำโพงและยังเยื้องไปทางหลังลำโพงอีกด้วย) จึงอาจจะดูไดนาเวคเตอร์แพ้ 32/192จากหัวโคฯ เยอะมากๆๆๆ แต่จริงๆแล้ว แค่รายละเอียดเบสและความเป็นฝอยของปลายแหลมเท่านั้นที่สู้ไม่ได้ แต่ไดนามิคนี่ผมฟังในห้องแล้วหัวไดนาเวกเตอร์มีไดนามิกเหนือกว่า และเสียงดุเข้มข้นกว่า หัวโคอีสุซะด้วยซ้ำไป เมื่อเทียบกันขณะที่ฟังตรงไม่ใช่อัดเป็น 32/192 ดอทเวปนะครับ หัวไดนาเวกเตอร์ผ่านซุทแล้วมันเลยฟังเพลงคลาสสิกได้ดีกว่าตรงเรื่องเสียงที่ดุดันกว่ามันส์กว่า ทำให้ได้อารมย์เพลงมากกว่าหัวโคอีสุไปซะแล้วละครับ :yahoo :whistling :victory O0 Y]
32/192 ผมอัดตอนกลางคืนมีเสียงจิ้งหลีดแถมแทรกเข้าไปด้วยคงพอได้ยินกันนะครับ :yahoo
http://www.youtube.com/v/uBm_-VU6SkI&feature=youtu.be
วันนี้ก็มีเสียงกลองแทรกมาจากดนตรีงานแต่งข้างๆ บ้าน เข้าแจมเวลาเสียงเบาๆ อีกละครับ :yahoo
http://www.youtube.com/v/houd7-MHa3U&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/v/KltqlouD-Rs&feature=youtu.be
-
(http://s2.uppic.mobi/image-5610_53BBB398.jpg)
มือถือแบทหมดไม่ยอมให้เปิดแฟท เลยได้ความชัดมาแค่นี้ K]
HF Driver 24 Ohms (288C) กับ LF Driver 16 Ohms (515B) ไม่รู้ว่ามันจะเข้ากับครอสส์ N-500 หรือไม่? ใครมีประสบการบ้างครับ :help ต้องแก้อะไร? อย่างไร? หรือไม่? เคยเล่น HF & LF Drivers แต่รุ่น 16 โฮมห์เหมือนๆ กัน :-\
โปรเจ็คบ้านดินยังไม่แล้วเสร็จ ขอทำมันเอาเข้าใส่ห้องปูนฟังก่อนก็แล้วกัน ฟังเพลงคลาสสิกด้วยลำโพงโฟกัส 68 สะแต็กไม่สะใจเท่า VOT ครับ d_d :drunk
-
ต้องถามก่อนว่าฝนมิดคนระดับไหนก่อนครับ ถ้าฝนคมระดับโกนขนหน้าแข้งได้ ด้วยการลูบมีดเบาๆ ห้ามกด ผมเคยลองแล้ว กรีดบางตามในรูป ประมาณ 1มม กับกรีดที่ 1.5 มม หรือมากกว่านี้ ได้น้ำยางไม่ต่างกันเลยครับ แต่ก็เคยลองให้คนอื่นฝนมีดให้ (โกนขนไม่เข้า) ต้องกรีดหนา 1.5 มม ถึงจะได้น้ำยางเท่าที่ผมฝนและกรีดหนา 1 มม (ผมเคยอัดคลิปตอนโกนขนหน้าแข้ง แต่หาคลิปไม่พบซะแล้ว) แต่ตอนนี้ผมขี้เกลียดกรีดยางซะแล้ว จ้างคนกรีด ฝีมือเค้าพอใช้ได้ เพราะเราขี้เกลียดก็ต้องยอมครับ ต้นละห้าสิบตังค์
ก็ขนาดโกนชนได้ครับพี่ คมมืดเป็นเงาดำ มีดคมๆ กรีดแบบตวัดข้อมือมันดีนักแล
บ้านอยู่ที่ไหนครับ ยางก้อนถ้วยเก็บแล้วขายเลย ราคาเท่าไร เก็บทิ้งไว้ค้างคืนเดียวเท่าไร บ้านผมพะเยาขายกันเมื่อวานนี้ 26.5 และ 31.5 ตามลำดับครับ
ตอนนี้ราคาน้ำยางสดตกอย่างแรงพี่ ขายน้ำดูไม่ค่อยคุ้มเสียแล้วครับ ขายขี้ยางได้ดีกว่าอีก ....แห้งมากไปน้ำหนักลด สดไปโดนหักมาก ;D
-
บอกได้ไหมครับ แถวบ้านที่คุณเอกอยู่ราคาเท่าไรอยากรู้มั๊กๆ จะได้เอาไปต่อรองทางนี้บ้างครับ :-\
-
(http://s2.uppic.mobi/image-DB58_53C3A94F.jpg)
(http://s2.uppic.mobi/image-B8AD_53C3A94F.jpg)
-
(http://s2.uppic.mobi/image-2DD8_53C73248.jpg)
ใครจะว่าของที่แพงกว่าตัวนี้ ดีกว่าขาดลอยอย่างไร? แบบไม่มีคำตอบว่าดีกว่าอย่างไร? ด้วยมีประสบกับ SUT ตัวนี้เพียงตัวเดียว ก็เลยไม่มีประสบการฟังเทียบ แต่ SUT คู่นี้ ด้วยหูเรา ชุดเรา ฟังว่าโทนบาลานซ์เสียงไม่เปลี่ยนแปลง คุณภาพเสียงแทบจะไม่ต่างกับการต่อตรงไม่ผ่านมัน ทานสะเฟอร์เรนท์พอๆ กัน คือเหมือนต่อตรง ผมก็คิดว่ามันใช้ได้ดีมากแล้วนะ เลยจับลองขันเงิน เงียบไม่มีสัญญาณแทรกซ้อนหรือฮัมแม้แต่น้อย และSUT ยังมีข้อแม้ดีอีกอย่างที่ต้องใช้มันคือลดอาการเสียงแบบกิจิตัลของหัวเข็ม Dynavextor 10x5 ให้ดูเป็นแอนนาล็อกที่แท้จริงอีกด้วย ใครใช้หัวนี้ลองหาซื้อ SUT คู่นี้มาใช้ดูนะครับ แล้วท่านจะรักหัวนี้ขึ้นมามีกมากมายเลยละครับ
-
SUT กับหัวเข็มที่เล่นไปต้องหยอดกระปุกแค่ 5 บาทต่อชั่วโมง (คิดจากที่ต้องเปลี่ยนหัวใหม่เมื่อใช้ครบ 3000 ชั่วโมง) กับเพลงหลากหลายสะไตย์ O0 :victory
Stereo audio at the beginning period: http://youtu.be/TrpCdPTUzu8
คาร์เมนเล่นด้วยซุทและหัวไดน่า: http://youtu.be/cHGxQ-ejCXw
SoundTestAfterTreat: http://youtu.be/PhKqnAws3Lg
-
http://www.youtube.com/v/zVpYQh9zokM
-
https://www.youtube.com/v/ZfksVG9N-ec
ใครกรีดยางแบบนี้บ้างครับ
http://www.youtube.com/v/0nnv_aGqVtg&feature=youtu.beชาวบ้านบ้านผมก็กรีดแบบนี้กันทั้งนั้น บางคนกรีดเปลือกหนาเกือบสี่มิล เค้ากรีดครั้งเดียวเสียเปลือกไปเท่ากับผมกรีดสี่ครั้ง ;D
ผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดนะครับ จะเห็นว่ามีการถอยหมีดไปบดท่อน้ำยางเกือบครึ่งทางก่อนที่จะเดินหน้ากรีดต่อเพิ่ม ผมลองกรีดแบบยกหมีดลอยเฉือนผ่านแบบเฉี่ยวๆ แบบเร็วๆ จะได้น้ำยางมากกว่าเก่าเกือบเท่าตัวครับ (ยังหาคนถ่ายตอนผมกรีดไม่ได้ ถ้ามีคนถ่ายคลิปให้จะเอาวิธีที่ผมกรีดมาให้ชมครับ)
http://www.youtube.com/v/X4eQiVexyGU
มาแล้วครับคลิปฝีมือผม พอถ่ายคลิปแล้วมันเก็งครับ และผมก็เพิ่งจะหัดกรีดแบบนี้มาเพียงอาทิตย์เดียวยังไม่ค่อยข้องครับ แต่ถ้าตอนไม่ถ่ายคลิปผมกระตุกมีดเร็วกว่านี้พอถ่ายคลิปผมกลัวมีดพลาดเข้าแก่นก็เลยเก็งกระตุกมีดไม่ออก 55555 การที่เห็นผมมีกรีดซ้ำรอยเก่าในบางครั้งเพราะครั้งแรกกรีดบางเกินไปน้ำน้ำไม่พรุ่งออกมาทันทีที่ยกหมีดผมก็จะกรีดซ้ำแผลเก่า จะเห็นเปลือกที่ผมกรีดบางกว่าที่คนอื่นๆ กรีด น้ำยางที่ผมกรีดวิธีนี้ผมจะได้น้ำยางมากกว่าคนที่ผมจ้างกรีดเมื่อาทิตย์ก่อนนี้เท่าตัวครับ แต่อาจจากที่ผมฝนมีดได้คมกว่าเค้าด้วยและสปีดของมีดผ่านเปลือกยางที่เร็วกว่า ถึงจะกรีดเปลือกหนาไม่ถึงมิลก็ยังได้น้ำยางมากกว่า
http://www.youtube.com/v/5RcNn0hFg9Y
อันนี้คือคนก่อนที่กรีดให้ผม กรีดเปลืองเปลือกยางอย่างมาก เค้ากรีดมีดนึงหนาประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เท่ากับผมกรีดได้สามถึงสี่ครั้ง
(ผมพยายามเอาคลิปลงในนี้สี่ห้าครั้งแล้ว แต่มันไม่ยอมออกมาให้เห็นครับ ถ้าสนใจตามเข้าไปดูได้จากในนี้ครับ http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.msg117540;topicseen#msg117540 )
(http://s2.uppic.mobi/image-B3FE_53F182B8)
ด้วยความสัตย์จริงนะครับ ที่เห็นเกือบเต็มถ้วย 1.5 ลิตร นี้คือน้ำยางที่กรีดแค่ 2 มีดเท่านั้น ชาวบ้านที่นี่บอกผมทุกคนว่าถ้าไม่ใช้ปุ๋ยเคมี น้ำยางจะได้น้อย ผมไม่เคยเชื่อใครง่ายๆ ถ้าไม่ได้พิสูนจ์กันก่อน เดือนเมษา ผมใส่ขี้วัวแห้ง 3 ต้นต่อขี้วัว 1 กระสอบปุ๋ย และลดด้วยน้ำหมักฉี่จากคนในครอบครัวหมักกับหญ้าแห้ง ลดร่วมกับขี้วัวครับ ผมเคยวัดดินแล้วพบว่า P&K ผมสูง แต่ N ปลานกลาง เลยใส่ปุ๋ยตามนี้เท่านั้น
-
(http://s2.uppic.mobi/image-B3FE_53F182B8.jpg)
-
https://m.facebook.com/groups/149706461748394?message_id=794471500605217&ref=m_notif¬if_t=like&actorid=100000222602228
Sound From SHURE 80 E: http://youtu.be/oEmcwnXEEoo
หัวชัวร์บนอาร์มเร็กโอคุท
sound From Stanton 500: http://youtu.be/iQhJEV8-sWw
หัวสะแตนตั้นถูกติดตั้งบนอาร์มเทอเรนส์
Shure 80e after burn in 1 hr.: http://youtu.be/kw5YFoyhsdM
ผมว่าเสียงไวโอลินไม่ค่อยจะเข้มข้นเท่าหัวสะแตนตั้นครับ แบบนี้ฟังคลาสสิกไม่ได้เรื่อง
หัวรุ่นนี้ไม่แนะนำให้ซ้ือมาใช้ครับ การที่มันมีสปริ่งยืดหยุ่นของหัวเข็มกับอาร์มยึด ทำให้ลำโพงกระเด้งเข้ากระเด่งออกแรงมาก (ไม่กล้าเร่งดังกว่านี้ เพราะผมกลัวกลวยของวูฟเฟอร์กระเด็นครับ) และเมื่อเทียบกับหีวสะแคนตั้นแล้วไดนามิคเร็นจ์ต่ำกว่ามากอีกด้วย ปลายเสียงของไวโอลินที่มีความดังขึ้นสูงกว่าในคลิปยังมีความดังขึ้นมาอีกพอสมควรเมื่อฟังจากหัวสะแตนตั้นครับ แต่สะแตนตั้นก็ยังทำไม่เท่ากับอีกหัวที่ผมกำลังสั่ง to be Continued
Stanton 500 on Rec-O-Cut: http://youtu.be/mdb9ngXcn9g
ลองฟัง หัวสะแตนตั้นบนอาร์มเล็กโอคุทกันจะๆ ครับ ไดนามิคเร็นจ์เหนือกว่ากันชัดเจน
ลอง
ลองฟังเสียงวินาทีที่ 32 ของหัวเข็มชัวร์กับวินาทีที่ 40 ของหัวสะแตนต้นคลิปนี้ ที่เป็นโน๊ทช่วงเล่นเดียวกัน หัวสะแตนตั้นดันเสียงขึ้นได้สูงมากกว่าชัดเจน ยิ่งฟังจริงในห้อง ความแตกต่างของเร็นจ์เสียงตรงนี้ต่างกันมากๆๆๆๆ ครับ
แต่สรุปแล้วคลิปที่เสียงดีที่สุดคือหัวเข็มสะแตนตั้นติดตั้งบนอาร์มของเทอเรนส์อ่ะครับ
จากประสบการณ์ที่เล่นเครื่องมาเกือบสี่สิบปี ผมคิดว่าลำโพงและเทรินเทเบิ้นมีผลต่อไดนามิคเรนจ์ (เสียงเบา-ดังถ่างได้ห่างต่างมากกว่ากันของแต่ละซิสเต็ม)
ถ้าผมให้เทิร์นเทอเรนส์พร้อมอาร์มของมันกับหัวที่ผมกำลังสั่ง เล่นกับลำโพง Altec VOT ได้ Dynamic Range (DR) 100 เต็มเพราะฟังแล้วเหมือนกับยกวงจริงๆ มาเล่นกันในห้องมากๆ เลยละ
และลำโพงโฟกัส 68 ซิกเนเจอร์สองคู่เล่นด้วยอาร์มเร็คโอคุทกับหัวชัวร์ 80e ให้ได้ DR แค่ 50
เมื่อฟังจากโฟกัส ใช้อาร์มเร็คฯกับหัวสะแตนตันจะได้ DR 70
เมื่อฟังจากโฟกัสใช้อาร์มเทอเรนส์กับหัวสะแตนตัน DR 80
ผมคาดว่าถ้าเอาหัวสะแตนตันคู่กับอาร์มเทอเรนส์ไปเล่นกะลำโพง VOT คงจะได้ DR 90 ครับ
และคาดอีกว่าถ้าเอาหัวที่สั่งมาติดตั้งบนอาร์มเทอเรนส์เมื่อฟังกับลำโพงโฟกัสสะแต็กนี้น่าจะได้ DR 90 ซึ่งจากที่ลำโพงโฟกัสสะต็กยังด้อย DR อยู่ 10 เมื่อเทียบกับ VOT ละครับ แล้วถ้าผมเล่นลำโพงโฟกัสคู่เดียว ผมคิดว่า DR หล่นลงมาอีก 10 ประมาณนี้ครับ
ฟังเพลงคลาสสิกจะถึงใจมากน้อยขึ้นอยู่กับ DR มั๊กกกกๆๆๆๆ
แต่ผมมีความไม่เข้าใจอยู่อย่างนึงกันการเล่นเทิร์นคือผมเคยใช้เทิร์น SME Model 10, Series V, Koetsu Rosewood Signature มีเพื่อนหลายคนได้เคยฟังเทียบกับชุด DR 100 กันมาแล้ว เหมือนมันได้ DR ต่ำกว่า 50 ซะอีกละครับ แม้ราคาเทิร์นทั้งชุดจะแพงกว่าร้อยเท่าตัวไม่ใช่ว่ามันจะทำ DR ได้มากกว่านะครับ มันให้แค่มีรายละเอียดมากกว่าเท่านั้นเอง (แต่ตอนนั้นผมยังไม่มี SUT นะครับ ต่อไปกลับบ้านอยุธยาคงต้องสู่กันต่ออีกยก ระหว่างเทอเรนส์กะเอสเอ็มอี) เท่านั้นเอง มิติ โฟกัส ความเหมือนจริงสู้เทิร์นชุดที่ถูกกว่าชุดนี้ไม่ได้เลย
-
มาเชียร์ และมาติดตามผลต่อไปครับ
ว่าแต่หัวเข็มที่สั่ง เป็นรุ่นไหน เฉลยหน่อยครับ
-
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.1200 รายละเอียดผลการทานยาครั้งหลังของผมและรายละเอียดการซื้อน้ำส้มสายชูแอปเปิ้นอย่างดี
(http://s2.uppic.mobi/image-60CE_53EC3DB8.jpg)
http://healthandboon.blogspot.com/2014/04/blog-post_7.html
สำหรับคนที่มีความดันสูง หรือมีอาการแบบผม คือนอนหนุนหมอนแข็งๆ หรือนอนหนุนแขนตัวเอง นานแค่ 5 นาที จะรู้สึกชาบริเวณท้ายทอย ผมประมาณว่า1 ปีกว่ามาแล้วที่เริ่มพบอาการแบบนี้ มีปัญหาในการนอนฟังเพลงบนเตียงผ้าใบชายหาดไม่ได้ จะใช้หมอนนุ่มๆ ใบใหญ่ๆ มารองหัวมันก็ซับเสียงเพลงไปซะอีก บางครั้งใช้แขนรองหัว สักพักมันก็จะชา มึนๆ แถวๆ ท้ายทอยครับ
เมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเช็คความดันที่โรงบาลสวนดอกเชียงใหม่ 160/100 ผมไม่เชื่อไปเช็คอีกชั้นของโรงบาล 150/96 (ประมาณนี้ครับ จำค่าจริงๆ ไม่ได้ :wallbash:) หมอยืนยันผมเป็นโรคความดันสูงแน่นอน
ก่อนหน้าสามสี่เดือนมานี้ ผมเจอยาสูตรข้างบนและทดลองทำกิน ผมกินเช้าเย็นอยู่อาทิตย์เดียว นอนนุนแขนหรือหมอนแข็งๆ ฟังเพลงเป็นชั่วโมงหัวก็ไม่ชา จึงกินยาตอนเช้ามื้อเดียว 1 เดือนยาหมด ขี้เกลียดทำ และอยากลองหยุดยาดูด้วย ช่วงแค่ 2 เดือนกว่าๆ หัวผมกลับมามีอาการชาจากการหนุนหมอนอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการไปตรวจที่สวนดอกครับ คุยกับหมอเรื่องยา หมอบอกจะเอายาโรงบาลไปกินที่อาจมีไซด์เอฟเฟ็กหรือจะกินยาที่ทำเองต่อ ผมเลือกอย่างหลังครับ ผมทำและกินตอนเช้าอย่างเดียวมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ตอนนี้ผมหนุนหมอนได้อีกครั้ง นานเท่าไรก็ได้อีกแล้ว ที่ผมหยุดยาเพราะอยากจะรู้ว่าช่วงนั้นผมออกกำลังกายอย่างมากคือย่ำดินทำบ้านดิน ผมเลยคิดว่าการออกกำลังกายทำให้อาการชาที่ท้ายทอยหายไปหรือเพราะทานยาสมุนไพรกันแน่ ตอนนี้ผมไม่ได้ออกกำลังกายหนักๆ และรับประทานอาหารทุกอย่างปรกติ สมุนไพรตำหรับนี้ผมคิดว่ามันดีจริง จึงนำมาแบ่งปันให้กับผู้ที่เป็นโรคความดันและสนใจครับ
แต่ผมได้ปรับวิธีทำใหม่ให้ง่ายขึ้นและกินง่ายมากขึ้นคือ 1. กระเทียมปลอกเปลือกเหลือแต่เนื้อในล้วนๆ ผมใช้วิธีตำให้ละเอียดสามขีดหรือสามร้อยกรัมก็พอครับ (เพราะกระเทียมคั้นน้ำออกมายากมากๆๆๆๆ) 2. ขิงแก่เอามาขูดผิวออกคั้นน้ำ ครึ่งโล (คั้นน้ำง่ายสุดๆๆๆ) 3. คั้นน้ำมะหนาวปริมาตรเท่าน้ำขิงที่คั้นได้ 4. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้นเท่าน้ำมะหนาว เคียวตั้งไฟอ่อนๆ คนตลอดเวลาโดยไม่ปิดฝาหม้อ 30 นาที ปล่อยให้เย็น เอาเข้าเครื่องปั่นโมลิเน็ค ปั่นให้เนื้อกระเทียมให้ละเอียดเป็นสมู๊ตตี้ใส่ขวดเก็บที่ฝาตู้เย็น (ไม่ต้องห้องฟรีทซ์) ดื่มวันละช้อนผสมน้ำผึ่งอีกช้อนเท่ากันจะกินง่ายขึ้น เตรียมน้ำขิงร้อนๆ ดื่มตามแก้กลิ่นยาด้วยเพราะมันเหม็นมั๊กกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....หรือบางครั้งผมก็ใช้น้ำผึ่งผสมน้ำอุ่นและน้ำมะนาวดื่มตบท้ายแก้กลิ่นยาเหม็นติดคอนานมากถ้าไม่มีอะไรมาล้าคอ เว้น 1 ชั่วโมงค่อยทานอาหารจะได้ผลดีกว่าทานข้าวหรือกาแฟตามยาทันทีนะครับ :thumbup: อ้อ! ลืมบอกว่าช่วงแรกที่กินยาไปหนึ่งเดือนนั้นความดันผม 110/75 กันเลยละครับ :bye:
ไปเดินซื้อขิงในตลาดเชียงคำ แม่ค้าบอกมีร้านทองพิมพ์ยาสูตรนี้แจกคนทั้งตลาด ผมขอแจกมั่งครับ
Image L&R about 3m: http://youtu.be/mxaCJf04J_g
Sound Stage Testing (Depth Check): http://youtu.be/muZiGbWp42U
author=trens link=topic=67076.msg604058540#msg604058540 date=1410417381]
มาเชียร์ และมาติดตามผลต่อไปครับ
ว่าแต่หัวเข็มที่สั่ง เป็นรุ่นไหน เฉลยหน่อยครับ
หัวที่พี่ฟังเทียบชุดเทร์นที่ราคาต่างกันร้อยเท่า ฟังแบบปิดหูข้างเดียวยังรู้ว่าตัวถูกเสียงเหมือนจริงกว่าเยอะแหละครับ กำลังบิดเอามาฟังที่เมืองเหนืออีกซักหัวนึง เดี๋ยวพีเอ็มบอกเผื่อลืม
-
โทรศัพท์เข้าศูนย์ออกมาเบอร์เพื่อนๆ ที่เซฟไว้หลังๆ หายเกลี้ยงเลย :cry2 จึงหมดโอกาสโทรถาม อ โก้ :cry2 ขอเอามาถามในนี้เผื่อ อ โก้ผ่านเข้ามาอ่านครับ
คืออยากรู้ว่าในรูปที่เห็นรอยกรีดไปแล้วว่า ส่วนไหนดีกว่ากันครับ เพราะกรีดคนละวิธีครับ
และเปลือกที่กรีดแบบหนาหรือบางดีกว่ากันครับ :help
(http://s2.uppic.mobi/image-6B04_520379E6.jpg)
ผมกรีดจะบางเหมือนรูปบนซ้ายครับ น้ำยางที่ได้จะสู้กรีดเปลือกหนาไม่ได้ แต่อย่างให้หนามากครับ หนาประมาณ 1-1.5 มิล หนามากเปลืองหน้ายาง
ของผมทั้งหมด ประมาณ 280 ต้น ได้น้ำยางดิบประมาณ 30 กิโล (ขายน้ำยางสด)
ผมเพิ่งจะเห็นตัวเลขปริมาณน้ำยางที่ได้ของคุณ Eak-tubeamp วันนี้เองครับ
ขอทำเป็นน้ำยาง ต่อ ไร่ (ที่ 80 ต้น) ต่อ อาทิตย์ (กรีด4 มีด) นะครับ ก็จะได้น้ำยางที่ 80 ต้น ต่อการกรีด 4 มีด เป็น 35 กิโลกรัม (เช็คด้วยนะว่าผมคิดผิดหรือเปล่า?)
ผมเอาบิลล์สองเดือนที่แล้วมาคิดต่อไร่ต่อสี่มีด (ยางผมอายุ 12 ปี กรีดมาปีที่หกครับ) จะได้ที่หนึ่งไร่สี่มีดเฉลี่ยออกมาแล้วเป็น 55 กิโลกรัม (ชั่ง ณ หลังเวลาแกะออกจากถ้วยขายทันทีที่สี่มีดครับ) น้ำหนักน่าจะหายไปเมื่อเทียบกับน้ำยางสดเก็บทุกวันประมาณ 30-50% (คือถ้าผมตะแคงถ้วยทุกวันหลังหยอดกรดจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับน้ำยางสด 50% หรือครึ่งนึง แต่ถ้าไม่ตะแคงถ้วยรินน้ำออกน้ำหนักยางก้อนถ้วยจะน้อยกว่าน้ำยางสด 30%)
ทำไมของคุณ Eak-tubeamp มันได้น้อยจังครับ ผมให้ปุ๋ยขี่วัวตอนเมษา 3 กระสอบต่อต้น ลาดระหว่างแถว และน้ำหมักฉี่คนในบ้านไปครั้งเดียว (น้ำหมัก 200 ลิตร ละลายแม่ปุ๋ย 0-0-60 สิบกิโลกรัม ผสมลงไปก่อนลดด้วยนะครับ) ข้อมูลที่เอามาให้ดูใส่ปุ๋ยแค่นี้จริงๆ ครับ ช่วงอาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งใส่น้ำหมักและปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น (ปีนี้ผมจะไม่ใส่ปุ๋ยเคมี) เพื่อต้องการทำเป็นตัวอย่างให้คนแถวบ้านดูว่า ที่เค้าบอกว่าไม่ใส่ปุ๋ยเคมีน้ำยางไม่ออกครับ แล้วคอยดูกันต่อไปว่าหลังใส่ปุ๋ยของผมจะเป็นอย่างไร?
ผมวิธีที่ผมใช้ในการกรีดยางและฝนมีดดูได้ในแฟสบุ๊กครับ ถือเป็นการบ้านส่งอาจารย์โก้ด้วยครับ และต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงของอาจารย์ที่ได้สอนให้ผมเดินถูกทางมากๆๆๆ เลยครับ like
https://www.facebook.com/video.php?v=819335834783672&set=vb.100001217881923&type=2&theater¬if_t=video_processed
-
แวะเข้ามาทักครับพี่PINIJ
(http://s2.uppic.mobi/image-161D_51AD43F2.jpg)
ยิงสวนครอสสวยครับ like
ผมหยุดเล่นไปตั้งแต่อายุ20-21ปี ทั้งๆที่เล่นมาตั้งแต่ยังยกแร๊กฯไม่ไหวต้องเดินลากเอา หัวหมากก็เคยไปหากินรายชั่วโมงอยู่ ถ้าให้เล่าถึงสาเหตุแล้วยาวครับ
2-3เดือนก่อนชวนน็อกบอลกับคู่เขยฝรั่งเศส แต่พอคุยไปคุยมาว่ามีทั้งคอร์ทเทนนิส+สนามกอล์ฟ(ในที่ทำงานของคุญใหญ่) ดันเปลี่ยนใจซะนี่
เสียดายจริงๆ ไม่งั้นคงจะรู้ไปแล้วว่า "หมู่-จ่า-ผู้พัน" 2f
สบายดีครับ(ถ้าไม่คุยเรื่องราคายาง) ;D
-
สวัสดีปีใหม่ครับ d_d :drunk ขอคุณพระจงดลบรรดาลให้ทุกท่านจงสมหวังในสิ่งที่รอมานานในปีนี้นะครับ (รวมทั้งผมด้วยนะ)
ไม่ได้เข้ามานาน เข้ามาเห็นอาจารย์ที่สอนวิทยายุทธ์เรื่ิองสวนบางดีใจมากๆ ครับ โทรศัพท์มือถือหายเบอร์เพืาอนๆ หายหมด จะโทรคุยก็ไม่ได้ครับ คิดถึงเสมอครับเวลาเข้าสวนยาง แต่ตอนนี้หยุดกรีดไป้ดือนกว่าแล้วครับ ราคามันไม่คุ้ม เสียดายหน้ายางครับ
-
http://www.healthandcuisine.com/detail.aspx?id=1760#.VKHtgALYdB
ทุกสิ่งในโลกล้วนมีคุณและมีโทษ
ผมดื่มสูตรยาที่ผมให้ไปสองครั้งคือสองขวด 750cc จากความดันสูงเกิน 160/100 พน้อมทั้งปวดท้ายทอย กินขวดแรกหมดในหนึ่งเดือนทุกอย่างเป็นปรกติ แตาปนะมาณเดือนครึ่งที่หยุดดื่ม มันกลับมาอีกครั้ง ก็ทำกินใหม่อีกครั้ง ตอนนี้หลังจากหยุดกินมาครึ่งปี เช็คความดันทุกเดือนยังปรกติไม่ปวดท้ายทอยครับ สรุปว่ากินยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และยานี้ช่วยได้ดีกว่ายาหลวงที่กินแล้วหยุดกินไม่ได้ แต่ยานี้แย่ตรงทำยากและกินยากสุดๆ ครับ
http://www.thaiavclub.org/Forum/index.php?topic=4165.1200 รายละเอียดผลการทานยาครั้งหลังของผมและรายละเอียดการซื้อน้ำส้มสายชูแอปเปิ้นอย่างดี
(http://s2.uppic.mobi/image-60CE_53EC3DB8.jpg)
http://healthandboon.blogspot.com/2014/04/blog-post_7.html
สำหรับคนที่มีความดันสูง หรือมีอาการแบบผม คือนอนหนุนหมอนแข็งๆ หรือนอนหนุนแขนตัวเอง นานแค่ 5 นาที จะรู้สึกชาบริเวณท้ายทอย ผมประมาณว่า1 ปีกว่ามาแล้วที่เริ่มพบอาการแบบนี้ มีปัญหาในการนอนฟังเพลงบนเตียงผ้าใบชายหาดไม่ได้ จะใช้หมอนนุ่มๆ ใบใหญ่ๆ มารองหัวมันก็ซับเสียงเพลงไปซะอีก บางครั้งใช้แขนรองหัว สักพักมันก็จะชา มึนๆ แถวๆ ท้ายทอยครับ
เมื่อสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาไปเช็คความดันที่โรงบาลสวนดอกเชียงใหม่ 160/100 ผมไม่เชื่อไปเช็คอีกชั้นของโรงบาล 150/96 (ประมาณนี้ครับ จำค่าจริงๆ ไม่ได้ :wallbash:) หมอยืนยันผมเป็นโรคความดันสูงแน่นอน
ก่อนหน้าสามสี่เดือนมานี้ ผมเจอยาสูตรข้างบนและทดลองทำกิน ผมกินเช้าเย็นอยู่อาทิตย์เดียว นอนนุนแขนหรือหมอนแข็งๆ ฟังเพลงเป็นชั่วโมงหัวก็ไม่ชา จึงกินยาตอนเช้ามื้อเดียว 1 เดือนยาหมด ขี้เกลียดทำ และอยากลองหยุดยาดูด้วย ช่วงแค่ 2 เดือนกว่าๆ หัวผมกลับมามีอาการชาจากการหนุนหมอนอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการไปตรวจที่สวนดอกครับ คุยกับหมอเรื่องยา หมอบอกจะเอายาโรงบาลไปกินที่อาจมีไซด์เอฟเฟ็กหรือจะกินยาที่ทำเองต่อ ผมเลือกอย่างหลังครับ ผมทำและกินตอนเช้าอย่างเดียวมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ตอนนี้ผมหนุนหมอนได้อีกครั้ง นานเท่าไรก็ได้อีกแล้ว ที่ผมหยุดยาเพราะอยากจะรู้ว่าช่วงนั้นผมออกกำลังกายอย่างมากคือย่ำดินทำบ้านดิน ผมเลยคิดว่าการออกกำลังกายทำให้อาการชาที่ท้ายทอยหายไปหรือเพราะทานยาสมุนไพรกันแน่ ตอนนี้ผมไม่ได้ออกกำลังกายหนักๆ และรับประทานอาหารทุกอย่างปรกติ สมุนไพรตำหรับนี้ผมคิดว่ามันดีจริง จึงนำมาแบ่งปันให้กับผู้ที่เป็นโรคความดันและสนใจครับ
แต่ผมได้ปรับวิธีทำใหม่ให้ง่ายขึ้นและกินง่ายมากขึ้นคือ 1. กระเทียมปลอกเปลือกเหลือแต่เนื้อในล้วนๆ ผมใช้วิธีตำให้ละเอียดสามขีดหรือสามร้อยกรัมก็พอครับ (เพราะกระเทียมคั้นน้ำออกมายากมากๆๆๆๆ) 2. ขิงแก่เอามาขูดผิวออกคั้นน้ำ ครึ่งโล (คั้นน้ำง่ายสุดๆๆๆ) 3. คั้นน้ำมะหนาวปริมาตรเท่าน้ำขิงที่คั้นได้ 4. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้นเท่าน้ำมะหนาว เคียวตั้งไฟอ่อนๆ คนตลอดเวลาโดยไม่ปิดฝาหม้อ 30 นาที ปล่อยให้เย็น เอาเข้าเครื่องปั่นโมลิเน็ค ปั่นให้เนื้อกระเทียมให้ละเอียดเป็นสมู๊ตตี้ใส่ขวดเก็บที่ฝาตู้เย็น (ไม่ต้องห้องฟรีทซ์) ดื่มวันละช้อนผสมน้ำผึ่งอีกช้อนเท่ากันจะกินง่ายขึ้น เตรียมน้ำขิงร้อนๆ ดื่มตามแก้กลิ่นยาด้วยเพราะมันเหม็นมั๊กกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....หรือบางครั้งผมก็ใช้น้ำผึ่งผสมน้ำอุ่นและน้ำมะนาวดื่มตบท้ายแก้กลิ่นยาเหม็นติดคอนานมากถ้าไม่มีอะไรมาล้าคอ เว้น 1 ชั่วโมงค่อยทานอาหารจะได้ผลดีกว่าทานข้าวหรือกาแฟตามยาทันทีนะครับ :thumbup: อ้อ! ลืมบอกว่าช่วงแรกที่กินยาไปหนึ่งเดือนนั้นความดันผม 110/75 กันเลยละครับ :bye:
ไปเดินซื้อขิงในตลาดเชียงคำ แม่ค้าบอกมีร้านทองพิมพ์ยาสูตรนี้แจกคนทั้งตลาด ผมขอแจกมั่งครับ
Image L&R about 3m: http://youtu.be/mxaCJf04J_g
Sound Stage Testing (Depth Check): http://youtu.be/muZiGbWp42U
author=trens link=topic=67076.msg604058540#msg604058540 date=1410417381]
มาเชียร์ และมาติดตามผลต่อไปครับ
ว่าแต่หัวเข็มที่สั่ง เป็นรุ่นไหน เฉลยหน่อยครับ
หัวที่พี่ฟังเทียบชุดเทร์นที่ราคาต่างกันร้อยเท่า ฟังแบบปิดหูข้างเดียวยังรู้ว่าตัวถูกเสียงเหมือนจริงกว่าเยอะแหละครับ กำลังบิดเอามาฟังที่เมืองเหนืออีกซักหัวนึง เดี๋ยวพีเอ็มบอกเผื่อลืม
-
ขออวยพรให้คุณพินิจ มีสุขภาพดี ต่อไป ผมหายไปนานมากไม่ได้ทำอะไร รบกับสรรพกร รบกับงานตอนนี้เกือบจบทุกอย่างหมดแล้วครับ วันที่ 15 นี้ พนักงานคนสุดท้ายจะหยุดทำงาน เป็นการเริ่มต้นการปิดกิจการของบริษัทที่ตั้งมา 28 ปี กลับไปเป็นคนแก่ๆกเษียนอายุ คงจะไปอยู่บ้านสวนที่วังน้ำเขียว คงจะได้เริ่มทำอะไรสักที หลังจากว่างเว้นมาเกือบสามปี ตามที่บอกไว้อีกไม่นานบ้านเรือนไทยก็จะอยู่ช่วงท้ายของอายุอีก 20 ปี เสร็จเมื่อไร คงได้กลับมาทำ DIY เหมือนเดิมครับ คิดถึง และตามอ่านมาเสมอ ว่างๆจะแวะไปเยี่ยมครับ
-
ขอบคุณครับพี่ เช่นกันครับ มีเวลาว่างก็ขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศนอนบ้านไม้หลังเล็กๆ ทรงไทยลื้อสร้างมาร้อยกว่าปีแล้วครับ d_d :yahoo
-
ขอบคุณครับที่ชวน ถ้าผ่านมาที่วังน้ำเขียว บ้านเรือนไทยหลังนี้ คงเสร็จหลังจากผู้รับเหมาทิ้งงานตั้งแต่เดือนตุลาคม เรือนไทยอายุเกือบร้อยเหมือนกัน ฝาไม้สักทองลายสายบัวนี้ได้มาจากพิษณุโลก เกือบสิบปีที่แล้วพึ่งมีโอกาสได้ปรุงใหม่ คงได้ชวนมาพัก และนั่งฟังเพลงที่เรือนหลังนี้ครับ